นโยบาย 3 ประธานซี พีระดมทุกกลุ่มธุรกิจเยียวยาน้ำท่วมใต้ เปิดปฏิบัติการส่งอาหาร บรรเทาหิว ร่วมโรงครัว รพ.หาดใหญ่

นโยบาย 3 ประธานซี พีระดมทุกกลุ่มธุรกิจเยียวยาน้ำท่วมใต้  เปิดปฏิบัติการส่งอาหาร บรรเทาหิว ร่วมโรงครัว รพ.หาดใหญ่

นโยบาย 3 ประธานซี พีระดมทุกกลุ่มธุรกิจเยียวยาน้ำท่วมใต้ เปิดปฏิบัติการส่งอาหาร บรรเทาหิว ร่วมโรงครัว รพ.หาดใหญ่

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.45 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าระดมทุกศักยภาพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ภายใต้นโยบายของผู้บริหารสูงสุด ได้แก่ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร ที่ได้มอบหมายให้ทุกกลุ่มบริษัทในเครือบูรณาการความร่วมมือแบบ “One CP” เพื่อดูแลประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วนและทั่วถึง จากนโยบายดังกล่าว เครือซีพีได้ขยายความช่วยเหลือครอบคลุมทั้งภาคใต้ ทั้งการตั้งครัวกลางร่วมกับภาคีเครือข่าย การสนับสนุนวัตถุดิบอาหารแก่ครัวกลางจังหวัด การเปิด “ครัวซีพีอาสา x ซีพีเอฟ” ที่ CP LAND หาดใหญ่ รวมถึงการใช้ศักยภาพของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ เช่น CP AXTRA–แม็คโคร–โลตัส ในการจัดเตรียมอาหารและสิ่งของจำเป็น พร้อมสนับสนุน ภารกิจโดรนบรรทุกของจากทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อลำเลียงของจำเป็นสู่ชุมชนที่ถูกตัดขาดจากน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที และล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ประชุมด่วนทางออนไลน์เพื่อระดมความช่วยเหลือโรงพยาบาลหาดใหญ่ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนครหาดใหญ่  ขาดแคลนน้ำ – อาหาร มีเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยรวมกว่า 3,000 คน  โดยมีนโยบาย 4 ด้านเร่งด่วน ประกอบไปด้วย 1.สนับสนุนอาหารพร้อมรับประทาน 2.สนับสนุนอาหารแช่เข็ง 3.สนับสนุนน้ำดื่ม เพื่อสนับสนุนโรงครัวโรงพยาบาลหาดใหญ่ และ 4.สนับสนุนวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารแก่โรงครัว ในเครือข่าย รพ.ตรัง และ รพ.พัทลุง 

จอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ซีพี นำโดย ท่านประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ ท่านประธานสุภกิต เจียรวนนท์  และ ท่านประธานคณะผู้บริหาร ศุภชัย เจียรวนนท์ ได้มอบนโยบายให้ซีพีและบริษัทในเครือดำเนินโครงการ “ซีพีร้อยเรียงใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้” โดยประกาศชัดเจนให้ทุกบริษัทในเครือ “ทำทันที” และ “ทำให้ถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด”  ซึ่งล่าสุดได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการช่วยเหลือโรงพยาบาลหาดใหญ่ ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่เครือซีพีให้ความสำคัญ เพราะโรงพยาบาลคือด่านหน้าที่ต้องดูแลชีวิตผู้ป่วยจำนวนมาก

“เครือเจริญโภคภัณฑ์ยึดมั่นใน ปรัชญาสามประโยชน์—ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร—ซึ่งเป็นหัวใจของทุกการตัดสินใจ โดยเฉพาะในยามวิกฤต เราจึงระดมศักยภาพทุกด้านเพื่อช่วยโรงพยาบาลหาดใหญ่ให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และไม่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และวัตถุดิบที่จำเป็น” จอมกิตติ กล่าว

ทั้งนี้ ซีพีได้ประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และเริ่มปฏิบัติการทันทีผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. การลำเลียงฉุกเฉินทางอากาศ (Air Support Mission) ใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการขนส่งอาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็ง น้ำดื่ม วัตถุดิบที่จำเป็นต่อการประกอบอาหาร เข้าสู่โรงพยาบาลหาดใหญ่โดยเร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบครัวโรงพยาบาล 2. การสนับสนุนผ่านโรงครัวเครือข่าย รพ.ตรัง – รพ.พัทลุง โดยซีพีจัดส่งวัตถุดิบ อาหารสด อาหารแช่แข็ง และน้ำดื่มจำนวนมาก เพื่อให้ทั้งสองโรงพยาบาลผลิตอาหารสำเร็จรูปและลำเลียงต่อมายังโรงพยาบาลหาดใหญ่ แม้ถนนถูกน้ำตัดเส้นทางก็ตาม

นอกจากการสนับสนุนโรงพยาบาลหาดใหญ่โดยตรง เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังได้บูรณาการพลังจากทุกกลุ่มบริษัทในเครือ เพื่อขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยในหลายจังหวัดภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดตั้ง “โรงครัวซีพีอาสา x ซีพีเอฟ” ที่ CP LAND หาดใหญ่ การสนับสนุนวัตถุดิบอาหารแก่โรงครัวกลางของจังหวัดต่าง ๆ อาทิ กรมประมง กองทัพอากาศ กองทัพบก (ค่ายเสนาณรงค์) ตลอดจนสมาคมองค์กรต่างๆ อาทิ  มูลนิธิเพชรเกษม มูลนิธิองค์กรทำดี มูลนิธิเส้นด้าย มูลนิธิกระจกเงา เป็นต้น รวมถึงการจัดตั้งครัวภาคีร่วมกับ CP AXTRA – แม็คโคร – โลตัส และการสนับสนุนภารกิจกู้ภัยด้วยโดรนบรรทุกของทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อให้สิ่งของจำเป็นสามารถเข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

นิทรรศการ “WanderDOG: A Journey of iJUD” โดย วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์

นิทรรศการ

นิทรรศการ “WanderDOG: A Journey of iJUD” โดย วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.33 น.

