สกู๊ปพิเศษ : SCG ขับเคลื่อน Zero Waste ‘เปลี่ยน’ หลังคาเก่าเป็น..‘แปลงผัก’ ใน 5 โรงเรียนต้นแบบสุขภาวะกรุงเทพฯ

สกู๊ปพิเศษ : SCG ขับเคลื่อน Zero Waste  ‘เปลี่ยน’ หลังคาเก่าเป็น..‘แปลงผัก’ ใน 5 โรงเรียนต้นแบบสุขภาวะกรุงเทพฯ

สกู๊ปพิเศษ : SCG ขับเคลื่อน Zero Waste ‘เปลี่ยน’ หลังคาเก่าเป็น..‘แปลงผัก’ ใน 5 โรงเรียนต้นแบบสุขภาวะกรุงเทพฯ

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สกู๊ปพิเศษ : SCG ขับเคลื่อน Zero Waste  ‘เปลี่ยน’ หลังคาเก่าเป็น..‘แปลงผัก’ ใน 5 โรงเรียนต้นแบบสุขภาวะกรุงเทพฯ

SCG ROOF EXPERT ร่วมขับเคลื่อน Zero Waste ด้วยการสนับสนุน UddC-CEUS จุฬาฯ และสสส. กรุงเทพมหานคร ส่งต่อวัสดุเหลือใช้จากงานก่อสร้างให้กลายเป็นแปลงผักและห้องเรียนกลางแจ้งในโรงเรียน 5 แห่ง สร้างพื้นที่สุขภาวะและต้นแบบความมั่นคงทางอาหารที่ขยายผลได้จริงในเมืองใหญ่

โครงการ “พัฒนาพื้นที่สุขภาวะด้วยแนวคิดเกษตรในเมือง : กลไกบูรณาการเชิงนโยบายเพื่อสร้างพื้นที่สุขภาวะ และพื้นที่ส่งเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหารของกรุงเทพมหานคร เดินหน้าสร้าง สวนเกษตรในเมือง ต้นแบบรวม 5 แห่งในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมเปิดตัวสวนและอบรมความรู้ โรงเรียนของเราน่าปลูก” โดยมีนักเรียน ครู ชุมชน และหน่วยงานภาคีเข้าร่วม

โครงการนี้ดำเนินการโดย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง (UddC-CEUS) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพมหานคร บ้านและสวน Garden & Farm มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และภาคเอกชน นำโดย SCG ROOF EXPERT บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด ที่เข้ามาผสานความร่วมมือทั้งในมิติการออกแบบ พื้นที่สุขภาวะ นโยบายสาธารณะ ความรู้ด้านเกษตร และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิด Zero Waste

ภายใต้กิจกรรม โรงเรียนของเราน่าปลูก โครงการได้พัฒนาสวนต้นแบบรวม 5 แห่ง ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สวนเกษตรน่าปลูก ณ แจ่มจันทร์ โรงเรียนแจ่มจันทร์ เขตวัฒนา , “สวนชมพูพันธุ์ทิพย์ โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา เขตคลองเตย , เกษตรสร้างสุข โรงเรียนวัดดอกไม้ โรงเรียนวัดดอกไม้ เขตยานนาวา , สวนเกษตรริมราง โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เขตบางเขน , สวนย่านาปู่เพี้ยนพิน” โรงเรียนเพี้ยนพินอนุสรณ์ เขตบางนา

แต่ละสวนถูกออกแบบให้เป็น พื้นที่เรียนรู้หลายมิติ ในจุดเดียวกัน เป็นแปลงปลูกผักและพืชผสมผสาน ที่เหมาะกับฤดูกาล เป็นห้องเรียนกลางแจ้ง ให้เด็กเรียนรู้วงจรพืช ดิน น้ำ การดูแลและรับผิดชอบ  เป็นพื้นที่สุขภาวะ ที่เด็กได้ออกแรง ทำงานร่วมกัน และใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ และเป็นฐานเรียนรู้เรื่องความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร ให้เห็นตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนถึงจานอาหาร

หนึ่งในจุดเด่นของโครงการนี้ คือการดึงภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทด้าน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิด Zero Waste โดย SCG ROOF EXPERT นำ กระเบื้องหลังคาเก่า จากบ้านลูกค้าที่เดิมมักถูกทิ้งเป็นขยะงานก่อสร้าง กลับมาดัดแปลงใช้เป็นส่วนประกอบของสวนและแปลงปลูกในแต่ละโรงเรียน แทนการใช้วัสดุใหม่ทั้งหมด

