แสวง เตรียมยื่นบัญชีพยานคดีบาร์โค้ด 11 คน ต่อ ศาล รธน. เผยเป็นคนในกกต. 7 คนนอก 4

แสวง เตรียมยื่นบัญชีพยานคดีบาร์โค้ด 11 คน ต่อ ศาล รธน. เผยเป็นคนในกกต. 7 คนนอก 4

แสวง เตรียมยื่นบัญชีพยานคดีบาร์โค้ด 11 คน ต่อ ศาล รธน. เผยเป็นคนในกกต. 7 คนนอก 4

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.49 น.

แสวง เตรียมยื่นบัญชีพยานคดีบาร์โค้ด 11 คน ต่อ ศาล รธน. คดีบาร์โค้ด เผยคนในกกต. 7 คน และคนนอก 4 คน ระบุพยานทุกคนพร้อม หากศาลฯ เรียก

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ ถนนแจ้งวัฒนะกรุงเทพฯ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการยื่นบัญชีพยาน และความเห็นของพยานในคดีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่าขณะนี้สำนัก งาน กกต.ยื่นบัญชีรายชื่อพยานทั้งหมด 11 คน โดย 7 คนเป็นคนจากสำนักงาน กกต. และอีก 4 คนเป็นคนนอก ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและผู้เชี่ยว ชาญด้านเทคโนโลยี  ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงจัดทำความเห็นของพยานทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเตรียมส่งให้ศาลรัฐธรรม นูญพิจารณา ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะเรียกพยานที่กกต.ได้เสนอไปมาไต่สวนหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม พยานของกกต.ทุกคนมีความพร้อมที่จะไปให้การด้วยตัวเองถ้าศาลเรียก

ปชน.กังขา ปธ.สภาฯ มีอะไรขัดข้อง ไม่ยอมเสนอชื่อ เท้ง แต่งตั้งเป็น ผู้นำฝ่ายค้าน

ปชน.กังขา ปธ.สภาฯ มีอะไรขัดข้อง ไม่ยอมเสนอชื่อ เท้ง แต่งตั้งเป็น ผู้นำฝ่ายค้าน

ปชน.กังขา ปธ.สภาฯ มีอะไรขัดข้อง ไม่ยอมเสนอชื่อ เท้ง แต่งตั้งเป็น ผู้นำฝ่ายค้าน

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.29 น.

ปชน. กังขา ประธานสภาฯ มีอะไรขัดข้อง ไม่ยอมเสนอชื่อ เท้ง แต่งตั้งเป็น ผู้นำฝ่ายค้าน ด้าน โสภณ แจงทำตามขั้นตอน ไม่มีถ่วงเวลา

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติ เรื่องขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และเยียวยาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากภาวะการสู้รบในตะวันออกกลาง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอหารือแทรกการพิจารณา ถึงความชัดเจนที่นายโสภณ จะนำชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอแต่งตั้งให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ารับตำแหน่งแล้ว และตามรัฐธรรมนูญญ มาตรา 106 จำเป็นต้องแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานระบุว่ายังไม่ได้รับเอกสารแจ้งว่าใครเป็นหัวหน้าพรรค และข้อเท็จจริงจากที่ตนตรวจสอบพบว่าไม่จำเป็นต้องใช้เอกสาร และเมื่อวันที่ 27 เม.ย.  ประธานสภา กล่าวด้วยตนเองระบุว่าไม่ต้องใช้เอกสารนั้นและจะลงนามทูลเกล้าฯ ชื่อผู้นำฝ่ายค้าน แต่วันนี้ได้แจ้งผ่านสื่อมวลชน ว่า กำลังตรวจสอบคุณสมบัติอยู่

“คุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มีแค่ว่า เป็นหัวหน้าพรรคที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มากที่สุด และไม่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานหรือ รองประธานสภาฯ คุณสมบัติมีแค่นี้ ผมขอถามว่าการตรวจสอบคุณสมบัติอะไรอีก และข้อเท็จจริงทราบว่าฝ่ายเลขาน่าจะยื่นเอกสารไปที่ประธานสภาฯ แล้วอยากทราบว่าจะลงนามเมื่อใด” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว 

