Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ตะลึงพบ นร.ครึ่งโหลรับเพิ่งเสพกัญชาก่อนเข้าเรียน สพม.นครพนมสั่งครูจับตาเข้ม

Posted on July 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669606

ตะลึงพบ นร.ครึ่งโหลรับเพิ่งเสพกัญชาก่อนเข้าเรียน สพม.นครพนมสั่งครูจับตาเข้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.29 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม ประกาศเข้มโรงเรียนปลอดกัญชา สั่งครูจับตานักเรียนห้ามเสพ ตะลึงพบนักเรียนครึ่งโหลรับเพิ่งเสพก่อนเข้าเรียน

นายศักดา ชัยภัย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม (ผอ.สพม.ฯ)  เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลมีการออกกฎหมายกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ รวมถึงถอดกัญชาออกจากยาเสพติดประเภท 5 โดยทาง สพม.นครพนม ถือเป็นอีกหน่วยงานสำคัญที่จะต้อง กำกับดูแล ควบคุมโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่ฯ รวม 55 แห่ง โดยมีคำสั่งให้คณะผู้บริหาร ครูอาจารย์ ช่วยกันสอดส่องพฤติกรรมของนักเรียน ห้ามมีการ เสพ ซื้อ-ขาย หรือสันทนาการเกี่ยวกับกัญชา รวมถึงขอความร่วมมือพ่อแม่ผู้ปกครอง ในการช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของลูกหลานเยาวชน ไม่ให้เข้าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดรวมถึงกัญชา เพราะยังมีผลกระทบต่อระบบประสาทหากมีการใช้ในปริมาณมากเกินไป

ทั้งนี้ ผอ.สพม.นครพนม ได้ประกาศให้โรงเรียนทั้ง 55 แห่ง เป็นสถานศึกษาปลอดกัญชาและยาเสพติด และห้ามนำกัญชา ผลผลิตกัญชา เข้ามาในสถานศึกษาเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหลานเยาวชน เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออนาคตการศึกษาตามมา พร้อมมอบนโยบายเน้นให้โรงเรียนมีการส่งเสริมสนับสนุน สร้างพื้นฐานอาชีพให้เยาวชนลูกหลาน มีความรู้พื้นฐานด้านอาชีพ ควบคู่กับการพัฒนาส่งเสริมสนับสนุน สร้างความรู้ด้านวิชาการ ที่จะเป็นการสร้างพื้นฐานให้กับครอบครัว หลังจบการศึกษาจะมีอาชีพที่สร้างงาน สร้างรายได้มั่นคง

อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีสถานศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม คณะกรรมการด้านยาเสพติดได้เข้าไปให้ความรู้แก่นักเรียนชั้นมัธยมโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมให้มีการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ขณะที่เตรียมการตรวจคณะกรรมการได้สอบถามนักเรียนว่า ใครที่เสพกัญชามาก็ให้บอก หากตรวจแล้วเจอสารในปัสสาวะอาจถูกผู้บริหารภาคทัณฑ์ ปรากฏว่ามีนักเรียนอย่างน้อย 6 คนในจำนวนนั้นเป็นนักเรียนหญิง 2 คน ยอมรับว่าเพิ่งเสพกัญชามากัน จากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้เชื่อได้ว่ากัญชา แม้จะมีการปลดออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 แล้วก็ตาม ตอนนี้ได้ทะลุเข้าไปอยู่ในสถานศึกษา และไม่ใช่สถานศึกษาแห่งนี้ที่เดียวอย่างแน่นอน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทั่วไทยถวายพระพรในหลวง ร่วมทำบุญตักบาตร วันเฉลิมพระชนมพรรษา28ก.ค.

Posted on July 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669605

ทั่วไทยถวายพระพรในหลวง ร่วมทำบุญตักบาตร วันเฉลิมพระชนมพรรษา28ก.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.20 น.

เกาะสมุย

เกาะสมุย

เกาะสมุย

พสกนิกรชาวเกาะสมุย ร่วมตักบาตรเฉลิมพระชนมพรรษาพระเจ้าอยู่หัว

ภายในอาคารกาญจนาภิเษก อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสุทธิพงษ์ ทองเรือง ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะสมุย ได้เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย พร้อมเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ์ รัชกาลที่ 10 เนื่องในวันพระชนมพรรษา

สตูล

สตูล

สตูล

จังหวัดสตูล จัดกิจกรรมตักบาตร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.2565

ที่สำนักงานเทศบาลเมืองสตูล นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำข้าราชการ ทุกหมู่ และพสกนิกรชาวสตูล ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

โดยพระสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์จำนวน 10 รูป จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลถวายผ้าไตรและเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์ร่วมอนุโมทนา  จากนั้นประธานนำพสกนิกรที่พร้อมใจ  ใส่เสื้ิอเหลืองและสีสุภาพร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณรจำนวน 71 รูป เพื่อถวายพระราชกุศลให้พระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย  มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป

นครราชสีมา

นครราชสีมา

นครราชสีมา

นครราชสีมา

ชาวโคราชพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลืองสดใส พิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 71 รูป ที่บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

ที่บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานประกอบพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 71 รูป เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2565  โดยมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีต รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า หัวหน้าส่วน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักศึกษา และประชาชนกว่า 1,000 คนพร้อมใจสวมใส่เสื้อผ้าไทย และเสื้อสีเหลืองพร้อมเพียงกัน 

จากนั้นที่หอประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมาข้าราชการทุกภาคส่วนได้ร่วมกันถวายราชสักการะ ลงนามถวายพระพร รวมทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกก็มีการประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งตามวัดวาอาราม และด้านหน้าสถานที่ที่จัดไว้หรือภายในสถานที่ อาทิ ศูนย์การค้าเดอะมอล์ นครราชสีมา , ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พล่าซ่า โคราช ส่วนอำเภอต่างๆทั้ง 32 อำเภอมีการทำบุญตักบาตรบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอ และวัดวาอารามบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักของพี่น้องพสกนิกรประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา

พังงา

พังงา

จ.พังงา​ นายอำเภอ​ตะกั่วทุ่ง​ นำพสกนิกรร่วมทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวง ร.10

ที่หน้าที่ว่าการ​อำเภอ​ตะกั่วทุ่ง​ จังหวัด​พังงา​ นายอภิสิทธิ์​ สองเมือง​ นายอำเภอ​ตะกั่ว​ทุ่ง​ นำข้าราช องค์กร​ปกครอง​ส่วนท้องถิ่น​  ผู้นำ​ชุมชน​ และ​ประชาชน​ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2565 โดยปลัดอวุโสอำเภอ​ตะกั่วทุ่ง​ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และนายอำเภอ​เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระสงฆ์ 10 รูปสวดเจริญพระพุทธมนต์​ และพีธีกล่าวดูอาร์ถวายพระพร​ ของศาสนา​อิสลาม​

