ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ

ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ

ขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชมปราสาทงามบนยอดภูเขาไฟ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2569 ที่มีกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2569 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตามรอยอารยธรรมขอม และเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีที่มีมาอย่างยาวนาน แสดงถึงเอกลักษณ์ทรงคุณค่าของท้องถิ่นและศิลปะวัฒนธรรมที่ต้องอนุรักษ์และสืบสานสู่อนุชนรุ่นหลัง บอกเล่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกของจังหวัดบุรีรัมย์ และมรดกของชาติ อันทรงคุณค่าอย่างน่าภูมิใจ สู่สายตานักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ตลอดทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทยตามนโยบายของรัฐบาลด้วย

“ปราสาทพนมรุ้ง”  เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้ง ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ สร้างขึ้นโดยมีรูปแบบศิลปะเขมรโบราณที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยความงดงามและความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ ปรากฏให้เห็นจากรูปแบบของงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ภาพสลัก การเลือกทำเลที่ตั้งบนยอดเขาซึ่งมีแผนผังตามแนวแกนที่มีองค์ประกอบของสิ่งก่อสร้างต่างๆ เรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง คือ ปราสาทประธาน

ปราสาทพนมรุ้งเป็นที่รู้จักของชาวท้องถิ่นเป็นอย่างดี โดยมีนิทานพื้นบ้านเรื่อง “อินทรปรัสถา” กล่าวถึงคู่พระคู่นางซัดเซพเนจรมาพบที่พักพิงซึ่งเป็นปราสาทหินรกร้างงดงามอยู่กลางป่าเขา

แต่สำหรับบุคคลภายนอก ปราสาทแห่งนี้เป็นที่รู้จักครั้งแรก จากบันทึกของนายเอเตียน เอมอนิเยร์ (Etienne Aymonier) ชาวฝรั่งเศส ในปีพุทธศักราช 2428 ตีพิมพ์เป็นบทความในปี พุทธศักราช 2445

ปีพุทธศักราช 2449 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จมาที่ปราสาทพนมรุ้ง คราวเสด็จมณฑลอีสาน และเสด็จอีกครั้งในปี พุทธศักราช 2472 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพนมรุ้งเป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พุทธศักราช 2478

และปีพุทธศักราช 2503 – 2504 ได้ดำเนินการสำรวจปราสาทพนมรุ้งอีกครั้ง ต่อมาในปี พุทธศักราช 2514 ได้เริ่มดำเนินการบูรณะปราสาทพนมรุ้ง ด้วยวิธี “อนัสติโลซิส” (Anastylosis คือการนำชิ้นส่วนของปราสาทกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม) และเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน

ชื่อของปราสาทพนมรุ้ง เป็นชื่อดั้งเดิมของโบราณสถานแห่งนี้ คำว่า “พนมรุ้ง” ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกพนมรุ้ง หลักที่ 2 หลักที่ 4 และ K.1090 จารึกว่า “พนมรุ้งเป็นชื่อเทวสถานที่มีขอบเขตกว้างขวาง มีที่ดิน หมู่บ้าน เมือง ซึ่งมีผู้ปกครองหรือข้าราชการได้จัดหามาถวายในลักษณะเป็นกัลปนาของเทวสถาน

จากหลักฐานทางด้านศิลาจารึกและงานศิลปกรรมที่ปรากฏ กล่าวได้ว่า ปราสาทพนมรุ้งสร้างขึ้นในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย นิกายปศุปตะ โดยนับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด ศิลาจารึกพนมรุ้งหลักที่ 7 และหลักที่ 9 มีเนื้อความเริ่มต้นเป็นบทสรรเสริญพระศิวะ ศิลาจารึกบางหลักกล่าวถึงการสร้างศิวลึงค์ สร้างรูปทองคำของพระศิวะในท่าฟ้อนรำ สร้างรูปทองคำของพระวิษณุขึ้นในเรือนของพระศิวะ

ปราสาทแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยที่ประทับของพระศิวะ พระองค์มีที่ประทับอยู่บนเขาไกรลาส ดังนั้นการสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นบนยอดเขา จึงเป็นการสะท้อนถึงการจำลองที่ประทับของพระศิวะมาไว้บนโลกมนุษย์

อาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ ของปราสาทพนมรุ้ง ไม่ได้สร้างขึ้นมาพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน ในช่วงแรกได้มีการสร้างศาสนสถานเพื่อเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อการนับถือศาสนาของชุมชนขึ้นครั้งแรกในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ได้แก่ ปราสาทอิฐ 2 หลัง ที่ปัจจุบันอยู่ในสภาพพังทลายเหลือเพียงฐานและกรอบประตู หลังจากนั้นได้มีการก่อสร้างต่อเนื่องกันมาเป็นลำดับ โดยอาณาจักรเขมรโบราณ หรือผู้นำที่ปกครองชุมชน อันมีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง

ปราสาทพนมรุ้ง คงมีความสำคัญสืบเนื่องมาจนถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พุทธศักราช 1511 – 1544) พระองค์ทรงนับถือศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย เช่นเดียวกับพระราชบิดา (พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2) นอกจากจะมีพระราชโองการให้สร้างจารึกเพื่อสรรเสริญเกียรติคุณของพระราชบิดาแล้ว ยังทรงถวายที่ดินให้กับเทวสถานด้วย ในสมัยนี้เองเทวสถานบนเขาพนมรุ้งเป็นศูนย์กลางของชุมชนโดยรอบอย่างแท้จริง จากข้อความในจารึกที่พบที่ปราสาทพนมรุ้งแสดงให้เห็นว่าเทวสถานบนเขาพนมรุ้ง เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพ คือ ศิวลึงค์ มีอาณาเขตกว้างขวาง มีที่ดินซึ่งพระเจ้าแผ่นดิน (พระเจ้าชัยวรมันที่ 5) และข้าราชการระดับต่าง ๆ ถวายหรือซื้อถวายให้กับเทวสถาน พร้อมกับมีพระราชโองการให้ปักหลักเขตที่ดินขึ้นกับเทวสถานเขาพนมรุ้ง พร้อมกับการสร้างเมือง สร้างอาศรมให้กับโยคี และนักพรตด้วย

ในราวพุทธศตวรรษที่ 17 ได้มีการก่อสร้างปราสาทประธานขึ้น จากการศึกษาศิลาจารึกพนมรุ้งหลักที่ 7 และหลักที่ 9 กล่าวว่าปราสาทประธานสร้างขึ้นในสมัย “นเรนทราทิตย์” ท่านเป็นโอรสของพระนางภูปตีนทรลักษมี เป็นผู้มีสติปัญญาหลักแหลม มีความสามารถในการรบ ได้เข้าร่วมกับกองทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในการรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นจากศึกสงคราม นเรนทราทิตย์คงได้รับความดีความชอบเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเมือง ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของราชวงศ์มหิธรปุระ ทรงได้ดำเนินการสร้างปราสาทหลังใหญ่ขึ้นประดิษฐานรูปเคารพ สร้างงานศิลปกรรมปรากฎเป็นงานสลักตามส่วนต่างๆ ที่ล้วนแต่แสดงให้เห็นว่า มีความประสงค์ที่จะสร้างเทวสถานแห่งนี้เป็นเทวาลัยของพระศิวะ มีศิวลึงค์เป็นองค์ประธานและยังมีการนับถือเทพองค์อื่น ๆ แต่อยู่ในสถานะเทพชั้นรอง นอกจากนี้ข้อความที่ปรากฏขึ้นในจารึกยังแสดงให้เห็นว่า นเรนทราทิตย์ ได้สร้างปราสาทแห่งนี้เพื่อประดิษฐานรูปเคารพของตนเอง เพื่อเตรียมไว้สำหรับการเข้าไปร่วมกับเทพที่ทรงนับถือหลังจากสิ้นพระชนม์ ความเลื่อมใสศรัทธาอันแรงกล้าต่อศาสนา ทำให้ท่านออกบรรพชาถือองค์เป็นนักพรตจวบจนวาระสุดท้ายข้อความที่ปรากฏในจารึกพนมรุ้ง ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ท่านคงเป็นนักพรตในลัทธิไศวนิกาย ตามแบบนิกายปศุปตะที่มีการนับถือกันมาแล้วแต่เดิม โอรสของนเรนทราทิตย์ คือ หิรัณยะ เป็นผู้ให้จารึกเรื่องราวเพื่อสรรเสริญเกียรติคุณของพระบิดา และได้ให้ช่างหล่อรูปของนเรนทราทิตย์ด้วยทองคำ

สิ่งก่อสร้างสมัยสุดท้าย คือ บรรณาลัย และพลับพลา ซึ่งมีการก่อสร้างเพิ่มเติมซ่อมแซมขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724 – 1763) มหาราชองค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรเขมร พระองค์ทรงนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ทรงโปรดให้สร้างอโรคยศาล จำนวน 102 แห่ง และที่พักคนเดินทาง หรือธรรมศาลา จำนวน ๑๒๑ แห่ง ขึ้นในดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองของพระองค์ ตามข้อความที่ปรากฏในจารึกปราสาทตาพรหม และจารึกปราสาทพระขรรค์ตามลำดับ โบราณสถานดังกล่าวนี้ ที่อยู่ใกล้เคียงปราสาทพนมรุ้ง ได้แก่ กุฏิฤๅษีโคกเมือง และกุฏิฤๅษีหนองบัวราย ซึ่งเป็นอโรคยศาล และปราสาทบ้านบุ เป็นที่พักคนเดินทางหรือธรรมศาลา

โดยงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งในปีนี้ กิจกรรมจะประกอบด้วย พิธีบวงสรวงองค์พระศิวะมหาเทพ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย, ขบวนอัญเชิญ พระศิวะมหาเทพ, ขบวนสัตว์พาหนะเทพผู้พิทักษ์ประจำทิศทั้ง 10 และขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี และนางจริยา นำเครื่องบวงสรวง ประกอบด้วย เทพพาหนะผู้พิทักษ์ประจำทิศทั้ง 10 นางสนมกำนัล เหล่าทหาร ข้าทาสบริวาร ดำเนินผ่านเสานางเรียงประดับด้วยธงทิวยิ่งใหญ่อลังการ

การรำถวายชุด “เหนือศรัทธาวนัมรุง” ขบวนแห่สักการะ จากนางรำกว่า 800 คน ที่บรรจงแต่งกายด้วยชุดที่สวยงามร่วมขบวน การแสดง ระบำอัปสราบุรีรัมย์

นอกจากนั้น ยังมี “ตลาดอารยธรรมวนัมรุง” ให้ได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง ผ้าภูอัคนี (ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟ) รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร เครื่องใช้ และของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้ง ยังได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองโบราณหายากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จาก 23 อำเภอ ในจังหวัดบุรีรัมย์ มาให้เลือกซื้อ เลือกชม และเลือกชิม พร้อมทั้งชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรีนาฏศิลป์พื้นบ้านตลอดงานโดยในช่วงวันที่ 3 – 5 เมษายน 2569 จะเกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ดวงอาทิตย์ขึ้น สาดแสงส่องตรง 15 ช่องประตู ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.50 ถึงเวลา 06.10 น. ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คำนวณและคาดการณ์ไว้ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติหนึ่งเดียวในโลก เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตตามความเชื่ออีกด้วย“แนวหน้า” ขอเชิญชวนท่านที่สนใจ ไปเยือน “ปราสาทพนมรุ้ง” และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัดบุรีรัมย์กัน เพื่อพบกับความสวยงามและความน่าประทับใจในท้องถิ่นไทยของเรา

ครบรอบ 56 ปี ‘ช่อง 3’ สุดอบอุ่น! ผู้บริหาร-นักแสดงรวมตัวคับคั่ง

ครบรอบ 56 ปี ‘ช่อง 3’ สุดอบอุ่น! ผู้บริหาร-นักแสดงรวมตัวคับคั่ง

ครบรอบ 56 ปี ‘ช่อง 3’ สุดอบอุ่น! ผู้บริหาร-นักแสดงรวมตัวคับคั่ง

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำหรับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 56 ปี สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ที่ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสื่อบันเทิงของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องของ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เรียกว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น ณ อาคารมาลีนนท์ทาวเวอร์ ถนนพระราม 4  ได้มีการจัดพิธีสักการะพระพรหม และพระภูมิเจ้าที่ เพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยมี คุณสมชัย บุญนำศิริ ประธานกรรมการบริษัท พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คุณวิบูลย์ ลีรัตนขจร , คุณเทรซีแอนน์ มาลีนนท์ , คุณปิยวดี มาลีนนท์ , คุณปิ่นกมล มาลีนนท์ พร้อมด้วยผู้จัดละคร แม่หนูสรวงสุดา  ชลลัมพี , ไก่-วรายุฑ มิลินทจินดา, ปิ่น-ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์, หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์, โจ้-ภัทรภร วรรณภิญโญ, นก-จริยา แอนโฟเน่, กู๊ด-เฉิดบุญ ภักดีวิจิตร, แก้ว-บุญจิรา  ภักดีวิจิตร, หงษ์-ธัญนิธิ ฉันท์เอกสิทธิ์, อุ๊-พัชนี จารุจินดา และนักแสดง นำโดย เกรท วรินทรลีน่า ลลินา, หมิว ณัชชา, จีน่า ญีนา, แทน ดวงแก้ว ,กองทัพ พีค, สมิธ ภาสวิชญ์, ไอซ์ ภาณุวัฒน์, เซ้นต์ ศุภพงษ์ , ฟลุ๊คจ์ พงศภัทร์,  เฟรนด์ พีระกฤตย์, ทาฆิ กวิน ฯลฯ รวมถึงพนักงาน ที่มาร่วมแสดงความยินดีและเก็บภาพความประทับใจร่วมกันอย่างอบอุ่น นอกจากนี้ ยังมีพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบการดำเนินกิจการ โดยมีบุคลากรจากทุกภาคส่วนของสถานีเข้าร่วม เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล และสร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน

‘SMTR25’ เด็กฝึกหัดแห่งค่าย ‘SM’ กับเสน่ห์เฉพาะตัวที่ชวนหลงใหลน่าประทับใจ

‘SMTR25’ เด็กฝึกหัดแห่งค่าย ‘SM’ กับเสน่ห์เฉพาะตัวที่ชวนหลงใหลน่าประทับใจ

‘SMTR25’ เด็กฝึกหัดแห่งค่าย ‘SM’ กับเสน่ห์เฉพาะตัวที่ชวนหลงใหลน่าประทับใจ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมและแฟน ๆ ทั่วโลกตั้งแต่ก่อนเดบิวต์ ! สำหรับเด็กฝึกหัด SMTR25 จากค่ายผู้บุกเบิกเค-ป็อป SM ENTERTAINMENT ซึ่งล่าสุดคลิปสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับทรูวิชั่นส์ ‘Reply High School’ TrueVisions EXCLUSIVE INTERVIEW with SMTR25 ได้ถูกปล่อยออกมาให้สัมผัสกับเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละคน พร้อมเรื่องราวเบื้องหลังการถ่ายทำรายการวาไรตี้แรกของพวกเขาอย่าง ‘Reply High School’  โดยสามารถรับชมได้แล้วทางแอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว

แถวหลังซ้ายไปขวา : TATA, JUSTIN, HAMIN, HYUNJUN, KASSHO  แถวหน้าซ้ายไปขวา : CHARLIE, HANBI, SONGHA, DANIEL, HARUTA

ในการสัมภาษณ์นี้ จะพาทุกคนไปรู้จักกับตัวตนของเหล่าสมาชิก SMTR25  กันมากขึ้น ผ่านช่วงถาม-ตอบที่เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้เล่าความรู้สึกในหลากหลายหัวข้อ ตั้งแต่การมาเยือนประเทศไทยครั้งแรก ศิลปินในดวงใจ งานอดิเรก ไปจนถึงเรื่องราวเบื้องหลังรายการ ‘Reply High School’ ซึ่งล้วนเต็มไปด้วยความสนุกและน่าติดตาม รวมถึงมิตรภาพและความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างถ่ายทำ ไม่เพียงเท่านี้ SMTR25 ได้เล่นเกมเกี่ยวกับประเทศไทย ที่เผยให้เห็นเคมีความเข้ากันและเสน่ห์ความสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของเด็กฝึก ปิดท้ายด้วยการฝากข้อความถึงผู้ชมชาวไทยและพูดอ้อนเป็นประโยคภาษาไทยสุดน่ารัก

นอกจากนี้ SMTR25  ยังได้พบปะกับ คุณพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่มาแสดงความยินดีกับรายการวาไรตี้แรกและให้กำลังใจเด็กฝึกหัดผู้มุ่งมั่นสู่การทำความฝันให้เป็นจริง พร้อมถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกันอย่างอบอุ่น

สำหรับรายการ ‘Reply High School’  คือรายการวาไรตี้เรียลลิตี้ที่ SMTR25 ทั้ง 15 คน (HANBI, SONGHA, DANIEL, HYUNJUN, HAMIN, JAEWON, WOOLIN, NICHOLAS, KASSHO, JUSTIN, HARUTA, SADAHARU, CHARLIE, KACHIN, TATA) จะย้อนเวลาไปเข้าเรียนในโรงเรียนเสมือนจริง โรงเรียนมัธยมปลาย WOOJEONG’ และสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีตั้งแต่ยุค 1990, 2000 และ 2010 เพื่อค้นหาคำตอบของการเดบิวต์ โดยรายการนี้ถือเป็นความร่วมมือพิเศษระหว่าง SM และ eggiscoming ซึ่งออกอากาศให้รับชมแล้ววันนี้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

รับชมพร้อมเกาหลีทางทรูวิชั่นส์ ช่อง True X-Zyte ทุกวันศุกร์ เวลา 18:20 น. และดูย้อนหลังทางแอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว เวลา 20:00 น. ตามเวลาประเทศไทย, ช่อง Mnet และ Mnet Plus ในเกาหลี, Abema TV และ KNTV ในญี่ปุ่น, Friday Video ในไต้หวัน, Kocowa ในทวีปอเมริกา/ยุโรป (ยกเว้นรัสเซีย) โอเชียเนีย และตะวันออกกลาง และ WeTV ทั่วโลก (ยกเว้นเกาหลี จีน ญี่ปุ่น และไทย)

ทั้งนี้ หลังจากที่ SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรง จากการปรากฏตัวอย่างยิ่งใหญ่บนเวทีพิเศษในคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 30 ปีของ SM อย่าง ‘SMTOWN LIVE 2025-26’ ในหลายเมืองสำคัญทั่วโลก รวมถึงคอนเสิร์ต SMTOWN LIVE 2025-26 [THE CULTURE, THE FUTURE] in BANGKOK เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา พวกเขาจะกลับมาพบแฟนคลับชาวไทยพร้อมงานแฟนมีตติ้ง ‘Reply High School’ Fan Meeting Tour – Graduation Trip in BANGKOK (รีพลาย ไฮ สคูล’ แฟน มีตติ้ง ทัวร์ – เกรดูเอชัน ทริป อิน แบงค็อกในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2026 เวลา 17:00 น. ณ ธันเดอร์โดม เปิดจำหน่ายบัตรรอบสมาชิก JOY CLUB Pre-Sale ในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 เวลา 11:00 น. – 12:59 น. เท่านั้น และรอบบุคคลทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2026 เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com/event/GraduationTrip_in_BANGKOK

30ปีสิ้นสุดทางเพื่อน! โบ TK ถูกแฟนหนุ่มนอกวงการคุกเข่าขอแต่งงาน เพื่อนๆ ร่วมยินดีเพียบ

30ปีสิ้นสุดทางเพื่อน! โบ TK ถูกแฟนหนุ่มนอกวงการคุกเข่าขอแต่งงาน เพื่อนๆ ร่วมยินดีเพียบ

30ปีสิ้นสุดทางเพื่อน! โบ TK ถูกแฟนหนุ่มนอกวงการคุกเข่าขอแต่งงาน เพื่อนๆ ร่วมยินดีเพียบ

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.50 น.

28 มีนาคม 2569 ทำเอาเพื่อนพ้องในวงการแห่กดไลก์รัวๆ เมื่อนักร้องสาวชื่อดัง โบ สุรัตนาวี สุวิพร หรือที่รู้จักกันในนาม โบ Triumphs Kingdom ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@bosurattanawee” ถูกแฟนหนุ่มนอกวงการเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน พร้อมแคปชั่น “รูปดีๆไม่มี เอางี้แหละ  เปิดตัวเปิดใจ แต่งค่ะ”

โดยบรรยากาศแห่งความทรงจำครั้งนี้มีเพื่อนสนิทของสาวโบและแฟนหนุ่ม มาร่วมเป็นพยานรัก อีกทั้งเพื่อนๆ ก็ได้โพสต์ภาพและคลิปบรรยากาศนาทีที่สาวโบถูกขอแต่งงาน พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “Congratulations to my dearest couple @bosurattanawee @suksermsongchai #30 ปีผ่านไปกลับมาเเต่งงานกันเองเว้ยเห้ยยยยยยย ยินดีด้วยนะเพื่อน หอมความรักไปหมดล้าววววววว”

ซึ่งก่อนหน้านี้สาวโบโสดมานานกว่า 3 ปีหลังเลิกรากับรักครั้งเก่า ก่อนจะพบรักกับแฟนหนุ่มนอกวงการที่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน และรักครั้งนี้ราวกับพรหมลิขิต เพราะหลัง 30 ปีผ่านไป ทั้งคู่ก็พัฒนาความสัมพันธ์มาเรื่อยๆ จากเพื่อนสนิทก่อนจะมีข่าวดี 

หลังจากที่สาวโบได้ออกมาโพสต์ภาพนี้ออกไปนั้นเพื่อนๆ ในวงการแห่เข้าไปคอมเมนต์แสดงความยินดีกับสาวโบกันเป็นจำนวนมาก  #ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

ดีเจแมน เปิดใจสาเหตุหย่า ใบเตย ครั้งแรก เตือนคนพาดพิง อย่าล้ำเส้น

ดีเจแมน เปิดใจสาเหตุหย่า ใบเตย ครั้งแรก เตือนคนพาดพิง อย่าล้ำเส้น

ดีเจแมน เปิดใจสาเหตุหย่า ใบเตย ครั้งแรก เตือนคนพาดพิง อย่าล้ำเส้น

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.51 น.

“ดีเจแมน” เปิดใจสาเหตุหย่า “ใบเตย” ครั้งแรก เลิกเพราะบกพร่องหน้าที่สามี เตือนคนพาดพิง อย่าล้ำเส้น! ค่าเทอมจ่ายเองตั้งแต่ออกมาจากเรือนจำ

 เปิดใจครั้งแรก “ดีเจแมน พัฒนพล” หลังภรรยา “ใบเตย อาร์สยาม” ให้สัมภาษณ์ยุติความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา เหลือเพียงสถานะพ่อแม่ของลูกสาว “น้องเวทมนต์” เท่านั้น พร้อมเคลียร์ปัญหาชีวิตคู่ ยอมรับบกพร่องหน้าที่สามี เครียดหนักกับกระแสข่าว ผ่านรายการคุยแซ่บshow ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

 ใบเตยให้สัมภาษณ์ว่าได้หย่าและเลิกรากับแมนแล้ว?

“จริงครับ แต่เริ่มต้นมานานแล้ว ผมเล่าเป็นรายการแรกเลยแล้วกัน เหตุผลที่หย่าตอนนั้น ตั้งแต่เราโดนแจ้งข้อกล่าวหา มันก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นแล้ว ตอนนั้นเราไม่เคยรู้เรื่องคดี ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ตั้งแต่ไปเป็นในฐานะพยาน ครอบครัวก็เริ่มมีความเครียด เริ่มมีคนเข้ามาทั้งดีและไม่ดี มีทั้งคนมาตบทรัพย์เรา มันเยอะแยะไปหมด เราเลยรู้สึกว่าเครียด และเราทะเลาะกัน สิ่งหนึ่งที่พ่อของลูกหรือสุภาพบุรุษอะไรก็ไม่รู้ตอนนั้นที่ควรทำได้ ตอนที่เราทะเลาะกันมากๆ ตอนนั้นผมก็คิดในใจเสมอว่าอะไรเกิดขึ้นเพราะผมรู้จักคนนั้นก่อนใบเตย โดยเราไม่รู้ว่า 7 ปีที่แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด จนมาวันนึงที่เขาเป็นคนผิด สิ่งที่ผมคิดได้อย่างเดียวคือจะต้องไม่มีอะไรถึงลูกเมียผม นี่คือความคิดของคนธรรมดา ผมเลยบอกแม่เลิกร้องไห้เลิกคิดได้แล้ว เราทะเลาะกันด้วย เราไปหย่ากัน ผมคิดได้แค่นั้นตอนนั้น”

 หย่ากันเฉยๆ แต่ในความสัมพันธ์ยังเป็นสามีภรรยา?

“ตอนนั้นผมคิดว่าความรักมันมากกว่าการที่จะเสน่หา มันรับผิดชอบว่าต้องไม่มีถึงลูกเมียผม ผมคิดได้แค่นั้นตอนนั้น ผมไม่รู้ว่าความจริงเราบริสุทธิ์ เราไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เขากล่าวหา คิดได้แค่ว่าภรรยาต้องออกไปเลี้ยงลูกและต้องไม่มีอะไรไปรบกวนเขาทั้งนั้น เพราะว่าทั้งหมดทั้งมวลใบเตยเขาเป็นคนขยันและเป็นคนเก่ง เงินทรัพย์สินทั้งหมดเราหามาได้ด้วยเงินบริสุทธิ์ เราก็กลัวว่าจะมีกระบวนการมารังแกหรือเปล่า”

การหย่าไม่ได้เกิดจากการยุติความสัมพันธ์?

“มันก็มีครับ ทุกคืนเราทะเลาะกันในห้องหนักมาก ทั้งเราจะเลือกทนายคนนี้ เขาจะเลือกทนายคนนี้ คุณพ่อคุณแม่เรา คุณพ่อคุณแม่เขาต่างฝ่ายต่างเครียด มันแตกสลาย มันแย่มาก ตั้งแต่ก่อนเข้าไป มันแย่จนไม่รู้จะอธิบายยังไง มันมีการทะเลาะ มีเอกสาร เป็นที่เดิมๆ ที่เราอยู่ตรงนั้นแล้วเราไม่มีความสุข เราเลยคิดว่าอันนี้อาจเป็นทางที่ดีที่สุด แต่ผมคิดว่าถึงไม่เจอเรื่องเลวร้ายอะไร ก็ต้องมีการแยกย้ายกันไปหรือเปล่าในวินาทีนี้”

จบความสัมพันธ์กันแล้วจริงๆ เหลือแค่คุณพ่อคุณแม่ให้ลูก?

“ตามกฎหมายจบไปนานแล้ว เราก็ไม่รู้อีก วันนั้นยกฟ้อง มันก็มีหลายความคิด เราจะได้กลับมามั้ย แต่คิดในใจตลอดว่าเรามีความถูกต้อง ศาลต้องให้ความยุติธรรม และท่านก็ให้ความยุติธรรมจริงๆ เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับข้อกล่าวหาทั้งหมด ก็น่าเห็นใจใบเตย ที่ได้ประกันออกมาก่อนและอยู่คนเดียว เหมือนอยู่เฉยๆ ได้ผมกลับมาอีกครั้งนึงทำยังไงดี เราไม่ได้เจอกันปี 7 เดือน เขาก็น่ารักมากๆ นะครับ ผมก็ไม่รู้ใจของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงคิดอะไรบ้าง แต่ผมออกมาแล้ว เขาก็มีความสุขตรงที่ลูกได้เจอพ่อ ผมคิดเองนะว่าลองอีกสักครั้ง ไหนๆ ก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว วันคริสต์มาสผมได้กลับมาเจอลูก ก็เหมือนจะเป็นครอบครัวกันอีกครั้งนึง”

สาเหตุหลักที่แมนยอมรับว่าอาจเกิดจากตัวแมนเอง คือละเลยคำว่าสามี?