จากนั้นนายโสภณ ชี้แจงว่า “หากทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ผมก็ลง หากไม่มีอะไรขัดข้องผมลงนามแน่นอน” ทำให้นายปกรณ์วุฒิ ซักว่า มีอะไรขัดข้องหรือไม่ ถึงต้องใช้เวลานาน ทำให้นายโสภณ ชี้แจงตอบว่า “เป็นไปตามระเบียบบและข้อบังคับของที่นี่ ไม่มีขัดข้อง ผมไม่ถ่วงเวลาหรอกครับ เสียเวลาเปล่าๆ” ก่อนที่นายโสภณจะตัดบทเข้าสู่การอภิปรายตามระเบียบวาระต่อไป

ด่วน! ทักษิณ ฉลุยผ่านพักโทษ ปล่อยตัว 11 พ.ค.-ไม่ต้องติดกำไล EM

ด่วน! ทักษิณ ฉลุยผ่านพักโทษ ปล่อยตัว 11 พ.ค.-ไม่ต้องติดกำไล EM

ด่วน! ทักษิณ ฉลุยผ่านพักโทษ ปล่อยตัว 11 พ.ค.-ไม่ต้องติดกำไล EM

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.15 น.

ด่วน! “ทักษิณ”ฉลุยผ่านพักโทษ รอปล่อยตัวจากเรือนจำ 11 พ.ค.นี้ วงประชุมถกไม่ต้องติดกำไล EM เหตุเป็นผู้ต้องขังอายุเกิน 70 ปี

ภายหลังจากที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจาก นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ ประชุมหารือกับกรรมการแต่ละหน่วยงาน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์โครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา โดยมีรายชื่อบุคคลสำคัญ คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม ที่คุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.68 จนถึงปัจจุบันวันที่ 29 เม.ย.69 เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 20 วัน จึงเหลืออีกเพียง 12 วันก็จะคุมขังครบ 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี และจะได้รับการพักโทษคุมประพฤติในวันที่ 11 พ.ค.นี้

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (29 เมษายน 2569) ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ภายหลังจากที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานฯ ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการฯลฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษรายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดจากทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป เพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามระยะเวลาโทษคงเหลือ

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ภายหลังการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง ที่ประชุมฯ ได้มีมติให้ นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป โดยไม่ต้องติดกำไล EM เนื่องด้วยเป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกินกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัว จากนั้นมติที่ประชุมที่เกิดขึ้นในวันนี้จะถูกส่งแจ้งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม และเจ้าหน้าที่คุมประพฤติรับทราบ โดยหลังจากนี้ในวันที่ 11 พ.ค.69 เรือนจำกลางคลองเปรมจะได้ดำเนินการปล่อยตัวนายทักษิณ เข้าสู่การคุมประพฤติอีก 4 เดือน

เอกนัฏ เปิดอัตราค่าไฟใหม่ บิลเดิมไม่เกิน 2,200 บาท จ่ายถูกลงชัวร์

เอกนัฏ เปิดอัตราค่าไฟใหม่ บิลเดิมไม่เกิน 2,200 บาท จ่ายถูกลงชัวร์

เอกนัฏ เปิดอัตราค่าไฟใหม่ บิลเดิมไม่เกิน 2,200 บาท จ่ายถูกลงชัวร์

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.52 น.

“เอกนัฏ”ปลดล็อกโควตาโซลาร์รูฟท็อป รับซื้อไม่อั้น หนุนเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นโรงไฟฟ้า ขายคืนรัฐได้ 2.20 บาท พร้อมปรับโครงสร้างค่าไฟช่วยบ้านพักอาศัย 200 หน่วยแรกราคาต่ำกว่า 3 บาท คนใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยประหยัดลง

29 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม ว่า ที่ประชุม กพช.เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยมีมติสำคัญในการปลดล็อกโควตาการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชน จากเดิมที่มีการจำกัดการรับซื้อไว้เพียง 90 เมกะวัตต์ทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าน้อยมากและเป็นอุปสรรคต่อผู้ที่ต้องการติดตั้ง โดยมติใหม่จะให้ขยายเพิ่มทันทีครั้งละ 500 เมกะวัตต์ และหากมีการสมัครจนเต็มโควตาก็จะขยายต่อเพิ่มขึ้นไปอีกครั้งละ 500 เมกะวัตต์อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้หลังคาบ้านผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายคืนเข้าสู่ระบบให้ได้มากที่สุด