บุรีรัมย์

บุรีรัมย์

บุรีรัมย์

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ พสกนิกรทุกหมู่เหล่ากว่า 2,000 คน ทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 70 พรรษา 28 กรกฎาคม 2565

นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และพสกนิกรทุกหมู่เหล่ากว่า 2,000 คน ที่พร้อมใจกันแต่งกายชุดปกติขาวและสวมเสื้อเหลือง นำปัจจัยไทยทาน ข้าวสาร อาหารแห้ง ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ สามเณร จำนวน 171 รูป ที่บริเวณด้านหน้า หอพระพุทธสิหิงค์ ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ (หลังเดิม) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : บทบาท‘ผู้นำหญิง’ลดเสี่ยง ‘ครอบงำกิจการไม่เป็นมิตร’

Posted on July 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669561

สกู๊ปแนวหน้า : บทบาท‘ผู้นำหญิง’ลดเสี่ยง  ‘ครอบงำกิจการไม่เป็นมิตร’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“การครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover)” หมายถึง “กรณีที่บุคคลหรือนิติบุคคลมีความต้องการที่จะซื้อหุ้นของบริษัทในจำนวนที่มากพอที่จะทำให้ผู้ซื้อมีอำนาจในการควบคุมกิจการของบริษัท ทั้งๆ ที่ผู้ถือหุ้นเดิมที่เป็นผู้มีอำนาจในการควบคุมกิจการในปัจจุบันไม่ต้องการขาย” ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธีคือ 1.การทยอยซื้อหุ้นโดยไม่ให้เป็นที่สังเกตของผู้ถือหุ้นปัจจุบัน เช่น ทยอยซื้อหุ้นโดยการไม่เปิดเผยชื่อหรือการซื้อหุ้นผ่านกองทุน หรือ 2.การเสนอซื้อหุ้นแก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทเพื่อครอบงำกิจการในทีเดียว โดยไม่มีการทยอยซื้อหุ้นมาก่อน

ทั้งนี้ “จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก ทำให้หลายบริษัทขาดรายได้ มีกำไรน้อย หรือถึงขั้นขาดทุน ส่งผลให้มูลค่าของบริษัทในตลาดลดลง ทำให้บริษัทเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะถูกเป็นเป้าหมายของการครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตรมากขึ้น” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน (หรือ “เจ้าของ”) ไม่ต้องการ โดยจะตรงกันข้ามกับ “การครอบงำกิจการอย่างเป็นมิตร” ที่หมายถึง “ผู้ถือหุ้นเดิมต้องการขายให้ผู้ถือหุ้นใหม่”

ในบทความนี้ผู้เขียนตั้งใจที่จะนำเสนอข้อค้นพบที่น่าสนใจจากงานวิจัยล่าสุดของ รศ.ดร.พัฒนาพร ฉัตรจุฑามาส จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้เขียน) ที่พบว่าผู้นำหญิงสามารถมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตรได้ ทั้งนี้ “ทุกคนต่างก็อยากได้ของที่มี
แนวโน้มว่าจะ “มีค่า” มากขึ้นในอนาคต การครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตรก็เช่นกัน”
 ผู้ที่มีเป้าหมายที่จะเข้าซื้อกิจการหนึ่งๆ ต้องมีความคาดหวังว่ากิจการนี้จะมีมูลค่ามากขึ้น หรือมีวิธีที่จะทำให้กิจการนี้มีมูลค่ามากขึ้นในอนาคต

“มีปัจจัยหลายประเภทที่เป็นเหตุให้บริษัทถูกมองว่ามีมูลค่าต่ำในปัจจุบัน แต่อาจมีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคต” ไล่ตั้งแต่ 1.การบริหารงานของคณะกรรมการบริหารและผู้บริหารในปัจจุบัน โดยผู้ซื้ออาจมองว่าคณะกรรมการบริหารและผู้บริหารในปัจจุบันมีการกำหนดนโยบายที่ไม่เหมาะสม ไม่มีประสบการณ์ หรือไม่มีความชำนาญในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด ดังนั้นหากผู้ซื้อครอบครองกิจการได้สำเร็จ ก็จะสามารถเปลี่ยนและเลือกคณะกรรมการบริหารและผู้บริหารชุดใหม่ที่น่าจะกำหนดนโยบายและบริหารบริษัทได้อย่างเหมาะสมมากกว่า

ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในกรณีนี้คือ ยิ่งบริษัทมีผลประกอบการจากธุรกิจเดิมหรือธุรกิจหลักลดลงมากเท่าไหร่ ผู้บริหารชุดปัจจุบันยิ่งจะมีแนวโน้มที่จะหาธุรกิจอื่นที่ตนเองอาจไม่มีความรู้หรือประสบการณ์มาทำ โดยหวังว่าจะเป็นการ “หนีตาย” ซึ่งการเข้าไปซื้อธุรกิจเหล่านี้มักจะมีราคาที่สูงกว่าปกติ ส่งผลให้กำไรของบริษัทยิ่งตกต่ำลงไปกว่าเดิม และกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการถูกครอบงำกิจการอย่าง
ไม่เป็นมิตร

2.การที่บริษัทมีสินทรัพย์ดีๆ เช่น ที่ดิน อาคารสำนักงาน โรงงาน สิทธิบัตร ฯลฯ ที่ผู้ซื้อคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น บริษัทอาจมีที่ดินอยู่ในทำเลที่ไม่เคยมีคนสนใจมาก่อน แต่ที่ดินอยู่ในทำเลนี้กำลังได้รับความนิยมและมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสามารถเป็นเหตุให้ผู้ซื้อคาดว่าบริษัทจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต

3.ปัญหาตัวการตัวแทน (Principle Agent Problem) ซึ่งผู้บริหารมืออาชีพที่ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือ
ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทมักจะให้ความสำคัญกับผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นเป็นเป้าหมายรอง ไม่สนใจว่าราคาหุ้นจะตกต่ำเพียงใด สนใจเพียงแต่การขยายบริษัทให้ใหญ่ขึ้นหรือทำให้บริษัทมีเงินสดมากๆ เพื่อทำให้ตัวเองได้ผลตอบแทนที่สูงที่สุดในระยะสั้น ทำให้บริษัทตกเป็นเป้าหมายของการครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตรมากขึ้น

“การป้องกันการถูกครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตร” สามารถทำได้หลายวิธี 1.การ “วางยา” (Poison Pills) ซึ่งหมายถึงการวางกับดักบางอย่างเอาไว้ในกิจการ แม้สามารถซื้อกิจการได้สำเร็จและกุมอำนาจการควบคุมส่วนใหญ่ไว้แล้ว อาจต้องประสบกับความยุ่งยากภายหลังจากเงื่อนไขที่ถูกวางยาไว้ เช่น หากบริษัทถูกนักลงทุนหรือบริษัทอื่นเข้าซื้อหุ้นจนถึงสัดส่วนที่กำหนดไว้ ผู้ถือหุ้นปัจจุบันสามารถซื้อหุ้นใหม่ของกิจการได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดมากๆ

ซึ่งจะเป็นการสร้างภาระอันมหาศาลต่อผู้ซื้อที่ต้องการครอบงำกิจการ เพราะผู้ซื้อจะต้องไล่เก็บซื้อหุ้นที่มีอยู่ในตลาดมากขึ้นและทำให้การครอบงำกิจการทำได้ยากขึ้น 2.การมีการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) ที่ดี ซึ่งหมายถึงการที่บริษัทมีคณะกรรมการบริษัทที่ทำหน้าที่รักษาประโยชน์ของผู้ถือหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในผลงานวิจัยล่าสุดของ รศ.ดร.พัฒนาพร พบว่า “บริษัทที่มีความเสี่ยงที่จะถูกครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตรในระดับสูง จะเป็นกิจการที่มีการกำกับดูแลกิจการไม่ค่อยดี”

โดย “ปัจจัยในด้านการกำกับดูแลกิจการที่งานวิจัยชิ้นนี้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือสัดส่วนคณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้หญิง” งานวิจัยชิ้นนี้พบว่า “บริษัทที่มีความเสี่ยงที่จะถูกครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตรในระดับสูง มักจะมีสัดส่วนคณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้หญิงและคณะกรรมการบริษัทที่เป็นกรรมการอิสระในระดับต่ำ” นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยยังพบอีกว่าการมีคณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้หญิงสามารถป้องกันการครอบงำกิจการได้ดีกว่าการมีกรรมการอิสระเสียอีก

“สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้นำหญิงในรูปแบบของคณะกรรมการบริษัทสามารถช่วยป้องกันการครอบงำกิจการได้ดี เป็นเพราะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้หญิงจะให้เวลาและมีความพยายามในการกำกับดูแลกิจการมากกว่าคณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้ชาย ส่งผลให้องค์กรมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงลดโอกาสที่บริษัทจะถูกครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตรได้”

คุณลักษณะหลักๆ ที่ทำให้ผู้นำหญิงสามารถนำพาบริษัทให้รอดพ้นวิกฤตได้ดีกว่าผู้นำชายคือ ความสามารถในการชี้นำผู้อื่นและสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินการ ตลอดจนความสามารถในการกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและรวมผู้คนเข้าด้วยกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ผู้นำหญิงทำเช่นนี้ได้เพราะ “ความละเอียดอ่อน” ทำให้มองเห็นถึงและส่งเสริมศักยภาพของทีมงาน ผู้นำหญิงมีความจริงใจและกล้าที่จะเปิดความจริงถึงสภาวะวิกฤต ใช้ความเห็นอกเห็นใจมากกว่าการออกคำสั่ง
ตัวอย่างเช่น การรับมือของสถานการณ์โควิด-19 ของผู้นำประเทศที่เป็นหญิงมีประสิทธิภาพสูงกว่าผู้นำชาย อาทิ
จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เป็นต้น

บทความนี้นำเสนอบทบาทที่สำคัญของผู้นำหญิงอีกบทบาทหนึ่งที่เป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลกิจการและลดโอกาสที่บริษัทจะถูกครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตร ซึ่งความเสี่ยงของเหตุการณ์นี้จะเพิ่มสูงขึ้นมากในภาวะวิกฤต อย่างไรก็ตาม..ผู้อ่านควรทำความเข้าใจถึงผลดีผลเสียของแต่ละกลยุทธ์และสภาพแวดล้อมของบริษัทก่อนที่จะนำไปประยุกต์ใช้ ดังสุภาษิตจีนที่ว่า “รู้เขา-รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง”!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จนท.วัดธาตุทอง ‘ทวงเงินเจ๊’ คนจัดงานที่ลานจอดรถ 9 วันยังไม่ได้จ่ายเงินให้วัด

Posted on July 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669595

จนท.วัดธาตุทอง 'ทวงเงินเจ๊' คนจัดงานที่ลานจอดรถ 9 วันยังไม่ได้จ่ายเงินให้วัด

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 23.59 น.

ผู้สื่อข่าวรายกรณีที่มีผู้จัดงานภายในบริเวณลานจอดรถวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กทม.ช่วงระหว่างวันที่ 13-21 ก.ค.65 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา แต่ถูกประชาชนคัดค้านแสดงความไม่เห็นด้วย เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อโรงเรียน 3 แห่งที่อยู่ภายในวัดธาตุทอง ตลอดจนการสัญจรของผู้ปกครองและผู้ที่ต้องไปร่วมงานพิธีสวดพระอภิธรรมศพภายในวัด จนทางสำนักงานเขตวัฒนา ได้มีหนังสือแจ้งยกเลิกการจัดงานไปยังพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง เมื่อวันที่ 8 ก.ค.65 แต่ปรากฎว่าทางผู้จัดยังคงดื้อรั้นเดินหน้าจัดงานจนได้ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีไวยาวัจกรวัดบางหนึ่งมีส่วนรู้เห็นกับการจัดงานนี้ด้วย ทั้งๆ ที่ทางเจ้าอาวาสไม่ได้เซ็นอนุมัติแต่ให้ทางผู้จัดกับทางเขตไปพูดคุยกันเอาเอง 

สำหรับผู้จัดงานเป็นเจ๊คนหนึ่งที่ได้ขึ้นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่บริเวณหน้าวัดธาตุทอง พร้อมกับระบุชื่อและเบอร์โทรศัพท์ให้ผู้ที่สนใจจับจองร้านค้าติดต่อไปจับจองพื้นที่ตั้งร้านได้ โดยค่าจองตั้งร้านๆ ละ 15,000 บาท แต่หลังจากที่งานนี้จัดเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.65 ที่ผ่านมาจากการตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่วัดธาตุว่า ผู้จัดงานได้มีการจ่ายเงินค่าเช่าสถานที่ลานจอดรถของวัดให้กับวัดหรือไม่ ปรากฎทางเจ้าหน้าที่ของวัดแจ้งกลับมาว่า ทางผู้จัดงานยังไม่ได้มีการจ่ายเงินให้กับวัดแต่อย่างใด

