Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘มหาเศรษฐีรัสเซีย’ นำซูเปอร์ยอชต์ มูลค่า 3.9 พันล้าน ล่องเกาะสมุยสุดชิล

Posted on July 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667321

'มหาเศรษฐีรัสเซีย' นำซูเปอร์ยอชต์ มูลค่า 3.9 พันล้าน ล่องเกาะสมุยสุดชิล

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.29 น.

กลายเป็นเรื่องราวฮือฮาให้ได้พูดถึงกันอย่างมากสำหรับกรณี “Alexander Alexandrovich Svetakov” มหาเศรษฐีวัย 54 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประธานกลุ่ม Absolut ผู้ก่อตั้ง Absolut Investment Group และ Absolut Bank ซึ่งเป็นนายธนาคารใหญ่ในเมือง Falmouth ชายฝั่งทางใต้ของ Cornwall สหราชอาณาจักรอังกฤษ จ้าของเรือซุปเปอร์ยอร์ชสุดหรูชื่อคลาวด์เบรค ( Cloudbreak ) สัญชาติสหราชอาณาจักร มูลค่า 90 ล้านปอนด์หรือ 3,900 ล้านบาท

โดยเรือซุปเปอร์ยอร์ชคลาวด์เบรคได้มาจอดทอดสมอบริเวณอ่าวบ้านหาดเฉวง ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำหรับเรือซุปเปอร์ยอร์ชคลาวด์เบรคมีโดยมีผู้โดยสารจำนวน 13 คนและลูกเรือ 6 คน ได้ล่องเรือมาพักผ่อนบริเวณหน้าอ่าวเกาะเต่า ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน และได้เดินทางต่อมายังเกาะสมุย เรือซุปเปอร์ยอร์ชได้สร้างความฮือฮาให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เนื่องจากบนเรือซุปเปอร์ยอร์ชลำนี้มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจอดอยู่บนดาดฟ้าของเรือด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือซุปเปอร์ยอร์ชคลาวด์เบรคลำดังกล่าวได้เดินทางล่วงหน้ามาจากประเทศสิงคโปร์ขออนุญาตเข้าประเทศผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาะสมุย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา สำหรับเรือซุปเปอร์ยอร์ชคลาวด์เบรค ลำนี้ออกแบบโดยเอสเพน โอไอโน่ (Espen Øino) นักออกแบบและสถาปนิกทางเรือที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกผู้อยู่เบื้องหลังเรือซูเปอร์ยอทช์ที่โดดเด่นที่สุดลำนี้ และสร้างโดยอู่ต่อเรือใกล้เมืองเบรเมิน ประเทศเยอรมนี ตัวเรือมีขนาด 2,293 ตัน มีความยาว 235 ฟุต หรือ 72 เมตร ความเร็วสูงสุด 15 น็อต (17 ไมล์ต่อชั่วโมง)

ภายในเรือตกแต่งอย่างสุดหรูมีห้องนอน 6 ห้องรองรับแขกได้ 12 คน รวมห้องมาสเตอร์สวีท ห้องโดยสารคู่ 3 ห้อง และห้องโดยสารเตียงแฝด 2 ห้อง พร้อมพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับลูกเรือ 22 คน ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และสระว่ายน้ำกลางแจ้ง โดยมีเฮลิคอปเตอร์ยี่ห้อเบลล์ รุ่น 429 ส่วนตัวของนายอเล็กซ์ซานเดอร์ อเล็กซานโดรวิช สเวทาคอฟ จอดประจำการถาวรอยู่บนดาดฟ้าเรือ

จากข้อมูลของฟรอบส์ (Forbes) ระบุว่า นายอเล็กซ์ซานเดอร์ อเล็กซานโดรวิช สเวทาคอฟ มีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1.82 พันล้านปอนด์ นอกจากเรือซุปเปอร์ยอร์ชคลาวด์เบรค แล้วยังมีเครื่องบินส่วนตัวอีกสองลำ และเฮลิคอปเตอร์ยี่ห้อเบลล์ 429 บนเรืออีกด้วย

นายวีระยุทธ ชูพิมล ผู้ให้บริการรถตู้นำเที่ยวที่ได้นำนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเรือซุปเปอร์ยอร์ชบริเวณจุดชมวิวลาดเกาะกล่าวว่า ครั้งแรกที่เห็นเรือซุปเปอร์ยอร์ชรู้สึกแปลกใจอย่างมากเพราะเรือลำใหญ่ และสวยมากซึ่งตนเองไม่เคยเห็นเรือยอร์ชที่มีขนาดใหญ่แบบนี้มาก่อนเป็นการเห็นครั้งแรก ที่ตัวเรือใหญ่มากขนาดอยู่ไกลยังเห็นขนาดของเรือที่ใหญ่มาก ช่วงนี้ดีใจอย่างมากที่การท่องเที่ยวของเกาะสมุยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเพิ่มขึ้นจำนวนมากทำให้นางเที่ยวกลับมาคือคักอีกครั้ง ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นรู้สึกดีใจมาก. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ประมงพื้นบ้านวางอวนช่วงมรสุม ได้’กุ้งแชบ๊วย’ตัวใหญ่ ขายออนไลน์กก.ละ200-250บาท

Posted on July 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667304

ประมงพื้นบ้านวางอวนช่วงมรสุม ได้'กุ้งแชบ๊วย'ตัวใหญ่ ขายออนไลน์กก.ละ200-250บาท

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.38 น.

17 กรกฎาคม 2565 นายมานพ โกสุเวช ชาวประมงพื้นบ้านคลองสน หมู่ 3 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่าในช่วงฤดูมรสุมหลังจากได้เกิดคลื่นลมแรงในทะเลแล้ว ตนเองชาวประมงพื้นบ้านคลองสนก็จะนำเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก หรือเรือหางยาว ออกไปวางอวนจับกุ้งมาได้จากในทะเลรอบๆเกาะช้าง ซึ่งช่วงระยะ 1-2 เดือนนี้ของทุกปี ในทะเลจะมีฝูงกุ้งแชบ๊วย และกุ้งขาว เข้ามาอาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่ง ชาวประมงพื้นบ้านก็จะนำเรือเล็กออกวางอวนจับกุ้ง โดยกุ้งแชบ๊วยที่ชาวประมงพื้นบ้านคลองสน อ.เกาะช้าง วางอวนจับมาได้ในช่วงนี้จะมีตัวขนาดใหญ่ 40-50 ตัว ต่อกิโลกรัม 

“เมื่อชาวประมงพื้นบ้านวางอวนจับกุ้งแชบ๊วยมาได้ ส่วนใหญ่ก็จะโพสต์ขายผ่านช่องทางโซเชียล (เฟซบุ๊ก) ก็จะมีผู้สนใจเข้ามาสั่งซื้อและมีบริการส่งถึงบ้าน และบางส่วนมารับซื้อถึงบริเวณสะพานท่าเทียบเรือ ขณะกำลังปลดกุ้งออกจากอวนโดยที่กุ้งกำลังสดๆ ซึ่งขายในราคา 200-250 บาท ต่อกิโลกรัม จึงเป็นโอกาสของชาวประมงพื้นบ้านคลองสน สามารถมีรายได้เฉลี่ย 2,000-3,000 บาทต่อราย และถ้าวันไหนสามารถวางอวนจับกุ้งได้จำนวนมาก ก็จะแจ้งญาติพี่น้องคนในชุมชน มาช่วยกันแกะกุ้งออกจากอวน และตอบแทนด้วยการแบ่งปันกุ้งให้เพื่อนำไปประกอบอาหารในครัวเรือน” นายมานพ กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลของทีมข่าวพบว่า ชาวประมงพื้นบ้านคลองสน อ.เกาะช้าง ที่นำเรือออกวางอวนในทะเลวันนี้ สามารถจับกุ้งแชบ๊วยได้เกือบทุกลำ แต่ได้กุ้งจำนวนไม่มาก รายละประมาณ 20-30 กิโลกรัม 

ชาวประมงอีกรายระบุว่า ไม่สามารถนำเรือออกไปวางอวนในทะเลระยะไกลที่ห่างจากชุมชนมากได้ เพราะกลัวว่าจะจับกุ้งได้ไม่คุ้มกับค่าน้ำมัน เนื่องจากราคาน้ำมันแพงมาก สำหรับกุ้งแชบ๊วยที่วางอวนจับมาได้ จะขายในราคา 200-250 บาท ต่อกิโลกรัม ถือว่าได้ราคาเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งการนำเรือออกวางอวนจับกุ้งในแต่ละวันไม่สามารถคาดหวังได้ บางวันก็ไม่ได้ บางวันก็จับกุ้งได้ 5-10 กิโลกรัม.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เต็มทุกเที่ยวบิน! นทท.แห่เดินทางกลับออกจาก ‘เกาะสมุย’ หลังหยุดยาว-ฟูลมูนปาร์ตี้

Posted on July 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667302

เต็มทุกเที่ยวบิน! นทท.แห่เดินทางกลับออกจาก 'เกาะสมุย' หลังหยุดยาว-ฟูลมูนปาร์ตี้

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.36 น.

