สันติ กาง 6 มาตรการเข้ม สกัดพวกฉวยโอกาส กักตุน-โก่งราคา รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

สันติ กาง 6 มาตรการเข้ม สกัดพวกฉวยโอกาส กักตุน-โก่งราคา รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

สันติ กาง 6 มาตรการเข้ม สกัดพวกฉวยโอกาส กักตุน-โก่งราคา รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.32 น.

“สันติ” เผย 6 มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคช่วงสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง รับ มีร้องกักตุนน้ำมันในภาคใต้ สั่ง สคบ.ลงพื้นที่ตรวจถี่ขึ้น บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น  

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) โดย นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แถลงว่า ในช่วงระหว่างสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจรวมถึงความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งกระทบต่อค่าขนส่งและต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ รวมถึงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของสินค้าและภาคบริการ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจบางส่วนอาจปรับวิธีการทางการค้า การปรับขึ้นราคาสินค้า การชะลอการส่งมอบสินค้า การปฎิเสธการขายหรือผิดสัญญาซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง 

นายสันติ กล่าวว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ประชุมและมีมติกำหนดแผนบูรณาการหน่วยงานและ กำหนด 6 มาตรการเพื่อเป็นการป้องกันในเชิงรุกเพื่อคุ้มครองประชาชนชาวไทย รวมทั้งประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศที่เข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย ซึ่งบูรณาการหน่วยงานในเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด นายกเมืองพัทยา และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องดำเนินการตาม 6 มาตรการให้ไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อความสงบเรียบร้อยและเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค

นายสันติ กล่าวว่า สำหรับ 6 มาตรการ ประกอบด้วย

1. สคบ.ได้เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมอีก 10 คู่สาย ประชาชนสามารถติดต่อได้หมายเลข 1166 และให้ สคบ.ประจำจังหวัดพิจารณาเปิดคู่สายตามความเหมาะสม

2. สคบ.ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดย สคบ.ต้องดำเนินการและบูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน รวมทั้งเฝ้าระวังการโฆษณาที่นำไปสู่การเข้าใจผิดของประชาชน เรื่องนี้ต้องเน้นย้ำ เพราะการโฆษณาในขณะนี้อาจจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนก หรือแม้กระทั่งมีการกักตุนสินค้าหรือการซื้อสินค้าในราคาแพงในภาวะที่จำยอม ต้องเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ฉลากข้าวสารบรรจุถุง หลักฐานการรับเงิน การซื้อขายถังก๊าซหุงต้ม รวมถึงควบคุมผู้ประกอบธุรกิจที่ให้เช่าที่พักอาศัยไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินจริง เพื่อป้องกันการเอารถเอาเปรียบ ซึ่งการคุ้มครองส่วนนี้ไม่ใช่เฉพาะประชาชนไทย แต่รวมทั้งชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยมาพักพิงในประเทศไทยด้วย

3. หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม. และเมืองพัทยา ต้องกำกับดูแลและควบคุมการขายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฏหมาย ได้แก่ การควบคุมฉลากกำกับทองคำรูปพรรณ และให้กรมการค้าภายในทุกจังหวัด รวมทั้งในส่วนกลางต้องเข้มงวดการบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการเพื่อเฝ้าระวังการฉวยโอกาสและการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

4. สคบ.และหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม. และเมืองพัทยา ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการทางด้านราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติและช่องทางช่องทางออนไลน์ที่ปลอดภัย 

5. ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ประชาชนมีทางเลือกในการชำระเงินหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต การโอนเงินผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่นและเงินสด ซึ่งหากเกิดกรณีสถานการณ์สู้รบขยายความรุนแรงอาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ภาวะสัญญาณเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้อง หรือมีปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้า การชำระเงินสดถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก

6. ให้ผู้ซื้อสินค้าและบริการออนไลน์เลือกซื้อจากแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการแก้ปัญหาหรือข้อพิพาท ระหว่างผู้ขายสินค้ากับผู้บริโภค ทั้งนี้ ขอให้ สคบ. พร้อมหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม และเมืองพัทยา ใช้อำนาจตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ดูแลสิทธิผู้บริโภคที่พักอาศัยอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือต่างชาติในภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนี้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบางปั๊มน้ำมันที่ประชาชนเข้าไปบริการแล้วระบุว่าน้ำมันหมด ในแง่การคุ้มครองผู้บริโภคจะดูแลประชาชนอย่างไรบ้าง นายสันติ กล่าวว่า ปัญหานี้มีการร้องเรียนเข้ามาบ้างแล้ว เรื่องนี้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้เรียกประชุมและให้มีการกำชับกรมการค้าภายในให้ร่วมกับ สคบ.ในการลงตรวจสอบว่าในสภาวะที่มันขาดแคลนมันเกิดจากการขาดแคลนจริงหรือเกิดจากการกักตุนกันแน่ ซึ่งกำชับให้มีความถี่ในการเข้าไปตรวจสอบ เมื่อถามอีกว่า มีพื้นที่ใดบ้างที่มีการร้องเรียนเข้ามา นายสันติ กล่าวว่า ตอนนี้ทางภาคใต้ก็มีที่ จ.พังงา ซึ่งมีการแจ้งเข้ามา และอาจจะมีพื้นที่อื่นบ้าง แต่เชื่อว่าอาจเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ

กรณ์ ข้องใจ ก.ล.ต.-ปปง. เกียร์ว่างปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้นหนี

กรณ์ ข้องใจ ก.ล.ต.-ปปง. เกียร์ว่างปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้นหนี

กรณ์ ข้องใจ ก.ล.ต.-ปปง. เกียร์ว่างปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้นหนี

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.22 น.

