กรณ์ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก. ก่อนเข้าพรรคฯ วอร์รูมติดตามผล

กรณ์ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก. ก่อนเข้าพรรคฯ วอร์รูมติดตามผล

กรณ์ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก. ก่อนเข้าพรรคฯ วอร์รูมติดตามผล

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.49 น.

‘กรณ์’ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก. ก่อนเข้าพรรคฯ วอร์รูมติดตามผล

28 มิ.ย.2569 ที่แขวงช่องนนทรี เขตสาทร นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก น้อดดี้เพลย์กรุ๊ป บาย อลิซาเบธ ภายในซอยเย็นอากาศ 2/3 ถนนเย็นอากาศ แขวงช่องนนทรี เขตสาทร 

กรณ์ จาติกวณิช

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันนี้ (28 มิ.ย.) นายกรณ์ มีกำหนดเดินทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อประชุม สส.ของพรรคฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวันพรุ่งนี้ (29 มิ.ย.) ก่อนที่จะมีการเปิดวอร์รูม เพื่อติดตามผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ที่จะปิดหีบการเลือกตั้งในเวลา 17.00 น.

กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช

งบปี 70 เข้าสภาฯ พรุ่งนี้ นายกฯ กำชับ รมต.แจงให้ สส.- ปชช. เข้าใจเพื่อรับมือเศรษฐกิจ

งบปี 70 เข้าสภาฯ พรุ่งนี้ นายกฯ กำชับ รมต.แจงให้ สส.- ปชช. เข้าใจเพื่อรับมือเศรษฐกิจ

งบปี 70 เข้าสภาฯ พรุ่งนี้ นายกฯ กำชับ รมต.แจงให้ สส.- ปชช. เข้าใจเพื่อรับมือเศรษฐกิจ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.33 น.

งบปี 2570 เข้าสภาฯพรุ่งนี้ นายกฯ กำชับรัฐมนตรีพร้อมชี้แจง-ทำให้ ปชช.เข้าใจเหตุผล ชี้ทิศทางใช้เงินรับมือเศรษฐกิจ เปิดให้ตรวจสอบได้

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยกำชับให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วน พร้อมตอบทุกข้ออภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเหตุผล ความจำเป็น และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้งบประมาณในแต่ละด้าน

โฆษกฯ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 กำหนดวงเงินไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.2 จากคำของบประมาณที่หน่วยงานต่าง ๆ เสนอรวมกว่า 5.97 ล้านล้านบาท ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณา คัดกรอง และจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็น ความเร่งด่วน และความคุ้มค่า

ทั้งนี้ งบประมาณปี 2570 จัดทำขึ้นภายใต้ข้อจำกัดด้านการคลังและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน จึงมุ่งตอบโจทย์ทั้งการดูแลประชาชนในระยะสั้น และการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

สำหรับการลงทุนของประเทศ รัฐบาลเห็นว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงวางแนวทาง “ลงทุน พลัส” โดยใช้เครื่องมือหลายรูปแบบควบคู่กัน ทั้งงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุน Thailand Future Fund การส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI การอำนวยความสะดวกผ่าน Thailand Fast Pass ตลอดจนการลงทุนของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เงินงบประมาณทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนเพิ่มเติม

แม้งบลงทุนโดยตรงในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะอยู่ที่ 789,172 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่เมื่อรวมการลงทุนจากทุกกลไกดังกล่าว รัฐบาลตั้งเป้าระดมเม็ดเงินได้ประมาณ 1.568 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนในอนาคต

โฆษกฯ กล่าวว่าด้วยว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2570 ครอบคลุม 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่

การสร้างความมั่นคงและภูมิคุ้มกันของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงชายแดน การป้องกันยาเสพติด การบริหารจัดการน้ำ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่

การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการปรับปรุงประสิทธิภาพภาครัฐ

การดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ทั้งด้านสวัสดิการ การศึกษา สาธารณสุข การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเพิ่มรายได้ของประชาชน โดยมีงบประมาณสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 42,000 ล้านบาท และเงินสมทบกองทุนประกันสังคม 65,904.3 ล้านบาท เป็นต้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงยึดหลักวินัยการเงินการคลัง โดยตั้งงบบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ 462,470.3 ล้านบาท และรายจ่ายชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้านบาท เพื่อให้ภาระทางการคลังสะท้อนอยู่ในระบบงบประมาณอย่างครบถ้วน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมถึงเอกสารประกอบ แผนการใช้จ่าย และผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงบประมาณ เพื่อร่วมตรวจสอบแผนการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และรับทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาได้อย่างเปิดเผยและโปร่งใส

รับอานิสงส์ลงทุน AI Bloomberg เผย ไทยติดกลุ่ม Rising Star ห่วงโซ่อุปทานโลก

รับอานิสงส์ลงทุน AI Bloomberg เผย ไทยติดกลุ่ม Rising Star ห่วงโซ่อุปทานโลก

รับอานิสงส์ลงทุน AI Bloomberg เผย ไทยติดกลุ่ม Rising Star ห่วงโซ่อุปทานโลก

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.23 น.

รัฐบาลเดินหน้าสร้างโอกาสใหม่  Bloomberg รายงานไทยติดกลุ่ม Rising Star ห่วงโซ่อุปทานโลก รับอานิสงส์ลงทุน AI

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.69 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักข่าว Bloomberg เผยแพร่บทวิเคราะห์อ้างอิงรายงานของ Verisk Maplecroft บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับโลกจากสหราชอาณาจักร ซึ่งจัดให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศ “Rising Stars” หรือดาวรุ่งด้านห่วงโซ่อุปทานโลก ร่วมกับอาร์เจนตินาและฟิลิปปินส์ โดยประเมินว่าประเทศเหล่านี้มีศักยภาพได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของโลก และจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะฐานการผลิตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

รัชดา ธนาดิเรก

รายงานระบุว่า ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของไทยลดลงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ประเทศไทยมีความพร้อมรองรับห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยมีจุดแข็งด้านความเปิดกว้างของตลาด ความเข้มแข็งของกฎระเบียบ และมาตรฐานด้านสิทธิแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนระยะยาว

นางสาวรัชดา กล่าวว่าต่อว่า ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทย และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เดินหน้ายกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่กับการปรับปรุงกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ฐานการผลิตและการลงทุนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงของภูมิภาค

Bloomberg

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ล่าสุด รัฐบาลได้เปิดตัว Thailand FastPass ซึ่งบูรณาการการทำงานของ 8 หน่วยงานภาครัฐ เร่งรัดการอนุมัติและอนุญาตโครงการลงทุน ช่วยปลดล็อกการลงทุนมูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาท สร้างงานคุณภาพและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

“รัฐบาลเชื่อว่าโอกาสของประเทศไทยกำลังเปิดกว้างมากกว่าที่เคย เมื่อโลกกำลังมองหาฐานการผลิตแห่งใหม่ ประเทศไทยต้องพร้อมคว้าโอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์กับคนไทยทุกคน รัฐบาลจะเดินหน้าลดอุปสรรคในการลงทุน พัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสร้างงานที่มีคุณภาพ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคง ประชาชนมีรายได้ที่ดีขึ้น และประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของภูมิภาค” นางสาวรัชดา กล่าว

คุณตาวัย 94 เดินเท้าจากบ้านมาใช้สิทธิ เผยอยากเห็น กทม. เจริญกว่านี้ 4 ปี ควรมีผลงานให้จดจำ

คุณตาวัย 94 เดินเท้าจากบ้านมาใช้สิทธิ เผยอยากเห็น กทม. เจริญกว่านี้ 4 ปี ควรมีผลงานให้จดจำ

คุณตาวัย 94 เดินเท้าจากบ้านมาใช้สิทธิ เผยอยากเห็น กทม. เจริญกว่านี้ 4 ปี ควรมีผลงานให้จดจำ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.53 น.

หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนเศรษฐเสถียร เขตดุสิต คึกคัก คุณตาวัย 94 เดินเท้าจากบ้านมาใช้สิทธิคนแรก เชิญชวนชาว กทม. เลือกผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. เผยอยากเห็น กทม. เจริญกว่านี้ 4 ปี ควรมีผลงานให้จดจำ

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2569 บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. ที่บริเวณเต็นท์ลานกิจกรรมโรงเรียนเศรษฐเสถียร ถนนพระราม 5 แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้ง 2 หน่วย คือหน่วยที่ 9 และ 10 โดยในหน่วยเลือกตั้งที่ 10 มีบุคคลสําคัญสําคัญที่สําคัญใช้สิทธิเลือกตั้งในหน่วยนี้ คือ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใช้สิทธิลำดับที่ 64 ซึ่งในหน่วยดังกล่าว มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. 696 คน ขณะที่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 702 คน

โดยทันทีที่เปิดหีบในเวลา 08.00 น. นายปรีชา ศิริครินทร์ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย อายุ 94 ปี ที่มารอตั้งแต่เวลา 07.30 น. ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นคนแรก ซึ่งนายปรีชาเดินมาจากบ้านพักที่ห่างจากหน่วยเลือกตั้งประมาณ 550 เมตร พร้อมเปิดเผยที่มาใช้สิทธิตั้งแต่เช้าว่า อยากได้ผู้ว่าฯ กทม. ที่ทํางานเป็น และอยากจะเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มากๆ อยากได้ผู้ว่าฯ กทม.ที่เป็นคนดีไปทํางานให้ กทม. และอยากเห็น กทม. เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น อยากเห็นกรุงเทพฯ เจริญกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องถนนตามตรอกซอกซอยให้เรียบ และมีตลาดขนาดใหญ่กระจายทั่วทุกโซนในกรุงเทพ รวมถึงโรงเรียนดีๆ และอยากให้คนที่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ให้มีผลงานชิ้นโบว์แดง ใน 4 ปีมีสักชิ้น ให้คนนึกถึง ไม่ใช่ทํางานจนครบ 4 ปี แล้วไม่มีผลงานอะไรเลย

ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้มาใช้สิทธิ โดยแต่ละหน่วยเลือกตั้งมีการติดตั้งป้ายประกาศคำสั่ง หมายเลขผู้สมัครอย่างชัดเจน บัตรสีเขียว เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. บัตรสีชมพู เลือก สภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่สังเกตว่า สถานที่ของหน่วยเลือกตั้ง ตั้งอยู่ภายในอาคารเพื่อรองรับสภาพอากาศที่มีการคาดการณ์ จากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า กทม. จะมีฝนฟ้าคะนองประมาณ ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ทำให้หน่วยเลือกตั้งที่ 9-10 ในโรงเรียนเศรษฐเสถียร แม้จะอยู่ในที่ร่ม เป็นโดม โล่ง แต่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ได้กางเต็นส์ ขึงผ้าใบสีน้ำเงิน รอบด้าน ซึ่งเป็นไปตามมาตรการของ กกต. กทม. ที่ป้องกันฝนตก เพราะมีบทเรียนจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ดีเดย์เปิดหีบ ปลัด กทม. แถลงเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.

ดีเดย์เปิดหีบ ปลัด กทม. แถลงเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.

ดีเดย์เปิดหีบ ปลัด กทม. แถลงเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.46 น.

ปลัดกรุงเทพมหานคร แถลงเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ยืนยันความพร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 7 หมื่นคน พร้อมสั่งการรับมือปัญหาการจราจรและฝนตก อำนวยความสะดวกประชาชน มั่นใจทราบผลคะแนนภายใน 22.00 น.วันนี้

วันนี้ 28 มิถุนายน 2569 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร แถลงเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 42 – 46 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร พร้อมกล่าวว่า หน่วยเลือกตั้งทั้ง 6,628 หน่วย และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยกว่า 74,000 คน มีความพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนในวันนี้ ซึ่งบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนตื่นตัวมารอใช้สิทธิตั้งแต่ก่อนเวลา 08:00 น. โดยเฉพาะในเขตคลองสามวาซึ่งมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากที่สุดกว่า 170,000 คน แม้จะมีข้อกังวลเรื่องการจราจรติดขัดในบางจุดที่มีการก่อสร้างทางยกระดับและสภาพอากาศที่อาจมีฝนตก แต่ทางกรุงเทพมหานครได้ประสานตำรวจท้องที่อำนวยความสะดวก และเตรียมแผนเผชิญเหตุรวมถึงเครื่องสูบน้ำไว้รองรับสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว

ปลัดกรุงเทพมหานคร

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวด้วยว่า กรุงเทพมหานคร ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามและประมวลผลการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) โดยจะมีการรายงานผลแบบเรียลไทม์ โดยจะเริ่มขึ้นทันทีหลังปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17:00 น. ซึ่งคาดว่าจะสามารถทราบผลคะแนนภาพรวมทั้งหมดได้ไม่เกินเวลา 22:00 น. ทั้งนี้ ปลัดกรุงเทพมหานคร ยังได้เน้นย้ำในการดำเนินการให้เกิดถึงความโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรมในทุกขั้นตอน พร้อมเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 4.4 ล้านคน รวมถึงกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (First Voter) อีกกว่า 2 หมื่นคน ออกมาใช้สิทธิได้จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันนี้

ปลัดกรุงเทพมหานคร
ปลัดกรุงเทพมหานคร
ปลัดกรุงเทพมหานคร
ปลัดกรุงเทพมหานคร
ปลัดกรุงเทพมหานคร

อย่าท้าทายระบอบน้ำเงิน! สมชัย กาง 3 ปมพิสดาร หลังปลัดภูเก็ต ถูกรวบทุจริตสอบท้องถิ่น

อย่าท้าทายระบอบน้ำเงิน! สมชัย กาง 3 ปมพิสดาร หลังปลัดภูเก็ต ถูกรวบทุจริตสอบท้องถิ่น

อย่าท้าทายระบอบน้ำเงิน! สมชัย กาง 3 ปมพิสดาร หลังปลัดภูเก็ต ถูกรวบทุจริตสอบท้องถิ่น

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.32 น.

อย่าท้าทายระบอบน้ำเงิน! สมชัย กาง 3 ปมพิสดาร หลังปลัดภูเก็ต ถูกรวบทุจริตสอบท้องถิ่น โยงแก้แค้นแฉแชต ช่วยน้ำเงินด้วย

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “กรณี ปลัดจังหวัดภูเก็ต การถูกจับกุมปลัดจังหวัดทันทึเมื่อเดินทางกลับภูเก็ตข้อหาเรียกรับเงิน 900,000 บาทเป็นนายหน้าการทุจริตสอบท้องถิ่น

ปลัดจังหวัดดังกล่าวคือ บุคคลที่เปิดเผยข้อความในไลน์ ที่อ้างว่าอธิบดีกรมการปกครอง ส่งข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” มาให้ช่วงเลือกตั้ง สส. และกลายเป็นคู่กรณีในทางคดีต่อกัน

การถูกจับกุมดังกล่าว หากเป็นการทำผิดจริง ก็เป็นเรื่องพิสดารของบ้านเมือง

1. คดีทุจริตสอบท้องถิ่น น่าจะมีคนเกี่ยวข้องในขบวนการมากมาย แต่ออกหมายจับแบบทันควันแค่รายเดียว ที่เหลือหายไปไหน ทำไมรายนี้จับได้ไว ทั้งประเทศมีแค่นี้หรือ

2. ดูจากประวัติการทำงาน เคยได้รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นครุฑทองคำ เคยเป็นนายอำเภอแหวนเพชร จึงมีคำถามว่า ระบบการคัดเลือกข้าราชการดีเด่นของหน่วยงานต่าง ๆ เชื่อถือไม่ได้เลยใช่ไหม หากคัดแล้วได้คนแบบนี้ ยกเลิกรางวัลไปเถอะ

3. หากบุคคลระดับปลัดจังหวัดยังสามารถรับเป็นนายหน้าติดต่อทุจริตสอบโดยอ้างรู้จักผู้บริหารในกรมส่วนกลาง เป็นไปได้ไหมที่การเรียกรับแบบนี้ จะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในกระทรวงดังกล่าว กลายเป็นเรื่องสามัญว่า ความสามารถไม่สำคัญ มีเงิน มีตระกูล อย่างไรก็สอบติด