ล่าสุด “ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” ได้มีการตรวจสอบไปยังสถานที่จัดงานแห่งหนึ่งซึ่งมีการจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 24 ก.ค.-4 ส.ค.65 ที่บริเวณหน้าสหกรณ์เอกมัย พบว่า ผู้จัดงานดังกล่าวเป็นเจ๊คนเดียวกันกับที่มาจัดงานที่บริเวณลานจอดรถหน้าวัดธาตุทองเมื่อช่วงวันที่ 13-21 ก.ค.65 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แหล่งข่าวและเจ้าหน้าที่จากวัดธาตุทอง เปิดเผยว่า เจ๊คนดังกล่าวยังไม่ได้จ่ายเงินให้กับวัดธาตุทอง จึงขอให้ไปจ่ายเงินให้กับวัดโดยด่วน เนื่องจากการจัดงานที่บริเวณลานจอดรถของวัดะาตุทองช่วงระหว่างวันที่ 13-21 ก.ค.ที่ผ่านมานั้นทำให้ทางวัดเสียผลประโยชน์ โดยเฉพาะรายได้ที่ทางวัดควรจะได้ในแต่ละวันจากค่าจอดรถของประชาชนที่มาทำบุญในวัด เมื่อมีการจัดงานขึ้นรวมทั้งหมด 9 วัน ทำให้รายได้ของวัดหายไปทั้ง 9 วัน ซึ่งเงินทั้งหมดเป็นเงินที่วัดควรได้ เพื่อนำไปใช้ในกิจการทางศาสนา ทำนุบำรุงสถานที่ภายในวัด และอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน เข้ามาสอบสวนในเรื่องนี้ว่า การกระทำของเจ๊คนดังกล่าวเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ – 003
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจยายคนที่เขียนจม.ถึงครูขอนมให้หลาน เผย’น้องพอใจ’ชอบกินมาก

Posted on July 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669590

เปิดใจยายคนที่เขียนจม.ถึงครูขอนมให้หลาน เผย'น้องพอใจ'ชอบกินมาก

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 22.22 น.

กลายเป็นไวรัลบนโลกโซเซียล หลังจากคุณครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.ระยอง ได้โพสต์เรื่องราวของคุณยายที่เขียนจดหมายถึงครูเพื่อขอนมให้หลาน ล่าสุดยายคนดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องทำเช่นนั้นแล้ว  ขณะที่มีผู้ใจบุญแห่ให้ความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก

27 ก.ค.65 ในโลกออนไลน์ผู้คนให้ความสนใจอย่างมากเมื่อครูได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค Ae Nattaphat ระบุว่า ถ้าเป็นคุณจะรู้สึกเหมือนกันไหม  ในเช้าวันจันทร์ มีเด็กน้อยคนหนึ่งเดินเอากระดาษใบน้อยๆที่พับอยู่มาให้ผม แล้วบอกว่า “ยายหนูฝากมาให้ครู….ค่ะ” เมื่อได้เปิดอ่านดู ข้อความในกระดาษมันทำให้ผมรู้สึกเศร้า หดหู่ใจแต่เช้าเลย เด็กน้อยไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าข้อความในกระดาษเขียนอะไรไว้บ้าง ครูได้แต่ลูบหัวเด็กน้อย แล้วบอกว่าเย็นนี้มาเอานมกับครูกลับไปกินที่บ้านด้วยนะ /อยากจะช่วยเขามากกว่านี้นะ แต่ก็คงช่วยอะไรมากไม่ไหว ครูคงได้แต่สอนดูแลให้ความรู้ ความอบอุ่นเขา หวังให้เด็กน้อยได้เติบโตมาเป็นเด็กดี เป็นคนดีที่มีคุณภาพในสังคม ผมไม่ได้ต้องการอะไรจากใคร แค่อยากจะบันทึกเรื่องราวที่พบเจอเอาไว้เล่าสู่กันฟังเท่านั้นเอง ชีวิตการทำงานของผมที่ได้มาสอนเด็กโรงเรียนวัดเล็กๆแห่งหนึ่ง มักจะได้พบเจอเรื่องราวแบบนี้อยู่เรื่อยๆเลย มันทำให้ผมรู้สึกโคตรอยากจะรวยเลยวะ จะได้ช่วยเหลือเด็กๆทุกคนให้เต็มที่เลย

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นางลั่นทม ธูปบูชา อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 56 /5 หมู่ 1 ตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นเจ้าของจดหมาย เปิดเผยว่า ตนเองอยู่บ้านเลี้ยงหลานทั้งหมด 4 คนมี น้องกาฟิวเรียนอยู่ ม. 5 น้องกีวี่ เรียนอยู่ประถม 5 ทั้งสองคนไม่มีพ่อ แต่ยังมีแม่ที่คอยส่งเสียอยู่ ส่วนน้องพอใจอายุ 9 ปีเรียนอยู่ป. 3 โรงเรียนวัดน้ำคอกเก่า และน้องเป็นต่อ อายุ 3 ปี ยังไม่ได้เรียนหนังสือ ทั้งสองพี่น้องไม่มีทั้งพ่อและแม่

“ยายรับหน้าที่เลี้ยงดูส่งเสียทั้งที่ไม่มีรายได้อะไร แต่ก็รักหลานมาก ยังไงยายก็จะเลี้ยงจนกว่าจะตายจากกัน เหตุที่ตัดสินใจเขียนจดหมายถึงครู เพราะน้องพอใจชอบกินนมมากมักจะขอนมจากครูเป็นประจำจนระยะหลังน้องอายไม่กล้าขอก็มาบ่นกับยายว่าไม่กล้าขอนมกับครูแล้ว ยายจึงตัดสินใจไปหยิบกระดาษฉีกโดยไม่ได้ตัดให้สวยงามแล้วเขียนถึงครู ให้น้องพอใจนำไปส่งให้ครูก็ไม่คิดว่าจะเป็นที่สนใจ”นายลั่นทม กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ครูทราบก็นำของมาให้ และยังมีผู้ใจบุญมาช่วยเหลืออย่างไม่ขาดสาย มีคนมาบริจาคซึ่งยายได้ให้ครูดูแล โดยนายนุกูล  เชยโพธิ์ อายุ41 ปี  และนางสาว ปัญณทัต  โชคบุญมี อายุ 40 ปี สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 75/63 ม.6 ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง หนึ่งในผู้ใจบุญ ได้ผู้นำของมาให้ ถึงที่บ้าน บอกว่า ได้ทราบข่าวจากโซเชียลก็นำของมาให้และมอบเงินให้1,000 บาทเพื่อใช้จ่าย เพราะตนเองก็มีลูกอายุสามขวบจึงอยากช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บ้าน ยาย คึกคัก มีประชาชนมามอบสิ่งของ มีสัญญาณโทรศัพท์เข้ามาโดยตลอดไม่ขาดสายสอบถามยายต้องการอะไรบ้างอยู่ตรงไหนจะนำของมาให้แล้วยายก็ได้มีการลงบันทึกจดเอาไว้ในสมุดว่าใครให้อะไรยังไงและหมายเลขโทรศัพท์ใครโทรเข้ามาบ้างเงินทั้งหมดก็จะได้ให้นำไปให้ครูเอ้ไว้ดำเนินการเปิดบัญชีให้กับน้องพอใจไว้เป็นทุนการศึกษา

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความสุขของใจนั้นมันอยู่ที่ความ ‘พอ’ พระธรรมเทศนา ‘หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี’

Posted on July 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669556

ความสุขของใจนั้นมันอยู่ที่ความ 'พอ' พระธรรมเทศนา 'หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี'

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.29 น.