“จะบอกเป็นอุทาหรณ์เลยนะ บางทีความที่เราลืมไป ผู้ชายเหมือนควายเผือก บางทีเราไม่รู้ว่าเราลืมให้ความสำคัญในจุดที่ละเอียดอ่อน เช่น ใบเตยเป็นคนที่ทำงานเก่ง เขาต้องออกไปเล่นคอนเสิร์ตทุกวัน ต้องออกไปทำงาน เราลืมกอดเขา ลืมบอกรักเขา ลืมขับรถไปส่งเขาด้วยตัวเอง อันนี้รู้เพราะคนรอบข้างบอกว่าทำไมไม่ไปส่งใบเตยบ้าง เขาอยากให้ไปส่งนะ อยากให้ไปเป็นเพื่อนบ้าง อยากให้กอดบ้าง สมมติมีวันไปเขาใหญ่กับลูกมั้ย ผมก็จะบอกว่าที่รักพาลูกพาคุณพ่อไปเถอะเราไปเที่ยวกันบ่อยแล้ว ที่รักพาพ่อตาไปเที่ยวเถอะ เดี๋ยวผมอยู่บ้านดูแลบ้าน เฝ้าบ้าน ทำสวนทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ของผม ลืมไปว่าเขาอยากมีเราอยู่ข้างๆ ตลอด เรื่องราวนี้มันหลายปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนแต่งงานจนแต่งงาน พอมีลูกผมก็โฟกัสที่ลูกอย่างเดียว เพราะผมไม่คิดว่าชีวิตผมจะมีลูกสาวตัวเล็กๆ  น่ารักๆ ผมเลยทุ่มเวลาทั้งหมดให้ลูกผม”

พอรู้ว่าปัญหาเป็นแบบนี้ ทำไมไม่ปรับตัวให้ความรักภรรยา?

“ไม่ทันปรับ มันก็มีเรื่องต่างๆ นานา เอาเรื่องที่ก่อนเข้าไปก่อน เราไม่รู้ตัวหรอก เราใช้ชีวิตปกติ เราไม่รู้หรอกในใจเขาคิดอะไรอยู่ แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจเหมือนเดิม เพิ่งรู้ตอนดีฟทอล์กล่าสุด พอเรากลับมาอยู่ด้วยกันในวันที่เราแตกสลาย เราเข้าไปอยู่ในนั้นทั้งคู่ ภาพเดิมๆ กลับเข้ามาเวลาเรามองหน้ากัน มุมเดิมที่เราเคยทะเลาะกัน เตียงเดิมที่เราเคยทะเลาะกันแรงๆ ทุกครั้งกับเรื่องคดี ต่างคนต่างโทษ แม่เราคิดแบบนี้ แม่เขาคิดแบบนี้ มันพังไปหมด ภาพเหล่านั้นมันกลับมาว่าเรายังมีความสุขกันอยู่หรือเปล่า คุณยังรักผมอยู่มั้ย มันไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กซ์แล้วครับ ตอนแรกผมคิดว่าเราเป็นผู้ชาย เราเติมเต็มเรื่องนี้ตลอด พลังเยอะ การมีภรรยาคือเรื่องนั้น แต่ว่าเปล่า บางทีใบเตยเดินมาหาผมแล้วบอกว่าป่ะป๊ากอดหน่อย แล้วเขาก็ร้องไห้”

ใบเตยพูดกับแมนว่าชีวิตคู่จะรักแต่ลูกอย่างเดียวไม่ได้?

“ใช่ ผมพูดกับลูกหลายครั้งว่าหนูคือชีวิตของป่ะป๊าเลยนะ ป่ะป๊ารักหนูที่สุด ใครมาแตะต้องหนู ป่ะป๊าจะใช้ชีวิตป่ะป๊าแลกเพื่อให้หนูปลอดภัย เพราะเขาชอบดูติ๊กต๊อก แล้วถามว่าป่ะป๊าถ้ามีคนมาทำร้ายหนู ป่ะป๊าจะทำยังไง เขาเหมือนเด็ก ก็จะบอกว่าคนๆ นั้นจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แน่นอน ป่ะป๊าสัญญา ไม่มีใครทำร้ายหนูได้ ถ้าป่ะป๊าอยู่ตรงนี้ ใบเตยเขาก็พูดมาว่าแต่อย่าลืมว่าป่ะป๊าก็ต้องรักแม่ของลูกด้วย แม่ของลูกก็ต้องการความรัก นี่คือคำพูดหลายเดือนที่ผมได้ยินมา แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นแผลในใจเขาเรื่อยๆ กับภาระที่เขาเป็นซึมเศร้าด้วย”

 เหตุการณ์แยกห้องนอน เกิดขึ้นนานหรือยัง?

“แอ็กติวิตี้ผมกับเตยค่อนข้างแตกต่างกันมาก บางทีผมถ่ายละคร ถ่ายละครยูทูป ผมต้องเช้าหน่อย แต่ใบเตยเล่นคอนเสิร์ตกลับมา บางทีตี 1 ตี 2 ตี 3 เราก็อยากนอนด้วย เขาดูแฟชั่น ดูการเต้น เขาจะปรับเปลี่ยนวงเขาตลอดเวลา ซึ่งเขาเล่นมือถือมันเสียงดัง ผมบอกว่าเดี๋ยวผมต้องไปส่งลูก ต้องไปทำงาน ผมไปนอนอีกห้องดีกว่า เพราะผมหลับยาก มันเริ่มมาเรื่อยๆ จนเริ่มชิน บางทีก็นอนดูหนังด้วยกันบ้าง บางทีเขาอัดวิดีโอไว้บอกว่านอนไม่หลับเลย ผมกรนหนักมาก แล้วบอกว่าหลับยาก แต่ความจริงผมอยู่กับเขาผมหลับเร็วเพราะผมรู้สึกว่าผมอบอุ่น ผมยังคิดเลยว่าผมก็พลาดเรื่องนี้ไปเหมือนกัน บางทีเราไม่ควรแยกห้องนอน สามีภรรยาควรนอนคุยกันหลายๆ เรื่อง ก็พลาดโอกาสนี้ไปเป็นปีๆ เหมือนกัน ที่ไปๆ มาๆ 5 วันไปนอนทีนึง 6 วันไปนอนทีนึง เราควรนอนทุกวัน ถึงรำคาญกัน แต่มันก็ยังได้อยู่ด้วยกัน” 

จับเข่าคุยกันหลายเดือนมาก พอได้รู้มีการลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นิสัยของตัวเอง?

“ปรับครับ แต่พอเราปรับแล้วเรายังอยู่ด้วยกัน มันเหมือนกับว่าเขาเพิ่งมาพูดในวันที่เขาสะสมเป็นปีๆ รวมกับแผลที่แตกสลาย ที่เราไปเจอเรื่องโหดร้ายทางด้านจิตใจข้างใน ซึ่งแต่ละคนก็รู้สึกว่ามันหนักจริงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง”

 มีเวลาเหลือให้ได้ปรับตัวมั้ย?

“เวลาหลักเดือนมันไม่พอ เพราะว่ามันต้องใช้อะไรหลายๆ อย่างเยอะมาก ไม่สามารถทำได้ภายในเดือนสองเดือน แต่เขาก็ให้โอกาสมาตลอด ยิ่งเราพยายาม บวกกับความที่เราเป็นคนขี้น้อยใจด้วย สิ่งที่เขาพูดเขาคิดแบบนี้หรือเปล่า เขาไม่รักเราแล้ว เขาไม่ต้องการเราแล้วจริงๆ มันบวกกัน แล้วต้องมาเจอหน้ากันในมุมเดิมๆ บางทีเราก็แว็บขึ้นมา ในสถานที่เดิมๆ ที่เราทะเลาะกันแรงๆ มันก็ยาก แต่ทั้งที่สิ่งที่จะเยียวยาเราได้คือลูก แต่มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล คนนี้มาเติมลูกมีความสุข แต่เรามานั่งคุยกัน มันมีอะไรเป็นคอนฟริกกันอยู่ตลอดเวลา”

จุดไหนที่คุยกันว่าเราจบกัน?

“ไม่มีถึงขั้นนั้นครับ แต่มีหลายครั้งก่อนแต่งงานกัน เราทะเลาะกันหนักหลายรอบ สมัยนั้นผมก็ยังเกเร ติดอยู่ทองหล่อ เขาก็ไปตาม น้อยใจ หลายครั้งที่ตกลงกันว่าเราเลิกกัน ต่างคนต่างไปใช้ชีวิต เตยเลยไปเที่ยวต่างประเทศ ผมก็ไปเที่ยวต่างจังหวัด ขี่มอเตอร์ไซค์ไปโน่นไปนี่ ประมาณเดือนนึงมันก็คิดถึงกัน พอไลน์หากันเขาก็บอกว่าหนูคิดถึงป๊าอยู่พอดีเลย ผมก็บอกว่าคิดถึงก็กลับมาสิ ก็ดี มันก็เป็นแบบนี้อยู่สองครั้ง นั่นคืออดีต แต่ตอนนี้มันยังไม่ได้ลอง ตอนนี้ใบเตยงานเขาเยอะมาก เราดีใจกับเขามาก เขาควรได้รับสิ่งนี้ เขาไม่ได้ทำอะไรผิด และมีความสามารถ เป็นเวิร์กกิ้งวูแมน เขาควรได้รับสิ่งนี้เข้ามาสักที เริ่มเห็นรอยยิ้มเห็นความสุขของเขา เขาก็เล่าให้ฟังว่าป่ะป๊ารู้มั้ยการที่หนูได้กลับมามีงาน แดนเซอร์หนูก็มีงาน ช่างแต่งหน้าหนูก็มีงาน ช่างเสียง ช่างไฟมีงานไปเลี้ยงครอบครัวหมด เขาเป็นเดอะแบกที่แบกคนเยอะมาก ทุกคนมีความสุขหมด ผมก็บอกว่าดีแล้ว ไม่ได้เห็นรอยยิ้มนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ออกมา ตั้งแต่เป็นโรคซึมเศร้า ตอนนั้นเขายังเหม่อลอยอยู่ ตอนนี้มีความสุขที่สุดที่เขากลับมา และมีความสุขด้วยถ้าเขาไม่มีเรา แต่มีความสุข ก็ดีใจมากเลยนะ เพราะคนที่รักเขามีความสุข”

อีกหนึ่งสาเหตุที่ตัดสินใจแยกกัน คืออยากแบ่งเวลาไปดูแลครอบครัวของแต่ละคนด้วย?

“อันนี้เราคุยกันด้วย วันที่เราเข้าไปในนรกเต็มๆ สิ่งที่เราลืมคิดไปเลยคนที่มาเยี่ยมพวกเราทุกวันคือคุณพ่อคุณแม่ พ่อแม่ผม 75 ขับรถเก่าๆ มาเยี่ยมผมทุกวันไม่เคยขาดยกเว้นวันหยุด เราลืมไปหรือเปล่า ตอนนี้เราแบ่งเวลาไม่ได้หรอก เราอยู่กับลูกทั้งวัน ตอนนี้พ่อก็เดินไม่ได้แล้ว ก่อนเข้าไปไปผ่าตัดเบ้าสะโพกแก พ่อเหมือนใจสลาย ไม่ไปคอนตินิวเกี่ยวกับการบำบัดกายภาพ แกกลายเป็นคนเดินไม่ได้ไปข้างนึง แกรักเรามาก แม่ป๋องก็ 75 76 แล้ว เป็นเบาหวานบ้างเป็นอะไรบ้าง รู้สึกว่าบ้านที่เราเติบโตมา พอได้กลับไป บ้านที่ไม่มีเราอยู่มันเสื่อมโทรมมากเลยนะ สกปรก พ่อกินวิตามินหมดอายุ ครัวถล่มปลวกกิน เราเข้าไปก็สะเทือนใจมาก เราต้องกลับไปทำให้บ้านหลังนี้ดีด้วย เพราะชีวิตที่เหลืออยู่ของสองท่านนี้มันน้อยกว่าเราแล้ว ไม่อยากเสียดายเวลา คนที่เขาดีกับเราที่สุดในชีวิต คนที่เขารักเรามากๆ ต้องไปเติมเต็มหัวใจเขาเหมือนกัน เวทมนต์ยังมีแม่ มีแม่ยาย มีพี่เลี้ยงดูแล เราสามารถไปๆ มาๆ ได้ มันก็รู้สึกว่าจริงเหมือนที่ใบเตยบอก เราควรไปดูแลพ่อแม่เราให้ดีที่สุด วันไหนที่เราคิดอะไรได้ เราไปนับหนึ่งใหม่ ถ้าเรากลับมาจิตใจดีขึ้น ไม่ได้ชวนทะเลาะ นั่งทะเลาะกันเรื่องเก่าๆ ภาพเดิมๆ กลับมา อะไรก็อาจดีขึ้น เราอาจกลับมาก็เป็นไปได้ หรือไม่กลับมาเราก็คิดว่าควรให้คนที่รักเขามีความสุขที่สุด ขอให้เขาเจอคนที่ดี เขาก็พูดกับเราแบบนี้เหมือนกัน อันนี้เป็นเรื่องอนาคต”

สิ่งที่ใบเตยออกมาให้สัมภาษณ์ แมนก็ได้ฟังพร้อมคนทั้งประเทศ?

“ตกใจอยู่เหมือนกันครับ ความรู้สึกมันแย่ ผมรู้สึกว่า เฮ้ย อะไรวะ คิดอย่างนี้จริงๆ นะ แต่ก็เข้าใจว่านักข่าวคงเห็นว่าไม่ได้ลงรูปวันเกิดผม ไม่มีรูปผมเลย เขาคงถาม เป็นเรื่องที่ใบเตยอาจพูดออกไปเพราะต้องพูดหรือเปล่า แต่ทำให้ผมรู้สึกเศร้านะ ทำไมต้องบอกให้ทุกคนรู้ เพราะทุกคนก็ต้องมาถามอีก”

ตอนแรกตกลงกันว่าไง?

