ปวงประชาร่มเย็น ใต้ร่มพระบารมี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

ปวงประชาร่มเย็น ใต้ร่มพระบารมี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

ปวงประชาร่มเย็น ใต้ร่มพระบารมี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

วันจันทร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.15 น.

นับเป็นความปิติยินดียิ่งของปวงชนชาวไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงราชย์และเฉลิมพระปรมาภิไธย  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี ในห้วงเวลาวันที่ 4-6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของประเทศชาติและราชอาณาจักร ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของแผ่นดินไทย เนื่องจากเป็นพระราชพิธีสำคัญเพื่อการเสด็จขึ้นครองราชย์โดยสมบูรณ์   ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พร้อมทั้งทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”  

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระประมุข ทรงเป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท สมเด็จพระบรมราชบุพการีทั้งสองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้ทรงกระทำบำเพ็ญมาแล้วอย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการอย่างต่อเนื่องในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ตลอดจนการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรของพระองค์ ทรงน้อมนำแนวพระราชดำริและพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาทรงปฏิบัติ  ทรงแสดงความมุ่งมั่นพระราชหฤทัยที่จะทรง “สืบสาน รักษา ต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”   ตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระบรมชนกนาถ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ทั้งด้วยพระราชดำรัส พระราโชบาย แนวพระราชดำริ ตลอดจนพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งปวง

สืบสาน คือทรงนำองค์ความรู้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาสืบสานในการทรงงาน รักษา คือพระราชทานพระราชดำริแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้เกิดความยั่งยืน ต่อยอด คือสานต่อโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้สัมฤทธิ์ผลตามพระราชประสงค์

ทรงใส่พระราชหฤทัยในสุขทุกข์ของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

               พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงใส่พระราชหฤทัยในสุขทุกข์ของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญที่จะดูแลประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบากเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด-19  ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณและพระราชทานความช่วยเหลือในทุกด้านมาโดยตลอด โดยเมื่อวันที่ 6 เมษายน พุทธศักราช 2563  ได้เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 และมาตรการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล  พร้อมพระราชทานพระบรมราโชบายเพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019​ ความว่า…

“มีอะไรที่จะมีส่วนช่วยเหลือ ที่จะแก้ปัญหาก็ยินดี เพราะว่าก็เป็นปัญหาของชาติ ซึ่งเรื่องโรคระบาดนี่ก็ไม่ใช่ความผิดของใคร แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือ เรามีหน้าที่ที่จะดูแลแก้ไขให้ดีที่สุด อย่างที่เคยพูดไว้ว่า ถ้าเกิดมีความเข้าใจในปัญหา มีความเข้าใจ ไม่ใช่หมายความว่ายอมรับตามบุญตามกรรม แต่มีความเข้าใจในสถานการณ์ มีความเข้าใจในปัญหา และก็มีความรู้เกี่ยวกับโรค ก็คือเข้าใจในปัญหานั่นเอง อันแรกก็เป็นอย่างนี้

อันที่สอง ก็คือจากข้อที่หนึ่ง ก็คือ การมีการบริหารจัดการ มีแผนเผชิญเหตุ มีระบบในการปฏิบัติ แก้ไขให้ถูกจุด รู้ปัญหา แก้ไขให้ถูกจุด โดยมีการบริหารจัดการ แล้วก็ในเวลาเดียวกันก็ต้องให้ประชาชนได้เข้าใจถึงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง และเหตุผลที่จะต้องปฏิบัติ เพราะว่าการมีระบบ หรือแผนในการปฏิบัติตามแผนที่ได้วางไว้ตามความเป็นจริง ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แก้ถูกจุด ก็จะลดปัญหาลงไป จะแก้ได้ในที่สุด ก็เชื่อแน่ว่าจะต้องแก้ไขและก็เอาชนะอันนี้ได้ เพราะว่าประเทศของเรานี่ก็นับว่าทำได้ดี

ประเทศของเรานี่น่าภูมิใจว่าทำได้ดี และก็ทุกคนก็ร่วมใจกัน ก็ดีกว่าที่อื่นอีกหลายที่ แต่บางทีก็ต้องเน้นเรื่องการทำงานมีระบบด้วยความเข้าใจ และการมีระเบียบวินัยในการแก้ไขปัญหา โดยมีเป้าหมายว่า เราจะต้องต่อสู้ให้โรคนี้สงบลงไปได้ในที่สุด เพราะว่าโรคมาได้ โรคก็ไปได้ โรคจะไม่ไปถ้าเราไม่แก้ไขปัญหา เราไม่แก้ไขให้ถูกจุด หรือเราไม่มีความขันติอดทนที่จะแก้ไข บางทีก็ต้องสละในความสุขส่วนตัวบ้าง หรือเสียสละในการกล้าที่จะสร้างนิสัยหรือสร้างวินัยในตัวเอง ที่จะแก้ไขเพื่อตัวเอง เพื่อส่วนรวม อันนี้เราก็ขอเป็นกำลังใจให้

 ด้วยความห่วงใยที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์​  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี   ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อจัดซื้อเครื่องมือและและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นเร่งด่วนในภาวะวิกฤตของการแพร่ระบาด เพื่อพระราขทานให้กับบุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย ห้องผ่าตัดแรงดันลบที่ใช้แยกผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ออกจากผู้ป่วยรายอื่นในโรงพยาบาล ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit)

อีกทั้ง ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจีดำเนินการก่อสร้างให้ 20 โรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ภายใต้ “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” พระราชทานให้กับโรงพยาบาล 123 แห่ง ใน 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย  Face Shield  ชุด PPE  ชุดกันไวรัส PAPR   เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว เครื่องช่วยหายใจ เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญานชีพ (ICU Monitor) เครื่องเอกซเรย์ดิจิทัล เครื่องกำจัดเชื้อโรคและฟอกอากาศบริสุทธิ์ เครื่องช่วยกดหน้าอกเพื่อฟื้นคืนชีพ กล้องส่องทางเดินหลอดลมแบบเคลื่อนที่ โคมไฟผ่าตัดใหญ่โคมคู่ เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย  รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ และสิ่งของอื่นๆ ที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดหาและพระราชทานไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ และชุมชนแออัด

และเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กำลังอยู่ในขั้นวิกฤตจากการแพร่ระบาดระลอก 3 อย่างต่อเนื่อง   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ได้พระราชทานทรัพย์เพื่อสมทบทุนและจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลและสถานที่ต่างๆ เพื่อใช้ในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนี้ พระราชทานทรัพย์ จำนวน 100,000,000 บาท สมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราชพระราชทานทรัพย์ จำนวน 2,407,144,487.59 บาท แก่ โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์ และสถานพยาบาล 27 แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทานทรัพย์ จำนวน 345,000,000 บาท แก่ เรือนจำ ทัณฑสภาน และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ 44 แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นเร่งด่วนในการรักษาชีวิตผู้ป่วย

ตลอดระยะเวลาของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือด้วยพระองค์เองในหลายครั้ง อาทิ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการพระราชทานความช่วยเหลือประชาชน ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ณ กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ทอดพระเนตรการทำถุงผ้าพระราชทานสำหรับบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทานแก่ราษฎร การผลิตเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเย็บหน้ากากผ้าสำหรับเป็นตัวอย่างให้กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ นำไปผลิตเพื่อพระราชทานแก่ข้าราชบริพารและราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน

ต่อมาในปีพุทธศักราช 2564 วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ได้ทวีความรุนแรงขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละกำลังกายและอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วย  ได้ทรงประกอบอาหารพระราชทานด้วยพระองค์เอง อาทิ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลูกชิ้น ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระเครื่องยาจีน ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟลูกชิ้นเห็ดหอม ข้าวซี่โครงหมูอบกระชายขาวยอดผัก ไข่เจียวหมูสับกระชายซอย คั่วกลิ้งไก่กระชายขาว ลาบเหนือคั่วกระชาย ซึ่งล้วนเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีส่วนประกอบของสมุนไพรไทยที่ช่วยบำรุงร่างกายและต่อต้านโรคโควิด-19 ได้แก่ กระชาย เป็นส่วนประกอบสำคัญในการประกอบอาหาร เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ให้มีสุขภาพแข็งแรงและสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ

นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ครัวพระที่นั่งอัมพรสถานและหน่วยงานทหารจัดอาหารพระราชทานให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดโรคไวรัสโควิด-19 ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศโทสุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ส่งมอบยาฟ้าทะลายโจรพระราชทาน จำนวน 2,000 ขวดแก่กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้บำบัดรักษาเป็นเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีอาการไม่มากนัก ซึ่งประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงเล็งเห็นว่าการแพร่ระบาดในพื้นที่เรือนจำ อาจจะระงับยับยั้งได้ยาก จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดหาเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษาพยาบาลผู้ต้องขัง กับโรงพยาบาลในสังกัดกรมราชฑัณฑ์ พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรกกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 200,000 เม็ด พระราชทานแก่กรมราชทัณฑ์ สำหรับใช้รักษาผู้ป่วยในเรือนจำและทัณฑสถานต่างๆ โดยทรงมีพระราชดำริว่า “ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากขาดแคลนเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ”

 มิใช่เพียงสถานการณ์โควิด-19 ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของราษฎร ไม่ว่าพสกนิกรจะทุกข์ร้อนเรื่องอันใด น้ำพระราชหฤทัยจะแผ่ไปอย่างทั่วถึงทั้งแผ่นดิน ดั่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ซอยกิ่งแก้ว 21 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ทรงมีพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ ดำรัสสั่งให้ พระราชทานความช่วยเหลือพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เร่งช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน พระราชทานถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของที่จำเป็น แก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน จัดตั้งโรงครัวพระราชทานพระราชทานแก่ราษฎรที่มาพักที่ศูนย์อพยพ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งพระราชทานแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และทรงรับศพนายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ อาสาสมัครดับเพลิงเสียชีวิตเหตุอาสาสมัครดับเพลิงที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ นำมาซึ่งขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

โครงการในพระราชดำริด้านจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.

จิตอาสาพระราชทาน หรือเดิมรู้จักกันในนามว่า “จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.” เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงการก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2560 เพื่อให้ประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยโครงการมีศูนย์อำนวยการใหญ่บริเวณที่ตั้งเดิมของสวนสัตว์ดุสิต

ในระยะเริ่มแรก ทรงมีพระราชปณิธานให้บำเพ็ญประโยชน์พื้นที่ชุมชนรอบพระราชวังดุสิต ซึ่งมีหน่วยราชการในพระองค์และประชาชนเป็นจิตอาสา โดยมีคำขวัญว่า “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ต่อมา มีการรับสมัครจิตอาสาพระราชทานในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก 8 ประเภท ได้แก่ งานดอกไม้จันทน์, งานประชาสัมพันธ์, งานโยธา, งานขนส่งเพื่อความปลอดภัยของประชาชน, งานบริการประชาชน, งานแพทย์, งานรักษาความปลอดภัย, และงานจราจร จิตอาสาพระราชทานมีบทบาทในหลายเหตุการณ์สำคัญ อย่างปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดโรงครัวพระราชทาน โดยมีประชาชนจิตอาสาร่วมช่วยเหลือ และการระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทย จิตอาสาพระราชทานได้มอบสิ่งของและเวชภัณฑ์ในแต่ละพื้นที่

จิตอาสาพระราชทานตามพระบรมราโชบายมี 3 ประเภท ได้แก่ จิตอาสาพัฒนา, จิตอาสาภัยพิบัติ, และจิตอาสาเฉพาะกิจ เพื่อเป็นการพัฒนาท้องถิ่นของแต่ละชุมชนให้มีคุณภาพชีวิต เป็นการเฝ้า ตรวจ เตือน หรือเตรียมการรองรับภัยพิบัติ และปฏิบัติในงานพระราชพิธี หรือการรับเสด็จในวโรกาสสำคัญ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 มีจิตอาสาพระราชทานราว 6.9 ล้านคน “กิจกรรมจิตอาสาบางส่วนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านรูปแบบการแยกขยะอย่างมีจิตสำนึก”

ทรง “สืบสาน  รักษา  ต่อยอด” โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ และทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะ “สืบสาน  รักษา  ต่อยอด” โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่างๆ ในบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2560  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสาร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชน  ปัญหาการจราจร และอื่นๆ   เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยปัญหาน้ำท่วมและปัญหาการจราจรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ อาทิ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อออกปฏิบัติงานสาธารณประโยชน์ เช่น การดำเนินการเก็บผักตบชวา วัชพืช ขยะมูลฝอย สิ่งกีดขวางทางน้ำ และขุดลอกคูคลองระบายน้ำ รวมทั้งทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ วัด และ ตลาดชุมชน เพื่อเป็นแบบอย่างในการพัฒนาสภาพแวดล้อมในชุมชน และขยายไปสู่จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ  

อีกทั้ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานภาพวีดิทัศน์ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร (ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ) ทรงร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะกิจกรรมด้านกีฬาและกิจกรรมจิตอาสา เพื่อเป็นแบบอย่างแก่เยาวชนด้านการออกกำลังกายและการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2561 ทั้งนี้ ได้จัดให้มีการลงทะเบียนจิตอาสาจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ  ณ อาคารรับรองพระราชวังดุสิต อาคาร 606  สำนักพระราชวัง  โดยประชาชนจิตอาสาที่เข้าร่วมกิจกรรมนั้นต่างได้รับสิ่งของพระราชทาน ได้แก่ หมวก ผ้าพันคอ และสมุดบันทึกความดี เพื่อเป็นกำลังใจให้ทำความดีต่อไป

