ทีม OrganoTopia ม.มหิดล คว้าชัยเวที Startup Thailand League 2025 ภาคกลาง-ตะวันออก

ทีม  OrganoTopia ม.มหิดล คว้าชัยเวที  Startup Thailand League 2025 ภาคกลาง-ตะวันออก

ทีม OrganoTopia ม.มหิดล คว้าชัยเวที Startup Thailand League 2025 ภาคกลาง-ตะวันออก

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.34 น.

 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA  จัดการแข่งขัน Startup Thailand League 2025: Regional Pitching เป็นปีที่ 9 เดินทางจัดการแข่งขันมาแล้วทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น และภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา จนมาถึงสนามสุดท้ายที่ภาคกลางและตะวันออก โดยผู้ชนะเลิศ 3 อันดับแรกของแต่ละภูมิภาค จะได้สิทธิ์เข้าแข่งขันชิงแชมป์ระดับประเทศ  

โดยทีม OrganoTopia จาก มหาวิทยาลัยมหิดล คว้ารางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาค Startup Thailand League 2025 ประจำภาคกลางและตะวันออก จากผลงานการวิจัยและพัฒนาแบบจำลองเนื้อเยื่อตับ (liver organoid) เพื่องานวิจัยและพัฒนายา (drug discovery and drug screening) ในชั้น pre-clinical

นอกจากรางวัลอันทรงเกียรติ ผู้ชนะยังได้สิทธิ์เป็นตัวแทนภาคภาคกลางและตะวันออก เข้าไปชิงชัยในงาน Startup Thailand League 2025 รอบชิงแชมป์ประเทศ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 นี้ ในงาน SITE 2025 (Startup x Innovation Thailand Expo 2025)  ณ สยามพารากอน

Startup Thailand League ถือเป็นโครงการสำคัญที่ช่วยจุดประกายความเป็นผู้ประกอบการในกลุ่มนักศึกษา และสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัปที่เข้มแข็งให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นเวทีแห่งโอกาสสำหรับนักศึกษาที่มีไอเดียนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์  เพื่อนำไปต่อยอดได้จริง

Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 เวทีแห่งโอกาสที่สร้างดาวดวงใหม่

Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 เวทีแห่งโอกาสที่สร้างดาวดวงใหม่

Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 เวทีแห่งโอกาสที่สร้างดาวดวงใหม่

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.31 น.

Jaymart Group แถลงข่าว Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 ประกาศเดินหน้าสู่ปีที่ 25 อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำพันธกิจของเวทีในการสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงไทยยุคใหม่ที่ “เก่ง ทันสมัย และเข้าใจเทคโนโลยี” ได้แสดงศักยภาพพร้อมขับเคลื่อนสังคมและแบรนด์ไปพร้อมกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนายเอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เวที Jaymart Miss Mobile Thailand เป็นเวทีที่เราภูมิใจ เพราะไม่ได้แค่เฟ้นหาสาวสวย แต่ยังเป็นเวทีที่มอบโอกาสในการเติบโตและพัฒนาตัวเองในหลากหลายมิติ ทั้งบุคลิกภาพ การสื่อสาร และความรู้ด้านเทคโนโลยี จากจุดเริ่มต้นในปี 2001 เวทีนี้ยืนหยัดด้วยแนวคิดว่า ผู้หญิงไทยคือพลังที่สามารถร่วมผลักดันการเปลี่ยนแปลง และในปีนี้ Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 ยกระดับเวทีการประกวดสู่การเป็น ‘Soft Power Technology Lifestyle Platform’ ที่ผสานเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และพลังของผู้หญิงยุคใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมเป็นเวทีสะท้อนทิศทางกลยุทธ์ Digital First ที่กลุ่ม JMART ขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นในทุกมิติของธุรกิจ โดยมี Jaymart Miss Mobile Thailand มาถ่ายทอดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคในโลกยุคใหม่”

นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวเสริมว่า “ในโอกาส ครบรอบ 25 ปี ของเวทีการประกวด Jaymart Miss Mobile Thailand ภายใต้แนวคิด ‘ผู้หญิงที่เก่ง ทันสมัย และเข้าใจเทคโนโลยี’ คือพลังสำคัญที่จะร่วมขับเคลื่อนแบรนด์ Jaymart การประกวด Jaymart Miss Mobile Thailand เป็นเวทีที่บริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะไม่เพียงแต่สร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่มียังช่วยในการสร้างความเข็งแกร่งของแบรนด์ Jaymart Mobile ภายใต้แนวคิดหลัก ‘Enjoy Smarter Life’ ที่เชื่อมต่อกับผู้บริโภคในรูปแบบที่ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลมากขึ้น เราเชื่อมั่นว่าเวทีนี้จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญ ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ Jaymart Mobile ในฐานะแบรนด์เทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีพลัง และเป็นการต่อยอดฐานลูกค้า เข้าสู่ Ecosystem ของ Jaymart Group อย่างยั่งยืน”

ภายในงานแถลงข่าว Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญสุดพิเศษที่เคยคว้าตำแหน่ง Jaymart Miss Mobile Thailand และสร้างชื่อเสียงในเวทีระดับชาติและนานาชาติมาร่วมงาน ได้แก่

  • แอนนา เสืองามเอี่ยม – Jaymart Miss Mobile Thailand 2018 และ Miss Universe Thailand 2022
  • ชนนิกานต์ สุพิทยาพร – Jaymart Miss Mobile Thailand 2020, นางสาวไทย 2566 และ
    รองอันดับ 2 Miss Global 2023
  • โซเฟียร์ สทอตต์ – Jaymart Miss Mobile Thailand 2024

รายละเอียดการประกวด “Jaymart Miss Mobile Thailand 2025” พร้อมเปิดรับสมัครสาวสวย มีบุคลิกมั่นใจและสมาร์ท เข้าร่วมประกวดเพื่อเป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมโทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยี ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพายเกียรติยศ และของรางวัลอีกมากมายจากผู้สนับสนุน นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมประกวดที่ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย จะได้โอกาสเข้าร่วมแสดงใน VIU Original Thai Series ในปี 2026 อีกด้วย สาวงามที่มีความมั่นใจ ฉลาดทันสมัย และพร้อมจะก้าวสู่เส้นทางความสำเร็จ มาร่วมสร้างตำนานบทใหม่กับ Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2025 ติดตามรายละเอียดและสมัครได้ที่ https://instore.jaymartstore.com/miss-mobile-thailand-2025

สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ ซันโทรี่ ส่งเสริมสุขภาพคนไทย ในงานสัปดาห์เภสัชกรรม 68

สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ ซันโทรี่ ส่งเสริมสุขภาพคนไทย ในงานสัปดาห์เภสัชกรรม 68

สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ ซันโทรี่ ส่งเสริมสุขภาพคนไทย ในงานสัปดาห์เภสัชกรรม 68

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.25 น.

