Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ผักชี’ตลาดสงขลาขึ้นราคากิโลละ 200 บาทจากเดิม 150 อ้างฝนตกผักมีน้อย

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694526

'ผักชี'ตลาดสงขลาขึ้นราคากิโลละ 200 บาทจากเดิม 150 อ้างฝนตกผักมีน้อย

‘ผักชี’ตลาดสงขลาขึ้นราคากิโลละ 200 บาทจากเดิม 150 อ้างฝนตกผักมีน้อย

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.39 น.

ผักชีตลาดสงขลา ปรับราคาขึ้นถึงกิโลกรัมละ 200 บาทจาก 150 บาท ซึ่งราคาที่ปรับขึ้นนี้มาจากเอเย่นต์ใหญ่ที่ส่งมาจากต้นทางภาคกลาง เนื่องจากแหล่งปลูกผักในภาคกลางหลายจังหวัดฝนตก แปลงผักชีได้รับความเสียหายทำให้ปริมาณผักชีที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดลดน้อยลง ส่วนผักอื่นๆ ราคายังปรกติทั้ง ต้นหอม ผักขึ้นฉ่าย ผักคะน้า ผักกาดหอม ผักบุ้งและผักกาดขาว

วันที่ 26 พ.ย.65 ตลาดผักที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ขณะนี้ผักชีมีการปรับราคาขึ้นถึงกิโลกรัมละ 200 บาทจากเดิมกิโลกรัมละละ 150 บาท ซึ่งราคาที่ปรับขึ้นนี้มาจากเอเย่นต์ใหญ่ที่ส่งมาจากต้นทางภาคกลาง เนื่องจากแหล่งปลูกผักในภาคกลางหลายจังหวัดฝนตก แปลงผักชีได้รับความเสียหาย ทำให้ปริมาณผักชีที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดลดน้อยลง ส่วนผักอื่นๆราคายังปรกติทั้ง ต้นหอม ผักขึ้นฉ่าย ผักคะน้า ผักกาดหอม ผักบุ้งและผักกาดขาว

สำหรับราคาผักที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่าในวันนี้ ผักชีกิโลกรัมละ 200 บาทจากเดิมกิโลกรัมละ 150 บาท ต้นหอมกิโลกรัมละ 180 บาท ผักขึ้นฉ่ายกิโลกรัมละ 100 บาท ผักคะน้ากิโลกรัมละ 30 บาท ผักกาดหอมกิโลกรัมละ 70 บาท ผักบุ้งกิโลกรัมละ 30 บาท และผักกาดขาวกิโลกรัมละ 40-50 บาท

นางประภา จินดา อายุ 40 ปี แม่ค้าขายผักตลาดทรัพย์สินพลาซ่า บอกว่า ช่วงนี้ผักชีราคากิโลกรัมละ 200 บาทจากกิโลกรัมละ 150 ขึ้นเป็น 200 บาท ซึ่งราคาที่ปรับขึ้นนี้มาจากเอเย่นต์ใหญ่ที่ส่งมาจากต้นทางภาคกลาง เนื่องจากแหล่งปลูกผักในภาคกลางหลายจังหวัดฝนตก แปลงผักชีได้รับความเสียหาย ทำให้ปริมาณผักชีที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดลดน้อยลง ส่วนผักอื่นๆราคายังปรกติ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝรั่งหนุ่มสุดงง! เห็นไม้ปัดขนไก่ครั้งแรก ถึงกับตื่นเต้นอยากรู้ว่ามันคืออะไร (คลิป)

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694524

ฝรั่งหนุ่มสุดงง! เห็นไม้ปัดขนไก่ครั้งแรก ถึงกับตื่นเต้นอยากรู้ว่ามันคืออะไร (คลิป)

ฝรั่งหนุ่มสุดงง! เห็นไม้ปัดขนไก่ครั้งแรก ถึงกับตื่นเต้นอยากรู้ว่ามันคืออะไร (คลิป)

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.35 น.

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 ผู้ใช้ TikTok บัญชี snookerpin ได้อัปโหลดคลิปที่แฟนชาวต่างชาติของเธอเห็นไม้ปัดขนไก่ครั้งแรก พร้อมบรรยายคลิปว่า “เมื่อฝรั่งเห็นไม่ปัดขนไก่ครั้งแรก”

โดยในคลิปแฟนฝรั่งได้ถามกับเธอว่านี่คืออะไร พร้อมชี้ไปที่ไม้ปัดขนไก่ เธอจึงถามแฟนไปว่า “ไม่รู้หรอว่าคืออะไร ที่บ้านเธอไม่มีแบบนี้หรอ” จนคุณพ่อของเธอต้องหยิบไปใช้โชว์ว่าเอาไว้ปัดฝุ่นทำความสะอาด  แต่แฟนก็ยังเข้าใจว่า เอาไว้ปัดรถ จนเธอต้องบอกว่ามันเอาไว้ใช้ปัดทำความสะอาดทุกๆ อย่าง เวลาเห็นอะไรที่สกปรก ทำให้แฟนหนุ่มของเธอต้องเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เพื่อให้หายข้องใจ

https://www.tiktok.com/embed/v2/7168040089333796123?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F694524

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิสูจน์ความอร่อย’หมูแกว่ง-หมูพวง’ตลาดท่าน้ำรับเสด็จฯเมืองเก่าสุโขทัย

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694502

พิสูจน์ความอร่อย'หมูแกว่ง-หมูพวง'ตลาดท่าน้ำรับเสด็จฯเมืองเก่าสุโขทัย

พิสูจน์ความอร่อย’หมูแกว่ง-หมูพวง’ตลาดท่าน้ำรับเสด็จฯเมืองเก่าสุโขทัย

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.14 น.

