Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รู้ทัน!อดีตอาจารย์จุฬาฯเตือนสติ ยก 9 เรื่อง‘ไทยกับพม่า’

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664170

รู้ทัน!อดีตอาจารย์จุฬาฯเตือนสติ ยก 9 เรื่อง‘ไทยกับพม่า’

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.19 น.

รู้ทัน!อดีตอาจารย์จุฬาฯเตือนสติ ยก 9 เรื่อง‘ไทยกับพม่า’

2 กรกฎาคม 2565 ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ไทยกับพม่า” มีเนื้อหาดังนี้…

ไทยกับพม่า

หนึ่ง ไทยใช้แก๊สพม่าเยอะมาก หากพม่าปิดซ่อมไฟดับ โรงงานปิด

สอง แก๊สอ่าวไทยกำลังจะหมด ค่าแก๊สพม่าสูงกว่าแก๊สอ่าวไทย เท่าตัว

สาม ไทยจะได้พึ่งน้ำจากสาละวินเทลงเขื่อนไทย

สี่ เขื่อนศรีนครินทร์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพอยู่ใกล้ชายแดนพม่า รักษาเขื่อนให้ดี น้ำท่วมกรุงเทพในสี่ชั่วโมง ท่วมสูง

ห้า ไทยค้าชายแดนกับพม่าเยอะ

หก พม่าช่วยปีองกันโรฮิงยา หนึ่งล้านคนในค่ายยังอยู่ครบยูเอ็นนับทุกเดือน

เจ็ด มีพม่าในไทยสี่ล้านคน พม่าคุมแบบหนึ่งต่อสิบ

แปด พม่าคือกำแพงตะวันตกให้ไทย

เก้า ไม่มีชาติใดอยากรบกับพม่า ต้องใช้ราบภูเขา เขาสูงในพม่าสูงถึงห้าพันเมตร เทือกหิมาลัย ไทยมีราบภูเขาหนึ่งกองพัน จีน ฝรั่ง รัสเซียศึกษาหมดแล้ว

แต่ฝรั่งต้องการให้ไทยตีกับพม่า เพื่อรบกับรัสเซียและจีน

ไทยบินล้ำน่านฟ้าพม่าบ่อย ไม่ถือสากันดอก เดินข้ามเขตคือประจำวัน

มันเริ่มแล้ว

จะต้องด่ามัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนองคายคึกคักรับวันหยุด! คนลาวแห่เข้าเที่ยวไทยหลังยกเลิกระบบไทยแลนด์พาส

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664168

หนองคายคึกคักรับวันหยุด! คนลาวแห่เข้าเที่ยวไทยหลังยกเลิกระบบไทยแลนด์พาส

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.59 น.

คึกคักรับวันหยุด! คนลาวเดินทางเข้าท่องเที่ยวในไทยผ่านด่านหนองคายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังไทยยกเลิกเข้าระบบไทยแลนด์พาส ศุลกากรย้ำห้ามนำเหล้าบุหรี่กลับประเทศเกินกำหนด

วันนี้ (2 ก.ค.65) ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาวแห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย พบว่าบรรยากาศการเดินทางเข้าออกประเทศ คึกคักตั้งแต่ช่วงเปิดด่าน มีทั้งคนลาวเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลเข้ามาท่องเที่ยว ทำธุรกิจในจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี ส่วนคนไทยก็เดินทางออกไปท่องเที่ยวในประเทศลาว ในลักษณะเป็นกรุ๊ปทัวร์ และครอบครัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ให้บริการและตรวจสอบบุคคล พร้อมรถยนต์ ที่เดินทางเข้าออกให้ได้รับความสะดวก

ด้านนายภาคิน เทียบคำ หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากร 1 สำนักงานศุลกากรหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านพรมแดนหนองคาย กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางเข้าออกประเทศมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อวันที่ 1 ก.ค.65 ที่ผ่านมา มีผู้เดินทางเข้าประเทศ 3,618 คน ออกนอกประเทศ 3,455 คน, จำนวนรถต่างประเทศ เข้ามา 710 คัน ออก 538 คัน, จำนวนรถไทย เข้า 194 คัน ออก 230 คัน ทำให้นับตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.เป็นต้นมา มีผู้เดินทางเข้าประเทศแล้ว 113,174 คน ออก 167,712 คน รถยนต์ต่างประเทศเข้าไทย 20,712 คัน ออก 19,921 คัน, จำนวนรถไทย เข้า 6,320 คัน ออก 6,577 คัน ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บริการ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่และด้วยความสุภาพ ทั้งการเดินทางด้วยรถยนต์โดยสารหรือรถยนต์ส่วนบุคคล 

“ขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางเข้าออกประเทศ ห้ามนำสิ่งของผิดกฎหมายเข้าออกประเทศโดยเด็ดขาด หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ บุหรี่ สามารถนำเข้าได้ตามปริมาณที่กำหนดเท่านั้น กล่าวคือ เหล้าสามารถนำติดมือมาได้ในปริมาตร 1 ลิตร บุหรี่ 200 มวน หรือไม่เกิน 200 กรับ แต่ต้องเป็นผู้ที่แจ้งเดินทางเข้าออกประเทศด้วยพาสปอร์ตตามหลักสากลเท่านั้น ผู้ที่เดินทางด้วยบอร์เดอร์พาสจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเหล้าบุหรี่เข้าประเทศ” นายภาคิน กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มะเร็งคร่าชีวิต’นัตดา บุรณศิริ’ อดีตCEO’ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์’

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664166

มะเร็งคร่าชีวิต'นัตดา บุรณศิริ' อดีตCEO'ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์'

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.23 น.

