ทศ จิราธิวัฒน์ รับเครื่องอิสริยาภรณ์ตราประดับดาราของอิตาลี ชั้นอัศวิน จากเอกอัครราชทูตสอิตาลี

ทศ จิราธิวัฒน์ รับเครื่องอิสริยาภรณ์ตราประดับดาราของอิตาลี ชั้นอัศวิน  จากเอกอัครราชทูตสอิตาลี

ทศ จิราธิวัฒน์ รับเครื่องอิสริยาภรณ์ตราประดับดาราของอิตาลี ชั้นอัศวิน จากเอกอัครราชทูตสอิตาลี

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.01 น.

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มเซ็นทรัล เมื่อ ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล เข้ารับมอบ เครื่องอิสริยาภรณ์ตราประดับดาราของอิตาลี ชั้นอัศวิน (Cavaliere dell’Ordine della Stella d’Italia) จาก ฯพณฯ เปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต เมื่อวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569

เครื่องอิสริยาภรณ์อันทรงเกียรตินี้มอบโดยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิตาลี เพื่อเชิดชูบุคคลผู้มีคุณูปการในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐอิตาลี ทั้งนี้ ทศ จิราธิวัฒน์ นับเป็นสมาชิกคนที่ 4 ของกลุ่มเซ็นทรัลและครอบครัวจิราธิวัฒน์ที่ได้รับเกียรตินี้ ต่อจาก สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ยุวดี จิราธิวัฒน์ และ บุษบา จิราธิวัฒน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของกลุ่มเซ็นทรัลในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้การนำของ ทศ จิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัลได้ยกระดับธุรกิจห้างสรรพสินค้าลักชูรี่ในยุโรปครอบคลุม 7 ประเทศ หนึ่งในนั้นคือ “รีนาเชนเต” (Rinascente) ห้างหรูอันดับ 1 ของอิตาลี ที่วันนี้เติบโตสู่ 9 สาขาใน 8 เมืองสำคัญทั่วประเทศ โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะผลักดัน “รีนาเชนเต” ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศของอิตาลีบนเวทีโลก พร้อมร่วมพัฒนาและฟื้นฟูแลนด์มาร์กสำคัญในกรุงโรมและเมืองตูริน จนได้รับความไว้วางใจจากชุมชนท้องถิ่น

นอกเหนือจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสองวัฒนธรรมไทย–อิตาลีผ่านความร่วมมือที่หลากหลาย อาทิ การจัดงาน “Italian Cuisine Week” สัปดาห์อาหารอิตาเลียน และงาน “Discover Italy: The Extraordinary Italian Taste” โดยท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย และสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทย (ITA) รวมถึงงาน “Dolce Italia” มหกรรมสินค้าและไลฟ์สไตล์อิตาเลียน ที่จัดโดยห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม ซึ่งไม่เพียงนำเสนออัตลักษณ์ของอิตาลีสู่มือผู้บริโภคไทย แต่ยังช่วยกระตุ้นบรรยากาศทางการค้าและการแลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตลอดจนการสนับสนุนการจัดนิทรรศการศิลปะในงาน “Venice Biennale 2024” โดยนำผลงานศิลปินไทยและฟิลิปปินส์ไปร่วมแสดงในเวทีศิลปะร่วมสมัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก รวมถึงการเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดทำประติมากรรม “Alveo – ทวิธารา” อนุสรณ์แห่งมิตรภาพไทย–อิตาลี เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 150 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ที่ตั้งอยู่ในสวนลุมพินี ความร่วมมือเหล่านี้ไม่เพียงสร้างการเติบโตในระดับสากล แต่ยังมีส่วนสำคัญในการเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และศิลปะ บนเวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม

การได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ได้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาและยกระดับทุกพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ และเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ไทย–อิตาลี ให้เติบโตไปด้วยกัน ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสและความร่วมมือกันระหว่างสองประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปในภายภาคหน้า

พาณิชย์ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ส่งต่อผลไม้จันทบุรีสู่ผู้บริโภคกลางกรุง ในงาน ‘THAILAND: THE LAND OF TROPICAL FRUITS’

พาณิชย์ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ส่งต่อผลไม้จันทบุรีสู่ผู้บริโภคกลางกรุง ในงาน ‘THAILAND: THE LAND OF TROPICAL FRUITS’

พาณิชย์ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ส่งต่อผลไม้จันทบุรีสู่ผู้บริโภคกลางกรุง ในงาน ‘THAILAND: THE LAND OF TROPICAL FRUITS’

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.01 น.

กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส ภายใต้การบริหารของเดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน “THAILAND: THE LAND OF TROPICAL FRUITS” นำผลไม้คุณภาพและสินค้าแปรรูปจากเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี มาเปิดจำหน่ายตรงถึงผู้บริโภคใจกลางกรุงเทพฯ ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน และ เอ็มควอเทียร์ ตั้งแต่วันนี้ –   27 พฤษภาคม 2569 โดยทุกปีของฤดูกาลผลไม้ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สนับสนุนเกษตรกรกระจายผลไม้ไทยตามฤดูกาลสู่ผู้บริโภคมากกว่า 300 ตันต่อปี

พิธีเปิดงาน THAILAND: THE LAND OF TROPICAL FRUITS  มี นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์, รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, นางสาวพลอยชมพู อัมพุช ผู้บริหารบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และนายศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตและฟู้ด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยมี เอกอัครราชทูตและตัวแทนจากกว่า 15 ประเทศให้ความสนใจร่วมสัมผัสเสน่ห์ผลไม้ไทยจากจันทบุรีอย่างคึกคัก  ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จังหวัดจันทบุรีมีศักยภาพโดดเด่นด้านการผลิตผลไม้เมืองร้อนที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจการเกษตรไทย กิจกรรมครั้งนี้นอกจากจะช่วยขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นการสร้างการรับรู้และยกระดับภาพลักษณ์ผลไม้ไทยสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก กูร์เมต์ มาร์เก็ต สยามพารากอน และเอ็มควอเทียร์ ในการส่งตรงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ขณะที่ นายศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตและฟู้ด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงการเปิดพื้นที่ให้สินค้าเกษตรจากจันทบุรีในครั้งนี้ว่า กูร์เมต์ มาร์เก็ต ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสินค้าเกษตรและสินค้าท้องถิ่นของไทยมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมพัฒนาไปกับเกษตรกร โดยปัจจุบันมีสินค้า GI จำหน่ายในกูร์เมต์ มาร์เก็ตรวมกว่า 114 รายการ จาก 60 จังหวัด โดยใช้ศักยภาพของสาขาในย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เป็นพื้นที่เชื่อมต่อสินค้าคุณภาพจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