BEANS Coffee Roaster ร้านกาแฟที่เริ่มจากจากการเป็นโรงคั่วเล็กๆ กับความตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟคุณภาพและสามารถเพลิดเพลินไปกับการสร้างสรรค์กาแฟในแบบฉบับของตนเอง เปิดตัวพื้นที่ใหม่สาขา “ทรงวาด” อย่างเต็มรูปแบบครบทั้ง 4 ชั้น โดยมีความตั้งใจให้เป็น “Creative Hub & Free space” แห่งใหม่ของย่านทรงวาด ด้วยนิทรรศการ “WanderDOG: A Journey of iJUD” Exhibition โดย วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์  ศิลปินผู้คร่ำหวอดในแวดวงศิลปะกับผลงานซิกเนเจอร์จากเครื่องปั้นดินเผาของไทย

“From Roastery to Creative Community” BEANS Songwat พร้อมแล้วที่จะเปิดประตูต้อนรับทุกคนสู่พื้นที่ใช้สอยครบทั้ง 4 ชั้น โดยมีการจัดสรรพื้นที่ดังนี้:

  • Floor 1 & Mezzanine (ชั้น และชั้นลอย): The Specialty Coffee Bar
    • โซนคาเฟ่และบาร์กาแฟหลัก ที่พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์กาแฟคุณภาพ ท่ามกลางบรรยากาศ
      ตึกเก่าที่ผสมผสานความร่วมสมัย
  • Floor 2, 3, 4 & Rooftop: The Freespace for Creators
    • Highlight: พื้นที่นี้ถูกจัดวางให้เป็น “Open Art Space” หรือพื้นที่อิสระทางศิลปะ
    • BEANS เปิดโอกาสให้ศิลปิน (Artist) ไม่ว่าจะรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่, นักเรียน, นักศึกษา
      หรือกลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ ที่กำลังมองหาพื้นที่แสดงผลงาน (Exhibition), ทำ Workshop หรือจัดกิจกรรมศิลปะ สามารถติดต่อขอใช้พื้นที่ได้ เพื่อสนับสนุนให้เกิด Community ของคนรักศิลปะที่

นิทรรศการ “WanderDOG: A Journey of iJUD

การเดินทางของ “ไอ้จุด” (iJud) จากราชบุรีสู่ทรงวาด ผ่านงานประติมากรรมทั้งรูปแบบดั้งเดิมและตีความใหม่เช่น Pegadog (หมามีปีก) และ infiniJud (ห้องกระจกสะท้อนไม่รู้จบ)นิทรรศการนี้ต่อยอดมาจากการเดินทางอันยาวนานกว่า 18 ปีของ “ไอ้จุด” ประติมากรรมเซรามิคสุนัขพันทางที่เติบโตมาจากวัฒนธรรม Street Culture ของไทย โดยหยิบยกคำว่า “Wanderlust” (ภาษาเยอรมัน: ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะออกเดินทางและสำรวจโลก) มาเป็นหัวใจสำคัญ”ไอ้จุด” ในนิทรรศการนี้ จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของความอยากรู้อยากเห็น ที่พร้อมจะเดินดม สำรวจ และพาผู้ชมไปทำความรู้จักกับบริบทใหม่ๆ ในตึกเก่าแก่ย่านทรงวาด

เส้นทางการเดินทางของ ไอ้จุด” (iJUD):

  • 2550 (จุดเริ่มต้น): เริ่มต้นจากผลงานชุด Coming Closer (ขนาดเท่าลูกสุนัข) จัดแสดงที่เบอร์ลินและกรุงเทพฯ เชื่อมโยงหมาพันทางไทยสู่สายตาโลก
  • 2551 (รอยยิ้มสยาม): ไอ้จุดร่วมงานเปิด หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เดินสำรวจทั่วอาคาร เป็นสัญลักษณ์ของการเข้าถึงศิลปะร่วมสมัยที่ง่ายและเป็นมิตร
  • 2555 (การเติบโต): การพัฒนาวัสดุอะคิลิกไซรัป (Acrylic Syrup) โดย SCG Chemicals ทำให้เกิดไอ้จุดขนาดยักษ์ 3 เมตร หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
  • 2556 (เดินทางกลับบ้าน): ไอ้จุดเดินทางกลับบ้านเกิดที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ตอกย้ำแนวคิดว่าศิลปะร่วมสมัยควรแทรกซึมอยู่ในทุกชุมชน ไม่ใช่แค่เมืองหลวง และทำหน้าที่หาทุนกลับมาบูรณะพิพิธภัณฑ์บ้านเกิดของมันเสมอ

การเดินทางของไอ้จุดไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น แต่ยังคงออกเดินทางอย่างไม่หยุดยั้งจวบจนปัจจุบัน โดยได้ไปจัดแสดงในแลนด์มาร์กสำคัญและหอศิลป์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผลงานสะสมทรงคุณค่าของ กระทรวงวัฒนธรรม ตอกย้ำสถานะ ‘ทูตทางศิลปะ’ ที่เชื่อมโยงความเป็นไทยสู่สากลได้อย่างแท้จริง

Activities & Exclusive Highlights: ผู้ชมจะได้พบกับไอ้จุดในรูปแบบและการตีความใหม่ เพื่อ BEANS Songwat โดยเฉพาะ

  • Pegadog (เพกาด็อก):
    • การผสมผสาน “ไอ้จุด” เข้ากับ “Pegasus” (ม้ามีปีกในตำนาน)
    • ความหมาย: สื่อถึงอิสรภาพ พลังสร้างสรรค์ จินตนาการที่โบยบิน และยังเป็นตัวแทนความทรงจำถึงสุนัขที่เรารักซึ่งได้จากไป (เสมือนติดปีกบินไปอยู่บนฟ้า)
  • infiniJud (อินฟินิจุด):
    • ห้องกระจกสะท้อนภาพไอ้จุดและเสาลวดลายภาชนะลายคราม (เครื่องถ้วยประวัติศาสตร์) ไปมาไม่รู้จบ
    • ความหมาย: การเดินทางของความทรงจำ การตีความประวัติศาสตร์ และจินตนาการที่ไม่มีที่สิ้นสุด
  • Site-Specific Experience:
    • การจัดวางไอ้จุดกระจายตัวอยู่ตามชั้นต่างๆ (Freespace) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมเดินสำรวจสถาปัตยกรรมของ BEANS Songwat ไปพร้อมๆ กับการชมงานศิลปะ ย้อนถามผู้ชมว่า “ระหว่างที่เราเฝ้ามองเส้นทางของ WanderDog นั้น เราได้มองเห็นโลก และมองเห็นตัวเราเอง เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?”

