Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สังคมไม่สิ้นคนดี! หนุ่มแกร็บเจอแผงลอตเตอรี่ตกกลางถนนรีบเก็บส่ง ตร.ตามหาเจ้าของ

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669308

สังคมไม่สิ้นคนดี! หนุ่มแกร็บเจอแผงลอตเตอรี่ตกกลางถนนรีบเก็บส่ง ตร.ตามหาเจ้าของ

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.15 น.

วันที่ 26 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายพนม ไทยสูงเนิน อายุ 53 ปี หนุ่มแกร็บ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หลังทราบว่าเจอแผงลอตเตอรี่ตกกลางถนน ตรวจสอบมีลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2565 จำนวนมาก จึงรีบนำส่งตำรวจตามหาเจ้าของที่ทำตก 

นายพนม เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะขับขี่รถ จยย.มาจากจอมเทียนจะเลี้ยวขวาขึ้นถนนเทพประสิทธิ์ แผงลอตเตอรี่ตกอยู่กลางถนนตรงช่วงไฟแดง พอเลี้ยวขึ้นถนนเทพประสิทธิ์ก็เห็นเป็นแผงลอตเตอรี่ก็จอดแล้วไปเก็บ พอเปิดดูพบว่ามีลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2565 จำนวนมาก ตนคิดเลยว่าต้องนำส่งตำรวจเพื่อหาเจ้าของ เพราะเจ้าของที่ทำตกนั้นต้องเดือดร้อนและสงสารเขา เพราะลอตเตอรี่จำนวนหลายใบเป็นหลักหมื่น เลยนำมาส่งที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อตามหาเจ้าของ 

เบื้องต้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.เมืองพัทยา ทราบว่ายังไม่มีคนขายลอตเตอรี่เข้ามาแสดงตนเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ที่ตกโดยหากคนขายคนใดที่เป็นเจ้าของให้นำหลักฐานมาแสดงยืนยันตนเองได้ที่ สภ.เมืองพัทยาได้ – 003  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มังกรผงาด’ลั่น’เกษตรกรจีน’ต้องไม่กลับมายากจน! ปั้นคนเมืองนำทัพปลุกกระแส’เศรษฐกิจสีเขียว’

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669299

'มังกรผงาด'ลั่น'เกษตรกรจีน'ต้องไม่กลับมายากจน! ปั้นคนเมืองนำทัพปลุกกระแส'เศรษฐกิจสีเขียว'

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.01 น.

การทำเกษตรในเมือง (Urban Agriculture) ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นไปไกล ถึงกับผลักดันให้เป็น “สตาร์ท อัพ” และ เข้าตลาดหุ้นแนสแด็ก แต่เมืองของสหรัฐอเมริกานั้น มีขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนประชากรและพื้นที่ที่มากกว่าจังหวัดของไทยหลายเท่า เพราะฉะนั้นถ้าจะเทียบสหรัฐอเมริกาก็ต้องเทียบกับ “จีน” ดินแดนมังกร ซึ่งวันนี้ดินแดนมังกรยังเดินหน้าเน้นการทำเกษตรที่ยั่งยืน ฝังฐานราก และ ขยายฐานรากไปยังเมืองในชนบท

ส่วนคนเมืองที่มีการโยกย้ายเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้น เป็นสัดส่วนถึง 60% นั้น ก็ยังต้องใช้วิถีชีวิตแบบคนเมืองทั่วโลก คือ เช้าออกทำงาน ต้องหาอาหารที่พร้อมรับประทาน เช่น อาหารแช่แข็งในร้านสะดวกซื้อ พอถึงเวลาเลิกงานกลับเข้าบ้าน หรือ กลับเข้าที่พักในเมือง ก็ต้องหาอาหารแบบสะดวกพร้อมรับประทานเช่นเดิม ทำให้ “คนเมือง” ในจีนนั้น ยังมีวิถีชีวิตใกล้เคียงกับวิถีชีวิตคนเมืองในไทย โดยสามารถปลูกผักในเมืองได้ แบบพอให้เรียนรู้ และ แบ่งปันเล็กๆน้อยๆ ยังไม่สามารถจะเป็นแหล่งอาหารขนาดใหญ่ หรือ เป็นเศรษฐกิจฐานรากได้ในด้านเกษตรกรรม

รัฐบาลจีนจึงถึงกับประกาศการพัฒนาเกษตรกรรมในชนบทเป็น “นโยบาย” 5 ปี ผ่าน “แผนพัฒนาเกษตรขั้นสูงและชนบทสมัยใหม่ (Advance Agricultural and Rural Modernization) ฉบับที่ 14” ระหว่าง พ.ศ.2564-2568 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 โดยแผนพัฒนาเกษตรฯมีเนื้อหาสำคัญ ดังนี้

ด้วยการผลิตสินค้าเกษตรมีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้น ภายในปี 2568 จึงต้องรักษาปริมาณการผลิตธัญพืชให้ได้ระดับ 650 ล้านตันต่อปี หรือ มากกว่า และ ผลิตเนื้อสัตว์ให้ได้ 89 ล้านตันต่อปี ต่อมาคือการปรับปรุงคุณภาพ ประสิทธภาพและความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตร วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยให้มีบทบาทมากขึ้นในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และให้มีสัดส่วนที่ส่งผลให้เกิดปัจจัยการขยายตัวของผลผลิตภาคเกษตร (Contribution to Growth) ให้ได้ 64% ในปี 2568 รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

โดยเพิ่มจำนวนถนนลาดยาง และ เพิ่มการเข้าถึงแหล่งน้ำดื่มสาธารณะ และ ที่สำคัญ คือ การพัฒนาระบบนิเวศของสิ่งแวดล้อมในชนบทที่เป็นเมืองเกษตรกรรม ซึ่งเน้นเป้าหมายลดการใช้ปุ๋ยเคมี,ยาฆ่าแมลงและเพิ่มการใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ รวมทั้งรัฐบาลจีนยังลงลึกในรายละเอียด โดยเน้นเพิ่มรายได้ของชาวชนบทให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี จะต้องสอดคล้องกับการขยายตัวของรายได้ต่อหัวของชาวชนบท ไม่ใช่ว่า รายได้จีดีพีของประเทศขยับ แต่เกษตรกรที่อยู่ในชนบทมีรายได้ลดลง หากมีภาพเช่นนี้ก็เท่ากับสวนทางกับจีดีพีของประเทศนั่นเอง