สูญเสีย ‘นัตดา บุรณศิริ’ อดีตCEO ‘ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์’ 

2 กรกฎาคม 2565 มีรายงานการเสียชีวิตอีกบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการ นายนัตดา บุรณศิริ หรือ จ๋อย อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์  หรือที่หลายคนรู้จักในนามพี่ชายนีโน่ เมทนี บุรณศิริ ที่เสียชีวิตเมื่อคืนของวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ขณะที่ ชาลอต โทณวณิก ผู้คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจการเงินและบันเทิง ได้โพสต์เศร้าพร้อมข้อความว่า “เช้านี้รับข่าวเศร้า 2 บุคลากรทางวงการบันเทิงได้จากไป ขอดวงวิญญาณไปสู่สัมปรายภพนะคะคุณนัดดา”

ขณะที่เพจ Ebola – Thai Rock Band ก็ได้โพสต์ภาพและข้อความไว้อาลัยด้วยว่า ” วันนี้พวกเราได้รับข่าวการจากไปของ พี่จ๋อย นัตดา บุรณศิริ พี่คนนี้ที่เป็นทั้งพี่ชายของน้องๆ และเจ้านายที่เคารพรัก พี่จ๋อยดูแลให้ความอบอุ่นทุกด้านในระหว่างร่วมงานที่ Warner Music-Thailand ให้ความรู้ คำแนะนำทางตลาดดนตรีในวงกว้าง ให้โอกาสพวกเราปั้นอัลบั้ม EP2013 จนสำเร็จ …วันนี้พี่จากพวกเราไปไกลไม่มีวันกลับ WE ARE EBOLA จะคิดถึงรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความน่ารักของพี่ตลอดไป… ขอบพระคุณทุกๆอย่างที่พี่ทำให้ครับ “

สำหรับกำหนดการจัดพิธีที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ศาลาพระครูประจักษ์ ดังนี้

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2565 พิธีรดนําศพเวลา 16.00น. สวดพระอภิธรรม 18.30น.

วันที่ 3-7 กรกฎาคม 2565 สวดพระอภิธรรม 18.30 น.

ส่วนวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 กำหนดฌาปนกิจ โดยมีพิธีดังนี้

10.30 ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์

11.00 พิธีสวดมาติกา-บังสกุล แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์

15.00 เคลื่อนศพขึ้นสู่เมรุ

16.00 ฌาปนกิจ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รัฐกางเป้าโกยเงิน‘ท่องเที่ยว’ 1.27 ล้านล้านบาท-‘เราเที่ยวด้วยกันเฟส4’เริ่มเข้าพักได้ 8 ก.ค.

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664153

รัฐกางเป้าโกยเงิน‘ท่องเที่ยว’ 1.27 ล้านล้านบาท-‘เราเที่ยวด้วยกันเฟส4’เริ่มเข้าพักได้ 8 ก.ค.

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.35 น.

นายกฯยินดีภาพรวมท่องเที่ยวปีนี้ ม.ค.-มิ.ย. ต่างชาติเข้าไทยเกือบ 2 ล้านคน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวสะสม 1.14 แสนล้านบาท ขณะที่ท่องเที่ยวในประเทศไม่แพ้กัน ประชาชนรับสิทธิ‘เราเที่ยวด้วยกันเฟส 4’ ส่วนขยาย เริ่มใช้สิทธิที่พัก 8 ก.ค.นี้ คาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสะพัด

2 กรกฎาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทยประจำปี 2565 ตั้งแต่เดือนมกราคม-28 มิถุนายน 2565 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาแล้วกว่า 1,978,023 คน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวสะสมรวม 1.14 แสนล้านบาท

นักท่องเที่ยวเที่ยว 5อันดับแรกที่เดินทางผ่านด่านทางอากาศ ได้แก่ อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา ส่วน 5 อันดับแรกที่เดินทางผ่านด่านทางบก ได้แก่ มาเลเซีย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน

ทั้งนี้ หลังจากยกเลิก Thailand Pass เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ด่านชายแดนกลับมาคึกคักมากที่สุดในรอบ 2 ปี เช่น ด่านพรมแดนสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นด่านชายแดนไทย-มาเลเซียมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องเฉพาะวันแรกมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ราว 5,000 คน และตลอดทั้งเดือนนี้คาดว่าจะมีตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นราว 1 แสนคน

นายธนกร ระบุว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประมาณการนักท่องเที่ยวในช่วงเวลา 3 เดือนต่อจากนี้ กรกฎาคม-กันยายน 2565 ไว้ที่ 2,700,000 คน และ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2565 ไว้ที่ 4,500,000 คน ซึ่งประมาณการยอดรวมนักท่องเที่ยวปี 2565 จำนวน 9,325,500 คน และได้ประมาณการรายได้จากนักท่องเที่ยวตลอดปี 2565 ไว้ที่ 1.27 ล้านล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมในส่วนของการท่องเที่ยวในประเทศ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ส่วนขยาย มีกระแสตอบรับดี ประชาชนให้ความสนใจทยอยลงทะเบียนรับสิทธิเพื่อใช้บริการส่วนลดโดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมที่มีวันหยุดยาวติดต่อกัน ทั้งนี้ เริ่มจองโรงแรมและที่พักได้แล้วถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2565 และเริ่มเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม-31 ตุลาคม 2565 ในส่วนตั๋วเครื่องบินจะเปิดให้ลงทะเบียน โดยเป็นตั๋วที่จองและออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม – 5 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งในส่วนของสถานประกอบการโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร สถานบริการท่องเที่ยว มีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการทุกราย ให้คงกำหนดราคาที่พักในราคาปกติและเป็นธรรม อย่าฉวยโอกาสที่มีโครงการสนับสนุนจากรัฐบาลในการปรับขึ้นราคาผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศต่อไป

“นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยงาน ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่น ใช้อำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยของนักเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลายทั่วประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และขอให้ร่วมกันเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศ” นายธนกร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ประสบความสำเร็จ! เต่าหกเหลืองสวนสัตว์สงขลา 3 แม่วางไข่ 91 ฟองมากกว่าทุกครั้ง

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664151

ประสบความสำเร็จ! เต่าหกเหลืองสวนสัตว์สงขลา 3 แม่วางไข่ 91 ฟองมากกว่าทุกครั้ง

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.13 น.

สวนสัตว์สงขลาประสบความสำเร็จต่อเนื่องในการเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลืองภาคใต้ของไทย ล่าสุดแม่เต่าหกเหลือง 3 แม่ได้วางไข่มากถึง 91 ฟอง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการฟักไข่ เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษ เพื่อหวังผลได้ลูกเต่ามีความแข็งแรงมากที่สุด

สวนสัตว์สงขลาประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลือง ซึ่งเป็นเต่าบกที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของทางภาคใต้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ภายใต้โครงการแผนวิจัย ‘การศึกษาชีววิทยาเต่าหกเหลือง (Manouria emys emys) ในการเพาะเลี้ยงเพื่อการอนุรักษ์ ระยะ 3 ปี (เดือนตุลาคม 2562 ถึง เดือนกันยายน 2565) ของฝ่ายอนุรักษ์ วิจัยและสุขภาพสัตว์ สวนสัตว์สงขลา