นายเอกนัฏ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดการรับซื้อไฟฟ้านั้น ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าระบบได้ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับการไฟฟ้าซื้อจากโซลาร์ฟาร์ม โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้เสนอขายไฟฟ้าได้ตั้งแต่หลังเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป โดยสัญญารับซื้อจะมีระยะเวลา 10 ปี นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับลดขั้นตอนการขออนุญาตให้เหลือเพียงจุดเดียว (One Stop Service) ผ่านทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้านครหลวง โดยหากเป็นการติดตั้งเพื่อใช้เองอย่างเดียวจะเร่งรัดให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน และหากมีการขายไฟฟ้าคืนด้วยจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือด้านการลงทุน กระทรวงพลังงานกำลังร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับการผ่อนชำระโซลาร์เซลล์ ซึ่งตั้งเป้าให้ยอดผ่อนจ่ายต่อเดือนมีราคาถูกกว่าค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายปกติ อีกทั้งยังสั่งการให้การไฟฟ้าเร่งศึกษาโครงการเข้าไปลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านให้ประชาชนฟรี สำหรับบ้านที่ไม่ต้องการลงทุนเอง โดยการไฟฟ้าจะขายไฟฟ้าจากโซลาร์นั้นคืนให้เจ้าของบ้านในราคาถูก เช่น ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนด้วย

นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า นอกจากมาตรการโซลาร์เซลล์แล้ว รัฐบาลยังได้เห็นชอบการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าใหม่ (Progressive Rate) เพื่อช่วยลดค่าไฟให้แก่บ้านพักอาศัยโดยเฉพาะ จะปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับ 200 หน่วยแรก ราคาต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งจากการคำนวณ ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน หรือผู้จ่ายค่าไฟต่อเดือนไม่เกิน 2,200 บาท จะได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ถูกลง โดย 200 หน่วยแรก จะจ่ายค่าไฟต่ำกว่า 3 บาท และหากมากกว่า 200 หน่วย แต่ไม่เกิน 500 หน่วย จะใช้การคำนวณค่าไฟจะใช้อัตราก้าวหน้ามาคิดเป็นค่าเฉลี่ย จะทำให้จ่ายค่าไฟถูกกว่าที่เคยจ่าย

“การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นการคำนวณภายในกลุ่มบ้านพักอาศัยเอง ไม่ใช่การให้ภาคอุตสาหกรรมมาแบกรับภาระแทน และจะดำเนินการต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 ปี เพื่อให้สะท้อนต่อบริบทการใช้ชีวิตในปัจจุบันและสร้างความเป็นธรรมแก่ประชาชนมากที่สุด” นายเอกนัฏ ระบุ

อภิสิทธิ์ เผยถึงเวลาจะแจ้งให้ทราบ ส่งใครชิง ผู้ว่าฯ กทม. ชี้ไม่ใช่แค่ตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องนโยบายด้วย

อภิสิทธิ์ เผยถึงเวลาจะแจ้งให้ทราบ ส่งใครชิง ผู้ว่าฯ กทม. ชี้ไม่ใช่แค่ตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องนโยบายด้วย

อภิสิทธิ์ เผยถึงเวลาจะแจ้งให้ทราบ ส่งใครชิง ผู้ว่าฯ กทม. ชี้ไม่ใช่แค่ตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องนโยบายด้วย

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.50 น.

อภิสิทธิ์ เผยถึงเวลาจะแจ้งให้ทราบ ส่งใครชิง ผู้ว่าฯ กทม. ชี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวผู้สมัคร แต่เป็นเรื่องนโยบายที่จะผลักดันด้วย

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการสรรหาบุคคลลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) ว่า ในส่วนของ ส.ก. ได้อนุมัติไปแล้วเกือบทั้งหมด ขาดอยู่ประมาณ 5-6 เขต ซึ่งคิดว่าภายในสัปดาห์หน้าก็น่าจะเรียบร้อย และน่าจะเป็นจังหวะเวลาที่ใกล้เคียงกับการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ด้วย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จะเป็นใคร ถึงเวลาจะเรียนให้ทราบ เพราะเราก็พยายามที่จะเตรียมความพร้อมทุกเรื่องพร้อมกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องตัวผู้สมัคร แต่หมายถึงเรื่องของแนวคิดนโยบายที่จะผลักดันต่อไปด้วย

โสภณ ยันทำหน้าที่เที่ยงธรรม ฝ่ายค้านอย่ากังวลจะดึงเรื่องยื่นปธ.ศาลฎีกา ให้ไต่สวน ป.ป.ช.

