คอนเสิร์ตเปียโนเฉลิมฉลอง 25 ปี Artas Balakauskas และอินทุอร ศรีกรานนท์ แห่งเส้นทางดนตรี การถ่ายทอด และการให้คืนสู่สังคม

คอนเสิร์ตเปียโนเฉลิมฉลอง 25 ปี Artas Balakauskas และอินทุอร ศรีกรานนท์ แห่งเส้นทางดนตรี การถ่ายทอด และการให้คืนสู่สังคม

คอนเสิร์ตเปียโนเฉลิมฉลอง 25 ปี Artas Balakauskas และอินทุอร ศรีกรานนท์ แห่งเส้นทางดนตรี การถ่ายทอด และการให้คืนสู่สังคม

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

ขอเชิญร่วมสัมผัสค่ำคืนแห่งดนตรีคลาสสิกในคอนเสิร์ต Hearts in Harmony: A 25 Years Celebration for a Cause ณ Yamaha Music Hall คอนเสิร์ตเปียโนพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของการอุทิศตนในเส้นทางการสอนและการสร้างสรรค์ทางดนตรีของอาจารย์ Artas Balakauskas และ อาจารย์อินทุอร ศรีกรานนท์ ร่วมกับ ลูกศิษย์รุ่นแรก (First Generation of Students) ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างครูและศิษย์ที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานผ่านเสียงดนตรี

ภายในคอนเสิร์ตประกอบด้วยการแสดงเปียโนหลากหลายรูปแบบ ได้แก่การแสดงเปียโนเดี่ยว (Solo), เปียโนดูโอ (Duet) และ Piano Ensemble โดยนำเสนอผลงานของคีตกวีเอก อาทิ Ravel, Beethoven, Mendelssohn, Mozart
รวมถึงบทเพลงจากคีตกวีท่านอื่น ๆ ที่ได้รับการคัดสรรอย่างประณีต เพื่อถ่ายทอดทั้งมิติของศิลปะการแสดงเดี่ยวและพลังของการบรรเลงร่วมกัน

รายชื่อลูกศิษย์รุ่นแรกที่ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต ได้แก่ ธารินทร์ สุภประกร, วศิน ประเสิรฐลาภ, ณิชาพัชร วลัยพัชรา, ผลิกา เหลืองเรืองรอง, สุมิดา อังศวานนท์, วัชรพัฐ เมตตานันท, ธนิศา ดุรงคเวโรจน์, Asta Balakauskas และ Indre Balakauskas

โดย คอนเสิร์ต Hearts in Harmony: A 25 Years Celebration for a Cause ณ Yamaha Music Hall จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569  เวลา 19.00 น. ณ Yamaha Music Hall บัตรทั่วไป 1,000 บาท และบัตรนักเรียน / นักศึกษา 500 บาท รายได้ทั้งหมดมอบให้กองทุนโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สามารถซื้อบัตรได้ทาง Ticketmelon ที่เว็บไซต์ https://www.ticketmelon.com/th/25YearsMusicalJourney/HeartsinHarmony คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จทางดนตรีตลอด 25 ปี หากยังเป็นการรวมพลังของเสียงดนตรีเพื่อการกุศล

ชิงแชมป์นักชงตัวท็อป! กาแฟพันธุ์ไทย – คอฟฟี่ เวิลด์ เปิดเวทีค้นหาสุดยอดบาริสต้าระดับประเทศ

ชิงแชมป์นักชงตัวท็อป! กาแฟพันธุ์ไทย - คอฟฟี่ เวิลด์  เปิดเวทีค้นหาสุดยอดบาริสต้าระดับประเทศ

ชิงแชมป์นักชงตัวท็อป! กาแฟพันธุ์ไทย – คอฟฟี่ เวิลด์ เปิดเวทีค้นหาสุดยอดบาริสต้าระดับประเทศ

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.00 น.

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ร่วมกับ บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจคอฟฟี่เวิลด์ จัดการแข่งขัน “Barista Championship Competition 2025” ณ ลานกิจกรรม บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี่ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ เพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพบาริสต้าไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล โดยมุ่งเน้นการส่งมอบเครื่องดื่มและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรองรับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในด้านคุณภาพของสินค้าและการบริการ ต่อยอดสู่การแข่งขันบนเวทีระดับประเทศ และระดับโลกต่อไป 

การจัดการแข่งขันในปีที่ 2 สำหรับกาแฟพันธุ์ไทย และเป็นครั้งแรกสำหรับ คอฟฟี่เวิลด์ สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมในการยกระดับคุณภาพบุคลากร โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมมากกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ ผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเป็นระบบเป็นระยะเวลา 2 เดือน ประกอบด้วยรอบทดสอบความรู้พื้นฐาน รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ จนคัดเหลือผู้เข้าแข่งขันรอบสุดท้าย 20 คน โดย มีการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ศึกษาดูงานที่ไร่กาแฟดอยช้าง จ.เชียงราย เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าใจกระบวนการผลิตกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ สร้างความตระหนักถึงคุณค่า และคุณภาพของกาแฟไทย 

ชาคริต Coffee World – คุณอนันต์ Punthai

ผู้ชนะจากกาแฟพันธุ์ไทย

ผู้ชนะจากคอฟฟี่ เวิลด์

อนันต์ รัตนมั่นคง Vice President of Food and Beverage Services Group บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด 

อนันต์ รัตนมั่นคง Vice President of Food and Beverage Services Group บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “พันธุ์ไทยตั้งเป้าหมายเป็น ‘ที่หนึ่งในใจนักดื่มกาแฟ’ และธุรกิจบริการ โดยเชื่อว่าความเป็นที่หนึ่งเกิดจากประสบการณ์ลูกค้าที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่กาแฟคุณภาพระดับโลก ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มคุณภาพดี แต่รวมถึงการส่งมอบประสบการณ์จากทีมงานที่น่าประทับใจ ในร้านที่สะอาด บรรยากาศอบอุ่น และบริการที่เป็นมิตรเหมือนเดิมทุกครั้ง โดยขับเคลื่อนผ่าน “PROUD” ซึ่งเป็น DNA หรือ ค่านิยมของคนพันธุ์ไทย เป็นกุญแจสู่ภารกิจที่เกิดขึ้นได้จริงทุกสาขา 

