Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

การทำสมาธิภาวนาคือการพยายามผูกจิตให้อยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งเช่น’พุทโธ’

Posted on June 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659067

การทำสมาธิภาวนาคือการพยายามผูกจิตให้อยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งเช่น'พุทโธ'

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.41 น.

“…การทำสมาธิภาวนา คือ การพยายามผูกจิตให้อยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง หรือจุดใดจุดหนึ่ง ให้เราเอาอารมณ์ที่ถูกจริตนิสัยของตนเป็นเครื่องผูก เช่น พุทโธ กำหนดลมหายใจหรืออย่างอื่นอีกก็ได้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ความมุ่งหมายต้องการให้จิตว่างจากอารมณ์ภายนอก หดตัวเข้ามาสู่ความสงบ จะน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับสติปัญญาของตน ทำไปจนชำนิชำนาญ จะเข้าจะออกเวลาใดก็ได้…”

โอวาทธรรม หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ครูรักษ์ถิ่น’ เรื่องท้ายทาย ‘อนาคตการศึกษาไทย’

Posted on June 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659055

'ครูรักษ์ถิ่น' เรื่องท้ายทาย 'อนาคตการศึกษาไทย'

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.15 น.

หลังจากลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านหมู่บ้านป่าคาสุขใจและหมู่บ้านจะบูสี บนดอยแม่สลอง และได้ร่วมกิจกรรมฐานความรู้เรื่องกาแฟ สมุนไพร อาหารท้องถิ่น รวมถึงการเดินป่า นักศึกษา 62 คนได้ร่วมกันสะท้อนมุมมองซึ่งส่วนใหญ่ประทับใจกับประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับ

“ตลอดระยะเวลา 2 คืน 3 วันที่พวกเราได้อยู่ร่วมกัน ทำให้รู้จักกันดียิ่งขึ้น รู้จักการปรับตัว รู้จักชุมชน ได้ประสบการณ์ที่ดีเพื่อนำไปใช้ในอนาคต “ นักศึกษาหลายคนพูดในวงแลกเปลี่ยนในเนื้อหาใกล้เคียงกัน

ระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนาย 2556 นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ ชั้นปี 2และ 3 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ที่ได้รับทุนครูรักษ์ถิ่นจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ กสศ.ได้เดินทางมายังศูนย์เรียนรู้บนดอย มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ) อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมกิจกรรมเสริมประสบการณ์

พชภ.ซึ่งมี “ครูแดง”เตือนใจ ดีเทศน์ เป็นผู้ก่อตั้ง ได้ทำงานส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาบนดอยสูงมายาวนานกว่า 40 ปีโดยเฉพาะดอยแม่สลองที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย

ศูนย์การเรียนรู้บนดอยของ พชภ.และบริเวณโดยรอบเดิมทีเป็นภูเขาหัวโล้น จนกระทั่ง พชภ.และชาวบ้านในหมู่บ้านโดยรอบได้ร่วมกันปลูกป่าและดูแลรักษากว่า 20 ปี ปัจจุบันต้นไม้ได้เติบใหญ่ ผืนป่าหลายพันไร่กลายเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญบนดอยแม่สลอง ขณะที่ชาวบ้านได้อาศัยผืนป่าเป็นแหล่งอาหารและดำรงวิถีชุมชนอย่างมีความสุข

นักศึกษาที่เข้าร่วมเรียนรู้ในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในหลายจังหวัดภาคเหนือตอนบน เมื่อเรียนจบพวกเขาต้องกลับไปเป็นครูประจำในโรงเรียนท้องถิ่นปลายทาง

“ทักษะการเรียนรู้เรื่องสังคมพหุวัฒนธรรมเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพวกเขา แม้หลายคนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ แต่เมื่อมาอยู่ในเมืองนานๆ เขาไม่กล้าพูดภาษาของตัวเอง เราพยายามสนับสนุนให้เขาภูมิใจในท้องถิ่นของเขา “ ผศ.ดร.สุนีย์ เงินยวง รองคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มช. และ ดร.วิชญา ผิวคำ ผู้รับผิดชอบโครงการ ร่วมกันสะท้อนมุมมองในการจัดการศึกษาของนักเรียนทุนครูรักษ์ถิ่น

“นอกจากการเป็นครูแล้ว เราต้องการให้เขาเป็นครูนักพัฒนาชุมชนด้วย เพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งการได้มาลงพื้นที่หมู่บ้านที่เป็นชาติพันธุ์ซึ่ง พชภ.จัดให้ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะบางครั้งเขากลัวที่จะคุยกับชุมชน การได้มาเปิดมุมมองทางความคิดเท่ากับเป็นการเสริมสร้างความรู้ให้พวกเขา”

บรรยากาศของศูนย์การเรียนรู้บนดอยที่โอบล้อมไปด้วยผืนป่า ทำให้นักศึกษากลุ่มนี้ได้เรียรู้วิธีการดูแลรักษาป่าของชาวบ้าน ตลอดจนวิถีชีวิตประจำวันของคนในหมู่บ้าน โดยหมู่บ้านป่าคาสุขใจเป็นชาติพันธุ์อาข่า ขณะที่หมู่บ้านจะบูสีเป็นชาวลาหู่หรือมูเซอแดง

พวกเราลงพื้นที่หมู่บ้านจะบูสี ทำให้รับรู้ว่าชาวบ้านไม่ขาดแคลนอาหารในยุคโควิดเพราะอะไร แม้เขาปิดหมู่บ้านแต่เขาก็อยู่ได้ เราได้เรียนรู้วิถีเกษตรจากที่เคยเป็นดอยโล้นๆจนเดี๋ยวนี้กลายเป็นป่าได้อย่างไร” ทัตเทพ สุขใจ และพิพัฒพงษ์ สมบัติใหม่ นักศึกษาปี 2 พูดถึงการเรียนรู้ในช่วงเวลาสั้นๆในหมู่บ้านมูเซอแดง

