‘มัลลิกา’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ย้ำทำดีที่สุดแล้ว พร้อมยินดีผู้ชนะหลังนับคะแนนเสร็จ

‘มัลลิกา’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ย้ำทำดีที่สุดแล้ว พร้อมยินดีผู้ชนะหลังนับคะแนนเสร็จ

‘มัลลิกา’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ย้ำทำดีที่สุดแล้ว พร้อมยินดีผู้ชนะหลังนับคะแนนเสร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.27 น.

“มัลลิกา” ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชน  พร้อมให้กำลังใจผู้ชนะและผู้สมัครทั้ง 18 คน ลั่น ทำเต็มที่แล้วต้องยอมรับผล เดินหน้าทำการเมืองต่อหรือไม่ บอกถ้าจะใช้ “มัลลิกา” ต้องใช้วันนี้อย่ารอชาติหน้า ตอนนี้ขอไปทำธุรกิจต่อ วอนนักวิชาการ-สื่อ อย่าวิเคราะห์แทนว่าเอาคะแนนไปต่อยอดตั้งพรรค

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 19.40 น. ที่ร้านเตี๋ยวในสวน ถ.ระนอง 2 กรุงเทพฯ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร แถลงขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครที่ออกไปใช้สิทธิ์และทุกคะแนนเสียงที่ส่งสัญญาณในการให้ตนได้คะแนนซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์ของทุกคน

อย่างไรก็ตาม ตนยังมีความเชื่อมั่นว่าคะแนนที่เป็นพลังบริสุทธิ์นี้เป็นคะแนนที่ส่งให้กรุงเทพมหานครเพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนอยากบอกทุกคนว่าขอกราบขอบพระคุณทุกคนว่ามีความเชื่อมั่นเสมอว่าคะแนนบริสุทธิ์เหล่านั้นเป็นคะแนนที่มาจากความตั้งใจและตั้งใจที่อยากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานคร แต่ในส่วนของคะแนนที่ยังไม่สิ้นสุด ตนก็อยากจะให้เกียรติพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะนับจนถึงที่สุดแล้ว ตนจะได้กี่คะแนนก็อยากขอบพระคุณพี่น้องประชาชน และอยากแสดงความยินดีกับผู้ที่ชนะซึ่งเป็นสิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อผลประกาศออกมาอย่างไรเราก็ต้องยอมรับในเรื่องคะแนน

นางมัลลิกา ย้ำว่า 2 เรื่องที่อยากจะบอกคืออยากขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ให้ และขอแสดงแสดงความยินดีกับผู้ที่ชนะเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นนายชัชชาติหรือใครก็ตาม

ทั้งนี้ ตอนนี้คะแนนยังนับไม่สิ้นสุดแต่คะแนนขณะนี้มาลำดับสองก็ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน และได้แสดงแสดงความยินดีต่อผู้ที่ชนะให้ได้เข้าไปทำหน้าที่ แต่ผลของการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไรหลังจากนี้ ตนอยากให้เกียรติคะแนนตรงนั้น จึงต้องเฝ้าดูให้การนับผลคะแนนสิ้นสุดและเสถียร 

อย่างไรก็ตามนางมัลลิการะบุว่าระบอบประชาธิปไตยในการเลือกผู้นำโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เป็นจังหวัดเดียวที่มีการเลือกผู้นำของของตัวเอง จึงขอชื่นชมประชาชนที่ได้แสดงออกถึงระบอบประชาธิปไตยในการออกลงคะแนน  ซึ่งระยะเวลาในการหาเสียง 30 วันไม่ว่าจะน้อยหรือไม่ ก็ต้องขอบคุณเพราะถือว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ซึ่งตนได้ทำตามยุทธศาสตร์ทุกอย่างแล้วทั้งในเรื่องของนโยบายและการประชาสัมพันธ์และดีเบตก็ได้ทำอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว

ส่วนการเดินทางการเมืองในอนาคตนั้น นางมัลลิกา ระบุว่า เคยประกาศไว้แล้วว่าถ้าใครจะใช้ มัลลิกา ต้องใช้วันนี้ไม่ใช่รออนาคตหรือชาติหน้า เพราะตนมีธุรกิจและต้องทำหน้าที่ของตัวเองหากประชาชนโหวตให้ชนะก็จะทุ่มเทเสียสละทำอย่างเต็มที่ตามยุทธศาสตร์ 14 ประการที่เคยประกาศไว้แต่หากผลโหวตไม่เพียงพอที่จะได้เป็นผู้นำกรุงเทพมหานครตนก็อยากฝากผู้ชนะว่านโยบายอะไรก็ตามที่ลืมคิดไปเช่น พรบ. ความมั่นคงหรืออะไรต่างๆตนก็อยากให้หยิบเอานโยบายของผู้สมัคร ไปผลักดัน นำไปใช้กับการทำงาน ของการเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครให้เกิดความเป็นศรีวิไลอย่างแท้จริง 

เมื่อถามว่าคะแนนที่มาเป็นลำดับสองเหนือความคาดหมายหรือไม่ นางมัลลิการะบุว่า หากพูดถึงเรื่องความคาดหมายถือว่าต่ำกว่าความคาดหมายอยู่แล้ว แต่หากเทียบกับคนอื่นที่มีคะแนนรองลงไปหลายคนอาจจะตกใจ หรือเซอร์ไพรส์ แต่จริงๆแล้วมีการทำยุทธศาสตร์เพื่อชนะแต่ผลคะแนนออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ 

ซึ่งสิ่งที่ตนอยากบอกคือการทำหน้าที่อย่างเต็มที่สุด หลังจากนี้ตนก็จะทำหน้าที่พลเมืองในการนั่งติดตามตรวจสอบ ด้วยความเป็นห่วงกรุงเทพมหานคร วันนี้หากถามว่าตนจะทำอะไรต่อ ตนได้ปวารณาตัวมาเพื่อที่จะทำหน้าที่ผู้นำกรุงเทพมหานครไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อสร้างระบอบขึ้นเสร็จแล้วก็ไปตั้งระบอบนี้เพื่อเป็นพรรคการเมืองต่อ หรือไปเป็นอะไรในอนาคตเราจะไม่เอาคะแนนคะแนนเสียงของชาวกรุงเทพเพื่อมาสร้าง อนาคตตัวเองตามที่มีคนวิเคราะห์ จึงขอพูดไว้ตรงนี้

