Sea (ประเทศไทย) ผนึกพันธมิตร สร้างการเรียนรู้ด้านการเงินผ่านบอร์ดเกม

Sea (ประเทศไทย) ผนึกพันธมิตร สร้างการเรียนรู้ด้านการเงินผ่านบอร์ดเกม

Sea (ประเทศไทย) ผนึกพันธมิตร สร้างการเรียนรู้ด้านการเงินผ่านบอร์ดเกม

วันศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ อาทิ Garena, Shopee และ Monee ร่วมกับสถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ (Institute of Board Game for Learning) จัดการแข่งขัน “Wishlist Thailand Tournament 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เดินหน้าสร้างการเรียนรู้เรื่องการเงินส่วนบุคคล เพื่อส่งเสริมให้เกิดภูมิคุ้มกันทางการเงิน ต่อยอดการกระจายบอร์ดเกม “Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน” สู่กลุ่มนักเรียน คุณครู และผู้ปกครอง โดยขยายการแข่งขันครอบคลุมกลุ่มเยาวชน ครอบครัว และบุคคลทั่วไป ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 50,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ ซึ่งงานจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ (EmSphere) กรุงเทพฯ

พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทายทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนรอบด้าน การปลูกฝังทักษะทางการเงินแก่เยาวชนตั้งแต่วัยเยาว์ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตด้านอื่นๆ สอดคล้องกับแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่ชี้ว่าควรปลูกฝังความรู้ทางการเงินตั้งแต่วัยเรียน และควรบรรจุไว้ในระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เราจึงร่วมกับพันธมิตรอย่าง Wizard of Learning และ The Money Coach เพื่อร่วมกันพัฒนา ‘บอร์ดเกมการเงิน Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน’ ให้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่สนุก เข้าใจง่าย และได้ลงมือปฏิบัติจริงบนสถานการณ์จำลอง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะทางการเงินและส่งเสริมการตัดสินใจทางการเงินอย่างมีเหตุผล โดยเดินหน้าต่อยอดสู่การจัดการแข่งขัน Wishlist Thailand Tournament ครั้งที่ 2 ในปีนี้ ภายใต้แนวทาง ‘เข้าถึงและขยายผล’ มุ่งเข้าถึงกลุ่มเยาวชน ครอบครัว และสาธารณชนในวงกว้าง เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวคิดพื้นฐานทางการเงิน ตลอดจนทัศนคติและพฤติกรรมทางการเงินที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยในปีนี้มีผู้ร่วมเข้าแข่งขันรวมกว่า 100 คน จาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย”

การแข่งขัน Wishlist Thailand Tournament 2025 รอบชิงชนะเลิศจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ กรุงเทพฯ โดยในปีนี้ได้ขยายรูปแบบการแข่งขันให้ครอบคลุม 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นตัวแทนสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษา) รุ่นบุคคลทั่วไป (Open) และรุ่นครอบครัว (Family)  เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน ครอบครัว และประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้ทักษะทางการเงินอย่างสร้างสรรค์ผ่านประสบการณ์การเล่นบอร์ดเกม พร้อมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 50,000 บาท ผลการแข่งขันแต่ละรุ่นเป็น ดังนี้ รุ่นตัวแทนสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษา)  ปีนี้มีนักเรียนจากทั้ง 4 ภูมิภาครวมกว่า 86 โรงเรียน เข้าร่วมการแข่งขัน โดยผ่านการคัดเลือกในรอบภูมิภาคจนได้ 40 โรงเรียนสุดท้าย มาแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ โดย แทนคุณ เหมือนแซง โรงเรียนชุมแพศึกษา จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คว้าตำแหน่งชนะเลิศไปครอง ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมรับเงินสนับสนุนแก่สถานศึกษา 5,000 บาท และ ถ้วยเกียรติยศ Wishlist Thailand Tournament 2025 จากกระทรวงศึกษาธิการ

รุ่นบุคคลทั่วไป (Open)  ที่เปิดรับผู้เข้าแข่งขันทุกช่วงวัย มีผู้เข้าร่วมกว่า 60 คน โดย รุ่งนภา จันทรเสริม คว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และถ้วยเกียรติยศ Wishlist Thailand Tournament 2025 จาก Sea (ประเทศไทย) รุ่นครอบครัว (Family) ซึ่งเปิดเป็นรุ่นพิเศษ เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับประถมศึกษาได้ร่วมลงสนามแข่งขันกับสมาชิกในครอบครัว โดยการแข่งขันรุ่นครอบครัวถูกจัดขึ้นเป็นปีแรก และมีจุดมุ่งหมายที่จะใช้เกมเป็นจุดเริ่มต้นเปิดบทสนทนาเรื่องการเงินภายในครอบครัวอย่างเป็นธรรมชาติ โดย ธนดล กุลชัยวิวัฒน์กิจ และ เด็กชายปัณชพัฒน์ ทองแดง คว้าชัยชนะ พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และถ้วยเกียรติยศ Wishlist Thailand Tournament 2025 จาก Sea (ประเทศไทย)

ภายในงานยังมีกิจกรรมความรู้และเวทีเสวนา ภายใต้หัวข้อ ยกระดับภูมิคุ้มกันทางการเงินของคนไทย ภายใต้การขับเคลื่อนของเครื่องมือที่เรียกว่า ‘บอร์ดเกม’  โดย  จันทร์ธิดา พัวรัตนอรุณกร รองผู้อำนวยการ ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงิน  ธนาคารแห่งประเทศไทย เจษฎา วรรณเขจร ผู้อำนวยการกลุ่มงานสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เดือนเพ็ญ จันทร์ศิริศรี ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาความรู้การเงินขั้นพื้นฐาน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย)

นอกจากนี้ ยังมีเสวนาจุดประกายแลกเปลี่ยนแนวคิดการใช้บอร์ดเกมเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ด้านการเงิน ในหัวข้อ บทเรียนด้านการเงินที่เริ่มต้นได้ ด้วยการเล่นบอร์ดเกมในบ้านและโรงเรียน โดย โค้ชหนุ่ม – จักรพงษ์ เมษพันธุ์ (The Money Coach) คุณครูร่มเกล้า ช้างน้อย ครูโรงเรียนเทพศาลาประชาสรรค์ และฤทธิชัย  โฉมอัมฤทธิ์ ผู้ประสานงานเยาวชน โครงการเชียงดาวเมืองแห่งการเรียนรู้ ที่มาร่วมแบ่งปันแนวคิดการสื่อสารเรื่องเงินในเยาวชนและภายในครอบครัวอย่างเข้าใจง่าย ให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับความรู้และแรงบันดาลใจไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน

จักรพงษ์​ เมษพันธุ์ หรือ “โค้ชหนุ่ม” The Money Coach ซึ่งเป็นผู้ร่วมออกแบบบอร์ดเกม Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน  กล่าวว่า “เราออกแบบบอร์ดเกม Wishlist ให้ผู้เล่นได้สนุกและฝึกฝนทักษะทางการเงินหลายด้านไปพร้อม ๆ กัน ผ่านกลไกของบอร์ดเกมที่ทำให้เราคิดวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจอย่างเป็นระบบ เพื่อนำบทเรียนที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตจริง และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้ทางการเงินที่ถูกต้อง สำหรับเยาวชนวัยมัธยมแล้ว สิ่งสำคัญที่เราอยากให้พวกเขาเรียนรู้ คือ การมีเป้าหมายในการออมและการคำนึงถึงการลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายเหมือนสถานการณ์จริงที่พบในชีวิตประจำวัน ซึ่งมักต้องเลือกระหว่าง ‘สิ่งที่จำเป็น’ หรือ ‘สิ่งที่อยากได้’