“หมู่บ้านที่ผมจะไปเป็นครูเป็นโรงเรียน ตชด.ในอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านเป็นชาติพันธุ์ ผมต้องไปเรียนรู้ชีวิตของชาวบ้าน ทำอย่างไรให้เขาไว้ใจ เราจะเข้าถึงเขาได้อย่างไร การมาลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้น” ทัตเทพคิดถึงประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อเตรียมพร้อมกับการเป็นครูรักษ์ถิ่นในอนาคต ขณะที่พิพัฒพงษ์ บอกว่า “ผมได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ การที่ได้ไปคลุกคลีกับเขา ทำให้เราได้ซึมซับด้านต่างๆ ทำให้นึกไปถึงว่าเราจะพัฒนาชุมชนอย่างไร แต่ก่อนพัฒนาเราต้องเข้าให้ถึงชาวบ้านให้ได้ก่อน”

ขณะที่อรนิช ลำนำไพร และสุทธิกานต์ เชอมือ นักศึกษาปี 3 บอกว่ารู้สึกผ่อนคลายที่ได้มาทำกิจกรรมในครั้งนี้ ได้เห็นความแตกต่างของกลุ่มชาติพันธุ์ และเพื่อนๆหลายคนได้เรียนรู้มากมาย เพราะได้ลงมือทำจริงๆ

“กิจกรรมครั้งนี้ทำให้คิดที่จะเอาหลายเรื่องไปต่อยอดในชุมชนที่เราจะไปสอน เราได้เห็นความสำคัญของการที่เด็กๆได้เรียนรู้ชีวิตจริงนอกห้องเรียน แต่การศึกษาไทยทุกวันนี้ยังเน้นอยู่ในหลักสูตรมากเกินไป เราอยากบูรณาการการสอนระหว่างชีวิตจริงกับหลักสูตรให้ได้”

ปัจจุบันแม้ประเทศไทยมีจำนวนครูและบุคลากรด้านการศึกษาอยู่หลายแสนคน แต่ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเมือง ขณะที่ชุมชนชนบทและพื้นที่ห่างไกล ยังคงขาดแคลนครู

การศึกษาไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์มายาวนานเพราะไม่สอดรับกับสภาพสังคมที่แท้จริง เช่นเดียวกับครูอาชีพและอาชีพครูกลายเป็นเรื่องเดียวกัน การเกิดขึ้นของโครงการ “ครูรักษ์ถิ่น” จึงเป็นเรื่องท้ายทายการเป็นครูพันธุ์ใหม่ที่เติมความหวังของบ้านเมือง.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in การศึกษา, ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), การศึกษา, ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, education, naewna | Leave a reply

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน เปิดให้กางเต็นท์แล้วที่‘ดอยผาชู้’

Posted on June 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659045

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน เปิดให้กางเต็นท์แล้วที่‘ดอยผาชู้’

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.44 น.

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน เปิดให้กางเต็นท์แล้วที่‘ดอยผาชู้’

8 มิถุนายน 2565 นายบัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน กล่าวว่า สำหรับมาตรการรองรับท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวและหยุดยาวที่จะถึงนี้ ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 เปิดให้กางเต็นท์ได้บริเวณดอยผาชู้ ณ ที่ทำการอุทยานฯ ส่วน ดอยเสมอดาว จะเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมได้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ห้ามนำภาชนะที่ทำด้วยโฟมและบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single – use plastics) เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ และมีการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ (National Park Entrance Fees) เริ่มใช้วันที่ 7 มิถุนายน 2565 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพจ : อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน – Sri Nan National Park โทร. 093 242 2914

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน – Sri Nan National Park

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนขับเรือเชื่อแตงโมเฮี้ยน! หลังพาทีมประดาน้ำค้นหาหลักฐานเครื่องยนต์ดับตรงจุดพบร่าง

Posted on June 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659029

คนขับเรือเชื่อแตงโมเฮี้ยน! หลังพาทีมประดาน้ำค้นหาหลักฐานเครื่องยนต์ดับตรงจุดพบร่าง

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.14 น.

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 8 มิ.ย.65 ที่อู่เรือแห่งหนึ่ง จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามเจ้าของเฟซบุ๊ก Noom Riverman หลังจากได้โพสต์ข้อความซึ่งเป็นความเชื่อส่วนตัวระบุว่า “อาถรรพ์ คุณแตงโม เนื่องจากพาทีมนักดำน้ำ อาจารย์ใหญ่ หัวหน้าทีมประดาน้ำภาค 7 ลงค้นหาวัตถุพยาน หน้าท่าพิบูลสงคราม 1 เกิดเหตุประหลาดหลายครั้ง เนื่องจากเรือลำที่ทีมงานคุณอัจฉริยะ เช่านํานักประดาน้ำลงดำหาวัตถุขับเรือถึงจุดที่พบร่างแตงโม กลางแม่น้ำ เมื่ออาจารย์ใหญ่ และทีมลงดำน้ำอยู่ๆ เครื่องเรือก็สั่นและดับ สตาร์ทยังไงก็ไม่ติด จนกัปตันพยายามหาสาเหตุ และกัปตันเป็นคริสต์เหมือนคุณแตงโม ได้ทำสัญญลักษณ์ เดชะพระนาม เครื่องหมายกางเขนขอคุณแตงโม กล่าวว่า “ผมมาช่วยคุณแตงโมนะ ครับ” เรือลอยจนเกือบถึงสะพานพระราม 7 จึงจะสตาร์ตติดขึ้นมา โดยไม่ทราบสาเหตุ ขอให้พระเยซูเจ้า รับนางฟ้าคุณแตงโม สู่สรวงสวรรค์นะครับ อาแมน”