“เราไม่ได้พูดหรอกว่าอย่าพูดออกสื่อ แต่มันคือการดีฟทอล์กกันในครอบครัว รู้กันสองคน เราโฟกัสเรื่องเวทมนต์มาก เวทมนต์ต้องเป็นเด็กที่ตอบหลายเรื่องอยู่เหมือนกันแล้วลูกเรายังเด็ก แต่เขาดันพูดไปแล้ว เราก็รู้สึกว่าเครียด และยิ่งทำให้แผลในใจเปิดเข้าไปอีก แทนที่จะอยู่ด้วยกันโดยผมไม่คิดมาก กลายเป็นว่ากำลังคิดบวกอยู่ เพื่อนคนนี้โทรมาเป็นห่วง เพื่อนคนนี้โทรมาเฮ้ย จริงเปล่าวะ มันก็ยิ่งตอกย้ำให้เรากลับมาเครียดอยู่ได้เรื่อยๆ ถ้ามันเป็นเรื่องที่เงียบก็ไม่มีใครถามอะไร ค่อยๆ ผ่านไป ถ้าเรื่องมันดีก็กลับมาดี ถ้าไม่ดีก็คงเป็นข่าวในอนาคต”

เรามีความหวังลึกๆ ในใจว่าจะกลับมาดีเหมือนเดิม?

“ผมมีเสมออยู่แล้ว เพราะว่าเขาคือแม่ของลูกผม มันคือครอบครัว มันมากกว่าเสน่หาหรือคนรัก มันคือแฟมิลี่ แต่เขาก็ไปสัมภาษณ์รายการอื่นๆ บางทีเขาก็พูดแล้วแต่สไตล์คนสัมภาษณ์เหมือนกัน ถ้าไปฟังเนื้อหาใบเตยเขาก็พูดดี เขาบอกว่าแยกกันบางทีมันอาจจะดีกว่าเดิม แล้วทุกอย่างอาจกลับมาเป็นแฟมิลี่ถ้ามันดีขึ้น แต่บางรายการ หรือบางคำพูด ผมก็เครียด”

มีคอมเมนต์ที่เข้ามาแซวพอข่าวออกไป บอกว่าใบเตย สามีที่ดีคือสามีใหม่?

“ก็อาจจะจริงก็ได้นะ ถ้าอะไรจะเกิดวันนี้ก็ต้องเกิด สิ่งที่เจอมาในชีวิตหนักมากกว่านี้อยู่แล้ว แต่โฟกัสว่าอย่างน้อยต้องทำหน้าที่คุณพ่อให้ดีที่สุด นี่คือความสุขของเรา ถ้าเรื่องนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นเราไม่รู้ แต่ถ้าคนที่เรารักมีความสุข เจอคนที่ดีกว่า ไม่รู้ว่าดีกว่าในทีนี้คืออะไร เราก็จะมีความสุขไปด้วย”

ไม่ห่วงเหรอเกิดหนีเสือปะจระเข้?

“เดี๋ยวค่อยว่ากัน เดี๋ยวโทรหาพี่เป็กเอา ผมก็เป็นห่วงเขาเหมือนกันนะ ในการเลือกคบเพื่อน เลือกคบคน อย่างที่เห็นทุกวันนี้ผมก็เป็นห่วงเขานะ ผมอยากให้เขาแยกแยะให้ออกว่าอันไหนคือเพื่อนแท้ เพื่อนไม่แท้ ใบเตยเขาเป็นคนน่ารักกับทุกๆ คน”

ใบเตยบอกว่าเข็ดแล้วกับความรัก ไม่ขอมีสามีอีก ขอโฟกัสเรื่องลูกและงาน ใจชื้นขึ้นมามั้ย?

“เชื่อว่าอันนี้เป็นความคิดของเขาจริงๆ เราเรียนรู้ผู้หญิงคนนี้มา 17 ปี  เตยเป็นคนที่ไม่เคยบอกรัก เป็นผู้หญิงหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีตามปีมะโรง เตยเป็นคนที่ชอบทำมากกว่าพูด ผมรู้จักภรรยาผมดีระดับนึง ว่าข้อความนี้เป็นเรื่องจริง ส่วนข้อความในบางรายการที่บอกว่าเราคุยกันแล้วว่า ป่ะป๊าออกไปเติบโตให้ป่ะป๊าดีขึ้น ต้องทำงานมากกว่านี้ ต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัว รับผิดชอบหนูให้ได้มากกว่านี้ อันนี้คือเรื่องจริง เพราะหลังใบเตยเป็นซึมเศร้า เราใช้พลังทั้งหมดส่งไปให้เขากลับมามีพลัง พอเขากลับมามีพลัง เราอาจลืมไปเลยก็ได้ว่าพลังนั้นกลับมาที่เราหรือเปล่า เพราะเรายังไม่เคยปรึกษาใครได้เลยนอกจากคุณพ่อ หรือบางทีเราเป็นซึมเศร้าวะ หรือเราอ่อนแอลงกว่าเดิมวะ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน สองสามวันนี้บางทีผมกินข้าวไม่ได้เลยนะ ผมอาจเป็นโรคเครียดก็ได้ ซึ่งยังไม่ได้ไปหาหมอเลย ผมชอบเอาชนะด้วยตัวเองก่อน ตอนอยู่ในนั้นผมยังไม่ไปพบเลย หนักนะ คิดเหมือนกันว่าเดี๋ยวอาจต้องไปพบบ้าง เราไม่รู้ว่าการได้ระบายกับคุณหมอ เขาอาจมีแง่คิดดีๆ ก็ได้”

นอกจากเครียดเรื่องครอบครัว เครียดเรื่องงานด้วย?

“อย่างที่เห็นแหละ เราเป็นนักแสดง ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ยังขอบคุณผู้จัดหรือทุกคนที่ยังเห็นค่าอยู่ ละครเอาจริงๆ มันเลี้ยงชีวิตเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว เราไม่ได้มีเหมือนแต่ก่อน ปีนึง 4-5 เรื่อง เดี๋ยวนี้เป็นแนวตั้ง เป็นเน็ตฟลิกซ์ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมด เราได้เล่นหนังก็โอเค มีความสุข ได้กลับมาใช้วิชาที่ได้เรียนมา ตอนนี้มีซีรีส์ใหม่ แต่งานพระเครื่อง ตอนเราโดนดิสเครดิตไปก็เหมือนนับหนึ่งใหม่ เพราะเราทำงานด้วยความน่าเชื่อถือมาโดยตลอด เราโดนดิสเครดิตไปเรื่องนั้นมันก็หายไป 70 เปอร์เซ็นต์ วันนี้ทำรายการโคตรแมน ทวงความยุติธรรมให้คนในประเทศ และให้ตัวเองด้วย ให้พูดแง่คิด เอาตร.มาสัมภาษณ์ เอาคนมาสัมภาษณ์ให้รู้ว่าเรื่องนี้มีจริงนะ ระบบกล่าวหา ทุกคนต้องเข้าไปอยู่ในคุกก่อน หรือทุกคนต้องสู้คดีแบบไหน ทำไงไม่ให้โดนข้าราชการคอร์รัปชั่นมันทำร้ายได้ เพราะตอนนี้คนคอร์รัปชั่นมันมีอำนาจมากกว่าคนดี ไม่ได้กลัวอะไร ก็ทำไป แล้วยังมีกัลยาณมิตรที่เหลืออยู่ แต่ถามว่ามันทำเงินได้เหมือนเดิมมั้ยก็ไม่ได้ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเครียดสำหรับเราเหมือนกัน สิ่งที่เราสร้างไว้ก็เยอะพอสมควร เราซัปพอร์ตช่วยเขาได้ไม่มากเท่าไหร่ ก็ไปขายของกับพี่เป็กพี่ธัญญ่า เขาให้ความกรุณาตลอด ขายโรลออน ทำทุกอย่างที่เราไม่เคยทำ ไม่ได้อายอะไร มีอะไรได้เงินที่บริสุทธิ์เราก็ทำหมด”

เครียดเรื่องความรู้สึกเราเป็นต้นเหตุหรือเปล่าทำให้ครอบครัวพัง?

“มีอยู่แล้วครับ เราคิดอยู่เสมอว่าเรานี่แหละเป็นต้นเหตุทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น ถ้าเราไม่พาคนนั้นๆ เข้ามาในชีวิต ภรรยาเราคงไม่ต้องเดือดร้อน ครอบครัวเขาก็ไม่เดือดร้อน ผมโทษตัวเองตลอด ไม่เคยโทษคนอื่น ผมรู้สึกว่ามันมีส่วนเกิดขึ้นกับผมจริงๆ ที่ทำให้ครอบครัวเป็นแบบนี้ แต่ถามว่าวันนี้ถ้ามานั่งเครียดอะไรมากๆ ผมก็มีอีกความคิดนึงตอนผมสวดมนต์ปฏิบัติธรรม เราต้องอยู่กับปัจจุบัน เพราะเราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว วันนี้เราก็บริสุทธิ์แล้ว อะไรที่เกิดขึ้นแล้วมันดีเสมอ มันอาจเป็นบทเรียนทำให้ผมเปลี่ยนบทบาทชีวิต เช่นเดี๋ยวนี้ไปเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัย มีน้องๆ ที่เคยผิดพลาด มีผมเป็นไอดอล ช่วยเขาให้เป็นคนดีในอนาคตได้ ผมก็มีความสุขอีกแบบของผมอีกด้านนึง”

เคยขอโทษใบเตยมั้ยกับเรื่องที่เกิดขึ้น?

“ผมขอโทษเขาตลอด ขอโทษตั้งแต่อยู่ข้างใน เจอที่ศาล ผมเห็นสภาพเขาแล้วผมบอกว่าผมขอโทษ เขาก็ร้องไห้ บอกไม่เป็นไร ไม่เคยโกรธป๊าเลย เขาเป็นผู้หญิงที่น่ารัก คิดดี ผมไม่เคยอยู่กับใครนานขนาดนี้ในชีวิต เขาเป็นคนดีมาก”

วางแผนบอกลูกสาวยังไง?

“ยังไม่รู้เหมือนกัน ทุกวันนี้ที่ยังไปๆ มาๆ หรือกลับไม่ได้ก็เพราะลูก ใบเตยก็ฝากไว้เหมือนกัน อย่างเดือนหน้าสองเดือนคอนเสิร์ตเขาเต็มหมดเลย ลูกเราอยู่กับแม่บ้าน ผมก็พาเขาไปทำกิจกรรม อย่างฮาร์เบิลแลนด์ อะไรก็ได้ที่ลูกชอบจะพาไปหมด เด็กสมัยนี้ฉลาดมากเขารู้แม้กระทั่งเรื่องที่ไม่น่าคิดถามผมมาได้ พระพุทธเจ้าหน้าตาเป็นยังไง ทำไมมีหลายองค์ เวลาเราตอบลูกต้องใช้ความคิดเยอะมาก เพราะเขาจะจำ เขาลึกซึ้งมาก ต้องระวังมากๆ ผมเชื่อว่าเขาเป็นเด็กฉลาดพอจะรู้ว่าครอบครัวนักสู้ของเขาอะไรมันเกิดขึ้นบ้าง และเขาต้องดำเนินชีวิตต่อไปในแบบที่ดี ผมเชื่อว่าวันนึงถ้าเขารู้เขาจะเข้าใจ หรือวันนึงพ่อแม่กลับไปเขาก็เข้าใจ ผมเชื่อว่าความรักของลูกยิ่งใหญ่มากๆ ที่จะเชื่อมทุกอย่างเข้ามาหากันได้”

มีประเด็นเรื่องค่าเทอมลูก วันนี้แมนบอกว่าออกเองทุกอย่าง?

“ดูทรงเราพูดจริงหรือพูดเล่น ตั้งแต่ไม่ออกมาเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตภรรยาบ้าง แต่ตั้งแต่เราออกมา เทอมแรกน้องสาวเราที่อยู่อเมริกาช่วยกับน้องลุกซ์ ช่วยกันหาเงิน นอกนั้นก็เป็นหน้าที่เราทั้งหมด มีสเตทเมนต์โรงเรียนเราเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด ช่วงแรกที่อาจแย่หน่อย เพราะใบเตยออกมา ค่าใช้จ่ายน่าจะเยอะ แต่ตอนนั้นผมอยู่ข้างใน ผมยังไม่รู้ แต่ตั้งแต่เทอมแรก ครอบครัวผมกับครอบครัวใบเตยช่วยกันแน่นอน นอกนั้นก็เป็นหน้าที่ของผมหมด”

ข่าวเกี่ยวกับค่าเทอม ที่มีการโยงพาดพิงถึง อยากบอกอะไรเขามั้ย?

“เรื่องที่เราคุยกันวันไกล่เกลี่ย เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าพูดอะไรกัน และมันควรจะจบตั้งแต่ตรงนั้น เพราะศาลไกล่เกลี่ยบอกว่าให้จบตรงนี้ ก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าออกมาพูดเพื่ออะไร ไม่พูดจะดีกว่า ให้มันจบไป หรือคุณอยากมาช่วยเหลือน้องที่คุณรักก็ไม่จำเป็นต้องออกมาพูดออกสื่อ มันดูไม่ดีหรอก อีกอย่างเดี๋ยวสื่อเขาจะไปโยงนั่นนี่ อย่าล้ำเส้น โดยเฉพาะเรื่องลูกสาวผม ผมเตือนไว้แค่นี้ อย่าล้ำเส้น”

ทุกวันนี้อยู่บ้านเดียวกันมั้ย?