สุดท้ายในแผนพัฒนาเกษตรฯฉบับนี้ รัฐบาลจีนยังคงให้ความสำคัญกับการมุ่งขจัดความยากจน โดยมอบนโยบายให้ติดตามช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้กลับสู่ความยากจน

แผนพัฒนาเกษตรฯของรัฐบาลจีนนั้น เข้มข้น ครอบคลุม ไม่เพียงแต่กำหนดเนื้อหาในกรอบของภาคเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงอนาคตที่ว่า “คนจีนจะต้องไม่กลับมายากจนอีก” ด้วยกรอบของแผนพัฒนาเกษตรฯฉบับที่ 14 ที่มีทั้งมิติเชิงลึกและกว้าง นั่นหมายความว่า จีนยังเน้นภาคเกษตรกรรมเป็นอันดับหนึ่ง และ ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันกับตัวเองโดยเร่งวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีทั้งภาคพื้นและอวกาศอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน

การเน้นฐานรากภาคเกษตรกรรมในชนบทให้มั่นคง เป็นสายตาที่แหลมคมของมังกร และ ในอีกด้านหนึ่ง “มังกร” ก็ไม่ละเลยคนเมือง เพราะคนเมืองในประเทศต่างๆนั้น เป็นประชากรที่จัดว่าอยู่ในส่วนของ “ผู้นำกระแส” เมื่อคนเมืองทำอะไร จะเกิดกระแสทำตาม แม้ว่าจะไม่มีผลระยะยาว หรือ ในเชิงลึกด้านเกษตรกรรม แต่ก็พบว่าคนเมืองสามารถเป็นผู้นำกระแสได้ อย่างดี เช่น กระแส “เศรษฐกิจสีเขียว” ซึ่งประเทศจีนเน้นมาก และ ล้ำหน้าไปถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทำให้เกิด ZERO CARBON และ การให้รัฐและบริษัทเอกชนที่มีศักยภาพรุกถึงพลังงานใหม่ๆที่ทำให้เกิดซีโร่ คาร์บอน กับสิ่งแวดล้อม อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ และ พลังงานลม

จริงๆแล้ว พลังงานธรรมชาติเหล่านี้ ในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระบรมนาถบพิตร ทรงเริ่มทำมานาน และ เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ เพียงแต่ช่วงเวลาเริ่มต้นในช่วงนั้นยังไม่ได้ใช้คำว่าซีโร่ คาร์บอน และ เมื่อเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเป็น “มหาอำนาจ” ในภูมิภาคเอเซียเป็นผู้นำกระแส และ ปลุกกระแสด้วยการติดปีกให้คนเมืองนำทัพ พร้อมกับเสริมเรื่องของเทคโนโลยีเข้าไปก็ยิ่งทำให้เกิดการเดินตาม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก

ในประเทศไทยนั้นมีหน่วยงานที่ริเริ่มและดำเนินการ “เศรษฐกิจสีเขียว” มาตลอด คือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เช่น การคิดค้นผลิตเซลล์ไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ และ การทำปุ๋ยสูตรผสม NPK ชนิดควบคุมการปลอดปล่อยธาตุอาหารสำหรับพืชเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่า “ปุ๋ยสั่งได้” เพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยที่มากเกินจำเป็นในการทำเกษตรกรรม รวมไปถึงการพัฒนาเอนไซม์ (ENZease) สำหรับการกำจัดสิ่งสกปรกบนผ้าฝ้ายแบบขั้นตอนเดียว

แต่ “เศรษฐกิจสีเขียว” ในประเทศไทยยังต้องอาศัยองคาพยพของปลาใหญ่ คือ หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชนที่มีศักยภาพปลุกกระแสโดยเริ่มต้นที่คนเมือง เพราะปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ยังคงต้องต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ และการรับมือกับปัจจัยภายนอกอื่นๆที่เข้ามากระทบ เช่น การแพร่ะระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การเดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียวในไทย ยังอาศัยการเดินไปแบบเต่า คือ หากคนเมืองต้องการเรียนรู้ปลูกผักเกษตรอินทรีย์ในเมือง และผักปลอดสารพิษในเมือง โดยเป็นส่วนหนึ่งของ “เศรษฐกิจสีเขียว” ก็มีภาครัฐและเอกชนที่มีศักยภาพจำนวนหนึ่งพร้อมให้ข้อมูล แต่ประชาชนก็ต้องมีเงินส่วนตัวติดกระเป๋าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 200 บาทต่อวัน เป็นค่ารถ ค่ากิน รวมไปถึงค่าคอร์สดในการเรียนรู้ ซึ่งก็จะทำให้โอกาสการเดินหน้า “เศรษฐกิจสีเขียว”

สำหรับคนเมืองในประเทศไทยยังต้องใช้หลักธรรมที่ว่า “อัตตาหิ อัตตโนนาโถ” ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน เพราะ “ของฟรีไม่มีในโลก” และการเรียนรู้เข้าสู่เส้นทางเศรษฐกิจสีเขียวของประชาชนยังต้องมีค่าใช้จ่าย ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังไม่ทราบวันเวลาที่จะคลี่คลาย

แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามต่อสู้อย่างเต็มกำลังก็ตาม แต่ด้วยตัวแปรหลายๆด้านที่มีทั้งปัจจัยภายในประเทศ และ ภายนอกประเทศ เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ปัญหา “เงินเฟ้อ” ยังเป็นปัญหาที่หิน และ เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนการสร้างกระแสให้คนเมืองนิยมทำเกษตรอินทรีย์

ขอบคุณภาพจาก ซินหัว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สั่งยกเลิก 3 ข้อกำหนดฌาปนสถานวัดธาตุทองหลังถูกวิจารณ์หนักตั้ง คกก.ชุดใหม่ดูแลเงิน

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669295

สั่งยกเลิก 3 ข้อกำหนดฌาปนสถานวัดธาตุทองหลังถูกวิจารณ์หนักตั้ง คกก.ชุดใหม่ดูแลเงิน

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.55 น.

พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง สั่งยกเลิกประกาศสำนักงานณาปนสถาน “การใช้ดอกไม้ตกแต่งเกี่ยวกับงานศพและเมรุ เครื่องไทยธรรม อาหารเครื่องดื่มในงานศพ” หลังถูกญาติโยม-เจ้าภาพที่มาจัดงานศพวิพากษ์วิจารณ์หนักถึงผลกระทบที่ได้รับจากข้อกำหนดทั้ง 3 ข้อ เผยอาหารคาวหวานที่จัดมาให้พบส่วนใหญ่”เสีย ไม่มีคุณภาพ ทำให้แขกที่มาร่วมงานกินไม่ได้” พร้อมตั้ง “คณะกรรมการรับมอบปัจจัยสำนักงานณาปนสถาน” ชุดใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กทม.ได้มีประกาศออกข้อกำหนดเพิ่มเติมจากระเบียบของสำนักงานฌาปนสถานวัดธาตุทองให้บุคลากรของวัดธาตุทอง ประกอบด้วยบรรพชิตและคฤหัสถ์ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย และขอความร่วมมือจากบุคคลภายนอกให้ปฏิบัติตามประกาศนี้ โดยติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานฌาปนสถาน เพื่อให้การดูแลรักษาและจัดการผลประโยชน์อันเป็นศาสนสมบัติของวัด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นไปด้วยดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คือ 1.ให้ใช้ดอกไม้ตกแต่งงานศพของวัดเท่านั้น 2.ให้ใช้เครื่องไทยธรรมของวัดเท่านั้น และ 3.ให้ใช้อาหารและเครื่องดื่มของวัดเท่านั้น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2562 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2565 ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 26 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ภายในวัดธาตุทองว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประธานกรรมการบริหารสำนักงานณาปนสถาน ได้มีหนังสือคำสั่ง ที่ พิเศษ / 2565 ให้ยกเลิกประกาศดังกล่าวแล้ว หลังจากถูกญาติโยม ประชาชน และเจ้าภาพที่มาจัดงานศพภายในวัดวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงผลกระทบที่ได้รับจากข้อกำหนดทั้ง 3 ข้อโดยเฉพาะข้อที่ 3 ที่ให้ใช้อาหารและเครื่องดื่มของวัดเท่านั้นเนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าหลายครั้งอาหารที่ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานณาปนสถานจัดมาหลายรายการทั้งคาวและหวานเสีย ไม่มีคุณภาพ ทำให้แขกที่มาร่วมงานศพหลายรายกินไม่ได้

โดยในหนังสือคำสั่งดังกล่าวมีเนื้อหาดังนี้ “เรื่อง ให้ยกเลิกประกาศสำนักงานณาปนสถานวัดธาตุทอง พระอารามหลวง” เนื่องด้วยลำนักงานณาปนสถานวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ออกประกาศ เรื่อง การใช้ดอกไม้ตกแต่งเกี๋ยวกับงานศพและเมรุ เครื่องไทยธรรม อาหารเครื่องดื่มในงานศพ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตร 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงโห้ยกเลิกประกาศสำนักงานณาปนสถานวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เรื่อง การใช้ดอกไม้ตกแต่ง เกี่ยวกับงานศพและเมรุ เครื่องไทยธรรม อาหารเครื่องดื่มในงานศพ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประกาส ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 คังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565″

ในวันเดียวกัน พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้มีคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 18 / 2565 เรื่อง “แต่งตั้งคณะกรรมการรับมอบปัจจัยสำนักงานณาปนสถาน” โดยมีเนื้อหาดังนี้ “เพื่อให้การรับมอบปัจจัยสำนักงานฌาปนสถาน ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และหลีกเสี่ยงความเสียหาย อาจจะเกิดขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2565 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 

จึงแต่งตั้งคณะกรรมการมีรายนามดังต่อไปนี้ 1.พระวินัยสุธี ประธานกรรมการ, 2.พระครูวินัยวรวัฒน์ กรรมการ, 3.พระครูวิจิตรวีรญาณ กรรมการ, 4.พระมหาสำเริง ธมุมจิตฺโต กรรมการ, 5.พันตำรวจเอก เจริญ ปานคล้าย กรรมการ, 6.ว่าที่ร้อยเอก ณัฏฐกิตติ์ ชัยเฉลิมมงคล กรรมการ, 7.ร้อยตำรวจเอก เพลิน นพโสภณ กรรมการ, 8.นายสมเกียรติ แก้วธรรม กรรมการ

ขอให้ทุกท่านที่ได้รับการแต่งตั้งนี้เป็นคณะกรรมการรับมอบปัจจัยสำนักงานฌาปนสถาน เมื่อตรวจนับเรียบร้อยแล้วให้ลงลายมือชื่อกำกับและนำฝากเข้าบัญชีธนาคารของวัดธาตุทอง พระอารามหลวง (ฌาปนสถาน) และตรวจสอบเอกสารการขออนุมัติต่าง ๆ พร้อมทั้งรวบรวมเอกสารบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ฝ่ายจัดทำบัญชี ขอทุกท่านจงช่วยกันดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการดำเนินงานจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น สั่ง ณ วันที่ 23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565

จากการสอบถามประชาชนและญาติโยมที่มาทำบุญภายในวัดถึงประเด็นดังกล่าวของ “ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” หลายรายให้ข้อมูลตรงกันว่า เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาอาหารคาวหวานที่สั่งมานั้นบางครั้งเสีย การที่ทางวัดทำแบบนี้ดีแล้วยกให้เป็นหน้าที่ของเจ้าภาพเขาไปดำเนินการกันเองทั้งเรื่องดอกไม้ตกแต่งในงานศพและอาหาร ซึ่งทางเจ้าภาพก็จะมีการถวายปัจจัยเป็นค่าธรรมเนียมให้กับทางวัดตามปกติอยู่แล้ว เพราะเป็นการทำบุญและเห็นด้วยกับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาดูแลเรื่องปัจจัยหรือเงินสำนักงานฌาปนสถานเพื่อจะได้เกิดความโปร่งใส ส่วนใครที่โกงเงินวัดไปเขาก็จะตกนรกไปเอง – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สบงจีวรยังจะเหลือไหม! ‘หลวงตา’สำนักสงฆ์บ้านสะคามตัดพ้อโจรผอมบุกขโมยทุกอย่างในวัด

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669259

สบงจีวรยังจะเหลือไหม! 'หลวงตา'สำนักสงฆ์บ้านสะคามตัดพ้อโจรผอมบุกขโมยทุกอย่างในวัด

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.50 น.