สุชาติ ทองธรรมสกุล Technical Sales and Installation Management Director บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด กล่าวว่า การนำกระเบื้องเก่ากลับมาใช้ในสวนเกษตร เป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ของแนวคิด Zero Waste ที่ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ แต่เด็กๆ ครู และชุมชน ได้เห็น ได้สัมผัส และได้เรียนรู้ร่วมกันจริงๆ พร้อมเชื่อว่า เมื่อเด็กเข้าใจเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและความยั่งยืนตั้งแต่วัยเรียน จะเติบโตไปเป็นคนรุ่นใหม่ที่มอง ของเหลือใช้” เป็น โอกาสใหม่ ของสังคม

ทั้ง “สวนเกษตรน่าปลูก” ที่โรงเรียนแจ่มจันทร์ และ “สวนเกษตรริมราง” ที่โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ถูกนิยามให้เป็นมากกว่าเพียงแปลงปลูกผัก แต่เป็น สามบทบาทในพื้นที่เดียว คือ ห้องเรียนกลางแจ้ง เด็กๆ เห็นวงจรชีวิตพืชตั้งแต่เพาะเมล็ด ดูแล รดน้ำ จนถึงการเก็บเกี่ยว เรียนรู้ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และความอดทนจากการลงมือทำจริง พื้นที่ทดลองแนวคิด Zero Waste ใช้กระเบื้องเก่าและวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์เป็นโครงสร้างสวนและแปลงปลูก แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่คิดว่าหมดค่าแล้ว ยังสร้างประโยชน์ได้” ในเชิงรูปธรรม และจุดเชื่อมต่อชุมชน ความรู้และประสบการณ์ที่เด็กได้รับในโรงเรียนจะถูกส่งต่อกลับไปที่บ้าน และต่อยอดผ่านครอบครัวและชุมชน ก่อนจะย้อนกลับมาที่โรงเรียน เกิดเป็นวงจรการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง โรงเรียนบ้านชุมชน

กิตติพงษ์ พิพัฒนาโฆษิต New Business Development and Marketing Manager บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด กล่าวว่า สวนเกษตรในเมืองที่โรงเรียนทั้ง 5 แห่ง คือจุดเริ่มต้นของต้นแบบพื้นที่สุขภาวะในเมือง ที่สามารถนำไปขยายผลสู่โรงเรียนและชุมชนอื่นๆ ได้ แสดงให้เห็นว่า แม้พื้นที่เมืองจะจำกัด เราก็ยังสร้างพื้นที่สีเขียว สร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง

ในมุมมองของภาคีโครงการทั้งหมด ความสำเร็จของ โรงเรียนของเราน่าปลูก คือการทำให้เรื่องใหญ่อย่าง สุขภาวะเมือง ความมั่นคงทางอาหาร และ Zero Waste” กลายเป็นเรื่องที่เด็กๆ จับต้องได้ ผ่านภาพง่ายๆ เช่น แปลงผักที่ทำจากกระเบื้องเก่า เมล็ดพันธุ์ที่เด็กลงมือเพาะเอง หรือการพาแผงผักจากโรงเรียนกลับไปเล่าให้คนในบ้านฟัง

จากกระเบื้องเก่า สู่การเรียนรู้ใหม่ จากขยะ สู่ทรัพยากร จากความร่วมมือ สู่ความยั่งยืน

สะท้อนเป้าหมายสำคัญของโครงการที่ไม่ได้ต้องการเพียง เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ต้องการสร้าง คนรุ่นใหม่ที่เห็นคุณค่าของทรัพยากรและเมืองที่ตนเองอาศัยอยู่ ไปในเวลาเดียวกัน

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด        

สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า เกิดปัญหาด้านสุขภาพกับลูกเรือรายหนึ่งบนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS เมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ผ่านมา ทำให้นาซาต้องยกเลิกภารกิจเดินอวกาศที่กำหนดไว้ในวันพฤหัสบดีทันที นักบินอวกาศรายนี้ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อเพื่อความเป็นส่วนตัวมีอาการคงที่ และกำลังอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดบน ISS