โดยกัปตันหนุ่ม ได้เล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ทางนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้มาขอเช่าเรือเพื่อไปค้นหาพยานหลักฐานในคดีการเสียชีวิตแตงโม นิดา ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ วันที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นวันที่นำอาจารย์ใหญ่ (นายเฉลิมพนธ์ ใหญ่ หงษ์ยนต์) ทีมดำน้ำและนำโดรนใต้น้ำมาลงค้นหาหลักฐาน แต่พอมาถึงจุดที่พบร่างน้องแตงโม ปรากฎว่าเกิดเครื่องยนต์ดับ ทีมประดาน้ำ จึงได้ลงดำค้นหาหลักฐาน เพราะเชื่อว่าน้องแตงโม คงจะดลใจให้ลงตรงจุดนี้ ส่วนทีมบนเรือก็หาสาเหตุว่าเครื่องเรือดับด้วยสาเหตุอะไร ทำให้เรือลอยไปตามกระแสน้ำถึงสะพานพระราม 7 ตนซึ่งนับถือศาสนา คริสต์ จึงได้อธิฐานขอพรจากพระเจ้าและบอกกล่าวถึงน้องแตงโม ก่อนที่จะหันไปเห็นสายรัดน้ำมันเครื่องยนต์หลุดโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังแก้ไขก็สตาร์ทติดทันทีและขับมารับทีมประดาที่กำลังลงค้นหาหลักฐานอยู่ใต้น้ำ

กัปตันหนุ่ม เล่าต่อว่า ก่อนจะนำเรือออกทุกครั้งได้มีการตรวจสอบและเช็คเครื่องยนต์เรือทุกครั้ง เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนตัวเชื่อว่าน้องแตงโม มาสื่อให้ทราบเพื่อช่วยค้นหาหลักฐานและทำความจริงให้ปรากฎ

ด้านอาจารย์ใหญ่ ได้รับการติดต่อจากนายอัจฉริยะ ให้ทีมประดาน้ำมาลงงมค้นหาพยานหลักฐานคดีน้องแตงโม แต่ปรากฎว่า เครื่องยนต์ดับไม่ทราบสาเหตุ จึงเชื่อว่าน้องแตงโม คงต้องการให้ลงค้นหาบริเวณนั้นอย่างแน่นอน จึงได้นำทีมลงค้นหา จากการลงค้นหาพบไหดินเผา และเหรียญโบราณ จึงนำขึ้นมา แต่ปรากฎว่าไม่พบเรือจนเกือบถูกเรือโยงชนและ 1 ในทีมนักประดาน้ำถูกเชือกทุ่นพันคอจนหายใจแทบไม่ออกหน้าเริ่มเขียวคล้ำ เรือทีมค้นหาได้มาถึงพอดีได้ช่วยขึ้นจากน้ำและปฐมพยาบาลช่วยชีวิตไว้ทัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางก่อนหรือไม่ อาจารย์ใหญ่ กล่าวว่า วันนั้น ส.ส.เต้ ได้จุดธูป 36 ดอก ไหว้บอกกล่าวที่บนท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ซึ่งครั้งต่อไปจะทำพิธีตรงจุดที่พบร่างน้องแตงโม ส่วนตัวตนเวลาจะลงดำน้ำทุกครั้งจะทำพิธีจุดธูปบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกครั้งอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้ใครไม่เชื่อแต่ตนเชื่อ

ส่วนเรื่องราวความเฮี้ยนของน้องแตงโม นิดา นั้นเมื่อวันครบรอบ 100 วัน ขณะที่ น.ส.มาดี ภัทรนนทนันท์ ประธานชมรมริบบิ้นขาวลงเรือไปทำพิธีเชิญดวงวิณญาณของน้องแตงโมที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ปรากฎว่าเรือเกิดอาการสั่นทั้งลำ ทุกคนที่ลงเรือต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เฮาจะไม่มาอีกแล้วเด้อ! ญาติโยมชาวอำนาจฯเศร้า! ‘หลวงปู่แสง’ กลับวัดบ้านดงสว่าง

Posted on June 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658978

เฮาจะไม่มาอีกแล้วเด้อ! ญาติโยมชาวอำนาจฯเศร้า! 'หลวงปู่แสง' กลับวัดบ้านดงสว่าง

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.14 น.

วันนี้ (8 มิ.ย.65) ผู้สื่อเดินทางไปที่วัดป่าอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ หลังจากได้รับรายงานว่าหลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 105 ปีได้เดินทางกลับไปยังสำนักสงฆ์บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง 

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงบริเวณประตูทางเข้าวัดป่าอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ พบว่าลานจอดหน้าวัดโล่งไม่มีรถจอดแม้แต่คันเดียว ประตูวัดเปิดข้างเดียว แต่ยังมีเต็นท์ชั่วคราวเป็นจุดคัดกรองคนเข้าออกวัดโดยมีคณะกรรมการวัด 3 คนคอยดูแลอำนวยความสะดวกคนที่จะเข้ามาวัด ซึ่งไม่มีการห้ามเข้าไปแต่อย่างใดและเป็นไปอย่างเงียบเหงา  

กรรมการวัดซึ่งดูแลความเรียบร้อยบอกว่า หลังจากหลวงปู่แสง ญาณวโร กลับวัดที่ จ.ยโสธร ข้อกำหนดต่างๆ ที่เข้มงวดก็ผ่อนคลายลงโดยอนุญาตให้ญาติโยม พุทธศาสนิกชน เข้าออกวัดอย่างปกติ แต่ก็ยังมีจุดคัดกรองโควิด เหมือนเดิม 