ส่วนกลไกอื่นๆ ภายในเกม Wishlist เช่น ค่าใช้จ่ายจากสถานการณ์ไม่คาดฝัน ค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้นกระทันหัน ตลอดจนสินเชื่อ ถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเกมเพื่อให้เด็ก ๆ ได้ลองรับมือกับสถานการณ์จริงที่จะได้พบเมื่อเติบโตขึ้น เพื่อให้พวกเขาใช้เวลาทำความเข้าใจ บ่มเพาะทัศนคติและพฤติกรรมการบริหารจัดการเงินที่ถูกต้องนับตั้งแต่วันนี้ อย่างเช่น ความเข้าใจเกี่ยวกับสินเชื่อ ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สร้างประโยชน์ในชีวิตได้ อาทิ การกู้ซื้อบ้านหรือสิ่งจำเป็นเพื่อการเลี้ยงชีพ ทั้งนี้ หากไม่มีการวางแผนการผ่อนชำระคืนที่ดี สินเชื่อก็อาจจะกลายเป็นหนี้และภาระที่ทำให้ตนเดือดร้อนได้ เป้าหมายของเราคือการปลูกฝังความตระหนักรู้นี้ตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสามารถดูแลตนเองได้อย่างมีความรับผิดชอบ”

วรุตม์ นิมิตยนต์ ผู้อำนวยการสถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ (Institute of Board Game for Learning) กล่าวว่า “บอร์ดเกม Wishlist ถือเป็น ‘กุญแจสำคัญ’ ในการส่งเสริมการเรียนรู้ทางการเงินเชิงรุก ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เปิดรับการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่สนุก ท้าทาย และส่งเสริมปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เราเชื่อว่าบอร์ดเกมสามารถเป็นเครื่องมือทรงพลังในการเริ่มต้นบทสนทนาเรื่องเงินในทุกบริบทของสังคม เราจึงได้เชื่อมโยงเครือข่ายจากภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกันในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ทางการเงิน  โดยในปีนี้ มีโรงเรียนเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ก่อให้เกิดกิจกรรมเรียนรู้และแรงกระเพื่อมในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้ง Wishlist ยังได้รับคัดเลือกให้นำไปจัดแสดงในเวทีระดับนานาชาติ อาทิ Taiwan Original Board Game Expo และ SPIEL ESSEN ประเทศเยอรมนี ซึ่งถือเป็นงานบอร์ดเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตอกย้ำศักยภาพของบอร์ดเกมไทยในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างแท้จริง”

บอร์ดเกมการเงิน Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน เป็นบอร์ดเกมการเงินที่ช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดทางการเงิน และสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันผ่านกลไกของบอร์ดเกม อาทิ การบริหารรายรับ การจัดลำดับความสำคัญในการใช้จ่าย การบริหารจัดการสภาพคล่อง การบริหารจัดการหนี้สิน การหารายได้เพิ่ม เป็นต้น นับเป็นพื้นที่จำลองให้ผู้เล่นได้ฝึกฝนการวางแผนทางการเงินอย่างสนุกสนาน ปลูกฝังพฤติกรรมทางการเงินที่ถูกต้องและสามารถใช้ความรู้และทักษะด้านการเงินในการยกระดับคุณภาพชีวิตในอนาคต โดยปัจจุบัน บอร์ดเกมการเงิน Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน ได้รับการกระจายไปยังโรงเรียน ศูนย์การเรียนรู้ และร้านบอร์ดเกมชั้นนำกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดในรูปแบบ Print & Play ผ่านเว็บไซต์ seaacademy.com ซึ่งมียอดดาวน์โหลดสะสมกว่า 2,000 ครั้ง สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากกว่า 180,000 คนทั่วประเทศ 

นอกจากนี้ ผู้ร่วมพัฒนาบอร์ดเกมฯ อย่าง Wizard of Learning ยังมีการจัดจำหน่ายบอร์ดเกม Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงบอร์ดเกมให้กว้างขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา หน่วยงานส่งเสริมการเรียนรู้ คุณครู หรือผู้ปกครอง โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Official Facebook Page ของ Wizard of Learning หรือ SE-ED Book Center ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

คุณแหน : 12 กันยายน 2568

คุณแหน : 12 กันยายน 2568

คุณแหน : 12 กันยายน 2568

วันศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นองค์ประธานก่อตั้ง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน โดย ศ.กิตติคุณนพ.วิศิษฏ์ สิตปรีชา รองประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิโรคไตฯ คนที่ 2 ได้เป็นประธานมอบเครื่องไตเทียม 27 เครื่อง, เครื่องบำบัดทดแทนไตชนิดต่อเนื่อง 7 เครื่อง, ระบบน้ำ 7 รายการ เครื่องมือผ่าตัดไตและระบบทางเดินปัสสาวะและเครื่องมือแพทย์อื่นๆ 24 รายการ รวมทั้งสิ้น 65 รายการ ให้แก่ รพ. 60 แห่งทั่วประเทศ..
  • บมจ.ปตท. มอบเงินสนับสนุนสิทธิประโยชน์การจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ให้กับ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อใช้สนับสนุนการจัดงาน โดยมี ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี รับมอบ..
  • บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ล่าสุดคว้าเกียรติบัตร “ESG DNA” จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งสะท้อนการให้ความสำคัญและมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามหลักการ ESG ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรและขับเคลื่อนธุรกิจไปพร้อมกับ การสร้างคุณค่าที่มากกว่าธุรกิจยาง อีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของซีอีโอคนเก่ง ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ..
  • บจ.อัลฟ่าเซค และ บมจ.ลาวโทรคมนาคม (LTC) ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ พัฒนาธุรกิจความมั่นคงไซเบอร์และจัดการข้อมูลส่วนบุคคล โดยเกิดจากความร่วมมือของนักศึกษาหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 7-8 ได้ผนึกกำลังใช้ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีร่วมกัน ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยดิจิทัลและขยายตลาดอาเซียน งานนี้มี ชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์, ชัชวิน พิพัฒน์โชติธรรม, ณิชาภัทร บุญนัดดา, สุพล จันทวีชัย, อรุณเดช บานจิตร, นิวัฒน์ เย็นกาย, ปวริศร์  เอี่ยมอ่ำ ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย..
  • ธนิสรา สิงหกุล ผอ.ท่าอากาศยานกระบี่ และ ศาศวัต เด่นแดนโดม รอง กก.ผจก.บจ.แดน-ไทย อีควิปเม้นท์ ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน 4 โรงเรียน ได้แก่ รร.ราชประชานุเคราะห์ 1, รร.ราชประชานุเคราะห์ 2, รร.วัดธรรมาวุธสรณารามและ รร.เทศบาล 1 บ้านกระบี่น้อย..
  • ประพล พรประภา ชวนเพื่อนๆนักวิ่งไปร่วม Abbott World Marathon Majors เหรียญที่ 7 (Seven Star) ที่นครซิดนีย์ ด้วยเพื่อนนักวิ่งหลายคนเพิ่งฟื้นตัวจากการบาดเจ็บ ทั้งผ่าหัวเข่า เอ็นฝ่าเท้าขาด เลยนัดกันวิ่งไป ถ่ายรูปไป จบ Seven Star ไปแบบชิลๆด้วยการใส่เสื้อสีชมพู วิ่งจับมือกันเข้าเส้นชัยพร้อมกัน 6 คนรวด ซึ่ง 3 ใน 6 คนนี้ ได้สอยดาวดวงที่ 7 ไปเชยชม..
  • ประภา ปูรณโชติ วันเกิดปีนี้ไปทำบุญที่วัดชนะสงคราม พร้อมไปปล่อยปลาที่วัดเทวราชกุญชร แล้วไปทานกลางวันกับเพื่อนๆหลายกลุ่ม ณ บ้านตึกดิน..
  • เพื่อนๆร่วมเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ ชลธิดา โพธิสมภรณ์ และ เข็มอัปสร สิริสุขะ โดยมี นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์, วีรพล สวรรค์พิทักษ์, ยอดฤดี สันนติกุล, จันทร์เพ็ญ เพ็งสมบัติ, อรอุมา สีแสงทอง ร่วมด้วย..
  • เปิดโลกอนาคตของอุตสาหกรรมเกษตร กับ AI Expo ครั้งแรก และเวที 45th AIKU Trends Truths TED Talks 13 ก.ย. 14.00–18.00 น. ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ม.เกษตรศาสตร์..

