Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ญาติโยมเชียงรายปลื้มปิติ’ครูบาบุญชุ่ม’สวดมนต์ครั้งแรกหลังหายจากอาพาธ

Posted on August 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674739

ญาติโยมเชียงรายปลื้มปิติ'ครูบาบุญชุ่ม'สวดมนต์ครั้งแรกหลังหายจากอาพาธ

ญาติโยมเชียงรายปลื้มปิติ’ครูบาบุญชุ่ม’สวดมนต์ครั้งแรกหลังหายจากอาพาธ

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.02 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร พระปฎิบัติดีปฎิบัติชอบชื่อดังอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทย ชาวเมียนมา ชาวลาว และจีน เดินทางถึงวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว หมู่ 5 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา หลังจากไปรักษาอาการอาพาธที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.65 ที่ผ่านมา

โดยในวันนี้ (21 ส.ค.65) ครูบาบุญชุ่ม ได้ออกมาพบกับญาติโยมที่ไปรอกราบไหว้ ภายในบริเวณวัดอย่างคับคั่ง โดยครูบาบุญชุ่ม ได้แจกพระเครื่อง หนังสือธรรมะ ผ้าห่ม ฯลฯ ให้กับคณะศรัทธาก่อนเข้าไปนั่งอาสนะภายในศาลาหน้าองค์สมเด็จพระคันธาระองค์ปฐม ซึ่งเป็นพุทธรูปองค์ใหญ่ภายในวัดเพื่อให้พรกับผู้ที่มารอกราบไหว้ และครูบาบุญชุ่ม ยังได้นำคณะสงฆ์สวดมนต์และให้ลูกศิษย์ได้นำน้ำมนต์ออกไปปะพรมให้กับผู้ที่เข้าไปวัด

ขณะที่ครูบาบุญชุ่มสวดมนต์ทุกคนต่างยกมือไหว้ด้วยความเคารพสักการะและเปล่งเสียง “สาธุ” ด้วยความปิติยินดีที่ได้เห็นครูบาบุญชุ่ม มีสุขภาพแข็งแรงและสามารถออกมาให้พรกับญาติโยมได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า ครูบาบุญชุ่ม จะเดินทางไปจำพรรษาที่วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ติดกับ จ.เชียงราย เมื่อไหร่ 

แต่ทางมูลนิธิดอยเวียงแก้วได้มีประกาศฉบับล่าสุดว่า หลังจากครูบาบุญชุ่ม เดินทางมาจากกรุงเทพฯ แล้วจะเดินทางผ่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อไปยังประเทศเมียนมาต่อไป 

ทั้งนี้ ครูบาบุญชุ่ม ได้อาพาธลงหลังจากได้ปฏิบัติธรรมอยู่ในถ้ำเมืองแก๊ด ประเทศเมียนมา นาน 3 ปี 3 เดือน 3 วัน จนกระทั่งออกจากถ้ำเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นได้ปฏิบัติศาสนกิจทำพิธีต่างๆ และแสดงธรรมเทศนารวมทั้งพบปะเจ้าหน้าที่และผู้คนตามรายทางไม่น้อยกว่า 11 เมือง กระทั่งได้อาพาธลงทำให้ลูกศิษย์พาเดินทางเข้ามายังประเทศไทยผ่านจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย และพาไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ โดยมูลนิธิดอยเวียงแก้วได้ประกาศว่าครูบาบุญชุ่มได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ทรงรับเป็นภิกษุอาพาธ ในพระบรมราชานุเคราะห์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตลาดแสวงหาขโมยชุม! เจ้าของร้านของชำขึ้นป้ายประชด’ไม่ต้องงัดทิ้งเลขบัญชีพร้อมเพย์ไว้’

Posted on August 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674694

ตลาดแสวงหาขโมยชุม! เจ้าของร้านของชำขึ้นป้ายประชด'ไม่ต้องงัดทิ้งเลขบัญชีพร้อมเพย์ไว้'

ตลาดแสวงหาขโมยชุม! เจ้าของร้านของชำขึ้นป้ายประชด’ไม่ต้องงัดทิ้งเลขบัญชีพร้อมเพย์ไว้’

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.25 น.

ตลาดแสวงหา จังหวัดอ่างทองขโมยชุมมาก แม่ค้าร้านของชำโดนงัด 3 ครั้งซ้อน ฉกเงินไป 6,000 บาท แถมยังขโมยกล้องวงจรปิดที่ติดในร้านไปด้วย ก่อนเจ้าของร้านติดป้ายประชด “ไม่ต้องงัด มึงทิ้งเลขบัญชี พร้อมเพย์ไว้ กูโอนให้”และ”ไม่ต้องงัดทิ้งพร้อมเพย์” ไว้ที่ประตูเหล็กหน้าร้าน แต่ไม่ได้ทำให้หัวขโมยแสบกลัว ล่าสุดขับ จยย.มาขโมยรองเท้าแตะราคาแพงไปอีก คราวนี้กล้องวงจรปิดจับภาพได้ชัด ก่อนหัวขโมยรู้ตัวหลังภาพตัวเองปรากฎในโซเซียลรีบนำรองเท้ามาคืน 

วันที่ 21 ส.ค.63 นี่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดร้านขายของชำถวัลย์ในตลาดแสวงหา หมู่ 5 ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ที่สามารถจับภาพในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา พบหัวขโมยสวมเสื้อแขนสั้นสีเทาแขนน้ำเงิน นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล อายุ 40-45 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์สีแดงดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดบริเวณหน้าร้านพร้อมได้ทำการหยิบเอารองเท้าแตะ สีขาว คู่หนึ่งมูลราคา 1,700 บาทขับรถหนีไป

นางถวัลย์ ศรีแจ่ม อายุ 56 ปี แม่ค้าเจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า ที่ร้านตนโดนขโมยงัดร้านเข้าฉกทรัพย์สินมาแล้วจำนวน 3 ครั้ง แต่ยังจับคนร้ายไม่ได้สักครั้ง ครั้งแรกคนร้ายงัดประตูเหล็กเข้าไปขโมยสิ่งของพร้อมเงิน 6,000 บาทหนีลไป ครั้งที่ 2 ติดกล้องวงจรปิดภายในร้านขโมยงัดร้านเข้าไปเห็นกล้องวงจรปิดได้ทำการขโมยกล้องวงจรปิดภายในร้านไปด้วย และตนได้ไปจ้างช่างมาติดกล้องวงจรปิดใหม่ 5 ตัวรอบร้านใช้เงินไปจำนวน 15,000 บาท และได้ติดป้ายประชดหัวขโมยเพื่อขอความเห็นใจ “ไม่ต้องงัด มึงทิ้งเลขบัญชี พร้อมเพย์ไว้ กูโอนให้” และ “ไม่ต้องงัดทิ้งพร้อมเพย์” ไว้ที่ประตูเหล็กหน้าร้านทั้ง 2 บาน

แต่ก็ไร้ผล ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.65 ที่ผ่านมาก็โดนขโมยอีก ครั้งนี้กล้องวงจรปิดที่ติดใหม่จับภาพได้เป็นหัวขโมยสวมเสื้อแขนสั้นสีเทาแขนน้ำเงิน นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล อายุ 40-45 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์สีแดงดำไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาจอดบริเวณหน้าร้านพร้อมได้ทำการหยิบเอารองเท้าแตะสีขาวราคา 1,700 บาทขับรถหนี

