Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ลุกฮือประท้วงขับไล่พระสงฆ์ ชอบโพสต์ใส่ร้ายชาวบ้านบนโซเชียล #SootinClaimon.Com

Posted on August 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595069

ลุกฮือประท้วงขับไล่พระสงฆ์ ชอบโพสต์ใส่ร้ายชาวบ้านบนโซเชียล

ลุกฮือประท้วงขับไล่พระสงฆ์ ชอบโพสต์ใส่ร้ายชาวบ้านบนโซเชียล

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.39 น.

ชาวบ้านกว่า 100 คน รวมตัวประท้วงขับไล่ พระสงฆ์ สำนักสงฆ์ดัง อ้างปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม โพสต์ข้อความที่ไม่เป็นความจริง ใส่ร้ายชาวบ้านต่างๆนาๆ จนสุดจะทน ด้านเจ้าคณะอำเภอ-คณะสงฆ์ ยอมรับพระสงฆ์ที่โพสต์ผิดจริง ให้โอกาสจำวัดได้ในพรรษานี้ หลังออกพรรษาต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ชาวบ้านบ้านแม่ต๊อบเหนือ หมู่ 7 ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 100 กว่าคน นำโดย นายคงกระพัน บันชาบันลือยศ ผญบ. บ้านแม่ต๊อบเหนือ ฯ ได้กันเดินไปประท้วงและขึ้นป้ายขับไล่ พระรูปหนึ่ง ที่สำนักสงฆ์พระธาตุมอเล ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน โดยได้ยื่นข้อเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อ เจ้าคณะอำเภอ คณะสงฆ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย จนท.ฝ่ายปกครอง จนท.ตำรวจ สภ.แม่สะเรียง เพื่อพิจารณาให้ออกไปนอกพื้นที่ หลังมีความขัดแย้งกับชาวบ้าน

นายคงกระพัน บันชาบันลือยศ ผญบ. บ้านแม่ต๊อบเหนือ ม.7 ต.บ้านกาศ กล่าวว่า ตนเองได้รับการร้องเรียนจากลูกบ้านว่า พระสงฆ์ ที่สำนักสงฆ์พระธาตุมอเล ได้มีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “ข่มขู่พระ ลอบยิงพระ ซุกซ่อนยาเสพติดในรถยนต์วัด หมายจับกุมพระ ยิงหมา วางยาพิษพระเณร (ในบ่อน้ำใช้และอาหาร) วางยาพิษหมาแมว จนทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้เกิดความสียหายกับหมู่บ้านและสร้างความไม่พอใจของลูกบ้าน ซึ่งไม่ได้เป็นความจริง ซึ่งทางชาวบ้านมีความเคารพเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาตลอดตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย มาจนถึงปัจจุบันก็ยังเข้าวัดทำบุญกันมิขาด จะมีก็แต่ทางพระอนุภาพ เท่านั้นที่ประพฤติตัวจนทำให้ชาวบ้านหมดความศรัทธา จนไม่ยอมเข้าวัดและไม่สามารถเดินทางขึ้นไปกราบไหว้พระธาตุได้เหมือนเดิม เพราะทางพระอนุภาพได้ปิดประตูล็อคกุญแจทางขึ้นไมให้ชาวบ้านขึ้นไปสักการะบูชาพระธาตุ

จากการเจรจา ระหว่างตัวแทนชาวบ้านและทางคณะสงฆ์ ทางฝ่ายสงฆ์ ระบุว่า บางข้อร้องเรียน พระxx เองก็มีส่วนผิด ซึ่งทางคณะสงฆ์ ได้นำเรื่องดังกล่าวฯไปพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ นายติราช นาถบุญโญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา กรณีพระสำนักสงฆ์มอเล โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กว่า “ข่มขู่พระ ลอบยิงพระ ซุกซ่อนยาเสพติดในรถยนต์วัด หมายจับกุมพระ ยิงหมา วางยาพิษพระเณร วางยาพิษหมาแมว จนทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ต่างๆนาๆเกิดข้อขัดแย้งในโซเชียล มีการสร้างข้อความอันเป็นเท็จลงในสื่อโซเซี่ยลมีเดีย ทำให้เกิดความสียหายให้กับหมู่บ้าน

โดยสรุปแล้วไม่ได้เป็นความจริงดังพระxx กล่าวอ้างแต่อย่างใด ทั้งนี้ มองว่าหากสิ้นศรัทธาจากชาวบ้านแล้ว การจำพรรษาอยู่ในที่เดิม อาจจะมีการกระทบกระทั่งบานปลาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตัวพระxx เองว่าจะพิจารณาตัวเองหรือไม่ เพื่อที่จะไม่ต้องไปถึงคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่และชาวบ้านเองจะได้ลดความรุนแรงลงมาบ้าง

ด้านเจ้าคณะอำเภอแม่สะเรียง กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง การตั้งคณะกรรมการสงฆ์ ทางสงฆ์มีอำนาจตามกฎของสงฆ์ ทั้งนี้ ก็ได้ประชุมกับทางคณะกรรมการหมู่บ้านประชุมประชาคมแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางคณะสงฆ์ได้มีการประชุมถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและพิจารณาโดยเร่งด่วน เพื่อหาข้อสรุป ให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ขอให้ชาวบ้านใจเย็นๆลงก่อน โดยมีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ที่ทำขึ้นระหว่าง พระxx ฝ่ายหนึ่ง และตัวแทนชาวบ้านแม่ต๊อบเหนือ จำนวน 4 ท่าน โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันทำบันทึกข้อตกลงขึ้นที่ ที่พักสงฆ์มอเล ต.บ้านกาศ อ. แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. จากการประชุมร่วมของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วย 1.พระxxxx และตัวแทน จำนวน 2 คน 2.ตัวแทนชาวบ้าน  4 คน 3.ตัวแทนฝ่ายปกครอง จำนวน 2 คน 4. เจ้าคณะตำบล และ เจ้าคณะอำเภอ (ตัวแทนคณะสงฆ์)

2. พระxx ยินดีปฏิบัติตามข้อเสนอของเจ้าคณะตำบล ที่ขอให้พระxx ไปปฏิบัติธรรมที่ สำนักธรรม (วัด) ที่ ทางคณะสงฆ์จะดำเนินการให้ โดยมีเงื่อนไขว่า หากพระxx ไม่พอใจในคำสั่งนี้ ก็สามารถอุทธรณ์คำสั่งต่อพระเถระผู้บังคับบัญชา ได้ตามพระราชบัญญัติสงฆ์และมติของมหาเถรสมาคมและเพื่อให้การปฏิบัติธรรมศาสนกิจของพระภิกษุอนุญาตให้พระxx อาศัยปฏิบัติธรรม ณ ที่พักสงฆ์มอเล ภายในพรรษานี้ไปก่อน เมื่อออกพรรษาแล้วต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ กับเจ้าคณะตำบล โดยที่ตัวแทนชาวบ้านเห็นพร้อมด้วยไม่คัดค้านเรื่องนี้ พระxx ก็เห็นพ้องด้วย ไม่คัดค้านเรื่องนี้ ในระหว่างนี้ให้ทั้งสองฝ่าย ยุติเรื่องคดีความที่มีต่อกัน หรืออาจมีต่อกันในวันหน้าลงโดยทันที และ ในระหว่างนี้ พระxx ยินดีที่จะไม่ทำการโพสข้อความที่อาจก่อให้เกิดข้อพิพาทในสื่อโซเชี่ยลมีเดีย เพื่อยุติความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