และเพื่อสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนานและเข้าถึงง่าย งานนี้จึงมาพร้อมกับกิจกรรมและสินค้าพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม “WanderDOG Stamp Hunt”กิจกรรม “Pet me” ให้ผู้ชมได้ร่วมตกแต่งไอ้จุดให้เปล่งประกายและเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้, เครื่องดื่มเมนูพิเศษที่ BEANS และ คุณวศินบุรี ร่วมกันออกแบบรสชาติ เพื่อสื่อถึงคาแรคเตอร์ของไอ้จุดและกลิ่นอายของงานเซรามิก (จำหน่ายเฉพาะที่สาขาทรงวาดเท่านั้น)คุกกี้เนยสดรูปทรงไอ้จุด” สุดน่ารัก เหมาะสำหรับทานคู่กับกาแฟหรือซื้อเป็นของฝาก (จำหน่ายเฉพาะที่สาขาทรงวาดเท่านั้น)

นอกเหนือจากนิทรรศการที่ BEANS Songwat และคุณวศินบุรี ยังได้ร่วมกันสร้างสรรค์โปรเจกต์พิเศษ“One Blend One Change” ผ่านการคัดสรรและเบลนด์เมล็ดกาแฟรสชาติใหม่ในชื่อ “DINDIN” (ดินดินซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “ดิน” จุดกำเนิดของทั้งกาแฟและงานเซรามิก โดยจัดจำหน่ายที่ BEANS ทุกสาขา
ตั้งแต่วัน 4 – 25 ธันวาคม 2568 เท่านั้น และรายได้จากการจำหน่ายเมล็ดกาแฟชุดนี้จะถูกนำไปบริจาคให้กับ โรงพยาบาลราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของไอ้จุด เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีกลับคืนสู่สังคม

ครั้งแรกของ BEANS ในการร่วมงานกับศิลปินอย่างเต็มรูปแบบ โดย BEANS ได้ออกแบบโลโก้ใหม่ร่วมกับ Wasinburee บนแก้ว Takeaway ทั้งเครื่องดื่มร้อนและเย็น นี้ไม่ใช่แค่แก้วรูปแบบใหม่ แต่ยังเป็น ”บัตรเชิญ”ที่จะส่งต่อไปยังคอกาแฟและคนรักศิลปะทั่วกรุงเทพฯ ให้ได้เห็นและรู้จักตัวตนใหม่ของเรา เพื่อเชื้อเชิญทุกคนให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้คนรักศิลปะที่ BEANS ทรงวาดเพราะเราตั้งใจสร้างพื้นที่แห่งนี้ให้เป็น Creative Hub ที่เปิดกว้างและมอบโอกาสให้กับศิลปินทุกคน… และศิลปินคนต่อไปที่เราจะได้ร่วมงานด้วย อาจเป็นคุณ

“WanderDOG: A Journey of iJUD” Exhibition

ตั้งแต่ 4 ธันวาคม 2568  – 28 กุมภาพันธ์ 2569

สถานที่: Beans Coffee Roaster สาขาถนนทรงวาด

ตรอก ไกร จักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100

เปิดทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่ 9.30น – 17.30น.

MRT: สถานีวัดมังกร ทางออก 1

พม. รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีฯ ประจำปี 2568 หนุนยุติความรุนแรงทางดิจิทัล

พม. รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีฯ ประจำปี 2568 หนุนยุติความรุนแรงทางดิจิทัล

พม. รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีฯ ประจำปี 2568 หนุนยุติความรุนแรงทางดิจิทัล

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ยุติความรุนแรงทางดิจิทัล เพื่อสตรีและเด็กผู้หญิง” โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)  นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  คณะผู้บริหารกระทรวง พม.  ผู้แทนภาคีเครือข่าย และศิลปินดารา  เข้าร่วม ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล และประเทศไทย กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จึงจัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ยุติความรุนแรงทางดิจิทัล เพื่อสตรีและเด็กผู้หญิง”  เป็นแนวคิดสำคัญขององค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Women สำหรับปี 2568 เพื่อให้ทุกคนในสังคมตระหนักรู้ถึงสาเหตุ ปัจจัย และแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความรุนแรงทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นกับเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว นับเป็นความรุนแรงรูปแบบใหม่ที่สังคมกำลังเผชิญอยู่ และเป็นความท้าทายในการควบคุมเพื่อการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กระทรวง พม. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาความรุนแรงทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นกับเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว  เพราะปัจจุบันคนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางดิจิทัลได้อย่างอิสระ โดยการเสพข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางสังคม ลักษณะนิสัยส่วนบุคคล การศึกษา รวมถึงวุฒิภาวะของบุคคลด้วย ดังนั้น ความล้ำสมัยทางเทคโนโลยีดิจิทัล อาจทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่ไม่ให้เกียรติและไม่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน โดยความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกรูปแบบไม่เพียงแต่สร้างความกดดันหรือความเครียดแก่ผู้ถูกกระทำเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อการสร้างรายได้และการเพิ่มขึ้นของหนี้สินของครอบครัว รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสังคมอย่างมีนัยสำคัญ

กระทรวง พม. จึงได้กำหนดนโยบาย ‘พม. ใกล้คุณ’ ซึ่งเป็นนโยบายที่นำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายหลักคือ ‘ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต’ ด้วยการให้คำปรึกษาและให้การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบปัญหาทางสังคมผ่านศูนย์ พม. Restart”

