Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สามีเหยื่อโศกนาฏกรรมหนองบัวลำภูตัดพ้อ ลูก 8 เดือนไม่ได้รับเยียวยา เพราะไม่มีเลขบัตรปชช.

Posted on November 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690498

สามีเหยื่อโศกนาฏกรรมหนองบัวลำภูตัดพ้อ ลูก 8 เดือนไม่ได้รับเยียวยา เพราะไม่มีเลขบัตรปชช.

สามีเหยื่อโศกนาฏกรรมหนองบัวลำภูตัดพ้อ ลูก 8 เดือนไม่ได้รับเยียวยา เพราะไม่มีเลขบัตรปชช.

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.55 น.

สามีเหยื่อครูเสียชีวิตเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู พ้อเห็นชีวิตลูก 8 เดือนมีค่าเท่านี้ ไม่ได้รับเงินเยียวยา เพราะไม่มีเลขบัตรประชาชน 

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 จากเหตุการณ์ที่อดีตตำรวจก่อเหตุกราดยิงและไล่แทงเด็กและครูภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เด็กเล็กเสียชีวิต 24 ราย และเมื่อรวมกับผู้เสียชีวิตจากจุดเกิดเหตุอื่นๆ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 36 ราย ไม่รวมตัวผู้ก่อเหตุนั้น

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สูญเสียคนรักในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นคุณครูที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน ได้ออกมาโพสต์ ข้อความตัดพ้อภาครัฐกรณีเงินเยียวยา โดยระบุข้อความว่า “ลูกผมนะ ถ้าพูดตามกฏหมายลูกผมไม่ได้รับการเยียวยาอยู่แล้ว เพราะลูกผมมาสิ้นใจตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ถ้ารัฐบาลมาถามหาเลขบัตรประชาชนใบเกิดลูกผมไม่มี เพราะลูกผมสิ้นใจก่อน จะให้เขาเอาเลขบัตรประชาชนกับใบเกิดมาแต่ไหน ขนาดผมพาภรรยาไปผ่าคลอดทั้งๆที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว

นี่เหรอคือสิ่งที่รัฐเอาแต่กฎหมายมาอ้าง ในการเยียวยาลูกชาย เหตุผลเพียงเพราะลูกผมสิ้นใจในท้อง ผมเคารพกฎหมายบ้านเมืองเสมอ แต่พวกคุณเข้าใจไหมว่ามนุษย์ธรรมมันควรมีทุกคน 
สิ่งที่ผมโพสต์วันนี้และในส่วนของราชการละครับ คุณเอาแต่กฎหมายว่า ลูกผมไม่มีนั้นนี่สิ้นใจก่อน ไม่นับลูกผมในการเสียชีวิตครั้งนี้ ผู้ใหญ่ทุกภาคส่วนรู้ไหมว่าผมต้องเจ็บซ้ำแค่ไหน

ผู้ใหญ่เอาแต่หลักเกณฑ์มาพูดอันนั้นอันนี้ไม่ได้   แต่ผู้ใหญ่เข้าใจไหมว่าผมสูญเสียทั้งเมียและลูก ผมรู้ว่าทุกคนก็สูญเสียไม่แพ้กัน ผมเป็นพ่อผมต้องทวงความยุติธรรมให้ลูกผม แล้วเอามั่วแต่เอากฏหมายมาอ้าง  สงสารลูกผมบ้างไหมมนุษยธรรมมีให้ลูกผมบ้างไหม

ผมว่าจะไม่โพสต์แล้ว ผมอดทนมานานแล้ว  ถ้าคิดว่าผมอย่างผมเห็นแก่เงิน คุณก็เอาชีวิตลูกเมียผมคืนมา ต่อให้ผมมีหนี้มากแค่ไหน ผมก็มีความสุข ผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน นี่เหรอคือสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านเมืองเห็นชีวิตเด็กน้อย 8 เดือนมีค่าแค่นี้ ทั้งๆที่เขาจะต้องลืมตามาดูโลกแล้ว ผมอยากฝากถึงรัฐบาลพวกคุณก็มีลูกมีหลานพวกคุณก็น่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดี”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุทาหรณ์! เด็กหญิงวัย 13 ป่วยตับอักเสบขั้นรุนแรง หมอวินิจฉัยติดจากสัตว์เลี้ยง

Posted on November 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690497

อุทาหรณ์! เด็กหญิงวัย 13 ป่วยตับอักเสบขั้นรุนแรง หมอวินิจฉัยติดจากสัตว์เลี้ยง

อุทาหรณ์! เด็กหญิงวัย 13 ป่วยตับอักเสบขั้นรุนแรง หมอวินิจฉัยติดจากสัตว์เลี้ยง

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.32 น.

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 ผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง ได้เผยคลิปให้เห็น “น้องสาว” เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใบหน้าบวม ซึ่งเจ้าตัวระบุแคปชั่นว่า น้องเราไม่สบาย เป็นตับอักเสบขั้นรุนแรง เราสงสารน้อง อายุยังน้อยอยู่เลย 13 ปี ต้องมาเจออะไรแบบนี้

“หมอวินิจฉัยติดจากสัตว์เลี้ยง ที่บ้านเรามีหมาพิตบูลกับล็อตไวเลอร์ประมาณ 5 ตัว น้องชอบเล่นกับหมา ชอบหาเห็บให้หมา เลยอาจจะติดเชื้อจากหมาได้ #ฝากเตือนเพื่อนๆ คนไหนมีสัตว์เลี้ยงที่บ้านให้ระวังด้วย อาจจะติดเชื้อได้”

ขณะเดียวกัน มีผู้สอบถามว่าผู้ป่วยมีอาการเป็นอย่างไร ได้รับคำตอบว่า “เริ่มแรกเลยน้องเริ่มมีไข้ปกติ”

https://www.tiktok.com/embed/v2/7160520322553285915?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F690497

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทต.บ้านเกาะ’ชวนเที่ยวงาน’ลอยกระทงวิถีใหม่ ชาวอุตรดิตถ์ สืบสานวิถีไทย’

Posted on November 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690433

'ทต.บ้านเกาะ'ชวนเที่ยวงาน'ลอยกระทงวิถีใหม่ ชาวอุตรดิตถ์ สืบสานวิถีไทย'

‘ทต.บ้านเกาะ’ชวนเที่ยวงาน’ลอยกระทงวิถีใหม่ ชาวอุตรดิตถ์ สืบสานวิถีไทย’

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.12 น.

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 นายธีรชัย ชวลิตสกุลเดช นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเกาะ กำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 6 – 8 พ.ย.นี้ ภายใต้โครงการบ้านเกาะน่านนที สืบสานประเพณีลอยกระทง ปีที่ 2 ณ บริเวณริมน้ำน่าน หมู่ที่ 1 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ จัดโดยเทศบาลตำบลบ้านเกาะ ร่วมกับชุมชนเทศบาล

ทั้งนี้ เพื่อแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณแผ่นดินและสายน้ำ และเพื่อเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคาตามความเชื่อของคนไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณ พร้อมทั้งรณรงค์การจัดกิจกรรมที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ห่างไหลจากอบายมุข รณรงค์การแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยมาร่วมกิจกรรม การใช้วัสดุธรรมชาติในการประดิษฐ์กระทง และไม่ลืมให้ความสำคัญกับการป้องกันตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อไวรัสโคโรน่า-19 (COVID-19)

นอกจากนี้ ยังจัดให้ชมการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ตั๊กแตน ชลดา เจ้าของผลงานเพลง ขอจองในใจ , หนาวแสงนีออน , ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ , ศิลปิน ไม้เมือง แนวเพลงเพื่อชีวิต-ล้านนา เจ้าของฉายา 1 ร้อง 1 เล่น จากถนนคนเดินเชียงใหม่ และวงดนตรีวาเลนไทน์ ที่จะมาสร้างความบันเทิงสนุกสนานภายในงาน ส่วนไฮไลน์สำคัญจะมีการโชว์ฝีมือแกละสลักน้ำแข็ง “เป็นรูปหงส์” โดยช่างศิลป์ พราหมณ์ประดิษฐ์ แก้วคำ พร้อมสร้างสีสันในด้านผลงานแกละสลักรูปเหมือน ดังนั้น จึงอยากขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาเที่ยวชมงานตามวันและเวลาดังกล่าวโดยทั่วกัน