เมื่อวันที่ 12  ธันวาคม พุทธศักราช 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 บางเขน กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เขตบางเขน เพื่อทอดพระเนตรการฝึกปฏิบัติและดูงานศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 บางเขน พร้อมพระราชทานพระราชดำรัส แก่เยาวชนโครงการค่ายผู้นำเยาวชนจิตอาสา “LOVE CAMP” Leadership – Oneness – Volunteer – Expert หลักสูตรการฝึกปฏิบัติและดูงานเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศ รุ่นที่ 1 จำนวน 271 คน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงขอให้เยาวชนหนุ่มสาวช่วยกันพัฒนาตัวเอง ครอบครัว สังคม และประเทศ ให้มีความสุข น่าอยู่ ปลอดภัย ดังในอดีต ให้ศึกษาประวัติศาสตร์ แล้วนำส่วนดีมาใช้  โดยทรงมีรับสั่งว่า “สมัยนี้คนไม่ค่อยชอบเรียนประวัติศาสตร์กัน คนไม่ค่อยคิดอะไรย้อนหลัง ไม่ได้สอนให้เป็นคนสมัยเก่าไดโนเสาร์อะไร แต่ความเป็นมาความต่อเนื่อง…ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์หรือความเป็นมาของชาติบ้านเมือง ทั้งที่ดี ทั้งที่ไม่ดี เราก็จะรู้ว่าอะไรมันดีอะไรเป็นประโยชน์ อะไรมันไม่ดี เพราะว่ามันมีของดี มันก็มีของไม่ดี มันมีของถูก มันก็มีของผิด ก็สำคัญที่ว่า จะเปิดใจศึกษาว่าอะไรมันถูก อะไรมันผิด อะไรมันเป็นประโยชน์ อะไรมันไร้ประโยชน์ แต่อย่างที่บอกว่าประวัติศาสตร์มีทั้งของเลวชั่วร้าย และก็มีทั้งของที่ดี”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงให้ความสำคัญกับสุขภาพอนามัยและโภชนาการของผู้สูงอายุ เด็ก  และ เยาวชน  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ เชิญอาหารพระราชทานไปพระราชทานเลี้ยงแก่ผู้สูงอายุ เด็ก และเยาวชน  ไปพระราชทานเลี้ยงแก่ผู้สูงอายุ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพและวันคล้ายวันประสูติของพระบรมวงศานุวงศ์ มาโดยตลอด  รวมถึงผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์เหล่านี้ให้ได้รับประทานอาหารที่ดี มีคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสมตามวัย เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง  มีจิตใจที่แจ่มใส  สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

พระราชกรณียกิจด้านการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระราชไมตรีระหว่างประเทศ  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนมิตรประเทศทั่วทุกทวีปอย่างเป็นทางการเป็นประจำทุกปี ปีละหลายครั้ง อาทิ เสด็จเยือนประเทศอิตาลี, สาธารณรัฐประชาชนจีน, ญี่ปุ่น, อิหร่าน, เนปาล, ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งในการเสด็จพระราชดำเนินไปทุกครั้ง ทรงเตรียมพระองค์ด้วยการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประเทศที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนและระหว่างประทับอยู่ในประเทศนั้นๆ อีกทั้ง ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการทอดพระเนตรและทรงศึกษากิจกรรมต่างๆ ที่สามารถนำมาพัฒนาประเทศไทย อาทิ ทรงเยี่ยมชมกิจการทหาร อุตสาหกรรม งานศิลปะวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของประชาชนของประเทศนั้นๆ  และทรงต้อนรับพระราชอาคันตุกะแทนพระองค์  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ในรัชสมัยปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม พุทธศักราช 2566  ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลาณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนั้น ทรงร่วมงานพระราชทานเลี้ยงรับรองพระประมุข ประมุข และผู้แทนของประเทศต่าง ๆ ณ พระราชวังบักกิงแฮม และทรงร่วมพระราชพิธี บรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์

ระหว่างวันที่ 25-28 เมษายน 2568  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ (State Visit) ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน เป็นการกระชับมิตรภาพและความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างราชอาณาจักรทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จากการมีมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกันในความเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนาและสายสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ทั้งสอง รวมทั้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดีไปยังผู้นำประเทศต่างๆ, พระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ   และทรงส่งข้อความเสียพระราชหฤทัยไปยังผู้นำประเทศต่างๆ  ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ความรุนแรง

นับเป็นบุญของแผ่นดินไทยที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ และทรงอุทิศพระองค์เพื่ออาณาประชาราษฎร์ ด้วยพระราชประสงค์ที่จะทรง “สืบสาน รักษา ต่อยอด” พระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดังพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”  

Celebrity Gossip : 27 กรกฎาคม 2568

Celebrity Gossip : 27 กรกฎาคม 2568

Celebrity Gossip : 27 กรกฎาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

– อาการป่วยของ บรูซ วิลลิส วัย 70 ปี ที่เป็นโรคสมองเสื่อมส่วนหน้าได้ทรุดลงอย่างมาก สมาชิกครอบครัวอัพเตดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้ บรูซไม่สามารถพูดได้ ไม่สามารถอ่านได้ อีกทั้งมีปัญหาในการเดินและเคลื่อนไหว บางแหล่งข่าวใกล้ชิดยืนยันว่าเขาไม่สามารถเดินได้แล้ว ที่สำคัญ คือเขาได้สูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับอาชีพการแสดง ไม่สามารถจดจำอาชีพการแสดงที่โด่งดังของเขาได้อีกต่อไปแล้ว อย่างไรก็ตาม คนในครอบครัวยังคงให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าถึงแม้อาการจะแย่ลง แต่โดยรวมแล้ว บรูซยังคงทรงตัว และครอบครัวยังคงให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ จะเห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัววิลลิส โดยเฉพาะ เอมม่า เฮมมิง วิลลิส ภรรยาคนปัจจุบัน และลูกสาวทั้ง 5 ได้ออกมาแบ่งปันเรื่องราวและคอยอัพเดตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความรักและความเข้มแข็งภายในครอบครัว ขณะที่ เดมี มัวร์ อดีตภรรยา ก็แวะเวียนไปเยี่ยมและช่วยดูแลบรูซมาโดยตลอด

– อีกหนึ่งตำนานที่ลาจากโลกไปในสัปดาห์เดียวกันกับ ออสซี ออสบอร์น นักร้องนำ Black Sabbath เมื่อ TMZ Sports สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า ฮัลค์ โฮแกน ตำนานแห่งวงการมวยปล้ำ WWE เสียชีวิตแล้วในวัย 71 ปี ที่บ้านพักในเมืองเคลียร์วอเทอร์ รัฐฟลอริดา เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังหน่วยกู้ชีพได้รับแจ้งว่ามีสัญญาณแจ้งเหตุภาวะหัวใจหยุดเต้น ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าฮัลค์หมดสติอยุ่ภายในบ้าน จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่สัปดาห์ สกาย เดลี ภรรยาคนที่ 3 ของเขา เพิ่งออกมาปฏิเสธเรื่องที่ฮัลค์อยู่ในอาการโคม่า โดยยืนยันว่าหัวใจของเขายังแข็งแรง ขณะพักฟื้นจากการผ่าตัดที่ลำคอเมื่อเดือนพฤษภาคม ตลอดชีวิตในวงการที่เริ่มตั้งแต่ปี 1977 ฮัลค์ โฮแกน ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักมวยปล้ำที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในวงการ และเป็นผู้ปฏิวัติวงการมวยปล้ำให้กลายเป็นความบันเทิงสำหรับทั้งครอบครัว จากเดิมที่มีฐานแฟนเฉพาะกลุ่ม เขานำเสนอความเร้าใจแบบการแสดงบนเวที ซึ่งดึงดูดทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้มวยปล้ำกลายเป็นกระแสหลัก จนได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่ WWE Hall of Fame ถึงสองครั้ง