P – Proud (มีความภาคภูมิใจในการให้บริการ) 
R – Respect (มีความสุภาพและการให้เกียรติ) 
O – Ownership (มีความรับผิดชอบและการดูแลจนแล้วเสร็จ) 
U – Upgrade (มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง) 
D – Deliver (ส่งมอบประสบการณ์ที่ดี) 

“PROUD” ยังเชื่อมโยงกับมาตรฐานการบริการ “7 Steps” ซึ่งเป็นกรอบการปฏิบัติงานร่วมกันของทุกสาขา พร้อมขับเคลื่อนผ่าน People & Culture ตั้งแต่การคัดเลือกคนให้เหมาะสม อบรมและโค้ชแบบบูรณาการ พร้อมเติบโตไปด้วยกัน เพื่อให้การดูแลลูกค้าเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะความสม่ำเสมอเริ่มต้นจาก DNA ของบุคลากร และ PROUD คือแนวทางทำให้ภารกิจพันธุ์ไทยเกิดขึ้นจริงทุกสาขา” 

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม Training Center กว่า 450 แห่งกระจายทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาทักษะให้กับบุคลากร พร้อมแผนขยายสาขาให้ครบ 600 แห่งทั่วประเทศภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 จากศักยภาพกว่า 900 อำเภอ เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ 

ชาคริต อนุสภา ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด

ชาคริต อนุสภา ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของธุรกิจร้านกาแฟคือบาริสต้าที่มีทักษะ ความรู้ ความชำนาญ และความรักในงาน ไม่ว่าจะมีเมนูที่ดี อุปกรณ์การชงกาแฟที่ทันสมัย หรือเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงเพียงใด หากขาดบาริสต้าที่มีคุณภาพ และมีใจรักในงาน ก็ไม่สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าได้ เราต้องการสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง ไม่เพียงแค่ในเรื่องของการสร้างสรรค์เครื่องดื่มคุณภาพดี แต่รวมถึงการส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจในมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา การแข่งขันในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าเวทีประลองฝีมือ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้บาริสต้าได้ฝึกฝน และพัฒนาทักษะอย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านการเข้าร่วมหลักสูตรเชิงลึกต่างๆ หลังการแข่งขัน เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้องต่อไป” 

สำหรับผลการแข่งขันในส่วนของกาแฟพันธุ์ไทย รางวัลชนะเลิศได้แก่ นายธนากร วังอรุณ ตำแหน่ง Supervisor สาขาแกลง 11 รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ นางสาวบุษบา ศศิธรชัยวัฒน์ ตำแหน่ง Senior Barista สาขาสุขุมวิท 101/1 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ นางสาวนารีเนตร นรากรณ์ ตำแหน่ง Senior Barista สาขาตลาดสุวรรณเกลียวทอง อยุธยา ในส่วนของคอฟฟี่เวิลด์ รางวัลชนะเลิศได้แก่ นายชิษณุพงศ์ ฉิวกระโทก ตำแหน่งบาริสต้าอาวุโส สาขา CW Tower รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ นางสาวโมนีกา อายีกู่ ตำแหน่งบาริสต้าอาวุโส สาขา CW Tower และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ นายเอกวิช เอี่ยมสารี ตำแหน่งผู้จัดการร้านอาวุโส สาขาโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยผู้ชนะการแข่งขันทุกท่านได้รับเงินสดและของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท 
คุณธนากร วังอรุณ ผู้ชนะเลิศจากกาแฟพันธุ์ไทย กล่าวแสดงความรู้สึกว่า “รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ หลังจากพยายามมาเป็นเวลา 2 ปี ปีนี้ได้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ขอขอบคุณแบรนด์กาแฟพันธุ์ไทยที่จัดโครงการนี้และเปิดโอกาสให้บาริสต้าได้แสดงศักยภาพ” 

ชิษณุพงศ์ ฉิวกระโทก ผู้ชนะเลิศจากคอฟฟี่ เวิลด์

ชิษณุพงศ์ ฉิวกระโทก ผู้ชนะเลิศจากคอฟฟี่ เวิลด์ กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจมากที่ได้แสดงศักยภาพของตัวเอง เป็นรางวัลแรกในชีวิตจากการแข่งขันในลักษณะนี้ ได้ฝึกฝนและผลักดันตนเองอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าผู้เข้าแข่งขันทุกท่านล้วนเป็นผู้ชนะที่ได้พัฒนาตนเอง” 

ธนากร วังอรุณ ผู้ชนะเลิศจากกาแฟพันธุ์ไทย

นอกจากการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรแล้ว ยังขยายผลการให้ความรู้สู่เยาวชนและนักเรียน ผ่านหลักสูตร “Cup of Inspiration” ที่กาแฟพันธุ์ไทยพานักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเปิดโลกกาแฟด้วยการสัมผัสประสบการณ์จริงผ่าน Workshop ดริปกาแฟ Slow Bar ซึ่งนักเรียนจะได้เรียนรู้พื้นฐานของกาแฟอย่างครบถ้วน ทั้งการเลือกเมล็ดกาแฟ ระดับการคั่ว และปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อรสชาติ พร้อมฝึกทักษะดริปกาแฟแบบ Slow Bar ที่เน้นความละเอียด ความใส่ใจในรายละเอียด และการสร้างสรรค์รสชาติจากกระบวนการดริปด้วยตนเอง เป็นการสร้างพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน เชื่อมโยงประสบการณ์จริง เสริมสร้างศักยภาพ พร้อมต่อยอดสู่อาชีพบาริสต้า และผู้ประกอบการร้านกาแฟในอนาคต 

เป้าหมายสำคัญของโครงการคือ การเปิดโอกาสให้บาริสต้าได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญที่จะรองรับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมทสร้างแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้องในอนาคต โดยเตรียมความพร้อมสู่การประลองฝีมือในเวทีระดับประเทศและระดับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานวงการกาแฟไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาชาวโลกต่อไป 

“SYS” เดินหน้าสร้าง “เมล็ดพันธุ์คุณภาพ” มอบทุนชูพลังการศึกษา ปักหมุดพัฒนาเยาวชน 12 โรงเรียนระยอง เติมเต็มโอกาสทางการศึกษา สู่ความยั่งยืนของชุมชน

“SYS” เดินหน้าสร้าง “เมล็ดพันธุ์คุณภาพ” มอบทุนชูพลังการศึกษา  ปักหมุดพัฒนาเยาวชน 12 โรงเรียนระยอง เติมเต็มโอกาสทางการศึกษา สู่ความยั่งยืนของชุมชน

“SYS” เดินหน้าสร้าง “เมล็ดพันธุ์คุณภาพ” มอบทุนชูพลังการศึกษา ปักหมุดพัฒนาเยาวชน 12 โรงเรียนระยอง เติมเต็มโอกาสทางการศึกษา สู่ความยั่งยืนของชุมชน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.48 น.

บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจการดำเนินธุรกิจที่เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลสังคม จัดพิธีมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 ให้แก่เยาวชนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จาก 12 โรงเรียนในจังหวัดระยอง มุ่งหวังบ่มเพาะ “เมล็ดพันธุ์ทางปัญญา” ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในชุมชนอย่างยั่งยืน    


 
เจษฎา ปลั่งมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ มานานกว่า 30 ปี กล่าวว่า SYS เชื่อมั่นว่าการสร้างเหล็กที่แข็งแกร่งต้องควบคู่ไปกับการสร้างคนที่เข้มแข็ง เพราะความสำเร็จที่แท้จริงขององค์กรคือการได้เห็นชุมชนเติบโตไปพร้อมกัน การสนับสนุนด้านการศึกษาจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ SYS ให้ความสำคัญและยึดมั่นมาตลอดกว่า 3 ทศวรรษ การมอบทุนในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แต่คือการส่งต่อโอกาสและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนกล้าที่จะฝัน เพราะพลังแห่งการเรียนรู้คือรากฐานสำคัญที่จะเปลี่ยนอนาคตของเด็ก ๆ และเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ยั่งยืน 

เจษฎา ปลั่งมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ 

ดร.เภา บุญเยี่ยม ผู้จัดการทั่วไป สายงานรัฐกิจและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด เผยถึงรายละเอียดของโครงการทุนการศึกษาเพิ่มเติมว่า ทุนการศึกษาของ SYS ขับเคลื่อนภายใต้วัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ การเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีศักยภาพได้ศึกษาต่อตามศักยภาพอย่างไร้อุปสรรค การแบ่งเบาภาระ ค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในชุมชนรอบโรงงาน และการสร้างสายใยความผูกพันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถานศึกษา เพื่อร่วมกันบ่มเพาะเยาวชนในท้องถิ่นให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเองต่อไปในอนาคต  

สำหรับทุนการศึกษาที่มอบให้ในปีนี้ ครอบคลุมโรงเรียนในเขตพื้นที่มาบตาพุด ห้วยโป่ง เนินพระ และบ้านฉาง รวม 12 แห่ง เป็นทุนระดับประถมศึกษา รวม 160 ทุน และระดับมัธยมศึกษา รวม 40 ทุน รวมทุนการศึกษาทั้งสิ้น 200 ทุน คิดเป็นเงินมูลค่ารวม 500,000 บาท โดยทาง SYS และโรงเรียนร่วมกันพิจารณาคัดเลือกจากเยาวชนที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย และเป็นผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เข้ารับทุนในปีนี้ ประกอบด้วย 

ระดับประถมศึกษา 10 แห่ง ได้แก่ 
• โรงเรียนวัดตากวน 
• โรงเรียนบ้านมาบตาพุด 
• โรงเรียนวัดกรอกยายชา 
• โรงเรียนบ้านหนองแฟบ 
• โรงเรียนวัดมาบชลูด 
• โรงเรียนวัดห้วยโป่ง 
• โรงเรียนวัดเนินกระปรอก 
• โรงเรียนวัดชากลูกหญ้า 
• โรงเรียนวัดประชุมมิตรบำรุง 
• โรงเรียนบ้านพยูน 
ระดับมัธยมศึกษา 2 แห่ง 
• โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร 
• โรงเรียนระยองวิทยาคม 


 
นับตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน SYS ได้มอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดระยองและทุนนอกพื้นที่จังหวัดระยอง อาทิ ทุนการศึกษานักเรียนพยาบาลทหารเรือ ทุนการศึกษาบุตรบุคลากรทางการแพทย์ ฯลฯ ไปแล้วกว่า 1,800 ทุน คิดเป็นมูลค่า 5,500,000 บาท นอกจากนี้ SYS ยังให้ทุนการศึกษาในโครงการ SYS Education Fund (SEF) ซึ่งเป็นทุนแบบให้เปล่า จนจบปริญญาตรี โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกมัดใด ๆ กับทางบริษัท ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 มีนักเรียนทุนในโครงการ จำนวน 100 คน ใช้เงินสนับสนุนทุนการศึกษาในโครงการนี้ไปแล้ว 33 ล้านบาท ปัจจุบันนักเรียนทุนในโครงการ SEF  สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วจำนวน 18 คน 


 
SYS ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าขยายขอบเขตแห่งโอกาส เพื่อรดน้ำและบ่มเพาะ “เมล็ดพันธุ์คุณภาพ” เหล่านี้ให้เติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแกร่ง พร้อมเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศและสร้างสังคมที่ยั่งยืน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานโล่ที่ระลึกให้แก่ไทยเบฟ ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาขี่ม้า Princess’s Cup Thailand 2025

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  พระราชทานโล่ที่ระลึกให้แก่ไทยเบฟ ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาขี่ม้า Princess’s Cup Thailand 2025

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานโล่ที่ระลึกให้แก่ไทยเบฟ ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาขี่ม้า Princess’s Cup Thailand 2025

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.39 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดการแข่งขันกีฬาขี่ม้า Princess’s Cup Thailand 2025 ครั้งที่ 11 พร้อมทั้งพระราชทานโล่ที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน โดยมีนางสุทธิพรรณ นุชฉายา เป็นผู้แทน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในการรับโล่พระราชทานดังกล่าว ณ สนามขี่ม้า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ (สนามเป้า) กรุงเทพมหานคร โดยการแข่งขันในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Building the Bond Between Horse & Rider. Discover the Joy of Horse Connection” สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขี่ม้ากับม้า รวมไปถึงผู้ฝึกสอน ผู้ดูแลม้าและช่างทำเกือกม้า พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ระดับโลก

‘มูลนิธิซิตี้’ สนับสนุนหนุน ‘มูลนิธิคีนัน’ ปั้นแพลตฟอร์มลดปัญหาการว่างงานในเยาวชนไทย

‘มูลนิธิซิตี้’ สนับสนุนหนุน ‘มูลนิธิคีนัน’ ปั้นแพลตฟอร์มลดปัญหาการว่างงานในเยาวชนไทย

‘มูลนิธิซิตี้’ สนับสนุนหนุน ‘มูลนิธิคีนัน’ ปั้นแพลตฟอร์มลดปัญหาการว่างงานในเยาวชนไทย

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.18 น.

