ซี ศิวัฒน์ เปิดใจเห่อหลาน เปลี่ยนใจอยากมีลูก? ลั่นแก่ตัวไปยกสมบัติให้หลาน พา เอมี่ ไปอยู่เวลเนส

ซี ศิวัฒน์ เปิดใจเห่อหลาน เปลี่ยนใจอยากมีลูก? ลั่นแก่ตัวไปยกสมบัติให้หลาน พา เอมี่ ไปอยู่เวลเนส

ซี ศิวัฒน์ เปิดใจเห่อหลาน เปลี่ยนใจอยากมีลูก? ลั่นแก่ตัวไปยกสมบัติให้หลาน พา เอมี่ ไปอยู่เวลเนส

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.39 น.

“ซี ศิวัฒน์” นักแสดงมากความสามารถ วันนี้เห่อหลานสาว “น้องเจมม่า” วัย 1 ขวบ ครึ่งหนักมาก หรือเปลี่ยนใจอยากมีลูกแล้ว? พร้อมเม้าธ์ภรรยา “เอมี่ กลิ่นประทุม” ดื่มเก่งจนได้ดี  ใช้ชีวิตคู่ 21 ปี มีเรื่องทะเลาะกันทุกวัน ถึงขั้นเดินออกจากรายการก็มีมาแล้ว พร้อมเผยเส้นทางการเป็นพิธีกรผ่านจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 

หล่อขึ้น?

“ทำมาหมาดๆ หัตถการมีเท่าไหร่ ทำไปให้หมดเลย (หัวเราะ)”

ชีวิตมีความสุขมาก มีหลานสาวชื่อว่าน้องเจมม่า ตอนนี้มาอยู่ที่บ้านเลย?

“จริงๆ ผมก็มีหลานเหมือนกัน แต่นี่เป็นความใกล้ชิดที่ค่อนข้างมากกว่าปกติ ลูกพี่ชายผมก็จะอยู่ที่ใต้ เราไม่ได้มีโอกาส แต่เจมม่าเราได้เห็นเขาตั้งแต่แรกเกิด อยู่ด้วยกันก็มีความใกล้ชิด เพราะพี่มี่สนิทน้องชาย ผมเห็นแล้วรู้สึกว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงามที่สุดในโลก แม้ว่าไม่ใช่ของเราเองก็ตาม ทำไมเด็กคนนี้มันคืออะไร ทำไมเรามองเขาได้ทั้งวัน”

อาจเพราะไม่ได้มีลูก พอเขาเข้ามาแล้วก็เติมเต็ม?

“ไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มีเป็นของตัวเอง ผมไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน เมื่อก่อนผมชอบปลาคาร์ฟ ผมก็นั่งมองปลาคาร์ฟได้สองสามชม. แต่ผมก็ไม่สามารถตอบได้เหมือนกัน ผมมองหน้าหลานแล้วน่ารักไปหมด ไม่รู้จะอธิบายยังไง จะเอาอะไรบอกมาเลยลูก เป็นของขวัญที่ไม่รู้ว่าพระเจ้าหรือเทวดาให้มา เราก็ให้พ่อแม่เขามาอยู่บ้านเราเลย ห้องที่ทำก็ทำให้หลาน ให้พ่อแม่เขาอยู่เลย ไม่ได้อยากพลาดสักช่วงเวลาไหนเลย เพราะเขาโตเร็วมาก เติบโตวันต่อวันเลย ไม่อยากพลาด”

ดูพร้อมมาก?

“พร้อมมาก มีอย่างเดียวคือไม่มีลูกเอง อย่างอื่นได้หมดเลย”

ทำไมถึงไม่มีลูกเองไปซะเลย?

“คุยกันแล้ว จริงๆ ผมเคยพูดหลายรายการ ผมรู้สึกว่าความอยากเราอยากมีลูกอยู่แล้วล่ะ แต่ไม่ใช่ว้าอยากแล้วทุกอย่างมันจบ คนเป็นพ่อสบายกว่าคนเป็นแม่เยอะ แม่ต้องรับภาระหลายๆ อย่าง ผมรู้สึกว่าผมไม่อยากผลักภาระให้ภรรยา ไม่ใช่บอกว่าอยากมีลูกๆ แล้วจบกัน มีลูกให้หน่อย สำหรับมุมผม ผมรู้สึกว่าเราเหมือนผลักภาระให้เขาคนเดียว เราก็จะเป็นคุณพ่อที่สปอยลูก แค่เล่นแล้วออกไปทำงาน แต่คุณแม่เขาต้องอุ้มท้องไม่พอ ต้องดูแลรับภาระอะไรหลายๆ อย่างฉะนั้นผมจะไม่ยอมผลักภาระเหล่านี้ให้เขา ถ้าเขาไม่พร้อมจริงๆ ครอบครัวที่มีความสุข หรืออยู่กันสมบูรณ์แบบไม่จำเป็นต้องมีลูกก็ได้ การที่เราอยู่กันสองผัวเมียแล้วได้เห็นหลาน ผมก็มีความสุข ผมรู้สึกว่าวันนี้ผมเจอจุดที่มีความสุขที่สุดได้แล้วนะ เนื่องจากว่าด้วยผมไม่ใช่พ่อแม่เขา หลานมาอยู่บ้านผม ผมไม่มีหน้าที่เลี้ยงเขาให้เป็นคนดี แต่มีหน้าที่เอาความสุขจากหลาน หน้าที่เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี คือหน้าที่พ่อแม่เขา ผมมีหน้าที่เอาความสุขอย่างเดียว ผมอยากเล่นกับหลานเมื่อไหร่ผมก็ไปเล่น”

ได้ความสุขกับหลานปุ๊บ เราก็อุ้มไปคืนแม่เขา?

“ใช่ พี่ไม่ได้เป็นพ่อเป็นแม่ พี่ดูแล มีข้าวให้กิน มีที่ให้อยู่ พี่ก็ต้องมีสิทธิ์เอาความสุขจากหลานตัวเอง พี่อยากเล่นพี่อยากกอด พี่อยากอุ้ม อยากพาไปไหน มันเป็นสิทธิ์ของพี่ แล้วพี่มี่ก็เป็นอย่างนั้น เราสองคนมีความสุขได้อย่างเต็มที่ พี่รู้สึกว่าเขามาเติมเต็มให้ครอบครัว เขารวมคุณปู่คุณย่าคุณตา เขารวมทุกคนมา แล้วกลับมาปุ๊บ แค่เขามองหน้าแล้วยิ้มกับเรา เด็กบ้าอะไรโคตรน่ารักเลย”

อยากลองคุยใหม่อีกรอบมั้ย พอมีเด็กมาอยู่ในบ้าน ความคิดอาจเปลี่ยนไป?

“ไม่จำเป็นเลยครับ ไม่ต้องคุยเลย ผมกับพี่มี่ตกลงชัดเจนอยู่แล้ว เราก็มีความสุขแบบนี้ คิดดูตอนนี้ผม 44 ถ้าลูกผมอายุ 18 ผมอายุเท่าไหร่แล้ว ลูกผมรับปริญญา ผมไม่นั่งรถเข็นแล้วเหรอ ทรมาน วันนี้ผมจะไปไหนกับเมียผม ผมจะไปปาร์ตี้ พี่ก็รู้เมียผมเวลาปึ้งป้างๆ ไม่ต้องห่วงใครแล้ว เราก็มีความสุข ไม่ต้องกลับมาจุดนั้นแล้ว”

กว่าจะตัดสินใจถึงจุดนี้ไม่มีแล้วแน่นอน คุยกันกี่รอบ?

“แย็ปๆ หลายรอบ แต่คุยจริงๆ ประมาณรอบสองรอบ เราคุยกันว่าโอเคยู จริงๆ ใช่มั้ย เขาบอกจริงๆ ผมก็ต้องมานั่งตกตะกอนกับตัวเองว่าต่อไปยังไงดี เพราะสุดท้ายแล้ว ความสุขในชีวิตผมไม่จำเป็นต้องเป็นลูกไง การที่เราได้อยู่กับคนที่เรารักที่สุด ก็คือเขา ฉะนั้นอะไรที่เป็นความสุข ผมก็มีความสุขได้เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นความเห็นแก่ตัว ตั้งเป้าว่า เฮ้ย ทำไมไม่มีลูกให้ ผมรู้สึกว่ามันก็ไม่แฟร์”

คุยกันยาวจนถึงวัยแก่แล้วนะ แพลนวัยชรา จะไปอยู่ที่ไหนกัน?

“ก็ไม่รู้ครับ ผมว่าเวลเนสดีๆ ในประเทศไทยก็มีเยอะนะครับ ก็มองๆ ไว้หลายที่เหมือนกัน เอาจริงๆ ผมไม่เคยคิดจะให้ลูกหลานเลี้ยงดูผมอยู่แล้วนะ จะบอกให้ว่าโคตรดีเลย คอมมูนิตี้ดี มีรพ.อยู่ในนั้น อะไรดีหมด เราก็วางแผนล่วงหน้าไว้เลย สุดท้ายเราแก่ตัวไป สมบัติที่สร้างไว้จะเก็บไว้ทำไม ให้ลูกหลานไปสิ คุณอย่าตีกันก็แล้วกัน ผมสร้างให้แล้ว ผมมีสมบัติ รายได้ในตอนแก่แน่นอนวางแพลนเอาไว้ เราเอาไปใช้สองผัวเมีย จะใช้สักเท่าไหร่ ลูกหลานใครอยากเอาไปก็เอาไปเลย”

แต่งงานกันมา 21 ปี?

