Sea (ประเทศไทย) จับมือ ‘โค้ชหนุ่ม The Money Coach’ ติวเข้มหลักสูตรการเงิน ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’

Sea (ประเทศไทย) จับมือ ‘โค้ชหนุ่ม The Money Coach’ ติวเข้มหลักสูตรการเงิน ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’

Sea (ประเทศไทย) จับมือ ‘โค้ชหนุ่ม The Money Coach’ ติวเข้มหลักสูตรการเงิน ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

The Money Coach นำโดย โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ร่วมกับ Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ Garena, Shopee และ Monee เปิดตัวหลักสูตรการเงิน “Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น” หลักสูตรออนไลน์สำหรับเยาวชนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป ซึ่งเปิดให้เรียนได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มุ่งปลูกฝังทักษะความรู้พื้นฐานทางการเงินแก่เยาวชนไทย ส่งเสริมให้เรื่องการวางแผนการเงินเป็นทักษะชีวิตที่เข้าถึงได้ทุกครอบครัว ครู และนักเรียนทั่วประเทศ โดยออกแบบเนื้อหาให้เข้าใจง่าย เหมาะกับวัยรุ่นยุคใหม่ พร้อมวางแผนบูรณาการหลักสูตรสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน

(ซ้าย) จรูญศรี แจบไธสง,ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช, พุทธวรรณ สุภัทรนันท์,โค้ชหนุ่ม – จักรพงษ์ เมษพันธุ์

หลักสูตรออนไลน์ Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น ริเริ่มและออกแบบโดย จักรพงษ์ เมษพันธุ์ หรือ “โค้ชหนุ่ม The Money Coach” โดยมี Sea (ประเทศไทย) ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนด้านการกระจายการเข้าถึงและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาให้นักเรียน ผู้ปกครอง และคุณครู ได้เรียนรู้และใช้เป็นเครื่องมือการเรียนการสอนเรื่องการเงินอย่างเป็นระบบ ให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจแนวคิดในการเริ่มต้นบริหารเงินและวางแผนการเงินเพื่ออนาคต โดยเนื้อหาครอบคลุม 8 หัวข้อ ได้แก่ การปรับมุมคิดเรื่องเงิน การใช้จ่ายอย่างมีสติ การวางแผนงบประมาณส่วนตัว การหารายได้ด้วยตนเอง การเก็บออมอย่างฉลาด การเริ่มต้นลงทุนง่าย ๆ ตั้งแต่วัยเรียน การรู้เท่าทันภัยทางการเงิน และการตั้งเป้าหมายชีวิต พิชิตเป้าหมายเงิน  

จักรพงษ์ เมษพันธุ์ หรือ “โค้ชหนุ่ม” The Money Coach

จักรพงษ์ เมษพันธุ์ หรือ “โค้ชหนุ่ม” The Money Coach กล่าวว่า “จากการให้คำปรึกษาทางการเงินแก่คนไทยตลอดหลายปี พบว่าปัญหาหลักยังวนเวียนอยู่กับเรื่องสภาพคล่องและภาระหนี้สิน ซึ่งสะท้อนการแก้ปัญหาแบบ ‘งานซ่อม’ ที่มุ่งแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาแล้ว แต่ไม่ช่วยให้ปัญหาจบสิ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางมาเน้น ‘งานสร้าง’ หรือการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่ยั่งยืนให้คนไทยตั้งแต่ต้น กระทั่งพัฒนาเป็นหลักสูตร ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’ เพื่อปลูกฝังความรู้ด้านการเงินให้กับเยาวชนในระดับมัธยม ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองและพร้อมเรียนรู้เรื่องเงินในแบบที่นำไปใช้ได้จริง หลักสูตร Money for Teen ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริง และเน้นให้ผู้เรียนมีเป้าหมายทางการเงินชัดเจน ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ 3C คือ เริ่มจาก กรณีศึกษา (Case) นำไปสู่การเรียนรู้ เนื้อหาหลัก (Content) และจบด้วย กิจกรรมหรือแบบทดสอบ (Challenge) เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจด้วยตนเอง เพราะหัวใจสำคัญของการเงินคือ ‘การตัดสินใจ'”

หลักสูตร “Money for Teen” เปิดให้เรียนฟรี ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.moneycoach.co.th ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน มีผู้เข้าเรียนแล้วมากกว่า 5,700 คน สะท้อนถึงความต้องการเรียนรู้เรื่องการเงินในหมู่เยาวชนไทย โดยในอนาคต หลักสูตรดังกล่าวยังจะสามารถเข้าถึงได้ผ่านแพลตฟอร์มwww.SeaAcademy.co ของ Sea (ประเทศไทย) เพื่อขยายการเข้าถึงในวงกว้างยิ่งขึ้น

พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความรู้ทางการเงินคือทักษะชีวิตที่เยาวชนควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินในอนาคต Sea (ประเทศไทย) จึงมุ่งมั่นส่งเสริมความรู้ด้านการเงินอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการและสื่อการเรียนรู้ที่เข้าถึงง่ายและเหมาะสม โดยที่ผ่านมา เราได้พัฒนาบอร์ดเกม ‘Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน’ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องการเงินผ่านเครื่องมือการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพอย่างบอร์ดเกม นำมาสู่การต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’ ร่วมกับ The Money Coach ซึ่งเป็นหลักสูตรด้านการเงินที่สนุก เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง ทั้งในห้องเรียนและในครอบครัว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และวางรากฐานการเงินที่มั่นคงให้กับเยาวชนไทย ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญของการสร้างสังคมที่เข้มแข็งในอนาคต

หลักสูตรนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้ในห้องเรียนสำหรับวัยรุ่น แต่ยังเป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างเยาวชนกับผู้ปกครองและคุณครู โดยผู้ปกครองและคุณครู  สามารถนำไปใช้สอนที่บ้านและที่โรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะปลูกฝังความรู้ความเข้าใจทางการเงินและทักษะชีวิตที่จำเป็นแก่เยาวชนเท่านั้น แต่ยังสร้างโอกาสสำคัญให้ครอบครัวได้เรียนรู้และพูดคุยเรื่องเงินกันอย่างเปิดใจ ขณะเดียวกัน โรงเรียนก็จะมีพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสารเรื่องการเงินอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนร่วมกัน”

บอร์ดเกม ‘Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน’

ภายในงานเปิดตัวหลักสูตร “Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น” ยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “การเงินสอนลูกได้ไม่ต้องรอ” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายภาคส่วนถึงแนวทางการส่งเสริมความรู้ทางการเงินในครอบครัว และการขยายหลักสูตรเข้าสู่สถานศึกษาทั่วประเทศ โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ โค้ชหนุ่ม – จักรพงษ์ เมษพันธุ์ The Money Coach  พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และ จรูญศรี แจบไธสง รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พร้อมแขกรับเชิญพิเศษอย่าง เบลล์ – ยุภาพร ฤทธิญาณ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง (คุณแม่น้องชูใจ) ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การสอนลูกเรื่องการเงินในชีวิตจริง

