Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

มิจฉาชีพหลอกยายจับฉลาก! สูญเงินเกือบ8พันบาท ยกมือสาปแช่งแก๊งต้มตุ๋น

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662791

มิจฉาชีพหลอกยายจับฉลาก! สูญเงินเกือบ8พันบาท ยกมือสาปแช่งแก๊งต้มตุ๋น

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.26 น.

26 มิถุนายน 2565 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากคุณยายสมจิตร ลาดมาษี อายุ 69 ปี และนายจุล ลาดมาษี อายุ 69 ปี อยู่บ้านแม่ระมาดพัฒนา เลขที่ 138 ม.9 ต.ห้วยแห้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ซึ่งทั้ง 2 คน ตากับยายเป็นสามีภรรยา ได้เปิดเผยว่ายายกับตาได้อยู่กันสองคนเพียงลำพังที่บ้านหลังดังกล่าว ส่วนลูกสาวไปมีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด พร้อมกับยายก็มีอาชีพปลูกถั่วเขียวที่ไร่แถวใกล้กับป่า

ล่าสุดวันที่ 21 มิ.ย.65 ช่วงบ่ายโมง ยายได้เดินทางออกจากบ้านเพื่อไปดูพืชผลที่ไร่ถั่วเขียว ส่วนตานั้นอาศัยอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง บริเวณไร่ถั่วเขียวนั้นก็อยู่ติดอยู่กับป่า ห่างจากบ้านยายประมาณ 1 กิโลเมตร ระหว่างที่ยายอยู่ที่ไร่ถั่วเขียว ได้มีรถกระบะสีดำไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน คลุมผ้าใบมากัน 3 คน โดยมีผู้หญิง 2 คน ผู้ชาย 1 คนได้เป็นคนขับรถคันดังกล่าว จังหวะนั้นก็ได้ทั้ง 3 คนก็เดินมาหายายที่ยืนอยู่ที่ไร่ถั่วเขียวเพียงลำพัง ทั้ง 3 คนก็บอกกับยายว่า ยายมาจับฉลากไหมค่ะ ข้างในมีของรางวัลมากมาย

โดยจะมีรางวัลอยู่ข้างใน มีทั้งหมด 6 ห่อ /เบอร์ พร้อมบอกกับยายว่า จับฟรีไม่เสียเงิน แต่หากยายจับไม่ได้ของรางวัล ต้องเสียเงินทั้งหมด 20 บาท แต่หากจับได้ของรางวัลยายก็ต้องรับของรางวัลทั้งหมดห้ามคืน รวมแล้วเสียเงินทั้งหมด 7,996 บาท ซึ่งทั้ง 3 คน เกลี่ยกล่อมและชักชวนให้ยายจับ พร้อมกับยายก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงได้จับฉลากไปพร้อมกับได้รางวัล เป็นหม้อหุงข้าว 2 ใบ หัวเตาแก๊สสองหัว หม้ออบไฟฟ้า เตาแม่เหล็กไฟฟ้า รวมเป็นเงินทั้งหมด 7,996 บาท

จังหวะนั้นตัวยายเองก็ตกใจ ที่ต้องเสียเงินเกือบหมื่น วินาทีนั้นยายก็ไม่มีเงินติดตัวไปด้วย แล้วทั้ง 3 คนก็ได้พายายไปเอาเงินที่บ้านยาย โดยตัวยายเองก็ได้เอาเงินจากตามาจ่ายไป 8,000 บาท แล้วทั้ง 3 คน ก็ทอนมาให้ยาย 4 บาท พอหลังจากทั้ง 3 คน ได้เงินแล้วก็รีบขับรถออกไปจากบ้านยาย

ทั้งนี้ยายก็ได้โทรไปหาลูกสาวยาย แล้วก็เล่าเรื่องราวให้ฟัง พร้อมกับลูกสาวก็ให้หลานที่อยู่บ้านใกล้กับยายมาอยู่เป็นเพื่อนก่อนชั่วคราว และก็อยากจะเตือนภัยให้กับคนแก่ที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ให้ระวังมิจฉาชีพมาหลอกให้จับฉลากแล้วสูญเงินเกินกว่าที่ควร ครั้งนี้ยายก็ยังได้เครื่องของมาใช้ แต่หากมาคำนวณดูแล้วมันก็ขาดทุนไปเกือบครึ่ง ที่เสียค่าของไปให้มิจฉาชีพ เก็บเงินมาทั้งปีจะให้จ่ายค่าปุ๋ยรายปี มาเสียให้พวกมิจฉาชีพจนหมดตัว. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : คนไทยเมินใช้ขนส่งมวลชน ‘รถเมล์เมืองกรุง’แก้ถูกทาง?

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662753

สกู๊ปแนวหน้า : คนไทยเมินใช้ขนส่งมวลชน  ‘รถเมล์เมืองกรุง’แก้ถูกทาง?

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“70 : 30” เป็นสัดส่วนของ “ครัวเรือนในกรุงเทพฯ ที่มีพาหนะส่วนบุคคล (รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์) กับครัวเรือนที่ไม่มีพาหนะส่วนบุคคล” โดยเป็นข้อมูลที่ สุเมธ องกิตติกุลผู้อำนวยการวิจัยนโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) หยิบยกมาเปิดเผยในงานเสวนา “ทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยเป็นธรรมระดับประเทศและภูมิภาคเพื่อพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะให้ประชาชนเข้าถึงได้” จัดโดยสภาองค์กรของผู้บริโภค เมื่อช่วงกลางเดือน มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา

นอกจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมืองหลวงของประเทศไทยแล้ว สุเมธ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า “ในช่วง 10 ปีล่าสุด การใช้ขนส่งสาธารณะลดลงในทุกจังหวัดตรงกันข้ามกับการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลที่เพิ่มสูงขึ้น” ทั้งนี้ ระบบขนส่งมวลชนที่ควรจะเป็น ควรมี 3 ส่วน คือ 1.มีบริการที่เป็นสาธารณะ เส้นทางเหมาะสมเที่ยววิ่งที่เหมาะสมเป็นพื้นฐาน หลายครั้งเที่ยววิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการใช้ของผู้บริโภคต้องปรับให้สอดคล้องกับความต้องการ

2.รถสาธารณะ ต้องเข้าถึงได้ง่ายมีสถานี หรือจุดจอดที่ประชาชนเข้าถึงได้ เช่นในอดีตถนนทุกถนนจะมีศาลาริมทางและเป็นจุดจอด แต่ปัจจุบันไม่มีหายไปหมด จุดจอดหายไป และเวลาเราสร้างถนนเรามักจะนึกถึงป้ายรถเมล์เป็นเรื่องสุดท้ายซึ่งไม่ถูกต้อง และ 3.เรื่องของราคาค่าโดยสารที่เหมาะสม รัฐต้องเข้ามาเกี่ยวข้องและสนับสนุน เส้นทางท่ีมีผู้โดยสารน้อยแต่จำเป็น

