Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ทบทวนโควตาสลากองค์กรนิติบุคคล’ แก้ขายเกินราคาแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664265

‘ทบทวนโควตาสลากองค์กรนิติบุคคล’  แก้ขายเกินราคาแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“สลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคา”เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนานจนกลายเป็นความชินชาในสังคมไทย ซึ่งหลายรัฐบาลที่ผ่านมาพยายามหาสารพัดมาตรการ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ราคาสลากในท้องตลาดอยู่ที่ใบละ 80 บาทอย่างที่ควรจะเป็นได้ กระทั่งท้ายที่สุด รัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาตัดสินใจใช้วิธีการสนับสนุนให้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นำสลากร้อยละ 5 จากทั้งหมดที่มีในแต่ละงวด หรือประมาณ 5 ล้านใบ ขายทางออนไลน์ หรือ “สลาก
ดิจิทัล” อีกทั้งยังมีแนวคิดขยายเพิ่มอีก2 ล้านใบ รวมเป็น 7 ล้านใบ

ด้านหนึ่ง “ฝั่งผู้ซื้อดูเหมือนดีใจราวกับยกภูเขาออกจากอก” เสียงสะท้อนในพื้นที่ออนไลน์ ระบายความในใจทำนองที่ผ่านมาเหมือนถูกกดทับ-กดขี่มานาน กระทั่งการมาของสลากดิจิทัลได้ช่วยปลดเปลื้อง-ปลดปล่อยจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ต้องซื้อสลากเกินราคาใบละ 80 บาทอีกต่อไป อีกทั้งยังซื้อง่ายสะดวกสบายไม่ต้องไปเดินหาตามแผง ถึงขนาดที่บางคนเชียร์ว่า กองสลากควรจะขายสลากดิจิทัล 100% ไปเลยเพราะยุคนี้เทคโนโลยีพร้อมแล้ว

แต่อีกด้านหนึ่ง “ฝั่งผู้ขาย (แบบดั้งเดิม) เจ็บ จุก กระอักเลือด น้ำตาซึม”เพราะนับตั้งแต่มีสลากดิจิทัล แผงขายสลากหลายจุดเงียบเหงา หลายรายโอดว่าขายไม่ได้ ถึงขั้นบอกว่าหลังจากนี้อาจต้องเปลี่ยนอาชีพ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรเพราะคนขายสลากจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุหรือส่วนหนึ่งก็เป็นผู้พิการ ถึงขนาดที่มีการนำผลกระทบนี้ไปหารือกันในสภาผู้แทนราษฎร โดยหวังให้รัฐบาลแก้ปัญหาสลากเกินราคาพร้อมกับดูแลผู้ค้าสลากแบบดั้งเดิมด้วย

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2565 เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเลยพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้รัฐบาลลงมือแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง นั่นคือ “ทบทวนโควตาสลากขององค์กรหรือนิติบุคคล” ซึ่งปัญหาที่พบคือบางองค์กรไมได้นำสลากไปกระจายให้สมาชิกไปขายต่อแต่นำไปขายให้ยี่ปั๊ว จากนั้นผู้พิการหรือผู้ด้อยโอกาสที่ต้องการขายสลากแต่เข้าไม่ถึงการจัดสรรโควตา ก็ไปซื้อสลากต่อมาอีกทอดหนึ่ง และนี่คือที่มาของปัญหาการขายสลากเกินราคาใบละ 80 บาท เพราะราคาที่ซื้อมามีการบวกเพิ่มต่อกันเป็นทอดๆ

“ทำหน้าที่ของสำนักงานสลากเองทั้งหน้าที่รัฐบาลให้ดีที่สุดก่อน ผมจึงจะสบายใจแทนพี่น้องประชาชน ที่เขาตั้งความหวังในการที่จะมีอาชีพ และเป็นอาชีพที่อิสระ เป็นอาชีพที่ไม่ผิดกฎหมาย ให้โอกาสเขาเถอะครับ จึงขอเรียกร้อง ชะลอการเพิ่มจำนวนไว้ก่อนแล้วไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อให้สลากมันกลับลงมาอยู่ที่80 บาทได้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเขาพร้อมที่จะยอมรับได้ แล้วคนอีกกลุ่มหนึ่งก็จะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”เลิศศักดิ์ กล่าว

สอดคล้องกับความเห็นของรศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะนักวิชาการที่ศึกษาประเด็นการพนันและสลากกินแบ่งรัฐบาลมายาวนานที่มองว่า การได้รับโควตาสลากไปแต่ไม่มีผู้จำหน่ายเป็นสิ่งที่ไม่ควร อีกทั้งบริบททางเศรษฐกิจและสังคมได้เปลี่ยนไปจากเดิมถึงขั้นที่ปัจจุบันสามารถฝากร้านจำหน่ายสลากทางออนไลน์ได้แล้ว

ดังนั้น จึงควรค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนสลากดิจิทัลให้มากขึ้น พร้อมไปกับการผลักดันผู้ค้าโดยเน้นที่กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุผู้พิการ ให้เข้าสู่ระบบ ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่ยังสามารถหางานทำได้ ควรส่งเสริมอาชีพอื่นจะดีกว่า ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยก็ยังขาดแคลนแรงงาน ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีล่าสุด พบมีผู้เข้าสู่อาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลมากขึ้น จากในอดีตมีเพียงหลักหมื่นคนแต่ทุกวันนี้เพิ่มเป็นหลักแสนคน แม้กระทั่งคนหนุ่ม-สาว อายุ 20 กว่าๆ ก็เริ่มเห็นมาขายสลากกันแล้ว

รศ.ดร.นวลน้อย ยังกล่าวอีกว่าส่วนข้อกังวลเรื่องการรื้อโควตาสลากแล้วมาจัดสรรกันใหม่ จะทำให้นิติบุคคลประเภทองค์กรการกุศลได้รับผลกระทบ เรื่องนี้สามารถพิจารณาเป็นประเภทได้ เช่น หากเป็นองค์กรที่ดูแลผู้พิการ ก็สามารถสนับสนุนให้เข้าสู่ระบบสลากดิจิทัล เพราะระบบที่ใช้อยู่คือระบบฝากขาย เจ้าของสลากยังเป็นผู้ค้ารายย่อยไม่ใช่รายใหญ่ ที่แต่ละคนจะได้โควตาสลากคนละ 5 เล่ม ก็จะสามารถช่วยเหลือผู้ค้าได้ เพราะอย่าง 5 ล้านใบที่ขายในระบบสลากดิจิทัลปัจจุบันเจ้าของที่เป็นผู้ค้ารายย่อยก็ยังอยู่ เปรียบเสมือนการมีร้านของตนเอง

ส่วนองค์กรอื่นๆ ที่ปัจจุบันได้รับงบประมาณหรือมีแหล่งรายได้ทางอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับโควตาสลากอีกต่อไป โดยย้ำว่า หากย้อนไปดูการออกสลากครั้งแรก เป้าหมายหลักคือ การระดมทุนในสังคม เรื่องการกุศล ซึ่งในหลายประเทศเงินที่ได้จากการจำหน่ายสลากจะถูกนำไปจัดสรรเป็นเงินทางด้านช่วยเหลือสังคมทั้งสิ้น ในขณะที่ประเทศไทยเป็นส่วนแบ่งรัฐบาลซึ่งยังผ่านเข้าสู่ระบบงบประมาณ ยังไม่มีเป้าหมายเฉพาะว่า เป็นเรื่องทางสังคม

