Giorgio Armani ร่วมเฉลิมฉลองเวียนนาโอเปราบอลล์ 2026 ด้วยการออกแบบชุดบัลเลต์ในพิธีเปิด

Giorgio Armani ร่วมเฉลิมฉลองเวียนนาโอเปราบอลล์ 2026 ด้วยการออกแบบชุดบัลเลต์ในพิธีเปิด

Giorgio Armani ร่วมเฉลิมฉลองเวียนนาโอเปราบอลล์ 2026 ด้วยการออกแบบชุดบัลเลต์ในพิธีเปิด

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.07 น.

เวียนนาโอเปราบอลล์ ประจำปี 2026 (The 2026 Vienna Opera Ball) งานสังคมและวัฒนธรรมระดับโลกที่ทั่วโลกจับตามอง ได้เปิดฉากขึ้นอย่างงดงาม ณ Wiener Staatsoper โรงอุปรากรแห่งกรุงเวียนนา โดยนักเต้น 16 คู่ที่ร่วมแสดงในพิธีเปิด สวมใส่ชุดที่ตัดเย็บขึ้นเป็นพิเศษโดย Giorgio Armani

การแสดงบัลเลต์นำเสนอโดย Wiener Staatsballett ภายใต้การกำกับศิลป์ของ Alessandra Ferri ถ่ายทอดความงดงามของศิลปะการแสดงผ่านการแสดงที่งดงามและเปี่ยมด้วยพลัง

โปรเจกต์นี้นับเป็นหนึ่งในผลงานสุดท้ายที่คุณ Armani ดูแลและวางแผนด้วยตนเอง ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างเขากับ Alessandra Ferri ตอกย้ำความเชื่อมโยงของแบรนด์กับวงการศิลปะการแสดง และบทบาทในเวทีวัฒนธรรมระดับโลก

และเพื่อเป็นเกียรติแก่ช่วงเวลาพิเศษนี้ Alessandra Ferri ปรากฏตัวในชุดราตรียาวสีฟ้าอ่อนจาก Giorgio Armani ตกแต่งด้วยรายละเอียดงานปักลายเส้นยาว เผยความสง่างามอย่างโดดเด่น

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จับมือเครือซีพี มอบรางวัล ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ครั้งที่ 31 ประจำปี 2568 จุดประกายพลังภาพถ่าย สร้างแรงบันดาลใจอนุรักษ์ธรรมชาติสู่ความยั่งยืนของผืนป่า

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จับมือเครือซีพี มอบรางวัล 'สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ' ครั้งที่ 31 ประจำปี 2568 จุดประกายพลังภาพถ่าย สร้างแรงบันดาลใจอนุรักษ์ธรรมชาติสู่ความยั่งยืนของผืนป่า

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จับมือเครือซีพี มอบรางวัล ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ครั้งที่ 31 ประจำปี 2568 จุดประกายพลังภาพถ่าย สร้างแรงบันดาลใจอนุรักษ์ธรรมชาติสู่ความยั่งยืนของผืนป่า

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.23 น.

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) จัดพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ประจำปี 2568 ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 31 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ , ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือฯ , ฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือฯ และ จอมกิตติ ศิริกุล  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุด ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือฯ พร้อมผู้บริหารและคณะกรรมการตัดสินผลงานฯ ร่วมมอบรางวัลในงานดังกล่าว  สะท้อนพลังความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน ที่สืบสานภารกิจการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศมากว่า 3 ทศวรรษ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ สัมผัส และถ่ายทอดคุณค่าของทรัพยากรสัตว์ป่า ป่าไม้ และ ระบบนิเวศทางทะเล เพื่อกระตุ้นให้สังคมตระหนักและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

โครงการฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลเกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศประเภท “สัตว์มีค่า” และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานถ้วยรางวัลเกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศประเภท “ป่ามีคุณ” ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมประกวดทั่วประเทศ โดยผลการประกวดประจำปี 2568 ประเภท “สัตว์มีค่า” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพ “วิ่งนี้เพื่อครอบครัว” โดย จักรกฤษณ ตรงดี และประเภท “ป่ามีคุณ” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพ “อุดมสมบูรณ์” โดย ธนเกียรติ ธีระกาญจน์ ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่า ความงดงาม และความสำคัญของระบบนิเวศไทยได้อย่างลึกซึ้ง

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีพันธกิจหลักในการสงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งการอนุรักษ์จะยั่งยืนได้ ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โครงการ ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ จึงเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงนโยบายของกระทรวงฯ สู่การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้ศิลปะการถ่ายภาพเป็นเครื่องมือสร้างความตระหนัก และความหวงแหนต่อทรัพยากรธรรมชาติ

ความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ เครือซีพี สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม ในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และต่อยอดสู่กิจกรรมที่สร้างประโยชน์ในหลายมิติ อาทิ การสร้างเครือข่ายนักสื่อสารสิ่งแวดล้อม ทั้งช่างภาพมืออาชีพ เยาวชน และประชาชนทั่วไป การปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ ให้ตระหนักถึงคุณค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวอย่างของความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนที่มุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อประเทศอย่างแท้จริง เราเชื่อมั่นว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคม

ทั้งนี้ เครือซีพีดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก 3 ประโยชน์ คือ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านความยั่งยืนที่เราดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนขยายผลการอนุรักษ์ไปสู่ประชาชนในวงกว้าง ในรูปแบบการจัดนิทรรศการ การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ การสนับสนุนเยาวชน และการสร้างพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศไทย ซึ่งในปีนี้ได้จัดแสดงผลงานภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดในนิทรรศการ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ณ โถงนิทรรศการ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ -1 มีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติผ่านมุมมองของช่างภาพมืออาชีพ พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป

“เรามุ่งส่งเสริมคนรุ่นใหม่เห็นว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกภาพถ่ายที่ถูกถ่ายทอดออกไปสามารถสร้างความตระหนักรู้ และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสังคมได้ เครือซีพีจะยังคงยืนหยัดสนับสนุนโครงการนี้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน”

ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทรูปลูกปัญญา โทร. 02-858-6279 หรือ เฟซบุ๊กแฟนเพจ: สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ / IG: cp_photocontest หรือ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2579-6666 ต่อ 1641-2

มิราเคิล กรุ๊ป ‘ฉลองตรุษจีน ปันน้ำใจ ให้ชุมชน’

มิราเคิล กรุ๊ป 'ฉลองตรุษจีน ปันน้ำใจ ให้ชุมชน'

มิราเคิล กรุ๊ป ‘ฉลองตรุษจีน ปันน้ำใจ ให้ชุมชน’

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.04 น.