ต่อมาทางหลานได้นำภาพหัวขโมยในภาพขึ้นเฟสบุ๊กบอกให้นำรองเท้ามาคืนก่อนเที่ยงวันที่ 20 ส.ค.65 ว่า จะไม่เอาเรื่อง ส่วนตัวเองไปทำธุระที่กรุงเทพฯ กลับมาบ้านในช่วงเย็น ทางหลานชายได้มาบอกว่า มีคนเอาร้องเท้ามาคืนวางไว้ที่บริเวณร้านค้าใกล้เคียงแล้ว ทางหลานชายจึงหยิบมาให้

ทางด้านแม่ค้าส้มตำที่อยู่ใกล้ในตลาดแสวงหา เล่าให้ฟังว่า ตนก็ถูกหัวขโมยลักต้นไม้ไปหลายต้น ตอนนี้ก็ต้องรีบขายให้แก่เพื่อนบ้านไปบ้าง ช่วงนี้แถวตลาดแสวงหาขโมยชุมมาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิเคราะห์อุบัติเหตุบันไดเลื่อน BTS สุรศักดิ์ อีเวนท์พิเศษทำหนาแน่นเกินรองรับ

Posted on August 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674693

วิเคราะห์อุบัติเหตุบันไดเลื่อน BTS สุรศักดิ์ อีเวนท์พิเศษทำหนาแน่นเกินรองรับ

วิเคราะห์อุบัติเหตุบันไดเลื่อน BTS สุรศักดิ์ อีเวนท์พิเศษทำหนาแน่นเกินรองรับ

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.21 น.

วิเคราะห์อุบัติเหตุบันไดเลื่อน BTS สุรศักดิ์ บางสถานีปกติคนใช้น้อยแต่อีเวนท์พิเศษทำหนาแน่นเกินรองรับ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Mahidolrail” ของหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาระบบขนส่งทางราง (หลักสูตรนานาชาติ) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยแพร่บทความวิเคราะห์อุบัติเหตุบริเวณบันไดเลื่อนรถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์ ช่วงค่ำวันที่ 20 ส.ค.2565 ที่ผ่านมา เนื้อหาดังนี้

กรณีอุบัติเหตุบันไดเลื่อนบีทีเอสที่เป็นข่าวเมื่อคืน ตอนแรกก็มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ให้บริการในการดูแลซ่อมบำรุงบันไดเลื่อน แต่เมื่อมีการตรวจสอบอย่างชัดเจนแล้วปรากฏว่าเป็นเรื่องของผู้โดยสารที่ล้มทับกันลงมาจากด้านบนของบันไดเลื่อน ถ้าเราพิจารณาสาเหตุจริงๆ น่าจะเป็นเพราะคนที่ขึ้นไปรอเข้าสถานีหนาแน่นจนล้นมาถึงปลายบันไดเลื่อน เมื่อคนที่ขึ้นบันไดเลื่อนมาใหม่ไม่สามารถก้าวออกจากบันไดเลื่อนได้ก็ถูกดันจากคนด้านหลังและเกิดเหตุล้มกันลงมาเป็นแถวจนถึงขั้นสุดท้ายจนมีคนบาดเจ็บจำนวนมาก

===

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามว่าการออกแบบสถานีมีความเหมาะสมที่จะรองรับปริมาณผู้โดยสารในสถานการณ์พิเศษเหล่านี้ หรือไม่ โดยปกติแล้วโครงการรถไฟฟ้าจะมีการศึกษาออกแบบพื้นที่สถานีให้สามารถรองรับผู้โดยสารอย่างสอดคล้องกับการพยากรณ์ปริมาณผู้โดยสารในช่วงเวลาปกติ เราจึงเห็นบางสถานีที่ตั้งใกล้ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่มีพื้นที่ใหญ่โตขณะที่สถานีอื่นๆ ที่ไม่เชื่อมต่อกับแหล่งกิจกรรมหนาแน่นอาจจะมีขนาดย่อมลงมา แต่บางเหตุการณ์เป็นเหตุการณ์พิเศษ ดังเช่นคอนเสิร์ตเมื่อวาน ที่ทำให้มีผู้ที่ต้องการเดินทางจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งการออกแบบสถานีขนาดใหญ่เพื่อรองรับเหตุการณ์พิเศษเหล่านี้ก็ดูจะไม่เป็นเรื่องสมเหตุสมผล เพราะในเวลาอื่นๆ ทั่วไปเราก็จะเห็นสถานีโล่งๆ ไม่มีคนใช้งานอย่างคุ้มค่า

===

หลักการออกแบบการพัฒนาที่ดินรอบสถานีขนส่งมวลชนที่บอกต่อๆ กันมาก็คือจะต้องวางตำแหน่งสถานีให้ใกล้กับแหล่งชุมชนและแหล่งกิจกรรมเพื่อให้ผู้เดินทางเดินถึงได้ง่าย แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับแหล่งกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเดินทางจำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ หลายประเทศยุโรปมักจะวางตำแหน่งสถานีไว้ไกลจากแหล่งกำเนิดการเดินทางใหญ่ๆ เช่น สนามกีฬา โรงละคร หรือสถานที่จัดคอนเสิร์ต ราว 1-2 กิโลเมตร (สนาม Allianz Arena ของ Bayern Munich ตั้งอยู่ห่างจากสถานี Fröttmaning 1.1 กม. โรงละคร Royal Albert Hall ตั้งอยู่ห่างจากสถานี South Kensington 1 กม.) เพื่อให้ฝูงชนขนาดใหญ่ค่อยๆ กระจายความหนาแน่นลงขณะที่เดินมาสู่สถานี ทำให้ชานชาลาและพื้นที่อื่นๆ ของสถานีสามารถรองรับผู้โดยสารได้

===

บ้านเรามีสถานีที่ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้าและสนามกีฬาอยู่บ้าง แต่ที่ผ่านมายังไม่มีปัญหารุนแรงมากไปกว่าสภาพผู้โดยสารคับคั่งในบางช่วงเวลาและผู้ให้บริการก็ดำเนินจัดการควบคุมจำนวนผู้โดยสารด้วยวิธีต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ กรณีนี้จึงควรถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ในอนาคตเราจะมีสถานีที่เชื่อมต่อกับรัชมังคลากีฬาสถานและธันเดอร์โดม ในขั้นนี้การย้ายสถานีให้อยู่ห่างจากสถานที่เหล่านี้คงจะเป็นไปได้ยาก แต่ยังมีมาตรการอื่นๆ ที่สามารถทำได้ เช่น การจัดกิจกรรมหลังจากคอนเสิร์ตหรือหลังแมทช์การแข่งขันที่สามารถดึงดูดคนส่วนหนึ่งให้เข้าสถานีช้าลง การจัดระเบียบหรือการสร้างคอขวดก่อนเข้าสู่สถานี หรือแม้กระทั่งการใช้กลไกด้านราคาค่าโดยสารบริหารจัดการความต้องการเดินทางในช่วงเร่งด่วนก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เช่นนี้ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– ‘บีทีเอส’ชี้แจงสาเหตุผู้โดยสารตกบันไดเลื่อน บริเวณสถานีสุรศักดิ์

– บันไดเลื่อน BTS สถานีสุรศักดิ์ขัดข้อง มีผู้บาดเจ็บหลายราย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลาภยศ สรรเสริญ เป็นสิ่งสมมุติ ความดีเท่านั้นยั่งยืน โดย ‘พระอาจารย์ทองพูน สิริสาโร’

Posted on August 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674690

ลาภยศ สรรเสริญ เป็นสิ่งสมมุติ ความดีเท่านั้นยั่งยืน โดย 'พระอาจารย์ทองพูน สิริสาโร'

ลาภยศ สรรเสริญ เป็นสิ่งสมมุติ ความดีเท่านั้นยั่งยืน โดย ‘พระอาจารย์ทองพูน สิริสาโร’

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.57 น.