วันที่ 26 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดท่าน้ำรับเสด็จฯ ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย มีอาหารร้านเด็ดชื่อ “ร้านหมูนอกคอก” ทำหมูแกว่ง-หมูพวงขายเป็นเจ้าแรกในสุโขทัย ประชาชนและนักท่องเที่ยวชอบแวะมาซื้อกิน ทำเอาสาวเจ้าของร้านซึ่งเป็นครูปฐมวัยด้วย ถึงกับยิ้มกริ่ม เพราะหมูที่ร้านขายดีหมดเกลี้ยงทุกวัน

นางสาวกนกวรรณ พรมดวง อายุ 28 ปี เจ้าของร้านหมูนอกคอก บอกว่า ปัจจุบันเป็นครูสอนอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองเก่า แล้วก็ทำอาชีพเสริมเปิดร้านหมูนอกคอก ทอดหมูแกว่ง-หมูพวงขายมานาน 8 ปีแล้ว ถือเป็นเจ้าแรกในสุโขทัย ลูกค้ากินแล้วติดใจรสชาติ และความสดใหม่วันต่อวัน

“รสชาติหมูทอดของที่ร้านจะมีเอกลักษณ์ และสูตรลับเฉพาะ โดยหมูแกว่งจะเป็นสันคอหมู หมักเครื่องเทศ พริกไทยดำ แต่หมูพวงจะเป็นแดดเดียว สันคอหมูไม่ติดมัน หมักด้วยงาขาว ขายพวงละ/ไม้ละ 10 บาทแล้วยังมีชุดเซทใส่กระจาด ให้ลูกค้าได้เซลฟี่กันแบบเก๋ๆ และกินอิ่มด้วย แค่ชุดละ 60 บาท” นางสาวกนกวรรณ กล่าว

ทั้งนี้ ร้านหมูนอกคอกจะเปิดขายประจำอยู่ในตลาดท่าน้ำรับเสด็จฯ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00-20.30 น. และรับจัดงานเลี้ยงนอกสถานที่ ติดต่อได้ที่เบอร์โทร 063-0800417

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ท่องเที่ยวเริ่มตื่นตัว! เมืองพัทยาต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากกรุงมอสโก-อู่ตะเภา

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694494

ท่องเที่ยวเริ่มตื่นตัว! เมืองพัทยาต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากกรุงมอสโก-อู่ตะเภา

ท่องเที่ยวเริ่มตื่นตัว! เมืองพัทยาต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากกรุงมอสโก-อู่ตะเภา

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.01 น.

จากกรณีที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สายการบินทางฝั่งรัสเซียได้ขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งทั้งในรูปแบบเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ซึ่งจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภูเก็ต เมืองพัทยา (ชลบุรี) และกรุงเทพฯ กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงไฮซีซั่นปลายปีซึ่งจะมีผลดีไปจนถึงปีหน้าด้วย

ล่าสุดเมื่อเวลา 07.45 น.วันที่ 26 พ.ย.65 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย พล.ร.อ.ระพีพงษ์ ผู้อำนวยการสนามบินอู่ตะเภา ผู้บริหาร ตัวแทนเอกชนธุรกิจท่องเที่ยวและคณะ ร่วมให้การต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียจำนวน 236 คนที่ด้วยเครื่องบินแบบเหมาลำแบบปฐมฤกษ์เพื่อมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยสายการบินดังกล่าวเป็นของสายการบิน Azur Airline ของประเทศสหพันธรัฐรัสเซียในเที่ยวบินที ZF 2847 ซึ่งบินจากสนามบินท่อลมเซอร์โว  (OVB) มายังสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาฯ (UTP) ที่อาคารพักผู้โดยสารหลังที่ 2 สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา 

นายสรรเพ็ชร ศุภบวรเสถียร นายกมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่นักท่องเที่ยวรัสเซียเริ่มเดินทางสู่เมืองพัทยาแล้ว หลังจากปัญหาการแพร่ระบาดของโลกลดลง ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มตื่นตัวและอยากเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะชาวรัสเซีย ซึ่งขษณะนี้กำลังประสพกับภัยหนาวอย่างมากและในขณะนี้มีบริษัททัวร์ขื่อดัง 3 แห่งโดยเฉพาะ Anex ที่จัดโปรแกรมการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมโดยผู้บริหารแจ้งว่าจะพานักท่องเที่ยวเดินทางที่อู่ตะเภาวันละ 1 เที่ยวและอาจเพิ่มเป็น 3 เที่ยวในอนาคต 

จากนั้นแขกผู้เกียรติก็ร่วมจัดพิธีต้อนรับอย่างกลองยาว พร้อมมอบที่ระลึกและพวงมาลัยน้ำใจให้นักท่องเที่ยวทุกราย โดยนักท่องเที่ยวกล่าวแสดงความขอบคุณในมิตรภาพที่ทางการท่องเที่ยวไทยให้การต้อนรับอย่าดีเยี่ยม

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากสำหรับเมืองพัทยาและผู้ประกอบการ หลังจากที่ได้รับความเดือดร้อนมานานกว่า 2 ปี ขณะที่ทาง ททท.ระบุว่าต่อจากนี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางเข้ามามากขึ้นนับหมื่นคน จึงคาดหมายว่าตลอดเวลาที่พำนักอยู่จะมีเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาท โดยก่อนหน้านี้มีการประชุมบูรณาการกันทุกฝ่าย เพื่อวางแผนในกาดูแล โดยเมืองพัทยาถือเป็นการท่องเที่ยวที่มีหลากหลายรูปแบบทั้งภาคกลางคืนและกลางวันที่จะรองรับในการเดินทางแบบครอบครัวด้วย จึงเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวรัสเซียเป็นอย่างมาก และขณะนี้เมืองพัทยาก็พร้อมรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาอย่างเต็มที่และสมบูรณ์แบบ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.ทะลักสังขละบุรีคาดช่วงไฮซีซั่นไปจนถึงปีใหม่เงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694482

นทท.ทะลักสังขละบุรีคาดช่วงไฮซีซั่นไปจนถึงปีใหม่เงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

นทท.ทะลักสังขละบุรีคาดช่วงไฮซีซั่นไปจนถึงปีใหม่เงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.09 น.

