โอซีซี เดินหน้าส่งมอบความสุขให้ผู้ป่วย รพ.ศิริราช

27 สิงหาคม 2569 เวลา 09:00 น.

บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะทำงาน CSR และทีมช่างผมจิตอาสา โอซีซี เดินหน้าส่งมอบความสุขให้ผู้ป่วยโรงพยาบาลศิริราช

รศ.พญ.เบญจาภา เขียวหวาน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและองค์กรสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ต้อนรับ นัชชา ปรักกัมนนท์ ผู้จัดการแผนกโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะทำงาน CSR และทีมช่างผมจิตอาสา ที่เดินทางมาตัดผมให้กับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ รวมกว่า 120 คน เพื่อส่งมอบความสุข สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยระหว่างการรักษา พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านความงามมาสร้างประโยชน์และคุณค่าแก่สังคมผ่านกิจกรรม “ผมสวย…ด้วยรัก ครั้งที่ 78”  ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช

รพ.ศิริราชโอซีซี

อิ่มอร่อย ได้ร่วมทำดี! รพ.พระมงกุฎเกล้า–CPF ชวนส่งต่อ ‘พลังแห่งการให้’ สมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์

27 สิงหาคม 2569 เวลา 08:00 น.

โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จัดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ระหว่างวันที่ 25–27 สิงหาคม 2569 เชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการในราคาพิเศษ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่ศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคข้อออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

โดยได้รับเกียรติจาก พลตรีณรงค์ ภักดีศุภผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ CPF ร่วมงาน

พลตรีณรงค์ กล่าวว่า โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคกระดูกและข้อ รวมถึงการดูแลผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม ขณะที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ทำให้การดูแลโรคกระดูกและข้อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิต มีความสำคัญมากขึ้น โรงพยาบาลฯ จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพของศูนย์ให้มีความพร้อมทั้งด้านการรักษา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการฟื้นฟู เพื่อรองรับผู้ป่วยในทุกกลุ่ม และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตและดูแลตนเองได้อย่างมีคุณภาพ

ปัจจุบัน ศูนย์โรคกระดูกและข้อเทียม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีห้องตรวจ 24 ห้อง รองรับผู้ป่วยประมาณ 450–500 คนต่อวัน มีหอผู้ป่วยรวม 90 เตียง และห้องผ่าตัด 4 ห้อง โดยการพัฒนาศูนย์ครอบคลุมทั้งอุปกรณ์สำหรับการรักษาและอุปกรณ์ช่วยในการฟื้นฟู เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในหลากหลายกลุ่ม

ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ได้ถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 07.00–18.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 1 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า.

CPFรพ.พระมงกุฎเกล้า

ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน : คุยกับประธานราชวิทยาลัยทันตแพทย์ เมื่อความรู้เรื่องฟัน เริ่มจากมาตรฐานที่เชื่อถือได้

27 สิงหาคม 2569 เวลา 07:00 น.

หลังจากตอนที่แล้ว เราได้รู้จักบทบาทของราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยกันไปแล้ว ตอนนี้ขอพาผู้อ่านมาพูดคุยกับ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ. ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ ประธานราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย ถึงบทบาทของผู้เชี่ยวชาญ และเหตุผลว่าทำไม “ความรู้เรื่องฟัน” จึงสำคัญกับประชาชนทุกคน

ถาม: ราชวิทยาลัยทันตแพทย์ฯ เกี่ยวข้องกับประชาชนอย่างไร

ตอบ: แม้ประชาชนอาจไม่ได้ติดต่อกับราชวิทยาลัยโดยตรง แต่ราชวิทยาลัยฯ มีบทบาทในการกำกับมาตรฐานการฝึกอบรมและการประเมินทันตแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆ เพื่อให้การรักษาที่ประชาชนได้รับมีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมตามหลักวิชาการ กล่าวได้ว่า ราชวิทยาลัยฯ เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยดูแล“คุณภาพของผู้เชี่ยวชาญ” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการรักษาของประชาชน

ถาม: นอกจากดูแลมาตรฐานผู้เชี่ยวชาญ ราชวิทยาลัยฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องใดอีก