วัดหนองปลิง บ้านหนองปลิง ต.นาจิก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมืองอำนาจเจริญ ห่างตัวเมืองอำนาจเจริญประมาณ 12 กิโลเมตร พระอาจารย์ ทองพูน สิริสาโร อายุ 74 ปี  เจ้าอาวาสวัดหนองปลิง ปกครองพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ไม่มีสามเณรและแม่ชี มรรคนายก 2 คน สังกัด มหานิกาย บนเนื้อที่ 12 ไร่ เป็นที่ตั้ง อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฎิ เป็นต้น 

พระอาจารย์ ทองพูน สิริสาโร อายุ 74 ปี  เจ้าอาวาสวัดหนองปลิง เล่าว่า วัดหนองปลิง เป็นวัดเก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี ก่อนนั้น ตั้งอยู่ป่าช้า ห่างจากหมู่บ้านหนองปลิงประมาณ 3 กิโลเมตร ทางด้านทิศตะวันออก ต่อมาเกิดโรคระบาดฝีดาษ ชาวบ้านล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงต้องย้ายวัดหนองปลิง มาอยู่โคก(เนิน)หนองปลิง ใกล้หนองน้ำ มีปลิงในน้ำเยอะมาก จึงเรียกว่า หนองปลิง เมื่อหมู่บ้านและวัดมาตั้งอยู่ใกล้หนองน้ำ ก็เรียกชื่อตามหนองน้ำ ว่า บ้านหนองปลิง และวัดหนองปลิง กระทั่งปัจจุบัน ซึ่งโรคฝีดาษ ก็หยุดการระบาดด้วย ส่วนที่ตั้งหมู่บ้านเดิม กลายเป็นป่าช้า ในปัจจุบัน 

พระอาจารย์ ทองพูน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดหนองปลิง กล่าวว่า หลังจากอาตมา เรียนสำเร็จการศึกษาภาคบังคับ ชั้นประถมปีที่ 4 ก็บวชเป็นสามเณร ต่อมา บวชเป็นพระ และได้เดินธุดงธ์ ปฏิบัติธรรม แสวงหาความรู้ด้านพระธรรมเพิ่มเติม โดยข้ามไปฝั่งประเทศกัมพูชา จำพรรษา ที่ภูเขา ในถ้ำช้าง เรียนรู้แลกเปลี่ยนพระธรรมวินัยกับพระเขมร อยู่หลายปี และเดินธุดงส์โปรดสัตว์อยู่ดินแดนกัมพูชาต่ออีกเกือบ 20 ปี จึงข้ามมาฝั่งประเทศไทย ซึ่งก็ได้เดินธุดงส์ไปเรื่อยๆในภาคอีสาน จนกระทั่งมาปักกด จำพรรษา อยู่ที่หมู่บ้านขมิ้น อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ต่อมา ญาติโยม บ้านหนองปลิง ทราบว่า มาจำพรรษาที่บ้านขมิ้น ก็เลยนิมนต์กลับไปอยู่วัดหนองปลิง บ้านเกิด ซึ่งช่วงนั้น วัดหนองปลิง ไม่มีเจ้าอาวาสวัด จึงไม่ปฏิเสธ เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองปลิงจนถึงปัจจุบัน 

พระอาจารย์ ทองพูน สิริสาโร กล่าเพิ่มเติมว่า ด้วยแรงศรัทธาของชาวหนองปลิง และต้องการให้มีสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ และเป็นสถานที่จัดงานสำคัญทางศาสนา เป็นศูนย์รวมทางใจ ศูนย์รวมของความสามัคคีปรองดองของคนในหมู่บ้าน พุทธศาสนิกชน ญาติโยม ทั้งหลาย จึงได้มีการบริจาคทุนทรัพย์คนละเล็กละน้อย ก่อสร้างพระพุทธรูปเทพประทานพร ขึ้น ที่ ความสูง 20 เมตร หน้าตักกว้าง 6 เมตร มีธรรมจักรอยู่ด้านหลังและทำเป็นชฎาอยู่เหนือศรีษะอย่างสวยงาน โดยก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อปี พ.ศ.2534 และถือเอาวันสงกรานต์ที่ 13 เมษายน ของทุกปี เป็นวันจัดงานบุญประจำปี นมัสการพระเทพประทานพร ซึ่ง ลูกหลานที่ทำงานอยู่กรุงเทพหรือต่างจังหวัด จะพร้อมใจกันจัดทำผ้าป่าสามัคคีมาทอดที่วัดหนองปลิง เพื่อหาเงินเข้าวัดบำรุงพุทธศาสนา เป็นประจำทุกปี พร้อมกับก่อสร้างรูปปั้น หลวงปู่กำ เจ้าอาวาสวัดหนองปลิง องค์แรก ไว้เป็นที่เคารพศรัทธา ที่หน้า อุโบสถอีกด้วย 

นอกจากนี้ ด้านทิศเหนือภายในวัด หลังกุฎิเจ้าอาวาสวัดหนองปลิง ยังมีหนองน้ำ(สระน้ำ)ขนาดกลาง เรียกว่า หนองปลิง ไว้ให้พุทธศาสนิกชน ญาติโยม เข้ามาทำทาน ปล่อยสัตว์น้ำต่างๆ และให้อาหารปลา ซึ่งกำหนดเป็นเขตอภัยทานด้วย 

พระอาจารย์ ทองพูน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดหนองปลิง เทศนาตอนหนึ่งว่า ถ้าจะเรียกว่า คน มันก็สับสนวุ่นวาย ไม่สิ้นสุด เหมือนกับคนอาหารในหม้อ หากจะเรียกว่า มนุษย์ จะต้องอยู่เหนือคน คือ ไม่สับสนวุ่นวาย มีความพอดี ที่ทุกวันนี้ ยังมีสิ่งยุ่งๆ สับสนวุ่นวาย เห็นประโยชน์ตัวเองเป็นสำคัญ คงยังเป็นคนอยู่ ยังไม่เป็นมนุษย์ ถ้าเป็น มนุษย์แล้ว สิ่งต่างๆก็จะไม่มี ไม่เกิดขึ้น จะให้เป็นมนุษย์นั้นไม่ยาก ให้ยึดหลัก คำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่ตั้ง แล้ว เรื่องอื่นๆ อุปสรรคต่างๆก็ไม่เกิดขึ้นและหมดไป 

