ปลัดมหาดไทย แจง ไม่ได้ปฏิเสธตอบสื่อ แต่รีบขึ้นประชุม ครม.

ปลัดมหาดไทย แจง ไม่ได้ปฏิเสธตอบสื่อ แต่รีบขึ้นประชุม ครม.

ปลัดมหาดไทย แจง ไม่ได้ปฏิเสธตอบสื่อ แต่รีบขึ้นประชุม ครม.

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.54 น.

​“ไม่ได้ปัดตอบสื่อ!” อรรษิษฐ์ แจงปมข่าวสะพัดปฏิเสธสัมภาษณ์สื่อฯ ย้ายด่วน 5 รองผู้ว่าฯ ใต้ ปมล้างบางผู้มีอิทธิพล ยันข่าวคลาดเคลื่อน แค่รีบขึ้นประชุม ครม. ให้ทันนายกฯ พร้อมแจ้งย้ายเพื่อเป็นประโยชน์ ในการบริหารงานราชการ

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจง ถึงกรณีที่มีข่าวตนเองปฏิเสธการให้สัมภาษณ์สื่อ ปมคำสั่งโยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ 5 คน สืบเนื่องจากการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่ โดยยืนยันว่า ไม่ได้ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ข่าวที่ออกไปน่าจะคลาดเคลื่อน และไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ตนเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย และในช่วงเวลาดังกล่าว ถึงเวลาการประชุมคณะรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เดินขึ้นห้องประชุมแล้วด้วย ตนจึงต้อง ขออนุญาตขึ้นไปร่วมประชุมก่อน อย่างไรก็ตามการโยกย้ายดังกล่าว เพื่อให้การบริหาราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นประโยชน์ของทางราชการ 

ด่วน! ครม. สลับ ผู้ว่าฯเซมเบ้ นั่งรองปลัด มท. ขยับ โชตินรินทร์ นั่งผู้ว่าจังหวัดภูเก็ต

ด่วน! ครม. สลับ ผู้ว่าฯเซมเบ้ นั่งรองปลัด มท. ขยับ โชตินรินทร์ นั่งผู้ว่าจังหวัดภูเก็ต

ด่วน! ครม. สลับ ผู้ว่าฯเซมเบ้ นั่งรองปลัด มท. ขยับ โชตินรินทร์ นั่งผู้ว่าจังหวัดภูเก็ต

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.31 น.

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตัังนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย  และแต่งตั้งนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแทน ทั้งนี้ การโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้น หลังจากมีความขัดแย้งของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยใน จ.ภูเก็ต และมีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย โยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 2 ราย ที่มีปัญหา ไปดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอื่น เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 มิ.ย.

สุชาติ แจงปมหั่นที่ทับลาน 1.5 แสนไร่ เป็นไปตามมติคณะกรรมอุทยานฯ

สุชาติ แจงปมหั่นที่ทับลาน 1.5 แสนไร่ เป็นไปตามมติคณะกรรมอุทยานฯ

สุชาติ แจงปมหั่นที่ทับลาน 1.5 แสนไร่ เป็นไปตามมติคณะกรรมอุทยานฯ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.24 น.

“สุชาติ” แจงปมหั่นที่ทับลาน 1.5 แสนไร่ เป็นไปตามมติคณะกรรมอุทยานฯ ย้ำทำเพื่อประชาชนที่ยากไร้จริงๆ ไม่ใช่ให้นายทุนทำรีสอร์ท ชี้ กลุ่มแสนกว่าไร่มีคดีอยู่ระหว่างรอพิสูจน์สิทธิ์ภายใน 6 เดือน 
     