“ในเรื่องของคนขายที่ผ่านมามีองค์กรการกุศลเข้ามาด้วยจุดมุ่งหมายทางสังคม เพราะฉะนั้นถ้าเราทำอันนี้ แก้ปัญหาเรื่อง 80 บาท เรายังยึดเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือสังคมด้วย อะไรทั้งหลายต้องเน้นคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดกลุ่มเปราะบาง กลุ่มอะไรทั้งหลายเหล่านี้ มันก็จะทำให้สลากบรรลุเป้าหมายของการมีสลาก” รศ.ดร.นวลน้อย กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก’ ฝันร้ายฝังลึกแม้ผ่านไปนาน

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664280

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก’  ฝันร้ายฝังลึกแม้ผ่านไปนาน

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กจะส่งผลกระทบทางจิตใจ หรือเป็นแผลในจิตใจ (Trauma) โดยเกิดจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เด็กพบเจอ ที่ยังส่งผลกระทบด้านลบต่อจิตใจในระยะยาว และไม่ได้เป็นเรื่องของจิตใจเพียงเดียว แต่ร่างกายและสมองตอบสนองกับสิ่งที่เข้ามาคุกคามในอดีต และเข้ามาตอบสนองในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าเรื่องราวในอดีตบางอย่างที่เป็นบาดแผลในจิตใจยังคงอยู่แม้พบเจอในเหตุการณ์ปัจจุบัน แม้เป็นคนละเรื่องราวแต่อาจมีบางอย่างที่เชื่อมโยงกับบาดแผลในใจที่อยู่ในสมอง โดยจะกระตุ้นทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือความกลัวเกิดขึ้น”

ผศ.พญ.พลิสรา ธรรมโชติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวในงานเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กเล็ก : ผู้ใหญ่ต้องปกป้อง เด็กต้องเรียนรู้” จัดโดย 2 หน่วยงานใน มหาวิทยาลัยมหิดลคือ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายผลกระทบของเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งอาจเป็นบาดแผลในใจไปทั้งชีวิต

ซึ่งสาเหตุที่การถูกล่วงละเมิดทางเพศส่งผลกระทบต่อสมอง เนื่องจากสมองจะทำงานร่วมกัน 3 ส่วน แต่ถ้าพบเจอสิ่งทำให้รู้สึกรบกวนหรือเป็นอันตราย สิ่งที่เกิดขึ้นคือสมองจะทำงานทันที แต่สมองส่วนที่คิดจะไม่ทำงานโดยอัตโนมัติ เพราะ “หน้าที่ของสมองที่สำคัญที่สุดคือทำให้เรามีชีวิตรอด” ตัวอย่างเช่น หากเดินอยู่ในป่าแล้วเจอเสือ 1 ตัว แล้วมัวแต่คิดว่ามันคือตัวอะไร อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

ซึ่งเวลาเกิดบาดแผลในจิตใจบางอย่างถ้าหากเจอคนที่มีหน้าตาหรือลักษณะคล้ายกับคนที่เคยทำร้ายหรือล่วงละเมิด ความทรงจำที่เป็นบาดแผลทางจิตใจจะไม่ได้ถูกย่อยโดยสมอง ฉะนั้นเวลาเจอคนหรือสถานการณ์ที่คล้ายกัน จะรู้ว่าเป็นอันตราย หากไม่หนีก็จะต่อสู้ทันที ซึ่งเรื่องของสมองจะทำให้เข้าใจว่าจริงๆ แล้วเป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจจิตใจ ไม่ใช่สิ่งที่บังคับได้

“ผลของบาดแผลทางจิตใจมีตั้งแต่ประสาทสัมผัส อารมณ์ และความคิด ซึ่งเป็นส่วนผสมหลายๆ อย่างมารวมกัน เช่น รู้สึกเศร้า มองตัวเองในแง่ลบ มองโลกไม่น่าไว้วางใจ นอกจากนี้ความทรงจำที่เป็นบาดแผลทางจิตใจ จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากความทรงจำอื่นๆ ซึ่งความทรงจำทั่วไปเราจะจำได้ว่าเกิดขึ้นวันไหน สามารถอธิบายได้ แต่ความทรงจำที่เป็นบาดแผลทางจิตใจเป็นส่วนผสมของ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส” ผศ.พญ.พลิสรา ระบุ

ผศ.พญ.พลิสรา ยังกล่าวอีกว่า เรื่องของการเยียวยาเด็ก เวลาที่มีเรื่องของการถูกล่วงละเมิดทางเพศ จำเป็นต้องมีการจัดการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อาจจะต้องมีกระบวนการในการดูแลรักษาต่างๆ และกระบวนการคุ้มครองเด็กด้วย เพราะว่าถ้าเด็กยังอาศัยอยู่ที่เดิม ยังมีความเสี่ยงที่จะโดนกระทำแบบนั้นอีก จึงทำให้เด็กไม่สามารถรู้สึกปลอดภัยได้ จากการสำรวจการตอบสนองที่เด็กและครอบครัวต้องการ ที่ทำให้รู้สึกว่าได้รับการช่วยเหลือที่ดี พบว่า 1.การให้ข้อมูลคำอธิบายที่ชัดเจน 2.ต้องรวดเร็ว 3.มีการรักษาความเป็นส่วนตัว

4.เคารพให้ความเป็นตัวของตัวเองและไม่กดดันที่จะให้พูด 5.ไม่ตัดสิน 6.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเด็ก 7.ตั้งใจฟังและเคารพ 8.ให้การช่วยทางจิตใจ 9.ประเมินและรักษาอาการทางกายและจิตใจ และ 10.สิ่งแวดล้อมเป็นมิตรกับเด็ก นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญคือ “ความสัมพันธ์” ความผูกพันที่ครูมีต่อเด็ก ซึ่งมีผลหลายๆ ด้าน เช่น ด้านสมอง และยังทำให้เด็กเข้าใจตัวตนในการจัดการอารมณ์ของตัวเองดี นอกจากนี้ ครอบครัวและสังคมยังเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือในตัวเด็กได้ และยังสามารถฟื้นคืนสภาวะปกติได้ ถ้าหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือช่วยเหลือกัน

ขณะที่ ทองรำไพ ปุ้ยตระกูล หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเด็กและครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าวถึงรูปแบบการล่วงละเมิดทางเพศ ได้แก่ ได้แก่ 1.แบบสัมผัส เช่น การจับหน้าอก จับก้น จับอวัยวะเพศ ลูบคลำตามร่างกาย และการข่มขืนกระทำชำเรา และ 2.แบบไม่สัมผัส เช่น เปิดหนังโป๊ให้ดู แอบดูตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า ถ่ายภาพโป๊ และการใช้คำพูดสื่อไปในทางลามก

“จากสถิติเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศที่ได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ปี 2561-2564 พบว่า เด็กชั้นมัธยมต้นโดนล่วงละเมิดมากที่สุด แต่เด็กถูกกระทำมาตั้งแต่ชั้นประถม จึงเห็นได้ว่ากรณีการล่วงเกินทางเพศจะไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกและไม่มีการช่วยเหลือ และยังพบอีกว่า คนที่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กมากถึงร้อยละ 50 เป็นคนรู้จักและคุ้นเคย ส่วนคนแปลกหน้าอยู่ที่ร้อยละ 16.67 ดังนั้น เวลาที่ครูทำงานกับเด็กต้องอย่าเพิ่งไว้ใจคนรู้จักของเด็ก” หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเด็กและครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าว