“สะพานไม้ ด่านเจดีย์ นทีสามประสบ มรดกทุ่งใหญ่ ไทย กะเหรี่ยง รามัญ สารพันธรรมชาติ อภิวาทหลวงพ่ออุตตมะ เมืองสังขละชายแดน สุดแคว้นตะวันตก” นี่คือคำขวัญของอำเภอสังขละบุรี เมืองชายแดนด้านตะวันตกของจังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันมีนายสุทธิพร ศิวเวทพิกุล เป็นนายอำเภอ

อำเภอสังขละบุรีอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี 230 กิโลเมตรโดยประมาณ การเดินทางจากตัวอำเภอเมือง กาญจนบุรี จะต้องผ่านอำเภอที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติศิลปะและวัฒนธรรมอันสวยงาน 2 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอไทรโยค อำเภอไทรโยค อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรี 50 กิโลเมตร เป็นอำเภอที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงนักท่องเที่ยวทั่วประเทศต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี เช่นน้ำตกไทรโยคน้อย และน้ำตกไทรโยคใหญ่ ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ปัจจุบันมีนายสุพล คำเสนาะ เป็นหัวหน้าอุทยานฯ มีนายเนรมิต เหลืองอร่ามฟ้าเป็นนายอำเภอ 

อำเภอที่ 2 คือ อำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีประมาณ 145 กิโลเมตร มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่นเขื่อนวชิราลงกรณ เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล “เขาช้างเผือก” ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รวมทั้งบ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก ชุมชนกลางสายหมอก เป็นต้น ก่อนขึ้นอำเภอสังขละบุรี นักท่องเที่ยวสามารถแวะเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้อย่างสบายใจ 

สำหรับการท่องเที่ยวที่บริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือที่นิยมเรียกกันว่าสะพานมอญ ที่เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรีย เชื่อมต่อระหว่างชุมชนชาวมอญ บ้านวังกะ หมู่ 2 กับเขตเทศบาลตำบลวังกะ อ.สังขละบุรี และเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางอากาศปกคลุมไปด้วยสายหมอกที่เย็นสบาย

โดยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ พร้อมใจกันสวมชุดพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญ ที่มีสีสันอันสวยงาม เดินทางไปรอทำบุญใส่บาตรและถวายดอกไม้แด่พระสงฆ์ที่บริเวณชิงสะพานทั้งสองฟากฝั่ง โดยเฉพาะฝั่งชุมชนชาวมอญบ้านวังกะ  นักท่องเที่ยวต่างก็สบายใจและอิ่มบุญกันทุกคน

โดยมีการคาดการณ์ว่าช่วงไฮซีซั่นนี้ นักท่องเที่ยวได้จองห้องพักตามโรงแรมและรีสอร์ทต่างๆที่มีอยู่เกือบเต็มหมดแล้ว นักท่องเที่ยวที่มาโดยไม่ได้จองก็ขอให้นำเต้นท์ติดมาด้วย ซึ่งทางอำเภอและเทศบาล ได้จัดเตรียมสถานที่เอาไว้รองรับแล้ว สำหรับเม็ดเงินที่สะพัดในพื้นที่ในช่วงไฮซีซั่นไปจนถึงปีใหม่ คาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หรือมากกว่านั้นอย่างแน่นอน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผวากลางดึก! ผีพลทหารเฮี้ยน ดึงขา ดึงแขนบนกุฎิต้นจัน เรียก’จ่า ผมขอโทษ’

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694476

ผวากลางดึก! ผีพลทหารเฮี้ยน ดึงขา ดึงแขนบนกุฎิต้นจัน เรียก'จ่า ผมขอโทษ'

ผวากลางดึก! ผีพลทหารเฮี้ยน ดึงขา ดึงแขนบนกุฎิต้นจัน เรียก’จ่า ผมขอโทษ’

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.11 น.

ผวากลางดึก! ผีพลทหารเฮี้ยน ดึงขา ดึงแขนบนกุฎิต้นจันและเรียก ‘จ่า ผมขอโทษ’