’ปชป.‘ บี้ ‘กลต.-ปปง.’ เปิดปากแจงปมเกียร์ว่างปล่อยกองทุน CAI ขายหุ้นหนี หลัง ‘สิงคโปร์’ รุกกวาดล้างจับผู้บริหาร-อายัดทรัพย์กว่า 160 ล้าน กังขายังเกรงใจ ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ เอี่ยว MOU สแกนม่านตา ที่ DSI ชี้ข้อกล่าวหาคู่สัญญาณ บ.ในเครือของ CAI พัวพัน ‘เบนสมิธ’ ด้วยหรือไม่ 

วันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แถลงกรณีที่ทางการสิงคโปร์ โดยสถาบันการเงินแห่งประเทศสิงคโปร์ หรือ MAS และสำนักงานตำรวจสิงคโปร์ หรือ SPF ได้กวาดล้างเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ โดยมีการจับกุมผู้บริหารระดับสูง 2 รายของบริษัท Capital Asia Investments หรือ CAI และอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์แต่หน่วยงานของไทยโดยเฉพาคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต.และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.ยังไม่ดำเนินการใด ๆ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงเตือน กลต.และ ปปง.ทราบตั้งแต่ 20 พฤศจิกายนปีที่แล้ว และปัจจุบัน พรรคฯ ยังได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ กลต.และออกแถลงกรณ์ เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ปรากฏคือ ปัจจุบันทางการของสิงคโปร์ ได้ดำเนินการกับ CAI แล้ว แต่ทั้ง 2 หน่วยงานของไทย ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ทั้งที่กองทุน CAI มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการตลาดทุนไทย และการปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย 

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้กองทุน CAI เคยถือหุ้น BCBG ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบางจาก จำนวน 16 ล้านหุ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เคยเรียกร้องให้หน่วยงานทั้ง กลต. และ ปปง.ไปตรวจสอบ แต่ก็ยังไม่มีการใด ๆ จน CAI ได้ขายหุ้น BCBG ออกไปเกือบทั้งหมด จึงเกิดเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น และหน่วยงานสิงคโปร์ยืนยันแล้วว่า CAI มีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และปั่นตลาดหุ้นไทย เว้นแต่กรณีของบางจากที่ ปปง. และ กลต.ได้มีการอายัดไป ดังนั้น ตนจึงตั้งข้อสงสัยว่า เมื่อ ปปง.เห็นพฤติกรรมของบางจาก จนมีคำสั่งยึดอายัดการขายหุ้น BCBG แล้ว เหตุใดไม่ดีเนินการกับหุ้นอื่น ๆ ที่ CAI ถือหุ้นไว้อยู่ จนปล่อยให้มีการขายหุ้นไปด้วย รวมทั้งในกรณีหุ้น BCBG นี้ เป็นเป็นการขายหุ้นหนีโดยกองทุน CAI ซึ่งตามกฎหมายใครก็ตามที่ซื้อหรือขายหุ้น ในระดับที่ที่ให้การถือหุ้นต่ำกว่า 5% จะต้องรายงานต่อ กลต. แต่ CAI ได้ขายไปถึง 5.62% ก็ไม่เคยมีการรายงานใด ๆ ให้ กลต.รับทราบ และ กลต.ยังปล่อยให้ CAI ดำเนินการดังกล่าวได้โดยไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ทั้งที่ควรประสานกับ ปปง.เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ จนปล่อยให้ CAI ขายหุ้นต่อไปได้ 

นายกรณ์ กล่าวถึงรัฐบาลที่กำกับ ปปง. และ กลต.ว่า รัฐบาล มีอุปสรรค หรือมีคำอธิบายอย่างใดว่า หน่วยงานรัฐทั้ง 2 หน่วยงานนี้ ไม่สามารถดำเนินการปกป้องประโยชน์ประชาชนได้อย่างทันท่วงที ทั้งที่รัฐบาล ได้เคยประกาศต่อสู้เอาจริงกับทุนเทา แต่ก็ช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน และความเสียหาย ก็ได้เกิดขึ้นในไทย จนทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ เกิดความเสียหายหลายครั้งรวมมูลค่าหลายแสนล้านบาท ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยเตือนรัฐบาลแล้วให้เร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการอายัดทรัพย์เป็นของรัฐ เพื่อสกัดไม่ให้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และนำเงินไปชดเชยให้กับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวง จนที่สุดกองทุน CAI ได้ขายหุ้น BCBG มูลหลายพันล้านบาทไปแล้ว และยังมีหุ้นอีกหลายตัวที่ถือหุ้นโดย CAI ที่ยังไม่ถูกอายัด และยังอยู่ในนามของคนกลุ่มนี้ในตลาดหลักทรัพย์ไทย ดังนั้น ต่อจากนี้รัฐบาล กลต. และ ปปง.จะดำเนินการอย่างไร เมื่อใด และจะมีแนวทางใดที่จะติดตามทรัพย์สินหน่วยงานที่ควรถูกยึด เพราะทรัพย์สินต่าง ๆ ควรจะถูกยึดไปได้แล้ว เพื่อนำไปชดเชยให้กับประชาชน ที่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง 

เมื่อถามว่าหลังจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะมีการดำเนินการเอาผิดทางอาญากับ กลต.และ ปปง.อย่างไรหรือไม่นั้น นายกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ พรรคฯ จะยังรอการชี้แจงจาก กลต. และ ปปง.ว่า มีเหตุผลหรือปัญหาใดที่ไม่ดำเนินการ ซึ่งในมุมของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เห็นความชัดเจนของปัญหา และความเสี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น จึงขอรอความชัดเจนจาก กลต.และ ปปง.ก่อนพิจารณาจะดำเนินการต่อไป 

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ยังมีประเด็นที่สังคมเคลือบแคลงใจต่อปัญหาดังกล่าวว่า มีการเกรงใจใครเกรงใจหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยึดตามหลักฐานที่ปรากฏว่า CAI ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญในวงการการเมืองหลายคน หรือแม้แต่กรณี MOU สแกนม่านตา ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ชี้ข้อกล่าวหาคู่สัญญาณ ก็เป็นบริษัทที่อยู่ในเครือของ CAI ซึ่งในวันที่ลงนามสัญญานายเบน สมิธ ก็เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พร้อมย้ำว่า พรรคฯ ไม่ได้ยึดตามภาพที่แพร่กระจายออกมาว่า นายเบน สมิธ เคยกินข้าวกับใครบ้าง แต่ยึดตามหลักฐานที่ปรากฏ 