กรณีที่มีสื่อมวลชนหลายช่องที่ไม่ได้เชิญตนไปดีเบต แต่มีการวิเคราะห์ ว่าครั้งหน้ามัลลิกาก็จะชนะแต่ขออย่าวิเคราะห์ด้วยลักษณะที่ มโนกันเอาเอง และหากไม่ได้เห็นความหมายของระบอบประชาธิปไตยในการที่จะให้ค่าผู้สมัครตั้งแต่ต้นก็ไม่ควรวิเคราะห์โดยการเดาใจผู้สมัครแต่ละคนว่าจะไปใช้ชีวิตแบบไหนอย่างไร และใช้ชีวิตบนพื้นฐานการตัดสินใจหรือการวิเคราะห์ของคุณหรือไม่ เพราะฉะนั้นตนพูดด้วยความจริงใจว่ากรุณาอย่ามโนวิเคราะห์ โดยเฉพาะเวลาไม่มีคอนเทนต์อะไรจะไปออกทีวีก็นำไปพูด หรือเวลาที่จะวิเคราะห์อะไรขอให้กรุณาโทรโทรศัพท์มาถามตนเพราะนักวิชาการทุกคนมีเบอร์โทรศัพท์ตน พร้อมย้ำว่ากรุณาอย่ามโน

นางมัลลิกา ยังระบุว่า วันนี้ทำได้แค่สองอย่างคือกำลังลุ้นผลในช่วงเวลาก่อน 2 ทุ่ม แต่หลังจากนี้เป็นต้นไปแม้ว่าจะมีการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ไปแล้วว่าใครจะชนะก็ตามแต่ ก็ยังต้องให้เกียรติพี่น้องประชาชนอย่ามานั่งวิเคราะห์หน้าทีวีโดยการดูถูกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างล่างหีบ ที่กำลังนับอยู่เพราะขณะนี้ยังไม่ถึง 40 ถึง 50% ขอให้รอฟังจนตกผลึก 

นอกจากนี้ นางมัลลิกายังได้ให้ให้กำลังใจผู้สมัคร ทั้ง 18 เบอร์ที่มาลงเลือกตั้งในครั้งนี้เพราะทุกคนถ้าให้ทำเต็มที่และดีที่สุด และที่สำคัญคือคะแนนของพี่น้องประชาชนที่ชนะการเลือกตั้งเพื่อเลือกผู้นำของตัวเองในการเป็นผู้ว่าครั้งนี้ถือว่าเป็นมติของประชาชน เราต้องยอมรับว่ามติจะออกมาในลักษณะที่ถูกใจหรือไม่ถูกใจใคร ขออย่าให้มีความแตกแยกหรือนักวิตกกังวล หลังจากนี้ใครแพ้ก็เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยหากใครชนะก็เป็นผู้นำกรุงเทพมหานครในระบอบประชาธิปไตย 

เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้ยังไม่ยอมรับว่าความพ่ายแพ้ใช่หรือไม่ นางการะบุว่าจะถามแบบนี้ไม่ได้ แต่ย้ำว่าขอขอบคุณและยินดีกับผู้ที่ชนะไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใคร แต่ต้องให้ทุกคะแนนมีการนับจนเสด็จน้ำไม่ทิ้งคะแนนใครคนใดคนหนึ่ง 

เมื่อถามย้ำว่าชัดเจนว่า 4 ปี จะไม่กลับมาสนามนี้แล้วใช่หรือไม่ หนังนาฬิการะบุว่าณเวลานี้ได้ทำเต็มที่แล้วและขณะเดียวกันก็มีความตั้งใจที่จะประกาศปวารณาตัวแล้วหลังจากนี้ก็คงไปทำหน้าที่ของตัวเอง

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง รับสถานการณ์เป็นรอง ลั่นทำเต็มที่แล้ว-ไม่เสียกำลังใจ

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง รับสถานการณ์เป็นรอง ลั่นทำเต็มที่แล้ว-ไม่เสียกำลังใจ

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง รับสถานการณ์เป็นรอง ลั่นทำเต็มที่แล้ว-ไม่เสียกำลังใจ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.33 น.

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  โพสต์ข้อความระบุว่า ขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ตลอดระยะเวลาที่ได้ลงพื้นที่ พี่น้องให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี ให้ข้อมูล ให้แง่คิด ให้คำแนะนำต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการทำงานของพวกเรา ไม่เพียงเฉพาะในแง่ของการเลือกตั้งกรุงเทพฯ แต่ว่าในการทำงานในภาพรวมด้วย

ขอบคุณผู้สนับสนุนพรรคที่ยังเชื่อมั่นในพวกเรา ขอบคุณทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยทำงานมาเป็นระยะเวลาเดือนกว่า ๆ ทุกคนมีความจริงจังกับภารกิจนี้ เพราะเราถือว่านี่คือการทำหน้าที่ของนักการเมือง พรรคการเมือง พวกเราทราบดีตั้งแต่ต้นว่าสถานการณ์เป็นรองและไม่ง่ายในการที่จะพลิกผลต่าง ๆ ได้ในระยะเวลาที่มีอยู่ เราทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่แล้ว ไม่เสียกำลังใจ เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่เราได้ทำไป สิ่งที่พี่น้องประชาชนได้รับรู้ คะแนนทุกคะแนนที่สนับสนุนเราอย่างไรก็ไม่สูญเปล่า  เราเดินหน้าทำงานในฐานะองค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ของชาวกรุงเทพฯ และเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป 

ขอขอบคุณทุกฝ่ายอีกครั้งหนึ่งครับ

กกต.สรุปเลือกตั้งกทม.-พัทยา ไร้ร้องเรียน เคลียร์เคสปัญหายันกระบวนการถูกต้อง ไม่ไปใช้สิทธิรีบแจ้งใน 5 ก.ค.

กกต.สรุปเลือกตั้งกทม.-พัทยา ไร้ร้องเรียน เคลียร์เคสปัญหายันกระบวนการถูกต้อง ไม่ไปใช้สิทธิรีบแจ้งใน 5 ก.ค.