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พ.ย.65 นางสมศรี วงศ์จันทร์ อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 85 หมู่ 5 ต.หนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ได้นำศพลูกชาย พลทหารขจรศักดิ์ ศรียากูล ซึ่งถูก 11 นักโทษพลด้วยกันรุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 39 จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 20 พ.ย.65 ที่ผ่านมา แล้วนำศพมาบำเพ็ญกุศลที่ศาลาวัดทุ่งหลวง หมู่ 11 บ้านทุ่งหลวง ต.ทุ่งพง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยมีหน่วยทหารของมณฑลทหารบกที่ 39  ตั้งเคลื่อนย้ายศพจาก จ.พิษณุโลก ถึง จ.อุทัยธานี นำมาวัดทุ่งหลวง พร้อมกับส่งกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 8 นาย มาดูช่วยเหลือเจ้าภาพภายในงาน โดยทหารนั้นได้เข้าพัก ที่กุฎิต้นจัน ภายในวัด ซึ่งเป็นกุฎิที่เก่าแก่หลังใหญ่และเป็นไม้เก่า โดยบางชิ้นเป็นไม้ตะเคียนและเสาบ้างต้นเป็นเสาไม้ตะเคียนที่ตกมันอยู่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายเดชนรินทร์ ศรียางกูล ซึ่งเป็นเจ้าภาพงานศพ และเป็นน้องชายของผู้ตายได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กุฎินี้มีชื่อเรียกว่า กุฎิต้นจัน ซึ่งชาวบ้านในระแวกนี้ทราบดี ซึ่งเสาไม้บ้างต้นเป็นไม้ตะเคียนเสาตกมันและช่วงเช้าของคืนวันที่ 2 ได้มีนายทหารมาเล่าให้ตนเองฟังว่า โดนผีหลอก ผีดึงขา ดึงแขน ซึ่งเขาบอกว่าเป็นผีพี่ชายผมมาหลอก

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสมปอง ทศภาค ซี่งเป็นช่างไฟ และเปิดเครื่องเสียงในงานศพ กล่าวว่า กุฏิหลังนี้อยู่ใต้ต้นจัน จึงตั้งชื่อกุฎิต้นจัน ซึ่งมีสิ่งลี้ลับอยู่ตลอด มองเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ซึ่งคนเฒ่าคนแก่ บอกว่ามีเสาตกมัน ซึ่งเสาตกมันนั้นจะอยู่รอบนอก ซึ่งทหารที่มานอนที่กุฏิ พอรุ่งเช้ามาทหารได้เดินพูดคุย และสอบถามที่รถยนต์เครื่องเสียงตนเอง ว่าวัดนี้มีอะไร ตนเองก็ตอบว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีหลวงปู่แสงและช้าง หลังจากนั้นทหารก็ถามว่าสิ่งอื่นๆ ทีลี่ลับที่มองไม่เห็น ตนเองก็ตอบว่ามันก็มีอยู่ หลังจากนั้นพี่ ทหารก็เล่าให้ฟังว่า พี่นอนบนกุฎิ หลังจากหลับแล้วโดนผีมากวน มีคนมาดึงขา ดึงแขน และเคาะประตูห้อง  โดยมีคำพูดเป็นบางประโยค พูดว่า จ่า ครับผมขอโทษ  ซึ่งเสียงนั้นน่าจะเป็นผู้เสียชีวิต ซึ่งผู้พันนั้นก็รู้จักกับผู้ตายด้วย หลังจากนั้นตนเองประมาณตี 4 เปิดเครื่องเสียงเข้าก็สะดุงตื่น ซึ่งตนเองก็เชื่อว่า คนตายนั้นจะรู้สึกตัวอีกครั้งประมาณ 2-3 วัน และได้มายังที่วัดดังกล่าว

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามกลุ่มทหารที่ขึ้นไปนอนบนกุฎิจัน ว่า โดยท่านผู้พันนั้น นอนพักภายในห้องคนเดียว ส่วนพวกตนเองได้นอนกันอยู่หน้าห้องและในคืนที่ 2 ท่านผู้พันท่านโดนจริงๆ และก็มาเล่าให้พวกตนเองฟัง

ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามพระภายในวัด ว่าได้มีทหารมาบอกว่า โดนผีอำผีหลอก ตนเองก็บอกว่าใครมานอนที่กุฎิต้นจัน หลังนี้ก็จะต้องโดนแบบนี้ และแนะนำให้ไปจุดธูปบอกปู่แสง อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งหลวงและอดีตเกจิดัง หลังจากนั้นกลุ่มทหารก็ไปจุดธูปบอกดังกล่าว

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อึ้งสองสามีภรรยายกเงิน 1 แสนค่าสินไหมลูกวัย 3 ขวบถูกรถชนดับให้วัดทั้งหมด

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694475

อึ้งสองสามีภรรยายกเงิน 1 แสนค่าสินไหมลูกวัย 3 ขวบถูกรถชนดับให้วัดทั้งหมด

อึ้งสองสามีภรรยายกเงิน 1 แสนค่าสินไหมลูกวัย 3 ขวบถูกรถชนดับให้วัดทั้งหมด

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.10 น.

“หลวงพ่อพบโชค” เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย อึ้งสองสามีภรรยาฐานยากจน ผัวมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างทั่วไป ภรรยามีอาชีพทำแหนมขายในตลาดมีรายได้วันละ 100-200 บาท นำเงิน 1 แสนบาทที่ได้จากค่าสินไหมลูกน้อยวัย 3 ขวบถูกรถชนตายยกบริจาคให้วัดทั้งหมด เตรียมเชิดชูชื่อหน้าโรงพยาบาลใหม่

วันที่ 26 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจของ “พระไพศาลประชาทร วิ.” หรือ “หลวงพ่อพบโชค” เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ได้นำเสนอภาพคู่สามีภรรยาชื่อนายอิ่นจินดา อายุ 40 ปี และนางสิงห์นิตย์ จินดา อายุ 38 ปี ชาวชุมชนห้วยปลากั้ง ได้ผู้บริจาคเงินจำนวน 100,000 บาทให้กับทางวัดห้วยปลากั้งเพื่อนำไปทำกิจกรรมสาธารณกุศล

อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อพบโชค ระบุว่า ความเป็นมาของการบริจาคดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทำให้ตกตะลึงและแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง เนื่องจากนายอิ่น และนางสิงห์นิตย์ ได้นำเงินสดค่าสินไหมทดแทนจากกรณีบุตรสาวอายุ 3 ขวบถูกรถทับชนจนเสียชีวิตจำนวน 100,000 บาท แต่กลับไม่เก็บไว้ใช้เองและนำไปบริจาคให้กับทางวัดห้วยปลากั้ง ทั้งหมด