“อยู่ครับ เมื่อเช้าก็อยู่ เดี๋ยวใบเตยมีคอนเสิร์ต ตอนนี้ผมมีแม่บ้านพม่าคนนึงชื่อน้องมะลิ เขาอยู่กับลูกทั้งวัน เวทมนต์ไม่กลัวมะลิ เขามองมะลิเป็นเหมือนเพื่อน เวทมนต์จะทำกิจกรรมที่ผมไม่ค่อยชอบให้ทำ คือเล่นไอแพดบ่อยๆ กินไอติมนั่นนี่ เขาจะคอนโทรลทั้งหมด แต่ถ้าผมอยู่ ผมจะพาออกไปโน่นไปนี่ ไปหาคุณปู่คุณย่า ก็ไปๆ มาๆ แบบนี้ก่อน แต่คุยกันอยู่เลยว่าแล้วเมื่อไหร่เราจะได้ห่างกัน หนูยังสับสนอยู่เลยว่าจะเอายังไง ป๊าลองห่างกับหนูสักหน่อยมั้ย จะได้มีเวลาให้คิดถึงกัน ตั้งแต่แต่งงานไม่เคยไปนั่งมองทะเลโง่ๆ เพื่อชาร์จพลังเลย เมื่อก่อนอินดี้ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปกินกาแฟที่เขาใหญ่ แล้วก็ขี่กลับ แล้วก็ได้ไอเดียมาคิดรายการทำโน่นทำนี่ บางทีเราต้องใช้เวลากับตัวเองบ้าง ใช้เวลากับเซฟโซนตัวเอง ไปนั่งมองท้องฟ้า ไปเขาใหญ่ 7 ปีไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบนี้เลย อยู่แต่กับลูก จนตอนนี้กลิ่นตัวมีแต่ลูก ตอนนี้ความโหดหายไปหมดแล้ว (หัวเราะ) ตอนนี้เวลาทั้งหมดให้ลูก”

โพสต์ที่บอกว่าขอบคุณนะลูกที่ทำให้พ่อเป็นคนใหม่ ดึงสติพ่อกลับมา ทำให้พ่อรู้ว่าพ่อจะไม่กลับไปเป็นคนเดิม ตอนที่โพสต์ข้อความนี้คิดอะไร?

“ที่ผ่านมาทั้งหมด ไม่เคยออกมาพูดที่ไหน ไม่เคยโพสต์อะไรเลย เก็บความรู้สึกไว้ แล้วก็ตกผลึกว่าพาลูกไปไหว้พระที่บ้านคุณปู่คุณย่า เรามองไปที่เขา ถ้าเป็นเราแต่ก่อน มีใครพูดถึงเรา ก็จะโพสต์หรือบุกไปที่นั่นที่นี่ เรารู้สึกว่าบางทีแค่มองเขา เราก็รู้สึกว่าต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของเขาในอนาคต เพื่อนเขาต้องพูดถึงเรา เดี๋ยวนี้ที่โรงเรียน คุณครูฝรั่งตั้งฉายาว่าพ่อเวทมนต์คือเดอะก็อตฟาเธอร์ ก็บอกว่าไม่ใช่ลูก พ่อเป็นคนธรรมดา มาเฟียแปลว่าอะไรป่ะป๊า คือทรงเราเป็นแบบนี้ แต่ความจริงเราเป็นคนอ่อนไหว ร้องไห้ง่าย เสื้อบางตัวที่ออกไปข้างนอก ติดคุโรมิหมดเลยนะ คนมาขอถ่ายรูปยังหัวเราะเลย ลูกสาวมาเติมความอ่อนหวานให้ชีวิต เรามองเขาแล้วรู้สึกว่าจะเป็นคนเดิมไม่ได้แล้ว เราต้องมีสติมากกว่านี้ ต้องเป็นคนที่คิดก่อนพูด ชั่งใจแล้วชั่งใจอีกเพื่อลูกสาวคนนี้ เลยเขียนข้อความนี้ขึ้นมา” 

น้องเวทมนต์ 5 ขวบ รู้เรื่องเยอะมาก?

“เยอะจนงง บางทีนั่งสวดมนต์ด้วยกันทุกคืน เขาจำบทสวดมนต์ได้เร็วมาก คาถาของหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง มอบให้เสด็จพ่อร.5 เป็นคาถาที่ท่านเสด็จประพาธยุโรป แล้วทำให้ม้าไม้พยศ หรือลมในเรือเปลี่ยนทิศทาง เราเชื่อคาถานี้ศักดิ์สิทธิ์มากๆ คาถานี้ไม่ธรรมดา เลยสอนคาถานี้ให้เวทมนต์ท่องทุกวัน ลูกสาวจำได้ ท่องเสร็จ 5 จบให้กลืนน้ำลายคิดถึงหน้าพระพุทธเจ้าจะมีเรื่องดีๆ เขาก็จำได้ ท่องได้แล้ว หลังๆ กำลังจะให้ท่องพระพุทธเจ้าชนะมาร อย่างสอนเขาได้ซึมซับ บทสวดมนต์นะถ้าไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยได้เรื่องความจำ สองได้สมาธิ สามระหว่างสวดมนต์จะไม่คิดเรื่องอื่น เวทมนต์จริงๆ เป็นเด็กไฮเปอร์มาก แต่เวลาเขาสวดมนต์เขามหัศจรรย์มาก ตอน 5 ขวบผมยังโดนเตะอยู่หลังคลองอยู่เลย เขาสามารถทำแบบนี้ได้แล้ว ค่อยๆ สอน นั่งสมาธินับหนึ่งถึงร้อยได้”

อธิษฐานจิตตอนเวทมนต์เกิด?

“อธิษฐานจิตตั้งแต่เสพสังวาส ปกติการเสพสังวาสต้องแซ่บ ต้องเกิดจากอารมณ์ ความรู้สึก ต้องเหมือนในหนัง 365 วันนั้นตั้งใจให้เขาเกิดมา ก็เลยซีเรียสหน่อย อธิบายจิตตั้งแต่ตอนนั้นเลยว่าขอให้สิ่งดีๆ มาเกิด เพื่อมาช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศชาติ ไม่มากก็น้อย เช่น อาจเป็นหมอ หรือเป็นคนเก่งๆ สักคนหนึ่ง มีการไปขอที่วัดบวรฯ วัดอรุณฯ บอกว่าถ้าเด็กคนนี้เกิดมา ขอให้แต้มขี้แมลงวันไว้ที่ไหนก็ได้ให้ผมเห็น ถ้าคำอธิษฐานนี้เป็นจริง ถ้าลูกผมคลอดออกมา ขอให้ผมเห็น คลอดออกมาปุ๊บ ก็มีขี้แมลงวันอยู่ตรงหน้าผาก แล้วใบเตยตั้งแต่คบมา ตั้งแต่เขาท้อง เขาเป็นผู้หญิงที่น่ารักที่สุดในโลกเลย พูดอะไรก็ฟัง ไม่เคยด่า สวดมนต์ด้วยกันทุกคืน กินก็ง่าย ตอนท้องเวทมนต์ใบเตยกินแต่ปลาหมึกย่าง ปลาหมึกบด ช่วงโควิดโตตามวินมอเตอร์ไซค์ทั้งหมดว่ามึงไปหาปลาหมึกบดมาให้ภรรยากูเดี๋ยวนี้ ผมจะหาไงเฮีย มึงไปหามาให้ได้ จนไปเจอบ้านหลังนึงเขาทำปลาหมึกบด เขาก็กินอยู่แค่นี้ เรารู้สึกว่านี่คือปาฏิหาริย์อย่างนึง ที่เรารู้อยู่คนเดียว ถ้าเล่าให้คนอื่นฟังก็อาจคิดว่าบ้าหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่มีความบังเอิญบนโลกใบนี้”

ฝันเห็นงูอีก?

“ผมกับใบเตยฝันพร้อมกันเลยว่าเห็นงูใหญ่ เพราะบ้านที่เราซื้อหลังนี้ มีหมอของเพื่อนแม่ แม่ก้อย ทาริกา หรือคนที่เรานับถือ มาดูที่นี่หลายครั้งแล้วบอกเจ้าที่ที่นี่คืองูใหญ่ เราก็ไม่ได้คิดอะไร ผมเจองูบ่อย เจอเกือบทุกคืนในบริเวณบ้าน ก็ไปตักออก แล้วอธิษฐานว่าอย่าเข้ามาทำร้ายครอบครัวผมนะ คิดว่างูไม่ได้น่ากลัวเท่าคนหรอก แต่ก็เริ่มเชื่อแล้ว หลังๆ ออกมาจากเรือนจำ มีเรื่องมหัศจรรย์เยอะแยะมากมาย ฝันเห็นงูใหญ่สีดำว่ายน้ำคู่กับเราสองคืนติด ใบเตยก็ฝันเหมือนกันว่าเห็นงูใหญ่ แล้วเราก็ไปบวงสรวงหนังเรื่องนึง จำได้เล่นกับคุณบี น้ำทิพย์ มีเด็กคนนึงนั่งอยู่ เราก็ไปทักเขา ว่าเฮ้ย ชื่ออะไรวะ เหมือนเด็กมีของ เขาบอกชื่อรามครับ ผมเป็นคนปั้นพญานาค เดี๋ยวผมต้องไปปั้นให้บ้านพี่ เราก็อ้าว ทำไม เขาบอกว่าเขาเชื่ออย่างนั้น หลังปิดกล้องที่อยุธยาก็บอกว่าเฮ้ย งั้นมึงมาที่บ้านพี่เลยได้มั้ย น้องก็มาที่บ้านแล้วมาชี้ว่าเดี๋ยวท่านต้องมาอยู่ตรงนี้ แล้วปั้นสด ปั้นด้วยมือ 9 วันเสร็จ ขนลุกมาก องค์นี้เหมือนเกมออฟธอร์ มีหลายคนมาที่นี่บอกว่าท่านมีชีวิตจริง ท่านจะหน้าแบบนี้เลย ท่านองค์ดำแสนสิริจันทรา แต่พอบวงสรวงเสร็จไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ท่านอาจไม่ชอบผม เมียไล่ออกจากบ้าน (หัวเราะ) พูดเล่น ใบเตยงานเยอะมากแล้วมีแต่สิ่งดีๆ ครั้งแรกที่จุดธูปไหว้ท่านไม่นาน เขาไปถามเวทมนต์งวดนี้ออกอะไรลูก เวทมนต์บอก 87 อะไรสักอย่าง เขาถูกหวยครั้งแรก อยากให้ใบเตยสวดมนต์ไหว้พระบ้าง มันจะเสริมบารมีเขาเยอะกว่านี้ ตอนนี้เขาอาจทำงานยุ่ง อยากให้เขาลองเชื่อเรื่องพวกนี้บ้าง ไม่งั้นสิ่งเหล่านี้คงไม่มาอยู่เอง พี่เล็กวัดไผ่เงินก็อย่างนี้ ตอนนั้นเงินแทบไม่มี คิดว่าปั้นแบบนี้ราคาเท่าไหร่ มีคนมาจ่ายให้ บอกว่าแมน สิ่งที่กำลังปั้นอยู่ขอจ่ายให้ หลังจากวันนั้นใบเตยกับเราดีขึ้นเรื่อยๆ อาจติดขัดอะไรบ้าง แต่เรื่องงานเรื่องเงินเรื่องทอง ดีขึ้นทุกวัน จนบ้านตอนนี้กลายเป็นสำนักเล็กๆ มีน้องที่ขายเครื่องกรองอากาศมาบนอะไรไว้ไม่รู้ แล้วอีกเดือนนึงโทรกลับมาว่า คุณแมนหนูเกรงใจมากเลย ท่านไปตามในฝัน บอกว่าบนอะไรได้แล้วมาแก้ด้วย เขาบนขายเครื่องกรองอากาศ เขาอยู่มุมเล็กๆ ห้างแฟชั่นฯ เป็นหลืบเล็กๆ เขาบอกว่าเชื่อมั้ย เดือนที่แล้วมาขอท่าน ขายได้ 1.7 ล้าน ท่านไปตามนางมา นางขอเอาน้ำมะพร้าว ท่านไม่กินของคาว แล้วมีคนมาแก้บนบ่อยมาก มีคนขอได้เยอะมาก คิดว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”

ถ้าวันนึงลูกสาวได้ดูรายการนี้อยากบอกอะไร?

“อยากบอกว่าพ่อกับแม่รักหนูเสมอ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อกับแม่เป็นอาชีพที่ตัดไม่ได้เป็นพ่อแม่หนูตลอดไป เป็นเลือดนักสู้นะลูก เข้าใจโลกอันโหดร้ายใบนี้ อาจไม่ง่ายสำหรับหนู แต่อยากให้รู้ว่าพ่อรักหนูมากที่สุด ชีวิตพ่อก็มอบให้หนูได้ หนูเติบโตเป็นคนดี เป็นนักสู้เหมือนคุณย่า พ่อ แม่ของหนู เราไม่ได้ขาดอะไรเลย ถ้าข่าวไหนที่ได้ยิน มาถามจากพ่อ มาดูจากกัลยาณมิตรของพ่อ หนูสบายใจได้เลยว่าข่าวที่ไม่ดีที่เข้าหูหนู มันไม่ใช่เรื่องไม่ดี มันเป็นเรื่องธรรมดาของโลกใบนี้ เวทมนต์เติบโตอย่างมั่นใจเป็นคนดีของสังคม พ่อแมนรักหนูเสมอ” 

จะมีรักครั้งใหม่มั้ย?

“ตอบไม่ได้นะ ตั้งแต่ใบเตยประกาศไป ก็เป็นข้อดีเหมือนกัน ฮอตมาก มีบ้างแหละ แต่อย่าเพิ่งเลย ตอนนี้ยังไม่พร้อมอะไรทั้งนั้น ยังรู้สึกว่าขออยู่เงียบๆ ถ้าเป็นไปได้จริงๆ ก็ยังรักเขาและครอบครัวเสมอ พร้อมกลับไปดูแลเขาและครอบครัวเสมอ” 

 รอเขาอยู่?

“อยากให้ความบอบช้ำหายไปจากหัวใจเขาก่อน แต่อนาคตก็ว่ากันไป”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

TPN x TERO ผนึกกำลังพิชิตมงฟ้า 2026! ดึง ‘โอปอล’ ติวเข้ม-สมัครด่วนถึง 30 มี.ค.

TPN x TERO ผนึกกำลังพิชิตมงฟ้า 2026! ดึง 'โอปอล' ติวเข้ม-สมัครด่วนถึง 30 มี.ค.

TPN x TERO ผนึกกำลังพิชิตมงฟ้า 2026! ดึง ‘โอปอล’ ติวเข้ม-สมัครด่วนถึง 30 มี.ค.

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.29 น.


จัดเต็มภารกิจพิชิตมงกุฎโลก! TERO x TPN ผนึกกำลังในนาม TPNGTERO เดินหน้าธุรกิจนางงามและความบันเทิงเต็มกำลังพร้อมสร้างตำนานมิสเวิลด์-ไทยแลนด์ 2026 ย้ำความสำเร็จระดับประวัติศาสตร์จาก ‘โอปอล สุชาตา’ พร้อมเปิดรับสมัครสาวงามผู้ทรงคุณค่าก้าวสู่เวทีระดับโลก “มิสเวิลด์”ครั้งที่ 73 วันนี้ ถึง 30 มีนาคมนี้เท่านั้น!”