“หลวงตา” เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์บ้านสะคาม ตำบลโพนงาม อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ยอมรับหมดปัญญา โจรผอมฉายเดี่ยวบุกขโมยทุกอย่างในวัด ทั้งพัดลม สายไฟปั๊มน้ำจนพระไม่มีน้ำอาบและล้างจาน แถมมาขโมยขุดเอาหน่อไม้สดๆ ร้อนๆ เผยอีกหน่อยสงบ จีวรคงไม่เหลือ วอนตำรวจหนองหาน ช่วยตามจับให้ด้วย

วันที่ 26 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากพระฉวี ตปคุโณ หรือหลวงตาแวี อายุ 69 ปีเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์บ้านสะคาม หมู่ 3 บ้านสะคม ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานีว่า มีคนร้ายเข้ามาขโมยลักตัดสายไฟฟ้าและมาขโมยพัดลมไปมาหลายครั้งจนพระและโยมที่อยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ไม่มีน้ำจะอาบ และไม่มน้ำล้างจาน นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอีกหลายอย่างที่คนร้ายเข้ามขโมยไป จนหลวงตาทนไม่ไหว 

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับหลวงตาฉวี กำลังให้ข้อมูลและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองหาน ที่เดินทางมาตรวจสอบพอดี โดยตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยคนร้ายได้ตัดสายไฟบริเวณปั๊มน้ำที่สูบน้ำจากสระมาใช้คาดว่าคนร้ายต้องการเอาปั๊มน้ำด้วย แต่ทางหลวงตาได้เชื่อมเหล็กล็อคเอาไว้จึงเอาไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีพัดลมอีก 1 ตัวที่ตั้งอยู่ศาลาการเปรียญที่คนร้ายขโมยไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองหานได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางวัดฯ พบว่าคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นรูปร่างผอมสูง อายุประมาณ 20 ปี คล้ายคนติดยาเสพติดปั่นรถจักรยานมาที่สำนักสงฆ์จากนั้นได้จอดรถไว้หลังเมรุ แล้วเดินเข้ามายกเอาพัดลมที่ตั้งอยู่ภายในศาลการเปรียญแล้วรีบวิ่งไปขึ้นจักรยานหลบหนีไปทันที พร้อมกันนี้หลวงตาฉวี ได้เอารูปถ่ายให้ตำรวจดูว่า น่าจะเป็นคนร้ายรายนี้เพราะเมื่อวานมาขโมยหน่อไม้ภายในวัด หลวงตา ถ่ายไว้ได้ ล่าสุดตำรวจได้เบาะแสผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งเป็นวัยรุ่นในหมู่บ้านบ้านสะคามแต่เมื่อเดินทางไปหาที่บ้านกลับไม่พบตัวคาดว่าหลบหนีไปแล้ว

หลวงตาฉวี ตปคุโณ เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ฯ เปิดเผยว่า ตอนนี้หมดปัญญา โจรขโมยเยอะ ขโมยไปเกือบหมดวัดแล้ว อย่างเช่นเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมามีโจรเข้ามาขโมยลักตัดสายไฟเครื่องปั๊มน้ำ ตอนนั้นก็ไม่ได้แจ้งความ ตนก็ให้ลูกศิษย์มาต่อสายไฟกลับคืนให้ใช้ได้ ต่อมาวันที่ 22-24 ก.ค.ปั๊มน้ำก็ยังใช้ได้ปกติอยู่ แต่พอมาวันที่ 25 ก.ค.เปิดสวิทช์ปั๊มน้ำ แต่ปรากฎว่าไม่ทำงานเดินไปดูปรากฎว่ามันมาอีกแล้วตัดสายไฟปั๊มน้ำไปอีก 

“ตอนนี้ไม่มีน้ำอาบน้ำใช้ล้างจานแล้วภายในวัด มันมาขโมยทุกอย่างเลย ไม่เว้นแต่ละวัน ก่อนหน้านี้วันที่ 20 ก.ค.ช่วงเที่ยงคนร้ายยังเข้ามาขโมยพัดลมตั้งโต๊ะ สีแดง ซึ่งตั้งอยู่ในศาลาพักศพไป โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ อาตมาก็ถือว่าทำทาน แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว” หลวงตาฉวี กล่าว

พร้อมกล่าวต่อว่า สำหรับสำนักสงฆ์แห่งนี้เคยถูกคนเข้ามาขโมยของอยู่บ่อยครั้งทั้งจอบ เสียม มีด สายไฟ คนร้ายขโมยอะไรได้ก็เอาไปทุก ก่อนหน้านี้ราวปี 2560 พระพุทธรูปทองเหลืองหน้าตัก 40 นิ้ว ซึ่งตั้งอยู่ที่ศาลาพักศพก็เคยหายไป ตำรวจจับตัวคนร้ายได้แต่ไม่ได้ของกลาง อาตมาหมดปัญญามันมาขโมยเอาทุกอย่างมีสายไฟ พัดลม จอบ เสียม แม้กระทั่งหน่อไม้ก็ยังเข้ามาขโมย อยากให้ตร.ตามจับคนร้ายให้ได้ซะที ไม่งั้นมันกลับมาขโมยแม้แต่สบงคงไม่มีจะใส่ไปบิณฑบาตรแน่นอน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนักกว่าพระบิดา? ชาวเน็ตงงตาแตกคลิป ‘ต้มเล้งฤาษี’ แซว ขอเปรี้ยวๆแซ่บๆ (คลิป)

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669246

หนักกว่าพระบิดา? ชาวเน็ตงงตาแตกคลิป 'ต้มเล้งฤาษี' แซว ขอเปรี้ยวๆแซ่บๆ (คลิป)

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.01 น.