17 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากหยุดยาว และฟูลมูนปาร์ตี้ที่เกาะพะงัน นักท่องเที่ยวได้เดินทางกลับออกจากเกาะสมุย โดยได้สำรวจบริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกสนามบินสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบว่านักท่องเที่ยวต่างทยอยเดินทางมาเพื่อเช็คอินเพื่อขึ้นเครื่องบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สเดินทางออกจากเกาะสมุย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : นทท.ไทย-ต่างชาติ แห่เที่ยว ‘ฟูลมูนปาร์ตี้’ ที่เกาะพะงัน

ทำให้บรรยากาศภายในอาคารผู้โดยสารขาออกสนามบินสมุยมีนักท่องเที่ยวคึกคักอย่างมาก ซึ่งการรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางออกจากเกาะสมุยจำนวนมากนี้ สายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้เพิ่มเที่ยวบินรองรับผู้ที่เดินทางออกจากเกาะสมุยมากถึง 35 เที่ยวบินในวันนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่มีมากในช่วงวันหยุดยาวและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าเกาะสมุยแล้วเดินทางต่อไปยังเกาะพะงันเพื่อร่วมกิจกรรมฟูลมูนปาร์ตี้ ได้ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวทั้งเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ได้ส่งผลทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวทั้งสามเกาะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทั้งสามเกาะมีรายได้เพิ่มขึ้น

นอกจากการเดินทางออกจากเกาะสมุยด้วยเครื่องบินแล้วอีกเส่้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้คือการเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ พบว่าตั้งแต่เช้ามีรถยนต์มาจอดรอคิวซื้อตั๋วโดยสารเพื่อลงเรือเฟอร์รี่จำนวนมาก ส่งผลให้คิวรถยนต์ต้องจอดบนพื้นที่สาธารณะและบนถนนเลียบชายหาดหน้าทอนยาวไปถึงบริเวณถนนสายรอบเกาะสมุยซึ่งเป็นถนนสายหลัก ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทที่ให้บริการเรือเฟอร์รี่ได้ลดเที่ยวเรือเพื่อให้บริการด้วยเหตุผลเพื่อบรรเทาผบกระทบจากการขาดทุน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มีความประทับใจการเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสมุยผ่านทางเรือเฟอร์รี่

นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า ณ ตอนนี้เกาะสมุยมีนักท่องเที่ยว คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าเกาะสมุยจำนวนมาก ไม่ว่าช่องทางทางเครื่องบินหรือการโดยสารทางเรือเต็มทุกช่องทาง โดยเฉพาะ การกระตุ้นท่องเที่ยวด้วยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ภายในเกาะสมุยมีนักท่องเที่ยวใช้โครงการเราเที่ยวด้วยกันจำนวนมาก ทำให้มีนักท่องเที่ยวคนไทยจำนวนมากเข้าใช้บริการโรงแรมต่างๆ

โดยเฉพาะกิจกรรมฟูลมูนปาร์ตี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าท่องเที่ยวทั้งสามเกาะได้แก่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีมากๆ ในช่วงหน้าไฮซีซั่นนี้ ทั้งนี้นอกจากเราจะมีตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศแล้วเรายังมีตลาดนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งตัวเลข ณ ปัจจุบัน มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับของช่วงก่อนมีโควิดแล้ว ถึงแม้ปัจจุบันจะมีผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพงและผลกระทบจากการสู้รบของรัสเซียและยูเครน ร่วมทั้งนักท่องเที่ยวจีนยังไม่สามารถเดินทางออกมานอกประเทศได้ จึงถือว่าเกาะสมุยของเรากลับมาได้ดีเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้น.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยเหลือคนทุกข์ยาก! 3ชีวิตป่วยรุมเร้าทั้งครอบครัว ตกงานไม่มีเงินรักษา

Posted on July 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667288

ช่วยเหลือคนทุกข์ยาก!  3ชีวิตป่วยรุมเร้าทั้งครอบครัว ตกงานไม่มีเงินรักษา

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.56 น.

17 กรกฎาคม 2565 จากกรณี ครอบครัวนายณัฐพงษ์ ทองนาค อายุ 18 ปี ลูกชาย ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ นางวรรณ สุขขจร อายุ44 ปี แม่ ป่วยไทรอยด์เป็นพิษ โรคหัวใจ โรคความดัน และนายอรรถพล ทองนาค อายุ 50 ปี พ่อ ป่วยโรคเบาหวาน ตาบอด 1 ข้าง พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 147/5  หมู่ 6 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่ง เป็นบ้านปูน เก่าทรุดโทรม หลังคาบ้านทะลุ หลายจุด ตามที่ได้เสนอข่าวไป  

ล่าสุดนายยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ นายกเทศมนตรีตำบลเกล็ดแก้ว ได้มอบหมายให้นายทศพล ดอกไม้เพ็ง เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลเกล็ดแก้ว พร้อมด้วย สมาชิกสภาเทศบาล พร้อม หัวหน้าฝ่ายปกครอง รก.ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม ลงพื้นที่พร้อมให้การช่วยเหลือเบื้องต้น มอบข้าวสาร ไข่ไก่ และสิ่งของยังชีพ พร้อมเตรียมตรวจสอบข้อมูลเพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบราชการ ต่อไป   

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะให้ความช่วยเหลือครอบครัวของ นายณัฐพงษ์ ทองนาค ได้ที่หมายเลขบัญชี 102-1-56067-3 ธนาคาร กสิกรไทย ชื่อบัญชีนายณัฐพงษ์ ทองนาค หรือสามารถสอบถามรายละเอียดได้โดยตรงที่หมายเลขโทรศัพท์ 0625896746 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สามีภรรยาสู้ชีวิต!! จากอาชีพก่อสร้างผันตัวเองมาเปิดร้าน ‘ขนมไข่เตาถ่าน’ ที่เมืองสงขลา

Posted on July 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667283

สามีภรรยาสู้ชีวิต!! จากอาชีพก่อสร้างผันตัวเองมาเปิดร้าน 'ขนมไข่เตาถ่าน' ที่เมืองสงขลา

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.22 น.