โดยปีนี้ทางกองประกวดมิสเวิลด์-ไทยแลนด์ยังคงเฟ้นสาวไทยผู้มีศักยภาพ เต็มเปี่ยมด้วยความงาม และความสามารถรวมถึงมีจิตสาธารณะ มาร่วมถ่ายทอดนิยาม ‘Beauty with a Purpose’ ชูบทบาทของสตรีในการเป็นฟันเฟืองสำคัญเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม พร้อมพิชิตมงกุฎแห่งเกียรติยศบนเวทีระดับโลกให้คนไทยได้ภูมิใจอีกครั้ง

ซึ่งการประกวดในปีนี้ถูกออกแบบให้เป็นเส้นทางสู่มงกุฎ (Road to the Crown) ผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้นกับกิจกรรมที่หลากหลายท้าทายความสามารถของผู้เข้าประกวด แบ่งเป็นช่วงแรกเปิดรับสมัครสาวงามจากทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 30 มีนาคม ก่อนจะเข้าสู่รอบออดิชันสำคัญ “To The World Audition” ในวันที่ 9 เมษายน เพื่อคัดเลือกผู้ผ่านเข้าสู่รอบการเก็บตัว

จากนั้นผู้เข้าประกวดจะเข้าสู่ช่วงที่ 2 กิจกรรมเก็บตัวเพื่อทดสอบความสามารถและทักษะพิเศษ หรือ Fast Track Challenge ระหว่างวันที่ 26 เมษายนถึง7 พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญในการผ่านเข้ารอบอัตโนมัติของสาวงามผู้มีความสามารถโดดเด่นในทักษะพิเศษต่างๆ อย่างเช่น ทักษะในการเดินแบบ ( Top Model ) ทักษะความสามารถพิเศษ ( Top Talent )                         

ทักษะการพูดในที่สาธารณะ ( Head to Head Challenge ) ทักษะในการใช้สื่อยอดเยี่ยม ( Multimedia Challenge ) และ ทักษะด้านกีฬา ( Top Sports ) ซึ่งผู้ชนะในแต่ละประเภทจะผ่านเข้าสู่รอบลึกทันที

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษอื่นๆที่ลุ้นระทึกไม่แพ้กันอย่างการประกวดรอบรูปร่าง (Physique Competition) รวมถึงงานการกุศล Charity Gala Night เพื่อระดมทุนสนับสนุนโครงการ “Opal For Her” ร่วมกับมิสเวิลด์ 2025 “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” เพื่อสะท้อนแนวคิดหลักของเวที Miss World ที่มุ่งสร้างประโยชน์คืนสู่สังคมที่ดียิ่งขึ้น

จากนั้นเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย (Final Competition) โดยรอบตัดสินจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม เพื่อประกาศชื่อสาวงามผู้ครองตำแหน่ง Miss World Thailand 2026 คนใหม่ซึ่งจะได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประกวด Miss World ครั้งที่ 73บนเวทีระดับนานาชาติต่อไป

ทั้งนี้ ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างของปีนี้ กองประกวดฯ ได้เปิดรับสมัครเป็น 2 แบบคือ แบบบุคคล และแบบระบบจังหวัด (ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss World Thailand ประจำจังหวัด ) โดยผู้เข้าประกวดที่เป็นตัวแทนระบบจังหวัดจะผ่านเข้ารอบเก็บตัวโดยอัติโนมัติ ถือเป็นการกระจายโอกาสให้ผู้หญิงจากทั่วประเทศได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้สมัครทั้งหมดจะเปิดตัวพร้อมกันรอบ “To The World Audition” ในวันที่ 9 เมษายนโดยพร้อมเพรียงกัน

อย่าปล่อยโอกาสให้หลุดมือ!! มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนโลกด้วย #ความงามที่มีคุณค่า

รีบสมัครได้แล้ววันนี้ถึง 30 มีนาคมนี้เท่านั้น ทาง https://forms.gle/NzcR86tAZex27wji7

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทางเฟสบุ๊ค : Miss World Thailand https://www.facebook.com/share/p/19ay7P3hok/?mibextid=wwXIf

#MissWorldThailand2026 #BeautyWithAPurpose #TEROxTPNG #งามอย่างมีคุณค่า

หิมะแทบละลาย บอลลูน อวดลุคสดใสท้าลมหนาวที่ญี่ปุ่น

หิมะแทบละลาย บอลลูน อวดลุคสดใสท้าลมหนาวที่ญี่ปุ่น

หิมะแทบละลาย บอลลูน อวดลุคสดใสท้าลมหนาวที่ญี่ปุ่น

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.56 น.

วานนี้ 27 มีนาคม 2569 ทำเอาลานสกีที่ญี่ปุ่นเดือดปุด ๆ จนหิมะแทบละลายกลายเป็นน้ำ เมื่อเน็ตไอดอลสาวระดับตำนานอย่าง บอลลูน พินทุ์สุดา ตันไพเราะห์ ออกมาอวดความเซ็กซี่ขยี้ใจแบบไม่กลัวหนาว ในทริปพักผ่อนสุดชิลที่ Hakuba, Nagano ประเทศญี่ปุ่น

งานนี้สาวบอลลูนทำเอาไอจีไฟลุกโชน เมื่อเจ้าตัวโพสต์ภาพรัว ๆ ในชุดบิกินีแบรนด์หรูลายโมโนแกรมสีดำ-ขาว เผยให้เห็นรูปร่างสุดเป๊ะปัง ผิวขาวออร่าท้าแสงแดด และหน้าท้องแบนราบที่ทำเอาสาว ๆ หลายคนอิจฉา เพิ่มความชิคด้วยหมวกไหมพรมสีชมพูฟรุ้งฟริ้งและแว่นกันลมสกีตัวเก่ง พร้อมโพสท่าแจกยิ้มหวานท่ามกลางบรรยากาศภูเขาหิมะขาวโพลนแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก

บอลลูน พินทุ์สุดา

โดยสาวบอลลูนได้ลงแคปชั่นชวนเหงาแต่แฝงความแซ่บว่า “Love is like the winter. It can be beautiful and peaceful. but also Cruel and Cold#Hakuba #TsugaikeMountain” ซึ่งแปลเป็นไทยว่า (ความรักก็เหมือนฤดูหนาว… มันอาจจะสวยงามและสงบสุข แต่บางครั้งมันก็โหดร้ายและเย็นชา)

บอกเลยว่าถึงแคปชั่นจะดูเย็นยะเยือก แต่ภาพเซตนี้กลับร้อนแรงจนแฟนคลับแห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันสนั่นหวั่นไหวเป็นอิโมชั่นกันรัว ๆ 

บอลลูน พินทุ์สุดา
บอลลูน พินทุ์สุดา
บอลลูน พินทุ์สุดา
บอลลูน พินทุ์สุดา
บอลลูน พินทุ์สุดา
บอลลูน พินทุ์สุดา
บอลลูน พินทุ์สุดา
บอลลูน พินทุ์สุดา
บอลลูน พินทุ์สุดา

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากอินสตาแกรม balloon_balloon

เปิดวาร์ป ‘มีมี่–เหมือนฝัน’นางเอกเกิร์ลเลิฟ น้องสาวดีไซเนอรดัง ดีกรีไม่ธรรมดา!

เปิดวาร์ป ‘มีมี่–เหมือนฝัน’นางเอกเกิร์ลเลิฟ น้องสาวดีไซเนอรดัง ดีกรีไม่ธรรมดา!

เปิดวาร์ป ‘มีมี่–เหมือนฝัน’นางเอกเกิร์ลเลิฟ น้องสาวดีไซเนอรดัง ดีกรีไม่ธรรมดา!

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตา สาวหน้าหวาน “มีมี่-เหมือนฝัน แบ้สกุล” นักแสดงดาวรุ่งที่น่าจับตามอง หลังแจ้งเกิดในวงการบันเทิงด้วยซีรีส์แนว GL (เกิร์ลเลิฟ) เรื่อง “Player ไม่อาจห้ามรัก”  นอกจากลุคหวานละมุนที่แฝงเสน่ห์เฉพาะตัวแล้ว บอกเลยว่าโปรไฟล์ก็ไม่ธรรมดา เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสาวที่ทั้งหน้าตาและความสามารถครบเครื่อง และนี่คือ 4 เรื่องที่จะทำให้คุณรู้จัก “มีมี่ เหมือนฝัน” มากขึ้น

วิศวกรผู้หลงใหลศิลปะการสื่อสาร

“มีมี่ เหมือนฝัน” จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ภาคอินเตอร์) และ University of Nottingham สาขา Mechanical Engineering  ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1  ต่อยอดความรู้ด้วยปริญญาโทด้าน Brand and Marketing Management จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากสายวิศวะสู่โลกศิลปะการแสดง  “มีมี่” คือภาพแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่กล้าออกจากกรอบเดิม ๆ กล้าเลือกเส้นทางที่ตัวเองรัก เดินตามเสียงหัวใจ เพื่อค้นหาและสร้างนิยามคำว่า “ตัวตน” ในแบบของตัวเอง

จากวิศวกรสู่โลกของการแสดง

มีมี่เดบิวต์การเป็นนักแสดงครั้งแรกจากซีรีส์ “Player ไม่อาจห้ามรัก” กับบทบาท “ปัน – ปรรณกร” หญิงสาวที่ภายนอกดูอ่อนไหว แต่ภายในกลับแข็งแกร่งและเปี่ยมด้วยพลัง เป็นตัวละครที่สะท้อนหลากหลายมิติของความเป็นผู้หญิงได้อย่างลึกซึ้ง แม้จะเป็นผลงานเรื่องแรก แต่มีมี่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ละเอียดอ่อนของตัวละครออกมาได้อย่างน่าจับตา กลายเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้ชมเริ่มตกหลุมรัก และจดจำชื่อ “มีมี่–เหมือนฝัน” ได้ตั้งแต่ช่วงต้นของการออกอากาศ พร้อม ๆ กับฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ มีการจัดแฟนมีตติ้งในต่างแดน ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม และเซี่ยงไฮ้ ก้าวต่อไปในเส้นทางสายการแสดง มีมี่ตั้งใจอยากท้าทายตัวเองกับบทบาทที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมเติบโตไปพร้อมกับผู้ชม และหวังว่าจะสามารถส่งต่อความสุข หรือกำลังใจเล็ก ๆ ให้กับทุกคนที่ติดตามเธอเสมอ

พลังของความคิดและความเข้าใจแบรนด์

ด้วยความรู้พื้นฐานด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ที่เรียนมา มีมี่มองวงการบันเทิงไม่ใช่แค่การแสดง แต่เป็น “Brand Storytelling” เธอเข้าใจการสื่อสารผ่านภาพลักษณ์และอารมณ์อย่างลึกซึ้ง ทำให้ทุกการปรากฏตัว ไม่ว่าจะเป็น งานแฟชั่นโชว์ งานประกาศรางวัล กิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ ฯลฯ แต่ละลุคผ่านการทำการบ้านและคิดมาอย่างดี อีกหนึ่งมุมที่หลายคนไม่รู้ มีมี่ คือ น้องสาวของ “หยิน-ฝันดาว แบ้สกุล” ดีไซเนอร์สาวสุดจึ้ง เจ้าของแบรนด์กระเป๋า FUNDAO ที่กำลังมาแรง ยิ่งตอกย้ำเรื่องเซนส์แฟชั่นของเธอ เติบโตมาในครอบครัวที่คลุกคลีกับงานดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะหยิบจับลุคไหนก็ดูแพง มีคลาส มีเสน่ห์เฉพาะตัว

เสน่ห์ที่มากกว่าใบหน้า — คือความจริงใจในทุกบทบาท

ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้ากล้องหรือในชีวิตจริง มีมี่เชื่อว่าความจริงใจคือสิ่งที่คนดูสัมผัสได้ และสิ่งนั้นต้องมาควบคู่กับ “ความตั้งใจทำงาน” เพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกโปรเจ็กต์ที่ได้รับ เธอใช้ประสบการณ์ชีวิตและมุมมองที่ละเอียดอ่อน ถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งมุมที่สดใส ขี้เล่น และอบอุ่นกับคนรอบข้าง ไม่แปลกใจที่ใครที่ได้รู้จักเธอจะตกหลุมรักได้ไม่ยาก จนหลายคนบอกว่า “นี่คือหนึ่งในนักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้” แฟน ๆ สามารถติดตามตัวตนของ  “มีมี่ เหมือนฝัน” ในแง่มุมอื่น ๆ ได้ทางโซเชียลมีเดีย @memibae ทั้งไลฟ์สไตล์ ความสนใจส่วนตัว และโมเมนต์เล็ก ๆ ที่อยากแบ่งปันให้ทุกคนที่ติดตาม

รำลึก 200 ปี วีรกรรม ‘ท้าวสุรนารี’ แห่งเมืองโคราช

รำลึก 200 ปี วีรกรรม 'ท้าวสุรนารี' แห่งเมืองโคราช

รำลึก 200 ปี วีรกรรม ‘ท้าวสุรนารี’ แห่งเมืองโคราช

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ท้าวสุรนารี” หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า “ย่าโม”  นับเป็นวีรสตรีของแผ่นดิน  ที่ปีพุทธศักราช 2569 นี้ เป็นปีสำคัญ คือ “ครบรอบ 200 ปี แห่งวีรกรรมท้าวสุรนารี”
จังหวัดนครราชสีมา เริ่มต้นจัดงานเฉลิมฉลองไปแล้ว โดยมี “นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน  ภายใต้แนวคิด 200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย  ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2569 รวม 12 วัน 12 คืน ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์อันเป็นที่มาแห่งวีรกรรมของท้าวสุรนารี เกิดขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๙ หลังจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติได้เพียง ๒ ปี พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๓ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ บันทึกความไว้ว่า