พระสงฆ์รูปหนึ่ง (ขอสงวนนาม) เผยว่า เมื่อวานนี้ (7 มิ.ย.) หลังจากหลวงปู่แสง ฉันท์ภัตตาหารเช้าเสร็จหลวงปู่อารมณ์ดี ทักทาย ญาติโยม พุทธศาสนิกชน ที่มาถวายอาหาร ด้วยใบหน้าแจ่มใส เบิกบาน จากนั้นก็ขึ้นกุฏิพักผ่อน กระทั่งเวลาประมาณ 09.00 น. หลวงปู่แสง ออกจากกุฏิลงมาที่เตียงภายในศาลาข้างกุฏิตามปกติทุกวัน และบอกว่า “เฮา(เรา)จะไม่มาอีกแล้วเด้อ” “เฮาจะไปแล้วเด้อ” เพราะยังมีงานที่จะทำอีก พูดเสร็จ ก็ขึ้นรถ ซึ่งพระสงฆ์และญาติโยม ทางวัดบ้านดงสว่างจอดรอรับกลับก่อนแล้ว ก็เป็นการตัดสินใจของหลวงปู่เอง ไม่ได้มีอะไร เพราะหลวงปู่สอนอยู่เสมอว่า ทำอะไร คิดอะไรก็ตาม ใจเราดีเสมอจะดีจะชั่วอยู่ที่ใจเรา ซึ่งหลอกใจตัวเองไม่ได้ในทางธรรม ขันธ์ หรือธาตุต่างๆ เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงมาแล้วก็จากไปเป็นของธรรมดา ถ้าทางโลก อาจจะว่าเป็นการแย่งหลวงปู่ระหว่างญาติโยมก็อาจจะใช่ แต่ทางธรรมเป็นการปล่อยวาง

ส่วนเจ้าอาวาสวัดป่าอรัญญาวิเวก กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่ดี หลวงปู่มาอยู่วัดป่าอรัญญาวิเวกช่วงเย็นวันที่ 12 พ.ค.65 จนถึงวันที่ 7 มิ.ย.65 รวม 25 วันระหว่างที่หลวงปู่อยู่ มีญาติโยม พุทธศาสนิกชน เดินทางเข้ามากราบไหว้และรับแจกวัตถุมงคลจากหลวงปู่ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์ อาทิตย์จะมามากกว่าวันปกติ ซึ่งมาด้วยความศรัทธาหลวงปู่ การที่หลวงปู่กลับไปสำนักสงฆ์บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เพื่อจะไปพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น มีบางวัดขอให้หลวงปู่ไป 1 วัน ก็มี ด้วยแรงศรัทธา 

นางมะลิวัลย์ ชูกลิ่น อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 8 บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ กล่าวด้วยความเสียใจว่า ตั้งแต่หลวงปู่แสง ญาณวโร กลับมาเมื่อเย็นวันที่ 12 พ.ค.65 ไปถวายอาหารเช้าหลวงปู่ทุกวัน และตั้งโรงทานที่วัด เพื่อแจกจ่ายอาหารให้กับ ญาติโยม พุทธศาสนิกชน ซึ่งเดินทางมาจากทั่วสารทิศ ทั่วประเทศ เพื่อมากลาบไหว้ ขอพรหลวงปู่ แต่ละวันหลายร้อยคน โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ประมาณ 1,000 คนทำให้หมู่บ้านคึกคักมาก มีรถวิ่งเข้าออกหมู่บ้านตลอดเวลา บางวันถึงกับรถติดหนึบ เพราะแรงศรัทธา ของหลวงปู่ และเมื่อวานนี้( 7 มิ.ย.65) กลับจากวัด ซึ่งถวายอาหารเช้าเสร็จ ก็ทราบว่า หลวงปู่ ไปแล้วและกลับวัดบ้านดงสว่าง จ.ยโสธร ตนเสียใจมาก ก็ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร ถึงอย่างไร จะหาโอกาสไปกราบหลวงปู่ ที่วัดบ้านดงสว่าง แน่นอน โดยจะรวมกลุ่มกันไปหลายๆคน

นางมะลิวัลย์ ชูกลิ่น ชาวอำนาจเจิรญ กล่าวว่า ก่อนนั้น 2 เดือนที่ผ่านมามีชาวบ้านไก่คำ เสียชีวิต 25 คนโดยไม่ทราบสาเหตุชาวบ้านต่างหวาดกลัวกระทั่งหลวงปู่แสง ญาณวโร กลับมาอยู่วัดป่าอรัญญาวิเวกอีกครั้ง คนในหมู่บ้านไม่มีใครเจ็บป่วย หรือเสียชีวิตแม้แต่รายเดียว จึงเชื่อว่าเพราะบารมีหลวงปู่คุ้มครอง ปกป้อง คนในหมู่บ้านไก่คำให้ปลอดภัย และเป็นกำลังใจที่ยึดเหนี่ยวทางใจ ให้คนในหมู่บ้านมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี 

สำหรับบรรยากาศภายในวัดป่าอรัญญาวิเวกเป็นไปอย่างเงียบเหงา แตกต่างจากทุกวัน ช่วงเวลา 13.00 – 15.00 น. จะมีญาติโยม พุทธศาสนิกชน เดินทางเข้ามากราบไหว้ หลวงปู่แสง ญาณวโร พร้อมรับวัตถุมงคล เป็นจำนวนมาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลูกค้าตรึม! ‘ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ’ ไม่ลดปริมาณ-ไม่ขึ้นราคา

Posted on June 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658966

ลูกค้าตรึม! 'ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ' ไม่ลดปริมาณ-ไม่ขึ้นราคา

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.48 น.