 ในขณะเดียวกัน ยังช่วยต่อยอดการตลาดในทุกๆ มิติ เพื่อร่วมขยายผลให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งที่เดินทางมาท่องเที่ยว และอาศัยในประเทศไทย ตลอดจนคนไทยให้ได้รับประทานผลไม้ไทยคุณภาพ โดยเลือกสาขาใจกลางเมืองเป็นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ จัดเทศกาลผลไม้ตลอดฤดูกาลเพื่อรองรับการกระจายผลผลิตของเกษตรกร ได้แก่ งาน Fruit Playground ที่ เอ็มควอเทียร์ จัดระหว่างวันที่ 13 – 24 พฤษภาคม 2569 และ งานคัดไทย ผลไม้ไทย ซึ้งจะจัดที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค, ท่าพระ, บางกะปิ, งามวงศ์วาน และเดอะมอลล์ โคราช ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 1 กรกฎาคม 2569 ซึ่งในแต่ละปีสามารถกระจายผลไม้ตามฤดูกาลออกสู่ตลาดไปแล้วมากกว่า 300 ตันต่อปี

สำหรับงาน THAILAND: THE LAND OF TROPICAL FRUITS  ได้รวบรวมผลไม้พรีเมียมส่งตรงจากสวนผลไม้ชื่อดังในจังหวัดจันทบุรี อาทิ สวนจันทนโรจน์​, สวนรักจันท์, ฟาร์มฮัก และเครือข่ายเกษตรกรมังคุดจังหวัดจันทบุรีภายใต้โครงการ Q Chan (คิวจันท์) เป็นต้น โดยมี ทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ เช่น หมอนทอง ก้านยาว พวงมณี นวลทองจันท์ นกหยิบ และทุเรียนเบญจพรรณ รวมถึงมังคุด เงาะโรงเรียน สละสุมาลี ตลอดจนสินค้าแปรรูปคุณภาพจากผู้ประกอบการท้องถิ่น อาทิ น้ำมะปี๊ด หรือ “ส้มจี๊ด” ผลไม้ท้องถิ่นประจำจังหวัดจันทบุรี, น้ำมังคุดสกัดเย็น, ทุเรียนทอด และผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นของจันทบุรี มาให้ประชาชนเลือกซื้อ

ทั้งนี้ งานดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสนับสนุนเกษตรกรไทย เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างการรับรู้ผลไม้ไทยคุณภาพสู่ผู้บริโภคในเมืองและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านพื้นที่ค้าปลีกระดับเวิลด์คลาสใจกลางกรุงเทพมหานคร

ร่วมอุดหนุนผลไม้และสินค้าแปรรูปจากเกษตรกรจังหวัดจันทบุรีได้ตั้งแต่วันนี้ – 27 พฤษภาคม 2569 ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน และเอ็มควอเทียร์

บันทึกภาพประวัติศาสตร์ ‘Amsterdam Rainbow Dress’ ส่งต่อพลังการต่อสู้จากไทยสู่เวทีโลก ปัดหมุด!! เจ้าภาพ WorldPride 2030

บันทึกภาพประวัติศาสตร์ ‘Amsterdam Rainbow Dress’ ส่งต่อพลังการต่อสู้จากไทยสู่เวทีโลก ปัดหมุด!! เจ้าภาพ WorldPride 2030

บันทึกภาพประวัติศาสตร์ ‘Amsterdam Rainbow Dress’ ส่งต่อพลังการต่อสู้จากไทยสู่เวทีโลก ปัดหมุด!! เจ้าภาพ WorldPride 2030

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.50 น.

Bangkok Pride ร่วมกับ Drag Bangkok ,สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ,สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) ,กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ , APCOM และ GIRL x GIRL ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในโครงการ “The Journey from Amsterdam to Bangkok” เพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ผ่านงานศิลปะระดับโลก “Amsterdam Rainbow Dress” ระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสวันสากลยุติการเลือกปฏิบัติทางเพศ (IDAHOT) และเพื่อประกาศความพร้อมของกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก WorldPride 2030

ฯพณฯ นายแร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน (H.E.Mr. Remco Johannes van Wijngaarden) เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย 

ฯพณฯ นายแร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน (H.E.Mr. Remco Johannes van Wijngaarden) เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า แม้ในปัจจุบันจะมีการขับเคลื่อนด้านความเท่าเทียมอย่างต่อเนื่อง แต่ความสัมพันธ์ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศยังคงถูกกำหนดให้เป็นเรื่องผิดกฎหมายในเกือบ 60 ประเทศทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น ในหลายภูมิภาคที่สิทธิของ LGBTIQ+ ได้รับการรับรองทางกฎหมายแล้ว ก็ยังต้องเผชิญกับกระแสต้านกลับ และความท้าทายในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การที่บุคคล LGBTIQ+ ตกเป็นเป้าหมายของการเลือกปฏิบัติและคุกคาม ถือเป็นส่วนหนึ่งของพลวัตโลกที่น่าสะเทือนใจ ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้พื้นที่ปลอดภัยลดน้อยลง และเป็นการจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการถดถอยของสิทธิมนุษยชนในภาพรวมอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ วัน IDAHOT ในปีนี้ จึงได้กำหนดเน้นย้ำภายใต้หัวข้อ “หัวใจของประชาธิปไตย” (At the heart of democracy) เพื่อส่งสัญญาณให้สังคมตระหนักร่วมกันว่า เมื่อใดก็ตามที่สิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศถูกสั่นคลอน ก็จะไม่มีใครในสังคมที่จะปลอดภัยอย่างแท้จริง เพราะสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเป็นเรื่องของทุกคน

วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน “Bangkok Pride Festival” (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล)

วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน “Bangkok Pride Festival” (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล) และผู้ขับเคลื่อนหลักของ Bangkok Pride เปิดเผยถึงการบันทึกภาพในครั้งนี้ว่า การปรากฏตัวของ Amsterdam Rainbow Dress ในกรุงเทพฯ คือ สัญลักษณ์ของการยืนยันว่า แม้ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว แต่การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมยังไม่สิ้นสุด ยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลกที่สมาชิกในชุมชน LGBTIQ+ ยังต้องเผชิญกับกฎหมายที่เลือกปฏิบัติ เราต้องการส่งต่อแรงบันดาลใจและพลังแห่งการต่อสู้จากประเทศไทยไปให้เพื่อนพี่น้องทั่วโลก และนี่คือหัวใจสำคัญที่เราใช้ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 เพื่อทำให้กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่แห่งความหวังของทุกคนอย่างแท้จริง

ศิลปะ แฟชั่น และการเมือง : บันทึกหน้าใหม่ใน Bid Book WorldPride 2030

โครงการนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ พัช – ภัทร เลิศสุกิตติพงศา Project Manager และโปรดิวเซอร์ผู้ควบคุมการถ่ายทำ โดยกล่าวถึงเบื้องหลังการทำงานครั้งนี้ว่า “ในฐานะผู้ดูแลการถ่ายทำในครั้งนี้ เราอยากบอกเล่าเรื่องราวของเส้นทางการต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชนผ่านสถานที่และผู้คน ด้วยความโดดเด่นของชุด Amsterdam Rainbow Dress โดยศิลปินชาวดัตช์ คุณอาเนาท์ (Arnout) ที่ตัวผลงานนั้นมีความทรงพลังอยู่ในตัว เมื่อทุกอย่างรวมกัน มันจะเกิดเป็นผลงานภาพถ่ายที่สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อชุดนี้ ถูกสวมใส่โดยเหล่านักเคลื่อนไหว และศิลปินแดร็กที่ยึดโยงกับชุมชนอย่างแข็งแกร่ง และเมื่อผลงานภาพทั้งหมดนี้ ถูกบรรจุลงใน Bid Book สำหรับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 ของประเทศไทย มันจะเป็นการตอกย้ำถึงพลังของความคิดสร้างสรรค์ ในการผสมผสานศิลปะวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์การเรียกร้องของเราเข้าด้วยกัน ตอกย้ำถึงศักยภาพและความพร้อมของเรา ที่พร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพตามความตั้งใจของพวกเรา”

สำหรับการทำงานในครั้งนี้ เราและบริษัท เยลโล่ แชนแนล จำกัด ได้ทำงานร่วมกับ คุณเจมส์ – พิสุทธิ์ ศรีสุวรรณ ช่างภาพที่ทำงานร่วมกับชุมชน LGBTIQ+ มาโดยตลอด

เจมส์ – พิสุทธิ์ ศรีสุวรรณ กล่าวเสริมถึงการทำงานในครั้งนี้ว่า “เจมส์รู้สึกเป็นเกียรติมากครับ ที่ได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนในแคมเปญระดับโลก The Journey from Amsterdam to Bangkok Pride ครั้งนี้ และในฐานะที่เป็นหนึ่งในศิลปิน LGBTIQ+ ของไทยที่เป็นกระบอกเสียงขับเคลื่อนชุมชนของ queer artist มาโดยตลอด รู้สึกขอบคุณและดีใจที่ได้ร่วมงานกับศิลปินจากอัมสเตอร์ดัม ที่สร้างผลงานที่อิมแพ็คและทรงพลัง ขับเคลื่อนสิทธิความเป็นมนุษย์ และยังได้ร่วมงานกับศิลปินชาวไทย แดร็กควีน และนักรณรงค์ขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนของไทยด้วย โดยงานนี้เราได้เลือกใช้สถานที่ต่างๆ ที่เชื่อมโยงอธิบายถึงเอกลักษณ์ เรื่องราวต่างๆ ของ LGBTIQ+ ไทยสู่สากลด้วย เป็นอีกหนึ่งงานที่ภูมิใจที่ได้ขับเคลื่อนสิ่งนี้ไปด้วยกัน”

การถ่ายทำในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทีมช่างภาพ Yellow Channel ในการร้อยเรียงเรื่องราวและการรณรงค์ผ่านมิติสำคัญของเมือง ร่วมกับเหล่านักเคลื่อนไหวและศิลปินที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของชุมชน LGBTIQ+ ไทย เพื่อประกาศศักยภาพความพร้อมในฐานะเมืองเจ้าภาพระดับโลกในทุกมิติ

ก่อนเดินทางมาถึงกรุงเทพมหานคร ผลงานศิลปะและแฟชั่นที่มีชีวิตชิ้นนี้จาก มูลนิธิแอมสเตอร์ดัม เรนโบว์ เดรส (Amsterdam Rainbow Dress Foundation) ได้เดินทางไปจัดแสดงและบันทึกภาพในแลนด์มาร์กระดับโลกมาแล้วมากมาย อาทิ อัมสเตอร์ดัม, เอเธนส์, เบอร์ลิน, มาดริด, นิวยอร์ก, สตอกโฮล์ม, ซูริก และวอร์ซอ จนกระทั่งสู่หมุดหมายล่าสุดในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ในรูปแบบ ศิลปะขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง จากการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ Arnout van Krimpen ดีไซเนอร์ผู้ร่วมออกแบบชุดสายรุ้งระดับโลก และ Kim van der Laan นักแสดงและโมเดลชื่อดังจากเนเธอร์แลนด์ ภายใต้ความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Bangkok Pride เพื่อใช้พลังของภาพถ่ายและศิลปะวัฒนธรรมแดร็กมาร่วมบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ เฉลิมฉลองชัยชนะของกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทย และส่งต่อพลังความหวังไปยังกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก

ภาพประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่ถูกบันทึกผ่านความร่วมมือในครั้งนี้ จะถูกนำไปบรรจุเป็นข้อมูลส่วนสำคัญและทรงคุณค่าใน Bid Book (หนังสือเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ) สำหรับการยื่นเสนอชื่อกรุงเทพมหานครในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง WorldPride 2030 เพื่อแสดงให้คณะกรรมการสากลและสังคมโลกได้เห็นอย่างประจักษ์ถึงความพร้อม ศักยภาพอันเต็มเปี่ยม และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของไทย ทั้งในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และความแข็งแกร่งของภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิมนุษยชน

การผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่การเป็นมหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลกในอนาคตอันใกล้นี้คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ด้วยการรวมพลังครั้งสำคัญของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยเฉพาะองค์กรหลักอย่าง Bangkok Pride และเครือข่ายพันธมิตร ที่ร่วมกันเปลี่ยนพลังแห่งความสร้างสรรค์และศิลปะให้กลายมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เพื่อปักหมุดประเทศไทยให้เป็นดินแดนแห่งความหวัง ความปลอดภัย และเสรีภาพที่แท้จริงสำหรับชุมชน LGBTIQ+ จากทั่วทุกมุมโลก

สยามพิวรรธน์ จับมือ องค์กรระดับโลก จัดนิทรรศการภาพถ่ายสะท้อนความสำคัญของระบบนิเวศ

สยามพิวรรธน์ จับมือ องค์กรระดับโลก จัดนิทรรศการภาพถ่ายสะท้อนความสำคัญของระบบนิเวศ

สยามพิวรรธน์ จับมือ องค์กรระดับโลก จัดนิทรรศการภาพถ่ายสะท้อนความสำคัญของระบบนิเวศ

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.45 น.

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์  เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศ ซึ่งเป็นวาระสำคัญระดับโลก โดยในโอกาสวันแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ International Day for Biodiversity ที่องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาการสูญเสียระบบนิเวศ และส่งเสริมความเข้าใจในบทบาทของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อชีวิตมนุษย์ จึงได้จัดนิทรรศการภาพถ่าย “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ขึ้น โดยร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทย และ จิตรทิวัส พรประเสิรฐ ช่างภาพสารคดี นำเสนอผลงานนิทรรศการภาพถ่ายความหลากหลายของธรรมชาติ 2 งาน 2 สไตล์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศ ที่จะชวนให้ทุกคนได้เข้าถึงผ่านภาพถ่ายในมิติต่างๆ

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, ออท. เซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน, เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์

นิทรรศการภาพถ่าย “Peru’s Natural Reserves: Biodiversity and Landscapes”  

สถานเอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทย โดย ฯพณฯ เอกอัครราชทูต เซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน ได้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดให้เห็นภาพความงดงามของมรดกทางธรรมชาติ และความหลากหลายทางระบบนิเวศอันโดดเด่นของเปรู โดยมีทั้งภาพชายฝั่ง (Coast) ที่ราบสูง (Highlands) และป่าแอมะซอน (Amazon) ด้วยการคัดสรรภาพถ่ายที่สะท้อนความหลากหลายทางชีวภาพอันน่าทึ่ง ทิวทัศน์ที่งดงาม และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งชวนให้สัมผัสถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในเปรู

ประเทศเปรูได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ภาพที่นำมาจัดแสดงจึงมุ่งเน้นการนำเสนอความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ รวมถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยสถานเอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทยยังให้ความสำคัญในการสนับสนุนการตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นต่อไป และยืนยันความตั้งใจในการเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างเปรูและประเทศไทย ผ่านกิจกรรมที่เฉลิมฉลองธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรม และความยั่งยืน   

นิทรรศการภาพถ่ายธรรมชาติ เนื่องในโอกาส International Day for Biodiversity 2026

นิทรรศการภาพถ่ายธรรมชาติ โดยฝีมือการถ่ายภาพของ จิตรทิวัส พรประเสริฐ ช่างภาพ สารคดีที่ได้รับเลือกภาพถ่ายให้นำเสนอในรายงานประจำปีของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ 2568 (UNDP Annual Report 2025) โดยเปิดพื้นที่ NEXTOPIA และการเริ่มต้นงาน “International Day for Biodiversity 2026” ซึ่งจัดภายใต้ธีม “Acting Locally for Global Impact”  ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอีกมิติหนึ่งของธรรมชาติผ่านนิทรรศการภาพถ่าย ทั้งนี้ช่างภาพได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “Hidden Paradise ” พื้นที่ธรรมชาตินอกเขตอนุรักษ์ที่อยู่ใกล้ชิดมนุษย์มากเสียจนหลายครั้งอาจถูกมองข้าม หรือไม่เคยหยุดมองอย่างลึกซึ้งผ่านภาพถ่ายที่เชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้ากับความรู้สึกและประสบการณ์ของมนุษย์ นิทรรศการชวนผู้ชมมองเห็นว่าความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และดำรงอยู่ร่วมกับผู้คนในทุกๆพื้นที่ โดยวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม จิตรทิวัส พรประเสริฐ ช่างภาพเจ้าของผลงานจะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของภาพถ่ายแต่ละภาพ ผู้สนใจสามารถร่วมงานเสวนาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณชั้น 5A NEXTOPIA สยามพารากอน

นิทรรศการภาพถ่าย “ความหลากหลายทางชีวภาพ” เนื่องในโอกาส International Day for Biodiversity โดยงาน “Peru’s Natural Reserves: Biodiversity and Landscapes” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 ณ ชั้น 5 สยามดิสคัฟเวอรี่ และนิทรรศการภาพถ่ายธรรมชาติ โดย จิตรทิวัส พรประเสริฐ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-24 พฤษภาคม 2569 ชั้น 5A NEXTOPIA สยามพารากอน

‘Unlock เส้นทางสำเร็จสู่ศาสตราจารย์’ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงชนิสา โชติพานิช

‘Unlock เส้นทางสำเร็จสู่ศาสตราจารย์’ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงชนิสา โชติพานิช

‘Unlock เส้นทางสำเร็จสู่ศาสตราจารย์’ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงชนิสา โชติพานิช

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.34 น.