 สภาเภสัชกรรมและองค์กรเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม ร่วมกันจัดกิจกรรมเวทีเสวนาในงานสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 2568 ภายใต้คำขวัญ “Pharmacist Anywhere: เภสัชกรใกล้คุณ” มุ่งส่งต่อความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและโภชนาการที่เหมาะสมให้กับประชาชน พร้อมส่งเสริมบทบาทของเภสัชกรในฐานะที่ปรึกษาสุขภาพใกล้ตัว และผู้เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านยา โภชนาการ และการส่งเสริมสุขภาพไปสู่ชุมชน โดยในปีนี้ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เรื่องสุขภาพร่างกายและสมองให้กับเภสัชกรและผู้ร่วมงาน โดยงานสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 27 มิถุนายน 2568

ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า “สภาเภสัชกรรม ร่วมกับองค์กรเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม อาทิ เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) สมาคมเภสัชกรรมการตลาด (ประเทศไทย)  สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) และสมาคมเภสัชกรรมทะเบียนและกฎหมายผลิตภัณฑ์ (ประเทศไทย) สมาคมเภสัชสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศศภท.) องค์การเภสัชกรรม และสมาชิกเภสัชกรทุกภาคส่วน จัดงานสัปดาห์เภสัชกรรมมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเภสัชกรกับหน่วยงานต่าง ๆ สำหรับงานสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 2568 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 27 มิถุนายน 2568 ภายใต้คำขวัญ “Pharmacist Anywhere: เภสัชกรใกล้คุณ” เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงบทบาทของเภสัชกรในการให้คำแนะนำและดูแลความปลอดภัยด้านยาและสุขภาพ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับวิชาชีพเภสัชกรรม โดยสภาเภสัชกรรมมุ่งเน้นการเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพใกล้ตัวประชาชน พร้อมขยายองค์ความรู้และส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง”

“โดยหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์ของงานสัปดาห์เภสัชกรรมปีนี้ คือ เวทีเสวนาที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ และบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ในการเชิญเภสัชกรผู้มีประสบการณ์ มาร่วมพูดคุยในหัวข้อ ‘Therapeutic Potential and Market Opportunities of Carnosine for Pharmacist’ และ ‘โภชนาการที่เหมาะสม ในการดูแลสุขภาพสมองยุคดิจิทัล’ สภาเภสัชกรรมขอขอบคุณความร่วมมือจากทาง ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมอบความรู้และให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน รวมถึงการส่งต่อความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการดูแลสุขภาพให้แก่หมู่เภสัชกรด้วยกัน ผ่านการสนับสนุนและร่วมจัดกิจกรรมเวทีเสวนาในงานสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 2568 ซึ่งการสนับสนุนครั้งนี้มีส่วนช่วยพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรมให้ก้าวหน้าและเข้มแข็งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสภาเภสัชกรรมในการขับเคลื่อนการสร้างสังคมที่มีคุณภาพร่วมกัน”

ภญ.จันทิมา เปี่ยมชัยวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดช่องทางการแพทย์ (ประเทศไทยและอินโดไชน่า) บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์ “แบรนด์” (BRAND’S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า กล่าวว่า “ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ยึดมั่นในค่านิยม ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) และ ‘การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม’ (Giving Back to Society) ด้วยการส่งมอบทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ตลอดจนดำเนินงานตามหลักปรัชญา Seikatsusha ซึ่งให้ความสำคัญกับการเข้าใจวิถีชีวิตของผู้คน เพื่อนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการด้านสุขภาพของทุกเพศและทุกเจเนอเรชัน อาทิ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัด เพราะเราเชื่อว่าการมีสุขภาพที่ดีต้องเริ่มต้นจากการดูแลอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะสมอง ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในการควบคุมทุกระบบในร่างกาย เป็นอวัยวะที่ไม่สามารถทดแทนได้ การบริโภคอาหารที่ดีและมีประโยชน์จะช่วยให้สมองทำงานได้ดี เสริมสร้างการเรียนรู้ ความคิด และประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมให้สุขภาพและคุณภาพชีวิตดียิ่งขึ้น

โดยเราได้สนับสนุนเวทีเสวนาแก่เภสัชกรในหัวข้อ ‘Therapeutic Potential and Market Opportunities of Carnosine for Pharmacist’ ซึ่งบรรยายโดย เภสัชกรภีรนนท์ ระวังนาม เจ้าของเพจร้านยานอกกะลา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับสารคาร์โนซีน นอกจากนี้ เรายังร่วมส่งมอบองค์ความรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป ผ่านการจัดเวทีเสวนา โดยเชิญ เภสัชกรจิรพงษ์ แม้นจริง เจ้าของร้านขายยา ‘ศรีด่านเภสัช’ มาร่วมพูดคุยในหัวข้อ ‘โภชนาการที่เหมาะสม ในการดูแลสุขภาพสมองยุคดิจิทัล’ เพื่อให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพสมองด้วยโภชนาการที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้ร่างกายนำพลังงานและสารอาหารไปใช้ในการดูแลระบบประสาทและระบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเรายังได้ร่วมออกบูทนำผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัดไปแจกจ่ายให้แก่ผู้เข้าร่วมภายในงานสัปดาห์เภสัชกรรมด้วย การร่วมมือกับสภาเภสัชกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่มุ่งสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงบทบาทของเภสัชกร ในฐานะที่ปรึกษาด้านสุขภาพและเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้แก่เภสัชกรและประชาชน”

ภก.จิรพงษ์ แม้นจริง เจ้าของร้านขายยา “ศรีด่านเภสัช” หนึ่งในวิทยากรที่ให้เกียรติร่วมเสวนาได้ให้มุมมองเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพว่า “สังคมในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคนในวัยทำงาน เราอยู่กับมือถือและคอมพิวเตอร์มากขึ้น อยู่ในโซเชียลเพื่อสร้างตัวตนตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ หรือด้วยภาระหน้าที่ในการดูแลครอบครัว การเลี้ยงลูก รวมถึงการทำงานเกินกว่าเวลางานเพื่อให้ได้ผลงานตามเป้าหมาย ส่งผลให้เรามีเวลาดูแลสุขภาพน้อยลง นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อความใส่ใจในคุณภาพของอาหารที่รับประทาน การนอนที่เพียงพอและมีคุณภาพ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะผลเสียต่อระบบประสาทและการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย ร่างกายของเราทุกคนต้องเสื่อมไปตามกาลเวลา แต่ระยะเวลาของการเสื่อมที่ช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกรับประทานอาหารที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการดูแลสุขภาพ เพราะร่างกายจะนำพลังงานและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปใช้ในการดูแลระบบประสาทและระบบอื่น ๆ ของร่างกาย สมองที่ทำงานได้ดีจะส่งผลต่อการเรียนรู้ ความคิด และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน”