ทั้งนี้ กิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2568  ประกอบด้วย    การติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว ให้แก่คณะรัฐมนตรีก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงเช้า เพื่อแสดงออกถึงสัญลักษณ์ของการ “ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว” ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล และช่วงบ่าย มีการรับชมคลิปคำปราศรัยนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี, พิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติสำหรับบุคลากร หน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว จำนวน 25 รางวัล การเสวนา เรื่อง “Family First : ครอบครัวไทยมีรัก ไร้ความรุนแรง Safe Zone for All”  โดย นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์รณชัย คงสกนธ์ รองประธานกรรมการคนที่สองในคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ   นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย และพลตำรวจตรีหญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงบูธกิจกรรมและผลงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. และภาคีเครือข่าย อาทิ โรงพยาบาลตำรวจ , องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) , สำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNFPA) , สมาคมซอนต้า ประเทศไทย (Zonta International)

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงนำทีมคว้าเหรียญทองศิลปะบังคับม้า ประเดิมการแข่งขันรายการ ‘FE! Asian Championships Pattaya 2025’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงนำทีมคว้าเหรียญทองศิลปะบังคับม้า    ประเดิมการแข่งขันรายการ ‘FE! Asian Championships Pattaya 2025’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงนำทีมคว้าเหรียญทองศิลปะบังคับม้า ประเดิมการแข่งขันรายการ ‘FE! Asian Championships Pattaya 2025’

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทย คว้าเหรียญทอง ศิลปะบังคับม้า (Dressage) ประเภททีม ประเดิมการแข่งขังขันชื่ม้าชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 2 รายการ “FEI AsianChampionships Pattaya 2025” โดยสมาคมกีฟ้าขี่ม้าแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน สนาม ไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

สำหรับการแข่งขันในวันแรกเป็นการชิงชัยรางวัลประเภททีม Dressage ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ทรงนำทีมนักกีฬาไทยร่วมแข่งขันอีก 3 คนได้แก่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, นางสาวฉันชนก คลาร่า รีคแคร์, นางสาวนีร พุทธิสมบัติ และนางสาวภัคจิรา ธงภักดิ์ โดยทีมไทยได้คะแนนรวม 205.85 คว้าเหรียญทองไปครอง ส่วนอันดับที่ 2 ได้แก่ อินเดีย ได้คะแนนรวม 205.05 และอันดับที่ 3 คือ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีคะแนนรวม 203.23

ทั้งนี้การแข่งขัน “FEI Asian Championships Pattaya 2025” ครั้งนี้มีนักกีฬาขี่ม้าจากประเทศต่าง ๆ กว่า 13 ประเทศทั่วเอเชีย ประกอบด้วย 5 ประเภทการแข่งขัน คือ กระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping), ศิลปะการบังคับม้า (Dressage) อีเว้นติ้ง (Eventing) เอ็นดูแรนซ์ (Endurance) และกีฬาขี่ม้าพาราเดรจสาจ (ParaDressage) โดยได้รวมเอานักกีฬาขี่ม้าดาวเด่นจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ วีรภัฏ ปิฏกานนท์ นักกีฬาขี่ม้าประเภทอีเว้นติ้ง จากประเทศไทย, ไทโช ชูกิทานิ นักกีฬาขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวางจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถูกจับตาให้เป็นดาวเด่นในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

สำหรับชัยชนะครั้งนี้ด้วยพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และทีมนักกีฬาขี่ม้าไทย สะท้อนถึงศักยภาพ ความมุ่งมั่น และมาตรฐานระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะแกนกลางของกีฬาขี่ม้าเอเชีย

ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่และติดตามการแข่งขันกีฬาขี่ม้าครั้งประวัติศาสตร์ในรายการ “FE!Asian Championships Pattaya 2025”  ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่  7 ธันวาคม 2568 ณ สนาม ไทยโปโลแอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา จ.ชลบุรี

คุณแหน: 28 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน: 28 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน: 28 พฤศจิกายน 2568

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ภาสกร ชัยรัตน์ เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ต้อนรับ อีโนะ ฟุคุยะ ผอ.สนง.ภูมิภาค องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ประจำประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางสร้างความร่วมมือยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน..

ll วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รอง ผวจ.เชียงใหม่ ต้อนรับ หยาง จื้อเหวิน รองผู้ว่าการมณฑลชิงไห่ และคณะผู้แทนจากมณฑลชิงไห่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เยือนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระความสัมพันธ์ ขยายความร่วมมือ สร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน..

ll ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ เป็นประธานเปิดหลักสูตร LTE#6 โดยมี พล.อ.ท.นพ.นพดล วีรยางกูร, ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา, ประภาพรรณ พิชัยคำ, ณรงวิทย์ ชดช้อย, มัลลิกา ภูมิวาร, วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์,  ธีรยุทธ์ นิลพัฒน์, ดร.สมศักดิ์ กวีไตรภพ, อารยา ยมนา, ฐิตกร อุษยาพร ร่วมด้วย..

ll ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ชวนเพื่อนๆกว่า 30 คน มาเลี้ยงฉลองจบมาแล้ว 30 ปี MPPM 1 NIDA โดยมี อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ เป็นแม่งานใหญ่ งานนี้ กรกฎ ชาตะสิงห์, วิเชียร เอมประเสริฐสุข, ศิริชัย เผ่าบรรจง, พจนารถ เหลืองประเสริฐ, ดร.วีระพล ศรีวุฒิชาญ, สุรพล หวังสุนทรชัย, ภานินี สมุทรเสน, วิภาจรี ศัลยะพงษ์, ดร.พิทักษ์ ศิลป์ประสิทธิ์, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, เกรียงศักดิ์ ศักดิ์เรืองนาม, นันทนา มีประเสริฐ ไม่พลาด..

ll จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบเงินบริจาค จาก วิเชียร รุ่งปัญญา กก.ผจก.บจ.ฟอลคอน โลจิสติคส์ โซลูชั่น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของสภากาชาดไทย..

ll วันเกิดปีนี้ไปทริปไหว้พระที่หลวงพระบางและได้ตักบาตรพระตอนเช้า ณ วัดแสนสุขาราม วรวุฒิ กาญจนกูล ยังสุดปลื้มที่ได้เซอร์ไพรส์เค็กวันเกิดพร้อมคำอวยพรจากผู้ใหญ่ที่นับถือ ปลิว ตรีวิศวเวทย์, รศ ดร. วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์, รศ.ธัชชัย สุมิตร, รศ.ดร.ธนิต ธงทอง..