โสภณ ยันทำหน้าที่เที่ยงธรรม ฝ่ายค้านอย่ากังวลจะดึงเรื่องยื่นปธ.ศาลฎีกา ให้ไต่สวน ป.ป.ช.

โสภณ ยันทำหน้าที่เที่ยงธรรม ฝ่ายค้านอย่ากังวลจะดึงเรื่องยื่นปธ.ศาลฎีกา ให้ไต่สวน ป.ป.ช.

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.46 น.

โสภณ ยันทำหน้าที่ เที่ยงธรรม ฝ่ายค้านอย่ากังวลจะดึงเรื่องยื่นประธานศาลฎีกา ปมร้อนไต่สวน ป.ป.ช. ปม ศักดิ์สยาม

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์  ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึง คำร้องของพรรคประชาชนที่จะเข้าชื่อสมาชิกรัฐสภา เพื่อยื่นเรื่องผ่านประธานรัฐสภา ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช. จากกรณีมาตรฐานการทำคดีการตีตกคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม และอดีต เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ว่า ได้ยินแต่ข่าว  แต่ยังไม่เห็นอะไร

เมื่อถามว่า มีความกังวลว่าประธานรัฐสภาดึงเช็งในเรื่องนี้ นายโสภณ  กล่าวว่า เป็นเรื่องของคนคิด ให้ถึงเวลาก่อน อย่าไปกังวล 

เมื่อถามย้ำว่า หากยื่นมาสามารถส่งต่อไปศาลฎีกาได้เลยหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า หากส่งไปเลยก็ทำหน้าที่เป็นไปรษณีย์ เอาไว้ให้ถึงเวลาก่อนค่อยตอบ  ตามที่ได้พูดเอาไว้ในวันแสดงวิสัยทัศน์ ว่า “เที่ยงธรรม” ไม่ได้ใช้คำว่า “เป็นกลาง” เพราะคำว่าเป็นกลางขึ้นอยู่ที่คนตัดสิน ชอบก็บอกว่าเป็นกลาง ไม่ชอบก็บอกว่าไม่เป็นกลาง แต่วิญญูชนเขาจะตัดสินเอง

โสภณ สั่งตรวจสอบคุณสมบัติ ณัฐพงษ์ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน หากไม่มีปัญหาพร้อมทูลเกล้าฯ

โสภณ สั่งตรวจสอบคุณสมบัติ ณัฐพงษ์ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน หากไม่มีปัญหาพร้อมทูลเกล้าฯ

โสภณ สั่งตรวจสอบคุณสมบัติ ณัฐพงษ์ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน หากไม่มีปัญหาพร้อมทูลเกล้าฯ

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.38 น.

โสภณ สั่งเลขาสภาฯ ตรวจสอบคุณสมบัติ ณัฐพงษ์ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน หากไม่มีปัญหาพร้อมทูลเกล้าฯ 

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าในการนำรายชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ทูลเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านว่า ยังอยู่ระหว่างกระบวนการที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ที่ได้สั่งการไปว่าให้ตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนแล้วค่อยนำเสนอมา แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือมายังประธานสภาผู้แทนราษฎร  ขอให้ตรวจสอบให้ครบถ้วน ซึ่งหากหนังสือมาถึงแล้วก็เป็นไปตามกระบวนการไม่มีอะไร

เมื่อถามว่า เรื่องคดี 44 สส.ในชั้นศาลฎีกาไม่มีข้อขัดข้อด้านกฎหมายใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ต้องไปดูคุณสมบัติว่าระบุถึงเรื่องนี้หรือไม่ หากไม่มีปัญหาก็ส่งได้เลย 

นายกฯ ควง บิ๊กเกรียง ร่วมกิจกรรมสื่อสัมพันธ์ มั่นใจตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ถูกคน

นายกฯ ควง บิ๊กเกรียง ร่วมกิจกรรมสื่อสัมพันธ์ มั่นใจตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ถูกคน

นายกฯ ควง บิ๊กเกรียง ร่วมกิจกรรมสื่อสัมพันธ์ มั่นใจตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ถูกคน

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.26 น.