สำหรับงานสัปดาห์เภสัชกรรมปี 2568 เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทั่วประเทศ โดยกิจกรรมส่วนกลาง จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยภายในงานมีการออกบูทกิจกรรม อาทิ บูทโครงการส่งเสริมการเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า บูทตรวจสุขภาพและวัคซีนไข้หวัดใหญ่ บูทให้คำปรึกษาโดยเภสัชกร Telehealth Thailand และบูทตรวจสุขภาพและยาที่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทเอกชน นอกจากนี้ ยังมีการประกาศผลการประกวดแข่งขันต่าง ๆ ภายใต้โครงการ เช่น การประกวดตั้งชื่อมาสคอต “Pharmacist Anywhere”  การแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ กิจกรรม Speech Competition World No Tobacco Day โดยนักเรียนและนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ และการประกวดคลิปวิดีโอ Proud to be a Pharmacist | My Pharmacist: เภสัชกรที่ฉันรู้จัก ตลอดจนกิจกรรมเวทีเสวนาที่ได้รับเกียรติจากเภสัชกร นักวิชาการ นักโภชนาการ รวมถึงศิลปินชื่อดัง ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแก่เภสัชกรและประชาชนทั่วไป

ทุเรียนไทยดังไกลถึงปักกิ่ง! CPFresh ครบรอบ 5 ปี ผนึกพันธมิตรไทย–จีน จัดเทศกาลใหญ่ ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ดันผลไม้ไทยสู่ระดับโลก

ทุเรียนไทยดังไกลถึงปักกิ่ง! CPFresh ครบรอบ 5 ปี ผนึกพันธมิตรไทย–จีน จัดเทศกาลใหญ่ ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ดันผลไม้ไทยสู่ระดับโลก

ทุเรียนไทยดังไกลถึงปักกิ่ง! CPFresh ครบรอบ 5 ปี ผนึกพันธมิตรไทย–จีน จัดเทศกาลใหญ่ ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ดันผลไม้ไทยสู่ระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.11 น.

ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง และศูนย์ความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน  จัดมหกรรม “เทศกาลทุเรียนไทย และสัปดาห์ผลไม้ไทย-จีน 2568” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และในโอกาสครบรอบ 5 ปีแบรนด์ “CPFresh” ณ ZHONGGUANCUN ART PARK กรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 21-29 มิถุนายน พ.ศ. 2568 โดยพิธีเปิดงานจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง นายเว่ย เจิ้งหลิน ที่ปรึกษากรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายปรัตถกร แท่นมณี อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง และ นายไพศาลย์ ยังสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบัญชีการเงินเขตประเทศจีน เครือเจริญโภคภัณฑ์

มหกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านอาหาร วัฒนธรรม และการเกษตรระหว่างไทย-จีน โดยใช้ผลไม้เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงวัฒนธรรมและมิตรภาพ ภายใต้แนวคิด“ครัวไทยสู่ครัวโลก” โดยไฮไลต์สำคัญคือ “บุฟเฟต์ทุเรียน” ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพจาก CPFresh และตลาดนัดผลไม้ไทย-จีนที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าและเอกลักษณ์ อาทิ ทุเรียน มังคุด มะพร้าว พีช ลิ้นจี่ เป็นต้น  นับเป็นการผลักดัน และส่งเสริมศักยภาพของผลไม้ไทยในระดับสากล ผ่านการสร้างประสบการณ์ตรงให้แก่ผู้บริโภคชาวจีน  ภายในงานยังจัดจำหน่ายขนมและเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากผลไม้ไทย-จีน พร้อมด้วยอาหารไทยยอดนิยมจาก CP Food  

มหกรรมครั้งนี้ยังเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 5 ปี แบรนด์ CPFresh ที่ยังคงผลักดันผลไม้ไทยสู่ชาวจีนและผู้คนทั่วทุกมุมโลก ส่งออกคุณค่าทางวัฒนธรรมและเป็นสะพานแห่งมิตรภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมทุเรียนไทย รวมถึงผลไม้คุณภาพสูงของไทยในตลาดจีน มุ่งยกระดับภาพลักษณ์ของผลไม้ไทยในฐานะสินค้าพรีเมียม และผลักดัน Soft Power ผ่านสินค้าทุเรียนซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชาแห่งผลไม้ไทย” ทั้งนี้ ยังเป็นการตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ CPFresh ที่สะท้อนวิสัยทัศน์และจิตวิญญาณความมุ่งมั่นของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งได้จัดทำของที่ระลึกพิเศษในโอกาสครบรอบ 5 ปี ได้แก่ แก้วน้ำ ถุงผ้า และพัดลมลายพิเศษ เป็นต้น

มหกรรมดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐไทย-จีน อาทิ นายหวัง เต๋อซิน ที่ปรึกษากองกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน นางหลิน ฮุ่ยฟาง รองผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างประเทศกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนผู้แทนเครือเจริญโภคภัณฑ์ เขตประเทศจีน อาทิ นายเซวีย เจิงอี รองประธานอาวุโสกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร  นายหยาง กัง รองประธานกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร  นายพชรดนัย มณีราชไพศาล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารบัญชีการเงิน และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ CPFresh เป็นต้น

ทั้งนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เขตประเทศจีน มุ่งมั่นทำหน้าที่เป็น “สะพานความสัมพันธ์ไทย–จีน” เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเกษตรกรรม วัฒนธรรม และการค้าระหว่างประเทศ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน และยกระดับศักยภาพผลไม้ไทยสู่เวทีโลก  

เอ็ม ดิสทริค จับมือพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ด้วยขบวนพาเหรดยาวที่สุดในเอเชีย

เอ็ม ดิสทริค จับมือพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ด้วยขบวนพาเหรดยาวที่สุดในเอเชีย

เอ็ม ดิสทริค จับมือพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ด้วยขบวนพาเหรดยาวที่สุดในเอเชีย

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.53 น.

เอ็ม ดิสทริค และเดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายเดือนแห่งความภาคภูมิใจกับ “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ขบวนพาเหรดสีรุ้งสุดตระการตา สุดอลังการและยาวที่สุดในเอเชีย ตอกย้ำภาพลักษณ์ “LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION”  ของประเทศไทย พร้อมโชว์ศักยภาพกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WORLD PRIDE 2030 วันที่ 29 มิถุนายน 2568 เป็นอีกหนึ่งวันที่ประวัติศาสตร์แห่งความไพรด์ต้องจารึกไว้เป็นประวัติการณ์