“พรรคการเมืองที่กำลังจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน มีส่วนหรือเป็นสาเหตุที่ทำให้หน่วยงานไทยไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรมในการกำจัดขบวนการฟอกเงินในตลาดทุนไทยหรือไม่ ซึ่งยังไม่รับรวมกับผู้ลงนามในสัญญาที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในขณะนั้น ปัจจุบันก็เป็นประธาน กลต.ซึ่งก็ทำให้สังคมท้อใจ ที่จะเห็นโอกาสการเอาจริงเอาจังกับการต่อสู้กับทุนเทา ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการ แต่ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะเดินหน้าต่อ และจะรอคำถามจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะมีคำอธิบายอย่างไร ก่อนจะตัดสินใจเดินหน้าดำเนินการต่อไป และการต่อสู้ทุนเทา พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า เป็นวาระสำคัญที่จะต้องปฏิบัติเรื่องดังกล่าวต่อไป โดยจะทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง ต่อกรกับกลุ่มสแกมเมอร์ ที่ใช้ระบบเศรษฐกิจ ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งฟอกเงินจากธุรกิจที่มาจากการเอาเปรียบคนไทย” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

‘ธรรมนัส’ ยันมีคุณธรรมมากพอ ไม่เป็นฝ่ายแค้น พร้อมทำทุกบทบาท

'ธรรมนัส' ยันมีคุณธรรมมากพอ ไม่เป็นฝ่ายแค้น พร้อมทำทุกบทบาท

‘ธรรมนัส’ ยันมีคุณธรรมมากพอ ไม่เป็นฝ่ายแค้น พร้อมทำทุกบทบาท

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

“ธรรมนัส”มั่นใจรัฐบาลใหม่ สานต่อนโยบายโฉนดเพื่อการเกษตร ชี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมย้ำจุดยืนพรรคกล้าธรรม 58 เสียง พร้อมทำหน้าที่สภาฯ ไม่ว่าเป็นฝ่ายใด

วันที่ 11 มีนาคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ตอบถึงจากกระแสข่าวที่คาดการณ์ว่า รัฐบาลชุดใหม่จะไม่สานต่อนโยบายการยกระดับเอกสารสิทธิโฉนดเพื่อการเกษตร เป็นโฉนดครุฑแดง นั้น ว่า เรื่องดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแก้ไขกฏหมายมาตรา 39 และได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์กับประชาชน จึงมั่นใจว่ารัฐบาลใหม่ไม่ว่าใครก็ตามที่จะมานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ต้องสานต่อ แต่ถ้าไม่ได้รับการไม่สานต่อ พรรคกล้าธรรมก็มีกลไกล ของสส.ทั้ง 58 คนในสังกัดพรรคขับเคลื่อนผ่านสภา สำหรับประเด็นว่ามีนักวิชาการให้ความเห็นถึงสาเหตุที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลเป็นเพราะมีคำขอผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางคนนั้น ร้อยเอกธรรมนัส ระบุเพียงว่า“นักวิชาการคนนั้นไม่รู้จริง” เช่นเดียวกับกรณีที่นายไผ่ ลิคก์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรมได้ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ว่าการไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลเป็นการสกัดพรรคกล้าธรรม ไม่ให้เติบโต นั้น ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า นั่นก็เป็นความคิดเห็นของเลขาธิการพรรค ก็ต้องไปถามเลขา

ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวด้วยว่า ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคฯ จะมีการถอดบทเรียนถึงสาเหตุของการไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล ทั้งที่มีเสียง สส. 58 เสียงหรือไม่ ว่า  การเป็นนักการเมืองบางครั้งได้มาซึ่งชัยชนะการเลือกตั้งไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าเราจะสามารถเป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านได้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดเมื่อใดก็ตามที่เราไม่ใช่พรรคอันดับ 1 เราก็ไม่สามารถควบคุมได้  

ส่วนประเด็นที่มองถึงสายสัมพันธ์ระหว่างพรรคกล้าธรรม กับพรรคภูมิใจไทยขาดลงเพราะลงแข่งขันในพื้นที่เดียวกันใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าไม่แข่ง ก็จะเป็นการฮั้วเลือกตั้งสิครับ  ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนระบุว่าหากพรรคกล้าธรรมมาเป็นฝ่ายค้าน จะเป็นเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกนั้น ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวเพียงว่าว่า “ไม่มีหรอกครับ ผมไม่ใช่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝ่ายแค้น ไม่ต้องห่วงผมมีคุณธรรมพอ”

ศุภจี ขอปชช.ไม่ตื่นตระหนก เหตุตะวันออกกลาง ตอบปม WFH เพิ่มภาระค่าไฟให้ ปชช.

ศุภจี ขอปชช.ไม่ตื่นตระหนก เหตุตะวันออกกลาง ตอบปม WFH เพิ่มภาระค่าไฟให้ ปชช.

ศุภจี ขอปชช.ไม่ตื่นตระหนก เหตุตะวันออกกลาง ตอบปม WFH เพิ่มภาระค่าไฟให้ ปชช.

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.56 น.

“ศุภจี” ขอประชาชน ไม่ต้องตื่นตระหนก ภาวะสู้รบในตะวันออกกลาง ย้ำมีศูนย์ประเมินสถานการณ์รายวัน ยันรัฐบาลมีแผนรับมือผลกระทบทั้งระยะสั้น-ยาว ก่อนถามกลับสื่อ “ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น” หลังถูกถาม WFH เพิ่มภาระค่าไฟให้ปชช. บอกใครพร้อมก็ทำ ถ้าลำบากก็ไม่มีความจำเป็น ขอให้ดูที่ความเหมาะสม 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มี.ค.69  ที่ศูนย์การแสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบล้งมะพร้าว เพื่อตรวจสอบถึงกลุ่มนอมินี ว่า ”ไม่มีอะไร“  และย้ำว่าไม่เกี่ยวกับการขึ้นราคาน้ำมะพร้าว เพราะเป็นเรื่องของอุปสงค์และอุปทาน 

