พริษฐ์ จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย

พริษฐ์ จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย

พริษฐ์ จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.23 น.

“พริษฐ์”จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด”ช่วยน้ำเงินด้วย” ทวงถามความคืบหน้าตั้งกรรมการสอบ”อธิบดีกรมการปกครอง” ซัดทำงานล่าช้าสวนทางนโยบาย”สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน”

15 มิถุนายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า หลังจากที่วันนี้นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปมอบนโยบายสำคัญให้กับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมถึง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าร่วมประชุมด้วย แต่จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 18 วันแล้วตั้งแต่ข้อความแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ปรากฏต่อสาธารณชน และผ่านพ้นมา 11 วันนับตั้งแต่ตนได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสภาผู้แทนราษฎร แต่สังคมกลับยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนถึงความคืบหน้าในกรณีดังกล่าวเลย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้นายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในประเด็นนี้เพียงสั้นๆ ว่าทุกอย่างยังคงเป็นไปตามขั้นตอน ตนจึงขอตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาเพื่อทวงถามความชัดเจนถึงรายละเอียดของ “ขั้นตอน” ดังกล่าว จำนวน 5 ข้อ ดังนี้

1. ตกลงท่าน (ในฐานะ รมว.มหาดไทย) หรือปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิบดีกรมการปกครองแล้วหรือยัง?

2. หากยังไม่ตั้ง ทำไมถึงยังไม่ตั้ง? และจะตั้งได้เมื่อใด?

3. นับถึงวันนี้ ทางกระทรวงได้มีดำเนินการสอบหรือ “พิสูจน์ด้วยวิธีวิทยาศาสตร์” ตามที่ รมช.มหาดไทย ตอบตนในกระทู้สดเมื่อ 11 วันก่อนแล้วหรือยัง และอย่างไรบ้าง?

4. เมื่อตั้งแล้ว ท่านจะวางกรอบให้คณะกรรมการสอบสวนเสร็จเมื่อใด? คณะกรรมการจะมีใครบ้าง? และจะวางหลักเกณฑ์การทำงานอย่างไรให้สังคมมั่นใจได้ว่าจะมีความโปร่งใสและเป็นอิสระ โดยไม่เป็นการปล่อยให้สีน้ำเงินตรวจสอบและช่วยเหลือกันเอง?

5. ความล่าช้าที่เกิดขึ้นในกระบวนการทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของนายกฯ เรื่อง “สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน” หรือไม่?

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.08 น.

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้ ฝาก กทม.-กกต.ประชาสัมพันธ์หน่วยเลือกตั้งใหม่ หวั่นคนมาเลือกน้อย 

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่ากังวลว่าคนจะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.น้อย เพราะผู้ว่าฯ กทม. ต้องประสานกับหลายหน่วยงาน ฉะนั้นจึงต้องเอาฉันทามติของประชาชนไปอ้างอิง หากมีประชาชนมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก เมื่อไปคุยกับรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่นที่จะทำเพื่อประชาชน เช่น การแก้ปัญหา PM 2.5 หากมีฐานเสียงประชาชนเป็นล้าน ๆ คน  จะทำให้เรามีพลัง ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.ท่านใดก็ตาม

“ประชาชนจะเลือกใครก็ได้ คนที่ไว้ใจคิดว่าจะทำงานได้ แต่ขอให้ออกมาแสดงพลัง เพราะในระบอบประชาธิปไตยวันเลือกตั้งสำคัญ เป็นวันที่เรามีตัวตนมากที่สุด หากเราไม่ออกมาใช้สิทธิ์ เสียงเราก็จะหายไปเลย ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้ เพราะไม่มีเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีเลือกตั้งนอกเขต และไม่มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ขอให้มาแต่เช้า เผื่อฝนตก ช่วงนี้อาจจะมีพายุเข้าเพราะตอนนี้มีพายุเข้าทางเวียดนามตอนเหนือ ขอให้ออกมาก่อนแล้วไปเที่ยวเล่น เย็น ๆ ค่อยมาฟังนับคะแนนกัน” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อถามว่าบางเขต หน่วยเลือกตั้งมีการเปลี่ยนแปลงยกตัวอย่างเขตพญาไทที่ผู้สมัคร ส.ก.ร้องว่ามีการจัดหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ลึกเข้าไป ทำให้ผู้สูงวัยอาจจะเดินทางไม่สะดวกและไปใช้สิทธิไม่ได้ นายชัชชาติ กล่าวว่า อยู่นอกเหนืออำนาจของเรา เพราะเราเป็นประชาชนคนธรรมดา ใครมีปัญหาก็ช่วยกันส่งเสียงมาจะได้ประชาสัมพันธ์กันในหน่วยเลือกตั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง หน่วยเลือกตั้งของตนเองก็อาจจะเปลี่ยนแต่ยังไม่ได้ตรวจดู ฝากกรุงเทพมหานครและ กกต. ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน อย่าให้มีปัญหาเรื่องจราจรเหมือนการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา

”ในฐานะประชาชนคนธรรมดา ขอฝาก กกต.ให้ช่วยชี้แจงเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจน เพราะความสำเร็จของ กกต.ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาเลือกตั้งและความโปร่งใสในการเลือกตั้ง จะได้สร้างผลงานให้ประชาชนจำได้“ นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

‘อนุทิน’ จ๊ะเอ๋ ‘ตัวเงินตัวทอง’ กลางทำเนียบ บอก ‘โชคดีแล้ววันนี้’

'อนุทิน' จ๊ะเอ๋ 'ตัวเงินตัวทอง' กลางทำเนียบ บอก 'โชคดีแล้ววันนี้'

‘อนุทิน’ จ๊ะเอ๋ ‘ตัวเงินตัวทอง’ กลางทำเนียบ บอก ‘โชคดีแล้ววันนี้’

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.02 น.

เมื่อเวลา 16.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินเท้ากลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ระหว่างทางได้เจอกับตัวเงินตัวทอง ขึ้นมาอยู่ในจุดที่นายกรัฐมนตรีเดินผ่าน ก่อนที่ตัวเงินตัวทองกระโดดลงน้ำ  โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวทันทีว่า  อุ้ย โชคดีแล้ววันนี้ 

เมื่อถามว่านายกฯมองว่าเป็นการโชคดีใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าโชคดี สิ ถ้าเจอตัวพวกนี้เขาว่าโชคดี

ชัชชาติ เคลียร์ชัดไม่เคยชี้นำให้เลือก นวรัตน์ ให้ปชช.ตัดสินใจเอง เมินโพลคะแนนนำ

ชัชชาติ เคลียร์ชัดไม่เคยชี้นำให้เลือก นวรัตน์ ให้ปชช.ตัดสินใจเอง เมินโพลคะแนนนำ

ชัชชาติ เคลียร์ชัดไม่เคยชี้นำให้เลือก นวรัตน์ ให้ปชช.ตัดสินใจเอง เมินโพลคะแนนนำ

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

ชัชชาติ เคลียร์ชัดไม่เคยชี้นำให้เลือก นวรัตน์ ให้ปชช.ตัดสินใจ เลือกไม่เลือกตามสบาย เมินโพลคะแนนนำ ลุยเสนอนโยบาย ย้ำพร้อมทำงานกับทุกคน

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงในช่วงโค้งท้าย ที่ผลสำรวจความนิยมยังนำอยู่ว่า ตนบอกทีมงานอย่าไปสนใจโพลมาก อะไรก็เกิดขึ้นได้ใน 2 สัปดาห์นี้ ทำให้ดีที่สุด ให้เกียรติประชาชน เพราะสุดท้ายแล้วประชาชนเป็นคนตัดสินใจ อย่าไปสนใจ ขอให้ตั้งใจว่าจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ ตลอดเวลาลงพื้นที่หาเสียงก็มีนโยบายใหม่ๆ จาก 251 นโยบาย ขณะนี้เพิ่มเป็น 260 นโยบายแล้ว เพราะทุกครั้งที่ลงพื้นที่ก็มีแนวคิดใหม่ มาช่วยกันคิดทุกเย็นว่าจะมีนโยบายอะไรที่จะตอบโจทย์พี่น้องประชาชนมากขึ้น