น้องใหม่

จากความแห้งแล้งสู่ความหวังใหม่ “มิตรผล โอเอซิส” พลิกวิกฤตน้ำด้วย “โอเอซิสเพื่อการเกษตร” สร้างความยั่งยืนของเกษตรกรไทย

จากความแห้งแล้งสู่ความหวังใหม่ “มิตรผล โอเอซิส” พลิกวิกฤตน้ำด้วย “โอเอซิสเพื่อการเกษตร” สร้างความยั่งยืนของเกษตรกรไทย

จากความแห้งแล้งสู่ความหวังใหม่ “มิตรผล โอเอซิส” พลิกวิกฤตน้ำด้วย “โอเอซิสเพื่อการเกษตร” สร้างความยั่งยืนของเกษตรกรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.46 น.

หากเอ่ยถึง “โอเอซิส” คนส่วนใหญ่คงมีภาพจำของแหล่งน้ำที่มอบชีวิตและความหวังท่ามกลางความร้อนระอุในทะเลทราย แม้ดูเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ในห้วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพอากาศ หลายคนอาจจะกำลังมองหา “โอเอซิส” ที่เป็นเหมือนความหวังใหม่ในชีวิตก็เป็นได้ เพราะเมื่อหันมาดูสภาพอากาศบ้านเราที่ช่วงนี้เป็นฤดูฝนที่ควรจะชุ่มฉ่ำ แต่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกลับต้องเผชิญกับภาวะฝนทิ้งช่วง บางพื้นที่เผชิญกับน้ำหลาก สถานการณ์นี้เป็นผลพวงจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี และผู้ที่ได้รับผลกระทบมากก็หนีไม่พ้น “ภาคเกษตร” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ค้ำจุนความมั่นคงทางอาหารของโลก

ในวิกฤตภัยแล้งและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า การบริหารจัดการน้ำจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน กลุ่มมิตรผล ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล จึงได้ริเริ่มโครงการ “Mitr Phol Oasis” หรือ “โอเอซิสเพื่อการเกษตร” ที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่สำหรับบรรเทาปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยจากน้ำท่วมให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่อย่างยั่งยืน

บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า  กลุ่มมิตรผลในฐานะองค์กรที่ช่วยขับเคลื่อนภาคเกษตรไทย เราไม่ได้มองบท บาทของตัวเองแค่การทำธุรกิจ แต่ในฐานะพลเมืองคนหนึ่งของประเทศที่เชื่อว่าน้ำคือรากฐานความมั่นคงของชีวิตผู้คน เศรษฐกิจ และสิ่งแวด ล้อม ความเชื่อนี้ผลักดันให้เราพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืนและแบ่งปันประโยชน์นั้นคืนสู่ชุมชนและสังคมไทย โดยทุกวันนี้ปัญ หาโลกร้อนที่ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน นับเป็นความท้าทายใหญ่ของภาคเกษตร และหนึ่งในแนวทางที่สามารถรับมือกับปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ การจัดหาแหล่งน้ำสำรอง(Resource)เราจึงริเริ่มโครงการ ‘Mitr Phol Oasis’ ขึ้นมาเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตร กรจากวิกฤตภัยแล้งและน้ำท่วม โครงการฯ นี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งน้ำไว้ใช้ทำการเกษตรและดำรงชีวิต แต่ยังเป็นเหมือนโอเอซิสที่สร้างความหวังให้กับเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะส่งมอบความรู้วิธีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบแนวทาง ‘มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม’ เพื่อให้เกิดการวางแผนในการใช้น้ำ แบ่งปันกันอย่างเท่าเทียม และใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน”

โครงการ “Mitr Phol Oasis” ได้พัฒนาขึ้นในพื้นที่ลุ่มต่ำที่เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง และสร้างเป็นอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีความจุมากกว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยจะเปิดประตูรับน้ำจากธรรมชาติในช่วงฤดูน้ำหลากเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม มากักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้งเพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ และวางระบบกระจายน้ำไปยังไร่อ้อยของเกษตรกรอย่างทั่วถึง ปัจจุบันมีโครงการฯ ทั้งหมด 4 แห่งในจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ สุ พรรณบุรี และกาฬสินธุ์ ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 22,000 ไร่ โครงการฯ นี้ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรสามารถบรรเทาปัญหาช่วงน้ำหลากและรับมือกับภัยแล้งได้ดีขึ้นแล้ว แต่ยังช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ และลดต้นทุนค่าน้ำได้มากถึง 3,500 บาทต่อไร่ต่อปี นอกจากนี้ยังสร้างรายได้จากการจ้างงานในชุมชนอีกด้วย

ชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อ “โอเอซิส” มาถึง

เมื่อเดินทางลงพื้นที่สำรวจโครงการโอเอซิส ณ บ้านถนนกลาง ตำบลสระพัง อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ สิ่งที่ได้เห็นคือไร่อ้อยที่เขียวขจีตัดกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุและแห้งแล้ง แม่เอี้ยง-บุษกร ขันแข็ง เกษตรกรในพื้นที่ เล่าถึงชีวิตก่อนที่จะมีโครงการฯ นี้ให้ฟังว่า “แถวนี้ห่างไกลจากแหล่งน้ำและพอฝนตกน้ำก็ท่วมสูงทุกปี เลยลองปลูกอ้อยเพราะทนต่อสภาพภูมิอากาศได้ดีกว่า เวลาโดนน้ำท่วมอย่างน้อยก็ยังได้ผล ผลิตบ้าง ตอนทำไร่อ้อยแรกๆ แม่ต้องอาศัยฟ้าฝนอย่างเดียว ต้องขุดสระเล็กๆ ในไร่ไว้กักน้ำตอนน้ำหลากมาใช้หรือไม่ก็ต้องซื้อน้ำจากที่อื่นมาใส่สระ รอบละ 3,600-4,000 บาท เวลาใช้น้ำก็ต้องคอยดูว่าน้ำในสระลดลงไปกี่เซนฯ แล้ว กังวลตลอดว่าน้ำจะพอไหม”

แม่ภาพ-สุภาพ จันทร์ที เกษตรกรชาวไร่อ้อย กล่าวเสริมว่า “สมัยก่อนเวลาจะใช้น้ำมารดอ้อย แม่ต้องจ้างคนมาช่วยแบกท่อแป๊บทั้งยาวทั้งหนัก ขนรอบนึงเป็นสิบๆ ท่อน มาเสียบต่อกันรวมแล้วร้อยกว่าท่อน ระยะทางเป็นกิโลฯ เพื่อไปเอาน้ำจากแหล่งธรรมชาติมาใช้ พอได้น้ำแล้วก็ต้องมาเก็บท่อ ช่วยกันแบกกลับ ลำบากมากจริงๆ”