“หงส์เป็นสัตว์เทพนิยายของชาวจีน และถือว่าเป็นสัตว์มงคลและศักดิ์สิทธิ์ ทีความอ่อนหวาน อ่อนโยน และรักความสะอาด หงส์จะมีบุคลิกเป็นผู้หญิง ตามตำนานแล้วหงส์จะปรากฏตัวก็ต่อเมื่อแผ่นดินมีความสงบสุข โดยตามหลักฮวงจุ้ยแล้วหงส์เป็นความอ่อนโยน จะช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้บ้านมีแต่ความสงบสุข ปลองดองทำให้คนในบ้านรักกันโดยที่จะนำบรรยากาศดีๆ เข้ามาในบ้าน ซึ่งลักษณะของหงส์นั้นมีหลายรูปแบบ ซึ่งก็มีการวาดหรือรูปปั้นมาในหลายแบบ แต่ลักษณะของหงส์ที่ชัดเจนเลยก็คือ เป็นนกที่มีความสวยงาม ขนสวยเหมือนไก่ฟ้า ตาเหมือนเหยี่ยว ขายาวเหมือนนกกระยาง จึงทำให้นกในเทพนิยายของชาวจีนนั้นมีลักษณะสวยงาม”

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : การรักษาศีล ง่ายกว่าการทำบาป โดย พระครูถาวร ชินวงศ์

Posted on November 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690421

ธรรมะวันอาทิตย์ : การรักษาศีล ง่ายกว่าการทำบาป โดย พระครูถาวร ชินวงศ์

ธรรมะวันอาทิตย์ : การรักษาศีล ง่ายกว่าการทำบาป โดย พระครูถาวร ชินวงศ์

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.00 น.

ในวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ มีโอกาสเดินทางไป ที่ บ้านคำพระ ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อทำบุญ สร้างกุศล ฟังธรรมเทศนา กับ พระครูถาวร ชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านคำพระ ถือว่าเป็นวัดขนาดเล็ก มีพระสงฆ์ 4 รูป ไม่มีสามเณร ไวยาวัชกร 1 คน สังกัดมหานิกาย บนเนื้อที่ 10 ไร่เศษ ประกอบด้วย กุฏิ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง เมรุ เป็นต้น

และที่โดดเด่น ดึงดูดใจ พุทธศาสนิกชน มาก ก็คือการเดินทางเข้ามานมัสการ พระโตโคตมะ เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นมงคลชีวิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึง เข้ามา สัมผัส ขอโชคลาภ จากต้นยางยักษ์ อายุ 1,000 ปี ขนาดกว้างโดยรอบ 5 คนโอบรอบ ความสูงกว่า 50 เมตร มีความสมบูรณ์ตลอดลำต้น ตั้งอยู่ด้านหลังในพื้นที่ของวัดบ้านคำพระ ใกล้กับเมรุ ว่ากันว่า สมัยก่อน ในช่วงวันพระ กลางดึก จะพบเห็นลูกไฟหลากหลายสี ลอยออกมาจากโคนต้นยางยักษ์ แล้วเข้าไปในอุโบสถวัดบ้านคำพระ จากนั้น ใกล้สว่าง ลูกไฟก็จะลอยกลับเข้าไปที่โคนต้นยางยักษ์เหมือนเดิม ซึ่งชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้วัด พบเห็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตินี้ทุกคน และ ได้มีการเล่าขานติดต่อกันมาหลายชั่วอายุคนกระทั่งปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมี ชาวเขมร เรียกว่า หมอเขมร เก่งเรื่องไสยศาสตร์ มาพักอยู่ใกล้ต้นยางยักษ์ เป็นคนจ้ำ คือผู้นำกล่าวเป็นภาษาเขมร ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในต้นยางยักษ์ ช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเรื่อง ขอฝนทำนา และอื่นๆ ทว่าปัจจุบัน คนจ้ำ เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ก็มีคนเข้าไปทำพิธีอธิษฐาน ขอโชคลาภต่อต้นยางยักษ์ เป็นประจำ

พระครูถาวร ชินวงศ์ อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดบ้านคำพระ ต.คำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า วัดบ้านคำพระ เป็นวัดขนาดเล็ก มีพระสงฆ์ 4 รูป เนื้อที่ 10 ไร่ 3 งาน จึงต้องมีการทำสิ่งปลูกสร้างที่จะจูงใจ ดึงดูดใจ ให้พุทธศาสนิกชน ญาติโยมทั้งหลาย เข้ามาวัดมากขึ้น โดยการก่อสร้างพระพุทธรูป นามว่า พระโตโคตมะ ปางมารวิชัย สีทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 5 เมตร 1 องค์ และ พระโตโคตมะปางมารวิชัย สีขาว หน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 4 เมตร 2 องค์ เพื่อเป็นศูนย์รวมใจชาวบ้านคำพระและใกล้เคียง ได้เข้ามาทำกิจกรรมทางศาสนา รวมถึง การทำอุปกรณ์หาปลาขนาดใหญ่ เช่น ไซดักปลา ข้องใส่ปลา เป็ดตกปลา  หรี่ดักปลาฯลฯ เพื่อให้เยาวชน ลูกหลาน ในหมู่บ้าน เข้ามาศึกษา เรียนรู้ เครื่องมือหาปลาในสมัยโบราณ ซึ่งทุกวันนี้เริ่มจะหาดูได้ยาก

พระครูถาวร ชินวงศ์ พระนักเทศน์เสียงทอง เจ้าอาวาสวัดบ้านคำพระ เทศนาว่า มนุษย์บางจำพวกหวงแหนร่างกายของตน ปรารถนาแต่จะบำรุงชีวิตร่างกายของตนให้เป็นสุขอย่างเดียว ไม่แลเหลียวความทุกข์ของผู้อื่นและสัตว์ทั้งหลายอื่นบ้าง จึงแสวงหาเลี้ยงชีวิตทางไม่ชอบธรรม ฆ่าสัตว์ทั้งหลายโดยไม่เลือกหน้าบ้าง ลักของเขาบ้าง ประพฤติผิดในกามบ้าง กล่าวมุสาวาทาบ้าง ดื่มกินซึ่งสุราเมรัยบ้าง พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนให้มีศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 ก็เห็นว่าเป็นของรักษายากจนวิสัย รักษาไม่ได้อันกระทำบาปต่างๆ ซึ่งเป็นของยากก็กลับเห็นเป็นของง่าย ข้อนี้อย่างไร การกระทำบาปทั้งปวง ซึ่งบุคคลบางจำพวกเข้าใจว่า กระทำได้โดยง่ายนั้น เป็นความเข้าใจผิด คือการฆ่ามนุษย์หรือฆ่าสัตว์แม้แต่ละตัวๆก็ต้องไปทนทุกข์อยู่อบายภูมิทั้ง 4 มีตกนรก เป็นต้น เสวยทุกข์เวทนาไม่น้อยเลย มิหนำซ้ำยังเป็นกรรมเป็นเวรติดตัวไปให้เขาฆ่าถึง 500 ชาติ การลักของเอามาเป็นของตนผิดกฎหมายแผ่นดิน ถ้าเจ้าพนักงานจับได้ก็ต้องติดคุกติดตาราง มิหนำซ้ำยังต้องตกลงสู่อบายภูมิทั้ง 4 ต่อไปอีก การประพฤติผิดในกาม และกล่าวมุสาวาทา ตลอดดื่มสุราเมลัย ก็ล้วนแต่เป็นโทษติดตามตน ทำให้ตกทุกข์ได้ยากทุกประการ ล้วนเป็นของยากทั้งนั้นและเข้าใจว่าเป็นของง่ายอย่างไร

