Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชมทะเลหมอก‘ยอดภูบ่อบิด’ อีกหนึ่งที่สุดแห่งเมืองเลย

Posted on November 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694655

ชมทะเลหมอก‘ยอดภูบ่อบิด’ อีกหนึ่งที่สุดแห่งเมืองเลย

ชมทะเลหมอก‘ยอดภูบ่อบิด’ อีกหนึ่งที่สุดแห่งเมืองเลย

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.02 น.

ชมทะเลหมอก‘ยอดภูบ่อบิด’ อีกหนึ่งที่สุดแห่งเมืองเลย

27 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เลย ว่า ตามรายงานอุตุนิยมวิทยา จ.เลย มีอากาศเย็นหลังฝนตกในช่วงเช้า กับมีหมอกหนาปกคลุมในหลายพื้นที่ โดยในเขตเทศบาลเมืองเลย อุณหภูมิ 18-22 องศาเซลเซียส และในหลายๆอำเภออุณหภูมิทั่วไปยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในช่วงเช้า

อย่างที่ “ยอดภูบ่อบิด” เป็นอีกภูหนึ่งที่มีจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งวันนี้ไม่ผิดหวัง มีทะเลหมอกสวยงาม โดย “ยอดภูบ่อบิด” อยู่ใกล้กับเขตเทศบาลเมืองเลย ห่างจากตัวเมืองแค่ 1 กม. จึงมีนักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น และชมทะเลหมอก ซึ่งการเดินทางจากตีนภูถึงยอดภูใช้เวลาเพียง 30-40 นาที ภูบ่อบิดจึงเป็นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในกลุ่มผู้ที่ชอบเดินออกกำลังกายตอนเช้า

ทั้งนี้ บนยอดภูบ่อบิดจะมีทัศนียภาพที่สวยงาม สามารถมองเห็นทัศนียภาพในตัวเมืองจังหวัดเลย แบบ 360 องศา และยังมองเห็นยอดภูต่างๆ เช่น ภูผาล้อม ภูผายา ภูข้าว อำเภอ นาด้วง ผานาง ผาเกิง อำเภอเอราวัณ และภูเก้า ภูพานคำ ของจังหวัดหนองบัวลำภู จึงเป็นจุดชมเมืองที่สวยสุดอีกแห่งของ จ.เลย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นครพนม’คึกคัก!นักท่องเที่ยวแห่ไหว้‘พญานาค’แน่น คอหวยเปิด‘เลขเด็ด’งวดต่อไป

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694627

‘นครพนม’คึกคัก!นักท่องเที่ยวแห่ไหว้‘พญานาค’แน่น คอหวยเปิด‘เลขเด็ด’งวดต่อไป

‘นครพนม’คึกคัก!นักท่องเที่ยวแห่ไหว้‘พญานาค’แน่น คอหวยเปิด‘เลขเด็ด’งวดต่อไป

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.55 น.

‘นครพนม’คึกคัก!นักท่องเที่ยวแห่ไหว้‘พญานาค’แน่น คอหวยเปิด‘เลขเด็ด’งวดต่อไป

27 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนม รายงานว่า ภายหลังสถานการณ์โควิดเริ่มผ่อนคลาย อีกทั้งมีการปลดล็อกด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่ง ที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ตลอดจนจุดผ่อนปรน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ในพื้นที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง มีประชาชนทั้งชาวไทยชาวลาวเดินทางผ่านแดน ข้ามไปมาเพื่อท่องเที่ยว ระหว่างนครพนม กับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาวกันจำนวนมากส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในสองประเทศ

ในช่วงวันหยุด แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัด จะคึกคักเป็นพิเศษ นอกจากนักท่องเที่ยวหลังได้กราบไหว้ขอพรองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่ กว่า 2,500 ปีที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม ซึ่งภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว ยังได้ไปกราบขอโชคลาภจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช ที่ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เพราะมีผู้โชคดีจากการเสี่ยงโชคมาแล้วหลายราย อีกทั้งยังเชื่อว่าพญาศรีสัตตนาคราช นอกจากจะโดดเด่นด้านโชคลาภแล้ว เรื่องหน้าที่การงานก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มีจำนวนมากที่มาขอพรให้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งก็สัมฤทธิ์ผล ดังนั้นรอบบริเวณดังกล่าวจึงมีโต๊ะบวงสรวงตั้งเรียงรายอยู่หลายจุด

ล่าสุดช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ มีรถทัวร์ รถตู้นำพานักท่องเที่ยวมาเป็นหมู่คณะ ตลอดจนรถยนต์ส่วนตัวเดินทางมากราบไหว้ขอพรต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราชอย่างเนืองแน่น ในขณะที่ทางเทศบาลเมืองนครพนม ได้ให้เทศกิจร่วมกับ สภ.เมืองนครพนม จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกรวมถึงความปลอดภัยอย่างเต็มที่ และมีรถรางรองรับเพื่อพานักท่องเที่ยวชมเมืองอีกด้วย

สิ่งที่ขาดไม่ได้คือแผงลอตเตอรี่ที่วางเรียงรายเป็นหน้ากระดาน อยู่บริเวณดังกล่าว เพราะถือเป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยว หลังกราบไหว้ขอโชคลาภจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช ก็จะมาเสี่ยงโชคหาเลขเด็ดกัน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ๊น้อย แม่ค้าลอตเตอรี่ที่ถือว่าเป็นแผงใหญ่สุด ถึงเลขเด็ดประจำงวดวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ได้รับข้อมูลเพื่อเป็นแนวทาง ว่า เลขเด็ดงวดนี้ ที่นักเสี่ยงโชคแสวงหามากที่สุด ได้แก่ 59 , 58 , 79 , 05 และที่เป็นเลขดังสุดในประเทศอยู่ในขณะนี้คือเลข 749 ซึ่งเป็นเลขฝาโลงศพ “น้องมาวิน” เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ที่จมน้ำใต้เขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา รวมเป็นเวลานานถึง 27 วัน กว่าเจ้าหน้ากู้ภัยจะค้นหาร่างเจอ โดยสภาพศพที่จมอยู่ใต้น้ำลึกราว 70 เมตรไม่เน่าเปื่อย และ “น้องมาวิน” ถือเป็นศพที่ 9 ที่จมน้ำในเขื่อนศรีนครินทร์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ดับ‘ไฟใต้’เจรจาสันติภาพ(1) ข้อกังวล‘คนกลาง’แทรกแซง

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694599

สกู๊ปแนวหน้า : ดับ‘ไฟใต้’เจรจาสันติภาพ(1)  ข้อกังวล‘คนกลาง’แทรกแซง

สกู๊ปแนวหน้า : ดับ‘ไฟใต้’เจรจาสันติภาพ(1) ข้อกังวล‘คนกลาง’แทรกแซง

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.00 น.

ศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัวหนังสือ “ความขัดแย้งการเจรจาและการแบ่งสรรปันอำนาจ : กรณีศึกษาจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ของประเทศไทยและบทเรียนของบางประเทศ” เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในผู้เขียนคือ รศ.ดร.ชนินท์ทิรา ณ ถลาง อาจารย์สาขาการ
ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีมานานนับสิบปี ซึ่งหนึ่งในข้อกังวลของหลายฝ่ายคือ “กฎหมายระหว่างประเทศ” ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในประเทศ

โดยที่ผ่านมา จะเห็นความพยายามจากภาครัฐของไทยที่ต้องการให้มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นปัญหาหรือสถานการณ์ไม่ใช่ความขัดแย้ง และใช้คำเรียกผู้ก่อเหตุว่าเป็นผู้เห็นต่างจากรัฐ แทนที่จะเรียกชื่อขบวนการหรือองค์กรของผู้ก่อเหตุ (เช่น BRN) โดยตรง ด้วยความกังวล 1.ปัญหาจะถูกยกขึ้นสู่ระดับสากลหรือไม่ เช่น เข้าเงื่อนไข “ความขัดแย้งทางอาวุธที่ไม่ใช่ระหว่างประเทศ” ตามคำนิยามของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

2.ถ้ามีฝ่ายที่ 3 เข้ามาแล้วจะเกิดการแทรกแซงอธิปไตยของไทยหรือไม่ซึ่งฝ่ายที่ 3 นี้อาจเป็นรัฐหรือไม่ใช่รัฐก็ได้ 3.โครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศบังคับให้รัฐต้องกระจายอำนาจเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่ ซึ่งคิดต่อไปได้อีกว่าจะนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดนหรือเปล่า โดยสำหรับ “คำถามแรก (เรื่องเงื่อนไขนิยามความขัดแย้งทางอาวุธที่ไม่ใช่ระหว่างประเทศ)” มีข้อถกเถียงระหว่าง “/ฝ่ายภาครัฐ” เช่น กระทรวงการต่างประเทศ มองว่า “ไม่เข้าข่าย” เพราะเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นไม่มีองค์กรใดออกมาอ้างว่าเป็นฝีมือของตน

กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ไม่มีการจัดโครงสร้างองค์กรและสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน อีกทั้งแม้มีการก่อเหตุแต่ก็ไม่ปรากฏความสามารถในการควบคุมพื้นที่ ซึ่งแตกต่างจากสถานการณ์ในประเทศเมียนมา ที่กองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มีพื้นที่ควบคุมของตนเองชัดเจน แต่อีกมุมหนึ่ง “ฝ่ายองค์กรภาคประชาสังคม (NGO) และนักกฎหมายระหว่างประเทศ” มองว่า “เข้าข่าย” โดยให้เหตุผล

อาทิ เป็นสถานการณ์ตึงเครียดเกินกว่าความขัดแย้งภายในประเทศและมีการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธมาระยะหนึ่งแล้ว ขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจริงๆ แล้วมีการจัดโครงสร้างเป็นองค์กรเพียงแต่ในองค์กรมีรูปแบบกระจายอำนาจสูง และมีการทำงานประสานกันโดยสังเกตได้จากการก่อเหตุที่หลายครั้งเกิดพร้อมกันหลายจุด อีกทั้งมีขีดความสามารถในการขนส่งและลำเลียงอาวุธ

อย่างไรก็ตาม “ในทางปฏิบัติพบว่า ภายนอกไม่ได้สนใจเหตุการณ์ในไทยเพราะเข้าข่ายนิยามตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ แต่สนใจว่าเหตุที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเพียงใดต่างหาก” เช่น เหตุการณ์ตากใบ-กรือเซะ ได้รับความสนใจจากต่างประเทศทั้งที่รัฐบาลยุคนั้นเรียกกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่ชายแดนใต้ว่าโจร อันหมายถึงมีนัยลดระดับให้เป็นเพียงการก่ออาชญากรรมเท่านั้น นอกจากนี้ “การแทรกแซงจากต่างประเทศเอาเข้าจริงก็ทำไม่ได้ง่ายๆ” จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ 1.กฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศยังคงยึดหลักอำนาจอธิปไตยของรัฐเป็นหลัก

2.การแทรกแซงไม่ใช่ทำได้ในทุกกรณี โดยระบุไว้เพียง4 กรณีเท่านั้น คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) อาชญากรรมสงคราม (War Crimes) การกำจัดชาติพันธุ์ (Ethnic Cleansing)และอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ (Crimes Against Humanity)เพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองประชาชนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรงดังกล่าว ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่เข้าข่ายทั้ง 4 กรณีข้างต้น

นอกจากนั้นในทางปฏิบัติ “ตัวแสดงภายนอกเองก็ต้องจัดลำดับความสำคัญของผลประโยชน์และคำนึงถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับไทยด้วย” เช่น หากไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็คงไม่มีใครแทรกได้แซงเพราะทุกคนก็ต้องการรักษาหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน ส่วนชาติมหาอำนาจทั้งตะวันตกและตะวันออกก็มีเรื่องอื่นๆ ให้ไปสนใจมากกว่า