3. ชาวบ้านยินดีและยอมรับข้อเสนอดังกล่าวตามข้อ 2

4. พระxx และพระในวัด ได้รับทราบข้อตกลงดังกล่าวฯ ร่วมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่ายก็รับทราบข้อเสนอดังกล่าวแล้ว

5. การจัดทำข้อเสนอดังกล่าวนี้ ได้ทำไว้ 4 ฉบับ เพื่อมอบไว้ให้กับ 1.เจ้าคณะตำบลในฐานะ เถระผู้บังคับบัญชา 2. พระอานุภาพ ศรีวิชัย 1 ฉบับ 3.ตัวแทนชาวบ้านแม่ต๊อบเหนือ 1 ฉบับ และ 4.ตัวแทนเจ้าหน้าที่ปกครอง กระทรวงมหาดไทย 1 ฉบับ เพื่อให้ถือปฏิบัติร่วมกัน

6. ในครั้งนี้ ได้นำข้อเสนอนี้ เรียนแก่เจ้าคณะอำเภอ ซึ่งได้มาเป็นประธานในการบันทึกข้อเสนอ ได้อ่านศึกษาทำความเข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เกิดความสงบ สันติ ในชุมชนและความมั่งคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงได้ทำบันทึกข้อตกลงเอาไว้เป็นหลักฐานให้ทุกส่วนปฏิบัติตาม โดยเป็นที่พึงพอใจทางคณะสงฆ์ และชาวบ้าน ก่อนที่จะให้ชาวบ้านแยกย้ายกันกลับไป 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ธ.กรุงไทย’ เตือนอย่าหลงเชื่อข้อความส่งต่อ แจกเงินอายุ 18/60 ปี #SootinClaimon.Com

Posted on August 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595057

'ธ.กรุงไทย'เตือนอย่าหลงเชื่อข้อความส่งต่อ แจกเงินอายุ18/60ปี

‘ธ.กรุงไทย’เตือนอย่าหลงเชื่อข้อความส่งต่อ แจกเงินอายุ18/60ปี

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.04 น.

ข่าวปลอม! ‘ธ.กรุงไทย’เตือนอย่าหลงเชื่อข้อความส่งต่อ แจกเงินอายุ18/60ปี

15 ส.ค.64 จากกรณีที่มีชาวเน็ตส่งต่อข้อความระบุว่า ” แจ้งทุกคน ให้ทุกคนอายุ 18 ปีขึ้นไปนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่ตู้เอทีเอ็ม กรุงไทย เตรียมรับเงินที่จะจ่ายประชาชน จะเริ่มปล่อยลงเป็นชุดตั้งแต่ 24 สคนี้ค่ะ โดยมี 5 ธนาคารรับผิดชอบ โดยธนาคารกรุงไทยจะเป็นธนาคารแรกที่ปล่อยลงประชาชน…”

จากกรณีดังกล่าว ธนาคารกรุงไทย ได้แจ้งเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อเด็ดข่าว เพราะเป็นข้อมูลปลอม 

ข่าวปลอม !! อย่าหลงเชื่อ
.
ธนาคารกรุงไทย ไม่มีนโยบายแจกเงินให้กับประชาชน โปรดอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมดังกล่าว #กรุงไทย #Krungthai pic.twitter.com/m5dGZyYE8O

— Krungthai_Care (@Krungthai_Care) August 14, 2021

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไหล่แทบชน! คนสมุทรปราการแห่รับบัตรคิวฉีดไฟเซอร์ แน่นพื้นที่หวั่นเพิ่มคลัสเตอร์ #SootinClaimon.Com

Posted on August 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595037

ไหล่แทบชน! คนสมุทรปราการแห่รับบัตรคิวฉีดไฟเซอร์ แน่นพื้นที่หวั่นเพิ่มคลัสเตอร์

ไหล่แทบชน! คนสมุทรปราการแห่รับบัตรคิวฉีดไฟเซอร์ แน่นพื้นที่หวั่นเพิ่มคลัสเตอร์

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 08.50 น.

เป็นภาพที่เห็นแล้วหวั่นเกิดคลัสเตอร์ใหญ่ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ที่นี่สมุทรปราการ ได้เผยภาพประชาชนจำนวนมาก ไปรอรับบัตรคิวเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนชนิดไฟเซอร์ ที่ห้างโลตัส สายลวด ซึ่งพบว่ามีประชาชนมารอตั้งแต่ 04.00 น. โดยจะเริ่มแจกบัตรคิวเวลา 07.00 น. เป็นต้นไป และจะเริ่มฉีดวัคซีนที่ รพ.สมุทรปราการ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

ล่าสุด ภาพประชาชนจำนวนมากเดินทางมารอรับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 04.00 ซึ่งก็มีชาวบ้านอีกจำนวนมาก ที่ไปถึงไม่รอรับบัตรคิว เพราะเกรงว่าจะไปรับเชื้อจากผู้อื่น ซึ่งบางรายที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ” ไปถึงตีห้า ไม่มีที่จอดรถ ไม่มีระบบที่ดี ประชาชนไปเบียดกัน แน่นไปหมด “

สำหรับเงื่อนไข การรับวัคซีน (Pfizer) สำหรับบุคคล ดังนี้

1.เด็กอายุ 12 – 18 ปี

(เฉพาะที่เป็น 7 กลุ่มโรคเสี่ยงเท่านั้น)

2.ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป (ผู้ที่เกิดก่อน 15 สิงหาคม 2504)

3.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป

4.ผู้ชายมีน้ำหนักเกิน 100 กก. ผู้หญิงมีน้ำหนักเกิน 80 กก.