พระอาจารย์ ทองพูน ชี้ให้ดูลายกนกลวดลายต่างซึ่งประดับอยู่อุโบสถแล้ว กล่าวว่า หากมองดูพินิจพิเคราะห์ลวดลายในอุโบสถ ช่างอ่อนช้อยสวยงามเหลือเกิน ก็จะทำให้จิตใจของเราเพลิดเพลินเจริญตา ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า ในจิตใจ ก็จะมลายหายไปด้วย สิ่งที่ทำให้เรา มีความทุกข์ ก็เพราะอยากได้ อยากเป็น และเห็นแก่ตัวกันมาก ถ้าลดความอยาก ความเห็นแก่ตัวลงได้ ชีวิตก็จะเป็นสุข  และที่สำคัญ ทรัพย์สินเงินทอง ลาภยศ สรรเสริญ เป็นสิ่งสมมุติขึ้นมา แม้แต่ร่างกายของเรา ยังไม่ใช่ของเรา ตายไปก็เหลือแค่ผงธุลี ความดีเท่านั้นที่คงอยู่ตลอดไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปิด ‘น้ำตกชาติตระการ’ แหล่งเที่ยวชื่อดังพิษณุโลก ถูกน้ำป่าหลากท่วมเสียหายหนัก

Posted on August 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674683

ปิด 'น้ำตกชาติตระการ' แหล่งเที่ยวชื่อดังพิษณุโลก ถูกน้ำป่าหลากท่วมเสียหายหนัก

ปิด ‘น้ำตกชาติตระการ’ แหล่งเที่ยวชื่อดังพิษณุโลก ถูกน้ำป่าหลากท่วมเสียหายหนัก

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.44 น.

อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ ประกาศปิดเที่ยว “น้ำตกชาติตระการ” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของพิษณุโลกเป็นการชั่วคราว หลังถูกน้ำป่าหลากจนได้รับความเสียหายหนัก 

วันที่ 21 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำป่าหลากท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยล่าสุดที่น้ำตกชาติตระการภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ อ.ชาติตระการ ถูกป่าทะลักตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.65 ที่ผ่านมา จนช่วงบริเวณล่างน้ำตกได้รับความเสียหาย จนทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ ประกาศปิดเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค.65 เวลา 09.30 น.เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ เนื่องจากได้ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีฝนตกหนักลมแรง ตกไม้ล้ม และน้ำป่าไหลหลาก ดังนั้นอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ จึงประกาศปิดการท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกชาติตระการเป็นการชั่วคราว

ส่วนที่น้ำป่าหลากท่วมพื้นที่ ต.นครชุม อ.นครไทย โดยเฉพาะหมู่ 5 บ้านนาจาน นครไทย ปริมาณน้ำหลากท่วมเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมิตรภาพมงคลธรรม ได้นำเรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลือขนทรัพย์สินมีค่าของชาวบ้านขึ้นบนที่สูงและขนย้ายหมู ของชาวบ้านออกมาอยู่บนที่ปลอดภัย    

ขณะที่ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก รายงานพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกที่ได้รับความเสียหายจากพายุฝนเมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.65 ที่ผ่านมาจากน้ำป่าไหลหลากรวมทั้ง 2 อำเภอ 7 ตำบล 24 หมู่บ้าน คือ อำเภอนครไทย หมู่ที่ 4 ตำบลนครไทย หมู่ที่ 7,5,6 ตำบลนครชุม หมู่ที่ 16 ตำบลเนินเพิ่มหมู่ที่ 2 ตำบลห้วยเฮี้ย ส่วนที่อำเภอชาติตระการ ได้มีพื้นที่หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 7 ตำบลบ่อภาค หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ตำบลชาติตระการ หมู่ที่ 3, 4, 5 ตำบลท่าแก

เบื้องต้นนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมกับจะเดินทางไปดูสถานการณ์น้ำป่า ทั้ง  2 อำเภอด้วยตนเองอีกครั้ง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศร้า!ช้างป่าเขตฯสลักพระล้มแล้ว ทีมสัตวแพทย์เฝ้ารักษาแผลเน่า ยื้อชีวิตได้แค่ 7 วัน

Posted on August 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674679

เศร้า!ช้างป่าเขตฯสลักพระล้มแล้ว ทีมสัตวแพทย์เฝ้ารักษาแผลเน่า ยื้อชีวิตได้แค่ 7 วัน

เศร้า!ช้างป่าเขตฯสลักพระล้มแล้ว ทีมสัตวแพทย์เฝ้ารักษาแผลเน่า ยื้อชีวิตได้แค่ 7 วัน

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.56 น.

ช้างป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระล้มแล้วหลังทีมสัตวแพทย์ สำนักฯ3 (บ้านโป่ง) เฝ้ารักษาแผลเน่า ยื้อชีวิตมานานร่วม 7 วัน พร้อมนิมนต์พรงสงฆ์สวดบังสุกุลตามความเชื่อ 

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบช้างปาเพศผู้อายุ 2-3 ปี เดินอยู่ภายในสวนยางพาราของชาวบ้าน ท้องที่หมู่ 1 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี โดยช้างป่าได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเน่าเปื่อยขนาดใหญ่ที่บริเวณโคนหาง หลังจากที่นายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รับรายงาน จึงมอบหมายให้นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.3 (บ้านโป่ง) นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พร้อมด้วย สพ.ญ.ลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สพ.ญ.กนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ สบอ.3 (บ้านโป่ง) รวมทั้งทีมสัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี เข้าทำการรักษาช้างป่าตัวดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา 

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (21 ส.ค.65) นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พร้อมทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล สอส.สบอ.3 (บ้านโป่ง) สัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ได้เฝ้าระวังและทำการรักษาช้างป่า ตัวดังกล่าวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.จนถึงปัจจุบัน 

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ ช้างป่าตัวดังกล่าวได้ล้มลงแล้ว (เสียชีวิต) สร้างความเสียใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นอย่างมาก โดยคณะสัตวแพทย์จะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและส่วนที่สำคัญของช้างไปทำการพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ช้างป่าเสียชีวิตลงเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระได้นิมนต์พระสงฆ์มาสวดบังสุกุลตามความเชื่อ ก่อนที่จะทำลายซากด้วยวิธีฝังตามหลักวิชาการต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมืองหลวงสปาแห่งเอเชีย!นายกฯยินดีไทยผงาดเบอร์ 1 โลกด้านสถานบริการเพื่อสุขภาพ

Posted on August 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674662

เมืองหลวงสปาแห่งเอเชีย!นายกฯยินดีไทยผงาดเบอร์ 1 โลกด้านสถานบริการเพื่อสุขภาพ

เมืองหลวงสปาแห่งเอเชีย!นายกฯยินดีไทยผงาดเบอร์ 1 โลกด้านสถานบริการเพื่อสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.47 น.