แต่เนื่องจากความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา จึงกำลังประเมินว่าอาจต้องยุติภารกิจ Crew-11 เร็วกว่ากำหนด ซึ่งเดิมมีกำหนดจะสิ้นสุดในช่วงกลางปี 2026 โดยอาจใช้ยานสเปซเอกซ์ ดรากอน ครูว์ เดินทางกลับโลกเร็วกว่าที่วางแผนไว้ ส่วนภารกิจเดินอวกาศ เพื่อติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ iROSA ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับระบบถ่ายทอดสดเสียงและวิดีโอจากไอเอสเอสบางส่วนถูกระงับชั่วคราวในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในการสื่อสารเรื่องการแพทย์

สำหรับภารกิจ Crew-11 ประกอบด้วยนักบินอวกาศ 4 คน คือ เซนา คาร์ดแมน และ ไมค์ ฟิงเคอ สองนักบินอวกาศของนาซา โอเลก พลาโตนอฟ นักบินอวกาศรัสเซีย และ คิมิยะ ยูอิ นักบินอวกาศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ การส่งลูกเรือกลับก่อนกำหนดเนื่องจากเหตุผลทางการแพทย์ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากมากในประวัติศาสตร์ของ ISS เนื่องจากบนสถานีมีการเตรียมอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานและการฝึกซ้อมเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินไว้อยู่แล้ว แต่หากอาการเกินกว่าที่อุปกรณ์บนนั้นจะรับมือได้ การกลับโลกคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

คุณแหน : 10 มหราคม 2569

คุณแหน : 10 มหราคม 2569

คุณแหน : 10 มหราคม 2569

วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม แต่งตั้ง ปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ ให้เป็นเลขานุการกรมฯ คนใหม่ ส่วนเลขานุการกรมฯ คนเดิม วัฒน์ ทาบึงกาฬ ย้ายเก้าอี้มาเป็น ผอ.ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมฯ กรมฯเดียวกัน…
  • รัตนาภรณ์ เกษมอมรลักษณ์ ยินดีกับน้องชาย พิชิต สุขไผ่ตา ประธานกรรมการบริหาร เพจอีจัน ที่กิจการก้าวหน้าขึ้นสู่ปีที่ 9 แล้ว…
  • ขอแสดงความยินดีกับ ธวัชชัย- สุทัศนีย์ ไวยนิยา ที่ชีวิตสมรสราบรื่นมากว่า 42 ปีแล้ว…
  • ดีใจด้วยกับ เต็มดวง จาตุรจินดา ที่ร้านอาหารฮอตช๊อป สุขุมวิท41 ได้รับรางวัลด้านอาหาร เมื่อต้นปีนี้…
  • กำหนดการพิธีพระราชทานเพลิงศพ นพ.ดิเรก วังวิวัฒน์ 18 ม.ค.17.00 น.ณ วัดธาตุทอง (เมรุหน้า)…
  • พิธีสวดพระอภิธรรมศพ ประมุท สูตะบุตร 9 – 11 ม.ค.18.30 น.ณ ศาลาบุพการอนุสรณ์ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ส่วน พิธีฌาปนกิจศพจัด 12 ม.ค. 16.00 น.ณ เมรุ 2…
  • กำหนดพระราชทานเพลิงศพ บุญเสริม วรรณรัตน์ 11 ม.ค.17.00 น.ณ วัดเทพศิรินทราวาส…
  • หญิงผู้มีหัวใจสีเขียว รักสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าการแยกขยะจนเป็นผลสำเร็จ ผุสดี โสรัต จัดหาเครื่องกำจัดขยะ มาทำปุ๋ยได้…ท่านใดสนใจปรึกษากันได้ที่ เจ้าตัว …
  • ธนษร กีรติบุตร แจ้งข่าว ชาวศิษย์เก่าราชินีรุ่น 77 นัดพบกัน 11 ม.ค.11.30 น. ที่สยามเจริญนครคาเฟ่แอนด์เรสทัวรองค์…บอกกล่าวล่วงหน้าขอให้มาขานชื่อกันให้ครบๆ…
  • นิรมล เรียบร้อยเจริญ ช่วงนี้มีแขกจากต่างประเทศมาเที่ยวไทยให้ต้อนรับ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับ สุวัฒน์ สามีผู้จากไปหลายปีแล้ว…
  • ข่าวการท่องเที่ยวรับปีใหม่ยังมีส่งมาประปรายให้เขียนถึง…อย่างเช่น ชมพูนุช นวมภักดี ผู้ซึ่งวางแผนล่วงหน้าว่าพา น้องเอวา ลูกสาวไปตะลุยเที่ยวก่อนเทศกาลรับปีใหม่ เพื่อจะได้พักผ่อนอยู่บ้านตอนต้นปี แต่ในความเป็นจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากร้าน @พระนคร ปิดทำการ เปิดเพียงร้านแซบ 64 ปรากฎว่า มีลูกค้าใช้บริการมากมาย …แม้ว่าจะไม่ได้พักผ่อนตามแผน แต่ก็มีความสุขใจที่ได้นับเงินแทน…ดูทีดูท่าว่าปีม้านี้จะเฮงๆรวยๆแน่นอน…
  • เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา รุ่งนภา – สุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ นำพี่ๆน้องๆไปร่วมทำบุญถวายสังฆทานที่วัดหนองแจง และรับประทานอาหารร่วมกันในบรรยากาศริมทะเลพร้อมพักผ่อนที่ชะอำ…
  • ข่าวรัฐบาลจะโอนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้ 3 กลุ่มเปราะบาง ในวันที่ 9 ม.ค. 69 นั้นเป็นข่าวจริงจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)โดยแจ้งว่า กำหนดการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพใน 3 กลุ่มเปราะบาง ประจำเดือน ม.ค.69 ซึ่งจะได้รับการโอนเข้าบัญชีในวันที่ 9 ม.ค.ดังนี้…1.เงินอุดหนุนการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด , 2.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ , 3. เบี้ยความพิการ…ข่าวนี้จริงแท้ไม่บิดเบือนแต่อย่างใด…
  • สำหรับข่าวที่ว่า ผู้ป่วย SLE เสี่ยงเกิดภาวะโลหิตจางจากหลายสาเหตุ…มีการยืนยันมาแล้วจาก กรมการแพทย์ ว่า โรคแพ้ภูมิตัวเองหรือโรคพุ่มพวง (SLE) สามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้จริง โดยเป็นหนึ่งในอาการแสดงที่พบบ่อยของโรค เนื่องจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่หันมาทำลายเซลล์ของร่างกายตนเอง…ภาวะโลหิตจางในผู้ป่วย SLE มีกลไกการเกิดที่ซับซ้อนได้หลายวิธี ตั้งแต่การอักเสบเรื้อรังที่ขัดขวางการสร้างเม็ดเลือด, การที่ภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดแดงโดยตรง, ไปจนถึงผลข้างเคียงจากยาที่ใช้รักษา…ข่าวนี้ตรวจสอบโดย โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข !!…