ความจริงการทำบุญกุศล การรักษาศีล เจริญภาวนา เป็นของทำได้ง่ายกว่าทำบาปหลายพันเท่าพันทวี สบายทั้งเวลาทำ สบายทั้งเวลาได้รับผล ก็เป็นสุขสบายด้วย กล่าวคือ การรักษาศีล ไม่ต้องทำการบาปอกุศลทุกอย่าง ฆ่าสัตว์ไม่ต้องฆ่า ลักของไม่ลัก ประพฤติผิดในกามเราก็ไม่ต้องประพฤติ กล่าววาจามุสาวาทาเราก็ไม่กล่าว ดื่มกินซึ่งสุราเมรัยเราก็ไม่ดื่มกิน รักษากาย วาจา และจิตใจให้ตั้งอยู่ในความเป็นปกติปราศจากโทษน้อย โทษใหญ่ทั้งปวง กระทำกายบริสุทธิ์ วาจาบริสุทธิ์ น้ำใจบริสุทธิ์ เท่านี้เป็นศีลอยู่ดีๆแล้ว ไม่ต้องลำบาก ลำคราญ เดือนร้อนในอะไรสักอย่าง ของทำเอาง่ายๆจะเห็นเป็นของยากอย่างไร

ถึงกระนั้นยังไม่อยากทำบุญ ไม่อยากทำทาน ไม่อยากรักษาศีล ไม่อยากภาวนา ไม่อยากประพฤติปฏิบัติพระพุทธศาสนาสืบไป จีงกลายเป็นของยาก ถ้าหากสละชีวิตตั้งใจประพฤติปฏิบัติกันจริงๆแล้ว พระพุทธศาสนาก็ไม่เป็นของอยากลำบากอะไรเลย ทำได้จนเต็มความสามารถของตนเองทีเดียว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘สรพงศ์ ชาตรี’

Posted on November 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690387

มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์  จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ 'สรพงศ์ ชาตรี'

มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘สรพงศ์ ชาตรี’

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.58 น.

มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ สรพงศ์ ชาตรี พระเอกระดับตำนานของไทย มีญาติ มิตร ประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างต่อเนื่อง ก่อนสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานพระราชทานเพลิงศพ ในเวลา 18.00 น.

6 พฤศจิกายน 2565) ที่วิหารมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี  ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้จัดให้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายกรีพงศ์ เทียมเศวต หรือสรพงศ์ ชาตรี ศิลปินแห่งชาติ และพระเอกระดับตำนานของไทย ที่ได้เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2565 และทางนางดวงเดือน จิไธสงค์ ภรรยา พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้นำร่างมาตั้งไว้ที่วิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพุทธสถานที่สรพงศ์ฯ ทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจ ด้วยความศรัทธาในองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้างขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา จนกลายเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน โดยนักท่องเที่ยวเรียกสถานที่แห่งนี้จนติดปากว่า “วัดสรพงศ์”

ซึ่งกำหนดการพิธีพระราชทานเพลิงศพสรพงศ์ฯ จะจัดที่เมรุชั่วคราว ภายในมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) โดยบรรยากาศในช่วงเวลา 10.30 น. วันนี้ได้มีพิธีหลวงในพระพระบรมชาชูปถัมย์  โยมีพระธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง มาเป็นประธานสงฆ์นำคณะสงฆ์ รวม 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ โดยมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และพระสงฆ์ติดตามรวมกว่า 100 รูปร่วมพิธี โดยมีหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา เป็นผู้แทน ม.ล.ชาตรีเฉลิม ยุค เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และดวงเดือน จิไธสง จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยมีญาติสนิมมิตรสหาย พุทธศาสนิกชน ญาติโยมร่วมพิธีจำนวนมาก

ทั้งนี้จากนั้น เวลา 11.30 น. พระสงฆ์ 10 รูป บังสุกุล เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จานั้นเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาเชิญหีบศพแบกออกจากวิหารฯ ไปยังเมรุฯ พร้อมกับแบกเวียนรอบเมรุ 3 รอบ โดยมีนางดวงเดือน จิไธงสง ถือเครื่องทองน้อย และญาติถือหมอนสีทอง พร้อมด้วยญาติ คนสนิท พุทธศาสนิกชนสวมชุดชาวและเจ้าหน้าที่เดินตาม โดยได้นำหีบศพขึ้นไปวางบนขั้นสองของเมรุฯ และวางเครื่องทองน้อยแล้วเชิญขึ้นตั้งบนจิตกาธาน หลังจากเสร็จพิธีเป็นการเตรียมพร้อมรับเสด็ตในช่วงเย็น

ขณะที่จุดโรงทานมีญาติโยมศิษย์ยานุศิษย์ที่ต่างเดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.นครพนมซึ่งเป็นคนที่รักสรพงษ์ฯมาและติดตามผลงานมาตลอดนั่รถไฟลงที่สถานีสีคิ้วฯตั้งแต่เมื่อคืนท่านมาแล้วนนพักที่มูลนิธิฯตั้งแต่เวลา 01.00 น. รวมทั้งแฟนคลับมาจากบางบัวทอง จ.นนนทบุรี เหมารถมาด้วยกัน 4 คัน ได้พักผ่อนในโรงทานมีอาหารฟรีให้รับประทาน อาทิ ผัดหมี่โคราชท, ราดหน้าชาววัง , ขนมครก จ.ระยอง , หอยทอด , ก๋วยจับ ขนมจีนน้ำเงี้ยว , น้ำส้มคั้น , น้ำอ้อยฯ เป็นต้น  นายสมเกียรติ ศรีจันทึก อายุ 67 ปี ได้นำอาหารมาตั้งโรงทาน เดินทางมาจากต่างจังหวัด บอกว่า รักสรพงศ์ฯมาก ยังจดจำคำสั่งสอนของสรพงษ์ฯได้ติดตาตีงใจ สรพงษ์ เป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี เป็นคนกันเอง กิจวัตรประจำวันที่สรพงษ์ ทำเป็นประจำช่วงที่อยู่ในมูลนิธิฯ จะเนตรวจและต้อนรับญาติโยมด้วยตัวเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง ไม่ถือเนื้อถือตัว ขยัน และจะเก็บกวาดช็ดถูองค์สมเด็จฯ นั่งสมาธิ และยังได้ทำบุญสาธารณะกุศลต่างๆอีกมากมาย

ขณะที่บรรยากาศก่อนเข้าร่วมพิธีโดยมีการจำกัดผู้เข้าไปร่วมประมาณ 2,000 คน ภายในมีประรำพิธีเสด็จ และโดมพระสงห์ โดมญาติโยม โดมสำหรับศิลปินดารา โดมวีไอพี ข้าราชาการชั้นผู้ใหญ่ทั้งส่วนกลาง และในจังวัดนครราชสีมา ผู้ที่จะเข้าไปภายในพิธีจะต้องถูกตรวจ ATK ทุกคน รวมทั้งต้องสวอบมาก่อนด้วย และไม่อนุญาติให้ผู้ที่ไม่มีบัตรผลตรวจเข้าไปร่วมพิธีอย่างเด็ดขาด ขณะที่ทางมูลนิธิฯมีการนำรูปภาพของสรพงษ์ ในบริบท ภายแห่งความหลังต่างๆมาติดตั้ง ตั้งแต่สมัยเริ่มโด่งดัง รวมทั้งรูปภาพความประทับใจกับ ม,ล.ชาตรีเฉลิมฯ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯหลายคนยังทำใจไม่ได้ ร่ำไห้ น้ำตาท่วมนองหน้า ตาแดง น้ำตาซึม รวมทั้งนางดวงเดือน จิไธสง น้ำตาซึมตลอด   