“อยู่ด้วยกัน 21 ปี แต่แต่งประมาณ 8-9 ปี คบกัน 12 เปล่า จำไม่ได้ เมียด่าผมตลอด เอารวมๆ แล้ว 21 ปี คบกันตอน 23-24”

เถียงกันทุกวัน ทะเลาะคอนเทนต์หรือทะเลาะจริง?

“ทะเลาะจริงครับ ไลฟ์ก็ทะเลาะกันตลอด เราเป็นทุกอย่างให้กัน เราไม่ใช่แค่สามีภรรยา เราเป็นเพื่อนกันด้วย เป็นเจ้าของบริษัทด้วย เราเป็นเพื่อนสาวกันด้วย หมายถึงเราคุยกันได้ทุกเรื่อง วันนี้แต่งสวยมั้ย รูดซิปหน่อยแบบนี้โอเคมั้ย เราคุยกันได้ทุกเรื่อง เราไม่ได้มีหมวกแค่หมวกเดียว เรามีหมวกหลายใบ ปนกันไปหมด เป็นผัวเมียกันด้วย เพื่อนด้วย เจ้าของบริษัทด้วย มันเลยทำให้บรรยากาศในการทำงานค่อนข้างรวมๆ กัน เหมือนพุฒ-จุ๋ยทำงาน ปกติก็คุยเล่นกัน แต่พอเวลาทำงานก็ไปอีกเวลนึง ก็เป็นแบบนั้น”

ซีเคยพูดว่าชีวิตคู่ยิ่งอยู่ด้วยกัน ยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ ความอดทนก็ต่ำไปเรื่อยๆ ความหมายจริงๆ คืออะไร?

“ต้องเล่าก่อน หลายคนบอกอยู่ไปเรื่อยๆ มันจะง่ายขึ้น สมัยก่อนเป็นอย่างนั้น แต่สมัยนี้แตกต่างจากสมัยก่อน ด้วยความที่โซเชียลมีเดียก็มา เรามีความอินดิเพนเดนต์มากขึ้น ทั้งผู้หญิงผู้ชาย ทีนี้ยิ่งอยู่ด้วยกันไปนานๆ มันจะยากขึ้น เพราะอีโก้คนเราจะแสดงออกกับคนใกล้ตัวมากที่สุด เราจะให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าคนใกล้ตัว มันจะยากก็ต่อเมื่อคุณลืมบางสิ่งบางอย่าง คนที่คุณควรแคร์ที่สุดคือคนที่อยู่ข้างคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะดีจะเลว คนๆ นี้จะอยู่ข้างๆ คุณ พอคนมันลืมตัว อคติตจะเพิ่มขึ้น  ความเกรงใจจะน้อยลง พอเป็นแบบนั้นมันจะยากขึ้น เพราะว่าเขาจะทำแบบนั้นซ้ำๆ พรุ่งนี้กินไร กินอันนี้ก็ได้ อีกแล้วเหรอ เปลี่ยนอย่างอื่นได้มั้ย ถ้าเราทำแบบนี้ปกติ มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่สำหรับคนหมดรักแล้ว ที่ไม่มีความเกรงใจแล้ว อะไรนิดหน่อยก็จะรำคาญกัน ฉะนั้นในมุมผม สำหรับคนสมัยนี้ ยิ่งอยู่กันไปนานๆ ผมว่ายิ่งยากขึ้น ฉะนั้นต้องไม่ลืมจุดเริ่มต้นของกันและกันว่าการเดินทางความรักของเรากว่าจะมาถึงจุดนี้ มันต้องดูแลหัวใจซึ่งกันและกัน เรื่องเล็กน้อย การบอกรัก การสัมผัส การฟัง ก็ควรที่จะไม่ลืม คุณไม่ควรให้ความสำคัญคนอื่นมากไปกว่าคนที่อยู่ใกล้ตัวเรา”

เอารางวัลสามีแห่งชาติดีเด่นไปเลย?

“พูดตรงๆ ว่าผมก็ยังตีกับเมียทุกวัน”

ผู้ชายมีหลายประเภท อย่างซีเข้าใจ และทำ พยายามทำ พยายามแก้ไขมัน แต่มีอีกบางประเภท ให้พูดอีกล้านรอบ บอกว่าเข้าใจแต่ไม่ทำ?

“ถ้าคุณเป็นอย่างนั้น คุณไม่สมควรอยู่กับใครเลย ถ้าคุณเป็นคนพูดว่าเข้าใจ แต่ลึกๆ ในใจไม่ต้องการเข้าใจใครหรือพยายามเปลี่ยนเลย ขอบคุณที่ชมนะครับ แต่ผมเมื่อ 21 ปีที่แล้วกับปัจจุบันนี้ คนละคนกันเลย มันเกิดจากการแก้ไข ประสบการณ์การเดินทางของเราสองคน ที่เราไม่เคยหยุดแก้กันเลย”

ไม่เคยปล่อยมือกัน?

“ถูกต้อง ผมมีทั้งช่วงดีและช่วงเลวที่สุดเหมือนกัน แต่ว่าเรายังเปิดโอกาส ให้อภัยซึ่งกันและกัน ผมว่าคนเราเปลี่ยนไม่ได้หรอก  เรายังมีสันดานยังไงก็เป็นอย่างนั้น แต่เราเลือกที่จะปรับ จะเปลี่ยน ถ้าเราจะใช้ชีวิตคู่กับพาร์ตเนอร์ของเราไปตลอดชีวิต คำว่าคู่มันไม่ใช่เราคนเดียวไง คำว่าคู่คือมีเขาด้วย บางคนประกาศเมื่อไหร่จะมีรักแท้สักทีวะ แต่ลืมไปหรือเปล่า ตัวเราเองก็ต้องเป็นรักแท้ให้เขาด้วยนะ”

ในไลฟ์ทะเลาะกันบ่อยๆ คอนเฟิร์มว่าทะเลาะกันจริงๆ บางไลฟ์พี่มี่อยู่ดีๆ ก็งอน ลุกออกจากรายการไปเลย?

“ไม่ใช่งอน เขาจะมีวิธีการจัดการกับความโกรธตัวเองแตกต่างกัน พี่มี่จะเก็บไม่ค่อยดีนัก พี่จะเก็บได้มากกว่า แต่วิธีการเขาที่เราโอเค คือเขาจะฮึบนิดนึง แล้วก็กลับมาก็ทิ้งเลย แต่ต้องผ่านการฝึกมาพอสมควรนะ (หัวเราะ) เราสองคนทะเลาะกันบ่อยก็จริง แต่เราไม่เล่นเกมซึ่งกันและกัน การทะเลาะกันคือการที่เราสองคนร่วมกันทำงาน มีความคิดเห็นที่ต่างกัน เพราะเราทำงาน เราไม่เล่นเกม เขาไม่เล่นเกม สมมติผมทะเลาะกับพี่หนิง จะไม่เล่นเกมด้วยการพูดแดกดันทำหน้าตึง เราแสดงออกว่าเราไม่พอใจแต่ต่างคนต่างเข้าใจว่าเป้าเรา เราต้องการไปที่จุดหมายปลายทางที่ดีทั้งคู่ ฉะนั้นเราอาจมีบางอย่างที่มีอีโก้บ้าง ทำไมต้อฟึดฟัดต่อหน้าทีมงาน ทีมงานผมอึ้งหลายรอบนะ แต่ที่อึ้งยิ่งกว่าทะเลาะกันเสร็จปุ๊บ 5 วิ หายเลย แล้วผมไม่ได้โกหก ผมเป็นแบบนี้จริงๆ เราต้องเข้าใจก่อนสิ่งที่อีโก้ใส่กัน มันไม่มีใครได้ประโยชน์เลย อีโก้เราคือต้องชนะเขาให้ได้ สมมติชนะกันเขาร้องไห้ ถามว่าคนนี้ไม่ใช่คนที่คุณรักเหรอ คุณต้องการอะไร คุณได้ธงมั้ย คุณได้บ้านหรือได้ที่ดินมั้ย มันไม่ได้อะไรเลย ฉะนั้นถ้าเกิดคนที่คุณรัก เขาแพ้คนมาทั้งโลก แล้วถ้าเกิดเขาจะชนะเรา มันจะเป็นอะไร มันไม่เป็นอะไร”

ชีวิตตกตะกอนหลายๆ เรื่อง จุดเปลี่ยนอีกจุดที่ทำให้ความคิดเปลี่ยน คือช่วงมาเป็นพิธีกร?