นายกฯ ควง บิ๊กเกรียง ลงตึกไทย ร่วมกิจกรรมสื่อสัมพันธ์ ชิมไอศกรีม-ชงมัทฉะ ปล่อยมุกแปะก๊วยช่วยความจํา เผยคุยปัญหาชายแดนใต้ ยันต้องใช้กฎหมายเข้มข้น มั่นใจตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่ถูกคน 

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 คณะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์และพบปะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ที่หน้าตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล โดยมีทีมโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์  รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ และน.ส.ภัทร์ดารัสมิ์  ทองสลวยกร ว่าที่รองโฆษกฯ

ขณะที่บรรดารัฐมนตรี ประกอบด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล นางศุภมาส อิสรภักดี และนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ลงมาร่วมพบปะและรับประทานอาหารกับสื่อมวลชน

จากนั้น เวลา 12.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 
โดยนายกฯ เดินมาทักทายสื่อมวลชน ก่อนจะชิมขนมไทย และเดินไปตักไอศกรีมกะทิ ใส่เครื่อง  พร้อมระบุว่า”แปะก๊วยช่วยความจํา พ่อบังคับให้กินทุกเช้า  มีวันนึง นั่งกินข้าวกับพี่เกรียง(พล.อ.เกรียงไกร) พี่เกรียงบอกว่าต้องกิน พี่หนูต้องกินแปะก๊วยทุกวัน ผมกินทุกวันความจําผมดี แล้วพี่เกรียง ก็หันไปถามภรรยาตัวเองว่าเมื่อเช้าพี่กินแล้วหรือยังน้อง” สร้างเสียงหัวเราะให้บรรดาทีมโฆษกและสื่อมวลชน ก่อนที่นายกฯจะระบุว่าวันนี้ไม่ได้มาร่วมนั่งกินด้วย เพราะต้องขึ้นไปเคลียร์งานที่ค้างอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้า แค่แวะมาทักทายและกินไอศกรีมด้วย 

จากนั้น นายกฯ ทักทาย น.ส.ภัทร์ดารัสมิ์ ว่าที่รองโฆษกฯว่า “เหลือแค่ประวัติใช่หรือไม่ ผ่านอยู่แล้ว ” ขณะที่นางสาวรัชดา ได้บอกว่า ” พร้อมทํางานทุกคน”  ก่อน ที่นายกฯจะเดินไปสาธิตการชงชาเขียวมัทฉะ และชิมด้วยตัวเอง พร้อมระบุว่า “ขมดี” 

ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ได้มีการหารือเรื่องอะไรกับพลเอกเกรียงไกร นายกฯ กล่าวว่าทุกเรื่อง เรื่องความมั่นคง และยังมีอีกหลายเรื่อง 

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าคุยเรื่องปัญหาภาคใต้ด้วยหรือไม่ นายกฯตอบว่า พลเอกเกรียงไกร เป็นอดีตแม่ทัพสี่ และเคยร่วมงานกับคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้  และคุยกันมาหลายที่ ทั้งมาเลเซีย เวียดนาม สวีเดนก็ไปกันมาแล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นหน้าตาคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ชุดใหม่แล้วเป็นอย่างไรบ้าง พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ดี ก็โอเค เขาร่วมงานกันมาตลอด อยู่ทํางานกันมาตลอด ในทหารไม่มีข้อกังขาหัวหน้าคณะพูดคุยคณะชุดนี้ นายกฯแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยมาถูกคน คิดถูกแล้ว 

เมื่อถามว่า นายกฯ ได้กําชับเรื่องปัญหาภาคใต้อะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนปรึกษาหารือกับทุกท่าน ท่านที่มีความรู้ มีประสบการณ์ทุกคน อย่างพลเอกเกรียงไกร เป็นรองประธานวุฒิสภาและเป็นอดีตแม่ทัพภาคสี่ เติบโตมาในพื้นที่ 

เมื่อถามว่า มีการวางเป้าหมายลดการก่อเหตุไว้หรือไม่ นายกฯ พยักหน้ารับ ก่อนกล่าวว่าทุกเรื่องต้องเข้มข้น 