“…ความสุขทางกายใครก็ต้องการทุกคน บำรุงปรนเปรอรักษาทุกๆ วิถีทาง แต่ก็ไม่ได้รับความสุขเท่าที่ควร คือไม่พอแก่ความต้องการสักที แก้ไขนี่แล้วยังเหลือโน่น บำรุงนี่แล้วยังเหลือนั่น แก้ไขบำรุงสักเท่าไรๆ ก็ไม่พอความต้องการในที่นี้มิใช่ใจหรือ ใจอยากได้โน่นได้นี่ไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนกายมันมีความรู้สึกอะไร คนตายแล้วมันรู้สึกหิวอาหารหรือไม่ เปล่าทั้งนั้นฉะนั้นความอยากในที่นี้คือใจนั่นเอง

คำว่าสุขกาย จึงเป็นคำไม่จริง ความจริงคือสุขใจดังคำเขาพูดว่าทุกข์ใจ กลุ้มใจ ร้อนใจ เสียใจ เจ็บใจ ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น หรือคำว่าสุขใจ ดีใจ ปลื้มใจ ชอบใจ ถูกใจ ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น ไม่เคยได้ยินใครพูดว่า ทุกข์กาย สุขกาย ดีกาย เสียกาย ชอบกายเพราะใจเป็นผู้รับรู้สุขทุกข์ของกายทั้งปวง เมื่อยังมีชีวิตอยู่คือยังไม่ตายจิตจะต้องรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างของกายกายเป็นเครื่องรับ ใจเป็นผู้รู้ต่างหาก ใจเป็นผู้รับรู้ จึงไม่รู้จักอิ่มรู้จักพอเป็นสักที รู้แล้วก็หายไปเรื่องอื่นมาให้รู้อีก เป็นอย่างนี้อยู่ร่ำไป จึงไม่รู้จักพอเป็นบางคนมีเงินเป็นร้อยๆ ล้านใช้จ่ายวันหนึ่งก็ไม่กี่สตางค์เหลือจากนั้นก็เก็บไว้ แต่ก็ยังไม่พออีกต่อไป

ความสุขของใจนั้นมันอยู่ที่ความพอ คือว่า “พอ” มันก็หยุดทันทีอะไรทั้งหมดหยุดหมด จะมีจะจนหยุดหมดคำว่า “พอ” ในที่นี้มิใช่ไม่หา หาแต่เป็นผู้รู้จักพอเป็นหาไปทำไม ตายแล้วเอาไปด้วยไม่ได้ เมื่อยังมีชีวิตเป็นอยู่ก็ต้องหาต้องรับประทาน ไม่หาก็ไม่มีรับประทานรับประทานพออยู่ได้ เมื่อไม่รับประทานก็ต้องตายชีวิตความเป็นอยู่มันบังคับให้ต้องทำอย่างนั้นแต่เมื่อตายแล้วก็ไม่เอาอะไรไปด้วยเพียงแต่เกิดมายุ่งเกี่ยวด้วยเรื่องต่างๆ ให้ทำความชั่วนานาชนิดแล้วทิ้งไว้ให้จิตรับเคราะห์กรรมคนเดียว ดังนั้นทุกคนจึงควรคิด 

ที่สุดนี้ขอความสุขความเจริญจงมีแก่ชาวพุทธทุกถ้วนหน้า ขอศาสนาพุทธจงงอกงามเจริญจิรังถาวรอยู่ในสิงคโปร์ชั่วกาลอวสานเทอญ…”

พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) แสดงธรรม ณ ประเทศสิงคโปร์ ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ (เวลาค่ำ) -v[86I]koTii,0yd – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ญาติโยมสาธุ!วัดธาตุทองสั่งยกเลิก 3 ข้อบังคับทำให้ญาติผู้สูญเสียมีตัวเลือกเกิดเงินหมุนเวียน

Posted on July 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669550

ญาติโยมสาธุ!วัดธาตุทองสั่งยกเลิก 3 ข้อบังคับทำให้ญาติผู้สูญเสียมีตัวเลือกเกิดเงินหมุนเวียน

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.14 น.

ญาติโยมสนับสนุนวัดธาตุทอง หลัง”พระราธวรญาณโสภณ” เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง มีคำสั่งยกเลิกกฎ 3 ข้อบังคับสำนักงานณาปนสถาน ชี้เป็นเรื่องดีทำให้ครอบครัวผู้สูญเสียมีตัวเลือกและทางเลือกในการจัดหาอาหาร เครื่องดื่ม และดอกไม้มาจัดงานศพได้มากขึ้น อีกทั้งยังจะเกิดเงินหมุนเวียนไปยังร้านอื่นๆ ได้ โดยไม่จำกัดแค่ร้านใดร้านหนึ่งที่เคยผูกขาดกับทางวัด

ความคืบหน้ากรณีที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ออกประกาศข้อกำหนดเคร่งครัดให้ใช้ดอกไม้ตกแต่งงานศพ รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มของวัดเท่านั้น โดยบรรยากาศภายในวัดไม่พบความผิดปกติใดๆ ยังคงมีผู้คนมาเข้าวัดทำบุญเป็นจำนวนมาก และหลังจากพระราธวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประธานกรรมการบริหารสำนักงานณาปนสถาน มีสั่งยกเลิกกฎทั้ง 3 ข้อดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.65 ที่ผ่านมาแล้วปรากฎทำให้ญาติโยมเข้ามาใช้บริการสถานที่ตลอดทั้งวันตั้งแต่เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.) มีการฌาปนกิจศพ 6 ราย และวันนี้ (27 ก.ค.) ฌาปนกิจศพ 7 ราย ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ที่มาขอใช้สถานที่วัดจะมีการจ่ายค่าบำรุงสถานที่ครั้งละ 5,000 บาท ส่วนคนที่ไม่มีทุนทรัพย์วัดยังยืนยันคำเดิมว่าสามารถใช้สถานที่ พร้อมกับมีดอกไม้ตกแต่งหน้าศพให้ฟรีตลอดการทำพิธีศพ

ล่าสุด ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ได้ลงพื้นที่วัดธาตุทอง โดยนางสุพรรณี (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ผู้ที่มาใช้สถานที่วัดจัดงานสวดอภิธรรมบิดา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การที่วัดมีประกาศยกเลิกข้อกำหนดทั้ง 3 ข้อ ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะทำให้ครอบครัวผู้สูญเสียมีตัวเลือกและทางเลือกในการจัดหาอาหารเครื่องดื่มและดอกไม้มาจัดงานมากขึ้น

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ที่ทางวัดออกกฎระเบียบเรื่องการใช้ดอกไม้ตกแต่งงานศพ รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มของวัดเท่านั้น เรื่องนี้นั้นตนคิดว่าเป็นการผูกขาดทางธุรกิจทำให้ผู้ประกอบการคนอื่นๆ ขาดรายได้ แต่สำหรับเรื่องดอกไม้ของทางวัดนั้นตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เจ้าภาพไม่ต้องไปวุ่นหาจากข้างนอก เพราะวัดมีแพคเกจหลายราคา แต่ถ้าเราไม่มีกำลังเงินเราก็สามารถคุยกับทางวัดได้ โดยวัดจะมีให้ยืมใช้ฟรีๆ ส่วนดอกไม้ของงานคุณพ่อเราเลือกแพคเกจหลักหมื่น เพราะครอบครัวยังพอมีกำลังเลยอยากให้งานของคุณพ่อออกมาดีที่สุดเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะทำเพื่อคุณพ่อได้