“ร้านขนมไข่เตาถ่าน สูตรโบราณแม่จำเนียน” หอม หวาน สดใหม่ ไส้เยอะ ย่านการค้าเมืองเก่าใจกลางเมืองสงขลา บ้านเลขที่ 33 ถนนนางงาม เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ของนายยอด พุทธา อายุ 45 ปีและนางจำเนียน พุทธาอายุ 40 ปี เป็นร้านรถเข็นขายที่หน้าบ้านของตนเอง ขายมาเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว และเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวย่านเมืองเก่าสงขลา 

สำหรับ ร้านขนมไข่เตาถ่าน สูตรโบราณแม่จำเนียน หอม หวาน สดใหม่ ไส้เยอะ เป็นร้านเล็ก ๆ ที่ตั้งขายอยู่ในย่านใจกลางเมืองสงขลา จุดเด่นและจุดขายคือใช้เตาถ่านที่เป็นถ่านไม้โกงกางจากพม่าในการอบขนมไข่ ซึ่งจะให้ความร้อนได้ดี และร้อนนาน ทำให้ขนมไข่ฟูนุ่มเท่ากันหมด อบประมาณ 2 นาทีก็สุก  

โดยในแต่ละวัน นางจำเนียน จะเป็นคนทำขนมไข่เตาถ่านอยู่หน้าเตาทุกวัน ส่วนนายยอดสามีก็จะเป็นผู้ช่วยขายโดยหยิบขนมไข่ใส่ถุงและใส่กล่องขายให้กับลูกค้าที่มาอุดหนุน ส่วนหนึ่งของการขายขนมไข่เตาถ่านของแม่จำเนียนที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าและมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าทุกคนที่มาอุดหนุน โดยนำขนมไข่ร้อนๆจากเตาเสียบไม้ ให้ลูกค้าที่มายืนรอได้ชิมความอร่อยของขนมไข่เตาถ่าน 

สองสามีภรรยาสู้ชีวิต เป็นคนจังหวัดแพร่ทั้งสองคน เดินทางล่องใต้มาหางานทำที่จังหวัดสงขลาเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา โดยมาทำงานก่อสร้างทั้งสองคนอยู่ที่จังหวัดสงขลากว่า 5 ปี ใช้แรงงานเป็นกรรมกรก่อสร้างที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับงานก่อสร้างทุกวัน รวมทั้งก็พยายามมองหาช่องทางที่จะทำมาหากินให้มีอาชีพหลักที่ดีกว่านี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งคุณจำเนียนชอบซื้อขนมไข่เตาถ่านของร้านนายเลิศต้นตำรับขนมไข่เต่าถ่านของเมืองสงขลา ที่มีความอร่อยและขายดี และคิดว่าตนเองก็น่าจะทำได้ โดยคิดสูตรขึ้นมาเอง ก็ลองผิดลองถูกอยู่หลายเดือน จนสามารถคิดสูตรที่ทำอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นสูตรสำเร็จที่นำมาขายได้ โดยทำให้เพื่อนฝูงหลายๆคนได้ลองชิมก็บอกว่าอร่อย

จึงยึดสูตรนี้ทำขายมาเรื่อยๆตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ในราคาชิ้นละ 2 บาท มีทั้งลูกค้าขาจรและขา ประจำ รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณถนนนางงามที่มีร้านอาหารอร่อยๆหลายสิบร้านที่อยู่ในถนนนางงามแห่งนี้ เข้ามาอุดหนุนอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาหาของอร่อยๆกินที่ถนนนางงามแห่งนี้ รวมทั้งแวะซื้อขนมไข่เตาถ่านแม่จำเนียนเดินกินกันไปด้วย 

ขนมไข่เตาถ่านแม่จำเนียนเปิดขายทุกวัน (หยุดเฉพาะวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 08:00 น ถึง 17:00 น ในราคาชิ้นละ 2 บาทใส่ถุง 25 ชิ้น 50 บาท ใส่กล่อง 30 ชิ้น 70 บาท(รวมค่ากล่อง 10 บาท) 

นางจำเนียน กล่าวว่า ขนมไข่ทำมา 5 ปีแล้ว เมื่อก่อนทำงานก่อสร้าง ในส่วนแรงบันดาลใจที่มาทำขนมไข่เตาถ่าน ก็เพราะอยากทำ โดยคิดสูตรขึ้นมาเองและใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะได้ ลูกค้าก็บอกว่าอร่อย ก็ทำขายมาเรื่อยๆ ในช่วงนี้ของขึ้นราคาทุกอย่างเราก็ยังขายชิ้นละ 2 บาทเหมือนเดิมไม่ได้ปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด เพราะเอาลูกค้าไว้ก่อน แบบว่าเห็นใจเขามาก ช่วงนี้ติดโควิดกันเยอะ รวมทั้งเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดีด้วย 

สำหรับราคาขนมไข่เตาถ่านแม่จำเนียรชิ้นละ 2 บาทขายมา 5 ปีก็ในราคานี้ปัจจุบันราคาวัตถุดิบต่างๆแพงขึ้นทั้งไข่ไก่แปิงและถ่านจากพม่าก็ปรับราคาขึ้นหมดแล้วแต่ขนมไข่ของแม่จำเนียรยังคงขายให้กับลูกค้าชิ้นละ 2 บาทเหมือนเดิมเนื่องจากเห็นใจลูกค้าที่อุดหนุนมาตลอด 5 ปีจนสามารถประกอบอาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังจากที่ผันชีวิตจากกรรมกรก่อสร้างมาเป็นแม่ค้าขายขนมไข่เตาถ่านแม่จำเนียรในปัจจุบันนี้ ลูกค้าต้องการสั่งขนมไข่เตาถ่านสูตรโบราณแม่จำเนียน ล่วงหน้าได้ที่ หมายเลข 098-8593067 และ 098-0686885 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ‘มีเมตตาจิต ปัญหาไม่เกิด ฆ่าความโกรธด้วยความดี’ โดย พระครูทัศนประกาศ

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667272

ธรรมะวันอาทิตย์ : 'มีเมตตาจิต ปัญหาไม่เกิด ฆ่าความโกรธด้วยความดี' โดย พระครูทัศนประกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.11 น.

วัดพระมงคลมิ่งเมือง พระครูทัศนประกาศ อายุ 72 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดมงคลมิ่งมงคล มาหลายสิบปี คอยกำกับดูแล พระสงฆ์ 7 รูป สามเณร 5 รูป มรรคนายก 1 คน ศิษย์วัด 3 คน ตั้งอยู่ถนนชยางกูร ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ใกล้กับพุทธอุทยาน ก่อนถึงศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ประมาณ 300 เมตร เป็นวัดสังกัดธรรมยุต มีเนื้อที่ 17 ไร่ ถือว่าเป็นวัดขนาดเล็ก สายวัดป่า จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้แมกไม้นานาชนิด บรรยากาศร่มรื่น กระแสลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา ท่ามกลางความเงียบสงบ จึงเหมาะสำหรับผู้นิยมเข้าไปนั่งปฏิบัติธรรม ทำสมาธิยิ่งนัก 

โดยเฉพาะการเข้าไปฟังธรรมเทศนากับพระครูทัศนประกาศ ซึ่งท่านสั่งสอนญาติโยม ผู้ที่มีความทุกข์ โดยไม่แบ่งชั้นอย่างเสมอภาค ไปถึงก่อนหรือมาทีหลัง ท่านก็ให้ความสำคัญเท่าเทียมกัน ถึงจะเป็นเศรษฐีหรือยากจน ก็มีค่าเท่ากันคือเป็นคนเหมือนกัน ที่สำคัญการบริจาคด้วยเงิน ท่านจะไม่รับเลยถือว่าเป็นพระสงฆ์ ที่เคร่งครัดวัตรปฏิบัติดีงามมาก จึงเป็นเรื่องปกติที่กุฎิเจ้าอาวาสจะเนืองแน่นไปด้วยญาติโยม พุทธศาสนิกชน เพื่อฟังธรรมเทศนาให้คลายทุกข์ และมีจำนวนไม่น้อย ที่เข้ามานั่งปฏิบัติธรรมให้พ้นทุกข์ เพราะต่างประสบปัญหา แตกต่างกันไป  

พระครู ทัศนประกาศ อายุ 73 ปี บวชมา 53 พรรษา เทศนาตอนหนึ่งว่า ญาติโยม ที่มาหาส่วนมาก มักจะมีความทุกข์ ความทุกข์ไม่เหมือนกัน ก็ให้คำชี้แนะบอกสอนที่แตกต่างกันไป บางคนก็จะแนะนำให้ไปนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม บางคนรับราชการ หลักเลิกงานก็จะมานั่งสมาธิ 1 – 2 ชั่วโมง บางคนไม่ว่าง ที่จะเข้ามาปฏิบัติธรรมในวัด ก็จะทำกิจกรรมในบ้านแทน และมีจำนวนไม่น้อย ที่มานั่งสมาธิในวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ ที่สำคัญ หลายโรงเรียนนำนักเรียน เข้ามาฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เพื่อให้นักเรียน รู้จักเข้าวัด ทำบุญ ทำทาน เพื่อสืบทอดพุทธศาสนา ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเด็กทุกวันนี้ พูดยาก บอกยาก ไม่ค่อยเคารพผู้ใหญ่ คุณครู จึงมีการนำเด็กเข้าวัด เพื่อพัฒนาจิตใจ มีศีลธรรมประจำใจ จะได้ไม่ไปทำอะไร ที่มันโหดร้าย อย่างที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง 

