เอ็ม บี เค ส่งเสริมวินัยจราจรแท็กซี่-ตุ๊กตุ๊ก เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า

เอ็ม บี เค ส่งเสริมวินัยจราจรแท็กซี่-ตุ๊กตุ๊ก เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า

เอ็ม บี เค ส่งเสริมวินัยจราจรแท็กซี่-ตุ๊กตุ๊ก เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.45 น.

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ให้ความสำคัญกับการบริการที่เป็นเลิศ มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 6, กองกำกับการตำรวจจราจร, ตำรวจท่องเที่ยว, สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และ กรมการขนส่งทางบก จัด “โครงการอบรมสร้างจิตสำนึก ส่งเสริมวินัยจราจร เพื่อยกระดับการให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ ณ ห้องสัมมนา ชั้น 8 สำนักงานเอ็ม บี เค

พิธีเปิดโครงการอบรมสร้างจิตสำนึก ส่งเสริมวินัยจราจร เพื่อยกระดับการให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ ประจำปี 2568 ได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6, พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง รอง ผบก.น.6, พ.ต.ท.ปฏิญญา เนียมหอม สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.1 (ตำรวจท่องเที่ยว) พ.ต.ท.ยศวัฒน์ สกุลวัฒนะ ผู้แทนจากหน่วยงานกองกำกับการตำรวจจราจร และ นายจักรพันธ์ ห้องสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายเปรียบเทียบ กองตรวจการขนส่งทางบก ร่วมบรรยายให้ความรู้กับผู้เข้าอบรม พร้อมตัวแทนจากศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์ร่วมสังเกตการณ์ โดยมี นายพงศ์วิกรานต์ วิศรุตโชติกุล ผู้อำนวยการอาวุโส บริหารความปลอดภัย บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายสมสฤษฏิ์ สินหนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริหารความปลอดภัย บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ให้การต้อนรับ

หลังจากการอบรมสร้างจิตสำนึก ส่งเสริมวินัยจราจร เพื่อยกระดับการให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ ประจำปี 2568 ได้มีการมอบบัตรอนุญาตเข้าพื้นที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ในการจอดรถรับ-ส่งผู้ใช้บริการในจุดที่ศูนย์ฯกำหนด ทำให้ลดปัญหาการจราจรและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะเข้าร่วมอบรมจำนวนมาก

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยและการให้บริการร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการให้ดียิ่งขึ้น ตอกย้ำบทบาทในฐานะแหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมืองที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการสร้างความเชื่อมั่นแก่ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการอย่างยั่งยืน

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือเฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

คุณแหน: 12 มกราคม 2569

คุณแหน: 12 มกราคม 2569

คุณแหน: 12 มกราคม 2569

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.36 น.

ll งานบำเพ็ญพระกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ 2 มกราคม เป็นปีที่ 18 ถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี จัดโดยคณะข้าราชบริพาร คณะผู้เคยถวายงานวังเลอดิสและผู้จงรักภักดีฯ โดยมี ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ, รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์, พล.ต.ต.ชูเกียรติ-จิตรา ประทีปะเสน, พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, สุมัณฑนา โมกขะเวส, พันธ์ภิรมย์ ใบหยก, ปิ่นทิพย์ บูรณสถิตย์พร, จุมพจน์ เชื้อสาย, ณัชชัย ถาวรธวัช, ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, รศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี, พีรพงศ์ สุรวรรณ, ผศ.จามร ศุภผล, พิมรา ศรีสุกใส ร่วมงาน..๐๐

ll ลานทิพย์ ทวาทศิน เก็บลูกสาเกในสวนหลังบ้านนำมาเชื่อมตามแบบฉบับคุณแม่ คุณหญิงจำลอง ทวาทศิน(กาญจนกุญชร) โดยจะนำเงินที่ขายได้ไปให้เด็กที่บ้านครูบุญชู เลี้ยงดูเด็กออทิสติกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ถึง 250 คน โดยมีลูกๆ นักเรียนวัฒนาวิทยาลัย ร่วมนำของขวัญและชวนเด็กๆ เล่นเกมส์ด้วย..๐๐

ll สุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ต้อนรับ นพ.ภุชงค์ ชื่นชม พร้อมชาวคณะ Digital CEO#8 ที่มาศึกษาดูงานเรื่องการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของเทศบาลเมืองน่านและร่วมสนับสนุนกิจกรรมงานวันเด็ก..๐๐

ll มิตรสหายชาว MPPM 1 ร่วมยินดีกับ ดร.จิระเสกข์ ตรีเมธสุนทร คณบดีคณะโลจิสติกส์และเทคโนโลยีการบิน ม.เซาธ์อีสท์บางกอก ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น รองศาสตราจารย์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ..๐๐

ll ประเทศไทยสร้างชื่อเสียงอีกครั้งในวงการท่องเที่ยวระดับโลก หลังได้รับรางวัล “ประเทศท่องเที่ยวยอดเยี่ยม” (Best Tourist Country) ในงาน Grand Travel Award ประจำปี 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยรางวัลนี้เป็นหนึ่งในเกียรติยศอันทรงคุณค่าที่ได้รับจาก การโหวตโดยตัวแทนท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและศักยภาพของประเทศที่โดดเด่นด้านการท่องเที่ยว ..๐๐

ll ผศ.ดร. อุไรวรรณ ชัยชนะวิโรจน์ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชาให้กับนักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ ม.นเรศวร..๐๐

ll เพื่อนๆ อบ.รุ่น 25  ร่วมส่งดวงวิญญาณของ ผศ.ขนิษฐ ตัณฑวิรัตน์ ไปสู่สุคติเรียบร้อยแล้ว พิธีจัดที่จ.เชียงราย..๐๐

ll คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จัดสัมนาการบริการแบบ Personalization ในธุรกิจท่องเที่ยวและสุขภาพ โดย ดร.วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยา เจ้าของโรงแรม Stardust Boutique Hotel Hua Hin,วิภาวรรณ เหล่าธนาสิน ผู้ก่อตั้งและกจก.โรงแรมวารานา กระบี่,พธู ณ สงขลา ผู้บริหาร บ.True World Travel  โดย ดร.อธิเทพ งามศิลปเสถียร เป็นพิธีกร 12 ม.ค.13.00 น. ห้องประชุมวังนางเลิ้ง 3  คณะศิลปศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย..๐๐

“น้องเกล” ควง “แม่ชม” ฉลองวันเด็กสุดแฮปปี้ในอาณาจักรเป็ดเหลืองริมเจ้าพระยา กับ “The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland” ที่ไอคอนสยาม

“น้องเกล” ควง “แม่ชม” ฉลองวันเด็กสุดแฮปปี้ในอาณาจักรเป็ดเหลืองริมเจ้าพระยา กับ “The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland” ที่ไอคอนสยาม

“น้องเกล” ควง “แม่ชม” ฉลองวันเด็กสุดแฮปปี้ในอาณาจักรเป็ดเหลืองริมเจ้าพระยา กับ “The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland” ที่ไอคอนสยาม