“เจ้าอนุเวียงจันทน์เป็นกบฎ… ฝ่ายอนุเวียงจันทน์ตั้งแต่กลับไปถึงเมืองแล้วก็ตรึกตรองที่จะคิดมา ประทุษร้ายต่อกรุงเทพมหานคร จึงให้หาอุปราช ราชวงศ์ สุทธิสารกับท้าวเพี้ยขุนนางผู้ใหญ่ มาปรึกษาว่าที่กรุงเดี๋ยวนี้มีแต่เจ้านายเด็กๆ ขุนนางผู้ใหญ่ก็น้อยตัว ฝีมือทัพศึกก็อ่อนแอ ทั้งเจ้าพระยานครราชสีมาก็ไม่อยู่ หัวเมืองรายทางก็ไม่มีที่กีดขวาง การเป็นที่หนักหนาแล้ว ไม่ควรเราจะเป็นเมืองขึ้น ชาวอังกฤษก็มารบกวนอยู่เราจะยกทัพไปตีเอากรุงก็เห็นจะได้โดยง่าย…”

เจ้าอนุวงศ์ หรือเรียกกันเป็นสามัญว่า เจ้าอนุ ตามที่กล่าวถึงในพระราชพงศาวดารนี้ เป็นบุตรพระเจ้าบุญสาร เสด็จขึ้นครองนครเวียงจันทน์ ต่อจากเจ้าอินทวงศ์ เป็นผู้มีความสวามิภักดิ์ต่อกรุงเทพฯ มาแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลงมาเฝ้า และรับทำราชการต่างๆ โดยแข่งขันสืบมา จนเป็นที่สนิทชิดชอบพระราชอัธยาศัย ส่วนมูลเหตุที่เจ้าอนุวงศ์คิดเป็นกบฎ จะเข้ามาตีกรุงเทพฯ กล่าวว่า เนื่องจากทูลขอครัวชาวเวียงจันทน์ ที่ถูกกวาดต้อนมาแต่ครั้งกรุงธนบุรี เพื่อจะนำกลับไปบ้านเมือง แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่พระราชทานให้ตามประสงค์ ด้วยทรงพระราชดำริว่า ครัวชาวเวียงจันทน์เหล่านี้ ได้ตั้งภูมิลำเนาอยู่เป็นหลักแหล่งมั่นคงแล้ว ซึ่งเป็นเหตุให้เจ้าอนุวงศ์มีความอัปยศ จึงเป็นกบฎจะยกทัพเข้ามาตีกรุงเทพมหานคร

การเตรียมกำลังเข้ามาตีกรุงเทพฯ ครั้งนั้นเจ้าอนุวงศ์ได้ไปเกลี้ยกล่อมบรรดาหัวเมืองต่างๆ ให้เข้าร่วมด้วย เจ้าเมืองใดขัดขืนก็ฆ่าเสีย มีเจ้าเมืองกาฬสินธุ์ เป็นต้น ราษฎรและเจ้าเมืองอื่นๆ พากันกลัวอำนาจยอมเข้าด้วยหลายเมือง เมื่อเห็นว่ามีกำลังมากพอ ก็ให้ยกกองทัพไปพร้อมกันที่เมืองนครราชสีมา

มีบันทึกเหตุการณ์ซึ่งเป็นลางร้ายก่อนเจ้าอนุวงศ์จะยกกองทัพออกจากเมือง เวียงจันทน์ว่า

“…เมื่อ ณ เดือน ๖ ปีจออัฐศก (พ.ศ.๒๓๖๙) เวลากลางวันเกิดลมพายุใหญ่พัดช่อฟ้าใบระกา หอพระแก้วพระบางหลังคาเรือนอนุหักไปเป็นอันมาก เรือนภรรยาอนุทลาย ๕ หลัง แต่เรือนราษฎรชาวบ้านหักพังประมาณ ๔๐-๕๐ หลัง ครั้นมาถึงเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ อนุยังเกณฑ์กองทัพอยู่นั้น บังเกิดดาวพฤหัสบดีขึ้นทางทิศทักษิณเมื่อเวลาดึกประมาณ ๒ ยามเศษ เกิดแผ่นดินไหวที่เมืองเวียงจันทน์ ถ้วยชามสิ่งของรูปพรรณกระทบกัน ครั้นรุ่งสว่างขึ้นเห็นแผ่นดินแยกออกในกำแพงท้ายเมือง ยาวประมาณ ๒ วา กว้างประมาณศอกเศษ ลึกประมาณเส้นเศษ อนุเห็นดังนั้น จึงหาโหรมาดูว่าดีหรือร้ายประการใด จะยกกองทัพลงไปตีกรุงจะปราชัยหรือมีชัย โหรทำนายว่าเหตุนี้ร้ายนักจะปราชัย…”

 แม้โหรทำนายเช่นนั้นแต่เจ้าอนุวงศ์ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะยกทัพมาตี กรุงเทพฯ เจ้าอนุวงศ์เองนั้นเกณฑ์กองทัพเมืองเวียงจันทน์ ยกข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งอยู่บ้านพันพร้าว ฝึกหัดกองทัพอยู่ ส่วนทัพหน้าให้เจ้าราชวงศ์คุมคนยกล่วงมาถึงเมืองนครราชสีมา หลังจากเบิกเสบียงจากเมืองนครราชสีมาแล้วก็ยกทัพล่วงหน้าไปเมืองสระบุรี จากนั้นเจ้าอนุวงศ์กับเจ้าสุทธิสารราชบุตรก็ยกทัพตามลงมาถึงเมือง นครราชสีมา

การที่กองทัพของเจ้าอนุวงศ์ยกผ่านเมืองต่างๆ ไปโดยสะดวก ก็โดยใช้อุบางลวงเจ้าเมืองกรมการรายทางว่า มีศุภอักษรจากกรุงเทพฯ โปรดให้เกณฑ์กองทัพมาช่วยรบกับอังกฤษ เจ้าเมืองกรมการเมืองหลงกลและพากันเชื่อฟังจัดหาเสบียงอาหารให้ และไม่มีใครขัดขวางยอมให้ผ่านไปแต่โดยดีทุกเมือง

เมื่อเจ้าอนุวงศ์ยกกองทัพมาตั้งอยู่ที่เมืองนครราชสีมานั้น เป็นเวลาที่เจ้าพระยานครราชสีมาไม่อยู่ ไปราชการที่เมืองขุขันธ์ คงมีแต่กรมการผู้น้อยรักษาเมืองอยู่ เช่น พระยาพรหมยกรบัตร เป็นต้น เจ้าอนุวงศ์ได้สั่งให้พระยาพรหมยกรบัตรเตรียมกวาดครอบครัวขึ้นไปเมือง เวียงจันทน์ให้เสร็จภายในเวลา ๔ วัน พระยาพรหมยกรบัตรกลัวอำนาจก็จำต้องยอมทำตาม และแกล้งจัดหาหญิงรูปงามให้เจ้าอนุวงศ์เพื่อลวงให้ตายใจ

ฝ่ายพระยาปลัดซึ่งไปราชการกับเจ้าเมืองนครราชสีมา เมื่อทราบข่าวว่าเจ้าอนุวงศ์ลงมากวาดต้อนครัวเมืองนครราชสีมาไปเป็น จำนวนมาก จึงขออนุญาตเจ้าพระยานครราชสีมากลับมาช่วยครอบครัวและชาวเมือง ได้เข้าเฝ้าเจ้าอนุวงศ์ โดยลวงเจ้าอนุวงศ์ว่า เจ้าเมืองนครราชสีมาหนีไปเสียแล้ว เจ้าอนุวงศ์หลงเชื่อ ก็มอบให้พระยาปลัด และพระยาพรหมยกระบัตร ควบคุมครัวเมืองนครราชสีมา ออกเดินทางไปเมืองเวียงจันทน์ ดังมีหลักฐานเล่าเหตุการณ์รายงานในใบบอกพระยาปลัดเมืองนครราชสีมา แจ้งมายังค่ายหลวง มีความโดยละเอียดว่า

“…ข้าพเจ้าพญาปลัด พญายกระบัตร หลวงพิชัย หลวงเมือง กรมการเมืองนครราชสีมา บอกลงมาว่าด้วยอยู่ ณ วันเดือน ๓ แรม ๗ ค่ำ ปีจออัฐศกเจ้าเวียงจันทน์เข้ามาถึงเมืองนครราชสีมา เจ้าเวียงจันทน์ให้หาพญายกระบัตรหลวงสัสดี หลวงเมือง หลวงนา หลวงนรา หลวงปลัดเมืองพิมาย ออกไปเจ้าเวียงจันทน์ว่ากับกรมการว่า ถ้าผู้ใดมิยอมไปด้วยเจ้าเวียงจันทน์ฯ จะฆ่าเสียให้สิ้น… เจ้าเวียงจันทน์ให้กองทัพไล่ครัวนอกเมืองในเมืองออกแล้ว แต่กองทัพคุมครัวยกไป…ข้าพเจ้ายกไปทันครัว ณ บ้านปราสาท… ข้าพเจ้ากับกรมการปรึกษาให้ไล่ครัวเข้ามาตั้ง ณ บ้านสำริด แขวงเมืองพิมาย ข้าพเจ้ากรมการได้บอกข้อความให้ขุนพลถือลงมาบอกกองทัพยกขึ้นไปช่วย ก็หาเห็นกองทัพยกขึ้นไปไม่ ครั้น ณ วันเดือน ๔ แรม ๘ ค่ำ เจ้าเวียงจันทน์ให้ยกกองทัพประมาณพันเศษไปตีชิงเอาครัว ข้าพเจ้ากรมการกับหมื่นศรีธนรัตน หลวงปลัดพิมาย พระณรงค์เดชะ เกณฑ์กำลังครัวได้ ๕๐๐๐ เศษ ยกออกรบ ตีกองทัพเจ้าเวียงจันทน์แตก… เจ้าเวียงจันทน์ แต่งให้เจ้าสุทธิสาร บุตร คุมคนประมาณ ๖๐๐๐ เศษ ยกไปตีข้าพเจ้ากรมการอีก ข้าพเจ้ากรมการ… ยกออกตีกองทัพเจ้าสุทธิสารแตก ข้าพเจ้ากรมการฆ่ากองทัพเจ้าสุทธิสารตายประมาณ ๑๐๐๐ เศษ ได้ปืนเชลยศักดิ์ ๕๐ บอก…”

เหตุการณ์ที่ครัวชาวเมืองนครราชสีมารวมกำลังกันต่อสู้ครั้งนี้เองที่ได้ เกิดวีรสตรีคนสำคัญขึ้นในประวัติศาสตร์ของชาติไทย นั่นคือ ท่านผู้หญิงโมภริยาพระยาปลัด ได้ควบคุมกำลังฝ่ายผู้หญิงนุนช่วยสู้รบอย่างองอาจกล้าหาญ โดยคบคิดวางแผนกับผู้นำฝ่ายชายและกรมการเมือง จัดหาหญิงสาวให้นายทัพนายกองที่ควบคุมครัวไปจนถึงชั้นไพร่ จนพวกลาวกับครัวชาวเมืองสนิทเป็นอันดีแล้ว ก็ออกอุบายแจ้งว่าครอบครัวที่อพยพไปได้รับความยากลำบากอดอยากนัก ขอมีด ขวาน ปืน พอจะได้ยิงเนื้อมากินเป็นเสบียงเลี้ยงครัวไปตามทาง

เมื่อเดินทางถึงทุ่งสัมฤทธิ์ก็พร้อมใจกันเข้าสู้ทัพลาว ด้วยอาวุธอันมีอยู่น้อยนิด บ้างก็ตัดไม้ตะบองเสี้ยมเป็นหลาวบ้าง สามารถฆ่าฟันศัตรูล้มตายเป็นจำนวนมาก ดังมีความในใบบอกข้างต้น

หลังจากชัยชนะของชาวครัวเมืองนครราชสีมาครั้งนี้ ทำให้เจ้าอนุวงศ์หวาดหลั่นไม่กล้าที่จะยกทัพลงมายังกรุงเทพฯ พากันถอยทัพกลับไปและถูกปราบจับตัวมาลงโทษ ณ กรุงเทพมหานคร ในที่สุด

จากวีรกรรมของคุณหญิงโมที่ได้รวบรวมครัวชายหญิงชาวเมืองนครราชสีมา เข้าต่อสู้ข้าศึกศัตรูจนแตกพ่ายไปครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบำเหน็จความชอบแต่งตั้งขึ้นเป็น ท้าว สุรนารี

ท้าวสุรนารี หรือคุณหญิงโม เกิดเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๑๔ ในแผ่นดินกรุงธนบุรี เมื่ออายุได้ ๒๕ ปี ได้สมรสกับเจ้าพระยาหิศราธิบดี (ทองคำ) ที่ปรึกษาราชการเมืองนครราชสีมา แต่ครั้งยังดำรงตำแหน่งปลัดเมืองนครราชสีมา ซึ่งชาวเมืองเรียกสั้นๆ ว่า พระยาปลัด มีนิวาสสถานอยู่บริเวณตรงข้ามวัดพระนารายณ์มหาราช (วัดกลางนคร) ท้าวสุรนารีถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือน ๕ ปีชวด จัตวาศก จุลศักราช ๑๒๑๔ พุทธศักราช ๒๓๙๕ รวมอายุได้ ๘๑ ปี หลังจากกระทำพิธีฌาปนกิจแล้ว เจ้าคุณสามีได้สร้างเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ ณ วัดศาลาลอย ต่อมาเจดีย์ชำรุดลงจึงได้ย้ายอัฐิมาบรรจุไว้ที่กู่ที่วัดพระนารายณ์ มหาราช จนกระทั่งเมื่อทางการและประชาชน ชาวนครราชสีมา ได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ของท่านไว้ ณ หน้าประตูชุมพล เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๗ จึงได้นำอัฐิของท้าวสุรนารีมาประดิษฐานในฐานอนุสาวรีย์แห่งนี้

ที่หน้าประตูชุมพล ประตูเมืองเก่าด้านทิศตะวันตกของเมืองโคราชหรือเมืองนครราชสีมา ทุกวันนี้ยังปรากฎอนุสาวรีย์ของวีรสตรีท่านนี้ ประดิษฐานในอาการที่พร้อมจะเข้าต่อสู้ เพื่อปกป้องคุ้มครองชาวเมืองให้อยู่รอดปลอดภัย

