SARRAN เปิดตัว ‘Oriental Blue’ คอลเลกชั่น Art to Wear แรงบันดาลใจจากเครื่องกระเบื้องลายครามสู่เครื่องประดับร่วมสมัย

SARRAN เปิดตัว ‘Oriental Blue’ คอลเลกชั่น Art to Wear  แรงบันดาลใจจากเครื่องกระเบื้องลายครามสู่เครื่องประดับร่วมสมัย

SARRAN เปิดตัว ‘Oriental Blue’ คอลเลกชั่น Art to Wear แรงบันดาลใจจากเครื่องกระเบื้องลายครามสู่เครื่องประดับร่วมสมัย

วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดีไซน์เนอร์ชาวไทยผู้สร้างสรรค์ผลงานให้เหล่าไอคอนชื่อดังทั่วโลกอย่าง ศรัณญ อยู่คงดี  จัดงานแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชั่น Art to Wear ชุดใหม่กับ “Oriental Blue” by SARRAN ที่นำเอาเครื่องกระเบื้องลายครามมาผสมผสานกับดอกพุดตานที่ถูกตีความเป็นลวดลายไทย และพัฒนาขึ้นมาเป็นศิลปะ ​​ณ Suriyasai Content Bar โดยในงานนี้ก็ได้รับเกียรติจากบ้านสุริยาศัย ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก และเหล่าเซเลบริตี้มากมาย  มาร่วมเป็นเกียรติในงาน อาทิ  แซม ไพศาล อ่าวสถาพร จาก บ้านสุริยาศัย และ Suriyasai Content Bar, โทบี้ ลู จาก River City Bangkok พร้อมแสดงความยินดีกับการเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่สุดยิ่งใหญ่ของ SARRAN

ศรัณญ อยู่คงดี  

“Oriental Blue” ได้ตีความใหม่ของความผูกพันระหว่างธรรมชาติ ศิลปะ และความเชื่อ ผ่านการใช้ เซรามิกสีน้ำเงิน–ขาว ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นภาชนะล้ำค่าในอดีต หลอมรวมเข้ากับเฉด Midnight Blue (Siam รัตติกาล) ของเครื่องเคลือบลายคราม กลายเป็นเครื่องประดับร่วมสมัยที่ไม่เพียงสะท้อนความงาม หากยังบรรจุปรัชญาแห่ง “การซ่อมแซม” หรือ “Kintsugi” ไว้ในตัวโดย ศรัณญ ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจของการสร้างสรรค์คอลเลกชั่นว่า  เริ่มต้นจากลวดลายกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงิน–ขาวที่ประดับอยู่บนฐานพระปรางค์วัดอรุณ ศิลปกรรมที่ผสานศรัทธาและความงามทางสถาปัตยกรรมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อแสงย่ำค่ำทอดผ่านฟ้าเป็นเฉดน้ำเงินเข้ม เงาสะท้อนเหล่านั้นไหลรินลงบนผิวน้ำเจ้าพระยา กลายเป็นช่วงเวลาอันลึกลับ สงบ และไปด้วยเปี่ยมพลัง

แซม ไพศาล อ่าวสถาพร 

คอลเลกชั่น Oriental Blue คือการตีความใหม่ของความผูกพันระหว่างธรรมชาติ ศิลปะ และความเชื่อ ผ่านการใช้ เซรามิกสีน้ำเงิน–ขาว ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นภาชนะล้ำค่าในอดีต หลอมรวมเข้ากับเฉด Midnight Blue (Siam รัตติกาล) ของเครื่องเคลือบลายคราม กลายเป็นเครื่องประดับร่วมสมัยที่ไม่เพียงสะท้อนความงาม หากยังบรรจุ “ปัญญาแห่งการซ่อมแซม” ไว้ในตัว เตือนให้เราตระหนักว่าแม้เราจะเปราะบางและแตกหัก แต่ทุกเศษเสี้ยวคือประวัติศาสตร์ที่ประกอบร่างขึ้นเป็น “เรา” ในปัจจุบัน

คอลเลกชั่น “Oriental Blue”  วางจำหน่ายแล้วที่ SARRAN Life Studio & Flagship Store ชั้น 1 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

โทบี้ ลู 

นีเวีย จับมือ มูลนิธิเด็กโสสะฯ สานต่อพันธกิจ NIVEA CONNECT สร้างพลังใจ สังคม ทักษะชีวิต แก่เด็กและเยาวชน ต่อสู้ความโดดเดี่ยว

นีเวีย จับมือ มูลนิธิเด็กโสสะฯ สานต่อพันธกิจ NIVEA CONNECT  สร้างพลังใจ สังคม ทักษะชีวิต แก่เด็กและเยาวชน ต่อสู้ความโดดเดี่ยว

นีเวีย จับมือ มูลนิธิเด็กโสสะฯ สานต่อพันธกิจ NIVEA CONNECT สร้างพลังใจ สังคม ทักษะชีวิต แก่เด็กและเยาวชน ต่อสู้ความโดดเดี่ยว

วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นีเวีย สานต่อโครงการ NIVEA CONNECT พันธกิจที่ทำในอีกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ต่อยอดจากงานวิจัย NIVEA CONNECT Compass ที่เปิดเผยข้อมูล “ความเหงา” ในมิติใหม่ของสังคมไทย โดยพบว่าผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะวัยรุ่นแม้จะใช้ชีวิตท่ามกลางผู้คนและเทคโนโลยีที่สามาถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลา แต่กลับรู้สึกขาดการเชื่อมโยงทางอารมณ์กับผู้อื่นอย่างแท้จริง งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างสังคมที่อบอุ่นและเอื้อเฟื้อ ซึ่งการ “ดูแลกันและกัน” (Care) สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ซึ่งนับว่าเป็นการเชื่อมโยงที่ทรงพลังและลึกซึ้งของมนุษย์

นีเวีย นำข้อมูลเชิงลึกจากการศึกษาดังกล่าว มาพัฒนาสู่การสร้าง “สังคมแห่งการดูแล” ผ่านโครงการ “NIVEA CONNECT” ที่มุ่งเน้นให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของความสัมพันธ์ที่มีความหมาย เข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมที่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริง สำหรับในประเทศไทย นีเวียร่วมกับ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ (SOS Children’s Villages Thailand) เปิดตัวโครงการ  “NIVEA CONNECT” ตอกย้ำการมีอยู่ของแบรนด์ที่ให้การดูแลที่มากกว่าผิวพรรณ (Care Beyond Skin) สู่การลงมือทำจริง เพื่อส่งต่อพลังแห่งการดูแลจากหัวใจ สู่เด็กและเยาวชนผู้ขาดโอกาส ให้เติบโตท่ามกลางความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และความรักที่โอบอุ้มจากสังคมรอบตัว