ll ยินดีกับ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ที่ล่าสุดได้รับรางวัลเกียรติยศ 3 รางวัล จากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ในงาน IAA Awards for Listed Companies 2025 ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร ทั้งรางวัล Best CEO Award, รางวัล Outstanding CFO Award, รางวัล Outstanding IR Award..

ll ธีรชัย เงาวิริยศิริพงศ์ จัดฉลองวันเกิดให้มาดาม วันทนีย์ เงาวิริยศิริพงศ์ อย่างอบอุ่นในครอบครัว พร้อมจัดทริปไปฉลองที่ญี่ปุ่นต้นเดือนหน้าพร้อมพาน้องๆทั้งบริษัทไปด้วย..

ll รพ.กรุงเทพระยอง ก้าวสู่ปีที่ 22 ยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงรุก เปิด “RoyalLife Wellness Clinic Rayong” ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟู ภายใต้ความร่วมมือกับ BDMS Wellness Clinic ผู้นำด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อดูแลปัญหาการนอนหลับและความเครียด สู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน..

ZEEKR 7X คว้ารางวัล ‘Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV’ จาก TAJA

ZEEKR 7X คว้ารางวัล 'Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV' จาก TAJA

ZEEKR 7X คว้ารางวัล ‘Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV’ จาก TAJA

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.49 น.

ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี รับรางวัล Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV หรือรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีพรีเมียมขนาดกลางยอดเยี่ยมด้านสมรรถนะและนวัตกรรม ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) ตอกย้ำความ  ก้าวล้ำในด้านประสิทธิภาพ และการนำเสนอนวัตกรรมระดับมาสเตอร์คลาส

รางวัล Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV นับเป็นเครื่องหมายการันตีความสำเร็จและการยอมรับของ ZEEKR 7X จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) ซึ่งจัดขึ้นภายในงานประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้มีการพัฒนาก้าวหน้าไปในระดับสากลมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริโภคที่จะนำไปใช้เป็นข้อมูลต่อการตัดสินใจซื้อตั้งแต่การเลือกสมรรถนะ ความสะดวกสบาย การออกแบบ ความปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือความคุ้มค่าของรถ และความคุ้มค่าของราคา

ทั้งนี้ความล้ำของยนตรกรรม ZEEKR 7X  มีความโดดเด่นและครบเครื่องทั้งความงามแบบไทม์เลส และสมรรถนะดุดันแบบเร้าใจ พร้อมเปลี่ยนอารมณ์ทุกการเดินทางให้เต็มไปด้วยความมั่นใจ และความปลอดภัยขั้นสูงโดยเฉพาะการก้าวข้ามทุกข้อจำกัดทั้งเส้นทางบนถนนและเส้นทางออฟโรดภายใต้แนวคิด “Indulge Every Journey” มากไปกว่านั้น ZEEKR 7X สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Architecture)      ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดและได้รับการรับรองด้วยมาตรฐาน Euro NCAP 5 ดาว โดยได้คะแนน 91% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ และ 90% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารเด็ก ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง

ทุกการเติบโตของ ZEEKR คือการมุ่งมั่นค้นคว้าวิจัย และการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตยานยนต์อัจฉริยะให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ และความเป็นไปแห่งโลกอนาคต รวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ภายใต้แผนงานขยายโครงข่ายสถานีชาร์จคุณภาพในพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้คือ “ความตั้งใจ” ของแบรนด์ที่ภูมิใจนำเสนอยนตรกรรมอีวีที่มีความชาญฉลาดแก่ลูกค้าชาวไทย สำหรับรางวัล Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV หรือรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีพรีเมียมขนาดกลางยอดเยี่ยมด้านสมรรถนะและนวัตกรรม ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ และแสดงถึงความสำเร็จในการทำการตลาดเชิงรุกที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย นับเป็นความภาคภูมิใจที่จะทำให้ ZEEKR รักษามาตรฐานให้ดียิ่งขึ้น และพร้อมเดินหน้ามุ่งมั่นพัฒนายานยนต์ที่จะเข้ามายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวไปสู่สังคมยานยนต์พลังงานทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคคนไทยได้เป็นอย่างดี

-(016)

MI GROUP คว้า 2 รางวัล พร้อมกวาดรวม 10 รางวัลจากเวที MAAT Media Awards 2025

MI GROUP คว้า 2 รางวัล พร้อมกวาดรวม 10 รางวัลจากเวที MAAT Media Awards 2025

MI GROUP คว้า 2 รางวัล พร้อมกวาดรวม 10 รางวัลจากเวที MAAT Media Awards 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.24 น.

Branded Media: พลังจากการออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกันผ่าน 4C

สำหรับ MI GROUP ความหมายของ ‘Branded Media’ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเลือกสื่อหรือแพลตฟอร์ม แต่คือ “การออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกันครบวงจร” ผ่าน 4C ได้แก่ Contact, Context, Content และ Commerce

สิ่งเหล่านี้ถูกใช้เป็น “โครงสร้างแกนกลาง” ที่ทีมงานทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนาจากข้อมูลเชิงลึกและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อทำให้แบรนด์สามารถสร้างบทสนทนา ความหมาย และผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ไปพร้อมกัน

ในปี 2025 MI GROUP มีผลงานเข้ารอบสุดท้ายมากถึง 24 ผลงาน และคว้ารางวัลรวมทั้งสิ้น 10 รางวัลใหญ่ จากเวที MAAT Media Awards 2025 ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการตอกย้ำศักยภาพขององค์กรในฐานะผู้นำด้าน Integrated Media & Communication ที่ขับเคลื่อนด้วย Insight และ Strategy ที่ชัดเจน

สื่อวันนี้เปลี่ยนบทบาทอย่างสิ้นเชิง” – มุมมองของ Chief Growth Officer

นางสาววรินทร์ ทินประภา ประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร (Chief Growth Officer) กล่าวว่า

“ในยุคที่สื่อไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งต่อสาร แต่กลายเป็น ‘พลัง’ ในการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับแบรนด์ ความสำเร็จของแบรนด์จึงไม่ได้วัดเพียงตัวเลขการมองเห็น แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เข้าใจบริบท และเข้าใจคุณค่าที่แบรนด์มอบให้กับสังคม ควบคู่กับการพิจารณาความสำคัญของ Business Performance ที่ต้องเกิดขึ้นจริง”