หลวงพ่อพบโชค เปิดเผยว่า นายอิ่นและนางสิงห์นิตย์ มีบ้านพักอยู่ที่หน้าวัดห้วยปลากั้ง และมีบุตรสาวเพียงคนเดียว โดยนายอิ่น มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างทั่วไป ส่วนนางสิงห์นิตย์ มีอาชีพทำแหนมขายในตลาดมีรายได้วันละ 100-200 บาทถือว่ามีฐานะยากจนแต่เมื่อประมาณ 6 เดือนได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ที่ขับผ่านหน้าบ้านได้ชนและทับศีรษะบุตรสาวจนเสียชีวิตคาที่ตรงถนนหน้าบ้านตัวเองขณะที่นางสิงห์นิตย์ กำลังทอดปลาให้ลูก ซึ่งวันเกิดเหตุตนและเจ้าหน้าที่วัดได้ไปดูและสอบถามว่ามีค่าจัดงานศพและอื่นๆ หรือไม่อย่างไร ปรากฎว่าทั้งคู่ไม่มี ทำให้ทางวัดช่วยเหลือค่าโลงศพและจัดพิธีศพให้ทั้งหมด 

ต่อมาคดีอุบัติเหตุของลูกสาวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมผ่านชั้นตำรวจไปจนถึงชั้นศาล ซึ่งหลวงพ่อได้พยายามให้กำลังใจและบอกกล่าวกับทั้ง 2 คนว่า หากการเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่ความสุขสูงสุด แม้เราจะได้เงินมากมายก็ตามก็ไม่อาจทดแทนความสูญเสียลูกไปได้แต่การทำความดีเป็นสิ่งยิ่งใหญ่กว่าดังนั้นนายอิ่นและนางสิงห์นิตย์ จึงไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดและยินยอมในคดีมาโดยตลอด

หลวงพ่อพบโชค กล่าวด้วยว่า กระทั่งล่าสุดคดีได้ข้อยุติถึงที่สุดให้คู่กรณีจ่ายเงินให้ทั้ง 2 คนจำนวน100,000 บาท โดยทั้งคู่ได้เดินทางมาที่วัดและบริจาคให้กับวัดห้วยปลากั้งเพื่ออุทิศส่วนบุญไปถึงลูกทั้งหมด ทำให้ตนตกใจมากและพยายามเกลี่ยกล่อมให้ทั้งคู่นำเงินไปเก็บไว้ใช้ผ่อนเบาความยากจนเนื่องจากทั้งคู่ก็ไม่ได้มีฐานะดีมีรายได้วันละไม่กี่ร้อยบาท ขณะที่หลวงพ่อมีเงินเพื่อทำสาธารณกุศลอยู่แล้ว 

แต่ปรากฎว่าทั้งนายอิ่ นและนางสิงห์นิตย์ก็ยืนยันที่จะนำเงินจำนวนนี้บริจาคทั้งหมดเพราะพวกเขาได้หารือกันมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะนำเงินมาบริจาคแล้ว ทำให้ทางวัดได้รับเงินไว้สมทบทุนก่อสร้างโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคมภายในวัดห้วยปลากั้ง ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ โดยจะนำเอาชื่อของนายอิ่นและนางสิงห์นิตย์ จินดา ติดเอาไว้ตรงด้านหน้าอาคารของโรงพยาบาลเพื่อเป็นเกียรติประวัติต่อไป

“แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีผู้บริจาคเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้จำนวนมาก ก็มี ก็จะไม่นำรายชื่อมาติดไว้ด้านหน้าโรงพยาบาล เหมือนกับทั้ง 2 คนนี้ เพราะยังไม่ถือว่าใช่ผู้ที่ทำบุญที่ยิ่งใหญ่ ทั้งอื่นและนิตย์เขาเป็นคนฐานะยากจนแม้แต่เงินแสนเขาก็ไม่เคยจับต้องมาก่อน แต่เมื่อได้เงินมากลับไม่เก็บไว้ใช้เองอและนำมาทำบุญให้ทั้งหมด จากนั้นก็กลับไปทำงานลำบากเหมือนเดิม พวกเขาจึงถือเป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง” หลวงพ่อพบโชค กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หนาวนี้’เที่ยวไหน!โพลเปิด 5 จว.ปชช.อยากไป ลุ้นแคมเปญกระตุ้นช่วงไฮซีซั่น

Posted on November 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694466

‘หนาวนี้’เที่ยวไหน!โพลเปิด 5 จว.ปชช.อยากไป ลุ้นแคมเปญกระตุ้นช่วงไฮซีซั่น

‘หนาวนี้’เที่ยวไหน!โพลเปิด 5 จว.ปชช.อยากไป ลุ้นแคมเปญกระตุ้นช่วงไฮซีซั่น

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.27 น.