เฉพาะผู้ที่อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการเท่านั้น (ตามที่อยู่ในบัตรประจำตัวประชาชน)ภาพ : ที่นี่สมุทรปราการภาพ : ที่นี่สมุทรปราการภาพ : ที่นี่สมุทรปราการภาพ : ที่นี่สมุทรปราการภาพ : ที่นี่สมุทรปราการภาพ : ที่นี่สมุทรปราการภาพ : ที่นี่สมุทรปราการภาพ : ที่นี่สมุทรปราการ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แบคทีเรียย่อยขนไก่ทนร้อน ความหวังของฟาร์มรายย่อย #SootinClaimon.Com

Posted on August 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/594984

แบคทีเรียย่อยขนไก่ทนร้อน  ความหวังของฟาร์มรายย่อย

แบคทีเรียย่อยขนไก่ทนร้อน ความหวังของฟาร์มรายย่อย

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในแต่ละปี อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อของไทยได้ทำให้เกิด “ขยะขนไก่” จากกระบวนการแปรรูปในปริมาณมหาศาล (ไก่โตเต็มวัย 1 ตัว จะมีขนไก่มากถึง 10% ของน้ำหนักตัว) แม้ว่าในขนไก่จะประกอบด้วยโปรตีนประมาณ 85% ที่หากสกัดออกมาได้จะสามารถนำไปสร้างมูลค่าได้มหาศาล ตั้งแต่ผสมในอาหารสัตว์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและยาที่มีมูลค่าสูง แต่ปัญหาคือ โปรตีนในขนไก่เป็นโปรตีนประเภทเคราติน (Keratin) ที่โครงสร้างแข็งแรงมากและยังใช้ประโยชน์ไม่ได้ ต้องใช้ “เอนไซม์เคราติเนส” (Keratinase) มาย่อยโครงสร้างโปรตีนนี้เสียก่อน

“ในการสกัดเคราตินจากขนไก่จะมี 2 ขั้นตอนหลัก เริ่มจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียสายพันธุ์ที่ผลิตเอนไซม์เคราติเนสได้ในปริมาณสูง (เกือบทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ) มาหมักขนไก่ในถังขนาดใหญ่ อุณหภูมิประมาณ 70 องศาเซสเซียส เพื่อย่อยเคราตินให้เป็นกรดอะมิโนชนิดต่างๆ เสียก่อน ก่อนที่เข้าสู่กระบวนการนึ่งด้วยความร้อนประมาณ 120 องศาเซลเซียสเพื่อให้ขนไก่คลายตัว และปล่อยกรดอะมิโนเหล่านี้แยกตัวออกมาจากเซลล์ในที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และมีต้นทุนพลังงานและอุปกรณ์ที่ค่อนข้างสูง”

ผศ.ดร.นุจริน จงรุจา อาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวถึงข้อจำกัดที่ผ่านมาของกระบวนการสกัดโปรตีนจากขนไก่นั่นจึงเป็นที่มาของ “โครงการวิจัยตัวเร่งปฏิกิริยาชีวภาพเคราติเนสทนร้อนที่ได้จากดีเอ็นเอลูกผสม” ที่เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2563 โดยได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)เป้าหมายคือหาแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพสูงในการผลิตเอนไซม์เคราติเนส ที่อุณหภูมิ120 องศาเซลเซียส

ผศ.ดร.นุจริน อธิบายว่า เแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเจอจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ในธรรมชาติ จึงใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีชีวภาพ (Bio Technology) นำยีนส่วนที่คาดเดาว่าน่าจะทนร้อนไปใส่ในแบคทีเรียที่ใช้ผลิตเอนไซม์ตัวนี้ โดยเริ่มจากการการออกแบบและวิเคราะห์แบคทีเรียต้นแบบด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ว่าตัวใดมีความเป็นไปได้มากที่สุด จากนั้นก็เป็นการทำวิศวกรรมเอนไซม์ เพื่อตัดต่อยีนตัวนี้ลงไปในตัวแบคทีเรีย ณ ตำแหน่งที่กำหนดไว้และด้วยเทคนิคนี้ทำให้ได้แบคทีเรียที่สามารถย่อยเคราตินในขนไก่ ที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียสในที่สุด

จากความสำเร็จครั้งนั้น ได้มีการการจดสิทธิบัตรการค้นพบ งานวิจัยนี้ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง รองชนะเลิศ อันดับ 2 ระดับอุดมศึกษา กลุ่มเกษตรและอาหาร การประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม Thailand New Gen Inventors Award I-New Gen Award 2020 รวมถึงทางผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเลี้ยงไก่เนื้อรายใหญ่ที่เข้าร่วมในโครงการนี้ตั้งแต่ต้น มีการนำกรดอะมิโนที่ได้ไปศึกษาต่อ และพบว่ามีกลุ่มสารอะมิโนที่อาจสามารถทำเป็นสารตั้งต้นของผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจนับเป็นความสำเร็จของงานวิจัยชิ้นนี้แล้ว

แต่สำหรับ ผศ.ดร.นุจริน และทีมวิจัย ยังมองเห็นโอกาสที่มากกว่า เนื่องจาก “ความโดดเด่นของงานนี้คือการทำให้เกิดกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนน้อยลง” ดังนั้น อุตสาหกรรมเลี้ยงไก่ขนาดเล็กหรือกลุ่มผู้เลี้ยงไก่รายย่อย (SMEs) รวมถึงโรงเชือดไก่ ที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้การฝังกลบหรือการเผาขนไก่แทนการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สารกำจัดขนไก่จากต่างประเทศ หากนำเทคนิคการกำจัดขนไก่ด้วยแบคทีเรียนี้ไปใช้ นอกจากจะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นจากการฝังกลบหรือเผาขนไก่ที่เป็นปัญหากับชุมชนรอบข้างในหลายพื้นที่แล้ว ยังสามารถนำสารที่สกัดได้ซึ่งมีโปรตีนกลุ่มที่มีประโยชน์ไปต่อยอดทำประโยชน์และใช้งานอื่นๆ ได้อีกด้วย

ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ งานวิจัย “การสำรวจตลาดเอนไซม์เคราติเนสทนความร้อนสูงเพื่อการกำจัดขนสัตว์ปีกจากอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ปีกอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ที่ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2564 จาก วช. โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ การศึกษาความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการย่อยขนไก่ด้วยแบคทีเรียที่ค้นพบให้กับผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ขนาดกลางและขนาดย่อมหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงไก่

“เนื่องจากกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ขนาดกลางและขนาดเล็กมองว่าเรื่องเอนไซม์เป็นเรื่องไกลตัว ทีมคณะวิจัยจึงจึงอยากเข้าไปสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรเห็นถึงประโยชน์ จุดเด่นของการใช้กระบวนการสกัดโปรตีนจากขนไก่ด้วยเอนไซม์ เพื่อทราบข้อมูลว่าเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน จะมีสนใจมากน้อยแค่ไหน เพื่อเป็นข้อมูลเชิงเศรษฐศาสตร์ประกอบการศึกษาวิจัย ถึงจะขยายกำลังการผลิตจากระดับห้องทดลอง สู่ระดับการผลิตจริงในระยะต่อไป” ผศ.ดร.นุจริน กล่าวในท้ายที่สุด