เธอกล่าวเสริมว่า

“การทำงานร่วมกันของ MI LEARNLAB ทีมกลยุทธ์ และทีม Communication Strategists คือหัวใจสำคัญของการพัฒนา Branded Media Solutions เราเชื่อมโยงข้อมูลรอบด้านเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อออกแบบการสื่อสารที่มีจุดหมายชัดเจน สอดคล้องกับชีวิตจริงในทุก touchpoint โดย Contact เพื่อเชื่อมผู้คน Content เพื่อสร้างคุณค่า Context เพื่อให้การสื่อสารมีความหมาย และ Commerce เพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้

10 รางวัลที่ตอกย้ำความสามารถของ MI GROUP

2 Gold • 6 Silver • 2 Bronze และ อีก 14 ผลงาน Finalist

รางวัลเหล่านี้สะท้อนพลังของ MI GROUP ในการพัฒนา Branded Media Solutions ที่ไม่ได้มองเพียงสื่อรายช่องทาง แต่คือการออกแบบระบบการสื่อสารที่กลมกลืนกันอย่างมีวิสัยทัศน์และมีประสิทธิภาพสูง

สองรางวัล Gold จาก IMC / Multiple Platforms — สาขาที่ท้าทายที่สุดของงาน

สองผลงาน Gold จากสาขา IMC / Multiple Platforms เป็นการยืนยันว่า “IMC ที่มีพลัง” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนแพลตฟอร์มที่ใช้ แต่ขึ้นอยู่กับ การออกแบบความสัมพันธ์ของทุกแพลตฟอร์มให้ทำงานสอดประสานกัน ทั้งด้านภาพลักษณ์ จังหวะคอนเทนต์ การจัดวางบทบาทของแต่ละสื่อ และประสบการณ์ที่ผู้คนสัมผัสได้จริง นี่คือเหตุผลที่สาขานี้ถือเป็นหนึ่งในสาขาที่ท้าทายที่สุดของเวที MAAT เพราะต้องพิสูจน์ว่า    แบรนด์สามารถผสานหลายสื่อ หลายพื้นที่ และหลายบริบทเข้าด้วยกันให้กลายเป็น “สมการการสื่อสารเดียวกัน” ได้อย่างไร้รอยต่อ

สำหรับ MI GROUP รางวัลนี้ไม่เพียงสะท้อนความเชี่ยวชาญด้าน Media Planning แต่ยังยืนยัน “ขั้นกว่าของงาน IMC” ที่เริ่มตั้งแต่ Insight → การวาง Strategy → การสร้าง Experience → ไปจนถึง Business Performance ที่วัดผลได้จริง

อย่างผลงาน MAMA OK: INK IS OK GENERATION – Team Indigo  หัวใจของแคมเปญนี้ คือการเข้าใจ “แฟนคัลเจอร์ (Fan Culture)” และพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับ ตัวตน–ความรู้สึก–ความผูกพันทางอารมณ์ มากกว่าการสื่อสารที่เน้นสินค้าเพียงอย่างเดียว ทีมงานได้นำพลังในแบบเฉพาะตัวของ อิ๊งค์ วรันธร — ทั้งเสียงที่โดดเด่น บุคลิกอบอุ่น และความเป็นศิลปินที่เชื่อมกับคนรุ่นใหม่ — มาตีความใหม่ เป็น “แกนกลางของประสบการณ์สื่อ” โดยใช้แนวคิด INK IS OK GEN ภายใต้แนวคิดนี้ ทุกองค์ประกอบของแคมเปญถูกออกแบบให้ “ส่งเสียงเดียวกัน” (One Emotional Language) อบอุ่น เข้าถึงง่าย มีความร่วมสมัย และสอดคล้องกับชีวิตประจำวันของผู้คน

แคมเปญถูกพัฒนาในแบบ IMC ที่ครอบคลุมพื้นที่สื่อ ตั้งแต่ BTS wraps, เสียงประกาศในขบวน, สื่อ Out-of-Home ไปจนถึงคอนเทนต์ออนไลน์ ทุกแพลตฟอร์มทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงด้วยข้อมูล แต่ด้วย “ความรู้สึกที่จับต้องได้”

นี่ไม่ใช่แค่แคมเปญ แต่เป็นการทำให้แบรนด์กลายเป็น “พื้นที่ของความผูกพัน” คือ IMC ที่ขับเคลื่อนด้วย emotion + culture + daily life

โดย 10 รางวัลจากเวที MAAT MEDIA AWARDS 2025

Gold 2 รางวัล

สาขา IMC/ MULTIPLE PLATFORMS AWARDS

Sub : Using 3 or more medium

1.  Younghee (โกโกวา) โดย TEAM MAGENTA

2.  MAMA OK: INK IS OKGENARATION โดย TEAM INDIGO

Silver 6 รางวัล

สาขา IMC/ MULTIPLE PLATFORMS AWARDS

Sub: Best use of Large-scale Media

3.  สงคราม ส่งด่วน โดย TEAM MAGENTA

สาขา BEST USE OF OOH AND TRANSIT

Sub: Best use of Large-scale Media

4.  TAKABB (THE MOMENT YOU SEE IT, YOU KNOW) โดย TEAM INDIGO

Sub: Best use of Movable and Non-movable Media

5.  Younghee (โกโกวา) โดย TEAM MAGENTA

สาขา BEST USE OF BRANDED CONTENT

Sub: Use of available Content

6.  MAMA OK – SQUIDINK 2024 โดย TEAM SCARLET

สาขา BEST FULL-FUNNEL STRATEGY

7.  KTB – DGL KRUNGTHAI JAIPUMP 2024 โดย TEAM SCARLET

สาขา EFFECTIVENESS AWARDS

8.  BABYMILD -THE SOUND OF INSTINCT โดย TEAM MEDIA INSIGHT

Bronze 2 รางวัล

สาขา BEST USE OF VIDEO : DIGITAL

Sub: Screen (Non-Cinema)