สถิรวรรณ เอี่ยมอ่อง

นีเวีย x SOS Children’s Villages Thailand: พันธกิจเพื่อการดูแลที่มากกว่าผิวพรรณ

ความร่วมมือระหว่างนีเวียและมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้โครงการ “NIVEA CONNECT” มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่ขาดการดูแลจากพ่อแม่ได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับผู้คนรอบข้าง โดยเน้นการเสริมสร้างพลังให้เด็กและเยาวชนทั้งทางอารมณ์ สังคม และทักษะชีวิต เพื่อป้องกันปัญหาความเหงา ความโดดเดี่ยว และการขาดการเชื่อมโยงทางสังคม โครงการนี้ดำเนินงานภายใต้ สามเสาเรื่องหลัก (Three Pillars) เพื่อมุ่งเน้นให้เด็กๆ เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ (1) การให้ความรู้และการอบรมด้านการดูแลตนเอง สุขภาพจิต และทักษะชีวิตสำหรับทั้งเด็กและผู้ดูแล (2) การสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน SOS ให้เป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน ส่งเสริมกิจกรรมกีฬา ดนตรี และกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ เพื่อให้เด็กๆ ได้ใช้เวลาร่วมกัน (3) สนับสนุนการเลี้ยงดูในระยะยาวและการศึกษาจนกระทั่งสามารถใช้ชีวิตอิสระได้และพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงทางจิตใจ

กิจกรรม NIVEA CONNECT กับบ้านเด็กโสสะทั้ง 5 หมู่บ้านทั่วประเทศไทย

กิจกรรม “NIVEA CONNECT” จัดขึ้นในทั้ง 5 หมู่บ้านของมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ได้แก่ สมุทรปราการ หนองคาย เชียงราย หาดใหญ่ และภูเก็ต เป็นกิจกรรมที่ออกแบบเพื่อเด็กๆ โดยเฉพาะ โดยมุ่งสร้างความมั่นใจในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับผู้อื่นให้กับเด็กและเยาวชน  มีกิจกรรมให้ได้เรียนรู้การเข้าใจตนเอง พร้อมให้เทคนิคการสื่อสารเชิงบวก ผ่านสามกิจกรรมหลัก ได้แก่ความรู้เรื่องผิวพรรณโดยแพทย์ผิวหนัง โดย นีเวียเชิญแพทย์ผิวหนังมาให้ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในวัยรุ่น และการดูแลผิวพรรณอย่างถูกวิธี ทำให้สามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องเพื่อการเชื่อมโยงกับผู้คนและการเข้าสังคมได้อย่างมั่นใจ

รู้จักตนเองและฝึกทักษะการสื่อสาร กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เยาวชน ได้ทำความเข้าใจอารมณ์ของตนเอง เช่น ความเหงา ความโดดเดี่ยว และการรับมือกับอารมณ์เหล่านี้ พร้อมเรียนรู้การสื่อสาร การฟัง และการให้กำลังใจผู้อื่น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและยั่งยืนในชุมชน

เรียนรู้การเป็นผู้ให้ วันแห่งการเป็น “ผู้ให้” โดยเยาวชนจะได้เรียนรู้การส่งต่อความห่วงใยผ่านกิจกรรมเยี่ยมบ้านพักคนชรา ฝึกพูดคุยกับคนแปลกหน้า การให้กำลังใจ และการแสดงออกทางบวก ปิดท้ายด้วยการมอบการ์ดทำมือให้ผู้สูงอายุ เป็นช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งและความผูกพันระหว่างรุ่น

สถิรวรรณ เอี่ยมอ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์นีเวีย ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นีเวีย เชื่อว่า ความสัมพันธ์ที่มีความหมายคือการเชื่อมโยงที่มีพลังและลึกซึ้งที่สุดของมนุษย์ การต่อสู้กับความเหงาและโดดเดี่ยว ไม่ใช่แค่การเห็นหน้ากัน หรือการออกมาเจอกันเท่านั้น แต่เราต้องมีความเข้าอกเข้าใจ เห็นใจกัน ซึ่งจะทำให้การเชื่อมโยงนั้นมีความหมาย และสามารถทำลายกำแพงแห่งความโดดเดี่ยวลงได้  และสิ่งนี้จะเป็นพลังที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืน

“การจัดกิจกรรม NIVEA CONNECT ให้กับหมู่บ้านเด็กโสสะทั้ง 5 หมู่บ้าน คือ อีกหนึ่งตัวอย่างของการนำแนวคิดดังกล่าวมาสู่การลงมือทำจริง ผ่านความร่วมมือกับ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสได้รับทั้งความรู้ ความเข้าใจในตนเอง และพลังใจที่จะเติบโตอย่างมั่นคง เราอยากให้เด็กๆ เห็นคุณค่าในตัวเอง มีความมั่นใจการเชื่อมโยง และรู้จักส่งต่อความห่วงใยให้กับผู้อื่น เพราะสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานของการสร้างสังคมที่อบอุ่นและเกื้อกูลกัน นีเวียจะยังคงมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพันธกิจแห่งการดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงผ่านผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลผิว แต่ยังรวมถึงการสร้างกิจกรรมและความร่วมมือที่ส่งผลเชิงบวกต่อผู้คนและชุมชนในระยะยาว เพื่อให้ ‘การดูแล’ กลายเป็นพลังที่สัมผัสได้ในทุกช่วงชีวิตของผู้คน”

การเดินหน้าของโครงการ NIVEA CONNECT อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ  นีเวียในการเป็นมากกว่าแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แต่คือ “พันธมิตรแห่งการดูแล” ที่อยู่เคียงข้างผู้คนในทุกช่วงชีวิต ทั้งในมิติของการดูแลตนเองและการดูแลสังคมรอบข้าง นีเวียจะยังคงสานต่อเจตนารมณ์นี้ด้วยการขยายพลังแห่ง “การเชื่อมโยงกันที่มีความหมาย” ไปสู่กิจกรรมและความร่วมมือรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้าง “สังคมแห่งการดูแล” ที่อบอุ่น เกื้อกูล และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

‘โอลิเวีย’ มิสโกตดิวัวร์ 2025 เรียนรำไทยกับ ‘มานิตา’ ต้อนรับเทศกาลลอยกระทง

‘โอลิเวีย’ มิสโกตดิวัวร์ 2025 เรียนรำไทยกับ ‘มานิตา’ ต้อนรับเทศกาลลอยกระทง

‘โอลิเวีย’ มิสโกตดิวัวร์ 2025 เรียนรำไทยกับ ‘มานิตา’ ต้อนรับเทศกาลลอยกระทง

วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“โอลิเวีย ยาเซ่” (Olivia Yacé) มิสยูนิเวิร์สโกตดิวัวร์ 2025 สาวงามผู้เป็นตัวแทนแห่งความงามจากทวีปแอฟริกา เดินทางถึงประเทศไทยเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมประกวด Miss Universe 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ระหว่างเตรียมตัวเข้ากองประกวดเพื่อเก็บตัวในประเทศไทย “โอลิเวีย” ได้เข้าร่วมกิจกรรมสุดพิเศษกับ “มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์” นางสาวไทยประจำปี 2565 สอนคลาสเรียน “รำไทย” ศิลปะการแสดงอันทรงคุณค่าของชาติไทย ที่สะท้อนความอ่อนช้อย สง่างาม และเปี่ยมด้วยวัฒนธรรม

บรรยากาศภายในคลาสเต็มไปด้วยความประทับใจ “โอลิเวีย” โชว์ลีลารำไทยได้อย่างงดงาม แม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสศิลปะการแสดงไทย แต่เธอกลับเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและถ่ายทอดท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยความตั้งใจ จน “มานิตา” ต้องชื่นชมในความพยายามและเสน่ห์ของสาวงามจากโกตดิวัวร์

 “การได้เรียนรำไทยเป็นประสบการณ์ที่งดงามมากสำหรับฉัน มันไม่ใช่แค่การเรียนรู้ท่าทาง แต่ยังเป็นการเข้าใจจิตวิญญาณของความอ่อนโยนและความเคารพในวัฒนธรรมของไทย” โอลิเวีย กล่าวอย่างซาบซึ้ง หลังเสร็จสิ้นคลาสเรียน

.กิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่งดงาม ภายใต้แนวคิด “ความงามไร้พรมแดน” ที่เวที Miss Universe มุ่งส่งเสริม และยังเป็นการตอกย้ำพลังของ Soft Power ไทย ที่สามารถเชื่อมโยงหัวใจของผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติผ่านศิลปะและวัฒนธรรม

ติดตามความเคลื่อนไหวของ “โอลิเวีย ยาเซ่” ได้ทาง TikTok: oliviayace ,Facebook: Olivia Yacé ,Instagram: olivia.yace

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll เพื่อนๆชาว Digital CEO#7 ร่วมยินดีกับ อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต  ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ว่าที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ.. ll ยินดีกับ ธ.ก.ส. ที่คว้ารางวัลสุดยอดองค์กรแห่งความเป็นเลิศระดับโลก Global Performance Excellence Award 2025 ระดับสูงสุด World Class จาก องค์กรคุณภาพแห่งเอเชียแปซิฟิก (APQO)..

ll ส่งท้ายวันนี้ กับงานประชุมสมาพันธ์สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นแห่งอาเซียน ครั้งที่ 28 มีสมาชิกรวม 10 ประเทศ โดยมี อภิชย์ รักไพฑูรย์ นายกสมาคมฯ และกรรมการจัดงาน อาทิ ดร.สำราญ ชูดวงเงิน, ดร.สุชัย พากเพียร, ผศ ดร.ธนียา เจติยานุกรกุล, รศ.เสริมสุข เธียรสุนทร, ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส และ สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเจ้าภาพ และได้รับเกียรติจาก ฯพณฯโอกาตะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย มากล่าวแสดงความยินดีและเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ..

ll ชื่นชม บมจ.เอ็มเคเรสโตรองต์ กรุ๊ปได้บริจาคเงินเป็นครั้งที่ 10 จำนวน 12 ล้านบาท ซึ่งได้จากกำไรในแต่ละปี ของร้านอาหารในเครือที่มีสาขาอยู่ใน รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ โดย ฤทธิ์ ธีระโกเมน มอบให้แด่มูลนิธิศิริราช โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล, รศ.นพ.สุนัย ลีวันแสงทอง ศ.นพ.กฤตย์วิกรม ดุรงค์พิศิษฏ์กุล, ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน, ศ.คลินิก นพ.ชาญ ศรีรัตนสถาวร รับมอบ ทั้งนี้โครงการนี้ได้เริ่มมา 13 ปี อย่างต่อเนื่องแล้ว..

ll อรอนงค์ แจ้งพงศ์พันธ์ วันเกิดปีนี้ได้ทำบุญใหญ่ได้ร่วมงานกฐินพระราชทาน ณ วัดพระนารายณ์มหาราช..

ll ชัญญา ยงเห็นเจริญ ผอ.ฝ่ายขาย หญิงสวยและเก่งแห่งชลิตอินดัสทรีฯ เป็นปลื้มหลังแบรนด์อะไหล่ไทย “POP” ได้รับกระแสตอบรับสุดปังในวงการมอเตอร์สปอร์ต สะท้อนคุณภาพอะไหล่ไทยไม่แพ้ต่างชาติ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนทีมแข่งโปรเจกต์ซิกมา (ไทยแลนด์) นำโดยนักแข่งชื่อดัง คริส อัศวนนท์ ต่อเนื่องตลอดฤดูกาล..

ll ยินดีกับผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร Digital Jumpstart (DJS) รุ่นที่ 3 เช่น บุญธรรม ถาวรทัศนกิจ, นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล, ดร.กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์, พ.อ.(พิเศษ) นำพล ไพบูลย์ฐิติพรชัย, พญ.ชญานิน นิติวรางกูร, ผศ.ประสิทธิชัย ณรงค์เลิศฤทธิ์, นพ.ปรีดี ดิษร, กฤติย์ภรณ์ เตียไพรัชกูลกิจ, กฤษกร เตกิตติพงษ์, จิตติ วัฒนจัง,ชวิศ ยงเห็นเจริญ, บรรจง พูลศรี, ผศ.ดร.ไพโรจน์ เร้าธนชลกุล , วิชัย เพ็ญศักดิ์สงวน, วิสุทธิดา นครชัย, เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร, สันต์ทศน์ สุริยันต์ , อนิรุทธิ์ เทศสิงห์, อาณัติ จันดี..

ll ขอแสดงความเสียใจกับ  ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี  ที่สูญเสียคุณพ่อศุภชัย ศุภวิบูลย์ผล  สวดพระอภิธรรม 20 ต.ค. ที่วัดควนลัง ศาลา 1 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ..

ll ดีป้า ขอเชิญพบกับงานมหกรรมเมืองอัจฉริยะสุดยิ่งใหญ่แห่งปี 2025 ร่วมก้าวสู่อนาคตของเมืองอัจฉริยะ พร้อมรับชมนวัตกรรมที่ทำให้เมืองของเราน่าอยู่ เท่าเทียม เท่าทันและยั่งยืน ในงาน Thailand Smart City Expo 2025 ณ ฮอลล์ 3-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 5-7 พ.ย..

ก้าวข้ามความไม่รู้และความกลัว ปลดล็อกชีวิตผู้มีภาวะ ‘สมาธิสั้น’ ด้วยการรักษาที่ถูกต้อง

ก้าวข้ามความไม่รู้และความกลัว  ปลดล็อกชีวิตผู้มีภาวะ ‘สมาธิสั้น’ ด้วยการรักษาที่ถูกต้อง

ก้าวข้ามความไม่รู้และความกลัว ปลดล็อกชีวิตผู้มีภาวะ ‘สมาธิสั้น’ ด้วยการรักษาที่ถูกต้อง

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความตระหนักรู้และเข้าใจในความหลากหลายที่เกิดกับสมองมากขึ้น โดยเฉพาะ “ภาวะสมาธิสั้น” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงอาการซนอย่างที่หลายคนเคยเข้าใจ แต่เป็นความผิดปกติทางสมองที่ส่งผลต่อการควบคุมตนเองและการจดจ่อ และเมื่อเร็วๆ นี้ งาน เปิดหัวใจ เข้าใจสมาธิสั้น ปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริง ได้มาเปิดมุมมองใหม่ให้แก่สังคมรับรู้ว่าภาวะสมาธิสั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือ ศักยภาพที่รอการปลดล็อก เพราะเมื่อผู้ที่มีภาวะสมาธิสั้นได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เขาแสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่

งานนี้มี 10 ภาคีเครือข่ายมาร่วมมือกันจัด ได้แก่ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย สมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด บริษัท ยูนิชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท การ์ตูน คลับ มีเดีย จำกัด และบริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้รับเกียรติจากคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การเปิดพื้นที่แบ่งปันความรู้ผ่านการเสวนาในหัวข้อ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะสมาธิสั้นอย่างถูกต้อง และ ภาวะสมาธิสั้นกับการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบัน รวมถึง Inspire Talk ที่มีบุคคลต้นแบบจากหลายแวดวงในสังคมมาให้มุมมองและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มีภาวะสมาธิสั้น

คนไทยป่วยสมาธิสั้นเกือบสูงสุดในโลก ชวนทุกฝ่ายร่วมกันปลดล็อก

ศ.เกียรติคุณ นพ. รณชัย คงสกนธ์ อดีตนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ 