คนส่วนใหญ่ที่ทำเรื่องโหดร้าย ฆ่ากันโหดเหี้ยม ทำให้สังคมวุ่นวาย ไม่เป็นสุข การฆ่าที่โหดร้าย ผิดมนุษย์มะนา ก็คือความโกรธ ซึ่งการฆ่าความโกรธก็คือความดี หากทุกคนฆ่าความโกรธได้จะมีความสุข ส่งผลให้สังคมสงบสุข ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือโหดร้ายเกิดขึ้น ทุกคนต่างทำมาหากิน อะไรๆมันก็ดีไปหมด 

ทั้งนี้ การแสดงความโกรธ ออกมาจาก กาย วาจา ใจ โดยมีสีหน้าบ่งบอกชัดเจน ซึ่งใบหน้าหรือสีหน้าของคน ที่มีอะไร เช่น หากมีทุกข์ ก็แสดงออกทางใบหน้า หรือหากมีสุข ก็จะแสดงออกทางสีหน้า มีจิตใจเบิกบาน นำมาซึ่งกุศลกายดี กุศลใจดี คนรอบข้างก็อยากพูดคุย คบค้าสมาคมด้วย  

พระครู ทัสนประกาศ เทศนา ต่อไปว่า คนเราหากแต่ละวัน ลดโมหะ โทสะ ได้ก็จะดี เหตุนี้จะให้คนเป็นพระอินทร์ ซึ่งพระอินทร์ จะช่วยคนมีศีลธรรม สำหรับเรื่องการทำบุญ พระครูทัศนประกาศ เทศนาว่า การทำบุญ มีพรามณ์ไปถาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า บุคคลในโลกนี้ ทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วจะได้รับไหม ซึ่งพรามณ์เชื่อว่าได้รับ แต่ทางศาสนาพุทธได้ไหม พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตอบว่า ผู้ที่ทำบุญไปให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว มี 2 สถานะคือ ได้ที่ไม่ควรจะได้และได้ที่ควรจะได้ เช่น ญาติ พี่ น้อง ไปเกิดเป็นอสุรกาย หรือเปรต ถ้าทำบุญ จะได้รับ เพราะฉะนั้น การทำบุญไม่สูญเปล่า และญาติทั้งหลายในภพก่อนๆ ก็จะได้รับผลบุญเช่นกัน เวลาทำบุญที่ไหนก็ตาม ไม่ต้องเจาะจงก็ได้ เพราะญาติพี่ น้อง จะได้รับผลบุญเหมือนกัน เปรตจำพวกนั้น ก็จะอนุโมทนาสาธุและการสร้างกุฎิถวายพระก็ได้บุญ จะส่งถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ก็จะสาธุตอบ คือบุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาและการทำบุญ ต้องคำนึงถึงฐานะที่ควรทำ 

ส่วนการตั้งประเด็นมองคน ให้ตั้งเมตตา ถ้าเอาจิตเมตตาเป็นที่ตั้ง ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น มีเมตตาให้คนอื่นเท่ากับมีเมตตาให้กับตนเอง เช่น ธรรมะย่อมรักษาผู้ทำความดี พื้นที่ของคนไม่เหมือนกัน เป็นเพราะกรรมเป็นตัวจำแนก ซึ่งจำแนกกรรมในอดีตก็ส่งผลถึงปัจจุบัน พระพุทธเจ้าอยากช่วยทุกคน แต่เพราะกรรม พระพุทธเจ้าจะช่วยคนที่ช่วยได้ เฉพาะคนที่ช่วยได้ ก่อนที่จะช่วยจะต้องมีทุนความดีเดิมเสียก่อน เช่น ทำบุญ ตักบาตร เป็นต้น   

คนเราเกิดมาต่างกรรมกัน ไปวัดก็มีจุดประสงค์ต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วทุกคนต้องการคลายทุกข์ สุขกาย สุขใจ ที่สำคัญ การเข้ามาวัดต้องการกำลังใจ ก็ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจที่ดี เพื่อต่อสู้ยืนหยัดกับโรคโควิด19 ให้ได้ในที่สุด.012 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ของดีมีคุณภาพ! ‘ครกบ้านกลาง’ ปั้นด้วยดินเหนียวผสมทรายแม่น้ำโขง ออเดอร์แน่นตลอดปี

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667271

ของดีมีคุณภาพ! 'ครกบ้านกลาง' ปั้นด้วยดินเหนียวผสมทรายแม่น้ำโขง ออเดอร์แน่นตลอดปี

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.09 น.

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บ้านกลาง หมู่ 1 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นอีกหมู่บ้านที่น่าสนใจแม้หลายพื้นที่จะประสบปัญหาจากโรคโควิดระบาด จึงส่งผลต่อเศรษฐกิจ การค้า แต่สำหรับชาวบ้านกลางถือว่าได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากมีอาชีพหลัก นอกจากการทำนา ยังมีการต่อยอดนำภูมิปัญญาท้องถิ่น จากวิถีชีวิตขุดดินปั้นครกใช้ในครัวเรือน ต่อยอดพัฒนาเป็นอาชีพในการขุดดินปั้นครกขายมายาวนานกว่า 30 ปี ปัจจุบันกลายเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้เงินหมุนเวียนสะพัดปีละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท จากการปั้นครกส่งขายทั่วประเทศ

โดยชาวบ้านกลางไม่น้อยกว่า 50 หลังคาเรือน จะใช้เวลาว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา หันมาขุดดินในพื้นที่บริเวณท้ายหมู่บ้านที่ติดกับลำห้วย ซึ่งมีความได้เปรียบกว่าที่อื่น ตรงที่บ้านกลางมีดินคุณสมบัติพิเศษ เหมาะสำหรับนำมาปั้นครก โดยไม่ต้องมีส่วนผสม เพียงใช้ดินธรรมชาติที่ขุดมาได้ ผ่านขบวนการตามแบบฉบับภูมิปัญญาชาวบ้าน ปั้นขึ้นรูปเป็นครก ตากลมจนแห้งแล้วเข้าเตาเผา ครั้งละ 1,800-2,000 ใบ โดยจำนวนมากน้อยขึ้นอยู่ขนาดของเตา ใช้เวลา 4 คืน 3 วัน ก่อนนำออกส่งขาย สร้างรายได้มหาศาล ที่สำคัญชุมชนปั้นครกบ้านกลาง เป็นหมู่บ้านได้ชื่อว่าผลิตครกคุณภาพดีที่สุดในไทย ส่งออกขายไปทั่วประเทศ บางครอบครัวสามารถสร้างรายได้เดือนละนับแสนบาท

นายสุนทร ชื่นชม อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านกลาง ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน  ประธานเครือข่ายเครื่องปั้นดินเผา เปิดเผยว่าชาวชุมชนบ้านกลาง ถือเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจสำคัญของ จ.นครพนม เนื่องจากมีรายได้จากการปั้นครกส่งขายทั่วประเทศ โดยนำอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน สืบทอดจากบรรพบุรุษมากว่า 100 ปี ผู้นำเข้ามาเป็นคนแรกคือพ่อเฒ่าไห พื้นเพเป็นคนมาจาก จ.อุบลราชธานี ที่มีวิชาปั้นโอ่งเป็นพื้นฐาน ประจวบกับหนองน้ำมีดินที่เหมาะแก่การปั้นโอ่ง จึงปั้นโอ่งไว้รองรับน้ำในฤดูฝน ภายหลังพ่อเฒ่าไหทดลองมาปั้นครก ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี ก่อนจะเผยแพร่ความรู้ให้กับคนในหมู่บ้าน