นอกจากนี้ จากการศึกษาพบว่า “เด็ก 9 ใน 10 คนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ จะไม่บอกใครเมื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งผู้ใหญ่มักจะรู้จากการสังเกตเห็นความผิดปกติด้วยตนเอง” โดยที่เด็กไม่ยอมบอกใครเนื่องจาก 1.จะมีคนเชื่อฉันไหม 2.จะโดนพ่อแม่ดุไหม 3.จะถูกทำร้ายหรือฆ่าไหม และ 4.ฉันควรบอกใครไหม ซึ่งเด็กหลายคนไม่รู้ตัวว่ามีภัยอันตรายใกล้ตัว “ผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องสอนและปกป้องเด็กให้รู้ถึงภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้น” ได้แก่

1.ดูแลเด็กในระยะที่เหมาะสม โดยแบ่งเป็นช่วงอายุแรกเกิด-3 ปี จะต้องดูแลเด็กอยู่ในสายตาตลอดเวลา และอยู่ในระยะเอื้อมถึง ช่วงอายุ 4-6 ปี จะต้องดูแลเด็กในระยะสายตาตลอดเวลา ตอบสนองเสียงเรียกได้ทันที ช่วงอายุ 7-9 ปีจะต้องดูแลในระยะอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ตอบสนองเสียงเรียกได้ ช่วงอายุ 10-12 ปี จะต้องดูแลในระยะที่รู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน กับใคร และติดตามได้ตลอดช่วงอายุ 13-15 ปีจะต้องดูแลในระยะที่รู้ว่าเด็กไปไหนอยู่ที่ไหน กับใคร และติดตามได้ และช่วงอายุ 15-18 ปี จะต้องดูแลติดตามห่างๆ ผู้ใหญ่เป็นแบบอย่าง และคอยให้คำแนะนำ

2.ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีเรื่องเพศ ซึ่งผู้ใหญ่ไม่ควรสัมผัสอวัยวะปกปิดของเด็ก และไม่เปิดอวัยวะปกปิดให้เด็กเห็น นอกจากนี้ผู้ใหญ่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีเรื่องการสื่อสารความรู้สึกและเรื่องราวต่างๆ ด้วย 3.ทำให้เด็กรู้สึกว่ามีคุณค่า โดยการให้ความรักและความมั่นคงกับเด็ก ให้ความปลอดภัย และให้เด็กได้รู้สึกภาคภูมิใจ และ 4.ฝึกทักษะต่างๆให้กับเด็ก ได้แก่ ทักษะการประเมินความเสี่ยง ทักษะปฏิเสธ ทักษะตัดสินใจ และทักษะขอความช่วยเหลือ!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จบสวยน่าเอ็นดู!!! คดีเจ้า’แมวส้ม’เจอข้อหาขี้ใส่แปลงผัก งานนี้’สารวัตร’ต้องตามถึงบ้าน

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664295

จบสวยน่าเอ็นดู!!! คดีเจ้า'แมวส้ม'เจอข้อหาขี้ใส่แปลงผัก งานนี้'สารวัตร'ต้องตามถึงบ้าน

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 22.35 น.

2 ก.ค.65 ชาวเน็ตแห่แชร์เรื่องราวทั้งขำ และเป็นอุทาหรณ์ของบรรดาทาสแมว เมื่อเพจเฟซบุ๊ก“มะลิ กะปิ” ได้โพสต์ภาพของคุณยาย ซึ่งเป็นผู้ปกครองของเจ้าเหมียวชื่อ”น้องสีเงิน”ขึ้นโรงพักเพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมเล่าให้ฟังว่า มีผู้เสียหายมาแจ้งความ ข้อหาขี้ใส่แปลงผักเค้า ผู้ปกครอง(คุณยาย) พาน้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา วันนี้ฉาลาวัดเข้าเวรเป็นพนักงานสอบสวนไกล่เกลี่ยกันจบลงเป็นที่เรียบร้อย …ปล.เอ็นดูฉาลาวัด เข้าเวรแต่ละครั้ง ไม่เรื่องหมาก็เรื่องแมว #คดีแมวขี้ใส่แปลงผัก

ต่อมาแอดมินเพจ ได้โพสต์เพิ่มเติมว่า คดีหมาๆแมวๆนี่ไม่ใช่เคสแรกที่ฉาลาวัดได้รับแจ้งนะ 1.แมวขี้ใส่หลังคา 2.หมาขี้ใส่หน้าบ้าน 3.จ้างผสมพันธุ์แมวแต่แมวไม่ปี้กัน 4.หมากัด(แจ้งบ่อย)และล่าสุดวันนี้แมวขี้ใส่แปลงผัก เจอแต่ละเคส…ฉาลาวัดหัวจะปวด

ทั้งยังโพสต์เล่าเบื้องหลังคดีนี้ให้ฟังว่า เดี๋ยวจะเล่าอย่างละเอียดให้นะคะ เรื่องของเรื่องคือบ้านติดกัน(ทาวน์เฮ้าส์) แต่ไม่เป็นมิตรกัน เมื่อวานลูกสาวคุณยาย(บ้านแมว) มาแจ้งความบ้านแปลงผัก (เรื่องปัญทั่วๆไปของบ้านติดกัน) เช้าวันนี้ บ้านแปลงผักก็เลยมาแจ้งบ้าง จะแจ้งเรื่องรถขวางทางเข้าออกหรืออะไรสักอย่างนี่แหล่ะ ซึ่งเป็นทางส่วนบุคคล ตำรวจไม่มีอำนาจ
บ้านแปลงผักจึงเอาเรื่องอื่นต่อ

ถามสารวัตรว่าแล้วเรื่องนี้ได้มั้ย เนี่ยๆแมวไปขี้ไปขุดผักที่ปลูกไว้(มีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน)และเชิญบ้านแมวมาโรงพัก คุณยายก็ยอมรับว่าคือแมวของตนจริงๆ(ยายอุ้มกอดแมวไว้ตลอด)
-บ้านแปลงผักเรียก 500 -คุณยายบอกไม่มีหรอก ยอมติดคุก เอาติดคุกเลย สารวัตรจึงบอกขำๆว่า ป้าจะติดคุกได้ไง ป้าไม่ใช่ผู้ต้องหา แมวต่างหากที่เป็นผู้ต้องหา ยายจึงบอกต่ออีกว่า
งั้นเอาแมวเข้าคุกเลย ฉันก็จะมาอยู่กับแมวด้วย ล่ามฉันไว้กับแมวได้เลย 

ในที่สุดก็ไกล่เกลี่ยจบ คุณยายรับปากจะไม่ปล่อยแมวไปขี้ใส่ผักอีก ลงบันทึกประจำวันไว้ทั้งสองบ้าน คุณยายทิ้งท้ายกับสารวัตรว่าอย่าลืมแทงนะ 481

เล่าต่ออีกนิดนึง ตอนเราไปคุยกับคุณยาย เราแนะนำให้คุณยายเลี้ยงระบบปิด หรือหากปิดไม่ได้จริงๆ ให้มีกระบะทรายไว้หน้าบ้านและในบ้าน น้องจะได้อึใส่กระบะทรายที่บ้าน ไม่ไปอึบ้านคนอื่นอีก คุณยายก็ หึ ไม่ๆ ยายก็ดื้อกว่าแมว 

สารวัตรถามว่า 500 ยังไม่มีจ่ายเค้า แล้วเอาเงินที่ไหนเลี้ยงแมวล่ะป้า ยายบอกว่าเงินผู้สูงอายุ 700 เราเลยคิดว่า ที่คุณยายไม่ใช้กระบะทรายเพราะยายไม่อยากซื้อทราย วันนี้เราจึงซื้อกะละมังกับทรายแมวจะเอาไปให้แมวไว้ใช้ แต่ไม่รู้จักบ้าน เดี๋ยวพรุ่งนี้โทรถามบ้านยาย แล้วจะเอาทรายกับกระบะไปให้ไว้ใช้สัก 2 อัน หากน้องมีที่อึในบ้าน น้องก็คงจะไม่ไปอึรบกวนคนอื่นอีก (ดูต้นฉบับที่นี่)  

ขอบคุณเพจเฟซบุ๊ก”มะลิ กะปิ” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนกระแสวิกฤต! เปิดบุฟเฟ่ต์ต์ก๋วยเตี๋ยวไก่-ข้าวซอยอิ่มละ 50 บาท แถมเติมได้ไม่อั้น

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664279

สวนกระแสวิกฤต! เปิดบุฟเฟ่ต์ต์ก๋วยเตี๋ยวไก่-ข้าวซอยอิ่มละ 50 บาท แถมเติมได้ไม่อั้น

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.47 น.