9.  HOMEPRO TRADE-IN (CLOSED LOOP) CIRCULAR PRODUCT โดย TEAM MAGENTA

สาขา BEST USE OF MEDIA FOR MARKET DISRUPTION

Sub: Local Brand

10. M-150 ปลดหนี้ทุกชั่วโมง โดย TEAM MEDIA INSIGHT

MI GROUP กับบทบาท “Integrated Solutions Provider” ที่ครบวงจรและลึกขึ้นทุกปี

นางสาววรินทร์ กล่าวปิดท้ายว่า “ในยุคที่สื่อทำหน้าที่มากกว่าการส่งต่อสาร แต่เป็นพลังในการสร้างประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เราเชื่อว่าความสำเร็จของแบรนด์ต้องเกิดจากการเข้าใจผู้คน บริบท และคุณค่าที่แบรนด์ส่งต่อ ไม่ใช่เพียงตัวชี้วัดด้านการมองเห็นเท่านั้น”

“การทำงานร่วมกันของ MI LEARNLAB ทีมกลยุทธ์ และ Communication Strategists ทำให้เราสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อออกแบบการสื่อสารที่แม่นยำ สอดคล้องกับชีวิตจริง และวัดผลได้จริง Contact ที่เชื่อมผู้คน Context ที่ให้ความหมาย Content ที่สร้างคุณค่า และ Commerce ที่สะท้อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ คือแกนสำคัญของการทำงานในวันนี้”

รางวัลทั้งหมดในปีนี้ตอกย้ำว่าพลังของ Branded Media ไม่ใช่เพียงแนวคิดแต่คือการออกแบบการสื่อสารที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่าง แบรนด์กับผู้คนในเชิงลึก MI GROUP จะยังคงมุ่งมั่นในการใช้ข้อมูลและความคิดสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของทุกแบรนด์ต่อไป

60 ปี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี

60 ปี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี

60 ปี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.14 น.

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ด้านสุขภาพ จัดกิจกรรม วันเบาหวานโลก ประจำปี 2568 (World Diabetes Day 2025)” ภายใต้แนวคิด “Diabetes and Well-being: Creating Healthy Workplaces for All” หรือ สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน” ณ อาคาร Siam Scape ชั้น 1 และ ชั้น 9 เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึง ความสัมพันธ์ระหว่าง “สุขภาพ” และ “ชีวิตการทำงาน” พร้อมรณรงค์ให้สถานที่ทำงานทั่วประเทศกลายเป็น “พื้นที่สุขภาวะ” ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ของคนไทยทุกคน

โรคเบาหวานภัยเงียบของวัยทำงาน

โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยมีผู้ที่อยู่กับโรคนี้ มากถึงกว่า  589 ล้านคน และในจำนวนนี้มากกว่า 412 ล้านคน เป็นประชากรวัยทำงาน ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งยัง ไม่ ทราบ ว่าตนเองป่วย ปัญหาความเครียดจากงาน ภาวะหมดไฟ การขาดกิจกรรมทางกาย และสภาพแวดล้อม ที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการ เพิ่มขึ้นของโรคเบาหวานในกลุ่มคนวัยทำงาน สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) จึงกำหนดแนวคิดรณรงค์ปีนี้ภายใต้แนวคิด “Diabetes and Well-being: Creating Healthy Workplaces for All” หรือ “สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน”เพื่อกระตุ้นให้ทุกองค์กรและทุกคน ในสังคมตระหนักว่าการดูแลสุขภาพในที่ทำงานไม่ใช่ทางเลือก อีกต่อไป แต่คือ ความจำเป็นที่ต้องเริ่มทันที

.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ กล่าวเปิดงานว่า “ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเปิดงานวันเบาหวานโลก ปี 2568 ภายใต้แนวคิด ‘สุขภาพดีเริ่มที่ทำงาน ปีนี้ยังเป็นปีครบรอบ 60 ปี ของสมาคมฯ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เราทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมความรู้ ทางวิชาการการดูแลผู้ป่วย และการป้องกันโรคเบาหวานในทุกมิติ โดยมุ่งหวังให้ทุกองค์กรและทุกคนใน สังคมไทย มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ทั้งกายและใจ”

รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ ประธานคณะกรรมการจัดงานวันเบาหวานโลก และอุปนายกสมาคมฯ กล่าวรายงานว่า “สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วนทั้งจาก ภาครัฐภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจว่า ‘สุขภาพดี’ และ ‘การทำงานที่ มี ประสิทธิภาพ’ สามารถอยู่ร่วมกันได้ ภายใต้แนวคิด Diabetes & Well-being in the Workplace ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน กิจกรรมในปีนี้ จึงออกแบบให้ทุกคนได้ทั้งเรียนรู้และลงมือ ดูแลสุขภาพจริง ผ่านนิทรรศการ การเสวนา และกิจกรรมจากภาคี เครือข่ายมากมาย”

รวมพลังเครือข่ายสุขภาพขับเคลื่อน “Healthy Workplace for All”

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหาร จากหลายหน่วยงานมาร่วมแสดงเจตนารมณ์ ได้แก่

  • ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร
  • นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์
  • ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส.
  • คุณหลุยส์ คริสธานินทร์ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)
  • รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทุกหน่วยงานต่างยืนยันพร้อมร่วมกันสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างสังคมสุขภาพดี ลดภาระโรคไม่ติด ต่อเรื้อรังและทำให้ “ที่ทำงาน” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Well-being อย่างแท้จริง ภายในงานมีบูธกิจกรรม จากหลากหลายภาคส่วน ที่ร่วมสร้าง เสริมสุขภาพ อาทิ