ศ.เกียรติคุณ นพ. รณชัย คงสกนธ์ อดีตนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า อัตราการป่วยด้วยโรคสมาธิสั้นในคนไทยสูงถึง 5-8% เกือบสูงสุดเมื่อเทียบกับนานาประเทศ เฉลี่ยแล้วห้องเรียน 1 ห้อง จะมีเด็กสมาธิสั้น 1-2 คน แต่ผู้ปกครองหลายคนไม่อยากพาบุตรหลานมาพบแพทย์ เพราะกังวลว่าจะถูกมองว่าเป็นโรคจิตเวช ซึ่งความจริงแล้ว โรคนี้เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของสมอง โดยมีปัจจัยจากกรรมพันธุ์ถึง 75% ซึ่งหากไม่รักษาจะทำให้เด็กไม่สามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้เต็มที่ เสมือนขับรถที่ติดเบรกมือไว้ หลายเคสเมื่อหายแล้วสามารถเรียนได้ดีและสอบได้ทุนตามศักยภาพของเขา ในทางกลับกัน ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นที่ไม่ได้รักษาอาจก่อให้เกิดความสูญเสียโดยเฉพาะการทะเลาะวิวาททำร้ายกัน ดังนั้น ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันสร้างการรับรู้ สังเกตและแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการปลดล็อกให้พวกเขาได้พัฒนาตนเองได้เต็มที่ และเป็นกำลังที่สำคัญของประเทศต่อไป

รู้จักอาการสมาธิสั้น พร้อมไขกุญแจสำคัญสู่การรักษา

พญ. ศุภรา เชาว์ปรีชา ตัวแทนนายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 

พญ. ศุภรา เชาว์ปรีชา ตัวแทนนายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ฉายภาพอาการของโรคสมาธิสั้นเพื่อให้ทุกคนได้สังเกตตัวเองและคนรอบข้าง โดยกล่าวว่า การแสดงออกของโรคนี้มีความแตกต่างกันตามพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย ในวัยเด็กอาการจะเห็นชัด โดยจะมีการเคลื่อนไหวทางกายที่มากกว่าปกติ หุนหันพลันแล่น ชอบทำกิจกรรมตื่นเต้นหวาดเสียว ส่วนวัยผู้ใหญ่ แม้พัฒนาการจะช่วยให้พวกเขาปรับปรุงพฤติกรรมได้ดีขึ้น แต่ร่องรอยของความหุนหันพลันแล่นจะยังคงอยู่และมักส่งผลกระทบชัดเจนต่อความสัมพันธ์ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากความใจร้อน อารมณ์หงุดหงิดพุ่งเร็ว มีปากเสียงง่าย นอกจากนี้ อาจสังเกตได้ว่ามีอาการที่ดูยุกยิก กระวนกระวาย ไม่ค่อยนิ่ง โดยเฉพาะเวลาทำงานที่มักจะไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน หรือทำงานได้แต่มักจะหลุดรั่ว

สำหรับการวินิจฉัยโรค รศ.นพ. ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร ประธานชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย อธิบายว่าจะใช้เกณฑ์จากการประเมินอาการเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม อาการบางอย่างอาจคล้ายคลึงกับโรคทางกายอื่น และมักมีภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น ดื้อ ต่อต้าน และวิตกกังวล ซึ่งผู้ที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการรักษา คือ ผู้ปกครอง เพราะข้อมูลจากผู้ปกครองจะเป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่การวินิจฉัยที่แม่นยำ โดยแนวทางการรักษานั้นโดยทั่วไปจะเริ่มจากการปรับพฤติกรรม ซึ่งผู้ปกครองสามารถช่วยได้มากในการจัดระบบการดูแลและลดสิ่งเร้าในสภาพแวดล้อม เพื่อช่วยให้เด็กสงบลง ซึ่งในบางราย การปรับการดูแลที่ดีจะทำให้อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และแม้ว่าการใช้ยาจะช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น แต่การปรับพฤติกรรมก็ยังคงต้องทำควบคู่กัน

ศ.นพ. วิฐารณ บุญสิทธิ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

ด้าน ศ.นพ. วิฐารณ บุญสิทธิ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคใหญ่ของการเข้าถึงการรักษา อุปสรรคแรก คือ ความไม่รู้ เพราะผู้ปกครองส่วนมากเข้าใจผิดคิดว่าอาการซน อยู่ไม่นิ่ง หรือการทำงานสะเพร่าของบุตรหลาน เป็นเพียงเพราะซน ดูจอมากเกินไป หรือขี้เกียจ จึงละเลยที่จะพาไปพบแพทย์ อุปสรรคที่สอง คือ ความกลัว ผู้ปกครองบางส่วนมองว่าโรคนี้เป็นโรคที่น่ากลัวจึงเลือกที่จะไม่พามาพบแพทย์ ซึ่งความจริงแล้วโรคนี้มียาจำเพาะที่ใช้มานานเกือบ 80 ปี มีประสิทธิภาพและปลอดภัย และการรักษาไม่ได้มีเป้าหมายแค่การลดอาการที่เป็นอุปสรรค แต่ยังป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว ทั้งในด้านการเรียน สภาพจิตใจ และความสัมพันธ์กับผู้อื่น การรักษาจึงเป็นการเพิ่มศักยภาพให้ผู้มีภาวะสมาธิสั้นประสบความสำเร็จได้ดีขึ้น และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ตนเองและครอบครัว

รู้เร็วยิ่งดี แนะ “บ้าน-โรงเรียน-สาธารณสุข” ร่วมด้วยช่วยกัน

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงบทบาทของกรุงเทพมหานครในการดูแลผู้ที่มีภาวะสมาธิสั้นว่า การดูแลควรทำแบบองค์รวม ต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างบ้าน โรงเรียน สาธารณสุข ในส่วนของพ่อแม่ต้องเข้าใจอาการเบื้องต้นที่เกิดกับลูก ส่วนครูเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็ก หากครูเข้าใจอาการจะทำให้เด็กได้รับการดูแลได้ดีขึ้น ทางด้านสาธารณสุข ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีศูนย์สาธารณสุขทั่วกรุงเทพฯ ที่สามารถช่วยดูแลโดยทำงานร่วมกับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องของผู้ปกครอง และขอให้ผู้ปกครองอย่ากลัวที่จะเปิดเผยหรือพาบุตรหลานมาตรวจ ถ้ารู้เร็วยิ่งดี เพราะจะนำไปสู่การแก้ไขที่เหมาะสมได้ทันเวลา

ภาวะสมาธิสั้น ไม่ใช่ข้อจำกัดในการเป็นนักกีฬา

นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ ประธานฝ่ายแพทย์ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กีฬาเป็นเครื่องมือบำบัดและฝึกสมาธิที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มีภาวะสมาธิสั้น เพราะกีฬาทุกประเภทต้องอาศัยสมาธิเป็นพื้นฐาน และมีกฎ กติกา ระเบียบที่ชัดเจน เด็กที่มาเล่นกีฬานอกจากจะได้เรื่องสุขภาพแล้ว ยังต้องปฏิบัติตามกฎกติกา ซึ่งจะช่วยปรับพฤติกรรม มีการควบคุมตนเอง และสามารถฝึกสมาธิให้ดีขึ้นได้ การที่สมาคมกีฬารวมทั้งอะคาเดมีแต่ละแห่งมีการฝึกสอนกีฬาประเภทต่าง ๆ นับว่ามีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้ปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น และเป็นการสนับสนุนผู้เล่นที่มีภาวะสมาธิสั้นให้ได้แสดงศักยภาพออกมา