ตอบ: อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญมากคือ การสื่อสารความรู้ด้านสุขภาพช่องปากสู่ประชาชน เพราะหลายปัญหาในช่องปากสามารถป้องกันได้ หากประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดความจำเป็นในการรักษาที่ซับซ้อนในอนาคต

ถาม: ความเข้าใจผิดเรื่องฟันที่พบบ่อยในสังคมไทยคืออะไร

ตอบ: สิ่งที่พบได้บ่อยคือการคิดว่า “ไม่เจ็บก็ไม่จำเป็นต้องตรวจฟัน” ทั้งที่จริงแล้ว โรคในช่องปากหลายชนิดไม่แสดงอาการในระยะแรก เมื่อเริ่มมีอาการ ปัญหาอาจลุกลามไปมากแล้ว อีกเรื่องคือความเชื่อที่ถ่ายทอดต่อกันมา ซึ่งบางอย่างไม่สอดคล้องกับความรู้ทางวิชาการในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องมีการปรับความเข้าใจให้ถูกต้อง

ถาม: ราชวิทยาลัยฯ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้อย่างไร

ตอบ: ราชวิทยาลัยฯ สนับสนุนให้ผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านสื่อและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และสามารถนำไปใช้ในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและครอบครัว

ถาม: มองอย่างไรกับคอลัมน์ “ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน”

ตอบ: คอลัมน์ลักษณะนี้เป็นสะพานเชื่อมที่ดีระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการกับชีวิตประจำวันของประชาชน การสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย จะช่วยให้เรื่องฟันไม่เป็นเรื่องไกลตัว และทำให้ประชาชนกล้าตั้งคำถามเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากมากขึ้น

ถาม: อยากฝากอะไรถึงผู้อ่านเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก

ตอบสุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพโดยรวม การดูแลอย่างสม่ำเสมอ ตรวจฟันตามคำแนะนำ และเลือกข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้จะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

คอลัมน์ “ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน” จะยังคงพาผู้อ่านไปพบกับเรื่องฟันในแง่มุมต่าง ๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือประเด็นด้านทันตกรรมในสังคม โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัยทันตแพทย์ฯ ในแต่ละสาขาเวียนมาร่วมให้คำตอบ เพื่อให้ทุกเรื่องฟัน เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และมีคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

เรียบเรียงและสัมภาษณ์โดย

ผศ.ทพญ.วรณัน ประพันธ์ศิลป์

หมอฟันราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย

ปากดีมีความรู้กับหมอณัน

‘ก้มดูจอ-นั่งไขว่ห้าง’ ทำวัยทำงานปวดเรื้อรังไม่รู้ตัว ไม่รักษาที่ต้นเหตุ อาจปวดซ้ำไม่จบ

27 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

วัยทำงานหลายคนมาพร้อม “อาการปวด” ตามร่างกาย จนต้องนวดหรือทำกายภาพบำบัดแทบทุกสัปดาห์ ซึ่งอาจช่วยให้ดีขึ้นจริง แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็กลับมาปวดที่เดิมอีก วงจรแบบนี้คือชีวิตประจำวันของคนวัยทำงานจำนวนมาก สอดคล้องกับข้อมูลของกรมอนามัยที่ระบุว่าคนวัยทำงานราวร้อยละ 60 มีภาวะออฟฟิศซินโดรม ส่วนหนึ่งเพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือพฤติกรรมที่ทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว และหากปล่อยไว้นานไม่ดูแล ในระยะยาวอาจลุกลามเป็นภาวะปวดเรื้อรังและข้อเสื่อมก่อนวัยได้

พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์

พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน จะมาไขข้อสงสัยว่าทำไมการนวดถึงเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ พร้อมแชร์แนวทางการตรวจด้วยเทคโนโลยี Posture Analysis ที่ช่วยให้ชาวออฟฟิศรู้ต้นเหตุของอาการปวดและรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ทำไม นวดกายภาพ” แล้วหาย แต่ไม่กี่วันก็ปวดเหมือนเดิม

พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ อธิบายว่า อาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ของคนวัยทำงาน ส่วนใหญ่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อในท่าเดิมซ้ำ ๆ จนเกิดปมตึงตัวขึ้นมา เมื่อนวดหรือทำกายภาพบำบัด ปมเหล่านี้จะคลายตัวและปวดน้อยลง แต่ไม่ได้ช่วยให้หายขาดหากยังมีพฤติกรรมเดิม ๆ ที่เป็นต้นเหตุของอาการปวด นอกจากนี้ จุดที่ปวดก็อาจไม่ใช่ต้นเหตุ เพราะกล้ามเนื้อและเส้นประสาททำงานเชื่อมโยงกันทั้งร่างกาย จึงอาจเกิด อาการปวดสะท้อน ขึ้นได้ เช่น ปมตึงตัวที่บ่าส่งสัญญาณปวดขึ้นไปที่ศีรษะ หรือหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท แต่กลับไปแสดงอาการปวดร้าวและชาที่แขนแทน

เช็ก “พฤติกรรมเคยชิน” ที่ทำให้ปวดซ้ำ ๆ ไม่รู้ตัว

แล้วต้นเหตุที่แท้จริงของอาการปวดในวัยทำงานคืออะไร พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ ให้คำตอบว่าอาการปวดส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมซึ่งนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อไม่สมดุล (Muscle Imbalance) อาทิ การก้มดูโทรศัพท์ที่ทำให้คอรับน้ำหนักศีรษะเพิ่มขึ้นหลายเท่าจนเกิดภาวะคอยื่น ไหล่ห่อ หลังค่อม หรือการนั่งไขว่ห้าง ที่ทำลายสมดุลของเชิงกรานและกระดูกสันหลัง เมื่อร่างกายเสียสมดุล กล้ามเนื้อและข้อต่อฝั่งหนึ่งต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงรั้งร่างกายไว้ จนเกิดการอักเสบสะสมและกดทับหมอนรองกระดูกกับเส้นประสาท หากปล่อยไว้นานไม่ดูแลจะทำให้เกิดภาวะปวดเรื้อรัง เสี่ยงกระดูกสันหลังและข้อต่อเสื่อมก่อนวัย รวมถึงเสียบุคลิกภาพอย่างถาวร ดังนั้นหากมีอาการปวดตลอดเวลาและเปลี่ยนท่าแล้วไม่ดีขึ้น ปวดแปลบกลางแนวกระดูกสันหลัง ปวดร้าวลงแขนหรือขา ชาหรืออ่อนแรงจนหยิบของหลุดมือ เดินทรงตัวลำบาก หรือปวดเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ เป็นสัญญาณที่บอกว่าไม่ใช่อาการปวดทั่วไป ควรรีบพบแพทย์ทันที

Posture Analysis เปลี่ยนอาการปวดที่มองไม่เห็น ให้เป็นตัวเลขที่วัดได้

เมื่อต้นเหตุอยู่ที่โครงสร้างร่างกายที่เสียสมดุลไปโดยไม่รู้ตัว การรักษาที่เหมาะสมจึงเริ่มจากการหาให้เจอก่อนว่าร่างกายผิดปกติที่ตรงไหนบ้าง โดยศูนย์กายภาพบำบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน มีการนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ท่าทางและโครงสร้างร่างกาย (Posture Analysis) มาใช้ตรวจประเมินโครงสร้างและท่าทางอย่างละเอียด เพื่อดูว่าร่างกายอยู่ในแนวที่เหมาะสมและสมดุลหรือไม่ โดยมีระบบ AI วางจุดอ้างอิงตามตำแหน่งกระดูกและข้อต่อสำคัญทั่วร่างกาย แล้วคำนวณว่าแต่ละจุดเบี่ยงไปจากแนวปกติกี่องศา ตั้งแต่ความสมดุลซ้าย–ขวาอย่างระดับไหล่และการเอียงของเชิงกราน ความโค้งของกระดูกสันหลังและระยะที่ศีรษะยื่นออกจากแนวไหล่ ไปจนถึงการลงน้ำหนักที่เท้าทั้งสองข้าง เทคโนโลยีนี้ทำให้ได้ผลเป็นตัวเลขที่ชัดเจน จึงช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติเล็ก ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการดูแลของโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ภายใต้แนวคิด “เข้าใจความซับซ้อน เพื่อการรักษาที่ตรงจุด”