ท่ามกลางสถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับราคาที่หมู3ชั้นกิโลกรัมละกว่า 230 บาท แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ยังคงขายทั้งก๋วยเตี๋ยว น้ำตก น้ำใส ต้มยำ และเย็นตาโฟ ราคาชามละ 40 บาท ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ยังคงขายก๋วยเตี๋ยวต้มยำในราคาเดิม ตรึงราคาขายนี้มานานกว่า 2 ปี

นางลำไพ เอี้ยงประโคน  อายุ 45 ปี หรือเจ๊นุช เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว นุชก๋วยเตี๋ยวต้มยำ  เปิดเผยว่า ขายก๋วยเตี๋ยวราคา 40 บาท มานานกว่า 2 ปี แม้เนื้อหมูและวัตถุดิบอื่นๆ จะขึ้นราคามาตลอด แต่ก็ยังขายราคาเดิม เพราะสงสารคนกิน ลูกค้าส่วนใหญ่จะมาจากพนักงานประจำ ชาวบ้านทั่วไป และเด็กนักเรียน ขายราคาเท่านี้ก็พอได้กำไรบ้าง อาศัยขายมานานๆ หากเนื้อหมูมีราคาแพงกว่านี้ก็จะส่งผลกระทบมากขึ้น กำไรจะยิ่งน้อยลงไป แต่ยังยืนยันว่าจะขาย 40 บาทราคาเดิม

เจ้าของร้าน นุชก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ยังเปิดเผยอีกว่า ตอนนี้วัตถุดิบหลักๆที่ใช้มีทั้ง แป้ง นม เนย หมู พริก ผัก วัตถุดิบเหล่านี้ราคาขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.แล้วแต่ทางร้านยังไม่ปรับราคา และไม่ลดปริมาณ ทางร้านยังเปิดเผยอีกว่ามันเป็นสูตรตายตัวไม่สามารถที่จะลดปริมาณลงได้สูตรก๋วยเตี๋ยวจะเพี้ยน ลูกค้าจะหายไปอีก เพราะเข้าใจดีว่าทุกคนต้องประสพปัญหาในด้านต่างๆ ซึ่งทุกคนก็ต่างปัญหา 

ส่วน ราคาอาหารสดหลายอย่างราคาปรับตัวสูงขึ้น อย่างเช่น หมู 3 ชั้นกิโลกรัมละกว่า 230 บาท ถั่วลิสงจากราคา กก.ละ 25 บาทปรับขึ้นเป็น กก.ละ 30 บาท พริกสนแดงที่นำมาทำพริกน้ำส้ม  จากราคาเดิม กก.ละ 120 บาท ปรับขึ้นเป็น กก.ละ 170 บาท ผักชี เดิม กก.ละ 100 บาท ปรับขึ้นเป็น 170 บาท.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เอาใจขาลุย! เดินป่าหน้าฝน สัมผัส ‘น้ำตกทูแม้ว’ เพชรใจกลางทุ่งแสลงหลวง

Posted on June 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658933

เอาใจขาลุย! เดินป่าหน้าฝน สัมผัส 'น้ำตกทูแม้ว' เพชรใจกลางทุ่งแสลงหลวง

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.02 น.

ในช่วงฤดูฝน ธรรมชาติต่างๆ กลับมาสมบูรณ์สวยงาม เชิญเที่ยวชมและสัมผัสชีวิตสโลว์ไลฟ์ เดินป่า 3 วัน 2 คืน ริมคลองชมพู อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เพื่อชมน้ำตกทูแม้ว เพชรน้ำหนึ่งใจกลางอุทยาน ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวเปิดใหม่ ธรรมชาติสวยงาม

ช่วงฤดูฝนสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมจะเขียวขจีสวยงาม โดยเฉพาะที่บ้านชมพู ต.ชมภู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มีชาวบ้าน บ้านชมพู อ.เนินมะปราง ได้รวมตัวเป็นไกด์ชุมชน จำนวนกว่า 10 คน นำโดยนายบุญสืบ เผือกอ่อน อายุ 57 ปี ชื่อกลุ่ม “เที่ยวไทยไปคลองชมพู” นำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมธรรมชาติที่คลองชมพู อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชื่นชมสายผจญภัยเดินป่ากางเต้นท์ค้างแรม ที่บริเวณกลางคลองชมพู โดยเฉพาะในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน ธรรมชาติก็จะสมบูรณ์สวยงาม  นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวชมธรรมชาติตามริมคลองชมพู จะได้สัมผัสต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ บางช่วงก็เป็นแผ่นหิน บางช่วงมีก็คลองน้ำเค็ม ลานหินวังปืน แก่งคันนา แก่งกระซาว ถ้ำน้ำน้อย ลานหินลาด เป็นต้น

วันนี้ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปที่ที่เป็นจุดไฮไลน์ ถือว่าเป็นเพชรความงามใจกลางอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ที่นักท่องเที่ยวต่างมุ่งหน้าเพื่อไปชมความงาม นั่นคือ น้ำตกทูแม้ว ที่มีลักษณะเป็นน้ำจากต้นน้ำคลองชมภูไหลผ่านโขดหินที่เรียงลายเป็นชั้นๆ มีแอ่งน้ำสวยงาม มีพื้นที่กางเต้นหน้าน้ำตกได้ ทำให้นักท่องเที่ยวสายเดินป่า แบกเป้ มุ่งหน้าไปชมความงามกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไปถ่ายภาพกับม่านน้ำตก โดยใช้การเดินทางทริปนี้ 3 วัน 2 คืน รวมระยะทาง 27 กิโลเมตร

โดยนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชมน้ำตกทูแม้ว แห่งนี้ เริ่มต้นติดต่อกับอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จากนั้นก็จะมีไกด์ชุมชนท่องเที่ยวไทยไปชมพู คอยบริการนักท่องเที่ยว ทั้งลูกหาบ และผู้นำทาง ที่เริ่มต้นการเดินทางกันที่ หน่วยพิทักษ์ทุ่งแสลงหลวง ที่ 5 (สล.5) แล้วเริ่มต้นเดินเท้าไปตามคลองชมพู เริ่มจากที่แก่งคันนา มุ่งหน้าไปสู่ต้นน้ำของคลองชมพู ผ่านคลองน้ำเค็ม ลานหินวังปืน แก่งคันนา แก่งกระซาว ถ้ำน้ำน้อย ลานหินลาด ซึ่งคืนแรกนักท่องเที่ยวก็จะกางเต้นท์นอนริมคลองน้ำชมภู ระยะทาง 8 กิโลเมตร  นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำ และนอนฟังน้ำไหลตลอดทั้งคืน ซึ่งในช่วงหน้าฝนนั้น ไกด์ชุมชนก็จะคอยดูแลความปลอดภัยหากมีฝนตกลงมามากเกินไป

จากนั้นรุ่งเช้าของวันที่ 2 นักท่องเที่ยวจะได้เดินเท้ากันต่อไปอีก 6 กิโลเมตร เพื่อไปชมความงามของน้ำตกทูแม้ว ซึ่งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ตลอดระยะทางนักท่องเที่ยวธรรมชาติต้นไม้นานาพันธุ์ ชมเห็ดแชมเปญ ที่ขึ้นเป็นจุดๆ ของเส้นทางเดิน บางช่วงก็ข้ามโขดหิน ลำธาร ที่สวยงาม จนถึงน้ำตกทูแม้ว  ในช่วงฤดูฝนนี้ทางอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้กางเต้นหน้าน้ำตกทูแม้ว เนื่องจากหวั่นน้ำหลาก จนเกิดอันตรายกับน้ำท่องเที่ยวได้ แต่ถ้าฤดูหนาวกับร้อน นักท่องเที่ยวสามารถกางเต้นที่บริเวณหน้าน้ำตกได้  แต่ถึงแม้ว่าไม่ได้กางเต้นที่บริเวณหน้าน้ำตก แต่ก็มีลานกางเต้นไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ด้านบนน้ำตก สามารถนอนฟังเสียงน้ำตกได้ทั้งคืนเช่นกัน

นายบุญสืบ เผือกอ่อน หัวหน้ากลุ่มไกด์ชุมชนเที่ยวไทยไปชมพู กล่าวว่า ในพื้นที่คลองชมพู อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จะมีแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมธรรมชาติ กันหลายจุดตามเส้นทางของคลองชมพู ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมานอนกลางคลองชมพู เนื่องจากมีโขดหินน้อยใหญ่ให้ชมกัน โดยเฉพาะที่น้ำตกทูแม้ว ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวใหม่ ของคลองชมพู ที่ทางอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงได้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชน  เปิดให้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบแบกเป้เดินป่า กางเต้นท์นอนสัมผัมธรรมชาติที่สมบูรณ์  ได้ตลาดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูฝน ฤดูหนาว และ ฤดูแล้ง ซึ่งหากไปนอนที่น้ำตกทูแม้ว ต้องเป็นทริปนอน 2 คืน 3 วัน รวมระยะทาง 27 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางเดินค่อนข้างสะดวก ไม่มีทาก เหมือนสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป หากนักท่องเที่ยวต้องการไปเที่ยวชมน้ำตกทูแม้ว ก็สามารถติดต่อได้ที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลวงหลวง ได้ ทางอุทยานฯ ก็จะให้ชาวบ้านชมพู เป็นไกด์นำเที่ยวอีกครั้ง.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบฝูงนกยูงออกลูกหลานอาศัยกินข้าวก้นบาตรอยู่ในวัดดังอ่างทองกว่า 10 ตัว

Posted on June 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658927

พบฝูงนกยูงออกลูกหลานอาศัยกินข้าวก้นบาตรอยู่ในวัดดังอ่างทองกว่า 10 ตัว

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.41 น.

ฮือฮา! พบฝูงนกยูงอาศัยหากินนอนอยู่ภายในวัดโพธิ์ราษฏร์วัดดังเมืองอ่างทองกว่า 10 ตัว เป็นนกยูงที่อดีตเจ้าอาวาสองค์ก่อนเลี้ยงไว้จนออกลูกหลานอาศัยอยู่ภายในวัดกินข้าวก้บาตรกับไก่แจ้ หมา แมว เผยเค มีเรื่องเล่าสมัยก่อนชอบบินไปเกาะหลังคาเรือโดยสารที่ผ่านหน้าวัดไปเที่ยวแล้วกลับมาเป็นประจำ

วันนี้ (8 มิ.ย.65) ที่วัดโพธิ์ราษฏร์ หมู่ 3 ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง พบมีนกยูงกว่า 10 ตัวอาศัยหากินหลับนอนอยู่ภายในวัด จับคู่อยู่ร่วมกัน ฟักไข่ บินเกาะอยู่ตามยอดไม้ บางตัวบินขึ้นไปนอนบนต้นไม้ตามกุฏิพระ บางตัวเดินเล่นไปทั่วบริเวณวัดอย่างมีความสุข เมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งรถจักรยานยนต์ที่ขับผ่านเข้าขายไอศรีมภายในวัดนกยูงก็จะส่งเสียงร้องรับกันเป็นทอดๆ โดยนกยูงแต่ละเชื่องมากสามารถเดินเข้าไปถ่ายรูปได้ใกล้ๆ และยังรำแพนให้ดูอีกด้วย ถือเป็นสีสันความสวยงามภายในวัดสำหรับผู้ที่มาทำบุญ