นายกฯยินดีที่ไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของโลก ด้านสถานบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness Retreats) พร้อมผลักดัน ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไทยสู่มาตรฐานสากล

21 สิงหาคม 2565 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบและยินดีที่ไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของโลก ด้านสถานบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness Retreats) และอันดับที่ 2 ประเทศที่มีกิจกรรมเชิงสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุด (Highest-rated wellness activities) พร้อมชื่นชมความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไทยสู่มาตรฐานสากล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เว็บไซต์ Travel Daily News เว็บไซต์ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ได้อ้างอิงจากผลสำรวจของ TripAdvisor และ Slingo ซึ่งคือเว็บไซต์ที่เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยว พบว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของโลก ด้านสถานบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness Retreats) โดยสำรวจรีวิวจากนักท่องเที่ยวในเรื่องโรงแรม รีสอร์ท กิจกรรมเชิงสุขภาพ และสปา ซึ่งประเทศไทยนับได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และไทยยังได้รับการขนานนามว่าเป็น เมืองหลวงของสปาแห่งทวีปเอเชีย รวมถึงเป็นแหล่งยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการใช้สถานบริการเพื่อสุขภาพที่หรูหราและมีคุณภาพ

ผลสำรวจจากเว็บไซต์ดังกล่าวยังพบว่า ประเทศไทยถูกจัดอันดับในด้านกิจกรรมเชิงสุขภาพที่ได้รับความนิยม (Highest-rated wellness activities) อยู่ในลำดับที่ 2 เป็นรองเพียงประเทศมัลดีฟส์ โดยประเทศไทยมีกิจกรรมเชิงสุขภาพ รวมไปถึงสปาให้นักท่องเที่ยวได้รับบริการจำนวน 2,673 กิจกรรม ซึ่งมีกิจกรรมเชิงสุขภาพที่อยู่ในระดับ 4 ดาวขึ้นไป จำนวน 1,952 กิจกรรม โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงมาจากการเล่นโยคะและพิลาทิส (Pilates)

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนเงินในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มาท่องเที่ยวในไทย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า รัฐบาลกำหนดนโยบายที่เหมาะสมในการสนับสนุนการท่องเที่ยว สอดคล้องกับกระแสความนิยมของนักท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นแนวทางการท่องเที่ยวในรูปแบบที่ไทยมีศักยภาพรองรับในทุกด้าน ตลอดจน นายกรัฐมนตรีขอบคุณบุคคลากรในภาคการท่องเที่ยวทุกคนที่ล้วนมีส่วนสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย โดยผลการจัดอันดับที่ประเทศไทยได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องนี้เป็นเครื่องการันตี ศักยภาพและความพิเศษของประเทศไทยที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความนิยมอย่างต่อเนื่อง” นายอนุชา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘น้ำประปา’หล่อเลี้ยงเมือง ต้องการใช้เพิ่ม..ถึงเวลาคุม?

Posted on August 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674633

สกู๊ปแนวหน้า :  ‘น้ำประปา’หล่อเลี้ยงเมือง  ต้องการใช้เพิ่ม..ถึงเวลาคุม?

สกู๊ปแนวหน้า : ‘น้ำประปา’หล่อเลี้ยงเมือง ต้องการใช้เพิ่ม..ถึงเวลาคุม?

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 07.00 น.

“ในอดีตวิกฤตการณ์น้ำที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักจะเป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นตามวัฏจักรของวงจรธรรมชาติ แต่ปัจจุบันถ้าเราเริ่มสังเกต เราจะพบว่าปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเริ่มเกิดขึ้นนอกฤดูกาลมากขึ้น จริงๆ ก็มีสาเหตุด้วยกันหลายปัจจัย ปัจจัยที่เรามักจะชี้กันไปที่เขาเลยคือเรื่องของ Climate Change (ความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ) แต่บางทีเราก็อาจจะลืมไปว่า การเกิดขึ้นของ Climate Change มันเกิดขึ้นจากตัวเราเอง เราเป็นผู้สร้างให้มันเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้น”

ตอนหนึ่งของการบรรยายหัวข้อ “แนวโน้มความต้องการใช้น้ำในเขตกรุงเทพมหานคร”โดย รศ.ดร.ธีรนงค์ สกุลศรี นักวิชาการ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในรายการตามตะวัน ช่วงมหิดล นัมเบอร์ 1 สถานีวิทยุศึกษา FM 92.0 MHz ซึ่งเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊คเพจ “Institute for Population and Social Research, Mahidol University, Thailand” ของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อเร็วๆ นี้ ถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ไม่ได้เป็นภัยตามฤดูกาลอีกต่อไป

นอกจาก Climate Change หรือความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญ อาทิ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ ความต้องการใช้น้ำจากภาคส่วนต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบของมลพิษต่อแหล่งน้ำสะอาด ไปจนถึงกฎกติกาที่เคยใช้อยู่เดิมอาจไม่เหมาะสมกับบริบทของยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดย “เมืองหรือชุมชนมีการขยายตัวมากขึ้น ไม่เพียงกรุงเทพฯ แต่ยังรวมถึงจังหวัดอื่นๆ และแม้กระทั่งจุดที่เป็นป่าต้นน้ำ” ทำให้แหล่งน้ำที่เคยมีอาจหายไป

รศ.ดร.ธีรนงค์ เล่าต่อไปว่า การใช้น้ำในประเทศไทยแบ่งเป็น 5 วัตถุประสงค์ คือ 1.ชลประทานเพื่อการเกษตรและปศุสัตว์ 2.อุปโภค-บริโภค 3.อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว 4.ผลิตกระแสไฟฟ้า และ 5.ผลักดันน้ำทะเลไม่ให้หนุนเข้ามาเพื่อรักษาสมดุลของแหล่งน้ำ เมื่อแบ่งเป็นรายภาค พบว่า ภาคกลางมีความต้องการใช้น้ำมากที่สุดรองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและภาคใต้ ตามลำดับ ทั้งนี้ ระยะหลังๆ เริ่มพบสถานการณ์ “การแย่งชิงน้ำ” ระหว่างลุ่มน้ำหรือระหว่างภาคส่วนต่างๆ กันแล้ว

“ปกติแล้วการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเราจะใช้วิธีการผันน้ำ ถ้าเกิดแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งคล้ายๆ กับเป็นเส้นเลือดในการส่งน้ำมาสู่ตอนกลางของประเทศ ฉะนั้นในบางครั้งที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขาดแคลน ก็เลยมีความจำเป็นต้องผันน้ำจากลุ่มน้ำอื่น ซึ่งเราก็พบว่าบางทีจะมีข่าวเรื่องของการผันน้ำจากลุ่มน้ำท่าจีนหรือแม่กลองเข้ามาเติมลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพื่อให้มันเพียงพอกับการใช้ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง

ทีนี้ในอดีตที่เราคิดเรื่องการผันน้ำ เราอาจจะลืมมองว่าจริงๆ แล้วตัวลุ่มน้ำแม่กลองเองเขาก็เริ่มมีการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากขึ้น และมีการขยายตัวของเมืองมากขึ้น ฉะนั้นในอนาคตถ้าเรามีการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาใช้เจ้าพระยา ก็อาจทำให้ส่วนลุ่มน้ำแม่กลองเองประสบปัญหาขาดแคลนน้ำได้” รศ.ดร.ธีรนงค์ ระบุ