‘หนาวนี้’เที่ยวไหน!โพลเปิด 5 จว.ปชช.อยากไป ลุ้นแคมเปญกระตุ้นช่วงไฮซีซั่น

26 พฤศจิกายน 2565 “กรุงเทพโพลล์” โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “นักท่องเที่ยวกับการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นหนาวนี้” โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มนักท่องเที่ยว จำนวน 1,203 คน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 77.3 เห็นว่าการท่องเที่ยวหน้าหนาวนี้จะคึกคักค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 22.7 เห็นว่าจะคึกคักน้อยถึงน้อยที่สุด

สำหรับปัจจัยที่ทำให้คนอยากออกมาท่องเที่ยวหน้าหนาวนี้พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 62.4 อยากออกมาเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย รองลงมาคือ อยากรับบรรยากาศ อากาศหนาว คิดเป็นร้อยละ 58.1 และมีช่วงวันหยุดยาวหลายวัน คิดเป็นร้อยละ 38.4

ส่วนเรื่องที่อาจทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว ทำให้คนออกมาเที่ยวน้อยลงหน้าหนาวนี้พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 66.5 เห็นว่าคนไม่มีเงินไปเที่ยว รองลงมาร้อยละ 56.3 เห็นว่าข้าวของ ที่พัก อาหารราคาสูงขึ้น และร้อยละ 39.7 เห็นว่าน้ำมันยังราคาแพง

เมื่อถามว่าอยากให้มีนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย เช่น เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง เป็นของขวัญปีใหม่ เพื่อทำให้ประชาชนออกมาเที่ยวมากขึ้นหรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 84.5 อยากให้มี ขณะที่ร้อยละ 9.3 ไม่อยากให้มี ส่วนร้อยละ 6.2 ไม่แน่ใจ

เมื่อถามว่าจังหวัดท่องเที่ยวที่อยากไปเที่ยว สัมผัสบรรยากาศหนาวมากที่สุดพบว่า นักท่องเที่ยวอยากไปเชียงใหม่ มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 49.4 รองลงมา คือ เชียงรายคิดเป็นร้อยละ 13.0 , เพชรบูรณ์คิดเป็นร้อยละ 11.4 , น่านคิดเป็นร้อยละ 7.1 และเลยคิดเป็นร้อยละ 5.3

สุดท้ายเมื่อถามถึงรูปแบบการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวอยากเที่ยวในหน้าหนาวปีนี้มากที่สุดคือ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น เดินป่า กางเต็นท์ คิดเป็นร้อยละ 46.0 รองลงมาคือการท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตในชนบท คิดเป็นร้อยละ 36.0 และการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์และฟาร์มสเตย์ คิดเป็นร้อยละ 32.9

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระจกเบนซ์ป้ายแดงร้าวละเอียด เพราะตัดหญ้าข้างทาง แห่โฟกัสทะเบียนเป็นแถว

Posted on November 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694463

กระจกเบนซ์ป้ายแดงร้าวละเอียด เพราะตัดหญ้าข้างทาง แห่โฟกัสทะเบียนเป็นแถว

กระจกเบนซ์ป้ายแดงร้าวละเอียด เพราะตัดหญ้าข้างทาง แห่โฟกัสทะเบียนเป็นแถว

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.51 น.

แห่โฟกัสทะเบียนเป็นแถว กระจกเบนซ์ป้ายแดงร้าวละเอียด เพราะสะเก็ดซัดเข้าเต็มๆจากตัดหญ้าข้างทาง

ทำเอาใจหาย! เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Daorung Coolness เผยภาพกระจกรถป้ายแดงร้าวละเอียด ขณะอยู่ที่ด่านเก็บเงินบางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากถูกสะเก็ดจากเครื่องตัดหญ้าข้างทางกระเด็นใส่อย่างรุนแรง โดยเจ้าของรถระบุข้อความว่า 

” ตกใจ! พระเจ้าลูกยังมีชีวิตอยู่และไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เสียงยังกับระเบิด! เครื่องตัดหญ้าข้างทางที่ทุกคนอาจมองข้ามว่าไม่อันตราย!ถ้ารถไม่ติดฟีมล์ ก็ตรงหัวคนขับพอดี!ขอบคุณพระเจ้าที่คุ้มครองตลอดการเดินทาง “

ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตและเพื่อนๆในเฟซบุ๊กได้เข้าไปแสดงความห่วงใย ทั้งยังแอบลุ้นว่าหรือป้ายแดงจะให้โชคในงวดนี้ 

ขณะที่เจ้าตัว ยังได้อัพเดทด้วยว่า ” ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆและอาจารย์ทุกท่าน ขอบคุณทุกความห่วงใยกลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัย ระหว่างทางขับกลับมากระจกข้างที่ร้าวก็เริ่มลดลงๆเหลือครึ่งหนึ่ง เปิดแอร์ขับไม่ได้ ขอพระเจ้าฝนอย่าตกนะคะ พระเจ้าน่ารัก ถึงบ้านได้ 20 นาทีฝนเทลงมาแรงมากๆขอบคุณพระเจ้า “

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’ สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(1)

Posted on November 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694423

สกู๊ปพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’  สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(1)

สกู๊ปพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’ สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(1)

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.55 น.

หมายเหตุ : บทความนี้เดิมชื่อเรื่องว่า “Reinvent Growth อย่างไร เมื่อประชากรในเมืองมีมากเกินไปและสูงวัยขึ้น” ซึ่งเขียนโดย GJ van der Zanden, Senior Advisor & Visiting Professor Sustainability Leadership (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

ในวันที่ 15 พ.ย. 2565 องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้คาดการณ์ว่า จำนวนประชากรโลกจะถึง 8 พันล้านคน ซึ่งเมื่อ 100 ปีก่อนเราเกิดขึ้นมาในโลกที่มีประชากรน้อยกว่า 2 พันล้านคน ถึงแม้ว่าการเติบโตจะชะลอตัวบ้าง แต่ก็กล่าวได้ว่าประชากรในโลกเพิ่มขึ้น 200,000 คน ในทุกๆ วันมนุษย์ไม่เพียงแต่เพิ่มจำนวนขึ้น แต่ยังสูงวัยขึ้นอีกด้วย ประเทศญี่ปุ่นและบางส่วนของยุโรปมีจำนวนผู้สูงวัยมากที่สุดในโลก ในทศวรรษข้างหน้าคาดว่าประเทศจีนจะมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยอาจมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มจาก 18% จากประชากรทั้งหมด 1.4 ล้านคน ในวันนี้เป็น 32% ในปี 2583