ขณะที่ “สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง” ก็ไม่ได้มุ่งหวังให้ชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มขอรับการสนับสนุนเพื่อตั้งรัฐใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นโลกก็คงแตกแยกไม่รู้จบ โดยสงวนไว้สำหรับชนกลุ่มน้อยที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกมาก่อน โดยสรุปแล้ว “การเลี่ยงใช้คำว่าความขัดแย้งไปใช้คำว่าสถานการณ์ รวมถึงเรียกผู้ก่อเหตุว่าผู้เห็นต่างจากรัฐไม่น่ามีผลใดๆ กับการป้องกันการแทรกแซงอำนาจอธิปไตย” แต่มีผลในด้านอื่นๆ เช่น ดึงดูดความสนใจเชิงลบจากตัวแสดงอื่นๆ (นักวิชาการหรือ NGO) อีกทั้งภาคส่วนอื่นๆ ก็ไม่ได้ใช้คำตามภาครัฐของไทย

“คำถามที่ 2 (การให้ฝ่ายที่ 3 เข้ามามีบทบาทในกระบวนการสันติภาพ กับความเสี่ยงต่อการที่ปัญหาถูกยกขึ้นสู่ระดับสากลซึ่งกระทบต่ออธิปไตยของประเทศ)” เมื่อดูตัวอย่างจากประเทศใกล้เคียง เช่น อินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ มีการให้ฝ่ายที่ 3 เข้ามามีบทบาท อาทิ เป็นคนกลางในการเจรจา สังเกตการณ์ ปลดอาวุธตามข้อตกลง ซึ่ง “ไม่พบว่าปัญหาถูกยกระดับเพราะการให้มีฝ่ายที่ 3” แต่มาจากปัจจัยอื่นๆ

เช่น กรณีอาเจาะห์ในอินโดนีเซีย ได้รับความสนใจจากเหตุการณ์สึนามิ จึงมีต่างชาติเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม(น้ำสะอาด อาหาร ที่อยู่อาศัย) หรือกรณีมินดาเนาในฟิลิปปินส์ สถานการณ์ถูกยกระดับเพราะมีกลุ่มติดอาวุธที่หากินกับการจับนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเรียกค่าไถ่ ทั้งนี้ ภาครัฐของทั้ง 2 ประเทศ กำหนดขอบเขตบทบาทให้ฝ่ายที่ 3 อย่างชัดเจนในกระบวนการสันติภาพ จึงเป็นไปได้น้อยมากที่ฝ่ายที่ 3 จะล้ำเส้นไปจากที่ตกลงกันไว้ อนึ่ง ฝ่ายรัฐกับกองกำลังติดอาวุธต่อสู้กันมานาน การเจรจาโดยตรงอาจสำเร็จได้ยากกว่าการมีฝ่ายที่ 3 เป็นคนกลาง

“คำถามที่ 3 (โครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศบังคับให้รัฐต้องกระจายอำนาจเพื่อแก้ปัญหาจนอาจนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน)” จากการศึกษา “ไม่พบว่ามีการบังคับเช่นนั้น เนื่องจากหากมีสภาพบังคับจะเท่ากับรุกล้ำอำนาจอธิปไตยของรัฐมากจนเกินไป” อย่างในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย การกระจายอำนาจนั้นเกิดขึ้นจากเจตจำนงของรัฐเองโดยไม่มีกฎหมายหรือสถาบันระหว่างประเทศไปบีบบังคับ

อย่างไรก็ตาม “อาจมีองค์กรระหว่างประเทศที่พยายามส่งเสริมการกระจายอำนาจ ในลักษณะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการแก้ไขปัญหาทางอัตลักษณ์และความขัดแย้ระหว่างชนกลุ่มใหญ่กับชนกลุ่มน้อย” ถึงกระนั้น “การกระจายอำนาจจะช่วยบรรเทาความขัดแย้งได้ก็ต่อเมื่อสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยด้วย” เพราะแม้กระจายอำนาจแต่ยังมีนโยบายจำกัดสิทธิชนกลุ่มน้อย ในระยะยาวก็ยังมีโอกาสนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน เช่น กรณีประเทศยูโกสลาเวีย ที่ต่อมาแตกออกเป็นหลายประเทศ

(อ่านต่อฉบับวันที่ 1 ธ.ค. 2565)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’ สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(จบ)

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694591

บทความพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’  สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(จบ)

บทความพิเศษ : ‘คนล้นเมือง-สังคมสูงวัย’ สร้างการเติบโตใหม่อย่างไร(จบ)

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หมายเหตุ : บทความนี้เดิมชื่อเรื่องว่า “Reinvent Growth อย่างไร เมื่อประชากรในเมืองมีมากเกินไปและสูงวัยขึ้น”ซึ่งเขียนโดย GJ van der Zanden, Senior Advisor & Visiting Professor Sustainability Leadership (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

(ต่อจากหน้า 5 ฉบับวันที่ 26 พ.ย.2565) เราต้องปรับตัวรับสังคมสูงวัย ไม่เพียงแต่การคงไว้ซึ่งผลิตภาพโดยรวม แต่รวมถึงการให้บริการแก่กลุ่มผู้สูงวัยนี้ด้วย ซึ่งทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจมหาศาลในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ทางไกล เทคโนโลยีด้านสุขภาพ โภชนาการผู้สูงวัย และความช่วยเหลือในการดำรงชีวิต รวมถึงการเชื่อมโยงทางสังคม

เฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างเดียว ตลาดเศรษฐกิจสำหรับผู้สูงอายุคาดว่าจะมีมูลค่า 4.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 เพื่อรองรับผู้สูงวัย 600 ล้านคน ที่มีอายุมากกว่า60 ปี ตามรายงานของ Ageing Asia Alliance ญี่ปุ่นกำลังแสดงให้เห็นว่าการใช้หุ่นยนต์ช่วยมนุษย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าจะนำมาใช้แทนที่มนุษย์ สามารถช่วยให้ประเทศดูแลประชากรผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น และทำให้ผู้สูงวัยสามารถมีส่วนร่วมในการทำงานได้นานขึ้น