กกต.สรุปเลือกตั้งกทม.-พัทยา ไร้ร้องเรียน เคลียร์เคสปัญหายันกระบวนการถูกต้อง ไม่ไปใช้สิทธิรีบแจ้งใน 5 ก.ค.

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.23 น.

กกต. แถลงสรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ไร้เรื่องร้องเรียน ชี้พายุไม่กระทบลงคะแนน-นับคะแนน ลุ้นประกาศผลเร็ว เคลียร์ปมคุณสมบัติสิทธิเลือกผู้ว่าฯ-ส.ก.-เคสพ่อหัวหน้าปชน. เตือนคนไม่ได้ไปใช้สิทธิรีบแจ้งเหตุภายใน 5 ก.ค. นี้

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)แถลงสรุปภาพรวมการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น กทม. และพัทยา โดยได้รับรายงานจากสำนักงานการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี  ว่า กปน. 6,628 หน่วยของ กทม. และ 113 ของเมืองพัทยา ปิดหน่วยแล้ว หลังเสร็จสิ้นการลงคะแนน สถานการณ์ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โดยภาพรวมการเลือกตั้งตั้งแต่ 09:00 น. มีเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แต่ไม่มีหน่วยเลือกตั้งในบริเวณนั้น จึงไม่กระทบต่อการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชน  จากนั้นเวลา 10:55 น. ลมพัดป้ายประชาสัมพันธ์ทับประชาชนทับ เขตบางกะปิ ซึ่งผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งบาดเจ็บเล็กน้อย ได้มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและส่งโรงพยาบาลอาการปลอดภัย ผอ. โรงเรียนวัดศรีบุญเรือน พร้อม ผอ. เขตบางกะปิ และสารวัตร สน. หัวหมากได้ไปตรวจเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น 

และ เวลา 15:00 น. ได้ติดตามเรื่องของภัยธรรมชาติเกี่ยวกับพายุฝน จะกระทบการเลือกตั้งในพื้นที่หรือไม่  ซึ่งปรากฏว่าเกิดผลกระทบในพื้นที่หน่วยที่ 28 – 31  เขตและแขวงลาดกระบัง แต่กระบวนการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเสร็จสิ้นเป็นเวลา 17.00 น. ขณะนี้อยู่ระหว่างการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา

รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณี สส. บางคนและประชาชนบางคนอาจไม่เข้าใจคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยมาตรา 38 ของ พระราชบัญญัติผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น กำหนดว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งผู้ว่า กทม. และสมาชิกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จะต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตติดต่อกันไม่น้อยกว่า1 ปีนับจนถึงวันเลือกตั้ง

“เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่มีชื่ออยู่ในเขตทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ เป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี หมายความว่าท่านมีสิทธิ์เลือกตั้งรับบัตรทั้ง 2 ประเภท ส่วนท่านใดย้ายทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานครจากเขตหนึ่ง ไปอีกเขตหนึ่ง ไปอยู่เขตปัจจุบันไม่ถึง 1 ปี นั่นหมายความว่าท่านไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหา นครของเขตนั้นได้ มีสิทธิ์เลือกเฉพาะผู้ว่า กทม.เท่านั้น กรณีเช่นนี้กฎหมายกำหนดหากประสงค์ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ก. สามารถขอเพิ่มชื่อณที่สุดท้ายที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี แต่การขอเพิ่มชื่อต้องไปขอเพิ่มตอนนายทะเบียนท้องถิ่นนายทะเบียนอำเภอก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน“ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวถึงในส่วนการติดตามผลการนับคะแนน เชิญชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนที่หน่วยหน่วยเลือกตั้งทุกแห่งทั้งกรุงเทพ มหานครและเมืองพัทยา หากมีขบวนการไหนที่คิดว่าคลาดเคลื่อนไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมายสามารถทักท้วงคัดค้านต่อ กปน. เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของ กกต. ขณะเดียวกันก็สามารถติดตามผลการนับคะแนนได้ทางเว็บไซต์ของกทม. และของเมืองพัทยา 

ส่วนประชาชนที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ เพื่อไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิ์ต้องไปแจ้งเหตุจำเป็นอันไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ตั้งแต่วันนี้ 28 มิ.ย. จนถึง วันที่ 5 ก.ค.นี้ หรือแจ้งในแอปพลิเคชั่น Smart Vote , เว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครอง , แจ้งด้วยตนเองหรือมอบหมายผู้อื่นไปยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น, สามารถแจ้งทางไปรษณีย์ถึงนายทะเบียนท้องถิ่นได้ หากไม่แจ้งเหตุอันไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้จะถูกจำกัดสิทธิ์ทางการเมือง 2 ปี 

ในส่วนการประกาศผลเลือกตั้ง กทม. และ เมืองพัทยานั้น  ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่าตามกฎหมายกำหนดว่ากรณีเขต ไม่มีเรื่องร้องเรียน หรือการร้องคัดค้านการเลือกตั้งหรือคัดค้านการนับคะแนน กกต. จะพิจารณาประกาศผลภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง หากมีเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้าน อาจจะมีการสั่งให้มีการเลือกตั้ง หรือใหม่หรือกระบวนการใด อย่างช้าที่สุดจะต้องประกาศผลภายใน 60 วัน ก่อนจะทิ้งท้ายกล่าวขอบคุณผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและ กปน. ปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้สถานการณ์ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดเกิดขึ้น 