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป นำครอบคครัว พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กับ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น และพนักงานในเครือ มิราเคิล กรุ๊ป ทำพิธีสักการะไหว้เทพเทวาอารักษ์ฟ้าดิน และบรรพบุรุษในวันตรุษจีน พร้อมทั้งมอบสิ่งของเครื่องใช้จำพวก ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและซองอั่งเปา โดยได้มอบสิ่งของทั้งหมดให้กับชาวบ้านในชุมชนข้างเคียงประมาณ 200 ครอบครัว พร้อมกับเลี้ยงอาหารเช้าให้กับชาวบ้านที่มารอรับสิ่งของ

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป พร้อมครอบครัว วิน-อนัคพล อิงคะกุล ,เพิร์ลลี่-ลักษมีกานต์ อิงคะกุล และ จันทจิตา อินทะพงษ์

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป พร้อมครอบครัว วิน-อนัคพล อิงคะกุล ,เพิร์ลลี่-ลักษมีกานต์ อิงคะกุล และ จันทจิตา อินทะพงษ์

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป นำทีมผู้บริหารไหว้ตรุษจีน

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป นำทีมผู้บริหารไหว้ตรุษจีน

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป นำทีมผู้บริหารไหว้ตรุษจีน

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป นำทีมผู้บริหารไหว้ตรุษจีน

วิน-อนัคพล อิงคะกุล และเพิร์ลลี่-ลักษมีกานต์ อิงคะกุล

วิน-อนัคพล อิงคะกุล และเพิร์ลลี่-ลักษมีกานต์ อิงคะกุล

ดร.อัศวิน อิงคะกุล

ดร.อัศวิน อิงคะกุล

ดร.อัศวิน อิงคะกุล มอบสิ่งของเครื่องใช้จำพวก ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและซองอั่งเปา ชุมชนข้างเคียงประมาณ 200 ครอบครัว

ดร.อัศวิน อิงคะกุล มอบสิ่งของเครื่องใช้จำพวก ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและซองอั่งเปา ชุมชนข้างเคียงประมาณ 200 ครอบครัว

วิน-อนัคพล อิงคะกุล มอบซองอั่งเปา

วิน-อนัคพล อิงคะกุล มอบซองอั่งเปา

ดร.อัศวิน อิงคะกุล มอบสิ่งของเครื่องใช้จำพวก ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและซองอั่งเปา ชุมชนข้างเคียงประมาณ 200 ครอบครัว

ดร.อัศวิน อิงคะกุล มอบสิ่งของเครื่องใช้จำพวก ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและซองอั่งเปา ชุมชนข้างเคียงประมาณ 200 ครอบครัว

ชาวบ้านในชุมชน พร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น

ชาวบ้านในชุมชน พร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ก้อนเมฆกับลมพายุ

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ก้อนเมฆกับลมพายุ

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ก้อนเมฆกับลมพายุ

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนทวีปอเมริกาเหนือ ถิ่นดั้งเดิมของชาวอินเดียนแดง  ที่มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่บรรจบกับท้องฟ้าอันไร้ขอบเขต     มี ลมพายุ ผู้หยิ่งทะนงในพละกำลังอันรุนแรง และ ก้อนเมฆ ผู้นิ่งสงบ ถ่อมตน

                  ลมพายุมักจะโอ้อวดเสมอว่าตนคือผู้ที่มีอำนาจที่สุดในแผ่นดิน วันหนึ่งขณะที่ลมพายุมองลงไปเห็นเหล่านักเดินทางที่กำลังข้ามทะเลทรายอันร้อนระอุ ลมพายุก็เอ่ยท้าทายก้อนเมฆว่า

                  “เจ้าเมฆผู้นิ่งเฉย ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าพลังที่แท้จริงเป็นอย่างไร ข้าจะทำให้นักเดินทางพวกนั้นยอมสยบต่อข้าด้วยความเกรงกลัว!”

                   ลมพายุเริ่มพัดกระโชกแรง เข้าใส่นักเดินทางอย่างบ้าคลั่ง หวังจะให้เขาก้มหัวหรือปลิวไปตามแรงลม      แต่ผลกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ยิ่งลมพัดแรงเท่าไหร่ นักเดินทางกลับยิ่งกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น พวกเขาโน้มตัวลงต่ำ ต้านทานแรงลมด้วยความโกรธรวมกับความเหนื่อย        ยิ่งลมพายุออกแรงพัดมากเท่าใด   กลุ่มคนก็ยิ่งแข็งขืนและพยายามหลบหนีไปให้พ้นจากความรุนแรงนั้น

                    เมื่อลมพายุอ่อนแรงและหยุดพักด้วยความเหนื่อยล้า    ก้อนเมฆก็ค่อยๆ ลอยเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆ  โดยไม่มีเสียงคำรามหรือแรงสั่นสะเทือนใดๆ   ก้อนเมฆขยายตัวออกอย่างนุ่มนวล   บดบังแสงแดดที่แผดเผาร้อนแรง  มอบร่มเงาอันเย็นสบาย ให้กับเหล่านักเดินทางที่กำลังอ่อนเพลีย     