โดยระยะแรกศึกษาเรื่องชีววิทยา พฤติกรรม การผสมพันธุ์ และการวางไข่ในสภาพการเพาะเลี้ยง ระยะที่สองศึกษาค่าทางโลหิตวิทยาและสุขภาพของเต่าหกเหลืองและระยะสุดท้ายศึกษาในด้านความหลากหลายทางชีวภาพในสถานการเพาะเลี้ยง ผลการศึกษาวิจัยดังกล่าว สวนสัตว์สงขลามีพ่อพันธุ์เต่าหกเหลือง เพียง 5 ตัวและใช้แม่พันธุ์ที่มีความแข็งแรง อีก 10 ตัว ปรากฏว่าแม่เต่าหกเหลืองสามารถวางไข่ รุ่นแรก เมื่อเดือนมิถุนายน 2564 โดยมีเชื้อที่สามารถฟักเป็นตัวได้ 9 ฟองและสามารถฟักเป็นตัวโดยใช้ระยะเวลา 60 วัน ในการออกจากไข่ได้ 8 ตัว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา แม่เต่าหกเหลือง 3 แม่ก็ได้วางไข่มากถึง 91 ฟอง ขณะนี้อยู่ในขั้นระหว่างการฟักไข่ ซึ่งต้องเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษเพื่อหวังผลว่าจะสามารถได้ลูกเต่าที่มีความแข็งแรงให้มากที่สุดต่อไปโดยนายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา ได้เข้าไปตรวจเยี่ยมในคอกเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลืองของโครงการฯเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่มุ่งมั่นทำงานจนประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องตามโครงการฯในการขยายพันธุ์เต่าหกเหลือง

นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า ตรงนี้เป็นโครงการเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลืองสัตว์ป่าหายากของไทยเรา ซึ่งถือว่าเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศไทย เรามีการเพาะขยายพันธุ์มา 3 ปีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2562 ปัจจุบันนี้มีการออกไข่และเริ่มฟักออกเป็นตัว ปีนี้ถือว่าโชคดีแม่พันธุ์เต่าหกเหลือง 3 แม่วางไข่มากถึง 91 ฟอง สำหรับระยะเวลาฟักไข่เนื่องจากเต่าไข่ไม่ พร้อมกันเพราะฉะนั้นเวลาฟักออกเป็นตัวก็จะไม่พร้อมกันระยะเวลาครบกำหนดของเขาใช้เวลาในการฟักไข่ประมาณ 60 วัน

หลังจากที่เราเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วเราก็จะศึกษาการเจริญเติบโตของลูกเต่าในระยะต่างๆตั้งแต่ตัวอ่อนเล็กๆจนโตขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเต่าวัยรุ่นเราถึงจะวางแผนในการที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

จากนั้น ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลาได้ไปที่ห้องฟักไข่เต่าทั้ง 91 ฟองซึ่งได้มีการแยกฟักแต่ละแม่ไว้ในกล่องโฟม โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตามหลักวิชาการ เนื่องจากมีประสบการณ์ในการฟักไข่เต่าหกเหลืองมาตลอด 3 ปีของโครงการฯ ขณะนี้ลูกเต่าหกเหลืองทั้ง 8 ตัว อายุ 1 ปีมีสุขภาพแข็งแรงย้งกินอาหารเม็ดและอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายอนุรักษ์ วิจัยและสุขภาพสัตว์ สวนสัตว์สงขลา ในส่วนการฟักไข่เต่าหกเหลืองจะมีกล้องติดตั้งไว้ในกล่องโฟมเพื่อดูการเคลื่อนไหวของไข่เต่าโดยผ่านจอมอนิเตอร์ไม่ต้องรบกวนไข่เต่า เพื่อจะได้ให้เป็นไปตามธรรมชาติหากมีการเจาะไข่ออกมา

เต่าหกเหลือง (Manouria emys emys) (Schlegel and Muller, 1844) เป็นเต่าบกขนาดใหญ่ของไทยที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ชนิดหนึ่งจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และระดับสากลจัดอยู่ในบัญชีหมายเลข 2 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศชนิดสัตว์และพืช ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ที่ผ่านมาสวนสัตว์สงขลาเคยประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลืองมาแล้วและสามารถนำเต่าหกเหลืองกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ ในอนาคตมีการวางแผนเพาะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เนื่องจากเป็นสัตว์ประจำถิ่นของภาคใต้ไปจนถึงมาเลย์และอินโดนีเซีย

นายสุรศักดิ์ ยิ้มประเสริฐ นักบริหาร 6 หัวหน้างานวิจัยฯรักษาการหัวหน้างานสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการแผนวิจัย การศึกษาชีววิทยาเต่าหกเหลือง ในการเพาะเลี้ยงเพื่อการอนุรักษ์ กล่าวว่า ความสำเร็จที่เราคาดหวังของสวนสัตว์ของเรา คือเราได้ลูกเต่าอายุครบ 1 ปี รุ่นที่แล้ว 8 ตัว ส่วนรุ่นล่าสุดที่กำลังฟักไข่อยู่และกำลังจะออกจากไข่เป็นรุ่นที่ 2 ถ้าดูตามโครงการก็เสร็จสิ้นครบถ้วนตามแผนงานที่วางไว้ถือว่าเป็นความสำเร็จของสวนสัตว์สงขลาในการทำงานครั้งนี้

“ในอนาคตเราก็จะทำการศึกษาพื้นที่ธรรมชาติด้วย แล้วจะเอาข้อมูลนี้มาปรับใช้กับการเพาะเลี้ยง ถ้าเราสามารถเพาะเลี้ยงเต่าได้เรื่อยๆ วันหนึ่งอนาคตที่เป็นความสำเร็จคือการปล่อยคืนธรรมชาติของสวนสัตว์สงขลา ซึ่งเราคาดว่าหากเราสามารถผลิตลูกเต่าได้มากขึ้นเราก็สามารถไปถึงจุดนั้นได้” นายสุรศักดิ์ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดมุมมองประชาชน ‘ท่องเที่ยว’เป็นอย่างไรเมื่อกลายเป็น‘โรคประจำถิ่น’

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664149

เปิดมุมมองประชาชน ‘ท่องเที่ยว’เป็นอย่างไรเมื่อกลายเป็น‘โรคประจำถิ่น’

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.02 น.