เริ่มจากการทดลองปั้นใช้ในครัวจนประสบความสำเร็จ กลายเป็นที่ต้องการของตลาด จึงปั้นส่งขายจนมีชื่อเสียง เนื่องจากเป็นครกที่ดีมีคุณภาพ เพราะมีปัจจัยพื้นฐาน คือวัตถุดิบเรื่องดิน ที่ขุดมาจากท้ายหมู่บ้าน เป็นดินที่มีคุณภาพเหมาะกับการปั้นครกที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ไม่ต้องมีส่วนผสม

“ในอดีตชาวบ้านจะใช้วิธีการปั้นแบบภูมิปัญญาชาวบ้านคือใช้มือหมุน คนหนึ่งหมุนอีกคนขึ้นรูป จนมีการพัฒนาใช้เครื่องทุ่นแรง ทำให้สามารถปั้นได้จำนวนมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยแต่ละวันถ้าใช้มือจะปั้นได้วันละ 40-50 ใบ ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นเครื่องหมุนไฟฟ้า และมีแบบพิมพ์เข้ามาช่วย ทำให้ปั้นครกได้จำนวนมากขึ้นถึงวันละ 150 ใบ” นายสุนทร กล่าว

ด้าน นายสุรศักดิ์ สุวรรณะ อายุ 62 ปี สมาชิกเครือข่ายปั้นครกบ้านกลาง เปิดเผยว่า รับช่วงจากพ่อเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ญาติพี่น้องรวมทั้งในครอบครัวตน ต่างยึดอาชีพปั้นครกกันทั้งนั้น เคยเอาครกจากจังหวัดอื่นมาเปรียบเทียบก็พบว่าคุณภาพจะไม่สู้ของชุมชนบ้านกลาง ความพิเศษอยู่ตรงดินที่นำมาปั้น จังหวัดอื่นก็มีดินลักษณะใกล้เคียงกัน แต่จะมีเศษหินปนเยอะ ต่างจากดินที่นี่มีหินน้อยถึงไม่มีเลย เวลาขุดจึงต้องใช้แรงคนเพื่อช่วยคัดเอาหินออก ถ้าใช้แบ็คโฮขุดจบเลย

ส่วนขนาดครกจะมี 5 ขนาด คือ 1.จัมโบ้ ราคาส่ง 150 บาท 2.ใหญ่ 55 บาท 3.กลาง 38 บาท 4.เล็ก 33 บาท และ 5.จิ๋ว 28 บาท ออเดอร์มีสั่งเข้ามาทุกวัน จากพ่อค้าในทุกภูมิภาค ภาคอีสานจะมาจากจังหวัด อุบลราชธานี,ขอนแก่น,ร้อยเอ็ด,มหาสารคาม ฯลฯ เป็นหลัก โดยเฉพาะหน้าฝนต้องสั่งจองล่วงหน้านับเดือน เนื่องจากสภาพอากาศถ้าฝนชุกการตากครกจะแห้งช้า ส่วนหน้าแล้งไม่มีปัญหา

สำหรับขั้นตอนการปั้นไม่ยุ่งยากใช้ความชำนาญตามภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากนำดินที่ขุดได้ท้ายหมู่บ้าน หรือซื้อจากชาวบ้านด้วยกัน คิวละประมาณ 350 บาท ปั้นได้ประมาณ 80 -100 ใบแล้วแต่ขนาด ที่สำคัญต้องใช้คนขุดห้ามใช้เครื่องจักร เพราะใช้แรงคนเขาจะคัดก้อนหินที่ปะปนมาออกให้ ก่อนจะนำดินมาทุบแช่น้ำบ่มให้เกิดความนุ่ม ประมาณ 1-2 คืน และนำมานวดด้วยมือให้ละเอียด หรือเข้าเครื่องบดอักออกมาเป็นแท่ง นำไปแบ่งเป็นส่วนลักษณะเป็นแท่งยาวเพื่อสะดวกในการปั้นขึ้นรูป

เริ่มจากฐานครกไปจนถึงปากครก พอเก็บรายละเอียดขึ้นรูปสำเร็จ ต้องนำครกไปตากแห้งโดยธรรมชาติ ประมาณ 4-5 วัน ก่อนที่จะเข้าเตาเผา แล้วนำออกมาพร้อมขาย ซึ่งต้องมีความชำนาญพอสมควร และเป็นอาชีพที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ปัจจุบันยังได้มีการสืบทอดให้ลูกหลานได้เรียนรู้ ไม่ให้อาชีพปั้นครกสูญหาย 

ปัจจุบันชาวบ้านมีอาชีพปั้นครกกว่า 50 ครัวเรือน โดยตั้งเป็นกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านกลาง ภายหลังได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีโดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ละปีมีรายได้เงินหมุนเวียนสะพัดไม่ต่ำกว่าปีละ 50 ล้านบาท เพราะมีตลาดต้องการไม่อั้น เนื่องจากเป็นครกที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากดินมีคุณภาพสูงเหมาะสำหรับปั้นครก

โดยครกที่ผลิตจากบ้านกลาง มีจุดสังเกตดังนี้เอามือลูบจะสะดุดมือเป็นเนื้อหยาบ ผิวไม่เรียบเหมือนที่อื่น เนื่องจากแหล่งที่มาของดินมีทรายปน ปัจจุบันนำทรายในแม่น้ำโขงซึ่งมีแร่เหล็กปะปนมาผสม ทำให้ครกมีความแกร่งเพิ่มมากขึ้น เวลาเคาะจะมีเสียงกังวานคล้ายเสียงระฆัง ที่ผลิตอื่นเคยลองเอาทรายแม่น้ำโขงไปผสมก็ไม่ได้ผล แต่ทรายดังกล่าวกลับเข้ากับดินบ้านกลางได้เป็นอย่างดี สิ่งนี้จึงไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ หากใครสนใจศึกษาดูงาน หรือสั่งซื้อสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 082 198 5767      

.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดทึ่ง! คุณตาวัย80ปีอดีตนายฮ้อย จำคำขวัญ20จังหวัดอีสานแม่นยำ ใจดีแจกคาถามหานิยม

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667258

สุดทึ่ง! คุณตาวัย80ปีอดีตนายฮ้อย จำคำขวัญ20จังหวัดอีสานแม่นยำ ใจดีแจกคาถามหานิยม

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.58 น.

สุดทึ่ง !! คุณตาวัย 80 ปีอดีตนายฮ้อยจำคำขวัญ 20 จว.อีสานแม่นยำ เคล็ดไม่ลับใช้สูตรบราณอ่านท่องจำจนขึ้นใจ แจกคาถามหานิยมให้นำไปปฏิบัติ

17 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนม ได้รับการบอกเล่าจากนายสมบูรณ์ นาคะอินทร์ นายก อบต.บ้านผึ้ง ว่ามีชาวบ้านในความดูแลของตน อยู่ในพื้นที่บ้านหนองปลาดุก หมู่ 21 ต.บ้านผึ้ง มีสมองความจำเป็นเลิศ สามารถจดจำคำขวัญประจำ 20 จังหวัดภาคอีสาน ได้อย่างแม่นยำ และเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าผู้ที่นายก อบต.บ้านผึ้ง กล่าวถึงจำคำขวัญทั้ง 20 จังหวัดอีสานได้จริงหรือไม่ พบว่าเป็นชายสูงวัยชื่อนายต่วน คำทา อายุ 80 ปี บ้านเลขที่ 52 หมู่ 21 บ้านหนองปลาดุก เบื้องต้นเท่าที่มองด้วยสายตา คุณตาเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ร่าเริง นอกจากจะมีความจำดีแล้ว สุขภาพโดยรวมก็แข็งแรง ไปไหนมาไหนยังกระฉับกระเฉง มีตำหนิแค่ข้อเข่าที่เสื่อมไปตามวัย จึงใช้ไม้เท้าเป็นเพื่อนคู่ใจ