ส่วนกรณีที่พบกับนายนวรัตน์ อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ก.เขตหนองแขม ในฐานะอดีต ส.ก.หนองแขม 7 สมัยนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า เราลงพื้นที่เจออดีต ส.ก.อยู่แล้ว คุ้นเคยกัน ตนเองก็บอกว่า ส.ก.ทำงานในพื้นที่มานานคนรู้จักเยอะ เลือกไม่เลือกก็ตามสบาย เพราะท่านมีโจทก์เยอะอยู่แล้ว เราไม่ได้บอกให้เลือกท่าน ก็แล้วแต่ เพราะทุกคนก็รู้จักท่านอยู่ เจอกันก็ทักทายกันถามปัญหาพี่น้องประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้บอกให้เลือกท่าน บอกว่าทุกคนรู้จัก รู้มือ รู้ผลงานอยู่แล้ว ใครชอบก็เลือก ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องเลือก แต่ก็ดีใจที่ได้เจอเพราะทำงานด้วยกันมา 4 ปี เหมือนเจอญาติผู้ใหญ่ เจอก็สวัสดี 

ส่วนประเด็นที่ผู้สมัคร ส.ก.หันมาใช้โทนสีเขียวในการเลือกตั้ง เผื่อจะนำโชค นายชัชชาติ กล่าวว่า ไปทำโพลมาพบว่า ตนเองไม่มีผลกับผู้สมัคร ส.ก. “อาจารย์ชัชชาติสนับสนุนใคร ไม่ได้ช่วยเลย” ประชาชนตัดสินใจเองได้ว่าชอบใคร ส่วนโทนสีเขียวก็เป็นเขียวธรรมดา  เพราะความยั่งยืนก็เป็นสีเขียวใช้ทั่วไปได้ ไม่ได้ผูกพันว่าเป็นของเราเพราะไม่ได้จดลิขสิทธิ์ไว้ 

“ส.ก.มีบทบาทสำคัญขอให้เลือก ส.ก.ที่ซื่อสัตย์สุจริตดูแลประชาชน  เราพร้อมทำงานร่วมกับทุกคน ไม่มีปัญหา เรายินดี เชื่อว่า ส.ก.ที่ได้เข้ามาก็พร้อมทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ ทุกคนเหมือนกัน”

เมื่อถามว่าหลายเขต ส.ก.ที่เคยทำงานกับนายชัชชาติก็มาลงซ้ำ ทั้งยังมีกลุ่มสนับสนุนที่ชื่อว่า “คนทำงาน” ด้วย นายชัชชาติ  กล่าวว่า เขตยานนาวาเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะผู้สมัคร ส.ก.มาเจอกันที 3-4 คน เราคุยกับทุกคนไม่มีปัญหา เพราะสุดท้ายก็ต้องเคารพเสียงประชาชน ตนเองชี้นำไม่ได้ว่าให้เลือกใคร เพราะ ประชาชนมีข้อมูล ในฐานะคนในพื้นที่ เรายังรู้จัก ส.ก.น้อยกว่าประชาชนในพื้นที่  

นายชัชชาติ ย้ำว่า การลงพื้นที่ของเราไม่ใช่ความลับ บางทีผู้สมัคร ส.ก.ก็มาเจอกัน 3-4 คน ก็ทักทายทุกคน ขอให้หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ อย่างอดีต ส.ก.หนองแขม ไม่มีอะไรเพราะเจอกันมานาน 4 ปีแล้ว อย่างที่บอกว่าเลือกใครก็ได้ ไม่มีปัญหา ทุกคนก็เห็นว่าท่านอยู่ในพื้นที่มานาน คนที่ชอบก็มี คนที่ไม่ชอบก็มี ขอให้ตัดสินใจกันตามสบาย

ช่วงท้าย  นายชัชชาติ ได้กล่าวกลับสื่อมวลชนว่า ”ขออย่าให้เป็นประเด็นเลย เพราะประเด็นเยอะพอแล้ว”

‘ชัชชาติ’ เยี่ยมมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ดึงเอกชนขยายศูนย์เด็กเล็ก-เพิ่มเงินเดือนครู-เตรียมพ่อแม่ก่อนตั้งแต่ตั้งครรภ์

'ชัชชาติ' เยี่ยมมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ดึงเอกชนขยายศูนย์เด็กเล็ก-เพิ่มเงินเดือนครู-เตรียมพ่อแม่ก่อนตั้งแต่ตั้งครรภ์

‘ชัชชาติ’ เยี่ยมมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ดึงเอกชนขยายศูนย์เด็กเล็ก-เพิ่มเงินเดือนครู-เตรียมพ่อแม่ก่อนตั้งแต่ตั้งครรภ์

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.41 น.