เมื่อถามว่าเห็นหน้าตาคณะพูดคุยสันติภาพฯ ชุดใหม่ ดูมีความหวัง ว่าจะจบปัญหาได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราต้องบังคับใช้กฎหมายทุกอย่างให้เข้มงวด และเข้มข้น ซึ่งจะต้องใช้ทุกภาคส่วน เพราะขณะนี้ปัญหายาเสพติด เราก็ต้องดําเนินการอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ก็แข่งกันจับ กรมการปกครองก็ใช้กลไกเข้าไปช่วย ฝ่ายปราบปรามยาเสพติดก็อีกแรงหนึ่ง 

จากนั้นนายกฯได้เดินขึ้นนายกฯคู่ฟ้า เพื่อกลับไปเคลียร์งาน 

พรรคส้มได้ทีกระทุ้ง ศุภจีผิดคิวขายทุเรียนลูกละ 100 ชี้ทำลายคุณค่าสินค้า

พรรคส้มได้ทีกระทุ้ง ศุภจีผิดคิวขายทุเรียนลูกละ 100 ชี้ทำลายคุณค่าสินค้า

พรรคส้มได้ทีกระทุ้ง ศุภจีผิดคิวขายทุเรียนลูกละ 100 ชี้ทำลายคุณค่าสินค้า

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.15 น.

“พรรคส้ม”ได้ทีกระทุ้ง “ศุภจี”ผิดคิวขายทุเรียนลูกละ 100 ชี้ทำลายคุณค่าสินค้า จี้ตรวจสอบ”ล้งจีน”ลักไก่เอาเปรียบเกษตรกร ซัดกินรวบลามเกิดวงจร”ศูนย์เหรียญ”

29 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และเยียวยาความเดือดร้อนเกษตรกรจากภาวะสู้รบในตะวันออกกลาง ต่อเนื่องจากการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา สส.หลายอภิปรายแสดงความเป็นห่วงกลไกราคาทุเรียน ที่พ่อค้าคนกลางชาวจีนคุมตลาดทุเรียนเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบเข้าไปตรวจสอบล้งจีน

โดย นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน (ปชน.) ได้นำทุเรียน พร้อมตาชั่ง เข้ามาโชว์ในห้องประชุมสภาฯ เพื่อประกอบการอภิปรายสะท้อนปัญหาทุเรียน โดยกล่าวว่า ขณะนี้พ่อค้าคนกลางจีนหรือล้งจีนคุมตลาดเบ็ดเสร็จ คุมราคา 100%  ไม่ใช่แค่ตั้งจุดรับซื้อ แต่ไปเหมาถึงสวน ตั้งแต่ผลไม้ยังไม่ออก ตัดทุเรียนอ่อนส่งออก ทำให้ทุเรียนไทยไม่มีคุณภาพ ไม่กี่วันก่อน มีอินฟลูเอนเซอร์ทำคอนเทนต์ขายทุเรียนพรีเมียม ลูกละ 100 บาท จากราคา 600 – 700 บาท มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ร่วมทำคอนเทนต์ด้วย จนเกิดคำถามทำลายตลาดทุเรียน กระทรวงพาณิชย์จึงกลับลำ บอกเป็นทุเรียนเกรดรอง ไม่เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ แม้ รมว.พาณิชย์ จะปรารถนาดี แต่ผิดคิว ผิดเวลา ทำลายคุณค่าทุเรียนไทย จึงมีข้อเสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบล้งจีนห้ามลักไก่เอาเปรียบเกษตรกร เอาผิดนอมินีถือครองสวนทุเรียนแทนนายทุนจีน รัฐบาลต้องเปลี่ยนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นการเตรียมการณ์ล่วงหน้า

ด้าน นายปิติกรณ์ บรรณเภสัช สส.กทม.พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขณะนี้กำลังเข้าสู่ภาวะทุเรียนศูนย์เหรียญ กินรวบทุเรียนไทยเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่สวนทุเรียนที่คนจีนมาซื้อสวนทุเรียนผ่านนอมินี ส่งออกไปที่ล้งทุเรียนจีนเข้ามาทุ่มตลาด กดราคาทุเรียนในประเทศ แต่ส่งออกไปยังประเทศจีน เงินวนเวียนอยู่แต่คนจีน ไม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่เป็นวงจรทุเรียนศูนย์เหรียญ ประเทศไทยฝากลมหายใจการส่งออกทุเรียนไปจีนถึง 80% ถึง 9 แสนตันในปี 2568 จึงควรหาตลาดส่งออก นอกจากจีน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงพาณิชย์ ต้องร่วมมือกำจัดนอมินี บังคับใช้กฎหมายจริงจัง ดูแลการตัดเกรดทุเรียน การหาตลาดใหม่ ถ้าไม่ร่วมมือกัน เกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้