 “เจ๊แมว” อาหารตามสั่ง สวนกระแสเศรษฐกิจ  เปิดบุฟเฟ่ต์ข้าวซอยไก่-ก๋วยเตี๋ยวไก่ เพียงอิ่มละ 50 บาท  เติมได้ไม่อั้น  เห็นใจลูกหลานคนทำงาน ยุคของแพงอยากให้ได้กินอิ่ม ลูกค้าอุดหนุนแน่นร้าน   

ในช่วงนี้ที่สินค้าวัตถุดิบต่างปรับขึ้นราคาหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น แก๊สหุงต้ม น้ำมัน ข้าวสาร เนื้อหมูสด เนื้อไก่สด ฯลฯ ซึ่งหลายร้านก็ต้องปรับราคาอาหารขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ยังมีร้านอาหารตามสั่งอีกหลายร้านที่พยายามตรึงราคาไว้ให้นานที่สุด เพราะเห็นใจลูกค้าคนทำมาหากิน และกลุ่มนักเรียนนักศึกษา 

โดยที่ ร้านเจ๊แมว อาหารตามสั่ง ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 245 หมู่ 2 บ้านบ่อแฮ้ว ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง  ซึ่งเปิดร้านขายทั้งอาหารตามสั่ง กระเพราถาดเบ้อเร่อ  ข้าวมันไก ตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา  ซึ่งก็มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย  ล่าสุด เจ๊แมวได้เพิ่มเมนูอาหาร โดยการเปิดขายข้าวซอยไก่ และก๋วยเตี๋ยวไก่บุฟเฟ่ต์ เพียงหัวละ 50 บาทเท่านั้น ให้ลูกค้าเติมได้ไม่อั้น ทั้งเส้น ทั้งไก่ และผักสด  ตามกำลังที่สามารถทานได้  แต่จะต้องทานให้หมดไม่เช่นนั้นจะมีค่าปรับชิ้นละ 10 บาท 

นางกิ่งทอง ศรีคำภา หรือเจ๊แมว เล่าว่า จากที่เปิดร้านอาหารตามสั่งมาได้เกือบ 5 ปีแล้ว ก็มีลูกค้ารู้จักและเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย และในช่วงเศรษฐกิจยุคนี้เห็นว่าของอะไรก็แพงขึ้น เวลาไปทานอาหารนอกบ้านก็ได้ปริมาณน้อย ซึ่งลูกชายของตนเป็นคนกินเยอะทานไม่ค่อยอิ่ม จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้มาเปิดขายข้าวซอยไก่ และก๋วยเตี๋ยวไก่บุฟเฟ่ต์ เพราะสงสารและเห็นใจคนทำงาน รวมถึงวัยรุ่นวัยเรียนที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต อยากให้ได้กินอิ่ม  ซึ่งขายในราคาหัวละ 50 บาทเท่านั้น  

ในส่วนของวัตถุดิบก็จะมีไก่เป็นหลัก เพราะเห็นว่าไก่สดก็ยังราคาไม่สูงมากนักพอที่จะซื้อได้ในปริมาณมากๆ จะมีเพียงปีกไก่บนที่ราคาสูงหน่อย ทางร้านจะตักให้เอง นอกจากนั้นที่มีไว้ให้ลูกค้าตักเองได้เต็มที่ จะมีเลือดไก่ ปลายปีกไก่ ข้อไก่ และตีนไก่  รวมทั้งเส้นก๋วยเตี๋ยวและเส้นข้าวซอย ถ้าไม่อิ่มก็สามารถมาเติมได้   จะมีผักสด และมะระสดไว้ให้ด้วย  ลูกค้าสามารถเติมกี่ถ้วยก็ได้ในราคา 50 บาท จะมีเพียงเกาเหลาเท่านั้นที่ขาย 60 บาท  ถ้าซื้อใส่ถุงก็ขายในราคาเดียวกัน ได้ไปแน่นๆเต็มถุง  

เจ๊แมว บอกอีกว่า  หลังเปิดขายบุฟเฟ่ต์ได้ 3 เดือนกระแสตอบรับดีมาก วันธรรมดาก็จะมีคนทำงานมากิน พากันมาเป็นคันรถ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ก็จะมีลูกค้าทยอยมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะขายไม่ได้กำไรมากมาย แต่ก็รู้สึกดีใจที่เห็นคนกินอิ่ม ขอเพียงกินให้หมด ถ้าไม่หมดจะมีค่าปรับชิ้นละ 10 บาท  ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีใครกินเหลือ  

นอกจากนั้นที่ร้านยังมีอาหารตามสั่งแบบจานปกติ และถาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ผัดกระเพราหมู เนื้อ ทะเล ข้าวมันไก่ หมู-เนื้อน้ำมันหอย ฯลฯ มีราคาตั้งแต่ 40 บาท ถึง 200 บาท เชิญชวนให้มากันมากๆเพราะคุ้มแน่นอน  เดินทางมาได้ง่ายๆ ตามเส้นทางถนนจามเทวี หรือห้างฉัตรสายเก่า เลี้ยวเข้าปากทางหมู่บ้านสันกลาง ต.บ่อแฮ้ว อ.เมืองลำปาง ไปประมาณ 500 เมตร ร้านจะอยู่ซ้ายมือมีป้ายบอกชัดเจน เจ๊แมว กล่าว.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้านดาวทองต้นตำรับอาหารเวียดนาม พร้อมเมนู’พิซซ่าญวน’หนึ่งเดียวนครพนม

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664239

ร้านดาวทองต้นตำรับอาหารเวียดนาม พร้อมเมนู'พิซซ่าญวน'หนึ่งเดียวนครพนม

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.40 น.

ร้านดาวทองต้นตำรับอาหารเวียดนาม เมนู “พิซซ่าญวน” หนึ่งเดียวนครพนม “เจ๊ฝน” เผยไม่ลืมบุญคุณแผ่นดินไทย พร้อมคืนกำไรสู่สังคม

อาหารเวียดนามเป็นอาหารอีกชาติหนึ่งที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเฝอร้อนๆ(ก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม) ที่เดินทางไปพร้อมกับการเสาะหาแผ่นดินใหม่หลังยุคสงคราม หรือจะเป็นปอเปี๊ยะ (Spring Roll) ขวัญใจนักกินผักที่โด่งดังพร้อมกับเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งในประเทศไทยนิยมกินอาหารเวียดนามกันมานานเนิ่น โดยเฉพาะในภาคอีสานเหนือที่ได้ชื่อว่ามีผู้อพยพชาวเวียดนามเยอะที่สุด เช่น จังหวัดอุดรธานี,หนองคาย,อุบลราชธานี,มุกดาหาร,สกลนคร และจังหวัดนครพนม เรียกได้ว่านอกจากอาหารพื้นบ้านแล้ว ในจังหวัดเหล่านี้ก็ยังสามารถหาซื้ออาหารเวียดนามได้ไม่ยากในตลาดทั่วๆไป