กวินทร์ ธรรมะสัจจานนท์

ทางด้านอดีตนักฟุตบอลทีมชาติ นายกวินทร์ ธรรมะสัจจานนท์ ได้ให้กำลังใจผู้มีภาวะสมาธิสั้นที่มีความฝันอยากเป็นนักกีฬาว่า อยากให้น้องๆ เปลี่ยนมุมมองใหม่ อย่ามองว่าสิ่งที่ตนเองเป็นคือจุดอ่อน แต่ให้มั่นใจในตัวเอง มองหาและใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เราเป็น เช่น การมีพลังงานที่เหลือล้นของเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นซึ่งเป็นคุณสมบัติที่นักกีฬาต้องการ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ขอให้น้องค้นหาความชอบและจุดเด่นของตัวเองให้เจอ และพัฒนาจากจุดนั้น อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนจากคนรอบข้างถือว่ามีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง โค้ช เพื่อนๆ ต้องเข้าใจ ให้กำลังใจ สนับสนุน ช่วยให้พวกเขาเห็นความสำคัญของตัวเอง และค้นหาความสามารถของตนเองให้เจอ

นอกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มาให้ความรู้แล้ว ในงานยังมีกิจกรรมที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและแลกเปลี่ยนความรู้ อาทิ การเสวนาหัวข้อ “Raising awareness of ADHD understands” ที่สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อภาวะสมาธิสั้น การเสวนาหัวข้อ “A Panel Discussion of ADHD” เพื่อแบ่งปันประสบการณ์จริงจากแพทย์ ผู้ป่วย และนักเขียนที่เป็นแรงบันดาลใจ และ “ADHD Inspire Talk” ที่มีบุคคลต้นแบบ ทั้งนักการศึกษา นักกีฬาทีมชาติ และอินฟลูเอนเซอร์รุ่นใหม่ มาให้มุมมองต่อภาวะสมาธิสั้น

งาน “เปิดหัวใจ เข้าใจสมาธิสั้น ปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริง” จึงเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวข้ามความเข้าใจผิดในอดีต และหันมามองภาวะสมาธิสั้นด้วยความเข้าใจ เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ สามารถเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตนเอง และเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุข

‘วันดาวสู่ฟ้า กุลบุตร – กุลธิดากาชาด 2568’ จุดประกายเยาวชนจิตอาสา สู่ผู้นำรุ่นใหม่แห่งสภากาชาดไทย

‘วันดาวสู่ฟ้า กุลบุตร - กุลธิดากาชาด 2568’  จุดประกายเยาวชนจิตอาสา สู่ผู้นำรุ่นใหม่แห่งสภากาชาดไทย

‘วันดาวสู่ฟ้า กุลบุตร – กุลธิดากาชาด 2568’ จุดประกายเยาวชนจิตอาสา สู่ผู้นำรุ่นใหม่แห่งสภากาชาดไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โครงการสรรหากุลบุตร-กุลธิดากาชาด ประจำปี 2568 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 70 พรรษา “วันดาวสู่ฟ้า กุลบุตร – กุลธิดากาชาด” 

โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานในการตัดสินตำแหน่ง “กุลบุตร-กุลธิดากาชาด” และ “รองกุล บุตร-รองกุลธิดากาชาด” ในงาน “วันดาวสู่ฟ้า กุลบุตร-กุลธิดากาชาด” ณ ห้องประชุมไพเนอร์รี่ เดอะไพน์ รีสอร์ท อำเภอสามโคก จังหวัดปทุม ธานี 

ทั้งนี้ สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย ผนึกกำลังบูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดและเหล่ากาชาดจังหวัด จัดโครงการสรรหา “กุลบุตร-กุลธิดากาชาด” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลพระชนมายุ 70 พรรษา ระหว่างวันที่ 6 – 8 ตุลาคม 2568 โดยมีเยาวชนจำนวน 69 คน เข้าร่วม เพื่อสรรหาเยาวชนที่มีจิตอาสามาทำหน้าที่กุลบุตร-กุลธิดากาชาด เป็นตัวแทนในการเผยแพร่ประ ชาสัมพันธ์ภารกิจ และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของสภากาชาดไทย 

สุนันทา ศรอนุสิน ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย และประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ กล่าวว่า “สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาดได้ตระหนักถึงการสร้างและพัฒนาเยาวชนให้มีความเข้มแข็งทางความคิดและจิตใจ เพื่อให้สามารถ “รับมือ” และ “ฟื้นฟู” ตนเองให้กลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขเมื่อต้องประสบปัญหาและวิกฤตภัยพิบัติจากภาวะโลกเดือด และวิกฤตทางสังคม เศรษฐกิจ เชื้อชาติและวัฒนธรรม” 

การสรรหากุลบุตร – กุลธิดากาชาดของสำนักงานฯ เป็นหนึ่งในโครงการของสำนักงานฯ ในปี 2568 ที่มุ่งเน้นให้เยาวชนได้ฝึกทักษะด้านการวิ เคราะห์ การคิดอย่างเป็นระบบ การวางแผนกระบวนการทำงาน การลงมือปฏิบัติ และการประเมินผลเพื่อนำไปสู่การพัฒนา ภายใต้โจทย์ที่เป็นปัญหาของสังคมในปัจจุบัน   การเพิ่มความท้าทายให้ผู้เข้าคัดสรร ได้ออกแบบโครงการหรือกิจกรรมเพื่อชุมชน ยังเป็นการสอนให้ได้เรียนรู้เพิ่มเติมว่า ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาสังคมจะป้องกันและแก้ไขได้จากความร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมลงมือทำ ทั้งหมดนี้เราสามารถสร้างและผลักดัน “ความปกติสุข” ให้เกิดเป็นจริงขึ้นได้ ด้วยการเป็นผู้ “คิดเป็น ทำเป็น และแบ่งปันเป็น” และการเป็น “ผู้นำ” ที่มีฐานความคิดจากการเสียสละเพื่อผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ผู้ได้รับการคัดสรรเป็นกุลบุตร – กุลธิดากาชาด ปี 2568 มีดังนี้ กุลบุตรกาชาด กฤษฏา ชูสุข หมายเลข 1 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกุลธิดากาชาด กษม สินธุภิญโญ หมายเลข 4 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  รองกุลบุตรกาชาด พลพิสิฏฐ์ ฤทธิ์คำรพ หมายเลข 49 จากมหาวิยาลัยธรรมศาสตร์ รองกุลธิดากาชาด รุจรวี จีระเดชากุล หมายเลข 52 สำนักงานเหล่ากาชาด จัง หวัดอุตรดิตถ์ ส่วนรางวัลผู้ที่มีคุณ สมบัติเพียบพร้อมตามคุณสมบัติ 3 ด้าน ได้แก่ รางวัล Smart ธีรพงศ์ ตันติศรีปรีชา หมายเลข 35 สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเลย รางวัล Strong ลภัสลดา โคตรอาษา หมายเลข 54 มหาวิทยาลัยปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี และ รางวัล Samart สกาย คิดลูน จอมพงษ์ หมาย เลข 71 เทศบาลตำบลสันกลาง จังหวัดเชียงใหม่