“น่าจะเป็นสิ่งสำคัญเลย มันเปลี่ยนคือการเป็นพิธีกร เราต้องฟังมากกว่าพูด พอเราได้ฟัง แปลว่าเราจะได้เห็นและเรียนรู้ชีวิตคนมาก ผมว่าพิธีกรเป็นอาชีพเดียวในโลกเลยนะสำหรับผม ที่จะทำให้เราได้พบปะผู้คน ได้พบปะประสบการณ์ใหม่ๆ หรือเรื่องราวชีวิตที่ผ่านฟีลเตอร์ที่เขากลั่นกรองมาให้เราแล้ว ภายในเวลา 1 ชม.ทั้งชีวิตของเขาเลยนะ แล้วชีวิตเขาถูกกรองมาแล้ว เราจะได้รับแต่สิ่งดีๆ ทั้งนั้นที่เราสามารถนำมาใช้กับชีวิตของตัวเองได้ เพราะฉะนั้นพิธีกรผมเชื่อว่าเป็นอาชีพเดียวที่ทั้งเลี้ยงชีวิตเราด้วย และสร้างชีวิตเราด้วย เลี้ยงชีวิตคือให้รายได้ สร้างชีวิตคือพอเราได้คุยกับคนเยอะขึ้น เราได้เจอคนดีๆ มันสร้างชีวิตเราคือทำให้เรากลายเป็นคนดีขึ้นไปในตัวด้วย มันไม่มีใครหรอก คุยกับคนดีแล้วจะกลายเป็นคนชั่วมากขึ้น หรือเวลาเราทำพิธีกร เราอยากให้กำลังใจเขา แต่พอเรื่องราวเขากลับเป็นอินสไปร์เห็นมั้ยเรามีแต่กำไร ไม่มีขาดทุนเลย ก็เลยทำให้เราได้คิดมากขึ้นได้โตขึ้น เพราะพิธีกรต้องอ่านหนังสือต้องดูข่าว มีความรู้รอบตัว ฟังคนเยอะๆ ฟังเรื่องราวผม บางคนอาจคิดว่าจริงเปล่า ก็แล้วแต่เลย แต่อยากบอกว่าผมไม่ใช่กูรูชีวิตคู่นะ ผมพูดในมุมมองชีวิตผมที่ผมเดินทางด้วยกันมา ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งที่ผมทำถูก แล้วคุณเอาไปทำแล้วมันจะใช่ คุณต้องรู้วิธีการดีลกับคนของคุณ สิ่งสำคัญคือไม่สมควรมีการเปรียบเทียบนะ ดูเขาสิ เขาทำแบบนี้ ทำไมไม่ทำบ้าง อย่าทำ เพราะถ้าคุณเห็นคนอื่นดีกว่า คุณไม่ควรอยู่กับคนนี้ คุณควรไปอยู่กับอีกคนนึง ถูกมั้ย ฉะนั้นคุณควรเปิดโอกาสให้กันและกัน ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เดินทางไปด้วยกัน แค่นั้นเอง”

เป็นคนที่ถูกกล่าวขานในวงการพิธีกรมากๆ คือได้ทำงานแทนพี่ตา ปัญญา?

“จริงๆ ไม่ขนาดนั้น ตอนนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยว ผมเพิ่งเดินเข้าไปในบริษัทเวิร์คพ้อยท์ แล้วผมบอกว่าผมอยากเป็นพิธีกรที่เก่งกว่านี้ ผมไม่ได้มองที่อื่นเลย ผมรู้สึกว่าเวิร์คพ้อยท์คือที่เดียวที่จะพัฒนาให้ผมผมพัฒนาตัวเองในแง่มุมพิธีกรมากกว่านี้ได้ ผมก็มาของผมแบบนี้ ตอนนั้นเวิร์คพ้อยท์เขามีรายการอะไรให้ผมทำ ผมทำทุกอย่างเลย เพราะผมไม่ได้เอาอะไรมาเลย ไม่ได้เอาความเป็นพระเอกดาราที่อยู่ในวงการมานาน  ไม่เอาอะไรไปเลย แค่เคยทำรายการจันทร์พันดาวมาแล้วผมชอบ ที่นี่ส่งรายการอะไรมา ผมรับหมดเลย ตอนได้มีโอกาสไปทำรายการชิงร้อยชิงล้าน หลายคนบอกว่าเฮ้ย จะโดนเปรียบเทียบหรือเปล่า กังวลอะไรมั้ย ผมตั้งมายด์เซ็ตตัวเองไว้ว่า คนเราจะเก่งได้ ต้องทำเยอะๆ อย่ารู้เยอะ ทำเยอะๆ เดี๋ยวเก่งเอง เปรียบเทียบไปเลย ทุกคนมีสิทธิ์เปรียบเทียบ แต่เป้าของผม การที่ผมจะเก่งได้ ผมต้องไปอยู่กับคนเก่งเท่านั้น แล้วผมจะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่จะได้ไปทำงานกับพี่ใหญ่ของเรา พี่หม่ำ พี่เท่ง พี่โหน่ง ผมไม่ได้เข้าไปเพื่อแทนพี่ตา ไม่มีใครในโลกนี้สามารถแทนกันและกันได้ ผมไม่สามารถแทนพี่ตา ซึ่งอยู่วงการมาโดยเฉพาะชิงร้อยชิงล้าน ผมไม่มีเป้าไปแทนพี่ตา แต่อย่างน้อยหน้าที่ของผมคือผมจะเข้าไปทำหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการชิงร้อย ในฐานะซี ศิวัฒน์ซึ่งก็ไม่มีใครไปแทนผมได้เช่นเดียวกัน”

คำว่าดื่มจนได้ดี คือยังไง?

“จริงๆ ผิดนะ คนที่ดื่มจนได้ดีคือเมียพี่ หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่มี่เขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่สมัยเป็นนางเอกกันตนาแล้ว แต่คนไม่รู้ว่าเขาเป็นสายนี้ เมื่อก่อนเราปิดกล้องเราก็ไปรวมตัวกัน เจอกัน แต่เมื่อก่อนไม่มีโซเชียลมีเดีย”

เขาดื่มแต่ไม่ได้เละเทะ?

“เละ เอามาจากไหนไม่เละ เขาปีนโต๊ะ แปลงร่าง เมียพี่เป็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่พอเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย พี่ก็เลยอยากให้ทุกคนรู้ว่าเมียพี่โทษนะเขาเป็นคนกวนตีx พี่เห็นมาเป็นสิบปี ยี่สิบกว่าปี ก็อยากให้คนอื่นได้เห็นด้วย พอมีโซเชียลมีเดียทุกคนก็ได้เห็น จริงๆ นางไม่เคยเปลี่ยนนะ นางเป็นแบบนี้มานานแล้ว”

ร่างนึงที่ซีเห็นมาตลอด แต่คนไม่เคยเห็น?

“ใช่ พอมาถึงยุคนี้เขาไปไหน คนก็จะแบบ อุ้ยแม่มา พี่มี่ๆ เชื่อมั้ย เวลาไปร้านที่อื่น เมียผมไม่เสียเงินสักบาท เพราะทุกคนพร้อมเลี้ยงเมียผม (หัวเราะ) นางสายดื่ม นางก็จะเอ็นเต็มที่” 

แต่งงานอยู่ด้วยกันมา 21 ปี ไม่ค่อยได้เห็นบอกรักกันสักเท่าไหร่?

“จริงๆ บอกรักเมียตลอดนะ เพราะสิ่งที่แน่นอนที่สุดในโลกใบนี้คือความไม่แน่นอนเลย พี่สูญเสียคุณพ่อคุณแม่ไป วันนี้สิ่งที่โหยหาที่สุดคืออยากให้เขาอยู่กับเราตรงนี้ ฉะนั้นอะไรเล็กๆ น้อยๆ ผมก็เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนนะครับ บอกรักคนที่คุณรักทุกวัน รักนะจ๊ะเมียจ๋า” 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama    

คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/P1rlVqFiuXg?si=Nj24rufoDUeCRNLV

ไมค์ พิรัชต์ คว้ารางวัลเกียรติยศ 2026 เชื่อมสัมพันธ์บันเทิงไทย-จีน

ไมค์ พิรัชต์ คว้ารางวัลเกียรติยศ 2026 เชื่อมสัมพันธ์บันเทิงไทย-จีน

ไมค์ พิรัชต์ คว้ารางวัลเกียรติยศ 2026 เชื่อมสัมพันธ์บันเทิงไทย-จีน

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.25 น.

ไมค์พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล หรือ Mike Angelo นักแสดงและศิลปินชื่อดังสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยอีกครั้ง เมื่อคว้ารับรางวัล Weibo Thailand China-Thailand Film & TV Dedicated Artist ในงาน  “2026 WEIBO Cultural Communication Night รางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่ศิลปินไทยผู้มีผลงานโดดเด่น และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ระหว่างไทย-จีน

หลังขึ้นรับรางวัลไมค์เปิดใจว่า รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่ได้รับการยอมรับจาก Weibo พร้อมเผยถึงความตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการแสดงและด้านภาษา เพื่อให้สามารถสื่อสารและเชื่อมต่อกับแฟนๆ จากทั่วโลกได้มากยิ่งขึ้น

ผมขอขอบคุณ Weibo เป็นอย่างมากที่เชิญมาร่วมงานในครั้งนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากครับ วันนี้ถือเป็นอีกครั้งที่ผมได้รับเกียรติจากทาง Weibo อย่างที่ผมเคยกล่าวไว้ทุกครั้งบนเวที ผมจะมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองต่อไป ทั้งด้านการแสดงเพื่อส่งมอบผลงานที่ดีที่สุด และด้านภาษาเพื่อเชื่อมต่อสื่อสารกับแฟนๆ ทั่วโลกให้ได้มากที่สุด

พร้อมกันนี้ ไมค์ยังกล่าวถึงแรงสนับสนุนจากแฟนคลับ ซึ่งถือเป็นกำลังใจสำคัญตลอดเส้นทางการทำงานในวงการบันเทิง โดยขอบคุณแฟนๆ ทั้งชาวไทย ชาวจีน และแฟนๆ จากทั่วโลกที่ยังคงให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

ตลอดเส้นทางในวงการบันเทิง ความสำเร็จวันนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีแรงสนับสนุนจากแฟนคลับทุกคน ขอขอบคุณแฟนๆ ชาวไทย ชาวจีน และแฟนๆ จากทั่วโลกที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ ทุกการสนับสนุนเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ผมกล้าเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานต่อไป หวังว่าผลงานที่ผ่านมาและที่กำลังจะมีขึ้น จะเป็นการตอบแทนทุกความรักและกำลังใจที่มอบให้ผมมาตลอดครับ