วันที่ 15 มิ.ย.69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม (ซอยเสือใหญ่) เขตจตุจักร พูดคุยกับ ครูต้อ ศีลดา รังสิกรรพุม ผู้จัดการมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ถึงนโยบายขยายการดูแลเด็กอ่อน โดยนายชัชชาติได้กล่าวถึงนโยบายการดูแลเด็กอ่อน-เด็กเล็กในกรุงเทพฯ ระบุว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญของเมือง เพราะพ่อแม่ต้องทำงานไม่มีใครดูแลเด็ก ทำให้หลายคนไม่อยากมีลูก และมีแล้วไม่รู้ว่าจะให้ใครดูแล ที่ผ่านมาสภา กทม.ได้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ตามหลักการแล้วเราไม่สามารถใช้หน่วยงานของรัฐมาดูแลเด็กทั้งหมดได้ เนื่องจากเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 0-6 ปี ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 250,000 คน จะต้องมีหน่วยงานเอกชนเข้ามาช่วยและเราก็สนับสนุนค่าอาหารและค่าผู้ดูแล

สภา กทม.ได้มีการแก้ข้อบัญญัติให้สามารถสนับสนุนหน่วยงานเอกชนที่ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนได้ การดูแลเด็กมีความละเอียดอ่อนจะต้องมีแนวทางในการดำเนินการต่อไป เชื่อว่าแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหลายคนก็มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงทีมชัชชาติ กล่าวว่า นโยบายดูแลเด็กอ่อน แบ่งออกเป็น 3 หมวด  หมวดแรกคือ การขยายการดูแลเด็กให้มากขึ้น ขณะนี้ปริมาณการเกิดของเด็กน้อยลง 17% แต่ที่ผ่านมาเด็กในการดูแลของ กทม.เพิ่มขึ้นจาก 50,000 คน เป็น 60,000 คน  เราตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะดูแลเด็กให้ได้ถึง 80,000 คน ซึ่งการดูแลเพิ่มจะมาจากการขยายการดูแลผ่านเอกชน ซึ่งอาจจะเป็นการขยายศูนย์เด็กเล็กของเอกชน การขยายบ้านย่ายายหรือคนที่สูงอายุในชุมชนให้มาช่วยกันดูแล การขยายโรงเรียนอนุบาล  เพื่อให้มีการดูแลเพิ่มมากขึ้น และการเพิ่มศูนย์บริการสาธารณสุข ที่ปัจจุบันมีศูนย์เด็กอ่อนอยู่ 3 แห่ง จะเพิ่มเป็น 13 แห่ง

หมวดที่ 2 คือ การดูแลครูและประเด็นกายภาพของศูนย์เด็กเล็ก โดยข้อบัญญัติ กทม.ฉบับใหม่จะมีการอุดหนุนครู ดูแลเงินเดือนครูที่มีวุฒิการศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น ค่าอุดหนุนอาหารเด็กก็จะมากขึ้น และจะมีการปรับปรุงโรงเรียนอนุบาลในสังกัด กทม.ให้ครบทั้ง 50 เขต และจะมีโครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการผลิตครู

หมวดที่ 3 การสนับสนุนผู้ปกครอง เราจะเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้กับเด็กตามสวนสาธารณะทั้ง 53 สวนในพื้นที่กรุงเทพฯ และจะมีวัน Play Day ให้เด็กมาเล่นได้อย่างอิสระ การเปิดห้องสมุดของเล่น ทำห้องเรียนพ่อแม่ เพื่อเรียนรู้วิธีการดูแลเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เด็กคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเมือง สุดท้ายแล้วเด็กก็จะเติบโตมาเป็นผู้ที่ดูแลเมืองนี้ ซึ่งโครงการต่าง ๆ ก็มีหลายเรื่องที่สอดประสานกัน กทม.ไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมดจะต้องมีเอกชนก็จะเข้ามาช่วย โดยเราเป็นฝ่ายเสริม ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยลง เพราะมีแรงบวกจากหน่วยงานต่าง ๆ  เข้ามา 

วุฒิสภาไฟเขียว แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

วุฒิสภาไฟเขียว แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

วุฒิสภาไฟเขียว แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.20 น.