                    ครั้นเมื่อได้สัมผัสถึงความร่มรื่นและเมตตาจากก้อนเมฆ นักเดินทางเหล่านั้นก็เริ่มผ่อนคลายไหล่ที่ตึงเครียด พวกเขาหยุดพักถอดหมวกออก ยิ้มให้กัน และขอบคุณความเย็นสบายที่ได้รับจากท้องฟ้า

                    เหล่านักเดินทางไม่ได้ถูกบังคับให้ทำ แต่พวกเขาชื่นชมก้อนเมฆด้วยความพึงใจจากส่วนลึกของหัวใจ

                    ก้อนเมฆในนิทานนี้ มีความถ่อมตัว (อปจายนมัย) ตามบุญกิริยาวัตถุ  เพราะลอยนิ่งสงบ ไม่โอ้อวดสรรพคุณ และพละกำลังของตน  ขณะที่ลมพายุ ใช้กำลังบังคับเพื่อให้ผู้อื่นสยบยอม      ความอ่อนโยนของก้อนเมฆสามารถชนะความรุนแรงของกำลังลมพายุได้

                    นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า     ความแตกต่างระหว่าง “อำนาจบังคับ” กับ “บารมีแห่งความเมตตา”   ว่า ความรุนแรงและการบังคับขู่เข็ญ นั้นมักจะสร้างแรงต้านทานและการปกป้องตนเอง   ส่วนความนุ่มนวลสามารถโน้มน้าวใจคนให้เกิดการยอมรับด้วยความเต็มใจ   “ความแข็งกร้าวอาจทำให้ชนะด้วยแรงกาย แต่ความอ่อนโยนอาจชนะหัวใจคน”

                   เรียบเรียงจากนิทานพื้นบ้าน ของชนเผ่าอินเดียนแดงในทวีปอเมริกาเหนือ  เรื่อง  ก้อนเมฆกับลมเหนือ (The Cloud and the North Wind) ว่าด้วยพลังของความนุ่มนวลอ่อนโยนที่ชนะความรุนแรง    โดย ลมพายุพยายามแสดงอำนาจด้วยการพัดกระโชกรุนแรงใส่คนแต่กลับทำให้คนยิ่งต้านทาน        ส่วนก้อนเมฆที่ลอยนิ่งเฉยให้ร่มเงาอย่างอ่อนโยนจนคนพึงใจ

อาทร  จันทวิมล

คุณแหน : 20 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 20 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 20 กุมภาพันธ์ 2569

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงาน “เทิด ด้วย ทำ ประจำปี 2569” เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร..
  • อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม ลงพื้นที่เยี่ยมชมสหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด ติดตามการดำเนินงานและหารือแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ในภาวะนมล้นตลาด โดยมี นัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรแห่งชาติ ให้การต้อนรับ..
  • ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ พร้อม รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย รับมอบเงินจาก ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ เพื่อ กองทุน บุญเสริม – อำพันธ์ ฤทธาภิรมย์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ..
  • วิทูร สุริยวนากุล ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ พร้อม ภิภพ วาสนาอาชาสกุล และ เข็มชาติ สังฆะคาม ให้การต้อนรับ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ พร้อมชาวคณะหลักสูตร Digital CEO#9 มาศึกษาดูงานการประยุกติ์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ณ สํานักงานใหญ่ บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์..
  • ภายในงาน “วันแห่งความทรงจำ” ที่ทาง รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC) จัดขึ้น เป็นประจำทุกปี เพื่อมอบความสุขและความทรงจำที่ดี ให้แด่คุณครูเกษียณที่รัก โดยมี สหรัตน์ เพ็ญกุล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และคณะกรรมการ ไปร่วมงานเพื่อมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับคุณครูเกษียณ งานนี้มีศิษย์เก่าฯ ศิษย์ปัจจุบันมาร่วมกราบระลึกถึงพระคุณครูด้วย..
  • ชื่นชม ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ NER ได้มอบรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพขั้นสูงให้กับ รพ.บ้านกรวด และ รพ.สำโรงทาบ จ.บุรีรัมย์ เพื่อสนับสนุนภารกิจในการช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด..
  • ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ จัดสรรเวลามาบรรยาย ให้หลักสูตร Digital Jumpstart#3  ตามคำเชิญของ วาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์..
  • นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ยามนี้ ควงมาดาม พญ.สุภาณี ไปดูดอกเหมยบานที่นครนานกิง 7 วัน..
  • ดร.ชาญ กุลถาวรากร วันเกิดปีนี้พาครอบครัวไปตะลุยกินอาหารอร่อยที่นครโตเกียว..
  • สวด พ.ต.อ.พงษ์เดช แพทย์เจริญ บิดา ดร.จักกนิตต์  คณานุรักษ์ ผอ.ฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สนง.เศรษฐกิจดิจิทัล 19-21 ก.พ.18.30 น. ศาลา 9 วัดลาดพร้าว..พระราชทานเพลิงศพ 22 ก.พ.15.00 น..
  • เพื่อนๆชาว เภสัช มช. รุ่น 18 ดีใจกับ ภญ.ทศนาถ เจริญพงพันธุ์ ที่ได้หลานยายคนที่สองให้ชื่อว่า น้องพรีม เป็นน้องสาวพี่เจสัน ที่อายุ 2 ขวบแล้ว..
  • ขอเชิญเภสัชกรที่สนใจ สมัครเข้าร่วมฝึกอบรมระยะสั้นทางเภสัชกรรมสมุนไพร สาขาการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการวิจัย การจัดการคุณภาพวัตถุดิบ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดย ทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ https://phadb.pha.nu.ac.th/shortcourse  หรือโทร 0055963747..

น้องใหม่

JGAB 2026 ชูโซนไฮไลต์ “International Pavilions” รวมความเป็นเลิศด้านอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลก พร้อมโซนใหม่ “Gold Street” เส้นทางทองคำ ไว้ในฮอลล์เดียว

JGAB 2026 ชูโซนไฮไลต์ “International Pavilions” รวมความเป็นเลิศด้านอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลก พร้อมโซนใหม่ “Gold Street” เส้นทางทองคำ ไว้ในฮอลล์เดียว

JGAB 2026 ชูโซนไฮไลต์ “International Pavilions” รวมความเป็นเลิศด้านอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลก พร้อมโซนใหม่ “Gold Street” เส้นทางทองคำ ไว้ในฮอลล์เดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.52 น.

Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) เตรียมเปิดพื้นที่ต้อนรับผู้ซื้อและผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ ด้วยโซนไฮไลต์ “International Pavilions” ที่รวมความเป็นเลิศด้านงานฝีมือ คุณภาพการผลิต และนวัตกรรมที่โดดเด่นจากทั่วโลก มอบประสบการณ์และโอกาสการจัดหาสินค้าที่ครบวงจร ในแบบ The Ultimate ASEAN Jewellery and Gemstone Sourcing Hub พร้อมเปิดฟีเจอร์ใหม่ “Gold Street” เส้นทางทองคำที่มาเติมเต็มมิติการชมงานและโอกาสทางธุรกิจให้เป็นจริงยิ่งขึ้น ระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าแล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ผู้จัดงาน www.jewellerygemaseanbkk.com

ความพิเศษของโซน International Pavilions ทำให้งาน JGAB 2026 ในปีนี้แตกต่างและน่าค้นหามากขึ้น ภายในแต่ละโซนจะรวบรวมจุดแข็งของแต่ละตลาดอัญมณีและเครื่องประดับเพื่อให้ผู้ซื้อได้เลือกสรรตามความต้องการ ทั้งประสบการณ์ความคุ้มค่า ดีไซน์ งานฝีมือ ไปจนถึงนวัตกรรมและรูปแบบการนำเสนอสินค้า พร้อมเปลี่ยนให้การเดินงานครั้งนี้เป็นเหมือน “ศูนย์กลางจัดหาสินค้าเครื่องประดับ” จากทั่วโลก—The Ultimate Sourcing Hub ที่ถูกรวบรวมไว้ในฮอลล์เดียว

ASEAN Pavilion | ดีไซน์ร่วมสมัยและงานฝีมือเชิงวัฒนธรรม ในราคาที่เหมาะสมเพื่อโอกาสทางธุรกิจ ภายใต้ศักยภาพการผลิตที่คุ้มค่า ควบคู่กับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเงินที่หลากหลาย โดยรวบรวมผู้ผลิตจากอาเซียน ซึ่งนำเสนอทั้งดีไซน์ร่วมสมัย งานฝีมือเชิงวัฒนธรรม และสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อในหลายระดับราคาและหลายกลุ่มตลาด พร้อมช่วยให้ผู้ซื้อมองเห็น “ทางเลือกที่เปิดกว้าง” ตั้งแต่ชิ้นงานที่ขายได้จริง ไปจนถึงชิ้นงานที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์China Pavilion | โดดเด่นด้วย Packaging & Lab-grown Diamonds ที่ครอบคลุม ชูความแข็งแกร่งด้านบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และเพชรสังเคราะห์ (Lab-grown Diamonds) ที่ครอบคลุมทั้งคุณภาพและช่วงราคา พร้อมนำเสนอสินค้าผ่าน Live Streaming Commerce ให้ผู้ซื้อรับชมการสาธิตแบบเรียลไทม์ สามารถสื่อสารกับผู้ผลิตโดยตรง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดเลือกสินค้า—ทำให้การตัดสินใจ “ไวขึ้นและง่ายขึ้น” แม้อยู่ท่ามกลางตัวเลือกมากมาย

Sri Lanka Pavilion | World-class Sapphires จาก ‘Mine to Masterpiece’ นำเสนอไพลินคุณภาพระดับโลก (World-class Sapphires) พร้อมถ่ายทอดเส้นทางตั้งแต่เหมือง มาสู่ผลงานเครื่องประดับสำเร็จรูป (Mine to Masterpiece) ที่สะท้อนเอกลักษณ์ทั้งด้านสีสัน คุณภาพ และมรดกการเจียระไนที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน—เหมาะกับผู้ซื้อที่อยากเห็นสตอรี่ “เรื่องราวของที่มา” ควบคู่กับความงดงามของพลอยสี

Japan Pavilion | Made in Japan พร้อมคุณค่าจากประวัติศาสตร์ที่พิถีพิถัน จัดแสดงไฟน์จิวเวลรี่ (Fine Jewellery) และไข่มุก (Pearls) คุณภาพสูงภายใต้มาตรฐาน “Made in Japan” ที่โดดเด่นทั้งความประณีต เทคโนโลยีการผลิต และศิลปะช่างขั้นสูง พร้อมนำเสนอ Second-hand Jewellery และ Antique Jewellery ที่มีคุณค่าด้านความหายาก ประวัติศาสตร์ และการอนุรักษ์อย่างพิถีพิถัน—มาเติมมิติแง่คุณค่าที่ “อยู่เหนือกาลเวลา” ให้การจัดหามีความพรีเมียมและหายากในคราวเดียว

Gold Street ฟีเจอร์ใหม่ของ JGAB 2026 ที่ตั้งใจออกแบบให้เป็นโซนเฉพาะทางด้านทองคำและเครื่องประดับทอง โดยวางบรรยากาศให้เป็นเหมือนถนนสายทองคำที่รวมคอลเลกชันเด่น วัสดุคุณภาพ ดีไซน์ที่หลากหลาย และโซลูชันที่ทำให้ธุรกิจต่อยอดได้ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเลือกสรรได้ง่ายขึ้น ทั้งในมุมสินค้าและแรงบันดาลใจ

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งาน www.jewellerygemaseanbkk.com
หรือดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง https://jewellerygemaseanbkk.com Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/ LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/ Line: https://lin.ee/cp9sd85

เจาะเทรนด์ ‘Longevity’ เมื่อการดูแลรูปร่าง ไม่ได้ทำเพื่อความสวยอย่างเดียว

เจาะเทรนด์ ‘Longevity’ เมื่อการดูแลรูปร่าง ไม่ได้ทำเพื่อความสวยอย่างเดียว

เจาะเทรนด์ ‘Longevity’ เมื่อการดูแลรูปร่าง ไม่ได้ทำเพื่อความสวยอย่างเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.44 น.