รักษาอาการปวดของชาวออฟฟิศด้วย แนวทางเฉพาะบุคคล

การตรวจ Posture Analysis เริ่มจากผู้ป่วยยืนในตำแหน่งมาตรฐานให้ระบบบันทึกภาพและสแกนโครงสร้างร่างกายทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง จากนั้นซอฟต์แวร์จะประมวลผลออกมาเป็นค่าองศาของแต่ละข้อต่อ ต่อด้วยการตรวจซ้ำโดยนักกายภาพบำบัด ทั้งกดหาจุดกดเจ็บ วัดความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และตรวจความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เมื่อได้ผลที่เป็นตัวเลขก็จะนำมาออกแบบเป็นโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การจัดปรับโครงสร้างด้วยมือ การใช้เครื่องมือลดปวดอย่างโปรแกรม Shockwave หรือโปรแกรม PMS การยืดกล้ามเนื้อมัดที่เกร็งตึง การวางแผนออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง ไปจนถึงการปรับโต๊ะ เก้าอี้ และท่าทางในการทำงานให้เหมาะกับแต่ละคน

“อาการปวดดูแลได้ถ้าเรารู้ว่าต้นเหตุอยู่ตรงไหน ดังนั้นทุกคนสามารถเข้ามาตรวจได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ โดยเฉพาะชาวออฟฟิศที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ เพื่อให้เห็นความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ และวางแผนป้องกันได้ก่อนสาย ทั้งยังช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพ ที่สำคัญคือต้องปรับพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย เริ่มจากการนั่งให้หลังชิดพนักและปรับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ระดับสายตา ลุกขยับทุก ๆ 1 ชั่วโมง ลดเวลาอยู่หน้าจอ ยืดและออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอ บ่า สะบักเป็นประจำ รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อลดการอักเสบสะสมของกล้ามเนื้อ และป้องกันไม่ให้ร่างกายเสียสมดุลจนแก้ยาก” พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่มีกำลังมีอาการปวดหรือมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอรับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เปิดให้บริการทุกวัน โทรศัพท์ 02-079-0024 นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed หรือ ViMUT Application เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ผู้ชำนาญการได้อย่างสะดวก รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งช่วยให้การดูแลต่อเนื่องในทุกขั้นตอน

ก้มดูจอนั่งไขว่ห้าง

คุณแหน : 27 สิงหาคม 2569

27 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของ นายโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 14-16 กันยายน 2569..

ll หลังออกแบบกำหนดสมรรถนะหลักบุคลากรของ รพ. เสร็จ  รศ. ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ที่ปรึกษาบริหาร รพ. บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล  เดินหน้าสร้างหลักสูตรและทำการฝึกอบรมกลุ่มคนเก่งที่ได้รับเลือกให้สืบทอดตำแหน่งบริหารทันที.. แถมยังเข้าตาองค์กรอื่น ส่งเทียบเชิญให้ไปช่วยฝึกอบรมพนง. คนเก่งเจนวายและซีให้ด้วย..

ll เขมทัต สุคนธสิงห์ ประธานรุ่นตอ.28 เชิญชวนเพื่อนๆไปงานนัดพบของรุ่น วันอาทิตย์ 20 ก.ย. ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์  ถ.รัชดาภิเษก  9.30-15.00 น.   หวังใจว่าจะได้พบเจอผองเพื่อนทั้งหลายที่จะได้รำลึกถึงความหลังทั้งเสียงหัวเราะทักทายกันเซ็งแซ่ ..วัยนี้มาพบกันก่อนที่จะจำกันไม่ได้..

ll ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บิ๊กบอส DMT สั่งระดมทีมงานเร่งส่งน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย.น่าน พร้อมกำชับทีมงาน Standby ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากน้ำท่วมขยายวงไปยังจังหวัดอื่น ๆ ก็พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือทันที ภายใต้แนวคิด Tollway Better Way” ที่พร้อมอยู่เคียงข้างสังคมในทุกสถานการณ์..