ส่วนเรื่องอาหารเครื่องดื่มนั้น ตนไม่เห็นด้วยที่จะต้องใช้บริการของทางวัดอย่างเดียว เพราะปัจจุบันมีบริการส่งอาหารหลากหลาย และเราอยากจะเลือกกินอาหารที่อยากจะกิน และเลือกอาหารเลี้ยงแขกด้วยตนเอง ไม่ใช่ว่าแพคเกจที่จัดจะไม่ดีหรือราคาแพง แต่เพราะเราอยากมีตัวเลือกอื่นจากร้านข้างนอก เพราะวัดที่ต่างจังหวัดก็ไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์เรื่องการจัดงานสวดอภิธรรมมากมาย เพียงแค่มีแรงกำลังทุกคนก็ช่วยกันทำคนละมือทั้งอาหารและดอกไม้หน้างานจนเสร็จโดยเสียเงินหลักพันเท่านั้นก็สามารถจัดงานได้แล้ว 

“ภายหลังจากวัดมีประกาศยกเลิกกฎดังกล่าวทั้ง 3 ข้อแล้วก็ทำให้ครอบครัวผู้สูญเสียมีตัวเลือกและทางเลือกในการจัดหาอาหาร เครื่องดื่ม และดอกไม้มาจัดงานศพได้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะบางครอบครัวเขาก็มีร้านประจำของตัวเองอยู่แล้ว ก็จะเกิดเงินหมุนเวียนไปยังร้านอื่นๆ ได้ โดยไม่จำกัดแค่ร้านใดร้านหนึ่ง อีกทั้งยังได้ทำตามเจตนารมณ์ของผู้ตายที่สั่งเสียไว้ก่อนตายได้อีกด้วย” นางสุพรรณี กล่าว

เช่นเดียวกับ น.ส.โมชิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี พนักงานเอกชน กล่าวว่า มาร่วมงานสวดศพคุณย่าของเพื่อนที่ทำงาน และพอทราบข่าวเรื่องที่วัดออกกฎให้ใช้ดอกไม้ตกแต่งงานศพ รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มของวัดมาบ้าง เพราะช่วงแรกๆ ของการจัดงานเพื่อนได้มาบ่นเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะมองว่าเป็นการผูกมัดญาติโยมให้ใช้แต่ของทางวัดเท่านั้น ซึ่งตนคิดว่าควรให้ญาติโยมได้เลือกสิ่งที่เขาต้องการเองมากกว่าที่วัดจะออกคำสั่งให้จัดการตามรูปแบบวัดเพราะบางครอบครัวเขามีกำลังเงินที่จะจ่ายก็อยากให้งานออกมาสมน้ำสมเนื้อมากที่สุด

“ภายหลังจากทราบเรื่องว่าทางวัดได้มีคำสั่งยกเลิกกฎทั้ง 3 ข้อดังกล่าวแล้วก็รู้สึกว่าใช้ระบบแบบนี้ดีกว่าที่จะมาบังคับให้ญาติโยมใช้ของวัดเพียงอย่างเดียว เพราะวัดควรเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมากกว่าบังคับใจ เพราะที่ผ่านมามีแต่คำถามว่า ทำไมถึงมีกฎแบบนี้ทั้งที่วัดอื่นๆ ก็ให้อิสระกับผู้จัดงานหรือเจ้าภาพ เมื่อยกเลิกกลับไปใช้แบบเดิมก็ทำให้ครอบครัวผู้สูญเสียมีทางเลือกมากขึ้น” น.ส.โมชิตา กล่าว

ขณะที่นายวัชระ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี อาชีพอิสระ กล่าวว่า โชคดีที่ติดต่อวัดเข้ามาเพื่อจัดงานศพ เป็นจังหวะที่วัดธาตุทองยกเลิกกฎดังกล่าวไป เลยได้จัดดอกไม้ตกแต่งหน้าศพได้ตามใจครอบครัวและอาหารก็สามารถสั่งข้างนอกมาเลี้ยงแขกได้ ซึ่งทำให้เราไม่รู้สึกถูกบังคับทั้งที่เป็นงานส่งผู้มีพระคุณครั้งสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้าที่ทราบว่ามีกฎข้อบังคับใช้ดอกไม้และอาหารเครื่องดื่มของวัด ก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อครอบครัวเรามีคนจากไปก็เริ่มคิดว่าจะไปจัดวัดไหนดี แต่ครอบครัวลงความเห็นว่าจัดที่วัดธาตุทองเพราะพ่อสั่งเสียไว้ เลยทำตามเจตนารมย์ของบิดา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดหดหู่ใจ! ยายวัย 80 เดินเท้าเปล่าข้ามหมู่บ้านไปขอยืมเงินเพื่อน 50 บาทซื้อข้าวกิน

Posted on July 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669486

สุดหดหู่ใจ! ยายวัย 80 เดินเท้าเปล่าข้ามหมู่บ้านไปขอยืมเงินเพื่อน 50 บาทซื้อข้าวกิน

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.18 น.

ยายวัย 80 ปีที่อุดรธานี แถมตามองไม่ค่อยเห็นเดินถือไม้เท้าเดินเท้าเปล่าข้ามหมู่บ้านระยะทางเกือบ 2 กม.หวังไปขอยืมเงินเพื่อนและญาติพี่น้อง 50 บาทซื้อข้าวกิน “ยาย” เปิดใจอย่างอารมณ์ดีไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ได้เงินคนแก่และคนพิการเดือนละ 1,500 บาท ยายไม่หวังอะไรมากแล้ว แต่จะเอาอะไรมาให้ยายก็ได้ พร้อมบอกนักข่าว “มางวดหน้าอย่าลืมเอาน้อยหน่ามาฝากยายด้วย”

วันที่ 27 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสมาชิก TikTok @userukoowcdt5j โพสต์คลิปสุดหดหู่ หลังไปเจอคุณยายท่านหนึ่งอายุกว่า 80 ปี สายตาฝ้าฟาง เดินเท้าเปล่ากว่า 2 กิโลเมตร เพื่อไปยืมเงิน 50 บาทมาซื้อข้าวกิน เหตุเกิดขึ้นบนนถนนระหว่างหมู่บ้านดอนย่านาง ไปบ้านงอย ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยในคลิป คุณยายคนดังกล่าวกำลังเดินอยู่กลางถนน ไม่สวมรองเท้า มีไม้เท้าค้ำยันช่วยเดิน ซึ่งคุณยายสายตาไม่ค่อยดี มองเห็นเพียงรางๆ เท่านั้น ซึ่งเพื่อนของเจ้าของคลิปได้เข้ามาตอบคอมเม้นต์บอกว่า กำลังไปติดแอร์กันแล้วเห็นยายเดินอยู่กลางถนน เลยเข้าไปสอบถาม ได้ความว่าจะเดินไปขอเงินหมู่บ้านข้างๆ ประมาณ 2 กิโลเมตร 