เทรนด์การดูแลสุขภาพ Longevity ที่มาแรงในช่วงนี้ ไม่ได้หมายถึง การมีอายุยืนยาว แต่เน้นการมี “อายุสุขภาพที่ยืนยาว” และในชีวิตจริงคนไทยต้องเผชิญกับภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายโรคและสะสมความเสี่ยงแบบเงียบๆ อยู่โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเรื่องน้ำตาล  ซึ่งคนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยสูงถึง 21 ช้อนชาต่อวัน สูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน และน้ำตาลส่วนเกินเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายเราในทันที แต่ค่อยๆ สะสมความเสี่ยงเป็นภัยเงียบแบบไม่รู้ตัว

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศนโยบายและร่วมกับภาคเอกชนในการปรับมาตรฐาน “หวานปกติ = หวาน 50%” เพื่อชวนคนไทยลดการบริโภคน้ำตาลอย่างเหมาะสม และดูแลสุขภาพของตนเองและคนรอบตัวในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

เมื่อน้ำหนักเกิน ไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่างและบิวตี้ สแตนดาร์ด

ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ในฐานะผู้นำการให้บริการสำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพแบบครบวงจรในเอเชีย มองว่า การดูแลสุขภาพไม่ควรถูกตีกรอบอยู่แค่เรื่องรูปลักษณ์ แต่ควรเริ่มจากความเข้าใจร่างกายของตัวเองและป้องกันความเสี่ยงก่อนจะลุกลาม จึงส่งต่อมุมมองใหม่ให้คนไทย ลดหวาน ลดอ้วน ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อให้เราดูดีตามบิวตี้ สแตนดาร์ด แต่เพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและป้องกันตัวเราจากภัยร้ายที่อาจเกิดโดยไม่รู้ตัวอย่างโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)  อาทิ โรคอ้วนและโรคเบาหวาน

ข้อมูลด้านสาธารณสุข ระบุว่า BMI ≥ 25 จัดอยู่ในกลุ่มน้ำหนักเกิน BMI ≥ 30 จัดเป็นโรคอ้วน รอบเอวผู้หญิง ≥ 80 ซม. และ ผู้ชาย ≥ 90 ซม. เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานและโรคหัวใจ โดยดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนัก/(ส่วนสูงหน่วยเป็นเมตร)x(ส่วนสูงหน่วยเป็นเมตร) นอกจากจากนี้ ไขมันที่สะสมบริเวณรอบเอวมีความเกี่ยวข้องโดยตรงต่อภาวะดื้ออินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น แม้ภายนอกจะยังดูไม่อ้วนมากก็ตาม

สวย สุขภาพดีอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องของทางลัด

ในขณะที่เทรนด์รักสุขภาพ การดูแลรูปร่างที่กำลังมาแรง “นวัตกรรมปากกาลดน้ำหนัก  incretin-based therapy ซึ่งออกฤทธิ์กระตุ้นทั้งตัวรับ GLP-1 และ GIP” ก็กำลังเป็นกระแสและถูกหยิบมาพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ จากบรรดาอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพ หรือสายลดน้ำหนัก ในฐานะทางลัดสู่ความผอมและไอเท็มลดหุ่นแบบเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพย้ำตรงกันว่า นวัตกรรมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความงามเป็นหลัก แต่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน หรือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัดและควรต้องใช้ควบคู่ไปกับการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เพื่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน เช่น ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่ไม่เป็นเครื่องดื่มหวาน 100% ไปแล้ว 3 แก้ว กินน้อยลง แต่ไม่ใช่ว่า ยังเลือกอาหารน้ำตาลและไขมันสูง ไม่นอนดึก ลดเครียดสะสม และขยับร่างกาย การมีสุขภาพดีจึงไม่ใช่เรื่องของทางลัด แต่เป็นการปรับสมดุลหลายอย่างไปพร้อมกัน

ซิลลิค ฟาร์มา เผย 5 อินไซต์สุขภาพที่หลายคนไม่รู้

โรคอ้วน เพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตกะทันหัน10  โดยพบว่า การเพิ่มขึ้นของดัชนีมวลกายทุก 5 ยูนิตจะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตกะทันหันร้อยละ 16 ขณะที่ น้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ทำให้หลอดเลือดอักเสบและเสียความยืดหยุ่นโดยไม่รู้ตัว  ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง หัวใจทำงานหนัก เมื่อนานไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบบ่อย เช่น โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง การนอนน้อย กระตุ้นฮอร์โมนความหิว ทำให้กินมากขึ้น ความเครียดเรื้อรัง ทำให้ร่างกายสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น และการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม ช่วยลดภาระหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

ท้ายที่สุด ท่ามกลางเทรนด์การดูแลสุขภาพ ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ย้ำว่า การดูแลน้ำหนักไม่ใช่เรื่องของการผอมให้ทันเทรนด์ แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในอนาคต การเข้าใจร่างกาย รวมถึงการเลือกใช้ตัวช่วยอย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ คือ หัวใจของการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน

ไฮจิวเวลรีเฮาส์ระดับโลก ‘MOUAWAD’ เปิดตัวเซ็ตภาพถ่ายชุดพิเศษ 21 นางแบบ

ไฮจิวเวลรีเฮาส์ระดับโลก ‘MOUAWAD’ เปิดตัวเซ็ตภาพถ่ายชุดพิเศษ 21 นางแบบ

ไฮจิวเวลรีเฮาส์ระดับโลก ‘MOUAWAD’ เปิดตัวเซ็ตภาพถ่ายชุดพิเศษ 21 นางแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.40 น.