กลับเข้ามาในกรุงเทพฯ ย้อนไปในปี 2561 สุเมธ เคยกล่าวไว้ในงานเสวนา “การเพิ่มบทบาทการพัฒนาขนส่งมวลชนทางราง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”ตอนหนึ่งระบุว่า “..คนกรุงเทพฯเป็นคนที่โชคดีแล้ว ถึงรถเมล์จะเก่าหน่อยแต่ก็เป็นรถเมล์ที่ใหญ่ แล้วเงินที่รัฐอุดหนุน ขสมก. ก็มีอยู่ค่อนข้างมาก ขสมก. ขาดทุนรัฐก็ประกันหนี้ให้ จึงเห็นได้ชัดว่ารัฐให้เงินช่วยเหลือในส่วนอื่นๆ ของประเทศน้อยกว่าส่วนกลางค่อนข้างมาก..” แต่เมื่อเวลาผ่านไป 4 ปีก็น่าคิดว่า ปัจจุบันชาวเมืองหลวงจะยังคงโชคดี แบบที่นักวิชาการ TDRI ผู้นี้เคยกล่าวไว้หรือไม่?

เพราะตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. 2565 ที่ผ่านมาเริ่มมีเสียงบ่นจากประชาชนว่า “รอรถเมล์นานขึ้น” โดยในเรื่องนี้ กิตติกานต์ จอมดวงจารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2565 ยอมรับว่า ปัจจุบัน ขสมก. มีรถโดยสารประจำการ จำนวน 2,885 คัน ลดลงจากเดิมประมาณ 200 คัน เนื่องจากสิ้นสุดสัญญาเช่ารถโดยสาร

อย่างไรก็ตาม ขสมก. ไม่สามารถนำรถออกวิ่งให้บริการได้ทั้งหมด เนื่องจากต้องสำรองรถโดยสารร้อยละ 5 เผื่อสำหรับกรณีฉุกเฉิน ทำให้ ขสมก. มีรถโดยสารออกวิ่งในแต่ละวันเพียงร้อยละ 95 หรือวันละประมาณ 2,740 คัน นอกจากนี้ ขสมก. ยังขาดอัตรากำลังพนักงานขับรถโดยสารอีกกว่า 700 คน ส่งผลให้ ขสมก. มีอัตรากำลังพนักงานและจำนวนรถโดยสาร ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ

ในวันเดียวกัน จิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งานรถเมล์ คิดเป็นร้อยละ 70 ของปี 2562 อันเป็นปีสุดท้ายก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด ขณะที่ 2 ปีในช่วงโควิด-19 ระบาด มีผู้ใช้รถเมล์เพียงร้อยละ 10-20 ทำให้จำนวนรถที่ออกมาวิ่งให้บริการลดลง ซึ่งต่อมาแม้ประชาชนจะกลับมาเดินทางมากขึ้นแต่ปริมาณรถก็ยังไม่เพียงพอ อีกทั้งขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านตามแผนปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ ทำให้ต้องรอภาคเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตจัดหารถเมล์ใหม่มาบรรจุในเส้นทาง รวมถึงมีเส้นทางที่อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตใหม่

แต่เมื่อกล่าวถึง “แผนปฏิรูปรถเมล์” ก็ตามมาด้วย “คำถาม” เช่น ล่าสุดกับการ “เปลี่ยนเลขสาย” ที่ทำเอาประชาชนสับสน ที่ถูกพูดถึงตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เช่น สาย 1 (ถนนตก-ท่าเตียน) กลายเป็นสาย 3-35 หรือสาย 8 (สะพานพุทธ-ถนนนิมิตรใหม่) กลายเป็นสาย 2-38 (แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ) เป็นต้น ที่มาที่ไปของการเปลี่ยนเลขสาย อธิบดีกรมการขนส่งทางบกชี้แจงในวันที่ 21 มิ.ย. 2565 ว่า การปรับเปลี่ยนเลขสายรถเมล์ในขณะนี้เป็นไปตามแผนแม่บทพัฒนาระบบรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ซึ่งแนวคิดนี้ทำการศึกษาโดย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ตั้งแต่ปี 2560 และมีการรับฟังความคิดเห็นในเบื้องต้นแล้ว โดยเลขสายรถเมล์จะแบ่งเป็น 4 โซนใช้หลักการแบ่งพื้นที่การเดินรถของจุดต้นทางตามทิศของกรุงเทพมหานครคือ เลขแรกเป็นเลขโซน และตัวเลขหลังเป็นเลขสาย ดังนี้ “โซนที่ 1”ทิศเหนือ (กรุงเทพฯ โซนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนพหลโยธิน) ขึ้นต้นด้วย 1-เลขสาย (1-1 ถึง 1-68) “โซนที่ 2” ทิศตะวันตก (กรุงเทพฯ ชั้นในและโซนตะวันตกเฉียงเหนือ) ขึ้นต้นด้วย 2-เลขสาย (2-1 ถึง 2-56)

“โซนที่ 3” ทิศตะวันออก (กรุงเทพฯ โซนตะวันออกเฉียงใต้ : ถนนสุขุมวิท) ขึ้นต้นด้วย 3-เลขสาย (3-1 ถึง 3-56) และ “โซนที่ 4” ทิศใต้ (กรุงเทพฯ โซนใต้และตะวันตกเฉียงใต้ ถนนเพชรเกษม) ขึ้นต้นด้วย 4-เลขสาย (4-1 ถึง 4-71) ทั้งนี้ แตกต่างจากหมายเลขสายรถเดิมที่มีการเรียงตัวเลขสายไปเรื่อยๆ เมื่อมีเส้นทางใหม่จะเพิ่มตัวเลขเข้าไป ขณะที่สายรถเมล์ใหม่นี้จะมีเลขโซนอยู่ด้านหน้าเพื่อให้ทราบว่ารถเมล์สายนี้มีต้นทาง อยู่ในพื้นที่ใด ถนนสายใด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ทุกกลุ่ม ที่จะทราบข้อมูลการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ต้องขึ้นรถเมล์ในโซนใดหรือสายใด

ถึงกระนั้น หากย้อนไปดูโครงการทดลองเปลี่ยนเลขสายรถเมล์ ระหว่างวันที่ 15 ส.ค.-15 ก.ย. 2560 โดยเป็นโครงการนำร่อง 8 เส้นทาง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจบลงด้วยการพับโครงการไป ในเวลานั้นสื่อมวลชนก็รายงานข่าวเช่นกันว่า ประชาชนเกิดความสับสน มีความเห็นคัดค้านบนสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก รวมถึงสถิติสายด่วน 1348 ของ ขสมก. ก็พบว่า ร้อยละ 64.31 สอบถามเส้นทาง และร้อยละ 35.59 ไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูปเส้นทาง

ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องของนโยบาย “1 เส้นทาง 1 ผู้ประกอบการ” แม้จะมีเจตนาดีที่ไม่ต้องการให้เกิดการแย่งผู้โดยสารระหว่างผู้ประกอบการหลายเจ้าบนเส้นทางเดียวกัน จนนำไปสู่การขับขี่แบบอันตรายหรือการทะเลาะวิวาท รวมถึงแก้ปัญหาการขาดทุนสะสมของ ขสมก. แต่เมื่อดำเนินการจริงกลับพบประชาชนได้รับผลกระทบเช่น รถเมล์น้อยลงเพราะเหลือผู้ประกอบการรายเดียว หรือค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเพราะเป็นนโยบายส่งเสริมให้ใช้รถปรับอากาศที่ค่าโดยสารแพงกว่ารถร้อน และรถเอกชนไม่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นที่พึ่งของคนรายได้น้อย

ยังไม่ต้องพูดถึง “ความย้อนแย้งกันเองในการดำรงอยู่ของ ขสมก.” ที่ด้านหนึ่งถูกก่อตั้งมาให้เป็นที่พึ่งของผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง อัตราค่าโดยสารจึงถูกควบคุมให้ต่ำกว่าต้นทุนจริงในการเดินรถ แต่อีกด้านหนึ่งเมื่อประสบปัญหาขาดทุนก็เป็นภาระของรัฐที่ต้องจัดงบประมาณเข้าไปอุดหนุน หรือแม้แต่ “ลักษณะของเมืองที่ไม่เอื้อให้จัดบริการรถเมล์เข้าถึงได้สะดวก” เช่นมีซอยตันจำนวนมาก หรือชุมชนที่ขยายแบบกระจัดกระจาย..เหล่านี้คือตัวแปรที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบ หากต้องการให้คนไทยหันกลับมาใช้บริการขนส่งมวลชนมากขึ้น!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พาหนะอื่นจอดขวางป้ายรถเมล์ ใช้บริการไม่สะดวก-เสี่ยงอุบัติเหตุ

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662748

พาหนะอื่นจอดขวางป้ายรถเมล์ ใช้บริการไม่สะดวก-เสี่ยงอุบัติเหตุ

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เมืองที่เจริญก้าวหน้าไม่ใช่เมืองที่คนจนมีรถยนต์ส่วนตัวใช้ แต่เป็นเมืองที่แม้คนรวยก็ยังยินดีใช้บริการขนส่งสาธารณะ (An advanced city is not one where even the poor use cars, but rather one where even the rich use public transport)” เป็นคำกล่าวของ เอ็นริเก เพนาโลซา (Enrique Penalosa) อดีตนายกเทศมนตรีกรุงโบโกตา เมืองหลวงประเทศโคลอมเบีย ที่มักถูกหยิบยกมาพูดถึงเสมอเมื่อกล่าวถึง “เมืองที่ดี” เพราะเมืองที่มีรถส่วนตัวจำนวนมาก ส่งผลต่อปัญหาทั้งการจราจรติดขัด มลพิษจากไอเสีย ตลอดจนภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการซื้อและบำรุงรักษารถ

“นั่นคือเป้าหมายในอุดมคติ แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ง่ายที่จะไปถึง” อาทิ สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมามีเสียงบ่น-เสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ไหนจะรถไฟฟ้าที่ค่าโดยสารแสนแพง พอหันกลับมามองรถเมล์ก็พบว่าปริมาณรถน้อยลง หรือบางเส้นทางผู้ให้บริการเลิกวิ่งไปก็มี ขณะเดียวกัน“ป้ายรถเมล์ถูกบดบังทัศนวิสัย” ทั้งจากป้ายโฆษณาและยานพาหนะอื่นๆ ที่จอดกีดขวาง ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้การใช้บริการรถเมล์ไม่สะดวก โดยเฉพาะสายที่มีรถให้บริการไม่กี่คัน การพลาดไปอาจหมายถึงต้องรอนานนับชั่วโมง

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2565ที่ผ่านมา มีการหยิบยกกรณีรถส่งสินค้าจอดกีดขวางป้ายรถเมล์ขึ้นมากล่าวถึง ซึ่งสืบเนื่องจาก กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้ใช้รถโดยสารสาธารณะรายหนึ่งเมื่อเดือน ต.ค. 2564 ระบุว่า “ในขณะที่รอรถโดยสารสาธารณะกลับบ้านบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอุดมสุข เขตบางนา กรุงเทพมหานคร มีรถขนส่งสินค้าของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง จอดขวางทางเดินรถโดยสารสาธารณะ ทำให้ประชาชนมองไม่เห็นรถโดยสารสาธารณะและต้องลงมายืนบนพื้นผิวจราจร” ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

กสม. พิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า กรณีนี้เกี่ยวกับสิทธิในการเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งได้รับการรับรองและคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และเห็นว่าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทำได้ด้วยการประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง จึงได้ดำเนินการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไปยังกรุงเทพมหานคร บริษัทต้นสังกัดของร้านสะดวกซื้อ และกองบังคับการตำรวจจราจร เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา

ซึ่งต่อมาได้รับทราบว่า กรุงเทพมหานครโดยสำนักงานเขตบางนาและกองบังคับการตำรวจจราจร ได้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ด้วยการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานงานกัน พร้อมแจ้งไปยังบริษัทโดยตรงเพื่อแก้ไขปัญหาการจอดรถขนส่งสินค้ากีดขวางป้ายหยุดรถประจำทางสาธารณะแล้ว ขณะที่บริษัทก็ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกับบริษัทขนส่งสินค้า

โดยได้ปรับเปลี่ยนขนาดรถขนส่งสินค้าให้เล็กลงและปรับเวลาในการจัดส่งสินค้าเป็นช่วงเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาการจราจรหนาแน่นและป้องกันไม่ให้รถขนส่งสินค้าจอดกีดขวางป้ายหยุดรถประจำทางสาธารณะแล้ว ดังนั้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2565 จึงมีมติเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ร้องตามสมควรแล้ว จึงมีมติเห็นชอบผลการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

การดำเนินธุรกิจอย่างเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นอีกเรื่องที่ กสม. ให้ความสำคัญ โดยที่ผ่านมาได้ประสานความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจดำเนินกิจการที่สอดคล้องตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) กรณีปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะดูเป็นปัญหาเล็กๆ แต่ก็สะท้อนว่าภาคธุรกิจจะต้องไม่ละเลย ต้องตระหนักถึงความสำคัญของหลักการดังกล่าว และร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเข้าใจ