บารอนเนส

‘ACUVUE’ ชวนดูแลสายตารับของสุดพรีเมี่ยม พร้อมลุ้นกิจกรรมพิเศษกับน้องเนย

‘ACUVUE’ ชวนดูแลสายตารับของสุดพรีเมี่ยม พร้อมลุ้นกิจกรรมพิเศษกับน้องเนย

‘ACUVUE’ ชวนดูแลสายตารับของสุดพรีเมี่ยม พร้อมลุ้นกิจกรรมพิเศษกับน้องเนย

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.39 น.

ACUVUE (แอคคิววิว) แบรนด์คอนแทคเลนส์จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เมดเทค จัดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี ACUVUE x Butterbear Camp & Care ชวนดูแลสุขภาพสายตา เพื่อการใช้ชีวิต ทำกิจกรรมในทุกช่วงเวลาได้อย่างสะดวก และมั่นใจ พร้อมมอบประสบการณ์ความสุขผ่านความน่ารักของ Butterbear

คุณมาเฮช โดไรอัปปา ผู้อำนวยการแผนกวิชั่นแคร์ประเทศไทย บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เมดเทค (ประเทศไทย) กล่าวว่า “แอคคิววิว มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับสุขภาพสายตา เพราะการมองเห็นคือจุดเริ่มต้นที่ดีในการใช้ชีวิต จึงได้พัฒนานวัตกรรมคอนแทคเลนส์ที่มีเทคโนโลยีเพื่อสอดคล้องกับทุกไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยจากความสำเร็จของแคมเปญ ACUVUE x Butterbear ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปีนี้ที่ผ่านมา ทำให้เรานำมาต่อยอดกลยุทธ์การสื่อสารที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพสายตาเข้ากับไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมตอกย้ำทิศทางการตลาดของแอคคิววิวผ่านโปรโมชันใหญ่ส่งท้ายปีและกิจกรรม Meet & Greet ที่ร่วมกับ Butterbear เพื่อสร้าง Emotional Connection เชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคและบริบทการใช้ชีวิตจริงได้อย่างมีความสุขและมั่นใจ”