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน 155,865 ไร่ ว่า เรื่องนี้แยกออกมาเป็น 5 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก 55,000 ไร่ ประกาศเป็นที่ดินส.ป.ก. เมื่อปี 2521 ซึ่งเราประกาศอุทยานแห่งชาติทับลานปี 2524 ดังนั้น กลุ่มนี้ต้องคืนเขาตามกฎหมาย , กลุ่มที่ 2 หมู่บ้านไทยสามัคคี ซึ่งมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2520 มอบ 8,000 กว่าไร่ให้กับผู้ที่สู้รบในช่วงการปราบปรามคอมมิวนิสต์และมีภาพถ่ายทางอากาศชัดเจนว่าอยู่ก่อนการประกาศอุทยาน , กลุ่มที่ 3 จำนวน 80,000 กว่าไร่ เป็นที่หมู่บ้านด้านความมั่นคงในอดีต ส่วนนี้เป็นมติ ครม. เมื่อปี 2535 แต่กลุ่มที่ 4 จำนวน 100,000 กว่าไร่ เรายังไม่ให้ถอน เพราะมีคดีในกลุ่มนี้เยอะมาก เนื่องจากอยู่นอกเขตส.ป.ก. และนอกเขตที่ดินป่าไม้ ซึ่งจะต้องทำการพิสูจน์ก่อนเพราะมีชาวบ้านที่อยู่ตั้งแต่ปี 2540 กว่าๆ และมีภาพถ่ายทางอากาศ ดังนั้น ต้องพิสูจน์เป็นรายๆ ประมาณ 5,200 ราย และกลุ่มที่ 5 เป็นพื้นที่ราชพัสดุของหน่วยงานทหารไว้ใช้ซ้อมรบ ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด ประมาณ 6,000 กว่าไร่ จึงต้องยกให้กับราชพัสดุเพื่อไปทำการเช่ากับทหาร ดังนั้น เราตัดเนื้อที่ไปจริงๆประมาณ 155,000 ไร่ แต่เราได้ไปเอาพื้นที่ที่เป็นป่าไม้กับพื้นที่เกือบ 90,000 ไร่ เติมกลับเข้ามาเพิ่มเติม
     
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สื่อมวลชนต้องให้ความเป็นธรรมว่าประชาชนเหล่านี้ไม่ได้มีที่ดินของตัวเอง และอยู่กันแบบยากจนประมาณ 2-3 หมื่นครอบครัว อีกทั้งเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ติดตามเรื่องนี้ และเมื่อวาน (15 มิ.ย.) ได้อยู่ในที่ประชุมด้วย จึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ร่วมกับส.ป.ก.ให้กับประชาชน
     
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตกค้างมาเกือบ 50 ปี ถ้าไม่ทำวันนี้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ของกรมอุทยานฯ เข้าไปหากมีการแจ้งความ และเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม สุดท้ายเราก็ไม่อยากจะก้าวร่วมคำพิพากษาของศาล แต่ความตั้งใจของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว เขาต่อสู้ก็มีสิทธิ์ที่จะชนะมาก และอยู่ก่อนที่จะมีการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน
      
ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่หลายคนเป็นห่วง มีการจดขึ้นทะเบียนมามรดกโลกปี 2548 ซึ่งได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการมรดกโลกแล้วว่า พื้นที่ที่มีปัญหาทั้ง 5 กลุ่ม เป็นพื้นที่บับเบิ้ลโซน ซึ่งเป็นพื้นที่แนวกันชนอยู่แล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวกับพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันว่าสิ่งที่ทำในวันนี้เป็นการปฏิบัติตามมติครม.ตั้งแต่ปี 2520 และ 2535 
      
“ในส่วนของ 3 กลุ่มแรก เราต้องทำตามกฎหมายอยู่แล้ว กลุ่มที่ 5 เป็นพื้นที่ของทหารใช้ซ้อมรบ ส่วนกลุ่มที่ทุกคนเป็นห่วงคือกลุ่มที่ 4 ที่เกี่ยวกับรีสอร์ทต่างๆ เราจับหมดแน่นอน เพราะขณะนี้เป็นคดีอยู่ เราไม่ได้พิสูจน์สิทธิ์เพื่อให้กลุ่มทุนได้ทำรีสอร์ท แต่ต้องใช้อำนาจทางกฎหมายของกรมป่าไม้ป่า ในการนำพื้นที่ของรัฐตามเดิม แต่เป็นพื้นที่ของส.ป.ก. ซึ่งผมเข้าใจที่หลายคนอาจจะดูเพียงแค่การสัมภาษณ์หรือพาดหัวข่าว ที่บอกว่าเราตัดป่าไปแสนกว่าไร่ แต่ความเป็นจริงคือเราเอากลับคืนมามากกว่า 90,000 ไร่ ซึ่งกระจายไปยังสามกลุ่มแรก ที่ต้องปฏิบัติตามมติของครม.“ นายสุชาติ กล่าว
     