อนึ่ง นอกจากกรณีรถส่งสินค้าที่เข้าสู่กระบวนการร้องเรียนและประสานแก้ไขโดย กสม. ข้างต้น ในความเป็นจริงยังพบยานพาหนะหลากหลายชนิด ทั้งที่เป็นขนส่งสาธารณะด้วยกัน เช่น รถแท็กซี่ รถตู้โดยสาร และที่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล จอดกีดขวางบริเวณป้ายรถเมล์อยู่เนืองๆ จากหลายหลายเหตุปัจจัย จึงต้องฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทั้งการบังคับใช้กฎหมาย และการหาทางออกอื่นทดแทน เพื่อให้การใช้บริการรถเมล์เป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัย!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘9ดีปเทคสตาร์ตอัป’ จากงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662766

สกู๊ปพิเศษ : ‘9ดีปเทคสตาร์ตอัป’  จากงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หากจะอธิบายคำว่า “สตาร์ทอัพ” (Startup) ให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คงจะสรุปได้ว่า เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นมาจากจุดเล็กๆ แล้วเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด เป็นธุรกิจที่ออกแบบมาให้มีการทำซ้ำและขยายกิจการได้ไม่ยาก เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้เร็ว ง่ายดาย ไม่ซับซ้อน โดยมีการนำเทคโนโลยี, นวัตกรรมมาเป็นหลักในการสร้างธุรกิจ โดยมักจะเกิดขึ้นจากแนวความคิดที่ต้องการจะใช้เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของผู้คน หรือเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ยังไม่มีใครเคยคิดหรือทำมาก่อน ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงมีความพยายามคิดค้นธุรกิจสตาร์ทอัพใหม่ๆ ขึ้นมาอยู่เสมอ

แต่จุดอ่อนของสตาร์ทอัพก็คือ การขาดจุดแข็งในระยะยาว จึงถูกลอกเลียนแบบได้ง่าย รวมทั้งคู่แข่งสามารถพัฒนาระบบให้ดีกว่าเดิมได้ในเวลาไม่นานนัก แล้วแย่งส่วนแบ่งในตลาดได้อย่างรวดเร็ว จนผู้คิดค้นรายแรกต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด ทำให้ต้องแก้เกมด้วยการคิดค้นสตาร์ทอัพที่เลียนแบบได้ยาก ทำให้ธุรกิจเกิดความยั่งยืน อยู่ได้ในระยะยาว ซึ่งหนึ่งในคือ ดีป เทค สตาร์ตอัป (Deep Tech Startup)

Deep Tech (Deep Technology) คือเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ได้มาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร เป็นเรื่องยากที่จะลอกเลียน รวมทั้งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีสิทธิบัตรคุ้มครอง เนื่องจากผ่านการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างยาวนาน

ในปัจจุบัน ดีป เทค สตาร์ตอัป มีอยู่ 8 ประเภท ได้แก่ 1.Artificial Intelligence (AI) : ปัญญาประดิษฐ์ 2.AugmentedReality (AR) และ Virtual Reality (VR) : โดย AR เป็นเทคโนโลยีที่ผสานโลกเสมือนเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ส่วน VR ที่เป็นการจำลองโลกจริงในโลกเสมือน 3.Internet of Things (IoT) : การเชื่อมโยงทุกอย่างสู่โลกอินเตอร์เนต 4.Blockchain : เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูล เป็นโครงข่ายไร้ศูนย์กลาง 5.Biotech : การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับระบบชีวภาพ 6.Robotics : วิทยาการหุ่นยนต์ที่นำมาใช้ในด้านต่างๆ 7.Energy : การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับระบบพลังงาน และ 8.Spacetech : เทคโนโลยีอวกาศ

ในประเทศไทย ก็มีความตื่นตัว และให้การสนับสนุนในเรื่อง ดีป เทค สตาร์ตอัป อย่างต่อเนื่องเช่นกัน

โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ที่ห้องแถลงข่าวอว. ชั้น 1 ถ.พระรามที่6 กรุงเทพฯ ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดแถลงข่าว สวทช. ขยายงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่ “9 ดีปเทคสตาร์ตอัป”พร้อมเปิดตัว 9 NSTDA Startups : Deep-Tech Startup เพื่อขยายงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่ สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและยกระดับเศรษฐกิจด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.ฐิตาภาสมิตินนท์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สวทช. ร่วมแถลงข่าว

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในด้านการวิจัยและพัฒนาที่สร้างคุณค่าและต่อยอดให้กับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) และให้ความสำคัญในการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เสริมศักยภาพและยกระดับผู้ประกอบการนักลงทุน รวมถึงสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการขับเคลื่อนและต่อยอดผลงาน วทน. จากหิ้งสู่ห้างเพื่อเชื่อมโยงให้เอกชนเข้าถึงได้ง่าย

ทั้งนี้ การวิจัยและพัฒนาที่รับโจทย์เพื่อทำวิจัยแล้วถ่ายทอด สิทธิ (Licensing) แบบเดิม อาจไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เนื่องจากเทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกลและส่งผลกระทบต่อหลายสาขาอาชีพมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งผ่านงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ในรูปแบบธุรกิจใหม่ สวทช. จึงขยายงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่ภายใต้กลไกการส่งเสริมและผลักดันผลงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์อีกรูปแบบหนึ่งของ สวทช. หรือที่เรียกว่า “นาสท์ด้าสตาร์ตอัป” NSTDA Startups ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา เพื่อผลักดันผลงานวิจัยนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และยังช่วยตอกย้ำศักยภาพงานวิจัยสู่การตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรม

ในการแถลงข่าวครั้งนี้มีสตาร์ทอัพ ที่ได้รับการอนุมัติจากสวทช. จำนวน 9 ผลงาน ซึ่งกลไกของ NSTDA Startups นี้จะช่วยตอบโจทย์การเร่งให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของผลงานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม (RDI) ให้เร็วยิ่งขึ้น โดยหลักคือจะมีกลุ่มนักวิจัยเข้าร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนและ/หรือ สวทช. ในการปั้นโมเดลธุรกิจ (Business Model) จากผลงานวิจัยของสวทช. เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็นแผนธุรกิจ (Business Plan)อย่างเป็นรูปธรรม แล้วก้าวไปสู่การร่วมจัดตั้งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ

“สำหรับ NSTDA Startups มีนักวิจัยและบุคลากรวิจัยไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ได้ประยุกต์ใช้องค์ความรู้หลายศาสตร์ และพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบสตาร์ทอัพ ที่ต่อยอดธุรกิจจากงานวิจัยและพัฒนาจากองค์กรวิจัยระดับประเทศมากถึง 9 ราย ซึ่งพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกสู่สาธารณชนแล้ว โดยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่างๆ หากมาร่วมผลักดันธุรกิจเทคโนโลยีกับ NSTDA Startupsและถือเป็นการเปิดโลกการลงทุนใหม่ เพื่องานวิจัยจากแหล่งการลงทุนใหม่ของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อไป” ดร.ณรงค์ กล่าว