Mouawad ไฮจิวเวลรีเฮาส์ระดับโลก เปิดตัวเซ็ตภาพถ่ายชุดพิเศษของ 21 นางแบบ ผู้ถ่ายทอดผลงานไฮจิวเวลรีอันโดดเด่นในงาน Mouawad Extravaganza Bangkok 2026 เพื่อให้ได้ชมรายละเอียดของเครื่องประดับที่นางแบบแต่ละคนสวมใส่ รวมถึงคอลเล็กชั่นที่นำเสนอในโชว์อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

เซ็ตภาพชุดถ่ายพิเศษดังกล่าวเปรียบเสมือนการต่อยอดประสบการณ์จากรันเวย์ สู่คลังภาพอันประณีตที่เผยให้เห็นความงดงามของเครื่องประดับแต่ละชิ้นอย่างชัดเจน ตั้งแต่งานฝีมือของโลหะมีค่า ไปจนถึงศิลปะการออกแบบที่สะท้อนตัวตนของ Mouawad อย่างแท้จริง นางแบบแต่ละคนเปรียบเสมือนบทหนึ่งของจักรวาลแห่งความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ ถ่ายทอดมรดก ความหายาก และความสง่างามเหนือกาลเวลา

นางแบบทั้ง 21 คนในเซ็ตภาพชุดถ่ายพิเศษ สวมใส่เครื่องประดับไฮจิวเวลรีที่ได้รับการคัดสรรอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของคอลเล็กชั่น Illuminated Wonders ที่นำเสนอในรันเวย์ โดดเด่นด้วยพาเลตต์สีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงเวลาแห่งสนธยา ไล่ตั้งแต่เฉดสีน้ำเงินอันสงบนิ่งของท้องฟ้ายามค่ำ ไปจนถึงโทนเรืองรองดุจเปลวไฟ สะท้อนสมดุลอันงดงามระหว่างกลางวันและกลางคืน

โยชิ – รินรดา ธุระพันธ์ สวมใส่ไฮจิวเวลรีชุด Taj Mahal ภาพแทนแห่งความรักนิรันดร์, มุก – กานต์ฤทัย ทัศบุตร สวมใส่ไฮจิวเวลรี The Colosseum, ชาช่า – มัจฉา โมซิมันน์ สวมใส่ไฮจิวเวลรี Legacy of Light ประดับด้วยทัวร์มาลีนสีชมพูและแซฟไฟร์สีเหลือง

แพรว – นฤภรกมล ฉายแสง สวมใส่ไฮจิวเวลรี Chichen Itza ประดับด้วยแทนซาไนต์และแซฟไฟร์, หมูแฮม – โชตินภา แก้วจรูญ สวมใส่ไฮจิวเวลรี Petra ประดับด้วยแซฟไฟร์สีชมพูและสีเหลือง, กานต์ – ชนนิกานต์ สุพิทยาพร สวมใส่ไฮจิวเวลรี Great Wall of China ถ่ายทอดความแข็งแกร่งของศิลา ผ่านพลังของทับทิม, ซาฟฟรอน มายา สนูค สวมใส่ไฮจิวเวลรี Machu Picchu ลวดลายเรขาคณิตที่ประดับด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงินเข้ม

คอลเล็กชั่น White Diamonds and Colored Gemstones สะท้อนผลงานอันโดดเด่นที่แบรนด์รังสรรค์ขึ้นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญในการคัดสรรและสร้างสรรค์เครื่องประดับจากเพชรขาว มรกต ทับทิม และอัญมณีล้ำค่าอีกหลากหลายชนิด

ชเว ซึงโฮ สวมใส่สร้อยคอไฮจิวเวลรี Invisible สร้อยคอเพชรที่ถ่ายทอดความงามอันบริสุทธิ์และไร้รอยต่อ, เหงียน ดินห์ นู วัน สวมใส่ไฮจิวเวลรี L’Incomparable Touch แรงบันดาลใจจากความงดงามที่ไม่อาจเปรียบเทียบ, พรฟ้า – ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ สวมใส่ไฮจิวเวลรี Amaryllis แรงบันดาลใจจากดอกอะมาริลลิสอันเปล่งประกายและสง่างาม รังสรรค์จากทองคำขาวและทองคำเหลือง ประดับด้วยไพลิน แพดพารัดชา และเพชร

แพท – ภิรญา สิงหะ สวมใส่ไฮจิวเวลรีชุด Rota Vita ถ่ายทอดความหมายของความต่อเนื่องไม่สิ้นสุด ผ่านการรังสรรค์จากเพชรขาว, แอนนา เสืองามเอี่ยม สวมใส่ไฮจิวเวลรี Viridi ถ่ายทอดพลังแห่งสีเขียวอันล้ำค่า สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความมีชีวิตชีวา และความงามเหนือกาลเวลา, Kenza Johanna Ameloot สวมใส่ไฮจิวเวลรี Windflower แรงบันดาลใจจากความรักเพียงหนึ่งเดียวในชีวิต รังสรรค์จากเพชรขาว, เดียร์น่า – เดียร์น่า ฟลีโป สวมใส่ไฮจิวเวลรี The Fiery Idolwood ถ่ายทอดพลังและความร้อนแรงของทับทิม, อเลฮานโดร ออร์เตกา สวมใส่ไฮจิวเวลรี Forever Deco สร้อยคอที่รังสรรค์จากทองคำสีเหลือง ทองคำโรสโกลด์ และทองคำสีม่วง ประดับด้วยมรกต ไพลิน

คอลเล็กชั่น Sun on the Seven Wonders ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกผ่านอัญมณีล้ำค่าและงานฝีมือชั้นสูง สะท้อนพลังแห่งแสงอาทิตย์ ความรุ่งเรือง และความงดงามอันเป็นนิรันดร์เหนือกาลเวลา