ส่วนกรอบระยะเวลาในการพิสูจน์สิทธิ์ นายสุชาติ กล่าวว่า ในกลุ่มที่ 4 ที่มีประชาชนบางท่านอยู่มาก่อนตั้งแต่ปี 2540 กว่าๆ เราได้ให้กรมอุทยานฯไปพิสูจน์สิทธิ์ประมาณ 6 เดือน แต่ย้ำว่ายังไม่ใช่การยกหรือตัดให้ ส่วนกลุ่มที่  1 , 2 , 3 และ 5 ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้คณะคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ นำเข้าสู่การพิจารณาของครม. พร้อมทั้งมีความเห็นแนบท้ายว่าหน่วยส.ป.ก. คณะกรรมการและหน่วยงานที่จะมีกรมป่าไม้เข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยพิจารณาสิทธิ์ ต้องร่วมออกความเห็นออกมาเป็นรายแปลง
      
นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีกำชับตน ว่าต้องให้ความเป็นธรรมในเรื่องของประชาชนที่ยากจนจริงๆ และอยู่ในพื้นที่มาก่อนมีการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน และต้องให้ความเห็นใจกับกลุ่มอนุรักษ์หรือเอ็นจีโอด้วย ซึ่งเราเป็นเจ้าหน้าที่ต้องอยู่ตรงกลาง แต่หากไม่ทำก็จะเกิดการตกค้าง และทำไม่เสร็จสักที แต่ถือว่าโชคดีที่เราทำการปรับปรุงแผนที่แนวที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) ที่เพิ่งทำเสร็จเมื่อเร็วๆนี้ทำให้นำมาใช้พิสูจน์ได้
     
“ผมอยู่ตรงกลาง แต่ถ้าไม่ทำก็เห็นใจชาวบ้าน ส่วนเรื่องกฎหมายคงไม่มีใครกล้าหยิบมาทำเพราะไม่ว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ต้องฟ้อง แต่เมื่อเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเขาฟ้องร้องเรา เราก็ต้องยอมรับเพราะเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเองหรือครอบครัว ซึ่งผมไม่มีซักหนึ่งตารางวา แต่ผมทำเพื่อประชาชนที่ยากไร้ ซึ่งเป็นเป็นไปตามนโยบายของนายกฯ“ นายสุชาติ กล่าว

อนุชา ควง มาร์ค บุกตลาดอมรพันธ์ 9 พร้อมชนทุกปัญหา แก้ท่วมซ้ำซาก

อนุชา ควง มาร์ค บุกตลาดอมรพันธ์ 9 พร้อมชนทุกปัญหา แก้ท่วมซ้ำซาก

อนุชา ควง มาร์ค บุกตลาดอมรพันธ์ 9 พร้อมชนทุกปัญหา แก้ท่วมซ้ำซาก

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.59 น.

“อนุชา- อภิสิทธิ์” บุกตลาดอมรพันธ์ 9 พร้อมชนทุกปัญหาเขตลาดพร้าว-แก้ท่วมซ้ำซาก พร้อมยกระดับสาธารณสุขชุมชนสู้ศึกผู้ว่าฯ กทม.

วันนี้ 16 มิถุนายน 2569  ที่ตลาดอมรพันธ์ 9 เขตลาดพร้าว กทม.นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 เดินสายหาเสียงอย่างต่อเนื่องที่เขตลาดพร้าว โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฎ์ สมาชิกพรรค และนายอัทรัณ มานุพีรพันธ์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตลาดพร้าว เบอร์ 3 ร่วมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน

อนุชา บูรพชัยศรี

ซึ่งบรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเอง นายอนุชา พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ และทีมงานได้แวะทักทายร้านค้าต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อพบร้านขายบ๊ะจ่างราคา 35 บาท นายอนุชาได้ถือโอกาสหยิบยกเรื่องตัวเลขมาสร้างสีสันว่า เป็นราคาเลขสวยที่สอดคล้องกับหมายเลขผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 3 และหมายเลขผู้สมัครผู้ว่าฯ เบอร์ 5 ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าตลอดเส้นทาง

โดนนายอนุชา กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า เขตลาดพร้าวมีปัญหาหลักคือเรื่องน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งการลอกท่อระบายน้ำเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ตนจึงมีแผนระยะยาวในการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ เพื่อผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยให้เร็วขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำ นอกจากนี้ ในกรณีน้ำท่วมขังรอการระบายในชุมชน จะเร่งใช้มาตรการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ (Mobile Pump) และจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าดูแลช่วยเหลือการสัญจรอย่างทันท่วงที รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางระบายน้ำย่อยให้เชื่อมต่อกับท่อหลักอย่างสมบูรณ์