การได้รับรางวัลครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ “ไมค์ พิรัชต์” ในเส้นทางการทำงานระดับนานาชาติ พร้อมสะท้อนถึงบทบาทของศิลปินไทยในการเชื่อมโยงวงการบันเทิงและวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน ผ่านผลงานและการสื่อสารกับแฟนๆ ในหลากหลายประเทศ

#WeiboCulturalCommunicationNight #WeiboGala2026⁠ #微博文化交流之夜泰国站  #mikeangelo #m1keangelo #ไมค์พิรัชต์

นก อุษณีย์ ควง ม่วย เปิดใจนาทีคุกเข่าขอแต่ง ฤกษ์วิวาห์26 พ.ย. 69

นก อุษณีย์ ควง ม่วย เปิดใจนาทีคุกเข่าขอแต่ง ฤกษ์วิวาห์26 พ.ย. 69

นก อุษณีย์ ควง ม่วย เปิดใจนาทีคุกเข่าขอแต่ง ฤกษ์วิวาห์26 พ.ย. 69

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

 “นก อุษณีย์” ขอควง “ม่วย นิธิตรา” เปิดใจครั้งแรก หลังทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงานสุดโรแมนติกริมแม่น้ำที่ญี่ปุ่น พร้อมไขข้อสงสัย ทำไมนกถึงเป็นคนขอแต่งงาน พร้อมประกาศชัดแต่งปีนี้แน่นอน ย้อนเล่าประสบการณ์ขนหัวลุกห้องทำงานเป็นศูนย์รวมของวิญญาณ ม่วยเคยเจอมากับตัวแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 

 เล่าโมเมนต์หวาน?

นก : ก็ตื่นเต้นมากที่สุดในชีวิต เราเกิดมาก็คิดว่าคงได้มีโอกาสแต่งงาน แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าเราจะเป็นฝ่ายคุกเข่าขอใครแต่งงาน มันก็ตื่นเต้น ทำตัวไม่ถูก

 คนเป็นคนคุกเข่าน่าจะเป็นคุณม่วย ทำไมสลับกัน?

นก : เซอร์ไพรส์เขา เซอร์ไพรส์ทุกคนด้วย (หัวเราะ) ถ้ารอเขาคุกเข่าน่าจะอีก 5 ปี จริงๆ เรารู้สึกว่าเขาเป็นผู้ให้มาเยอะแล้ว เสียสละให้คนอื่น เสียสละเพื่อเราหลายอย่างเลยอยากให้เขาได้เป็นผู้รับบ้าง เซอร์ไพรส์แบบนี้บ้าง

 นกตัดสินใจทำแบบนี้เพราะเราไม่ชอบเซอร์ไพรส์ เราเลยจัดเซอร์ไพรส์ให้ม่วยเอง?

นก : จริงๆ เป็นคนเรื่องเยอะ ไม่ชอบเซอร์ไพรส์ กลัวว่าไม่ถูกใจ เป็นคนเก็บสีหน้าอาการไม่ได้ สั่งเขาไว้ตั้งแต่แรกเลยว่าห้ามเซอร์ไพรส์นะเดี๋ยวเลือกแหวนมาไม่ชอบ เราต้องไปเลือกด้วยกัน 

ม่วย : ม่วยเป็นคนโป๊ะตลอด เซอร์ไพรส์เขาคงยากมาก

 นก : แต่นกตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าจะซื้อแหวนเพื่อคุกเข่าขอเขาแต่งงาน อยากได้เราสองคนได้มีโมเมนต์นี้ โดยตกลงกันว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ เราอาจผลัดกันคุกเข่าถ่ายรูป ไม่มีเซอร์ไพรส์ ก็ดูสถานที่ไว้แต่ผิดแผนไปหมดเลย ตอนแรกตั้งใจว่าอยากได้ที่บรรยากาศสวยๆ อยากไปเที่ยวทุ่งดอกไม้ ไปต่างประเทศ ก็จองทริปไปประเทศจอร์เจียไว้ แต่มีเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบ ก็เลื่อนเปลี่ยนมา ก็คิดว่าคงไม่ได้ไปไหนแล้ว เอาใกล้ๆ อย่างเขาใหญ่แล้วกัน บรรยากาศสวย แต่คิวงานเขาก็แน่นมาก ก็ไม่ได้ไปสักที อยู่ดีๆ  ก็ได้ทริปไปญี่ปุ่น คือลูกค้าเป็นสายการบิน ติดต่อมาว่าเขาเปิดเส้นทางไปโตเกียว อยากเชิญคู่เราไปปฐมฤกษ์ เปิดเส้นทางนี้ 

คิดมั้ยว่านี่แหละฟ้าประทาน ต้องทริปนี้แหละ?

นก : ใช่ แต่มันมีเวลาแค่ 4 วันหลังจากที่รู้ตัว แล้วมันติดเสาร์-อาทิตย์ เหมือนวันจันทร์-อังคารเขาไปอ่านข่าวปุ๊บ นกก็รีบบึ่งรถไปดูแหวน ไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ต้องเบอร์นี้ไซส์นี้เท่านั้น ต้องมีของเลย ต้องไม่เม็ดใหญ่ ต้องไม่เวอร์ ต้องไม่ผู้หญิงเกินไป ปกติร้านไม่ได้มีทุกไซส์ทุกแบบให้เราเลือกใช่มั้ย จริงๆ เราคิดว่าจะมีโมเมนต์นี้ เราก็แอบเก็บข้อมูลมาเรื่อยๆแต่ไม่คิดว่ามันจะปุบปับแบบนี้ เขาก็ใส่แหวนอันเก่าติดนิ้วตลอดเวลา เราก็พยายามบอกว่าไม่ต้องใส่หรอก ถอดเก็บไว้บ้านบ้าง เขาบอกว่าไม่ได้ (หัวเราะ) เขาก็ไม่ถอด วันนั้นที่ขอเขาก็ใส่ทั้งสองวง (หัวเราะ) 

ตอนถูกขอแต่งงาน มีหลายอารมณ์มาก อารมณ์นึงคุณม่วยอยากโดดสะพาน?

ม่วย : เราดูดอกไม้ไฟกันเสร็จใช่มั้ย เขาก็เหมือนถ่ายคลิปปิดพูดคุยกันไม่ได้คิดอะไรตอนนั้น ก็พูดไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ เลย ฝนตกแล้ว เราก็หิวข้าวแล้ว หันไปแป๊บนึง เขาลงไปคุกเข่า มันช็อกมาก ไม่ได้ทันเตรียมการ ไม่ได้คิดอะไร ปากเบะหมดเลยค่ะ จะร้องด้วย หัวเราะด้วย ก็คิดว่าทำไงดีวะ อยากโดดสะพาน มันตื่นเต้น มันไปไม่ถูก 

นก : เราอยู่โตเกียวเลย ก็คิดว่าเป็นงานดอกไม้ไฟ สั่งชุดยูคาตะน่ารักๆ มาใส่กันดีกว่า แต่กว่าจะได้คุกเข่าก็เหนื่อยเหมือนกัน เราไม่เคยไปงานดอกไม้ไฟมาก่อน เราก็คิดในหัว ฉากหลังเป็นดอกไม้ไฟ เราจะเริ่มขอ พอเขาเซย์เยสปุ๊บ ดอกไม้ไฟจะต้องจุดปุ้งๆ นั่นคือสิ่งที่คิด แต่ความจริงคือคนเป็นล้านเลย ตร. รปภ. ก็บอกให้เดินไป ไม่ให้หยุดเลย ก็คิดว่าให้เดินไปถึงไหน เดินไปเป็นกิโลแล้ว

จุดที่ขอไม่มีคนเลย?

นก : เราเดินไปไกลมากเป็นกิโล จนกระทั่งมาถึงจุดที่เขาเหมือนรันๆ ให้มายืนตรงนี้ เราก็ยืนดูงานจนจบ ฝนก็เริ่มตก คนก็หายไปกันหมดแล้ว เราก็เออ ไปถ่ายรูปกัน เลือกมุมสวยๆ ไม่มีคนเลย 

ใจตอนนั้นเป็นยังไง?

นก : โอ้โห เกือบไม่ได้แต่งแล้ว เกือบได้จัดงานศพแล้ว (หัวเราะ) หัวใจจะวาย เต้นแรงมาก น้องที่นัดไว้ก็ไม่มา ไม่มีคนถ่ายให้ ก็หานักท่องเที่ยวแถวนั้น เมียเขายืนอยู่ข้างหลังคลิปค่ะ (หัวเราะ) เขาเป็นฝรั่ง เราก็บอกว่ายูช่วยถ่ายคลิปให้หน่อย เขาก็ยืนถือให้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันจะเกิดอะไรขึ้น พอเราคุกเข่าเขายืนยิ้มเลย 

ม่วย : มันมีทุกความรู้สึกเลย  พูดแล้วจะร้องไห้ คืออย่างที่เคยเล่า ชอบเขาตั้งแต่ปี 48 กว่าจะได้บอกชอบกัน กว่าจะได้กลับมาเจอกัน กว่าจะได้คุยกัน ไม่ได้คิดด้วยว่าจะเป็นเขา เหมือนทุกอย่างเติมเต็มกลับมาหมดเลย 

อยากขอบคุณมั้ยที่นกเป็นคนขอ?