 ส่วนในจังหวัดนครพนม หากใครได้มีโอกาสมากราบนมัสการองค์พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสองฟากฝั่งไทย-ลาว ที่ภายในองค์พระเจดีย์บรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า) อีกทั้งยังเป็นอำเภอท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

ร้านอาหารที่ประชาชน นักท่องเที่ยว ไม่ควรพลาดและรู้จักเป็นอย่งดี คือ “ร้านดาวทอง” ต้นตำรับเมนูเวียดนามหนึ่งเดียวของนครพนม ตั้งอยู่เลขที่ 388 ถนนพนมพนารักษ์ ใกล้วงเวียนประตูโขงหน้าวัดพระธาตุพนม โดยร้านดังกล่าวนี้เปิดมานานนับ 10 ปี ทั้งร้านเป็นเมนูเวียดนามที่เป็นต้นตำรับขนานแท้ เปิดบริการประชาชน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว ได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยของอาหารเวียดนาม โดยไม่ต้องเดินทางข้ามประเทศไปถึงประเทศเวียดนาม และสามารถติดต่อสอบถาม สั่งจองล่วงหน้าได้ที่ โทร. 081-3801769

นายสมชาย อุดมเลิศปรีชา หรือคนคุ้นเคยเรียกว่าเฮียดาวทอง อายุ 64 ปี พร้อมภรรยาคู่บุญนางมารวย อุดมเลิศปรีชา หรือเจ๊ฝน อายุ 55 ปี เจ้าของร้านอาหารเวียดนามชื่อดัง เล่าถึงที่มาของร้านว่าก่อนจะมาเป็นร้านดาวทอง ตนเป็นชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ที่ปู่ย่าตายายอพยพย้ายถิ่นมาตั้งแต่สหรัฐฯ นำสารเคมี (สารชนิดนี้เรียกกันทั่วไปว่า Agent Orange หรือสารสีส้ม) จึงรู้จักกันในชื่อว่าฝนเหลือง  โดยนำไปโปรยลงในเขตป่า ลำน้ำลำธาร รวมทั้งเทือกไร่นาสวนของชาวบ้านเมื่อปี 2505-2514 “ตอนนั้นคุณแม่อายุได้ 7 -8 ขวบ อพยพมาจากฮานอยทิศทางตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหน คุณแม่เล่าว่ายืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงในประเทศลาว เห็นฝั่งตรงข้ามบ้านเมืองสงบสุขมาก จึงล่องเรือมาตั้งหลักปักฐาน อาศัยอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร ทำงานรับจ้างทุกอย่างที่คนไทยว่าจ้าง ภายหลังได้นำอาชีพภูมิปัญญาชาวเวียดนามหรือชาวญวนมาประกอบอาชีพสร้างรายได้ ด้วยการทำหมูยอเวียดนามแบบดั้งเดิมห่อด้วยใบตอง เดินเร่ขายในตัวเมืองนครพนมมาตั้งแต่ปี 2535 จนมีชื่อเสี่ยงเพราะเป็นต้นตำรับเวียดนามขนานแท้ มีจุดขายที่โดดเด่นคือใช้เนื้อหมูที่ปลอดภัยสดใหม่ ไม่มีส่วนผสมอย่างอื่น และทำวันต่อวันไม่เหลือค้างคืนแล้วนำกลับมาขายในวันใหม่ แบบนี้ทางร้านไม่ทำเด็ดขาด จนเป็นที่มาของหมูยอขึ้นชื่อ จากนั้นได้แต่งงานกับเจ๊ฝน สู้ชีวิตล้มลุกคลุกคลาน ทำค้าขายมาต่อเนื่อง จนมีการพัฒนาต่อยอดวางแผนเปิดร้านอาหารที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อประมาณปี 2535 ภายใต้ชื่อร้านดาวทอง เน้นขายอาหารเวียดนามสารพัดเมนู และเป็นสูตรต้นตำหรบเวียดนามดั้งเดิม วัตถุดิบทุกอย่างเน้นนำเข้าจากเวียดนามเป็นหลัก นอกจากพืชผักเท่านั้นที่จะซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่ปลูกริมน้ำโขง เป็นผักสะอาดปลอดสารพิษ เนื่องจากอาหารเวียดนาม จะมีส่วนประกอบสำคัญคือผักสด”

ด้าน นางมารวย อุดมเลิศปรีชา หรือเจ๊ฝน อายุ 55 ปี กล่าวถึงเมนูขึ้นชื่อ ที่ลูกค้านิยมมากที่สุด มีประมาณ 4 อย่าง นอกนั้นถือเป็นเมนูทั่วๆไป ที่ทางร้านจัดไว้เสริมลูกค้า ส่วนเมนูหลัก 4 อย่างที่ลูกค้าต้องสั่ง คือ 1.แหนมเนือง ชุดละ 120-150 บาท จะเน้นหมูยอที่ทำจากเนื้อหมูสดสะอาด และไม่มีแป้งผสม เพื่อให้ได้รสชาติแหนมเนืองที่อร่อย ส่วนแผ่นห่อที่เป็นแป้งนำเข้าจากเวียดนามโดยตรง ส่วนเครื่องเคียงผักสดจะต้องเป็นผักที่สะอาด ปลอดสารพิษ รับซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อกระจายรายได้ให้ชุมชน สำคัญที่สุดคือน้ำจิ้มจะต้องเป็นสูตรเวียดนามดั้งเดิมเท่านั้น  เมนูที่สองคือกะยอ ราคาชุดละ 80 บาท เป็นลักษณะปอเปี๊ยะยัดไส้หมูปรุงรส ที่นำแป้งห่อคล้ายปอเปี๊ยะบวกกับน้ำจิ้มหวานสูตรดั้งเดิม  3.กุ้งกระเบื้อง ราคาชุดละ 80 บาท เป็นเมนูกุ้งยัดไส้ห่อด้วยแป้งเป็นรูปสามเหลี่ยมก่อนนำไปทอด ที่มีรสชาติกรอบอร่อย เน้นการทอดที่แห้งกรอบไม่มีน้ำมันเยิ้ม ส่วนเมนูที่ 4 เด็ดสุดเป็นที่นิยมของลูกค้า คือ พิซซ่าเวียดนามหรือพิซซ่าญวน ราคาชุดละประมาณ 120 บาท ทำจากแป้งสูตรเวียดนามอบกรอบเป็นแผ่นวงกลมคล้ายข้าวเกรียบ เมื่อสุกจะโรยหน้าด้วยหมูบดปรุงรส รวมถึงหมูยอ แล้วตัดเป็นชิ้นๆคล้ายพิซซ่า ทานคู่น้ำจิ้มรสเด็ดรับรองติดใจ

นอกจากนี้อาหารเวียดนาม ที่ร้านดาวทองไม่เพียงเป็นอาหารรสดั้งเดิม วัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากเวียดนาม สด ใหม่ สะอาดปลอดภัย แถมยังเป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่ย่อยง่าย และได้ประโยชน์ ไม่ทำให้อ้วน เพราะทุกอย่างจะกินกับผักสด มีประโยชน์ต่อร่างกาย ยืนยันว่าตลอดเวลาหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนรู้จักและมีชื่อเสียง เพราะเน้นเมนูสดสะอาด ปลอดภัย ราคาประหยัด แต่ละเมนูมีราคาประมาณ 80 -150 บาท ลูกค้ามา 5 -6 คน จ่ายเพียง 400 -500 บาท ได้อิ่มกันถ้วนหน้า เพราะทางร้านไม่คิดหวังกำไรมาก ต้องการบริการลูกค้า อยากมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และนึกเสมอว่า เป็นชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ที่บรรพบุรุษอพยพมาอาศัยใต้พระบรมโพธิสมภาร สิ่งที่สำนึกเสมอคือพระมหากรุณาธิคุณในหลวง พระบรมราชินีนาถ หลังประสบความสำเร็จทางการค้า จึงตั้งเป้าตอบแทนสังคม ช่วยเหลือคนยากจน ผู้ด้อยโอกาส เป็นการคืนกำไรสังคม และไม่เอาเปรียบลูกค้า เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจให้กับ ประชาชน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนครพนม

ทั้งนี้ ร้านดาวทองถือเป็นร้านอาหารเวียดนามที่ใหญ่สุดในจังหวัดนครพนม โอ่งโถง สะอาด  ถ้ามาเป็นคณะใหญ่ก็มีห้องจัดเลี้ยงไว้บริการ นอกจากนี้ร้านดาวทองเคยได้บริการแขกวีไอพี ตลอดจนบุคคลสำคัญมาแล้วหลายครั้งทั้ง รมต.,นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ฯลฯ จึงเป็นเครื่องหมายการันตีถึงความอร่อยและสะอาดเป็นอย่างดี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ซัดกันยับ! เปิดคลิปกล้องหน้ารถ นักเรียนขี่จยย.ยิง-ตีกันนัวกลางถนน

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664228

ซัดกันยับ! เปิดคลิปกล้องหน้ารถ นักเรียนขี่จยย.ยิง-ตีกันนัวกลางถนน

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.32 น.

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ พร้อมระบุข้อความว่า “ลูกเพจฝากมาครับ จ่าครับเมื่อเย็นมีเหตุนักเรียนตีกันเส้นรามอินทรามุ่งหน้ามีนบุรี น่าจะเป็นเด็กนักเรียน พอดีกล้องหน้ารถถ่ายไว้ได้ รถคันผมปลอดภัยดี ส่งคลิปนี้ให้เผื่อเป็นประโยชน์กับคนอื่นครับ ประมาณซอยรามอินทรา 113 มุ่งหน้ามีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไปเป็นหลักฐานได้เลยครับ เห็นเจ้าของคลิปบอกว่าหลังจากในคลิปนี้ มันไปตีกันต่ออีก 2-3 ร้อยเมตรข้างหน้า ตีกันยับๆ”

ซึ่งในคลิปจากกล้องหน้ารถ สามารถบันทึกเหตุการณ์วัยรุ่นสองกลุ่มที่ขี่รถจักรยานยนต์มา พอเจอกันได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิง พอจังหวะรถขยับไปข้างหน้าก็ออกรถไปเพื่อหลบหนี แต่ฝ่ายตรงข้ามตามมาทัน ทำให้เกิดการชกต่อยกันกลางถนน และมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯ น้ำสรง ผ้าไตร เครื่องสักการะและไทยธรรมพระราชทานถวาย ‘หลวงปู่ไดโนเสาร์’

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664227

'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ น้ำสรง ผ้าไตร เครื่องสักการะและไทยธรรมพระราชทานถวาย 'หลวงปู่ไดโนเสาร์'

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.31 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ น้ำทรง ผ้าไตร เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทานถวายแด่พระเทพมงคลวชิรมุนี (หา สุภโร) หรือ “หลวงปู่ไดโนเสาร์” เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ในโอกาสพิธีอายุวัฒนมงคล 97ปี 67 พรรษา

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 2 ก.ค.65 ที่วัดสักกะวัน(ภูกุ้มข้าว) ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เชิญน้ำสรง ผ้าไตร เครื่องสักการะ และไทยธรรมพระราชทานถวายแด่พระเทพมงคลวชิรมุนี (หา สุภโร) เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน เนื่องในโอกาสอายุวัฒนมงคล 97 ปี 67 พรรษา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการอำเภอสหัสขันธ์ ข้าราชการ ประชาชนร่วมพิธี

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้จุดเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัยถวายธูปเทียนแพ น้ำสรง พานพุ่มดอกบัว ผ้าไตร และไทยธรรมพระราชทาน แด่พระเทพมงคลวชิรมุนี พระสงฆ์ 10 รูป ร่วมเจริญชัยมงคลคาถา เป็นอันเสร็จพิธี

สำหรับพระเทพมงคลวชิรมุนี (หา สุภโร) หรือหลวงปู่ไดโนเสาร์ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน อดีตรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นพระเถราจารย์ที่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดฟ เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2468 ปัจจุบันอายุได้ 97 ปี 76 พรรษา เป็นชาวอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสักกะวันตั้งแต่ปี 2498 ต่อมาอำเภอสหัสขันธ์ ได้ย้ายมาตั้งที่ตำบลโนนบุรี วัดสักกะวันได้ย้ายมาตั้งวัดที่เชิงเขาภูกุ้มข้าว ซึ่งต้องพัฒนาวัดสร้างโบสถ์ วิหาร และตัดถนนใหม่ทั้งหมด รวมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอุทธยานโลกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว 

ทั้งยังมีเมตตาเอื้อเฟื้อต่อสังคมนานัปการ ทั้งการก่อสร้างโรงพยาบาลสหัสขันธ์ อุปถัมป์โรงเรียนโนนป่างิ้ววิจิตรวิทยา และการทำนุบำรุงศาสนสถานภายในวัดให้มีความน่าอยู่ เป็นสถานปฏิบัติธรรมและพุทธสถานเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งพระทพมงคลวชิรมุนี ได้นิมิตพบเห็นกระดูกไดโนเสร์ เป็น่จุดเริ่มต้นของการขุดค้นพบฟอสซิลดึกดำบรรพ์ครั้งยิ่งใหญ่ โดยเป็นการพบกระดูกไดโนเสาร์สายพันธุ์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย และมีจำนวนมากกว่า 700 ชิ้น ต่อมาได้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์สิรินธร บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าวติดกับวัดสักกะวัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยุคของแพงสองหนุ่มเบตงทำงานประจำหันมาทำทุเรียนออนไลน์สร้างรายได้งาม

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664194

ยุคของแพงสองหนุ่มเบตงทำงานประจำหันมาทำทุเรียนออนไลน์สร้างรายได้งาม

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.25 น.

วันนี้ (2 ก.ค.65) ที่สวนทุเรียนโกผอม ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นางสาววารุณี แซ่เช่น และนายสิทธิชัย เพลินชัยศิริวัฒน์ ลูกหลาน เจ้าของสวนทุเรียน ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าชมสวนทุเรียนโกผอม ซึ่งมีเนื้อที่ 50 ไร่มีต้นทุเรียน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พวงมณี มูซังคิง และโอวฉี มีทั้งหมดเกือบ 300 ต้น โดยแต่ละต้นมีความสมบูรณ์ ลูกดก ต้นทุเรียนอยู่บนภูเขา มีการปลูกเป็นขั้นบันไดไต่ระดับตามความสูงชัน ทำให้ทุเรียนมีรสชาติหอมหวาน อร่อย โดยเฉพาะทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิง ที่เริ่มออกผลผลิต และพร้อมจำหน่ายแล้ว