แต่เมื่อกลุ่มมิตรผลเข้ามาพัฒนาและสร้างโครงการ “Mitr Phol Oasis” ชีวิตของเหล่าเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะนอก จากจะช่วยบรรเทาน้ำหลากในฤดูฝนชุกและหล่อเลี้ยงพืชผลในหน้าแล้งด้วยน้ำที่เพียงพอแล้ว ยังส่งต่อองค์ความรู้จากแนวทาง “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” สู่เกษตรกรอีกด้วย โดย แม่ภาพ เล่าให้ฟังต่อว่า “ตอนที่ตัดสินใจมาปลูกอ้อย แม่ไม่มีความรู้เลยเพราะไม่เคยปลูกมาก่อน ทางมิตรผลก็เข้ามาแนะนำพันธุ์อ้อย วิธีการปลูกอ้อย การบำรุง และสอนการให้น้ำด้วยระบบน้ำหยด แม่ก็ตั้งใจเรียนรู้และเอาไปใช้ในไร่ วางท่อปล่อยน้ำให้หยดตามโคนต้นช่วยประหยัดน้ำมากกว่าวิธีอื่น เวลาให้ปุ๋ยก็สามารถใส่ไปพร้อมน้ำหยดได้เลย ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน ที่สำ คัญคือผลผลิตดีขึ้นมากเพราะอ้อยได้รับน้ำสม่ำเสมอ และเก็บรักษาความชื้นในดินได้ดีขึ้น”

แม่เอี้ยง เล่าพร้อมรอยยิ้มว่า “เมื่อมีน้ำ เราก็มีชีวิต พอมีแหล่งน้ำตรงนี้ ชีวิตเปลี่ยนเลยค่ะ ไม่ต้องรอฟ้าฝนแล้ว ทุกวันนี้สามารถควบคุมและวางแผนได้ว่าต้องการใช้น้ำวันไหน ก็จองคิวกันในกลุ่มไลน์ที่มีสมาชิก 111 ราย ทุกคนในกลุ่มได้ประโยชน์จากโครงการฯ นี้กันหมด วันไหนถึงคิวที่จองไว้แค่เปิดวาล์วรับน้ำลงสระในไร่ ก็ได้น้ำมาใช้ไม่มีขาด ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องลำบากอีกต่อไปแล้ว พออ้อยมีน้ำเพียงพอและสม่ำเสมอ ไม่ต้องรอลุ้นฟ้าฝน จากที่ทั้งปีปลูกได้อ้อยแค่ 7-8 ตันต่อไร่ ตอนนี้ได้ปีละ 20 กว่าตันต่อไร่ เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ทุกวันนี้นอกจากแม่จะใช้น้ำจากโครงการฯ มาปลูกอ้อยแล้ว ยังเอามาดูแลพืชผักสวนครัวอื่นๆ ที่ปลูกแบบเกษตรผสมผสานในบริเวณรอบสระพักน้ำด้วย เหมือนเป็นซุปเปอร์ มาร์เก็ตประจำบ้าน”

“มีทั้งแตงกวา พริก ถั่วฝักยาว กล้วย มะละกอ มะเขือ พวกนี้เป็นอาหารพื้นฐานของเราอยู่แล้ว กินได้ทั้งปี เหลือก็ขายได้อีก มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นอีกด้วย” แม่ภาพ กล่าวปิดท้าย

การบริหารจัดการน้ำในชุมชนที่เข้มแข็ง แบ่งปันน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและเท่าเทียม

การมีแหล่งน้ำสำรองอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ หากปราศจากระบบการบริหารจัดการที่ดี เพราะนอกจากการติดตั้งปั๊มน้ำแรงดันสูงที่ช่วยส่งน้ำไปยังพื้นที่ที่ทั้งอยู่ใกล้และอยู่ห่างจากโครงการฯ เพื่อให้ได้น้ำอย่างทั่วถึงและในปริมาณเท่าเทียมกันมากขึ้นแล้ว สมาชิกในชุมชนยังรวมกลุ่มกันจัดตั้งทีมดูแลน้ำอย่างเป็นระบบ โดยมี พ่อเทิด-เทิดศักดิ์ ผามณี หรือ “นายสถานี” ของโครงการโอเอซิส บ้านถนนกลาง เล่าถึงวิธีการกระจายน้ำของโครงการฯ ในพื้นที่นี้ ที่ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ถึง 4,000 ไร่ ให้ฟังว่า “กลุ่มมิตรผลเข้ามาช่วยวางระบบน้ำให้ทั้งหมด ทั้งวิธีการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และวางแผนการใช้น้ำให้เกษตรกร ที่สำคัญคือมีการจัดรอบเวรและแบ่งโซนพื้นที่การส่งน้ำ โดยในแต่ละวันผมจะมีหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อผู้จองน้ำที่เข้ามาแจ้งในกลุ่มไลน์สมาชิก ตรวจเช็กแรงดันน้ำเพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ในโซนที่กำหนดตามรอบเวรจะได้รับน้ำในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน และดูแลการเปิด-ปิดวาล์วน้ำของโครงการฯ ซึ่งการเปิดท่อส่งน้ำแต่ละครั้งจะเปิดครั้งละ 10 วาล์ว เพื่อส่งน้ำไปยังไร่เกษตรกรโดยตรงหรือพักไว้ในสระพักน้ำของแต่ละไร่ ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผมมั่นใจได้ว่าน้ำจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและทั่วถึงทุกครัวเรือน”

จะเห็นได้ว่า “น้ำ” เป็นหัวใจสำคัญในภาคเกษตรอย่างแท้จริง โครงการ Mitr Phol Oasis จึงเป็นมากกว่าแค่แหล่งกักเก็บน้ำ แต่เป็นต้นแบบของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนที่สร้างความมั่นคงในอาชีพและวิถีชีวิตของเกษตรกรในหลายด้าน ทำให้มีความหวังที่จะยืนหยัดต่อสู้กับความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศได้ และเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล

บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล

บุษกร ขันแข็ง (เกษตรกร)

บุษกร ขันแข็ง (เกษตรกร)

สุภาพ จันทร์ที (เกษตรกร)

สุภาพ จันทร์ที (เกษตรกร)

เทิดศักดิ์ ผามณี (นายสถานีประจำโครงการ)

เทิดศักดิ์ ผามณี (นายสถานีประจำโครงการ)

มิตรผล-โอเอซิส

มิตรผล-โอเอซิส

ออร่าจับ! 23 สาว Miss International Queen 2025 ในชุดล้านนาร่วมสมัยกลางเวียงเชียงใหม่ แฟนคลับทั่วโลกประทับใจ

ออร่าจับ! 23 สาว Miss International Queen 2025 ในชุดล้านนาร่วมสมัยกลางเวียงเชียงใหม่ แฟนคลับทั่วโลกประทับใจ

ออร่าจับ! 23 สาว Miss International Queen 2025 ในชุดล้านนาร่วมสมัยกลางเวียงเชียงใหม่ แฟนคลับทั่วโลกประทับใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.34 น.

กองประกวด Miss International Queen จังหวัดเชียงใหม่ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เนรมิตงาน MIQ 2025 Gala Night: Culture & Couture in Chiang Mai ณ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ ต้อนรับกองประกวด Miss International Queen 2025 พร้อมไฮไลต์ แฟชั่นโชว์ The Lanna Queen’s Garden โดยผู้เข้าประกวด 23 สาวงามจากทั่วโลกครองรันเวย์เฉิดฉายโชว์ความงดงามในชุดล้านนาร่วมสมัย อวดโฉมมนต์เสน่ห์และมรดกทางวัฒนธรรมสุดล้ำค่าของชาวล้านนา ออกแบบโดย อาจารย์ส้มโอ หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล ดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง ผู้คว้ารางวัลชุดประจำชาติระดับนานาชาติ 2 ปีซ้อน สะกดทุกสายตา ท่ามกลางเสียงปรบมือและความตื่นตาตื่นใจของผู้ชม


ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมเยือนเมืองเชียงใหม่ในครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จ และเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ Mr. Arnaud Beril – Cluster General Manager โรงแรม Anantara Chiang Mai, คุณวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, คุณละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมการค้า วิศิษฏ์ล้านนา เพื่ออุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว, คุณอิทธิรัฐ สินารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ และคุณวัชรายุธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่

นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากกงสุลประเทศต่างๆ อาทิ สวีเดน เปรู เกาหลี อิตาลี  รวมไปถึงเซเลปดารา อย่าง พลอย ชิดจันทร์  ป๊อป อารียา และ อดีต Miss International Queen ปีต่างๆ ร่วมให้เกียรติเป็นส่วนหนึ่งในการสัมผัสมนต์เสน่ห์และความยิ่งใหญ่ของเวทีระดับโลกอย่าง Miss International Queen 2025