ทั้งนี้ในเวลา 18.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานเพลิงศพ  ซึ่งทางมูลนิธฯ ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้ให้ประชาชนและผู้เคารพรักต่อสรพงศ์ฯ ที่เดินทางมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ได้เฝ้ารับเสด็จญาติ ในโอกาสนี้ด้วย .012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : เช็คสถานการณ์หลังปลด‘กัญชา’พ้นยาเสพติด 6เดือนผ่านไป สังคมไทยยังน่าเป็นห่วง

Posted on November 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690315

สกู๊ปพิเศษ : เช็คสถานการณ์หลังปลด‘กัญชา’พ้นยาเสพติด  6เดือนผ่านไป สังคมไทยยังน่าเป็นห่วง

สกู๊ปพิเศษ : เช็คสถานการณ์หลังปลด‘กัญชา’พ้นยาเสพติด 6เดือนผ่านไป สังคมไทยยังน่าเป็นห่วง

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 “กัญชา”ถูกถอดออกจากบัญชียาเสพติด ประเภท 5 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 พ.ศ.2563 ฉบับลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ออกตามความในมาตรา 29 วรรคสอง แห่ง ป.ยาเสพติด และ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 โดยให้มีผลเมื่อพ้น 120 วัน นับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ให้เฉพาะตัวสารสกัดจากกัญชาและกัญชง (พืชสกุล Cannabis) ยังคงเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามป.ยาเสพติดเท่านั้น

ประกาศดังกล่าวส่งผลให้กัญชาไม่ถือเป็นยาเสพติดอีกต่อไป และไม่ใช่พืชหรือทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิดตามกฎหมายอีกต่อไป ยกเว้นตัวสารสกัดจากกัญชา

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ผ่านมาร่วม 6 เดือนแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับกัญชาก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่มากมายทีเดียว

เมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) จัดเสวนา “เช็คสถานการณ์ 6 เดือนผ่านไปในวันที่มีกัญชารอบบ้าน”โดย รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด กล่าวว่า หลังปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดมีผลเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 เท่าที่เห็น บางครอบครัวสามารถป้องกันดีไม่ให้มีการใช้กัญชาสันทนาการเข้ามาในบ้านได้ แต่ภายนอกบ้านยังสามารถพบได้ทั่วไป ทั้งร้านสะดวกซื้อ และการโฆษณาทางทีวี ตอกย้ำความคิดว่ากัญชาปลอดภัยใช้ได้ ขณะเดียวกันก็ยังเห็นผลกระทบจากการได้รับกัญชาทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจดังนั้นต้องติดตามผลกระทบต่อเนื่อง แสดงข้อเท็จจริงอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา เพื่อนำไปสู่การวางมาตรการอย่างมีประสิทธิภาพ

“ยืนยันว่าไม่ค้านใช้การแพทย์ แต่การใช้ทั่วไปแบบนันทนาการหรือสันทนาการเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องอยู่ในระบบที่ดี เพราะที่ผ่านมามีรายงานพบว่า ผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี สูบกัญชามากขึ้น 2 เท่าอย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนก็ช่วยกันออกกฎหมาย ประกาศต่างๆ เพื่อควบคุมระหว่างรอร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ….ที่สมบูรณ์รัดกุมในอนาคต” ผู้อำนวยการ ศศก. กล่าว

ขณะที่ ดร.นพ.มูฮัมหมัดฟาห์มี ตาเละ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ระบุว่า ที่ผ่านมา เรื่องเกี่ยวกับกัญชามีปัญหาเฉพาะหน้ามากมาย ทำให้กระทรวงสาธารณสุข ต้องมีกฎหมายหรือประกาศออกมาหลายฉบับ ทั้งการใช้ปรุงอาหาร ห้ามใช้ในเด็กต่ำกว่า 20 ปี กลุ่มเปราะบาง แต่ที่ตนเป็นห่วงคือกรณีอบรมผู้ประกอบการ และมีหลักสูตรการสอนในโรงเรียนให้เห็นถึงคุณประโยชน์ คุณค่า การใช้อย่างถูกวิธี เหมือนดาบ 2 คม ทำให้ชินในการใช้กัญชาปรุงอาหารและเมื่อเทียบกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งผู้ประกอบการพยายามให้โรงเรียนมีหลักสูตรสอนการดื่มที่ถูกต้อง แต่ในเชิงลึกเป็นการชี้นำให้ใช้ได้

“ยิ่งวันนี้กัญชาที่ถูกผลักดันหรือถูกกำหนดทิศทางโดยฝ่ายการเมือง อย่างพรรคภูมิใจไทย ที่ผลักดันจนถูกกฎหมายและมีแนวโน้มถึงการใช้กัญชาสร้างการ
ท่องเที่ยว ให้นันทนาการมากขึ้น แต่กระแสสังคมเริ่มกังวล เพราะเห็นผลกระทบตามมา และพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลว่าไม่ยอมรับกัญชาเสรีใช้นันทนาการ ดังนั้นต้องระวัง เพราะจากข้อมูลแม้ว่าผลกระทบจากการใช้กัญชาทางร่างกายไม่มาก แต่มีข้อมูลผู้เข้ารับการบำบัดทางจิตจากกัญชาสัดส่วนปี 2561 อยู่ที่ 3% ปี 2562 อยู่ที่ 14% ปี 2563 อยู่ที่ 8% ปี 2564 อยู่ที่ 14% ส่วนปี 2565 เกือบ 17% จะเห็นว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และน่าจะเป็นเทรนด์ที่ต้องเฝ้าระวัง” ดร.นพ.มูฮัมหมัดฟาห์มี ตาเละ กล่าว

ทางด้าน นางพัชรินทร์ ขันคำ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
ยาเสพติด(ป.ป.ส.) กล่าวว่า หลังปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติดพบว่า มีการขายเมล็ดกัญชา กัญชงทางอินเตอร์เนตเพิ่มขึ้นทั้งนี้ จากการติดตามปลูกพืชกัญชงที่ผ่านมาส่วนใหญ่เน้นเพื่อเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากยังขาดองค์ความรู้ทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ที่สำเร็จพบว่า เป็นการปลูกภายใต้ระบบการควบคุมเพื่อการศึกษาวิจัย

ส่วนการปลูกกัญชาพบว่า มากกว่า 90-95% ไม่ประสบความสำเร็จ มีปัญหาโรคพืช และแมลง เพราะขาดองค์ความรู้ในการปลูกที่มีคุณภาพ ทั้งที่ใช้เงินทุนสูง ผลผลิตไม่ได้เกรดที่สามารถนำไปใช้ทางการแพทย์ได้ ขายไม่ได้ จึงเป็นที่น่ากังวลว่าผลผลิตเหล่านี้ จะหลุดเข้าไปในตลาดมืด ที่น่าห่วงคือการใช้ในเยาวชนที่อาจจะนำไปสู่การใช้สารเสพติดชนิดอื่นๆ ตามมาได้ ดังนั้นตนมองว่า ควรมีการควบคุมการปลูก มีกลไกดูแลระดับพื้นที่อย่างทั่วถึง

นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่าการปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดของไทย ไม่ผิดอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติด 1961 ว่า เป็นการให้ข้อมูลที่ผิดเพราะในอนุสัญญายังถือว่าเป็นยาเสพติดที่ยังไม่มีประเทศใด นอกจากไทยที่ปลดออกจากยาเสพติด ทั้งนี้ จากรายงานขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่าหลายประเทศที่อนุญาตให้ใช้เพื่อนันทนาการกว่า 40% มีการใช้ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะแถบอเมริกาเหนือ และแอฟริกาบางประเทศ เกิดปัญหาอาชญากรรม ปล้น คดีทางเพศ นำไปมอมผู้หญิงเกิดปัญหาสาธารณสุข ซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย อุบัติเหตุทางถนน ขณะที่ปัญหากัญชาใต้ดินก็ยังมีอยู่ ข้อเสนอของยูเอ็นคือควรส่งเสริมให้ประชาชนทำอาชีพอื่น พร้อมยกโครงการพระราชดำริยกเลิกการปลูกฝิ่นของไทยเป็นแบบ ขัดแย้งกับนโยบายรัฐบาลไทยที่ส่งเสริมการปลูกกัญชามากขึ้น