‘กรุงเทพโพลล์’เปิดมุมมองประชาชน ‘การท่องเที่ยวเมืองไทยจะเป็นอย่างไร เมื่อกลายเป็นโรคประจำถิ่น’ พบ 71.8% เห็นว่ามติผ่อนคลายมาตรการจะเกิดผลดีทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ขณะที่ 92.8% จะปฏิบัติตัวเหมือนเดิมใส่‘หน้ากากอนามัย’ทุกที่ทุกครั้ง

2 กรกฎาคม 2565 “กรุงเทพโพลล์” โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “การท่องเที่ยวเมืองไทยจะเป็นอย่างไร เมื่อโควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,177 คน

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับมติผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 เช่น การสวมหน้ากากอนามัย เปิดสถานบันเทิงถึงตี 2 เปิดประเทศเต็มรูปแบบ ก่อนจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 71.8 คิดว่าจะเกิดผลดี โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 49.9 เห็นว่าน่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น รองลงมาร้อยละ 48.5 เห็นว่าน่าจะทำให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ และร้อยละ 41.6 เห็นว่าจะทำให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตแบบปกติ ขณะที่ร้อยละ 28.2 คิดว่าจะเกิดผลเสียกลัวว่าจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อถามว่ามติผ่อนคลายมาตรการโควิด-19  ก่อนจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น จะทำให้คนอยากออกมาท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 72.0 เห็นว่าจะทำให้อยากออกมาท่องเที่ยวค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 28.0 เห็นว่าค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด

เมื่อถามต่อว่าจะใส่หน้ากากอนามัยตลอดทุกที่ที่ไปหรือไม่ หลังมีมติผ่อนคลายการสวมหน้ากากอนามัยตามความสมัครใจ ส่วนใหญ่ร้อยละ 92.8 คิดว่าจะปฏิบัติตัวเหมือนเดิมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะที่มีเพียงร้อยละ 7.2 ที่คิดว่าจะไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยแล้วเพราะการแพร่ระบาดลดลง

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง จะช่วยกระตุ้นให้คนออกมาท่องเที่ยวได้มากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 64.4 เห็นว่าจะช่วยได้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 35.6 เห็นว่าจะช่วยได้ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด

สุดท้ายเมื่อถามถึงปัจจัยที่คิดว่าจะทำให้คนไม่ค่อยอยากออกมาท่องเที่ยวพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 76.4 เห็นว่าเป็นเรื่องปัญหาราคาน้ำมันแพง รองลงมาคือ ไม่มีเงินที่จะไปท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 75.3 และปัญหาสินค้าราคาแพงคิดเป็นร้อยละ 63.0 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : มอง‘เจนแซด’ผ่านงานวิจัย ‘ทำงาน’รุ่นนี้เห็นอะไรสำคัญ?

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664084

สกู๊ปแนวหน้า : มอง‘เจนแซด’ผ่านงานวิจัย  ‘ทำงาน’รุ่นนี้เห็นอะไรสำคัญ?

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนา “Direk Talk : สายลมแห่งรัฐ (ศาสตร์) : การศึกษารัฐศาสตร์ในโลกยุคใหม่”
ภายในงานมีการนำเสนอผลงานทางวิชาการที่น่าสนใจมากมายซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ความสามารถในการมีงานทำของคน Gen Z”ซึ่งมี รศ.ดร.สุนิสา ช่อแก้ว อาจารย์สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้บรรยาย

“คนเจนแซด (Gen Z)” ในงานวิจัยนี้ หมายถึง “คนที่เกิดปี 2538-2547” โดยสิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ “โลกของการทำงาน (World of Work)” จากคำที่ปรากฏในช่วง 10 ปีล่าสุด คือ 1.การเติบโตที่ไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียว (Multidirectional Careers) หมายถึงในชีวิตคนคนหนึ่งอาจมีได้มากกว่า 1 อาชีพ อาทิ การเข้าไปทำงานอาชีพหนึ่งเพื่อปูทางไปสู่การทำงานอีกอาชีพหนึ่ง หรือไปสู่การทำธุรกิจของตนเองในอนาคต

2.สัญญาจ้างระยะสั้น (Short-Term Contract) หมายถึงงานที่รับค่าตอบแทนเป็นครั้งๆ ไป ซึ่งคนคนหนึ่งอาจรับงานหลายที่-หลายอย่าง โดยปัจจุบันมีคำว่า “กิ๊กเวิร์กเกอร์(Gig Worker)” เรียกลักษณะการทำงานแบบนี้ 3.ความสามารถในการเรียนรู้ (Learning Ability) โลกปัจจุบันการเรียนรู้และปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ 4.ความสามารถในการขาย (Marketability) การทำให้ตนเองเป็นที่จดจำ ซึ่งไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์แต่ความสามารถก็ต้องมีด้วย

5.ความสามารถในการปรับเปลี่ยน (Transferability) แต่ละคนต้องพร้อมทำงานใหม่ๆ ทั้งด้วยความจำเป็นและด้วยความต้องการของตนเอง ตัวอย่างของคำนี้เห็นได้จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เช่น พนักงานสายการบิน ต้องหาอาชีพอื่นทำในช่วงเวลาดังกล่าว และ 6.ทางเลือกที่หลากหลาย (CareerChoices) ปัจจุบันมีเส้นทางการทำงานที่หลากหลายกว่าในอดีต

ส่วนคำว่า “ความสามารถในการมีงานทำ (Employability)” มี 3 ส่วน คือ 1.ได้งานทำ และเป็นงานที่ทำแล้วเติบโตด้วย 2.ได้ต่อสัญญาจ้าง ซึ่งโดยมากการได้ต่อสัญญาจ้างหมายถึงพนักงานคนนั้นมีผลงานดี และ 3.เข้าสู่งานใหม่ ไม่ว่าจะโดยเปลี่ยนงานเองหรือถูกเลิกจ้างก็ตามขณะที่เมื่อวิเคราะห์ตัวบุคคล ผู้ที่มีความสามารถในการมีงานทำมักจะมี 3 องค์ประกอบคือ 1.ทักษะพื้นฐานการทำงาน (Basic Academic Skill) เช่น การสื่อสาร การคิดคำนวณ

2.ทักษะที่ทำให้การแสดงบทบาทในงานนั้นดีขึ้น (Conceptual Thinking Skill) เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การตัดสินใจ ซึ่งจะยิ่งมีความสำคัญหากอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าหรือผู้จัดการ และ 3.การเชื่อมโยงการทำงานของตนเองกับคนรอบข้าง (Personalities) ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า คู่ค้า (หรือหากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐยังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนด้วย) โดยทักษะในกลุ่มนี้ อาทิ ความเห็นอกเห็นใจ ความสามารถในการทำงานเป็นทีม