15 มิถุนายน 2569 ในการประชุมสภาวุฒิสภา ที่มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม พิจารณาวาระเรื่องด่วน ให้การเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด (ตามมาตรา 15 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2560 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอขื่อ ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด พิจารณาเสร็จแล้ว และรายงานผลการดำเนินการของกมธ. ต่อที่ประชุม รวมถึงเปิดให้สมาชิกอภิปรายในส่วนที่เปิดเผยได้ โดยเป็นการประชุมลับ และลงคะแนนลับ

ที่ภายหลังการประชุมลับ ที่ประชุมมีมติ คะแนนเสียงข้างมากเห็นชอบ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 9 คน ดังนี้

1. นายภาณุมาศ เลี่ยมสกุล เห็นชอบ 154 คะแนน ไม่เห็นชอบ 1 คะแนน งดออกสียง 26 คะแนน ไม่ลงคะแนนเสียง 1 คะแนน

2. นายตระหง่าน เกียรติศิริโรจน์ เห็นชอบ 151 คะแนน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกสียง 31 คะแนน ไม่ลงคะแนนเสียง 1 คะแนน

3. นายวุฒิชัย แสงสำราญ เห็นชอบ 147 คะแนน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกสียง 32 คะแนน ไม่ลงคะแนนเสียง 1 คะแนน

4. นายยรรยง ธัญทะพิพงศ์ เห็นชอบ 144 คะแนน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกสียง 34 คะแนน ไม่ลงคะแนนเสียง 1 คะแนน

5. นายสมสกุล ณ บางช้าง เห็นชอบ 148 คะแนน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกสียง 32 คะแนน ไม่ลงคะแนนเสียง 2 คะแนน

6. นายตรีทศ นิโครธางกูร เห็นชอบ 147 คะแนน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกสียง 32 คะแนน ไม่ลงคะแนนเสียง 1 คะแนน

7. นายประยูร ปรีดา เห็นชอบ 150 คะแนน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกสียง 31 คะแนน ไม่ลงคะแนนเสียง 1 คะแนน

8. นายพัฒนา คูศรีพิทักษ์ เห็นชอบ 149 คะแนน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกสียง 33 คะแนน ไม่ลงคะแนนเสียง 2 คะแนน

9. นายหัสฎี ศรีวิเชียร เห็นชอบ 147 คะแนน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกสียง 32 คะแนน ไม่ลงคะแนนเสียง 3 คะแนน

โดยขั้นตอนต่อไป ประธานวุฒิสภา จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

ไม่ชะลอ-ทุกอย่างถูกต้อง! ไชยชนก ลุยถกเจรจาคู่สัญญา TH-AI Passport 16 มิ.ย.

ไม่ชะลอ-ทุกอย่างถูกต้อง! ไชยชนก ลุยถกเจรจาคู่สัญญา TH-AI Passport 16 มิ.ย.

ไม่ชะลอ-ทุกอย่างถูกต้อง! ไชยชนก ลุยถกเจรจาคู่สัญญา TH-AI Passport 16 มิ.ย.

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.11 น.

“ไชยชนก”เผยถกเจรจาคู่สัญญา TH-AI Passport พรุ่งนี้ ยํ้าไม่ชะลอเพราะทำทุกอย่างถูกต้อง ระบุแก้ TOR ไม่ได้ แต่อาจแนบท้าย”รัฐจ่ายเงินตามการใช้จริง” ลั่นพร้อมยกเลิกหากพบผิดกฎหมาย