ll “น็อบบี้” นทฤทธ์ จินตกานนท์ ลูกชายของ นทชาติ – สริตา จินตกานนท์ จบ A-Level รุ่นแรกของ Wellington College International School Bangkok ได้เข้าเรียน Sports Management ที่ Loughborough University ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการกีฬาอันดับ 1 ของโลก สร้างความภูมิใจในฐานะ Presenter ของโรงเรียน งานนี้ ดร. ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ เจ้าของ โรงเรียน ปลาบปลื้มใจมาก..

ll นพ.พณะ จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก และ ผอ.โรงพยาบาลปิยะเวท เป็นประธานในพิธีเปิดงาน  Heart Of Care Health Fair 2026 ภายใต้แนวคิด Cancel Cancer Together, We Connect Your Care Journey เชื่อมโยงทุกการรักษา การดูแล  เพื่อส่งเสริมให้ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตั้งแต่เริ่มต้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา พร้อมถ่ายทอดสาระเกี่ยวกับโรคมะเร็ง นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการแพทย์ แนวทางการดูแลเชิงป้องกันที่เหมาะสม รวมถึงแพ็กเกจตรวจสุขภาพ และโปรแกรมคัดกรองโรคเฉพาะทางงวันที่ 4 – 8 ก.ย. 11.00 – 20.00 น. ณ ลานลิฟต์แก้ว ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 ..

ll ยินดีกับ โรมฤดี สิงห์หา ผอ.สำนักอำนวยการศาลจังหวัด สมุทรปราการใน โอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักอำนวยการศาลจังหวัดนครราชสีมา ในวาระโยกย้าย 1 ตุลาคม 2569..

ll ข่าวเศร้า  ศุภมงคล รัตนจิตร์  หัวหน้าแผนกบรรเทาทุกข์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสียชีวิตอย่างกระทันหัน หลังเดินทางไปปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านเมื่อวันที่ 24 ส.ค. มีพิธีสวดพระอภิธรรม 25-28 ส.ค.19.00 น. ศาลาคิงยนต์ วัดสามัคคี ถ.มิตรภาพ นครราชสีมา ..พระราชทานเพลิงศพ 29 ส.ค.16.00 น..

คุณแหน

นทชาติจินตกานนท์นทฤทธ์จินตกานนท์พณะจันทรกมลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวศักดิ์ดาพรรณไวยศิริยุพารุ่งเริงสุขศุภมงคลรัตนจิตร์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีสริตาจินตกานนท์เขมทัตสุคนธสิงห์โตเลิมโรมฤดีสิงห์หา

กลุ่ม KTIS รับรางวัล CSR Awards 2026 พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:31 น.

ปริญญ์ ศิริวิริยะกุล ผู้จัดการโรงงาน กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน เป็นผู้แทน KTIS สาขา 3 เข้ารับรางวัล CSR Awards 2026 ในฐานะองค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น ระดับจังหวัด จากนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

รางวัลดังกล่าวจัดโดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวคิด “CSR Partnerships for Sustainable Thailand” ซึ่งการได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่ม KTIS ในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืน 

CSRAwards2026กลุ่มKTIS

กระทรวง พม. กทม ผนึกกำลัง ทรูฯ เครือเจริญโภคภัณฑ์ สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) และมูลนิธิออทิสติกไทย เปิดการแข่งขันกีฬาบุคคลออทิสติกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:21 น.

เพราะความแตกต่างไม่เคยลดทอนคุณค่าของใคร… ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรู ปลูกปัญญา สานต่อพันธกิจสร้างสังคมที่เปิดกว้าง ร่วมสนับสนุน “การแข่งขันกีฬาบุคคลออทิสติกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3” เปิดเวทีให้บุคคลออทิสติกและผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษจากทั่วประเทศ ได้แสดงความสามารถ ความมุ่งมั่น พร้อมถ่ายทอดความภาคภูมิใจผ่านกีฬา ท่ามกลางครอบครัว ครู ผู้ดูแล รวมกว่า 1,000 ครอบครัว มหกรรมกีฬาครั้งนี้เกิดจากพลังความร่วมมือของ สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) มูลนิธิออทิสติกไทย และภาคีเครือข่าย โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางสาวดุษฎี สรวงขันธ์ รองผู้อำนวยการพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ นายประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา ทรู คอร์ปอเรชั่น ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายครอบครัวบุคคลออทิสติกทั่วประเทศ ร่วมส่งต่อพลังใจ สะท้อนภาพของสังคมที่เคารพความแตกต่าง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเติบโตได้อย่างเท่าเทียม ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง

คุณค่าของกีฬาไม่ได้หยุดอยู่ที่ผลแพ้ชนะ หากยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดทางให้บุคคลออทิสติกได้ค้นพบความสามารถ เสริมสุขภาวะ สมาธิ วินัย ทักษะการทำงานเป็นทีม ตลอดจนสร้างความมั่นใจในตนเอง ผ่านกีฬาหลากหลายประเภท ทั้งกรีฑา เปตอง แบดมินตัน ว่ายน้ำ แชร์บอล รวมถึงกีฬาพื้นบ้านและการประกวดกองเชียร์ ซึ่งเติมเต็มบรรยากาศด้วยรอยยิ้ม มิตรภาพ และช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจ การสนับสนุนครั้งนี้ยังสะท้อนพันธกิจของ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา ที่ทำงานเคียงข้างมูลนิธิออทิสติกไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) ตลอดจนภาคีเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษา ทักษะดิจิทัล ทักษะชีวิต สู่การสร้างอาชีพ สุขภาพที่ดี และการมีส่วนร่วมกับชุมชน พร้อมทำหน้าที่เป็น “Connector สื่อกลางเชื่อมพลัง” นำเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ รวมถึงศักยภาพของเครือเจริญโภคภัณฑ์มาต่อยอดเป็นโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ทรูนำศักยภาพด้านโครงข่ายการสื่อสารมาสนับสนุนการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านเฟสบุ๊กสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึมไทย และเฟสบุ๊กทรูปลูกปัญญา ส่งต่อทุกโมเมนต์สำคัญจากสนามสู่ผู้ชมทั่วประเทศ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ให้สังคมได้เห็นถึง ความสามารถ ความมุ่งมั่น และศักยภาพของบุคคลออทิสติกในการก้าวข้ามข้อจำกัดในแบบของตนเอง

ทรูเชื่อว่า เมื่อศักยภาพถูกมองเห็นโดยไม่ถูกตีกรอบจากสิ่งที่แตกต่าง สังคมย่อมเปิดรับและเข้าใจกันอย่างแท้จริง ครั้งนี้จึงไม่เพียงมอบพื้นที่ให้บุคคลออทิสติกได้ค้นพบตัวเอง พัฒนาทักษะ และเปล่งประกายในเส้นทางที่เลือก แต่ยังตอกย้ำเจตนารมณ์ของทรูในการต่อยอดโอกาสให้ทุกชีวิตเติบโตอย่างมั่นใจ พร้อมก้าวไปในสังคมที่เคารพความหลากหลาย เห็นคุณค่าของแต่ละคน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

กระทรวงพม.กีฬาบุคคลออทิสติกแห่งประเทศไทยครั้งที่3เครือเจริญโภคภัณฑ์

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ต่ออีกสมัย เป็นสมัยที่ 4

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:17 น.

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) จัดการประชุมใหญ่ พร้อมเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการอำนวยการ วาระปีบริหาร 2569-2572เพื่อเข้ารับหน้าที่บริหารงานแทนคณะกรรมการอำนวยการชุดเดิมที่กำลังจะหมดวาระลง หลังเสร็จสิ้นจากการประชุมและเลือกตั้งใหญ่ของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ โดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ต่ออีกสมัย ซึ่งนับเป็นสมัยที่ 4 พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ 14 คน ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้ง ที่มีแต่ความยินดีจากสมาคมสมาชิกทั่วประเทศที่มาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล

ผลงานสำคัญที่ผ่านมาของ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) ภายใต้การบริหารงานของ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ในวาระปีบริหาร ที่ผ่านมา  ได้แก่ – ริเริ่มดำเนินโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงินร่วมกับภาคี 5 แห่ง คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย และ สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ฯ ผลักดันให้เกิดการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการดำเนินโครงการ และจัดให้มีการมอบรางวัลเกียรติคุณแก่บริษัทนำร่องที่ดำเนินโครงการดังกล่าวอย่าง เป็นรูปธรรมและต่อเนื่องในพิธีประกาศรางวัลเกียรติคุณสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชน โครงการ “สสธวท…สตรีทรงพลัง” ในวาระครบรอบ 50 ปีสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ 10 ปีเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ เขตปทุมวัน

ภาพหมู่รวมคณะกรรมการอำนวยการสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ  ฯนายกองค์กร 24จังหว้ด ทั่วประเทศ

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ  ถ่ายภาพร่วมคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการอำนวยการชุดเดิม

คณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่อีก 14 ท่าน

คุณหญิงณัฐิกาวัธนเวคินอังอุบลกุลสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ

“อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต” ซีพีอาสา จับมือ ซีพีเอฟ ร้อยเรียงใจสู้ภัยน้ำท่วมน่าน

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:03 น.

ฝนที่หนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน แม้สถานการณ์น้ำล่าสุดน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังในพื้นที่อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และอำเภอเวียงสา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำก่อนระบายลงเขื่อนสิริกิติ์

เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่ “ซีพีอาสา” โดยพนักงานของกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ และซีพีเอฟ พร้อมอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมร้อยเรียงใจช่วยน้ำท่วมน่าน ผ่าน ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ซีพีน่านตั้งขึ้น โดยทีมงานซีพีอาสา ระดมสรรพกำลัง จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและส่งมอบความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีทีมงาน ซีพีเอฟ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจของซีพีอาสา สนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปประกอบอาหารในเบื้องต้น ทั้งเนื้อหมูบด 200 กิโลกรัม ไก่สับ 200 กิโลกรัม ไข่ไก่สด 6,000 ฟอง พร้อมทั้งน้ำดื่ม 3,600 ขวด ช่วยคลายความเดือดร้อนด้านอาหารแก่พี่น้องชาวอำเภอปัว

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม สามารถติดต่อประสานความช่วยเหลือได้ที่ “ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” ชีพีน่าน  หรือแจ้งเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้ตามช่องทางดังนี้ ศูนย์กู้ภัย อบจ.น่าน: 054-059-855 (24 ชั่วโมง) หรือ 054-773-888, ปภ. จังหวัดน่าน: 054-716-174 หรือ สายด่วน ปภ. 1784 และหน่วยงานท้องถิ่น สามารถติดต่อผู้นำชุมชน หรือ อปท. ในพื้นที่ได้ทันที

นอกจากนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานราชการและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งจัดเตรียมสิ่งของยังชีพที่จำเป็นและยารักษาโรคประจำตัว เพื่อความปลอดภัยควรตัดกระแสไฟฟ้าและปิดวาล์วน้ำก่อนออกจากบ้าน ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนชาวน่าน …เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

ผลส ารวจของยูนิเซฟชี ้ค่าครองชีพที ่สูงขึ ้นกระทบโภชนาการและการศึกษา และความเป็นอยู ่ที ่ดีของเด็ก

26 สิงหาคม 2569 เวลา 13:58 น.

ผลสำรวจผลกระทบค่าครองชีพต่อเด็กและครอบครัวในประเทศไทย ซึ่งยูนิเซฟร่วมกับนิด้าโพลจัดทำขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 พบว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังบีบให้ครัวเรือนที่มีเด็กและเยาวชนต้องตัดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร การศึกษา และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ท่ามกลางราคาสินค้าที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

การสำรวจครั้งนี้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ครัวเรือนที่มีเด็กจำนวน 1,227 ครัวเรือนใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ และพบว่า กว่า 6 ใน 10 ครัวเรือน (ร้อยละ 61) ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะเดียวกัน ผลสำรวจออนไลน์อีกฉบับหนึ่งของยูนิเซฟในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน อายุ 15-24 ปี จำนวน 435 คน ซึ่งจัดทำในช่วงเวลาเดียวกัน ก็สะท้อนแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน โดยร้อยละ 43 ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อครัวเรือนของตนอย่างมากหรือถึงขั้นวิกฤต