“เจนแซดคิดเป็น 1 ใน 5 ของกำลังแรงงาน ถ้ามองในภาครัฐวันนี้เรามีกำลังคนสัก 2 ล้าน เป็นข้าราชการประมาณล้านนิดๆ อีกประมาณ 3-5 ปี คนจะเกษียณเยอะมาก ดังนั้นในช่วงนี้เป็นช่วงผลัดใบของส่วนราชการ จริงๆ ไม่ใช่แค่ส่วนราชการ เอกชนก็เช่นกัน เป็นช่วงผลัดใบแล้วเจนแซดก็กำลังไหลเข้าสู่องค์กร แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ถ้ามองเศรษฐกิจโดยรวม กลุ่มนี้ด้วยความที่เพิ่งจบ ก็จะมีช่วงที่เป็นแก็ป (Gap-ช่องว่าง) กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงว่างงานมากกว่าเจเนอเรชั่นอื่นถึง 1 ใน 3” อาจารย์สุนิสา ระบุ

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในการว่างงานของคนเจนแซดที่มากกว่าคนรุ่นก่อนหน้า ไม่ใช่เพราะคนเจนแซดไม่มีความสามารถ แต่มาจากปัจจัยด้านจังหวะของตลาดแรงงานขณะเดียวกันทักษะที่จำเป็นในการมีงานทำ นอกจากพื้นฐานอย่าง Basic Academic Skill แล้ว Conceptual Thinking Skill กับ Personalities ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทั้งนี้ ผลการศึกษาโอกาสการมีงานทำของคนเจนแซด แบ่งการเก็บข้อมูล 2 ส่วน คือ

“ความเห็นจากคนอื่นๆ ที่มองคนเจนแซด” เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ 1.ผู้ผลิตบัณฑิต เช่น คณบดี รองอธิการบดีที่ดูแลงานวิชาการและงานกิจกรรมนักศึกษา 2.นายจ้าง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และ 3.ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดแรงงาน พบ “จุดแข็ง” คนเจนแซดมีความรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ ซึ่งมาจากความสามารถในการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยี สงสัยอะไรก็ค้นหาในอินเตอร์เนตได้

คนเจนแซดยังมีความคิดสร้างสรรค์ เห็นได้จากการโยนโจทย์ให้ออกแบบกิจกรรม ใช้เวลาไม่นานก็เห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ขณะเดียวกัน คนเจนแซดยังปรับตัวยอมรับความหลากหลาย และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า หากรู้ว่าตนเองอยากทำอะไรแล้วก็จะทุ่มเทลงมือทำอย่างเต็มที่ แต่ความปรารถนาอย่างแรงกล้านั้นบางกรณีก็กลายเป็นความเปราะบาง ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของแต่ละคน

ส่วน “จุดอ่อน” คนเจนแซดมีปัญหาเรื่องการสื่อสารที่สอดคล้องกับตลาดหรือคนรุ่นก่อนหน้า เนื่องจากคนเจนแซดเคยชินกับการสื่อสารผ่านเทคโนโลยีซึ่งเป็นคนละรูปแบบขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาเมื่อเผชิญกับความยากลำบากหลายครั้งเจออุปสรรคอาจล้มแล้ววูบไปเลย ดังนั้นทำอย่างไรจะทำให้คนรุ่นนี้หากล้มแล้วลุกขึ้นได้เร็ว นอกจากนี้ การอดทนรอ ก็เป็นอีกคุณสมบัติที่คนเจนแซดต้องได้รับการปลูกฝัง เพื่อให้มีโอกาสในการทำงานมากขึ้น

แต่อีกด้านหนึ่ง “ในขณะที่คนรุ่นก่อนหน้ามองว่าคนเจนแซดไม่มีความอดทน แต่คนเจนแซดกลับมองตนเองว่าอดทนรอแล้ว แต่คำว่ารอของคนแต่ละช่วงวัย (หรือแต่ละคน) ใช้เวลาไม่เท่ากัน” อาจารย์สุนิสา ยกตัวอย่างคำถาม “คิดว่าจะรอได้นานเท่าไรกับการเติบโตของตนเองในองค์กร” เมื่อถามนักศึกษาเจนแซดบางคน ได้รับคำตอบว่า1 เดือน ขณะที่เมื่อไปถามคนวัยเดียวกัน บางคนบอกว่า 3 ปี และยังมีโอกาสไปถามคนวัยเกษียณที่มาเรียนหลักสูตรปริญญาเอก ก็ได้รับคำตอบจากบางคนว่าเคยรอมาแล้วถึง 15 ปีก็มี เป็นต้น

ขณะที่ข้อมูลอีกส่วนคือ “ความเห็นของคนเจนแซดที่มองตนเอง” คนเจนแซดสนใจเรื่องสาขาวิชาในอนาคต และต้องการมีความรู้มากกว่า 2 สาขาวิชา อนึ่ง “การเป็นผู้ประกอบการเป็นทักษะที่คนเจนแซดสนใจอันดับต้นๆ ซึ่งสะท้อนความต้องการมีอิสรภาพในชีวิต แต่ในทางกลับกัน การทำงานเป็นทีมและความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นเป็นทักษะที่ให้ความสนใจอันดับท้ายๆ” จึงเป็นความท้าทายของคนทำงานบริหารทรัพยากรบุคคลว่าจะทำอย่างไร

ในช่วงท้ายของการบรรยาย มีการสะท้อนปัญหา “ช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap)” หมายถึงคนต่างรุ่นมีค่านิยมแตกต่างกันเช่น คนรุ่นเก่าและรุ่นกลางมองว่าการเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่องานเป็นวัฒนธรรมองค์กร แต่คนรุ่นใหม่มองว่าหากทำแบบนั้นก็จะไม่มีสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน (Work-LifeBalance) ทางออกจึงอยู่ที่การนำนวัตกรรมการใช้ทำให้สามารถทำงานได้แล้วเสร็จในเวลางานปกติไม่จำเป็นต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ

หรือในขณะที่คนรุ่นใหม่มีความสามารถในการนำเสนอตนเองเพื่อให้ได้โอกาสการทำงาน แต่กลับขาดการทำความเข้าใจโครงสร้างและวัฒนธรรมขององค์กรที่จะเข้าไปทำงาน ผลคือเมื่อเข้าไปทำงานแล้วก็มีโอกาสสูงที่จะลาออกอย่างรวดเร็ว และอีกข้อค้นพบที่น่าสนใจคือ “คนเจนแซดยังต้องการมีงานประจำ แต่ต้องสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้” ดังนั้นกระแสการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) คงไม่หายไปไหน

บทสรุปจากงานวิจัยนำมาสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย 4 เรื่อง คือ 1.ทักษะในการสร้างอาชีพ (Career Building Skill) ซึ่งไม่ใช่มาเริ่มกันในระดับมหาวิทยาลัย แต่ต้องลงไปถึงเด็กอายุน้อยเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ทักษะการนำเสนอตนเอง (Marketability) การวางแผนชีวิตว่าหากจะประกอบอาชีพใดต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง (Career Aspiration) 2.ที่ทำงานสำหรับอนาคต (Workplace for Future) หมายถึงการเตรียมสภาพการทำงานที่สอดคล้องกับคนรุ่นถัดไป

3.กลไกที่เอื้อต่อการเสริมศักยภาพคนเจนแซดโดยเฉพาะ (Gen Z Facilitator) เช่น บางหน่วยงานในภาคเอกชนมีการเชิญนักจิตวิทยามาทุกสัปดาห์ เพื่อประคับประคองคนเจนแซดที่อาจมีปมบางอย่างในใจ ซึ่งแม้ท้ายที่สุดคนเจนแซดจะตัดสินใจลาออก แต่อย่างน้อยในช่วงที่ยังทำงานอยู่จะได้สร้างมูลค่าทั้งต่อองค์กรและต่อตนเอง และ 4.วาระแห่งชาติ (National Agenda) หากไม่คำนึงถึงเรื่องนี้ก็จะสูญเสียความสามารถในระดับประเทศ

“จาก Survey (การสำรวจ) ทั้งหมดจะเห็นว่าข้างบน (Skill&Knowledge-ความรู้และทักษะ) เขามีอยู่แล้ว เปิดพื้นที่ให้เขาฉายแสง ทำนวัตกรรมแซนด์บ็อกซ์ตอบโจทย์ก็ได้ หรือจะช่วยสร้าง Solution (แนวทาง-วิธีการ) อะไรบางอย่างเพื่อทำให้ขับเคลื่อนงานในทางยุทธศาสตร์ ใช้เม็ดเงินงบประมาณได้อย่างคุ้มค่า และสุดท้ายใต้ภูเขาน้ำแข็ง คิดว่าต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน บางอย่างมันเป็นปัญหาลึกจริงๆ เป็นปัญหาเชิงจิตใจ” อาจารย์สุนิสา กล่าวทิ้งท้าย

หมายเหตุ : สามารถอ่านงานวิจัยฉบับเต็มเรื่องนี้ในชื่อ“โลกของการทำงานหลังโควิด-19 และความสามารถในการมีงานทำ กับทางเลือกอาชีพของคนเจเนอเรชั่นแซด” ได้ที่เว็บไซต์ djrctu.com (เลือกหมวด “องค์ความรู้”)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เอาละซิ! เพจดังในพม่าถาม’พี่เต้’ สนใจจะไปอยู่ค่ายกองพลน้อยที่ 6 มั้ย?

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664130

เอาละซิ! เพจดังในพม่าถาม'พี่เต้' สนใจจะไปอยู่ค่ายกองพลน้อยที่ 6 มั้ย?

วันศุกร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 22.05 น.

1 ก.ค.65 จากกรณีเครื่องบินมิก-29 ของเมียนมา ที่ใช้อาวุธโจมตีชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทยด้านอ.พบพระ จ.ตาก  และบินรุกล้ำเขตน่านฟ้าไทย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการตอบโต้ล่าช้าของกองทัพอากาศ ขณะที่นักการเมืองคนดังอย่าง  นายมงคลกิตติ์  สุขสินธารานนท์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ  หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์  โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดว่า “เมื่อวาน ถ้าพี่เป็นนักบินรบ เรียบร้อยไปแล้ว ยิงก่อนค่อยคุย”

ล่าสุด เฟซบุ๊ก LOOK Myanmar ซึ่งเป็นเพจที่มองพม่าผ่านตาคนไทยในพม่า คอยเกาะติดรายงานข่าวสารความเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองและสถานการณ์ในเมียนมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการยึดอำนาจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

“สวัสดีครับพี่เต้ 4King กะเหรี่ยงรอทหารอาสาแบบพี่อยู่นะครับ เผื่อพี่สนใจแนะนำให้ไปสังกัดกองพลของนายพลเนอดา เมี๊ยะ บุตรชายของนายพลโบ เมี๊ยะ แห่งกองพลน้อยที่ 6 KNDO เผื่อพี่จะสนใจ ถ้าพี่เต้สนใจจริงแจ้งมาที่เพจนะครับ จะได้แจ้งให้ลูกน้องนายพลเนอดาไปรับพี่เต้ไปร่วมค่าย”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูไอเดียเจ๋ง! เปิดคาร์แคร์ สร้างอาชีพ-รายได้ให้นักเรียน

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664133

ครูไอเดียเจ๋ง! เปิดคาร์แคร์ สร้างอาชีพ-รายได้ให้นักเรียน

วันศุกร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.54 น.

คุณครูไอเดียเจ๋ง! ครู ร.ร.ค่ายฯ เปิดคาร์แคร์ สร้างอาชีพ-รายได้ ให้นักเรียน

ผู้สื่อข่าวทราบว่า มุมนึงภายในโรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม เลขที่ 26/2 หมู่ที่ 4 ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี นั้นมีการเปิดคาร์แคร์ ล้างรถ ภายใต้สโลแกนว่า “รถท่านสะอาด ช่วยอนาคตของชาติมีรายได้” จึงเดินทางไปดู ทราบว่าคาร์แคร์ที่เปิดนั้นเป็นวิชาในคาบเรียนของ อาจารย์ อรรถพร  แก้วบวร โดยให้นักเรียนที่เรียนในวิชาคาร์แคร์ ได้ลงมือปฏิบัติจริง

นายเรวัฒน์ พรหมสะโร ผู้อำนวยการโรงเรียนค่ายบางระจันได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า  “ร้าน K.B. Car Care ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติการของนักเรียนในสายการเรียนทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งสายการเรียนดังกล่าวเป็นสายการเรียนของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่มุ่งเน้นส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการเป็นผู้ประกอบการในเชิงธุรกิจ และสามารถนำไปต่อยอดได้หลังจากจบการศึกษา โดยนักเรียนจะมีรายวิชาเรียนคาร์แคร์ ซึ่งเป็นวิชาที่บูรณาการทั้งด้านองค์ความรู้และในเชิงปฏิบัติ และสามารถนำกลับไปใช้ได้จริงในร้าน ร้าน K.B. Car Care ซึ่งจะเปิดให้บริการในคาบเรียนคาร์แคร์ และในทุกวันช่วงเลิกเรียนตามแต่เด็กที่อาสามาทำ เพราะทุกคันที่ล้างจะมีรายได้เกิดขึ้น