นอกจากนี้ ระบบ Automation ยังตอบโจทย์ในการรักษาผลิตผลทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ในขณะที่มีปัญหาสังคมสูงวัยและจำนวนคนทำงานลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม Automation ที่เพิ่มขึ้นมักจะทำให้พนักงานสับสนในระยะแรกจริงอยู่ที่ Automation สามารถแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสังคมผู้สูงวัยได้หลายอย่าง แต่เราต้องลงทุนกับการพัฒนาบุคลากรและคิดทบทวนนโยบายการกระจายเทคโนโลยีควบคู่กันไป เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและจะไม่มีใครถูกลืม

ส่วนในฟินแลนด์ การทดลองปรับรายได้พื้นฐานทั่วประเทศในปี 2563 แม้จะไม่ได้เพิ่มการจ้างงานอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้เข้าร่วมการทดลองดีขึ้นอย่างมาก เช่นเดียวกับการสร้างการตอบรับเชิงบวกทางสังคม เช่น ระดับความไว้ใจในสังคมและสถาบันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างประสิทธิผลโดยรวมการทดลองของฟินแลนด์กระตุ้นให้เกิดการทดลองเพิ่มเติมกับแนวคิดนี้ในส่วนอื่นๆ ของโลก

นอกเหนือจากการหาวิธีแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีแล้วนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญกำลังเบนความสนใจไปยังพฤติกรรมการบริโภค เราสามารถช่วยให้คนในสังคมมีความสุขและมีสุขภาพดีขึ้นด้วยการสนับสนุนความเจริญทางด้านจิตใจมากกว่าทางด้านวัตถุได้หรือไม่? เมื่อคนเราอายุมากขึ้นและมีสติปัญญามากขึ้นก็มักจะเรียนรู้ว่า “สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนั้นได้มาฟรี” เช่น การเข้าถึงจิตใจของตนเอง การเข้าใจเพื่อนหรือการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ บางทีประชากรสูงวัยอาจเห็นคุณค่าทางวัตถุน้อยลงและนิยมปรัชญาชีวิตเพิ่มขึ้น

อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น FMCG แฟชั่น การท่องเที่ยว อาหาร รีเทล เป็นผู้สร้างแบรนด์และสร้าง เทรนด์การบริโภคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ผู้สร้างแบรนด์มีความพร้อมมากในการนำไปสู่ การบริโภคแบบ “dematerialise” โดยไม่ลดคุณค่าของสินค้า แต่เน้นในคุณค่าที่จับต้องไม่ได้ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด หรือโดยการเปลี่ยนค่านิยมของผู้บริโภค

วัฒนธรรมการทำอาหารญี่ปุ่นดูเหมือนจะใช้หลักปรัชญานี้ได้เป็นอย่างดี เช่น ในการเสิร์ฟสตรอเบอร์รี่ลูกเดียวเป็นของหวานตอนจบมื้ออาหาร นับเป็นสุดยอดการนำเสนออาหารมื้อค่ำพิเศษแบบมินิมอล เมื่อใดที่เราเรียนรู้และนำปรัชญานี้มาใช้และจะชื่นชมว่าคำว่า “Less is more” หรือ “น้อย (สิ่ง) คือมากกว่า (ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น)” เมื่อนั้นเราอาจจะเดินมาถูกทางที่จะนำไปสู่ความเติบโตแบบยั่งยืน

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์

แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : กรมอุตุฯ ผนึก สทน. บูรณาการข้อมูลเพื่องานวิจัย สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ และอากาศ

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694579

สกู๊ปพิเศษ : กรมอุตุฯ ผนึก สทน. บูรณาการข้อมูลเพื่องานวิจัย  สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ และอากาศ

สกู๊ปพิเศษ : กรมอุตุฯ ผนึก สทน. บูรณาการข้อมูลเพื่องานวิจัย สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ และอากาศ

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“น้ำ”เป็นทรัพยากรที่สำคัญของโลก นอกจากในทะเลและมหาสมุทรแล้ว น้ำยังอยู่ทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำในบรรยากาศ รวมทั้งเมฆและหมอกด้วย

ทรัพยากรน้ำมีการเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักร โดยพลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นตัวการหลัก และปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา เช่น ลม อุณหภูมิ ความชื้น จะเป็นตัว
ขับเคลื่อนวัฏจักรน้ำให้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ การหมุนเวียนของวัฏจักรน้ำนั้นเป็นกลไกที่สำคัญของระบบโลก เพราะน้ำมีหน้าที่นำพาแร่ธาตุ สารอาหารไปยังพื้นที่ต่างๆ และสะสมตัวในดินทำให้พืชพรรณอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งอาหารของสรรพสัตว์และมนุษย์บนโลก

อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อนจะส่งผลกระทบต่อวัฏจักรน้ำบนโลกโดยรูปแบบของการเกิดหยาดน้ำฟ้า การเปลี่ยนแปลงของระดับอุณหภูมิ การระเหยของน้ำ และอื่นๆ จะเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้บางพื้นที่มีน้ำน้อยลง ในขณะที่บางพื้นที่อาจมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น และหากอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น 2-3 องศาเซลเซียส กว่าระดับอุณหภูมิในช่วงยุคก่อนอุตสาหกรรม ปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำจืดทั่วโลกจะรุนแรงขึ้นอย่างมาก ตัวแปรที่สำคัญในการศึกษาโครงสร้างภายในของน้ำคือค่าไอโซโทป (isotope)

โดยค่าไอโซโทปจะสามารถช่วยในการคาดหมายปริมาณน้ำที่จะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละขั้นตอนของวัฏจักรน้ำได้ ดังนั้น การศึกษาค่าไอโซโทปของน้ำประกอบกับการประยุกต์ใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาจะสามารถส่งเสริมและช่วยให้เราคาดหมายการหมุนเวียนของวัฏจักรน้ำภายในประเทศได้ดียิ่งขึ้น เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการจัดสรรทรัพยากรน้ำภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสำหรับแต่ละพื้นที่ อันจะนำมาซึ่งประโยชน์อื่นๆ ทั้งในด้านภาคการเกษตร ภาคสาธารณสุข และภาคชลประทานอีกด้วย