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
    ให้บริการ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จำนวน 200 โดส ฟรี! สำหรับผู้มาร่วมงาน
  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
    ร่วมกับ เครือข่ายคนไทยไร้พุง จัดกิจกรรม ทดสอบสมรรถภาพทางกาย และให้คำแนะนำการ ออกกำลังกายที่เหมาะกับคนทำงาน
  • บูธองค์กรพันธมิตรภาคเอกชน แนะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการดูแลสุขภาพ เช่นอุปกรณ์ ตรวจระดับน้ำตาล ตรวจคัดกรองสุขภาพตา เครื่องมือฟิตเนสสำหรับออฟฟิศ และเมนูสุขภาพ Workplace Friendly
  • เวทีเสวนา “Workplace Well-being for All: From Policy to Practice”
  • เวทีเสวนา Best Practice Showcase: Healthy Organization in Action
    ถ่ายทอดประสบการณ์จากองค์กรต้นแบบ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย นเรศวร และภาคเอกชนชั้นนำ
  • เวทีเสวนา ชีวิตกับเบาหวานในที่ทำงาน
    โดย ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต็งพันธุ์ (คณะจิตวิทยา จุฬาฯ) และตัวแทนชุมชนผู้เป็นเบาหวาน Young Leaders in Diabetes (Thailand)
  • นิทรรศการ 60 ปี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ แห่งความมุ่งมั่นเพื่อสุขภาพคนไทย ถ่ายทอดเส้นทางความมุ่งมั่น ของสมาคมฯ ตลอด 6 ทศวรรษ ในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ ยกระดับการดูแลผู้เป็นเบาหวาน และการผลักดันการเข้าถึงยา และ เทคโนโลยี
  • นิทรรศการ “OK to Well-being” มุมถ่ายภาพ–กิจกรรม “OK or Not OK” ให้ความรู้เรื่องพฤติกรรมเสี่ยงและทางเลือกสุขภาพดีในที่ทำงาน พร้อม มุมชิมเมนูสุขภาพ Workplace Friendly

โดยปี 2568 ถือเป็นปีครบรอบ 60 ปีแห่งการก่อตั้งสมาคมโรคเบาหวาน แห่งประเทศไทยฯ องค์กรวิชาชีพที่ ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้คนไทยทุกคน “เข้าใจเบาหวาน อยู่กับเบาหวาน และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ”

เพราะสุขภาพดีของคนไทย คือภารกิจที่เรายึดมั่นตลอด 60 ปี และจะก้าวต่อไปด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น เพื่อ สุขภาวะที่ยั่งยืน (Well-being for All)”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส.

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส.

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์

ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร

ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำหุ่นยนต์ ศัลยกรรมกระดูก โชว์ในงาน VR Thailand 2025

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำหุ่นยนต์ ศัลยกรรมกระดูก โชว์ในงาน VR Thailand 2025

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำหุ่นยนต์ ศัลยกรรมกระดูก โชว์ในงาน VR Thailand 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.15 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีเปิดงาน “Venture Rise Thailand 2025 (VR Thailand 2025)” ภายใต้แนวคิด “เชื่อมโยงนวัตกรรมและธุรกิจ : สร้างการเปลี่ยนผ่านให้เกิดการ นำผลงานวิจัยและนวัตกรรม” เมื่อวันที่ 25–26 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การค้า Central Embassy และโรงแรม Park Hyatt Bangkok โดยมุ่งสร้างเวทีสำคัญเพื่อผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยให้เข้าถึงแหล่งทุน ต่อยอดสู่ภาคธุรกิจ และขยายสู่ตลาดในระดับสากล

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน ณ โรง แรม Park Hyatt Bangkok พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย ผู้ประกอบการ และภาคเอกชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โอกาสนี้ คณะแพทย ศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำโดย รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย หัวหน้าโครงการวิจัย และ อาจารย์ ดร.ทศพร เฟื่องรอด ผู้ร่วมวิจัย ได้นำนวัตกรรม “ORTHOASSIST – หุ่นยนต์กึ่งอัตโนมัติสำหรับศัลยกรรมกระดูก เพื่อความแม่นยำ ลดความเสี่ยงและสามารถควบคุมระ ยะไกลได้ผ่านระบบ AR augmented reality” ซึ่งได้การสนับสนุนทุนวิจัยโดย สวรส. และ ววน. เข้าร่วมจัดแสดงในนิทรรศการของงาน เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชนและเปิดโอกาสสำหรับการทดสอบศักยภาพทางการตลาด

นวัตกรรม ORTHOASSIST นับเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่เกิดจากความร่วมมือของทีมวิจัยไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายของการจัดงาน VR Thailand 2025 ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในอนาคต

เวทีประชาคม‘ความจริงแห่งพรมแดนไทย-กัมพูชา’MOU 43 44 ครั้งที่ 1

เวทีประชาคม‘ความจริงแห่งพรมแดนไทย-กัมพูชา’MOU 43 44 ครั้งที่ 1

เวทีประชาคม‘ความจริงแห่งพรมแดนไทย-กัมพูชา’MOU 43 44 ครั้งที่ 1

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.13 น.

เปิดเวทีประชาคม‘ความจริงแห่งชายแดนไทย–กัมพูชา’เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องไทย-กัมพูชา  MOU 43-44 จะไปต่อหรือพอแค่นี้?ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยมี ‘สุวิช สุทธิประภา’ MCOT และ ‘วีรยุทธ น้อยพรหม’ NBT รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมผู้เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ได้แก่ดร.สฤทธิ์พงษ์  เกี่ยวข้องประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา MOU 2543 และ 2544 ไทย-กัมพูชา สภาผู้แทนราษฎร นายอังกูร กุลวานิช รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.กัมปนาท  วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ดร.ธนเชษฐ วิสัยจร หัวหน้าสาขาวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีผศ.ดร.สุเชาวน์ มีหนองหว้า รองประธานคณะกรรมการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้าจังหวัดอุบลราชธานี

ซึ่งการเสวนาครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังสื่อภาครัฐ สร้างความเข้าใจ MOU 43-44 ก่อนลงประชามติ ทิศทางของประเทศจะเป็นอย่างไร?คุณ คือผู้ร่วมตัดสิน

ติดตามรับชมการถ่ายทอดสด (Live)ได้ที่ Facebookเพจกรมประชาสัมพันธ์ร่วมส่งคำถามและแสดงความคิดเห็นMOU43-44 https://forms.gle/9bWGiU9W9Nfz2VZ8A หรือรับชมการออกอากาศได้ทุกวันเสาร์ เวลา 22.00-22.55 น.ทางช่อง NBT, MCOT, ททบ.5 รวมทั้งหมด 8 ตอนเริ่ม 29 พฤศจิกายน 2568