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : พลิกกลไกรัฐ พลิกสถานการณ์โควิด #SootinClaimon.Com

Posted on August 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/594994

บทความพิเศษ : พลิกกลไกรัฐ  พลิกสถานการณ์โควิด

บทความพิเศษ : พลิกกลไกรัฐ พลิกสถานการณ์โควิด

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

1.นักคิด-นักวิชาการได้เตือนมานานว่า “โครงสร้างอำนาจคือปัญหาใหญ่ของประเทศ” ระบบอำนาจรวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง ระบบราชการที่เน้นการควบคุมด้วยกฎหมาย กฎ ระเบียบ จำนวนมหาศาล เหมือน“มัดตราสังประเทศไทย” ให้ไม่มีศักยภาพที่จะคิดเองทำเอง ริเริ่มใหม่ หรือนวัตกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ระบบราชการจึงอืดอาดยืดยาด เช้าชามเย็นชาม ไม่มีสมรรถนะที่จะเผชิญสิ่งที่ยากและซับซ้อน เป็นเหตุให้ประเทศวิกฤติและควบคุมโควิดไม่อยู่

ระบบรวมศูนย์อำนาจ ทำให้นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาทุกคนทำผิดบทบาท คือใช้เวลาไปกับการบริหารจิปาถะรอบตัวจนทำไม่ไหวและทำไม่ได้ดี แทนที่จะทำหน้าที่ผู้นำทิศทางและนโยบายของประเทศ นายกรัฐมนตรีควรจะเป็นผู้สร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม ให้ทุกภาคส่วนของประเทศมีความมุ่งมั่นร่วมกันและเป็นผู้ปฏิบัติ อีกนัยหนึ่งคือการกระจายอำนาจไปอย่างทั่วถึงส่วนกลางทำหน้าที่นำทิศทางและนโยบาย ซึ่งรวมทั้งสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ

2.การปรับตัวฉับพลันให้ทันสถานการณ์เฉพาะหน้าสถานการณ์เฉพาะหน้าคือ คนไทยทั่วประเทศกำลังเจ็บป่วยล้มตายอย่างน่าอนาถ พร้อมๆ กับเศรษฐกิจล้มละลายเราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลไกของรัฐปรับตัวอย่างฉับพลันให้กระฉับกระเฉง ว่องไว รวดเร็ว ทันการณ์และมีสัมฤทธิภาพสูง ในระบบร่างกาย หัวใจ ตับ ปอด ต่อม ไต ต่างๆ ต้องมีความเป็นอัตโนมัติ (Autonomy)จะไปรอให้มีใครมาสั่งไม่ได้ เพราะจะไม่ทันการณ์และสั่งผิดสั่งถูก

หัวใจต้องเต้นเอง ปอดต้องหายใจเองฉันใด กลไกของรัฐก็ฉันนั้น นั่นคือปล่อยให้ทุกส่วนมีความเป็นอัตโนมัติ สามารถคิดเอง ทำเอง ริเริ่มเอง ปรับตัวได้รวดเร็วให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รัฐส่วนกลางปรับตัวมาทำหน้าที่ชี้นำทิศทางและนโยบาย ซึ่งรวมทั้งสร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม หรือความมุ่งมั่นร่วมกัน เมื่อคนทั้งประเทศมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม ก็จะเป็นประดุจการจูนคลื่นแสง เกิดเป็นพลังแสงเลเซอร์ที่มีอำนาจทะลุทะลวงสูง

นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้นำทิศทางและนโยบาย ไม่ใช่มั่วงานทุกอย่างจนเสียศูนย์ และทำการสื่อสารให้คนทั้งประเทศมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม รัฐสภาต้องรวมตัวกันแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคโดยรวดเร็ว ถ้าสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน สามารถแก้กฎหมายเก่า สร้างกฎหมายใหม่ ได้รวดเร็วภายใน 1 วัน

3.เครื่องมือใหม่ 2 อย่างของนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีตั้งแต่นี้ต่อไป ควรจะมีเครื่องมือใหม่ 2 อย่าง คือ 3.1 ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีที่มีความเฉียบแหลมประดุจขงเบ้ง นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุด จึงต้องประกอบด้วยปัญญาสูงสุด ที่ประชุมครม.ไม่ใช่องค์ปัญญาสูงสุด แต่มีหางของอำนาจและผลประโยชน์ยาวไกล ปัญญาสูงสุดต้องเป็นอิสระจากผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ

นายกรัฐมนตรีต้องตามหาที่ปรึกษาชนิดนี้ เหมือนเล่าปี่ตามหาขงเบ้ง นายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาต้องมีความสัมพันธ์เชิงกัลยาณมิตร เหมือนเล่าปี่-ขงเบ้ง เล่าปี่มีขุนพลที่รบเก่ง แต่รบไม่ชนะจนกระทั่งได้ขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษาฉันใด นายกรัฐมนตรีไทยต่อไปก็ควรเป็นเช่นนั้น3.2 ทีมสัมฤทธิศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี (Prime Minister’s Delivery Unit = PMDU) การบริหารนโยบายจาก ครม. ไปตามช่องทางปรกติของระบบราชการไม่นำไปสู่ความสำเร็จ เพราะระบบราชการเน้นที่การบริหารกฎระเบียบ ไม่ใช่ระบบบริหารความสำเร็จ

การบริหารนโยบายไปสู่ความสำเร็จต้องทำให้ครบวงจร ซึ่งมี 12 ขั้นตอน ถ้าทำเป็นระบบครบวงจร ไม่มีทางไม่สำเร็จ แม้จะยากเพียงใดก็สำเร็จ จึงเรียกกระบวนการนี้ว่าสัมฤทธิศาสตร์ทีมสัมฤทธิศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี (PMDU) ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนนโยบายครบวงจรสู่ความสำเร็จ จะช่วยให้เกิดความสำเร็จในนโยบายต่างๆ กระทรวงต่างๆ ก็ควรมีทีมสัมฤทธิศาสตร์ ด้วยเหมือนกัน เครื่องมือใหม่ 2 อย่าง จะช่วยให้ใครก็ตามที่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีมีความสำเร็จสูง

4.เป้าหมาย 3 ประการในการเผชิญสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้โควิด-19 ได้ระบาดไปทั่วประเทศแล้ว เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม น่าจะมี 3 ประการ คือ 4.1 รักษาผู้ป่วยทุกคนทั่วประเทศ แบ่งเป็น “ผู้ป่วยอาการไม่หนัก” รักษาตัวที่บ้านหรือในชุมชน โดยให้ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์โดยสะดวกทุกคน ต้องทุ่มเทเรื่องการผลิตยา และนำยาถึงบ้านผู้ป่วยอย่างเพียงพอและรวดเร็ว