ปุ๊กลุก – ฝนทิพย์ วัชรตระกูล สวมใส่มาสเตอร์พีซ Legacy of Light ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระเยซูคริสต์แห่งโครโควาโด, พลอย – เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ สวมใส่มาสเตอร์พีซ Machu Picchu ถ่ายทอดความงดงามอันแม่นยำของอารยธรรมโบราณ, ปุ๊ก – ทิพย์วิภา จันทภาษา ศรีวิกรม์ สวมใส่มาสเตอร์พีซ Petra รูปทรงที่ถ่ายทอดความงามตามธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเพตรา

ลูกเกด – เมทินี กิ่งโพยม สวมใส่มาสเตอร์พีซ Chichen Itza รูปทรงเรขาคณิตและความงามที่อาบแสงอาทิตย์ของชิเชน อิตซา, แอนโทเนีย โพซิ้ว สวมใส่มาสเตอร์พีซ Taj Mahal ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคำมั่นสัญญาแห่งความรักของชาห์ จาฮานที่มีต่อมุมตาซ เพชรสีเหลืองอันเจิดจ้าเปล่งประกายดุจดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอยู่ในหัวใจ เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักนิรันดร์, แพนเค้ก – เขมนิจ จามิกรณ์ สวมใส่มาสเตอร์พีซ Great Wall of China ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความแข็งแกร่งอันยืนยงของกำแพงเมืองจีน

จากแฟร์เวย์สู่รถตุ๊กตุ๊ก ‘เมียว ปาจรีย์’ พานักกอล์ฟระดับโลกเปิดประสบการณ์เสน่ห์ท้องถิ่นไทย

จากแฟร์เวย์สู่รถตุ๊กตุ๊ก ‘เมียว ปาจรีย์’ พานักกอล์ฟระดับโลกเปิดประสบการณ์เสน่ห์ท้องถิ่นไทย

จากแฟร์เวย์สู่รถตุ๊กตุ๊ก ‘เมียว ปาจรีย์’ พานักกอล์ฟระดับโลกเปิดประสบการณ์เสน่ห์ท้องถิ่นไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.29 น.

เก็บตกภาพบรรยากาศน่ารักของ  “เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ” นักกอล์ฟจากประเทศเจ้าภาพ และนักกอล์ฟชั้นนำร่วมเปิดประสบการณ์นั่งรถสามล้อ “ตุ๊กตุ๊ก” หนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศไทยที่เป็นที่จดจำในระดับนานาชาติ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์และเอกลักษณ์ของเมืองไทยสู่สายตาแฟนกอล์ฟทั่วโลก ก่อนลงดวลวงสวิงระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี

นอกจาก เมียว-ปาจรีย์ แล้ว นักกอล์ฟที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ยังประกอบด้วย ลิเดีย โค จากนิวซีแลนด์, มูนี เหอ จากจีน, ยูริ โยชิดะ จากญี่ปุ่น รวมถึง เบเนเดตตา โมเรสโก จากอิตาลี โดยทุกคนได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การนั่งรถตุ๊กตุ๊กจริง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ

รถตุ๊กตุ๊กนับเป็นหนึ่งในภาพจำของประเทศไทยที่ชาวต่างชาติรู้จักเป็นอย่างดี ทั้งในฐานะพาหนะคู่เมือง วิถีชีวิตของผู้คน และสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย กิจกรรมดังกล่าวจึงไม่เพียงสร้างสีสันให้กับการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงกีฬาระดับโลกเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในมุมที่เป็นมิตร มีชีวิตชีวา และเข้าถึงได้

เมียว-ปาจรีย์ แชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 2 รายการในฐานะตัวแทนเจ้าภาพ ซึ่งจะลงแข่งขันรายการนี้เป็นครั้งที่ 8 กล่าวว่า “ในฐานะเจ้าบ้าน การได้ร่วมประชาสัมพันธ์ประเทศไทยถือเป็นเกียรติมากๆ และดีใจที่เห็นทุกคนสนุกกับกิจกรรมนี้ สัปดาห์นี้ก็มีแผนจะพาเพื่อน ๆ  นักกอล์ฟต่างชาติไปทานอาหารทะเลและอาหารไทยอีกเช่นเคยค่ะ”

ลิเดีย โค เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิคเกมส์ ปารีส 2024 อดีตมือหนึ่งโลก และสมาชิกหอเกียรติยศแอลพีจีเอ ผู้คว้าแชมป์ อาชีพถึง 23 รายการ รวม 3 เมเจอร์ กล่าวว่า “ดีใจมากที่ได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้ง ทุกครั้งที่มา ก็ยังคงประทับใจกับวัฒนธรรมไทยและการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟน ๆ เสมอ”

มูนี เหอ นักกอล์ฟจีนขวัญใจแฟนกอล์ฟชาวไทย กล่าวว่า “ฉันมาประเทศไทยหลายครั้ง ฉันชอบคนไทย ชอบอาหารไทยด้วยค่ะ เคยได้นั่งรถตุ๊กตุ๊กมาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถตุ๊กตุ๊กในสนามกอล์ฟแบบนี้”

ขณะที่ ยูริ โยชิดะ นักกอล์ฟจากเจแอลพีจีเอ ซึ่งจะลงแข่งขันในประเทศไทยเป็นครั้งแรก กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นที่ที่ฉันอยากมาเที่ยวนานแล้ว ได้มาครั้งนี้รู้สึกว่าบรรยากาศสวยงามมาก ได้มาลองนั่งรถตุ๊กตุ๊ก ก็รู้สึกได้ไกล้ชิดกับความเป็นไทยมากขึ้น หวังว่าจะได้มีโอกาสมาเที่ยวอีกครั้ง” ส่วน เบเนเดตตา โมเรสโก นักกอล์ฟจากอิตาลี ซึ่งเดินทางมาแข่งขันในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในฐานะนักกีฬารับเชิญ กล่าวว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มาแข่งขันที่พัทยา ได้ยินชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวของไทยมานานแล้ว อยากมาลองด้วยตัวเอง เพราะประเทศไทยมีเสน่ห์มาก ทั้งวัฒนธรรม อาหาร และบรรยากาศ”

การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) เปิดจำหน่ายบัตรทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com โดยบัตรเข้าชมวันเดียว วันพฤหัสบดี–ศุกร์ ราคา 500 บาทต่อวัน, วันเสาร์–อาทิตย์ ราคา 700 บาทต่อวัน บัตรเข้าชมสองวัน (เสาร์–อาทิตย์) ราคา 1,200 บาท และบัตรเข้าชมทั้ง 4 วัน ราคา 1,600 บาท   พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ AIS Play

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com หรือเฟซบุ๊กwww.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ราชาแห่งนก

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ราชาแห่งนก

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ราชาแห่งนก

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.40 น.