เมื่อถามว่า  ราคาสินค้า และผลทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง มีความน่ากังวลมากน้อยแค่ไหน นางศุภจี กล่าวว่า ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพราะจะเป็นตัวชี้วัดของราคาสินค้า ทั้งอุปโภคและบริโภค ซึ่งเรามีศูนย์บริหารสถานการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกันกับหลายกระทรวง เพื่อทำให้มั่นใจว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์เราจะสามารถมีนโยบาย หรือมาตรการมาช่วยปกป้อง ประชาชนได้ 

เมื่อถามว่า ประชาชนไม่จำเป็นจะต้องตื่นตระหนกมากไปใช่หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ตอนนี้ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็จะมีการแถลงข่าวอยู่แล้วว่าจะมีสถานการณ์แบบใด ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก และขอให้ช่วยกันในเรื่องของพลังงาน ช่วยกันให้ถึงที่สุด 

ส่วนหากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีมาตรการรับมืออย่างไรบ้าง นางศุภจี ตอบว่า เรามีการวางมาตรการไว้ ถ้าเป็นผลกระทบระยะสั้น หรือ ระยะยาวเราก็มีมาตรการรองรับเช่นกัน ตอนนี้เราต้องประเมินวันต่อวัน และทางศูนย์ฯ ก็จะมีการประเมินสถานการณ์วันต่อวันประชาชนไม่ต้องตกใจ 

เมื่อถามว่ามาตรการ work from home เริ่มที่กลุ่มข้าราชการก่อนนั้น นางศุภจี กล่าวว่า  หากหน่วยงานไหนมีความพร้อมก็สามารถทำได้ทันที ซึ่งจริง ๆ แล้วถือเป็นสิ่งที่ดี และต้องมานั่งดูเรื่องกระบวนการทำงาน หน่วยงานไหนที่ยังไม่พร้อมก็ต้องมานั่งดูแลตัวเอง ว่าจะทำยังไงจะทำอย่างไรให้ทำงานนอกสถานที่ได้ ซึ่งย้ำว่าถือเป็นสิ่งที่ดีที่ต้องกลับมาดูกระบวนการทำงานและใช้เทคโนโลยี

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่น เนื่องจากกระแสข่าวการเก็บสำรองน้ำมัน ปุ๋ย ซึ่งประชาชนกังวลว่าจะมีราคาสูงขึ้นนั้น นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลมีการให้ข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องการสำรองน้ำมันที่อยู่ได้ 90 กว่าวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้ข้อมูลว่ามีการหาแหล่ง น้ำมันเพิ่มเติมน้ำมันเพิ่มเติมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่อยากให้กังวลจนเกินไป ขอให้ติดตามการแถลงข่าวของรัฐบาลทุกวันถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ในการที่จะทำให้ทุกอย่างมีเสถียรภาพมากที่สุดในปัจจัยที่เราควบคุมได้ อย่างไรก็ตามก็ยังมีปัจจัยอื่นที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ในเรื่องของพลังงานก็ยังมีวัตถุดิบบางอย่าง ที่ต้องนำเข้าที่ต้องนำเข้าจึงมีการปรับการใช้ไบโอดีเซล ด้วยการปรับสูตร มีการใช้ปาล์มน้ำมันและการทบทวน การใช้มันสำปะหลังอ้อย และมีเอทานอลผสมกับเบนซินมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะทำเท่าที่เราจะทำได้ 

เมื่อถามว่านโยบาย work from home เป็นการลดภาระของรัฐบาลแต่เพิ่มภาระค่าไฟให้ประชาชนมากขึ้นหรือไม่ นางศุภจี หันกลับมาถามนักข่าวว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ก่อนจะบอกว่าใช้วิธีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าประชาชนคิดว่าลำบากในเรื่องค่าใช้จ่าย การจะมาทำงานในที่ทำงานก็ไม่เสียหาย อยู่ที่การมองเรื่องความสมดุลมากกว่า ถ้าลำบากก็ไม่มีความจำเป็นก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำงานที่บ้านได้ เราต้องดูถึงความถูกต้องและเหมาะสม ใครทำได้ก็ทำทุกคนต้องช่วยกัน

สภา พร้อมจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค. โหวตเลือก ‘ปธ.-รองปธ.สภา’ 15 มี.ค.

สภา พร้อมจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค. โหวตเลือก ‘ปธ.-รองปธ.สภา’ 15 มี.ค.

สภา พร้อมจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค. โหวตเลือก ‘ปธ.-รองปธ.สภา’ 15 มี.ค.

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.50 น.

‘สภาฯ’ พร้อมจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค.นี้ นัดประชุมโหวตเลือก ‘ปธ.-รองปธ.สภา’ 15มี.ค.  ขณะที่ยอดสส.498คน ขาดแค่ ’พีระพันธุ์‘

วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 ในวันที่ 14 มี.ค. เป็นต้นไปว่า ทางรัฐสภามีความพร้อมต่อการจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันดังกล่าว โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะเชิญสส. สว. รวมถึงนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ทูตานุทูต ประธานองค์กรอิสระ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมรัฐพิธี ที่จะจัดที่ห้องโถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา ในเวลา 17.00 น. โดยขณะนี้ทางสำนักงานได้จัดสถานที่ให้มีความพร้อมต่อการจัดรัฐพิธีแล้ว

นายศิโรจน์ กล่าวต่อว่า ขณะที่การเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ ทั้งนี้ได้รับการประสานมาจากพรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมาก ว่ามีความพร้อมในวันที่ 15 มี.ค. ดังนั้นทางสำนักงานจะจัดประชุมสภาฯ ในวันดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เพื่อให้ สส. กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมก่อนปฏิบัติหนน้าที่ และเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ สำหรับจำนวนรองประธานสภาฯ จะมีกี่คนต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภาฯ จะพิจารณาและมีมติ ขณะที่การประชุมนัดถัดไปเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะเป็นเมื่อใดนั้น ต้องรอให้ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งก่อน จึงจะกำหนดได้ว่าจะนัดประชุมสภาฯเพื่อโหวตเลือกนายกฯ ได้เมื่อใด
สำหรับการรับรายงานตัวสส. จากข้อมูลวันนี้ (11 มี.ค.) มียอดสส. เข้ารายงานตัวแล้ว 498 คน ยังเหลือ สส.ที่รอการเข้ารายงานตัว 1 คน  จึงจะครบ 499 คนที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับสส. 1 คนที่ยังไม่เข้ารายงานตัว คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้งนี้ยังไม่มีการประสานมายังสำนักงานเลขาธิการสภาฯ อย่างเป็นทางการว่าจะเข้ารายงานตัวเมื่อใด อย่างไรก็ดี นายพีระพันธุ์ยังสามารถมารายงานตัวสส. ต่อสภาฯ ที่ยังคงเปิดรับรายงานตัวแบบภายในได้