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

ทำเอาวันเด็กปีนี้ที่ไอคอนสยามสดใสขึ้นแบบทวีคูณ เมื่อดาราสาวสุดน่ารัก “น้องเกล – แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์” ควงคุณแม่ “ชมพู่ – อารยา เอฮาร์เก็ต” มาฉลองวันเด็กแบบสนุกสนาน จัดเต็มความหรรษา ในงาน “The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland” ที่เนรมิตพื้นที่ทั่วไอคอนสยามและไอซีเอสให้กลายเป็นเพลย์แลนด์ ดินแดนแห่งการเรียนรู้และจินตนาการ ยกเอาอาณาจักรเป็ดน้อย B.Duck มาไว้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกิจกรรมมากมายที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับความสนุก

ภายในงานน้องเกลและแม่ชมแจกรอยยิ้มร่าเริงตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง ส่งต่อความสดใสให้กับเด็ก ๆ และครอบครัวที่มาร่วมสนุกกันอย่างคึกคัก จากนั้นก็ได้เวลาปล่อยพลังความซน สนุกสนานไปกับอาณาจักรเป็ดเหลืองสุดน่ารัก “ICONSIAM X B.Duck 20th Playful Bouncy Adventure” ทั้งวิ่งเล่น ปีนป่าย กระโดดโลดเต้นในสวนสนุกเป่าลม และยังทักทายถ่ายรูปกับเหล่า B.Duck Mascot ทั้ง 5 คาแรกเตอร์ รวมถึงเพลินไปกับการเก็บภาพกับเหล่าเป็ดน้อยที่มาสร้างสีสันทั่ว ริเวอร์ พาร์ค ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม โดยคุณแม่ชมพู่ อารยา กล่าวว่า “วันนี้น้องเกลตื่นเต้นมาก เพราะเขาชอบเป็ดเหลืองอยู่แล้ว พอมาเจอ B.Duck ตัวใหญ่ ๆ และเพื่อน ๆ เป็ดเต็มไปหมด เลยแฮปปี้มาก โดยเฉพาะเครื่องเล่นเป่าลม สนุกแบบไม่อยากกลับบ้านเลยค่ะ”

 เรียกว่าน้องเกลสนุก คุณแม่ชมพู่ก็แฮปปี้สุด ๆ กับ “The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland” ที่ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา จับมือกับ B.Duck คาแรกเตอร์เป็ดน้อยสุดไอคอนิกจากฮ่องกง และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) พร้อมด้วยพันธมิตร เนรมิตพื้นที่ทั่วไอคอนสยามและไอซีเอส ให้กลายเป็นเพลย์แลนด์แห่งการเรียนรู้และจินตนาการ พร้อมต่อยอดความสุขตลอดเดือนด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นสำหรับเด็ก ๆ อาทิ แคมเปญ “HAPPY KIDS 2026” ที่สยาม ทาคาชิมายะ รวมสินค้าเด็กและของเล่นแบรนด์ดังลดสูงสุด 50% ควบคู่กิจกรรมความบันเทิงและเวิร์กช็อปสร้างสรรค์จากหลากหลายแบรนด์ อีกทั้งยังมีกิจกรรม “PLAY & RACE” รถแข่งรางไฟฟ้า Carrera สุดมัน กับสองสนามแข่งสุดท้าทาย พร้อมรับสติกเกอร์ฟรี! ที่ สยาม ทาคาชิมายะ ชั้น 4 พลาดไม่ได้กับไฮไลต์พิเศษ! ร่วมชมและประลองการแข่งขัน Beyblade X G3 ทั้งประเภทเดี่ยวและทีม พร้อมพบสินค้าใหม่จาก Beyblade ในวันที่ 10-11 มกราคม 2569 บริเวณชั้น G ห้างฯ สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษจาก HARBORLAND สนามเด็กเล่นสุดมันส์ เสริมพัฒนาการและความสนุกสำหรับทุกวัย บนชั้น 6 ไอคอนสยาม และกิจกรรม “คิดส์สนุก สุขสยาม” ที่เปิดพื้นที่แห่งจินตนาการและการเรียนรู้แบบไทย ๆ ให้ทุกครอบครัวได้ร่วมสนุกอย่างเต็มอิ่มในช่วงเทศกาลวันเด็กปีนี้ ที่ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม เปิดให้ร่วมสนุก ระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม 2569

ถัดมาทางฝั่งไอซีเอส ยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมเรียนรู้สุดหรรษา “SCIENCE FOR FUN” จากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ที่ยกเวิร์กช็อปทดลองวิทยาศาสตร์แสนสนุก เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับเด็ก ๆ พร้อมการแสดง Bozo Science Show และ AI Photo Booth ให้เหล่าน้อง ๆ ได้สวมบทบาทอาชีพในฝัน เสริมทั้งจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจ จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 11 มกราคม 2569 ณ EVENT SPACE ชั้น M, ICS 

มาสนุกกับเพลย์แลนด์แสนสนุกในงาน “The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland” ได้จนถึงวันที่ 11 มกราคม 2569 ณ ไอคอนสยามและไอซีเอส และแฮปปี้ไปกับเจ้าเป็ดเหลืองสุดน่ารักใน ICONSIAM X B.Duck  20th Playful Bouncy Adventure แบบน้องเกล ได้ตั้งแต่วันนี้ – 19 มกราคม 2569 ที่ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม วันจันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 15.00-21.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00-21.00 น. 

ไอคอนสยาม ร่วมกับ give.me.museums ชวนสัมผัสความงดงามของสวนดอกไม้สุดคัลเลอร์ฟูล ผสานศิลปะร่วมสมัย ในงาน “Flower Art Garden at ICONSIAM”

ไอคอนสยาม ร่วมกับ give.me.museums ชวนสัมผัสความงดงามของสวนดอกไม้สุดคัลเลอร์ฟูล ผสานศิลปะร่วมสมัย ในงาน “Flower Art Garden at ICONSIAM”

ไอคอนสยาม ร่วมกับ give.me.museums ชวนสัมผัสความงดงามของสวนดอกไม้สุดคัลเลอร์ฟูล ผสานศิลปะร่วมสมัย ในงาน “Flower Art Garden at ICONSIAM”

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.46 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ “give.me.museums” แบรนด์ศิลปะร่วมสมัยที่ผสานศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจเข้าไว้ด้วยกัน ชวนทุกคนมาเริ่มต้นปีใหม่อย่างสดใสไปกับงาน  “Flower Art Garden at ICONSIAM” นิทรรศการที่มอบความสุขผ่านสีสันของสวนดอกไม้และผลงานศิลปะที่กำลังเบ่งบานในคอนเซ็ปต์ “Flower Art Garden – Let The Year Begin in Bloom” เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับความงดงาม ต้อนรับปีใหม่ด้วยความสดชื่นและสดใส ตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม 