ม่วย : ก็ขอบคุณเขา วันนั้นที่พูดกับเขาคือเขาถามเหมือนกันว่าร้องไห้ทำไม ขอบคุณที่เห็นค่าในตัวม่วย มันอิ่มมากสำหรับความรู้สึกที่เขาให้กลับมา ขอบคุณค่ะ 

ได้ฤกษ์แล้ว วันไหน?

นก : วันที่ 26 พ.ย.ค่ะ จัดงานแถวๆ สมุทรปราการค่ะ เป็นวันที่ 26 เพราะเป็นวันที่เขาขอเป็นแฟน เราก็ตกลงกันไว้ตั้งแต่ 3 เดือนแรกที่เราคบกันว่าเอางี้แล้วกันอีกสามปีก็ตรงกับ 2026 แล้ววันที่ 26 เดือน 11 2026 เลขสวย ก็แต่งวันนั้นแหละ

ธีมงานเป็นยังไง?

นก : อิงลิชวินเทจ อยากได้ฟีลอยู่ในสวน กระโปรงบาน เป็นงานเอาต์ดอร์ เป็นกันเองเล็กๆ อบอุ่น มีแค่พิธีวาว และดินเนอร์ปาร์ตี้กัน  ตอนนี้เตรียมประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ มั้ง (หัวเราะ) มันเหลือเรื่องที่สำคัญ ยังไม่สำเร็จสักที คือเรื่องลดน้ำหนัก ไม่กล้าไปลองชุดเพราะอ้วนมาก (หัวเราะ) มีชุดที่เป็นแบบในใจ อยากได้ประมาณนี้ ดูร้านในเน็ตไว้ แต่ไม่กล้าไปลองที่ร้าน เพราะตั้งเป้าต้องลดน้ำหนักกันทั้งสองคน

ตั้งเป้าไว้คนเท่าไหร่?

นก : 6-7 โลอยู่นะ ถามว่าขึ้นมาเท่าไหร่ดีกว่า (หัวเราะ)

ครอบครัวสองฝ่ายว่าไงบ้าง?

ม่วย : ม่วยก็บอกคุณแม่เอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว บอกคุณพ่อที่บ้าน ทุกคนก็โอเค อะไรที่เรามีความสุข คุณพ่อคุณแม่เขาก็โอเคพี่น้องก็แฮปปี้ไปด้วย 

นก : หม่าม้าต้องโอเค เพราะเคยถามแล้วว่าจะยกให้มั้ยลูกสาว ถ้าไม่ยกให้จะพาหนีนะ (หัวเราะ) ม้าบอกไม่ให้ นกเลยบอกงั้นไปด้วยกัน ม้าไปด้วย (หัวเราะ)

คบกันมีความเห็นไม่ตรงกันบ้างมั้ย?

นก : ต้องมีแหละเป็นธรรมดา แต่ว่าโดยเนเจอร์ของม่วย เขาเป็นคนไม่เถียงใครอยู่แล้ว ไม่ทะเลาะกับใครอยู่แล้ว ประนีประนอม ค่อนข้างเก็บกดค่ะ เรื่องที่ทะเลาะกันก็จะเป็นเรื่องที่นกดุเขา ทำไมไม่รู้จักสู้คนบ้างเลย การทำงานมันมีความเครียดมีเรื่องมากระทบ เขาก็จะเงียบ เก็บๆ ไว้ ก็บอกมันไปสิ 

ม่วย : เป็น Devil อยู่ข้างหลัง ให้เราสู้คน 

สู้บ้างมั้ย?

ม่วย : ถอยหน้าถอยหลังค่ะ ยุไม่ขึ้นค่ะ มาบ่นกับเขาอย่างเดียว 

นก : ถามว่าได้อะไร ด่าซ้ำ (หัวเราะ)

เวลาทะเลาะกัน บ้านนี้ใครชนะ ใครแพ้?

นก : ไม่น่าถาม (หัวเราะ)

ม่วย : ชัดๆ เลยค่ะ ดูออก ยอมให้เขาค่ะ 

ใครคลั่งรักกว่า?

นก : ไม่น่าถามอีก (หัวเราะ)

ม่วย : ม่วยค่ะ

นก : บางทีเขาคลั่งรักจนบอกพอเหอะ ชอบนั่งมองหน้าแล้วบอกสวยจังเลย ทำไมวันนี้สวยจังเลย ทำผมแบบนี้สวย อุ้ย เขิน เขินอะไร (หัวเราะ) 

ม่วย : ตอนเคยชอบเขา ไม่เคยบอกเขาไง 

นก : เขินอะไร อยู่ในห้องไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย มองหน้าเขินอะไร (หัวเราะ) อยู่ห้องสบายๆ เรื่องน่าเขินไม่เขินไง แก้ผ้าเดินอยู่ในห้อง แต่ทีชมสวย เขิน 

มองนกหวาน นางเอก แต่อยู่บ้านสลับกัน?

นก : มันเป็นแค่เปลือกนอก 

ม่วย : เทสที่สร้างกับร่างที่เป็น 

นก : จริงๆ เขาอ่อนโยน เสียสละ มุ้งมิ้ง ชอบสีชมพู เป็นคนหวานๆ แต่เขาโตมาแล้วมีเกราะมีกำแพง เสือสิงห์กระทิงแรดเยอะไง เขาก็เลยมีลุคโปรเทคตัวเองนิดนึง ส่วนเราก็บอกตลอดว่าไม่ใช่คนเรียบร้อย 

ม่วย : เขาเป็นคนลุยๆ ห้าวๆ แบกหามยกของ เขาคนเดียวเลย

นก : เปลี่ยนหลอดไฟ อะไรแบบนี้ 

ม่วย : ไล่จิ้งจก ไล่แมลงสาบ เขาคนเดียวเลย เราอยู่บนเตียงแล้ว (หัวเราะ) 

เรื่องจดทะเบียน มีแพลนจะจดมั้ย?

นก : มีค่ะ ตั้งใจไว้ ตอนแก่จะได้ช่วยกันดูแลเรื่องสุขภาพ เวลาไปรพ. แต่ ณ ตอนนี้อาจไม่ได้แต่งแล้วจดเลย อยากเคลียร์ชีวิตให้ลงตัวเรียบร้อยก่อน

เรือนหอล่ะ?

นก : จะเรียกว่าเรือนหอก็ไม่เชิง แพลนไว้เป็นบ้านหลังเกษียณ อีกไม่กี่ปีก็เกษียณแล้ว (หัวเราะ) จริงๆ แพลนไว้ว่าอยากเป็นบ้านที่ใช้ชีวิตบั้นปลาย อยู่ต่างจังหวัด อากาศดีๆ วังน้ำเขียว มีปลูกโน่นนี่กิน 

ดูหรือยัง?

นก : เรียบร้อยแล้ว ออกแบบบ้านเรียบร้อยแล้ว ขุดบ่อเลี้ยงปลาเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นสไตล์คอร์ทเทจหลังเล็กๆ หวังว่าหลังแต่งงานจะเริ่มแพลน ทำงานไปสร้างไปนิดหน่อย

เกษียณเมื่อไหร่?

นก : สัก 55 เนอะ

ม่วย : ประมาณนั้นค่ะ 

รับงานอยู่ เทียวไปเทียวมา?

นก : นกมองว่าพออายุขนาดนั้น เราก็ทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ต้องมาทำงานที่กรุงเทพฯ แล้ว ก็อาจมีขายของออนไลน์ นกแพลนว่าจะมีห้องพักสัก 2-3 ห้อง เผื่อใครมานอน มาพักก็ได้ 

ความรักน้อยคนที่จะเจอคู่รักที่อยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ มีความสุข อยากบอกอะไรกันบ้าง?

นก : ไม่ได้ๆ เขียนเสร็จแล้ว เขายังไม่รู้นะ เขียนวาวเสร็จแล้ว 

ไม่เอาคำปฏิญาณแต่งงาน เอาความในใจที่มีต่อกัน?

นก : สำหรับม่วย เขาทำให้นกยิ่งเชื่อมั่นในความรัก เรารู้แหละว่าเราเชื่อในเรื่องความรัก เราจะมีคู่ แต่ว่าเขาเป็นคนทำให้เรารู้สึกว่ารักจริงๆ รักแท้มันมีอยู่จริง แล้วเขาทำให้นกเชื่อมั่นว่ามันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เขาทำให้เชื่อมั่นว่าเขาไม่ได้รักแค่ภายนอก วันที่เราแก่ วันที่เรามีปัญหา ป่วย ติดเตียง เชื่อว่าเขาอยู่กับเรา ไม่ทิ้งเราไปไหน ใช่มั้ยคะ (หัวเราะ)

ม่วย : บอกเขาอยู่บ่อยๆ เหมือนกันว่าขอบคุณมากๆ ที่เขาเป็นทุกอย่าง เป็นทั้งพี่ เป็นทั้งเพื่อน เป็นคนรัก เป็นแม่ เป็นทุกอย่างจริงๆ เขาดูแลม่วยทุกอย่าง โดยเฉพาะความรู้สึกหลายๆ อย่างของเรา สภาพจิตใจของเรา เรารู้สึกว่าเขาคือคนที่ปลอดภัยที่สุด นับตั้งแต่ปี 48 เรารู้สึกว่าเขาก็ยังเป็นคนนั้นเหมือนเดิม 

คู่นี้ไม่ได้มีแค่ความหวาน ทำไมถึงคิดว่าที่ออฟฟิศมีวิญญาณ?