สำหรับไฮไลท์แคมเปญ ACUVUE x Butterbear Camp & Care นับเป็นการมอบของขวัญสุดพิเศษยิ่งใหญ่ปลายปีสำหรับสมาชิกมายแอคคิววิว

โปรโมชันที่ 1

  • รับเซตเก้าอี้แคมป์ปิ้ง 1 ชุด เมื่อซื้อคอนแทคเลนส์แอคคิววิวชนิดรายวัน ขนาด 30 ชิ้น จำนวน 4 กล่อง/ใบเสร็จ เพียง 2,000 สิทธิ์เท่านั้น (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 หมายเลขสมาชิก)

โปรโมชันที่ 2

  • รับบัตรเข้างาน Meet & Greet (จัดวันที่ 24 เมษายน 2569) และเซตโต๊ะเก้าอี้แคมป์ปิ้ง พร้อมกระบอกน้ำ Magsafe ลายน้องเนย เมื่อซื้อคอนแทคเลนส์รายวัน 30 ชิ้น จำนวน 8 กล่อง/ใบเสร็จ เพียง 300 เซต (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 หมายเลขสมาชิก)

สินค้าที่ร่วมรายการโปรโมชัน คอนแทคเลนส์แอคคิววิว ชนิดรายวันขนาด 30 ชิ้น

 – แอคคิววิว โอเอซิส แบรนด์ วิธ ไฮดราลักซ์

 – แอคคิววิว โอเอซิส แบรนด์ วิธ ไฮดราลักซ์ สำหรับสายตาเอียง

 – วันเดย์ แอคคิววิว มอยซ์ แบรนด์ มัลติโฟคอล

 – วันเดย์ แอคคิววิว ดีไฟน์ แบรนด์ วิธ ลาครีออน

เริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ม.ค. 2569 เท่านั้น หรือจนกว่าของแถมจะหมด *ในกรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับโปรโมชันนี้ให้คำตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สุด

ตรวจสอบร้านที่ร่วมรายการได้ที่ https://lin.ee/p0bhMdp สมัครสมาชิกมายแอคคิววิว และ ติดตามข่าวสารของแอคคิววิวเพิ่มเติมได้ที่ https://lin.ee/wLIxvEn

สภากาชาดไทย ชวนน้องๆ หนูๆ มาสนุกในงานวันเด็ก ภายใต้เเนวคิด “เด็กไทย หัวใจภักดี” ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ และได้ร่วมทำความดีถวายพระพันปีหลวง

สภากาชาดไทย ชวนน้องๆ หนูๆ มาสนุกในงานวันเด็ก ภายใต้เเนวคิด “เด็กไทย หัวใจภักดี” ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ และได้ร่วมทำความดีถวายพระพันปีหลวง

สภากาชาดไทย ชวนน้องๆ หนูๆ มาสนุกในงานวันเด็ก ภายใต้เเนวคิด “เด็กไทย หัวใจภักดี” ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ และได้ร่วมทำความดีถวายพระพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.31 น.

สภากาชาดไทย เชิญชวนน้องๆ เที่ยวในงานวันเด็ก ภายใต้เเนวคิด “เด็กไทย หัวใจภักดี” ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ และได้ร่วมทำความดีถวายพระพันปีหลวง มีการแสดงอาทิ

  1. แฟชั่นโชว์วิวัฒนาการชุดพยาบาลสภากาชาดไทย
  2. ชมการแสดงโขนสุดตื่นตา
  3. เรียนรู้การปฐมพยาบาลและ CPR
  4. ความรู้เรื่องการดับเพลิง
  5. รำไทย ดนตรีไทย
  6. พิเศษ! พบกับ “น้องเจ้าคุณ-พันธ์ชนกชนม์” และศิลปิน Golden Song

เตรียมตัวให้พร้อมเเล้วมาเจอกัน 10 มกราคม 2569 เวลา 08.00 – 15.00 น. ณ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์

ร้อยวัน ร้อยอาลัย รำลึกในพระเมตตา

ร้อยวัน ร้อยอาลัย รำลึกในพระเมตตา

ร้อยวัน ร้อยอาลัย รำลึกในพระเมตตา

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.25 น.