อนุชา บูรพชัยศรี

นายอนุชา กล่าวต่อว่า ในด้านการคมนาคมและการสาธารณสุข นโยบายระบบขนส่ง “Feeder” เพื่อเชื่อมต่อชุมชนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT อย่างครบวงจร ส่วนสาธารณสุขชุมชน จะยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขให้รองรับการรักษาโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางมากขึ้น โดยประสานความร่วมมือกับคลินิกใกล้บ้านและโรงพยาบาลในสังกัด กทม. เพื่อเพิ่มบุคลากรเฉพาะทาง พร้อมเดินหน้านโยบายดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการสร้างบ้านพักคนชราเพิ่มเติม และการจ้างงานผู้เกษียณอายุที่มีศักยภาพมาเป็นจิตอาสาช่วยเหลืองานของ กทม. โดยมีเบี้ยเลี้ยงตอบแทน เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วมและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เมื่อถูกถามถึงบรรยากาศการเลือกตั้งและผลโพล นายอนุชา กล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์มีบุคลากรที่ทำงานในพื้นที่มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี แม้ไม่มีตำแหน่งก็ยังมุ่งมั่นรับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งคนเหล่านี้คือหัวใจสำคัญใน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ผมอยากขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในความจริงใจของพวกเรา การเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก. จากพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นการผนึกกำลังทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อสานต่อนโยบายแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จและสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม

อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี

อนุทิน ปัดตอบ ย้ายรองผู้ว่าฯภูเก็ต

อนุทิน ปัดตอบ ย้ายรองผู้ว่าฯภูเก็ต

อนุทิน ปัดตอบ ย้ายรองผู้ว่าฯภูเก็ต

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.43 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นายกฯ ได้เรียกรัฐมนตรีสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยเข้าหารือเป็นการภายในบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีการขอความร่วมมือให้คณะผู้ติดตามของรัฐมนตรีแต่ละคนออกมารออยู่ด้านนอก

ทั้งนี้ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีรัฐมนตรีหลายคนถูกตำหนิเรื่องการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต หลังจากเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ในวงประชุมมอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงมหาดไทย นายกฯได้ตำหนิการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล จนเป็นเหตุให้มีคำสั่งโยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ 5 คน 

อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้มี ครม.แจ้งลาการประชุม 3 คน ได้แก่ 1.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 2.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ3.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม

กมธ.ป.ป.ช. รับลูก อนุทิน จ่อลุยภูเก็ต สางปมมาเฟียฮุบ หาดฟรีด้อม กวาดล้างทุนเทา-นอมินี

กมธ.ป.ป.ช. รับลูก อนุทิน จ่อลุยภูเก็ต สางปมมาเฟียฮุบ หาดฟรีด้อม กวาดล้างทุนเทา-นอมินี

กมธ.ป.ป.ช. รับลูก อนุทิน จ่อลุยภูเก็ต สางปมมาเฟียฮุบ หาดฟรีด้อม กวาดล้างทุนเทา-นอมินี

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.47 น.

“กมธ.ป.ป.ช.”รับลูก “อนุทิน” ลุยภูเก็ต 26-27 มิ.ย. สางปมมาเฟียฮุบ “หาดฟรีด้อม” กวาดล้างทุนสีเทา-นอมินี ดึงตัว 3 สส. เจ้าของพื้นที่ มีฝ่ายค้านด้วย ตั้งเป้าสรุปผลส่งข้อมูลเชือดตามกฎหมายเด็ดขาด

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร และ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะกรรมาธิการฯ เตรียมลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 26-27 มิถุนายน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกที่สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติบริเวณหาดฟรีด้อม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาเคยพบการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้และมีการดำเนินคดีมาแล้วหลายคดี

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งกวาดล้างผู้มีอิทธิพล และกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองธุรกิจ รวมถึงการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ นายอาสพลธ์ ได้ทำหนังสือเชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตทั้ง 3 เขต ได้แก่ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี จากพรรคประชาชน และ น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ จากพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมประชุมและลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ เพื่อสะท้อนปัญหา รับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเปิดเผย โปร่งใส และรอบด้าน