ในประเด็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองการตรวจสอบและเปรียบเทียบช่วงเวลาโดยภาพถ่ายทางอากาศ พบว่า “ตัดถนนผ่านไปถึงไหนการใช้ประโยชน์ที่ดินตรงนั้นก็เปลี่ยน..จากพื้นที่ทางการเกษตรก็กลายเป็นอาคารสูง” ซึ่งหลายคนคงเคยเห็นประเภทจากเป็นนาอยู่ดีๆ ก็มีคอนโดมิเนียมมาตั้ง หรือจากที่มีเพียงตึกแถว จู่ๆ ก็มีร้านสะดวกซื้อมาตั้งเป็นต้น ซึ่ง “การเปลี่ยนรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินก็ทำให้พฤติกรรมการใช้น้ำเปลี่ยนไปด้วย” โดยการคำนวณความต้องการใช้น้ำเพื่อผลิตน้ำประปาในประเทศไทย เท่าที่ค้นหาได้จะใช้ 3 อย่าง

ประกอบด้วย 1.การพยากรณ์ทางเศรษฐศาสตร์ 2.การพยากรณ์อนุกรมเวลา และ 3.การพยากรณ์การใช้น้ำของผู้ใช้น้ำ โดยนำข้อมูลย้อนหลังมาคำนวณ ดังนั้น จำเป็นต้องมีฐานข้อมูลที่ดี ซึ่งหากไปดูในต่างประเทศ จะมีการนำปัจจัยด้านประชากร เศรษฐกิจ สภาพอากาศ ความต้องการใช้น้ำและราคาของน้ำ
มาเป็นตัวแปรในการคำนวณ ส่วนในประเทศไทย บางครั้งพบการคำนวณโดยใช้ปริมาณความต้องการน้ำเฉลี่ยในแต่ละวัน โดยคิดจากความต้องการต่อคน-ต่อวัน ไปคูณกับจำนวนประชากรแล้วสรุปว่าเป็นความต้องการใช้น้ำในพื้นที่นั้น

แต่การคำนวณแบบนี้ก็อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน เพราะปริมาณและพฤติกรรมการใช้น้ำผันแปรไปตามเหตุปัจจัย เช่น ในฤดูร้อนใช้น้ำมากกว่าฤดูหนาว เพราะคนอาจจะอาบน้ำบ่อยกว่าหรือในบางประเทศน้ำดื่มบรรจุขวดมีราคาแพงคนก็จะดื่มน้ำจากก๊อกมากกว่า เป็นต้น ทั้งนี้เรื่องการใช้น้ำมีหลายตัวแปรที่เกี่ยวข้อง อาทิจำนวนประชากร ขนาดครัวเรือน รายได้ ราคาน้ำ ปริมาณน้ำฝน เช่น ครัวเรือนที่มีรายได้มาก อาจมีปริมาณการใช้น้ำมากกว่าครัวเรือนรายได้น้อย หรือหากน้ำมีราคาสูงปริมาณการใช้ก็อาจลดลง เป็นต้น

สำหรับการบรรยายในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง “การศึกษาแนวโน้มความต้องการน้ำประปาในเขตกรุงเทพมหานคร”ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ Optimum Populationได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำข้อมูลจาก 3 แหล่ง คือ การประปานครหลวง สำนักงานสถิติแห่งชาติและกรมอุตุนิยมวิทยา มาพัฒนาเป็นสูตรคำนวณหาปริมาณความต้องการใช้น้ำ แล้วนำไปเทียบกับยอดจำหน่ายน้ำประปาของการประปานครหลวง ซึ่งพบว่าตัวเลขที่ได้ใกล้เคียงกัน

เมื่อมีสูตรคำนวณที่ใช้การได้ จึงนำไปใช้วิเคราะห์ปริมาณความต้องการน้ำ ระหว่างปี 2561-2581 แบ่งความต้องการเป็น 3 ระดับ คือสูงกลางและต่ำ ซึ่งหากใช้ตัวเลขระดับกลาง พบว่าในปี 2561 ความต้องการน้ำในเขตเมืองอยู่ที่ประมาณ 670 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ในปี 2581 พบความต้องการน้ำเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 700 ลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9- ร้อยละ 12 แต่หากใช้ตัวเลขระดับสูง ก็จำเป็นต้องหาน้ำเพิ่มขึ้นอีกถึงร้อยละ 15 เพื่อให้เพียงพอ

“ถ้าน้ำต้นทุนที่เราได้จากเขื่อนมันไม่เพียงพอหรือขาดแคลน โอกาสที่จะขาดน้ำมันย่อมต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพราะขาดที่เรามีอยู่ทุกวันนี้มันยังเกิดภาวะแล้งในบางฤดูกาลในเขตพื้นที่อื่น แต่ถ้าเกิดปริมาณความต้องการน้ำมากขึ้น มันก็มีโอกาสที่ภาวะของน้ำแล้งอาจจะเพิ่มขึ้นมากไปอีก จริงๆ ตัวเลขของงานวิจัยนี้มันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงได้ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อยู่ที่มาตรการที่เราจะทำ” รศ.ดร.ธีรนงค์ กล่าว

รศ.ดร.ธีรนงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อดู “นโยบายการพัฒนาเมือง” ยังพบว่า “กรุงเทพฯ ยังถูกวางให้เป็นจุดดึงดูดผู้คนทั้งจากในและนอกประเทศเข้ามาทำงาน” จึงคาดการณ์ได้ว่า “จำนวนประชากรย่อมมีแนวโน้มสูงขึ้น” ดังนั้นแล้วบทสรุปที่ผู้วิจัยได้จากการหารือกับผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย คือข้อเสนอ “กระจายสาธารณูปโภคออกไป” เพื่อลดการที่คนเข้ามากระจุกตัวแต่ในกรุงเทพฯ ที่นับวันจะมีพื้นที่น้อยลงเรื่อยๆ รวมถึง “ใช้กลไกราคาควบคุมพฤติกรรมการใช้น้ำ” เพื่อลดการใช้น้ำที่เกินกว่าความจำเป็น ไม่ให้ปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรงขึ้นในอนาคต!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : เดินท่องเมืองเก่าสงขลา เติมชีวิตชีวาด้วย ‘กาแฟอ่อนหวาน’

Posted on August 21, 2022 by SoClaimon
Reply
สกู๊ปพิเศษ : เดินท่องเมืองเก่าสงขลา  เติมชีวิตชีวาด้วย ‘กาแฟอ่อนหวาน’

สกู๊ปพิเศษ : เดินท่องเมืองเก่าสงขลา เติมชีวิตชีวาด้วย ‘กาแฟอ่อนหวาน’

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ถ้าเอ่ยถึงเมืองเก่า หลายคนอาจนึกถึงอดีตเมืองหลวง หรือเมืองโบราณที่เคยรุ่งเรืองในอดีต หากที่ จ.สงขลา แม้ไม่เคยเป็นราชธานีมาก่อน แต่ก็ขึ้นชื่อเป็นเมืองเก่า ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาสำคัญยิ่ง และยังหลงเหลือร่องรอยให้ค้นหา สัมผัสอย่างตื่นตาตื่นใจ

หลักฐานระบุชัดว่า เป็นเมืองที่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงผูกพัน โดยได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองสงขลาจากฝั่งแหลมสน มาที่ตำบลบ่อยาง ในปี พ.ศ.2379 เมื่อชาวเมืองและกองทัพได้ร่วมกันสร้างกำแพงเมือง ป้อมปราการ แล้วเสร็จใน พ.ศ.2385 ก็ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานเสาหลักเมือง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เมืองสงขลา