ในวาระครบรอบ 100 วัน วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในวันที่ 31 มกราคม 2569

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ขอเชิญบุคลากรและผู้ใช้บริการทุกท่าน ร่วมแสดงความอาลัย ถ่ายทอดความรักและความทรงจำ ถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวง “แม่แห่งแผ่นดิน” ในกิจกรรม “เขียนโปสการด์ถึงแม่”

4 ขั้นตอนในการ “เขียนโปสการ์ดถึงแม่”

  1.  เลือกโปสการ์ดพรรณไม้พระนาม ซึ่งมี 4 แบบ
  2. เขียนข้อความแสดงความรักความอาลัย ด้านใดด้านหนึ่งของโปสการ์ด
  3. ฉีกโปสการด์ตามรอยปรุ เพื่อเก็บครึ่งหนึ่งเป็นที่ระลึก
  4. หย่อนโปสการ์ดที่เขียนข้อความแล้วลงในกล่อง บริเวณซุ้มแสดงความอาลัยทั้ง 6 จุด ทั่วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
  • พิมานจิตรลดา – อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์
  • สิริยาลัย – อาคารนวมินทราชินี-คัคณางค์
  • ไกลกังวล – อาคาร สก.
  • ยลภูพิงค์ – อาคาร ภปร
  • มิ่งภูพาน – อาคารอานันทมหิดล
  • สถานทักษิณา – อาคาร ส.ธ.

**ข้อความบนโปสการ์ดจะถูกนำไปแสดงในนิทรรศการ “สายธารพระเมตตา” บริเวณโถงอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ตาโปน ตาแห้ง ‘ไทรอยด์ขึ้นตา’ โรคอันตรายของเบ้าตาที่ควรรู้

ตาโปน ตาแห้ง ‘ไทรอยด์ขึ้นตา’ โรคอันตรายของเบ้าตาที่ควรรู้

ตาโปน ตาแห้ง ‘ไทรอยด์ขึ้นตา’ โรคอันตรายของเบ้าตาที่ควรรู้

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

หลายคนอาจรู้จัก “โรคไทรอยด์” จากอาการน้ำหนักขึ้นลงผิดปกติ หัวใจเต้นแรง หรือเหนื่อยง่าย แต่รู้หรือไม่ว่า ไทรอยด์ยังส่งผลต่อดวงตาได้เช่นกัน โดยเฉพาะอาการตาโปน หนังตาบวม หรือแม้กระทั่งการมองเห็นเปลี่ยนไป โรคตาโปนจากไทรอยด์ หรือ Thyroid Eye Disease (TED) คือปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะส่งผลต่อภาพลักษณ์แล้ว ยังส่งผลกระทบชีวิตประจำวันได้

ไทรอยด์ขึ้นตาคืออะไร

แพทย์หญิง ภาวินี อมรพันธางค์ แพทย์ผู้ชำนาญการพิเศษ สาขาจักษุวิทยาTED โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ให้ข้อมูลว่า คือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ และไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบลูกตาและเนื้อเยื่อในเบ้าตาเกิดการอักเสบ บวม และมีพังผืดตามมา จนเกิดอาการ “ตาโปน” หรือ “ตาอักเสบ” ซึ่งสัมพันธ์กับโรคไทรอยด์ โดยเฉพาะไทรอยด์เป็นพิษ (Graves’ disease)

สาเหตุของไทรอยด์ขึ้นตา

แม้ยังไม่เป็นที่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่อาการไทรอยด์ขึ้นตา สามารถเกิดจากปัจจัยดังนี้ เกิดร่วมกับโรคไทรอยด์เป็นพิษ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง พันธุกรรม คนในครอบครัวมีประวัติไทรอยด์ขึ้นตา มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และการสูบบุหรี่

อาการของโรค

เปลือกตาบวม แดง แสบตา ตาแห้งผิดปกติ น้ำตาไหลตลอดเวลา เห็นภาพซ้อน ตามัว ตาเข ตาเหล่ ในรายที่อาการรุนแรงมาก อาจสูญเสียการมองเห็น