“give.me.museums” คือแบรนด์ศิลปะของ คนธรัตน์ เตชะไตรศร ศิลปินรุ่นใหม่ผู้มอบความสุข ความสดใส ผ่านสีสัน ที่เน้นอารมณ์และ Story ของภาพมากกว่าความเหมือนจริง รังสรรค์ผลงานจากประสบการณ์และจินตนาการเป็นภาพธรรมชาติและดอกไม้อันมีเอกลักษณ์ ก่อนประยุกต์เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ทั้งสวยน่ารักและใช้งานได้จริง เพื่อทำให้ศิลปะเข้าถึงง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคน ตามแนวคิดที่เชื่อว่า “ศิลปะสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้” โดยครั้งนี้ ไอคอนสยาม ได้ร่วมกับแบรนด์จัดนิทรรศการพิเศษ “Flower Art Garden at ICONSIAM” เพื่อนำศิลปะเข้าถึงผู้คน ผ่านพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจที่ผสานธรรมชาติ สีสัน และเรื่องราวเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Flower Art Garden – Let the Year Begin in Bloom” ออกแบบให้เป็น Blooming Museum หรือพิพิธภัณฑ์ที่กำลังเบ่งบาน ชวนให้ผู้ชมปล่อยใจให้ผลิบานไปพร้อมกับสีสันของดอกไม้ในบรรยากาศเป็นกันเอง อบอุ่น และเต็มไปด้วยความสบายใจ โดยมีไฮไลต์ต้อนรับผู้มาเยือนหลากหลาย 

คนธรัตน์ เตชะไตรศร แห่งแบรนด์ “give.me.museums” 

  • Photogenic & Highlight Spot

จุดถ่ายรูปเช็กอินรับปีใหม่ท่ามกลางสวนสวยพร้อมกับ “น้องดื้อ (Little Moody)” คาแรกเตอร์เด็กผู้หญิงผมแดงแสนซุกซน ผลงานบอลลูนขนาดใหญ่สูงกว่า 2.4 เมตร ที่นั่งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่ดอกไม้ รายล้อมด้วยงานศิลปะแบบ Hand-Painted สีสันสดใส ราวกับกำลังชวนทุกคนเริ่มต้นปีใหม่ไปด้วยกันอย่างมีความสุข พร้อมมุมถ่ายภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมุมกระจกดอกไม้ หรือมุมศิลปะที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ซึ่งถูกออกแบบจัดวางให้เหมาะกับการถ่ายภาพในทุกองศา

  • Interactive Space

สนุกกับการถ่ายภาพในสวนตารางหมากรุกขนาดย่อม พื้นที่อินเทอร์แอคทีฟที่ออกแบบตัวหมากเป็นดอกไม้ลายเส้นสไตล์ give.me.museums พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วม หยิบจับ เล่น และถ่ายภาพ เติมความสนุกสนาน เพิ่มชีวิตชีวาให้วันธรรมดาน่าประทับใจยิ่งขึ้น

  • Installation Art & Furniture

เพลิดเพลินไปกับความงดงามของ Installation Art ที่นำเฟอร์นิเจอร์และสินค้าจากแบรนด์ give.me.museums มาจัดดิสเพลย์อย่างสวยงาม กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ศิลปะ ผสมผสานด้วยงาน Hand-Painted ที่แทรกอยู่ในทุกจุด เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้ชมรู้สึกร่วมกับงานศิลปะตลอดการเข้าชม

  • Exclusive Products “สวัสดี Collection”

ภายในงานยังเปิดตัวสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ “สวัสดี Collection” ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสีสันของชีวิตประจำวันในประเทศไทย ตั้งแต่ตลาดสด ผักผลไม้ พวงมาลัย รถตุ๊กตุ๊ก มวยไทย ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวจากเหนือจรดใต้ มาถ่ายทอดผ่านลายเส้นและคาแรกเตอร์ “น้องดื้อ” ในมุมมองความเป็นไทยร่วมสมัย ผสานความสดใส สนุกสนาน และภาพลักษณ์ของ ICONSIAM อย่างลงตัว ออกแบบเป็นของฝากและของที่ระลึกน่ารัก ๆ อาทิ กางเกงช้าง กระเป๋าใส่เหรียญ ผ้าอเนกประสงค์ รวมถึงของสะสมชิ้นเล็กอย่างโปสการ์ด สติ๊กเกอร์ พวงกุญแจ และอีกหนึ่งความพิเศษคือ ลวดลายผ้าในคอลเลกชันนี้ดีไซน์ขึ้นจากแรงบันดาลใจจากแหล่งท่องเที่ยวไทย ทั้งลาย Sweet Valley โทนเขียว–ฟ้า–ชมพู จากการพักผ่อนท่ามกลางขุนเขาและอากาศบริสุทธิ์ “Starry City” โทนเข้มตัดกับดอกไม้หลากสี จากเสน่ห์ของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล และลาย “Sunrise Sea” โทนฟ้า–ส้ม สดใส จากทะเล แสงแดด และสายลมอุ่นยามเช้า จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นของฝากและของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้ที่รักความเป็นไทย


นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกแสนเก๋ ทั้งสินค้า Fashion & Lifestyle และ Stationery ที่นำศิลปะและดอกไม้มาเล่าเรื่องราวผ่านลายเส้นฝีแปรงอันเป็นเอกลักษณ์ นำเสนอเป็นของใช้ดีไซน์น่ารักและใช้งานได้จริง ให้ทุกครั้งที่หยิบมาใช้เหมือนได้พกพาพิพิธภัณฑ์ศิลปะติดตัวไปทุกที่ 

พิเศษ! เพียงเลือกซื้อสินค้าภายในงาน “give.me.museums Flower Art Garden at ICONSIAM” ทุกการซื้อ รับฟรี! สติ๊กเกอร์ GMMS loves you (สุ่มลาย) นอกจากนี้หากซื้อครบ 300 บาท/ใบเสร็จ รับฟรี! พัดดอกไม้ (จำนวนจำกัด) และเมื่อซื้อครบ 700 บาท/ใบเสร็จ รับทันที ถุงช็อปปิ้งลาย Let It Bloom ลายใหม่ที่สวยสดใสน่าสะสม


เข้าสู่ศักราชใหม่ปีนี้ มาต้อนรับปีใหม่ด้วยความสดชื่นท่ามกลางสวนดอกไม้และศิลปะในงาน “give.me.museums Flower Art Garden at ICONSIAM”  ตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม เพื่อเริ่มต้นปีด้วยการเบ่งบาน เติมพลังและแรงบันดาลใจให้ปีนี้มีความสุขสดใสมากยิ่งขึ้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Facebook: ICONSIAM และ http://www.iconsiam.com

สุดว้าว! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดห้องผ่าตัดพาเด็กท่องอวกาศ ทำภารกิจพิชิตสุขภาพดี ในงาน “CRA Kids Health Space : ตะลุยจักรวาลสุขภาพ”