15 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport จะยังเดินหน้าโครงการนี้ต่อหรือไม่ ว่า จะมีการประชุมครั้งแรกในการเจรจากับคู่สัญญาวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.) ต้องรอดูว่าผลจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามย้ำว่า ยังยืนยันว่าจะไม่ชะลอหรือพักโครงการนี้ไปก่อนใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ถ้าจะพักต้องอยู่ในเกณฑ์ 3 อย่าง คือ 1.การกระทำที่ผิดกฎหมาย 2.ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า 3.ไม่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนี้ ยกเลิกแน่นอน แต่ฝ่ายประจำยืนยันว่าถูกต้องตามกระบวนการ และตนได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงดีอี ติดตามทุกข้อมูลตลอดเวลา หากมีอะไรที่กระทำการผิดขึ้นมา แน่นอนว่าต้องยกเลิก

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า หลังมีการรับฟังความคิดเห็น เปิดโปรดักส์ และยื่นเจรจา ตนคิดว่าเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณ กับเรื่องของต้นทุนการผลิตต่อหน่วย รวมถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ชัดเจนอยู่แล้วว่าดี นี่เป็นฝั่งที่ตนเข้ามาเกี่ยวข้องได้ และเข้ามาเกี่ยวตั้งแต่ที่มีการรับฟังความคิดเห็น แต่ในส่วนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ยืนยันว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้อง ดังนั้น ตรงนี้ต้องให้ฝ่ายข้าราชการประจำ เป็นคนดำเนินการตรวจสอบ และชี้แจงข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า จะมีการปรับรายละเอียดสัญญาหรือทีโออาร์หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า “ทีโออาร์ปรับไม่ได้ แต่ในตัวสัญญา เราสามารถแนบท้ายได้ ถ้าเจรจาแล้วคู่สัญญายินยอม จึงต้องรอดูการประชุมพรุ่งนี้”

เมื่อถามว่า จะมีการแก้ไขในส่วนที่แนบท้ายอย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องแก้อยู่แล้วหากจะเดินต่อไป เช่นจ่ายตามการใช้งานจริง ซึ่งจะทำให้มีการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า และหากไม่มีการใช้จริงก็ไม่ต้องจ่าย รัฐก็ไม่ต้องเสียเงิน ทุกข้อตกลงหรือการเจรจาที่เราจะนำเสนอ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้รัฐและประชาชนได้ประโยชน์

เมื่อถามว่า หากจ่ายตามการใช้งานจริง มีอะไรต้องแนบท้ายเพิ่มอีกหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า จริงๆ มีอีกหลายเรื่อง แต่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมกันก่อน แล้วจะสรุปอีกที

เมื่อถามว่า สังคมยังมีข้อกังขาเรื่องบริษัทที่เป็นคู่ทีโออาร์ ยืนยันว่าจะทำให้เรื่องนี้โปร่งใสได้ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ฝ่ายปฏิบัติการและข้าราชการประจำ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ต้องชี้แจงให้ได้

เมื่อถามถึงกรณีโลกโซเชียลฯ ออกมาเปิดข้อมูลว่า โครงการนี้มีผู้เตรียมตัวเข้าร่วมประมูลก่อนเริ่มโครงการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ เพราะมอบนโยบายอย่างเดียว

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พาดพิงนายไชยชนกว่า สาเหตุที่นายกรัฐมนตรีไม่แตะต้องโครงการนี้ เพราะเป็นโครงการของลูกนาย นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่เกี่ยวอยู่แล้ว เรายืนยันในเรื่องกฎระเบียบข้อบังคับ ต้องยืนหยัดแบบนั้น แต่ถ้ามีเรื่องผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบเมื่อไหร่ พร้อมที่จะรีเซ็ตทุกอย่าง แต่วันนี้ ทุกอย่างที่ได้รับการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าทุกอย่างถูกต้องตามกระบวนการ ก็เป็นไปตามนั้น

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะยื่นร้องให้องค์กรอิสระตรวจสอบ นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะตนเป็นผู้มอบนโยบาย ส่วนฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรงนั้น ยืนยันว่าเขาไม่กังวล เรื่องนี้ต้องไปถามฝ่ายข้าราชการประจำหรือฝ่ายปฏิบัติการ แต่ย้ำว่าส่วนตัวตนไม่กังวล

ไม่มีใครล่วงล้ำอธิปไตยได้ นายกฯ ลั่นไทยพร้อมรับทุกสถานการณ์ชายแดน

ไม่มีใครล่วงล้ำอธิปไตยได้ นายกฯ ลั่นไทยพร้อมรับทุกสถานการณ์ชายแดน

ไม่มีใครล่วงล้ำอธิปไตยได้ นายกฯ ลั่นไทยพร้อมรับทุกสถานการณ์ชายแดน

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.06 น.