เมื่อถามว่ากรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ใช้สิทธิแค่ผู้ว่ากทม. แต่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกสก. จะเกิดปัญหาบัตรเขย่งหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า กกต.ได้มีการเน้นย้ำว่าบุคคลพิเศษที่มีสิทธิเลือกตั้งประเภทเดียว กรรมการก็จะมีกระบวนการควบคุม ดังนั้นจึงมีการแจกบัตรเพียงแค่ใบเดียว โอกาสที่จะเกิดบัตรเขย่งนั้นน้อยมาก หรือแทบไม่เกิดขึ้นเลย แต่ถ้าเกิดขึ้นกกต.จะต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาว่าจะให้มีการสั่งเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เมื่อผลการนับคะแนนออกมาแล้วว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนไม่ตรงกัน กรณีนี้จะนำไปสู่การสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่ หรือกรณีการนับคะแนนอาจเป็นไปด้วยความไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่าหลังการนับคะแนนจะต้องมีการจับตาผลการนับคะแนนของกรรมการประจำหน่วยหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า อยากเชิญชวนประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบว่ากระบวนการนับคะแนนว่าเป็นไปด้วยความถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เมื่อสังเกตการณ์และพบว่าการคะแนนกับขีดคะแนนไม่ตรงกัน หรือการวินิจฉัยของกรรมการอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจ ก็สามารถทักท้วงหรือคัดค้านต่อกรรมการได้เลย และกรรมการจะวินิจฉัย และแจกเอกสารทักท้วงโดยสามารถนำเอกสารดังกล่าวนำมาร้องให้กับกกต.ได้หากไม่สบายใจหรือคิดว่ากระบวนการไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาของกกต. ด้วยความรวดเร็ว

ส่วนกรณีเกิดพายุฝนกระหน่ำจะส่งผลกระทบให้บัตรเลือกตั้งเกิดความเสียหายหรือไม่นั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทุกหน่วยพบว่าบัตรเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากไม่สามารถนับคะแนนได้ หรือนับคะแนนไปแล้วบางส่วนหรือยังไม่เริ่มกระบวนการนับคะแนน กฎหมายให้กรรมการประจำหน่วยประกาศงดการนับคะแนน และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะประกาศ ให้มีการนับคะแนนใหม่ภายใน 3 วัน หากกระบวนการลงคะแนนไม่เรียบร้อย ก็จะเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนใหม่ แสดงว่ากระบวนการทุกอย่างยังเหมือนเดิมแต่จะต้องนับคะแนนให้ถูกต้อง โดยอยากให้เกิดความสบายใจว่ากระบวนการควบคุมหรือกระบวนการเก็บรักษาเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

เมื่อถามว่ากรณีบิดาของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่มีชื่อในหน่วยเลือกตั้งนั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า อยากขอชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน โดยในการตรวจสอบการเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1. ต้องตรวจสอบบัญชีรายชื่อ 2.ตรวจสอบจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ซึ่งจะระบุว่าท่านมีสิทธิเลือกตั้งที่ไหน และ 3.ตรวจสอบได้จากแอพลิเคชั่น Smart vote หรือเว็บไซต์ของกรมการปกครอง โดยในกรณีนี้หากมีการเปลี่ยนเลขที่บ้าน มีการย้ายทะเบียนบ้าน แสดงว่าหน่วยเลือกตั้งอาจไม่ใช่หน่วยปัจจุบัน อาจจะต้องขยับไปอีกหน่วยหนึ่งตามทะเบียนบ้าน ที่สำนักทะเบียนได้มีการประกาศไว้ ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนบ้าง แต่ขบวนการทุกอย่างถูกต้อง เพียงแต่มีการย้ายและเปลี่ยน แปลงบ้านเลขที่เท่านั้น

เมื่อถามว่าหากประเมินผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา กกต.จะมีการทบทวนการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวอย่างไรบ้าง รองเลขาธิการกกต.กล่าวว่า เรื่องนี้กกต.ค่อนข้างกังวล ซึ่งกกต.อยากให้มีการรณรงค์ โดยก็ได้ให้กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาได้ช่วยประชาสัมพันธ์ แต่สิ่งสำคัญคือความสนใจจากประชาชน การตระหนักความสำคัญของการเลือกผู้แทนมาบริหาร ซึ่งเป็นโจทย์จะต้องกลับมาคิดทบทวนพอสมควร ในอนาคตจะทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความตระหนักและให้ความสำคัญอย่างไร เนื่องจากจะต้องเข้ามาบริหารงบประมาณมหาศาล จึงต้องให้ทุกฝ่ายตระหนักในเรื่องนี้ กกต.อาจจะรณรงค์เชิญชวนอย่างเดียว แต่เรื่องของความตระหนักต้องฝากไว้ที่ประชาชน ส่วนเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งทั้งกรุงเทพมหา
นครและเมืองพัทยา จนถึงขนาดนี้ยังไม่มีการรายงานเข้ามา แต่กกต.ก็ได้เน้นย้ำให้การเลือกตั้งเป็นบันทึกความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้

เอ็ดดี้ ข้องใจ เสก เล่าช่วงเป็นผู้ต้องขัง บอก อธิบดีราชทัณฑ์ พาไปร้องเพลงให้ ทักษิณ ฟังตามคำขอ

เอ็ดดี้ ข้องใจ เสก เล่าช่วงเป็นผู้ต้องขัง บอก อธิบดีราชทัณฑ์ พาไปร้องเพลงให้ ทักษิณ ฟังตามคำขอ

เอ็ดดี้ ข้องใจ เสก เล่าช่วงเป็นผู้ต้องขัง บอก อธิบดีราชทัณฑ์ พาไปร้องเพลงให้ ทักษิณ ฟังตามคำขอ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.59 น.

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า เสกเล่าเองว่า “ทักษิณบอกอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้เอาเสกมาร้องเพลงให้ฟังหน่อย ท่านอธิบดีก็จัดให้”

เดี๋ยวนะ ทักษิณ เป็นผู้ต้องขัง! 

ชัชชาติ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก จ่อนั่งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

ชัชชาติ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก จ่อนั่งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

ชัชชาติ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก จ่อนั่งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.46 น.