ชุดล้านนาร่วมสมัยครั้งนี้ชู soft power ของเมืองเหนืออย่างแท้จริง ผสมผสานความงามดั้งเดิมและความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ดึงเสน่ห์ของ ศิลปะและวัฒนธรรมล้านนา มาถ่ายทอดผ่านโครงสร้าง แพตเทิร์น และงานผ้าสุดประณีต ผสมผสานกับความโมเดิร์นระดับโอต์กูตูร์

ไฮไลต์ของการออกแบบอยู่ที่การนำผ้าซิ่นหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นผ้าซิ่นราชสำนัก ผ้าซิ่นเชียงแสน ผ้าซิ่นเมืองเงิน ผ้าซิ่นชาวไทยภูเขา ไปจนถึงผ้าแพรจีน มารังสรรค์เป็น 5 กลุ่มชุดที่เผยความงดงามของภูมิปัญญาไทย ผ่านเทคนิคเดรปปิ้ง แบบตะวันตก ผสานกับการพันผ้าในช่วงอกที่สะท้อนศิลปะการแต่งกายไทยและกลิ่นอายวัฒนธรรมตะวันออกตั้งแต่สมัยกรีกโรมัน

อีกหนึ่งสัญญะที่สำคัญคือเครื่องหัวดอกไม้ ซึ่งอาจารย์ส้มโอหยิบยกจากวิถีล้านนาดั้งเดิมที่หญิงสาวจะมีการเสียบแซมดอกไม้บนมวยผม  มาตีความใหม่เป็นเครื่องประดับศีรษะดอกไม้หลากสีขนาดใหญ่ เปรียบเป็น “มงกุฎแห่งความงาม”  ดุจการสร้าง Lanna Garden ที่เฉลิมฉลองความงามในทุกมิติอย่างเท่าเทียม

เบื้องหลังแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ ทีมงานที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพียง 3 ชั่วโมง เพื่อเดรปและนุ่งสดชุดให้ผู้เข้าประกวดทั้ง 23 คน โดยไม่ผ่านการวัดตัวล่วงหน้า ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสูงจากทีมงานแนวหน้าที่มีความเชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมภาคเหนือในการจับผ้าและเย็บสดบนตัวแบบ

รันเวย์ค่ำคืนนี้จึงไม่เพียงถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ล้านนา แต่ยังตอกย้ำว่าความงามและศิลปะไทยสามารถโลดแล่นบนเวทีโลกได้อย่างสง่างามไม่แพ้ใคร

หลังจากกิจกรรมที่เชียงใหม่ผู้เข้าประกวดจะเข้าสู่รอบสำคัญต่างๆ ได้แก่

  • National Costume and Talent วันที่ 15 กันยายน ที่ Emsphere
  • The Preliminary วันที่ 18 กันยายน ที่ Tiffany’s Show Pattaya
  • The Crowning Finale วันที่ 20 กันยายน ที่ Tiffany’s Show Pattaya

รับชมการถ่ายทอดทุกกิจกรรมการประกวดได้ทาง YouTube ของ Miss International Queen และรอบ The Crowning Finale สามารถรับชมถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เวลา 21.40 น ได้อีกหนึ่งช่องทาง

ติดตามความเคลื่อนไหวและการประกาศผลของการประกวดทาง

แบรนด์ไทย WISHARAWISH เปิดตัวคอลเล็กชั่น SS 2026 บนรันเวย์ Rakuten Fashion Week Tokyo 2026

แบรนด์ไทย WISHARAWISH เปิดตัวคอลเล็กชั่น SS 2026 บนรันเวย์ Rakuten Fashion Week Tokyo 2026

แบรนด์ไทย WISHARAWISH เปิดตัวคอลเล็กชั่น SS 2026 บนรันเวย์ Rakuten Fashion Week Tokyo 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แบรนด์แฟชั่นไทย WISHARAWISH โดย วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์ผลงานอันมีเอกลักษณ์จากผืนผ้าไทย เผยโฉมคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2026 บนเวที Rakuten Fashion Week Tokyo 2026 SS กับแรงบันดาลใจที่หยิบยกจากวิถีชีวิตของ “นักล่าพลัดถิ่น” ในช่วงเวลาหลังสิ้นสุดกิจวัตรประจำวัน เมื่อพวกเขาหยุดพักใจเพื่อเก็บของป่าและหาเห็ดระหว่างทางกลับบ้าน ความสุขเล็กๆ ที่มีความหมายอันยิ่งใหญ่นี้ได้รับการถ่ายทอดผ่านแฟชั่นร่วมสมัยอย่างละเมียดละไม

ชระวิชญ์ อัครสันติสุข ดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์แบรนด์แฟชั่นไทย WISHARAWISH

โครงเสื้อในคอลเล็กชั่นนี้สะท้อนทั้งความพลิ้วไหวและความแข็งแรง ราวกับการเดินทางตัดผ่านท้องทุ่งพงไพรท่ามกลางธรรมชาติ ขณะที่ลวดลายและสีสันบนผืนผ้าได้รับแรงบันดาลใจจากร่องรอยเส้นทางในป่า โทนสีอบอุ่นของฤดูร้อนที่สื่อสารถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์สอดแทรกผสานไปกับเฉดสีเยือกเย็นแต่สนุกสนาน ถ่ายทอดบรรยากาศของโมงเช้าที่เต็มไปด้วยพละกำลัง เรื่อยไปจนถึงยามสนธยาอันครื้นเครงแน่นแฟ้น

แรงบันดาลใจจากเสียงดนตรียังถูกตีความสู่มุมมองด้านแฟชั่น กล่าวคือ ครื่องดนตรีแคนที่เปล่งสำเนียงจริงใจจากภาคอีสานของประเทศไทยกับจังหวะกลองท้องถิ่นที่ลอยมากับสายลมจากแดนแสนไกล ก่อนจะค่อย ๆ เร่งเร้าขึ้นเรื่อยๆ ได้รับการถ่ายทอดเป็นมิติของแพตเทิร์นและการใช้สีบนผืนผ้า ทำให้ทุกลุคกลายเป็นทั้งเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ได้จริง แต่มีบุคลิกเฉพาะตัวอันแตกต่าง

การปรากฏตัวบนเวที Rakuten Fashion Week ในฤดูกาลนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ WISHARAWISH ในการพาเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยและแรงบันดาลใจจากท้องถิ่นไปสู่สายตาระดับนานาชาติ ตอกย้ำแนวทางการออกแบบที่เชื่อมโยงรากเหง้าเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ รู้จักมิตรและศัตรูของ ‘ฮุน เซน’

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ รู้จักมิตรและศัตรูของ ‘ฮุน เซน’

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ รู้จักมิตรและศัตรูของ ‘ฮุน เซน’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในโลกการเมืองกัมพูชา ที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์ซับซ้อนและการต่อรองอันแยบยล สมเด็จฮุน เซน ผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรและจัดการศัตรูรอบตัวอย่างแยบคายตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

การรู้จักมิตรและศัตรูของผู้ที่เราจะต้องเกี่ยวข้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะศัตรูของมิตร คือศัตรู มิตรของศัตรูคือศัตรู ศัตรูของศัตรูคือมิตร มิตรของมิตร คือ มิตร

มิตรแท้หรือแค่ผลประโยชน์?