ประชากรที่อาศัยในเมืองคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 55% ในวันนี้เป็น 68% ภายในปี 2593 ซึ่งหมายความว่าจะมีคนเพิ่มขึ้น 2.2 พันล้านคน ซึ่งต้องมีที่พัก อาหาร ต้องเดินทางและใช้บริการต่างๆ การเติบโตนี้จะทำให้เกิดมหานครใหม่ในแอฟริกาและเอเชีย ส่งผลให้มีการบริโภค-อุปโภคเพิ่มขึ้นอย่างมาก เฉพาะในเอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้เพียงอย่างเดียว ภายในปี 2583 คาดว่าจะมีปริมาณการบริโภคอุปโภคตามเมืองต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2553

ธรรมชาติจัดสรรทุกอย่างให้เราอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่การรีไซเคิลน้ำ การย่อยของเสีย การผลิตอาหารหรือการนำ CO2 ออกจากอากาศเพื่อสร้างออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไป เมื่อมนุษย์เติบโตขึ้น ผลกระทบที่ตามมาก็สูงขึ้นไปด้วย เมื่อธรรมชาติมาอยู่ในมือมนุษย์ ความสามารถของธรรมชาติในการจัดสรรทรัพยากรและความสามารถในการรับผลกระทบก็ถูกลดลงด้วย

วิถีชีวิตในบางรูปแบบส่งผลกระทบต่อโลกมากกว่ารูปแบบอื่น ปัจจุบันมนุษย์ “Over-Use” ธรรมชาติบนโลกมากเกินไป ถ้าทุกคนใช้ชีวิตบนโลกสไตล์สหรัฐอเมริกา เราต้องมีโลกมากกว่า 5 โลก ถ้าใช้ชีวิตสไตล์ยุโรปเราต้องมีประมาณ 3 โลก สไตล์บราซิล 1.6 โลก ในสไตล์อินเดีย 0.8 โลก เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติ สร้างก๊าซเรือนกระจกสู่อากาศ และสร้างขยะเกินกว่าวัฏจักรของโลกจะรับได้

เชื้อเพลิงฟอสซิลที่เราเผาผลาญในแต่ละปี (และ CO2 ที่ปล่อยสู่ชั้นอากาศ) เทียบเท่ากับ การเผาผลาญพืชทั้งโลกเป็นเวลา 400 ปี ในขณะเดียวกัน การตัดไม้ทำลายป่าอย่างไม่หยุดยั้งนั้นได้เปลี่ยนป่าอเมซอนจากแหล่งกักคาร์บอนให้กลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาดว่าช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานในการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นถึง 40% ภายใน พ.ศ. 2573 หากทุกคนยังใช้ชีวิตแบบเดิม

ผลกระทบของมนุษย์ต่อโลกมักมีการแสดงเป็นสูตรง่ายๆ คือ : Impact = Population x Affluence x Technology การเติบโตของประชากรนั้นไม่ได้ช่วยลด Impact ของมนุษย์แน่นอน สำหรับปริมาณการบริโภคต่อคนหากใช้ GDP เป็นตัวชี้วัดนั้น เติบโตเกือบ 7 เท่า (PPP) ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ความหวังสุดท้ายคือเทคโนโลยี หลายๆ คนอาจบอกว่าเทคโนโลยีมีพลังมหาศาล ที่จะนำมาสู่นวัตกรรมที่สามารถมาแก้ไขปัญหาของมนุษย์ได้

แต่คนมักจะมองข้ามประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น ซึ่งเทคโนโลยีอาจทำให้เกิดผลกระทบเพิ่มขึ้นมากกว่าที่จะลดลง 1.The rebound effect (ผลย้อนกลับ) ประสิทธิภาพในการผลิตทำให้สินค้าราคาลดลงกระตุ้นให้เราบริโภคมาก เช่น เมื่อมีเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง เราก็ซื้อมาใช้มากขึ้น หรือเที่ยวบินถูกลงคนก็เดินทางมากขึ้นเป็นเท่าตัว ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

2.Unintended consequences (ผลที่ตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจ) ข้อดีของเทคโนโลยีมักทำให้เรามองข้ามผลกระทบด้านลบ เช่น เทคโนโลยีใหม่อย่าง 5G สร้างความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนในการเข้าถึงเทคโนโลยีนั้นจำกัดเฉพาะประชากรที่มีฐานะและพื้นที่ประชากรหนาแน่น หรือการที่ social media สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันได้ ในขณะที่สามารถที่จะให้ข้อมูลที่ผิดๆ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้จำนวนมาก

3.Politics and invested interests (การเมืองและผลประโยชน์) ถึงโลกจะไม่ขาดแคลนเงินในการแก้ปัญหาความยากจน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือด้านมลพิษ การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มักจะชะลอตัวลงเพราะการต่อต้านทางการเมืองหรืออิทธิพลและผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมใหญ่ๆ เช่น อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งนี้ เมื่อเราใช้ต้นทุนธรรมชาติไป ความสามารถในการรับผลกระทบของธรรมชาติก็ลดลง

“โมเดลปัจจุบันเน้นไปที่การสร้างความมั่งคั่ง เป็นการเติบโตด้วยต้นทุนของธรรมชาติหรือของสังคม ที่เรียกได้ว่า เป็น Perverse Growth ในปี 2552 Trucost ระบุว่าต้นทุนธรรมชาติของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเราคือ 7.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 13% ของ GDP ในทำนองเดียวกัน สหรัฐฯ ใช้เงินประมาณ 120-190 พันล้านเหรียญสหรัฐในแต่ละปี เพื่อรักษาอาการหมดกำลังใจและภาวะซึมเศร้า ที่มาพร้อมกับ GDP ของประเทศ นี่คือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เราต้องการหรือไม่?”