นายไพศาล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทยนั้น มีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะมีเนื้อหาที่ต้องมีการตีความให้เกิดการใช้กัญชาเสรี เช่น การกำหนดพื้นที่ห้ามขาย ห้ามสูบ ซึ่งไม่มีใครเขียนแบบนี้ เพราะเท่ากับว่าสถานที่ที่นอกเหนือจากนั้นถือว่าทำได้ การระบุว่าห้ามสูบที่สาธารณะ แปลว่าสูบในบ้านได้ แล้วเกิดกลิ่นควันไปกระทบเพื่อนบ้าน และกฎระเบียบต่างๆ ที่ออกมากำกับก็ไม่สามารถใช้ได้จริง เช่น พ.ร.บ.การสาธารณสุข เรื่องกลิ่นและควันเป็นเหตุรำคาญก็ต้องมีเงื่อนไขว่าต้องมีการร้องเรียน เป็นต้น

ทั้งนี้ เมื่อย้อนไป ตอนยกร่างฯ ก็ไม่มีการประชาพิจารณ์อย่างแพร่หลาย แต่ทำผ่านเว็บฯ มีผู้แสดงความเห็น 97 คน แล้วทำสรุป ที่สำคัญคือกระทรวงสาธารณสุขไม่เสนอร่างฯ ประกอบ ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงานรัฐไม่ควรละเลย ถือว่ากระทรวงเกียร์ว่าง ซึ่งอาจเพราะรัฐมนตรีอยู่ในพรรคเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หลังร่างฯ ถูกตีกลับมาปรับปรุงเสนอเข้าสภาใหม่นั้น ไม่น่าทันรัฐบาลชุดนี้ เพราะยังต้องผ่านวุฒิสภาอีก ท่ามกลางภาวะสุญญากาศไม่มีกฎหมายควบคุม ดังนั้นภาครัฐต้องมีบทบาทมากกว่านี้ ป.ป.ส.ไม่ควรละเลย เพราะดูแลเกี่ยวกับยาเสพติดโดยเฉพาะ การอ้างว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติดแล้วจะไม่ทำอะไรเลยก็คงไม่ถูกต้อง เพราะสิ่งที่เห็นชอบให้ปลดล็อกตอนแรกอาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พญ.จริยา ภูดิศชินภัทร ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล นำเสนอกรณีตัวอย่างชายวัยกลางคน 3 ราย ซื้อคุกกี้ผสมกัญชา แบ่งกันกินแล้วเกิดอาการเมา เคลื่อนไหวช้า ภาพตัดเป็นพักๆ จนต้องมาโรงพยาบาล พัก 4 ชั่วโมงอาการจึงค่อยดีขึ้น เมื่อตรวจคุกกี้ที่เหลือก็พบ THC 0.019% ไม่เกินที่กฎหมายกำหนดในการเป็นยาเสพติด แต่กลับมีผลกระทบได้

อีกเคสเป็นชายวัย 30 ปี มาโรงพยาบาลด้วยอาการซีกซ้ายอ่อนแรง 30 นาที หลังสูบกัญชาบ้อง และมีอาการปวดศีรษะ ไม่มีตาเบลอ หรือผิดปกติอื่นๆ ตรวจร่างกายและ MRI สมองผลเป็นปกติ รักษาเหมือนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจนหายแล้ว ผู้ป่วยให้ข้อมูลว่าสูบกัญชา 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ต่อเนื่อง 2 ปี คาดว่าอาการดังกล่าวน่าจะเกิดจากกัญชา สอดคล้องกับรายงานในต่างประเทศ ที่พบคนสูบกัญชามานานจะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดสมองหดเกร็งเฉียบพลัน ภาพถ่ายรังสีหลอดเลือดสมองพบบางจุดตีบชัดเจน ทั้งนี้คนอายุน้อย ถ้าหดแล้วคลายตัวทันทีเนื้อสมองจะไม่ตาย แต่ถ้าคนมีปัญหาหลอดเลือดตีบ เบาหวานความดัน หลอดเลือดตีบชั่วคราวก็จะทำให้สมองขาดเลือดเฉียบพลันหรือมีเลือดออกสมองได้ และกรณีเช่นนี้อาจเกิดกับผู้ป่วยใช้สาร หรือสารเสพติดอื่นๆ ได้ แต่กัญชาก็พบได้ ราว 20%

นอกจากนี้ สารกัญชายังมีทั้งฤทธิ์กดสมอง และกระตุ้นสมองระยะสั้น และผลระยะยาว เช่น จิตเวช ซึมเศร้า อีคิวลด กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมหดเกร็ง เป็นต้น

จากการติดตามสถานการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับกัญชา หลังจากผ่านการปลดออกจากบัญชียาเสพติดมาประมาณครึ่งปี ทำให้พบว่า ยังมีปัญหาต่างๆ ที่น่าเป็นห่วงหลายประการ ซึ่งก็ต้องดำเนินการป้องกันและแก้ไขต่อไป เนื่องจากกัญชานั้น เป็นพืชที่มีทั้งประโยชน์และโทษที่มากมายพอๆ กัน ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้

ดังนั้น จึงต้องมีกฎหมาย ระเบียบต่างๆ วางไว้เป็นแนวทางควบคุมอย่างรัดกุม ชัดเจน เพื่อที่จะทำให้สังคมได้รับประโยชน์จากกัญชาได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน ต้องหลีกห่างจากโทษที่อาจจะเกิดขึ้นควบคู่กันไปด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘สมคิด’ ปลุกเยาวราช ผลักดันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ

Posted on November 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690334

รายงานพิเศษ : ‘สมคิด’ ปลุกเยาวราช  ผลักดันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ

รายงานพิเศษ : ‘สมคิด’ ปลุกเยาวราช ผลักดันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ร่วมกิจกรรม “คิด-ถึง-บ้าน” ณ เยาวราชบ้านเกิด…จุดเริ่มต้นชีวิตของ ดร.สมคิด เพื่อพบปะประชาชน ร้านค้า รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่เยาวราช ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ และประเทศไทย โดยมีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคและประธานภาค กทม.นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค นายกันทน์ณภัท จารุกุลพรไพศาล ผู้ประสานงานพรรคเขตสัมพันธวงศ์ และนายพงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์ ผู้ประสานงานพรรคเขตบางคอแหลม รวมถึง นายปองพล อดิเรกสารที่ปรึกษาพรรค ร่วมลงพื้นที่ย่านเยาวราช ซึ่งตลอดเส้นทางมีการทักทายพูดคุยกับประชาชนและร้านค้าริมถนนเยาวราช โดยมีผู้เข้ามาขอจับมือ ถ่ายรูป และพูดคุยกับ ดร.สมคิด เป็นจำนวนมาก

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทยกล่าวว่า เยาวราชเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ผมอาศัยอยู่ที่ตรอกเล็กๆ ในย่านนี้มาตั้งแต่เกิด ผมวิ่งเล่นและเติบโตที่นี่ซึ่งชีวิตผมก็ไม่ต่างจากลูกหลานคนจีนทั่วไป ที่พ่อแม่มีเพียงเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีน และมาตั้งรกรากทำมาค้าขายที่นี่ ทำให้ผมหวนนึกถึงสมัยก่อนที่ผมและพี่น้องทั้ง 10 คน ต้องนอนเรียงกันในห้องเล็กๆ เพราะความจนทำให้ทุกคนในครอบครัวต้องดิ้นรน ซึ่งที่เยาวราชทำให้ผมได้รู้จักการค้าขายและเรียนรู้ว่า “ความยากจน” ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค หากเราขยัน อดทน ใฝ่รู้ แถมทำให้ได้เปรียบเพราะผมได้สัมผัสความยากจนมากับตัวเอง