แนวทางการรักษา

การรักษาไทรอยด์ขึ้นตามักรักษาควบคู่กับไทรอยด์เป็นพิษ โดยมีวิธีการรักษาดังต่อไปนี้ 1.รักษาแบบประคับประคองอาการ  ใช้น้ำตาเทียม น้ำยาหยอดตา หรือเจลเพื่อบรรเทาอาการตาแห้ง แสบเคือง 2.การใช้ยาในระยะอักเสบ  ยากลุ่มสเตียรอยด์ ใช้ในช่วงที่มีการอักเสบรุนแรง เพื่อลดอาการบวมและกดภูมิคุ้มกัน   3.การผ่าตัดในระยะโรคคงที่ เช่น ผ่าตัดลดความดันในเบ้าตา (orbital decompression) สำหรับผู้ที่ตาโปนมากหรือเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น ทั้งนี้ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต้องอยู่ในเกณฑ์ปกติ และการผ่าตัดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ควบคุมปัจจัยที่กระตุ้นอาการของโรค งดการสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ การรักษาไทรอยด์ขึ้นตาไม่ใช่แค่เรื่องของยา หรือการผ่าตัด แต่เป็นการจัดการโรคอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การควบคุมระดับฮอร์โมน ดูแลสุขภาพดวงตา ไปจนถึงการปรับพฤติกรรม หากตรวจพบเร็วและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนมากสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติและมองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง

สงสัยหรือต้องการปรึกษาอาการทางสายตา สามารถติดต่อนัดหมายกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ศูนย์จักษุวิทยาเฉพาะทาง ชั้น 3 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โทร. 02 836 9999 ต่อ *3621-2

‘ทวี สอดส่อง’ มองการแก้ปัญหายาเสพติด ต้องสกัดเส้นทางจากประเทศเพื่อนบ้าน

‘ทวี สอดส่อง' มองการแก้ปัญหายาเสพติด ต้องสกัดเส้นทางจากประเทศเพื่อนบ้าน

‘ทวี สอดส่อง’ มองการแก้ปัญหายาเสพติด ต้องสกัดเส้นทางจากประเทศเพื่อนบ้าน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.11 น.

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชาติ หมายเลข 33 ให้สัมภาษณ์สื่อเปิดเผยนโยบายเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของสังคมไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนว่า พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะถือเป็นปัญหาที่กัดกินประเทศ โดยตั้งแต่สมัยเป็น รมว.ยุติธรรม กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว มีการจับกุมยาบ้าได้รวมกว่า 900 ล้านเม็ด จากแต่เดิมจับกุมได้ 70 ล้านเม็ดต่อปี ยาไอซ์ กว่า 4 หมื่นกิโลกรัม สะท้อนความเอาจริงเอาจังในการปราบปรามยาเสพติด

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า นอกจากนั้นยังพบว่ามีการนำเข้ายาเสพติดจากนักค้ายารายใหญ่ จากประเทศเพื่อนบ้านเป็นผู้บงการ ที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจและข้าราชการบางส่วน ซึ่งในสมัยที่เป็นรัฐบาล ได้เข้มงวดกับการปราบปรามการลักลอบจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังจะเห็นตัวเลขยึดอายัดทรัพย์ และดำเนินคดี ขึ้นสู่ศาล ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานจะได้ข้อสรุปเชื่อมโยงไปถึงผู้มีอิทธิพลได้

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ปัญหายาเสพติด ยังกระทบต่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องไม่ให้ภาคใต้กลายเป็นเมืองหลวงของยาเสพติด ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วผู้มีอิทธิพล ก็เอาเงินเหล่านี้เข้ามาสู่การเมืองและควบคุมอำนาจการบริหาร จึงต้องจัดการอย่างเด็ดขาด ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแผนของพรรคประชาชาติ ที่จะต้องปราบปรามนักค้ายาเสพติดให้เป็นศูนย์ ไม่ให้มีที่ยืนในประเทศนี้อีก

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังต้องควบคุมการปลูกพืชกัญชา และกระท่อม ออกกฎหมายกำหนดให้กัญชาต้องใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น กระท่อมต้องกลับไปสู่บัญชียาเสพติด ต้องมีการอนุญาตให้ใช้เท่านั้น

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า ยอมรับว่าปัญหาเกียร์ว่างของข้าราชการก็มีผลกระทบ จึงจำเป็นต้องเข้ามาควบคุม นิ้วไหนร้ายต้องตัดนิ้วนั้นทิ้ง ใช้กลไกปปง.เข้ามาตรวจสอบ และยึดทรัพย์ ก่อนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูผู้เสพ และนำกลับเข้าสู่สังคมด้วยการศึกษา และพัฒนาเศรษฐกิจที่ดี ไม่ให้กลับไปมีปัญหาเรื่องยาเสพติดอีก

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.59 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธานและทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2569 รายการ “Royal Concert – Leonidas Kavakos plays Tchaikovsky’s Violin Concerto” ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