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ที่อาคารหอประชุมกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง กรมอุตุนิยมวิทยา และ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์
แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ว่าด้วยความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาระบบสารสนเทศด้านอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ และอากาศ โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาฝ่ายวิชาการ และ พลเรือตรีวัชระ การุณยวนิชรองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ลงนามเป็นพยาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของกรมอุตุฯ และ สทน. เข้าร่วมงาน

ดร.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ภารกิจของกรมอุตุนิยมวิทยา และ สทน. มีความเกี่ยวโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านข้อมูลเพื่อการศึกษาและวิจัย ทั้งนี้ สองหน่วยงานได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 โดยมี สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) ร่วมลงนามด้วย

สำหรับความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือด้านอุตุนิยมวิทยา และการวิจัยด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เพื่อประโยชน์ในมิติที่หลากหลาย เพราะนอกจากข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาจะใช้ประโยชน์เพื่อวางแผนและบริหารจัดการน้ำของประเทศโดยตรงแล้ว ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาต่างๆ เช่น ข้อมูลปริมาณน้ำฝนสามารถนำไปใช้ในการประเมินอัตราการเติมน้ำบาดาลในบริเวณพื้นที่แอ่งน้ำ และนำไปใช้ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำฝนกับค่าไอโซโทปในน้ำฝน ซึ่งการวัดค่าไอโซโทปนี้ก็สามารถใช้ประโยชน์ในการศึกษาด้านอุทกวิทยาในการหาแหล่งต้นกำเนิดของน้ำ หาแหล่งน้ำใต้ดิน เพื่อนำมาวางแผนบริหารจัดการน้ำ

อีกทั้ง ข้อมูลการตรวจวัดอุณหภูมิ ข้อมูลด้านการตรวจวัดโอโซนและรังสีของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่สามารถนำไปใช้ในการศึกษาวิจัยด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนจัดการด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่นๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนประเทศ ความมั่นคง การจัดการภัยพิบัติ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสาธารณสุข และอื่นๆ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ทางด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลามากกว่า 5 ปี ที่ผ่านมา ทางสถาบันฯ เองได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา เช่น ข้อมูลปริมาณน้ำฝน เพื่อนำไปศึกษาวิเคราะห์การกระจายตัวของปริมาณน้ำฝนรายเดือนและรายปีในประเทศไทย ข้อมูลปริมาณน้ำฝนในแต่ละพื้นที่ในประเทศไทย เพื่อใช้สำหรับโครงการสร้างฐานข้อมูลไอโซโทปเสถียรในน้ำฝน เพื่อศึกษารูปแบบการเกิดฝนของประเทศไทย หรือการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำฝนกับค่าไอโซโทปเสถียรในน้ำฝน ภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การใช้ข้อมูลในการวิจัยแหล่งที่มาของน้ำบาดาลและการประเมินอัตราการเติมน้ำบาดาลในแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่แอ่งน้ำบาดาลเจ้าพระยาตอนบน และพื้นที่น้ำบาดาลแอ่งแพร่ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สถาบันฯ ยังมีโครงการสำคัญที่ดำเนินการต่อเนื่อง และต้องใช้ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาเป็นส่วนประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ จากสถานีอุตุนิยมวิทยานำร่อง 33 สถานี เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิจัย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทย ข้อมูลการเกิดมรสุม การเกิดใต้ฝุ่นและลมพายุ ความเร็วลม แนวร่องมรสุม จำนวนวันที่เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในแต่ละปี และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทางอุตุนิยมวิทยา เพื่อใช้สำหรับการวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี ในฐานะผู้แทนของสถาบันฯ

“วันนี้มีความยินดีและภาคภูมิใจยิ่ง ที่ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันถึงประโยชน์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับจากความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและอุทกวิทยา ภายใต้การสนับสนุนข้อมูลสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยา จะเป็นกลไกหนึ่งในการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศได้ในอนาคต” ผู้อำนวยการ สทน. กล่าว

จากนั้น ดร.ชมภารี ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การยกระดับการบูรณาการความร่วมมือให้มีความชัดเจน มีเป้าหมาย และกระชับความร่วมมือให้เข้มแข็งขึ้น ในวันนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดความร่วมมือการสร้างสรรค์โครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ได้ตรงความต้องการที่หลากหลาย และรองรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนของประเทศชาติสืบไป

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาและ สทน. ได้มีความร่วมมือในการศึกษาค่าไอโซโทปน้ำ และในอนาคตจะมีการขยายความร่วมมือให้กว้างขวางขึ้นเพื่อสนับสนุนการบริหาร การจัดการ ทั้งทรัพยากรดิน น้ำ และอากาศของประเทศ โดยจะมุ่งมั่นพัฒนาข้อมูลให้มีความแม่นยำ และเพิ่มช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลให้ถึงมือผู้ใช้บริการได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกันต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่ต้องห่วง! ‘อ.เฉลิมชัย’เอ็นหัวเข่าฉีก! หมอสั่งห้าม ขี่รถมอเตอร์ไซค์ 6 สัปดาห์

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694559

ไม่ต้องห่วง! 'อ.เฉลิมชัย'เอ็นหัวเข่าฉีก!  หมอสั่งห้าม ขี่รถมอเตอร์ไซค์ 6 สัปดาห์

ไม่ต้องห่วง! ‘อ.เฉลิมชัย’เอ็นหัวเข่าฉีก! หมอสั่งห้าม ขี่รถมอเตอร์ไซค์ 6 สัปดาห์

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.24 น.