เมื่อ เอ็ม ดิสทริค และ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึกกำลังภาครัฐบาล ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ กรุงเทพมหานคร  พร้อมภาคีภาคเอกชนมากกว่า 200 องค์กรชั้นนำ จัดงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” อย่างยิ่งใหญ่ เป็นขบวนพาเหรดสีรุ้งที่ยาวที่สุดในเอเชีย ในคอนเซ็ปต์ “Spectrum Forward : Power of Creation” มุ่งมั่นขับเคลื่อนอนาคตด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์  โดยมี จิราพร สินธุไพร ผู้แทนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปล่อยขบวนพาเหรด ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย พร้อมด้วย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด SIAM PARAGON RETAIL และ EM DISTRICT BANGKOK MALL ตลอดจนผู้มีเกียรติจากทุกแวดวง นักธุรกิจ นักแสดง นักร้อง นักกีฬา กลุ่ม LGBTQIA+ นางงาม ฯลฯ ที่มาร่วมขบวนอย่างคึกคัก อาทิ สาวงามจาก TPN GLOBAL อย่าง แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 Miss Universe 2023, หมูแฮม โชตินภา นางสาวไทย 2568 และรองทั้ง 4 เอมมี่ พรชนิตว์, แพรว กีราณา, แก้ม พณิดา, พลอย สวรรณกมล, เหล่าศิลปินและนักแสดงจากช่อง One31 บี น้ำทิพย์, แก้ม วิชญาณี, บิ๊นท์ สิรีธร, เฟิร์น นพจิรา, เพิร์ล ศัจกร, ดีดี้ ณิรินทร์ญา, เนส ฐากร และ เอิร์ท ธนกฤต, นักแสดงจากค่าย GMMTV ทั้ง โอห์ม ฐิติวัฒน์, หลุยส์ ธณวิน, ฟอร์ด อรัญญ์, ฟลุ๊ค จีรัสณ์, เลโอ โซสเซย์, ฟลุ๊ค ณัฐนนท์, เอิร์น ปรียาภัทย์ และ กอล์ฟ กิตติพัทธ์, นักแสดงจากค่าย Be On Cloud นำโดย ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส, เจเจ ปฏิภาณ, คิวพี ชินดนัย และ จ๊อบ ยศธร, นอกจากนี้ค่าย DOMUNDI ส่ง  จิมมี่ กานต์ – โอม กฤต มาเป็นตัวแทน ร่วมด้วย ทาทา ยัง, พอร์ช อภิวัฒน์-อาม สัพพัญญู, เตยยี่-ลูกปัด รวมถึงเหล่า KOLS และ Influencer ชื่อดังอย่าง OK WE GO, POOCAO CHANNEL และอีกมากมายที่ออกมาร่วมสนุกสนานในโมเม้นต์สุดพิเศษแห่งการเฉลิมฉลองนี้

งานนี้จัดเต็มทั้งขบวนรถเทรลเลอร์ที่ตกแต่งสีสันสดใสสวยงามสุดตระการตาจากภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมจัดงาน และยังสร้างสีสันด้วยขบวนรถซูเปอร์คาร์, รถเปิดประทุน, รถโบราณ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และอีกมากมาย ที่มาร่วมพาเหรดฉลองให้กับความไพรด์ตลอดระยะทาง 6 กิโลเมตร จากสนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย ไปตามถนนพระราม 1 ผ่านย่านปทุมวัน, ย่านสยาม, ย่านราชประสงค์, ย่านเพลินจิต, ย่านอโศก, ย่านสุขุมวิท และสิ้นสุดที่ เอ็ม ดิสทริค

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก สนุกสนาน ตลอดเส้นทาง ท่ามกลางสีสันของเหล่าผู้ร่วมขบวนที่จัดเต็มด้วยการแต่งตัว และแสดงออกถึงความหลากหลายอย่างเท่าเทียมและเสรี พร้อมผู้ที่มาร่วมชมขบวนพาเหรดอย่างล้นหลามตลอดทาง

นอกจากนี้ที่ เอ็ม ดิสทริค ยังมีกิจกรรมสุดสร้างสรรค์รอต้อนรับขบวนแห่งความหลากหลาย อาทิ “PRIDE SPIRIT” คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง รวมถึง “PRIDE SOCIETY” คอมมูนิตี้ที่รวมทุกความต้องการของทุกคนไว้ ใน 3 มาร์เก็ตสุดชิค ทั้ง “Celebrity Chef” ยกขบวนเมนูจานเด็ดจากร้านอาหารของคนดังมาออกบูธอาหารสุดอร่อย ณ  Em Market Hall ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์, “Thai Designer Curated” รวมสินค้าดีไซน์ คอลเล็กชั่นพิเศษสำหรับเทศกาลไพรด์ จากเหล่านักออกแบบแฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทย ทั้งระดับมืออาชีพและดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ที่คัดสรรผลงานแฟชั่นหลากหลายรูปแบบมาให้ช้อป ณ  Sphere Gallery1 ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์, “Young Creator” นำเสนอผลงานแฮนด์เมดจากพลังคนรุ่นใหม่มากความสามารถ และผู้ประกอบการในกลุ่ม LGBTQIA+ ได้นำเสนอผลงานแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ Art & Handiwork ไปจนถึง Pride Collection ที่รังสรรค์ขึ้น ณ Quartier Avenue ชั้น G

ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ และ “SHINE STAGE” ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกความสามารถได้เปล่งประกาย พร้อมโชว์พิเศษจากทัพศิลปินชื่อดังและเซเลบริตี้มากมาย  ไม่เพียงเท่านั้น เอ็ม ดิสทริค ยังตกแต่งศูนย์การค้าให้กลายเป็นดินแดนแห่งสีสันและความภาคภูมิใจ ภายใต้ธีม PEACE, LOVE และ UNITY โดยมีจุดเด่นเป็น Installation Art สุดอลังการ อาทิ งานศิลปะขนาดใหญ่รูปมือโอบอุ้มหัวใจที่ตกแต่งด้วยสีของธงไพรด์อย่างสวยงาม ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ และคิงคองสีชมพูขนาดยักษ์ถือธงไพรด์โบกสะบัดอย่างภาคภูมิใจ ที่บริเวณกระจกด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ และยังแต่งแต้ม Sphere Street ให้เป็นถนนที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งไพรด์อย่างสวยงาม

นับได้ว่า “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” เป็นหนึ่งในงานไพรด์ที่ยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค ซึ่งไม่เพียงปักหมุดให้ เอ็ม ดิสทริค เป็น Pride Festival Global Destination ที่นักท่องเที่ยวจากนานาชาติต้องมาเยือน ยังเป็นการโชว์ศักยภาพให้ทั่วโลกเห็นว่า กรุงเทพมหานครพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WORLD PRIDE 2030 ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ไอคอนสยาม จัดมหกรรมโคมไฟยู่หยวนจากเซี่ยงไฮ้ครั้งแรกในไทย “Yuyuan Lantern Festival 2025” สานสายใยมิตรภาพ เฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน

ไอคอนสยาม จัดมหกรรมโคมไฟยู่หยวนจากเซี่ยงไฮ้ครั้งแรกในไทย “Yuyuan Lantern Festival 2025” สานสายใยมิตรภาพ เฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน

ไอคอนสยาม จัดมหกรรมโคมไฟยู่หยวนจากเซี่ยงไฮ้ครั้งแรกในไทย “Yuyuan Lantern Festival 2025” สานสายใยมิตรภาพ เฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.41 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับบริษัท เซี่ยงไฮ้ ยู่หยวน ทัวริสต์มาร์ท กรุ๊ป (Shanghai Yuyuan Tourist Mart Group Co., Ltd.) ผู้จัดเทศกาลโคมไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และ อินเตอร์สเต็ปส์ (Intersteps) จัด “มหกรรมแสดงศิลปะโคมไฟยู่หยวน ชุดจิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทรและเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน – Spirit of Mountains and Seas · Yuyuan Lantern Festival and 2025 China-Thailand Culture Month” มหกรรมโคมไฟยู่หยวนเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย เปิดประสบการณ์ให้ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสความงดงามทรงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจีน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

โดยพิธีเปิดงาน “Spirit of Mountains and Seas · Yuyuan Lantern Festival and 2025 China-Thailand Culture Month” ได้รับเกียรติจากคุณสื่อ จงจวิ้น เลขาธิการศูนย์อาเซียน-จีน,คุณฉาง ยู่ เหมิง อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน, คุณพาสินี ลิ่มอติบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, คุณหวง เจิ้น ประธานกรรมการ บริษัท ยู่หยวน อิ้งค์, ดร.โภคิน พลกุล นายกสมาคมวัฒนธรรม และเศรษฐกิจไทย-จีน, คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, คุณรักชนก โคจรานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และคุณอู๋ เสี่ยวคัง รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน อย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

มหกรรมโคมไฟยู่หยวนจากเซี่ยงไฮ้ จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ณ ไอคอนสยาม ไม่เพียงสะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ยังทำให้เห็นถึงพลังของศิลปะวัฒนธรรมที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากต่างเชื้อชาติให้เข้าใจกันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของไอคอนสยาม ในฐานะ Global Experiential Destination จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลก มุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งความร่วมมือทางศิลปะและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษด้านศิลปะวัฒนธรรมให้กับผู้มาเยือนทุกคน

ทั้งนี้เทศกาลโคมไฟโคมไฟยู่หยวนจากนครเซี่ยงไฮ้ เป็นเทศกาลโคมไฟที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจีน โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เทศกาลโคมไฟอันงดงามและยิ่งใหญ่ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย โดยจัดแสดงในธีม “จิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทร” (Spirit of Mountains and Seas) ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากคัมภีร์โบราณ “ซานไห่จิง” หรือ “คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล” มารวมเข้ากับแนวคิด “เกาะแห่งเจ้าพระยา” จำลองเป็นดินแดนมหัศจรรย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดูราวกับเป็นเกาะลอยน้ำซึ่งประดับประดาด้วยแสงสีหลากหลายของโคมไฟร่วมสมัย ผสานเทคนิคแสง เงา และอินเตอร์แอคทีฟ ให้โคมไฟแต่ละกลุ่มเปรียบเสมือนเกาะลึกลับที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ โดยมีสิ่งมีชีวิตจากคัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเลรอคอยให้ผู้ชมได้เข้าไปสำรวจและค้นพบประสบการณ์ใหม่อันตระการตาและน่าประทับใจในรูปแบบ “Immersive Art” นับเป็นการนำเสนอภาพแห่งมิตรภาพอันงดงามระหว่างจีนกับไทยในรูปแบบที่ชวนตื่นตาตื่นใจ

นอกจากความตระการตาของมหกรรมโคมไฟ ภายในงานยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลาดสินค้าท้องถิ่น สัปดาห์วัฒนธรรมในธีมต่างๆ รวมถึงนิทรรศการศิลปะและแสงสี ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางศิลปะ วัฒนธรรม และอาหาร รวมทั้งธุรกิจระหว่างองประเทศอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางแสงสีของโคมไฟที่สะท้อนแสงแห่งมิตรภาพไทย-จีนสู่สายตาทั่วโลก

“มหกรรมแสดงศิลปะโคมไฟยู่หยวน ชุด จิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทรและเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน – Spirit of Mountains and Seas · Yuyuan Lantern Festival and 2025 China-Thailand Culture Month” เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าชมฟรี (ยกเว้นโซนนิทรรศการพิเศษ บัตรเข้าชมราคา 200 บาท) ตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ICONSIAM #YuyuanLanternFestival2025 #YuyuanAtICONSIAM #50ปีไทยจีน #มหกรรมโคมไฟจีนยักษ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา #ICONSIAM

เตรียมพบกับการCollaboration ที่ทุกคนรอคอย! ‘MCM x Butterbear’Thailand Limited Edition

เตรียมพบกับการCollaboration ที่ทุกคนรอคอย! 'MCM x Butterbear'Thailand Limited Edition

เตรียมพบกับการCollaboration ที่ทุกคนรอคอย! ‘MCM x Butterbear’Thailand Limited Edition

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.21 น.

สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการแฟชั่น! เมื่อแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง MCM โคจรมาพบกับไอคอนคาแรกเตอร์สุดน่ารักของประเทศไทยอย่าง Butterbear สร้างสรรค์เป็นคอลเลกชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “MCM × Butterbear” Thailand Limited Edition ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าต่างตั้งตารอคอย! ภายใต้แนวคิดที่ MCM ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความสนุกสนาน โดยเลือก น้องเนย จาก Butterbear คาแรกเตอร์ที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและเข้าถึงง่าย มาร่วมเป็นแรงบันดาลใจหลักของคอลเลกชั่นนี้ โดยหยิบซิกเนเจอร์ของทั้งสองแบรนด์มาผสานกันอย่างประณีต ถ่ายทอดเป็นแฟชั่นไอเทมภายใต้คอนเซ็ปต์ Playful Luxury ที่สะท้อนถึงความหรูหราแต่แฝงไว้ด้วยความสดใสอย่างลงตัว  

เตรียมพบกับงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของคอลเลกชันสุดพิเศษ “MCM × Butterbear” Thailand Limited Edition ได้ในวันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 15.45 น. เป็นต้นไป ที่ MCM Pop-Up Store ชั้น M โซนธารา ฮอลล์ ไอคอนสยาม โดยภายในงานจะได้พบกับ น้องเนย (Butterbear) ในลุคใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมด้วย เบ็คกี้–รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง และ แจ๊คกี้–จักริน กังวานเกียรติชัย ที่จะมาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของคอลเลกชั่นผ่านกิจกรรมสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาด

สามารถเข้าชมคอลเลกชั่น MCM x ButterBear ได้ที่หน้าร้าน MCM ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ MCM EmQuartier: อาคาร A ชั้น G โทร. 02-003-6016, MCM Siam Paragon: ชั้น M โทร. 02-610-9999, MCM ICONSIAM: ชั้น M โทร. 02-288-0818, MCM CentralWorld: ชั้น 1 โทร. 065-526-6608 และช่องทางออนไลน์ผ่าน Line Official Account: @MCMTHAILAND, Facebook: MCM, และ Instagram: @MCMThailand

งานบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าประจำปี 2568 มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ

งานบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าประจำปี 2568 มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ

งานบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าประจำปี 2568 มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ เพื่อการค้นคว้าและเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนา ได้จัดงานบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2568  เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568  ณ ศาลาการเปรียญวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร  เพื่อนำรายได้สมทบทุนในการจัดสร้างและเผยแผ่พระคัมภีร์ฉบับภูมิพโลภิกขุ โดยท่านเจ้าคุณพระปัญญาวชิราภรณ์  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  และอรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยให้เกียรติเป็นประธานในงาน  พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงของกระทรวง อาทิ ขจร  ศรีชวโนทัย  รองปลัดกระทรวง ,สยาม  ศิริมงคล  อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ,นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ ฐิระวัตร กุลละวณิชย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ ,ระพินทร์  จารุดุล  กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิฯ  มาร่วมงานบำเพ็ญกุศลดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน

อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานในพิธี ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในขณะทรงพระผนวช พร้อมถวายสักการะรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

ท่านเจ้าคุณปัญญาวชิราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประธานสงฆ์และคณะสงฆ์

ฐิระวัตร กุลละวณิชย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ กล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึกแด่ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ  เพื่อการค้นคว้าและเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนา  ถือกำเนิดโดยเงินทุนพระราชทาน  ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  พระองค์ได้พระราชทาน “กองทุนพิเศษ” ให้มูลนิธิฯ  ดำเนินโครงการจัดสร้างและเผยแผ่พระคัมภีร์ใบลานอักษรขอมและอักษรโบราณท้องถิ่น  และแปลเป็นภาษาไทย  เพื่อเผยแผ่แก่สถาบันการศึกษาทางพระพุทธศาสนา  และได้พระราชทานพระนามขณะทรงผนวชว่า “ภูมิพโลภิกขุ” เป็นนามมงคลแห่งมูลนิธิฯ  อีกทั้งยังได้พระราชทานพระบรมราโชวาทความตอนหนึ่งว่า “ฉันขออนุโมทนา… ขอให้ทำต่อไป… ฉันสนับสนุนงานนี้ร้อยเปอร์เซนต์เต็ม  เป็นการช่วยให้คนเข้าถึงธรรม…”

ประธานในพิธี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ พร้อมข้าราชการระดับสูงกระทรวงมหาดไทย อาทิ ขจร ศรีชวโนทัย,สยาม ศิริมงคล,นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ,ฐิระวัตร กุลละวณิชย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ พร้อมกรรมการมูลนิธิฯ และแขกผู้มีเกียรติ

ปัจจุบันสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  รับเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  รับโครงการ “ปริวรรตอักษรขอมและอักษรโบราณท้องถิ่น  ชำระและแปลพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเป็นภาษาไทย” ของมูลนิธิฯ  เป็นโครงการในพระราชูปถัมภ์

ประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2568 มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, ฐิระวัตร กุลละวณิชย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ

มูลนิธิฯ  จะมุ่งมั่นดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง  โดยน้อมนำพระบรมราโชวาทมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน

ระพินทร์ จารุดุล กรรมการผู้จัดการมูลนิธิฯ,ดวงตา – เฉลิมวิวัฒน์ – ฐิตารีย์ ส่งสัมพันธ์,นิรมล เรียบร้อยเจริญ กรรมการมูลนิธิฯ,พัทธนันท์ สมบูรณ์พงษ์ กรรมการมูลนิธิฯ

กรรมการผู้จัดการพร้อมกรรมการและแขกผู้มีเกียรติ

นันทัชพร ศรีจาด,สุภาคินี เอกฉัตร,แม้นมณี จารุดุล กรรมการมูลนิธิฯ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงนำหัตถศิลป์รังสรรค์จากผ้าไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แคมเปญพิเศษระหว่าง UNESCO x SACIT x ICONCRAFT

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงนำหัตถศิลป์รังสรรค์จากผ้าไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แคมเปญพิเศษระหว่าง UNESCO x SACIT x ICONCRAFT

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงนำหัตถศิลป์รังสรรค์จากผ้าไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แคมเปญพิเศษระหว่าง UNESCO x SACIT x ICONCRAFT

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ด้วยพระปณิธานในการธำรงรักษาและยกระดับมรดกภูมิปัญญาไทยสู่เวทีโลก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นพลังสำคัญในการเผยแพร่คุณค่าของ “ผ้าไทย” ให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ   พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ผ้าไทยดำรงอยู่ในโลกสมัยใหม่ได้อย่างสง่างาม จึงทรงริเริ่มโครงการต่างๆ อาทิ  “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยมุ่งหวังให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของผ้าไทยในฐานะแฟชั่นที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน พัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้ช่างทอผ้า ช่างหัตถศิลป์ และชุมชน และสร้างแรงบันดาลใจในการนำผ้าไทยมาต่อยอดเชิงสร้างสรรค์

พระราชกรณียกิจในการพัฒนาลวดลายผ้าไทย ภายใต้แนวพระดำริ “Sustainable Fashion  แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ยังได้ขยายผลไปสู่ระดับนานาชาติ องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้ยกย่องให้พระองค์เป็นเจ้าหญิงผู้พระราชทานความตระหนักรู้ถึงแนวทางแห่งความยั่งยืนให้แก่ประชาชนคนไทย    โดยในโอกาสสำคัญล่าสุดที่พระองค์ทรงร่วมขับเคลื่อนภารกิจร่วมกับ องค์การยูเนสโก (UNESCO) และ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT และ สยามพิวรรธน์ ผู้ก่อตั้ง ICONCRAFT เพื่อสืบสานงานหัตถศิลป์ไทย  ร่วมส่งเสริมช่างฝีมือจาก 7 จังหวัดในโครงการ “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก” (UNESCO Creative Cities Network: UCCN)    

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แคมเปญพิเศษ “UNESCO x SACIT x ICONCRAFT: A Celebration of Thai Artisans and Creative Cities” เชิดชูช่างฝีมือไทย ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นจาก 7 จังหวัดเมืองสร้างสรรค์ ต้นแบบมรดกแห่งวัฒนธรรมและช่างฝีมือไทย สู่ผลงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยจากการสร้างสรรค์โดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ 14 สุดยอดดีไซเนอร์ไทย เพื่อต่อยอดเป็นงานดีไซน์ใหม่ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่

กิจกรรมสำคัญในงานนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” กับผลงานการออกแบบกระเป๋าคลัตช์ 2 ใบอันทรงคุณค่าโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ภายใต้วิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ที่วิจิตรงดงามด้วยงานปักอันประณีตโดยทีมช่างผู้ชำนาญแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy  กระเป๋าใบแรกเลอค่า ด้วยงานปักลายนกยูงสีทองอันเปล่งประกาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยในส่วนหางนกยูงที่รำแพน ใช้สัญลักษณ์รวงข้าวอันสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง มีการปักประดับด้วยปล้องแก้วและคริสตัลอันระยิบระยับ