ในอนาคตเราอาจเป็น “คนหลายโลก” ปัญหาและแนวทางแก้ไขของเราเป็นแบบ “หลายโลก” แต่ตอนนี้เรามีเพียงโลกเดียว ผู้นำต้องลืมความฝันลมๆ แล้งๆ ของเรื่องหลายโลกและหันมาแก้ไขปัญหาของวันนี้ และลืมความเชื่อที่ว่าเมื่อเราบริโภคมากขึ้นจะทำให้ GDP สูงขึ้น และเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เราต้องหาทางระดมนวัตกรรมสร้างการเติบโตใหม่ให้เข้ากับขีดจำกัดทางนิเวศวิทยาโลก และตอบโจทย์ทางสังคม แนวคิดใหม่ๆ และโมเดลทางธุรกิจอย่างการหมุนเวียนกลับมาใช้ การร่วมมือกันของอุตสาหกรรม การแบ่งปันต่างๆ

การมี Products เป็น Service แทนที่จะเป็นผลิตภัณฑ์ การคิดใหม่และแก้ปัญหาโดยวิถีธรรมชาติ แสดงให้เห็นว่าเราสามารถลดทอนการผลิตเพื่อการบริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยังคงเติบโตทางเศรษฐกิจ งานวิจัยโดย Accenture ปี 2558 คาดการณ์ว่า Circular Economy สามารถสร้างผลผลิตเพิ่มเติมได้มากถึง 4.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน ปี 2573 โดยการลดของเสีย การกระตุ้นนวัตกรรม และการสร้างงาน สหภาพยุโรปนำร่อง แผนปฏิบัติการ Circular Economy Action Plan เพื่อนำไปสู่ EU Green Deal

บริษัทต่างๆ เช่น Philips บริษัทข้ามชาติของเนเธอร์แลนด์ใช้แนวคิด Circularity เป็นแกนกลางของกลยุทธ์ และกำลังจะบรรลุเป้าหมายในปี 2568 ที่ 25% ของรายได้จะมาจากธุรกิจ Circular Business และไม่เพียงแค่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเท่านั้น นักลงทุนก็ดูให้ความสนใจกับ Circularity ดูจากข้อมูลอ้างอิงจาก Circular Business ของ Blackrock ที่ว่าเงินลงทุนใน Seed capital 20 ล้าน ในปี 2562 กลายมาเป็น 2 พันล้านในปี 2564

การที่มีคนอาศัยในเมืองหนาแน่นทำให้ระบบการทำ Urban Farming โดยใช้ hydroponics เป็นที่สนใจมากขึ้น แม้การลงทุนจะสูงและยังคงมีความท้าทายหลายอย่าง แต่เทคนิคนี้สามารถผลิตอาหารโดยใช้น้ำน้อยลง 90% ไม่ต้องใช้ดินและสามารถผลิตอาหารได้มากถึง 4 เท่าของผลผลิตต่อตารางเมตรด้วยวิธีดั้งเดิม หลายแหล่งข้อมูลคาดว่า การผลิตด้วย hydroponics ทั่วโลกจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเป็น 10-13 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นทศวรรษนี้

(อ่านต่อหน้า 7 ฉบับวันที่ 27 พ.ย. 2565)

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์

แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,931,925 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เปิดชื่อ 5 ประธาน-5 รองประธาน กมธ.สัดส่วนเพื่อไทย
ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก.
พริษฐ์ ชวนเพื่อนฝ่ายค้าน ลงชื่อสอบ ป.ป.ช.ปมยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม ซุกหุ้น
LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
‘เลขา สมช.’ เชื่อตร.มีมาตรการดูแลบุคคลสำคัญของประเทศ หลัง ทรัมป์ ถูกลอบยิง
กรมฝนหลวงฯ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
ภูเก็ตเดินหน้าขับเคลื่อน 'ทุนวัฒนธรรม' รวมพลังศิลปินภูเก็ต สะท้อนอัตลักษณ์ศิลป์ร่วมสมัย เปิดแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และบ้านศิลปิน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
หวานเจี๊ยบ เป้ย ปานวาด ปล่อยภาพคู่ หมอต้น ดาเมจแรงทำโซเชียลร้อนฉ่า กลิ่นความรักอบอวลกลางญี่ปุ่น
โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ รวมทั้งสิ้น 313,602 ราย
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 28 เมษายน 2569

Recent Posts

  • ศาลเกาหลีใต้สั่งเพิ่มโทษจำคุก “ยุน ซอกยอล” เป็น 7 ปี คดีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
  • ศาลทหารอินโดฯ สั่งฟ้อง 4 ทหาร คดีสาดน้ำกรดใส่ “นักสิทธิมนุษยชน”
  • “กูเกิล” ทำข้อตกลงลับ “เพนตากอน” ส่งโมเดล AI หนุนภารกิจความมั่นคงสหรัฐฯ
  • ทำเนียบขาวขึ้นแคปชัน “สองกษัตริย์” หลังทรัมป์รับเสด็จ “คิงชาร์ลส์”
  • “อีลอน มัสก์” ขึ้นศาลซัด OpenAI คือไอเดียของตน ก่อนถูกผู้บริหาร “ปล้น” ไปทำกำไร

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d