หลังจากนั้นกลุ่มของผู้โพสต์ก็ได้พาคุณยายนั่งรถกลับไปมาส่งที่บ้าน พร้อมกับสอบถามความเป็นอยู่ ซึ่งคุณยายมีลูกหลาน แต่ไปทำงานต่างหมู่บ้าน คุณยายจึงได้อยู่เพียงลำพัง จากนั้นผู้โพสต์ก็ได้ให้เงินคุณยายไว้ ก่อนที่คุณยายจะอวยพรกลับไป หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ไปก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เพราะต่างสงสารยายที่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก และอยากให้ผู้นำท้องถิ่นเข้าไปช่วยเหลือด้วย

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับคุณยายนางบุญ ฤทธิ์นายม อายุ 80 ปี คุณยายคนดังกล่าวตามคลิปอยู่ที่บ้านเลขที่ 35 บ้านดอนย่านาง หมู่ 11 ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ตนมีลูก 4 คนคงตายหมดแล้ว ลูกสาวคนแรกไปทำงานต่างจังหวัดไปดูดวงเขาบอกว่าตายแล้ว ลูกชายคนสองอยู่อุบลราชธานีก็ตาย ส่วนอีกคนอยู่มาเลย์ก็ไม่เห็นติดต่อมาหาแม่เลย คงตายกันหมดแล้ว ไม่เคยส่งเงินมาให้แม่เลย เหลือคนเดียวคือลูกสาวคนสุดท้าย 

“แม่ก็อยู่อย่างนี้แหละลูกเอ๋ย ส่วนที่แม่เดินไปขอเงินเพื่อนและญาติพี่น้องจะเอาเงินมาซื้อข้าวกิน ยังเดินไปไม่ถึงก็มีคนเอาเงินมาให้ ตอนนี้ใช้ยังไม่หมดเลย ส่วนเงินรายได้แต่ละเดือนก็จะได้เงินคนแก่ 700 บาทและคนพิการรวมแล้วเดือนละ 1,500 บาทต่อเดือน ซื้อข้าวกินจ่ายค่าไฟในบ้าน” ยายบุญกล่าว

ยายบุญเล่าเรื่องความหลังให้ฟังว่า ตอนยายสาวๆ พ่อไปเอาเมียใหม่ เลยทำให้ยายไม่ได้ทรัพย์สมบัติจากพ่อเลย ที่นาและวัวพ่อไม่ให้อะไรเลย ยายเลยมาอยู่กับสามีที่บ้านแห่งนี้ แต่ตอนนี้สามีตายแล้ว ก็อยู่กับลูกๆ ยายไม่ขออะไรหรอกลูกๆ อยากช่วยอะไรยายก็ช่วย อยู่แบบนี้ก็อยู่ตามสภาพ แต่ยายไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ 

“ถ้ามาครั้งหน้า ยายชอบกินน้อยหน่า ซื้อมาฝากยายด้วยนะ” ยายบุญกล่าวตอนท้ายแถมหัวเราะ

ด้านนางบังอร ฤทธิ์นายม อายุ 42 ปี ลูกสาวคนสุดท้ายของยายบุญ บอกว่า สำหรับคุณยายนั้นเป็นแม่ตนพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้กับตนและหลานอีก 2 คน บ้านหลังนี้สร้างบนพื้นที่ญาติ โดยญาติให้พักอาศัยฟรีไม่คิดเงิน ส่วนตนไม่มีงานทำงานเนื่องจากได้รับบาดเจ็บกระดูกมือร้าว ไม่สามารถทำงานหนักได้ จึงอยู่บ้านเลี้ยงดูแม่ มีเพียงลูกชายของตนออกไปรับจ้างรายวัน 

สำหรับเงินช่วยเหลือ แม่ได้รับจากรัฐบาลคือเงินผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท และเงินช่วยเหลือคนพิการอีก 800 บาท โดยตนเป็นคนไปรับเงินส่วนนี้และจะเอาไว้ใช้จ่ายค่าไฟค่าน้ำและซื้ออาหาร ชีวิตตอนนี้มีความสุขดีเพราะอยู่ตามประสาชาวบ้าน เรามีน้อยก็ใช้น้อย สำหรับความทุกข์นั้นก็มีบ้างสงสารลูกที่ต้องออกไปทำงานคนเดียว การที่แม่ออกจากบ้านไป แม่จะไม่บอกลูกว่าไปไหน ชาวบ้านแถวนี้ก็พูดและคิดไปว่า ลูกบอกให้ออกไป แต่ลูกก็ไม่ได้บอก การที่จะเดินออกไปนั้นแม่เดินออกไปเอง ตนก็เคยห้ามแล้ว แต่แม่ไม่ฟัง การที่แม่ออกเดินและมีคนมาเห็นนั้นคิดว่าแม่คงอยากจะออกไปเดินเล่นแถวบ้าน

ทางด้านนายชัยสิทธิ์ เจ้าของโพสต์เปิดเผยว่า วันนั้นขณะขับรถมาทำงานที่หมู่บ้านแห่งนี้พบเห็นยายกำลังเดินอยู่ข้างทาง ในมือถือไม้เท้า ไม่สวมรองเท้า ตนจึงจอดรถแวะถามว่ากำลังจะเดินทางไปไหน คุณยายตอบกลับมาว่ากำลังจะเดินไปยืมเงินที่บ้านงอย ซึ่งจากบ้านดอนหญ้านางไปบ้านงอย ระยะทางราว 2 กิโลเมตร สอบถามคุณยายอีกว่าจะยืมเงินไปทำอะไร คุณยายก็บอกว่า จะยืมเงินมาซื้อข้าวกิน พอได้ฟังแบบนั้นตนก็รู้สึกสงสาร เลยบอกยายว่า ไม่ต้องไปยืม จากนั้นได้พายายขึ้นรถนำมาส่งบ้านและมอบเงินให้คุณยายไว้ใช้จำนวนหนึ่งจนกระทั่งเป็นข่าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยอดนักขาย!ช่างตัดผมแปลงกายเป็น‘ตือโป๊ยก่าย’ ขายหมูกรอบ 2 ชม.เกลี้ยง

Posted on July 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669445

ยอดนักขาย!ช่างตัดผมแปลงกายเป็น‘ตือโป๊ยก่าย’ ขายหมูกรอบ 2 ชม.เกลี้ยง

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.56 น.