มูลนิธิซิตี้ (Citi Foundation) เดินหน้าโครงการ 2025 Global Innovation Challenge มอบทุน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่องค์กรเพื่อสังคม 50 แห่งทั่วโลก จัดทำโซลูชันเพื่อส่งเสริมการจ้างงานเยาวชนที่มีรายได้น้อย โดยในประเทศไทย มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (Kenan Foundation Asia) ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการฯ จำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาอาชีพที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ที่รวบรวมองค์ความรู้ การวางแผนอาชีพ และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในตลาดแรงงาน ตอกย้ำปณิธานระยะยาวของธนาคารซิตี้แบงก์และมูลนิธิซิตี้ในการส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เยาวชน

นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัญหาการว่างงานของเยาวชนเป็นความท้าทายทางสังคมในระดับโลก โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ชี้ว่า ปัจจุบันมีเยาวชนกว่า 65 ล้านคนทั่วโลกที่เป็นผู้ว่างงาน โดยมีสาเหตุสำคัญของปัญหาการว่างงานที่เกิดจากความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของแรงงานกับความต้องการของตลาด (Skills Mismatch) ซึ่งสืบเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้นายจ้างต้องการแรงงานที่มีทักษะใหม่อย่าง AI และเทคโนโลยีขั้นสูง จากการเล็งเห็นปัญหาดังกล่าว มูลนิธิซิตี้จึงได้เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาทักษะของเยาวชน ผ่านการมอบเงินทุนจากโครงการ 2025 Global Innovation Challenge ให้แก่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั่วโลก ในการพัฒนาโครงการส่งเสริมการจ้างงานและนวัตกรรมเพื่อยกระดับทักษะทางอาชีพแก่เยาวชน อันเป็นรากฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”

“ขณะที่ในประเทศไทย ปัญหาการว่างงานของคนรุ่นใหม่เริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น สะท้อนจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ระบุว่า อัตราการว่างงานของเยาวชนไทยในปี 2568 อยู่ที่ 5.3% เพิ่มขึ้นจาก 4.5% ในปีก่อนหน้า เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของตลาดแรงงานไทย ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิซิตี้จึงได้มอบทุน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16 ล้านบาท) แก่มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย ในการดำเนินโครงการ “A.I.R” (AI for Readiness and Resilience) พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมโอกาสทางอาชีพและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตแก่เยาวชน ตอบรับกับพันธกิจของซิตี้แบงก์ในการใช้ความเชี่ยวชาญทางการเงิน ยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ทุกชุมชนที่องค์กรได้มีการดำเนินธุรกิจทั่วโลก” นางสาวนฤมล กล่าวเสริม

ด้าน ดร. วิมลกานต์ โกสุมาศ กรรมการบริหาร มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า “มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งยกระดับศักยภาพของประชากร ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะที่จำเป็น ภายใต้โครงการ A.I.R ทางมูลนิธิฯ มีแผนพัฒนาเว็บไซต์ http://www.kenan-asia.org ให้เป็นแพลตฟอร์มด้านการเรียนรู้แห่งโลกอนาคตที่ครบวงจรสำหรับนักเรียนและครูผู้สอน ทั้งคลังความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนาทักษะการทำงาน ระบบ AI แนะนำการวางแผนเส้นทางอาชีพเฉพาะบุคคล โปรแกรมจำลองการสัมภาษณ์ เครื่องมือช่วยสร้างเรซูเม่ ฟีเจอร์ประเมินทักษะ Soft Skills ตลอดจนแหล่งข้อมูลด้านทักษะอาชีพในหลากหลายสาขา ทั้งนี้ ทุนสนับสนุนจากโครงการ 2025 Global Innovation Challenge จะช่วยให้แพลตฟอร์มดังกล่าวพัฒนาแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน ภายในภาคการศึกษาแรกปี 2569 และคาดว่าจะสามารถเข้าถึงนักเรียนอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส. ปีที่ 1-2) จำนวน 2,000 คน และครูผู้สอน 80 คน ในระยะ 2 ปีหลังการเปิดตัว”

ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ 2025 Global Innovation Challenge ได้ทาง https://www.citigroup.com/global/foundation

‘สุขแรกของปี’ ที่สวนกลางเมือง ชอป ชิม ฟังเพลงชิลล์ ในงาน ‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’

‘สุขแรกของปี’ ที่สวนกลางเมือง ชอป ชิม ฟังเพลงชิลล์  ในงาน ‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’

‘สุขแรกของปี’ ที่สวนกลางเมือง ชอป ชิม ฟังเพลงชิลล์ ในงาน ‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เปิดปีด้วยสุขแรกของปี ชวนคนกรุงชิลล์กลางสวน หลบความวุ่นวาย มาผ่อนคลายสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่สวนป่ากลางเมือง ที่งานเทศกาล “กรุงเทพดีต่อใจW Bangkok Bestival 2026  ครั้งที่ 4 ที่เนรมิต 4 สวนสาธารณะใหญ่กลางกรุงให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข  ไฮไลต์ที่สายชิลล์ห้ามพลาด คือโซน “มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต” ณ สวนเบญจกิติ ตลาดนัดชุมชนสุดกรีนที่คัดสรรของดีของอร่อยมาเลือกให้ชอป ชิมแบบจุใจ 

“มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต” ชอป-ชิม ของดีกรุงเทพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากชุมชน และสินค้าเพื่อสุขภาพ อาทิ ผักผลไม้ปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และอาหารเพื่อสุขภาพที่คัดมาแล้วว่าดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีงานคราฟต์เก๋ๆ ให้เลือกชอปอีกมากมาย วันที่ 9-11 มกราคม 2569 เวลา 14.00-20.00 น. ณ สวนเบญจกิติ

“ดนตรีในสวนดีต่อใจ” โดยวงดนตรีจากกรุงเทพมหานคร ฮีลใจด้วยการรับฟังดนตรีเพราะๆ ท่ามกลางสวนธรรมชาติสีเขียว วันที่ 9-11 มกราคม 2569 เวลา 17.00-18.30 น.

งานนี้จัดเต็มความสุขเข้าฟรีตลอด 3 วัน  ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2569 เตรียมเสื่อปิกนิก และถุงผ้ามาให้พร้อม แล้วมาพบกันที่งานเทศกาล “กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026”  ครั้งที่ 4 ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจ FB:กรุงเทพดีต่อใจ

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดตัวกระเช้าของขวัญ ส่งความสุขผ่านรสชาติอิตาเลียนแท้

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดตัวกระเช้าของขวัญ ส่งความสุขผ่านรสชาติอิตาเลียนแท้

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดตัวกระเช้าของขวัญ ส่งความสุขผ่านรสชาติอิตาเลียนแท้

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ต้อนรับปีใหม่ 2026 สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน ประจำประเทศไทย ร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส ภายใต้การบริหารโดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงานเปิดตัวกระเช้าของขวัญ “Super Premium The Iconic of Italy” (ซูเปอร์ พรีเมียม ดิ ไอคอนิก ออฟ อิตาลี) คัดสรรสินค้าอิตาเลียนแท้คุณภาพระดับพรีเมียมจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้ชาวไทยและต่างชาติเลือกส่งความสุขและความปรารถนาดี โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตอิตาลี ประจำประเทศไทย, เปาลา กุยด้า ข้าหลวงพาณิชย์อิตาเลียน ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารเดอะมอลล์ ศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล และ พลอยชมพู อัมพุช ร่วมเปิดตัวกระเช้าของขวัญสุดพรีเมียม ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สาขาพารากอน ดีพาร์ทเท้นท์สโตร์

สำหรับ Super Premium The Iconic of Italy นำสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมมาจัดเป็นกระเช้าส่งความสุข 5 สไตล์ให้เลือกส่งความสุข อาทิ Di Martino Penne Mezzani Rigate Pasta (ดีมาร์ติโน่ เพนเน่ เมสซานิ ริกาเต้) ผลิตภายใต้แบรนด์ Pastificio Di Martino โรงงานพาสต้าอิตาเลียนดั้งเดิม ผลิตจากแป้งเซโมลินา (semolina) ของข้าวสาลีดูรัม คุณภาพสูงจากอิตาลี และใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เส้นพาสต้าผลิตด้วยการรีดผ่านแม่พิมพ์ทองเหลือง (Bronze Die) และอบแห้งที่อุณหภูมิต่ำ ทำให้พื้นผิวเส้นมีความหยาบเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ซอสเกาะเส้นได้ดีเป็นพิเศษ ให้รสสัมผัสแน่น เต็มคำ (Full-bodied) และเมื่อปรุงสุกจะได้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มเด้งแบบ Al Dente ตามสไตล์อิตาเลียนแท้ โดยมีการคอลแลปกับแบรนด์ Dolce & Gabbana ในส่วนของดีไซน์แพ็กเกจ

บิสกิตรสนม และแครกเกอร์ Colussi (โคลุสซี่) แครกเกอร์ ทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวอิตาเลียนมาอย่างยาวนานกว่า 200 ปี ผลิตจากแป้งสาลีที่คัดสรรมาอย่างดี ผสานคุณประโยชน์ที่หลากหลายมีให้เลือก หลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น แครกเกอร์ น้ำมันมะกอก, แครกเกอร์โฮลวีท หรือแครกเกอร์ลดเกลือ และอื่น ๆ อีกมากมาย หนึ่งในแครกเกอร์ ที่มีไขมันอิ่มตัว ต่ำกว่าแครกเกอร์อื่น ๆ โดยเฉลี่ยถึง 70% บิสกิตกรอบ อร่อย ที่ลงตัวสูตรเฉพาะจาก Colussi

ILLY Coffee espresso ground (อิลลี่ กาแฟคั่วบดแบบผงเอสเพรสโซ่) กาแฟของ illy ถูกสร้างสรรค์เป็นพิเศษสําหรับคนรักกาแฟและผู้ที่ชื่นชอบกาแฟ เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สดจากเมล็ดกาแฟเต็มรูปแบบกาแฟ Classico หรือกาแฟคั่วคลาสสิกของ illy มีความหวานละมุนติดปลาย พร้อมโน้ตกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของคาราเมล ดอกส้ม และดอกมะลิ ไห้รสชาติที่กลมกล่อมและลงตัวเพลิดเพลินกับกาแฟพรีเมียมของ illy และรสชาติที่โดดเด่นของเมล็ดอาราบิก้าคุณภาพสูงจากประเทศ อิตาลี

Barbera Sicilia IGP Bio EVO Oil (บาร์เบรา ซิซีเลีย ไบโอ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil)) คุณภาพสูงจากเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี บรรจุในกระป๋องโลหะที่นอกจากป้องกันแสง คงความสดใหม่ อีกทั้งตัวผลิตภัณฑ์เองยังสวยงามเหมาะสำหรับเป็นของขวัญ

FIAMMA Vesuviana Chickpeas (ไฟมมา วีสุเวียนา) ถั่วชิกพีหรือถั่วหัวช้างน้ำ คือวัตถุดิบยอดนิยมของชาวเมดิเตอร์เรเนียน อุดมด้วยใยอาหาร โปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินและแร่ธาตุ ช่วยในการย่อย เป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัว พร้อมคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและไอโซฟลาโวนอย ซึ่งช่วยต้านมะเร็ง ลดความเครียดและคอเรสเตอรอล เหมาะเป็นไอเท็มติดครัว ใช้งานง่าย พร้อมนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลายสไตล์ เพื่อความอร่อยและสุขภาพดีในทุกวัน

ปิดท้ายที่ MUSSINI Vecchio Ducato 1 Medal (มูซซินี เวคคิโอ ดูคาโต้ 1 เหรียญ) บัลซามิกจากมูซซินีตระกูลเก่าแก่ที่มีประสบการณ์หมักน้ำส้มสายชูหลากหลายชนิด ชนิดที่เก่าแก่ที่สุดบ่มในถังไม้มานานไม่น้อยกว่า 100 ปี โดยเหรียญที่อยู่ด้านหน้าขวดบ่งบอกถึงอายุของบัลซามิก แต่ละเหรียญเท่ากับระยะเวลาการบ่มในถังไม้ 3 ปี บัลซามิกที่อายุน้อยเหมาะสำหรับใช้ราดสลัด โดยใช้ร่วมกับน้ำมันมะกอกคุณภาพดี

ทั้งนี้ ในงานได้จัดกิจกรรมสาธิตการปรุงเมนูพิเศษจากสินค้าที่ร่วมรายการ โดย เชฟอเล็ก – อยุธยา พยัคพงษ์ จาก You Hunt We Cook เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการปรุงอาหารจากผลิตภัณฑ์พรีเมียมในกระเช้าของขวัญ Super Premium Italy Hampers ให้ได้ร่วมลิ้มลองความอร่อยที่รังสรรค์จากกระเช้าส่งความสุข

กระเช้าของขวัญ Super Premium Italy Hampers วางจำหน่ายจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ และยังสามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดของอิตาลี ได้ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Gourmet Market Thailand, IG: gourmetmarket และ TikTok: gourmetmarketth

ทีทีบี สานต่อพลังอาสาสมัคร มุ่งเปลี่ยนชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์จับต้องได้จริง พร้อมจุดประกายสังคมแห่งการแบ่งปัน

ทีทีบี สานต่อพลังอาสาสมัคร มุ่งเปลี่ยนชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์จับต้องได้จริง พร้อมจุดประกายสังคมแห่งการแบ่งปัน

ทีทีบี สานต่อพลังอาสาสมัคร มุ่งเปลี่ยนชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์จับต้องได้จริง พร้อมจุดประกายสังคมแห่งการแบ่งปัน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เดินหน้าสานต่อพลังอาสาสมัคร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดกิจกรรม ttb Volunteer Recognition Day  กิจกรรมที่ทำให้พนักงานตระหนักรู้ว่า องค์กรให้ความสำคัญกับผู้ที่เสียสละมาร่วมทำงานอาสาสมัคร และถือเป็นการขอบคุณอาสาสมัครทีทีบีที่ร่วมกันสร้างความสุข ส่งต่อการให้ โดยนำความรู้และความเชี่ยวชาญที่มีไปช่วยเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ถือเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจทั้งของตัวเองและองค์กร ทั้งนี้ ปี 2568 ที่ผ่านมา มีอาสาสมัครเข้าร่วมกว่า 1,000 คน มีจำนวนโครงการทั้งสิ้น 20 โครงการ

ตัวอย่างของโครงการที่โดดเด่นสามารถตอบโจทย์และพัฒนาชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนดำเนินการต่อไปได้อย่างยั่งยืน  โครงการ “WasteWise”  โครงการ “ลวดกำมะหยี่แฟนซีสานฝัน” และ โครงการ “ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรอย่างยั่งยืน”

จัดการปัญหาขยะเปียกอย่างยั่งยืน ด้วยองค์ความรู้

นายธนอัครวุฒิ หน่อจำปา อาสาสมัครทีทีบี ทีม Talent C.A.C.3 จากโครงการ “WasteWise” ที่เข้าช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับเยาวชนในชุมชน เล่าว่า โครงการ WasteWise ได้เข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาขยะในชุมชนตลาดหัวตะเข้ โดยส่งมอบองค์ความรู้เรื่องการจัดการขยะให้กับชุมชน เยาวชน และโรงเรียนเชิดเจิมศิลป์ ด้วยการจัดทำสื่อการเรียนรู้ บอร์ดเกมต่าง ๆ เพื่อให้ชุมชน และเยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจ พร้อมมอบถังหมักปุ๋ยอินทรีย์แบบไร้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทนทาน ดูแลง่าย เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน

ปี 2568 เป็นปีแรกที่ได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครทีทีบี สัมผัสได้ถึงความสุขของการเป็นผู้ให้อย่างชัดเจน ตลอดระยะเวลา 3 เดือนทุ่มเทให้กับการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่ และเมื่อถึงวันส่งมอบโครงการได้เจอรอยยิ้มของชุมชนก็หายเหนื่อย โดยเฉพาะพลังงานและความกระตือรือร้นของเด็ก ๆ ช่วยเติมพลังใจให้ทีมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังได้รับแรงบันดาลใจและทักษะการทำงาน ทั้งทักษะความเป็นผู้นำ การทำงานร่วมกันกับหลาย ๆ ฝ่าย ที่ต้องกำหนดเป้าหมายร่วมกัน พาทีมเดินไปทิศทางเดียวกัน มีการกระจายงานอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

“โครงการนี้เป็นพื้นที่ของการทำงานร่วมกัน ทั้งทีมของเราที่มาจากหลากหลายสายงาน องค์กร NGO และชุมชนในพื้นที่ ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะการประสานงาน ซึ่งการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะกับตัวแทนชุมชนและคุณครูที่มีช่วงวัยที่แตกต่าง โดยเราเน้นรับฟังเพื่อเก็บข้อมูลความต้องการและเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของคนในชุมชน พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชน แม้จะมีความท้าทายและปัญหาที่ต้องแก้ในหลายเรื่อง แต่ทั้งหมดถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า ทำให้ทีมเราได้เรียนรู้มากมาย ขอบคุณทีทีบีที่ส่งเสริมให้พนักงานได้มีโอกาสทำสิ่งดีๆ สร้างประโยชน์ให้กับสังคม เรามีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ และผลลัพธ์ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนได้อย่างชัดเจน” นายธนอัครวุฒิ กล่าว

ต่อยอดลวดกำมะหยี่แฟนตาซีสานฝัน สร้างอาชีพ

อีกเสียงสะท้อนจาก นายสรยุทธ รื่นเริง อาสาสมัครทีทีบี ทีมธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ เขตสระบุรี จากโครงการ “ลวดกำมะหยี่แฟนซีสานฝัน” เล่าให้ฟังว่า ทีมเลือกที่จะสนับสนุนโรงเรียนโดยมุ่งเน้นการส่งเสริมวิชาชีพให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งส่วนใหญ่มีข้อจำกัดทางด้านการเงิน ต้องการเพิ่มทักษะและสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับน้อง ๆ ผ่านการต่อยอดผลิตภัณฑ์ลวดกำมะหยี่ที่โรงเรียนทำอยู่แล้ว ซึ่งทีมอาสาสมัครได้เข้าไปช่วยยกระดับทักษะ โดยจัดหาผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี สอนเทคนิคการจัดดอกไม้ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างแบรนด์ ออกแบบโลโก้ จัดทำสติกเกอร์และสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงห้องกิจกรรมให้พร้อมใช้งานและทันสมัยขึ้น จัดซื้ออุปกรณ์จำเป็น รวมถึงสอนการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายด้วย

“ผลสำเร็จที่ชัดเจน คือ นักเรียนในกลุ่มกิจกรรมมีความรู้และต่อยอดชิ้นงานได้มากขึ้น และมียอดขายเพิ่มขึ้นจากทั้งช่องทางออนไลน์และการไปออกร้านในสถานที่ต่าง ๆ  ขณะเดียวกันจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการลวดกำมะหยี่ก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 50 คน จากเดิม 15-30 คน ซึ่งสิ่งที่อาสาสมัครทีทีบีได้รับกลับมามีค่ามากกว่าความสำเร็จของโครงการ คือ ประสบการณ์ใหม่ ๆ และการได้เห็นรอยยิ้มของน้อง ๆ ถือเป็นแรงใจสำคัญที่สุด นอกจากนี้ การได้เห็นคนที่มีข้อจำกัด แต่ยังคงพยายามต่อสู้ พัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ Mindset ของทีมอาสาสมัครเปลี่ยนไป และเกิดแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเอง รวมถึงการทำประโยชน์ต่อสังคม” นายสรยุทธ กล่าว

ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรยั่งยืน แก้ปัญหาปากท้องและสร้างอาชีพ

ปิดท้ายที่ นายชาติชาย สมุดความ อาสาสมัครทีทีบี ทีมธุรกิจสาขา เขตพิษณุโลก จากโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรอย่างยั่งยืน” เล่าว่า ทางทีมได้เข้าไปช่วยเหลือและแก้ปัญหาสำคัญของโรงเรียนบ้านปลักแรด ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน โดยใช้แนวทางการสอนวิชาชีพและสร้างทักษะติดตัวให้กับเด็ก ๆ ผ่านการเรียนรู้ด้านการเกษตร ซึ่งได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอนวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง พร้อมสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ โรงเพาะเห็ด และบ่อเลี้ยงกบ รวมถึงแปลงผักสวนครัว เพื่อให้เยาวชนสามารถนำความรู้นี้ไปขยายผลที่บ้านได้ในอนาคต อีกทั้งใช้ความเชี่ยวชาญติดอาวุธความรู้ทางการเงินสอนเรื่องการเงินพื้นฐานให้กับนักเรียน

“ในช่วงเริ่มแรกมีความท้าทายเรื่องความร่วมมือและการสื่อสารอยู่บ้าง เนื่องจากผู้ปกครองและคุณครูเข้าใจว่าเป็นการบริจาคแล้วจบไป แต่เจตนารมณ์ของโครงการ คือ เป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องการความร่วมมืออย่างยั่งยืน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นถือว่าน่าพอใจมาก นักเรียนมีความสุขกับการใช้เวลาว่างมาดูแลแปลงเกษตร และเกิดความผูกพันกับสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ทีมอาสาสมัครก็มีความสุขจากการได้เห็นน้อง ๆ ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้เพาะเห็ดนางฟ้าและออกดอกเพื่อเก็บผลผลิตเป็นครั้งแรก สามารถนำมาทำอาหารกลางวันได้จริง ทำให้ทุกคนมีความสุขกับรอยยิ้มของเด็ก ๆ เหล่านี้ นับได้ว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่เราทำ”  นายชาติชาย กล่าว

อย่างไรก็ตาม โครงการศูนย์การเรียนรู้การเกษตรอย่างยั่งยืน จึงไม่เพียงช่วยเติมเต็มอาหารกลางวันในเบื้องต้น แต่ยังเป็นการจุดประกายให้เด็กๆ มีทางเดินไปต่อ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต ซึ่งทีมอาสาสมัครทีทีบียังคงมุ่งมั่นที่จะติดตามผล พร้อมสานต่อโครงการต่อไปเพื่อสร้างความยั่งยืน ทั้งนี้ ในฐานะพนักงานทีทีบีรู้สึกภาคภูมิใจที่ทำงานอยู่ในองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดี ๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

สัมผัสเสน่ห์ศิลปะพื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยกว่า 100 ปี งาน ‘เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง 2569’ ครั้งที่ 41

สัมผัสเสน่ห์ศิลปะพื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยกว่า 100 ปี งาน ‘เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง 2569’ ครั้งที่ 41

สัมผัสเสน่ห์ศิลปะพื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยกว่า 100 ปี งาน ‘เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง 2569’ ครั้งที่ 41

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้ง เทศบาลเมืองต้นเปา ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานเชียงใหม่) สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายภาคชุมชนและภาคเอกชน เตรียมจัดงาน เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 (Bo-Sang Umbrella and San Kamphaeng Crafts Festival) ภายใต้แนวคิด “หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ” หนึ่งในเทศกาลหัตถกรรมระดับตำนานที่สะท้อนเสน่ห์วิถีชีวิตล้านนาและเป็นหมุดหมายสำคัญขอนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ หมู่บ้านบ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา กล่าวว่า “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ไม่ได้เป็นเพียงงานประเพณีของท้องถิ่น แต่เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน เทศบาลเมืองต้นเปามุ่งยกระดับการจัดงานให้มีความเป็นนานาชาติ ควบคู่การสืบสานภูมิปัญญาร่มบ่อสร้าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสน่ห์ของเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด และร่วมกันสร้างรายได้ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”

การจัดงานครั้งนี้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบาย IGNITE THAILAND’S TOURISM ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค (Tourism Hub) โดยจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวภาคเหนือ อุดมสมบูรณ์ด้วยมรดกทางศิลปวัฒนธรรม งานหัตถกรรม และอาหารพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ หมู่บ้านบ่อสร้าง แหล่งกำเนิดร่มบ่อสร้าง งานหัตถกรรมชื่อดังระดับโลก ซึ่งยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมควบคู่กับการพัฒนาสู่ความร่วมสมัย และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 จึงถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน ในการยกระดับงานสู่ความเป็นสากล ควบคู่การส่งเสริมบทบาทของเชียงใหม่ในฐานะ เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน พร้อมสร้างภาพลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็น มหานครแห่งหัตถศิลป์สร้างสรรค์ ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส 4 ไฮไลต์กิจกรรมหลักที่ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาและกิจกรรมเวิร์คชอป ด้านหัตถกรรม, ร่ม, กระดาษสากว่า 20 บูธ พร้อมเดินชม ตลาดวัฒนธรรม (กาดหมั้ว) ที่รวบรวมร้านค้าสินค้าวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่นกว่า 30 ร้าน ท่ามกลางบรรยากาศล้านนาแท้

อีกทั้ง ขบวนพาเหรดนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ ที่ตกแต่งด้วยร่มและหัตถกรรมชุมชน มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายเชื้อชาติกว่า 5 ประเทศ พร้อมขบวนเทิดพระเกียรติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถึงการทรงงานหนักเพื่อประชาชน โดยเฉพาะด้านอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย ถ่ายทอดผ่านความงดงามของขบวนช่างฟ้อนกว่า 500 คน ในชุดซิ่นพื้นเมืองและร่มดีไซน์พิเศษ สร้างสีสันและความประทับใจตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะแบบสามมิติ (Installation Art) และ จุดถ่ายภาพ ที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมชุมชน ให้เป็นมุมเช็กอินสำหรับนักท่องเที่ยวและสายโซเชียล พร้อมพื้นที่นิทรรศการมีชีวิต ที่สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณด้านศิลปาชีพ ให้เก็บภาพความทรงจำตลอดการเดินทาง

“เทศบาลเมืองต้นเปา ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง อันเปี่ยมด้วยเรื่องราว ภูมิปัญญา และความสร้างสรรค์ของชุมชน ในงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง เปิดประสบการณ์เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมสนับสนุนผลงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าวปิดท้าย

มาร่วมกันเที่ยวอย่างมีคุณค่า สนับสนุนงานหัตถกรรมไทย และสร้างความภาคภูมิใจให้กับท้องถิ่นไปด้วยกันใน “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง” หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ หมู่บ้านบ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก งานร่มบ่อสร้าง https://www.facebook.com/share/14TTp6A9JQK/?mibextid=wwXIfr

ซอสพริกศรีราชาพานิช x The Yard Hostel เชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยผ่าน Cooking Class

ซอสพริกศรีราชาพานิช x The Yard Hostel เชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยผ่าน Cooking Class

ซอสพริกศรีราชาพานิช x The Yard Hostel เชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยผ่าน Cooking Class

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวรับลมหนาว เมืองเชียงใหม่กลับมามีสีสันอีกครั้ง เพราะเป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว นักเดินทางทั่วทุกมุมโลกหลั่งไหลมาสัมผัสอากาศหนาวเย็น ธรรมชาติที่โอบล้อมและวัฒนธรรมพื้นถิ่นภาคเหนือที่สะท้อนตัวตนของเมืองล้านนาได้อย่างลึกซึ้ง  

วรัญญา วิญญรัตน์

ท่ามกลางย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ มีโฮสเทลเล็กๆ ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ The Yard Hostel เชียงใหม่ (เดอะยาร์ด โฮสเทล) “บ้านหลังที่สองของผู้คนทั่วโลก” ที่ก่อตั้งโดย ส้ม(เล็ก) – อติพร สังข์เจริญ และ ส้ม (ใหญ่) – อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์ ที่ตั้งใจสร้างโฮสเทลเป็นเสมือน “บ้านญาติ” และ “Community Space” ที่เชื่อมผู้คนทั่วโลกไว้ด้วยกัน ได้พูดคุย แบ่งปันเรื่องราวและมิตรภาพระหว่างกัน

The Yard Hostel เริ่มต้นขึ้นย่านอารีย์ในกรุงเทพฯ ก่อนต่อยอดสู่เชียงใหม่ โดยยังคงยึดคอนเซ็ปต์ดั้งเดิมเรื่อง Family – Community – Sustainability เอาไว้ครบถ้วน โดยเชียงใหม่ คือ บ้านหลังที่สองที่เราอยากให้ทุกคนพบความสุข และสร้างความหมายของการเดินทางกลับไป

เมื่อแบรนด์ซอสพริกอายุกว่า 90 ปี ผูกโยงประสบการณ์อาหารกับการท่องเที่ยว

การผสานความร่วมมือระหว่างแบรนด์ซอสพริกศรีราชาพานิช กับธุรกิจท่องเที่ยวอย่างโฮสเทล ถือเป็นก้าวที่น่าสนใจและสะท้อนวิสัยทัศน์ของผู้บริหารแบรนด์ โดย  วรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เราอยากให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้ว่าต้นตำรับซอสพริกศรีราชาเป็นของคนไทยและอยากให้คนไทยภูมิใจไปด้วยกันที่แบรนด์ของเราเริ่มเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป”

วรัญญา กล่าวต่อว่า “แบรนด์อาหารไทย ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะบนโต๊ะอาหาร แต่สามารถต่อยอดสู่ประสบการณ์การท่องเที่ยวได้อย่างกลมกลืน ด้วยมุมมองนี้ทำให้เราร่วมมือกับ The Yard Hostel จัดกิจกรรม Cooking Class ขึ้นที่สาขาอารีย์เป็นแห่งแรก ก่อนขยายผลสู่เชียงใหม่ในฤดูหนาวนี้ เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์อาหารไทยให้ชาวต่างชาติสัมผัสด้วยตัวเอง”

อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์ (ส้มใหญ่) และ อติพร สังข์เจริญ (ส้มเล็ก)

เมนูพิเศษพื้นถิ่นเหนือ ผสานซอสพริกศรีราชาพานิชอย่างลงตัว

สำหรับคลาสที่เชียงใหม่ ทีมงานได้ออกแบบเมนูที่มีกลิ่นอายล้านนาอย่างน้ำพริกอ่องผสานซอสพริกศรีราชาพานิชมาสร้างรสชาติที่เข้าถึงง่าย แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แบบไทยแท้ เพิ่มสีสันให้การเรียนทำอาหารสนุกขึ้น และเป็นประสบการณ์ที่สร้างการจดจำที่ดีแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

จากครัวสู่ชุมชน – เชื่อมใจต่างชาติและเด็กหลายชาติพันธุ์ 

อีกหนึ่งความพิเศษ คือ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จบคลาสเรียนทำอาหาร สามารถร่วมเป็นอาสาสมัครทำอาหารกลางวันให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดห้วยไร่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนต่างชาติพันธุ์กว่า 190 คนศึกษาอยู่ร่วมกัน โดยภายในงานนักท่องเที่ยวยังร่วมพิธีเปิดห้องพยาบาล สนามเด็กเล่น และส่งมอบสิ่งของจำเป็นด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนอีกด้วย

“กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเรียนทำอาหารไทย แต่ยังนำความรู้ที่ได้ไปมอบความสุขแก่น้องๆ ผ่านอาหารจานพิเศษเชื่อมใจทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าด้วยกัน เราหวังว่าจะสร้างความทรงจำที่ดีแก่ทุกคนที่มาเยือนประเทศไทย” วรัญญา กล่าวทิ้งท้าย