“เมื่อผมได้รับโอกาสที่ดีและประสบความสำเร็จในชีวิต ผมก็ไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเอง ทำให้วันนี้ผมกลับมาที่จุดเริ่มต้นของชีวิตผมอีกครั้ง ผมและพรรคสร้างอนาคตไทยมีความตั้งใจ ที่อยากสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันให้กับลูกหลาน และคนที่ทำมาหากินในย่านเยาวราช ที่ประกอบไปด้วยคนดั้งเดิมที่มีฝีมือ มีความรู้ความสามารถ มีความภาคภูมิใจในอาชีพตัวเอง รวมไปถึงผู้ประกอบธุรกิจ และกลุ่มแรงงานที่เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเยาวราช เพื่อผลักดันเยาวราชให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน”

ดร.สมคิด กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่เยาวราชครั้งนี้ได้หารือกับผู้ประกอบการในพื้นที่หลายคน ส่วนมากต้องการให้ช่วยพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมต่อมายังพื้นที่ท่องเที่ยวของถนนเยาวราช เพราะปัจจุบันคนที่จะมาเยาวราช พบปัญหาไม่มีที่จอดรถ ดังนั้นจึงเสนอว่าอาจต้องทำเป็นโซน เช่น พื้นที่จอดรถ พื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ถนนสายอาหาร โดยมีระบบขนส่งรอง หรือ Feeder พาคนเข้ามาในพื้นที่ ส่วนปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันมองว่า หลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 ก็ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ ทุกประเทศมีปัญหาและจะส่งผลกระทบต่อคนตัวเล็ก และผู้มีรายได้น้อย

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรต้องหันมาให้ความสำคัญ คือการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ให้มากขึ้น และเยียวยาให้ถูกจุด เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ต้องเร่งทำ ที่ผ่านมาแม้จะออกจากรัฐบาลมาแล้ว แต่ได้หารือกับสถาบันการเงินมาโดยตลอด ถึงแนวทางการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายหลักของพรรคสร้างอนาคตไทย โดยการช่วยเหลือจะมีทั้งการสนับสนุนแหล่งเงินจากธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือใช้ช่องทางของมูลนิธิสัมมาชีพมาช่วยเหลือด้วย

สำหรับกิจกรรม “คิด-ถึง-บ้าน” เริ่มต้นด้วย การเข้าสักการะเจ้าแม่กวนอิม ที่มูลนิธิเทียนฟ้า พร้อมพูดคุยกับประธานและกรรมการมูลนิธิฯ จากนั้น ได้พูดคุยผู้ประกอบการหลากหลายสาขาอาชีพในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์และเขตพระนคร ได้แก่ ผู้บริหารบริษัท ปาป๊า กิ๊ฟแลนด์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้าไทย-จีน, และผู้บริหารร้านค้าในเครือ Papa Giftshop และ Papa Giftland, ผู้บริหาร “ตั๊ก หลัก เกี้ย” โรงแรมและเกสต์เฮ้าส์ย่านตลาดน้อยและเขตสัมพันธวงศ์, ผู้ประกอบการอู่สามล้อเช่าและหาบเร่แผงลอยในตอนกลางคืน และผู้ประกอบการร้านอาหาร 3 ร้านในเยาวราช จากนั้นเดินไปที่ถนนเยาวพานิช เพื่อสักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่าและเยี่ยมชมบ้านเกิดของ ดร.สมคิด

พร้อมแวะทานอาหารกลางวันที่ ร้านอุไร ห่านพะโล้ ถนนทรงวาด ที่เปิดมานานกว่า 60 ปี โดยเป็นร้านโปรดของ ดร.สมคิด จากนั้นขึ้นรถตุ๊กตุ๊กเพื่อเดินทางต่อไปยังวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพื่อเข้ากราบนมัสการสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคมและสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ก่อนปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปร่วมกันที่บริเวณวงเวียนโอเดียน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘ป่วยจิต’ห้ามรับเข้าทำงาน(จบ) ‘ดูแลใจคนในองค์กร’นี่ก็สำคัญ

Posted on November 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690302

บทความพิเศษ : ‘ป่วยจิต’ห้ามรับเข้าทำงาน(จบ)  ‘ดูแลใจคนในองค์กร’นี่ก็สำคัญ

บทความพิเศษ : ‘ป่วยจิต’ห้ามรับเข้าทำงาน(จบ) ‘ดูแลใจคนในองค์กร’นี่ก็สำคัญ

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

(ต่อจากฉบับวันพฤหัสบดีที่ 3 พ.ย. 2565)

ในยุคที่สังคมมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงแบบไม่ทันตั้งตัวส่งผลให้ผู้คนต้องเผชิญความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิตที่กระทบทั้งระดับบุคคล ครอบครัว ไปจนถึงสังคมโดยรวม นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต เผยข้อมูลสถานการณ์สุขภาพจิตไทยในปัจจุบันว่า โรคทางจิตเวชที่พบบ่อย ซึ่งมีความชุกมากกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนประชากร เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ติดสารเสพติด เด็กสมาธิสั้น

ส่วนโรคทางจิตเวชที่มีความรุนแรง เช่น จิตเภท ไบโพลาร์ เด็กออทิสติก โดยมีการแบ่งปัญหาสุขภาพจิตเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มป่วยและกลุ่มไม่ป่วย ซึ่งในกลุ่มไม่ป่วยก็สามารถมีปัญหาสุขภาพจิตได้ เช่น ปัญหาการฆ่าตัวตายที่มากกว่าร้อยละ 50 ไม่ใช่การเจ็บป่วยทางจิตเวช และความรุนแรงในสังคม มากกว่าร้อยละ 95 เกิดจากคนที่ไม่ได้ป่วยทางจิตเวช

“เนื่องจากประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ครอบคลุมโรคทางจิตเวช จึงทำให้มีอัตราการเข้าถึงบริการสูง แต่พบปัญหาสำคัญคือ ยังขาดคุณภาพของการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ ซึ่งการดูแลด้านสุขภาพจิตไม่ใช่แค่การเข้าถึงบริการ แต่ควรได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดูแลทางจิตสังคม เพื่อการรักษาอย่างมีคุณภาพ” นพ.ยงยุทธ ระบุ

สำหรับกรณีการตรวจสุขภาพจิตก่อนเข้ารับราชการ โดยมีการเสนอให้โรคทางจิตเวชที่มีอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรังเป็นลักษณะต้องห้าม นพ.ยงยุทธให้ข้อมูลและข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า “โรคทางจิตเวชที่พูดถึงคือกลุ่มรุนแรง ซึ่งถ้ามีอาการรุนแรง แนวโน้มไม่น่าจะสามารถสอบผ่านเพื่อเข้าทำงานได้ แต่กว่าร้อยละ 90 มักพบว่ามีปัญหาสุขภาพจิตหลังจากที่เข้าทำงานแล้ว” ดังนั้นการปรับปรุงกฎ ก.พ. ที่มีเจตนาเพื่อให้ได้คนทำงานที่มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการคัดกรองตั้งแต่แรกเข้าทำงาน อาจไม่เกิดประโยชน์ แต่อาจส่งผลกระทบทางลบตามมาแบบได้ไม่คุ้มเสีย

เช่น อาจทำให้เกิดการรังเกียจและตีตรา รวมถึงมีการหลีกเลี่ยง ไม่เข้ารับการรักษาหรือเข้ารับการรักษาโดยไม่ลงทะเบียน เพื่อไม่ให้มีประวัติในการรับราชการ ทั้งที่อาจเป็นแค่โรคซึมเศร้าที่สามารถรักษาแล้วกลับไปทำงานและใช้ชีวิตปกติได้ ส่วนคณะกรรมการการแพทย์ก็จะกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจที่ชัดเจนลำบาก ซึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญและขยายความ นพ.ยงยุทธ มองว่า แต่ละองค์กรควรมีระบบดูแลสุขภาพจิตของคนทำงาน