            นานมาแล้ว ในท้องฟ้าและผืนป่าแห่งทวีปแอฟริกา เหล่านกหลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเสรี ไม่มีผู้ใดเป็นใหญ่ ไม่มีผู้ใดเป็นผู้นำ ทุกตัวบินไปตามใจปรารถนา

            แต่วันหนึ่ง เหล่านกเริ่มมีปัญหาว่า ใครจะตัดสินใจยามเกิดภัย? ใครจะเป็นผู้แทนเมื่อต้องเจรจากับสัตว์อื่น? เหล่านกจึงประชุมกันใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วมีมติว่า “เราควรมี ราชาแห่งนก สักองค์หนึ่ง“

            นกฮูกเฒ่าผู้รอบรู้ตั้งกฎเกณฑ์ว่า “ผู้ใดบินขึ้นไปได้สูงที่สุด ผู้นั้นจะเป็นราชาแห่งนก”

            เสียงปีกกระพือ ดังขึ้นทันที นกอินทรี นกเหยี่ยว นกกระเรียน นกกระจอกเทศ และนกใหญ่อื่น ๆ ต่างมั่นใจในพลังของตน ส่งเสียงร้องดังลั่นประกาศความยิ่งใหญ่

            ส่วน นกกระจอกตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง ได้เกาะกิ่งไม้เงียบอยู่ อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว โดยไม่มีใครสนใจ แล้วเข้าไปสมัครแข่งขัน

            ใคร ๆ ก็หัวเราะเยาะนกกระจอก “ตัวเล็กนิดเดียวเท่านี้ จะบินแข่งกับนกใหญ่ได้อย่างไร?”     

            เมื่อวันแข่งขันมาถึง เหล่านกคู่แข่งขันเริ่มบินสูงขึ้นเรื่อย ๆ นกอินทรีนำหน้า ปีกกว้างแผ่รับลมอย่างสง่างาม แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า มีนกกระจอกตัวเล็กนิดเดียว แอบซ่อนตัวอยู่ใต้ปีกของพญาอินทรี

            นกอินทรีบินสูงขึ้น สูงขึ้น จนกระทั่งแรงเริ่มหมด ปีกเริ่มสั่น มันจึงหยุดไต่ความสูง  เพราะคิดเอาเองว่าชนะแล้ว

            ทันใดนั้นเอง นกกระจอกตัวเล็กก็กระโดดออกมาจากใต้ปีกพญาอินทรี มันโผบินขึ้นไปอีกนิดหนึ่ง แล้วร้องเสียงใสว่า“ข้าบินได้สูงกว่านกอินทรีย์และนกตัวอื่นทั้งหมดแล้ว!”

             เหล่านกตกตะลึง บางตัวโกรธ บางตัวไม่เห็นด้วย “ไม่ยุติธรรม….มันโกง!”         

             แต่นกฮูกเฒ่า ผู้ทรงความยุติธรรม กล่าวอย่างสงบว่า

             “ข้อตกลงของเราไม่ได้ห้ามใช้ปัญญา เรากำหนดเพียงว่า ใครบินสูงที่สุด”

              แม้จะไม่พอใจ แต่เหล่านกก็ต้องยอมรับคำตัดสินของนกฮูก ยกให้นกกระจอกเป็น ราชาแห่งนกทั้งปวง เมื่อนกกระจอกขึ้นครองตำแหน่งราชานก แทนที่จะโอ้อวด มันกลับพูดอย่างสุภาพถ่อมตัวว่า

              “ข้าตัวเล็กและอ่อนแอ หากไม่มีนกอินทรีย์สนับสนุน ข้าก็ไม่มีวันขึ้นมาถึงตรงนี้ได้ ตั้งแต่นี้ไป เราจะช่วยเหลือกัน ไม่ใช่ดูถูกกัน”

              นกกระจอกในนิทานเรื่องนี้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน (อปจายนมัย)ตามบุญกิริยาวัตถุ ด้วยการลดตัวเองและยกย่องผู้อื่น เพราะเริ่มต้นด้วยการเกาะกิ่งไม้เงียบอยู่ โดยวางตัวไม่เด่น ไม่โอหังในกำลังของตน และเมื่อได้รับตำแหน่งราชานกแล้ว ก็ไม่ได้ลำพองใจหรือดูถูกนกอินทรีที่แพ้ แต่กล่าวอย่างให้เกียรติ ที่ช่วยให้ตนได้เป็นราชานก ทั้งยังกล่าวอย่างสุภาพว่า “ต่อไปนี้ เราจะช่วยเหลือกัน ไม่ใช่ดูถูกกัน”

              นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: “กำลังที่มากมาย และขนาดที่ใหญ่โตไม่ได้ทำให้ชนะทุกอย่าง แม้ตัวเล็กก็อาจชนะตัวใหญ่ได้”

             เรียบเรียงจากนิทานเรื่อง King of the birds จากประเทศซิมบับเว่ ในทวีปแอฟริกา  และ พญานกอินทรีกับนกกระจิบ (The Eagle and the Wren) นิทานพื้นบ้านจากยุโรป ที่สอนเรื่องความถ่อมตนและสติปัญญา

อาทร  จันทวิมล