จีน : พี่ใหญ่ผู้ไม่ตั้งคำถาม….จีนคือพันธมิตรที่ฮุน เซนพึ่งพาอย่างแน่นแฟ้น  เพราะจีนมองกัมพูชาเป็นประตูสู่อาเซียน และเส้นทางสำคัญตามนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง   Belt and Road Initiative  โดยเฉพาะหลังปี 2017 เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับสหรัฐอเมริกา สั่นคลอน จีนให้ทั้งเงินลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนทางการทหาร     การลงทุนจากจีนหลั่งไหลเข้ากัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้า ท่าเรือ คาสิโน   ไปจนถึงโครงการพัฒนาเมือง ในขณะเดียวกัน จีนก็ให้การสนับสนุนทางการเมืองแก่รัฐบาลฮุน เซนในเวทีระหว่างประเทศ

เวียดนาม : ผู้ปลดปล่อยและผู้ปกครองเงา….เวียดนามคือผู้พาฮุน เซนขึ้นสู่อำนาจหลังโค่นล้มเขมรแดงในปี 1979 ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นนี้ยังคงอยู่ แม้จะมีแรงต้านจากชาวเขมรบางส่วนที่มองว่าเวียดนามคือ “ผู้ครอบงำ”  และมีประเด็นขัดแย้งบางเรื่อง เช่น เขตแดนและประมงในอ่าวไทย  แต่โดยรวมแล้วยังคงเป็นพันธมิตรสำคัญ

รัสเซีย : มิตรเชิงยุทธศาสตร์…..แม้จะไม่โดดเด่นเท่าจีนหรือเวียดนาม รัสเซียยังคงเป็นพันธมิตรในด้านการทหารและการทูต โดยเฉพาะในเวทีระหว่างประเทศที่กัมพูชาต้องการเสียงสนับสนุน  รัสเซียมองกัมพูชาเป็นพันธมิตรใหม่ในการต่อต้านอิทธิพลตะวันตกในภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา : มิตรที่ไม่น่าไว้ใจ ….ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ขึ้นลงตามอารมณ์ของประธานาธิบดีสหรัฐ      และการเมืองภายในกัมพูชา ฮุนเซนเคยพยายาม อวยทรัมป์ เพื่อฟื้นสัมพันธ์หลังสงครามชายแดนกับไทย ปัจจุบัน สหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชาหลายคน และวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์สิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฮุน เซนหันไปพึ่งพาจีนและรัสเซียมากขึ้น

ไทย : เพื่อนบ้านที่มีทั้งความร่วมมือและต่อสู้

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามีประเด็นทั้งความร่วมมือและความขัดแย้ง การค้าชายแดน การลงทุน และการท่องเที่ยวเป็นด้านบวก แต่ก็มีประเด็นพิพาทเขตแดน การอพยพแรงงาน และอิทธิพลทางการเมืองที่ทำให้ความสัมพันธ์ซับซ้อน  ข้อพิพาทเรื่องชายแดนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 จนมีการปะทะกันด้วยปืนใหญ่และเครื่องบินทิ้งระเบิด ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาลดต่ำลงมาก

ศัตรูทางการเมือง

เจ้านโรดม รณฤทธิ์ (Prince Norodom Ranariddh) และ กลุ่มฟุนซินเปค (Funcinpec) เจ้านโรดมรณรณฤทธิ์ โอรสของเจ้านโรดมสีหนุ   เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับฮุนเซนในพ.ศ.2546 ต่อมาถูกฮุนเซนปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาล เมื่อ พ.ศ. 2550 ทำให้เจ้ารณฤทธิ์กลายเป็นผู้นำที่ไร้อำนาจ การล่มสลายของพรรคฟุนซินเปคที่นิยมเจ้าสีหนุ คือจุดเริ่มต้นของการรวมศูนย์อำนาจของฮุน เซน

สม รังสี Sam Rainsy  คือผู้นำฝ่ายค้านของพรรคCNRP (Cambodia National Rescue Party) ที่ถูกถอนสัญชาติและลี้ภัยในฝรั่งเศส เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของฮุน เซน เขาเคยวิจารณ์กองทัพกัมพูชาว่ายิงมั่วใส่พลเรือนไทย ขณะที่ยกย่องทหารไทยยิงแม่นยำ ทำให้ฮุน เซนโกรธจัดและตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊กอย่างรุนแรง

มู โซซัว  Mu Sochua และ เกอ โซคา Kem Sokka สองนักการเมืองหญิงจากพรรค CNRP ที่ถูกจับกุมฐานกบฏ และสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติ ถูกจำกัดสิทธิการเมือง พวกเธอเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในกัมพูชา

พวกเขมรแดงเก่า แม้ฮุน เซนจะเคยเป็นสมาชิกเขมรแดง แต่เขาก็ใช้การต่อต้านเขมรแดงเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมในการขึ้นสู่อำนาจ และกำจัดอดีตผู้นำเขมรแดงที่ยังคงมีอิทธิพลในบางพื้นที่ ทั้งวิธีเจรจาและใช้กำลัง

สนธิ ลิ้มทองกุล และจตุพร พรหมพันธุ์ นักเคลื่อนไหวการเมืองไทยที่เคยวิจารณ์ฮุน เซนอย่างเสียหาย โดยเฉพาะในช่วงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

ทักษิณ และแพทองธาร ชินวัตร ทักษิณเคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดี และมีธุรกิจในกัมพูชาหลายอย่าง ฮุน เซนเคยให้การสนับสนุนทักษิณในช่วงที่ถูกโค่นล้ม โดยให้รับตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจ แต่ต่อมามีการประกาศตัดญาติขาดมิตรกัน เพราะเรื่องอะไรไม่แน่ชัด

โดย  สุริยพงศ์

แพทย์เตือน ‘ต่อมน้ำลายอักเสบ’ อันตรายกว่าที่คิด

แพทย์เตือน ‘ต่อมน้ำลายอักเสบ’ อันตรายกว่าที่คิด

แพทย์เตือน ‘ต่อมน้ำลายอักเสบ’ อันตรายกว่าที่คิด

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แม้อาการปวด บวม แดง หรือบวมยุบซ้ำๆ ในช่องปากอาจดูเหมือนไม่รุนแรง แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของ “ต่อมน้ำลายอักเสบ” ภัยเงียบที่หลายคนมักมองข้าม และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจลุกลามจนกลายเป็นนิ่ว ฝีหนอง หรืออาจพบมีเนื้องอกซ่อนอยู่ภายในต่อมน้ำลาย

พญ. วรรนธนี อภิวัฒนเสวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา และภูมิแพ้ ด้านโพรงจมูกและไซนัส โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า “ต่อมน้ำลาย” แม้จะมีขนาดเล็ก แต่มีหน้าที่สำคัญต่อสุขภาพร่างกาย โดยผลิตน้ำลายที่ช่วยย่อยอาหาร หล่อลื่นการพูด การเคี้ยวและการกลืน เคลือบฟันป้องกันฟันผุ ฆ่าเชื้อโรค และปรับสมดุลกรด–ด่างในช่องปาก การทำงานของต่อมน้ำลายจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันตามธรรมชาติ แต่เมื่อเกิดการอักเสบ อาการเล็ก ๆ ที่ดูไม่น่ากังวลอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงได้        โดยปกติร่างกายคนเรามีต่อมน้ำลาย 3 คู่หลัก ได้แก่ ต่อมพาโรติด (หน้าหู), ต่อมซับแมนดิบูลาร์       (ใต้ขากรรไกร), และต่อมซับลิงกัวล์ (ใต้ลิ้น) รวมถึงต่อมน้ำลายขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ซึ่งจะลำเลียงน้ำลายมาตามท่อส่งและเข้ามาเปิดตามรูเปิดภายในช่องปากที่บริเวณกระพุ้งแก้มและใต้ลิ้นทางด้านหน้า เมื่อเกิดภาวะที่น้ำลายน้อยลงจากสาเหตุต่างๆ เช่น การขาดน้ำ การได้รับยาบางชนิด หรือการได้รับรังสีรักษาบริเวณใบหน้าและลำคอ เชื้อแบคทีเรียในช่องปากที่ไม่สมดุลนั้นสามารถก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อย้อนกลับเข้าไปสู่ท่อน้ำลายส่งผลให้ต่อมสร้างน้ำลายทำงานผิดปกติ จนอาจมีหนองสีเหลืองปนมากับน้ำลาย หรือหากติดเชื้อบ่อยๆ เป็นเวลานาน อาจเกิดการสะสมของตะกอนแคลเซียมกลายเป็นก้อนนิ่วอุดตันภายในท่อของต่อมน้ำลายได้เช่นเดียวกัน