นายกฯ โชว์เบ่งกล้ามทำแข็งแรง หลังสื่อถามหายป่วยหรือยัง เปิดงาน​ THAIFEX – HOREC ASIA 2026​ 

นายกฯ โชว์เบ่งกล้ามทำแข็งแรง หลังสื่อถามหายป่วยหรือยัง เปิดงาน​ THAIFEX – HOREC ASIA 2026​ 

นายกฯ โชว์เบ่งกล้ามทำแข็งแรง หลังสื่อถามหายป่วยหรือยัง เปิดงาน​ THAIFEX – HOREC ASIA 2026​ 

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.48 น.

‘นายกฯ’​ โชว์เบ่งกล้ามทำแข็งแรง หลังสื่อถามหายป่วยหรือยัง เปิดงาน​  THAIFEX – HOREC ASIA 2026​  ชิมสินค้าฝีมือคนไทย​  ไม่บอก​เปิดปาก​หลังโหวตประธานสภา​-นายกฯ​ หรือไม่​ ขณะที่บ่ายนี้เตรียมคุยเอกอัครราชทูต​ออสเตรเลีย​ หารือซื้อพลังงาน​ ยัน มีกระทรวงพลังงานรับผิดชอบหาแหล่งน้ำมันเพิ่ม​ หลังอิหร่านเริ่มวางกับระเบิดช่องแคบฮอร์มุซ​ 

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์การแสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 ณ ห้องจูปีเตอร์ 4-6 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รอให้การต้อนรับ

เมื่อเดินทางถึงสื่อมวลชนสอบถามถึงอาการป่วยของนายกรัฐมนตรีว่าหายดีแล้วหรือยัง นายกรัฐมนตรี ทำท่าเบ่งกล้ามแข็งแรง และยิ้มให้กับสื่อโดยไม่ได้พูดอะไร ก่อนเดินเข้าร่วมงาน

โดยนายอนุทิน กล่าวว่า จากความสำเร็จของการจัดงาน และการเติบโตของภาคธุรกิจ HoReCa สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของธุรกิจโรงแรม และการบริการของโลก ซึ่งจุดแข็งของไทยไม่ได้อยู่แค่สินค้า และบริการ แต่ยังรวมถึงวัฒนธรรมอาหาร การออกแบบ ไลฟ์สไตล์ ตลอดจนการต้อนรับและไมตรีจิตแบบไทยที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และขยายโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทยในเวทีสากล 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ จัดแสดงสินค้า​ ซึ่งระหว่างเดินชมสินค้า​ ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำนายกรัฐมนตรี​ว่าหายป่วยแล้วใช่หรือไม่​ ซึ่งนายอนุทิน​ นำมือมาจับที่คอแสดงอาการว่าเจ็บคอ​ กล่าวสั้นๆว่า​ หายแล้ว​ ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าสามารถตอบคำถามผู้สื่อข่าวได้แล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี​ หัวเราะก่อนกล่าวว่า ยัง​ ป่วยอยู่​  

ผู้สื่อข่าวถึงถามย้ำว่า นายกฯจะป่วยอีกกี่วัน หรือต้องรอหลังโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรนายกฯจึงจะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนได้​ นายกฯหัวเราะในลำคอ และยิ้มก่อนกล่าวว่า ชอบแกล้งอยู่เรื่อย​ พร้อมชี้แจ้งว่า เมื่อวานท้องเสีย เพราะทานอาหารญี่ปุ่นซึ่งเป็นของดิบ

ก่อนที่นายก​ฯ​จะเดินชมสินค้าต่อ​ พร้อมชิม​น้ำซุปที่ปรุงโดยเครื่องปรุงสกัดจากผัก ซึ่งมีรสเค็มใช้แทนเกลือ เหมาะสำหรับผู้ป่วย​ เป็นสินค้าของไทย พร้อมชิมไอศกรีมที่ทำจากนมถั่วเหลือง​ และช็อก​โกแลต​ จ.ตาก​ นายอนุทินถึงกับออกปากว่า​ ของคนไทยอร่อยที่สุด

ขณะที่ในช่วงกลางวันนายกฯ มีกำหนดการรับประทานอาหารกลางวันเป็นการส่วนตัวร่วมกับ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย น.ส.แอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์ส​  ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการเจรจาซื้อน้ำมันหรือไม่​ นายอนุทิน กล่าวว่า​ นัดกันมานานแล้ว​ เมื่อถามย้ำว่า จะเจรจาซื้อน้ำมันจากออสเตรเลีย​ใช่หรือไม่​ นายกฯ​ กล่าวว่า​ ก็คุยไว้ทั้งหมด​ 

อย่างไรก็ตามก่อนที่นายกฯจะเดินทางกลับ​ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการจัดหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติม​หลังอิหร่านประกาศวางทุ่นระเบิดช่องแคบฮอร์มุซ​ ซึ่งจะทำให้การจัดหาพลังงานยากขึ้นหรือไม่​ ว่า​ เรามีกระทรวงพลังงาน​รับผิดชอบ​ เราไม่ได้ซื้อจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง​ เรามีเครือข่ายในการซื้อจัดหาน้ำมันจากทั่วโลก​ แต่ไม่ได้ตอบคำถึงมาตรการเวิร์ค​ฟอร์มโฮมสำหรับประชาชน