สุดว้าว! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดห้องผ่าตัดพาเด็กท่องอวกาศ ทำภารกิจพิชิตสุขภาพดี ในงาน “CRA Kids Health Space : ตะลุยจักรวาลสุขภาพ”

สุดว้าว! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดห้องผ่าตัดพาเด็กท่องอวกาศ ทำภารกิจพิชิตสุขภาพดี ในงาน “CRA Kids Health Space : ตะลุยจักรวาลสุขภาพ”

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.43 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชวนเด็กๆ และครอบครัว ร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 พาไปท่องโลกวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตะลุยจักรวาลการแพทย์รูปแบบสร้างสรรค์ ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านฐานกิจกรรมเสมือนภารกิจสำรวจดาวเคราะห์ สนุก เข้าใจง่าย และเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย ในงาน “CRA Kids Health Space : ตะลุยจักรวาลสุขภาพ” วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยมี รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ กล่าวว่า เด็กและเยาวชนคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด และเป็นกำลังสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศชาติ ดังคำขวัญวันเด็กในปีนี้ที่นายกรัฐมนตรีได้มอบไว้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังให้เด็กไทยไม่เพียงแต่มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีความกตัญญูและรับผิดชอบต่อหน้าที่เท่านั้น แต่ยังต้องเป็นพลเมืองโลกที่มีความรู้ความเข้าใจในกระแสการเปลี่ยนแปลง พร้อมที่จะดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มุ่งสืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการดูแลส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน โดยมีพันธกิจหลักที่สำคัญ คือ การผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ การสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการทำวิจัยสร้างนวัตกรรม ให้บริการวิชาการและวิชาชีพด้านสุขภาพ ตลอดจนสืบสานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และสืบสานพระปณิธานในการช่วยเหลือประชาชนด้วยความเพียรและจิตเมตตา

“งานวันเด็กของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในปีนี้ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด CRA Kids Health Space : ตะลุยจักรวาลสุขภาพ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ร่วมเดินทางสู่จักรวาลแห่งการเรียนรู้ด้านสุขภาพไปกับทีมแพทย์ พยาบาล อาจารย์ บุคลากรสหสาขาวิชาชีพของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมทั้งมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์จริงของการเป็นแพทย์ผ่านฐานกิจกรรมในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รวมถึงใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ไปกับการออกกำลังกายส่งเสริมสุขภาพ การสร้างสรรค์จินตนาการไปกับโลกศิลปะ การดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมีโอกาสแสดงออกถึงความสามารถในด้านต่างๆ เพื่อร่วมเสริมสร้างพัฒนาการ ทักษะการเรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชนได้เติบโตสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ”

ภายในงาน “CRA Kids Health Space : ตะลุยจักรวาลสุขภาพ” อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ควบคู่ไปกับความสนุกสนานที่เต็มไปด้วยจินตนาการพาเด็กๆ โลดแล่นไปในโลกวิทยาศาสตร์สุขภาพ เริ่มด้วยการแสดงชุดไทยพระราชนิยม เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อวงการศิลปวัฒนธรรม ก่อให้เกิดรากฐานและความภาคภูมิในการอนุรักษ์และฟื้นฟูนานัปการ

จากนั้น ได้นำพาเด็ก ๆ เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมฐานความรู้ทางการแพทย์ในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ : Hospital Tour โดยเด็กอายุ 4-7 ปี ไปกับ “Route ดาวพุธ Mercury” เพื่อตะลุย 2 ภารกิจหลัก สนุก Kids Space Mission เรียนรู้บทบาทหมออวกาศตัวจิ๋ว การล้างมือป้องกันโรค การดูแลสุขภาพช่องปาก และ Jump to the Space การทำกิจกรรมบำบัด ในส่วนเด็กอายุ 7-15 ปี มีให้เลือก 3 เส้นทาง 1. Route ดาวศุกร์ Venus เรียนรู้การทำงานของหัวใจ Listen to Your Heart และเทคโนโลยีทางการแพทย์ CT/MRI Space Mission เรียนรู้ภาพวินิจฉัยโครงสร้างภายในร่างกาย 2. Route ดาวเสาร์ Saturn ฝึกทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) พร้อมกิจกรรมรถพยาบาลฉุกเฉิน CPR Basic Life Support เรียนรู้การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน Ambulance to the Rescue รถพยาบาลฉุกเฉินค้นหาอุปกรณ์กู้ชีพ 3. Route ดาวเนปจูน Neptune เปิดประสบการณ์ห้องผ่าตัด และอุปกรณ์ทางวิสัญญีแพทย์ Magic Air อุปกรณ์ห้องผ่าตัดและการดมยา OR Kids เปิดให้เด็ก ๆ ได้เข้าห้องเป็นหมอผ่าตัด

สำหรับกิจกรรมบนเวทียังมีเสวนาน่ารู้โดยทีมแพทย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หัวข้อ “บริการด้านสุขภาพเด็กให้เข้าถึงการรักษา OPD + IPD ที่มีคุณภาพ” โดย พญ.ปวีวรรณ จิรวิสิฐกุล หัวหน้างานกุมารเวชกรรม รพ.จุฬาภรณ์, พญ.พิสุทธิกานต์ รังคกูลนุวัฒน์ แพทย์เฉพาะทางกุมารเวชศาสตร์ด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน และประธาน PCT กุมารเวชกรรม รพ.จุฬาภรณ์ การ Workshop สอนการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR Hero) โดย คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ เสวนาหัวข้อ “เข้าใจไข้ชักและพัฒนาการลูกน้อย สิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้” โดย พญ.นฤภร เกษมลาวัณย์ แพทย์เฉพาะทางกุมารเวชศาสตร์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก และ พญ.มนสิชา สิงหวีระสมร แพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์ระบบประสาท โดยมี หนูเล็ก-ภัทรวดี ปิ่นทอง และน้องวิน-วรภัทร จันทพันธ์ ร่วมเป็นแขกรับเชิญ และการบรรยายในหัวข้อ “เมื่อลูกเป็นภูมิแพ้ และภูมิแพ้ผิวหนัง เราจะจัดการอย่างไร” โดย พญ.ณัฐนันท์ เรืองกิจไพศาล แพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน พญ.นาริน พนมยงค์ แพทย์เฉพาะทางด้านกุมารศาสตร์จิตวิทยา รวมทั้งการแสดงความสามารถของเด็กๆ พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย ดำเนินรายการโดย หมอก้อง พันตรี นพ.สรวิชญ์ สุบุญ

ท่องอวกาศ เรียนรู้สาระน่ารู้บนเวทีแล้ว ยังมีฐานกิจกรรมให้ร่วมสนุกอีกมากมาย อาทิ ฐาน Health & Science Space พบกับ มุม Anatomy Learning for kids มารู้จักร่างกายของฉัน โดย คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน มุม Nurse Hero ฮีโร่พยาบาลพิชิตภารกิจร่างกาย โดย คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี มุม See-Move-Save สามพลังสุขภาพ โดย คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ มุม The Science Kids นักปรุงกลิ่นตัวจิ๋ว โดย คณะวิทยาศาสตร์ มุม My Little Engineer วงจรหรรษา โดย หลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ มุม MHFT Healthy Food for kids โดย หลักสูตรเทคโนโลยีอาหารทางการแพทย์และสุขภาพ และมุม Galaxy Cupcake โดย โภชนาการ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

สำหรับฐาน Art & Fun Space โดยสำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พบกับมุมระบายสีอวกาศ มุมเพ้นท์หน้าแฟนซี มุมโลกสวยด้วยมือเรา โดยฝ่ายสื่อสารองค์กร และ มุม Healthy Kids Fit & Firm มีกิจกรรมทางกาย สานปลาตะเพียน และระบายสีหัวโขน โดย ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม กีฬาและนันทนาการ แล้วไปเก็บภาพเป็นที่ระลึกที่ Outer Space Photo Booth อีกด้วย

ร่วมเปิดโลกการเรียนรู้ด้านสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ เติบโตอย่างมีคุณภาพไปด้วยกัน ติดตามกิจกรรมดี ๆกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ที่ เฟซบุ๊กราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (https://www.facebook.com/ChulabhornRoyalAcademy) หรือ LINE OA @chulabhornhospital และทางเว็บไซต์  www.cra.ac.th

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ปีนี้ เต็มอิ่ม สนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้ความรู้ รับของรางวัลมากมาย กลับบ้านด้วยความสุข

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ปีนี้ เต็มอิ่ม สนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้ความรู้ รับของรางวัลมากมาย กลับบ้านด้วยความสุข

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ปีนี้ เต็มอิ่ม สนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้ความรู้ รับของรางวัลมากมาย กลับบ้านด้วยความสุข

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.22 น.

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 “ชวนน้องหนู…มาดูโขน” เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “หนุมานชาญกำแหง” เริ่มกิจกรรมตอนเช้า เด็กๆ มากมายเข้าร่วมเล่นเกมส์ฐานต่างๆ ได้แสดงออกถึงความสามารถ สนุกสนาน กล้าคิด กล้าแสดงออก รับชุดของขวัญพระราชทาน และของขวัญมากมายจากผู้สนับสนุนหลัก ได้แก่ สำนักพระราชวัง, บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน), บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด(มหาชน) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) ก่อนจะพากันเข้าชมการแสดงโขนในช่วงบ่ายภายในโรงมหรสพ ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก ตื่นเต้นของน้องหนู ที่ได้ขึ้นเวทีแสดงความสามารถในการตอบคำถาม หลังจากชมการสาธิตท่านาฏยศัพท์ของนักแสดง พระ นาง ยักษ์ ลิง ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานก่อนชมการแสดง ได้รับทั้งความรู้ไปพร้อมกับความบันเทิง ท่องโลกรามเกียรติ์ไปกับ “หนุมาน” ทหารเอกของพระราม ที่พาเข้าสู่เรื่องราวของการแสดงโขน ตอนหนุมานชาญกำแหง เติมแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอดศิลปวัฒนธรรมของชาติ และได้รับของขวัญวันเด็กกันไปอย่างถ้วนหน้า อีกทั้งได้ถ่ายรูปใกล้ชิดกับตัวละครโขนที่ชื่นชอบกลับบ้านไปด้วยความประทับใจอย่างมีความสุขในวันเด็กแห่งชาติ


  
กำกับการแสดงโดย ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์(ศิลปินแห่งชาติ) แสดงโดยคณะนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง ที่ถ่ายทอดความงดงามได้อย่างสวยงามยิ่ง …สำหรับผู้พลาดชมปีนี้ พบกันใหม่วันเด็กแห่งชาติในปีต่อไป ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

‘ศุภชัย เจียรวนนท์‘ ซีอีโอซีพี นำทีม ส่งต่อรัก ปันรอยยิ้ม เพื่อน้องบ้านราชวิถี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

‘ศุภชัย เจียรวนนท์‘ ซีอีโอซีพี นำทีม ส่งต่อรัก ปันรอยยิ้ม  เพื่อน้องบ้านราชวิถี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

‘ศุภชัย เจียรวนนท์‘ ซีอีโอซีพี นำทีม ส่งต่อรัก ปันรอยยิ้ม เพื่อน้องบ้านราชวิถี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.14 น.

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานร่วมกับ นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ณ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “ซีพี ร้อยเรียงความดี…ส่งต่อรัก ปันรอยยิ้ม” โดยนายศุภชัยได้มอบอาคารปฏิบัติธรรม “ปลูกปัญญาธรรม” และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Learning Center) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทุนส่วนตัวของนายศุภชัย เพื่อส่งต่อโอกาสทางการเรียนรู้และการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรม และทักษะชีวิตที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

โอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก นางบุษดี เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิศุภชัย-บุษดี เจียรวนนท์ นางกมลนันท์ เจียรวนนท์ โสภณพนิช ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ นายแซนเดอร์ เจียรวนนท์ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงจากทุกกลุ่มธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ อาทิ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. ซีพี แอกซ์ตร้า (แม็คโคร–โลตัส) ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นายเทียนชัย จูพัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ สำนักสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ เป็นต้น เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์กับเยาวชนกว่า 300 คน อาทิ เวิร์กช็อปแต่งหน้าเค้ก การมอบรางวัลประกวดแต่งกลอนวันเด็ก การแสดงดนตรีสันทนาการ และกิจกรรมออกร้านสร้างความสุข เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติร่วมกับเด็ก ๆ จากสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี โดยการมอบอาคารปฏิบัติธรรม “ปลูกปัญญาธรรม” และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Learning Center) ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเป็นพื้นที่เสริมสร้างทั้งสติปัญญาและจิตใจอย่างรอบด้าน ผ่านการเรียนรู้เชิงบูรณาการและสหสาขาวิชาการ อันจะช่วยต่อยอดศักยภาพและพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตอย่างสมดุล

“ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับเด็กไม่ใช่เพียงวัตถุสิ่งของ หากแต่คือครอบครัวที่อบอุ่น เพื่อนที่ดี และมิตรภาพที่เกื้อกูลกัน รวมถึงการปลูกฝังคุณธรรมตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะความเมตตา การมีสติ รู้เท่าทันและดูแลอารมณ์ของตนเอง ตลอดจนการยึดมั่นในศีล 5 ซึ่งเป็นหลักสำคัญที่ช่วยให้ทั้งตนเองและผู้อื่นสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปลอดภัย สงบสุข และเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่ควรมอบให้แก่กันตลอดไป”

นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ในนามของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ขอขอบคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและสนับสนุนเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยยึดจากความต้องการและความจำเป็นของเด็กเป็นสำคัญ ความร่วมมือและความห่วงใยดังกล่าวนับเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน

สำหรับอาคารปฏิบัติธรรม “ปลูกปัญญาธรรม” เกิดขึ้นจากความตั้งใจอันแน่วแน่ของนายศุภชัย เจียรวนนท์  ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความเข้มแข็งทางจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชน อาคารแห่งนี้จึงได้รับการปรับปรุงจากอาคารห้องสมุดหลังเก่า ให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านจิตใจและการฝึกสมาธิอย่างเหมาะสม ภายในแบ่งเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ โซนการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ศึกษาพระธรรมคำสอนผ่านหนังสือธรรมะและสื่อสร้างสรรค์จากรายการ “สามเณรปลูกปัญญาธรรม” และโซนปฏิบัติธรรม สำหรับการสวดมนต์ นั่งสมาธิ โดยประดิษฐาน “พระพุทธปัญญาธรรม” เป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวทางจิตวิญญาณ เพื่อช่วยหล่อหลอมให้เด็ก ๆ เติบโตอย่างมั่นคงทั้งภายในและภายนอก

เช่นเดียวกับ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Learning Center) แห่งใหม่ ได้รับการพัฒนาจากห้องคอมพิวเตอร์เดิมที่มีสภาพทรุดโทรม ให้กลายเป็นพื้นที่การเรียนรู้แบบครบวงจรที่ผสานเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลสมัยใหม่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ภายในประกอบด้วยอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบครัน อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ ไวท์บอร์ด คอมพิวเตอร์ และจอ Interactive Board พร้อมกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการคิด วิเคราะห์ การลงมือปฏิบัติ และการทำโครงงานจริง ศูนย์แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด ช่วยให้เด็กและเยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเตรียมความพร้อมสู่อนาคตอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม โดยนายศุภชัยและคณะผู้บริหารได้ใช้เวลาอย่างใกล้ชิดกับเด็ก ๆ ผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ เวิร์กช็อปแต่งหน้าเค้ก การมอบรางวัลประกวดแต่งกลอนวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ภายใต้คำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” จำนวน 6 รางวัล การแสดงดนตรีสันทนาการ การมอบของขวัญวันเด็ก และกิจกรรมออกร้านจากกลุ่มธุรกิจในเครือ อาทิ ซีพีเอฟ ซีพี ออลล์ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ซีพีแรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ซีพีเมจิ ไอศกรีมเอเต้ ทรูคอฟฟี่ และข้าวตราฉัตร ที่ร่วมกันนำอาหาร ของใช้ ของเล่น และเครื่องดื่มมามอบให้แก่เด็ก ๆ อย่างหลากหลาย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังได้สนับสนุนวัตถุดิบสำหรับการปรุงอาหารเย็นให้แก่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถีอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อช่วยเสริมสร้างโภชนาการและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เยาวชน

กิจกรรม “ซีพี ร้อยเรียงความดี…ส่งต่อรัก ปันรอยยิ้ม” ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้ค่านิยม “3 ประโยชน์” คือ ประโยชน์ของประเทศชาติ ประโยชน์ของประชาชน และประโยชน์ขององค์กร  เครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อมั่นว่า การลงทุนเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน คือการวางรากฐานอนาคตของสังคมไทยอย่างยั่งยืน และจะยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสการเรียนรู้ คุณภาพชีวิต และความหวังให้กับเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

เปิดผลงานคอลแลบแห่งปี Jim Thompson by LISA VON TANG เมื่อดีไซเนอร์ระดับโลก หยิบ ‘ผ้าไทย’ มาสร้างสรรค์ ในสไตล์ East Meets West

เปิดผลงานคอลแลบแห่งปี Jim Thompson by LISA VON TANG เมื่อดีไซเนอร์ระดับโลก หยิบ ‘ผ้าไทย’ มาสร้างสรรค์ ในสไตล์ East Meets West

เปิดผลงานคอลแลบแห่งปี Jim Thompson by LISA VON TANG เมื่อดีไซเนอร์ระดับโลก หยิบ ‘ผ้าไทย’ มาสร้างสรรค์ ในสไตล์ East Meets West

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.56 น.

จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเมืองไทย ยังคงพาผ้าไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเผยผลงานคอลแลบแห่งปีร่วมกับ Lisa Von Tang (ลิซ่า วอน แทง)
ดีไซเนอร์ชาวจีน-เยอรมันที่ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นที่สิงคโปร์ ในคอลเลกชัน Jim Thompson by LISA VON TANG ร่วมรังสรรค์ผลงานรีสอร์ตแวร์จากผ้าสุดไอคอนิกของจิม ทอมป์สัน พร้อมดึงแรงบันดาลใจในการออกแบบจากศิลปะสไตล์ Chinoiserie ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกได้อย่างน่าสนใจ

Lisa Von Tang  และ บี อินทวงศ์

ผลงานคอลเลกชันนี้มี Lisa Von Tang เป็นผู้ออกแบบและได้ บี อินทวงศ์ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของธุรกิจแฟชั่น แบรนด์จิม ทอมป์สัน ร่วมคัดสรรผ้าที่เหมาะกับดีไซน์และซิลลูเอต โดยคอลเลกชันนี้มาในคอนเซปต์ Resort Wear with an Urban Edge ที่ตั้งใจให้ไอเทมทุกชิ้นสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์เป็นลุคที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคนี้จริง ๆ ทั้งวันทำงาน ออกงานอีเวนต์ รวมถึงวันไปเที่ยวที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างความสบายและสไตล์ที่ดูดี

บี อินทวงศ์ พิถีพิถันในการคัดเลือกผืนผ้าที่สะท้อนความสวยงามและผิวสัมผัสที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของผ้าจิม ทอมป์สันจากฝีมือคนไทย ทั้งผ้าไหม ลินิน แจ็กการ์ด ที่มอบทั้งความพลิ้วไหวและน้ำหนักที่ทิ้งตัวพอดี สอดรับกับซิลลูเอตสุดชิคของไอเทมในคอลเลกชัน ส่วน Lisa Von Tang ก็ได้พาผ้าไทยไปโลดแล่นบนผลงานคัตติ้งสุดเนี้ยบที่เน้นโชว์ความงามตามธรรมชาติของเนื้อผ้า เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าหัตถศิลป์ไทยและความโมเดิร์นเข้ากันได้อย่างน่าทึ่ง

บี อินทวงศ์ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ ธุรกิจแฟชั่น จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “หัวใจของคอลเลกชันนี้คือ ‘ผ้า’ เพราะนี่คือดีเอ็นเอของจิม ทอมป์สัน ลิซ่านำผ้าจิม ทอมป์สันไปตีความผ่านมุมมองร่วมสมัยในสไตล์ Urban จนได้เป็นดีไซน์ที่สดใหม่ ทั้งการเล่นกับเทกซ์เจอร์ การพับผ้าให้เห็นผืนผ้าทั้งสองด้าน และการโชว์ความสวยแบบดิบ ๆ ของเส้นใย สไตล์ที่มีโมเดิร์นทวิสต์แบบนี้เป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของผ้าไทยบนรันเวย์โลก เราดีใจที่ได้ร่วมงานกับลิซ่าเพื่อพาหัตถศิลป์เมืองไทยไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น”

Lisa Von Tang กล่าวเสริมว่า “ฉันตั้งใจคือการออกแบบแฟชั่นที่ช่วยส่งพลังและเติมความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ ผลงานของฉันมักสะท้อนการหลอมรวมระหว่างประวัติศาสตร์ทรงคุณค่าและโลกยุคใหม่ ตลอดจนการเบลนด์สไตล์ของโลกตะวันออกกับตะวันตก ในคอลเลกชันนี้ เราได้ครีเอตไอเทมที่มีความเป็น ‘City Resort’ ไอเทมทุกชิ้นต้องแมตช์ง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทั่วโลกที่ต้องการทั้งสไตล์และความคล่องตัว”

คอลเลกชันนี้มาพร้อมไอเทม 14 ชิ้นที่เล่นกับดีเทลสไตล์ Chinoiserie ทั้งคอจีน กระดุมจีน เส้นสายที่มีทรงชัดเจน รังสรรค์จากผ้าจิม ทอมป์สัน ในโทน Soft Neutral แต่ก็แทรกด้วยไอเทมสีฟ้าสะดุดตา นำเสนอทั้งท่อนบน กระโปรง เดรส กางเกง ในผิวสัมผัสและซิลลูเอตที่หลากหลาย

Must-have ชิ้นแรกต้องยกให้ Leo De Janeiro Sleeveless Mini Dress กับผ้าจิม ทอมป์สันลวดลายงานเพนต์เครื่องเคลือบสีน้ำเงิน-ขาว เดรสดีไซน์เข้ารูปและกระโปรงปล่อยชายระบายแบบไม่สมมาตร ตามมาด้วย Sleeveless Mandarin-collar Crop Top เสื้อครอปในลวดลายเดียวกันที่จับคู่กระโปรงสุดไอคอนิก Maxi Draped Skirt กลายเป็นหนึ่งในคีย์ลุคของคอลเลกชันนี้ ถัดมาคือ Linen Maxi เดรสยาวสีเทาโดดเด่นด้วยดีเทลคอจีนและงานถัก Macramé แสนประณีต ผ้าลินินดูดเบาสบายแต่ได้น้ำหนักและอยู่ทรงกำลังพอดี ต่อด้วยโททอลลุคในผ้าแจ็กการ์ดสีงาช้าง ที่นำกางเกงขากว้างทรงสวยมาจับคู่กับเสื้อพอดีตัวคอจีน กลายเป็นลุคเก๋เรียบเท่ นอกจากนี้ยังมี Linen Vest เข้ารูปจับคู่กระโปรงพลีทแบบ Semi-sheer เฉดเดียวกัน ดูพลิ้วไหวมองเพลิน

คอลเลกชันนี้ยังใส่ความเท่และโมเดิร์นเข้ามาซิลลูเอตที่ดูเข้มแข็งมีพลัง แต่แทรกรายละเอียดที่น่าสนใจ อย่าง Double-breasted Blazer สีน้ำตาลทองเข้ารูปทำจากผ้าไหม 100% และ Long-sleeved Mini Dress ดีเทลกระดุมจีนด้านหน้า พร้อมเติมเต็มคอลเลกชันด้วยไอเทมที่ใส่ได้ทุกวันอย่าง กางเกงขากว้าง เสื้อคอจีนแขนกุดพร้อมกระดุมจีน และเสื้อคจีนแขนสั้น ที่นำมาจับคู่ครีเอตลุคกันได้ง่าย ๆ

ทั้งบี และลิซ่าต่างก็เห็นตรงกันว่า คอลเลกชันนี้เป็นการสร้างสมดุลระหว่างความสง่างามของยุคเก่าและความโมเดิร์นของยุคใหม่ ไอเทมทุกชิ้นช่วยเติมความมั่นใจและบ่งบอกสไตล์ของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี

ช้อปคอลเลกชัน Jim Thompson by LISA VON TANG ได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทางจำหน่ายของทั้งสองแบรนด์ รวมถึงสโตร์จิม ทอมป์สัน สาขาสุรวงศ์ ไอคอนสยาม สยามพารากอน เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า และทางออนไลน์ที่ http://www.jimthompson.com และช็อปของ Lisa Von Tang ในสิงคโปร์

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาเสื่อมสภาพ ยาหมดอายุ ต้องทิ้งสถานเดียว

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาเสื่อมสภาพ ยาหมดอายุ ต้องทิ้งสถานเดียว

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาเสื่อมสภาพ ยาหมดอายุ ต้องทิ้งสถานเดียว

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.36 น.

ก่อนอื่นต้องถามว่า ตรวจดูยาต่าง ๆ ในบ้านคุณบ้างไหมว่าหมดอายุหรือยัง หรือเก็บยาไว้ในที่ที่ไม่ทำให้ยาเสื่อมสภาพหรือไม่ หากตอบว่าไม่เคยดูวันหมดอายุของยา ก็ต้องดูโดยด่วน หากหมดอายุ ก็ต้องทิ้งทันที
การใช้ยาให้ปลอดภัย ไม่ใช่เพียงรับประทานตามคำสั่งแพทย์ หรือเภสัชกรเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบวันหมดอายุและสภาพของยาก่อนใช้ทุกครั้ง หากพบว่ายาเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ต้องทิ้งให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตัวอย่างยาเสื่อมสภาพ เช่น ยาเม็ดและแคปซูล อาจมีสีเปลี่ยนไป เช่น จากสีขาวกลายเป็นเหลืองหรือมีจุดดำ เม็ดแตกหักง่ายหรือมีผงร่วงออกมา มีกลิ่นผิดปกติ ถ้าเป็นยาน้ำ เช่น ยาน้ำเชื่อม ลักษณะการเสื่อมคือ สีเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น น้ำเชื่อมใสกลายเป็นขุ่น มีกลิ่นแปลกหรือรสชาติเปลี่ยน มีตะกอนหรือการแยกชั้น ยาผงแห้งสำหรับละลายน้ำหากผสมแล้วเกินระยะเวลาที่กำหนด เช่น 7 วัน หรือ 14 วันตามฉลาก ไม่ควรใช้ ถ้ายังไม่ผสมแล้วเนื้อผงจับตัวเป็นก้อนหรือเปลี่ยนสี ก็ต้องทิ้งไป สำหรับ ยาขี้ผึ้งและครีม หากเนื้อครีมแยกชั้นเป็นน้ำมันและเนื้อครีมมีกลิ่นหืนหรือกลิ่นผิดปกติ หรือสีเปลี่ยนไปจากเดิม ลักษณะแบบนี้แปลว่ายาเสื่อมสภาพแล้ว นอกจากนี้ยาหยอดตาที่เปิดใช้แล้วเกิน 1 เดือนก็ต้องทิ้ง แม้ยังใช้ไม่หมด เพราะเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค
การใช้ยาเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะประสิทธิภาพลดลง ยาที่หมดอายุไม่สามารถรักษาโรคได้ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคืออาจเกิดสารพิษ ยาบางชนิดเมื่อเสื่อมสภาพ อาจเปลี่ยนเป็นสารอันตราย เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจทำให้เกิดพิษต่อไต การใช้ยาปฏิชีวนะที่หมดอายุ อาจทำให้เชื้อโรคไม่ถูกกำจัดให้ และจะเกิดการดื้อยา เป็นต้น ดังนั้น เราจึงควรสำรวจตู้ยาและสถานที่เก็บยาเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้มียาหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ

ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ คือขยะ แต่ที่มากกว่านั้นมันจะเป็นอันตราต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การกำจัดหรือจัดการจึงต้องทำอย่างระมัดระวังและรัดกุม 
วิธีการทิ้งยาอย่างถูกต้อง ได้แก่ ส่งคืนที่สถานพยาบาล โรงพยาบาลและร้านขายยาหลายแห่งมีจุดรับคืนยาเสื่อมสภาพ วิธีนี้ปลอดภัยที่สุด เพราะมีระบบกำจัดที่ถูกต้องตามมาตรฐาน แต่หากไม่สะดวก หรือหาจุดรับคืนยาไม่ได้ วิธีการทิ้งยาก็จะยุ่งยากขึ้นมาสักหน่อย คือ หากมีฉลากระบุชื่อหรือข้อมูลส่วนตัวของเราจะต้องดึงออกก่อน จากนั้นต้องแยกยาออกจากบรรจุภัณฑ์ แล้วเอายาผสมกับเศษอาหารหรือดิน เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้ ใส่ถุงพลาสติกปิดสนิทก่อนทิ้งลงถังขยะ พร้อมกับติดฉลากให้ผู้รับขยะไปกำจัดต่อว่าเป็นขยะยาหมดอายุ สิ่งที่ไม่ควรทำคือ การทิ้งยาลงชักโครกหรือท่อระบายน้ำ และไม่ทิ้งยาลงถังขยะโดยตรง เพราะอาจมีคนเก็บไปใช้ต่อ

การทิ้งยาบางประเภทที่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะ สารเคมีจากยาอาจปนเปื้อนในน้ำ ทำให้สัตว์น้ำได้รับผลกระทบ ยาปฏิชีวนะที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมอาจทำให้เชื้อโรคในธรรมชาติดื้อยา สารบางชนิดอาจสะสมในดินและกระทบต่อการเพาะปลูก

หากคุณมีโรคประจำตัวแล้วต้องรับยาทุก ๆ 3-4 เดือน และคุณหมอสั่งยาเผื่อให้เป็นประจำ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป ยาที่อยู่กับคุณมีเหลือจำนวนมาก คุณสามารถแจ้งกับโรงพยาบาลที่ไปรับบริการว่า ขอลดจำนวนยาที่นำกลับไปใช้ โดยขอรับแค่จำนวนที่เพียงพอสำหรับวันนัดครั้งหน้า และอาจแจ้งกับคุณหมอที่สั่งยาได้ด้วย เพียงเท่านี้ก็จะลดภาระเก็บยาหรือทำลายยาเมื่อหมดอายุหรือเสื่อมสภาพได้ และลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายยาของทุกภาคส่วน และขอย้ำว่า เมื่อได้รับยาไปแล้ว ต้องเก็บรักษายาให้ถูกต้อง เพราะสำคัญกับการคงคุณภาพของยา

ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพต้องเก็บในที่แห้งและอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรือชื้นเกินไป หลีกเลี่ยงการวางยาในที่โดนแสงแดดโดยตรง ปิดฝาภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้ ไม่ควรเก็บยาไว้ในรถยนต์ เพราะอุณหภูมิสูงทำให้ยาเสื่อมเร็ว ตรวจสอบยาที่มีอยู่เป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อคัดแยกยาที่หมดอายุออก

ปีใหม่นี้ ขอให้สำรวจและดูยาที่มีอยู่ในบ้าน หากพบยาเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ต้องจัดเก็บและทิ้งให้ถูกวิธี 

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไทย – ซาอุฯ จับมือ MOU เปิดประตู SME ผ่าน ‘คลัสเตอร์ SIE’ รับโอกาส Vision 2030

ไทย - ซาอุฯ จับมือ MOU เปิดประตู SME ผ่าน ‘คลัสเตอร์ SIE’ รับโอกาส Vision 2030

ไทย – ซาอุฯ จับมือ MOU เปิดประตู SME ผ่าน ‘คลัสเตอร์ SIE’ รับโอกาส Vision 2030

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.35 น.

สภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน และเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถเข้าสู่ตลาดราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “คลัสเตอร์ SIE (Social Integrated Enterprise)”

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่าง สภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย (Saudi–Thai Business Council) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญภายใต้สหพันธ์หอการค้าซาอุดีอาระเบีย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (Federation of Thai SMEs) นำโดย ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และยกระดับศักยภาพ SME ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดนานาชาติได้อย่างยั่งยืน

พิธีลงนามได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม อาทิ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และประธานสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และส่งเสริมการเติบโตของการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

Mr. Osama Kokandy ประธานสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวบนพื้นฐานของความเคารพ เป้าหมายร่วม และความมุ่งมั่นในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ โดยธุรกิจไทยมีจุดแข็งด้านคุณภาพ มาตรฐานการทำงาน และความยืดหยุ่น ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเป็นพันธมิตรทางการค้าในตลาดโลก

ด้าน ดร.ณพพงศ์ ธีระวร กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยในการผลักดัน SME ไทยให้ก้าวสู่เวทีนานาชาติ ผ่านการพัฒนาเชิงระบบ การสร้างเครือข่าย และการเชื่อมโยงกับตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยซาอุดีอาระเบียถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้นโยบาย Vision 2030

ขณะที่ คุณสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และหัวหน้าโครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) กล่าวว่า โครงการคลัสเตอร์ SIE มีที่มาจากงานวิจัยภายใต้โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยออกแบบให้ SIE เป็นกลไกที่เชื่อมโยงงานวิจัย องค์ความรู้ และภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับ SME ไทยให้สามารถรวมกลุ่ม สร้างมาตรฐาน และขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือภายใต้ MOU ฉบับนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่สมาชิกของทั้งสองฝ่าย ทั้งด้านการเข้าถึงตลาด การจับคู่ธุรกิจ การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ การพัฒนาองค์ความรู้ และการส่งเสริมการลงทุนในสาขาสำคัญ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพ โลจิสติกส์ การผลิต บริการดิจิทัล และการท่องเที่ยว

การลงนามครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการตอกย้ำบทบาทของสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ในฐานะกลไกหลักในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ สนับสนุน SME ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของนวัตกรรมและการสร้างงาน พร้อมปูทางสู่ความร่วมมือเชิงลึกและยั่งยืนระหว่างสองประเทศในอนาคต

-(016)