พญ. วรรนธนี อภิวัฒนเสวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา และภูมิแพ้ ด้านโพรงจมูกและไซนัส โรงพยาบาลพระรามเก้า 

โรคต่อมน้ำลายอักเสบเป็นภัยเงียบที่ผู้ป่วยจำนวนมากมักไม่ทันสังเกต แต่สามารถส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพช่องปาก การรับประทานอาหาร การพูดคุย รวมถึงความสวยงามของใบหน้า หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก

สาเหตุหลักของโรค มักเกิดจากการติดเชื้อ โดยเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุที่พบบ่อย รองลงมาคือเชื้อไวรัส ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยเสี่ยง เช่น การดื่มน้ำน้อย สุขภาพเหงือกและฟันที่มีปัญหา ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด (เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดน้ำมูก ยาต้านซึมเศร้า) รวมถึงโรคประจำตัวอย่างเบาหวานและไตวาย ที่ทำให้เกิดภาวะปากแห้งและเสี่ยงติดเชื้อมากยิ่งขึ้น

โรคนี้แบ่งระยะของโรคได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักมีอาการปวด บวม แดง ร้อน โดยเฉพาะที่ต่อมหน้าหูและใต้ขากรรไกร ทำให้รับประทานอาหารลำบาก อ้าปากได้น้อยลง และบางรายมีไข้ร่วมด้วย ชนิดเรื้อรัง เกิดจากการอักเสบติดเชื้อซ้ำ ๆ หรือมีนิ่วอุดตันในท่อน้ำลาย ส่งผลให้มีอาการปวด บวมเป็นๆหายๆ และอาการมักเป็นมากขึ้นหลังรับประทานอาหาร ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มน้ำน้อย ภาวะเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ ในบางรายอาจพบมีเนื้องอกซ่อนอยู่ภายในต่อมน้ำลาย ที่อาจโตขึ้นเรื่อยๆ จนมีการกดเบียดส่วนของท่อน้ำลายหรือกดเบียดเส้นประสาทของใบหน้า

กลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่ วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับรังสีบริเวณใบหน้า/ลำคอ และส่วนน้อยในทารกแรกเกิดที่ยังได้รับน้ำและสารอาหารไม่เพียงพอ

สัญญาณเตือนที่ควรระวังคือ อาการปวด บวม ซ้ำ ๆ หรือการมีก้อนเนื้อที่โตมากขึ้น ซึ่งควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย อาทิเช่น การตรวจร่างกาย อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือ CT Scan เพื่อค้นหาสาเหตุตำแหน่งและขนาดของก้อนนิ่วหรือฝีหนองอักเสบที่อยู่ภายใน

พญ. วรรนธนี กล่าวปิดท้ายว่า “หากปล่อย ‘ต่อมน้ำลายอักเสบ’ ไว้โดยไม่รักษา อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อลุกลาม นิ่วอุดตันเรื้อรัง หรือเนื้องอกที่อาจกลายเป็นมะเร็งและแพร่กระจายได้ การรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค สำหรับการอักเสบติดเชื้อเบื้องต้น การให้ยาฆ่าเชื้อ การดูแลสุขภาพช่องปากทั้งเหงือกและฟัน การนอนพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำลายด้วยอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว น้ำส้ม ลูกอมรสเปรี้ยว รวมถึงการประคบอุ่นเพื่อลดอาการปวดบวม ส่วนกรณีที่พบมีก้อนนิ่วอุดตัน การส่องกล้องเพื่อนำนิ่วออกถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษานอกเหนือจากการผ่าตัด”

“ต่อมน้ำลายอักเสบ” ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ความจริงแล้วอาจส่งผลเสียอย่างมากต่อการดำเนินชีวิต การใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปาก ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงได้ในระยะยาว

สำหรับผู้ที่มีอาการ บวม แดง ร้อน บริเวณต่อมน้ำลาย โดยเฉพาะต่อมหน้าหูและต่อมใต้ขากรรไกร สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1270 หรือ Website: www.praram9.com / Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และ Facebook: Praram9 Hospital

เมคอัพอาร์ติสต์ไทย ‘จิ้บบี้ เอวาริณณ์ พันธุ์วิเชียร’ สร้างชื่อบนพรมแดง Creative Arts Emmy Awards ครั้งที่ 77

เมคอัพอาร์ติสต์ไทย ‘จิ้บบี้ เอวาริณณ์ พันธุ์วิเชียร’ สร้างชื่อบนพรมแดง Creative Arts Emmy Awards ครั้งที่ 77

เมคอัพอาร์ติสต์ไทย ‘จิ้บบี้ เอวาริณณ์ พันธุ์วิเชียร’ สร้างชื่อบนพรมแดง Creative Arts Emmy Awards ครั้งที่ 77

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แม้จะพลาดรางวัลบนเวที Creative Arts Emmy Awards ครั้งที่ 77 จากการประกาศผลรางวัลไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  แต่ จิ้บบี้ เอวาริณณ์ พันธุ์วิเชียร (Jibbie Rubie) ได้สร้างอีกหนึ่งประวัติศาสตร์สำคัญให้กับวงการเมกอัพไทย ในฐานะเมกอัพอาร์ติสต์ชาวไทยที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงบนเวที Creative Arts Emmy Awards ครั้งที่ 77 ประจำปี 2025 ในสาขา Outstanding Contemporary Makeup (Non-Prosthetic) จากผลงานในซีรีส์ดัง The White Lotus: Full-Moon Party (HBO Max, HBO ร่วมกับ Rip Cord และ MC Pictures) โดยเธอทำหน้าที่ Personal Makeup Artist ให้กับ “มุก” ที่รับบทโดย ลิซ่า ลลิษา มโนบาล (Lisa BLACKPINK) ร่วมกับทีมเมกอัพระดับสากล

การเข้าชิงรางวัลครั้งนี้  จิ้บบี้ เอวาริณณ์ และทีมเมกอัพจาก The White Lotus ต้องแข่งขันกับทีมจากซีรีส์ระดับโลก อย่าง The Last of Us (HBO), Only Murders in the Building (Hulu), The Penguin (HBO) และ Grotesquerie (FX)  ซี่งทีมเมคอัพอาร์ติสต์จาก The Penguin (HBO) คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง

ก่อนก้าวสู่เวทีโลก จิ้บบี้ เอวาริณณ์ ได้สั่งสมประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับนักแสดงและศิลปินชั้นนำของประเทศไทย อาทิ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, ใหม่ ดาวิกา, มาร์กี้ ราศรี, หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง, เบกกี้ รีเบกก้า, แอลลี่ อชิรญา, ณิชา ณัฏฐณิชา รวมถึงศิลปินแถวหน้าอีกมากมาย ผลงานที่หลากหลายเหล่านี้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ผลักดันให้เธอก้าวขึ้นสู่ระดับนานาชาติ นอกจากนี้  จิ้บบี้ เอวาริณณ์ ยังเคยคว้ารางวัล The Winner จากการประกวด NYX Face Awards Thailand และได้รับโอกาสเข้าร่วมงาน NYX Face Awards ที่กรุงลอสแอนเจลิส พร้อมนำเสนอวิดีโอผลงาน SFX Makeup ของเธอบนเวทีประกาศรางวัลระดับโลกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ชื่อของ จิ้บบี้ เอวาริณณ์ บนเวที Emmy Awards ครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนแค่ความสำเร็จของเธอ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เมกอัพอาร์ติสต์ไทยถูกจับตามองบนเวทีโลก ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ครบรอบ 55 ปี ลงพื้นที่สงเคราะห์ 4 โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ครบรอบ 55 ปี ลงพื้นที่สงเคราะห์ 4 โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ครบรอบ 55 ปี ลงพื้นที่สงเคราะห์ 4 โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สศก.) นำโดย มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ,รศ.นพ.ปกิตติ ทยานิธิ ที่ปรึกษาสมาคมฯ,พล.อ.สมโภชน์ นนทชัย อุปนายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารในจังหวัดสระแก้วและจังหวัดปราจีนบุรี รวม 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองชะอม และโรงเรียนบ้านหนองเต่า, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาสารภี, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนประชารัฐบำรุง 1

มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย รศ.นพ.ปกิตติ ทยานิธิ ที่ปรึกษาฯ, พล.อ.สมโภชน์ นนทชัย ที่ปรึกษา,สมาชิกฯ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีส่งมอบอาคาร “ห้องสมุดที่ระลึก 55 ปี สศก.” 