 ส่วนใบที่สองเป็นการปักลวดลายล้อไปกับลายผ้าทอ เพื่อเสริมให้ลวดลายดูมีมิติและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น กระเป๋าทั้งสองใบ ดุจงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก  เนรมิตจากผ้าไหมทอลายแก้วชิงดวง สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ความสามัคคี และความกลมเกลียวที่ยั่งยืน ผลงานของ อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย บรมครูผ้าไหมไทยผู้ก่อตั้งแบรนด์ “จันทร์โสมา” ของจังหวัดสุรินทร์ โดยลายผ้าที่รังสรรค์ขึ้นมาเฉพาะสำหรับงานนี้ถือว่ามีความพิเศษเป็นอย่างยิ่งเพื่อร่วมเชิดชูจิตวิญญาณแห่งช่างฝีมือไทย และสะท้อนความงามของงานหัตถศิลป์ไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย และการเปิดประมูลกระเป๋าคลัตช์ผ้าไหมทรงออกแบบทั้งสองใบ เพื่อระดมทุนให้โครงการ UNESCO Youth Program ส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ให้กับเยาวชนใน 7 จังหวัดเมืองสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 350 เมืองทั่วโลกโดยประเทศไทยได้รับเลือกรวม 7 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต, เชียงใหม่, กรุงเทพฯ, สุโขทัย, เพชรบุรี, เชียงราย และ สุพรรณบุรี

อีกหนึ่งความพิเศษของงาน คือนิทรรศการฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 8 ชุด ซึ่งเป็นการจัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย โดยทุกชุดเป็นผลงานการออกแบบและตัดเย็บโดย ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อธีระพันธ์ (TIRAPAN) ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) ประจำปี 2562 อาทิ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา, ชุดไทยอัมรินทร์ ซึ่งเป็นฉลองพระองค์ในพระราชพิธีหรือโอกาสอันเป็นทางการ และแฝงไปด้วยความหมายทางประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนามแสดงเจตจำนง (Letter of Intent)  ระหว่าง องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT และ สยามพิวรรธน์ ในการสนับสนุนผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ของไทยเป็นผู้นำและบุคลากรด้านวัฒนธรรมที่มีความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งต่อยอดโครงการ “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก”  โดยมุ่งสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างยั่งยืนให้กับเยาวชนในพื้นที่

ความร่วมมือในครั้งนี้ภายใต้แคมเปญ “UNESCO x SACIT x ICONCRAFT: A Celebration of Thai Artisans and Creative Cities” ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นจาก 7 จังหวัดเมืองสร้างสรรค์ในประเทศไทย เข้ากับงานหัตถศิลป์ของไทยผ่าน 14 ดีไซเนอร์ชั้นนำ

ทั้งนี้ แบ่งเป็น 7 ดีไซเนอร์ที่เป็นผู้สืบสานภูมิปัญญาไทย ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT และอีก 7 ดีไซเนอร์แถวหน้าของประเทศ ที่ ICONCRAFT ได้เชิญมาร่วมออกแบบคอลเลคชันพิเศษ ได้แก่ แบรนด์ “ATELIER PICHITA” ออกแบบชุดจากผ้าทอไทลื้อของ “กลุ่มผ้าทอไตลื้อ ครูดอกแก้ว” จังหวัดเชียงราย, แบรนด์ “THEATRE” ออกแบบชุดจากผ้าทรงดำของ “กลุ่มทอผ้าไทยทรงดำบ้านดอนมะนาว” จังหวัดสุพรรณบุรี, แบรนด์ “CHAI GOLD LABEL” ออกแบบชุดจากผ้าบาติกกลิ่นอายล้านนาของ “รักษ์บาติก” จังหวัดเชียงใหม่, แบรนด์ “HOOK’S BY PRAPAKAS” ออกแบบชุดจากผ้าบาติกวาดมือของ “กลุ่มยิ่งบาติกเพ้นท์” จังหวัดภูเก็ต, แบรนด์ “WISHARAWISH” ออกแบบชุดจากผ้าลายอย่างของ “ภูษาผ้าลายอย่าง” จังหวัดเพชรบุรี, แบรนด์ “PYVET” ออกแบบชุดจากผ้าจกขนเม่นของ “สุนทรีผ้าไทย” จังหวัดสุโขทัย และ แบรนด์ “JANESUDA” ออกแบบชุดจากผ้าบาติกสีสันสดใสของ “Marionsiam” (มารียองสยาม) กรุงเทพมหานคร

ดีไซเนอร์แต่ละแบรนด์ได้ออกแบบชุดจากผ้าทอท้องถิ่นไทยแบรนด์ละ 2 ชุด รวมเป็น 14 ชุดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งคอลเลกชันพิเศษภายใต้แคมเปญนี้ได้เผยโฉมให้ได้ชมเป็นครั้งแรกในงาน Crafts Bangkok 2025 เมื่อวันที่ 18 – 22 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยทั้ง SACIT และสยามพิวรรธน์ นับเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด มีเป้าหมายในการยกระดับงานศิลปหัตถกรรมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทั้ง 7 จังหวัดให้ได้รับการพัฒนาจากผู้เชี่ยวชาญนักออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

ร่วมเชิดชูภูมิปัญญาไทยและชื่นชมความสร้างสรรค์ของเหล่าช่างฝีมือและนักออกแบบไทย พร้อมชมนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมฉลองพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ตั้งแต่วันนี้ – 29 มิถุนายน 2568 ณ ICONLUXE AVENUE, ICONSIAM ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: SIAM PIWAT และ ICONCRAFT

ฟิลิปส์ เผยผลสำรวจด้านเฮลท์แคร์ Philips Future Health Index 2025 พบความล่าช้าและการเสียโอกาสการรักษา เร่งปรับใช้ AI ช่วยบุคลากรทางการแพทย์

ฟิลิปส์ เผยผลสำรวจด้านเฮลท์แคร์ Philips Future Health Index 2025 พบความล่าช้าและการเสียโอกาสการรักษา  เร่งปรับใช้ AI ช่วยบุคลากรทางการแพทย์

ฟิลิปส์ เผยผลสำรวจด้านเฮลท์แคร์ Philips Future Health Index 2025 พบความล่าช้าและการเสียโอกาสการรักษา เร่งปรับใช้ AI ช่วยบุคลากรทางการแพทย์

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รอยัล ฟิลิปส์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก เผยผลสำรวจด้านเฮลท์แคร์ที่ใหญ่ที่สุด Future Health Index (FHI) 2025 ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน โดยรายงานผลสำรวจนี้ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากบุคลากรทางการแพทย์กว่า 1,900 คน และผู้ป่วยกว่า 16,000 คน จาก 16 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ เป็นต้น โดยชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ผลตอบรับการใช้เทคโนโลยี AI ในระบบสาธารณสุขในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะค่อนข้างไปในเชิงบวก แต่ยังมีความกังวลในแง่ความมั่นใจและการนำไปใช้

นายแจสเปอร์ เวสเตอร์ริงค์ รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ ฟิลิปส์ ประเทศญี่ปุ่น และรักษาการประธานและกรรมการผู้จัดการ ฟิลิปส์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ความจำเป็นของการใช้เทคโนโลยี AI สูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน เมื่อผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยต้องรอพบแพทย์เฉพาะทางนานกว่าหนึ่งเดือน ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์บางส่วนต้องเสียเวลาทำงานทางคลินิกไปราว 4 สัปดาห์ต่อปี เนื่องจากข้อมูลผู้ป่วยไม่ครบถ้วน ดังนั้น AI จึงมีบทบาทสำคัญที่เข้ามาช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยได้เร็วขึ้น  ตัดสินใจได้ดีขึ้น และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิมากขึ้นแก่ผู้คนจำนวนมากขึ้นเช่นกัน”

แจสเปอร์ เวสเตอร์ริงค์ รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ ฟิลิปส์ ประเทศญี่ปุ่น และรักษาการประธานและกรรมการผู้จัดการ ฟิลิปส์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ผลลัพธ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพจากการรักษาผู้ป่วยล่าช้า ตัวเร่งให้เกิดการใช้เทคโนโลยี AI

จากผลสำรวจพบว่า ผู้ป่วยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 2 ใน 3 (66%) ใช้เวลาในการรอพบแพทย์เฉพาะทางถึงเดือนครึ่ง ซึ่งระยะเวลารอคอยเฉลี่ยสูงถึง 47 วัน โดยผู้ป่วยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 1 ใน 3 (33%) ระบุว่าอาการของพวกเขาแย่ลงจากความล่าช้าในการพบแพทย์ และผู้ป่วย 1 ใน 4 (25%) ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากรอพบแพทย์นานเกินไป

เทคโนโลยี AI มีศักยภาพในการยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ และช่วยปรับปรุงผลลัพธ์การรักษาผู้ป่วยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 81% ของบุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่า เทคโนโลยีดิจิทัลเฮลท์อย่าง AI และระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ น่าจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในอนาคตได้ 86% ของบุคลากรทางการแพทย์ คาดว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยลดอัตราการทำหัตถการแบบเร่งด่วน หรือการรักษาแบบฉุกเฉินได้ 89% ของบุคคลากรทางการแพทย์ เชื่อว่าเทคโนโลยี AI และระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยจากการเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

ความท้าทายด้านบุคลากร และด้านข้อมูลผู้ป่วย ดันให้เทคโนโลยี AI เป็นตัวช่วยสำคัญ

3 ใน 4 (76%) ของบุคลากรทางการแพทย์ในเอเชียแปซิฟิกระบุว่าพวกเขาเสียเวลาสำคัญทางคลินิก เนื่องจากข้อมูลผู้ป่วยไม่ครบถ้วนหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ และเกือบ 1 ใน 3 (31%) ของบุคลากรทางการแพทย์กลุ่มนี้ยังระบุว่าพวกเขาเสียเวลาทางคลินิกมากกว่า 45 นาทีต่อ 1 กะการทำงาน หรือคิดเป็นเวลารวมถึง 23 วันต่อปีต่อบุคลากรแต่ละคน ขณะเดียวกัน 2 ใน 5 (39%) ของบุคลากรทางการแพทย์กล่าวว่าปัจจุบันพวกเขามีเวลาในการดูแลผู้ป่วยน้อยลง แต่ต้องใช้เวลามากขึ้นในงานด้านเอกสารเมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน

จากผลสำรวจบุคลากรทางการแพทย์กว่า 300 คน พบมีความกังวลหลายประการ หากไม่มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ 45% กังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ป่วยตกค้างที่เพิ่มขึ้น 42% กังวลถึงการเผชิญภาวะหมดไฟในการทำงานที่เพิ่มขึ้น จากภาระงานด้านเอกสาร 40% กังวลว่าจะไม่สามารถให้การรักษาที่ทันต่อยุคสมัย

ขจัดความกังวลของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ตัวแปรสำคัญสู่การใช้เทคโนโลยี AI ในวงกว้าง

บุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 81% มีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในองค์กรของตัวเอง อย่างไรก็ตาม 39% ของบุคลากรทางการแพทย์ยังเห็นว่าเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมานั้นไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้ นอกจากนี้ ข้อกังวลในด้านความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยียังเป็นปัจจัยสำคัญ โดย 71% กังวลเกี่ยวกับความรับผิดต่อกฎหมายจากการใช้เทคโนโลยี AI ในขณะที่ 66% กังวลเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่เป็นกลางในระบบที่ใช้ AI อาจส่งผลให้การรักษาและผลลัพธ์ไม่ถูกต้องได้

ในกลุ่มผู้ป่วยถึง 75% ยอมรับต่อการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น หากสามารถช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขและเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา แต่กว่าครึ่ง (51%) กังวลเกี่ยวกับการถูกลดเวลาในการเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์แบบตัวต่อตัว และอีก 54% กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลหากมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในระบบสาธารณสุข

“ความเชื่อมั่น” คือหัวใจสำคัญสู่การปฏิวัติวงการเฮลท์แคร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ผลสำรวจชี้ 84% ของบุคลากรทางการแพทย์เห็นว่าการสร้างความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี AI ต้องมาพร้อมกับกรอบแนวทางปฏิบัติ วิธีรับมือหากเกิดปัญหา และความรับผิดทางกฎหมายที่ชัดเจน มากไปกว่านั้น บุคลากรทางการแพทย์ยังระบุว่าการพัฒนาโซลูชั่นส์ AI ควรจะต้องมีหลักฐานพิสูจน์แน่ชัด มีความโปร่งใส และสามารถเฝ้าติดตามได้ (72%) ตามด้วยความชัดเจนในด้านความปลอดภัยของข้อมูล (51%)

ในกลุ่มผู้ป่วย 3 ใน 4 (74%) มีความยินดีที่จะใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในระบบสาธารณสุข หากจะช่วยให้พวกเขาสามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับบุคลากรทางการแพทย์ได้ง่ายยิ่งขึ้น และหากช่วยปรับปรุงการดูแลรักษาให้ดีขึ้น (75%) ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ป่วยและเทคโนโลยี AI โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ (86%) จะรู้สึกสบายใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี AI หากได้รับข้อมูลโดยตรงจากแพทย์ของพวกเขา ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าแพทย์คือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้ป่วยแม้แต่ในเรื่องเทคโนโลยี

“สิ่งสำคัญ คือ การสร้างความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยให้มีการนำเทคโนโลยีไปใช้ในวงกว้างและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความร่วมมือของทุกฝ่ายในวงการเฮลท์แคร์เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นและลดความกังวลในการใช้เทคโนโลยี AI และขับเคลื่อนการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับระบบสาธารณสุขในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างรับผิดชอบและครอบคลุม” นายแจสเปอร์  กล่าวสรุป

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และผลสำรวจฉบับเต็ม Future Health Index 2025 ได้ที่ Future Health Index | Philips