–  Superman เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายเรื่องที่ออกฉายในช่วงนี้ และถือว่าทำเงินแรงในอเมริกาเหนือ ล่าสุดเก็บไปแล้ว 253 ล้านดอลลาร์ แต่เมื่อเทียบกับ 173 ล้านดอลลาร์จากตลาดต่างประเทศ ถือเป็นสัดส่วน 60:40 เรียกได้ว่าผิดธรรมชาติสำหรับหนังระดับบล็อกบัสเตอร์ ที่ปกติแล้วมักจะทำรายได้ในต่างประเทศได้ดี เจมส์ กันน์ ผู้กำกับ Superman แสดงความเห็นในประเด็นนี้กับ The Rolling Stone ว่า ซูเปอร์แมนไม่ใช่คาแรกเตอร์ที่รู้จักในทุกประเทศเหมือนอย่างแบทแมน อีกทั้งตอนนี้ กระแสต่อต้านอเมริกาที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก จึงไม่ใช่สิ่งที่ช่วยให้หนังไปได้ดีนัก นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า Superman เวอร์ชันนี้ มีเนื้อหาทางการเมือง หรือ “woke” มากเกินไป  โดยเฉพาะในบางประเทศอย่างอิสราเอล ที่มีการรณรงค์ไม่ดูหนังเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม แฟน ๆ จำนวนมากก็ออกมาชี้ว่า Superman เป็นตัวละครที่มีเนื้อหาทางการเมืองตั้งแต่ยุคสร้างแรกเมื่อ 80 ปีก่อนแล้ว

– เจสัน โมโมอา เผยความรู้สึกถึงข่าวชวนเซอร์ไพรส์ ในการเปิดตัวซีรีส์ใหม่ Chief of War ที่ฮาวายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นั่นคือเรื่องที่ นาโคอา-วูล์ฟ มานาคาอูอะโป นามาเคฮา โมโมอา  ลูกชายวัย 16 ปีของเขา ได้รับบทบาทในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Dune 3 ทั้งที่เขาสั่งห้ามมาโดยตลอดว่าอย่าเข้าวงการแสดงโดยเด็ดขาด แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็ภูมิใจมากที่ลูกชายตัดสินใจเดินตามรอยเขา ข่าวการรับบทของ นาโคอา-วูล์ฟ ใน Dune 3 ถูกเผยออกมาเมื่อต้นปีนี้ แม้ผู้สร้างจะยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเขาจะรับบทใด แต่แหล่งข่าววงในคาดว่าอาจเป็นเวอร์ชันวัยเยาว์ของตัวละครตระกูล Atreides หรืออาจเป็นสมาชิกคนใหม่ของชนเผ่า Fremen ที่จะมีบทบาทสำคัญใน Dune: Messiah ภาคต่อจากฝีมือผู้กำกับ เดอนีส์ วิลเนิฟ

– ออกมาได้เกือบสองสัปดาห์แล้วสำหรับ SWAG อัลบั้มใหม่ล่าสุดของ จัสติน บีเบอร์ ที่เก็บเงียบเรื่องผลงานเพลงใหม่แบบไม่มีใครรู้ และประกาศออกอัลบั้มใหม่ตูมเดียว 21 บทเพลง จนถึงตอนนี้ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามจากแฟนเพลงทั่วโลก ด้วยการทำเพลงหลากหลายแนวอย่างเป็นตัวของตัวเองที่สุด มีถึง 16 เพลงในอัลบั้มที่ฮิตติดอันดับชาร์ต Billboard Hot 100 โดยเฉพาะ Daisies ซิลเกิลแรกที่ได้เป็น Top 10 ทันทีนับเป็นการกลับเข้าสู่ Top 10 ครั้งแรกของเขานับตั้งแต่ ผลงานเพลง Ghost ในปี 2022 ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดก็ได้ออกมาเผยด้วยว่า เฮย์ลีย์  ผู้เป็นภรรยานั้นอยู่เคียงข้างเจ้าตัวตลอดการทำงานของเขา ช่วยสยบข่าวความร้าวฉานในชีวิตแต่งงานของเขาที่เป็นที่พูดถึงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ นอกจากงานเพลงแล้ว จัสติน บีเบอร์ ยังลุยงานแฟชั่น ด้วยการปล่อยแบรนด์สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ใหม่ที่ชื่อว่า SKYLRK อีกด้วย

​‘เมิงเว เรณู Learning City’ เติมพลังกิจกรรมสร้างสรรค์เยาวชน ขับเคลื่อนพื้นที่สาธารณะเชิงวัฒนธรรม

​‘เมิงเว เรณู Learning City’ เติมพลังกิจกรรมสร้างสรรค์เยาวชน ขับเคลื่อนพื้นที่สาธารณะเชิงวัฒนธรรม

​‘เมิงเว เรณู Learning City’ เติมพลังกิจกรรมสร้างสรรค์เยาวชน ขับเคลื่อนพื้นที่สาธารณะเชิงวัฒนธรรม

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยนครพนม โดยคณะดำเนินงาน “เมิงเว เรณู Learning City” ร่วมกับ เยาวชนเรณูนครกลุ่ม “Awaken-เว-Soulcity โดย เด๋กเมิงเวแปงเมิง” เครือข่ายคนรุ่นใหม่ และกลุ่มศิลปินในพื้นที่ จัดกิจกรรม “Awaken เว Soulcity” EP. Finding your เว (way) in Soulsp8ce เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่สาธารณะเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ ณ ถนนเรณูสามัคคี ชุมชนก้าวพัฒนา (บริเวณหน้าวัดธาตุเรณู) ต.เรณู อ.เรณูนคร จ.นครพนม

ทั้งนี้ กิจกรรม “Awaken เว Soulcity” EP. Finding your เว (way) in Soulsp8ce เป็นความร่วมมือกันหลายฝ่ายของเครือข่ายนักสร้างสรรค์จังหวัดนครพนม ซึ่งได้รับการสนับสนุน จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.)

โดยภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ เป็นการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนแสดงศักยภาพและปลดปล่อยความเป็นตัวตน อาทิ นิทรรศการ “ฮอยฮัก ฮ้อยฮู้” ถ่ายทอดเรื่องราวผู้ไทเมิงเวผ่านศิลปะและการจัดแสดงเชิงวัฒนธรรม โซนเวิร์กชอป งานคราฟต์ กำไลลูกปัด และศิลปะ Collage จากเศษผ้า โซนเกมส์ ร่วมสนุกกับบอร์ดเกมส์และกิจกรรมเกมท้องถิ่น พร้อมลุ้นของรางวัล

นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนา หัวข้อ “ฝันวัยรุ่น ประวัติศาสตร์ผู้ไทฉบับ Gen Z” จุดประกายความคิดรุ่นใหม่เชื่อมโยงกับรากเหง้า การแสดงดนตรีและศิลปะการแสดง จากเยาวชนและกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ ตลาดน้อยของเยาวชน รวมอาหารและเครื่องดื่มจากฝีมือคนรุ่นใหม่ และโครงการ “อ่าน สร้าง ชาติ” โดยมูลนิธิกระจกเงา พร้อมแจกหนังสือฟรีเพื่อเสริมองค์ความรู้แก่ผู้ร่วมงาน

กิจกรรมครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการสร้างความบันเทิง แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของชุมชน ที่สะท้อนถึงพลังความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน และการมีส่วนร่วมของคนทุกเพศทุกวัยในท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่สาธารณะเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ โดยมีเยาวชน คนรุ่นใหม่ ศิลปินท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม

แหวกฟ้าหาฝัน : Hellenic Motor Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Hellenic Motor Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Hellenic Motor Museum Athens

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบรถเก่า หากมีเวลามาเอเธนส์ สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ควรเยือนให้ได้ก็คือ Hellenic Motor Museum คำว่า Hellenic แปลว่ากรีกโบราณ Hellenic Motor Museum คือ มิวเซียมรถของชาวกรีกนั่นเอง มิวเซียมรถนี้เป็นของ Theodore Charagionis Foundation ถูกก่อตั้งโดย Theodore Charagionis เพื่อใช้เก็บสะสมรถของบิดาผู้ชื่นชอบการขับรถ เขาเริ่มหันมาสะสมรถแทนการแข่งรถในปี 1977 เมื่อบุตรชายคนแรกเกิด รถคันแรกที่เขาสะสมมาจากรถในฝันของเขายี่ห้อ Maserati Mistral ก่อนที่จะเป็น Rolls Royce Wraith แล้วตามด้วย Jaguars E type, Lancia Appia Zagato, Austin Healey 3.000 อย่างละ 2 คัน และ Dinos 3 คัน

เมื่อเริ่มสะสมมากขึ้นจนมีมากถึง 25 คัน เขาก็เริ่มเกรงว่าจะตกเป็นทาสของการสะสม แทนที่จะเป็นไปเพื่อความสนุก ในที่สุดเขาเลยเกิดความคิดที่จะสร้างมิวเซียมรถขึ้นด้วยเหตุผล 3 ข้อคือ 1 เขาเชื่อว่าอุตสาหกรรมที่กรีกจะทำในอนาคตคือ ท่องเที่ยว 2 กรีซไม่เพียงขายความเก่าได้ กรีซยังขายความใหม่ได้ด้วย 3 ความมั่งคั่งที่เขาได้รับควรตอบแทนประเทศให้มากกว่าการเสียภาษีด้วย

โดยทั่วไป มิวเซียมรถมักเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ยกเว้นมิวเซียมรถของค่ายรถใหญ่ ๆ อย่างในเยอรมัน อาทิ เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ดังนั้น มิวเซียมรถจึงมักไม่ตั้งอยู่กลางเมืองอันเป็นผลมาจากการที่ที่ดินในเมืองมักมีราคาแพง แต่การตั้งมิวเซียมนอกเมืองก็ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมลำบาก การที่ Theodore Charagionis มีประสบการณ์กับอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างดีจึงทำให้เขาสามารถหาสถานที่จัดตั้งมิวเซียมกลางเมืองซึ่งเดินทางสะดวกด้วยรถสาธารณะที่เก็บสะสมรถได้ไม่น้อยไปกว่า 50 คันในราคาไม่แพงนัก ปี 1999 เขาเริ่มรวบรวมที่ผืนเล็กจากบริเวณ Plaka ระหว่างถนน Andrianou กับ Pandrosou และทำการก่อสร้างตึก 4 ชั้นให้มีพื้นที่ 3 หมื่นตารางเมตรโดยใช้เป็นพื้นที่จอดรถ 50% เพื่อจอดรถ 111 คัน และส่วนสนับสนุนอีก 3 พันตารางเมตรเพื่อใช้เป็นโชว์รูม ห้องเรียนเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนสำหรับเด็ก และห้องขายของที่ระลึก

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ชื่นชมรถสะสมที่แบ่งเป็นยุค ๆ เฉกเช่นเดียวกันกับการจัดแสดงมิวเซียมศิลปะ อาทิ Antique, Veteran , Vintage, Post Vintage, Classic, Post Classic และ Modern รถในแต่ละยุคจะเรียงรายกันตามยี่ห้อที่เด่น ๆ ให้ชมอย่างจุใจ เช่น ยุค Vintage จะมี Willys, Avion, Chrysler, Lincoln, Nash, Hudson, Daimler ยุค Post Vintage  จะมี Frazer, BMW , Alvis, Adler, Rolls Royce, Bugatti, Delage, Packard ยุค Classic จะมีมากเป็นพิเศษ อาทิ Lagonda, Aston Martin, Abarth, Alfa Romeo, Ferrari, Lancia, Bentley, Borgward, Jaguar, Mercedes-Benz, Porsche, Bristol, Ford, MG และ Healey หลังจากได้ชมรถเก่าจนจุใจแล้ว ก่อนกลับนักท่องเที่ยวอาจหาซื้อของที่ระลึกพวกโมเดลรถได้ที่ร้านขายของที่จัดไว้อย่างหรูหราไปชื่นชมต่อที่บ้านได้อีกต่างหากด้วย

Photo of the week :เครื่องบินกองทัพอากาศ ตกใส่อาคารเรียนในบังกลาเทศ

Photo of the week :เครื่องบินกองทัพอากาศ ตกใส่อาคารเรียนในบังกลาเทศ

Photo of the week :เครื่องบินกองทัพอากาศ ตกใส่อาคารเรียนในบังกลาเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประมวลภาพโศกนาฏกรรม เครื่องบินฝึกของกองทัพอากาศบังกลาเทศ ตกใส่อาคารโรงเรียนและวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงธากาของบังกลาเทศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (21 ก.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 31 ราย ในจำนวนนี้เป็นนักบิน 1 นาย นักเรียน 25 คน และครูประจำโรงเรียนอย่างน้อย 1 คน และมีผู้บาดเจ็บ 88 คน ในจำนวนนี้ 5 คนอาการสาหัสจากแผลไฟไหม้ทั่วร่างกาย

กองทัพอากาศบังกลาเทศแจ้งว่า เครื่องบินฝึกบินลำนี้เป็นรุ่นที่ผลิตในประเทศจีน นักบินประจำเครื่องเผชิญเหตุเครื่องยนต์ขัดข้องตั้งแต่นำเครื่องบินขึ้นจากฐานทัพอากาศช่วงบ่ายวันจันทร์ ก่อนจะพุ่งตกใส่อาคารโรงเรียนในอีกไม่กี่นาทีต่อมา การบินครั้งนี้เป็นการบินเดี่ยวครั้งแรกนักบินนายนี้ เพื่อให้สำเร็จหลักสูตรการฝึกบิน และเขาพยายามสุดความสามารถในการบังคับเครื่องออกจากบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น

คาโอ จับมือ วิศวกรรมศาสตร์ มช. เปิดถนนสีเขียว ‘Green Pavement’

คาโอ จับมือ วิศวกรรมศาสตร์ มช. เปิดถนนสีเขียว ‘Green Pavement’

คาโอ จับมือ วิศวกรรมศาสตร์ มช. เปิดถนนสีเขียว ‘Green Pavement’

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Kao ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและเคมีภัณฑ์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น จับมือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัวโครงการ “ถนนสีเขียว Green Pavement” ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชูนวัตกรรม NEWTLAC ที่นำขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้ว นำกลับมาเป็นเคมีภัณฑ์ที่เป็นส่วนผสมยางมะตอยเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้างถนนให้แข็งแรง ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาโอได้สนับสนุนงบประมาณและวัสดุมูลค่ารวม 1,230,000 บาท เพื่อสร้างถนนในครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย

นฤมล นาคะเกศ รองประธาน ฝ่ายขายเคมีภัณฑ์ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ คณะวิศวกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในโครงการถนนสีเขียว Green Pavement ครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของคาโอที่ได้นำนวัตกรรม NEWTLAC มาสร้างประโยชน์ในเชิงรูปธรรม เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนในเรื่อง “การไม่สร้างขยะ” โดยโครงการนี้พิสูจน์ว่าขยะขวดพลาสติก PET สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและนำกลับมาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงและปลอดภัยได้จริง โดยมีงานวิจัยจาก Kao Corporation ประ เทศญี่ปุ่น ยืนยันว่า ถนน 100 ตารางเมตรที่ใช้ NEWTLAC สามารถรีไซเคิลขวด PET ได้มากถึง 1,430 ขวด ถนนเส้นนี้จึงเป็นถนนต้นแบบสำ คัญที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนางานโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยต่อไป”

โครงการถนนสีเขียว “Green Pavement” มีส่วนหนึ่งเป็นต้นแบบถนนยางมะตอยแบบซึมน้ำ (Porous Asphalt) ที่ผสานเทคโนโลยี NEWTLAC 5510 ของคาโอ ซึ่งพัฒนาจากการนำขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้ว มาผ่านกระบวนการทางเคมีจนได้ผงละเอียดสีเหลืองคล้ายน้ำตาลทราย จากนั้นนำไปผสมกับยางมะตอยปกติ ผลลัพธ์ที่ได้คือยางมะตอยชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งด้านความแข็งแรง ความทนทานกว่าเดิม ทนการกัดเซาะน้ำได้ดี และยืดอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าเดิม โดยคาโอได้สนับสนุนงบประมาณและวัสดุมูลค่ารวม 1,230,000 บาท สำหรับปรับปรุงถนนภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะทาง 469 เมตร เป็นพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร โดยใช้ NEWTLAC 1.3 ตัน ซึ่งสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ได้ถึง 18,909 ใบ ทำให้ถนนเส้นนี้รักษ์โลก และยังมีคุณสมบัติโดดเด่นเรื่องความแข็งแรง ทน ทาน ดูดซับน้ำได้ดี อีกทั้งยังรักษาระบบนิเวศเดิมของมหาวิทยาลัย

รศ.ดร.ธงชัย ฟองสมุทร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า“คณะวิศวกรรมศาสตร์มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นสถา บันการศึกษาชั้นนำที่สร้างสรรค์งานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับคาโอในโครงการ Green Pavement นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการ Plastic Road Pavement from KAO NEWTLAC as recycle PET product ของคณะวิศวกรรมศาสตร์” ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น ‘Living Lab’ หรือห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต ให้นักศึกษาและคณาจารย์ได้เรียนรู้และทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุทดแทนในสภาพแวดล้อมจริง โดยถนนเส้นนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง ทนทาน สามารถดูดซับน้ำได้ดี ช่วยรักษาระบบนิเวศและต้นไม้ใหญ่ซึ่งเป็นทัศนียภาพอันมีค่าของมหาวิทยาลัย โครงการนี้จึงถือว่าเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยต่อไปในอนาคต” 

โครงการถนนสีเขียว “Green Pavement” ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นี้ นับเป็นพื้นที่แห่งที่ 3 ที่คาโอได้นำนวัตกรรม NEWTLAC ไปใช้งานจริง ก่อนหน้านี้ได้นำร่องในสองพื้นที่สำคัญ ได้แก่ ถนนในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี พื้นที่ 500 ต.รม.และจุดทางด่วนด่านดินแดงขาเข้ามุ่งสู่ดอนเมือง (ทางยกระดับอุตราภิมุข หรือดอนเมืองโทลล์เวย์) ทั้งสถานีด้านในและสถานีด้านนอก พื้นที่ 1,500 ต.รม.โดยความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของทั้ง 3 โครงการ ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของคาโอในการสร้างสรรค์สิ่งดี เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ไม่หวั่น ‘ท่วม-แล้ง’ มีธนาคารน้ำใต้ดินช่วย สร้างโมเดลบริหารจัดการน้ำของเกษตรกร

ไม่หวั่น ‘ท่วม-แล้ง’ มีธนาคารน้ำใต้ดินช่วย สร้างโมเดลบริหารจัดการน้ำของเกษตรกร

ไม่หวั่น ‘ท่วม-แล้ง’ มีธนาคารน้ำใต้ดินช่วย สร้างโมเดลบริหารจัดการน้ำของเกษตรกร

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อวิถีเกษตรกรรม “น้ำ” คือปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่หลายชุมชนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม น้ำแล้ง หรือการขาดแคลนแหล่งน้ำสำรอง ยิ่งในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวน การบริหารจัดการน้ำจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

“เมื่อปี 2564 หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้าของเรามีปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก จนต้องซื้อน้ำมาใช้ในการเลี้ยงหมูและปลูกพืช แต่เมื่อฝนตกหนัก กลับมีปัญหาน้ำท่วมขัง จึงนึกถึงแนวคิด “ธนาคารน้ำใต้ดิน” ซึ่งเป็นระบบเติมน้ำฝนหรือน้ำส่วนเกินในฤดูฝน ลงไปเก็บในชั้นหินอุ้มน้ำใต้ดิน เหมือนการออมทรัพยากรธรรมชาติไว้ใช้ยามจำเป็น เราจึงเริ่มทำโครงการนับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยมีปัญหาภัยแล้งหรือน้ำท่วมขังอีกเลย” ภักดี ไทยสยาม ประธานกรรมการ หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา บอกเล่าถึงที่มาโครงการเริ่มต้นด้วยการร่วมมือกันของเกษตรกรในหมู่บ้านฯ และทีมงานซีพีเอฟที่เป็นพี่เลี้ยงคอยสนับสนุนหมู่บ้านฯ มาตลอด 48 ปี ควบคู่กับการถ่ายทอดความรู้อย่างลึกซึ้ง จากสถาบันน้ำนิเทศศาสนคุณ โดยผนวกความรู้ทางธรณีวิทยาการไหลของน้ำและแนวคิดพึ่งพาตนเอง จนสามารถพัฒนาระบบธนาคารน้ำใต้ดิน ทั้งแบบเปิดและแบบปิดได้อย่างครบวงจร ช่วยหล่อเลี้ยงทั้งการเลี้ยงหมูและการปลูกพืชซึ่งเป็นอาชีพหลักของชุมชนได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่น้ำที่เพียงพอ แต่ยังช่วยลดต้นทุนค่าน้ำได้ถึงปีละ 1 ล้านบาท แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำเน่าเสีย เพิ่มความชุ่มชื้นในดิน ยกระดับสุขอนามัยในชุมชน จนทำให้หมู่บ้านฯ แห่งนี้กลายเป็น “ศูนย์เรียนรู้ธนาคารน้ำใต้ดิน” ที่หลายชุมชนเข้ามาศึกษาและนำไปปรับใช้

จากความสำเร็จของหนองหว้า ที่เป็นต้นแบบของการ “ฝากน้ำไว้กับดิน” ขยายผลสู่ หมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขังในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำหน้าแล้งมายาวนาน

 “ชุมชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และซีพีเอฟ ร่วมมือกันภายใต้แนวคิด “ขีด คิด ร่วม ข่าย” ริเริ่มโครงการธนาคารน้ำใต้ดินอย่างเป็นระบบ โดยศึกษาดูงานจากหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ไปจนถึงการขุดบ่อธนาคารน้ำแบบเปิดและปิดภายในพื้นที่ รวม 10 บ่อ ชาวชุมชนสามารถนำพื้นที่เดิมที่ถูกน้ำท่วมขังกลับมาใช้ประโยชน์ทางเกษตรได้มากกว่า 50 ไร่ มีน้ำใช้ในการเลี้ยงหมูและปลูกพืชได้ตลอดปี พร้อมต่อยอดสู่โครงการ “1 บ้าน 1 บ่อ” ให้ครอบคลุมครบ 40 ครัวเรือนภายในปี 2569” พิเชษฐ์ ใหญ่แก่นทราย ประธานหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร บอกอย่างภูมิใจ

ที่นี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การจัดการน้ำ แต่ยังพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ ที่เปิดให้ชุมชนอื่นๆ เข้ามาศึกษาดูงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ หน่วยงานท้องถิ่น และเกษตรกรจากทั่วประเทศ สิ่งที่น่าทึ่งไม่ใช่แค่เทคโนโลยีหรือโครงสร้างของบ่อธนาคารน้ำ แต่คือ “กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน” ที่ทำให้คนในชุมชนเชื่อมั่นว่า พวกเขาสามารถดูแลทรัพยากรของตนเองได้จริง

วันนี้ ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ ต่อยอดความสำเร็จของโครงการธนาคารน้ำใต้ดินทั้งสองหมู่บ้าน สู่สถานประกอบการของบริษัทอีก 8 แห่ง ทั้งที่ ฟาร์มสุรินทร์ ฟาร์มยโสธร ฟาร์มจอมทอง ฟาร์มวังชมภู ฟาร์มอุดมสุข ฟาร์มราชบุรี รวมถึงที่โรงชำแหละสุกรจันทบุรีและยโสธรให้หันมากักเก็บน้ำไว้ใช้เอง ลดการพึ่งพาน้ำดิบจากธรรมชาติ

โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ทั้งที่หนองหว้า กำแพงเพชร รวมถึงฟาร์มและโรงชำแหละของซีพีเอฟ สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีราคาแพง แต่เป็นการผสานพลังของชุมชน ภาคเอกชน และองค์ความรู้ท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ธนาคารน้ำใต้ดินจึงไม่ได้เป็นแค่บ่อเก็บน้ำใต้ดิน แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการ “คิดอย่างเป็นระบบ ทำอย่างมีส่วนร่วม และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” ที่ช่วยให้ชุมชนมีทรัพยากรน้ำเพียงพอ รองรับวิถีชีวิตเกษตรกรรม และสร้างความมั่นคงทางน้ำในระยะยาว เพราะการฝากน้ำไว้กับดิน คือการวางรากฐานเพื่อความมั่นคงในอนาคต

ตะลอนเที่ยว : กรุงโตเกียว ยามค่ำ

ตะลอนเที่ยว : กรุงโตเกียว ยามค่ำ

ตะลอนเที่ยว : กรุงโตเกียว ยามค่ำ

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อันที่จริงพาดหัวว่ากรุงโตเกียวยามค่ำก็ดูจะใหญ่โตเกินจริงมากไปสักหน่อย เพราะว่าจริงๆแล้วพาไปแค่วัดเซนโซจิ หรือที่ชอบเรียกว่าวัดอาซากุสะ ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากแม่น้ำสุมิดะ และมองเห็น Tokyo Sky Tree อยู่ใกล้ๆ 

การไปเดินเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้ในยามค่ำคืน ก็ให้อรรถรสแตกต่างจากการท่องเที่ยวในยามกลางวันไปอีกแบบหนึ่ง เพราะเวลาช่วงกลางวันจะมีผู้คนทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติคลาคล่ำอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่พอช่วงหลังจากหนึ่งทุ่มไปแล้ว สถานที่แห่งนี้ก็จะมีผู้คนเบาบางลงไปอย่างถนัดตา ทำให้ไม่ต้องเบียดเสียดแออัดกับผู้คนมากมายที่เข้าไปกราบนมัสการพระพุทธรูปในวัดเซนโซจิ แถมยังสามารถเดินไปชมริมฝั่งแม่น้ำสุมิดะ ได้อย่างปลอดโปร่งสบายใจ เพราะมีจำนวนผู้คนน้อยกว่าช่วงเวลากลางวันหลายเท่า 

วันนี้ขออนุญาตไม่พูดถึงประวัติของวัดเซนโซจิ เพราะพูดถึงมาแล้วหลายครั้งเวลาเขียนถึงวัดแห่งนี้ ถ้าหากจะมีคนถามว่าแล้ววัดเซนโซจิ มีอะไรสำคัญอยู่ภายใน ก็ตอบได้ทันทีว่ามีพระพุทธรูปและมีเจดีย์แบบญี่ปุ่น และที่สำคัญก็คือมีพระอวโลกิเตศวรกวนอิม ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวญี่ปุ่นมาตั้งตั้งแต่สมัยโบราณกาล ดังนั้นจึงเชื่อกันว่าวัดแห่งนี้มีอายุเก่าแก่มากที่สุดของกลุ่มโตเกียว ส่วนรูปปั้นอวโลกิเตศวรกวนอิมนั้น มีประวัติว่าชาวประมงสองคนพบว่าอยู่ในแม่น้ำสุมิดะ จึงอัญเชิญขึ้นไปประดิษฐานไว้ในวัดแห่งนี้ 

ประเพณีปฏิบัติของผู้คนเมื่อไปถึงวัดแห่งนี้ก็คือ จะไปจุดธูปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วปักธูปลงในกระถางธูปขนาดมหึมา ซึ่งตั้งอยู่หน้าวิหาร พร้อมกับขวักหรือพัดควันธูปเข้าสู่ร่างกายเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง แล้วก็จะขอพรต่างๆ ตามที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพที่ดี ความรักที่สมหวัง โชคลาภ ความร่ำรวยรุ่งเรือง

มันเป็นปกติเมื่อเวลาไปถึงวัดแห่งนี้ผู้คนก็มักจะเดินไปที่ริมแม่น้ำสุมิดะ เพื่อรับลมสดชื่นจากแม่น้ำ บางคนก็อาจจะเช่าเรือเพื่อชมลำน้ำแห่งนี้ด้วย 

แต่สำหรับทริปนี้ พวกเราไม่ได้ลงเรือ เนื่องจากค่ำแล้ว เพราะฉะนั้นจึงเดินสูดหายใจลึกๆ เพื่อรับเอาลมเย็นจากแม่น้ำเข้าสู่ปอดให้ฉ่ำปอด แล้วเดินหามุมถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ซึ่งทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเวลามาเดินเที่ยวสถานที่แห่งนี้ในช่วงค่ำ แล้วได้ซึมซับบรรยากาศที่แตกต่างไปจากช่วงกลางวันอย่างมากมาย และที่สำคัญก็คือเวลานั่งรถไฟฟ้าจากสถานีต่างๆ ในช่วงเวลาค่ำก็ไม่ต้องแออัดกับผู้คนจำนวนมาก ซึ่งก็นับว่าเป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจไม่ใช่น้อย 

จริงๆ แล้ววันนี้ไม่มีอะไรจะเล่าให้ฟังมากมายนัก เพราะว่าพูดเรื่องกลุ่มโตเกียวมาแล้วหลายครั้งหลายหลายแง่มุม เพราะฉะนั้นวันนี้จึงตั้งใจแค่นำภาพของวัดเซนโซจิ และบรรยากาศริมแม่น้ำสุมิดะ มาฝากเท่านั้น 

ถ้าหากคุณสนใจจะร่วมทริปไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภายในกรุงโตเกียว หรือนอกกรุงโตเกียว โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ เที่ยวแบบละมุนละไม ไม่รีบเร่งไม่รีบร้อน และเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ สมาชิกน่ารักอัธยาศัยดี กินอาหารอร่อย นอนสบาย นั่งรถไฟเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ โดยมี Mr.  Flower เป็นหัวหน้าทัวร์ โปรดติดต่อหมายเลข 091-7233615 คณะของเราตั้งใจว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หากสนใจร่วมทริปกับเราขอเรียนเชิญครับ

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

Science Update : วัยรุ่นอเมริกันส่วนใหญ่เคยใช้ AI เป็น ‘เพื่อนคุย’

Science Update : วัยรุ่นอเมริกันส่วนใหญ่เคยใช้ AI เป็น ‘เพื่อนคุย’

Science Update : วัยรุ่นอเมริกันส่วนใหญ่เคยใช้ AI เป็น ‘เพื่อนคุย’

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เทคครันช์ (TechCrunch) รายงานผลการศึกษาใหม่จาก คอมมอน เซนส์ มีเดีย (Common Sense Media) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของสหรัฐฯ พบว่า วัยรุ่นอเมริกันอายุ 13-17 ปีสนใจการพูดคุยกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยร้อยละ 72 เคยลองใช้เอไอเป็นเพื่อนพูดคุย และร้อยละ 52 พูดคุยกับเอไอเป็นประจำ

การศึกษานี้มุ่งเน้นไปที่แชตบอตปัญญาประดิษฐ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสนทนาในเชิงส่วนตัวหรือสนิทสนมได้มากขึ้น โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกดำเนินการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างวัยรุ่น 1,060 คน ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2025

ผลสำรวจระบุว่า วัยรุ่นร้อยละ 46 มองว่าเพื่อนคุยปัญญาประดิษฐ์เป็นเพียงเครื่องมือหรือโปรแกรม ขณะที่ร้อยละ 33 ใช้เพื่อนคุยเอไอเพื่อปฏิสัมพันธ์ทางสังคมหรือความสัมพันธ์ และครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นระบุว่าไม่เชื่อถือข้อมูลที่ได้จากเพื่อนเอไอ

คุณแหน: 27 กรกฎาคม 2568

คุณแหน: 27 กรกฎาคม 2568

คุณแหน: 27 กรกฎาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

II 28 กรกฎาคม วันครบรอบวันประสูติ ของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ …..

II พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงกระชับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล ชื่อ พรรคเพื่อไทย สามัคคีประเทศ ปกป้องอธิปไตย แก้ปัญหาเพื่อประชาชน ที่ รร.อีสติน แกรนด์ พญาไท ขณะที่มีน้ำท่วมหลากที่น่าน และมีการปะทะกันตามชายแดนไทยกัมพูชา นี่แหละผู้บริหารประเทศ พูดอย่างที่ทำหรือเปล่า? …… 

II สุดเศร้าและอาลัยแด่ทหารที่เหยียบกับระเบิดและประชาชนที่เสียชีวิต จากจรวดฝั่งกัมพูชายิงไทยเรา สาเหตุเกิดจากขัดผลประโยชน์ของสองตระกูลชินวัตร และตระกูลฮุน……

II พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม กล่าว “ขอให้มั่นใจว่ากองทัพไทยยังปกป้องอธิปไตย ไม่ให้ใครมาล่วงล้ำดินแดนของเราได้เป็นอันขาด และกราบขออภัย รวมถึงให้กำลังใจพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนที่ได้รับผลกระทบ จากการปฏิบัติครั้งนี้ ทางกองทัพไทยอดทนอดกลั้นมาถึงที่สุดแล้ว เนื่องจากการปฏิบัติการของทหารกัมพูชาที่เรารับไม่ได้” …..

II พล.ร.ต.ทองย้อย แสงสินชัย กล่าว “พระที่ประพฤติพระธรรมวินัยแล้วไม่ยอมรับผิด เพราะย่ามใจหรือชะล่าใจว่าไม่มีใครรู้ ขอให้เรานำพระพุทธภาษิต เพื่อเตือนสติท่านและตัวเองด้วย เมื่อทำชั่วแล้วเชื่อว่าความลับย่อมไม่มีในโลก ต้นไม้ที่เกิดในป่ายังมีคนเห็นจนได้ คนโง่เท่านั้นที่เข้าใจว่าความชั่วที่ทำเป็นความลับ ฯลฯ” ……

II น่าฟังในข้อเขียนของ นพ.เกษม  ตันติผลาชีวะ เรื่องกิเลส พระ – กิเลสแพทย์ สรุป กิเลสมีกันทุกคน คนที่ควบคุมกิเลสได้ เป็นผู้ที่มีการพัฒนาทางจิตใจในระดับสูง จึงเหมาะจะเป็นทั้งพระ แพทย์ และผู้บริหารประเทศ …..

II ผู้ว่าแบงก์ชาติ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 68 นาม วิทัย รัตนากร แม้กระทั่ง ศิริกัญญา ตันสกุล ฝ่ายค้านยกมือเชียร์ ต้องรอดูผลงานจะลดดอกเบี้ยและส่วนต่างดอกเบี้ยได้เท่าไหร่? ……. 

II ดร.ดิเรกฤทธิ์  เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีต สว. ได้โพสต์ ข้อความบนเฟสบุ๊กว่า ปชช.เชื่อว่าติดคุกทิพ ยิ่งไต่สวนยิ่งชัดเจน ราชทัณฑ์ จะคุมขังนักโทษโดยชอบได้อย่างไรในเมื่อไม่มีหลักฐาน กล้องวงจรปิด ทั้งในเรือนจำและที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ มาเป็นหลักฐานยืนยันต่อศาลได้เลย …..

II หลวงพ่อบุญ ขึ้นเทศน์คราใดนำหลักยึดคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแนวทางปฏิบัติ เรื่องทำความดี ทำบุญสร้างกุศล โดยเฉพาะเน้นการถือศีล 5 คือ ห้ามฆ่าสัตย์ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามพูดเท็จ ห้ามทำผิดในกาม และห้ามดื่มสุรา…… 

II ขออนุญาตนำบางส่วน ของ น.อ.สมโชค สวัสดิรักษ์ พระมหากษัตริย์สร้างรัฐชาติ ดำรงเอกราชพิลาสผล ขจัดทุกข์บำรุงสุขให้ทุกคน เพื่อผ่านพ้นผองภัยเลิศไพบูลย์ สามเหล่าทัพรวมพลังแผ่นดิน ล้มระบอบทักษิณให้สิ้นสูญ นายกฯหุ่นเชิดออกไปไม่เกื้อกูล ขอเทิดทูนสถาบันนิรันดร ……  

                                                                                                      น้องนิ่ง…นิ่ง…