โดยผู้รับตำแหน่งกุลบุตรและกุลธิดา พร้อมรองทั้ง 2 ตำแหน่งจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการ สภากาชาดไทย ในงานกาชาดประจำปี 2568 ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “๗๐ พรร ษา ขัตติยนารีรัตนา ปวงประชาสดุดี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระ ชนมายุ 70 พรรษา และเพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย นำไปใช้ในการดำเนินภารกิจบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย แก่ประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสและผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ระหว่างวันที่ 11-21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ เวลา 11.00-23.00 น.และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ www.iredcross.org ตลอด 24 ชั่ว โมง 

เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานตัดสินตำแหน่ง “กุลบุตร-กุลธิดากาชาด”,ศาสตราภิชาน นพ.พินิจ 
กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย,ดร.วิไลเลิศ คำตัน รองอธิการบดี สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย,นนทิยา แก้วเกตุ ผอ.สำนักเลขาธิการสภากาชาดไทย,สุนันทา ศรอนุสิน ผอ.สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย,พงศธร กาญจนะจิตรา รอง ผวจ.ปทุมธานี,จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สำนักงานจัดหารายได้ สภากา
ชาดไทย,ผกามาส สินธุวณิชเศรษฐ์ ผอ.สำนักขับเคลื่อนการพัฒนา สภากาชาดไทย พร้อมด้วย “กุลบุตร-กุลธิดากาชาด” และ “รองกุลบุตร - รองกุลธิดากาชาด” ประจำปี 2568

เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานตัดสินตำแหน่ง “กุลบุตร-กุลธิดากาชาด”,ศาสตราภิชาน นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย,ดร.วิไลเลิศ คำตัน รองอธิการบดี สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย,นนทิยา แก้วเกตุ ผอ.สำนักเลขาธิการสภากาชาดไทย,สุนันทา ศรอนุสิน ผอ.สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย,พงศธร กาญจนะจิตรา รอง ผวจ.ปทุมธานี,จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สำนักงานจัดหารายได้ สภากา ชาดไทย,ผกามาส สินธุวณิชเศรษฐ์ ผอ.สำนักขับเคลื่อนการพัฒนา สภากาชาดไทย พร้อมด้วย “กุลบุตร-กุลธิดากาชาด” และ “รองกุลบุตร – รองกุลธิดากาชาด” ประจำปี 2568

เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย,ศาสตราภิชาน นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย
,สุนันทา ศรอนุสิน ผอ.สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด,นนทิยา แก้วเกตุ ผอ.สำนักเลขาธิการสภากาชาดไทย,
อัญชลี กัลป์มาพิจิตร และ สมจิตต์ ไหมดี

เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย,ศาสตราภิชาน นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ,สุนันทา ศรอนุสิน ผอ.สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด,นนทิยา แก้วเกตุ ผอ.สำนักเลขาธิการสภากาชาดไทย, อัญชลี กัลป์มาพิจิตร และ สมจิตต์ ไหมดี

ณัฐพล ประคุณศึกษาพันธ์,ศาสตราภิชาน นพ.พินิจ กุลละวณิชย์,เตช บุนนาค,สุนันทา ศรอนุสิน และ นนทิยา แก้ว
เกตุ

ณัฐพล ประคุณศึกษาพันธ์,ศาสตราภิชาน นพ.พินิจ กุลละวณิชย์,เตช บุนนาค,สุนันทา ศรอนุสิน และ นนทิยา แก้ว เกตุ

คณะกรรมการสภากาชาดไทย พร้อมด้วยอดีตกุลบุตร-กุลธิดากาชาดและอดีตรองกุลบุตร-รองกุลธิดากาชาด

คณะกรรมการสภากาชาดไทย พร้อมด้วยอดีตกุลบุตร-กุลธิดากาชาดและอดีตรองกุลบุตร-รองกุลธิดากาชาด

กุลบุตรกาชาด ประจำปี 2568 กฤษฏา ชูสุข จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กุลบุตรกาชาด ประจำปี 2568 กฤษฏา ชูสุข จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กุลธิดากาชาด ประจำปี 2568 กษม สินธุภิญโญ จากจุฬาลงกรณ์มหา
วิทยาลัย

กุลธิดากาชาด ประจำปี 2568 กษม สินธุภิญโญ จากจุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย

รองกุลธิดากาชาด ประจำปี 2568 รุจรวี จีระเดชากุล สำนักงานเหล่ากาชาด จ.อุตรดิตถ์

รองกุลธิดากาชาด ประจำปี 2568 รุจรวี จีระเดชากุล สำนักงานเหล่ากาชาด จ.อุตรดิตถ์

รองกุลบุตรกาชาด ประจำปี 2568 พลพิสิฏฐ์ ฤทธิ์คำรพ จากมหาวิยาลัยธรรมศาสตร์

รองกุลบุตรกาชาด ประจำปี 2568 พลพิสิฏฐ์ ฤทธิ์คำรพ จากมหาวิยาลัยธรรมศาสตร์

กุลบุตร-กุลธิดากาชาด ประจำปี 2568 พลพิสิฏฐ์ ฤทธิ์คำรพ ,กฤษฏา ชูสุข,กษม สินธุภิญโญ,รุจรวี จีระเดชากุล

กุลบุตร-กุลธิดากาชาด ประจำปี 2568 พลพิสิฏฐ์ ฤทธิ์คำรพ ,กฤษฏา ชูสุข,กษม สินธุภิญโญ,รุจรวี จีระเดชากุล

การรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่ ด้วยหัวใจจิตอาสา

การรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่ ด้วยหัวใจจิตอาสา

การรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่ ด้วยหัวใจจิตอาสา

การรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่ ด้วยหัวใจจิตอาสา

นวัตกรรมการตรวจ ‘ยีน’ เพื่อป้องกันการแพ้ยาแบบรุนแรงและสิทธิประโยชน์ที่คนไทยควรทราบ

นวัตกรรมการตรวจ 'ยีน' เพื่อป้องกันการแพ้ยาแบบรุนแรงและสิทธิประโยชน์ที่คนไทยควรทราบ

นวัตกรรมการตรวจ ‘ยีน’ เพื่อป้องกันการแพ้ยาแบบรุนแรงและสิทธิประโยชน์ที่คนไทยควรทราบ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เวลาที่เราไปพบแพทย์ และเภสัชกร แน่นอนว่าคำถามหนึ่งที่เราทุกคนจะคุ้นเคยคือ แพ้ยาไหม ? แม้จะเป็นคำถามที่เราพบเจออยู่เสมอๆ แต่ยากมากที่เราจะตอบว่า “ไม่แพ้ยา” เพราะแท้จริงแล้วเรา “ไม่ทราบ”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทนพ. ปฐมพงษ์  สถาพรพงษ์ ศูนย์ความเป็นเลิศทางเภสัชพันธุศาสตร์ และการแพทย์แม่นยำวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ข้อมูลว่า นวัตกรรมทางการแพทย์แม่นยำ (Precision medicine) เป็นการแพทย์ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญในด้านการคัดเลือกวิธีการการรักษาและยาที่เหมาะสมกับข้อมูลทางพันธุกรรม หรือ ยีน ของผู้ป่วยแต่ละราย โดยนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ในระดับอณูชีววิทยามาประยุกต์ใช้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทนพ. ปฐมพงษ์  สถาพรพงษ์ ศูนย์ความเป็นเลิศทางเภสัชพันธุศาสตร์ และการแพทย์แม่นยำวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