“นายกฯ”ถก”สมช.” ลั่น!ไทยพร้อมรับทุกสถานการณ์ชายแดน ปัดข่าวรถถังกัมพูชาประชิดแนวชายแดนไทย ย้ำไม่มีใครล่วงล้ำอธิปไตยไทยได้

15 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ , พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม , นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช.และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุม

โดยก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุม สมช.วันนี้มีการพูดคุยเรื่องชายแดนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พูดคุยกันทุกเรื่อง

ต่อมาเวลา 16.10 น.ภายหลังการประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการกำชับอะไรในที่ประชุมเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หลายเรื่องซึ่งเป็นมติของที่ประชุม สมช. ทั้งเรื่องกลไกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) และเรื่องโดรนต่างๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับรายงานในเรื่องของรถถังฝั่งกัมพูชาประชิดแนวชายแดนหรือไม่ ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า รถถังล็อตที่ 2 ที่ทางการจีนส่งให้กัมพูชา ได้รับรายงานด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การที่กัมพูชาจะทำอะไรในดินแดนของเขาเราไม่มีสิทธิ์ไปยุ่ง เราเฝ้าระวังชายแดนของเราอย่างเต็มที่ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ จะไม่ให้ใครเข้ามารุกรานอธิปไตยของเรา ย้ำว่าตรงนี้มีความมั่นใจ

“อยู่ในดินแดนของเขา อยู่ในบ้านของเขา เราไม่มีสิทธิไปรับรู้รับทราบ เรามีความพร้อมในการป้องกันดินแดนของเรา ให้ความเชื่อมั่นว่าไม่มีใครล่วงล้ำหรือบุกรุกดินแดนของเราได้” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กัมพูชากำลังจะใช้สถานการณ์ที่คนไทยอยู่ในช่วงของความโศกเศร้า นายกฯ ย้อนถามว่า “คุณรู้ได้อย่างไร”

เลขาฯสมช.เผยมติที่ประชุม เห็นชอบตั้งศูนย์บริหารจัดการควบคุมโดรน

เลขาฯสมช.เผยมติที่ประชุม เห็นชอบตั้งศูนย์บริหารจัดการควบคุมโดรน

เลขาฯสมช.เผยมติที่ประชุม เห็นชอบตั้งศูนย์บริหารจัดการควบคุมโดรน

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.03 น.

“เลขาฯสมช.”เผยมติที่ประชุม เห็นชอบตั้ง”ศูนย์บริหารจัดการควบคุมโดรน” ให้”ทอ.”รับผิดชอบหลัก เสนอชื่อผู้แทนฝ่ายไทยในกระบวนการประนอมภาคบังคับเข้า ครม.พรุ่งนี้

15 มิถุนายน 2569 ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช.แถลงภายหลังการประชุม สมช.ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณา 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ แนวทางมาตรการป้องกันแก้ปัญหาเรื่องอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ซึ่งที่ประชุม สมช.เมื่อปี 68 เคยมีมติมอบหมายกองทัพอากาศ (ทอ.) จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการควบคุมต่อต้านอากาศยานไร้คนขับในสถานการณ์การสู้รบที่ผ่านมา ถือเป็นประเด็นสำคัญที่เราต้องมีการปรับแนวทางและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุม สมช.ครั้งนี้ได้มีการเห็นชอบจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการดังกล่าว โดยมี ทอ.เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก จะมีการจัดทำเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมารองรับในระยะเร่งด่วน เพื่อจัดระบบการบริหารจัดการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหลายหน่วยงานในการดำเนินการเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น กสทช. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย วิทยุการบิน และหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่เกี่ยวข้องที่จะทำงานร่วมกันบริหารจัดการเรื่องโดรน รวมทั้งเรื่องของการวางแผนปกป้องโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่างๆ ที่กระทบจากเรื่องโดรน

นายฉัตรชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเกี่ยวกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบก่อน และจะแถลงหลักการและรายละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุมครั้งนี้ได้มีการหารือถึงเรื่องผู้แทนฝ่ายไทยที่จะเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ต้องรอที่ประชุม ครม.อนุมัติก่อน เนื่องจากมีขั้นตอนต่างๆ เบื้องต้นมีชื่อแล้ว แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ รอ ครม.อนุมัติก่อน ซึ่งในที่ประชุม สมช.ครั้งนี้มีการพิจารณาตามหลักการและขั้นตอนทุกอย่างว่า เราต้องเตรียมการอะไรบ้าง เมื่อถามย้ำว่า จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เลยหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวยอมรับว่า ครับ เห็นว่า พยายามเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้

เมื่อถามว่า ที่ประชุม สมช.มีการประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา หรือไม่ เพราะมีเรื่องจีนส่งมอบรถถังให้กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคง เลขาธิการ สมช.กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงรายละเอียดในเรื่องนี้ การประชุมครั้งนี้เน้นเรื่องโดรน และ UNCLOS เป็นหลัก

มัลลิกา ลุยหาเสียงสีลม ชูนโยบายแก้รถติด-ค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ

มัลลิกา ลุยหาเสียงสีลม ชูนโยบายแก้รถติด-ค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ

มัลลิกา ลุยหาเสียงสีลม ชูนโยบายแก้รถติด-ค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.00 น.

15 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 12.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณถนนสีลม ซอย 5 และซอย 10 ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจับจ่ายใช้สอย ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนของพนักงานออฟฟิศในย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่พบปะประชาชนและพนักงานออฟฟิศในช่วงพักกลางวัน

ตลอดเส้นทางมีประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เจเนอเรชัน Z และเจเนอเรชัน Y เข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสียงเชียร์ “เบอร์ 14” ดังกึกก้องทั่วทั้งซอย สะท้อนกระแสความสนใจต่อนโยบายการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ที่มุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยแก้ไขปัญหากรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม

จากการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานออฟฟิศและคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ พบว่าปัญหาที่ต้องการให้เร่งแก้ไขมากที่สุด ได้แก่ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น การเดินทางที่ใช้เวลานาน ปัญหารถติดเรื้อรัง ค่าโดยสารสาธารณะที่เป็นภาระรายจ่าย การขาดพื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อน คุณภาพอากาศและฝุ่น PM2.5 รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงเวลากลางคืน

ขณะที่ประชาชนในกรุงเทพชั้นใน โดยเฉพาะย่านสีลม สาทร สุขุมวิท อโศก พระราม 4 และราชเทวี ยังสะท้อนปัญหาสำคัญเรื่องการจราจรติดขัด น้ำท่วมขังซ้ำซาก การค้าขายที่ชะลอตัว ทางเท้าไม่เป็นระเบียบ การเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะที่ยังไม่สมบูรณ์ และต้นทุนการดำรงชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยแผนยุทธศาสตร์ 14 ประการ หรือ “Human Innovation” ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีควบคู่กับความเข้าใจชีวิตของประชาชน โดยจะนำระบบ AI Traffic มาช่วยบริหารจัดการการจราจรแบบเรียลไทม์ ลดเวลาการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพรถโดยสารสาธารณะ พัฒนาระบบแจ้งเตือนน้ำท่วมล่วงหน้าด้วย AI Flood Radar ขยายพื้นที่สีเขียวทั่วกรุงเทพมหานคร ยกระดับความปลอดภัย 24 ชั่วโมงด้วยระบบไฟส่องสว่างและกล้องอัจฉริยะส่งสัญญาณทันทีเมื่อมีเหตุไม่ปกติตามตรอกซอกซอย รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองผ่านนโยบาย Street Food Paradise และการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งทุนและโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น

“กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับคนทุกวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่กำลังเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เราจะสร้างเมืองที่เดินทางสะดวก ปลอดภัย ทำมาหากินได้ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียมทั้ง 50 เขต” ดร.มัลลิกา กล่าว

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสตอบรับจากคนวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ในย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร ซึ่งให้ความสนใจต่อนโยบายการพัฒนาเมืองยุคใหม่ และต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวันของประชาชน

– 006