ตั้งแต่การป้องกันไปจนถึงการรักษา นอกจากตรวจสุขภาพกายประจำปีแล้ว ควรมีการตรวจสุขภาพจิตประจำปีด้วย โดย “หน่วยทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรควรมีความเข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพจิตของคนทำงานทั้งกระบวนการ และใช้แนวคิดป้องกัน รักษา ฟื้นฟู เพื่อให้สามารถทำงานได้ปกติ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเกื้อกูลกัน และไม่ผลักคนเหล่านั้นไปเป็นปัญหาของสังคมโดยรวม

“ก่อนที่จะออกแบบระบบเรื่องใดๆ ก็ตามสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ความรู้ในเรื่องนั้นๆ อย่างชัดเจนและถูกต้อง” โดย ทพ.จเร วิชาไทย ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. ย้ำถึงความสำคัญขององค์ความรู้จากงานวิจัยว่า ปัญหาแต่ละเรื่องจะมีจิ๊กซอว์หลากหลายชิ้นที่เราต้องรวบรวมให้ครบ และหาขอบว่ามีเรื่องอะไรบ้างเป็นกรอบคิด ตลอดจนมีกระบวนการอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง

“ทุกกระบวนการล้วนต้องการองค์ความรู้จากงานวิจัยในการสนับสนุนทั้งสิ้น ตั้งแต่การออกแบบกฎหมาย การคัดกรอง การดูแลและรักษาโรค ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการมีงานทำของกลุ่มจิตเวช/จิตสังคม นอกจากนั้น อคติและทัศนะของคนในสังคมก็ยังเป็นโจทย์ที่ต้องปรับเปลี่ยนกันยกใหญ่ เพื่อให้กลุ่มจิตเวช/จิตสังคมไม่ถูกตีตรา และรู้สึกปลอดภัย พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลเพื่อการเข้าสู่กระบวนการรักษาให้อาการดีขึ้นและสามารถกลับมาเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ” ทพ.จเร กล่าว

อีกทั้งยังมีข้อมูล mental health in workplace ระบุว่า “การมีงานทำช่วยให้คนมีสุขภาพจิตดี แต่งานก็ทำให้คนมีปัญหาสุขภาพจิต ดังนั้นสำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลกำลังคนวัยทำงานของประเทศ ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตระหว่างการทำงาน ไม่น้อยไปกว่าการคัดกรองคนเข้าทำงาน” และถ้าหลักฐานทางการแพทย์ไม่มีประสิทธิผลที่จะนำมาใช้ในการคัดกรองคนเข้าทำงาน การดูแลสุขภาพจิตระหว่างทางก็น่าจะเป็นโจทย์วิจัยที่ต้องร่วมกันออกแบบ เพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม และสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้เวทีดังกล่าวยังมีการระดมสมองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงประเด็นปัญหาสุขภาพจิต จิตเวช และจิตสังคม ซึ่งข้อมูลจากผู้เข้าร่วมฟังเวทีเสวนาฯ ส่วนใหญ่สะท้อนว่า ปัญหาที่พบ หรือ Pain Point ของเรื่องดังกล่าวจะเป็นการขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องจิตเวชหรือคนพิการทางจิตสังคม ขาดระบบบริการดูแลอย่างต่อเนื่อง การนำเสนอของสื่อที่มักตีตราผู้ประสบปัญหา การเผยแพร่ข้อมูลความรู้ยังมีน้อยและเข้าไม่ถึง ขาดการสนับสนุนการพัฒนางานวิจัย เป็นต้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาต้องการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

โดยมีแนวทาง เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้เข้าถึงระบบบริการได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น การจัดกระบวนการพูดคุยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเลือกโจทย์วิจัยที่สามารถสร้างผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ฯลฯ ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นอกจากสำนักงาน ก.พ. จะนำไปพิจารณาประกอบการร่างกฎ ก.พ. ให้มีความเป็นธรรมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุดแล้ว

สวรส.ก็จะรวบรวมทุกประเด็นเพื่อนำไปพัฒนากรอบและโจทย์วิจัย ตลอดจนการจัดกระบวนการจัดการความรู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมต่อไป!!!

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สถานพยาบาลตรวจ‘HIV’ คัดคนเข้าทำงานได้หรือไม่?

Posted on November 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690328

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมานายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ แจ้งว่ามีผู้เสียหายรายหนึ่งได้สมัครทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งประกอบกิจการสถานพยาบาลในตำแหน่งพนักงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วย โดยในประกาศรับสมัครงานไม่ได้ระบุห้ามรับผู้ติดเชื้อเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus : HIV) เข้าปฏิบัติงาน

แต่เมื่อผู้เสียหายทดลองปฏิบัติงานในแผนกเคลื่อนย้ายผู้ป่วยประมาณครึ่งวันและเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้เสียหายสามารถปฏิบัติงานได้จึงให้เขียนใบสมัครและกรอกเอกสารยินยอมให้ตรวจสุขภาพซึ่งผู้เสียหายทราบจากเจ้าหน้าที่ระหว่างการเจาะเลือดว่าจะมีการตรวจหาเชื้อเอชไอวีด้วย ซึ่งในการตรวจสุขภาพ แพทย์ได้ระบุในหนังสือรายงานผลการตรวจว่าผู้เสียหายสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทผู้ถูกร้องได้ปฏิเสธการรับผู้เสียหายเข้าปฏิบัติงานโดยให้เหตุผลว่าบริษัทผู้ถูกร้องไม่มีนโยบายรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีเข้าปฏิบัติงาน เนื่องจากต้องใกล้ชิดผู้ป่วย และเมื่อผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่สถานพยาบาลบริษัทผู้ถูกร้องอีกครั้ง และแพทย์ยังคงระบุความเห็นว่าผู้เสียหายสามารถปฏิบัติงานได้ตามความเห็นของคณะกรรมการบริหารและพัฒนาบุคลากรผู้เสียหายจึงนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลอีกครั้งเพื่อขอให้ทบทวนการพิจารณา แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับแต่อย่างใด

กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระเบียบ ข้อกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนแล้วเห็นว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ให้การรับรองและคุ้มครองว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่อง สภาพทางกายหรือสุขภาพหรือเหตุอื่นใด จะกระทำมิได้

ขณะที่กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) รับรองว่าทุกคนมีสิทธิในการทำงาน รวมทั้งสิทธิในการหาเลี้ยงชีพโดยงานที่ตนเลือกหรือรับอย่างเสรี ซึ่งจากการตรวจสอบรับฟังได้ว่าบริษัทผู้ถูกร้องได้ให้ผู้เสียหายตรวจหาเชื้อเอชไอวีจริง ซึ่งถือว่าบริษัทไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและบริหารจัดการด้านเอดส์ในสถานที่ทำงาน

ตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ลงวันที่ 21 ส.ค. 2552 และประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การป้องกันและการบริหารจัดการด้านเอดส์ในสถานประกอบกิจการ ลงวันที่ 5 พ.ย. 2563 และถือเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ให้การรับรองและคุ้มครองไว้

ซึ่งภายหลังคณะกรรมการบริหารของบริษัทได้รับทราบปัญหาและเข้าใจเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้วจึงได้ยกเลิกการตรวจหาเชื้อเอชไอวีและแบบฟอร์มที่มีการตรวจหาเชื้อเอชไอวีในผู้สมัครงานทุกกรณี ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าบริษัทผู้ถูกร้องได้ยกเลิกการตรวจหาเชื้อเอชไอวีสำหรับผู้สมัครงานและยกเลิกแบบฟอร์มที่มีการตรวจหาเชื้อเอชไอวีด้วยแล้ว กรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมแล้ว กสม. จึงเห็นควรยุติเรื่อง

“อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีโรงพยาบาลอีกหลายแห่งที่ยังคงมีการตรวจหาเชื้อเอชไอวีในผู้สมัครงานหรือนำเรื่องการติดเชื้อเอชไอวีมาประกอบการพิจารณาตำแหน่งงาน ซึ่งหากพิจารณาจากข้อมูลของกรมควบคุมโรคและสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวีจะเห็นว่าบุคคลที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเป็นโรคเอดส์ไม่สามารถส่งต่อเชื้อต่อบุคคลอื่นหากขาดปัจจัยเรื่องปริมาณและคุณภาพของเชื้อ