ในช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมาการศึกษาวิจัยทางด้าน “เภสัชพันธุศาสตร์” (Pharmacogenomics) เป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์แม่นยำที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในแนวทางเวชปฏิบัติ เพื่อวางแผนการรักษาผู้ป่วยเฉพาะรายในทุกเชื้อชาติทั่วโลก พร้อมทั้งสนับสนุนการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use, RDU) โดยเภสัชพันธุศาสตร์ให้ความสำคัญกับการตอบสนองการรักษาด้วยยาอย่างมีประสิทธิผล และป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากยา (adverse drug reactions; ADRs)

อาการไม่พึงประสงค์จากยา สามารถพบอาการแสดงทางคลินิกได้หลากหลายรูปแบบ แต่ที่มีความรุนแรงและอันตรายถึงแก่ชีวิต ได้แก่ การแพ้ยาทางผิวหนังชนิดรุนแรง Severe cutaneous adverse reactions (SCARs) กอปรด้วยการแพ้ยาแบบ Stevens-Johnson syndrome (SJS) การแพ้ยาแบบ Toxic Epidermal Necrolysis (TEN) และการแพ้ยาแบบ Drug reaction with eosinophilia and systemic symptoms (DRESS)

ปัจจุบัน ประเทศไทย ได้มีการนำองค์ความรู้ทางเภสัชพันธุศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนการรักษาผู้ป่วยเฉพาะรายมากขึ้น ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพในหลายมิติ พร้อมด้วยเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ยีนที่ทันสมัยในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ และมีการสนับสนุนค่าตรวจยีนดังกล่าวผ่านชุดสิทธิประโยชน์ของสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เพื่อคัดกรองและป้องกันการแพ้ยาแบบรุนแรงและมีอันตรายถึงชีวิต ก่อนผู้ป่วยเริ่มใช้

ยีน HLA-B*15:02 กับยาคาร์บามาซิปีน (carbamazepine) เป็นยารักษาโรคลมชัก (epilepsy) อาการทางจิตเวท และระงับอาการปวดปลายประสาท (neuralgia) ผู้ที่มียีน HLA-B*15:02 มีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ยาทางผิวหนังชนิดรุนแรงแบบ SJS/TEN จากการใช้ยาคาร์บามาซิปีนสูงกว่าผู้ที่ไม่มียีนดังกล่าว นอกจากนี้พบว่ายีน HLA-B*15:02 กระจายตัวในประชากรไทยประมาณร้อยละ 7.66

ยีน HLA-B*58:01 สำหรับยาอัลโลพูรินอล (allopurinol) เป็นยารักษาโรคเกาต์ (gout arthritis) และภาวะกรดยูริกสูงในกระแสเลือด (hyperuricemia) ผู้ที่มียีน HLA-B*58:01 จะมีความเสี่ยงในการเกิดการแพ้ยาทางผิวหนังแบบรุนแรง SJS TEN และ DRESS จากยาอัลโลพูรินอล และประชากรไทยพบการกระจายตัวของยีน HLA-B*58:01 ประมาณร้อยละ 6.38 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เราต้องให้ความสำคัญในการตรวจยีนในประชากรไทยก่อนเริ่มยาดังกล่าว

ดังนั้น คนไทย ควรทราบสิทธิประโยชน์ที่ได้รับการสนับสนุน และตรวจ “ยีน” เพื่อความปลอดภัยก่อนเริ่มใช้ยา

คุณแหน : 23 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 23 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 23 ตุลาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” จะไปเป็นประธานทอดกฐิน ประจำปี  2568   วัดเทพประทานอธิพร  อ.สอยดาว จ.จันทบุรี    2 พ.ย.  เวลา 12.30  น. เพื่อรวบรวมปัจจัยจัดสร้างพระมหาธาตุเจดีย์และพิพิธภัณฑ์พระโบราณ  โดยมีพลเรือโท อุทาน-พรทิพย์ แฝงยงค์  เป็นเจ้าภาพหลักการจัดทอดกฐิน..

llอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.คมนาคมและรมว.คลัง เป็นประธานฉลองสมรสระหว่าง พญ.ธันยพร อังศุวัชากร บุตรี วรากร-ภัทรนุช อังศุวัชรากร กับ ดร.จอมจักร อมรวัฒนา บุตร ธนากร-รศ.ดร.ชลัยพร อมรวัฒนา 23 พ.ย.12.00 น. ห้องแกรนด์บอลรูม รร.มณเฑียรริเวอร์ไซด์ ถ.พระราม 3..

ll คณะ  “พมสว. รำลึก” อาทิ  ทิพย์วัลย์  สมุทรักษ์ (ผู้อาวุโสสูงสุด) กิติมศักดิ์,พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี,ประสงค์ นุรักษ์ ,เพ็ญพักตร์ ศรีทอง,กีระณา สุมาวงศ์,อัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์,ม.ล.ปรียาพรรณ ศรีธวัช, อนันต์ วรธิติพงศ์,อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์  ,นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ มีนัดสังสรรค์   1 พ.ย.11.30 น.ห้องอาหารจีน รร.มิราเคิลแกรนด์ หลักสี่..

ll ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.นครราชสีมา เชิญชวนผู้มีใจศรัทธา ซื้อกล้วยหอมจากชาวสวน มาบวงสรวงคุณย่าโมแล้วส่งให้ทหารกล้าชายแดน ในพิธีสักการะย่าโม ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จำนวน 20 ตัน..

ll ชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดม  จัดงานวันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.ประจำปี 2568 มีพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนา,มอบรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ พร้อมฟังปาฐกถาพิเศษโดย ศ.นรนิติ เศรษฐบุตร และมอบเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคีโดย ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ.  5 พ.ย.08.00 น.-13.30 น. ณ สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซ.งามดูพลี..

ll อ.ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี ผอ.รร.อนุบาลวัดธาตุทอง เก็บความยินดีไว้ไม่อยู่เมื่อส่งลูกศิษย์ตัวน้อย “น้องออร์นิก” ไปแข่งขันเล่านิทานในสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  หนูน้อยเก่งมาก ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2..

ll คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดี จัดแข่งกอล์ฟการกุศล เพื่อหารายได้สมทบ กองทุนหมอเจ้าฟ้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 2 พ.ย.สนามกอล์ฟเดอะรอยัลเชียงใหม่ กอล์ฟ รีสอร์ท  อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ …หนังสือพิมพ์แนวหน้า และช่องยูทูปแนวหน้าออนไลน์ เชิญชวนแฟนคลับร่วมบริจาคสมทบ กองทุนหมอเจ้าฟ้า คณะแพทยศาสตร์  มช. ชื่อบัญชี  อัญชะลี ไพรีรักษ์ ธ.กรุงไทย เลขที่บัญชี 986-0-79471-5..

บุญรอดฯ คว้า 2 รางวัล คุณภาพการผลิตระดับสากล ในเวที ICQ World

บุญรอดฯ คว้า 2 รางวัล คุณภาพการผลิตระดับสากล ในเวที ICQ World

บุญรอดฯ คว้า 2 รางวัล คุณภาพการผลิตระดับสากล ในเวที ICQ World

วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.47 น.

บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด คว้า 2 รางวัล Gold Award จากเวทีประกวดระดับโลกด้านการจัดการคุณภาพการผลิต “International Conference on Quality (ICQ) Japan 2025” ที่     ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นผลงานจาก 2 บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด และ บริษัท บุญรอดเอเซียเบเวอเรช จำกัด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการพัฒนามาตรฐานการผลิตให้มีคุณภาพสูงสุด

ปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทผลิต (Chief Production Officer) บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า “การที่บุญรอดฯ สามารถคว้ามาได้ถึง 2 รางวัลจากเวที ICQ ระดับโลกเป็นผลจากความทุ่มเทของพนักงานทุกคนที่ร่วมกันพัฒนาและยกระดับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้นการผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ ‘คน’ คือหัวใจของความสำเร็จระยะยาว”

สำหรับ 2 บริษัทในเครือบุญรอดฯที่ได้รับรางวัล Gold Award ในครั้งนี้คือ บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด และ บริษัท บุญรอดเอเซียเบเวอเรช จำกัด ซึ่งมีความโดดเด่นในด้านแนวคิด วิธีการ และผลลัพธ์ความสำเร็จบนความมีส่วนร่วมของพนักงาน จนผ่านการคัดเลือกจากกว่า 110 ทีม ในงาน “มหกรรมคิวซีแห่งประเทศไทย” ให้เป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วม เวทีประกวดระดับโลกด้านการจัดการคุณภาพการผลิต ICQ World และคว้ารางวัลมาได้สำเร็จ

เวที ICQ เป็นเวทีระดับสากลที่ได้รับการรับรองจาก JUSE Association (Union of Japanese Scientists and Engineers) ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านคุณภาพของญี่ปุ่นและเป็นพื้นที่สำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารคุณภาพ การรับรางวัลจากเวทีนี้จึงถือเป็นการรับรองคุณภาพการผลิตในระดับสากลของบุญรอดฯ

ทั้งนี้ บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด และ บริษัท บุญรอดเอเซียเบเวอเรช จำกัด เป็นสองโรงงานที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตสินค้าคุณภาพของเครือบุญรอดฯ เช่น สิงห์, ลีโอ, โซดาสิงห์, น้ำดื่มสิงห์ และน้ำแร่เพอร์ร่า

สสส. จับมือ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เปิดตัว “WellEx Award” ชวนองค์กรธุรกิจไทย “สร้างสุขภาวะให้ถูกวิถี ส่งผลดีต่อองค์กร” นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

สสส. จับมือ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เปิดตัว “WellEx Award” ชวนองค์กรธุรกิจไทย “สร้างสุขภาวะให้ถูกวิถี ส่งผลดีต่อองค์กร” นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

สสส. จับมือ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เปิดตัว “WellEx Award” ชวนองค์กรธุรกิจไทย “สร้างสุขภาวะให้ถูกวิถี ส่งผลดีต่อองค์กร” นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.43 น.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ จัดงานสัมมนา “สร้างสุข(ภาวะ)ให้ถูกวิถี ส่งผลดีต่อองค์กร Well-Being Starting Now” เพื่อเปิดตัว “โครงการพัฒนากรอบการประเมินและมาตรฐานรางวัลองค์กรสุขภาวะแห่งชาติ” หรือ National Well-Being Excellence Award (WellEx Award) เพื่อเป็นเครื่องมือที่สร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจ กับการมีสุขภาวะดี 4 มิติ ได้แก่ กาย ใจ ปัญญา และสังคม ของบุคลากร ในการยกระดับองค์กรสุขภาวะไทยให้ยั่งยืน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จ.นนทบุรี

อัมพร ไทยขำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก 8) สสส.

การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณอัมพร ไทยขำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก 8) สสส. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของปัญหาที่องค์กรกำลังเผชิญว่า “ปัญหาหลักคือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อ (NCDs) และปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียดและการหมดไฟ (Burnout) ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การลงทุนในเรื่องสุขภาวะจึงไม่ใช่แค่สวัสดิการ แต่คือ กลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่สร้างผลลัพธ์คือ Productivity ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อบุคลากรมีสุขภาวะที่ดี องค์กรจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง”

ดร.หลุยส์ คริสธานินทร์ CEO & Leadership Well-Being Coach, Eureka Global

ภายในงานได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยมีช่วงสัมมนาที่สร้างเปิดมุมมองใหม่ในการทำองค์กรสุขภาวะ นำโดย ดร.หลุยส์ คริสธานินทร์ CEO & Leadership Well-Being Coach, Eureka Global บรรยายในหัวข้อ “ทำไมองค์กรสุขภาวะ คือ อนาคตของธุรกิจไทย” ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของธุรกิจทั่วโลกที่ขับเคลื่อนด้วย Well-Being และผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการสร้างองค์กรสุขภาวะ

ตามด้วยช่วงเสวนาพิเศษ “เคล็ด (ไม่) ลับ ความสำเร็จขององค์กรสุข (ภาวะ)” ที่ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากองค์กรชั้นนำ ได้แก่ คุณกัณฑ์พร กรรณสูต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายความยั่งยืนองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน), สมธิดา คัชชานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ทางการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล และรักษาการผู้จัดการส่วนบริหารยุทธศาสตร์โรงพยาบาลกลุ่ม PMC และจุฬาลักษณ์ ศรีสาคร Operation Training Manager บริษัท ร็อค พีซี จำกัด (Potato Corner) ดำเนินรายการโดย ดร.สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ สสส. ซึ่งผู้ร่วมเสวนาต่างยืนยันว่าการสร้างวัฒนธรรมองค์กรสุขภาวะ เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนผลประกอบการและความยั่งยืน และทำได้จริง

นอกจากนี้ งานยังได้มีการนำเสนอภาพรวมโครงการ และแนวทางการใช้เกณฑ์ WellEx Award โดย พัชรีพร คุณาวุฒิ ผู้จัดการโครงการฯ และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ 

พัชรีพร คุณาวุฒิ ผู้จัดการโครงการฯ และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ 

พร้อมเจาะลึกรายละเอียดของกรอบการประเมิน WellEx 5 หมวด ที่ครอบคลุมทุกมิติของสุขภาวะองค์กร โดย ณัฏฐ์ทยากร ศิโรเวฐน์ คณะกรรมการประเมินโครงการ วิทยากรที่ปรึกษา จากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เพื่อเป็นแนวทางที่ชัดเจนให้แก่องค์กรที่สนใจ

ณัฏฐ์ทยากร ศิโรเวฐน์ คณะกรรมการประเมินโครงการ วิทยากรที่ปรึกษา จากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ

พงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก 8) สสส. กล่าวสรุปว่า “เราเชื่อมั่นว่า เกณฑ์ WellEx Award 5 หมวดหลัก ที่พัฒนาขึ้นภายใต้ โครงการพัฒนากรอบการประเมินและมาตรฐานรางวัลองค์กรสุขภาวะแห่งชาติ จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้องค์กรธุรกิจไทยมี ‘ไม้บรรทัดและเข็มทิศ’ สามารถวัดผลและยกระดับสุขภาวะองค์กรได้อย่างมีมาตรฐานและเป็นรูปธรรมครบทั้ง 4 มิติ ได้แก่ กาย ใจ ปัญญา และสังคม สสส. และ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ พร้อมเป็นกลไกในการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในทุกสถานประกอบการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนทำงาน และความมั่นคงแข็งแกร่งของธุรกิจไทยในเวทีโลก”

พงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก 8) สสส.

ทั้งนี้องค์กรไทย หรือ ผู้ที่มีความสนใจในการใช้เกณฑ์ WellEx Award เพื่อไปพัฒนาองค์กรสุขภาวะ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://www.ftpi.or.th/wellex