พร้อมกันนี้ จะเปิดโอกาสให้ตัวแทนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหากลุ่มธุรกิจและผู้มีอิทธิพลสีเทาที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารถาวร การตัดถนน การเก็บค่าเข้าพื้นที่ หรือการเปิดร้านค้าให้บริการนักท่องเที่ยวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเอาจริงในการทวงคืนสมบัติของชาติ โดยหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเสร็จ จะนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้บุกรุกและผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

และยังช่วยตรวจสอบ และสนับสนุนให้เกิดการจัดระเบียบพื้นที่หาดฟรีด้อม รวมถึงพื้นที่สาธารณะอื่นในจังหวัดภูเก็ต ให้กลับมาเป็นสมบัติของส่วนรวมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ปลุก 4.5 ล้านเสียงเข้าคูหา กทม. ปล่อยขบวนรณรงค์ Bangkok Vote สู่ 50 เขต

ปลุก 4.5 ล้านเสียงเข้าคูหา กทม. ปล่อยขบวนรณรงค์ Bangkok Vote สู่ 50 เขต

ปลุก 4.5 ล้านเสียงเข้าคูหา กทม. ปล่อยขบวนรณรงค์ Bangkok Vote สู่ 50 เขต

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.36 น.

กทม. “รวมพลัง เลือกตั้งโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม” ปล่อยขบวนรณรงค์ Bangkok Vote สู่ 50เขต ปลัดฯกำชับเขตดูแลความสะดวก เผยผู้มีสิทธิครั้งนี้ 4.5 ล้านคน 

วันที่ 16 มิ.ย.69  เวลา 08.00น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกิจกรรมแสดงพลังข้าราชการกรุงเทพมหานคร “รวมพลัง กทม. เลือกตั้งโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม” โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) คณะผู้บริหาร กทม. ร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ของข้าราชการและบุคลากร กทม. จำนวนกว่า 700 คน ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) พร้อมปล่อยขบวนรถรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง Bangkok Vote สู่พื้นที่ 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ

เลือกตั้ง

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับคณะกรรมการการเลือกตั้งและให้โอวาทแนวทางการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการและบุคลากร กทม. โดยเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.69 เป็นวาระสำคัญยิ่ง ในฐานะข้าราชการของประชาชน ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ยึดมั่นในระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึด “ความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และวางตัวเป็นกลางทางการเมือง” ไม่เอนเอียง ไม่ใช้อำนาจหน้าที่ให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งท่านใดท่านหนึ่ง และต้องปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน และโปร่งใสต่อสายตาของ กกต. และสาธารณชน ขอให้ทุกคนร่วมมือกันขับเคลื่อนให้สำเร็จจุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย

จากนั้นนายณรงค์ กล่าวนำแสดงเจตนารมณ์ ความโปร่งใสและการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง โดยมี คณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมเป็นสักขีพยาน ใจความ 4 ข้อ  

เลือกตั้ง

1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด  

2. จะวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ไม่เอนเอียง และไม่เอื้อประโยชน์แก่ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง  

3. จะมุ่งมั่นจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของข้าราชการกรุงเทพมหานคร  

4. จะร่วมมือร่วมใจ ป้องกันและต่อต้านการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบเพื่อประโยชน์สุขของชาวกรุงเทพมหานคร และความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตย

เลือกตั้ง

หลังประกาศเจตนารมณ์ ปลัดกทม. กกต.กทม. และผู้บริหาร ร่วมปล่อยขบวนรถรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง โดยโบกธงสัญลักษณ์ พร้อมกดแตรสัญญาณปล่อยขบวนรถรณรงค์ Bangkok Vote จากสำนักงานเขต เคลื่อนตัวออกจากลานคนเมือง เพื่อมุ่งหน้าไปรณรงค์เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ 50 เขตต่อไป

นายณรงค์ เปิดเผยภายหลังการจัดกิจกรรมว่า สำนักประชาสัมพันธ์ และ กกต.กทม. พยายามสื่อสารไปถึงประชาชนในหลายช่องทาง หลังจากที่มีประชาชนร้องเรียนว่ารณรงค์เลือกตั้งของ กทม. มีน้อยมากแทบจะไม่รู้ว่าวันเลือกตั้งคือวันใด สำหรับบัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะใช้บัตรสีเขียว ส่วนบัตรเลือกตั้ง ส.ก.จะใช้บัตรสีชมพู ซึ่งเป็นไปตามที่ กกต.กำหนด 