หลักสูตรการเงิน “Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น” ไม่เพียงช่วยส่งเสริมศักยภาพทางการเงินให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ แต่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างรากฐานที่มั่นคงและผลกระทบที่ดีต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเรียนหลักสูตรดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่เว็บไซต์ www.moneycoach.co.th และ www.SeaAcademy.co

ร้านภูฟ้าอัญเชิญพรพระราชทาน ‘ปีมะเมีย : ปีม้าน่ารัก’ เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าที่ระลึกภาพวาดฝีพระหัตถ์ รับปีใหม่ ๒๕๖๙

ร้านภูฟ้าอัญเชิญพรพระราชทาน ‘ปีมะเมีย : ปีม้าน่ารัก’ เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าที่ระลึกภาพวาดฝีพระหัตถ์ รับปีใหม่  ๒๕๖๙

ร้านภูฟ้าอัญเชิญพรพระราชทาน ‘ปีมะเมีย : ปีม้าน่ารัก’ เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าที่ระลึกภาพวาดฝีพระหัตถ์ รับปีใหม่ ๒๕๖๙

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ร้านภูฟ้า ในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อัญเชิญพรพระราชทาน และภาพวาดฝีพระหัตถ์ “ปีม้าน่ารัก” จัดทำบัตร ส.ค.ส. และคอลเลคชั่นสินค้าที่ระลึก “ปีมะเมีย : ปีม้าน่ารัก” เพื่อเป็นของขวัญอันเป็นสิริมงคล ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๙ 

โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพรปีใหม่ ทรงเน้นความสำคัญและประโยชน์ของม้าให้ได้ตระหนักกัน ดังนี้ ปีมะเมีย : ปีม้าน่ารัก  ปีมะเมียนี้หรือคือปีม้า มีประโยชน์นักหนาช่วยเราได้ เป็นพาหะช่วยเราไปไกลไกล เดินไม่ไหวมีม้าพาจรลี สภากาชาดทำฟาร์มม้ามานานครัน ทำเวชภัณฑ์เซรุ่มเป็นแหล่งที่ คนงูกัดกาชาดช่วยชีวี ม้าทุกตัวเราเลี้ยงดีจนแก่ชรา

ภาพวาดฝีพระหัตถ์ “ปีม้าน่ารัก” ที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ให้นำมาจัดทำสินค้าร้านภูฟ้าหลากหลายผลิตภัณฑ์ เป็นภาพม้าที่กำลังทำท่าเหยาะย่างอย่างสง่างาม หน้าตาแจ่มใส สื่อถึงความเป็นมิตรและพร้อมส่งความสุขให้กับชาวไทยทุกคน

สำหรับสินค้าไฮไลท์ของคอลเลคชั่น “ปีมะเมีย : ปีม้าน่ารัก” ได้แก่ เสื้อหลากหลายรูปแบบและสีสัน ประกอบด้วย เสื้อโปโล 10 สี เสื้อโปโลพิมพ์ลาย 6 สี เสื้อทีเชิ้ตคอกลมทรงหลวม 4 สี เสื้อทีเชิ้ตคอกลมทรงปกติ 4 สี โดยในปีนี้แบรนด์แฟชั่นไทยชั้นนำ GREYHOUND ได้ร่วมออกแบบคอลเลคชั่นเสื้อ และผลิตภัณฑ์ดีไซน์พิเศษ “ปีม้าน่ารัก” มาปักบนเสื้อโปโล และพิมพ์ลงบนสินค้าชนิดต่างๆ สร้างสรรค์เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เปี่ยมด้วยความหมายอันเป็นมงคล และเป็นประโยชน์สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน อาทิ สมุดบันทึก, ปากกา, กระบอกน้ำ, และถุงผ้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าเครื่องใช้อื่นๆ รวมถึงกระเป๋าหลากหลายรูปแบบที่แปรรูปจากผ้าปกาเกอะญอ (ฝีมือชาวกะเหรี่ยง) เหมาะสำหรับเลือกซื้อเป็นของขวัญให้แก่ตนเองและคนที่คุณรัก ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากร้านภูฟ้า คอลเลคชั่น “ปีมะเมีย : ปีม้าน่ารัก” ได้ที่ร้าน   ภูฟ้า 18 สาขา และช่องทางออนไลน์ที่ http://www.phufa.org/shop ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พิเศษ! เฉพาะร้าน ภูฟ้า สาขาสยามดิสคัฟเวอรี่, สาขาไอคอนสยาม หรือแอปพลิเคชั่น ONESIAM SuperApp จะได้รับสิทธิ์ในการรับของสมนาคุณเมื่อซื้อสินค้าครบกำหนดตามเงื่อนไข สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: PHUFA

ร้านภูฟ้า เป็นร้านที่จัดตั้งขึ้นในกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสนับสนุนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโครงการส่งเสริมอาชีพ ตามพระราชดำริฯ เป็นการสร้างวงจรการผลิตและการตลาดที่สมบูรณ์ จากการผลิตของชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารสู่กระบวนการทางการตลาดไปยังลูกค้าในเมืองเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีการจัดการคลังสินค้าที่เหมาะสมและมีแหล่งจำหน่ายประจำที่ถาวร โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็กและชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารและได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ให้แก่ร้านภูฟ้าเพื่อนำไปผลิตสินค้า ต่างๆ จำหน่าย โดยรายได้เหนือรายจ่ายของร้าน ทรงพระกรุณาพระราชทานเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาชาวบ้านรวมทั้งนักเรียนถิ่นห่างไกล เป็นจำนวนเงินมากกว่า 186 ล้านบาทในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา

ร้านภูฟ้าสาขาแรกที่เปิดดำเนินการคือ สาขาสยามดิสคัฟเวอรี ถนนพระราม 1 ต่อมาได้เปิดสาขาต่างๆ เพิ่มขึ้นโดยลำดับ ในปัจจุบันมีร้านภูฟ้าสาขาต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งร้านภูฟ้าผสมผสาน ที่ชั้น 4 สยามพารากอน ซึ่งเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ที่ผสมผสานศาสตร์ทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน

พานาโซนิค เติมฝันเยาวชน Gen Z ดึง 3 กูรูชื่อดัง แชร์ความรู้สร้างคอนเทนต์-ปั้นช่อง-ปักตะกร้า-สร้างรายได้

พานาโซนิค เติมฝันเยาวชน Gen Z ดึง 3 กูรูชื่อดัง แชร์ความรู้สร้างคอนเทนต์-ปั้นช่อง-ปักตะกร้า-สร้างรายได้