ยอดนักขาย!ช่างตัดผมแปลงกายเป็น‘ตือโป๊ยก่าย’ ขายหมูกรอบ 2 ชม.เกลี้ยง

27 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณริมถนนหน้าโรงเรียนสว่างบริบูรณ์วิทยา ซ.เนินพลับหวาน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบชายแต่งกายชุดตือโป๊ยก่าย เปิดท้ายรถ ติดป้ายขาย “หมูกรอบฮ่องกง น้ำจิ้มรสชาติบัดซบ ไม่อร่อยให้เตะ” พร้อมทั้งแสดงท่าทางประกอบ และพูดเชิญชวนคนที่ผ่านไปผ่านมา ให้มาลิ้มลองหมูกรอบแสนอร่อย

จากการสอบถามพ่อค้าหมูกรอบรายนี้ คือ นายเศกสิทธิ์ ฉิมพาลี อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพเป็นช่างตัดผม ร่วมกับภรรยาเปิดร้านเสริมสวยอยู่ในพื้นที่เครือสหพัฒน์ อ.ศรีราชา แต่ด้วยสถานการณ์โควิดทำให้เศรษฐกิจไม่ดี จึงไปเรียนทำหมูกรอบกับเชฟอั๋น (หมูเทวดา) เพื่อมาประกอบอาชีพเสริมหาเงินจุนเจือครอบครัว

นายเศกสิทธิ์ กล่าวว่า ประกอบกับที่ลูกของตนเรียนอยู่ที่โรงเรียนสว่างบริบูรณ์วิทยาแห่งนี้ จึงผุดไอเดียอาศัยช่วงระหว่างรอรับลูก เป็นโอกาสทอง แต่งกายชุดแฟนซี ซึ่งมีทั้งชุดตือโป๊ยก่าย ชุดฮ่องเต้ เพื่อสร้างจุดสนใจในการขายหมูกรอบ ดึงดูดบรรดาผู้ปกครอง หรือชาวบ้านที่ผ่านไปมาให้มาซื้อหมูกรอบไปลิ้มลองจนติดอกติดใจกัน โดยตนจะใช้หมูสดประมาน 10 กิโลกรัม ผ่านกรรมวิธีเพื่อให้ได้หมูกรอบที่ กรอบอร่อย จะทำสดใหม่ทุกวัน ไม่มีค้างคืนเด็ดขาด ขายเพียง 2 ชั่วโมงของก็หมดแล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้เสริมเพื่อครอบครัว

ท่านใดที่อยากลิ้มลอง “หมูกรอบฮ่องกง น้ำจิ้มรสชาติบัดซบ ไม่อร่อยให้เตะ” สามารถพบเจอได้ที่หน้าโรงเรียนสว่างบริบูรณ์วิทยา ซ.เนินพลับหวาน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15.30 น. – 18.00 น. โดยประมาณ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ จะขายที่ตลาดสี่มุมเมือง (แหลมฉบัง)

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวสวน‘ลำไย’โอดสู้ไม่ไหวราคาดิ่งรายวัน งัดเลื่อยโค่นต้น‘เผาถ่าน’ขายจ่ายค่าแรง

Posted on July 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669436

ชาวสวน‘ลำไย’โอดสู้ไม่ไหวราคาดิ่งรายวัน งัดเลื่อยโค่นต้น‘เผาถ่าน’ขายจ่ายค่าแรง

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.19 น.

ชาวสวน‘ลำไย’โอดสู้ไม่ไหวราคาดิ่งรายวัน งัดเลื่อยโค่นต้น‘เผาถ่าน’ขายจ่ายค่าแรง

27 กรกฎาคม 2565 จากกรณีนายรัฐภูมิ ขันสลี เกษตรกรชาวสวนลำไย จ.น่าน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตัดพ้อราคาลำไยตกต่ำ พร้อมตัดต้นลำไยเพื่อนำไปเผาถ่านขาย หาเงินไปจ่ายค่าแรงคนงานเก็บลำไย โดยมีภาพประกอบเป็นการใช้เลื่อยยนต์ตัดโค่นต้นลำไย ขณะที่สถานการณ์ราคาวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ราคาล้งรับซื้อลำไยในพื้นที่ รับซื้อลำไยเกรด AA ราคา 9 บาท เกรด A ราคา 3 บาท และเกรด B ราคา 2 บาท ส่วนเกรด C คัดทิ้ง เกษตรกรต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าราคาร่วงแรงขนาดนี้ขาดทุนเป็นหนี้สินค่าปุ๋ย ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้

ต่อมานายรัฐภูมิ ขันสลี เกษตรกรชาวสวนลำไย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า ตนปลูกลำไยมาแล้วกว่า 35 ปี มาปีนี้ราคาถูกเกินจนรับไม่ได้ จ้างคนงานไปเก็บลำไยทั้งวันพอขายได้เงิน 2,000 กว่าบาท ยังไม่คุ้มกับค่าแรงจ้างคนงานเก็บลำไย จนตนไม่มีทางออก จึงคิดว่าจะเลิกทำ แล้วตัดต้นลำไยไปเผาถ่านขาย เอาเงินมาจ่ายค่าแรงคนงานจะดีกว่า ตนจึงใช้เลื่อยยนต์ตัดต้นลำไยไปแล้ว 120 ต้น จากทั้งหมด 600 ต้น คิดว่าจะตัดทั้งหมด แต่ยังไม่รู้ว่าจะปลูกอะไรต่อ

ทั้งนี้ ราคาลำไยยังคงตกเป็นรายวัน จากเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2565 ลำไยเกรด AA ราคา 16 บาท มาวันที่ 24 ลำไยเกรด AA ราคา 13 บาท วันที่ 25 ลำไยเกรด AA ราคา 10 บาท และวันที่ 26 ราคาลำไยเกรด AA เหลือ 9 บาท ต่างกับปีที่แล้วที่ลำไยในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 23-26 บาท

“ผมคิดว่าแบกราคาดังกล่าวไม่ไหวแล้ว จึงคิดจะตัดเผาถ่านขาย และคิดว่าจะขายที่ดินมาใช้หนี้ที่กู้ยืมมาลงทุนแล้ว ทำไปก็มีแต่หนี้ และอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูราคาบ้าง อยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือให้ตรงจุด หนี้สินภาคครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นสูง ในจังหวัดขอจัดตั้งโรงบ่มลำไยก็ไม่เคยได้รับการอนุญาต ต้องขายให้พ่อค้าคนกลางไปเข้าโรงบ่มที่เชียงใหม่ ลำพูน ทำให้ราคาถูกไปอีก เพราะพ่อค้าคนกลางหักค่าขนส่งเพิ่ม” นายรัฐภูมิ กล่าว

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,925 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๑๐๓ ปี วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์’
ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง
นราพัฒน์ ตั้งคำถาม แลนด์บริดจ์ ดีจริงแค่ไหน? หวั่นคุ้มทุนไม่จริง-กลายเป็นภาระยาว
ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
ณัฐพงษ์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.เงา จี้ 3 ข้อเสนอเรียกเยียวยา ‘ขนส่ง-ประมง’
อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d