โดยในปัจจุบันจดทะเบียนบริษัทแล้วจำนวน 7 บริษัท และอยู่ระหว่างเตรียมจดทะเบียนอีก 2 ผลงาน (หนึ่งในนั้นจะจดทะเบียนในเร็วๆ นี้)

สตาร์ทอัพของ สวทช. เป็น Deep tech Startup ที่ครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรม ประกอบด้วยสตาร์ทอัพด้าน Biotechnology & BIO Service สตาร์ทอัพด้าน Digital สตาร์ทอัพด้าน Aging Society/Quality of Life และสตาร์ทอัพด้านความงามและอาหารเสริม เป็นต้น

สำหรับ 9 NSTDA Startups : Deep-Tech Startup เพื่อขยายงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่ ประกอบด้วย ด้านอุตสาหกรรมBiotechnology & BIO Service ได้แก่ บริษัท ไบโอเทคโกลเบิ้ล อินโนเวชั่น จำกัด ให้บริการแพลตฟอร์มด้าน Biotechnology และ Life Science ที่ครบวงจรรายแรกของประเทศที่ครอบคลุมครบถ้วนทั้งทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเครือข่ายธุรกิจ

ด้านอุตสาหกรรม Digital ได้แก่ บริษัท เอไอไนน์ จำกัด (AI9) เป็นแพลตฟอร์ม AI ของบริษัทไทยรายแรกที่ให้บริการการถอดเสียงการประชุมโดยใช้เทคโนโลยี AI, บริษัท ดาร์วินเทคโซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการจัดอาหารและดูแลสุขภาพในสถานศึกษาแบบครบวงจร, บริษัท บิ๊กโก อนาไลติกส์ จำกัด ให้บริการแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาระบบจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data / Data Analytic) ที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยต้นทุนที่ลดลง

ด้านอุตสาหกรรม Aging Society/Quality of Life ได้แก่ โครงการ รีไลฟ์ (อยู่ระหว่างเตรียมจดทะเบียนในนามบริษัท รีไลฟ์ จำกัด) ผลิตกระจกตาชีวภาพที่ไม่ต้องรอบริจาคจากผู้อื่น สามารถใช้ได้เลย สามารถออกแบบค่าสายตาให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคน ไม่มีความเสี่ยงจากการใช้กระจกตาจากผู้อื่นหรือวัสดุเทียม, บริษัท เบรนนิฟิต จำกัด ให้บริการแพลตฟอร์ม Game-based neurofeedback system ช่วยฟื้นฟูศักยภาพการเรียนรู้ได้ถึง 5 ด้าน และวัดผลได้อย่างแม่นยำ

ด้านอุตสาหกรรมด้านความงามและอาหารเสริม ได้แก่ บริษัท สไปก์ อาร์ชิ เทคโทนิคส์ จำกัด ผลิตเข็มขนาดไมโคร (Microneedle) ในรูปแบบแผ่นแปะเทคโนโลยี Microspikeที่มีลักษณะพิเศษความเฉพาะที่สามารถดีไซน์ได้ตามต้องการของลูกค้าที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้สามารถนำส่งสารสำคัญผ่านผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ, บริษัท ควอนตัม ไบโอเทค จำกัด ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีชีวภาพ นำเทคโนโลยีด้านไบโอรีไฟเนอรี่และไฮบริดมาผลิตสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และ โครงการKANTRUS การผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุออกฤทธิ์สำหรับเครื่องสำอางและการแพทย์ เช่น โปรตีนอีจีเอฟ ที่มีความบริสุทธิ์และความสามารถในการออกฤทธิ์สูง ในราคาที่เข้าถึงได้

ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี สำหรับก้าวย่างของ ดีป เทค สตาร์ตอัป ของไทย ณ วันนี้ ที่มีความตื่นตัวและมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาต่อไป แต่ปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากคือการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อให้ ดีป เทค สตาร์ตอัป ของไทย เติบโตอย่างแข็งแรง และยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

จากสัญญาณที่ได้เห็นในวันนี้ ก็พบว่ามีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี และหากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็คาดว่าในอนาคตจะเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตของผู้คน ได้รับการพัฒนาออกมาอีกมากมาย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถ่านพม่าขึ้น10บาท/กก.แต่ร้านข้าวแกง’ป้านงเยาว์’สงขลายังราคาเท่าเดิม

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662715

ถ่านพม่าขึ้น10บาท/กก.แต่ร้านข้าวแกง'ป้านงเยาว์'สงขลายังราคาเท่าเดิม

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 22.20 น.

ร้านข้าวแกง “ป้านงเยาว์” หนึ่งเดียวในเมืองสงขลาที่ยังคงใช้เตาถ่านในการปรุงอาหารมานานกว่า  50 ปี  ทั้งประหยัดไม่สนแก๊สจะขึ้นราคา ทางร้านจะใช้ถ่านวันละ  1 กระสอบ 15 กก.ราคา 210 บาท ซึ่งแพงกว่าเดิมเพียงวันละ 10 บาท ถือว่าไม่มีผลกระทบกับทางร้านแต่อย่างใด อาหารทุกอย่างยังคงขายราคาปกติ รสชาติอาหารก็อร่อยเหมือนเดิมที่ลูกค้าติดใจ

ร้านข้าวแกง“ป้านงเยาว์”ของนางนงเยาว์ ค้่งไล่ อายุ 79 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 55 ถนนไทรบุรี ตรงข้ามวัดดอนแย้ เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา เป็นร้านข้าวแกงหนึ่งเดียวในเมืองสงขลา ที่ยังคงใช้เตาถ่านปรุงอาหารมานานกว่า 50 ปี และเป็นตำนานร้านข้าวแกงเตาถ่านของเมืองสงขลาไปแล้ว

ในขณะนี้ร้านขายถ่านที่นำเข้าจากประเทศพม่า ในเมืองสงขลา มีการปรับราคาขึ้นกระสอบละ 10 บาท กระสอบ 15 กก.จากเดิมราคา 200 บาท ขึ้นเป็น 210 บาท หลังน้ำมันดีเซลราคาแพงขึ้น

โดยร้านป้านงเยาว์ จะใช้ถ่านที่มีคุณภาพ นำเข้ามาจากประเทศพม่า ซึ่งเป็นถ่านทำมาจากไม้ชั้นดี จุดไฟติดง่าย ไม่มอดดับเร็ว อึด ทน อยู่ได้ นาน มีคุณภาพ ไร้กลิ่น ไร้ควัน โดยที่ร้านใช้ถ่านเดือนละประมาณ 22 กระสอบ เพราะหยุดวันเสาร์และวันอาทิตย์ เดือนละ 8 วัน ทางร้านจะใช้ถ่านวันละ 1 กระสอบ 15 กก.ราคา 210 บาท ซึ่งแพงกว่าเดิมเพียงวันละ 10 บาทเดือนละประมาณ 22 กระสอบเป็นเงิน 220 บาท ถือว่าไม่มีผลกระทบกับทางร้านแต่อย่างใด อาหารทุกอย่างยังคงขายราคาปกติ ราคาข้าวแกงเริ่มต้นจานละ 50 บาท แกงถุง 50 บาท ร้านเปิดขายวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07.00-14.00 น. หยุดวันเสาร์-อาทิตย์