พระครูโพธิกิจจาภิรักษ์ เจ้าอาวาสเล่าให้ฟังว่า อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ราษฏร์ได้เลี้ยงนกยูงไว้หลังจากมีโยมนำมาถวายจำนวน 1 คู่ 2 ตัวเป็นตัวผู้และตัวเมียและปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติอย่างอิสระภายในวัด หลังจากนั้นนกยูงก็ได้ออกลูกออกหลานมาจำนวนมาก รวมอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ บิน เดินเล่นไปทั่วบริเวณวัด อาศัยกินอยู่หลับนอนตามธรรมชาติ อยู่รวมกับไก่แจ้ ไก่งวง หมา แมวที่วัด มีพระลูกคอยให้อาหาร บางครั้งนกยูงก็กินข้าวเปลือก และข้าวก้นบาตรพระร่วมกับหมา แมว

“มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าสมัยก่อนมีเรือโดยสารแล่นผ่านแม่น้ำน้อยหน้าวัด นกยูงก็จะบินไปเกาะเล่นที่บริเวณหลังคาเรือโดยสารติดเรือไปเที่ยวที่ปลายทาง เมื่อเรือกลับมานกยูงก็กลับมาด้วยเป็นแบบนี้ประจำ ซึ่งปัจจุบันนกยูงจะเดินเล่นอยู่กับฝูงไก่แจ้และไก่งวงภายในวัดบางตัวก็บินว่อนไปทั่ววัดอยู่ตามยอดไม้และหลังคากุฏิจับคู่อย่างมีความสุข พอมืดค่ำก็จะแยกย้ายบินขึ้นไปนอนบนต้นไม้บ้าง ตามหลังคากุฏิบ้าง ญาติโยมชาวบ้านนักท่องเที่ยวอยากชมความสวยงามนกยูงก็เชิญมาถ่ายรูปชมความงดงามตามธรรมชาติได้ทุกวัน” พระครูโพธิกิจจาภิรักษ์ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหลือเต็มแผง! ผู้ค้ารายย่อยพิจิตรเงียบเหงา โวยกระทบหนัก หลังกองสลากฯเปิดขายออนไลน์

Posted on June 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658920

เหลือเต็มแผง! ผู้ค้ารายย่อยพิจิตรเงียบเหงา โวยกระทบหนัก หลังกองสลากฯเปิดขายออนไลน์

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.12 น.

8 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รัฐบาลประกาศขายสลากดิจิทัลทำให้ประชาชนแห่ซื้อจนเกลี้ยงกว่า 5 ล้านใบ จากการลงพื้นที่จุดขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาพิจิตร และวัดท่าหลวง ซึ่งบรรยากาศทั่วไปค่อนข้างเงียบเหงา มีลูกค้าเข้ามาซื้อกันอย่างบางตา จำนวนลอตเตอรี่ยังคงวางเต็มแผงจนพ่อค้าแม่ค้าต่างบ่นกันเป็นแถวว่า “ขายกันไม่ได้”

นายธีรวัฒน์ (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี อ.เมือง จ.พิจิตร กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลประกาศขายฉลากออนไลน์ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขายลดลงจนน่าใจหาย เนื่องจากประชาชนเขาไม่มาซื้อสลากบนแผง แต่กลับแห่ไปซึ่งทางออนไลน์ กันหมดการขายฉลากกินแบ่งรัฐบาลพ่อค้าแม่ค้าก็จะขายกันใบละ 100 บาท ซึ่งเรารับจากยี่ปั้วมาอีกรอบซึ่งเรารับมาจากยี่ปั้ว ในราคา ใบละ 92 บาท มาขายใบละ 100 บาท เพราะว่าเราไม่มีโควตา  ที่ผ่านมา พิจิตร เปิดให้จอง  แต่ปรากฏว่าคนจนไม่ได้เพราะไม่มีเส้นสาย ได้ แต่คน มีเงินผมเองจอง ไป3-4 ครั้งก็ไม่เคยได้

นายธีรวัฒน์ กล่าวอีกว่า ซึ่งตนก็ไม่มั่นใจว่าหลังจากนี้การขายล็อตเตอรี่จะขายดี หรืออาจจะขายดีเป็นบางงวด แต่ถ้าทางรัฐบาลเพิ่มจำนวนสลากดิจิทัลทางผู้ขายลอตเตอรี่ได้รับผลกระทบอย่างหนักแน่นอน เพราะคนเลือกซื้อสลากออนไลน์จำนวนมาก ทั้งจะให้แม่ค้าแผงรายย่อยลดราคาให้เท่ากับราคาลอตเตอรี่ดิจิทัลคงเป็นไปไม่ได้ เพราะราคามาสูงมาก ซึ่งอยากเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เพราะราคาที่รับมายังสูงจึงไม่สามารถขายใบ 80 บาทได้.-008  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระอุปัฏฐาก ‘หลวงปู่แสง ญาณวโร’ เผยเหตุผลหลวงปู่กลับ ‘วัดดงสว่างธรรม’

Posted on June 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658880

พระอุปัฏฐาก 'หลวงปู่แสง ญาณวโร' เผยเหตุผลหลวงปู่กลับ 'วัดดงสว่างธรรม'

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.24 น.