รังษี รัตนปราการ นายกภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม อธิบายว่า ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม ตั้งอยู่ในอาคารเก่าของโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น เป็นองค์กรภาคประชาสังคม ที่ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2552 โดยกลุ่มคนรักเมืองเก่าสงขลา ที่มีนักวิชาการท้องถิ่น ที่สำนึกต่อการอนุรักษ์เมืองเก่าสงขลา ในมิติด้านมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพราะพวกเขาตระหนักดีว่า แม้จะผ่านกาลเวลามายาวนาน แต่เมืองเก่าสงขลา ยังคงความโดดเด่นทางผังเมือง และสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน เป็นทั้งแหล่งโบราณคดี จนถึงเมืองเก่าที่ยังมีชีวิตชีวาตั้งเรียงรายอยู่รอบปากอ่าวทะเลสาบสงขลา คู่กับภูมิปัญญาดั้งเดิมของ 3 กลุ่มชาติพันธุ์หลัก คือ ไทยพุทธไทยมุสลิม และไทยเชื้อสายจีน ที่ผ่านมาจึงได้ร่วมกันผลักดันให้เป็นเมืองมรดกโลก

ทุกวันนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนเมืองเก่า ไม่เพียงแค่ถ่ายรูป ชื่นชมสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาเท่านั้น ในด้านอาหารการกินก็มีทางเลือกเพื่อสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากร้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะร้านกาแฟ ที่ร่วมเป็นเครือข่ายภาคีคนรักเมืองสงขลา ได้เข้าร่วมเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน
ด้วยมีการจัดเมนูหวานน้อยสั่งได้ ซึ่งร้านเหล่านี้กระจายตัวอยู่บนถนนสายหลักของเมืองเก่า เช่น ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม

ปีรัชด์ อนันตพันธ์ เจ้าของร้าน Studio 55 เล่าว่า ส่วนตัวเป็นคนใส่ใจเรื่องสุขภาพและน้ำตาลอยู่แล้ว พอภาคีคนรักเมืองสงขลามาชวนร่วมกิจกรรมกับเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ก็เลยคิดว่าเป็นตัวเรา จึงตัดสินใจเข้าร่วม และตอนนี้ทุกเมนูในร้านสามารถปรับลดความหวานได้ ซึ่งนอกจากกาแฟแล้วยังมีชาและน้ำผลไม้ ส่วนเค้กก็ตั้งใจทำแบบโลว์ซูการ์ ใช้น้ำตาลจากลูกอินทผลัมหรือน้ำตาลโตนด และมีป้ายหวานน้อยสั่งได้ ที่ทำให้ลูกค้ารู้ว่าจะลดน้ำตาลลงระดับไหน

“อย่างไรก็ตามของหวานไม่ใช่ไม่มีประโยชน์เลย มีประโยชน์เมื่อกินในปริมาณที่เหมาะสม และนอกเหนือจากการกินของหวานทุกวันแล้วเราควรทราบว่าแต่ละวัน เมื่อดื่มกาแฟเข้าไปด้วยเรารับน้ำตาลเข้าไปเท่าไหร่แล้ว ให้พยายามลดน้ำตาลลงในแต่ละวัน ลิ้นของเราก็จะชินไปเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกอร่อยโดยไม่ต้องปรุงแต่งมาก” ปีรัชด์ กล่าว

ด้าน ธีระพล วานิชชัง เจ้าของร้านกาแฟ Dot บอกว่า การดื่มกาแฟคือความสุนทรีย์ ดื่มแล้วควรมีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่ใช่เพิ่มโรคภัยจากความหวานที่เกินพอดี ซึ่งเมื่อลูกค้าเข้าร้านก็จะให้ทดลองดื่มกาแฟที่มาจากหลากหลายพื้นที่ และไม่ได้ผสมน้ำตาล เมื่อลูกค้าชื่นชอบรสชาติไหน ก็จะเลือกกาแฟชนิดนั้น ส่วนใหญ่คอกาแฟไม่ดื่มรสหวานอยู่แล้ว หรือต้องการความหวานระดับใดก็สั่งได้ตามความชอบ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสมทันตแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และผู้จัดการเครือข่ายรณรงค์เด็กไทยไม่กินหวาน เล่าว่าสงขลาเป็นเครือข่ายของเด็กไทยไม่กินหวาน และเครือข่ายภาคีคนรักเมืองสงขลา มีการรวมตัวของคนท้องถิ่นทุกภาคส่วน ทั้งข้าราชการในมหาวิทยาลัยครูบาอาจารย์ในโรงเรียน เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ความเป็นเมืองเก่าไว้

สิ่งที่เป็นเสน่ห์คือมีการพูดถึงร้านอาหารทั้งที่เป็นร้านอาหารดั้งเดิม ร้านอาหารเจ้าอร่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านกาแฟที่มีเยอะมาก ทั้งฝั่งนครนอกและนครใน จึงคิดว่าร้านกาแฟเหล่านี้อยู่ในเครือข่ายภาคีคนรักสงขลาแล้ว ถ้าเป็นไปได้ทางเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานก็อยากร่วมทำงานด้วย เพราะมีเป้าหมายดูเรื่องน้ำตาลเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ทพญ.ปิยะดา กล่าวว่า กลุ่มภาคีคนรักสงขลาเขามองเรื่องวัฒนธรรม อนุรักษ์เมืองเก่า ทำให้เป็นเมืองสุขภาพ เอื้อต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับที่เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานทำอยู่ ในประเด็นของการจัดการสิ่งแวดล้อมด้านอาหาร จึงมีการพูดคุยกันและทยอยทำกิจกรรมร่วมกันเชิงบูรณาการครบทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม คนท้องถิ่น คนเก่าเล่าเรื่อง ภาพเมืองเก่าดั้งเดิม และถ้าทำได้ดี ก็จะเป็นตัวอย่างสำหรับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

จากการศึกษาของเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานพบว่าคนไทยตั้งแต่เด็กได้รับน้ำตาลจากเครื่องดื่มในปริมาณมาก เริ่มแรกเราก็พยายามทำให้คนดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยลง มีการดำเนินการเรื่องภาษีสำหรับเครื่องดื่มสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ซึ่งได้ขึ้นภาษีไปตั้งแต่ปี 2564 และตอนนี้เหลืออีกก้าวเดียว คือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลจะถูกเก็บภาษีเต็มที่ ทีนี้การที่เราบอกจะขึ้นภาษี คนก็หนีไปดื่มกาแฟในร้านต่างๆ ที่เป็นลักษณะร้านกาแฟชง เราจึงต้องทำงานคู่ขนานเพื่อให้มีร้านกาแฟทางเลือกสำหรับประชาชน และการที่เครือข่ายทำงานกับกลุ่มเป้าหมายผู้ใหญ่ด้วย เพราะผู้ใหญ่คือคนกำหนดสังคม