เลือกตั้ง

อย่างไรก็ตามขณะนี้สำนักงานเขตพยายามประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนอาศัยอยู่ในเขตไม่ถึง 1 ปีจึงไม่มีสิทธิเลือกตั้ง  ส.ก.ซึ่งประชาชนจะต้องไปแจ้งชื่อที่สำนักงานเขตเดิมที่เคยมีชื่ออยู่ ติดต่อกันเกิน 1 ปี ภายในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ โดยมอบหมายให้แต่ละสำนักงานเขตลงพื้นที่เคาะประตู เข้าถึงประชาชนที่ยังไม่เข้าใจ  เพื่อสื่อสารให้ทั่วถึง

ขณะที่การย้ายหน่วยเลือกตั้งในบางเขต นายณรงค์ กล่าวว่า ได้มีการแจ้งประชาชนในหน่วยเลือกตั้งที่มีการย้ายสถานที่ หากไม่ได้รับความสะดวกให้แจ้งมาที่ตนโดยตรง ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่เขตพญาไทที่มีการร้องเรียนเรื่องการย้ายหน่วยเลือกตั้ง ตนจะไปตรวจสอบและให้สำนักงานเขตประชาสัมพันธ์เพื่อประชาชนเลือกตั้งได้สะดวก

เลือกตั้ง

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปีนี้มีอยู่ 4,500,000 คน ซึ่งขณะนี้ใกล้ถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.69 ขอให้ประชาชนศึกษารายละเอียดและข้อมูลว่าตนมีสิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งใด เมื่อดูสถานที่ตั้งเรียบร้อยแล้วก็ต้องศึกษาเรื่องการเดินทาง หากจุดใดที่ไม่สะดวกสามารถแจ้งมาได้ที่ศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง กทม. หรือสายด่วน 1444 

เลือกตั้ง
เลือกตั้ง
เลือกตั้ง
เลือกตั้ง

เลขาสภาพัฒน์​ฯ​ ขอรอประเมินสถานการณ์​เศรษฐกิจ​ ท่าที​สหรัฐฯ​-อิหร่าน​ ดีลสันติภาพจริงหรือไม่​

เลขาสภาพัฒน์​ฯ​ ขอรอประเมินสถานการณ์​เศรษฐกิจ​ ท่าที​สหรัฐฯ​-อิหร่าน​ ดีลสันติภาพจริงหรือไม่​

เลขาสภาพัฒน์​ฯ​ ขอรอประเมินสถานการณ์​เศรษฐกิจ​ ท่าที​สหรัฐฯ​-อิหร่าน​ ดีลสันติภาพจริงหรือไม่​

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.32 น.

เลขาสภาพัฒน์​ฯ​ ขอรอประเมินสถานการณ์​เศรษฐกิจ​ ท่าที​สหรัฐฯ​- อิหร่าน​ ดีลสันติภาพจริงหรือไม่​

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา​ 09.10 น.​ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ​ (สศช.) กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจหลังจากที่สหรัฐอเมริกา​ -​ อิหร่านลงนามสันติภาพ​ ว่า คงดีขึ้น แต่คิดว่า สถานการณ์ยังไม่แน่นอน ตนต้องขอดูให้เกิดความชัดเจนก่อน

เมื่อถามว่า จะทำให้ GDP ของไทยดีดตัวสูงขึ้นหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า สถานการณ์การปรับตัวของ GDP มีหลายปัจจัย ซึ่งอาจมีเรื่องเงินเฟ้อเข้ามาด้วย ฉะนั้น จึงขอประเมินสถานการณ์ก่อน เพราะต้องรอดูความชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาแม้จะบอกว่า จะมีการยุติสงคราม แต่ก็กลับไปกลับมา ฉะนั้นจึงขอเวลาในการประเมินสถานการณ์อีกครั้งก่อน

กรวีร์ ฟาด พรรคส้ม ปมปูด ฝากเลี้ยงสส.ฝ่ายค้าน หลักล้าน ยันรัฐบาล 300 เสียงมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องซื้อ

กรวีร์ ฟาด พรรคส้ม ปมปูด ฝากเลี้ยงสส.ฝ่ายค้าน หลักล้าน ยันรัฐบาล 300 เสียงมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องซื้อ

กรวีร์ ฟาด พรรคส้ม ปมปูด ฝากเลี้ยงสส.ฝ่ายค้าน หลักล้าน ยันรัฐบาล 300 เสียงมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องซื้อ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.25 น.