อนุสาวรีย์รูปท้าวสุรนารีดังกล่าวนี้ สร้างเป็นรูปปั้นสุภาพสตรีมีเครื่องแต่งกายอย่างหญิงมีบรรดาศักดิ์สมัย รัตนโกสินทร์ตอนต้น คือนุ่งผ้าจีบ ห่มสไบคลุมมีอย่างน้อย ไว้ผมทรงดอกกระทุ่ม ในมือถือดาบ ในลักษณะเตรียมพร้อมที่จะปกปักรักษาบ้านเมือง นอกจากนี้ เพื่อให้อนุสาวรีย์นี้มีความหมายในฐานะเป็นที่เคารพสักการะรำลึกถึงท่าน ท้าวสุรนารีอย่างแท้จริง ทางการจึงได้เชิญอัฐิของท่านมาประดิษฐานไว้ ณ ฐานของอนุสาวรีย์ด้วย

ศาสตราจารย์ ดร. ชาตรี ประกิตนนทการ เล่าประเด็นอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี “อนุสาวรีย์สามัญชน” ไว้ในหนังสือ “การเมืองและสังคมในศิลปสถาปัตยกรรมสยามสมัย ไทยประยุกต์ ชาตินิยม” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

 การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม โดยเน้นความเสมอภาคในสังคม ซึ่งเป็น 1 ในหลัก 6 ประการ ที่คณะราษฎรได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475

งานศิลปกรรมยุคนั้น โดยเฉพาะงานประติมากรรมจะถูกถ่ายทอดออกมาด้วยลักษณะงานที่เน้นแสดงออกถึงลีลาและท่าทีขึงขัง ดุดัน ถ้าเป็นภาพปั้นรูปคนก็จะดูกำยำ แสดงท่าทางเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังแข็งแรง และมักเป็นการปั้นรูปคนธรรมดาสามัญ วิถีชีวิตชาวบ้านชาวนาธรรมดา หรือไม่ก็ทหาร ไม่นิยมปั้นเป็นรูปเทพเทวดาหรือวีรบุรุษทางประวัติศาสตร์ ที่ส่วนใหญ่เป็นกษัตริย์แต่อย่างใด

เรื่องนี้ปรากฏหลักฐานในหนังสือ “สาส์นสมเด็จ” ตามที่ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงกล่าวกับ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อครั้งมีการปั้น “อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี” ว่า

“…เกล้ากระหม่อมก็เข้าใจแล้วได้แนะนำว่า เราไม่รู้จักหน้าตาเป็นอย่างไรไม่รู้ ทำไม่ได้ดอก ทำ Allegory เป็นนางฟ้าถือดาบดีกว่า… มาเมื่อก่อนหน้าที่จะเขียนหนังสือถวายนี้ไปเห็นปั้นตัวเบ้อเร่ออย่างที่ทูลมา ถามว่าทำไมไม่ทำเป็นรูป Allegory แกบอกว่าเขาไม่เอา…”

อ. ชาตรี บอกว่า เหตุที่รัฐบาลไม่ต้องการจะปั้นรูปท้าวสุรนารีให้เป็นรูปเทวดานางฟ้านั้น น่าจะมาจากรูปแบบดังกล่าวไม่สามารถสื่อความหมายของสามัญชนได้ และการปั้นรูปเทวดานางฟ้าย่อมหนีไม่พ้นจะต้องปั้นด้วยลักษณะเครื่องประกอบตกแต่งอันวิจิตรตระการตาสมกับเป็นเทพ

ภาพลักษณ์ดังกล่าว คณะราษฎรย่อมไม่ต้องการ แม้แต่จะปั้นเป็นรูปผู้หญิงนั่งบนเตียง มีเครื่องยศพานหมากกระโถน อันแสดงออกถึงยศศักดิ์ประกอบอยู่ข้างๆ ก็ยังไม่ได้ สุดท้ายจึงเป็นเพียงรูปผู้หญิงยืนโดยไม่มีเครื่องยศประกอบ

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ออกแบบโดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และ พระเทวาภินิมมิต ซึ่งมีพื้นเพเป็นชาวโคราช สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2476
ข้อมูลจากกรมศิลปากรระบุว่า อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำสูง 185 เซนติเมตร หนัก 325 กิโลกรัม ประดิษฐานอยู่บนไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองสูง 250 เซนติเมตร หน้าประตูชุมพล (ประตูเมืองนครราชสีมาด้านทิศตะวันตก) มีพิธีเปิดในช่วงต้น พ.ศ. 2477

และ “ย่าโม” ได้ยืนตระหง่าน เป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนคนไทยเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

 

อนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี หน้าประตูชุมพล

อนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี หน้าประตูชุมพล

ศ.ศิลป์ พีระศรี

ศ.ศิลป์ พีระศรี

อนุสาวรีย์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์

อนุสาวรีย์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์

ประติมากรรมต้นแบบก่อนหล่อเป็นอนุสาวรีย์ย่าโม

ประติมากรรมต้นแบบก่อนหล่อเป็นอนุสาวรีย์ย่าโม

กัม มะ เว คะ ( The De4d Echoes) โอ๊ยเล่าเรื่อง 7/10

กัม มะ เว คะ ( The De4d Echoes) โอ๊ยเล่าเรื่อง 7/10

กัม มะ เว คะ ( The De4d Echoes) โอ๊ยเล่าเรื่อง 7/10

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนังผีร่วมทุนสร้าง ไทย-มาเลเซีย ภายใต้ชื่อ บริษัท Exit45 Solutions ที่ นำเสนอ เรื่องผีๆ 4 เรื่องสั้น ไม่ยาว ไม่เกี่ยวข้องกัน 2เรื่องไทย2เรื่องมาเลเซีย 

กัม มะ เว คะ ( The De4d Echoes) หมายถึง เวรกรรม หรือ กรรมตามสนอง ที่ถูกนำมาเป็นธีมหลักเส้นเรื่องหลักของทั้งสี่เรื่อง  ทั้ง4 เรื่อง เรื่องใครเรื่องมัน เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกัน แต่พูด ในเรื่องเดียวกัน มีผู้หญิงเป็นตัวละครหลัก ตัวละครชายเป็นตัวทำให้เกิดเรื่อง ผีแต่ละเรื่อง มาในรูปแบบ ที่ต่างกัน สองเรื่องมาเลเซียใส่เรื่องราวไสยศาสตร์ ของท้องถิ่นที่เราอาจจะไม่คุ้นเคย สิ่งที่มีในทั้ง4เรื่องคือ ตุ๊กตาแปลกๆ น่ากลัวชวนขนหัวลุก

ทวงบาป (Reclaimed) ชวลิต พงศ์ไชยยง ⁣ทำ ทวงบาป ออกมา ในความรู้รึก ผีหลอกวิญญาณหลอน แนวจิตๆ ฝันร้ายๆ ดึง ในคนดู เอาใจช่วย เรื่องหลักเกิดขึ้น ใน โฮมแคร์ที่ ดูหลอนๆ ไปกับ บรรยากาศโรงพยาบาล  หนังเต็มไปด้วย ผีหบอก ผีอาฆาต เลือด เป็นตอนที่ ใช้ CG เปลือง มีระเบิดไฟไหม้ แต่ น่าเสียดาย ที่ จังหวะสะดุ้ง มีน้อยไปหน่อย ยังดี ที่ ตอนจบ ปมเฉลย มีการหักมุม แบบนึกไม่ถึง

นาว-ทิสานาฏ ศรศึก เล่นดี ในบท แพง  ชวนให้ตามดูลุ้นเอาใจช่วย เดินเรื่อง แบกเรื่อง คนเดียว  สืบ-บุญส่ง นาคภู่ ยังคง เล่นใหญ่เล่นเยอะ ในทุกฉาก ในบท ลุงศร คนไข้ที่ถูกผีหลอก ต๊อกแต๊ก (Pizza Moive)-สุธิรจน์ ศรีเพ็ชร รับบท ตอง นางพยาบาล รุ่นพี่ ที่ช่วยเบรคความน่ากลัว ด้วย เสียงพูดสำเนียงทองแดง และ ธีระวัฒน์ มุลวิไล รับบท ลุงมิ่ง ผีชุดนักโทษ

สายพยาบาท (The Li(n)e) ซาคินา ลาติฟ ⁣ ผู้กำกับ สร้างความน่ากลัว โดยใช้สิ่งต่างๆ ในสตูดิโอ เสียงต่างๆ การบันทึกเสียง แสงไฟวูบๆ วาบๆ โทรศัพท์ในสตูดิโอ ตัวหนัง เล่นกับบทสนทนาโต้ตอบ การเจาะลึก เข้าไป ข้างในแม้ ผีจะออกมา หลายตัว ชัดเจน ในความเป็นผี แต่ไปๆ มา กลับไม่รู้สึกสะดุ้ง ไม่ค่อยน่ากลัว เท่าไรนัก ยังดี ที่ หนังปู สิ่งต้องห้ามในการสู้ผี ได้อย่างน่าสนใจ ห้ามเรียกชื่อคนตาย ห้ามรับสายโทรศัพท์ช้ากว่า8 เสียง ห้ามเดินไปที่ประตู ฯลฯ

บรรยากาศ การนำเสนอ/การเล่าเรื่อง ชวนให้ นึกถึง ละครเวที แนวน่ากลัวๆ เน้นๆ การแสดงสีหน้าท่าทาง ผ่านตัวเอก ใช้แสงสีเสียง มาเป็น ตัวสร้างความน่ากลัวหนังอาจจะไม่น่ากลัวนัก แต่ก็มีการหักมุม ในตอนท้าย ชนิดที่ คาดไม่ถึง 

JOYCE ANG TZE HAM รับบท ฉวน เด่นๆ แบกเรื่องอยู่คนเดียว โดยมี ผีๆ ญาติพี่น้อง พ่อ/แม่เลี้ยง/น้องชาย/น้องสาว กับ สองหมอผีแม่/ลูก เข้ามา ในแต่ละช่วงที่นำแสดงโดย

CHONG WAH KONG รับบท จิม CHAN YOKE PENG รับบท เพจ สองหมอผี 

หมอผี (Bomoh)  อันวาร์ดี จามิล⁣ ทำ เรื่องนี้ ออกมาชัดเจน ในแนว มนต์ดำแบบบ้านๆ ในโทน มืดไม่มีความสว่างไสว เน้นๆ ความชั่วร้าย ของตัวร้าย หนังเดินเรื่องไปเรื่อยๆ กว่าผีจะออก ก็ลืมไปแล้ว นึกว่าดู ละครคุณธรรม ก่อนที่ ช่วงท้าย ผีจะออกมาแบบ เน้นๆ มาแบบจัดเต็ม ในแบบ ผีนองเลือด ไม่ใช่ แนวผีหลอกและ ยังเป็นเรื่อง ที่ นำเสนอเรื่อง เซ็กซ์ ที่ ให้ความรู้สึก รุนแรง/ดิบๆ น่าเสียดาย..ที่ หนังปูเรื่อง ด้วย น้ำมันพราย ของ มาเลเซีย แต่ไปๆ มาๆ กลับ มีผลกับเรื่อง แค่นิดเดียว  SABRI YUNUS รับบท ปกรณ์ ชัดเจน ในการเป็นหมอผี BULAN TERRY รับบท ฟ้า เหยื่อรายล่าสุด ที่ดูแข็งๆ หน้าตาอาจจะดูธรรมดาๆ แต่ฉากร่ายรำ แปลกตาดีงาม 

 AMALINA ARHAM รับบท นิค RINGGO EL AMIR รับบท อาร์ม สองลูกสาวลูกชายขิงปกรณ์

สามเรา (Threesome) กรัณย์ คุ้มอนุวงศ์ ⁣ทำ สามเรา (Threesome) เป็น เรื่องที่สนุก มีครบรส ผีหลอกภาพหลอน แทรกมุข หักมุมด้วยมุขตลก ที่ กำลังดี ในแนวของ เด็กรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ ผ่านบทสนทนา มุมมอง ท่าทาง ไม่ใช่ ตลกเลอะเทอะ จังหวะของหนัง ออกมาดี ทั้ง ส่วน ผีๆ น่ากลัว เลือดสาด หรือ ส่วนขำๆ แม้แต่ เรื่อง เซ็กซี่ ก็ยังออกมา ในแนวน่ารักๆขำๆ 

ต้องชม นักแสดง ที่เล่นดี น่ารัก ใส่เสน่ห์ เฉพาะตัวเข้ามาบนจอ รับส่งบทกันได้ดี  จนทำให้ เป็นหนังผี ที่ดูสดใสมากกว่าอึก 3 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น สองตัวหลัก  แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ ใน บท แจน นนท์-ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์  ใน เบิร์ด   ดูเป็นคู่รักคู่กัดคู่ฮา ทำให้เรื่องออกมา สนุก ไม้น่าเบื่อ นัจโน๊ะ-นัจฐณิชา โรจนะจารุนันท์ รับบท เมจิ สวยใสน่ารักๆ ในทุกๆ ฉาก ที่แม้แต่ตาย แต่หนังพาย้อนกลับไปหาตลอดเวลาร่วมทั้ง ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ที่มารับเชิญ ในบททนาย ที่เรียกรอยยิ้มให้กับ ตัวเรื่องในตอนนี้ ได้ พิง ลำพระเพลิง มาเขียนบท ใส่ลูกเล่นลูกชน เต็มที่ ทำให้หนังดูสนุก และ ยังเป็นตอนที่ นำเสนอ ภาพยามค่ำคืน ในป่าลึกออกมาได้ดี ภาพสวย ดนตรีประกอบดีงาม 

Ghost Radioกัม มะ เว คะ ( The De4d Echoes)  คือ หนังผี ที่ดูได้เพลินๆ สบายๆ ผีไทยOK ผีมาเลเซียอาจจะรู้สึกเชยๆ ไปสักนิด ไม่ค่อยคุ้นกับ คนดูโดยทั่วๆ ไป แต่ก็ดูโอเค สนุกระดับ 7/10 หัวกระโหลก