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 นรินทร์ ทามาส ลูกศิษย์คนสนิท อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ได้เผยแพร่คลิปผ่านเฟซบุ๊ก แจ้งข่าวว่า “ท่าน อ.สั่งให้ผมลงว่า•••[ขอพักเลียแผลหยุดขี่ มอฯสักระยะ หายดีเมื่อไหร่เจอกันครับ รอก่อนนะครับ FC” โดยในคลิปปรากฏภาพ อาจารย์เฉลิมชัย โชว์แผลที่หัวเข่า โดยสวมที่รัดหัวเข่าสำหรับผู้ป่วยเอาไว้

อ.เฉลิมชัย ได้พูดในคลิปว่า  สมน้ำหน้าตัวเองเพราะอายุมากแล้วแต่ไม่ยอมอยู่บ้าน ก่อนหน้าประสบเหตุเอ็นหัวเข่าฉีกแต่หลังจากนั้นอีกเพียงประมาณ 1 สัปดาห์ ก็กลับไปขับขี่รถมอเตอร์ไซค์อีกทำให้เอ็นฉีกมากกว่าเดิม เมื่อไปตรวจแพทย์ก็บอกให้หยุดพักเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ทำให้อดขี่รถไปโดยปริยาย จึงสมน้ำหน้าตัวเอง

แต่บอกไว้ก่อนว่าตนชื่นชอบการขับขี่และเห็นว่านักรบต้องมีบาดแผลบ้างถ้าอยากสนุก รวมทั้งไม่ใช่ครั้งนี้ครั้งเดียวที่ตนเคยเจ็บ ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับตน และจะรอให้หายจากอาการบาดเจ็บ และจะสู้ต่อโดยจะเดินทางไปที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน 

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fmr.mtelecom%2Fvideos%2F650928426508093%2F&show_text=false&width=267&t=0

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิษณุโลกเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไก่เหลืองหางขาวเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694549

พิษณุโลกเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไก่เหลืองหางขาวเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

พิษณุโลกเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไก่เหลืองหางขาวเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.40 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไก่เหลืองหางขาวและการเสวนาTalk & Share ภายใต้โครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตไก่เหลืองหางขาวเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลก

เมื่อเวลา 14.00 น วันที่ 26 พ.ย.65 ฟาร์มไร่ราชันย์ ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดงานเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไก่เหลืองหางขาว และการเสวนาTalk & Share ภายใต้โครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตไก่เหลืองหางขาวเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลก

โครงการฯนี้ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แล้วโดยเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสถาบันการศึกษาของจังหวัดพิษณุโลกทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยนเรศวร และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก และนอกจากนี้ยังมีหน่วยงานของปศุสัตว์จังหวัด กรมปศุสัตว์ ร่วมมือเพื่อที่จะยกระดับมาตรฐานการผลิตไก่เหลืองหางขาวของเกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมย่อยภายใต้โครงการฯ เป็นการยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไก่เหลืองหางขาว เพื่อให้เกิดการสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เป็นอีกจุดหนึ่งของเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไก่เหลืองหางขาวที่มีฐานรากเป็นทุนเดิม และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดกับจังหวัดพิษณุโลก

เนื่องจากไก่เหลืองหางขาว เป็นไก่พื้นเมืองที่เป็นสัตว์อัตลักษณ์และที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก ได้รับการยอมรับและแพร่หลายทั่วไป สามารถสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งไร่ราชันย์ฟาร์ม เป็นฟาร์มต้นแบบและเป็นศูนย์เรียนรู้ระบบการผลิตไก่เหลืองทางขาว โดยสถานที่ในส่วนนี้จะมีการผลิตลูกไก่เหลืองหางขาว เพื่อกระจายไปสู่เกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลก และใกล้เคียง ประชาชนหรือผู้ที่สนใจทั่วไปสามารถเข้ามาศึกษาดูงาน วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของคนกับไก่ ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ภายในฟาร์มแห่งนี้

โดยนายรพีภัทร เอกพันธ์กุล อาชีพเกษตรกรและอาชีพนักแสดง กล่าวว่าด้วยตัวผมเอง มีอาชีพเป็นเกษตรกรควบคู่กับอาชีพการเป็นนักแสดง ในวันนี้มีน้องๆจากหลายๆมหาวิทยาลัยของ จ.พิษณุโลก ซึ่งเรียนด้านสัตวศาสตร์ สัตวบาล สำหรับผมจะพูดถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ การพูดเกี่ยวกับเรื่องสัตว์ปศุสัตว์ว่าสามารถสร้างรายได้ดีสามารถฟื้นตัวได้ เช่น การเลี้ยงไก่ชน ควายสวยงาม มีมูลค่าการตลาดค่อนข้างสูง เป็นการเล่าประสบการณ์ในการประกอบอาชีพนี้พร้อมกับและแนวทางจากสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และหวังว่าจะทำให้นักศึกษาได้รับความรู้ไม่มากก็น้อย 

สำหรับการเลี้ยงไก่ชนไก่เหลืองหางขาวจังหวัดพิษณุโลก เป็นการอนุรักษ์รักษาความเป็นสัตว์เศรษฐกิจไทยของเราไว้ เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งไก่เหลืองหางขาวหรือควายไทยสวยงาม เป็นการอนุรักษ์เป็นการเก็บรักษาสัตว์ทั้ง 2 ชนิดนี้ไว้ให้ควบคู่กับคนไทยต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าเปิดเทศกาล ‘ห่มหมอก กอดหนาว ดูดาวบนภู’ แล้ว

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694548

สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าเปิดเทศกาล 'ห่มหมอก กอดหนาว ดูดาวบนภู' แล้ว

สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าเปิดเทศกาล ‘ห่มหมอก กอดหนาว ดูดาวบนภู’ แล้ว

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.25 น.

สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า เปิดเทศกาลการท่องเที่ยว “ห่มหมอก กอดหนาว ดูดาวบนภู“ ให้นักท่องเที่ยวได้นอนกางเต้นสัมผัสอากาศหนาว ชมทะเลหมอกยามเช้า 2 ประเทศแล้ว

วันนี้ (26 พ.ย.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าพิษณุโลก ในพระราชดำริ ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก นายกล้าณรงค์ พงศ์สิทธิคุณ นายอำเภอชาติตระการ พร้อมด้วยนายจรัญ มากน้อย หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าพิษณุโลก ในพระราชดำริ ร่วมกันเปิดเทศกาลห่มหมอก กอดหนาว ดูดาวบนภู โดยมีนักท่องเที่ยวทั่วไป ร่วมสัมผัสอากาศหนาวเย็น ท่ามกลางอุณหภูมิ 18-20 องศาเซสเซียส

นายจรัญ มากน้อย หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าพิษณุโลก ในพระราชดำริ กล่าวว่า ปีนี้ทางสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าพิษณุโลก ในพระราชดำริ ได้ร่วมกับอำเภอชาติตระการ ทททสำนักงานพิษณุโลก ได้เปิดเทศกาลห่มหมอก กอดหนาว ดูดาวบนภู ขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาว ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นมาสัมผัสลมหนาวบนยอดดอยและชมความงดงามของมวลพฤกษานานาพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงนี้นักท่องเที่ยวจะสามารถชมดอกสร้อยสยามและกุหลาบ กว่า 20 สายพันธุ์ที่กำลังออกดอกสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพสวยๆ

โดยยามค่ำคืนภายในสวนพฤกษศาสตร์ฯ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสอากาศหนาวเย็น พร้อมกับชมความงดงามของดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ตามสโลแกนของการจัดงานว่า “ห่มหมอก กอดหนาว ดูดาวบนภู” รวมถึงทะเลหมอกในยามเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทิวทัศน์ของ 2 ประเทศ 3 จังหวัด อันเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว พร้อมกับชมยอดดอยภูสอยดาวที่มีเขตเชื่อมต่อ 3 จังหวัดได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดเลย หากนักท่องเที่ยวต้องการเที่ยวชมและนอนกางเต้นสัมผัสอากาศหนาวเย็น และชมทะเลหมอกยามเช้า บนสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าพิษณุโลก ในพระราชดำริ ก็สามารถสอบถามได้ที่ 0812874994

– 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮาทั้งโซเชียล จะเกิดอะไรขึ้น!? เมื่อ’เวทีงิ้ว’ปะทะ’เวทีหมอลำ’

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694539

ฮาทั้งโซเชียล จะเกิดอะไรขึ้น!? เมื่อ'เวทีงิ้ว'ปะทะ'เวทีหมอลำ'

ฮาทั้งโซเชียล จะเกิดอะไรขึ้น!? เมื่อ’เวทีงิ้ว’ปะทะ’เวทีหมอลำ’

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.30 น.

คลิปฮาทั้งโซเชียล จะเกิดอะไรขึ้น!? เมื่อ’เวทีงิ้ว’ปะทะ’เวทีหมอลำ’ 

ทำเอาเรียกเสียงหัวเราะไปไม่น้อย เมื่อมีการแสดงมหรสพสุดมัน ที่อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น แต่ที่ทำให้คลิปนี้กลายเป็นไวรัลนั่นคือ เวทีแสดงงิ้ว กับ เวทีหมอลำ ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน จนทำให้เสียงการแสดงปะทะกัน เป็นเหตุให้นักแสดงงิ้วออกลีลาเต้นตามจังหวะเวทีหมอลำ

โดยคลิปนี้ถูกเผยแพร่โดยคุณ ArVan Zaa Wanpiwan พร้อมระบุแคปชั่นว่า ” เมื่อเวทีงิ้ว ตั้งตรงข้าม เวทีหมอลำ จ๊วดตั้วบาดนิ แม่ฮ้าง แม่ฮ้าง #งานงิ้วมัญจาคีรี ” จนทำให้คลิปยี้มีผู้เข้าชมกว่า 1.6 ล้านครั้ง

-009

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Farvan.zaa%2Fvideos%2F461864869351174%2F&show_text=false&width=267&t=0

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตผู้ว่าฯนครพนมเผยที่มา ‘องค์พญาศรีสัตตนาคราช’ ก่อนโด่งดังทั่วโลก

Posted on November 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694533

อดีตผู้ว่าฯนครพนมเผยที่มา 'องค์พญาศรีสัตตนาคราช' ก่อนโด่งดังทั่วโลก

อดีตผู้ว่าฯนครพนมเผยที่มา ‘องค์พญาศรีสัตตนาคราช’ ก่อนโด่งดังทั่วโลก

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.09 น.

วันที่ 26 พ.ย.65 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช เทศบาลเมืองนครพนม พล.ต.สถาพร บุญชู ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 (ผบ.มทบ.210) มอบหมายให้ พ.อ.สมหมาย บุษษา รอง ผบ.มทบ.210 เป็นผู้แทนนำกำลังพลเข้ารับมอบผ้าห่มกันหนาว ในพิธีรับผ้าห่มกันหนาว ตามโครงการร่วมใจ สู้ภัยหนาว 

โดยในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช จำนวน 700 ผืนเพื่อส่งมอบต่อให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีฐานะยากจนและอยู่ในพื้นที่ห่างไกลในพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ที่เผชิญกับสภาวะอากาศที่หนาวเย็น และเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวโดยมีนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ประธานมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีมอบ พร้อมด้วยนายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน และมีประชาชนจากชุมชนพร้อมพันธุ์พัฒนาจำนวนหนึ่ง เข้ารับมอบ

ในการนี้ ร.อ.หญิง เสาวนีย์ ศรีบุญมา พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลค่ายพระยอดเมืองขวาง ปฏิบัติงานช่วยราชการกองกิจการพลเรือน เป็นพิธีกรเชิญ พ.อ.อรรถพล แก้วคำแสน หัวหน้ากองกิจการพลเรือนฯ (หก.กกร.มทบ.210) กล่าวถึงโครงการร่วมใจสู้ภัยหนาว ประจำปี 2566 ความว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศให้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยคาดหมายลักษณะอากาศหนาวเย็นที่สุดจะอยู่ในห้วงเดือน ธ.ค.65 ถึงประมาณเดือน ก.พ.66 ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาจังหวัดนครพนมเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศหนาวเย็นเป็นประจำทุกปี