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า ได้อ่านข่าว “ฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน” ให้นั่งเป็นองค์ประชุม แลกกับเงินตอบแทนหลักล้านบาท

ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า…

พื้นฐานความคิดแบบนี้มาจากไหน? และจะทำไปทำไม?

การมาประชุมสภาเป็นหน้าที่โดยตรงของ สส. ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

แล้วทำไมการที่ สส.ฝ่ายค้านมาทำหน้าที่ของตัวเองจึงกลายเป็น “ต้องมีคนจ่ายเงินเพื่อให้เป็นองค์ประชุม” ?

หรือกำลังจะบอกว่า สส.ฝ่ายค้านไม่อยากทำหน้าที่ จนต้องมีคนเอาเงินมาจ้างให้นั่งประชุมเลยหรอ?

ถ้าเป็นเช่นนั้น คนที่ถูกดูถูกมากที่สุด ไม่ใช่รัฐบาล แต่คือ สส.ฝ่ายค้าน ก็พวกท่านเองนั่นละครับ

รัฐบาลปัจจุบันมีเสียงประมาณ 300 เสียง มีเสถียรภาพเพียงพอในการบริหารประเทศ

จึงอยากถามกลับว่า จะต้องไปซื้อ สส.ฝ่ายค้านมานั่งเป็นองค์ประชุมเพื่ออะไร?

และถ้าตรรกะแบบนี้ถูกต้อง…

วันใดที่ สส.พรรคประชาชน หรือฝ่ายค้านมาประชุมครบทุกคน เราจะสรุปได้หรือไม่ว่า

“ขายตัวกันทั้งพรรค” ?

แน่นอนว่าไม่มีใครยอมรับตรรกะแบบนั้น เพราะมันไร้เหตุผลสิ้นดี

การมาประชุมสภา คือหน้าที่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมีใครมาซื้อ มาจ้าง หรือมาตอบแทนเป็นพิเศษเพื่อให้เป็นองค์ประชุม

ที่สำคัญคนพูดเองเองก็ยอมรับว่า ไม่มีหลักฐาน

เมื่อไม่มีหลักฐาน ก็ไม่ควรกล่าวหาลอย ๆ ให้สังคมเข้าใจผิด ทำลายความน่าเชื่อถือของสภา และทำลายเกียรติของเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรด้วยกันเอง

หากมั่นใจว่าเรื่องนี้มีจริง…

ขอให้นำหลักฐานออกมาเปิดเผยให้ชัดเจนว่าเป็นใคร พรรคไหน คนใด เกี่ยวข้องอย่างไร หาคนผิดมาให้ชัดเลย

แต่หากไม่มีหลักฐาน ก็ไม่ควรใช้การคาดเดา หรือคำบอกเล่าแบบ “เขาว่ากันว่า” มาพูดให้สภาเสียหาย

การกดคนอื่นให้ต่ำลง มันไม่ทำให้เราสูงขึ้นนะครับ

และที่สำคัญคนที่โดนดูถูก กดให้ต่ำลง ไม่ใช่ใคร แต่กลับกลายเป็นเพื่อน พวกพ้อง ของตัวเองทั้งสิ้น

อ่านข่าวทีเกี่ยวข้อง : พรรคส้ม ปูดดีลฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน ไม่ต้องย้ายพรรค แค่นั่งให้ครบองค์ประชุม-โหวตตามสั่ง

กระทรวงการต่างประเทศ ยินดี สหรัฐ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง

กระทรวงการต่างประเทศ ยินดี สหรัฐ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง

กระทรวงการต่างประเทศ ยินดี สหรัฐ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.03 น.

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 กระทรวงการต่างประเทศ แถลงการณ์ท่าทีไทยต่อการบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยระบุว่า ประเทศไทยยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อการบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และชื่นชมบทบาทที่สร้างสรรค์ของปากีสถานและโอมานในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจา รวมถึงความพยายามของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการใช้การทูตเพื่อคลี่คลายความตึงเครียด

ประเทศไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อตกลงจะได้รับการปฏิบัติอย่างสมบูรณ์บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ และจะนำไปสู่การเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างทุกฝ่าย เพื่อนำมาซึ่งสันติภาพในภูมิภาคและความมั่นคงของเศรษฐกิจโลก รวมถึงเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างยั่งยืน