แม้ว่าก๊าซหุงต้ม(LPG) กำลังจะปรับราคาขึ้นโดยขนาด 15 กิโลกรัม อยู่ที่ถังละ 408 บาทในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ทางร้านก็ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใดเช่นเดียวกัน เพราะก๊าซหุงต้ม(LPG) มีเฉพาะไว้หุงข้าวอย่างเดียวเท่านั้น

ทางร้านใช้เตาถ่าน ปรุงอาหารแต่ละวันกว่า 30 ชนิด โดยป้านงเยาว์ จะเป็นคนปรุงอาหารทั้งหมดด้วยตนเอง โดยข้อดีของเตาถ่านคือได้ความหอมจากถ่านไม้ ที่สำคัญรสชาติของอาหารที่ปรุงจากเตาถ่านจะอร่อยกว่าใช้แก๊ส

ป้านงเยาว์ กล่าวว่า “ที่ร้านใช้ถ่านเดือนละประมาณ 22 กระสอบ เพราะหยุดวันเสาร์และวันอาทิตย์ เดือนละ 8 วัน อย่างมากวันละ 1 กระสอบ ตอนนี้ถ่านราคากระสอบละ210 บาทจากเดิมราคา 200 บาท ถ่านขึ้นราคา10 บาท ไม่มีผลกระทบอะไรเลย เพราะถ้าเขาขึ้นราคาเราก็ต้องจ่าย เพราะเราจำเป็นต้องใช้ เจ้าหน้าที่เขาว่าอย่างไรก็ต้องอย่างนั้น เพราะเราเป็นประชาชน”

ทางด้านลูกค้าที่มานั่งทานข้าวแกงในร้านป้านงเยาว์ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและมาทานที่นี่บ่อย เนื่องจากติดใจใน รสชาติอาหารอร่อยแบบดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเพราะใช้เตาถ่านในการปรุงอาหาร รสชาติมันจะหอมกว่าและช่วยประหยัดพลังงานด้วยและกับข้าวจะอร่อยกว่าการใช้เตาแก๊ส โดยป้านงเยาว์ปรุงกันสดๆร้อนๆอยู่หน้าเตาไฟลูกค้าจะมองเห็นและจะปรุงอาหารอย่างรวดเร็ว ซึ่งป้านงเยาว์อยู่หน้าเตาไฟมานานกว่า 50 ปี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผวา! ต้นมะพร้าวผีหลอก ขับรถผ่านถึงกับสะดุ้ง เหมือนเงาคนห้อยโตงเตง

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662768

ผวา! ต้นมะพร้าวผีหลอก ขับรถผ่านถึงกับสะดุ้ง เหมือนเงาคนห้อยโตงเตง

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 22.10 น.

ผวา!ขับรถผ่านถึงกับสะดุ้งผีต้นมะพร้าวหลอกชาวบ้าน

วันที่ 25 มิย.65 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บุกพิสูจน์ต้นมะพร้าวผีที่ยืนต้นอยู่ในสวนของชาวบ้าน และริมถนนแม่ต๋ำฟากน้ำ บ้านแม่ต๋ำท่าวังควาย ต.แม่ต๋ำ อ.เมือง จ.พะเยา ที่ชาวบ้านทั้งในชุมชนท่าวังควายและนอกพื้นที่ตลอดจนผู้ที่เดินหรือขับรถผ่านไปมาต่างผวาเมื่อถึงช่วงพลบค่ำเหลียวไปมองเห็นต้นมะพร้าวที่ยืนต้นสูง มีลักษณะเหมือนคนหรือเงาผีห้อยโตงเตงกับต้นมะพร้าวในสวนมะพร้าวริมถนนบางคนมองเห็นเป็นผีบ้างเป็นเงาบ้าง หากมีลมพัดยิ่งผวาใหญ่มีการโยกเยกของต้นมะพร้าวกับทางมะพร้าวที่เป็นพุ่มก้านใบงิกงอรวมตัวกันเป็นก้อนเหมือนรูปคน ห้อยโหนกับต้นมะพร้าว จนคนเห็นต่างผวาว่าต้นมะพร้าวเป็นผีหลอก

จากการตรวจพิสูจน์ของผู้สื่อข่าวพบว่า ต้นมะพร้าวผีอยู่ในสวนมะพร้าวของชาวบ้านชุมชนท่าวังควายท้ายหมู้บ้าน มีรั้วบล๊อกคอนกรีตล้อมรอบ  และพบว่าต้นมะพร้าวผีนั้นมีลักษณะแปลกแตกต่างจากต้นอื่น เพราะทางหรือก้านใบจะแตกชูช่อชี้ฟ้าและก้านใบด้านล่างมีลักษณะงิกงอ เป็นพุ่มคล้ายคนห้อยโหนกับต้นมะพร้าวเมื่อมองเห็นไกลๆเหมือนคนหรือผีห้อยโหนกับต้นมะพร้าวอย่างเห็นได้ชัด บางคนมองเห็นผีไม่มีหัว ห้อยมีแขน ขา และต้นมะพร้าวต้นนี้พบว่าแปลกกว่าต้นอื่นด้วยที่อยู่ในสวนเดียวกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรุงเทพโพลล์’เผย ทุกข์คนกรุง‘รถเมล์น้อย-รอนาน’ ไปเรียน-ทำงานสาย

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662765

‘กรุงเทพโพลล์’เผย ทุกข์คนกรุง‘รถเมล์น้อย-รอนาน’ ไปเรียน-ทำงานสาย

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 20.16 น.

วันที่ 25 มิถุนายน 2565 กรุงเทพโพลล์ โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สํารวจความเห็นประชาชนเรื่อง “ความเดือดร้อนของประชาชน ต่อการใช้บริการรถเมล์ไทย” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ใช้บริการรถเมล์จํานวน 1,151 คน เมื่อวันที่ 17-21 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมาพบว่า 1.ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดจากการใช้บริการรถเมล์ในปัจจุบันคือเรื่องใด (เลือกตอบได้มากกว่า 1 ตําตอบ) อันดับ 1 รถขาดระยะ ต้องรอรถนาน ร้อยละ 89.2 อันดับ 2 รถแน่น/ขึ้นไม่ทัน โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน ร้อยละ 44.4 