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (8 มิ.ย.65) เฟซบุ๊ก Chokthawee Suppachai ได้โพสต์คำเปิดเผยของพระอุปัฏฐากของหลวงปู่แสง ญาณวโร ถึงเหตุผลที่หลวงปู่แสง กลับวัดดงสว่างธรรม อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร โดยข้อความดังนี้ “เป็นยั๋งปู่คือกลับดงสว่างธรรม (ทำไมปู่ถึงกลับ)

ด้วยสติปัญญาอันน้อยนิดอยากจะพูดให้ฟังเมื่อสี่ห้าปีก่อน พ่อแม่ครูอาจารย์เคยพูดให้ฟังว่า ท่านเกิดตายที่อุบลหลายภพหลายชาติ เราเกิดอุบล (แต่ก่อนยโสธรเป็นอำเภอหนึ่งของอุบล) ไปอุบลเมื่อไหร่ญาติพี่น้องเพื่อนสมัยก่อนขึ้นมาขอส่วนบุญแน่นไปหมดที่อื่นก็ไม่เหมือนอุบล แม้แต่ปัจจุบันก็ยังเหลืออยู่ไม่ยอมไปผุดไปเกิดมันติดแค่กระดูกที่ยังเหลืออยู่ก็เฝ้าอยู่นั่นไม่ยอมไป ท่านต้องไปอุบลอยู่เรื่อย แม้แต่ค้างนอนที่บ้านลูกศิษย์ท่านก็ไปเพื่อแผ่เมตตาให้จิตวิญญานเหล่านั้น 

ส่วนวัดดงสว่างธรรมท่านเคยเล่าว่าเป็นกษัตรย์ปกครองอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลชายแดนไปถึงร้อยเอ็ดสารคามทางใต้ไปสิ้นสุดที่อุบลปกครองโดยธรรมไม่ฆ่าไม่เบียดเบียนใครถึงได้มีอายุยืนยาวใครมีลูกสาวอยากมีเชื้อกษัติย์ก็นำลูกสาวมาถวายนับหมื่นนับแสนนอนเรียงรายก่ายกันรอกษัตย์เรียกเข้าหาน่าสมเพสเวทนานักผู้หญิงที่มาหาปัจจุบันก็เคยเป็นลูกเมียมาทั้งนั้น (ท่านต้องใช้เศษกรรมให้สิ้นสุดในภพสุดท้ายอันนี้ความคิดของข้าพเจ้าเองไม่ถูกใจใครก็ขออภัยด้วย)

ส่วนเรื่องสร้างเมรุที่วัดดงสว่างธรรมนั้น ท่านได้บอกลูกศิษย์ให้ทำขึ้นโดยมีพระอาจารย์ก้องเป็นแม่งานลูกศิษย์ลูกหาพระเณรเถรชีต่างก็ช่วยกันทั้งแรงกายแรงใจแรงทรัพย์งานจึงเสร็จลุล่วงมาด้วยดี ก่อนที่จะสร้างเมรุข้าพเจ้าได้ถามพ่อแม่ครูอาจารย์ว่า องค์หลวงปู่ให้หมู่คณะสร้างเมรุบ้อข้าน้อย ท่านตอบว่าให้ทำไว้ให้พร้อมเมื่อถึงเวลาจะได้ไม่ต้องวุ่นวายถึงเวลาก็ซุกเข้ากองไฟโลดบ่ต้องเอาไว้นาน ท่านก็ครองธาตุครองขันธ์มาตลอดแม้จะไม่แข็งแรงธาตุขันธ์อ่อนลงด้วยความเมตตาท่านก็อยู่เป็นนาบุญให้สาธุชนทั้งหลายได้มีโอกาสได้ทำบุญกับท่านด้วยความเมตตาไม่แบ่งชั้นวรรณะร่ำรวยหรือยากจนมียศหรือธรรมดาได้เข้าใกล้ชิดท่านก็เมตตารับผลทานมาขอให้เมตตาเรื่องอะไรท่านก็ช่วยไปตามธรรมเท่ากันหมดจนเกิดเหตุการณ์

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.65 ที่ผ่านมาด้วยเหตุฉุกละหุกพวกลูกศิษย์ทั้งพระทั้งโยมเห็นว่าน่าจะไปพักที่วัดอรัญญาวิเวกก่อนมีรั้วรอบขอบชิดเพื่อความปลอดภัยของหลวงปู่ จึงได้พากันไปพักที่วัดอรัญญาวิเวกตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.65 เป็นต้นมา เมื่อเหตุการณ์ผ่อนคลายลงท่านก็พิจารณาของท่านเองไม่มีใครไปบังคับท่านวันที่ 7 มิ.ย.65 ฉันเสร็จท่านให้พากลับวัดป่าดงสว่างธรรม

ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเช่นนี้ ส่วนลูกศิษย์บางคนไม่เข้าใจก็โยนกันไปเรื่อยทำให้เกิดการไม่พอใจกันบ้างตามนิสัยของปุถุชน แม้ข้าพเจ้าเองด้วยความเขลาเบาปัญญาแต่มีความเชื่อมั่นในองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ว่าท่านสามารถหยั่งรู้อดีตหยั่่งรู้อนาคตพร้อมด้วยอภิญญารู้แจ้งในธรรมทั้งหลาย เต็มหัวใจไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อได้อ่านจบแล้วท่านทั้งหลายลองใช้สติปัญญาใคร่ครวญดูว่า*ทำไมหลวงปู่ถึงกลับมาวัดป่าดงสว่างธรรม* -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,257,895 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ช่อแกล้งลืม 'ไมค์' ระยอง เด็กก้าวหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
SEC issues debt crowdfunding regulations to ease funding access for startups
สาวเทรนเนอร์มวยเปิดร้าน ‘ผัดไทย’ ทีเด็ดชูสูตรต้นตำรับจาก ‘อาม่า’ #SootinClaimon.Com
หนังสือเด่น : เหตุจูงใจของคนต้องหยิบหนังสือมาอ่าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
ผักลิ้นห่าน ตำนานผักพื้นบ้านอันดามัน
บุคคลในข่าว 26 มกราคม 2568
ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา
50 เสน่ห์แห่งรสชาติแปลกใหม่เคล้ากลิ่นอายตะวันตก ผสานรสชาติตะวันออก สองความต่างที่ลงตัว
โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจ กรุงเทพ พร้อมเปิดการเรียนการสอน สิงหาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
เปิดตัว สูตรใหม่ 'นีเวีย ลูมินัส630 ไทอามิดอล' นวัตกรรมใหม่เขย่าวงการไบรท์ เทนนิ่ง

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d