“เราอยากให้เด็กอยู่ในสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพของเขา อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีร้านอาหารร้านเครื่องดื่มที่ดูแลสุขภาพ ลดน้ำตาล เด็กจะสั่งตามผู้ใหญ่ก่อน ประกอบกับตอนนี้กาแฟคือค่านิยมของคนไทย ถ้าสังเกตจะเห็นว่ามีเด็กระดับประถมปลายและมัธยมเข้าไปนั่งในร้านกาแฟบ้างแล้ว การเป็นเครือข่ายร่วมทำงานด้วยกันจึงถือว่าได้ทั้งคู่ ร้านกาแฟจะมีเมนูเพื่อสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าเด็กคนทำงานหรือผู้สูงอายุหากจะสั่งก็สามารถสั่งให้มีน้ำตาลน้อยลงได้ ทำให้ลิ้นไม่ติดรสชาติหวานมากเกินไปและไม่เสี่ยงต่อภาวะอ้วน หรือโรค NCD เช่นเบาหวาน” ผจก.เครือข่ายรณรงค์เด็กไทยไม่กินหวานอธิบายย้ำ

เบื้องต้น จึงหวังว่าเวลาที่คนสั่งกาแฟ อยากให้คำว่าลดน้ำตาลหรือลดหวานกลายเป็นคำติดปาก ตอนนี้ผู้ขายส่วนใหญ่จะถามลูกค้าว่า“อ่อนหวานไหม” แต่เป้าหมายคือกระตุ้นให้ผู้บริโภคสั่งลดหวานเองอัตโนมัติ ซึ่งเกือบ 10 ปีที่เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานได้เริ่มทำกิจกรรม จากร้านกาแฟเล็กๆ 2-3 ร้าน ตอนนี้มีเครือข่ายร้านกาแฟอ่อนหวานทั่วประเทศมากกว่า 1,000 ร้าน

พร้อมกันนี้ อยากให้ร้านกาแฟหรือร้านเครื่องดื่มที่ส่งผ่านช่องทางเดลิเวอรี่ช่วยเพิ่มรายการให้ผู้สั่งเลือกได้ว่าหวานระดับไหน กี่เปอร์เซ็นต์ ทำเป็นตัวเลือกให้เช็ค เพราะจากการเก็บข้อมูลในพื้นที่และรายงานจากร้านค้า ส่วนใหญ่จะเว้นเป็นช่องว่างให้เติม ลูกค้าไม่อยากเขียนเติมก็ปล่อยผ่าน แต่ในกลุ่มที่ทำเป็นช่องให้เลือกจะมีลูกค้าเลือกเข้ามามากกว่า

สำหรับแผนที่ท่องเที่ยวของหรอยบ่อยางที่มีสัญลักษณ์มดน้อยหน่อย เป็นเครื่องหมายแสดงถึงร้านกาแฟอ่อนหวาน สื่อถึงการให้ความสำคัญกับการลดการบริโภคน้ำตาลของนักท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่าสงขลา ซึ่งตอนนี้มีร้านกาแฟที่เข้าร่วมทั้งสิ้น 9 ร้าน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าน้ำตาลเป็นที่มาของโรค NCDs

“กาแฟอ่อนหวาน”จึงเป็นคำตอบของนักท่องเที่ยวรักสุขภาพ ที่เป็นความร่วมมือของภาคีคนรักเมืองสงขลาและเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานในครั้งนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : มหาดไทยมอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน

Posted on August 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674640

สกู๊ปพิเศษ : มหาดไทยมอบโฉนดที่ดินทั่วไทย  นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน

สกู๊ปพิเศษ : มหาดไทยมอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่หอประชุมอำเภอวังยาง ตำบลยอดชาด จังหวัดนครพนม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมามอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนเจ้าของที่ดินตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” โดยมีส่วนราชการจังหวัดนครพนม, นายอำเภอวังยาง, เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม, ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจังหวัดนครพนม เข้าร่วมในพิธีมอบโฉนดที่ดินในครั้งนี้

นายนิพนธ์กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน ซึ่งในปีนี้ เป็นปีแรกที่รัฐบาล ได้ประกาศให้มีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน พร้อมกันทั้งประเทศ โดยกระทรวงมหาดไทย ตั้งใจช่วยเหลือประชาชนเรื่องที่ดิน ในการเร่งรัดการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในที่ดินที่ประชาชนเข้าไปทำประโยชน์ ซึ่งขณะนี้มีโฉนดที่ดินที่ได้ดำเนินการตามโครงการฯ แล้วเสร็จพร้อมที่จะมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของที่ดินแล้ว

วันนี้จึงเป็นวันที่ดีที่พี่น้องหลายครอบครัวได้มีโอกาสสร้างหลักประกันความมั่นคงในกรรมสิทธิ์ เกิดแรงจูงใจที่จะพัฒนาที่ดินเพื่อเพิ่มผลผลิตสร้างรายได้ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ และยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตในครอบครัวให้ดีขึ้น จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้หวงแหนที่ดินของตน ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่สำคัญไว้ให้ดีอย่าให้สูญหายหรือถูกผู้อื่นหลอกลวง เอาไปใช้ในทางที่ทำให้ท่านเสียประโยชน์ และขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ให้ความใส่ใจและเร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้มีความมั่นคงในกรรมสิทธิ์และการถือครองที่ดิน ในครั้งนี้ด้วย

นอกจากเรื่องที่ดินทำกินแล้ว ในเรื่องของการประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่งเป็นรายได้หลักประชาชนนั้น รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินนโยบายเรื่องการประกันรายได้เกษตรกรในพืชหลัก 5 ชนิด ซึ่งจากการสอบถามพี่น้องประชาชนที่มาร่วมรับโฉนดที่ดินในวันนี้ส่วนใหญ่ต่างมีความพึงพอใจในการได้รับประโยชน์จากนโยบายประกันรายได้ อีกทั้งที่ดินที่ได้รับก็เป็นกรรมสิทธิ์ที่มั่นคงสามารถสร้างมูลค่าในทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นและเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการต่อไป

สำหรับโฉนดที่ดิน ที่มอบให้ประชาชนในจังหวัดนครพนม เป็นการออกโฉนดที่ดินไปแล้วเกือบ 1,848 แปลง คิดเป็น 3,334 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ประชาชนเข้าครอบครองทำประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ที่นา ปลูกข้าว ที่ไร่ ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง และปลูกยางพารา มาเป็นเวลากว่า 50 ปี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,938,115 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
กางโรดแมพ ‘EV–SAF’ ครบวงจร พลิกโครงสร้างพลังงาน ดับวิกฤต PM 2.5
คนไทยร่อแร่! ไอเอฟดีโพล เผย 88% ปากท้องตึง-หมดหวัง ขยันแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น
Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026
หัตถานารายณ์ ครั้งที่ 2ตอกย้ำพลัง Soft Power ไทย บอสณวัฒน์ กชเบล นำทัพประกาศ ความสำเร็จ

Recent Posts

  • แค่ขอโทษไม่พอ สส.พิชานนท์ ซัดพรรคส้ม ปมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน
  • บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
  • Sakamoto Math เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทยชวนผู้ปกครองและบุตรหลานมาสัมผัสการเรียนคณิตศาสตร์ในมุมใหม่จากญี่ปุ่น
  • ครอบครัวอาสาสมัครกาชาดรวมพลัง ลุยโคลนปลูกป่าชายเลน สู้ภัยโลกร้อน ในโครงการ ‘ฉันเป็นป่าฯ’
  • พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร มอบเงินจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d