คุณตาต่วนเล่าเรื่องราวในอดีตว่า ประกอบอาชีพเป็นนายฮ้อยตั้งแต่อายุ 20 ปี เลาะหาซื้อวัวควายทั่วภาคอีสาน และยังข้ามแม่น้ำโขงไปตระเวนรับซื้อถึงประเทศลาว อาชีพนายฮ้อยค่ำไหนนอนนั่น แต่โดยหลักของผู้ประกอบอาชีพนี้ จะมีที่พักตามเส้นทางเป็นหลักแหล่งประจำ เพิ่งจะหยุดทำอาชีพนี้เมื่อ 5-6 ปีนี้เอง เพราะจากปัญหาด้านสุขภาพ อีกทั้งลูกหลานขอร้องให้เลิกทำ

ส่วนกรณีที่มีเสียงร่ำลือว่าตนมีความสามารถจดจำคำขวัญ 20 จังหวัดภาคอีสานได้ทั้งหมด มีเคล็ดที่ไม่ลับอะไรเลย แค่เอาหนังสือและนิตยสารมาอ่าน หรือเปิดดูในโทรศัพท์มือถือ และใช้สูตรโบราณคือการท่องจำ จนจำคำขวัญจังหวัดในภาคอีสานได้ทั้งหมด ส่วนคำขวัญภูมิภาคอื่น จำได้เฉพาะคำขวัญเก่าของกรุงเทพฯ คือช่วยชุมชนแออัด ขจัดมลพิษ แก้ปัญหารถติด ทุกชีวิตรื่นรมย์

ระหว่างคุณตาต่วนเล่าเรื่องราวให้ผู้สื่อข่าวฟัง ก็มีเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ลองทดสอบความจำด้วยการผลัดกันถามคำขวัญจังหวัดต่างๆ ซึ่งคุณตาต่วนสามารถตอบได้อย่างตรงเผง พร้อมพูดหยอกเย้ากับลูกหลานอย่างคนอารมณ์ดี

เมื่อสอบถามว่าทานอาหารประเภทไหนถึงมีความจำเป็นเลิศ ได้คำตอบว่าก็ทานอาหารทั่วๆไป ส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นบ้านอีสาน เช่น น้ำพริก (แจ่ว) ผักลวก ผักสด ที่หาได้ทั่วไปในชุมชน และเป็นผักปลอดสารพิษ ที่ชาวบ้านปลูกกันเองตามธรรมชาติ ที่สำคัญไม่ดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่ ถือศีลกินในธรรม

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ปกติคนที่มีอาชีพเป็นนายฮ้อยมักจะมีเมียเยอะ คุณตาต่วนยืนยันมีแค่คนเดียว แต่ไปที่ไหนมีคนรักใคร่ เมื่อถามถึงคาถามหานิยมก็ได้เมตตาให้มาบทหนึ่ง พร้อมย้ำเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ เวลาไปไหนมาไหนจะได้มีคนรักนิยมชมชอบ คือ “เคารพฟ้าและดิน บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รักชาติรักแผ่นดิน ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เชิดชูจริยธรรม กตัญญูต่อพ่อแม่ ละบาปบำเพ็ญบุญ จรรโลงคุณวิเศษในพระธรรมคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามการปกครองครองธรรม คุณค้ำปั้น 5 และคุณธรรม 8 รักษาประเพณีอันดีงาม” ท่องคาถาบทนี้จำให้ขึ้นใจไปที่ไหน หรือประกอบอาชีพใดก็ไม่มีวันอดตาย

ด้าน นายสมบูรณ์ นาคะอินทร์ นายก อบต.บ้านผึ้ง กล่าวเพิ่มเติมว่า เห็นคุณตาต่วนมาตั้งแต่จำความได้ ท่านเป็นคนร่าเริงอารมณ์แจ่มใส ภายหลังตนได้มีโอกาสทำงานค้าขายกับท่าน เห็นการทำงานที่ซื่อสัตย์สุจริตต่อผู้ค้าด้วยกัน รู้สึกชื่นชมในความมีน้ำใจ จึงมีความเคารพรักมาจนถึงปัจจุบัน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาพื้นที่บนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่นด้วยงานวิจัย

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667170

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์  เพื่อพัฒนาพื้นที่บนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่นด้วยงานวิจัย

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้จะเริ่มบรรเทาเบาบางลง แต่ก็ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด จะประมาทไม่ได้ ส่วนหัวใจหลักที่จะฟื้นเศรษฐกิจไทยได้ในยามนี้คือการท่องเที่ยวในประเทศ

“อัตลักษณ์ท้องถิ่น” จึงถูกนำมาชูเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดการ ชม ชิม ช้อป จากการพัฒนาด้วยงานวิจัย เพื่อยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาพื้นที่บนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยราชภัฏ จัดกิจกรรม “การนำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัย แผนงานการยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาพื้นที่บนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่นปีที่ 2” ขึ้น ณ โรงแรม เซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ภายใต้แผนงานการยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาพื้นที่บนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่นปีที่ 2 ทั้ง7 ภูมิภาค เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวในการรักษาอัตลักษณ์ของพื้นที่เข้าสู่ชุมชนและการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเข้าร่วมงาน

ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานเปิดงาน กล่าวว่า กิจกรรมนี้ ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) สนับสนุนงบประมาณให้กับเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง ทั่วประเทศ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม โดยใช้องค์ความรู้ และเทคโนโลยีเพื่อยกระดับมาตรฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของชุมชนเชิงสร้างสรรค์ โดยพัฒนาบนฐานอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการสร้างเศรษฐกิจบริการมูลค่าสูง และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนซึ่งเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่สำคัญ ในการสร้างความมั่นคง และมั่งคั่งอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ ได้มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่องจากแนวคิด BCG Model สู่การยกระดับเศรษฐกิจของประเทศเป็นแนวทางที่รัฐบาลมุ่งเน้นให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันผลักดันและขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการขับเคลื่อนประเทศ ตามแนวทางของรัฐบาล โดยใช้องค์ความรู้ด้านการวิจัยที่บูรณาการศาสตร์ต่างๆ เพื่อยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่มีส่วนสำคัญอย่างมากในการร่วมกันพัฒนาท้องถิ่น อีกทั้งยังทำงานในลักษณะเครือข่ายพันธมิตรกับหน่วยงานที่มีบทบาทในการใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือ วว. ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

กิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นการสื่อสารเพื่อเชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ฯลฯ เพื่อมาร่วมกันเสวนาถึงการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในฐานะผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยได้อย่างแท้จริงตามบทบัญญัติใน พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 ก่อให้เกิดผลงานวิจัยต่างๆ รวมทั้งการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างรายได้ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชุมชนด้วยการยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน ผ่านการรักษาอัตลักษณ์ของพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ดร.ดนุช กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ มีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น เพราะทำประโยชน์ต่อพื้นที่มาเป็นเวลานาน ในโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลเราระดมความสามารถของทุกมหาวิทยาลัย ปีที่แล้วเราทำ 3,000 ตำบล ในการที่มีการจ้างงาน สร้างผลิตภัณฑ์ในแต่ละตำบล ปีนี้เราทำทั้ง 7,435 ตำบลของประเทศไทย สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราต้องลงทุกพื้นที่ เข้าใจในทุกตำบล รู้จักความต้องการของเขา พัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสร้างอัตลักษณ์จากตรงนั้น เขามีอะไรดีเอามาอวดให้เป็น อว.ชวนชม,อว.ชวนชิม รวมทั้ง อว.พาช้อป และมหาวิทยาลัยราชภัฏก็จะเอาเนื้อหาสาระที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ไปปรับปรุงพัฒนาต่อยอดในโครงการต่างๆ ของ อว.ต่อไป

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมให้เข้มแข็งด้วยการสนับสนุนทุนวิจัย พัฒนาบุคลากร และพัฒนาระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ได้สนับสนุนแผนงานวิจัย เรื่อง “การยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาพื้นที่ บนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น ปีที่ 2” ซึ่งการดำเนินงานอาศัยกลไกความร่วมมือของเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศ และหน่วยงาน ภาคี ในการยกระดับขีดความสามารถของชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เชิงสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และศิลปวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนสำหรับการดำเนินงานได้ต่อยอดจากผลการดำเนินงานในปีแรก โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ในประเภทต่างๆ โดยมีความร่วมมือกับ วว. ในการทดสอบ พัฒนา และรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ ได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ สู่สาธารณชน ควบคู่ไปกับการส่งเสริม การท่องเที่ยวโดยชุมชนในระดับนโยบาย อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ที่อยู่บนพื้นฐานของการสร้าง และการใช้องค์ความรู้ ความคิด สร้างสรรค์เชื่อมโยงกับ ทุนทางปัญญา ทุนทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2565 วช. ได้สนับสนุนโครงการ “การยกระดับ ศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยภูมิปัญญาและนวัตกรรมบนฐานเศรษฐกิจ BCG” การบูรณาการต่อยอดให้เกิด ความยั่งยืนด้วยทุนทางทรัพยากรชุมชนสู่นโยบายการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาประเทศด้วยแนวคิด BCG Model เพื่อเป็นกลไกทางเศรษฐกิจสำคัญที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน การสร้างอาชีพที่หลากหลาย การหมุนเวียนของรายได้ การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น รวมถึงความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในชุมชน ท้องถิ่น และภูมิภาคได้อย่างสมดุลอย่างยั่งยืนต่อไป

ดร.ศิวาพร พยัคฆนันท์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์หัวหน้านักวิจัยเครือข่ายราชภัฏอีสานตอนล่าง กล่าวว่า ในปีแรกได้ทำเรื่องของการพัฒนากิจกรรมกับโปรแกรมการท่องเที่ยว อย่างอีสานตอนล่างจะเน้นเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่เน้นอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดที่มีความชัดเจนเรื่องของวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี พอในปีต่อมาเน้นเรื่องของการยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าที่ระลึกในชุมชนให้ได้มาตรฐาน อีสานตอนล่างก็จะมีมาตรฐานที่ได้รับรองก็อย่างเช่นถ้าเป็นชุมชนท่องเที่ยวก็จะเป็นมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community– Based Tourism) หรือ CBT นอกนั้นก็จะเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน แล้วผลักดันเข้าสู่โอท็อปคัดสรร โอท็อปคัดสรรดาวด้วย

ตรงนี้เป็นเรื่องของงานวิชาการที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนและชุมชนต้องขับเคลื่อนด้วยตัวเองทั้งหมด ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เด่นของราชภัฏชัยภูมิ คือ เซรั่ม จากบัวแดง โลชั่นที่เป็นของเหลือใช้จากกระบวนการผลิตหรือการทอผ้าไหม ก็เอามาจดทะเบียนแล้วก็ได้รับการรับรองเพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในชุมชนมากขึ้น ของสุรินทร์เด่นเรื่องผ้า เราเข้ามายกระดับสอนชาวบ้านให้รู้จักแปรรูปการตัดเย็บแล้วก็กำลังเข้าสู่ระบบการขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน(มผช.) ส่วนที่บุรีรัมย์ก็จะทำในเรื่องของงานออกแบบและงานดีไซน์เข้าไป ก็จะเป็นการออกแบบโดยใช้วัสดุหรือพืชในท้องถิ่น ไปจุดประกายให้ชาวบ้านเขารู้จักเอาสิ่งรอบตัวมาใช้ในการออกแบบร่วมกับผลิตภัณฑ์เดิมของชุมชน ก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนก็คือเรื่องของผ้าไหม ผ้าฝ้าย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่มีมากในกลุ่มราชภัฏอีสานตอนล่าง นครชัยบุรินทร์ศรีอุบล 6 จังหวัด

ภายในงานมีการแสดงนิทรรศการและผลิตภัณฑ์จากโครงการวิจัยภายใต้แผนงานการยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาพื้นที่บนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่นปีที่ 2 ทั้ง 7 ภูมิภาค อาทิ ภาคกลาง “ผลิตภัณฑ์กัญชาน้ำผึ้งมะนาวจากเครือข่ายกลุ่มศรีอยุธยา” โดยวิสาหกิจชุมชนตำบลคลองจิกภาคเหนือ “ผลิตภัณฑ์ประดิษฐ์จากเศษผ้า” ภาคอีสาน “ผลิตภัณฑ์โทนเนอร์บัวแดง” และ ภาคใต้ “ทุเรียนกวนห่อกาบหมาก” เป็นต้น และการนำเสนอภาพรวมการดำเนินแผนงานโดย ดร.สัญชัยเกียรติทรงชัย ผู้อำนวยการแผนงานวิจัย

มีการบรรยายในหัวข้อเรื่อง “การทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย” ในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวฯ และการเสวนาแนวทางการนำเสนอผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์โดยวิทยากรจากหน่วยงานต่างๆ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ นำเสน่ห์ภูมิปัญญาวิถีชีวิตวัฒนธรรมบนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่นชุมชนเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ที่มา ของผู้ใช้อำนาจบริหาร แทนปวงชนชาวไทย (2)

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667197

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อฉบับที่แล้ว ได้กล่าวถึงที่มาของผู้ใช้อำนาจบริหารแทนปวงชนชาวไทย ว่ามี 5 ประเภท ได้แก่

ประเภทแรก ที่มาจากความจำเป็นของเหตุการณ์บ้านเมือง

ประเภทที่สอง ที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร

ประเภทที่สาม ที่มาจากผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (Parliamentarian Democracy)

ประเภทที่สี่ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีของเทศบาล, อบจ., อบต. เป็นต้น

และได้ยกตัวอย่างที่ 1 พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (พ.ศ.2475-2476) กับตัวอย่างที่ 2 ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ (พ.ศ.2516-2518) มาให้เห็นคุณภาพคับแก้ว ของชาวตุลาการที่ผ่านระบบการตรวจสอบภูมิหลังการศึกษา ประสบการณ์ การสอบแข่งขัน การฝึกอบรม การศึกษาเพิ่มเติม จนกระทั่งได้มาปฏิบัติหน้าที่ตุลาการอันทรงเกียรติ และสามารถดำรงไว้ซึ่งการให้ความยุติธรรมแก่ปวงชนชาวไทยรวมไปถึงการเข้ามาใช้อำนาจบริหารแทนปวงประชาชาวไทยได้เมื่อชาติต้องการ

แล้วก็มานึกขึ้นได้ในบัดนี้ ว่ายังขาดตุลาการไปอีกหนึ่งท่าน ซึ่งเข้ามาเป็นหัวหน้าของผู้ใช้อำนาจบริหารแทนปวงชนชาวไทย (นายกรัฐมนตรี) ได้อย่างดีเยี่ยมอีกท่านหนึ่งท่านผู้นี้คือ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียรซึ่งขณะนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ ท่านผู้นี้ จบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ไปศึกษากฎหมายต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอน แล้วไปจบเนติบัณฑิตอังกฤษจากสำนัก Grey’s inn ประเทศอังกฤษ

ในทางประสบการณ์ เคยเป็นหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, ศาสตราจารย์สอนกฎหมาย ของจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักอบรมกฎหมายของเนติบัณฑิตยสภาของไทย

เมื่อคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินนำโดยพลเรือเอก สงัด ชลออยู่, พลเอกสุจินดา คราประยูร ฯลฯ ทำการรัฐประหารรัฐบาลของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 หลังเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และประชาชน คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินได้ไปเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ กลับมาแล้วก็ทูลเกล้าฯเสนอแต่งตั้งศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 14 จนมีคำกล่าวว่า รัฐบาลของศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นรัฐบาล “พระราชทาน”

ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ซื่อสัตย์สุจริตคนหนึ่งของประเทศไทย จึงมีการปราบปรามการทุจริตและคอร์รัปชั่นอย่างเด็ดขาดรวมทั้งการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และโดยที่ประเทศไทยกำลังต่อสู้กับภัยคอมมิวนิสต์ที่กำลังคุกคามอยู่รอบด้าน ทั้งซ้าย ขวา บน ล่าง จึงสนับสนุนให้มีการปราบปรามการเคลื่อนไหวของฝ่ายคอมมิวนิสต์อย่างเต็มที่

ต่อมาได้ถูกปฏิวัติโดยคณะทหารคณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2520 คล้ายคลึงกับกรณีของ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ซึ่งถูกรัฐประหารโดยหัวหน้าคณะราษฎร หลังจากอยู่ในตำแหน่งเพียง 1 ปี ต่อมาศาสตราจารย์ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้รับโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรีเมื่อ 15 ธันวาคม พ.ศ.2520 และได้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานองคมนตรีในโอกาสต่อมา รวมทั้งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระพยุพราชและมูลนิธิอื่นอีกมากมาย

จะขอยกตัวอย่างเพียง 3 ท่าน ที่เป็นตุลาการที่มีภูมิหลัง (Back Ground) อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในด้านการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน ในตำแหน่งต่างๆ ของอำนาจตุลาการ ในวงการการศึกษา ในกิจกรรมประชากิจเช่น มูลนิธิ สมาคม หรือสถาบันเพื่อสังคมต่างๆ จนเป็น คนดี ที่เข้ามาเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร (นายกรัฐมนตรี) ตามที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ว่า “ขอให้ทราบถึงสิ่งสำคัญในการปกครองไว้ว่า ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดีไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมดการทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อยจึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”

แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ “คนดี” ทั้งสามท่าน ได้มีโอกาสปกครองบ้านเมืองเพียง 1 ถึง 2 ปีเท่านั้น แล้วก็ต้องจากไป เพื่อหา “ที่มา” ของผู้บริหารบ้านเมืองใหม่ ตามระบอบประชาธิปไตย

ส่วนประเภทที่สอง และประเภทที่สามของผู้ที่เข้ามาใช้อำนาจบริหารแทนปวงชนชาวไทย ก็ได้แก่ คณะปฏิวัติรัฐประหาร และหัวหน้าพรรคการเมืองหรือผู้ที่พรรคการเมืองมอบหมายตามระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา(Parliamentarian Democracy) ที่ประเทศไทยใช้อยู่ในปัจจุบัน

_______________________________

สำหรับนายกรัฐมนตรี (ผู้เป็นหัวหน้าการใช้อำนาจบริหารแทนปวงชนชาวไทย) ที่มาจากคณะปฏิวัติรัฐประหาร ที่ควรจะนำมากล่าวถึง ก็น่าจะได้แก่

1.พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา

2.จอมพล ป.พิบูลสงคราม

3.จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

4.จอมพลถนอม กิตติขจร

5.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

เราก็จะได้นำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบว่านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร จะเข้าข่ายการเป็นคนดี ได้หรือไม่

และท่านเหล่านั้นได้มี ภูมิหลัง (Back Ground) อันได้แก่ การศึกษาและประสบการณ์มามากน้อยเพียงใด

กับเมื่อเข้ามาเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารของชนชาวไทยแล้วยังคงรักษาความดี มีความเก่งรอบรู้เรื่องที่จำเป็นในการบริหารประเทศ(เช่น ความมั่นคง เศรษฐกิจ การต่างประเทศ การกระจายรายได้ ฯลฯ) มากน้อยเพียงใด กับมีความกล้า ที่จะปราบปรามผู้ทุจริตประพฤติมิชอบเพียงใด ปราบปรามข้าราชการบางนายผู้ไม่รักษาความเป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรมทั้งต้นน้ำ (ตำรวจ) กลางน้ำ (อัยการ) หรือไม่ ยอมตัดนิ้วร้ายหรือนิ้วเน่าเสียออกจากมือหรือไม่ หรือว่ายังมีการลูบหน้า ปะจมูก เกรงใจพี่ เกรงใจน้อง กันอยู่นั่นแล้ว

_______________________________

มีท่านผู้ที่ผู้เขียนนับถือกล่าวว่า รูปแบบของการปกครองมันดีอยู่แล้ว มีรัฐธรรมนูญอยู่แล้วตั้ง 20 ฉบับล้วนแต่กลั่นกรองและเขียนกันมาอย่างดีโดยคณะราษฎร คณะรัฐประหารคณะอื่นๆ ในเวลาต่อมา และโดยนักวิชาการ, สส., สว. อีกหลายฉบับ ก็น่าจะเลือกฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้โดยไม่ต้องไปแตะรูปแบบอีก ปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคลผู้เข้ามาเป็นผู้บริหาร ถ้าได้คนดีเข้ามาบริหารประเทศก็หมดปัญหา

ผู้เขียนก็เห็นว่า น่าจะถูกต้อง แต่ประชาธิปไตยรูปแบบใดเล่าที่จะทำให้ได้คนดีเข้ามาใช้อำนาจแทนเรา รูปแบบปัจจุบันทำให้เราต้องงมงายอยู่กับปัญหา บัตรใบเดียว หรือ บัตรสองใบหารด้วยร้อย หรือ หารด้วยห้าร้อย แจกกล้วยเท่าใดก่อนโหวต พ.ร.บ.งบประมาณ แจกกล้วยกี่หวีก่อนลงคะแนนหลังการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เข้าทำนองคนไข้เป็นมะเร็งลำไส้เล็ก เราก็มัวไปให้ยาแก้กรดไหลย้อนบ้าง ยาแก้ท้องอืดบ้าง ไปตรวจดูหาโรคที่ปลายลำไส้ใหญ่บ้าง อยู่นั่นแหละ

หากวิเคราะห์คนไข้ได้ตรงประเด็น โดยผ่าตัดลำไส้เล็กออกเสียก่อนที่จะลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง โรคก็จะหายได้ แล้วไม่กลับมาเป็นอีก

จึงต้องกล่าวถึง “ที่มา” ของอำนาจต่างๆว่าเราไปเอาใครมาใช้อำนาจทั้งสาม (ตุลาการ, บริหาร, นิติบัญญัติ) แทนเรา (ปวงชนชาวไทย) อยู่

ศิริภูมิ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,943,041 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สีหศักดิ์ ร่วมถก รมต.ต่างประเทศ เตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48
สส.ส้มโยง'หลานทักษิณ' พันบริษัทฉาวที่ถูกสื่อนอกแฉ เป็นทางผ่านขายชิปให้จีน หลบเลี่ยงการแบนของสหรัฐ
เตรียมถุงผ้าให้พร้อม รัฐบาลเดินหน้า ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ เริ่มศุกร์นี้ทั่วประเทศ
โฆษกรัฐบาลเตือนข่าวปลอม ใส่ร้าย'อนุทิน-ภูมิใจไทย' เสนอตั้งคาสิโนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
พบแพทย์ปีละครั้งทำบ้านเกือบแตก เป๊ก สัณชัย ทำชาวเน็ตตาค้างทั้งโซเชียล..
กรมการข้าว เดินหน้า ปุ๋ย 70:30 นำร่อง 22 จังหวัด สู่เป้าหมาย นาข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่
ระวังไทยประสบวินาศกรรม อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือน รัฐบาล ฟรีวีซ่า ทำเหตุ ปล่อยจีนซุกคลังแสง
ชวนชอป ‘ของดีเมืองละโว้’ ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าเกษตร ในงาน ‘Lopburi Market Fest’
หนุ่มเปิดใจอยากอ้วก! หมอดูชื่อดังภาคเหนือล่วงละเมิด เล่าเป็นฉากๆ ให้ถอดกกน. สวมบทนางเอก 'หนุ่ม คงกระพัน' ยอมรับตกใจ
ตาค้างทั้งไอจี! ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา อวดหุ่นเฟิร์มเอวเอส เซ็กซี่เกินต้าน

Recent Posts

  • อนุทิน ลั่นพ.ร.ก.กู้เงินฯประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้าย นายกฯเป็นผู้รับผิดชอบ
  • ราชกิจจาฯประกาศ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน แก้ปัญหาผลกระทบวิกฤตพลังงาน
  • อดิศร ร่ายกลอน ยินดีต้อนรับ ทักษิณ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในใจชน ย้ำควรติด กำไร มิใช่ ติดกำไล EM ออกมา
  • ข่าวกรองได้ข้อมูลแล้ว หนุ่มจีนซุกคลังแสง รอรายงานนายกฯ
  • ติดกำไล EM ‘ทักษิณ’ 11 พ.ค. นี้ ก่อนปล่อยตัวพักโทษรอบสอง

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d