อันดับ 3 รถเก่า/ชํารุด/รถสกปรก ร้อยละ 35.5 อันดับ 4 ช่วงเช้ามืด ตอนคํ่าไม่มีรถเมล์วิ่ง/มีรถน้อย ร้อยละ 30.2 อันดับ 5 ขับรถเร็ว/ขับคร่อมเลน/ไม่ทําตามกฎจราจร ร้อยละ 27.6 อันดับ 6 รถไม่จอดตามป้าย/จอดเลยป้าย ร้อยละ 26.0 อันดับ 7 พนักงานไม่สุภาพ ร้อยละ 16.0 อันดับ 8 สายรถเมล์ที่ใช้ประจํายกเลิกบริการ ร้อยละ 10.8 และอันดับ 9 อื่นๆ อาทิ ค่าโดยสารแพงขึ้น ปล่อยควันดํา เครื่องสแกนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ไม่ค่อยได้ ฯลฯ ร้อยละ 0.9

2.ผลกระทบที่ได้รับจากปัญหา รถเมล์ขาดระยะ ลดเที่ยววิ่ง และยกเลิกสายรถเมล์บางเส้นทาง คือ (เลือกตอบได้มากกว่า 1 ตําตอบ) อันดับ 1 ไปเรียน/ทํางานสาย/ถึงที่หมายช้ากว่ากําหนด ร้อยละ 74.5 อันดับ 2 ต้องใช้บริการขนส่งทางอื่น ทําให้เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ร้อยละ 61.4 อันดับ 3 ต้องต่อรถเมล์หลายสาย จากเดิมที่นั่งสายเดียวถึง ร้อยละ 37.3 อันดับ 4 ต้องมาสูดดมมลภาวะริมถนนนานขึ้น ร้อยละ 34.5 อันดับ 5 กลับบ้านดึกขึ้น เสี่ยงอันตราย ร้อยละ 30.8  อันดับ 6 ไม่ได้รับผลกระทบ ร้อยละ 8.0 และอันดับ 7 อื่นๆ อาทิ ต้องตื่นเช้ากว่าเดิม ต้องเดินกลับบ้าน ไม่รู้ว่าสายไหนยกเลิกบ้าง ฯลฯ ร้อยละ 0.8

3. มั่นใจหรือไม่ว่า ขสมก. จะสามารถแก้ปัญหาการให้บริการรถเมล์ที่เกิดขึ้นภายใน 15 วัน ได้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.3  ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจถึงไม่มั่นใจเลย (โดยแบ่งเป็น ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 44.8 และไม่มั่นใจเลย ร้อยละ 32.5) ขณะที่อีกร้อยละ 22.7 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจถึงมั่นใจ  (โดยแบ่งเป็น ค่อนข้างมั่นใจ ร้อยละ 17.1 และมั่นใจ ร้อยละ 5.6)

4.สิ่งที่อยากฝากถามผู้บริหาร ขสมก. และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง มากที่สุดในการให้บริการรถเมล์แก่ประชาชนคือ (เลือกตอบได้มากกว่า 1 ตําตอบ) อันดับ 1 มีรถเมล์ให้บริการครอบคลุมทุกเส้นทางได้หรือไม่เพื่อคํานึงถึงผู้มีรายได้น้อย ร้อยละ 56.9 อันดับ 2 ทําไมรถเมล์ถึงมีให้บริการน้อย ร้อยละ 53.2 อันดับ 3 ประชาชนจะได้รับผลกระทบจากปัญหารถเมล์ขาดระยะ ลดเที่ยววิ่ง และยกเลิกสายรถเมล์บางเส้นทาง นานแค่ไหน ร้อยละ 51.0

อันดับ 4 เมื่อไหร่รถเมล์จะมาตรงเวลา ร้อยละ 44.2 อันดับ 5 เส้นทางที่ยกเลิกบริการจะมีแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ร้อยละ 31.6 และอันดับ 6 อื่นๆ อาทิจะมีรถเมล์ฟรีอีกไหม ทําไมรถเมล์ไม่ค่อยจอดป้าย ไม่รับผู้โดยสาร ทําไมบอกหมดระยะทั้งที่บอกว่าไปสุดสาย ทําไมรถเก่า ปล่อยควันดํา ยังมีวิ่งอยู่อีก ฯลฯ ร้อยละ 4.9

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตร.เปิดวิธีการแก๊งแบล็คเมล์ หลอกเด็กทั้งชายและหญิงถ่ายคลิป

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662744

ตร.เปิดวิธีการแก๊งแบล็คเมล์ หลอกเด็กทั้งชายและหญิงถ่ายคลิป

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.26 น.

25 มิ.ย.65 ตำรวจสอบสวนกลาง ได้เผยแพร่ข้อมูลภาพการ์ตูนและข้อความเพื่อรู้ทันแก๊งแบล็คเมล์ หลอกเด็กทั้งชายและหญิงถ่ายคลิป โดยวิธีการของแก๊งมิจฉาชีพหลอกถ่ายคลิปแบล็คเมล์ มีดังนี้

(1) มิจฉาชีพจะเริ่มตีสนิทเหยื่อ ส่วนใหญ่จะเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กทั้งชายและหญิง (อายุต่ำกว่า 18 ปี) ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ หรือทางฟังก์ชั่นแชทในเกมส์

(2) โดยจะเสนอของต่างๆ หรือเสนอเงินรายได้พิเศษ แลกกับการให้เด็กถ่ายภาพวาบหวิวหรือคลิปโป๊ส่งไปให้

(3) หลังจากเด็กส่งไปให้แล้ว มิจฉาชีพจะใช้ภาพหรือคลิปเหล่านั้นข่มขู่ว่าจะเอาไปฟ้องโรงเรียน หรือเอาไปประจาน เพื่อให้เด็กหวาดกลัว เครียด แล้วส่งคลิปมาเพิ่ม หรือขอคุยเรื่องลามก ทั้งทาง video call หรือ voice call ต่อ

(4) มิจฉาชีพ จะเอาภาพหรือคลิปที่ได้นั้นไปเผยแพร่ในกลุ่มเพื่อแลกกับเงิน

สอบสวนกลาง (CIB) จึงอยากฝากถึงผู้ปกครองทุกท่าน หากสังเกตพฤติกรรมบุตรหลานของท่านเปลี่ยนแปลงไป โปรดอย่านิ่งเฉย เพราะ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าลูกหลานของคุณ อาจกำลังตกเป็นเหยื่อถูกคุกคาม ข่มขู่ แบล็คเมล์ประเภทนี้ได้

หากมีข้อมูลหรือเบาะแสกระทำความผิด สอบสวนกลางช่วยคุณได้ สามารถ Inbox มาได้ที่ Facebook เพจ ‘สอบสวนกลาง’ หรือโทร 1191

ขอบคุณข้อมูล ตำรวจสอบสวนกลาง 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หงส์-ผี’ออกแถลงการณ์! ปมดราม่าบัตรแดงเดือดที่ไทย ประกาศชัดไม่มีดินเนอร์มื้อค่ำ

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662742

‘หงส์-ผี’ออกแถลงการณ์! ปมดราม่าบัตรแดงเดือดที่ไทย ประกาศชัดไม่มีดินเนอร์มื้อค่ำ

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.25 น.