นอกจากนี้ นายกฯ​ ไม่ได้ตอบคำถามกรณีนายฮุน​ มาเนต​ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศจะเจรจากับไทยขอคืนพื้นที่หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์​ รวมถึงเรื่องการถ่ายโอน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน​ ราชอาณาจักรภาค 4​ ส่วนหน้า​ มาอยู่ภายใต้กำกับกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย​ 

กรณ์ แนะรัฐบาล เร่งปรับโครงสร้างค่าไฟ-ลดนำเข้า LNG ชี้มีศักยภาพอยู่แล้ว แค่รอนโยบายรัฐบาล

กรณ์ แนะรัฐบาล เร่งปรับโครงสร้างค่าไฟ-ลดนำเข้า LNG ชี้มีศักยภาพอยู่แล้ว แค่รอนโยบายรัฐบาล

กรณ์ แนะรัฐบาล เร่งปรับโครงสร้างค่าไฟ-ลดนำเข้า LNG ชี้มีศักยภาพอยู่แล้ว แค่รอนโยบายรัฐบาล

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.06 น.

’กรณ์‘ หนุนรัฐบาลออกมาตรการรับมือ-เตือนผลกระทบประชาชนจากเหตุตะวันออกกลาง – แนะปรับโครงสร้างราคาค่าไฟไทย-ลดนำเข้า LNG ชี้มีศักยภาพอยู่แล้ว แค่รอนโยบายรบ.

วันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ กล่าวถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานของราคาพลังงานของไทย จนรัฐบาลรักษาการได้ออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อรับมือ เช่น การเวิร์คฟรอมโฮม โดยเห็นว่า รัฐบาล มีความเหมาะสมที่จะส่งสัญญาณให้ประชาชนตระหนักสถานการณ์ดังล่าว เพราะมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ และอาจยืดเยื้อ ดังนั้น จึงควรตื่นตัว และปรับตัว ซึ่งดีกว่าที่จะบอกว่า ไม่มีปัญหาใด ๆ และการส่งสัญญาณเช่นนี้ ก็เป็นการทำให้ทุกคนตระหนัก เพราะเชื่อว่า จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแน่นอน และหวังว่า สถานการณ์จะไม่ยืดเยื้อ เพราะมิเช่นนั้น ประประเทศไทย จะได้รับผลกระทบด้วย โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงาน ทั้งน้ำมันและแก๊ส ในระดับที่สูง คิดเป็น 6.5% ของ GDP เช่นเดียวกับประเทศเอเชียอื่น ๆ ที่ใช้แหล่งพลังงานจากตะวันออกกลาง แต่สหรัฐอเมริกา และยุโรป จะได้รับผลกระทบเฉพาะราคานั้น แต่ประเทศไทย จะได้รับผลกระทบทั้งราคา และการเข้าถึง ทั้งอาจถึงขั้นซื้อแก๊สไม่ได้ ดังนั้น ตนจึงเห็นด้วยที่รัฐบาล จะส่งสัญญาณให้ประชาชนเตรียมตัว 

นายกรณ์ ยังกล่าวถึงนโยบายการดูแลราคาพลังงานของรัฐบาลด้วยว่า การกดราคาน้ำมันดีเซล 15 วันไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทว่า ก็สามารถทำได้ผ่านกองทุนน้ำมัน แต่ตนก็ได้เตือนรัฐบาลแล้วว่า กรณีที่กระทรวงพลังงาน ขอให้กระทรวงการคลัง ออก พ.ร.ก.การกู้เงิน เพื่อช่วยกองทุนน้ำมัน และตนก็ยินดีที่คณะรัฐมนตรี ได้ถอนเรื่องดังกล่าวออก เพราะสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากกองทุนน้ำมันติดลบหลายแสนล้านบาทตั้งแต่สงครามยูเครน แต่ปัจจุบันกองทุนฯ สามารถดูแลตนเองได้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกู้ 

เมื่อถามว่าราคาพลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานราคาต้นทุน รัฐบาลควรรับมืออย่างไรนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า ราคาพลังงานมีผลต่อการขนส่ง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญ และเป็นเหตุผลที่ทุกรัฐบาลต้องดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลได้รับผลกระทบ เพราะการขนส่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก ส่วนผลต่อราคาสินค้าระยะยาวอีกมิตินั้น การอ่อนค่าของเงินบาท ก็มีผลต่อค่าครองชีพประชาชน เพราะทำให้เงินบาทที่ใช้ในการนำเข้าน้ำมันสูง และหวังว่า สงครามจะไม่ยืดเยื้อ ซึ่งรัฐบาลควรมีแผนรองรับทุกสถานการณ์ เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน รวมถึงค่าไฟ ปรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าไม่พึ่งพาเฉพาะแก๊สถึง 70% ที่ครึ่งหนึ่งจะต้องนำเข้า และปัจจุบันก็เกิดปัญหาที่ LNG ของไทยส่วนใหญ่ นำเข้ามาจากกาตาร์ และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย ดังนั้น รัฐบาล จึงจะต้องดูแลค่าไฟ และปรับโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าของไทยด้วย ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว เพียงแต่รอนโยบายของรัฐบาลเท่านั้น 

สส.เป็นของเรา คดีเป็นของคุณ จาก ม.112 ถึง นับใหม่ มวลชนส้ม โดนเท ซ้ำซาก

สส.เป็นของเรา คดีเป็นของคุณ จาก ม.112 ถึง นับใหม่ มวลชนส้ม โดนเท ซ้ำซาก

สส.เป็นของเรา คดีเป็นของคุณ จาก ม.112 ถึง นับใหม่ มวลชนส้ม โดนเท ซ้ำซาก

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.46 น.