กลายเป็นเรื่องราวบนโลกโซเชียลที่มีคนแชร์และให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อเพจเฟซบุ๊ก คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี ได้เผยคลิปวิดีโอที่มีผู้แต่งกายลักษณะคล้ายฤาษี พร้อมทั้งกำลังทำพากันพิธีอะไรบางอย่าง ซึ่งชายที่แต่งกลายคล้ายฤาษีกำลังนั่งอยู่ในกระทะใบใหญ่ และใส่วัตถุบางอย่างเข้าไปจนเต็ม

โดยได้มีการรจุดไฟอีกด้วย ทั้งนี้มีบุคคลในจำนวนหนึ่งนั่งร่วมทำพิธีกรรมอยู่ด้วย ซึ่งเพจดังกล่าวได้ระบุแคปชั่นไว้ว่า “ต้มเล้งฤาษีเจ้าค่ะ”

หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเป็นสาธารณะ ต่างก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ หนักกว่าพระบิดาก้อฤษีนี้แหละ , ลูกศิษย์ลืมเติมน้ำ ใส่แต่น้ำมันล้วนๆเมื่อไร ทอดกรอบฤาษีได้เลย , เผ็ดเปรี้ยว 1 ถุง , ครั้งหน้าเตาเเก๊สวัดนะ ทันใจดี เป็นต้น .008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โดนใบสั่งแล้วยังไงต่อ? เผยได้กันเยอะแต่เมินจ่าย เปลี่ยนพฤติกรรมขับเร็วจนเกิดอุบัติเหตุไม่ได้

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669243

โดนใบสั่งแล้วยังไงต่อ? เผยได้กันเยอะแต่เมินจ่าย เปลี่ยนพฤติกรรมขับเร็วจนเกิดอุบัติเหตุไม่ได้

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.53 น.

วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาเรื่อง “เร็วให้ถูกเลน ประเมินเป็น เว้นระยะ = ลดความเสี่ยง” ณ รร.รามาการ์เด้นท์ ถ.วิภาวดี เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดย ศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) กล่าวในตอนหนึ่งว่า ในปี 2563 มีสถิติการตรวจจับความเร็วในการใช้รถใช้ถนน โดยนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้มากขึ้น ส่งผลให้จำนวนการออกใบสั่งเพิ่มสูงขึ้นมากด้วย อยู่ที่กว่า 6 ล้านใบ
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งมีสาเหตุมาจากความเร็วยังสูง หมายถึงยังไม่สามารถลดพฤติกรรมเสี่ยงลงได้ ซึ่งต้องไปดูว่าขั้นตอนมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ เพราะหากไปดูความเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์ จะเห็นการพูดคุยกันทำนองว่าแม้โดนใบสั่งกี่ใบก็ไม่มีผลอะไรเนื่องจากไม่ต้องไปจ่ายค่าปรับ บางความเห็นถึงกับโพสต์ภาพโชว์ใบสั่งเป็นปึกๆ แล้วบอกว่าไม่จ่ายก็ไม่เป็นไร หมายถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มข้นจริงจัง ย่อมไม่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล

“ทางไทยโรดส์เคยไปสำรวจพฤติกรรม สำรวจทัศนคติของประชาชนคนไทยทั่วไปที่มีต่อการใช้ความเร็ว  หรืออุบัติเหตุจากการใช้ความเร็ว เขาคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ คิดว่าไม่ได้เป็นประเด็นหลัก เขาคิดว่าประเด็นหลักเป็นเรื่องของเมาแล้วขับ จะมีแค่ 11% เท่านั้นเองที่คิดว่าความเร็วเป็นปัญหาอันดับแรกๆ ที่ภาครัฐควรแก้ไข ส่วนใหญ่จะมองเป็นเรื่องเมาแล้วขับเป็นปัญหามากกว่า  ดังนั้นความเร็วก็เลยไม่ค่อยได้พูดถึงสักเท่าไรนักว่ามันเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไข” ศ.ดร.กัณวีร์ กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า ในแต่ละปีมีการออกใบสั่งประมาณ 15 ล้านใบ ในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 55 เป็นข้อหาเกี่ยวกับการใช้ความเร็ว โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมาที่เริ่มนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ตรวจจับ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ คนที่โดนใบสั่งยังกระทำผิดซ้ำ เช่น เคยพบคนคนหนึ่งมีสถิติการทำผิดกฎจราจรตลอดทั้งปีมากถึง 200 ครั้ง เพราะเมื่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายมีปัญหา พฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดก็กลายเป็นความเคยชิน

ทั้งนี้ ในปี 2563 มีคนมาเสียค่าปรับตามใบสั่งเพียงร้อยละ 18 ของจำนวนใบสั่งที่ออกไปในปีดังกล่าว และปี 2564 ก็มีแนวโน้มลดลง ส่วนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 แม้จะมีมาตรการอำนวยความสะดวกในการจ่ายค่าปรับมากขึ้นก็ตาม เช่น จากเดิมที่ตำรวจมีอำนาจยึดใบขับขี่ไว้เพื่อให้ผู้ทำผิดกฎหมายไปเสียค่าปรับ แต่ต่อมาเมื่อมีระบบใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ตำรวจก็ไม่ได้ยึดใบขับขี่ได้อย่างเดิมอีก นำไปสู่การยกเลิกการยึดใบขับขี่ ตำรวจจะทำเพียงการออกใบสั่งเท่านั้น แต่ออกมาก็ไม่มีผลอะไรเพราะประชาชนไม่จ่ายก็ยังขับขี่ยานพาหนะได้ตามปกติ

“ปี 2560 เราก็ไปออกกฎหมายมาว่า ถ้าอย่างนั้นเรามาร่วมมือกันเพื่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายกับกรมการขนส่งทางบก โดยการงดออกป้ายภาษี งดออกเอกสารแสดงการเสียภาษี บางคนก็ยังเข้าใจว่างดต่อภาษีซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ รถท่านต่อภาษีได้แต่ไม่ได้ป้าย เอารถมาขับก็เป็นความผิดอยู่แล้ว ตั้งแต่ปี 2560 ปีนี้ปี 2565 ก็ยังเป็นกฎหมายอยู่ ก็ยังไม่บังคับใช้จริง” พล.ต.ต.เอกราช ระบุ
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอปลา’ไขปริศนา’บ้านติดไฟ’ ไม่สัมผัสสิ่งลี้ลับ แนะ2อย่างให้เจ้าของบ้านทำ

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669241

'หมอปลา'ไขปริศนา'บ้านติดไฟ' ไม่สัมผัสสิ่งลี้ลับ แนะ2อย่างให้เจ้าของบ้านทำ

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.46 น.