ณ ห้องบรรยาย R-103 ชั้น 1 อาคารวิจัยและการเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หน่วยสนับสนุนการวิจัย สำนักงานผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดโครงการสร้างแรงบันดาลใจ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “Unlock เส้นทางสำเร็จสู่ศาสตราจารย์” เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจด้านการวิจัยแก่บุคลากรโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมสนับสนุนให้บุคลากรตระหนักถึงเป้าหมาย ความรู้ และแนวทางในการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงชนิสา โชติพานิช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์ มุมมอง และแนวทางการพัฒนาตนเองบนเส้นทางวิชาการและงานวิจัย อันเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรที่มุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยและต่อยอดองค์ความรู้สู่การยกระดับการบริการทางการแพทย์

ภายในงานยังมีการร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากคณะผู้บริหารและบุคลากรของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อาทิ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์เกรียงไกร ถวิลไพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์, รองศาสตราจารย์ ดร.ภูริพัฒน์ วาวเงินงาม รักษาการผู้ช่วยคณบดีด้านบริหาร คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ, ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมทั้งมีคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากร ร่วมรับฟังการบรรยายและเป็นกำลังใจแก่บุคลากรต้นแบบด้านวิชาการและการวิจัยจำนวนมาก

โครงการสร้างแรงบันดาลใจ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ และจุดประกายแนวคิดด้านการวิจัยให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยมุ่งส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์อย่างเหมาะสม รวมถึงความพร้อมในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์ความรู้และสิ่งแวดล้อมรอบตัว อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างสม่ำเสมอ และต่อยอดสู่การสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณค่าในอนาคต


การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ในการสนับสนุนวัฒนธรรมการเรียนรู้และการวิจัยภายในองค์กร เพื่อเสริมสร้างบุคลากรให้มีแรงบันดาลใจ มีเป้าหมายทางวิชาการ และพร้อมขับเคลื่อนงานวิจัยที่ตอบสนองต่อพันธกิจด้านการแพทย์ การศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน


#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
#ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
#เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต

อยากให้คนไทยกล้าพูดเรื่องเพศ สถาบัน GISH เปิดหลักสูตรสุขภาพเพศยุคใหม่

อยากให้คนไทยกล้าพูดเรื่องเพศ สถาบัน GISH เปิดหลักสูตรสุขภาพเพศยุคใหม่

อยากให้คนไทยกล้าพูดเรื่องเพศ สถาบัน GISH เปิดหลักสูตรสุขภาพเพศยุคใหม่

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.02 น.

สถาบัน GISH ออกหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว มุ่งเน้นความเป็นเลิศในการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศและสุขภาวะแบบองค์รวมที่มีคุณภาพ   คนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพเพศ และไม่กล้าที่จะพูดออกมา เพราะกลัวถูกตัดสินและกลัวการตีตรา จึงเกิดความเชื่อที่ผิด อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศในประเทศก็มีไม่เพียงพอ  สถาบันสุขภาพเพศและสุขภาวะองค์รวม (Global Institute for Sexual Health and Holistic Well- being: GISH Institute) จึงตั้งมั่นในการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศและสุขภาวะแบบองค์รวมที่มีคุณภาพ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน 

รศ.ดร.นพ.อติวุทธ กมุทมาศ นายกสมาคมเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ (ประเทศไทย) กล่าวว่าสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เพราะบางคนมีความเชื่อผิด ๆ ต้องการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การขาดความรู้ แต่ความรู้ที่นำเสนออาจไม่น่าสนใจพอ หรือสื่อสารไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย สถาบันฯจึงจัดทำหลักสูตรเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ และบุคคลทั่วไปที่สนใจด้านสุขภาพเพศและสุขภาวะแบบองค์รวม ได้มีพื้นที่ในการเรียนรู้อย่างถูกต้อง ทั้งมิติร่างกาย จิตใจ สังคม และความสัมพันธ์  สถาบัน GISH จึงผลักดัน 6 หลักสูตรระยะยาว และ 1 หลักสูตรระยะสั้น ให้ความรู้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น รศ.ดร.นพ.อติวุทธ กมุทมาศ สูตินรีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ทางเพศ, นพ.คริษฐ์ จายะสกุล แพทย์เวชศาสตร์ทางเพศ, นพ.ณัฏฐชัย รำเพย จิตแพทย์, พ.ต.ท.พญ.ลักขณา จักกะพาก สูตินรีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ทางเพศ นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรพิเศษ คุณก้องณพัฒน์ จิโรจธนพงศ์ อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่องนางโรมโคมเขียว และนักเพศวิทยาคลินิก มาร่วมให้ความรู้อีกด้วย

สำหรับหลักสูตรของสถาบันฯ  ประกอบด้วย  
 1. Diploma in Clinical Sexology เรียนรู้เรื่องเพศในหลากหลายมิติ ทั้งในมุมวิทยาศาสตร์ วงจรการตอบสนองทางเพศ และพฤติกรรมทางเพศ 
 2. Diploma in Sexual Health and Sexual Wellness ลงลึกถึงปัญหาทางเพศของผู้รับบริการอย่างรอบด้าน
 3. Diploma in Sex Therapy ศาสตร์การให้คำปรึกษา ผสมผสานทั้งมิติทางกาย และมิติจิตวิทยา เพื่อความเข้าใจเรื่องเพศในทุกมุม 
 4. Diploma in LGBTQ+ Medicine ให้ความรู้ด้านความหลากหลายทางเพศอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ฮอร์โมนบำบัด ไปจนถึงการตั้ง Gender Health Clinic
 5. Diploma in Sex Education and Sexual Communication ให้ความรู้ด้านทักษะการสื่อสารเรื่องเพศอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ พร้อมเคล็ดลับการสื่อสารให้น่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
 6. Diploma in Integrative Lifestyle and Longevity Medicine หลักสูตรร่วมมือกับสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย (TLWA) ตอบโจทย์กระแส Longevity ที่มาแรงทั่วโลก 
 7. หลักสูตร 1 วัน รักเป็น เซ็กซ์ดี ร้อยปีไม่เบื่อกัน
หลักสูตรสำหรับคู่รัก คนโสด นักบำบัด หรือคนทั่วไป ที่อยากเข้าใจ “ศาสตร์ของการมีชีวิตรักที่ยืนยาว”