นายสิทธิชัย เพลินชัยสิริวัฒน์ เล่าว่า ทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิง หรือเหมาซานหว่อง แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ราชาแมวป่า” ซึ่งเป็นทุเรียนสายพันธุ์จากประเทศมาเลเซีย มีการปลูกอย่างแพร่หลายมากในพื้นที่ จนได้รับความนิยมสูงสุด และมีราคาจำหน่ายที่ค่อนข้างสูงในขณะนี้ โดย “โกผอม” หรือนายซินเกี้ยว แซ่เซ่น เป็นคนแรกในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่ได้นำสายพันธุ์มูซังคิงส์ มาจากประเทศมาเลเซีย แล้วนำมาปลูกในพื้นที่เบตงกว่า 25 ปี แล้ว โดยนำมาทาบกิ่งกับต้นต่อทุเรียนพื้นเมืองของภาคใต้ ต้องให้ระบบน้ำหยด ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ไม่ใช้สารเคมี ทั้งหมดภายในสวน จึงทำให้ผลผลิตของทุเรียนมูซังคิงส์ออกมีผลดกและต้องมีคนดูแลในระยะให้ผลผลิตตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียวจนทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย บอกว่าทุเรียนมูซังคิงส์เบตงที่นี่ มีคุณภาพเนื้อทุเรียนดีกว่าสวนทุเรียนในประเทศมาเลเซีย รสชาติของมูซังคิงส์เบตงมี รสชาติดี ผลผลิตบางผล หนักถึง 4 กิโลกรัม ขณะที่ มาเลเซีย โตเต็มที่ ผลละ 2.8 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้ชาวมาเลเซียมาซื้อกิ่งพันธุ์ที่นี่กลับไปปลูกในมาเลเซียเป็นจำนวนมาก

นายสิทธิชัย เพลินชัยสิริวัฒน์ เล่าอีกว่า ปีนี้หลังจากเปิดประเทศทำให้มีนักท่องเที่ยวสายกินทุเรียนชาวมาเลเซียเดินทางมากินกันใต้ต้นทุเรียนมูซังคิงส์เบตงกันเลย เพราะลูกค้ากลัวไม่ทัน เพราะปีนี้ทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิง ออกผลผลิตน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคมีมาก และราคาจึงขยับสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยปีนี้ราคาหน้าสวน ขายกิโลกรัมละ 350 บาทจะมีพ่อค้าคนกลาง และพ่อค้าออนไลน์ หรือตัวแทนจำหน่าย รับจากที่สวนนำไปขายต่อในราคา 450-500 บาท ทางสวนจะคัดสรรทุเรียนลูกต่อลูก เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้กินทุเรียนคุณภาพดี รสชาติอร่อยจากสวนเท่านั้น และสายพันธุ์มูซังคิง ของทางสวนก็อร่อยไม่เหมือนใคร ผลรูปทรงกลมรี และสวย หวานขม เนื้อละเอียด สีเหลืองเข้ม เมล็ดลีบ กลิ่นไม่ฉุนและกลิ่นไม่รุนแรง จึงกินได้ทุกคน

นอกจากนี้ ยังได้จัดส่งทุเรียนมูซังคิง ไปยังประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ เพราะว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ที่ชื่นชอบบริโภคทุเรียน บางคนที่เป็นลูกค้าประจำก่อนการระบาดของโควิด จึงไม่สามารถเดินทางมากินทุเรียนที่สวนได้เหมือนทุกปี ถึงแม้ว่าจากสถานการณ์โควิด จะลดลงแล้ว และมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆชาวมาเลเซียหรือสิงคโปร์ ก็ยังไม่เดินทางมา จึงโทรสั่งจองตั้งแต่เริ่มออกผลผลิตแล้วในราคากิโลกรัมละ 600-800 บาท ซึ่งเป็นราคาขายในมาเลเซีย โดยปกติหากสถานการณ์ปกติ ไม่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด ในช่วงทุเรียนออกผลผลิตในเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน จะมีกรุ๊ปทัวส์ และกลุ่มครอบครัวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ เดินทางมาซื้อถึงสวนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะมานั่งกินใต้ต้นทุเรียน และนำกลับไปฝากญาติที่มาเลเซีย อีกด้วย

ด้านนายสามารถ บาสาลอ พ่อค้าทุเรียนออนไลน์ บอกว่า จากสถานการณ์ การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาหาซื้อได้จึงได้โทรมาสั่งซื้อทางออนไลน์กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งปีนี้มียอดสั่งซื้อดีขึ้นจากทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากคนไม่สามารถเดินทางมาซื้อด้วยตนเองได้ จึงเลือกที่จะสั่งซื้อช่องทางออนไลน์ ซึ่งสามารถส่งได้ทั่วประเทศ โดยขายในราคา 550-600 บาทโดยผ่านการคัดสรรจากสวนทุเรียนมูซังคิง เบตง จากสวนโกผอมโดยจะคัดทีละลูกค่อยๆ เลือกตัดสด ๆ จากต้น ลำเลียงลงมาอย่างเบามือที่สุด แถมยังมีบริการส่งถึงบ้าน เพื่อให้ทุเรียนคงความอร่อยไว้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ก่อนส่งถึงมือลูกค้า ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ เฟซบุ๊ก samart basalor

นายสามารถ บาสาลอ พ่อค้าทุเรียนออนไลน์ ยังบอกอีกว่า ในช่วงวันหยุดราชการวันเสาร์ – อาทิตย์ ใช้เวลาว่างหันมาขายทุเรียนออนไลน์ ช่วงภาวะเศรษฐกิจ ที่ขายยากหมากแพง ทุกอย่าง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่เราใช้สินค้าในพื้นที่ซึ่งเป็นทุเรียนมูซังคิงส์เบตง โดยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในช่วงวันหยุดราชการมาทำการคัดเลือกทุเรียนมูซังคิงส์เบตง มาขายซึ่งทุเรียนมูซังคิงส์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์มาจากมาเลเซีย ซึ่งเป็นที่นิยมของลูกค้าที่อยากจะลิ่มลอง ทุเรียนมูซังคิส์เบตง ก็เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์

ส่วนการกินทุเรียนมูซังคิงส์เบตง ที่นิยมกินกัน ก็จะกินแบบเนื้อครีม คือกินแบบสุก จะไม่กินแบบหมอนทอง แบบกรอบนอก นุ่มใน ซึ่งทุเรียนมูซังคิงส์เบตง ไม่สามารถกินได้เหมือนทุเรียนหมอนทอง แต่ทุเรียนมูซังคิงส์เบตง จะกินแบบ เนื้อครีม  ส่วนที่ก้นทุเรียนจะเป็นรูปดาว 5 แฉก แต่บางลูกก็มี 6 แฉก โดยได้คัดมาจากสวน ทุเรียนมูซังคิงส์เบตง ปีนี้ ค่อนข้างจะมีผลผลิตน้อยกว่าทุกปี เนื่องมาจากฝนตกมากและส่งขายกิโลกรัมละ 550 – 600 บาท – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่แสง’มีอาการอาพาธ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ทีมแพทย์เร่งให้การรักษาฉีดยาฆ่าเชื้อ

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664182

'หลวงปู่แสง'มีอาการอาพาธ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ทีมแพทย์เร่งให้การรักษาฉีดยาฆ่าเชื้อ

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.49 น.

วันที่ 2 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก หลวงปู่แสง ญาณวโร โพสต์ภาพพร้อมแจ้งข่าวหลวงปู่แสง ญาณวโร มีอาการอาพาธ โดยระบุข้อความว่า…#แจ้งทุกท่านทราบ…
…เมื่อวาน..หลวงปู่มีอาการไข้สูงหนาวสั่น กระสับกระส่าย..ปัสสาวะมีสีขุ่น..

…#ผลการตรวจร่างกาย..มีไข้สูง..ชีพจรเร็ว ..หายใจเร็ว..ความดันยังอยู่ในช่วงปกติ…(T 39.4 R 26 102 BP 120/70 )…

…#ผลตรวจปัสสาวะ..มีเม็ดเลือดขึ้นสูงในปัสสาวะ (UA: WBC >100)…ผลเลือดไม่ได้ตรวจ…

…#วินิจฉัยเบื้องต้น..ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และน่าจะมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย (ไม่มีผมเลือดประกอบการวินิจฉัย)…

…#การรักษา..เมื่อวานท่านเมตตาให้ ฉีดยาฆ่าเชื้อ (Cet-3) รับประทานยาฆ่าเชื้อ (ciprofloxacin) และยาลดไข้…

…#อาการวันนี้..อาการโดยรวมดีขึ้นกว่าเมื่อวาน..แต่มีไข้..ท่านเมตตาให้ฉีดยาฆ่าเชื้อ..และรับประทานยาฆ่าเชื้อตาม…

…#แนวทางการรักษา..กราบเรียนหลวงปู่เบื้องต้นว่า..จะต้องฉีดยาฆ่าเชื้อค่อเนื่อง..อย่างน้อย 5-7 วัน..ท่านเมตตาบอกว่า..ฉีดเลยฉีดจนหาย…

….#ข้อแนะนำ..ช่วงนี้..ในการปฏิบัติของลูกศิษย์และผู้เคารพศัทธา..กราบด้านหน้ากุฏิ..ในขณะที่ท่านพักรบกวนธาตุขันธ์ให้น้อยที่สุด..เว้นแต่จะเป็นดำริของท่าน..ก็พึงปฏิบัติตามที่ท่านดำริครับ…

…จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน…

…#ทีมแพทย์…

…นพ.พงพัฒน์../แพทย์ผู้ให้คำปรึกษา

…นพ.สมฤทธิ์/แพทย์ผู้ทำการรักษา

…นพ.ทรงพล/แพทย์ผู้ตรวจร่ายกาย.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศิษยานุศิษย์ร่วมบุญใหญ่อายุวัฒนมงคล 97 ปี 76 พรรษา ‘หลวงปู่ไดโนเสาร์’ แน่นภูกุ้มข้าว

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664178

ศิษยานุศิษย์ร่วมบุญใหญ่อายุวัฒนมงคล 97 ปี 76 พรรษา 'หลวงปู่ไดโนเสาร์' แน่นภูกุ้มข้าว

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.10 น.

ศิษยานุศิษย์พระเทพมงคลวชิรมุนี (หา สุภโร) หรือ “หลวงปู่ไดโนเสาร์” กว่า 3,000 คนร่วมตักบาตรถวายภัตตาหารพระสงฆ์ 120 รูปเนื่องในวันอายุวัฒนมงคล 97 ปี 76 พรรษา มีพระเกจิชื่อดังทั้งภาคอีสานร่วมถวายมิฑิตาสักการะเนื่องแน่น

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 2 ก.ค.65 ที่วัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) บ้านโนนศึกษา ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) คณะสงฆ์อำเภอสหัสขันธ์ (ธ) ร่วมจัดงายถวายมุฑิตาสักการะ เนื่องในวันอายุวัฒนมงคล พระเทพมงคลวชิรมุนี (หา สุภโร) หรือหลวงปู่ไดโนเสาร์ 97 ปี 76 พรรษาซึ่งมีเกจิชื่อดังทั่วภาคอีสาน อาทิ หลวงปู่ปั่น สมาหิโต หลวงปู่บุญจันทร์ สีลคุณ และคณะสงฆ์ กว่า 200 รูป ร่วมพิธีถวายมุฑิตาสักการะและศิษยานุศิษย์กว่า 3,000 คนโรงทานกว่า 200 เจ้า เป็นงานบุญยิ่งใหญ่ของอำเภอสหัสขันธ์

โดยนายธัญญา เอื้ออารีวรกุล ผู้พิพากษาศาลอุธรณ์ ภาค 4 นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์  นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมถวายไทยธรรมแด่คณะสงฆ์ จากนั้นรับฟังพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์  โดยพระธรรมดิลก (สมาน สุเมโธ ป.ธ.๙) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค๙ (ธ) เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ จังหวัดขอนแก่น จากนั้นร่วมถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ จากนั้นได้เปิดโอกาสให้พุทธบริษัทถวายสักการะพระเทพมงคลวชิรมุนี ตามลำดับ 

สำหรับพระเทพมงคลวชิรมุนี (หา สุภโร) หรือหลวงปู่ไดโนเสาร์ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน อดีตรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นพระเถราจารย์ที่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2468 ปัจจุบันอายุได้ 97 ปี 76 พรรษา เป็นชาวอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสักกะวันตั้งแต่ปี 2498 ต่อมาอำเภอสหัสขันธ์ ได้ย้ายมาตั้งที่ตำบลโนนบุรี วัดสักกะวันได้ย้ายมาตั้งวัดที่เชิงเขาภูกุ้มข้าว ซึ่งต้องพัฒนาวัดสร้างโบสถ์ วิหาร และตัดถนนใหม่ทั้งหมด รวมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอุทธยานโลกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว 

ทั้งยังมีเมตตาเอื้อเฟื้อต่อสังคมนานัปการ ทั้งการก่อสร้างโรงพยาบาลสหัสขันธ์ อุปถัมป์โรงเรียนโนนป่างิ้ววิจิตรวิทยา และการทำนุบำรุงศาสนสถานภายในวัดให้มีความน่าอยู่ เป็นสถานปฏิบัติธรรม และพุทธสถานเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งพระทพมงคลวชิรมุนี ได้นิมิตพบเห็นกระดูกไดโนเสร์ เป็น่จุดเริ่มต้นของการขุดค้นพบฟอสซิลดึกดำบรรพ์ครั้งยิ่งใหญ่ โดยเป็นการพบกระดูกไดโนเสาร์สายพันธุ์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทยและมีจำนวนมากกว่า 700 ชิ้น ต่อมาได้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์สิรินธร บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าวติดกับวัดสักกะวัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,944,034 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สส.ส้มโยง'หลานทักษิณ' พันบริษัทฉาวที่ถูกสื่อนอกแฉ เป็นทางผ่านขายชิปให้จีน หลบเลี่ยงการแบนของสหรัฐ
“คิม จองอึน” ตรวจโรงงานผลิตปืนใหญ่รุ่นใหม่ เตรียมติดตั้งประจำการชายแดนเกาหลีใต้ภายในปีนี้
ยึดแถลงการณ์ร่วม2ฝ่าย หนูย้ำอาเซียน ‘ไทย-กัมพูชา’หยุดยิง ปิดฉากประชุมชื่นมื่น
หมอวรงค์ แจงยิบ 5 ข้อ หลัง หมออ๋อง แฉตั้งญาตินั่งผู้ช่วย สส.
พบแพทย์ปีละครั้งทำบ้านเกือบแตก เป๊ก สัณชัย ทำชาวเน็ตตาค้างทั้งโซเชียล..
นายกฯ ไม่ขอยุ่งปม บิ๊ก มท. ซัดนัว หลัง ฟ้อง 'ปลัด มท.' โยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ระวังไทยประสบวินาศกรรม อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือน รัฐบาล ฟรีวีซ่า ทำเหตุ ปล่อยจีนซุกคลังแสง
เหมือนหลุดจากซีรีส์! นุ่น วรนุช แปลงโฉมเป็นสาวเกาหลีในชุดฮันบก
เปิดตัว16พ.ค. ปชป.สู้ศึกผู้ว่าฯกทม. ‘กรกสิวัฒน์’ลงอิสระ
สภาญี่ปุ่นถอดถอน นายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังป่วยหมดสติหลายเดือน

Recent Posts

  • เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด
  • ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ
  • กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2 ที่ยังสูญหาย
  • สภาญี่ปุ่นถอดถอน นายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังป่วยหมดสติหลายเดือน
  • อิหร่านวอนประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า-ก๊าซ ผลจากสหรัฐฯ ปิดล้อม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d