พานาโซนิค เติมฝันเยาวชน Gen Z ดึง 3 กูรูชื่อดัง แชร์ความรู้สร้างคอนเทนต์-ปั้นช่อง-ปักตะกร้า-สร้างรายได้

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พานาโซนิค เดินหน้าสานต่อโครงการพานาโซนิคแคร์ปีที่ 3 มอบถังขยะแยกประเภท เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนไทย พร้อมเพิ่มความเข้มข้นด้วยการจัดกิจกรรมร่วมกับทีม LUMIX Thailand กับน้อง ๆ โรงเรียนบ้านโนนสวรรค์ จังหวัดหนองคาย เพื่อถ่ายทอดความรู้และแรงบันดาลใจด้านการถ่ายภาพ การสร้างคอนเทนต์ให้เยาวชน Gen Z ได้เรียนรู้การใช้กล้องดิจิทัลและอุปกรณ์เสริมระดับมืออาชีพ ฝึกฝนทักษะการคิด–ถ่าย–เล่าเรื่องอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการสื่อสารผ่านภาพ และต่อยอดสู่การสร้างรายได้ในอนาคต

ห่าน–สิทธิพงษ์ กองทอง

กิจกรรมในครั้งนี้นอกเหนือจากความรู้เรื่องการแยกขยะอย่างถูกวิธีแล้ว ยังได้ 3 กูรูชื่อดังในวงการมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริง ห่าน–สิทธิพงษ์ กองทอง ผู้กำกับภาพจากซีรีส์และภาพยนตร์ไทย กับหัวข้อ “กำกับภาพให้เจ๋ง! ทำให้ดู” ถ่ายทอดเทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพ แสง และมู้ดโทน, ไบร์ท–ชนินทร์ ขวัญพฤกษ์ จากช่อง YouTube Asayhi Channel กับหัวข้อ “มือใหม่เริ่มใช้กล้อง Mirrorless ถ่าย Video Content” แนะนำพื้นฐานการถ่ายทำคลิปอย่างมืออาชีพ และ โย–โยชูวา สมารมย์ เจ้าของเพจ CreatorschoolThailand กับหัวข้อ “Solo Creator วิธีปั้นช่องหลักแสนและถ่ายคอนเทนต์ด้วยตัวคนเดียว” พร้อมกันนี้ยังได้ให้โจทย์น้องๆ สร้างสรรค์คอนเทนต์เกี่ยวกับการแยกขยะ ตั้งแต่การคิดและการถ่ายทำ ถ่ายทอดมุมมองในแบบและสไตล์ของตนเอง

ไบร์ท–ชนินทร์ ขวัญพฤกษ์

โย–โยชูวา สมารมย์

น้องอ๋อมแอ๋ม – นางสาวชัญญานุช มัชเรศ นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านโนนสวรรค์ จังหวัดหนองคาย เล่าว่า “หนูรู้สึกดีใจมากเลยค่ะที่ได้มาร่วมกิจกรรมของพานาโซนิค เพราะมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องการสร้างคอนเทนต์ ได้ลงมือถ่ายวิดีโอ และอีกกิจกรรมหนึ่งที่ชื่นชอบ คือ ความรู้เกี่ยวกับขยะแต่ละประเภท และการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ซึ่งเดิมถึงทีเข้าใจมาตลอดว่าขวดน้ำยาล้างห้องน้ำจัดเป็นขยะรีไซเคิล แต่แท้จริงแล้วจัดเป็นขยะอันตรายต้องทิ้งให้ถูกวิธี ซึ่งหนูเห็นขยะเหล่านี้ถูกทิ้งในชุมชนเยอะมาก จึงอยากนำความรู้ที่ได้รับในครั้งนี้ ไปจัดทำเป็นคลิปวิดีโอสนุก ๆ เพื่อให้ความรู้การแยกขยะที่ถูกวิธีให้แก่คนในชุมชน”

น้องอ๋อมแอ๋ม – นางสาวชัญญานุช มัชเรศ

น้องบิ๊กซี – เด็กชายพิชิต ชาญตระการ นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านโนนสวรรค์ จังหวัดหนองคาย เล่าว่า “ผมชอบเล่นฟุตบอลมากครับ และฝันว่าอยากมีช่อง YouTube สอนเตะฟุตบอลของตัวเอง พอได้มาเรียนรู้กับพี่ ๆ พานาโซนิควันนี้ ผมได้เทคนิคและไอเดียหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางมุมกล้อง การจัดแสง และการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ ทำให้รู้ว่าการทำคลิปไม่ได้ยากอย่างที่คิด ผมตั้งใจว่าจะนำสิ่งที่ได้กลับไปเริ่มปั้นช่องของตัวเอง ลองถ่ายคลิปสอนเทคนิคเล่นฟุตบอลลงในช่อง และหวังว่าสักวันหนึ่งช่องของผมจะมีคนติดตามมากขึ้น จนกลายเป็นช่องสอนฟุตบอลที่มีคนดูเยอะที่สุดในประเทศไทยครับ”

น้องบิ๊กซี – เด็กชายพิชิต ชาญตระการ

น้องอิ๋ว – เด็กหญิงอรวรา ข่าขอม นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านโนนสวรรค์ จังหวัดหนองคาย เล่าว่า “วันนี้หนูได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เยอะมากเลยค่ะ โดยเฉพาะการเล่าเรื่องและการทำคอนเทนต์ให้น่าสนใจ ไม่เคยคิดเลยว่าการถ่ายคลิปหรือการนำเสนอผ่านกล้องจะสนุกขนาดนี้ หลังจากนี้อยากลองเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปต่อยอดทำคลิปขายของทางออนไลน์ เช่น หัดไลฟ์ขายของแบบปักตะกร้าใน TikTok เพื่อฝึกพูด                    ฝึกนำเสนอสินค้า และสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว หนูดีใจและภูมิใจมากที่พานาโซนิคมีกิจกรรมแบบนี้มาให้พวกเราได้เรียนรู้และร่วมสนุก เพราะมันช่วยเปิดโลกและให้โอกาสเด็กต่างจังหวัดอย่างหนูได้ลองสิ่งใหม่ ที่ไม่เคยทำมาก่อน และอยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ต่อไปเพื่อให้เพื่อนโรงเรียนอื่นได้มีโอกาสเรียนรู้เหมือนพวกหนูค่ะ”