ภาพของ นายณัฐพงษ์  เรืองปัญญาวุฒิ ที่นำทัพ ส.ส. พรรคประชาชน (ปชน.) เดินตบเท้าเข้าสู่รัฐสภาเพื่อรายงานตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มชื่นมื่นเมื่อวันก่อน กำลังกลายเป็นภาพสะท้อนที่ย้อนกลับไปถามถึง “ต้นทุน” ของความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นล้อมหีบบัตรเลือกตั้งที่ชลบุรี  ประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง  หรือเพดานมาตรา 112 ที่เคยถูกชูไว้สูงลิบ จนสุดท้ายเหลือเพียง “คดีความ” ที่ทิ้งไว้เบื้องหลังให้กับมวลชน ขณะที่แกนนำพรรคก้าวข้ามสู่บทบาทใหม่ในสภาฯ ด้วยใบหน้าเปื้อนบิ้ม

ย้อนกลับไปในช่วงที่กระแสการตรวจสอบ กกต. พุ่งพล่าน สมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดคงหนีไม่พ้น ชลบุรี เขต 1 ซึ่งถูกปูพรมด้วยวาทกรรม “โกงเลือกตั้ง” โดยมีแกนนำระดับแม่เหล็กของพรรคลงพื้นที่ปักหลักขยี้ประเด็นอย่างเข้มข้นจนเกิด “ดาวเด่น” ภาคประชาชนขึ้นมาในชั่วข้ามคืน ภาพจำที่สื่อบางสำนักยกย่องให้เป็นฮีโร่ในเวลานั้น  คือ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง หญิงสาวสวมเสื้อลิเวอร์พูลสีแดงที่กลายเป็นไวรัลจากการบุกเข้าไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง และ  น.ส.มนัสนันท์ กรเกษม หรือ “เจ๊ตอง” หญิงร่างท้วมผู้มีลีลาการปราศรัยดุดันปลุกเร้ามวลชนหน้าสถานที่นับคะแนน

 มวลชนส้ม

แฟ้มภาพ

ทว่าเมื่อแสงไฟจากสปอร์ตไลท์ดับลง และพรรคเปลี่ยนผ่านสู่บริบทใหม่ ผลลัพธ์ที่ตามมากลับเป็นชะตากรรมที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว เมื่อ ผอ.เลือกตั้ง เขต 1 ชลบุรี แจ้งความเอาผิดกลุ่มแนวร่วม 3 รายรวด คือ น.ส.มนัสนันท์ (เจ๊ตอง), น.ส.เบญจพร (สาวเสื้อแดง) และ น.ส.กนกวรรณ สร้อยสม (เฟิร์น) ในข้อหาหนักทั้งบุกรุก ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ และทำลายหีบบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และเสี่ยงถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนานถึง 20 ปี ขณะที่เหล่าขุนพลพรรคที่เคยไปยืนเคียงข้างปลุกใจในวันนั้น วันนี้กลับเดินรายงานตัวเข้าสภาฯ อย่างหน้าชื่นตาบาน ทิ้งให้ “ฮีโร่ชั่วคราว” ต้องเดินสายพบทนายและสู้คดีเพียงลำพัง

ไม่เพียงแค่สมรภูมิชลบุรี พรรคประชาชนยังเคยเดินหน้าเขย่าความเชื่อมั่นผ่านประเด็น “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” โดยอ้างว่าทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ มีการระดมนักวิชาการและอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมทำ “การเลือกตั้งจำลอง” เพื่อดิสเครดิต กกต. อย่างเป็นระบบ แต่เมื่อประเด็นนี้จุดไม่ติดและไม่สามารถเปลี่ยนผลการเลือกตั้งได้จริง กระแสก็เงียบหายไป  ทิ้งไว้เพียง “ตัวเลขจำเลย” ที่เพิ่มขึ้นอีก 6 คนจากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ยุทธศาสตร์การเมืองที่ใช้มวลชนเป็น “เบี้ย” เพื่อสร้างแรงกดดันชั่วคราว แต่เมื่อพรรคได้ที่นั่งในสภาฯ ประเด็นเหล่านี้กลับถูกลดระดับความสำคัญลงทันที

 มวลชนส้ม

แฟ้มภาพ

สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับแนวร่วมสายอุดมการณ์ คือปรากฏการณ์ซ้ำรอยในกรณีการชูธงแก้ มาตรา 112 ซึ่งเคยเป็นจุดขายสูงสุดของพรรคส้มในอดีต ที่มีการปลุกเร้าเยาวชนและคนรุ่นใหม่จนเกิดการเคลื่อนไหวบนท้องถนนและต้องคดีความกันถ้วนหน้า

แต่ในวันที่พรรคต้องการรักษาสถานะทางอำนาจ  กลับมีการ “ลดเพดาน” และประกาศชัดเจนว่าไม่มีนโยบายแก้ 112 อีกต่อไป กลายเป็นความโหดร้ายทางการเมือง เพราะในขณะที่ “ตัวพรรค” ปรับตัวเพื่อความอยู่รอด แต่มวลชนที่หลงเชื่อกลับต้องกลายเป็นผู้ “ติดคุกฟรี” โดยที่อุดมการณ์ต้นทางถูกสละทิ้งเพื่อแลกกับตั๋วเข้าสู่กระบวนการทางอำนาจต่อไป

 มวลชนส้ม

แฟ้มภาพ

บทสรุปของการเข้าสภาฯ ในรอบนี้ จึงไม่ใช่แค่การเริ่มหน้าที่ ส.ส. แต่มันคือการตอกย้ำความลักลั่นของ “การเมืองสายกระแส” ที่ใช้ “มวลชนเป็นเชื้อเพลิง” ในการขับเคลื่อน เมื่อถึงจุดหมาย พรรคก็ได้ครองเก้าอี้และงบประมาณแผ่นดิน ขณะที่มวลชนแนวร่วมที่ออกตัว ออกหน้าให้ขับเคลื่อนประเด็นที่พรรคจุดขึ้นมา  กลับต้องเผชิญวิบากกรรมตามยถากรรม บทเรียนจากชลบุรีถึงมาตรา 112 สอนให้รู้ว่า ในสมรภูมิอำนาจ “พรรค” มักจะมีร่มชูชีพส่วนตัวเสมอ แต่สำหรับ “มวลชน” ที่เดิมพันด้วยอิสรภาพ พวกเขามักจะถูกทิ้งให้เผชิญกับพายุเพียงลำพัง… ในวันที่แกนนำพรรคเดินหน้าฉลองชัยชนะอย่างเป็นทางการ

‘ธรรมนัส’ ห่วงสงครามตะวันออกกลาง ทำต้นทุนเกษตรพุ่ง เผยยังไม่เก็บของกลับบ้าน ขอทำหน้าที่จนวาระสุดท้าย

'ธรรมนัส' ห่วงสงครามตะวันออกกลาง ทำต้นทุนเกษตรพุ่ง เผยยังไม่เก็บของกลับบ้าน ขอทำหน้าที่จนวาระสุดท้าย

‘ธรรมนัส’ ห่วงสงครามตะวันออกกลาง ทำต้นทุนเกษตรพุ่ง เผยยังไม่เก็บของกลับบ้าน ขอทำหน้าที่จนวาระสุดท้าย

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.45 น.