– 006

โสภณ ผ่าตัดงานสภาครั้งใหญ่ ตั้งบูธรับปัญหาความเดือดร้อนจาก สส. ควบคู่หารือในห้องประชุม

โสภณ ผ่าตัดงานสภาครั้งใหญ่ ตั้งบูธรับปัญหาความเดือดร้อนจาก สส. ควบคู่หารือในห้องประชุม

โสภณ ผ่าตัดงานสภาครั้งใหญ่ ตั้งบูธรับปัญหาความเดือดร้อนจาก สส. ควบคู่หารือในห้องประชุม

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.08 น.

“โสภณ”ผ่าตัดงานสภาครั้งใหญ่ ตั้งบูธรับปัญหาความเดือดร้อนจาก สส. ควบคู่หารือในห้องประชุม ยันสภาจากนี้ต้องแก้ปัญหาความเดือดร้อนของ ปชช.ให้ได้ มอบ”รองประธานวุฒิสภา”ศึกษาทบทวนค่าตอบแทนผู้ช่วย – ผู้เชี่ยวชาญ สส.-สว.

29 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจเยี่ยมบูธการหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจาก สส. ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้องประชุมชั้น 2 ที่มีการเปิดรับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจาก สส.เป็นวันแรก ซึ่งได้รับความสนใจจากสส.ที่เริ่มมาใช้บริการ

นายโสภณ กล่าวว่า โดยปกติ สส.จะหารือปัญหาของประชาชนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เพียงวันละ 40 คน ก่อนจะเข้าสู่วาระการประชุม แต่ปัญหาความเดือดร้อนปัญหาของประชาชนมีมาก และ สส.เรามี 500 คน จึงได้แก้ไขระเบียบให้ สส.สามารถหารือแบบลายลักษณ์อักษร และปัญหาต่างๆ จะถูกส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหมือนการหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และในวันถัดไป จะแจ้งรายชื่อ สส.ที่มาหารือด้วยลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ การดำเนินการเช่นนี้สามารถช่วยประหยัดเวลาของสภาผู้แทนราษฎรได้ รวมถึงเป็นมิติใหม่ ที่อยากให้สภาผู้แทนราษฎร เป็นที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

นายโสภณ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา หรือ ก.ร.เพื่อสรุปถึงการทบทวนการแต่งตั้งผู้ช่วย สส. , สว.และผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. , สว.ว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ได้มีการประชุมกรรมการ ก.ร.แล้ว ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ มีผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้ง สส.และ สว.โดยได้มีการหารือถึงทั้งค่าตอบแทนผู้ช่วย และผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.และ สว.รวมถึงเรื่องอื่นๆ โดยตนจึงได้ลงนามตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด มีรองประธานวุฒิสภา ไปศึกษาภารกิจ และระเบียบ ก.ร.ที่ไม่สอดคล้องกับการทำงานของรัฐสภาในยุคปัจจุบันโดยเร็ว รวมทั้งค่าตอบแทนผู้ช่วย และผู้เชี่ยวชาญ สส. , สว.และกองทุนต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปให้เร็วที่สุด

นายโสภณ กล่าวต่อว่า กิจการของรัฐสภา และการประชุมต่างๆ เรื่องใดที่ไม่ทันสมัย หรือเป็นอุปสรรคในการทำงาน ตนจะพยายามให้ต้องมีการปรับปรุงไม่เช่นนั้น จะใช้เวลาของสภาไม่คุ้มค่า เพื่อให้มีเวลาไปพิจารณาร่างกฎหมาย และญัตติสำคัญ เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ยืนยันว่า เรื่องใดที่สมควรแก้ไข จะต้องได้รับการแก้ไขทั้งหมด และสภาจากนี้ไป ประชาชนจะเข้าถึงได้ แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ และเตรียมที่จะศึกษาแนวทางการเวิร์คฟอร์มโฮม และมาตรการประหยัดพลังงาน