“ชัชชาติ” ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกเราและไม่เลือกเรา จ่อผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย “ต่อศักดิ์” เผย เตรียมเดินหน้านโยบาย 200 ข้อภายใน 100 วัน  ด้าน “ทวิดา” พร้อมนั่งรองผู้ว่าฯ ต่อ 

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ Stadium One บรรทัดทอง สถานที่ติดตามการนับคะแนนของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ผู้สื่อข่าวรายงานตั้งแต่เวลา 16.00 น. ท่ามกลางฝนตกกระหน่ำกรุง ทีมงานได้เตรียมความพร้อมสถานที่ โดยติดตั้งจอ LED สำหรับถ่ายทอดผล และเตรียมเก้าอี้รองรับผู้สนับสนุนและประชาชนที่มาร่วมติดตามการนับคะแนน 

จากนั้นเวลา 17.00 น. ทีมงานของนายชัชชาติ ทยอยมาติดตามผลการนับคะแนน อาทิ นายต่อศักดิ์ โชคมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. น.ส.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯกทม.ฯ หลังผลโพลหลายสำนักรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งนายชัชชาติ มีคะแนนนำมาเป็นลำดับ 1 

นายต่อศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้ปัญหาของการเลือกตั้งคือมีฝนตกลงมาช่วง 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดหีบ แต่จากการสำรวจในช่วงเช้าพบว่าบางเขตมีความคึกคักมากกว่าช่วงบ่าย จึงคิดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากกว่า 50 % ส่วนที่มีการคาดหมายว่านายชัชชาติ จะได้คะแนนสูงกว่าครั้งที่แล้วเราก็หวังเช่นนั้น เพราะหากได้เท่าเดิมก็เหมือนทำงานได้น้อยกว่าเดิม จึงหวังว่าจะได้คะแนนมากกว่าเดิม วันนี้ทีมงานของนายชัชชาติ มารวมตัวที่นี่ และเวลา 4 ปีข้างหน้า ถือว่ามีความสำคัญ เพราะกรุงเทพฯ จะเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งภายนอกและภายใน จึงต้องช่วยกันทำให้เมืองมีความหวัง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการโจมตีเรื่องระบบอากง แต่จากผลโพลที่ออกมา นายชัชชาติ มีคะแนนนำ จึงดูเหมือนจะไม่มีผลอะไร นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า การเมืองถ้าเน้นวาทกรรมก็จะไม่ได้ประโยชน์ หากตั้งใจทำงานก็จะเกิดผลกับผู้สมัคร แต่หลายเรื่องผู้สมัครไปเน้นวาทกรรมทำให้สาระน้อยลงไป ทีมงานของเราทำการบ้าน อยู่ในสนามและอยู่บนตัวเลขที่เป็นความจริง รู้วิธีขับเคลื่อนการทำงานว่าจะทำอย่างไร โดย 4 ปีที่ผ่านมาได้วางพื้นฐานเอาไว้ จากนี้จะวิ่งและกระโดดก้าวข้ามสิ่งที่ยังค้างให้หมด ทั้งระบบคอรัปชั่น ระบบการบริหารจัดการที่ต้องขยายผลจริงจัง ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งหน่วยงานต่างๆและรัฐบาล

เมื่อถามว่า หากนายชัชชาติ ได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯกทม. สิ่งแรกที่จะทำคืออะไร นายต่อศักดิ์กล่าวว่า เตรียมไว้หมดแล้วตั้งแต่ 100 วันแรก ซึ่งมี 200 กว่าข้อที่เราจะทำ ทั้งระยะสั้นกลาง ยาว เขียนไว้ชัดเจน และจะเริ่มกดปุ่มทันที 

เมื่อถามถึงตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. รวมถึงฝ่ายบริหารอื่นๆ นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่าตำแหน่งรองผู้ว่าฯคงมีเท่าเดิม ส่วนเรื่องของตัวบุคคลจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ยังไม่ได้หารือกัน ซึ่งทุกคนทำงานได้หมด พร้อมกับเปิดให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทและพวกตนก็จะไปอยู่เบื้องหลัง ส่วนตัวจะได้กลับมาเป็นประธานที่ปรึกษาหรือไม่ต้องถามนาย
ชัชชาติ ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากได้รับแต่งตั้งมาเป็นที่ปรึกษาฯ จะปรับภาพลักษณ์จากที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นระบอบอากง อย่างไร นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำ เพราะระบบที่ทำอยู่คือระบบชัชชาติที่เป็นกองหน้า ส่วนหลังบ้านคือรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษาฯ เลขาฯ มีอยู่เท่านี้และมองว่าอย่างน้อยไป โดยกฎหมายที่เสนอไปก็จะจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นและจะทำให้การกระจาย
อำนาจมีมากขึ้น จึงอย่าไปคิดว่ามีระบบอากง แต่ เป็นระบบที่นายชัชชาติวางไว้เป็นระบบใหม่และไม่คิดว่าจะมีที่ไหนเคยทำ 

เมื่อถามย้ำว่า หากได้รับตำแหน่งต่ออาจถูกเป็นเป้าตกโจมตีอีกครั้ง นายต่อศักดิ์กล่าวว่า การเมืองก็เป็นแบบนี้เราบอกไม่ได้ แต่ต้องจัดระบบให้ดี ย้ำว่าในรอบหน้ากระบวนการบริหารต่างๆจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่คงต้องว่ากันอีกที

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ถูกยกมาเป็นประเด็นโจมตีในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา  นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องทุจริตคอรัปชั่น มีอยู่ 2-3 เรื่อง เมื่อทำตามเกณฑ์ที่รัฐบาลให้ เราจึงมีอำนาจแค่ดูเรื่องวินัยและละเมิด ส่วนเรื่องการเมืองที่เกี่ยวข้องกับอาญาหรือประเด็นอื่น ก็อาจจะมีหน่วยงานอื่นที่ดำเนินการ ขอย้ำที่ทำแค่นี้เพราะมีอำนาจเท่านี้ 

เมื่อถามกรณีที่นายคริส โปรตระนันท์ ประธานพรรคเศรษฐกิจเปิดเผยในกลุ่มไลน์ กลุ่มคนทำงานที่ระบุว่าให้เลือกเบอร์9 และ ส.ก.ทีมคนทำงาน นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า มีการส่งต่อกันมา และไม่ใช่ตนเป็นผู้ส่งคนแรก ซึ่งเป็นเรื่องภายในที่ส่งกันได้ 

ด้านทวิดา  กล่าวว่า สำหรับผลโพลที่เกิดขึ้น ตนยังไม่ได้ดู และเพิ่งเห็นบางส่วน และขณะนี้เพิ่งนับคะแนนไปบางส่วน แต่จากผลโพลที่เกิดขึ้นพบว่าดี และรู้สึกดีที่คนยังชอบนายชัชชาติ และเห็นว่างานที่ทำมามีผลงานบ้างพอสมควร ไม่ว่าใครก็ตามที่ชนะในวันนี้นำไปปรับใช้ก็น่าจะดี 

สำหรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.ตนยังไม่ทราบ เพราะเมื่อครั้งที่แล้วกว่าจะรู้ตัวว่านายชัชชาติ มาทาบทามก็ช่วงที่มีการนับคะแนน 21.00น. ของวันดังกล่าว ดังนั้นต้องรอ เพราะนายชัชชาติ ไม่ใช่คนที่พูดไปเรื่อย ต้องให้มีความมั่นใจในระดับที่สูงก่อนที่จะไปทาบทามใคร 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการทาบทามก็พร้อมที่จะกลับไปเป็นรองผู้ว่าฯใช่หรือไม่ น.ส.ทวิดา กล่าวว่า เนื่องจากเป็นทีมนโยบายก็เห็นอยู่แล้วว่าอยากทำอะไร เมื่อนายชัชชาติ เลือกอีกก็คงไม่ปฏิเสธอะไร 

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ได้ไปเปิดเผยในรายการ ศึกชิงผู้ว่าคนชี้ชะตามหานคร “‘หลังปิดหีบเกลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี2569ว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกเราและไม่เลือกเรา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เป็นผู้ว่าฯ กทม.ก็ต้องรับใช้ทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน เพราะผู้ว่าคนใหม่ก็มีงานที่หนักเพราะมีสถานการณ์โลก อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจต่างๆก็เป็นงานที่หนัก คนที่ชนะก็ยังไม่ดีใจหรอก เพราะมีงานภารกิจที่หนักหน่วงรออยู่ข้างหน้า  สำหรับ ส.ก.ถ้าเลือกได้ก็อยากให้เป็นคนที่สะอาด สุจริตและทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ให้เกียรติราชการให้เกียรติประชาชนในการทำงาน 

ส่วนการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ผ่านมา ประชาชนให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก เป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่แค่กรุงเทพฯแต่ไปทั้งประเทศไทยผมว่าเรื่องโปร่งใสเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องทำถ้าไม่ทำก็อยู่ไม่ได้ก็จะทำให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยก็จะเปิดเผยให้โปร่งใสให้มากขึ้น

สำหรับทีมงานผู้ว่าฯกทม.นั้น ก็จะต้องมีการพิจารณาอีกครั้งรอให้ผลการเลือกตั้งเรียบร้อยก่อน

เท้ง ฝ่าฝนเข้าพรรคประชาชน มอนิเตอร์ผลเลือกต้้ง กทม.-พัทยา เตรียมแถลง 1 ทุ่ม

เท้ง ฝ่าฝนเข้าพรรคประชาชน มอนิเตอร์ผลเลือกต้้ง กทม.-พัทยา เตรียมแถลง 1 ทุ่ม

เท้ง ฝ่าฝนเข้าพรรคประชาชน มอนิเตอร์ผลเลือกต้้ง กทม.-พัทยา เตรียมแถลง 1 ทุ่ม

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.38 น.

“เท้ง” ฝ่าฝนเข้าพรรค ปชน. มอนิเตอร์ผลเลือกต้้ง กทม.-พัทยา บอกสื่อรอดูครับ 5 โมงเย็นแล้ว หลังถูกถามทราบผล “นิด้าโพล” จับตา 19.00 น. เป็นต้นไป 3 บุคคลหลักจับมือกันแถลง “เท้ง-ดร.โจ-พิจารณ์”

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 17.06 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางถึงอาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน เพื่อมอนิเตอร์ผลคะแนนเลือกตั้ง กทม.และเมืองพัทยา หลังจากปิดหีบเวลา 17.00 น. ท่ามกลางฝนที่ตกหนักตั้งแต่ช่วงเวลา 16.00 น. แล้ว

ทันทีที่มาถึง สื่อมวลชนได้สอบถามว่าได้เห็นผลนิด้าโพลแล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า “รอดูผลครับ 5 โมงแล้ว” ส่วนจะแถลงข่าวหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุแค่ว่า “ครับผม”

ขณะที่บรรยากาศพรรคประชาชน มีสื่อมวลชนมารอทำข่าวบริเวณชั้น 1 โดยเจ้าหน้าที่จะเปิดให้ขึ้นไปโซนแถลงข่าวชั้น 7 เวลาประมาณ 19.00 น. โดยการแถลงข่าวหลังจากทราบผลคร่าว ๆ ในค่ำวันนี้ จะนำโดยนายณัฐพงษ์ , นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ส่วนแฟนคลับที่มาร่วมลุ้นผลบางตา 

‘อนุชา-อภิสิทธิ์’ แถลงยินดี ‘ชัชชาติ’ ว่าที่ผู้ว่าฯกทม. สมัยสอง รับสถานการณ์เป็นรอง พลิกผลยาก

'อนุชา-อภิสิทธิ์' แถลงยินดี 'ชัชชาติ' ว่าที่ผู้ว่าฯกทม. สมัยสอง รับสถานการณ์เป็นรอง พลิกผลยาก

‘อนุชา-อภิสิทธิ์’ แถลงยินดี ‘ชัชชาติ’ ว่าที่ผู้ว่าฯกทม. สมัยสอง รับสถานการณ์เป็นรอง พลิกผลยาก

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.21 น.