พ.อ.สมหมาย บุษบา รอง ผบ.มทบ.210 ได้กล่าวขอบคุณมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราชที่จัดหาผ้าห่มกันหนาวจำนวน 700 ผืนเพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนได้รับความอบอุ่น ถือเป็นการช่วยเหลือด้วยความรวดเร็วทันสถานการณ์และเป็นการสร้างความรักสามัคคีของประชาชนกับส่วนราชการ ภาคเอกชน ส่งเสริมให้สังคมมีความเข้มแข็ง พร้อมที่จะพัฒนาประเทศชาติต่อไป

“ชาวค่ายพระยอดเมืองขวางถือเป็นความภูมิใจและเป็นเกียรติยศแก่หน่วยที่ได้รับความไว้วางใจมีส่วนร่วมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในครั้งนี้” รอง ผบ.มทบ.210 กล่าว

นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ประธานมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช กล่าวว่า เข้าดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เมื่อปี 2555 เป็นเวลา 3 ปี และปี 2558 ก็ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม จนเกษียณอายุราชการในปี 2560 ช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าฯนครพนมได้สืบสานงานต่อจากผู้ว่าฯอีก 2 ท่านที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง องค์พญาศรีสัตตนาคราช คือ นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ถือเป็นผู้ริเริ่มคนแรก และนายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ได้มาเป็นผู้ว่าฯคนต่อมาก็ได้เริ่มในการเซ็นสัญญาและปรับปรุงพื้นที่บริเวณจุดนี้ซึ่งอดีตเป็นท่าเทียบเรือเทียบเรือบั๊ค

แต่เมื่อมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงขึ้นมาแล้ว ปรากฎว่าเรือบั๊คก็ไม่ได้ใช้ ตรงนี้จึงกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรมมีปัญหาวัยรุ่นแอบมามั่วสุมเสพยาเสพติดกัน โดยในช่วงนั้นนายอดิศักดิ์ได้ร่วมกับจังหวัดทหารบกนครพนม (ในขณะนั้น) พล.ต.สนธยา ศรีเจริญ นำกำลังพลมาปรับปรุงพื้นที่จนดีขึ้นมาทันตาเห็น ตนหลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นผู้ว่าฯก็สานงานต่อและสร้างองค์พญาศรีสัตตนาคราช จนกระทั่งเสร็จในปี 2559 และจากจุดบอดก็กลายเป็นจุดเด่น หลังได้หันมาส่งเสริมการท่องเที่ยว บวกกับความศรัทธาของผู้ศรัทธาต่อองค์พญานาค ทำให้ประชาชนทั่วประเทศรู้จักองค์พญาศรีสัตตนาคราชจังหวัดนครพนมดังกล่าวฯ

สำหรับจังหวัดนครพนมก็เป็นหนึ่งใน 5 จังหวัดที่มีโอกาสเกิดอากาศหนาวถึงหนาวจัด และประชาชนจะได้สัมผัสอากาศหนาวตั้งแต่ช่วงต้นฤดู ซึ่งจากสถิติในรอบ 70 ปีที่ผ่านมา พบว่าจังหวัดนครพนม มีอุณหภูมิต่ำสุดที่ 1.8 องศาเซลเซียสเมื่อปี 2498 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์หนาวจัด และในปี 2560 เดือนธันวาคมอุณหภูมิต่ำกว่า 6 องศาเซลเซียส โดยในปี 2565 คาดว่าอุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ที่ประมาณ 6-8 องศาเซลเซียส เพราะได้รับอิทธิพลจากลมเย็น หรือมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาจากประเทศจีน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,931,830 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เปิดชื่อ 5 ประธาน-5 รองประธาน กมธ.สัดส่วนเพื่อไทย
ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก.
พริษฐ์ ชวนเพื่อนฝ่ายค้าน ลงชื่อสอบ ป.ป.ช.ปมยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม ซุกหุ้น
LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
ภูเก็ตเดินหน้าขับเคลื่อน 'ทุนวัฒนธรรม' รวมพลังศิลปินภูเก็ต สะท้อนอัตลักษณ์ศิลป์ร่วมสมัย เปิดแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และบ้านศิลปิน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
‘เลขา สมช.’ เชื่อตร.มีมาตรการดูแลบุคคลสำคัญของประเทศ หลัง ทรัมป์ ถูกลอบยิง
กรมฝนหลวงฯ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
หวานเจี๊ยบ เป้ย ปานวาด ปล่อยภาพคู่ หมอต้น ดาเมจแรงทำโซเชียลร้อนฉ่า กลิ่นความรักอบอวลกลางญี่ปุ่น
อ. วิเชียร เถาว์มูล ขึ้นรับตำแหน่ง นายกสมาคมนักแต่งเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย
เต๋า สมชาย โชว์หวาน ผงาดคว้าเหรียญ Six Star Finisher ปิดจ๊อบ Boston Marathon 2026 สำเร็จตามฝัน

Recent Posts

  • “กูเกิล” ทำข้อตกลงลับ “เพนตากอน” ส่งโมเดล AI หนุนภารกิจความมั่นคงสหรัฐฯ
  • ทำเนียบขาวขึ้นแคปชัน “สองกษัตริย์” หลังทรัมป์รับเสด็จ “คิงชาร์ลส์”
  • “อีลอน มัสก์” ขึ้นศาลซัด OpenAI คือไอเดียของตน ก่อนถูกผู้บริหาร “ปล้น” ไปทำกำไร
  • สหรัฐฯ ตั้งข้อหา “เจมส์ โคมีย์” อดีต ผอ. FBI ขู่เอาชีวิต “ทรัมป์” ในอินสตาแกรม
  • โพลชี้คะแนนนิยม “โดนัลด์ ทรัมป์” ร่วงต่ำสุด เหลือ 34% คนอเมริกันกังวลค่าครองชีพ-สงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d