“ผู้ป่วยอาการปานกลาง” ขยายฐานการรักษา วัดโรงเรียน มหาวิทยาลัย ชุมชน กองทัพ บริษัท ดูแลโดยอาสาสมัครที่เคยป่วยด้วยโควิดมาแล้ว คนเหล่านี้มีภูมิคุ้มกัน รู้วิธีรักษา และกำลังตกงาน ถ้าได้ทำงานนี้มีเบี้ยเลี้ยงด้วย ดูแลได้ดีด้วย โดยไม่ต้องกลัวติดโรคด้วย และ “ผู้ป่วยหนัก” ดูแลโดยแพทย์ และพยาบาลในสถานพยาบาล 4.2 ฉีดวัคซีนโควิดในประชาชนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด จะโอ้เอ้ล่าช้าเหมือนเมื่อเริ่มต้นไม่ได้ ต้องกระจายอำนาจไปให้องค์กรที่สามารถทำได้รับผิดชอบ เช่น อบต. มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน สภากาชาด มูลนิธิที่เข้มแข็งภาคธุรกิจที่แข็งแรง

4.3 สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทุกตำบล อำเภอ จังหวัด เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันทางสังคมและเศรษฐกิจ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทำให้ประชาชนมีกินมีใช้ มีเงินในมือ ทำให้มีกำลังกาย กำลังใจ กำลังทางสังคม เป็นภูมิคุ้มกันทางสังคมเศรษฐกิจเข้ามาบรรจบกัน การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนหยุดยั้งการระบาดของโควิดลงได้ทั้งประเทศในเวลาไม่นาน

ทั้งนี้ รัฐส่วนกลางต้องไม่ออกคำสั่งเชิงปฏิบัติ ซึ่งจะล่าช้าไม่ทันการณ์และสั่งผิดสั่งถูก ให้เป็นหน้าที่ของภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ที่จะคิดเองทำเองอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยส่วนกลางทำหน้าที่นำทางทิศทางและนโยบาย สร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม การมีทีมสัมฤทธิศาสตร์ของนายกรัฐมนตรีและของกระทรวงต่างๆ จะช่วยให้นโยบายทุกอย่างเป็นผลสำเร็จ

“อนึ่ง ในยามคับขันที่จะต้องเอาชนะข้าศึก การพูดจาของทุกฝ่ายจะต้องระมัดระวัง แม้ของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเชี่ยวชาญ จะพูดจากความรู้ทางเทคนิคเท่านั้นไม่ได้ เพราะนโยบายต้องเป็นปัญญาสูงสุดรอบด้านที่สุด วิเคราะห์ผลดีผลเสียทุกด้านมาอย่างดีที่สุด แล้วจึงพูดหรือไม่พูด สาธารณะจะได้ไม่สับสนอย่างทุกวันนี้ ถือหลักสัมมาวาจาที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้จะดีที่สุด คือ (1) จะพูดอะไรต้องเป็นความจริง มีที่มา มีที่อ้างอิง (2) พูดเป็นปิยวาจา ไม่พูดเพ้อเจ้อ ส่อเสียด ยุยงให้เขาแตกกัน (3) พูดถูกกาลเทศะ(4) พูดแล้วเกิดประโยชน์ ไม่เกิดประโยชน์ไม่พูด”

หมายเหตุ : การบริหารนโยบายไปสู่ความสำเร็จต้องทำให้ครบวงจร ซึ่งมี 12 ขั้นตอน สามารถดูได้จากหนังสือ คู่มือขับเคลื่อนระบบนโยบายครบวงจร12 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ (คู่มือสัมฤทธิศาสตร์พาชาติออกจากวิกฤติ)

(เกียรติคุณ) นพ.ประเวศ วะสี

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สทน.ปลื้ม สัมมนาออนไลน์ผลตอบรับดีเกินคาด เดินหน้าผลักดันเทคโนโลยีฉายรังสีพัฒนาอาหารพื้นถิ่น #SootinClaimon.Com

Posted on August 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595001

สกู๊ปพิเศษ : สทน.ปลื้ม สัมมนาออนไลน์ผลตอบรับดีเกินคาด  เดินหน้าผลักดันเทคโนโลยีฉายรังสีพัฒนาอาหารพื้นถิ่น

สกู๊ปพิเศษ : สทน.ปลื้ม สัมมนาออนไลน์ผลตอบรับดีเกินคาด เดินหน้าผลักดันเทคโนโลยีฉายรังสีพัฒนาอาหารพื้นถิ่น

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับงานสัมมนาออนไลน์ในรูปแบบ Virtual Online “พัฒนาอาหารพื้นถิ่นสู่มาตรฐานสากล เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชนด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี”  ที่มาพัฒนาและต่อยอดความรู้ด้านการฉายรังสีเพิ่มมูลค่าอาหารถิ่นให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ได้ดำเนินโครงการร่วมกับ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) โดยมีผู้เข้าชมงานสัมมนาออนไลน์ทั้ง 3 ครั้ง รวมกว่า 12,000 คน

หลังจากที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน.ได้จัดทำกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่น ด้วยการฉายรังสีอาหาร ปี 2564 เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะพี่น้องชาว OTOP กลุ่มอาหารพื้นถิ่นให้สามารถผลิตสินค้าและต่อยอดได้ในเชิงพาณิชย์  โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ในแต่ละภูมิภาค

โดย สทน.ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา (มรภ.พระนครศรีอยุธยา)  มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี (มรภ.ธนบุรี) และ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ราชนครินทร์ (มรภ.ราชนครินทร์) จัดงานสัมมนาในรูปแบบ Virtual Online ผ่านทางระบบ Zoom ทาง Facebook LiveFanpage  และช่อง Youtube ของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 4-6 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

ซึ่งการสัมมนาออนไลน์ดังกล่าวได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วมทั้ง 3 ครั้ง เป็นจำนวนรวมกว่า 12,000 คน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประกอบการ OTOP นิสิตนักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจในเรื่องนี้

สำหรับกิจกรรมภายในงานทั้ง 3 ครั้ง อัดแน่นครบรสทั้งสาระและความบันเทิง ประกอบด้วยการบรรยาย “ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้านอาหารฉายรังสี” โดย คุณกาญจนา ชาหอม นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ จาก สทน. หัวข้อ “การเพิ่มมูลค่าของอาหารถิ่น” โดย ผศ.ดร.พิทยา ใจคำ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรภ.พระนครศรีอยุธยา คุณศศิอาภา บุญคง ประธานหลักสูตร สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์มรภ.ธนบุรี และ ดร.นรากร ศรีสุข รองผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา มรภ.ราชนครินทร์