26 กรกฎาคม 2565 จากกรณีเกิดไฟปริศนาลุกไหม้ภายในบ้านเป็นจุดๆ รวมแล้วกว่า 30 ครั้ง ที่บ้านของนางสมจิต รัฐแสง อายุ 52 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับพ่อวัย 82 ปี ทำให้เกิดความหวาดผวา กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะเชื่อว่าไฟที่ไหม้ในบ้านเกิดจากฝีมือของสิ่งที่มองไม่เห็น  ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สำรวจ พร้อมชี้แจงให้กับเจ้าของบ้านได้ทราบแล้วว่า  องค์ประกอบของการเกิดไฟ ประกอบด้วย เชื้อเพลิง อากาศ และพลังงาน ต้องมี 3 สิ่งนี้รวมกันถึงจะเกิดไฟได้ ซึ่งเป็นคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ แต่ทางเจ้าของบ้านยังไม่คลายความกังวล จึงอยากให้ผู้ที่มีสัมผัสพิเศษ ลงพื้นที่มาที่บ้านเพื่อดูว่าที่บ้านมีสิ่งที่มองไม่เห็นหรือไม่ เพื่อที่จะได้แก้ไขหรือทำพิธีให้ถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่บ้านเลขที่ 126/12 บ้านท่าสองคอน หมู่ 12 ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม ภายหลังจากที่วันนี้ หมอปลาจะเดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ว่าที่บ้านหลังนี้มีสิ่งลี้ลับ ตามที่เจ้าของบ้านเชื่อหรือไม่ เพื่อไขปมปริศนากรณีไฟประหลาดลุกไหม้ภายในบ้านหลายจุด ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2565 รวมแล้วกว่า 30 ครั้ง เฉพาะวันที่ 24 วันเดียวเกิดเหตุไฟไหม้ตามจุดต่างๆของบ้านรวม 11 ครั้ง 

โดยชาวบ้านที่ทราบข่าวว่า หมอปลาจะเดินทางมาเพื่อคลายปมไฟปริศนาที่บ้านหลังนี้ ต่างก็เดินทางมารอดูและสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก ทาง อบต.ท่าสองคอน ได้นำเต้นท์มาตั้งไว้จำนวน 2 หลัง พร้อมด้วยเก้าอี้ให้ชาวบ้านได้นั่งรอและสังเกตการณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อบต.ท่าสองคอน และ อสม.เข้ามาอำนวยความสะดวกบริเวณบ้าน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ค้าลอตเตอรี่ที่ทราบข่าว เดินทางมาขายล็อตเตอรี่ให้กับชาวบ้านที่ชอบเสี่ยงโชคกว่า 10 เจ้า โดยเลขที่ขายดีคือเลขบ้านเลขที่ 26 และ 62 ถูกซื้อไปจนหมดทุกเจ้า

กระทั่งเวลา 10.40 น. หมอปลาได้เดินทางมาถึง จึงได้เข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว พร้อมกับเดินดูตามห้องและจุดที่เคยเกิดไฟไหม้ ก่อนที่จะเดินไปหลังบ้าน เพื่อที่ไปดูจุดที่เจ้าของบ้านไปดูหมอดูมาแล้วเชื่อว่าเป็นรูที่พญานาคใช้สัญจรและได้มีการต่อเติมหลังบ้าน ทำให้พญานาคไม่พอใจพ่นไฟออกมา จึงเกิดไฟไหม้เป็นจุดๆขึ้น ซึ่งเมื่อหมอปลาไปถึงจุดที่เชื่อว่าเป็นรูพญานาค ก็บอกกับนางสมจิตเจ้าของบ้านว่า 

‘ไม่ใช่รูพญานาคเป็นเพียงดินที่ทรุดลงไป ให้ลองคิดดูว่าถ้าเป็นพญานาค ก็คงจะไม่ลงไปอยู่ในรูที่สกปรกแบบนี้  พญานาคเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นของสูง คงไม่ลงไปอยู่ใต้ดินให้คนข้ามไปข้ามมา  หมอดูที่ไปดูมาเป็นหมอดูมโน ถ้าเรามีความเชื่อ เราก็ต้องไปเสียเงินเสียทอง ไปเช่าไปบูชาสิ่งต่างๆมาไว้ในบ้าน เสียเงินเสียทองไปอีก ถ้าเป็นพญานาคพ่นไฟจริง ๆป่านนี้พญานาคปากพองไปแล้ว’

ตลอดเวลาหมอปลาสำรวจบ้านก็ไม่มีท่าที ว่าบ้านหลังนี้มีสิ่งลี้ลับแต่อย่างใด จึงได้บอกกับนางสมจิต เจ้าของบ้านว่าไม่สามารถสัมผัสสิ่งลี้ลับได้ เพราะบ้านหลังนี้ไม่มีผี สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นคนมากกว่า มี 2 วิธีที่จะไม่เกิดไฟไหม้  คือ 1.ติดกล้องวงจรปิด  2.เอาคุณตาออกจากบ้านหลังนี้ ไฟจะไม่ไหม้ก็จะได้คำตอบ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าหมอปลาเชื่อว่าฝีมือมนุษย์ใช่หรือไม่ หมอปลาตอบว่าไม่ได้เชื่อ แต่มันคือเรื่องจริง มันไม่ใช่ความเชื่อ มันคือเรื่องจริง ตนไม่ได้เจาะจงว่าใคร แต่หากทำตามที่ตนแนะนำคือติดกล้องวงจรปิดและนำตาออกไปอยู่ที่อื่น ก็จะไขปริศนาได้ทุกอย่าง พร้อมกับทิ้งท้ายว่า หากตราบใดเจ้าของบ้านยังเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเป็นฝีมือของพญานาค เป็นฝีมือของผี เป็นไสยศาสตร์สิ่งที่ตามมาคือหมดตัว อยากให้เอาเงินที่ไปหาหมอดูไปซื้อกล้องวงจรปิดมาติดดีกว่า ผีพวกนี้กลัวกล้องวงจรปิด เพราะมันคือฝีมือมนุษย์ ไม่มีสิ่งลี้ลับ ไม่มีสิ่งเหนือธรรมชาติ เข้าใจว่าทุกข์ แต่สิ่งพวกนี้จะทำให้เราหมดเงินหมดทอง เพราะถ้ามีผีจริง ผีเห็นผม พระเลวๆ เห็นผมก็หนีแล้ว 