“ธรรมนัส”ห่วงใยเกษตรกรไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ย้ำเร่งแก้ปัญหาที่ค้างคา ก่อนส่งมอบงานให้รัฐบาลใหม่ ยันยังไม่เก็บของกลับบ้าน ขอเดินหน้าแก้ปัญหาจนวาระสุดท้าย

วันที่ 11 มีนาคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่เกษตรกรใช้ รวมถึงต้นทุนการผลิตของภาคเกษตรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งยังมีกลุ่มชาวประมงส่งสัญญาณเตรียมเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลนั้น ว่า ในขณะนี้คณะรัฐมนตรียังมีอำนาจปฏิบัติหน้าที่อยู่ ซึ่งหากเป็นนักการเมืองคนอื่น อาจเตรียมเก็บของกลับบ้านไปแล้ว แต่ยืนยันว่าจะยังคงทำหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนโยบายและการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงดำเนินการตามปกติ โดยได้ประสานงานกับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงอธิบดีของแต่ละกรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อหารือแนวทางรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญ

อย่างไรก็ตามขณะนี้ปัญหาด้านการตลาดของสินค้าเกษตรยังไม่รุนแรงมากนัก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเรื่องต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นราคาปุ๋ยหรือราคาน้ำมัน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง และเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ได้หารือร่วมกับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงผู้บริหารของกระทรวงว่า จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนต่อไปในการดำเนินนโยบายต่อไป

นิพิฏฐ์ ปลุกขวัญ สส. อย่าปล่อยรัฐบาลลุแก่อำนาจ

นิพิฏฐ์ ปลุกขวัญ สส. อย่าปล่อยรัฐบาลลุแก่อำนาจ

นิพิฏฐ์ ปลุกขวัญ สส. อย่าปล่อยรัฐบาลลุแก่อำนาจ

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.30 น.

วันนี้ 11 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนบนหน้าฟีดเช้านี้  เมื่อนาย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ร่ายยาวถึงบทบาทฝ่ายค้านที่มีคุณภาพพร้อมตั้งคำถามตัวโตๆ ถึงการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “จงภูมิใจในการเป็นฝ่ายค้าน ที่ให้ภูมิใจ มิใช่เพราะตอนเป็นนักการเมือง ผมเป็นฝ่ายค้านมากกว่าเป็นรัฐบาล แต่เป็นเพราะตอนประชาชนเลือกเราเป็น สส. เขาไม่รู้หรอกว่าเลือกแล้วเราจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เขาเลือกเพราะต้องการให้เราไปเป็นตัวแทนของเขา(representative) ที่สำคัญ เป็น Representative ที่มีคุณภาพด้วย ก็อยากบอกประชาชนให้เข้าใจด้วยว่า การเป็นฝ่ายค้าน ยากกว่าการเป็นรัฐบาลมากยิ่งมีรัฐบาลที่ลุแก่อำนาจ แสวงหาผลประโยชน์ การเป็นฝ่ายค้านยิ่งยาก ยิ่งฝ่ายค้านที่มือไม่สะอาด หรือ หลังมีแผล เข้าไปแล้วก็ทำได้เพียงไปนั่งหาวในสภา ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาฝ่ายรัฐบาลที่ง่ายที่สุด คือ การเป็นรัฐมนตรี ใครที่คิดว่า ตัวเองต้องเป็นฝ่ายค้านแน่นอนแล้วลองแสดงภูมิให้ผมเห็นหน่อยสิว่า ทำไมวิกฤติพลังงาน , วิกฤติน้ำมัน นายกรัฐมนตรีไม่เป็นประธานแก้ปัญหาราคาน้ำมันเอง ทั้งที่เรื่องนี้ใหญ่มาก เกือบทุกประเทศนายกรัฐมนตรีลงมาแก้ปัญหาเองทั้งสิ้น ทำไมให้คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่มีครอบครัวเป็นผู้จำหน่ายน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ เป็นประธานแก้ปัญหาราคาน้ำมัน ใครเป็นฝ่ายค้านลองตอบหน่อย หรือว่า .. ไม่มีฝ่ายค้าน?”

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างตบเท้าเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและการทำงานของฝ่ายค้านในปัจจุบัน เช่น

“คนที่มีกาแฟเอง.ชงเอง.แล้วกินเอง.คงลื่นคอหอย.แน่นอน.ฯ”

“เก็บเป็นข้อมูลไว้ประเมินเลือกตั้งคราวหน้าครับ”

“เรื่องน้ำมัน นายกฯ เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆ เลยให้เด็กๆทำครับ ก็เหมือนกับเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่ให้คนอื่นทำก็เพราะเป็นเรื่องเล็กๆ ก็ให้เด็กๆทำเหมือนกัน……เลยพังพินาศ เละเทะไงครับ…..55555”

“การมีส่วนได้เสีย รธน.ห้ามชัดเจน”

“ในเมื่อพรรคเป็นฝ่ายค้าน ผมก็จะเป็นฝ่ายค้านจะหาข้อมูลต่างๆส่งให้พรรคแน้นอน”

“ฝายค้านที่มีคุณภาพคับ สุ้คับปม”

“อย่ากลัวความจริงค่ะเราตกเป็นเบี้ยล่างมานาน..ต้องสู้ค่ะ”

“เป็นกำลังใจให้ค่ะ”

“เดโมแครตกับรีพับรีกัน”

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