นก : จริงๆ มันมีทุกที่แหละ แต่มีคนเห็นบ้าง ม่วยมีประสบการณ์บ้าง

ม่วย : เห็นเหมือนผู้หญิงเดินผ่านไปผ่านมาแว้บๆ  แต่เพื่อความสบายใจ เรามีไหว้พระสวดมนต์ในห้องทำงานอยู่แล้ว พี่นกชอบทำอะไรตลกๆ คุยกับฟ้ากับดินบ้าง คุยกับหมาบ้าง คุยคนเดียว ก็หยิบโทรศัพท์มาถ่ายเขา 

นก : ทำไมดูไม่ดี (หัวเราะ) เราเครียดไง งานไม่สำเร็จ ติดๆ ขัดๆ เราก็โทษผีโทษสางในห้องนั้น บอกว่าช่วยกันบ้าง อยู่ในห้อง ช่วยๆ กันหน่อย จะเอาบุญมั้ย จะได้ทำไปให้ แต่ให้งานสำเร็จหน่อย ก็ตกลงกัน 

ขู่สิ่งลี้ลับ แต่มีคนทักว่าห้องนี้มีจริงๆ?

ม่วย : เขาบอกมีวิญญาณ สิ่งที่เราไม่เห็น 

นก : เขาบอกฮวงจุ้ยเป็นทางผ่าน แต่เราไม่เคยเจอนะ เขาบอกมาเป็นทางผ่าน ก็คงจะมีเราก็คุยไปเรื่อยเปื่อย

ม่วย :   ถามว่าเห็นจังๆ มั้ย เห็นเป็นคนผ่านไปผ่านมามากกว่า ผ่านหน้าเรา แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดนะ คิดว่าเป็นคน พอเขาเลี้ยวไปอีกห้องนึงไม่เห็นแล้ว

คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/DOypQCC-XC8?si=Cs2MJ0Jkrtw849un

พักมง…แต่ไม่พักใจ‘ฮันนี่-ณภัค’ลุยภารกิจเพื่อผู้หญิง

พักมง…แต่ไม่พักใจ‘ฮันนี่-ณภัค’ลุยภารกิจเพื่อผู้หญิง

พักมง…แต่ไม่พักใจ‘ฮันนี่-ณภัค’ลุยภารกิจเพื่อผู้หญิง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.07 น.

จากนางงามสู่บทบาท “กระบอกเสียงเพื่อสังคม” สำหรับ “ฮันนี่-ณภัค มุทธาเสถียร” Mrs. Classic Universe 2024 นางเอกซีรีส์ธรรมะ และผู้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ล่าสุดขอพักงานประกวดเอาไว้ชั่วคราว แม้จะมีเวทีต่างประเทศติดต่อเข้ามาถึง 2-3 เวที เพราะเจ้าตัวตัดสินใจเลือกโฟกัส “งานเพื่อสังคม” เป็นหลัก “อาจยังไม่ใช่เวลาของเรา”

‘ฮันนี่’เผยว่าวันนี้อยากนำโอกาสและบทบาทที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคม โดยเฉพาะประเด็น ความรุนแรงในครอบครัวและความปลอดภัยของผู้หญิง หลังช่วงที่ผ่านมาได้รับข้อมูลและเรื่องร้องเรียนจากผู้หญิงที่กำลังเผชิญปัญหาเข้ามา หลายเคส

ที่น่าห่วงคือ บางเคสมีการกล่าวถึงการถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักและเกิดความรุนแรงซ้ำภายในครอบครัวจนผู้ได้รับผลกระทบบางรายรู้สึกหวาดกลัวและไม่มั่นใจว่าตัวเองจะปลอดภัยในชีวิตประจำวันเรื่องราวที่ได้รับฟังไม่ได้มีเพียงเหตุการณ์การทำร้ายร่างกายแต่ยังเกี่ยวข้องกับความหวาดกลัว สภาพจิตใจ ความปลอดภัยของเด็กและคนในครอบครัว รวมถึงปัญหาที่ทำให้ผู้เสียหายจำนวนหนึ่งไม่รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครฮันนี่จึงขอใช้ช่วงเวลานี้ รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางช่วยเหลือแต่ละกรณีอย่างรอบคอบพร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก

“วันนี้ฮันนี่อยากใช้โอกาสที่ตัวเองมี ส่งต่อเสียงของคนที่กำลังเดือดร้อน บางคนไม่มีพื้นที่ ไม่มีพลัง และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นขอความช่วยเหลือจากตรงไหน ถ้าเราสามารถเป็นอีกหนึ่งเสียง หรือช่วยให้ใครสักคนปลอดภัยขึ้นได้ นั่นคือสิ่งที่มีความหมายมาก” แม้จะมีเวทีต่างประเทศติดต่อเข้ามา แต่ฮันนี่เลือกพักเรื่องมงเอาไว้ก่อน เพราะเชื่อว่า “การสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตของคนหนึ่งคน ก็เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนกัน”พักมง…แต่ไม่พักใจ!จากวันนี้ “ฮันนี่-ณภัค” ขอเปลี่ยนจากการเดินบนเวที มาเดินหน้าทำงานเพื่อสังคม พร้อมส่งต่อเสียงให้ผู้หญิงที่กำลังเผชิญความรุนแรง และย้ำว่า ผู้หญิงทุกคนไม่ควรต้องอยู่กับความรุนแรงเพียงลำพัง!

หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี

หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี

หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.28 น.

กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจและเรียกน้ำตาให้กับคนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก จากการจากไปอย่างกะทันหันของ เต้ ดราก้อนไฟว์ อดีตสมาชิกบอยแบนด์ชื่อดัง ล่าสุด หญิง กัญญา ไรวินท์ นักจัดรายการวิทยุและเพื่อนสนิท ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โพสต์ข้อความร่ายยาวด้วยความอาลัยรักและความรู้สึกผิดลึก ๆ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือเพื่อนรักในยามวิกฤตได้ทัน

โดยในโพสต์ดังกล่าว หญิง กัญญา ได้เผยความในใจพร้อมตั้งคำถามด้วยความเสียใจว่า ทำไมการเผชิญหน้ากับปัญหาครั้งนี้ เต้ถึงเลือกที่จะเก็บเงียบและไม่ยอมโทรหาหรือไลน์หาเธอเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาในอดีต ที่ไม่ว่าจะมีปัญหาเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวอย่างเรื่องร้านทำผม เต้ก็มักจะนึกถึงและติดต่อหาเธออยู่เสมอ พร้อมทั้งย้อนวันวานความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่ยาวนานถึง 22 ปี โดยยกย่องว่าเต้เป็นเพื่อนที่แสนดี น่ารัก มีความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน และไม่เคยแสดงอารมณ์หงุดหงิดหรือโมโหให้เห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียว สมกับเป็นสุภาพบุรุษตัวจริง

หญิง กัญญา

นอกจากนี้ เธอยังได้กล่าวขอโทษที่ในตอนนั้นไม่ได้พิมพ์คำว่ารักตอบกลับไป พร้อมอวยพรให้เพื่อนรักเดินทางไกลไปสู่ภพภูมิที่ดีอย่างสงบ และไม่ต้องเป็นห่วงหรือมีความทุกข์ใจใด ๆ อีกต่อไป ท่ามกลางแฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการที่เข้ามาคอมเมนต์ร่วมไว้อาลัยกันอย่างเนืองแน่น

หญิง กัญญา
หญิง กัญญา
หญิง กัญญา
หญิง กัญญา
หญิง กัญญา
หญิง กัญญา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม yingriwin

คัมแบ็กแล้ว จา พนม ประกาศข่าวดีมะเร็งหายแล้ว พร้อมลุยงานแสดงเต็มสูบ

คัมแบ็กแล้ว จา พนม ประกาศข่าวดีมะเร็งหายแล้ว พร้อมลุยงานแสดงเต็มสูบ

คัมแบ็กแล้ว จา พนม ประกาศข่าวดีมะเร็งหายแล้ว พร้อมลุยงานแสดงเต็มสูบ

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.54 น.

ทำเอาแฟน ๆ ใจชื้นและหายห่วง หลังจากที่นักบู๊ชื่อดังระดับโลก จา พนม หรือ ทัชชกร ยีรัมย์ ปรากฏตัวด้วยใบหน้าสดชื่นสดใส มาร่วมเดินพรมแดงและให้สัมภาษณ์ในงาน 2026 WEIBO GALA – Weibo Cultural Communication Night (Thailand) ซึ่งจัดขึ้น ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านี้ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งท่อน้ำดีและถุงน้ำดี ระยะที่ 3 จนต้องเข้ารับการรักษา ผ่าตัด และทำคีโมอย่างต่อเนื่อง

โดย จา พนม ได้เปิดใจอัปเดตอาการป่วยและสุขภาพให้ฟังว่า ตอนนี้ร่างกายดีขึ้นมาก ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ และสามารถกลับมารับงานแสดงได้อย่างเต็มที่แล้ว แม้ว่าหลายคนจะทักว่าดูผอมลง แต่เจ้าตัวกำลังเร่งฟื้นฟูร่างกายด้วยการเสริมโปรตีนและออกกำลังกายควบคู่กันไป พร้อมทั้งยืนยันด้วยความอารมณ์ดีว่าโรคมะเร็งดังกล่าวได้หายเป็นปลิดทิ้งแล้วและกำลังใจดีมาก โดยระบุข้อความว่า “สุขภาพดีขึ้นมากเลยครับ ทุกอย่างปกติแต่ก็ยังต้องมีการไปฟอลโลว์อัพกับทางคุณหมออยู่ เรียกว่ากลับมารับงานได้เต็มที่แล้ว แต่หลายคนอาจจะยังรู้สึกว่าผมดูผอมลง ตอนนี้ก็มีเสริมด้วยโปรตีนและออกกำลังกายควบคู่กันด้วย ส่วนเรื่องมะเร็งก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้วครับ อย่าเอาไว้เลย เรียกว่ากำลังใจดีมาก”

จา พนม

ณเดชน์ ปล่อยช็อตเด็ด พร้อมแคปชั่นพีค ทำชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด

ณเดชน์ ปล่อยช็อตเด็ด พร้อมแคปชั่นพีค ทำชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด

ณเดชน์ ปล่อยช็อตเด็ด พร้อมแคปชั่นพีค ทำชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.14 น.