นางสมจิต รัฐแสง เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ถึงแม้ว่าหมอปลาจะบอกไว้ไม่มีสิ่งลี้ลับใดๆในบ้าน แต่ตนเองก็ยังเชื่ออยู่ เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ จากนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป  ก็คงต้องทำบุญ และหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเอากล้องวงจรปิดมาติดก็เอามาติดไม่มีปัญหาอะไร และหากสมมติว่าเมื่อนำกล้องมาติดแล้วพบว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ และฝีมือของคนในครอบครัว ตนก็จะไม่ติดใจเอาความใดๆ เพราะเป็นลูกเป็นหลาน 

ด้าน  นางอรุณณี ชัยยะรุ่งโรจน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสองคอน กล่าวว่า เหตุการณ์ประหลาดนี้เกิดขึ้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหมู่บ้านเท่าที่สำรวจความเสียหายพบว่าส่วนใหญ่ไฟไหม้เป็นจุดๆทั่วบริเวณบ้านและไม่ในตู้เสื้อผ้าทำให้เสียหายแล้ว 5 หลัง ต้องขนย้ายออกไปทิ้งไว้ข้างนอกและมีเสื้อผ้ารวมถึงสิ่งของต่างๆ ตรงส่วนนี้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสองคอนได้เข้ามาดูแลเบื้องต้นด้วยการ จัดเจ้าหน้าที่แวะเวียนมาดูแลสอบถามอยู่เป็นระยะๆ 

นอกจากนี้ได้เปิดรับบริจาคสิ่งของเพื่อนำมามอบให้เจ้าของบ้านเพื่อบรรเทาทุกข์เบื้องต้น ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องประหลาดเพราะไฟสามารถจุดติดขึ้นได้เองทั้งๆ ที่ในบ้านตัดไฟไปแล้ว ไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าแต่ไฟก็ยังลุกอยู่ ในส่วนของการติดตั้งกล้องวงจรก็จะได้ทำเรื่องเสนอที่ นายก อบต. ว่าจะช่วยได้อย่างไร หากนำมาติดก็คาดว่าจะติดได้ประมาณ 3-4 ตัว แต่ตรงนี้ก็ยังไม่มีงบประมาณ แต่จะหาทางออกโดยเร็วที่สุด. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวนาใช้เวลาว่างสานเปลจาก ‘ผักตบชวา’ สร้างรายได้

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669227

ชาวนาใช้เวลาว่างสานเปลจาก 'ผักตบชวา' สร้างรายได้

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.50 น.

ชาวบ้านวัย 62ปี สานเปลจากผักตบชวาขาย สร้างรายได้หลังจากการทำนา เผยขายผืนละ 250 บาท เป็นค่ากับข้าว โดยเก็บผักตกชวาจาลำคลอง มาจักรตากแล้วสานเป็นเปล

26 ก.ค.65 ที่บริเวณบ้านเลขที่ 4 ต.ทางพระ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง พบกับ นางสมนึก ควรหัตถ์ อายุ 62 ปี ชาวนา ที่ใช้เวลาว่างหลังจากการทำนา สานเปลญวนจากผักตบชวา ฝีมือภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่เหนียวนุ่ม  ขายในราคาผืนละ 250 บาท สร้างรายได้ จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สืบทอดกันมา  โดย นางสมนึก เล่าให้ฟังว่า หลังจากว่างจากการทำนา ก็ทำการเก็บต้นผักตบชวาจากในลำคลองข้างบ้านมาทำการตากแดด แล้วทำการสานเป็นเปลขาย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมา โดยเปลที่ทำจากผักตบชวานั้นมีความคงทน หากอยู่ในที่ร่มไม่โดนแดดและฝนจะอยู่ได้อย่างยาวนาน 2-3 ปี เลยทีเดียว ที่สำคัญเปลจากผักตบชวานันเหนียวนุ่ม นอนแล้วไม่เจ็บหลัง เปล 1 ผืน จะใช้เวลาทำนาน 2-3 วัน เลยทีเดียวเนื่องจากใช้ช่วงเวลาว่างจากการทำงานบ้านเสร็จแล้วก็มานั่งสานเปล เป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่งเป็นค่ากับข้าวในช่วงว่างจากการทำนา สนใจอุดหนุน สอบถาม โทร 081-4920987

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กำไรคืนความสุข! มีอยู่จริง ‘ข้าวแกง10บาท’ ข้าวไม่อั้น เอาใจผู้มีรายได้น้อย

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669226

กำไรคืนความสุข! มีอยู่จริง 'ข้าวแกง10บาท' ข้าวไม่อั้น เอาใจผู้มีรายได้น้อย

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.49 น.

26 ก.ค.65 ที่บริเวณริมถนนสายพหลโยธิน ฝังตรงข้ามเยื้อง ห้างโลตัส สาขาลพบุรี ซึ่งมีร้านขายนข้าวแกงชื้อเฮียแบงค์ข้าวแกง 10 บาท โดยได้มีมีลูกค้าแวะเวียนมารับประทานข้าวแกงตลอดทั้งวัน ซึ่งร่านแห่งนี้เพิ่งเปิดให้บริการได้ประมาณ 10 วัน เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้มีร่ายได้น้อยได้มากินข่าวแกงราคาถูก และ อิ่มท้องกัน โดยร้านจะเริ่มตั้งแต่เวลา02.00-05.00 น. โดยมีแม่ครัวหมุนเวียนเปลี่ยนกันถึง2ชุด ให้ประชาชนได้มากินข่าวแกงกันได้ตลอด  

โดยที่ร้านจะมีแม่ครัวตักกับข้าวใส่ถ้วยเรียงรายเอาไว้ ให้ลูกค้าเลือกกว่าวันละ 10-15 เมนูทุกวัน หมุนเวียนทั้งวัน ราคาถ้วยละ 10 บาท ส่วนข้าวสวยก็ตั้งหม้อข้าวหม้อใหญ่ไว้ให้ลูกค้าได้ตักเอง ตักได้ไม่อั้น เพื้อให้ถูกค้าได้มากินกันให้อิ่ม  