แต่หากเรื่องดังกล่าว ไม่เป็นความจริง หากแต่มาจากผู้มีอำนาจจัดการให้เกิด

ก็เป็นอีกหนึ่งบทเรียนว่า “อย่าท้าทายกับระบอบน้ำเงิน” ทำเป็นเล่นกับคำพูด “ช่วยน้ำเงินด้วย” เพราะนอกเขาจะไม่ช่วย ยังมีอำนาจทำลายล้างอย่างคิดไม่ถึง”

60+ ก็ขายออนไลน์ได้ รัฐบาลเปิดคอร์สฟรี สอนสร้างรายได้บน Shopee ทุกขั้นตอน

60+ ก็ขายออนไลน์ได้  รัฐบาลเปิดคอร์สฟรี สอนสร้างรายได้บน Shopee ทุกขั้นตอน

60+ ก็ขายออนไลน์ได้ รัฐบาลเปิดคอร์สฟรี สอนสร้างรายได้บน Shopee ทุกขั้นตอน

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.24 น.

60+ ก็ขายออนไลน์ได้ รัฐบาลเปิดคอร์สฟรี สอนสร้างรายได้บน Shopee ครบทุกขั้นตอน

กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ จับมือบริษัท Sea (ประเทศไทย) และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดอบรม “ช้อปได้ ขายดี บน Shopee” ถ่ายทอดทักษะค้าขายออนไลน์ครบวงจร ตั้งแต่เปิดร้านจนสร้างยอดขาย พร้อมเสริมความรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนให้ผู้สูงอายุในยุคดิจิทัล

ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.69 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงอาชีพและรายได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในโลกออนไลน์ สอดคล้องกับการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัยของประเทศไทย โดยล่าสุด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ ร่วมกับบริษัท Sea (ประเทศไทย) และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้โครงการ Shopee University TH by Ajarn Shopee จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ช้อปได้ ขายดี บน Shopee” ณ สำนักงาน Sea (ประเทศไทย) เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถนำความรู้ด้านดิจิทัลไปต่อยอดสร้างอาชีพและสร้างรายได้จากสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของตนเอง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวออกแบบให้ผู้สูงอายุเรียนรู้ได้ง่ายและนำไปใช้ได้จริง ตั้งแต่การเปิดร้านค้าออนไลน์ การจัดการหน้าร้าน การถ่ายภาพสินค้า การเขียนรายละเอียดสินค้า การตั้งราคา การใช้เครื่องมือการตลาด การบริหารคำสั่งซื้อ ตลอดจนการสร้างรายได้ผ่านระบบนายหน้าออนไลน์ (Affiliate) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้โดยไม่ต้องลงทุนสต็อกสินค้าหรือจัดส่งสินค้าเอง พร้อมทั้งสอดแทรกความรู้ด้านการป้องกันภัยไซเบอร์ วิธีสังเกตกลโกงออนไลน์ และการทำธุรกรรมดิจิทัลอย่างปลอดภัย เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างมั่นใจและรู้เท่าทันมิจฉาชีพ

ขายออนไลน์

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 250 คน แบ่งเป็นผู้เข้าอบรมแบบออนไซต์ 50 คน และผ่านระบบออนไลน์ 200 คน ประกอบด้วยผู้สูงอายุทั่วไป เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) รวมถึงผู้สูงอายุและเจ้าหน้าที่จากศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุทั้ง 12 แห่ง และศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมด้านผู้สูงอายุจังหวัดชลบุรี สะท้อนความสนใจของเครือข่ายผู้สูงอายุในการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อต่อยอดสู่การสร้างอาชีพและรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์

“รัฐบาลต้องการให้ผู้สูงอายุไม่เพียงก้าวทันโลกดิจิทัล แต่ยังสามารถใช้เทคโนโลยีสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับตนเองได้ โครงการนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเรียนรู้ทักษะใหม่ ต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับผู้สูงอายุและครอบครัวในระยะยาว” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว

ไม่ต้องไปถึงสาธารณสุข สบส. เปิดบริการออนไลน์ครบวงจร ยื่นขออนุญาตธุรกิจสุขภาพได้ทุกที่ทุกเวลา

ไม่ต้องไปถึงสาธารณสุข สบส. เปิดบริการออนไลน์ครบวงจร ยื่นขออนุญาตธุรกิจสุขภาพได้ทุกที่ทุกเวลา

ไม่ต้องไปถึงสาธารณสุข สบส. เปิดบริการออนไลน์ครบวงจร ยื่นขออนุญาตธุรกิจสุขภาพได้ทุกที่ทุกเวลา

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.09 น.