ผลสำรวจเหล่านี้สอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่กำลังชะลอตัว โดยเติบโตลดลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรกของปี 2569 เหลือร้อยละ 1.9 ในไตรมาสที่สอง ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้ครัวเรือนต้องเผชิญกับแรงกดดันสองด้าน ทั้งจากรายได้ที่ลดลงและภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น

ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค  ครัวเรือนในภาคเหนือระบุว่าได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพหนักที่สุด แต่กลับมีเพียงร้อยละ 17 เท่านั้นที่ได้รับความช่วยเหลือ ขณะที่ครัวเรือนในกรุงเทพฯ เกือบทั้งหมดระบุว่าได้รับการช่วยเหลือแล้ว ส่วนเยาวชนที่มีความพิการหรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพก็ได้รับผลกระทบรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น โดยเกือบ 2 ใน 3 (ร้อยละ 63) ระบุว่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เทียบกับร้อยละ 39 ในกลุ่มที่ไม่มีความพิการหรือข้อจำกัดด้านสุขภาพ

“เบื้องหลังตัวเลขทุกตัวคือการตัดสินใจที่ยากลำบากของครอบครัวที่ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละวัน และต้องตัดสินใจว่าจะลดค่าใช้จ่ายส่วนไหนลง”  เคน เลกินส์ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว “สำหรับบางครอบครัว สิ่งที่ต้องลดลงอาจเป็นคุณภาพของอาหาร สำหรับบางครอบครัวอาจเป็นค่าเดินทางไปโรงเรียน อุปกรณ์การเรียน หรือโอกาสในการเรียนรู้ของบุตรหลาน”

เลกินส์ กล่าวเสริมว่า “สำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อย ความกดดันนี้ยังมาพร้อมกับความเครียดและความกังวล เมื่อเห็นว่าครอบครัวกำลังเผชิญความยากลำบาก แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มทรงตัว แต่ครอบครัวยังคงต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ เราจึงต้องทำให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือไปถึงครอบครัวที่ต้องการมากที่สุด เพื่อไม่ให้แรงกดดันทางการเงินกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐานของเด็กและครอบครัว ทั้งการศึกษา โภชนาการ สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงสุขภาพจิต”

ผลกระทบด้านโภชนาการเป็นประเด็นหนึ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด โดยมากกว่า 4 ใน 5 ครัวเรือนที่มีเด็กระบุว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลต่อคุณภาพหรือปริมาณอาหารที่บุตรหลานได้รับประทาน เนื่องจาก หลายครอบครัวจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารหรือเปลี่ยนไปซื้ออาหารที่มีราคาถูกลง

ครอบครัวยังระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานเป็นอีกหนึ่งภาระที่เพิ่มขึ้น โดยเกือบ 3 ใน 4 ของครัวเรือนระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงขึ้น ขณะที่มากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 52) ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า ครอบครัวต้องลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา เช่น ค่าเดินทางไปโรงเรียน ค่าอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าเรียนพิเศษ กิจกรรม และอุปกรณ์การเรียน

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังส่งผลต่อสุขภาวะด้านจิตใจของเด็กและเยาวชนด้วย โดยพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของครัวเรือนระบุว่า บุตรหลานมีความเครียดหรือความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น ขณะที่ร้อยละ 64 ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า รู้สึกเครียดหรือกังวลมากขึ้นจากแรงกดดันด้านการเงิน

แม้รัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ครอบครัวที่มีเด็กยังต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ยูนิเซฟจึงเสนอให้เพิ่มการสนับสนุนสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและเยาวชน เช่น การเพิ่มเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือการเพิ่มการสนับสนุนผ่านเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยยูนิเซฟพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการช่วยให้ครอบครัวเข้าถึงความช่วยเหลือที่จำเป็น เพื่อไม่ให้แรงกดดันทางการเงินในวันนี้กระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดี โอกาส และอนาคตของเด็กในประเทศไทย