สมกับเป็นคู่รักสายหวานเบา ๆ ซะแล้ว สำหรับคู่สามีภรราป้ายแดง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา ที่หลังจูงมือกันเข้าประตูวิวาห์ ก็ขอแพ็กกระเป๋าไปดื่มด่ำบรรยากาศโรแมนติกกันต่อไกลถึงประเทศสก็อตแลนด์ งานนี้มีทั้งภาพนั่งรถไฟหรู เดินป่า ดินเนอร์ใต้แสงเทียน และโมเมนต์น่ารัก ๆ ออกมาเสิร์ฟให้แฟนคลับได้อิจฉากันตาร้อนผ่าวตามระเบียบ

แต่จู่ ๆ วานนี้ 8 สิงหาคม 2569 ดีกรีความหวานก็พุ่งพรวดกลายเป็นความแซ่บไฟลุก เมื่อหนุ่มณเดชน์เล่นปล่อยภาพเซ็ตใหญ่รวบรวมความทรงจำทริปฮันนีมูน แต่หมัดฮุกแรกที่เปิดมาทำเอาชาวเน็ตตั้งตัวแทบไม่ทัน เพราะเล่นเปิดภาพตัวเองสวมกางเกงว่ายน้ำยืนหันหลังชูสองมือท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา พร้อมแคปชั่นกวน ๆ ชวนให้อมยิ้มว่า “รอบนี้กิจกรรมเยอะมากกกกกก จนบอกกันว่าต้องมี Honeymoon อีกรอบ หันหลัง ไม่หันหน้า เดี๋ยว ‘งง’ ว่าทำไม สก็อตแลนด์ มีปลาช่อน”

ณเดชน์
ณเดชน์

หลังจากที่  ณเดชน์ คูกิมิยะ โพสต์ภาพลงมาบนโลกโซเชียล เล่นเอาแฟน ๆ เข้ามาคอมเมนต์แซวกันสนั่นไอจี ว่าทริปนี้ไม่ได้มีดีแค่ความหวานซึ้ง รวมไปถึงภรรยาสาวนคนสวยที่เข้ามาคอมเมนต์ด้วยรูปอิโมจิอีกด้วย 

ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม kugimiyas

ฝน มาริสา เดือดสุด ฟาดชาวเน็ตหลังเมนต์แซะ ดิว คบหวานใจเพราะรวย ด่ายับสาระแx-อย่าดูถูกคนอื่น

ฝน มาริสา เดือดสุด ฟาดชาวเน็ตหลังเมนต์แซะ ดิว คบหวานใจเพราะรวย ด่ายับสาระแx-อย่าดูถูกคนอื่น

ฝน มาริสา เดือดสุด ฟาดชาวเน็ตหลังเมนต์แซะ ดิว คบหวานใจเพราะรวย ด่ายับสาระแx-อย่าดูถูกคนอื่น

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.12 น.

8 สิงหาคม 2569 หลังจากที่สาวดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ได้ออกมาโพสต์อวดความหวานกับแฟนหนุ่มหล่อทายาทตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ หรือ คุณพุฒิพงศ์ ล่ำซำ ลงบนไอจีอยู่เรื่อยๆ ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนในวงการต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับรักครั้งนี้ของ สาวดิว กันอย่างล้นหลาม 

ท่ามกลางความยินดีกับความรักของทั้งคู่ กลับต้องมีเรื่องสะดุดเมื่อมีคอมเมนต์หนึ่งได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นทำนองว่า “หรือไม่ก็เรื่องเงิน เขาเป็นมหาเศรษฐีเลยนะ เดาว่าน่าจะรวยกว่าแฟนเก่าเธอ ขอแค่เขายอมรับลูกที่น่ารัก 2 คนของเธอด้วย และอยู่กันเป็นครอบครัวเดียวกัน” 

หลังจากที่เจอคอมเมนต์นี้เข้าไปทำเอาเพื่อนสนิทของ ‘ดิว อริสรา’ อย่าง ‘ฝน มาริสา’ ทนไม่ไว้ ถึงกับแคปคอมเมนต์นี้โพสต์บนไอจีสตอรีส่วนตัว พร้อมแคปชั่นเจ็บจี๊ดที่ว่า “สาระแนนักไอหัวล้าน” พร้อมระบุข้อความด้วยว่า “ทำไมถึงคิดว่าเลือกเขาเพราะเขารวย คนเราจะอยู่กันไม่ใช่แค่ความรักแล้วก็ไม่ใช่แค่เงินค่ะ ชีวิตคนพูดคือยินดีกับใครไม่เป็นเลยหรอ ถ้าเขารวยแต่เขาไม่รักเราไม่รักลูกไม่รักครอบครัวเราล่ะ ทำงานหาเงินเหมือนกันอย่าดูถูกคนอื่น ผู้หญิงคนนี้สู้มากผู้ชายเค้าก็ไม่ได้โง่พูดเหมือนอยู่ใต้เตียง ในวันที่มืดมนคนที่มาพร้อมแสงสว่างไม่ให้รักได้ไง ถูกไหม”

4 สาวแบล็กพิงก์คัมแบ็กฉลองครบรอบ 10 ปี โพสต์ซึ้งขอบคุณแฟนคลับทั่วโลก

4 สาวแบล็กพิงก์คัมแบ็กฉลองครบรอบ 10 ปี โพสต์ซึ้งขอบคุณแฟนคลับทั่วโลก

4 สาวแบล็กพิงก์คัมแบ็กฉลองครบรอบ 10 ปี โพสต์ซึ้งขอบคุณแฟนคลับทั่วโลก

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.15 น.

8 สิงหาคม 2569 เผลอแป๊บเดียวก็ครบรอบ 10 ปีแล้วสำหรับ 4 ไอดอลสาวชื่อดังระดับโลก แบล็กพิงก์ (Blackpink) โดยในวันนี้ 4 สาว จีซู โรเซ่ เจนนี่ และลิซ่า ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อร่วมไลฟ์พูดคุยฉลองการครบรอบ 10 ปีของวงแบล็กพิงก์ ทั้งนี้ 4 สาว ได้ออกมาขอโทษเหล่า BLINK ที่งานฉลองครบรอบ 10 ปีเล็กเกินกว่าที่พวกเธอนั้นได้ตั้งใจไว้ 

โดยทั้ง 4 สาวกล่าวขอโทษแฟนๆ ของพวกเธอว่า “ครั้งนี้เราเตรียมงานในรูปแบบที่ค่อนข้างเล็กกว่าที่เคยคิดไว้ ตอนแรกพวกเราอยากเจอผู้คนจำนวนมากจริงๆ และเราก็รู้ดีว่านี่คือวันสำคัญมาก ๆ เพราะเป็นวันครบรอบ 10 ปีของเรา แต่ดูเหมือนว่าทางฝั่งของพวกเราอาจมีการสื่อสารที่ไม่ตรงกันอยู่บ้าง และมันทำให้รู้สึกเหมือนว่าพวกเราต้องจัดการหลายอย่างด้วยตัวเอง พวกเรารู้สึกเสียใจมากเราอยากใช้วันนี้เป็นวันที่เต็มไปด้วยความสุข ความสนุก และช่วงเวลาที่น่าจดจำ แต่ในขณะเดียวกัน เราอยากบอกกับ ‘บลิ๊งค์’ ทุกคนที่อาจกำลังรู้สึกเสียใจหรือผิดหวังว่า เราขอโทษ และเรารักพวกคุณมากโปรดรู้ไว้ว่าความรู้สึกที่เรามีต่อทุกคนเป็นความจริงจากใจเราหวังว่าทุกคนจะเข้าใจหัวใจของพวกเรา และเข้าใจความรู้สึกของเรา วันนี้เป็นวันครบรอบ 10 ปีของเราแล้ว”

ซึ่งตลอดการไลฟ์ของทั้ง 4 สาวเต็มไปด้วยโมเมนต์น่ารัก สดใจ อีกทั้ง 4 สาวยังมีการเป่าเค้ก 10 ปี เพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางของพวกเธอ หลังจากนั้น สาวโรเซ่ ได้ทำการเซอร์ไพรส์เมมเบอร์ โดยการหอบช่อดอกไม้มาให้อีก 3 สาวอีกด้วย เรียกได้ว่าตลอดระยะเวลากว่า 9 นาทีของการไลฟ์เต็มไปด้วยโมเมนต์แห่งความประทับใจ รวมทั้งสร้างความสุขให้กับเหล่าแฟนคลับทั่วโลกที่เดินเคียงข้างกันมาตลอดระยะเวลา 10 ปี