โดยจะแบ่งรายได้ออกเป็น 2 ส่วนที่ 1 จะเป็นรายได้ของผู้ปฏิบัติงานในแต่ละคัน ส่วนที่ 2 จะเป็นส่วนของทุนในการก่อสร้างและค่าอุปกรณ์ โดยการดำเนินการนั้นได้ยึดหลักการที่ว่า “รถท่านสะอาด ช่วยอนาคตของชาติมีรายได้” ซึ่งแนวคิดด้านการส่งเสริมด้านทักษะการเป็นผู้ประกอบการดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรีอ่างทอง และวิสัยทัศน์ของโรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคมเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีรายได้และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เป็นรายได้ ที่โรงเรียนของเราแห่งนี้ไม่เคยเกิดปัญหาเด็กนักเรียนตีกันเลย”

ด้าน อาจารย์อรรถพร  แก้วบวร  ผู้เสนอโครงการนี้ได้กล่าวว่า “จุดเริ่มของคาร์แคร์นี้เห็นความสำคัญของนักเรียนเป็นหลัก เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ยากจน ไม่มีรายได้ โดยโรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม เป็นโรงเรียนระดับมัธยมที่มีการสอนตั้งแต่ มัธยมที่ 1-6 เด็กๆ ที่นี่ส่วนใหญ่มีชีวิตค่อนข้างลำบาก พ่อแม่ทำงานต่างถิ่น อาศัยอยู่กับ ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นส่วนใหญ่ ทางโรงเรียนจึงเปิดสอนวิชาคาร์แคร์ รับจ้างล้างรถ ให้กับนักเรียนม.ปลาย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และทำงานอย่างจริงจัง

โดยเริ่มล้างรถให้กับคุณครูและผู้ปกครองก่อน พอเริ่มเก่งขึ้นค่อยเริ่มรับล้างรถให้กับประชาชนทั่วไป พร้อมสอนวิชาคุณธรรมให้กับนักเรียนไปด้วย นักเรียนต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ของมีค่าในรถที่บางครั้งเจ้าของลืมไว้ หรือวางไว้ก็ต้องเก็บรักษาของเขาให้ดี ค่าบริการล้างรถคันละ 100-180 บาท ขึ้นอยู่ขนาดของรถยนต์ รายได้แบ่งเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งให้นักเรียน โดยจัดทำสมุดลงทะเบียน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของโรงเรียน เอาไว้ซื้ออุปกรณ์การล้างรถ ค่าน้ำค่าไฟ ทุกอย่าง

สำหรับท่านใดที่สนใจในการล้างรถและเป็นการช่วยเหลือให้นักเรียนมีรายได้ โดยเส้นทางโรงเรียนค่ายบางระจันนี้จะอยู่ริมถนน ก่อนถึงตลาดย้อนยุคค่ายบางระจัน สามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือจองล้างรถได้ที่เพจ : K.B. Car Care  หรือโทร. 098-402-9550

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิธีการฟังธรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664103

วิธีการฟังธรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.27 น.

วันนี้มีศรัทธาญาติโยมที่ไม่เคยฟังเทศน์ฟังธรรมกัน มากันเป็นครั้งแรก เป็นจำนวนมาก ก็อยากจะบอกวิธีการฟังเทศน์ฟังธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดว่าควรจะฟังอย่างไร การฟังเทศน์ฟังธรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรฟังด้วย กาย วาจา ใจ ที่สงบนั่นเอง กาย วาจา สงบเรียกว่า “ศีล” ใจสงบเรียกว่า “สมาธิ” ศีล สมาธิ เป็นเหมือนภาชนะที่จะรองรับปัญญา คือความรู้จากพระพุทธเจ้า ถ้าไม่มีศีล ไม่มีสมาธิ ก็เหมือนกับไม่มีภาชนะไว้รองรับนั่นเอง ความรู้หรือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านี้ เป็นเหมือนอาหาร การที่เราจะรับอาหารจากพระพุทธเจ้า เราก็ต้องมีภาชนะ คือมีจาน 

เวลาเราจะรับประทานอาหาร เราต้องมีจานไว้รองรับอาหาร ถ้ามีแต่มือเปล่าๆ ก็จะรับได้ไม่มาก แต่ถ้าเรามีภาชนะ มีจาน มีชาม เราก็สามารถตักอาหารใส่จาน ใส่ชามได้อย่างเต็มที่ แล้วเราก็จะได้เอาอาหารไปรับประทาน ให้ร่างกายของเราสมบูรณ์แข็งแรง ใจของเราก็ต้องการอาหาร อาหารของใจก็คือธรรมะ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่จะทำให้ใจของเรามีความอิ่มหนำสำราญใจ มีความสุข มีความสบายใจ เวลาที่เราต้องการธรรมะ เราจึงต้องเตรียมภาชนะ ไว้ไปรับอาหาร ไปรับธรรมะจากพระพุทธเจ้า ภาชนะที่รองรับก็คือ ศีล สมาธินี่เอง กายสงบ วาจาสงบ เรียกว่า “ศีล”

ทำอย่างไรถึงเรียกว่า “กายสงบ วาจาสงบ” “กายสงบ” ก็คือเวลาฟังธรรม เราไม่ควรทำอะไร เราควรนั่งเฉยๆ ร่างกายไม่ควรที่จะทำโน่นทำนี่ ให้นั่งเฉยๆ ส่วนวาจาก็ไม่ให้พูดคุยกัน ต่างคนต่างนั่งเฉยๆ ไม่พูดไม่คุยกัน เพราะว่าถ้าเราทำอะไรทางร่างกาย หรือพูดคุยกัน ใจของเราก็จะไม่ได้มาฟังธรรมนั่นเอง ถึงแม้จะได้ยินเสียงแต่จะไม่เข้าใจ ธรรมจะไม่เข้าไปถึงในใจ เนื่องจากกายกับวาจาของเราไม่รองรับพระธรรมคำสอนนั่นเอง นอกจากกายวาจาที่สงบแล้ว ใจก็ต้องสงบด้วย คือ ใจต้องไม่คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ให้คิดอยู่กับเรื่องที่เรากำลังฟังอยู่ คิดถึงเรื่องธรรม ติดตามตั้งใจฟังเสียงธรรมที่เข้ามาสัมผัสกับหู แล้วก็พิจารณาตาม 