นายกานต์ สิมบุตร หรือเฮียแบงค์ เจ้าของร่านข้าวแกง 10 บาท เปิดเผยว่า ตรนเองมองเห็นร้านข้าวแกงใมนต่างจังหวัดทำกันหลายร่านเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่มีรายได้รน้อย แต่ที่จังหวัดลพบุรีไม่มี ตนเองจึงได้หาสถานที่เปิดร่านเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในยุคข้าวยาก หมากแพง หรืออะไรก็แพง แต่ตนเองก็มาเปิดร่นข้างแกง10บาทขึ้นเพื่อช่วยหรือชาวบ้านที่มีรายได้น้อย มีเงินในกระเป๋า 20 บาท 100 บาท ก็มากินข่าวแกงได้อิ่มท้องกลับไป ซึ่งร่นของวตนเองเพิ่มเปิดมาได้ประมาณ10กว่าวัน แต่เห็นลูกค้าเข้ามาทานข้าวหมุนเวียนกันทั้งวัน ทั้งผู้มีรายได้น้อย นักเรียน ทำให้ตนเองก็ดีใจ  

เจ้าของร่นข้าวแกงบอกต่อว่าการทำแบบนี้จะเอากำลังมาจากได้ ตนเองบอกเลยว่าขายข้าวแกง 10บาทกำไลไม่มีหรือมีก็น้อยมาก เพราะเราทำอย่างดีทั้งหมูและไก่ แต่ที่พอมีกำลังก็จากลูกค้าที่สั่งน้ำขวดก็จะได้กำไลตรงนั้นบ้างแต่ที่ได้มากที่สุดคือได้เห็นชาวบ่านได้กินข้าวอิ่มท้อง หรือบางคนมีตังน้อยแต่อยากกินกับข่าสวหลายอย่างก็มาที่นี้จะได้กินแบบมีความสุข และที่ได้มากไปกว่าสิ่งอื่นคือคว่ามีสุขทางใจ ซึ่งขณะนี้ในลพบุรีร่านเฮียแบงค์ข้าวแกง10บาท มี2สาขาแล้ว คือสาขาหน้าโลตัส กับอีกสาขาอยู่ถนนสาย2 เทศบาลเมืองลพบุรี และกำลังจะเปิดสาขาที่3ในเร็วๆนี้รอหาพื้นที่ก่อน เพื่อให้ชาวลพบุรีได้เข้าถึงข่าวแกงร่าคาถูกกันทั้งจังหวัด.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสียงดังสนั่นทั้งกลางวันกลางคืนรถเหยียบฝาท่อปิดไม่สนิท ชาวบ้านโวยนอนไม่หลับ

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669214

เสียงดังสนั่นทั้งกลางวันกลางคืนรถเหยียบฝาท่อปิดไม่สนิท ชาวบ้านโวยนอนไม่หลับ

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.44 น.

เสียงฝาท่อกลางเมืองอุดรธานีดังสนั่นจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน! ชาวบ้านโวยรบกวนทางเสียงตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน แม่ป่วยจนนอนไม่หลับ บางวันต้องสะดุ้งเพราะเสียงดังมากเมื่อรถวิ่งผ่านและเหยียบฝาท่อ หวั่นเกิดอันตรายหากรถใหญ่เหยียบฝาท่อกระเด็นใส่ ตรวจสอบพบเป็นฝาท่อติดชื่อ กฟภ.หรือ PEA คาดน่าจะเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไขด่วน

วันที่ 26 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในเขตเทศบาลนครอุดรธานีว่ามีฝาท่อซึ่งเป็นแผ่นเหล็กขนาดใหญ่อยู่กลางถนนทหารทางออกจากตัวจังหวัดอุดรธานี ตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ฝาท่อปิดไม่สนิทเสียงดังสนั่นเมืองเวลารถเหยียบซึ่งเป็นฝาท่อเหล็กและถนนเส้นนี้ไม่มีเวลาหยุดพักเพราะจะมีรถวิ่งตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนทำให้เวลารถเหยียบฝาท่อเสียงดังอยู่ตลอดเวลา ทำให้ประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นต้องได้รับความเดือดร้อนในเรื่องเสียงเป็นอย่างมาก

นางวิลาวรรณ พรหมแก้ว อายุ 51 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง พาทีมข่าวไปดูจุดที่ฝาท่อปิดฝาที่ส่งเสียงดังทุกครั้งเมื่อมีรถวิ่งมาเหยียบ พร้อมบอกว่าเป็นแบบนี้ตลอดทั้งวันทั้งคืนและเสียงดังมานานแล้ว ที่ผ่านมาเคยไปร้องเรียนแล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไข เสียงฝาท่อดังจนน่ารำคาญนี้ทำให้เสียสมาธิการทำงานโดยเฉพาะผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้จุดที่ต้องทนกับเสียงจากฝาท่อตลอดทั้งวันทั้งคืนแทบไม่ได้หลับได้นอน โดยเฉพาะคนป่วยและผู้สูงอายุ แม่ตนที่ป่วยบางครั้งต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงฝาท่อและก็นอนไม่หลับ 

อีกอย่างกลัวอันตรายหากรถบรรทุกขนาดใหญ่เหยียบแล้วฝาท่อกระเด็นจะทำให้เกิดอันตรายมากกว่านี้ได้ อยากจะวิงวอนหน่วยงานที่รับผิดชอบฝาท่อนี้มาปิดให้สนิท ไม่ให้เกิดเสียงดังแบบนี้ เพราะตนทนแบบนี้มาเป็นปีแล้วตั้งแต่ติดตั้ง 

ทั้งนี้ จากการสังเกตของผู้สื่อข่าวพบว่า ฝาท่อตรงบริเวณดังกล่าวติดชื่อเป็นตราของ กฟภ.หรือ PEA และเป็นฝาท่อเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เมตรเหมือนปิดไม่สนิท น่าจะเป็นฝาท่ออุโมงค์สายไฟฟ้าใต้ดินและจะสังเกตเห็นว่าเวลารถวิ่งผ่านและเหยียบฝาท่อจะมีเสียงดังอย่างมาก – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,975 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๑๐๓ ปี วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์’
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง
นราพัฒน์ ตั้งคำถาม แลนด์บริดจ์ ดีจริงแค่ไหน? หวั่นคุ้มทุนไม่จริง-กลายเป็นภาระยาว
ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
ณัฐพงษ์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.เงา จี้ 3 ข้อเสนอเรียกเยียวยา ‘ขนส่ง-ประมง’
อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d