รวมช่องทางการติดต่อซึ่งเชื้อจะต้องส่งผ่านจากผู้ติดเชื้อไปยังอีกคนหนึ่งโดยตรงเข้าสู่กระแสเลือดเท่านั้น เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และจากแม่สู่ลูก อีกทั้งการปฏิบัติงานในสถานพยาบาลจะต้องปฏิบัติตามหลักการ Universal Precaution หรือการระมัดระวังป้องกันตนเองของบุคลากรทุกคนให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อด้วยอยู่แล้ว เช่น การใช้ถุงมือ ผ้าปิดปากและจมูก เสื้อคลุม เครื่องป้องกันตา และการทำความสะอาดมือ รวมทั้งการป้องกัน การบาดเจ็บจากการถูกเข็มตำทั้งในผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์”

ดังนั้น การที่สถานพยาบาลหลายแห่งยังให้ผู้สมัครงานต้องตรวจหาเชื้อเอชไอวีแสดงให้เห็นว่ายังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมา กสม. ได้เคยมีข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาต่อบุคคลที่ติดเชื้อเอชไอวีหลายกรณีแล้ว ด้วยเหตุนี้ กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2565 จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะเพื่อเน้นย้ำให้มีการแก้ไขปัญหาในภาพรวมด้วยอีกทางหนึ่ง

โดยเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงานมีหนังสือขอความร่วมมือให้สถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนทั่วประเทศปฏิบัติงานให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ และประกาศกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและการบริหารจัดการด้านเอดส์ในสถานประกอบกิจการโดยเคร่งครัด รวมถึงปรับปรุงแบบฟอร์มการตรวจร่างกายในผู้สมัครงานให้เป็นไปในมาตรฐานเดียวกันและแจ้งเวียนเพื่อให้หน่วยงานนำไปใช้ต่อไป!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนสัตว์สงขลาจัดกิจกรรมวันลอยกระทงใบตองปลาทูให้นกเพนกวิน

Posted on November 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/690306

สวนสัตว์สงขลาจัดกิจกรรมวันลอยกระทงใบตองปลาทูให้นกเพนกวิน

สวนสัตว์สงขลาจัดกิจกรรมวันลอยกระทงใบตองปลาทูให้นกเพนกวิน

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.55 น.

สวนสัตว์สงขลา จัดกิจกรรมวันลอยกระทง สืบสานประเพณีลอยกระทงใบตองปลาทูให้นกเพนกวิน และกระทงผลไม้ให้ช้าง สร้างสีสันบรรยากาศรับเทศกาลวันลอยกระทง ต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2565 ที่ สวนสัตว์สงขลา 

วันที่ 5 พ.ย.65 ที่ส่วนจัดแสดงนกเพนกวิน สวนสัตว์สงขลา นายพิเชษฐ์ ทัปนวัชน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา และเจ้าหน้าที่สวนสัตว์สงขลา แต่งชุดไทย ร่วมอนุรักษ์วันลอยกระทงเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเทศกาลลอยกระทงปีนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์วันลอยกระทง สืบสานประเพณี สร้างสีสันวันลอยกระทงที่สวนสัตว์สงขลา ในวันที่ 5 -8 พ.ย.65 นี้โดยนายพิเชษฐ์ รักษาการผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ชมการแสดงโชว์พาเหรดเพนกวิน เพื่อเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาร่วมลอยกระทง โดยมีกระทงใบตองปลาทู สำหรับนกเพนกวิน 6 กระทง โดยผอ. สวนสัตว์สงขลา 1 กระทง และนักท่องเที่ยว 5 กระทง โดยมีนักท่องเที่ยวพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่พาครอบครัวมาเที่ยวสวนสัตว์ ร่วมลอยกระทง ในครั้งนี้ด้วย 

สำหรับกระทงใบตองปลาทูที่ทำให้นกเพนกวิน เป็นกระทงที่ทำด้วยวัสดุจากธรรมชาติและปลอดภัย ซึ่งทำด้วยหยวกกล้วยและใบตอง เป็นกระทงปลาทูที่ติดไว้รอบด้านทั้ง 6 กระทง เพื่อเป็นอาหารให้กับฝูงนกเพนกวิน หลังจากที่โชว์พาเหรดเพนกวินเสร็จแล้ว รักษาการผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา และนักท่องเที่ยว ก็เดินถือกระทงปลาทูนำลงลอยในสระน้ำที่ฝูงนกเพนกวินกำลังแหวกว่ายน้ำอยู่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นตาตื่นใจกับการแหวกว่ายโฉบปลาทูที่กระทงไปกินเป็นอาหารด้วยความรวดเร็วของฝูงนกเพนกวิน สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ที่ได้สัมผัสนกเพนกวินอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กๆจะตื่นตาตื่นใจมากและเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์อีกรูปแบบหนึ่งที่แปลกตา เพื่อสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวในวันลอยกระทง ซึ่งสวนสัตว์สงขลาจัดกิจกรรมวันลอยกระทง ในวันที่ 5 – 8พฤศจิกายน 2565 นี้  

หลังจากนั้น รักษาการผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา พร้อมนางนพมาศเดินทางไปที่ส่วนจัดแสดงช้าง โดยนำกระทงผลไม้อาหารช้าง นำไปให้ป้ามาลี ช้างเอเชียที่มีอายุมากที่สุดในสวนสัตว์สงขลาและเจ้าสวย โดยนางนพมาศทั้งสองคนลงไปที่ขอบสระนำกระทงอาหารช้างไปลอยในสระให้ช้างกิน โดยควานช้างจะเรียกช้างป้ามาลีและเจ้าสวยให้ลงไปในสระเพื่อกินอาหารที่ในกระทง โดยมีประชาชนที่มาเที่ยวสวนสัตว์สงขลาในวันนี้ ก็นำกล้วยและแตงโม ส่งไปให้ช้างทั้งสองเชือกกินด้วย เพื่อร่วมสร้างสีสันในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงของสวนสัตว์สงขลา  

นายพิเชษฐ์ ทัปนวัชน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า กิจกรรมวันลอยกระทงที่สวนสัตว์สงขลา จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 5-8 พ.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลวันลอยกระทงของไทย จึงอยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวสวนสัตว์สงขลากันเยอะๆ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,933,726 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี ชิงขอลาออก แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่ โยงงบซ่อมเครื่องบิน
ไม่มีอะไรค้างคา! โยเกิร์ต ออกมาโพสต์ถึง พีเค กลางไอจี
รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ
กพช.ไฟเขียว โครงสร้างค่าไฟใหม่4ปี 200หน่วยแรกไม่เกิน3บ.
เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย
อนุทิน โยนถาม สุริยะ แจงดราม่าย้าย อธิบดีฝนหลวง
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ
ลึกลับในสนามข่าว : 30 เมษายน 2569
"อียู" ตั้งข้อหา "เมตา" ปล่อยเด็กต่ำกว่า 13 ปีเล่น เฟซบุ๊ก-IG เสี่ยงโดนปรับ 6% ของรายได้ทั่วโลก

Recent Posts

  • ปักกิ่งสั่งแบน “ขายโดรน” ทั่วเมือง เริ่ม 1 พ.ค. คุมเข้มความมั่นคง-ต้องมีใบอนุญาตก่อนบิน
  • ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
  • RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี “ซาอุฯ-จีน-อิหร่าน” รั้งท้าย-ไทยอันดับ 92
  • ผลโพลชี้ชาวสวิสส่วนใหญ่หนุนจำกัดประชากรไม่เกิน 10 ล้านคน
  • โตเกียวระทึก! ชายถือค้อนทำร้ายวัยรุ่น เจ็บ 5 ราย พ่นสารปริศนาใส่ตร.ก่อนหลบหนี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d