’ปชป.‘ แถลงยินดี ’ชัชชาติ‘ ซิว ‘ผู้ว่าฯกทม.’ อีกสมัย ยินดีให้นำ ‘นโยบายฟ้าอมร’  ไปทำประโยชน์เพื่อ ‘คนเมือง’ ควบคู่เดินหน้าทำงานตรวจสอบ เชื่อได้ ‘ส.ก.’ ตามเป้า รับสถานการณ์เป็นรอง พลิกผลยาก

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 17.50 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอนุชา บูรณพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงภายหลังการปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 

โดยนายอนุชา กล่าวว่า ตนขอแสดงความยินดีกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. แม้ว่าจะอยู่ในช่วงการนับคะแนน แต่เชื่อว่านายชัชชาติจะได้ทำหน้าที่ให้คนกทม.อีกครั้ง  ทั้งนี้ตนหวังว่าในนโยบายที่ตนและพรรคประชาธิปัตย์นำเสนอในประเด็นที่เป็นประโยชน์ไม่อยากให้จบที่ผลเลือกตั้ง แต่อยากให้นำไปใช้ หากเป็นประโยชน์และสามารถนำไปช่วยเสริมนโยบายของนายชัชชาติและตนยินดีให้ความสนับสนุน

“ผมขอบคุณคนกทม. ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และหวังว่าปีนี้จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิสูงกว่าการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา รวมถึงขอบคุณผู้สมัครส.ก. สมาชิกพรรคและผู้บริหารพรรคที่ให้โอกาสเป็นส่วนหนึ่ง ที่นำเสนอแนวคิดและนโยบาย รวมถึงขอบคุณทุกคะแนนเสียง ไม่ว่าจะได้คะแนนเท่าใด” นายอนุชา กล่าว

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนขอแสดงความยินดีกับนายชัชชาติ ในส่วนของนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอหากนายชัชชาติเห็นว่าสามารถเข้าไปเสริมหรือสร้างประโยชน์ให้คนกทม.ได้ พวกเราพร้อมสนับสนุนข้อมูลเต็มที่เพื่อให้งานและนโยบายลุล่วง ส่วนประเด็นที่เคยพูดถึงปัญหาการตรวจสอบ จะทำต่อเพื่อรักษาประโยชน์ของคนกทม.

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้สมัคร ส.ก. จากที่ได้รับรายงาน ทราบว่าจะได้รับเลือกตั้งจำนวนหนึ่งที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายในสมัยที่แล้ว เพื่อเป็นกลุ่มคนทำงานที่สำคัญให้คนกทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งสนับสนุนนโยบายให้สำเร็จและตรวจสอบผู้บริหากทม. 

“ผมขอบคุณหลายฝ่ายและคนกทม. ผมทราบว่าสถานการณ์เป็นรอง ไม่สามารถพลิกผลในระยะเวลาที่มี แต่ได้ทำหน้าที่เต็มที่และไม่ได้เสียกำลังใจ เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ได้ทำไปนั้น สิ่งที่ประชาชนรับรู้และทุกคะแนนที่สนับสนุนไม่สูญเปล่า เดินหน้าทำงานในฐานะองค์กรเพื่อประโยชน์คนกทม.และส่วนรวม” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ประวัติ ‘ชัชชาติ’ จากนักวิชาการสู่เส้นทางการเมือง คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2

ประวัติ 'ชัชชาติ' จากนักวิชาการสู่เส้นทางการเมือง คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2

ประวัติ ‘ชัชชาติ’ จากนักวิชาการสู่เส้นทางการเมือง คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.20 น.

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับการตัดสินใจครั้งสำคัญของชาวเมืองหลวง โดยหลังปิดหีบเลือกตั้งในปี 2569 ผลคะแนนชี้ชัดว่า ชาวกรุงเทพมหานครยังคงมอบความไว้วางใจให้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครอิสระ ทำหน้าที่ผู้นำเมืองหลวงอีกครั้ง ส่งผลให้เขากำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สานต่องานต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2 ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จจากแคมเปญ “กรุงเทพทำงาน!” ที่เน้นแก้ปัญหาระดับเส้นเลือดฝอยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา บทความนี้จะพาย้อนรอยประวัติและผลงานของชายผู้ได้ฉายาว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพีผู้นี้

ขอบคุณรูปภาพจาก: ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

พื้นเพและเส้นทางการศึกษาชั้นยอด

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หรือ “ทริป” ปัจจุบันอายุ 60 ปี เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 เป็นบุตรชายของ พล.ต.อ. เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เขามีพี่สาว 1 คน และมีพี่ชายฝาแฝดคือ รศ. ดร.นพ. ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านการศึกษา ชัชชาติสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก่อนคว้าปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา (เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และบริหารธุรกิจที่จุฬาฯ ก่อนจบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมโยธา จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ชีวิตครอบครัวและบทบาทคุณพ่อ

ด้านชีวิตครอบครัว ชัชชาติเคยสมรสกับ ปิยดา สิทธิพันธุ์ (นามสกุลเดิม อัศวฤทธิภูมิ) โดยมีบุตรชายด้วยกันเพียงคนเดียวคือ “แสนดี” แสนปิติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาพัฒนารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA) จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล (Cornell University) ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะมีข้อมูลเปิดเผยว่าชัชชาติและอดีตภรรยาได้หย่าขาดจากกันด้วยดีมาเป็นเวลา 5 ปีก่อนที่เขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัยแรก แต่ทั้งคู่ยังคงทำหน้าที่พ่อและแม่ ดูแลบุตรชายอย่างใกล้ชิดและอบอุ่นมาโดยตลอด

ขอบคุณรูปภาพจาก: ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ประสบการณ์บริหารครบเครื่องทั้งรัฐและเอกชน

ชัชชาติเริ่มต้นอาชีพการทำงานในตำแหน่งวิศวกรโครงสร้างที่บริษัท สคิดมอร์ โอวิ่ง แอนด์ เมอร์ริลล์ (Skidmore, Owings & Merrill) ประเทศสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2536–2537) จากนั้นก้าวสู่งานวิชาการในฐานะอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2546–2555) และได้รับความไว้วางใจให้บริหารงานในตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ (พ.ศ. 2548–2555) นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์บริหารระดับสูงในภาคเอกชน โดยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (พ.ศ. 2558–2561) รวมถึงเคยเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจสำคัญ เช่น รฟม., บขส. และวิทยุการบินฯ

ก้าวพ้นรั้ววิชาการ สู่รัฐมนตรีเจ้าของฉายา “ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

เส้นทางการเมืองของชัชชาติไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นนักการเมืองอาชีพ แต่มาจากการใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นที่ปรึกษาเบื้องหลังให้กับกระทรวงคมนาคมมาตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณ 2 จนถึงรัฐบาลสมัคร จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2555 เมื่อเขาได้รับการทาบทามสายตรงจากอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้มาร่วมงานในคณะรัฐมนตรี เขาตัดสินใจรับความท้าทายในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงแรกเขาถือเป็นคนหน้าใหม่ในวงการการเมืองที่สังคมอาจจะยังไม่คุ้นชื่อนัก ทว่าด้วยฝีมือการทำงาน เพียงไม่กี่เดือนต่อมา เขาก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ขยับขึ้นกุมบังเหียนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเต็มตัวในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน

สิ่งที่ทำให้ชื่อของชัชชาติกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่ใช่แค่เพียงบทบาทการบริหารงานระดับชาติ แต่เกิดจากภาพถ่ายที่เขาสวมเสื้อแขนกุด เดินเท้าเปล่าหิ้วถุงแกงไปใส่บาตรที่จังหวัดสุรินทร์ ความเรียบง่ายติดดินทว่าดูมีพลังนี้ ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์จนกลายเป็นกระแสไวรัล และเป็นจุดกำเนิดของฉายา “ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ที่ผู้คนยังคงพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้เขาได้รับเลือกเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งใหญ่ปี พ.ศ. 2562 ก่อนที่ต่อมาเขาจะตัดสินใจเบนเข็ม มุ่งเป้าหมายมาที่การแก้ปัญหาเมืองหลวงในฐานะนักการเมืองอิสระ

ทำลายสถิติคะแนนเสียง สู่ผู้ว่าฯ กทม. 2 สมัย

ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี พ.ศ. 2565 ชัชชาติลงสมัครในนามอิสระและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการกวาดคะแนนเสียงแบบแลนด์สไลด์ถึง 1,386,215 คะแนน ทำลายสถิติเดิมทั้งหมด และก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าฯ กทม. (พ.ศ. 2565–2569) ตลอดวาระแรก เขาผลักดันนโยบายแก้ปัญหาเมืองอย่างต่อเนื่อง และในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ ทิศทางคะแนนเสียงที่ออกมาแบบนี้ยังคงยืนยันชัดเจนว่า ชาวกรุงเทพฯ ตัดสินใจเลือกให้เขาเดินหน้าสานต่องานในฐานะผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย เพื่อขับเคลื่อนเมืองหลวงต่อไป

ผู้นำยุคใหม่กับศิลปะการสื่อสารและเหรียญสองด้านของคอนเทนต์

อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้ชัชชาติยังคงครองใจคนกรุงเทพฯ ได้อย่างเหนียวแน่น คือ “ศิลปะการสื่อสาร” และความเชี่ยวชาญในการใช้สื่อยุคใหม่ได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ผ่านการนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่หลากหลาย โดยเฉพาะการลงพื้นที่ถ่ายทอดสด (Live) ทางโซเชียลมีเดีย เพื่อพาประชาชนไปร่วมรับรู้และสำรวจปัญหาหน้างานจริงพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์น้ำท่วมขัง ปัญหาการจราจร หรือการตรวจสอบโครงสร้างถนนที่ชำรุด กลยุทธ์การสื่อสารนี้ ได้สร้างภาพจำที่ชัดเจนถึงตัวตนของชัชชาติ ซึ่งทำให้เป็นที่รู้จักของผู้คนอย่างมาก และนับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเรียกคะแนนนิยมได้อย่างล้นหลาม

ทว่าในอีกมุมหนึ่ง เขากลับเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าคะแนนนิยมที่ติดลมบนนั้น เป็นผลจากการกุมพื้นที่สื่อและสร้างคอนเทนต์เก่ง มากกว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่ต้องเผชิญมรสุมข้อกังขาเรื่อง “ระบอบอากง” หรือรอยด่างในอดีตอย่าง “เครื่องออกกำลังกาย” แต่ท้ายที่สุด ก็สามารถฝ่ากระแสวิจารณ์และผ่านพ้นวิกฤตความเชื่อมั่นมาได้

บทพิสูจน์สมัยที่ 2 กับความท้าทายในอีก 4 ปีข้างหน้า

การกลับมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นสมัยที่ 2 ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จึงไม่ใช่เพียงแค่การรักษาเก้าอี้ไว้ได้สำเร็จ แต่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าเขาจะสามารถสลัดหลุดจากข้อครหาและปลดล็อกโซ่ตรวนของปัญหาเรื้อรังที่ยังคงค้างคาอยู่ได้หรือไม่ วาระการทำงาน 4 ปีนับจากนี้ จะเป็นเครื่องตัดสินว่า ทักษะการสื่อสารที่โดดเด่นและวิสัยทัศน์ที่เคยวางไว้ จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวกรุงเทพฯ อย่างแท้จริงได้มากน้อยเพียงใด กรุงเทพฯจะก้าวไปสู่ทิศทางไหน ซึ่งผลงานในอนาคตเท่านั้นที่จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับคนกรุงเทพมหานคร

เช็กได้ที่นี่ ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2569 เรียลไทม์

เช็กได้ที่นี่ ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2569 เรียลไทม์

เช็กได้ที่นี่ ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2569 เรียลไทม์

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.52 น.

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 รายงานสด ผลเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม.2569 อัปเดตล่าสุด เช็กคะแนนเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. และ ส.ก. ได้ที่ คลิก : https://bangkokvote69.bangkok.go.th/map/map

หรือ ที่นี่ คลิก : https://www.thaipbs.or.th/bkkelection69/result

ชัชชาติ นำเกือบทุกเขต ทะลุ 3 หมื่นคะแนนแล้ว

ชัชชาติ นำเกือบทุกเขต ทะลุ 3 หมื่นคะแนนแล้ว

ชัชชาติ นำเกือบทุกเขต ทะลุ 3 หมื่นคะแนนแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.42 น.

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเวลา 17.00 น

ล่าสุด เวลา 17.37 น. ผลนับคะแนนผู้ว่าฯ กทม.  พบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนำในเกือบทุกเขต และมีคะแนนรวมทุกเขต 34,175 แต้ม

ตามด้วย นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่มีคะแนนตามมาในอันดับที่ 2 และนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน (ปชน.) และนายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อันดับที่ 3 และ 4 ตามลำดับ

ขอบคุณ : https://www.thaipbs.or.th/bkkelection69/result