วันที่ 25 มิถุนายน 2565 จากกรณีดราม่า ‘บัตรแดงเดือด’ที่นำมาเซลล์แบบลดกระหน่ำ โดย ‘พิมรี่พาย’ แม่ค้าออนไลน์คนดังได้ไลฟ์สดขายบัตรดูบอลศึกแดงเดือด THE MATCH Bangkok Century Cup 2022 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล ที่จะแข่งขันกันในวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 นี้ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานซึ่งมีการอ้างอิงว่าผู้ซื้อบัตรมีลุ้นได้เข้าร่วมรับประทานอาหารกับทั้งสองทีม รวมถึง แจ็คสัน หวัง ศิลปินชื่อดัง ที่จะมาเล่นมินิคอนเสิร์ตเปิดการแข่งขันด้วยนั้น

ล่าสุด ทั้ง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ออกแถลงการณ์ถึงกรณีการขายบัตรในกรณีดังกล่าวดังนี้

“สโมสรลิเวอร์พูล/แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตระหนักถึงการนำบัตรเข้าชมการแข่งขันเกมพรีซีซั่นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันอังคารที่ 12 กรกฎาคม กลับมาจำหน่ายอีกครั้งอย่างไม่เป็นทางการ”

“เราไม่อนุมัติการจำหน่ายในครั้งนี้ หรือยอมรับในรูปแบบของเนื้อหาในการจำหน่ายบัตรในครั้งนี้ ที่เป็นการชี้นำให้เข้าใจผิด ถึงแม้ว่าบัตรเข้าชมการแข่งขันจะเป็นของจริงก็ตาม แต่จะไม่มีการรับประทานอาหารค่ำที่ผู้โชคดีจะได้พบกับนักเตะชุดใหญ่ของทีม”

“ทั้งสองสโมสรต่างมีความกังวลเกี่ยวกับการนำบัตรเข้าชมมาจำหน่ายซ้ำในครั้งนี้ และรู้สึกผิดหวังที่แฟนบอลได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดเช่นนี้”

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เริ่มต้นการเตรียมพร้อมพรีซีซั่นในประเทศไทย และเราแทบรอไม่ไหวที่จะได้พบกับทุกคนระหว่างที่อยู่ที่กรุงเทพฯ”

เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
“Liverpool / Manchester United is aware of an unauthorised online re-sale of tickets for our upcoming pre-season game against Liverpool in Bangkok on Tuesday 12th July.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การภาวนาต้องเจริญสติต่อเนื่อง…’งานภาวนา’เป็นงานที่สำคัญที่สุด’งานรื้อภพ รื้อชาติ’

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662741

การภาวนาต้องเจริญสติต่อเนื่อง...'งานภาวนา'เป็นงานที่สำคัญที่สุด'งานรื้อภพ รื้อชาติ'

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.24 น.

การภาวนาขั้นต้นเรียกว่าสมถภาวนา ต้องเจริญสติอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ตื่นจนหลับ ต้องควบคุมจิตไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน ไม่ให้คิดเรื่อยเปื่อย ให้จิตว่าง ให้สักแต่ว่ารู้อยู่กับการทำงานของร่างกาย ร่างกายกำลังทำอะไรก็ให้เฝ้าดูไป ให้อยู่กับการทำงานของร่างกายอย่างเดียว ไม่ให้ไปคิดเรื่องต่างๆ ไม่ให้คิดเรื่องคนนั้นเรื่องคนนี้ เรื่องอดีตที่ผ่านมาแล้ว เรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคต ให้คิดให้รู้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น กำลังเดินก็ให้รู้ว่ากำลังเดิน กำลังยืน กำลังนั่ง กำลังดื่มน้ำ กำลังทำอะไรก็ตาม ให้ใจจดจ่ออยู่กับการทำงานของร่างกาย อย่างนี้เรียกว่ามีสติควบคุมความคิด

พอมีเวลาว่างไม่ต้องทำอะไรก็ควรนั่งหลับตาแล้วก็ดูลมหายใจเข้าออก ถ้าไม่คิดเรื่องอื่น ดูแต่ลมหายใจตลอดเวลา ไม่นานห้านาทีสิบนาทีใจก็จะสงบ ความสงบก็มีสองลักษณะ สงบแบบพรวดพราดลงไปถึงฐานเลย หรือสงบแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมือนเปลี่ยนเกียร์รถ ค่อยๆ สงบไปทีละขั้นทีละขั้นไป จะสงบแบบไหนก็ไม่เป็นปัญหา

อย่าไปคาด อย่าไปกำหนดว่าจะต้องเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ เพราะการภาวนาในแต่ละครั้งนี้ มีเหตุมีปัจจัยที่ไม่เหมือนกัน บางครั้งมีปัจจัยทำให้รวมลงไปถึงฐานเลย บางครั้งก็ค่อยเป็นค่อยไป ได้ทั้งสองแบบ เวลาใจสงบจะเบาอกเบาใจ เย็นสบาย มีความสุข ความอิ่ม ไม่หิวกับรูป เสียง กลิ่น รส ไม่หิวกับเรื่องราวต่างๆ ก็ควรปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ให้นั่งให้นานที่สุดจนกว่าจะนั่งไม่ได้ค่อยลุกขึ้นมาเปลี่ยนอิริยาบถ ลุกขึ้นมาเดินจงกรม มาเจริญสติต่อ 

ถ้าต้องทำงานก็ทำเท่าที่จำเป็น งานภายนอก อย่าทำมากจนเกินไป เวลาอยู่กับหลวงตานี้ท่านคอยเตือนคอยสอนอยู่เรื่อยๆว่า อย่าทำงานอย่างอื่นนอกจากงานภาวนา “งานภาวนานี้เป็นงานที่สำคัญที่สุด งานรื้อภพ รื้อชาติ”

……………………………….

โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,946,956 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
บุกทำเนียบไล่บี้อนุทิน ทวงภาษีแม้ว คดีชินคอร์ป1.7หมื่นล.
ใบเตย อาร์สยาม ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล ทำไอจีแทบแตก
ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม 'ACI APAC & MID RACE 2026' ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค
‘housewarming’ นิทรรศการผลงานมาสเตอร์พีชและการประมูลครั้งสำคัญ

Recent Posts

  • อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 14 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร
  • ผอ.เอฟบีไอ โต้เดือดกลางที่ประชุมวุฒิสภา หลังถูกกล่าวหาว่าดื่มหนักระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • “นาอูรู” เตรียมลงประชามติ เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “นาโอเอโร” เพื่อรื้อฟื้นอัตลักษณ์ดั้งเดิม
  • ทรัมป์โพสต์ภาพเวเนซุเอลา เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ จุดกระแสวิจารณ์ทั่วโลก
  • จีนเรียกร้องปากีสถานเพิ่มบทบาทไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d