รัฐบาลเดินหน้ารัฐบาลดิจิทัล สบส. เปิดบริการออนไลน์ครบวงจร ยื่นขออนุญาตธุรกิจสุขภาพได้ทุกที่ทุกเวลา

เมื่อวันที 28 มิ.ยใ69 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและการยกระดับบริการภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ลดขั้นตอน ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการติดต่อราชการ พร้อมยกระดับการให้บริการภาครัฐให้สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

ลลิดา เพริศวิวัฒนา

รองโฆษกฯกล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาระบบธุรกรรมออนไลน์สำหรับสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการ และประชาชน โดยสามารถดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลได้แบบครบวงจรในจุดเดียว (One Stop Service) สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล (Digital Health) และการปรับเปลี่ยนหน่วยงานภาครัฐสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

ระบบดังกล่าวรองรับการดำเนินธุรกรรมที่สำคัญของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ อาทิ การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการรายใหม่ การต่ออายุใบอนุญาตทุก 5 ปี การโอนและรับโอนใบอนุญาต การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต การขอใบแทนใบอนุญาต การยกเลิกประกอบกิจการ และการชำระค่าธรรมเนียมรายปี ผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด

ธุรกิจสุขภาพ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ในส่วนของผู้ให้บริการ สามารถดำเนินการขอใบรับรอง การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส.14) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับรอง และการขอใบแทนใบรับรองได้ผ่านระบบเดียวกัน ขณะที่ผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปา ยังสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการกิจการสปาผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

นอกจากนี้ กรม สบส. ยังได้จัดทำคู่มือการใช้งานระบบออนไลน์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและประชาชน ครอบคลุมทั้งการขออนุญาตประกอบกิจการ การดำเนินธุรกรรมของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ การขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ และการขออนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้สามารถใช้บริการได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับการให้บริการภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ลดขั้นตอน ลดการเดินทาง และเพิ่มความโปร่งใสในการให้บริการ ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและระบบสุขภาพดิจิทัลของประเทศ ที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจสามารถดำเนินธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ที่ esta2.hss.moph.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มควบคุมกำกับมาตรฐาน กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โทรศัพท์ 0 2193 7000 ต่อ 18408 และ 18433.

คลี่คลายปมทับลาน! รัฐบาลเดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลง แยกชาวบ้าน–นายทุน

คลี่คลายปมทับลาน! รัฐบาลเดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลง แยกชาวบ้าน–นายทุน

คลี่คลายปมทับลาน! รัฐบาลเดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลง แยกชาวบ้าน–นายทุน

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.07 น.

รัฐบาลคลี่คลายปมทับลาน เดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลง แยกชาวบ้าน–นายทุน ยึดกฎหมายควบคู่รักษาผืนป่า 

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทับลานที่ยืดเยื้อมายาวนาน โดยยึดหลักการสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้กรอบกฎหมายและข้อมูลข้อเท็จจริง พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางแก้ไข

รองโฆษกฯกล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 9/2569 ว่า ทุกฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลอย่างสร้างสรรค์ จนสามารถกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ โดยยึดหลักข้อเท็จจริง กฎหมาย และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งได้รับการยอมรับและสร้างความเข้าใจร่วมกันเป็นอย่างดี

สาระสำคัญของแนวทางดำเนินการ ประกอบด้วย การเดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลงอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ การคัดแยกประชาชนผู้ครอบครองและทำกินโดยสุจริตออกจากกลุ่มนายทุนหรือผู้บุกรุกพื้นที่ป่าโดยมิชอบ รวมทั้งยืนยันว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนจะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายและข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศควบคู่กันไป

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมยังย้ำชัดว่า การดำเนินการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับลานครั้งนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ที่มีข้อเท็จจริงและประวัติความเป็นมาที่แตกต่างกัน ไม่ใช่แนวทางที่จะนำไปใช้กับพื้นที่อื่นโดยอัตโนมัติ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินคดีต่อผู้บุกรุกพื้นที่ป่าโดยผิดกฎหมายยังคงเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด

“รัฐบาลเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาที่ดินทับลานต้องสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกับการอนุรักษ์ผืนป่าของประเทศ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่ความเข้าใจร่วมกัน และเป็นรากฐานของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อให้คนอยู่กับป่าได้บนพื้นฐานของกฎหมาย ความเป็นธรรม และประโยชน์สูงสุดของประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว

ไม่ใช่แจกเพื่อความสวยงาม รัฐบาล แจงยิบ ‘ฮอร์โมนคนข้ามเพศ’ ต้องผ่านแพทย์-ไร้ชื่อเด็กต่ำกว่า 18

ไม่ใช่แจกเพื่อความสวยงาม รัฐบาล แจงยิบ 'ฮอร์โมนคนข้ามเพศ' ต้องผ่านแพทย์-ไร้ชื่อเด็กต่ำกว่า 18

ไม่ใช่แจกเพื่อความสวยงาม รัฐบาล แจงยิบ ‘ฮอร์โมนคนข้ามเพศ’ ต้องผ่านแพทย์-ไร้ชื่อเด็กต่ำกว่า 18

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.55 น.

รัฐบาล แจง “บริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ” ไม่ใช่แจกยาเพื่อความสวยงาม มีระบบการเบิกจ่ายชัดเจน กำหนดเกณฑ์อายุ 18 ปีขึ้นไป เป็นบุคคลข้ามเพศและเพศหลากหลายสัญชาติไทย และต้องผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.69 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ โดยเฉพาะประเด็นการใช้ยากลุ่มยับยั้งการเข้าสู่วัยหนุ่มสาว หรือ puberty blocker ในเด็ก นั้น

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ชี้แจงแล้วว่า การดำเนินงานในปัจจุบันเป็นไปตาม Protocol ที่กำหนดไว้ชัดเจน กลุ่มเป้าหมายของบริการ คือ บุคคลข้ามเพศและเพศหลากหลายที่มีสัญชาติไทยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ ในการเข้าสู่กระบวนการยืนยันเพศสภาพ และผ่านการประเมินสุขภาพองค์รวมจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว สำหรับกรณีผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ผู้รับบริการสามารถแสดงความยินยอมได้ด้วยตนเอง และหากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมพิจารณาแล้วเห็นว่า การให้บริการทางสุขภาพเพื่อการยืนยันเพศสภาพในบางกรณีมีความซับซ้อนเกินขีดความสามารถของตนเอง สามารถส่งต่อผู้รับบริการไปยังผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่มีความชำนาญกว่าได้

“บริการนี้ไม่ใช่การแจกยา ไม่ใช่บริการเพื่อความสวยงาม และไม่ใช่การเปิดให้เด็กหรือเยาวชนเข้าถึงยาได้โดยไม่มีระบบกำกับ แต่เป็นบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ที่มีความจำเป็น โดยในขณะนี้ Protocol ที่เบิกจ่ายได้ครอบคลุมผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และจากการตรวจสอบข้อมูลการเบิกจ่าย ไม่พบผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเบิกจ่ายเข้ามา ซึ่งหากมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่เข้าเกณฑ์ปฏิบัติอยู่แล้ว” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ 

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า ภายใต้สิทธิบัตรทอง กลุ่มคนข้ามเพศสามารถเข้ารับบริการฮอร์โมนข้ามเพศ ได้ทั้งแบบ ยาเม็ดและยาฉีด โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เช่น อายุ ภาวะสุขภาพเดิม และผลการตรวจร่างกาย เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด สิทธิประโยชน์นี้ไม่ได้ครอบคลุมเพียงแค่ “การจ่ายยา” เท่านั้น แต่เป็นการดูแลแบบครบวงจร ทั้งนี้ การบรรจุบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพสำหรับบุคคลข้ามเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นการดำเนินงานตามกระบวนการพัฒนาสิทธิประโยชน์ตามปกติของ สปสช. ไม่ใช่การกำหนดสิทธิประโยชน์โดยเร่งรัดหรือข้ามขั้นตอน