น้องอิ๋ว – เด็กหญิงอรวรา ข่าขอม

จานอาหารของคุณเปลี่ยนโลกได้ เทศกาลกินเจกับพลังแห่งความเมตตาและความยั่งยืน

จานอาหารของคุณเปลี่ยนโลกได้ เทศกาลกินเจกับพลังแห่งความเมตตาและความยั่งยืน

จานอาหารของคุณเปลี่ยนโลกได้ เทศกาลกินเจกับพลังแห่งความเมตตาและความยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดือนตุลาคม คือเดือนแห่งการเฉลิมฉลองสองเทศกาลที่มีความหมายตรงกันข้าม  ขณะที่ผู้คนทั่วโลกตื่นเต้นกับบรรยากาศของฮาโลวีนและเรื่องราวความสยองขวัญเหนือจินตนาการ ประเทศไทยกลับเปล่งประกายด้วยแสงแห่งความเมตตาผ่าน “เทศกาลกินเจ” เทศกาลแห่งการละเว้นจากเนื้อสัตว์ เพื่อชำระกายใจและระลึกถึงคุณค่าของชีวิตทุกชีวิต

การผสานแนวคิดระหว่างสองเทศกาลนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารเรื่อง “อาหารจากพืช” ได้อย่างทรงพลัง — ฮาโลวีนอาจเตือนให้เราระลึกถึง “ความสยองที่เราสร้างขึ้น” ในระบบอาหารที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของสัตว์ ขณะที่เทศกาลกินเจแสดงให้เห็นว่า “ความเมตตา” คือพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างแท้จริง เมื่อมนุษย์เลือกความกรุณาผ่านสิ่งที่กินในทุกวัน

เทศกาลกินเจมีต้นกำเนิดจากจังหวัดภูเก็ตเมื่อศตวรรษที่ 19 ก่อนจะกลายเป็นประเพณีที่ผู้คนทั่วประเทศร่วมปฏิบัติมายาวนาน แต่ในยุคปัจจุบัน เทศกาลนี้ได้กลายเป็นมากกว่าพิธีกรรมทางศาสนา – มันคือ ขบวนการวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืน ที่เชื่อมโยงความศรัทธาเข้ากับการดูแลโลกใบนี้อย่างงดงามทั่วประเทศ ธงสีเหลืองประดับตามถนน ร้านค้า และตลาด เต็มไปด้วยอาหารจากพืชหลากหลายชนิด ทั้งอร่อยและมีคุณค่า เทศกาลนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ “การกินเนื้อสัตว์น้อยลง” กลายเป็น “การให้มากขึ้น” ทั้งต่อสุขภาพ ชีวิตสัตว์ และสิ่งแวดล้อม

ทุกมื้ออาหารคือโอกาสในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

เราอาจมองว่าการเลือกอาหารเพียงจานเดียวเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อผู้คนหลายล้านคนตัดสินใจพร้อมกัน ผลลัพธ์นั้นยิ่งใหญ่กว่าที่คิดมาก เทศกาลกินเจเป็นตัวอย่างที่งดงามของพลังแห่งความเมตตา ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในวัดหรือศาลเจ้าเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในทุกครัวเรือน ทุกตลาด และทุกจานอาหารของคนไทย

“การเปลี่ยนมาบริโภคอาหารจากพืช ไม่เพียงลดการทรมานสัตว์ในระบบอุตสาหกรรม แต่ยังช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและปกป้องสุขภาพของเราเอง ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในทันที แค่เริ่มจากมื้อเล็กๆ ในแต่ละวัน ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโลกที่ดีกว่า” ศนีกานต์ รศมนตรี กรรมการผู้จัดการ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าว

รายงานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ชี้ว่า การปรับสู่ระบบอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 49% ขณะที่รายงานล่าสุดจากคณะกรรมาธิการ EAT-Lancet ยืนยันว่าการเปลี่ยนมาสู่ “อาหารเพื่อสุขภาพของโลก” (Planetary Health Diet) มนุษย์เกือบทุกคนบนโลกจะสามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพและวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมได้ภายในปี 2050

หากแนวทางนี้ถูกนำมาใช้ทั่วโลก จะสามารถเลี้ยงดูประชากรกว่า 9.6 พันล้านคนได้อย่างเท่าเทียมในปี 2050 พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบอาหารได้กว่าครึ่ง และอาจช่วยชีวิตผู้คนได้ถึง 15 ล้านคนต่อปี คิดเป็นมูลค่าความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ประโยชน์ของอาหารจากพืชยังขยายถึงสุขภาพโดยตรง งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารจากพืชเป็นหลักมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิดน้อยกว่า ขณะที่ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชช่วยลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และเพิ่มอายุขัย

ประเทศไทยเองมีพื้นฐานวัฒนธรรมอาหารที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่ผัดเต้าหู้ ต้มเห็ด ไปจนถึงข้าวราดแกงผักพื้นบ้าน ซึ่งล้วนเป็นอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าและสะท้อนความสมดุลของชีวิต เทศกาลกินเจจึงเป็นมากกว่าการถือศีล แต่คือการ “กลับคืนสู่ความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ” จึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศไทยได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศที่มีอาหารดีที่สุดในโลกปี 2025 จาก Condé Nast Traveler’s Readers’ Choice Awards

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังอาหารที่เรากินทุกวันยังมีอีกด้านที่ควรใส่ใจ อุตสาหกรรมปศุสัตว์ โดยเฉพาะการผลิตไข่ ยังคงเป็นพื้นที่ที่สัตว์จำนวนมากต้องอยู่ในกรงแคบไร้อิสรภาพ การยกระดับสวัสดิภาพสัตว์จึงไม่เพียงเป็นเรื่องของจริยธรรม แต่ยังเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงกับความปลอดภัยอาหาร สุขภาพของผู้บริโภค และความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของประเทศ

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล จึงมุ่งทำงานร่วมกับภาคธุรกิจไทยเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ปัจจุบันหลายบริษัทชั้นนำ เช่น Banyan Tree, Zen Group, Sukishi, Minor Food และ Minor Hotels ได้ประกาศใช้นโยบาย “ไข่ปลอดกรง” (cage-free eggs) แล้ว ขณะที่ ONYX Hospitality ใช้ไข่ปลอดกรงครบ 100% และ Best Western ปรับสัดส่วนเป็น 70% แล้ว

การส่งเสริมให้บริษัทใช้ไข่ปลอดกรง ยังช่วยให้ธุรกิจสอดคล้องกับแนวทาง ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) และเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว สะท้อนถึงแนวโน้มของภาคเอกชนไทยที่กำลังปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ปี 2567 มีบริษัทจดทะเบียนถึง 228 แห่ง ที่ได้รับการยอมรับจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้านความยั่งยืน เพิ่มขึ้นถึง 43% จากปีก่อน

ผู้บริโภคเองก็เป็นแรงผลักดันสำคัญ พวกเขาเริ่มตั้งคำถามมากขึ้น เรียกร้องความโปร่งใส และพร้อมจ่ายมากขึ้นเพื่อสินค้าที่รับผิดชอบต่อโลก นี่จึงไม่ใช่ อุปสรรค แต่คือ โอกาส ที่ภาคธุรกิจไทยจะลุกขึ้นเป็นผู้นำของการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืนในอนาคต

ทุกก้าวของความร่วมมือนี้ คือแรงกระเพื่อมสำคัญในห่วงโซ่อาหาร และเป็นตัวอย่างว่า การเลือกความเมตตาไม่ได้หยุดอยู่ที่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่สามารถขยายสู่ระดับธุรกิจและนโยบายได้จริง

ในเดือนแห่งความเมตตานี้ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ขอเชิญชวนทุกคนให้เริ่มต้นด้วยการเพิ่มอาหารจากพืชในแต่ละมื้อ เพราะ “ความเมตตา” ไม่จำเป็นต้องสิ้นสุดลงเมื่อเทศกาลผ่านไป — ทุกคำที่คุณกิน คือคำประกาศแห่งการเปลี่ยนแปลง และพลังจากจานอาหารของคุณ กำลังเปลี่ยนโลกอยู่จริง ทีละมื้อ

ร่วมสนับสนุนและติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจ https://www.facebook.com/sinergiaanimalthailand และ https://www.instagram.com/sinergiaanimalthai/?hl=en

คุณแหน : 25 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 25 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 25 ตุลาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • ในโอกาสที่ สถาบันพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ จัดงานวันครบรอบการก่อตั้ง 64 ปี ของสถาบันฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กุลปราณี ชาลีวงศ์ ผอ.สถาบันฯ ต้อนรับขับสู้แขกเต็มที่…
  • ขอแสดงความยินดีกับ น.พ.อาณัติ อุดมศักดิ์ ที่ได้รับเลือกให้เป็น บุคคลคุณภาพแห่งปี 2025 ในพิธีประกาศเกียรติคุณ จากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งมีการรับรางวัลไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ …
  • ยินดีด้วยอีกเรื่องกับ พล.ต.ต.วัสสา วัสสานนท์ ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่น คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร ซึ่งท่านได้เรียนในหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต เมื่อหลายปีก่อน…
  • ปลาบปลื้มไปด้วยกับ นุสบา – พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่ลูกชายสายหมอหล่อมากถึงมากที่สุด นพ.ปุณณ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เรียบร้อยแล้ว เมื่อ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา…และไปศึกษาเฉพาะทางที่ สหรัฐอเมริกา ในขณะนี้…
  • หลังเข้ารับตำแหน่งใหม่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานมาตรฐานท่าอากาศยานและการบิน บริษัทท่าอากาศยานไทย(ทอท.) เมื่อต้น ต.ค. ที่ผ่านมา …อีกบทบาทหนึ่งของ ชายน้อย-สัคคเดช ธนะรัชต์ ในฐานะศิษย์เก่าวชิราวุธวิทยาลัย(OV) และประธานรุ่น OV 57 จัด “งาน OVerload ! กตัญญู ฝังจิต มัน(ส์)ต้องมา” วันที่ 8 พ.ย.นี้ ที่สนามหน้าตึกเพชร 16.00 น.เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนน้องพี่ OV ที่รัก ทุกรุ่น ทุกท่าน มาร่วมสนุกสนานกับ นักร้อง-น้องพี่ที่รัก อาทิ The Palace พี่ปุ๊-อัญชลี , เป๊กกี้ ศรีธัญญา ฯลฯ รวมทั้งมี วงดนตรีสุนทราภรณ์ อีกต่างหาก และอื่นๆอีกมากมาย งานนี้ เต้นกันมัน(ส์)ระเบิดระเบ้อ แถมอิ่มจัง ตังค์อยู่ครบแน่นอน…ชายน้อย รับรองคุณภาพความสนุก…
  • ระหว่างนี้ ครอบครัวของ ศ.ดร.ปิยะวัติ-วารุณี บุญ-หลง ท่องเที่ยวอย่างสบายอารมณ์ที่ญี่ปุ่น…อบอุ่นใกล้ชิดสนิทแนบในบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี…
  • ดร.วิจารย์ สิมาฉายา อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ไปป๊ะกันโดยบังเอิญกับ รัชนี เอมะรุจิ อดีตรองอธิบดีฯพร้อมครอบครัว ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ฝ่ายแรกไปประชุมฯ ฝ่ายหลังไปเที่ยว ณ ที่เดียวกันคือ อุซเบกิสถาน…
  • คนไทยที่มาฝรั่งเศสประทับใจน้ำหอมของ ภัสสรี อุมะวิชนี ลูกสาวของ จุฑาทิพย์ เพื่อนเลิฟของ เฟื่องฉัตร บุญรัตน์ ราชินีรุ่น 62 ที่มาออกบู๊ทที่โน่น…เห็นมีคนมาชื่นชมใน FB ด้วยความชื่นชอบมิใช่น้อย…

บารอนเนส

‘found & found’ นำ 40 ผู้โชคดี บินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น–เกาหลี เยี่ยมชมพันธมิตรธุรกิจบิวตี้สโตร์ระดับโลก

‘found & found’ นำ 40 ผู้โชคดี บินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น–เกาหลี เยี่ยมชมพันธมิตรธุรกิจบิวตี้สโตร์ระดับโลก

‘found & found’ นำ 40 ผู้โชคดี บินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น–เกาหลี เยี่ยมชมพันธมิตรธุรกิจบิวตี้สโตร์ระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 22.34 น.

“found & found” ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์บิวตี้รีเทลยุคใหม่ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “found ช้อปฟิน IN JK” ฉลองครบรอบ 1 ปี ด้วยการพาผู้โชคดีจากแคมเปญบินลัดฟ้าไปเช็กอิน 2 เมืองแห่งอุตสาหกรรมความงามระดับโลก โตเกียว และโซล สัมผัสแรงบันดาลใจจากแหล่งกำเนิดเทรนด์บิวตี้ญี่ปุ่น–เกาหลี พร้อมเยี่ยมชมพันธมิตรทางธุรกิจ SUGI Holdings และ CJ Olive Young อย่างใกล้ชิด

กิจกรรม “found ช้อปฟิน IN JK” เปิดตัวตั้งแต่กลางปี 2568 และได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าอย่างอบอุ่นทั้งจากหน้าร้านกว่า 12 สาขา และช่องทางออนไลน์ ด้วยคอนเซ็ปต์ “บิวตี้เดสติเนชัน” สไตล์ญี่ปุ่น–เกาหลี รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 2 ล้านบาท โดยผู้โชคดี 40 ท่าน จากการจับรางวัลทั้ง 3 รอบรวม 20 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง) ซึ่งแบ่งเป็น ทริปเกาหลี 10 รางวัล และทริปญี่ปุ่น 10 รางวัล ได้ร่วมทริปเดินทางระหว่างวันที่ 15–20 ตุลาคม 2568 สัมผัสประสบการณ์การช้อปบิวตี้ไอเทมต้นฉบับถึงถิ่น พบเบื้องหลังความสำเร็จของสองประเทศผู้นำเทรนด์ความงามเอเชีย โดยมีพันธมิตรทางธุรกิจทั้ง SUGI Holdings และ CJ Olive Young ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เติมเต็มประสบการณ์ “เช็กอิน ช้อปฟิน” อย่างแท้จริง

สำหรับการเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น ทีม found & found และผู้โชคดีได้เยี่ยมชมร้าน Flagship ของ Sugi Pharmacy เชนร้านขายยาชั้นนำของญี่ปุ่นที่พัฒนาโมเดล “Health & Beauty Experience Store” นำเสนอสินค้าความงามและสุขภาพครบวงจรในพื้นที่เดียว โดยใช้เทคโนโลยีช่วยดูแลลูกค้าแบบ Personal Assistant ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ found & found ในการสร้าง “ประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เข้าใจผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน”

ส่วนทริปเกาหลีใต้ ประเทศหมุดหมายสำคัญของนักช้อปความงามทั่วเอเชีย ผู้โชคดีได้เข้าเยี่ยมชมร้าน Olive Young ผู้นำตลาดมัลติแบรนด์บิวตี้ที่มีสาขากว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ พร้อมแบรนด์ดัง อาทิ BIO HEAL BOH, BRING GREEN, WAKEMAKE และ ROUND A’ROUND ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้าง “วัฒนธรรมการช้อปความงาม” ที่ผสานเทคโนโลยีออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ทั้งระบบช้อปผ่านแอปพลิเคชัน การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคแบบเรียลไทม์ และการพัฒนา Exclusive Brand ที่ตอบโจทย์เทรนด์บิวตี้ยุคใหม่ของคนรุ่นใหม่

ณัฐพล ชูจิตารมย์ คือ กรรมการผู้จัดการของบริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด (ORHW) กล่าวว่า กิจกรรม ‘found ช้อปฟิน IN JK’ เป็นโอกาสที่เราต้องการส่งต่อประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า  ได้สัมผัสทั้งการเดินทาง อาหาร ที่พัก และการช้อปจากร้านค้าที่คัดสรรโดย found & found ซึ่งรวบรวมทั้ง      แบรนด์ใหม่มาแรง แบรนด์ยอดนิยมในกระแส และแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนาน ไฮไลต์ของทริปคือการเยี่ยมชมพันธมิตรธุรกิจระดับโลกอย่าง SUGI Holdings และ CJ Olive Young ที่ถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาโมเดลบิวตี้รีเทลของเราในอนาคต

การเดินทางครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการฉลองครบรอบ 1 ปีของแบรนด์ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของ found & found ในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) และต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากล เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งในมิติของคุณภาพ ความหลากหลาย และความคุ้มค่า พร้อมเตรียมขยายสาขา ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มบริการช้อปออนไลน์แบบครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัส “ของแท้จากญี่ปุ่น–เกาหลี” ได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคย พร้อมช้อปสินค้าใกล้บ้าน ราคาดีทุกวัน แบบไม่ต้องบิน ก็ฟินได้

-(016)

Ledger เปิดตัว ‘Ledger Nano™ Gen5 – Ledger Wallet™’ยกระดับความปลอดภัยสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก

Ledger เปิดตัว ‘Ledger Nano™ Gen5 - Ledger Wallet™’ยกระดับความปลอดภัยสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก

Ledger เปิดตัว ‘Ledger Nano™ Gen5 – Ledger Wallet™’ยกระดับความปลอดภัยสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.17 น.

Ledger™ ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล เปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ Ledger Nano™ Gen5 พร้อมรีแบรนด์แอปพลิเคชัน Ledger Live™ เป็น Ledger Wallet™ และเปิดตัวฟีเจอร์ Ledger Enterprise Multisig ในงาน Ledger Op3n ณ กรุงปารีส นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลและการพิสูจน์ตัวตนในโลกดิจิทัลยุคใหม่

Ledger Nano™ Gen5 ได้รับการออกแบบให้รองรับอนาคตของการยืนยันตัวตนและการทำธุรกรรมในระดับองค์กร รองรับการใช้ FIDO2 Passkey ในการเข้าสู่ระบบ หน้าจอสัมผัส E Ink® ประหยัดพลังงาน มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง Clear Signing และ Transaction Check รวมถึงการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth® และ NFC เพื่อให้ผู้ใช้สามารถลงนามธุรกรรมได้อย่างสะดวกทุกที่ทุกเวลา

อุปกรณ์ Ledger Nano™ Gen5 ได้รับการออกแบบโดย Tony Fadell ผู้สร้าง iPod® ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมบริหารของ Ledger และ Susan Kare ศิลปินและนักออกแบบกราฟิกระดับตำนาน Apple Macintosh® โดยมีชุด “Badge Icons” สำหรับปรับแต่งอุปกรณ์ให้สะท้อนตัวตนของผู้ใช้ เพิ่มความสนุกในการใช้งานโดยไม่ลดทอนความปลอดภัย

Pascal Gauthier ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ledger กล่าวว่า “Ledger Nano Series คืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยสินทรัพย์ดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ด้วยยอดขายหลายล้านเครื่องทั่วโลกและไม่เคยถูกแฮ็กแม้แต่ครั้งเดียว รุ่น Gen5 ได้รับการออกแบบให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล และมอบประสบการณ์ที่ปลอดภัยในราคาที่เข้าถึงได้”

ขณะเดียวกัน Ledger ปรับภาพลักษณ์ใหม่ โดยเปลี่ยนชื่ออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยจาก “ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Hardware Wallet)” เป็น “อุปกรณ์ลงนาม Ledger (Ledger Signer)” สะท้อนบทบาทที่ก้าวข้ามจากการเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล สู่การปกป้องทั้งธุรกรรมและอัตลักษณ์ดิจิทัลในยุคที่ AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยอุปกรณ์ลงนาม Ledger ยังคงทำงานร่วมกับแอป Ledger Wallet™ (ชื่อเดิม Ledger Live™) ช่วยให้ผู้ใช้ทั่วโลกสามารถจัดการและปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัล เชื่อมต่อกับบริการ Web3 และควบคุมอนาคตทางการเงินของตนเองได้อย่างมั่นใจ

สำหรับแอปพลิเคชัน Ledger Wallet™ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศ ให้ Ledger เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ลงนามได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย รองรับการซื้อ–ขาย–รับ–สวอป ด้วยความเร็วและเสถียรภาพที่สูง พร้อมฟีเจอร์ใหม่เช่น การเชื่อมต่อกับ dApp ยอดนิยมอย่าง 1inch และการรองรับบัญชี Noah สำหรับแปลงเงินสดเป็นสเตเบิลคอยน์ (USDC) โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Ledger ในการยกระดับประสบการณ์การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลให้ปลอดภัย คล่องตัว และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้อย่างแท้จริง