ถ้าเราพิจารณาตามได้ เราก็จะเข้าใจความหมายว่า ธรรมที่แสดงไว้นั้นแสดงเรื่องอะไรบ้าง แล้วเราก็จะได้เกิดปัญญาขึ้นมา เกิดความรู้ขึ้นมา หรือถ้าเราฟังธรรมแล้ว เราไม่สามารถพิจารณาตามได้ เนื่องจากเราอาจจะไม่เข้าใจความหมายของธรรมที่เราได้ยินได้ฟังอยู่ ถ้าเรายังตั้งใจฟังอยู่กับเสียงธรรม เราก็จะได้ใช้เสียงธรรมนั้นเป็นอารมณ์กล่อมใจให้เข้าสู่ความสงบได้ ทำให้ใจเรานิ่งสงบ เกิดความสุขขึ้นมา การฟังธรรมจึงสามารถฟังได้ ๒ แบบ ฟังให้เกิดความสงบ ถ้าใจเราไม่สงบ เราอาศัยการฟังเสียงธรรมไปเรื่อยๆ แล้วถ้าเราไม่ไปคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ เกาะอยู่กับเสียงธรรมไป เสียงธรรมก็จะนำใจให้เข้าสู่ความสงบ ถ้าเราพิจารณาตามเหตุตามผลของธรรมที่แสดงไว้ได้ เราก็จะเกิดความเข้าอกเข้าใจ เกิดปัญญา เกิดความรู้ขึ้นมา

นี่คือวิธีการฟังธรรม และไม่จำเป็นที่จะต้องมีกระดาษ ดินสอ ไว้จดบันทึก การฟังธรรมนี้เราต้องการฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ถ้าเราเข้าใจแล้ว มันจะไม่ลืม มันจะอยู่ในใจ ถ้าเรามัวแต่จดธรรมที่เราได้ยินได้ฟัง เราจะไม่มีเวลาที่จะมาพิจารณาธรรม เราจะคอยจดคอยจำแต่ธรรมที่เราได้ยิน แต่เราจะไม่เข้าใจความหมายของธรรมที่เราได้ยินได้ฟัง จดไปแล้ว บางทีวันหลังกลับมาอ่านดูก็ไม่เข้าใจว่าจดอะไรไปบ้าง ดังนั้น การฟังธรรมนี้ โดยหลักเราไม่ต้องการจดจำ เราต้องการความเข้าใจ เหมือนเวลาที่เราจะเดินทางไปไหน เราไม่รู้จักทาง เราก็ถามคนที่บอกทาง ว่าจะไปที่นั่นไปอย่างไร เราก็ตั้งใจฟัง ให้เขาอธิบายให้เราฟัง ไปตรงนั้น ถึงตรงนั้นแล้วให้ไปทำอย่างนั้น ให้ขึ้นรถสายนั้นสายนี้ 

ถ้าเราไม่เข้าใจเราก็ถามใหม่ว่า “ช่วยอธิบายอีกที ว่าทำอย่างไร เดินทางไปอย่างไร” ถามไปจนกว่าจะเข้าใจ พอเข้าใจแล้ว เราก็ไม่ต้องจด เพราะจดไว้เดี๋ยวหาย ถ้าเกิดหายไปก็ยุ่ง แต่ให้มันจดไว้ในใจดีกว่า ให้มันจด ให้มันเข้าไปในใจ ด้วยการเข้าใจ การที่เราจะเข้าใจ เราก็ต้องตั้งใจฟัง ฟังทุกคำพูดที่เขาพูดมา ที่เขาบอกมา พอเขาพูดเขาบอกแล้ว เราก็จะเข้าใจ แล้วเราก็จะจำได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องมีกระดาษบันทึกเอาไว้ เพราะว่ากระดาษที่เราเขียนไว้บางทีมันก็หายได้ หรือบางทีเราจดแล้ว เราไม่เข้าใจ เรากลับมาอ่าน เราก็ไม่เข้าใจว่ามีความหมายว่าอย่างไร นี่คือวิธีการฟังธรรม ถ้าฟังด้วยศีล ด้วยสมาธิ ใจจะสามารถรับปัญญาได้ “ปัญญา” ก็คือความรู้ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ แล้วนำเอามาสอนพวกเรานั่นเอง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,944,074 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สส.ส้มโยง'หลานทักษิณ' พันบริษัทฉาวที่ถูกสื่อนอกแฉ เป็นทางผ่านขายชิปให้จีน หลบเลี่ยงการแบนของสหรัฐ
หมอวรงค์ แจงยิบ 5 ข้อ หลัง หมออ๋อง แฉตั้งญาตินั่งผู้ช่วย สส.
“คิม จองอึน” ตรวจโรงงานผลิตปืนใหญ่รุ่นใหม่ เตรียมติดตั้งประจำการชายแดนเกาหลีใต้ภายในปีนี้
ยึดแถลงการณ์ร่วม2ฝ่าย หนูย้ำอาเซียน ‘ไทย-กัมพูชา’หยุดยิง ปิดฉากประชุมชื่นมื่น
พบแพทย์ปีละครั้งทำบ้านเกือบแตก เป๊ก สัณชัย ทำชาวเน็ตตาค้างทั้งโซเชียล..
นายกฯ ไม่ขอยุ่งปม บิ๊ก มท. ซัดนัว หลัง ฟ้อง 'ปลัด มท.' โยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ระวังไทยประสบวินาศกรรม อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือน รัฐบาล ฟรีวีซ่า ทำเหตุ ปล่อยจีนซุกคลังแสง
เหมือนหลุดจากซีรีส์! นุ่น วรนุช แปลงโฉมเป็นสาวเกาหลีในชุดฮันบก
เปิดตัว16พ.ค. ปชป.สู้ศึกผู้ว่าฯกทม. ‘กรกสิวัฒน์’ลงอิสระ
สภาญี่ปุ่นถอดถอน นายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังป่วยหมดสติหลายเดือน

Recent Posts

  • เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด
  • ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ
  • กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2 ที่ยังสูญหาย
  • สภาญี่ปุ่นถอดถอน นายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังป่วยหมดสติหลายเดือน
  • อิหร่านวอนประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า-ก๊าซ ผลจากสหรัฐฯ ปิดล้อม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d