คณะกลุ่มรักไม่รู้โรย ร่วมกิจกรรมให้การสงเคราะห์กับสมาคมฯ 

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 55 ปีของการก่อตั้งสมาคมฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ในการสร้างถาวรวัตถุให้กับโรงเรียนจึงได้มอบทุนทรัพย์เพื่อสร้างห้องสมุดและได้ทำพิธีเปิดอาคาร “ห้องสมุดที่ระลึก 55 ปี สศก.” ให้แก่โรงเรียนบ้านหนองชะอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าในด้านวิชาการ เป็นการเปิดโลกกว้างโดยส่งเสริมทักษะด้านการอ่านและพัฒนาสติปัญญาให้กับนักเรียนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ภายในห้องสมุดจัดให้มีมุมหนังสือเฉลิมพระเกียรติ, สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน, หนังสือพระราชนิพนธ์, รวมถึงมีมุมคอมพิวเตอร์เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เข้าถึงแหล่งความรู้ในยุคดิจิทัล อีกทั้งยังปลูกฝังความรักในการเรียนรู้ พร้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ผู้ทรงทุ่มเทให้แก่การพัฒนาการศึกษา นอกจากนั้น สมาคมฯ ยังได้มอบทุนทรัพย์สนับสนุนค่าจ้างครูผู้สอนเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การเรียน เลี้ยงอาหารกลางวันและไอศกรีมให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม ขณะที่โรงเรียนบ้านหนองเต่า อำเภอเมืองปราจีนบุรี  จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับทุนทรัพย์สนับสนุนการซ่อมแซมระบบกรองน้ำดื่มในโครงการ “ธารน้ำใน ใสสะอาด” พร้อมอุปกรณ์การเรียนการสอนและหนังสือเพื่อเข้าห้องสมุด 

สมาคมฯ สนับสนุนทุนทรัพย์ เพื่อการซ่อมแซมระบบกรองน้ำดื่ม ในโครงการ “ธารน้ำใน ใสสะอาด” ณ โรงเรียนบ้านหนองเต่า

สำหรับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาสารภี อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว สมาคมฯ มอบชุดพละ เครื่องตัดหญ้า อุปกรณ์การเรียนการสอน ของเล่นเสริมทักษะและหนังสือเข้าห้องสมุด ส่วนโรงเรียน ตชด.ประชารัฐบำรุง 1 อำเภออรัญประเทศได้รับมอบตู้กดน้ำเย็น ข้าวสารและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเล็งเห็นถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ชายแดนซึ่งเสียสละปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้จำเป็นและทุนทรัพย์จำนวนหนึ่งให้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

สมาคมฯ ร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ เผยว่า “ความสำเร็จของภารกิจในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่เชื่อมั่นในสมาคมฯ และเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และสิ่งของเพื่อมอบให้กับโรงเรียนและนักเรียนในถิ่นกันดาร สมาคมฯ ขอบคุณทุกท่านรวมทั้งสมาชิกสมาคมฯ จากใจจริง โดยเฉพาะหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทยที่ให้การสนับสนุนยานพาหนะสำหรับภารกิจในพื้นที่ห่างไกล”

ทั้งนี้ สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ยังคงมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ พร้อมทำหน้าที่เป็น “สื่อกลางแห่งน้ำใจ” ระหว่างผู้มีจิตเมตตา กับเยาวชนไทยที่ยังคงรอคอยโอกาสและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ E-mail: helpthaistudent@gmail.com Facebook: สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ  เว็บไซต์: www.promothaieducation.org

เปิดฉาก ‘มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025’ 23 สาวงามทั่วโลกสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา

เปิดฉาก ‘มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025’  23 สาวงามทั่วโลกสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา

เปิดฉาก ‘มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025’ 23 สาวงามทั่วโลกสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 (Miss International Queen 2025) เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และยกระดับ Soft Power ไทยสู่สายตาชาวโลก โดย 23 สาวงามผู้เข้าประกวดจาก 23 ประเทศทั่วโลก ภายใต้การต้อนรับสู่ดินแดนล้านนาอย่างอบอุ่นจากจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกิจกรรมเก็บตัวและสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมไทยอันเป็นเอกลักษณ์

ทั้ง 23 สาวงามได้รับการต้อยรับอย่างอบอุ่นจาก นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ นายเก่ง ชัยวารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานเชียงใหม่ นายกิตติคุณ คุ้มเกตุ ผู้แทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ และ นายจักรพงษ์ สิทธิหล่อ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ สำหรับทำกิจกรรมระหว่างวันที่ 8 – 11 กันยายน 2568 ก่อนก้าวสู่เวทีการประกวดในรอบถัดไป

ตลอดระยะเวลา 3 วันของการเก็บตัว ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ ผู้เข้าประกวดจะได้สัมผัสความงดงามทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของล้านนาอย่างแท้จริงผ่านกิจกรรมต่าง ๆ  อาทิ กิจกรรม “To The Nature’s Embrace” ที่เน้นประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และกิจกรรม “To The Art Of Lanna Legacy” เพื่อเรียนรู้งานหัตถศิลป์และวิถีชีวิตพื้นบ้านล้านนาหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ โดยได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่

ไฮไลต์สำคัญคือ การจัดงาน “Miss International Queen 2025 Gala Night: Culture & Couture in Chiang Mai” ในช่วงค่ำของวันที่ 10 กันยายน 2568 ณ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท ซึ่งผู้เข้าประกวดจะปรากฏตัวใน The Lanna Queen’s Garden Fashion Show โดยสวมใส่ชุด “ล้านนาร่วมสมัย” ที่ออกแบบโดยอาจารย์หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล ดีไซเนอร์ไทยชื่อดังผู้คว้ารางวัลระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการผสมผสานความงดงามของศิลปะล้านนาเข้ากับแฟชั่นระดับโลกได้อย่างลงตัว โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง YouTube: Miss International Queen

ผู้เข้าประกวดทั้ง 23 คนมาจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ ไทย, บราซิล, ชิลี, จีน, โคลอมเบีย, คิวบา, เช็ครีพับบลิค, เอกวาดอร์, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, ลาว, มาเลเซีย, เม็กซิโก, เมียนมา, เปรู, นิการากัว, เปอร์โตริโก, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ตุรกี, สหรัฐอเมริกา, เวียดนาม, และเวเนซูเอลา

ติดตามความเคลื่อนไหวและการประกาศผลของการประกวด Miss International Queen 2025 ได้ที่ทุกช่องทางของ Miss International Queen:  Website: https://missinternationalqueen.com/home  Facebook: https://www.facebook.com/MissInternationalQueen YouTube: https://www.youtube.com/@MissInternationalQueen  Instagram: https://www.instagram.com/missinternationalqueen/