Ian Rogers หัวหน้าฝ่ายประสบการณ์ลูกค้า (CXO) ของ Ledger กล่าวว่า “Ledger ถูกสร้างขึ้นเพื่อผู้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างแท้จริง ตลอด 11 ปี ที่ผ่านมา Ledger ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันต่อโลกคริปโต ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ Ledger กับสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ เพื่อซื้อ สวอป รับ ใช้จ่าย และจัดการโทเคนกว่า 100 สกุลได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ Ledger ยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Ledger Enterprise Multisig ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับองค์กรด้วยการรองรับระบบ Proof of Authority และฟีเจอร์ Clear Signing ที่ตรวจสอบการอนุมัติธุรกรรมโดยตรงบนอุปกรณ์ลงนาม ลดความเสี่ยงด้านความคลาดเคลื่อนและการโจมตีทางดิจิทัล เพิ่มความยืดหยุ่นและความโปร่งใสในการบริหารสินทรัพย์ ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ผ่านการเข้ารหัสขั้นสูง มอบความมั่นใจสูงสุดให้แก่สถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐ และธุรกิจคริปโต ทั่วโลก

อุปกรณ์ Ledger Nano™ Gen5, แอป Ledger Wallet™ และ Ledger Enterprise Multisig ผ่านการทดสอบ Donjon ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเชิงเทคนิคของ Ledger และได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก ปัจจุบันวางจำหน่ายแล้วทั่วโลก โดยขึ้นอยู่กับการรับรองผลิตภัณฑ์ในแต่ละประเทศ

สนใจผลิตภัณฑ์สามารถดูได้ที่ http://www.Ledger.com และสำหรับประเทศไทยจะวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ที่ Dot Life (.Life) สาขา พารากอน สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, Tech House by Dotlife, King Power และ B2S เมกาบางนา รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ Bitkub Academy, NocNoc, Lazada: Ledger LazMall, Shopee: Ledger by RTB, เว็บไซต์ของบริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด และพาร์ทเนอร์ออนไลน์ที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศ

‘Creator Week Macao 2025’ รวมพลังครีเอเตอร์ระดับโลก ปักหมุดมาเก๊าเป็นศูนย์กลางครีเอทีฟแห่งเอเชีย

‘Creator Week Macao 2025’ รวมพลังครีเอเตอร์ระดับโลก ปักหมุดมาเก๊าเป็นศูนย์กลางครีเอทีฟแห่งเอเชีย

‘Creator Week Macao 2025’ รวมพลังครีเอเตอร์ระดับโลก ปักหมุดมาเก๊าเป็นศูนย์กลางครีเอทีฟแห่งเอเชีย

วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.52 น.

มาเก๊า เตรียมต้อนรับงานสุดยิ่งใหญ่ “CreatorWeek Macao 2025” ระหว่างวันที่ 24 – 28 ตุลาคม นี้ นับเป็นงานระดับนานาชาติที่รวมเหล่า ‘ครีเอเตอร์ชื่อดังจากทั่วโลกและจีนแผ่นดินใหญ่’ รวมถึงผู้นำวงการโซเชียลมีเดียและแขกรับเชิญระดับเซเลบริตี เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ และยกระดับภาพลักษณ์ของมาเก๊าให้กลายเป็น “เมืองแห่งแรงบันดาลใจ” สำหรับคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ซึ่งงานนี้จัดขึ้นโดย สำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) ร่วมกับบริษัทผลิตสื่อระดับนานาชาติ Branded ที่เคยสร้างชื่อจากการจัดงาน CreatorWeek Singapore 2024 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม 

นางมาเรีย เฮเลน่า เดอ เซนน่า เฟอร์นานเดซ ผู้ว่าการสำนักงานท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการถ่ายทอดเสน่ห์เฉพาะตัวของมาเก๊าและความหลากหลายทางวัฒนธรรมสู่สายตาชาวโลก พร้อมเติมพลังสร้างสรรค์ให้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเมือง “CreatorWeek Macao 2025 จะเป็นเวทีที่ผสานโลกของครีเอเตอร์และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และผลักดันภาพลักษณ์ของมาเก๊าในฐานะเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์” 

ด้าน นายแจสเปอร์ โดแนต (Jasper Donat) ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Branded เผยว่า CreatorWeek Macao 2025 จะเป็นเวทีระดับโลกของเหล่าครีเอเตอร์ ที่จะมาร่วมแบ่งปันแนวคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจข้ามพรมแดน ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 250 กลุ่ม ซึ่งจะประกอบด้วย ครีเอเตอร์ 180 กลุ่ม จากทั่วโลกและจีนแผ่นดินใหญ่ รวมไปถึงวิทยากรรับเชิญกว่า 50 คน และการแสดงสดให้ได้ชมกว่า 20 ชุด

กรมการท่องเที่ยว จัด Roadshow 4 ภาค เตรียมตัวผู้ประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน เข้าสู่มาตรฐานสากล ‘Thailand Good Travel’ และ Top 100 Green Destinations

กรมการท่องเที่ยว จัด Roadshow 4 ภาค เตรียมตัวผู้ประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน เข้าสู่มาตรฐานสากล ‘Thailand Good Travel’ และ Top 100 Green Destinations

กรมการท่องเที่ยว จัด Roadshow 4 ภาค เตรียมตัวผู้ประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน เข้าสู่มาตรฐานสากล ‘Thailand Good Travel’ และ Top 100 Green Destinations

วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล จัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Roadshow) ภายใต้โครงการ Thailand Green Tourism Plan 2030 ในแนวคิด “Road to Global Sustainable Standards” หรือเส้นทางสู่มาตรฐานสากลแห่งความยั่งยืน เพื่อเตรียมผู้ประกอบการด้านสถานประกอบการที่พักขนาดเล็ก ธุรกิจนำเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว และชุมชนท่องเที่ยว ให้พร้อมเข้าสู่กระบวนการประเมินรับตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel และร่วมประกวด Top 100 Green Destinations บนเวทีโลก

ตลอดช่วงที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการอบรม “Thailand Green Coach” เพื่อสร้างทีม “พี่เลี้ยง” ผู้ เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึก ษา แนะนำ และประเมินศักยภาพสถานประกอบการ ชุมชน ที่พักขนาดเล็ก และบริษัทนำเที่ยว ให้มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับเกณฑ์มาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมามีผู้สมัครเข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 750 คน และผ่านการทดสอบเป็น Junior Coach รุ่นที่ 1 จำนวน 222 คน และมีการคัดเลือกเหลือเพียง 123 คน ที่จะได้เข้าร่วมอบรมอย่างเข้มข้น โดยโค้ชเหล่านี้จะจับมือกับ ผู้ประกอบการและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมเตรียมเข้าสู่กระบวนการประเมินเพื่อให้ได้มาซึ่งมาตรฐานการรับรอง และต่อยอดสู่การประกวดระดับโลก

การอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Roadshow) นี้ ถูกจัดขึ้นเพื่อรองรับ ผู้ประกอบการและแหล่งท่องเที่ยว ทั่วประเทศ โดยครอบคลุม 4 จัง หวัด ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ นครศรีธรรมราช (ภาคใต้) นครราชสีมา (ภาคอีสาน)  เพชรบุรี (ภาคกลาง) และ เชียงใหม่ (ภาคเหนือ) ทั้งนี้ จังหวัดแรกของการจัดกิจกรรมเริ่มต้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี ผู้ประกอบการด้านสถานประกอบการที่พักขนาดเล็ก ธุรกิจนำเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวและชุมชนท่องเที่ยว ตลอดจนทีมโค้ช ผู้เชี่ยวชาญ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก มาร่วมกันแสดงความพร้อมในการยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล โดยได้รับเกียรติจาก ณัฏฐิรา แพงคุณ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

ณัฏฐิรา แพงคุณ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า “การจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันมาตรฐานความยั่งยืนของภาคการท่องเที่ยวไทย เราตระหนักดีว่ากฎหมายด้านความยั่งยืนจากสหภาพยุโรปและมาตรฐานสากลต่าง ๆ กำลังเข้ามามีบท บาทต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นมิติสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลธุรกิจ ดังนั้น ภารกิจเร่งด่วน ของเราคือการสร้างความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมให้ทันกับกฎเกณฑ์เหล่านี้ ไม่เพียงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ แต่เพื่อสร้าง ศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว กรมการท่องเที่ยวจึงได้พัฒนา ตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel ขึ้นมาในฐานะเครื่องมือสำคัญที่ยืนยันความพร้อมของผู้ประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวไทย โดยมีมาตรฐานที่สอดคล้องกับหลักสากล และสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าและนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าอย่างจริงจังบนเส้นทางแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน”

ภายในงานมีความเข้มข้นและหลากหลาย อาทิ การบรรยายหัวข้อ ความสำคัญของตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel ในฐานะ “ใบเบิกทาง” สู่ตลาดสากล การ Coaching โดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์และให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ ผู้ประกอบการและแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรม Workshop กลุ่มย่อย และการทำความคุ้นเคยกับ Standard & Coaching System ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับการราย งานด้านความยั่งยืน ที่ผู้เข้าร่วมจะต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดของธุรกิจและแนบหลักฐานประกอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนต่าง ๆ เช่น แผนการพัฒนา การจัดการทรัพยากร และการอนุรักษ์ธรรมชาติ ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การประเมินมีความชัดเจน ตรวจสอบได้ แต่ยังเป็นฐานข้อมูลที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเพื่อวัดผลความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการไทยในด้านความยั่งยืน และเป็นจุดเริ่มต้นสู่การรับรอง Thailand Good Travel และก้าวต่อไปสู่การประกวด Top 100 Green Destinations/ Good Travel Stories Competition ในอนาคต

การจัด Roadshow ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ถือว่าประสบความสำเร็จและบรรลุผลตามเป้าหมายอย่างชัดเจน ด้วยจำนวน ผู้ประกอบการและแหล่งท่องเที่ยว ที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก และแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าสู่กระบวน การรับรองมาตรฐาน Thailand Good Travel แรงขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงการตื่นตัวของผู้ประกอบการไทยต่อเกณฑ์ความยั่งยืนในระดับสากล แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่พร้อมก้าวสู่มาตรฐานใหม่ของโลก และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนต่อไป

ณัฏฐิรา แพงคุณ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว

ณัฏฐิรา แพงคุณ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว

เริ่มแล้ว !! Bangkok Illustration Fair 2025 อีเวนต์ใหญ่รวมศิลปินนักวาดไทยและนักสร้างสรรค์แห่งปี

เริ่มแล้ว !! Bangkok Illustration Fair 2025  อีเวนต์ใหญ่รวมศิลปินนักวาดไทยและนักสร้างสรรค์แห่งปี

เริ่มแล้ว !! Bangkok Illustration Fair 2025 อีเวนต์ใหญ่รวมศิลปินนักวาดไทยและนักสร้างสรรค์แห่งปี

วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Bangkok Illustration Fair 2025 (BKKIF 2025) อีเวนต์ใหญ่ที่ศิลปินนักวาดไทยและนักสร้างสรรค์ จากทุกวงการทั่วโลกให้ความสนใจพร้อมสร้างแรงบันดาลใจและการต่อยอดให้กับนักวาดไทยให้เติบโตในระดับนานาชาติ  ปีนี้มาพร้อมกับ BKKIF Artist 2025 จำนวนทั้งสิ้น 200 ราย รวมกับศิลปินที่ได้ Popular Vote จากผู้ชมงานปีที่แล้วอีก 1 ราย และ Guest Artist ทั้ง 6 รายที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะมีทั้งความหลากหลาย ของผลงานและรูปแบบการนำเสนอผลงานที่แตกต่าง ได้แก่ NOMA, เด็กชาย สกิล-ปณัฐฑรณ์ ฟักทอง, พล หุยประเสริฐ, Urban Sketchers Thailand, WHOSMing และ THE DUANG

ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนศิลปินและเนื้อหาเกี่ยวกับงานแฟร์ระดับนานาชาติมาจัดแสดงในโซน International Alliance โดยความร่วมมือกับพันธมิตรรวม 8 ราย จาก 7 ประเทศ ได้แก่ Bologna Children’s Book Fair ประเทศอิตาลี, Kuala Lumpur Illustration Fair (KLIF) ประเทศมาเลเซีย, Illustration Taipei (IT) ประเทศไต้หวัน, Organisation of Illustrators Council (OIC) ผู้จัด Illustraiton Art Festival (IAF) ประเทศสิงคโปร์, Illustration Korea (IK) สาธารณรัฐเกาหลี, Jakarta Illustration & Creative Arts Fair (JICAF) ประเทศอินโดนีเซีย, Hong Kong Illustration and Creative Show (HKICS) เขตบริหารพิเศษ ฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และ GAF Illustration Art Festival จากสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายให้ผู้ชมที่รักและชื่นชอบในงานศิลปะและภาพวาด ได้ชมและมีส่วนร่วม ใน BKKIF 2025

Bangkok Illustration Fair 2025 จัดขึ้นในวันที่ 23-26 ตุลาคม 2568 ณ centralwOrld PULSE ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เวลา 11.00 – 21.00 น. บัตรเข้างาน One Day Pass เข้างานได้ 1 วัน วันใดก็ได้ ราคา 150 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้ว) ซื้อบัตรได้ที่ Eventpop เช่นเคย! https://www.eventpop.me/s/bkkif2025