โดยสถาบันสุขภาพเพศและสุขภาวะองค์รวม (Global Institute for Sexual Health and Holistic Well- being: GISH Institute) ก่อตั้งภายใต้มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต โดยได้รับการรับรองจากสมาคมเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ (ประเทศไทย) หรือ TACS สถาบันมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และวิชาชีพ ให้มีความเข้าใจด้านสุขภาพองค์รวมอย่างรอบด้าน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลหลักสูตรหรือสมัครเรียนได้ผ่านเบอร์ติดต่อ 099-1989541 Line : @gish อีเมล gish.institute@gmail.com หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.gish-institute.com

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ฟอลคอนชั่งปืนใหญ่

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ฟอลคอนชั่งปืนใหญ่

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ฟอลคอนชั่งปืนใหญ่

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อราว 400 ปีก่อน ในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา บ้านเมืองอยู่ในยุคที่รุ่งเรืองและมีการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างชาติ วันหนึ่งมีการหล่อปืนใหญ่สัมริดขนาดมหึมาเพื่อใช้ป้องกันพระนคร ปืนกระบอกนี้ใหญ่โตจนไม่มีใครรู้ว่ามันมีน้ำหนักเท่าใด

สมเด็จพระนารายณ์ฯ ทรงต้องการทราบน้ำหนักของปืนใหญ่ขนาดยักษ์  เพื่อจะได้ออกแบบป้อมปราการและการขนย้ายให้เหมาะสม แต่ในสมัยนั้นไม่มีเครื่องชั่งใดในแผ่นดินที่จะรองรับน้ำหนักมหาศาลเช่นนี้ได้ เหล่าขุนนางต่างพากันจนปัญญา

ขณะนั้นเอง คอนสแตนติน ฟอลคอน ลูกเรือชาวกรีกผู้มีไหวพริบเฉลียวฉลาด ได้อาสาเข้ามาแก้ปัญหานี้

ฟอลคอนเริ่มดำเนินการด้วยขั้นตอนที่น่าทึ่ง ดังนี้:

1.             เขาให้ลากปืนใหญ่ยักษ์วางลงบนเรือสำเภาที่ลอยลำอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อน้ำหนักปืนกดเรือให้จมลง ฟอลคอนจึงให้ใช้สี ขีดเส้นระดับน้ำ ไว้ที่ข้างลำเรือ

2.             จากนั้นเขาให้ยกปืนใหญ่ขึ้นฝั่ง และสั่งให้ทหารนำ “กระสอบหิน” ที่ทราบน้ำหนักแต่ละกระสอบแล้ว ทยอยขนลงเรือทีละกระสอบๆ

3.             เมือเรือค่อยๆ จมลงอีกครั้ง จนกระทั่งระดับน้ำที่ข้างเรือเสมอกับ “เส้นขีด” ที่เคยทำไว้ตอนบรรทุกปืนใหญ่    ฟอลคอนจึงสั่งให้หยุดขนหิน

ฟอลคอนนำจำนวนกระสอบหินทั้งหมดมาคูณกับน้ำหนักหินแต่ละกระสอบ แล้วรวมกัน แล้วประกาศก้องว่า “น้ำหนักรวมของหินในกระสอบเหล่านี้ คือน้ำหนักที่แท้จริงของปืนใหญ่”

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พอพระทัยในสติปัญญาและการประยุกต์ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง  จึงพระราชทานรางวัลและไว้วางใจให้ฟอลคอนเข้ารับราชการ จนต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาวิชเยนทร์ ขุนนางผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์อยุธยา

การกระทำของฟอลคอนเป็นการทำความดีตามบุญกิริยาวัตถุ10 เรื่องการให้ความรู้แก่ผู้อื่น (ธัมมเทสนามัย)  เพราะได้ให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับหลักอารคีเมดีส ภาคปฏิบัติ ให้คนไทยที่ไม่รู้มาก่อน

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่พบได้บ่อย และในระยะแรกมักไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง จึงอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นแม้บางรายอาจมีอาการ เช่น ปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะ แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกคน และไม่ใช่อาการจำเพาะของโรค จึงไม่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ได้อย่างชัดเจน

แพทย์หญิงทรายด้า บูรณสิน  อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด  โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล

แพทย์หญิงทรายด้า บูรณสิน  อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด  โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ความดันโลหิตสูง คือภาวะที่แรงดันเลือดในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โดยค่าความดันโลหิตจะประกอบด้วย 2 ค่า ได้แก่ ความดันตัวบน (Systolic Blood Pressure) หมายถึง ค่าที่ได้ขณะหัวใจบีบตัวส่งเลือดไปยังร่างกาย และความดันตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) หมายถึง ค่าที่ได้ขณะหัวใจคลายตัวระหว่างการเต้นแต่ละครั้ง โดยทั่วไป หากค่าความดันโลหิตอยู่ที่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท หรือสูงกว่านี้อย่างต่อเนื่อง จะเข้าข่ายโรคความดันโลหิตสูง 

ความดันโลหิตสูงมีอาการหรือไม่

ในระยะแรก ความดันโลหิตสูงมักไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้ แต่ในบางรายอาจพบอาการ เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย แต่อาการดังกล่าวไม่จำเพาะ และอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ จึงไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ จำเป็นต้องอาศัยการตรวจวัดความดันโลหิตเป็นหลัก

ทำไมความดันสูงที่ “ไม่มีอาการ” จึงต้องระวัง

แม้ผู้ป่วยจะรู้สึกปกติ แต่ความดันโลหิตที่สูงอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลต่อหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญในร่างกายได้ในระยะยาว โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และไม่สามารถสังเกตได้จากอาการภายนอก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) โรคไตเรื้อรัง

จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยของ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้ารับการรักษาเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มีอาการเตือนที่ชัดเจน ปัจจัยเสี่ยงของความดันโลหิตสูงสามารถแบ่งได้เป็น ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น พันธุกรรม อายุที่เพิ่มขึ้น ส่วนปัจจัยที่ควบคุมได้ เช่น การรับประทานอาหารเค็มหรือไขมันสูง การไม่ออกกำลังกาย ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

ความสำคัญของการตรวจวัดความดันโลหิต

การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้สามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ในช่วงที่ยังไม่มีอาการ การติดตามค่าความดันอย่างต่อเนื่องช่วยให้เห็นแนวโน้มของระดับความดันโลหิต

ประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพได้เหมาะสม และวางแผนการดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

แนวทางการดูแลและป้องกันความดันโลหิตสูงในชีวิตประจำวัน

เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ลดเค็ม ลดอาหารแปรรูป เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

ความดันโลหิตสูงอาจเป็นภาวะที่ดำเนินไปอย่างเงียบๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจนในระยะแรก การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน และนำไปสู่การดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

คุณแหน : 20 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 20 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 20 พฤษภาคม 2569

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีแห่พระศรีอริยเมตไตรย์ วัดไลย์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ แห่งลุ่มน้ำบางขาม ประจำปี 2569 มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ ของ จ.ลพบุรี โดยมี พระครูสมุห์วิโรจน์ วิโรจโน เจ้าอาวาสวัดไลย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์..
  • พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พร้อมคณะสงฆ์ มอบเงินบริจาค เพื่อสนับสนุนโครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี จันทร์ประภา วิชิตชลชัย เป็นผู้แทนรับมอบ..
  • ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 6 โดยมี ดร.ภาสกร ประถมบุตร ให้การต้อนรับ..
  • พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ชวน ปชช.และนักท่องเที่ยวร่วมสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมและสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในงาน “ปากายัน มลายู” ครั้งที่ 5 นี้ ณ ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา 23-24 พค. จัดโดย เทศบาลนครยะลา ร่วมกับ จังหวัดยะลาและภาคีเครือข่ายนานาชาติ เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ผ้าท้องถิ่น ซอฟท์พาวเวอร์ชายแดนใต้..
  •  เพื่อนๆ ยินดีกับ รศ.ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ที่ได้เป็น ว่าที่ ที่ปรึกษาด้านระบบวิจัย สนง.การวิจัยแห่งชาติ (วช.)..
  • ชื่นชม ม.เชียงใหม่ (มช.) ที่เดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางวิชาการในระดับภูมิภาค ด้วยการเปิดตัว “Chiang Mai University Liaison Center in Beijing” อย่างเป็นทางการ ณ เขตฉาวหยาง กรุงปักกิ่ง เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างใกล้ชิดและยั่งยืน..
  • สมศักดิ์ กล่ำกลาย ผช.ผู้ว่าการ กฟผ.ให้การต้อนรับ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ นำคณะ Digital CEO#9 ที่ไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. งานนี้ ภิญญู กำเนิดหล่ม, นรศักดิ์ สุขสมบูรณ์, น.ต.หญิง พญ.สุรางคณา เตชะไพฑูรย์, ดร.ชาย รังสิยากูล, ดร.อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์, ดร.ศศมน มันทะเล, นพ.อดินันท์ กิตติรัตนไพบูลย์, จิตติมา ใสบริสุทธิ์, วรพล วีระวงศ์, วงศ์วิวัฒน์  ศิริทัศนกุล, ยุทธพร จิตตเกษม, รัฐปัญญา เขียววงศ์พระจันท์, มารีย์ โอภาสเสถียร, วันชนะ อุดมวงค์ยนต์, วิบูรณ์ อยู่ปัญญา, เจตพันธุ์ ตรีบำเพ็ญ, อรณิชา ศรีชัยธำรง ไม่พลาด..
  • ดร.ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล บจ.คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล ร่วมบริจาคเงินช่วยการศึกษาเยาวชน ของมูลนิธิเพื่อการศึกษาสมาคมการตลาดแห่งประเทศ..
  • อนุโมทนาบุญกับ อนุกูล เย็นใจ และเพื่อนๆที่ร่วมบริจาคเงินช่วยการศึกษาเด็กพิเศษ ของ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์..
  • สหายดีใจกับ ปกรณ์ เจียมสกุลทิพย์ ที่จะได้ลูกคนที่สองในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ยามนี้คุณโป้งเตรียมไว้หนวดรับลูกสาว น้องของลูกชายคนโต..
  • เริ่มต้นสิ่งดีๆ ไปกับสภากาชาดไทยในแคมเปญ ให้ x4 หนึ่งการให้ของคุณ สร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ กับ 4 พันธกิจการช่วยเหลือที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต ด้านการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย, ด้านการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ, ด้านการบริการโลหิต, ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพราะทุกการให้ของคุณคือการส่งต่อให้กับผู้คนได้อีกมากมาย บริจาคได้ที่ https://www.donationhub.or.th/project/109/detail..

น้องใหม่

เวิลด์แก๊ส ผนึก ททท. สนับสนุนผู้ประกอบการอาหารไทยจัดงานเทศกาลอาหารริมทางแห่งปี

เวิลด์แก๊ส ผนึก ททท. สนับสนุนผู้ประกอบการอาหารไทยจัดงานเทศกาลอาหารริมทางแห่งปี

เวิลด์แก๊ส ผนึก ททท. สนับสนุนผู้ประกอบการอาหารไทยจัดงานเทศกาลอาหารริมทางแห่งปี

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.43 น.

บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทพลังงานครบวงจร ผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์ “เวิลด์แก๊ส” เดินหน้าตอกย้ำบทบาท “มากกว่าพลังงาน” ผนึกกำลัง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมพันธมิตรภาคส่วนต่าง ๆ จัดงานเทศกาลอาหารริมทางครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “The Best Thai Street Food by Worldgas 2026” ระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2569 ณ ลานพาร์ค พารากอน

ภายใต้แนวคิด ยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานสากล มุ่งส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการอาหารริมทาง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานครในฐานะ “จุดหมายปลายทางด้านอาหารริมทางระดับโลก” ด้วยเสน่ห์ของรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ วัตถุดิบคุณภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการยุคใหม่ จนหล่อหลอมเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต” อันทรงคุณค่า

การจัดงานครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภายใต้นโยบาย Ignite Tourism Thailand ที่มุ่งยกระดับ “อาหารไทย” ให้เป็นหนึ่งในพลังสำคัญของ Soft Power เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่เวทีโลก โดยตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “เมืองหลวงแห่งสตรีทฟู้ดโลก” ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาสัมผัสเสน่ห์ของอาหารริมทางในแบบต้นตำรับ ทั้งในด้านเอกลักษณ์และรสชาติ พร้อมทั้งพัฒนามาตรฐานสตรีทฟู้ดไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล

ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ยังมุ่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่ผู้ค้ารายย่อยไปจนถึงกลุ่ม SMEs ในฐานะพันธมิตรที่เติบโตเคียงข้างผู้ประกอบการมาอย่างต่อเนื่อง เล็งเห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างภาคพลังงานและธุรกิจอาหาร
ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ จึงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาอย่างเป็นระบบในทุกมิติ ทั้งด้านการเข้าถึงพลังงานที่มีคุณภาพ ความปลอดภัยในการใช้งาน และการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว พร้อมยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติอย่างแข็งแกร่ง

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือพิธีมอบรางวัล Worldgas Awards ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อยกย่องร้านสตรีทฟู้ดที่โดดเด่นทั้งด้านรสชาติ คุณภาพ มาตรฐาน และความสม่ำเสมอ โดยกระบวนการคัดเลือกผสานการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายมิติ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของผู้บริโภคอย่างรอบด้านและโปร่งใส เริ่มจากการใช้ AI วิเคราะห์รีวิวและเสียงตอบรับบนแพลตฟอร์มออนไลน์ตลอดทั้งปี ควบคู่กับการลงพื้นที่ประเมินจริงแบบไม่แจ้งล่วงหน้า (Blind Visit) ก่อนคัดเลือกเหลือ 73 ร้านค้า และเปิดให้ผู้บริโภคกว่า 6,000 คนมีส่วนร่วมในการโหวต พร้อมประกอบการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมอบรางวัลที่น่าเชื่อถือและสะท้อนคุณภาพของร้านอาหารไทยได้อย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐาน Street Food ไทยสู่เวทีสากลอีกด้วย

โดยในปีนี้มีร้านที่ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 20 ร้าน ครอบคลุมหลากหลายประเภทอาหารอาทิ ประเภทข้าว ได้แก่ ประจักษ์เป็ดย่าง, ข้าวมันไก่เจ๊ยี วัดสระเกศ, นิยมโภชนา ฯลฯ ประเภทเส้น ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เจ๊เค็ง เจ๊งิ้ม, ลิ้มเล่าซา ประเภทของหวาน ได้แก่ บัวลอยแม่สุวรรณ์, ทับทิมกรอบแม่ดวงพร, ขนมครกเข้าวัง  ประเภทอื่น ๆ ได้แก่ หอยทอดนายเล็ก น้ำตกพลิ้ว, หมูปิ้งสูตรอากง เสาชิงช้า, เจ๊นิดปลาหมึกย่าง,   เจ๊ยุ้ยเผือกทอด, ส.หน้าวัง และประเภทฮิตติดกระแส ได้แก่ Nood’s, ป้านีกุ้งแช่น้ำปลา,พงเพชรสุกี้&ย่างให้, มาม่ามะเดี่ยววับวาว ฯลฯ พร้อมพบกับร้านอาหารริมทางอร่อยระดับมิชลิน ได้แก่ เจ๊กทศ, บุญเลิศ, ชวนคิทเช่น,ครัวอัปษร, ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม เชียงใหม่ ฯลฯ

ภายในงานยังให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานภายใต้แนวคิด ESG ในด้านสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความใส่ใจในทุกกระบวนการอย่างมีระบบ ตั้งแต่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมีการคัดแยกขยะภายในงาน อย่างถูกวิธี ตลอดจนสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในการประกอบอาหาร ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นต่อธรรมชาติ โดยความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร สยามพารากอน และเครือข่ายด้านการจัดการทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดงานสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม อาทิ กิจกรรม Worldgas Happy Hour ช่วงเวลาพิเศษจำหน่ายอาหารในราคา 9 บาท รวมถึงกิจกรรม Worldgas hunt กิจกรรมสะสมประสบการณ์ความอร่อย เพียงซื้ออาหารครบ 10 ร้าน รับฟรี Set ยาดม Energy to go น้องรอยยิ้ม Limited Edition พบปะศิลปิน ดารา เหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายอาหาร และเชฟชื่อดังอีกมากมาย มายด์-ณภศศิ สุรวรรณ, ใหม่-Powerpuff Gay, ธรรมชาติ โยธาจุล, เต-เตชินท์ ชยุติ, ภูมิ-เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์, เชฟภู-ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช พบกับมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษจากศิลปินชื่อดัง วง Tatoo Colour และวงลานดอกไม้ พร้อมชมการแสดงโชว์ความสามารถจากวงดนตรีโรงเรียน ที่จะมาสร้างความสนุกและสีสันตลอดทั้งงาน รวมถึงการปรากฏตัวของแขกรับเชิญพิเศษ “จองคัลแลน” ยูทูบเบอร์ชื่อดังจากเกาหลีใต้

ปิดท้ายงานด้วยกิจกรรมที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรม
“Worldgas ReTurn” โดยนำถุงกระสอบที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งภายในงานจำนวนกว่า 300 ใบ มาทำกิจกรรมส่งต่อให้แก่ผู้ร่วมงานและประชาชนทั่วไป เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวันซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการร่วมสร้างสังคมที่เติบโตอย่างยั่งยืนและสมดุลในระยะยาวร่วมกันทุกภาคส่วน

การจัดงาน “The Best Thai Street Food by Worldgas 2026” ไม่เพียงเป็นเทศกาลอาหาร แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางด้านอาหารของโลก (Gastronomy Hub)” พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร ตลอดจนตอกย้ำศักยภาพของสตรีทฟู้ดไทยในฐานะ Soft Power ที่สามารถขับเคลื่อนภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้สนใจ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของร้านอาหารริมทางที่ได้รับรางวัล The Best Thai Street Food By Worldgas ได้ที่เว็บไซต์ www.worldgas.co.th/thebestthaistreetfood

เวิลด์แก๊สขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยของอาหารริมทางสุดยิ่งใหญ่ ที่รวมไว้ครบจบในที่เดียว ณ ลาน พาร์ค พารากอน วันที่ 15 – 17 พฤษภาคม “สุดยอดเทศกาลอาหารริมทางแห่งปีThe Best Thai Street Food by Worldgas 2026”