การนี้ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ถวายคำกล่าวรายงาน ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนี ออร์เคสตร้าฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ และมี นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเมืองไทยประกันภัย กรรมการมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ และฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ถวายมาลัยข้อพระกร และชริดา สังข์ทอง เลขานุการกรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม บันเทิง เพียรค้า ผู้อำนวยการกลุ่มค่านิยมและความเป็นไทย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษา ณัฐภา จีรพรบัณฑิต ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และชนาภรณ์ แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการกลุ่มเสริมสร้างสุนทรียะทางวัฒนธรรม ข้าราชการ เฝ้าฯ รับเสด็จ

นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการมูลนิธิฯ เข้าเฝ้าถวายสูจิบัตร นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ กราบทูลถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทอดพระเนตรการแสดงภาคแรก ได้แก่ Glinka: Ruslan and Lyudmila Overture และ Tchaikovsky: Violin Concerto in D major, Op.35 และการแสดงภาคหลัง ได้แก่ Tchaikovsky: Symphony No.4 in F minor, Op.36 ภายหลังจบการแสดง โปรดให้ผู้เชิญช่อดอกไม้พระราชทานแด่ศิลปิน จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายลีโอนีดัส คาวาคอส (Leonidas Kavakos) ศิลปินเดี่ยวไวโอลิน นางบิง ฮาน (Bing Han) หัวหน้าวงดุริยางค์ และนายวาเลนติน เอเกล (Valentin Egel) ผู้อำนวยเพลง

การแสดงคอนเสิร์ต “Royal Concert – Leonidas Kavakos plays Tchaikovsky’s Violin Concerto” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสอันเป็นมงคล และสะท้อนบทบาทของดนตรีคลาสสิกซึ่งเป็นภาษาสากล ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมของนานาประเทศ ผ่านผลงานของคีตกวีเอก และการแสดงของศิลปินระดับโลก ซึ่งเปิดการแสดงด้วยบทเพลง Ruslan and Ludmilla Overture ของมีคาอิล กลิงกา (Mikhail Glinka) บทประพันธ์ที่เปลี่ยมพลังและถือเป็นรากฐานสำคัญของดนตรีรัสเซียยุคใหม่ จากนั้นเป็น Violin Concerto in D major, Op.35 ของไชคอฟสกี (Tchaikovsky) หนึ่งในผลงานไวโอลินคอนแชร์โต ที่ยิ่งใหญ่และได้รับความนิยมมากบทหนึ่ง เต็มไปด้วยความงดงามของท่วงทำนอง ความเข้มข้นทางอารมณ์ และความท้าทายความสามารถของนักไวโอลิน ถ่ายทอดโดยนายลีโอนีดัส คาวาคอส (Leonidas Kavakos) ร่วมกับ RBSO

ปิดท้ายค่ำคืนด้วยบทประพันธ์ Symphony No.4 in F minor ซิมโฟนีอันทรงพลังของไชคอฟสกี (Tchaikovsky) ซึ่งสะท้อนการต่อสู้ระหว่างชะตากรรมและความหวังในชีวิต เต็มไปด้วยอารมณ์สลับไปมา ระหว่างความรื่นเริงกับความเศร้า ความหวังในชีวิต และอารมณ์อันลึกซึ้ง

CELS จับมือ TSRI และ DNDi ผลักดันวิจัยยารักษาโรคที่ถูกละเลย

CELS จับมือ TSRI และ DNDi ผลักดันวิจัยยารักษาโรคที่ถูกละเลย

CELS จับมือ TSRI และ DNDi ผลักดันวิจัยยารักษาโรคที่ถูกละเลย

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.49 น.

CELS ผนึก TSRI และ DNDi ผลักดันวิจัยยารักษาโรคที่ถูกละเลย เพิ่มโอกาสรักษาคนไทย พร้อมสร้างมูลค่าการลงทุนด้านสุขภาพ

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ TSRI และองค์กรระหว่างประเทศ Drugs for Neglected Diseases Initiative (DNDi) จัดประชุมหารือความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนายารักษาโรคที่ถูกละเลย ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้บริหารระดับสูง นักวิจัย และผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคที่ยังขาดแคลนการรักษา ได้เข้าถึงยาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ควบคู่ไปกับการยกระดับศักยภาพงานวิจัยและอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทยให้สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และดึงดูดการลงทุนด้านการแพทย์และสุขภาพจากทั้งในและต่างประเทศ

TCELS ระบุว่า การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย ภาคเอกชน และองค์กรนานาชาติ จะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมสุขภาพของไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในระดับสากล