มนุษยสัมพันธ์สมาคมฯ มอบรางวัล ‘มนุษยสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ม.ส.เกียรติยศ ประจำปี 2568’

มนุษยสัมพันธ์สมาคมฯ มอบรางวัล 'มนุษยสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ม.ส.เกียรติยศ ประจำปี 2568'

มนุษยสัมพันธ์สมาคมฯ มอบรางวัล ‘มนุษยสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ม.ส.เกียรติยศ ประจำปี 2568’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.21 น.

พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “มนุษยสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ม.ส.เกียรติยศ ประจำปี 2568” ซึ่ง มนุษยสัมพันธ์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ (ม.ส.) นำโดย วิไลวรรณ ลายถมยา นายก ม.ส. จัดขึ้น เพื่อมอบให้กับบุคลผู้มีมนุษยสัมพันธ์ยอดเยี่ยม เป็นประจักษ์ ซึ่งผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ได้แก่ นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ ธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ อดีตรองประธานศาลปกครอง ภายในงานมีคณะกรรมการ และแขกผู้มีเกียรติมาร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลอย่างอบอุ่น ณ โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง 

‘ดีพร้อม’ แถลงความสำเร็จการสร้าง Fashion Hero Brand ด้วยกลไก Soft Power

‘ดีพร้อม’ แถลงความสำเร็จการสร้าง Fashion Hero Brand ด้วยกลไก Soft Power

‘ดีพร้อม’ แถลงความสำเร็จการสร้าง Fashion Hero Brand ด้วยกลไก Soft Power

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) แถลงผลความสำเร็จกิจกรรม “การพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand สาขาหัตถอุตสาหกรรมไทย” ภายใต้โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่น จากทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่สากล (Fashion Identity) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมสาขาหัตถกรรมไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ที่มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจภายในประเทศและการส่งออก โดยในปี 2567 ไทยมีมูลค่าการส่งออกหัตถกรรมรวม 33,019.03 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.10 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งตลาดส่งออกหลักที่มีมูลค่ามากที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา และตลาดที่มีอัตราการขยายตัวมากที่สุด คือ สหภาพยุโรป ซึ่งประเทศที่มีอัตราการขยายตัวมากที่สุด คือ อิตาลี สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าส่งออกมากที่สุด คือ เครื่องประดับแท้ทำด้วยทอง และผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการขยายตัวมากที่สุด คือ เสื้อผ้าสำเร็จรูปทำจากไหม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าส่งออกและมีการขยายตัวมากที่สุด คือ เครื่องเงิน เครื่องทอง (รายงานจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)

อย่างไรก็ตาม นอกจากการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจในทิศทางของตลาดโลกแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาฝีมือ คือ “การพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์” ให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ดังนั้น การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความพร้อมของผู้ประกอบการไทย ให้สามารถพัฒนาและยกระดับทั้งในด้านความเชี่ยวชาญในการออกแบบ การสร้างแบรนด์ และการตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ทดลองปฏิบัติจริง สร้างเครือข่ายร่วมกัน

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในการสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศไทย ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยด้วย 6 กลไกที่สำคัญ คือ 1. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก 2.การใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ 3. การเข้าถึงแหล่งเงินทุน 4. การเชื่อมกับสิทธิประโยชน์ 5.การเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร และ 6.การผลักดันธุรกิจสู่สากล ซึ่งกิจกรรมนี้ได้เชื่อมโยงนโยบายผ่าน 3 กลไก ได้แก่  1.การวิเคราะห์เชิงลึก โดยผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์ปัญหาและแนะแนวทางแก้ไข 2.การใช้ความคิดสร้างสรรค์ มาเชื่อมโยงให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน 3.การเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร ที่ดำเนินการผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และพัฒนาไปสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในอนาคต

รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า กิจกรรมการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand สาขาหัตถอุตสาหกรรมไทย เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสาขาหัตถอุตสาหกรรมไทยได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ เสริมสร้างความพร้อมในการสร้างแบรนด์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ อย่างสร้างสรรค์ ช่วยส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทยให้มีความรู้ ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การตลาด และสามารถดึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยมาพัฒนาแบรนด์ให้โดดเด่น

ทั้งนี้ คาดว่ากิจกรรมนี้ จะก่อให้เกิดรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนาอุตสาหกรรมสาขาหัตถอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

คุณแหน : 21 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 21 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 21 สิงหาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

  • คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ขอเชิญชมนิทรรศการ “ศตวรรษาอานันทมหิดล 100 ปี ความยินดีแห่งแผ่นดิน” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8) ผู้พระราชทานกำเนิด “แพทย์จุฬาฯ”  11-14 ก.ย. 10.30-20.00 น.ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมเชิญชวนนักเรียน ม.ปลายทั่วประเทศ ร่วมแข่งขันตอบปัญหา “ตามรอยราชกรณีย์ 100 ปี ในหลวงอานันท์” ชิงเงินรางวัลกว่า 70,000 บาท รับสมัครวันนี้ – 28 ส.ค.  www.md.chula.ac.th, Line ID: prmdcu..
  • ม.ล.ปนัดดา – อัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา เป็นคุณปู่คุณย่าแล้ว เมื่อบุตรชาย ดร.วรดิศ และ ผศ.ดร.เหมย เหมย มีลูกสาวคนแรก “น้องอัญญ่า” ที่เพื่อนฝูงญาติมิตรพากันแสดงความยินดีปรีดา…
  • พระราชทานเพลิงศพ พญ.สมศรี สินชัยพานิช  หมอสูติฯ ระดับอาจารย์แห่ง รพ.หญิง (ยังไม่เปลี่ยนชื่อเป็น รพ.ราชวิถี ในปัจจุบัน) 23 ส.ค.14.30 น. (มีพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล  เวลา 10.00 น). เมรุ วัดมกุฏกษัติยาราม..จุฬ-อนุตรา สินชัยพานิช,พญ.จามรี -นพ.นิทัศน์ โสธนะพันธุ์ ฝากเรียนมา ณ ที่นี้..
  • ขอแสดงความยินดีกับ เผ่าทอง ทองเจือ ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น  Hall of Fame  2568 ของคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร..
  • พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม สวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฏีกา วัดชลประทานรังสฤษดิ์ 17-21 ส.ค.19.00 น. เจ้าภาพของดรับหรีด หากประสงค์ร่วมทำบุญในการบูรณะพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ วัดพุทธาธิวาส (พระอารามหลวง) อ.เบตง ยะลา..
  • พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ชวนชมเหรียญกษาปณ์ดีบุกลายกระหนก ชนิดราคา 20 สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ ผลิตออกใช้ พ.ศ.2485-2488 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ทุกวันยกเว้นวันจันทร์ 09.30-16.30 น…
  • ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บิ๊กบอสแห่ง DMT ปลื้มสุดๆ หลังทราบข่าวว่า บริษัทได้รับการประเมิน AGM checklist ปี 2568 เต็ม 100 คะแนน “ดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ..
  • ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์ กำลังท่องเที่ยวชื่นชมความงามของ Rotterdam-Amsterdam-Salzburg-Graz-Vienna กับหลานรักเอมมี่..
  • พอทราบว่า ครอบครัวคนทำงานในบ้านมีบ้านเกิดอยู่ที่ชายแดน เฉิดโฉม จันทราทิพย์ แห่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จึงให้ไปช่วยตั้ง ซุ้มอาหารเลี้ยงทหารทันที ตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา  อาหารน่ารับทาน อาทิ  ขนมจีนน้ำยา ลูกชิ้นปลา ..
  • ชื่นชม ชมรมอักษรศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นที่ 35 อาทิ ภาวิไล บุราวาศ,กรองกาญจน์ เศรษฐพานิช,อัญชลี ตันสกุล รวมพลังสนับสนุนและขอบคุณทหารไทย ด้วยการรวบรวมเสื้อรองใน 10,000 ตัว,ตาข่าย 20 ม้วน,หน้ากากอนามัย,ถุงเท้า  และสิ่งของจำเป็นเพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนกำลังพลที่ปฎิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศ ณ แนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พล.ท.อานุภาพ ศิริมณฑล รองเสนาธิการทหารบก เป็นผู้แทนรับมอบ ..

น้อง

นักวิจัยไทยสร้างชื่อคว้ารางวัลเหรียญทองจาก ‘JDIE 2025’ งานประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติที่ญี่ปุ่น

นักวิจัยไทยสร้างชื่อคว้ารางวัลเหรียญทองจาก ‘JDIE 2025’ งานประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติที่ญี่ปุ่น

นักวิจัยไทยสร้างชื่อคว้ารางวัลเหรียญทองจาก ‘JDIE 2025’ งานประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติที่ญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สองนักวิจัยจากประเทศไทยสร้างชื่อบนเวทีนานาชาติ อาจารย์ศีตลา นาคแก้ว และ อาจารย์เรวัติ นาคแก้ว อาจารย์พิเศษผู้ทรงคุณวุฒิ โรงเรียนสุคนธีรวิทย์ และผู้บริหารบริษัท แพลนท์ รีเซิร์ฟ จำกัด คว้ารางวัลรางวัลเหรียญทอง Gold Medal for The Invention และรางวัล For The Excellent Invention จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ Japan, Design Idea and Invention Expo (JDIE) 2025 ที่จัดขึ้ โดย World Invention Intellectual Property Associations ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จากโครงการวิจัยออยล์ใจ “อ่อนโยนต่อพืช อ่อนโยนต่อหัวใจ และปลอดภัยต่อโลก” (Oil Jai: Soft for your plants, kind to your heart, safe for the earth)

อ.ศีตลา และ อ.เรวัติ นาคแก้ว

ทั้งนี้ โครงการวิจัยดังกล่าวได้รับประกาศนียบัตรแสดงความยินดีกับนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติ (Internationally Outstanding Inventors Awards Ceremony) จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

อาจารย์เรวัติ นาคแก้ว  เล่าว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การสอนต้องเปลี่ยนเป็นออนไลน์ เวลาว่างที่มากขึ้นทำให้ตัวเองมีเวลามาดูแลสวนมะนาวขนาด 10 ไร่ของครอบครัว ซึ่งกำลังมีแนวโน้มว่าจะเลิกกิจการแล้ว และได้เริ่มศึกษาหาข้อมูลและทำการทดลองจนสามารถทำ “มะนาวนอกฤดู” ได้สำเร็จ และหลังจากการศึกษาผลงานวิจัยจำนวนมาก อ.เรวัติ ค้นพบว่า พืชในแต่ละช่วงวัยต้องการปุ๋ยและแร่ธาตุในอัตราส่วนที่ต่างกัน เช่น ช่วงบำรุงต้น ต้องการธาตุอาหารเพื่อเสริมความแข็งแรง หรือช่วงขยายผลหรือออกดอก ต้องการธาตุอาหารอีกแบบเพื่อกระตุ้นการออกดอกและติดผล

องค์ความรู้เหล่านี้ได้ถูกนำมาขยายผลกับสวนกุหลาบ ซึ่ง อาจารย์เรวัติ ปลูกไว้ภายในรั้วบ้านอยู่แล้ว จนได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลพืชที่มีจุดเด่นคือ 1. ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับกุหลาบที่ปรับให้เหมาะกับภูมิอากาศไทย 2. ปุ๋ยสูตรที่ออกแบบให้เหมาะกับจังหวะการเจริญเติบโต 3. ปุ๋ยสูตรดูแลเฉพาะส่วน เช่น ราก ดอก และยอด 4. ปุ๋ยสูตรแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น การฟื้นฟูรากที่กระเทือนจากการย้ายกระถาง หรือเร่งการแตกยอด

ทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เกษตรกรรมคือวิทยาศาสตร์และเป็นจุดกำเนิด “ออยล์ใจ” อ่อนโยนต่อพืช อ่อนโยนต่อหัวใจ และปลอดภัยต่อโลก (Oil Jai: Soft for your plants, kind to your heart, safe for the earth)

“แนวคิดของโครงงานวิจัย “ออยล์ใจ” เริ่มต้นมาจากสมาชิกกลุ่มคนรักกุหลาบที่ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งได้ผลดีแต่มีราคาสูง ซึ่งปิโตรเลียมออยล์มีข้อจำกัด คือต้องฉีดพ่นเฉพาะตอนมีแสงแดด ไม่เช่นนั้นใบไม้จะไหม้

จากกายวิภาคของแมลง จะมีท่อลมสำหรับหายใจเปิดอยู่บนผิวแมลง ทั้ง อาจารย์ศีตลา และ อาจารย์เรวัติ จึงคิดวิธี “ใช้น้ำมันอุดท่อหายใจ” ทำให้แมลงไม่สามารถหายใจได้ จากนั้นจึงคัดเลือกกรดไขมันที่เหมาะสมกับภูมิอากาศไทย จนได้ปุ๋ยสูตรที่สามารถพ่นได้ในช่วงแดดร่มหรือยามค่ำ โดยไม่ทำให้ใบไม้ไหม้และอ่อนโยนต่อพืช ที่สำคัญคือ วัตถุดิบทั้งหมด เป็นเกรดเดียวกับที่ใช้ในอาหารและเครื่องสำอาง เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเลือกส่วนผสมที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

องค์ความรู้เหล่านี้ได้ผสานด้านวิทยาศาสตร์และประสบการณ์ภาคสนามที่เข้มข้น จนได้รับการยอมรับจากเวทีนานาชาติดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเมื่อได้นำเสนอผลงานออกไปก็ทำให้นักเรียนของทั้งสองอาจารย์ได้เห็นอย่างชัดเจนว่า “เราศึกษาวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน แต่เพื่อนำไปสร้างประโยชน์จริงต่อชีวิตและสังคม”

อาจารย์เรวัต นาคแก้ว จบระดับมัธยมศึกษาจากพระประฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม และจบระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาปิโตรเคมี ม.ศิลปากร (ได้รับทุนภูมิพล ประเภทเรียนดี) ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษผู้ทรงคุณวุฒิที่โรงเรียนสุคนธีรวิทย์ (สอนวิชาเคมี) และผู้บริหารบริษัท แพลนท์ รีเซิร์ฟ จำกัด บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปุ๋ยพร้อมใช้สำหรับผู้ที่รักการปลูกต้นไม้ซึ่งต้องการปุ๋ยที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ร่วมกับภรรยา อาจารย์ศีตลา นาคแก้ว จบระดับมัธยมศึกษาจากมหิดลวิทยาณุสรณ์ จังหวัดนครปฐม และจบระดับปริญาตรี ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.ศิลปากร ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษผู้ทรงคุณวุฒิที่โรงเรียนสุคนธีรวิทย์ (สอนวิชาชีววิทยา) 

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ บริจาคสิ่งของช่วยทหารและประชาชนตามแนวชายแดน

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ บริจาคสิ่งของช่วยทหารและประชาชนตามแนวชายแดน

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ บริจาคสิ่งของช่วยทหารและประชาชนตามแนวชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ร่วมบริจาคสิ่งของช่วยทหารและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน

ผู้บริหารและพนักงาน กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล นำโดย อธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์  พร้อมด้วย กัญจมา ศรีอรุณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ สุทธาลิณี รองสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็น เช่น อาหารแห้ง ยารักษาโรค ฯลฯ ให้กับมูลนิธิไทยพีบีเอส ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เพื่อนำส่งไปยังกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือให้กับทหารแนวหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบต่อไป

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 46

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 46

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 46

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อทรงเปิดนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 46  จัดโดย มูลนิธิบัวหลวง ร่วมกับ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  เพื่อส่งเสริมงานศิลปกรรมไทยให้มีความยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่มีทักษะ แนวคิดได้แสดงความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานด้านจิตรกรรมที่มีคุณค่าและคุณภาพ  รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้สน ใจได้ร่วมชื่นชมผลงานจิตรกรรม ผ่านการถ่ายทอดผลงานจากศิลปิน

การประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ในปี 2568 มูลนิธิบัวหลวง ได้เรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทางศิลปะเป็นคณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินผลงาน คือ ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ประธานกรรมการ และกรรมการประกอบด้วย ศ.เกียรติคุณสันติ เล็กสุขุม, ศ.เกียรติคุณปริญญา ตันติสุข, ศ.เดชา วราชุน, ธงชัย รักปทุม,ปัญญา วิจินธนสาร และ รศ.วิรัญญา จิราธิกิตติ์ โดยมี คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช เป็นที่ปรึกษา การประกวดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ จิตรกรรมไทยแบบประเพณี จิตรกรรมไทยแนวประเพณี และจิตรกรรมร่วมสมัย ในปี 2568 มีศิลปิน 135 คน ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรวม 180 ชิ้น คณะ กรรมการได้พิจารณาคัดเลือกผลงานให้ได้รับรางวัล 10 ชิ้น และผลงานร่วมแสดงอีก 66 ชิ้น รวมผลงานที่แสดงในนิทรรศการทั้งสิ้น 76 ชิ้น  

ผลงานที่ได้รับรางวัล มีดังนี้ จิตรกรรมไทยแบบประเพณี เป็นงานจิตรกรรมที่มีแบบอย่าง กระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด กลวิธี และเรื่องราวเนื้อหาสาระที่ดำรงภาพลักษณ์แบบไทยประเพณี  รางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวงเงิน รางวัล 200,000 บาท ทุนทัศนศึกษางานศิลปะในต่างประเทศ ผลงานชื่อ ‘ลดทิฐิพญานันโทปนันทนาคราช’ โดย บัณฑิต วันนุกูล รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง เงินรางวัล 150,000 บาท ผลงานชื่อ ‘พระพุทธเจ้าทรงโปรดพระพุทธมารดา’ โดย ภฤศชัย หอมช่วงทรัพย์ รางวัลที่ 3 มี 2 รางวัล เหรียญทองแดงบัวหลวง เงินรางวัลๆ ละ 100,000 บาท ผลงานชื่อ ‘อิเหนารำบวงสรวง ท้าวประตาระกาหลา’ โดย วิภาส ตันเจริญ และผลงานชื่อ ‘ทูลเชิญจุติสู่พระครรภ์’ โดย ณัฐดนัย ทองเติม จิตรกรรมไทยแนวประเพณี เป็นงานจิตรกรรมที่มีกระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด กลวิธี และเรื่อง ราวเนื้อหาสาระ ทั้งภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ไทยของงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณีมาพัฒนาสร้างสรรค์ให้เข้ากับสมัยนิยม รางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง เงินรางวัล 200,000 บาท ทุนทัศนศึกษางานศิลปะในต่างประเทศ ผลงานชื่อ ‘ศรัทธาอันเข้มขลัง ณ แยกราชประสงค์’ โดย วัชรนนท์ แสนวิ เศษ รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง เงินรางวัล  150,000 บาท ผลงานชื่อ ‘สมุด (ข่อย)’ โดย บุญทวี  ทับทิมไทย รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง เงินรางวัล 100,000 บาท ผล งานชื่อ ‘สัญญะแห่งรักษ์’ โดย อัซมาวีย์ การี จิตรกรรมร่วมสมัย  เป็นงานจิตรกรรมที่มีกระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด กลวิธี และเรื่องราวเนื้อหาสาระที่มีการแสดงออกอย่างอิสระเสรี รางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง เงินรางวัล 200,000 บาท ทุนทัศนศึกษางานศิลปะในต่างประเทศ ผลงานชื่อ ‘ลมหายใจของธรรมชาติ’ โดย สิทธิพนธ์ เลาะไชยสงค์ รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง เงินรางวัล 150,000 บาท ผลงานชื่อ‘บรรยากาศของสีแห่งความศรัทธาในดินแดนล้านนา 2568  หมายเลข 1’ โดย พงศ์ศิริ คิดดี รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง เงินรางวัล 100,000 บาท ผลงานชื่อ ‘ชีวิตใหม่’ โดย ระพีพัฒน์ ผลรัตนไพบูลย์

นิทรรศการจัดแสดง ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 –19.00  น.(ปิดวันพุธ) หลังจากนั้น มูลนิธิบัวหลวงจะนำผลงานไปจัดนิทรรศการสัญจรที่จังหวัดสงขลา สอบถามเพิ่มเติม หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โทร. 02-281-5360-1 https://www.facebook.com/queengallerybkk/

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการมูลนิธิบัวหลวง

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการมูลนิธิบัวหลวง

ฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการตัดสินจิตรกรรมบัวหลวงและผู้ได้รับพระราชทานรางวัลชนะเลิศการประกวดฯ

ฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการตัดสินจิตรกรรมบัวหลวงและผู้ได้รับพระราชทานรางวัลชนะเลิศการประกวดฯ

รับเสด็จ ณินทิรา โสภณพนิช กก.บริหารหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ,วิทิต ลีนุตพงษ์ กก.มูลนิธิบัวหลวง 
และ สุภัททา สังสิทธิ กก.บริหารและ ผอ.หอศิลป์ฯ

รับเสด็จ ณินทิรา โสภณพนิช กก.บริหารหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ,วิทิต ลีนุตพงษ์ กก.มูลนิธิบัวหลวง และ สุภัททา สังสิทธิ กก.บริหารและ ผอ.หอศิลป์ฯ

รางวัลที่ 1  ไทยประเพณี เหรียญทองบัวหลวง “ลดทิฐิพญานันโทปนันทนาคราช”

รางวัลที่ 1 ไทยประเพณี เหรียญทองบัวหลวง “ลดทิฐิพญานันโทปนันทนาคราช”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง  “พระพุทธเจ้าทรงโปรดพระพุทธมารดา”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง “พระพุทธเจ้าทรงโปรดพระพุทธมารดา”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “อิเหนารำบวงสรวงท้าวประตาระกาหลา”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “อิเหนารำบวงสรวงท้าวประตาระกาหลา”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง  “ทูลเชิญจุติสู่พระครรภ์”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “ทูลเชิญจุติสู่พระครรภ์”

รางวัลที่ 1 แนวประเพณี  เหรียญทองบัวหลวง “ศรัทธาอันเข้มขลัง ณ แยกราชประสงค์”

รางวัลที่ 1 แนวประเพณี เหรียญทองบัวหลวง “ศรัทธาอันเข้มขลัง ณ แยกราชประสงค์”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง “สมุด (ข่อย)”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง “สมุด (ข่อย)”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “สัญญะแห่งรักษ์”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “สัญญะแห่งรักษ์”

รางวัลที่ 1 ร่วมสมัย เหรียญทองบัวหลวง “ลมหายใจของธรรมชาติ”

รางวัลที่ 1 ร่วมสมัย เหรียญทองบัวหลวง “ลมหายใจของธรรมชาติ”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง “บรรยากาศของสีแห่งความศรัทธาในดินแดนล้านนา 2568 หมายเลข 1”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง “บรรยากาศของสีแห่งความศรัทธาในดินแดนล้านนา 2568 หมายเลข 1”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “ชีวิตใหม่”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “ชีวิตใหม่”

ผลงานสุดสร้างสรรค์จากศิลปินออทิสติก ในนิทรรศการ ‘Power of Art by Power Buy x Artstory’

ผลงานสุดสร้างสรรค์จากศิลปินออทิสติก ในนิทรรศการ ‘Power of Art by Power Buy x Artstory’

ผลงานสุดสร้างสรรค์จากศิลปินออทิสติก ในนิทรรศการ ‘Power of Art by Power Buy x Artstory’

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.40 น.

เมื่อหน้าจอทีวีกว่า 100 เครื่อง ที่ร้านเพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ถูกเนรมิตเป็นผืนผ้าใบดิจิทัลที่เปล่งประกายด้วยจินตนาการของ 19 ศิลปินออทิสติกรุ่นเยาว์ ที่มาร่วมอวดลายเส้น สีสันจากปลายพู่กันถ่ายทอดเรื่องราวที่ไม่เหมือนใครผ่านผลงาน 100 ภาพ ที่นำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการที่ชื่อว่า “Power of Art by Power Buy x Artstory” ซึ่งเกิดขึ้นจากความตั้งใจของเพาเวอร์บาย และ Artstory by Autistic Thai ในการเปิดพื้นที่ใหม่ให้ศิลปะได้ออกนอกกรอบเดิมๆ และก้าวสู่โลกแห่งเทคโนโลยี ครั้งนี้หน้าจอทีวีจึงไม่ได้มีไว้แค่รับชมความบันเทิง แต่กลายเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงศิลปะให้มาสัมผัสหัวใจผู้คน ร่วมชมแกลเลอรี่สุดพิเศษ และให้กำลังใจน้องๆ กันได้ตั้งแต่วันนี้ – 14 กันยายน 2568 ที่เพาเวอร์บาย ชั้น 4 เซ็นทรัลเวิลด์

พัชราภรณ์ วรยิ่งยง

นางสาวพัชราภรณ์ วรยิ่งยง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “เพาเวอร์บายได้ร่วมมือกับมูลนิธิออทิสติกไทยเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด Power of Love – Technology for All’ เพราะเราเชื่อว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เพียงนวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบาย แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ ในปีนี้เราจึงนำเทคโนโลยีมาสร้างเวทีสุดสร้างสรรค์ และเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสียงให้กับกลุ่มเปราะบางในสังคมอย่างเท่าเทียม เปิดพื้นที่ภายในร้านเพาเวอร์บาย เซ็นทรัลเวิลด์ ให้กลายเป็นแกลเลอรี่ขนาดย่อมกลางเมือง จัดแสดงผลงานศิลปะจากน้องๆ กลุ่มออทิสติกกว่า 100 ชิ้น ผ่านจอทีวีทั้งหมดภายในร้าน นี่ไม่ใช่แค่การจัดนิทรรศการ แต่คือการยืนยันว่าศิลปินกลุ่มพิเศษเหล่านี้มีพื้นที่ มีศักยภาพ และมีคุณค่าในสังคม เพาเวอร์บายเชื่อว่าทุกคนควรมีโอกาสในการเติบโตอย่างเท่าเทียม และเทคโนโลยีก็คือหนึ่งในพลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้สังคมเดินหน้าไปด้วยกัน”

วรัท จันทยานนท์ 

นายวรัท จันทยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Artstory by Autistic Thai กล่าวว่า “การจัดนิทรรศการ “Power of Art by Power Buy x Artstory” ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผลงานของน้องๆ ได้จัดแสดงผ่านจอทีวีกว่า 100 ผลงาน ซึ่งสะท้อนถึงพลังแห่งศิลปะและเทคโนโลยีในการผลักดันให้น้องๆ กลุ่มออทิสติกได้แสดงออกถึงศักยภาพที่แท้จริง แม้พวกเขาจะไม่สามารถถ่ายทอดความคิดเป็นคำพูดได้ทั้งหมด แต่สื่อสารได้อย่างลึกซึ้งผ่านเส้นสายและสีสันของงานศิลป์ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออก แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมใจผู้คนที่ได้ชม ทั้งนี้เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้พวกเขาได้เข้าถึงสังคมในวงกว้างได้ Artstory รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเพาเวอร์บายในการจัดนิทรรศการนี้ ซึ่งไม่เพียงมอบเวทีให้กับศิลปินออทิสติกได้แสดงฝีมืออย่างภาคภูมิ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับครอบครัวและสังคมโดยรวม อีกทั้งยังเป็นบทพิสูจน์ว่าพรสวรรค์ของเด็กกลุ่มนี้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัด และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าในระดับมืออาชีพได้อย่างแท้จริง”

นอกจากจะได้ชื่นชมผลงานศิลปะของน้องๆ ผ่านหน้าจอทีวีที่เพาเวอร์บาย เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้ – 14 ก.ย. 68 แล้ว ยังได้พบกับอีกหนึ่งความน่ารักที่ซ่อนอยู่ในดีเทลเล็กๆ อย่างลวดลายสติ๊กเกอร์สุดคิ้วท์จากฝีมือการออกแบบของน้องๆ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการหยิบเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในร้าน สิ่งของที่ดูธรรมดาในชีวิตประจำวันมาตีความใหม่ผ่านมุมมองของเด็กพิเศษ จนกลายเป็นลวดลายสนุกๆ ที่ช่วยเติมสีสันให้กับของใช้เหล่านั้นแปลงร่างเป็นของตกแต่งบ้านที่ไม่เหมือนใคร เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีกับความคิดสร้างสรรค์ให้เข้ากันได้อย่างลงตัว

เพาเวอร์บายยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจัง เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับผู้คนในทุกมิติ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ดีและยั่งยืน พร้อมสานต่อปรัชญา CRC Care ของเซ็นทรัล รีเทล ในด้าน Care for the Community ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย สร้างความเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

อลังการ!! สาวงาม 77 จังหวัดจัดเต็มรอบชุดประจำชาติ Miss Universe Thailand 2025

อลังการ!! สาวงาม 77 จังหวัดจัดเต็มรอบชุดประจำชาติ Miss Universe Thailand 2025

อลังการ!! สาวงาม 77 จังหวัดจัดเต็มรอบชุดประจำชาติ Miss Universe Thailand 2025

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.28 น.

สาวงาม 77 จังหวัดจัดเต็มรอบชุดประจำชาติ หรือ National Costume สำหรับเวทีการประกวด Miss Universe Thailand 2025 : The New Era โดย บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI ผู้ถือสิทธิ์ในการจัดประกวด Miss Universe Thailand โดย “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ประธานกองประกวด Miss Universe Thailand & Vice President of Miss Universe Asiana ยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแสง สี เสียงสุดอลังการ ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9

หลังจากสาวงามทั้ง 77 จังหวัดเข้าเก็บตัวและเตรียมประชันมงกุฎเกียรติยศบนเวทีที่จะนำทางไปสู่จักรวาล  พร้อมแคมเปญพิเศษกับการประกวด INSPIRE U TO THE UNIVERSE เพราะเสียงของพวกเธอ คือพลังที่จะส่งต่อถึงผู้หญิงทั้งจักรวาล สร้างแรงขับเคลื่อนให้สังคมได้อย่างตรงจุด เพราะนอกจากความสวยที่เพียบพร้อมแล้ว สมองและทัศนคติของพวกเธอนั้นน่าชื่นชมเช่นกัน ก็มาถึงการประกวดในรอบชุดประจำชาติ หรือ National Costume  นอกจากจะได้ถึงเห็นความอลังการของชุดประจำจังหวัดที่เหล่าดีไซเนอร์สายเลือดไทย เนรมิตให้ผู้เข้าประกวดได้สวมใส่และนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทย ทั้งการเลือกสรรผ้าและลวดลายเอกลักษณ์ไทย การตัดเย็บที่สุดแสนจะประณีตแล้ว  สาวงามผู้เข้าประกวดต่างถ่ายทอดออกมาให้เห็นถึงแก่นแท้และรากเหง้าของประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อช่วงชิงตำแหน่ง Best National Costume หรือชุดประจำชาติยอดเยี่ยม  ซึ่งสนับสนุนรางวัลโดย Numju Vitamin Whitening lotion & Rachi Body Bright UV Protection

สาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ได้แก่ MUTกรุงเทพมหานคร แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง MUTขอนแก่น ศศินันท์ กุหลาบ MUTนครพนม วริศยา แสวงการ MUTนครศรีธรรมราช กมลพร ทองพล MUTปทุมธานี อมองดีน กลาสเซต์  MUTพัทลุง แวเนสซ่า เดเซเร ทิมเฮเด MUTระยอง ดวงเดือน คอลลินส์ MUTราชบุรี ธารา ดิษฐะ-มาร์ชอลล์ MUTสระบุรี ปวีนา ซิงห์  MUTสุราษฎร์ธานี ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร ทั้งนี้ จะมีการประกาศผลผู้ชนะ Best National Costume และรองชนะเลิศอีก 4 ตำแหน่ง ในรอบตัดสิน Final Competition ค่ำคืนวันตัดสิน 23 สิงหาคม 2565 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง Grand TV

การประกวด Miss Universe Thailand 2025  มีเป้าหมายชัดเจนในการค้นหาสาวงาม “The New Era” ที่จะมาเป็นตัวแทนประเทศไทยไปเฉิดฉายบนเวทีจักรวาล ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในช่วงปลายปีนี้  โดยนางงามแห่งยุค MGI นอกจากจะต้องมีความสวยระดับ 4B (Beauty, Body, Brain, Business) แล้ว ยังต้องมีคุณค่าและแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น ภายใต้หลัก 3E (Elegance, Empowering, Entertainment) อีกด้วย ซึ่งทำให้การประกวดปีนี้เข้มข้นและน่าติดตามในทุกๆ รอบ

ร่วมเชียร์และติดตามกิจกรรม MISS UNIVERSE THAILAND ได้ในช่องทาง Facebook : Miss Universe Thailand / Instagram @missuniversethailand / X : @missu_thailand / TikTok : @officialmuth 

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ เปิดตัวนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” โชว์ผลงานผ้าจากเส้นใยธรรมชาติที่ถูกถักทออย่างพิถีพิถันให้ได้รับชม

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ เปิดตัวนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” โชว์ผลงานผ้าจากเส้นใยธรรมชาติที่ถูกถักทออย่างพิถีพิถันให้ได้รับชม

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ เปิดตัวนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” โชว์ผลงานผ้าจากเส้นใยธรรมชาติที่ถูกถักทออย่างพิถีพิถันให้ได้รับชม

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.20 น.

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ICONCRAFT (ไอคอนคราฟต์) จัดนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” ระหว่างวันที่ 19 – 23 สิงหาคม 2568 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม เพื่อนำเสนอผลงาน ผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ผสานแนวคิดการออกแบบร่วมสมัยสู่เวทีแฟชั่นในอนาคต

นิทรรศการนำเสนอผลงานสิ่งทอที่ใช้เส้นใยธรรมชาติ อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าขนแกะ และเส้นใยจากท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน โดยมีการต่อยอดสู่ แฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ จากดีไซน์เนอร์ไทย แบรนด์ TANDT แบรนด์ WISHARAWISH แบรนด์ Chai Gold Label แบรนด์ Irada แบรนด์ Theathe แบรนด์ Panya.me แบรนด์ Vickteerut แบรนด์ Fah chak แบรนด์ Vatit itthi ที่นำผ้าจากโครงการการใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน ไปสร้างสรรค์ชุดแฟชั่นร่วมสมัย สะท้อนถึงศักยภาพของวัตถุดิบธรรมชาติไทยที่สามารถก้าวสู่เวทีสากลได้ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้วัสดุที่ยั่งยืน ภายใต้ concept “Sustainable Fashion” ที่เน้นความยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อโลก สนับสนุนชุมชนผู้ผลิต และส่งเสริมการใช้เส้นใยธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภค

นิทรรศการครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันงานหัตถกรรมไทยสู่แฟชั่นอนาคต โดยมุ่งหวังให้เกิดแรงบันดาลใจในการนำภูมิปัญญาไทยมาต่อยอดสู่การสร้างสรรค์เชิงพาณิชย์และการออกแบบอย่างยั่งยืน เผยให้เห็นพลังของ “เส้นใยธรรมชาติ” ในการสร้างสรรค์สิ่งที่งดงาม ยั่งยืน และมีคุณค่าทั้งต่อผู้สวมใส่และต่อสังคม สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account : https://lin.ee/LDYuwsY 

#กรมการพัฒนาชุมชน #ผ้าไทยใส่ให้สนุก #FutureFashion2025

ยูอาร์ซี ส่งต่อความห่วงใยสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา และผู้ประสบอุทกภัย

ยูอาร์ซี ส่งต่อความห่วงใยสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา และผู้ประสบอุทกภัย

ยูอาร์ซี ส่งต่อความห่วงใยสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา และผู้ประสบอุทกภัย

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดินหน้ายืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์วิกฤต บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวภายใต้แบรนด์ แจ็คแอนด์จิล (Jack’n Jill) นำโดย นายฐานันท์ สุวรรณรักษ์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวพรทิพย์ ลีลาเลิศวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและความช่วยเหลือไปยังผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยพลังเล็กๆ ผ่านการมอบผลิตภัณฑ์แบรนด์ Jack’n Jill อันประกอบไปด้วย ฟันโอ คุกกี้, ฟันโอ แครกเกอร์, ดิวเบอร์รี่ เค้ก และ ดิวเบอร์รี่ ฟรุ๊ตพาย มูลค่ารวมกว่า 377,000 บาท ส่งมอบผ่านกองทัพบกโดย พลโท อานุภาพ ศิริมณฑล รองเสนาธิการทหารบก เป็นประธานรับมอบจากทางกองทัพบก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา และเพื่อสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิกระจกเงา ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม

นายฐานันท์ สุวรรณรักษ์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประเทศไทย บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ยูอาร์ซี ดำเนินธุรกิจและเติบโตเคียงคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน ในฐานะผู้นำด้านขนมขบเคี้ยว เรามีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตต่างๆ โดยหวังว่าผลิตภัณฑ์ของเราจะช่วยสร้างร้อยยิ้ม กำลังใจ และช่วยบรรเทาความหิวในยามจำเป็นได้ ซึ่งสินค้าของเราอย่างคุกกี้ แครกเกอร์ และพัฟเค้ก นอกจากจะกินง่าย อิ่มท้องแล้ว ยังเก็บไว้ได้นาน เหมาะกับการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เราจึงอยากส่งมอบความช่วยเหลือและน้ำใจให้ผู้ประสบภัย ผ่านความร่วมมือของพนักงานองค์กร ภาครัฐ มูลนิธิ รวมไปถึงองค์กรการกุศลในทุกภาคส่วน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ และพลังใจให้กับผู้ที่เดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที”

ยูอาร์ซี ส่งเสริมและปลูกฝังให้พนักงานให้มีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมอยู่เสมอ โดยในครั้งนี้ เราส่งต่อความช่วยเหลือเพิ่มอีกทางผ่านมูลนิธิกระจกเงา โดยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ มูลค่ากว่า 110,000 บาท โดยพนักงานในองค์กรยังร่วมมือร่วมใจกันระดมทุนบริจาคเงินในครั้งนี้ด้วย ซึ่งการมีส่วนร่วมของพนักงานสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างความภาคภูมิใจและความร่วมมือในทีมงาน และหวังว่าความช่วยเหลือเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยผ่านช่วงเวลายากลำบากได้

จากเจตนารมณ์ของเราที่ว่า “Delight everyone with good food choices” เราพร้อมส่งมอบผลิตภัฒฑ์ที่ดีและคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค และพร้อมที่จะเดินหน้าตอบแทนและรับผิดชอบต่อสังคมในทุกมิติ ด้วยความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววัน และเมื่อเราร้อยเรียงพลังของคนดีเข้าด้วยกัน เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและผลักดันให้สังคมไทยเข้มแข็งและงดงามมากยิ่งขึ้น- นายฐานันท์ กล่าว