ทั้งนี้เมื่อเข้าไปที่อินสตาแกรมของทั้ง 4 สาว พบว่าทั้ง จีซู โรเซ่ เจนนี่ และ ลิซ่า ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความสุดซึ้งรำลึการเดินทางตลอด 10 ปีของพวกเธอ ทำเอาแฟนๆ เข้าไปคอมเมนต์กันสนั่นไอจีกันเลยทีเดียว 

โดยเริ่มที่พี่ใหญ่ จีซู ได้ออกมาโพสต์ภาพ 4 สาวแบล็กพิงก์ พร้อมแคปชั่น “10th” พร้อมได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า “สวัสดี, บลิ๊งค์! เผลอแป๊บเดียว เวลา10 ปีก็ผ่านไปนับตั้งแต่ที่เราเดบิวต์ในฐานะ BLACKPINK ฉันคิดว่าวันครบรอบนี้เป็นวันที่ฉันรู้สึกเสียใจเป็นพิเศษ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ในฐานะ แบล็กพิงก์ และ ในฐานะ จีซู มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ทั้งเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่…ฉันอยากจะอยู่เป็นคนที่คอยแสดงให้พวกคุณเห็นแต่ด้านดีๆ และมอบความสุขให้ในยามที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากมาโดยตลอด… แต่พอเห็นบลิ๊งค์จำนวนมากต้องรู้สึกเสียใจ หัวใจของฉันก็รู้สึกหนักอึ้งเหลือเกิน ถึงอย่างนั้น ฉันก็อยากจะบอกพวกคุณว่า ฉันไม่เคยลืมเลยว่าผู้ที่ทำให้ แบล็กพิงก์ เปล่งประกายได้ขนาดนี้ก็คือ บลิ๊งค์ ครบรอบ 10 ปีแล้ว! ขอบคุณที่มาร่วมฉลองกับพวกเรา และต้องขอโทษอีกครั้งที่ทำให้พวกคุณต้องรู้สึกผิดหวัง ฉันอยากจะบอกคำว่าขอบคุณและบอกว่ารักพวกคุณอยู่เสมอ ฉันรู้ว่าพวกคุณคงจะเสียใจมากจริงๆ… แต่ฉันก็หวังว่าจะยังเหลือพื้นที่เล็กๆ ในใจ ที่ความจริงใจอันน้อยนิดของฉันจะสามารถส่งไปถึงพวกคุณได้นะ”

ต่อมาทาง สาวเจนนี่ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรม @jennierubyjane ระบุข้อความว่า สวัสดี บลิ๊งค์ ยากที่จะเชื่อจริง ๆ ว่านี่ผ่านมา 10 ปีแล้ว ตลอดช่วงเวลาที่ฉันได้ใช้ชีวิตผ่านเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้น ยิ่งเวลาผ่านไป ฉันก็ยิ่งตระหนักว่า ฉันได้รับพลังและกำลังใจมากแค่ไหนจากการรู้ว่า มีผู้คนคอยรอฉันอยู่เสมอ เชื่อมั่นในตัวฉัน และคอยส่งเสียงเชียร์ให้ฉันจากที่เดิมเสมอ ฉันพูดคำว่าขอบคุณมาหลายครั้งมากแล้ว แต่หลังจากผ่านไป 10 ปี คำเหล่านั้นกลับมีความหมายยิ่งใหญ่กว่าที่เคย เพราะพวกคุณ ฉันจึงได้ใช้ชีวิตตามความฝันมากมายฉันได้เห็นโลกกว้างมากกว่าที่เคยจินตนาการไว้ ได้ยืนอยู่บนเวทีที่ครั้งหนึ่งฉันเคยทำได้เพียงฝันถึง และได้พบกับผู้คนที่น่าเหลือเชื่อมากมายตลอดเส้นทาง แต่เหนือสิ่งอื่นใด การได้เป็น ‘เจนนี่’ กับ ‘บลิ๊งค์’  ทำให้ฉันได้รู้จักตัวเองมากขึ้น มันช่วยให้ฉันเติบโต และช่วยให้ฉันเรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้นอีกนิด ขอบคุณที่รักฉันมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวฉัน และเดินทางบนเส้นทางนี้ไปพร้อมกับฉันจากก้นบึ้งของหัวใจ ขอบคุณจริงๆ

ฉันอยากขอบคุณสมาชิกของฉันด้วย ที่ร่วมแบ่งปันการเดินทางทั้งหมดนี้ไปกับฉันเราคอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ ไล่ตามความฝันเดียวกันไปด้วยกัน และฉันเชื่ออย่างแท้จริงว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้เพราะเรามีกันและกัน เราจึงได้หัวเราะมากขึ้น และสามารถเดินทางมาได้ไกลถึงขนาดนี้เหมือนเช่นเคย ฉันจะยังคงลองทำสิ่งใหม่ ๆ เติบโตต่อไป และสร้างสรรค์เพลงรวมถึงความทรงจำต่าง ๆ ที่เราสามารถแบ่งปันร่วมกันต่อไป – ขอบคุณเสมอ ฉันรักพวกคุณนะ

ด้านสาว โรเซ่ ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านไอจี @roses_are_rosie เป็นโมเมนต์ความน่ารักของสมาชิกแบล็กพิงก์ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต พร้อมระบุแคปชั่นว่า “สิบปีที่ผ่านมากับสาวๆเหล่านี้ ฉันไม่อาจบรรยายได้เลยว่าสิบปีที่ผ่านมานี้มีความหมายกับฉันมากแค่ไหน จากอายุ 19 สู่ 29 ฉันได้เรียนรู้และเติบโตขึ้นอย่างมากท่ามกลางเพื่อนๆ เหล่านี้ พร้อมกับความรักที่พวกคุณชาวบลิ๊งค์ทุกคนมอบให้ ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจตลอดไปสำหรับช่วงเวลาและและความทรงจำอันน่าเหลือเชื่อที่เราได้แบ่งปันร่วมกัน คำพูดคงไม่สามารถอธิบายได้ว่าฉันรักพวกคุณทุกคนมากแค่ไหน และฉันโชคดีเหลือเกินที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้! สำหรับอีกหลายๆ ปีต่อจากนี้ ฉันภาวนาให้พวกเราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้นเรื่อยๆ และเติบโตเบ่งบานเป็นมนุษย์ที่งดงาม ในขณะที่เราได้เห็นการเติบโตของกันและกัน ฉันรู้สึกขอบคุณที่ได้แบ่งปันวันพิเศษนี้ร่วมกับพวกคุณทุกคนนะ รักพวกคุณสุดหัวใจ – โรเซ่”

สุดท้าย สาวลิซ่า ลลิษา ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความสุดซึ้งผ่านไอจี @lalalalisa_m พร้อมข้อความว่า “ขอบคุณบลิ๊งค์ทุกคนมาก ๆ เลยนะคะที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอดสิบปีนี้! เพราะการสนับสนุนของพวกคุณคือสิ่งที่ทำให้ฉันก้าวต่อไปได้ และฉันสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อตอบแทนพวกคุณเช่นกันค่ะ ฉันจะพยายามพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเพื่อทำให้พวกคุณภูมิใจนะคะ และสำหรับสมาชิกคนสำคัญที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา เส้นทางนี้อาจจะมีขึ้นมีลงเหมือนรถไฟเหาะ แต่ฉันก็ไม่ต้องการให้มันเป็นแบบอื่นเลยค่ะ มันต้องมีทั้งช่วงเวลาที่ดีและแย่ปะปนกันไป แต่เราจะก้าวผ่านมันไปด้วยกันนะ และอยากให้รู้ว่าฉันจะคอยสนับสนุนและอยู่เคียงข้างพวกเธอเสมอ รักแบล็กพิงก์ – รักบลิ๊งค์”

ดิว อริสรา ปล่อยช็อตหวานจุ๊บแฟนหนุ่มตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ ชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่นไอจี

ดิว อริสรา ปล่อยช็อตหวานจุ๊บแฟนหนุ่มตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ ชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่นไอจี

ดิว อริสรา ปล่อยช็อตหวานจุ๊บแฟนหนุ่มตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ ชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่นไอจี

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.08 น.

8 สิงหาคม 2569 หลังจากที่ สาวดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ได้ออกมาโพสต์ภาพสุดหวานผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยการโพสต์ภาพ นิค กับ จูดี้ ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดัง ‘ซูโทเปีย’ พร้อมแท็กถึงหวานใจนักธุรกิจหนุ่มหล่อทายาทตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ หรือ คุณพุฒิพงศ์ ล่ำซำ พร้อมแคปชั่นสุดซึ้งทำเอาแฟนคลับและเพื่อนในวงการต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม

ล่าสุดสาวดิว ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการออกมาโพสต์ภาพในชุดว่ายน้ำวันพีซ ยืนชิลๆ ริมทะเล และมีช็อตที่ยืนจับมือ-จูบหวานใจ ‘วู้ดดี้ ล่ำซำ’ ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก พร้อมข้อความระบุว่า “The kite and the line One flies, one holds on, and somehow neither is complete without the other. You never keep me from flying… you’re just the line that keeps me grounded, never lost, and always leads me home @wlamsam” 

(ว่าวกับสายเชือก คนหนึ่งโบยบิน อีกคนคอยยึดเหนี่ยว และไม่รู้ทำไม…ทั้งคู่ถึงดูเหมือนจะไม่สมบูรณ์ หากขาดอีกคนไป คุณไม่เคยรั้งฉันไม่ให้โบยบินเลย… คุณเป็นเพียงสายเชือกที่คอยทำให้ฉันยังติดดิน ไม่หลงทาง และคอยนำทางฉันกลับบ้านเสมอ @wlamsam)