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายในหัวข้อ “การตลาดออนไลน์” โดยเหล่ากูรูนักการตลาดดิจิทัล ที่จะมาช่วยแนะนำเทคนิคการเข้าถึงผู้บริโภคในยุคโควิด ให้กับผู้เข้าชมกิจกรรมออนไลน์ด้วย นำโดย คุณทิปมัณฑิตา จินดา ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแฟนเพจ Digital Tips Academy และ LINE Certified Coach and Recommended Coach ปี 2018-2021 คุณธีรานนท์ ศิริกุลพิริยะ Digital Marketing Consult  และ คุณเดชา วัฒนสุพงษ์ หรือโค้ชหมี เจ้าของเพจ “คิดว่าดีก็ทำต่อไป” และ “คิดว่าดี Academy”

การสัมมนาออนไลน์ในครั้งนี้ ยังได้เชิญผู้ประกอบการตัวจริงที่ประสบความสำเร็จด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการฉายรังสี มาร่วมพูดคุย พร้อมตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นมาตรวจวิเคราะห์เพื่อฉายรังสี ในการเสวนาหัวข้อ “พัฒนาอาหารพื้นถิ่น สู่มาตรฐานสากล เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี”โดย คุณนฤมล เนรมิตมานสุข หัวหน้าฝ่ายตรวจวิเคราะห์ จาก สทน., คุณพรเทพ  เทพเสนา  ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “แหนมตุ้มจิ๋ว”ตราสุทธิลักษณ์, คุณวสันต์ กอบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคร์ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “ฉัยลัย ปูไข่ดองฉายรังสี”, คุณณัฐวุฒิอนันตสุคนธ์ บริษัท พี โอ เค อิมปอร์ต แอนด์ เอ๊กซ์ปอร์ต(ประเทศไทย) จำกัด, คุณศุภชัย กิมชูวาณิช บริษัท โชคชัย เฮิร์บ จำกัด

นอกจากนี้ยังได้เชิญเหล่าคนดังผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาร่วมพูดคุยในแต่ละวันด้วย ได้แก่ คุณอินท์ชลิตาผุลลาภิวัฒน์ พิธีกรรายการ ชีพจรลงพุง ช่องอมรินทร์ทีวี เชฟเอิร์ท-คุณศริตวรรธน์ วันวิชิตกูร, คุณตุ๊ก-ชนกวนันท์รักชีพ

โดยภายในงานสัมมนาทั้ง 3 ครั้งมีเนื้อหาครอบคลุมทุกแง่มุม ตั้งแต่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการฉายรังสีการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าอาหารถิ่น และการตลาดออนไลน์ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญหมุนเวียนกันมาให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ในครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการฉายรังสี มินิคอนเสิร์ต และการเล่นเกมตอบคำถาม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งทาง สทน.หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการอาหารพื้นถิ่นก้าวสู่ความสำเร็จในธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ทางด้าน รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน.เปิดเผยว่า สทน. เป็นสถาบันชั้นนำในการวิจัย สร้างนวัตกรรมและบริการด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยเฉพาะการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับสังคม ด้านอาหารปลอดภัย ด้วยการฉายรังสีผลิตผลการเกษตร และอาหารแปรรูปชนิดอื่นๆ ในเชิงพาณิชย์ได้ครบทุกชนิดของรังสีที่องค์การอนามัยโลกได้อนุญาตให้ใช้กับอาหาร คือรังสีแกมม่า รังสีเอ็กซ์ และรังสีอิเล็กตรอน

ฉะนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะพี่น้องชาว OTOP กลุ่มอาหารพื้นถิ่นให้สามารถผลิตสินค้าและต่อยอดได้ในเชิงพาณิชย์  โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ในแต่ละภูมิภาค สทน.จึงได้ร่วมกับ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.)ประกอบด้วย มรภ.พระนครศรีอยุธยา มรภ.ธนบุรี และมรภ.
ราชนครินทร์ จัดสัมมนาออนไลน์ หัวข้อ “พัฒนาอาหารพื้นถิ่นสู่มาตรฐานสากล เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชนด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี” ภายใต้กิจกรรมเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่น ด้วยการฉายรังสีอาหาร ปี 2564 ขึ้น

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นและต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือ
ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารฉายรังสี ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่ม ชมรม สมาคมและสถาบันการศึกษา

“จากวิกฤติการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น คือ การที่ประชาชนหันมาใส่ใจสุขอนามัยเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้น การพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า OTOP ให้ได้มาตรฐาน ด้วยเทคโนโลยีการฉายรังสี นอกจากจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ กลุ่ม “อาหารพื้นถิ่น” แล้ว  ผู้บริโภคก็จะได้บริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภัย ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีการฉายรังสีอาหารลงสู่ชุมชน เพื่อสร้างการยอมรับและแก้ไขปัญหาๆ ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม” ผู้อำนวยการ สทน.กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘การภาวนาเหมือนการทำทองหล่อพระ’ โอวาทธรรม หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร #SootinClaimon.Com

Posted on August 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595005

'การภาวนาเหมือนการทำทองหล่อพระ' โอวาทธรรม หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

‘การภาวนาเหมือนการทำทองหล่อพระ’ โอวาทธรรม หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.02 น.

“… ดังนั้น เวลาที่เรานั่งภาวนา นั่งกรรมฐานทำใจให้สงบ ให้ตั้งมั่นให้เห็นแจ้งในธรรมะปฏิบัตินั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ต้องตั้งใจประพฤติปฏิบัติกันทำจริงๆ ให้ดูตัวอย่างที่โบราณาจารย์เจ้าทั้งหลายเพื่อจะได้รูปพระปฏิมากร หรือรูปพระพุทธรูปพระพุทธเจ้าไว้สักการะบูชานั้น อย่างเขาเอาทองเหลืองทองแดงทองอะไรก็ตามมารวมแล้ว เขาก็ต้ม หุงทองทั้งหลายเหล่านั้นเปื่อยจนเป็นน้ำ ปั้นหุ่นรูปพระรูปอะไรก็ตามจึงเททองที่เป็นน้ำน่ะ ลงในเบ้า ในรูปพระพุทธรูป

คำว่า “หุงต้ม” จนกระทั่ง “ทองเปื่อย” นี่ล่ะที่ว่า จิตใจของคนเราเมื่อมันไม่เปื่อยเหมือนทองมันก็รวมลงไปไม่ได้ ทองไม่เปื่อยเอาไปเทลงเบ้ามันก็ไม่เป็นพระเป็นรูปได้ ฉันใดการเจริญสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐานของนักปฏิบัติ

กิเลสราคะมันยังไม่เปื่อย กิเลสโทสะยังไม่เปื่อย กิเลสโมหะยังไม่เปื่อย ความอยากได้อยากมีอยากเป็นในจิตใจนั้น มันยังไม่เปื่อยไม่พังไม่ละลายเป็นทอง ไม่ละลายเป็นน้ำ มันยังเป็นตัวกูของกู เป็นตัวเราเป็นของเรา เป็นตัวข้าเป็นของข้า หน้าของข้า ตาของข้า ตัวของข้า มันไม่เห็นแจ้ง

เมื่อไม่เห็นแจ้งมันไม่ละลาย “สมมติ” เหล่านี้ มันก็เหมือนทองไม่เปื่อย หล่อพระทองไม่เปื่อยอย่างนั้นเทลงเบ้าก็ไม่ได้เรื่อง…”

…………………….

หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ขอบคุณลานธรรมจักร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดประวัติ ‘ท่านผู้หญิงบุญเรือน’ พูดได้ 7 ภาษาภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี ‘พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/594977

เปิดประวัติ'ท่านผู้หญิงบุญเรือน'พูดได้ 7 ภาษาภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี 'พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ'

เปิดประวัติ’ท่านผู้หญิงบุญเรือน’พูดได้ 7 ภาษาภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี ‘พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ’

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.12 น.

เพจ “โบราณนานมา” ได้เขียนถึงประวัติท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ ภริยา พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมโพสต์ภาพในอดีตไว้ดังนี้ 

วันนี้ 14 สิงหาคม 2564 เวลา 01.38 น. ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) สิริอายุ 101 ปี

ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2463 เป็นบุตรีของนายแช่ม โสพจน์ ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพระชนนีในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ท่านผู้หญิงบุญเรือนและพี่น้องทั้งหมดได้รับการอุปการะจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และตามเสด็จไปเมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส โดยโดยสารทางเรือจากเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2476 พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระพี่เลี้ยง ท้าวอินทรสุริยา(เนื่อง จินตดุล) ต่อมาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงจัดให้ท่านไปอยู่กับครอบครัวชาวสวิส และไปศึกษาต่อที่โรงเรียนประจำสำหรับเด็กผู้หญิง 

ท่านผู้หญิงบุญเรือนสำเร็จการศึกษาด้านการเลี้ยงเด็ก และตามเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2481 เป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ สามารถพูดได้ถึง 7 ภาษา 

ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี มีบุตร-ธิดา 2 คน ได้แก่ คุณต๋อย วาณี ชุณหะวัณ และคุณโต้ง ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ 

ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ ได้รับพระมหากรุณาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ(ม.ว.ม.) เมื่อปี 2531 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก(ม.ป.ช.) เมื่อปี 2532 และเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ(ท.จ.ว.) เมื่อปี 2533

ข้อมูล/ภาพจากเพจ โบราณนานมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แขวนไซดักทรัพย์ควรแขวนในตำแหน่งใด #SootinClaimon.Com

Posted on August 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/594936

แขวนไซดักทรัพย์ควรแขวนในตำแหน่งใด

แขวนไซดักทรัพย์ควรแขวนในตำแหน่งใด

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.08 น.

ไซดักทรัพย์ ที่เป็นเครื่องลางชนิดหนึ่งที่มีมาตั้งแต่โบราณ ที่มีความเชื่อว่า ถ้าหากนำมาแขวนไว้บริเวณหน้าร้าน หรือ หน้าบ้าน จะทำให้ทำมาค้าขายดี มีเงินเข้าตลอด

สำหรับ ไซ ในศาสตร์ ฮวงจุ้ยปัญจธาตุ จะมีพลังงานของ ธาตุไม้ การที่จะนำไซ มาแขวน ก็จะต้องคำนวณเพื่อหาตำแหน่งที่ ต้องการ ธาตุไม้ จึงจะส่งผลที่ดี ครับ ผมจึงได้ทำคลิปอธิบาย มาให้รับชม ครับ

ปรึกษาฮวงจุ้ย ช่วยส่งรูปอาคาร และแชร์โลเคชั่น ส่งข้อความมาใน inbox เพจ ฮวงจุ้ยปัญจธาตุ อ.ศาสตรา พีระมาน หรือ แอดไลน์ @upr7669n ครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ซีพีเดินหน้าโครงการ ‘ปันปลูก-ฟ้าทะลายโจร 100 ไร่ 100 วัน’ ตามนโยบาย ‘เจ้าสัวธนินท์’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/594928

ซีพีเดินหน้าโครงการ 'ปันปลูก-ฟ้าทะลายโจร100ไร่100วัน' ตามนโยบาย 'เจ้าสัวธนินท์'

ซีพีเดินหน้าโครงการ ‘ปันปลูก-ฟ้าทะลายโจร100ไร่100วัน’ ตามนโยบาย ‘เจ้าสัวธนินท์’

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.38 น.

โครงการ “ปันปลูก-ฟ้าทะลายโจร 100 ไร่ 100 วัน” ตามนโยบาย “ธนินท์ เจียรวนนท์” เอาฤกษ์ปลูกกล้าลงดินวันแม่ 12 ส.ค.64 ระดมอาสาสมัครรวมพลังปลูกฟ้าทะลายโจร เร่งผลิต 30 ล้านแคปซูล คาดส่งมอบใน 100 วัน พร้อมส่งต่อองค์ความรู้การปลูก-ดูแลรักษา-ให้เกษตรกรฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 

14 ส.ค.64 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยในปัจจุบัน ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤตพบผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หลายภาคส่วนต้องร่วมผนึกกำลังกันมาช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ให้ได้ไปด้วยกัน เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด และได้จัดทำโครงการต่างๆช่วยเหลือเร่งด่วนมาตลอดหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา จนถึงการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2564 ที่เครือซีพีได้ให้การสนับสนุนภารกิจด้านสาธารณสุข ตลอดจนการบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยมาโดยตลอด ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ นำโดยนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือฯได้ประกาศความตั้งใจเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ที่จะเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ด้วยการจัดตั้งโครงการ “ปลูกฟ้าทะลายโจร 100 ไร่ 100 วัน” เพื่อผลิตยาสมุนไพรไทยฟ้าทะลายโจรจำนวน 30 ล้านแคปซูลแจกจ่ายฟรีให้ประชาชน 

พร้อมย้ำว่า ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม ตามที่สาธารณสุขกำหนด และสุดท้ายแล้ว การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา และการป้องกันที่ดีที่สุดคือการเร่งฉีดวัคซีน โดยต้องเร่งจัดหาวัคซีนที่มีความหลากหลาย และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการออกไปติดเชื้อ แต่เมื่อติดโควิดแล้ว เริ่มมีอาการมากขึ้น ก็ต้องเข้าถึงยาจากแพทย์อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสิ่งที่จะเป็นตัวสู้กับเชื้อไวรัส คือภูมิคุ้มกันของเราเอง

นายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) เปิดเผยว่า โครงการปลูกพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเป็นไปตามนโยบายของประธานอาวุโสเครือซีพี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ตระหนักว่าขณะนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ค่อนข้างรุนแรง และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดูแลรักษาเบื้องต้นสามารถใช้ยาฟ้าทะลายโจรเพื่อช่วยลดภารกิจของสาธารณสุขและบุคลากรด่านหน้าทางการแพทย์ ประธานอาวุโสซีพีจึงมีนโยบายให้เครือซีพีซึ่งมีศักยภาพที่จะช่วยเหลือสังคมได้อย่างเร่งด่วนทำหน้าที่เป็นทัพเสริมช่วยหนุนการปลูกและผลิตสมุนไพรฟ้าทะลายโจรที่ขณะนี้กำลังขาดแคลน ด้วยสรรพคุณของฟ้าทะลายโจรพืชสมุนไพรไทยที่สามารถใช้บรรเทาอาการไข้หวัด แก้ไอ เจ็บคอ และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต้านการอักเสบ 

โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจกจ่ายยาฟ้าทะลายโจรให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่อยู่ระหว่างรอเข้ารับการรักษา และกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อ ทำให้ความต้องการยาฟ้าทะลายโจรมีเพิ่มขึ้น เพื่อแก้ปัญหาฟ้าทะลายโจรขาดตลาด และเพื่อรองรับความต้องการที่มีมากขึ้นในช่วงนี้ เครือซีพีจึงดำเนินโครงการ “ปลูกฟ้าทะลายโจร 100 ไร่ 100 วัน” ขึ้นมาและเริ่มดีเดย์เพาะปลูกวันแรกตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2564 ในพื้นที่ จ.สระบุรี โดยระดมอาสาสมัครและพนักงานในเครือซีพีมาร่วมปลูกให้เร็วที่สุดเพื่อให้ทันกำหนดภายใน 100 วัน ตามเป้าหมายที่ซีพีต้องการส่งมอบยาแคปซูลฟ้าทะลายโจรชุดแรก 30 ล้านเม็ดแจกจ่ายไปยังชุมชนและประชาชนทั่วไป โดยจะเริ่มส่งมอบได้ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 นี้

นายสุเมธ กล่าวว่า ซีพีได้ศึกษากระบวนการขั้นตอนตั้งแต่สายพันธุ์เพื่อการเพาะปลูกจนถึงการผลิตและบรรจุที่มีการดำเนินการอย่างเป็นมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  โดยเราได้นำสายพันธุ์จากทั่วทุกภาคมาทำการศึกษาทั้งเมล็ดพันธุ์และกล้าพันธุ์เพื่อพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่สมบูรณ์แบบของประเทศไทย เพื่อในอนาคตจะได้มอบพันธุ์ที่ศึกษาไว้ทั้งหมดแก่เกษตรกรและชาวบ้านทั่วไปนำไปขยายพันธุ์เพาะปลูกรวมทั้งให้คำแนะนำเทคนิคในการเลี้ยงดูและการปลูกให้ได้ผลด้วย โดยหลังจากผ่านการขอพิจารณาแนวทางในการทำการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี และปลอดภัยตามมาตรฐานที่กาหนด หรือ GAP ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

ทั้งนี้ เครือซีพีจะถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สมบูรณ์แบบทั้งการเพาะปลูกและการดูแลรักษาฟ้าทะลายโจร รวมทั้งการส่งมอบพันธุ์เพาะปลูกทั้งหมดที่ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์และศึกษาไว้ให้แก่พี่น้องประชาชนทั่วไป และเกษตรกรไทยที่สนใจนำไปปลูกได้ด้วยตัวเองเพื่อสร้างเสริมเป็นรายได้ ไม่มีข้อผูกมัดใดๆกับเกษตรกร สามารถนำไปปลูกได้อิสระเพราะเชื่อว่าเมื่ออนาคตตลาดสมุนไพรไทยขยายและเติบโตขึ้น ความต้องการฟ้าทะลายโจรจะมีมากขึ้นในไทย รวมทั้งหลายประเทศในภูมิภาคนี้ และอาจขยายได้ทั่วโลก องค์ความรู้เหล่านี้ทั้งหมดก็จะส่งต่อให้เกษตรกรไทยต่อไป 

“ฟ้าทะลายโจรถือเป็นยาสมุนไพรโบราณของไทย เราอยากเทิดทูนถึงองค์ความรู้ด้านตำรับยาไทยที่บรรพบุรุษของเราได้สืบทอดมา ซึ่งจากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญพบว่าแม้แต่การเพาะปลูกพืชตัวนี้ก็ยังถือเป็นพืชที่ต้านทานโรคและแมลงได้ด้วยตัวเอง ซึ่งซีพีจะดำเนินการเพาะปลูกและดูแลรักษาโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ฟ้าทะลายโจรจึงถือเป็นพืชสมุนไพรที่บรรพบุรุษส่งต่อสืบทอดมาให้เราอย่างแท้จริง”ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัดกล่าว

ทั้งนี้ นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 กลุ่มธุรกิจในเครือซีพีได้ระดมสรรพกำลังร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 โดยสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์สื่อสาร และภารกิจด้านสาธารณสุข บริจาคเครื่องมือแพทย์ เต็นท์ความดันลบ เครื่องช่วยหายใจไปแล้วมากกว่า 2,000 โรงพยาบาล ตลอดจนแจกหน้ากากอนามัยที่ซีพีผลิตเองไปแล้วกว่า 16 ล้านชิ้น รวมถึงบรรเทาความเดือดร้อนในชุมชนและกลุ่มผู้เปราะบางต่างๆ จนถึงขณะนี้ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงขึ้นกลุ่มธุรกิจในเครือซีพีได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนกว่า 100 พันธมิตรต่างๆ ทั้งมูลนิธิ กลุ่มจิตอาสา ภาคประชาสังคมและองค์กรสื่อ ในการผนึกำลังดำเนินโครงการ “ครัวปันอิ่มร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” ส่งมอบข้าวกล่องปรุงสุกถูกหลักโภชนาการจำนวน 2 ล้านกล่องในระยะเวลา 2 เดือน โดยเป็นข้าวกล่องผลิตจากซีพี 1 ล้านกล่อง และอีกส่วนคือซีพีซื้อข้าวกล่องปรุงสุกจากร้านอาหารรายย่อยต่างๆอีก 1 ล้านกล่อง เพื่อช่วยเหลือและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 40 ชุมชนในกรุงเทพฯและปริมณฑล ตลอดจนยังเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย ขนาดกลางและเล็กได้ดำเนินธุรกิจในช่วงนี้ต่อไปได้ ซึ่งขณะนี้ได้ร่วมมือกับพันธมิตรดำเนินการแจกจ่ายข้าวกล่องตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2564 เป็นต้นมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,311,207 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d