
รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : พาราเซตามอล ยาที่คุณอาจรู้จักไม่ดีพอ
วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.
แม้ว่าคุณอาจจะบอกว่าไม่รู้เรื่องยาเลย แต่ผู้เขียนมั่นใจว่าคุณน่ารู้จักยาชื่อ พาราเซตามอลอย่างแน่นอน และน่าจะเป็นยาที่ทุกคนเคยกินด้วย
พาราเซตามอล (Paracetamol) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ อะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) เป็นชื่อที่เรียกกันในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ถ้าคุณไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาแล้วต้องการซื้อพาราเซตามอล อาจหาไม่เจอเนื่องจากบนฉลากยาเขียนเป็น Acetaminophen
ยาพาราเซตามอล มีสรรพคุณลดไข้ บรรเทาปวด เป็นยาที่ใช้รักษาตามอาการ ในประเทศไทย ยาตัวนี้ที่ทำเป็นเม็ด ส่วนมากขนาดเม็ดละ 500 มิลลิกรัม โดยทั่วไปขนาดการกินยาพาราเซตามอลจะขึ้นกับน้ำหนักตัวของผู้ป่วย เช่น ผู้ใหญ่น้ำหนักไม่ถึง 50 กิโลกรัม ให้กินครั้งละ 1 เม็ด (500 มิลลิกรัม) ก็เพียงพอ ส่วนคนที่น้ำหนักตัวมากกว่านี้ อาจกินได้เม็ดครึ่ง (เท่ากับ 750 มิลลิกรัม) หรือถ้าน้ำหนักตัวเกิน 70 กิโลกรัม อาจกินได้ถึง 2 เม็ด และในกรณีที่ยังมีอาการปวดหรือยังมีไข้อยู่ ก็สามารถกินซ้ำได้ทุก ๆ 4-6 ชั่วโมง
การกินยาพาราเซตามอล สามารถกินในเวลาใดก็ได้ ไม่ขึ้นกับมื้ออาหาร โดยทั่วไปถ้ากินพาราเซตามอลในขนาดปกติอย่างถูกต้อง ก็ไม่ค่อยทำให้เกิดอาการข้างเคียง และไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร แต่ในบางคนก็มีโอกาสแพ้ยาพาราเซตามอลได้เช่นกัน ถ้ากินแล้วมีผื่นคัน หายใจลำบาก ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าแพ้ยา ในกรณีที่แพ้ยา ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน และถ้าใครแพ้พาราเซตามอล ต้องจำไว้ หรือจดไว้ในสมุดว่าแพ้ยาตัวนี้ แล้วต้องระวังการใช้ยาชนิดต่าง ๆ ด้วย เพราะยาสูตรผสมหลายชนิดมีส่วนประกอบของยาพาราเซตามอล
ข้อควรระวังที่สำคัญของการใช้ยาพาราเซตามอล คือการกินยาขนาดสูงสุด และกินระยะเวลานานต่อเนื่อง อาจเกิดพิษต่อตับ โดยขนาดยาสูงสุดต่อวันที่ใช้ได้คือ วันละ 4,000 มิลลิกรัม หรือ 8 เม็ดของยาขนาด 500 มิลลิกรัม และไม่ควรใช้ยาติดต่อกันเกิน 5 วัน ถ้าใครน้ำหนักตัวไม่ถึง 50 กิโลกรัม ไม่ควรใช้เกินวันละ 3,000 มิลลิกรัม หรือ 6 เม็ด เพราะการกำจัดยาพาราเซตามอลต้องพึ่งพาการทำงานของตับ และตับของเรามีความสามารถกำจัดยาตัวนี้ได้ประมาณวันละ 4 กรัมติดต่อกัน 5 วัน ถ้าเกินจากนี้จะเสี่ยงต่อภาวะตับอักเสบ
ดังเหตุดังกล่าว จึงเป็นที่มาของข้อควรระวัง จนถึงห้ามใช้ยาพาราเซตามอลในผู้ป่วยที่ตับทำงานบกพร่องรุนแรง ถ้าใครเจ็บป่วยมีอาการปวด หรือเป็นไข้ และต้องกินยาพาราเซตามอลในขนาดสูง และกินติดต่อแล้วไม่หายป่วย ก็ต้องไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และรักษาที่ต้นเหตุ
ส่วนคนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดพิษต่อตับได้ง่ายจากการกินยาตัวนี้ และเสี่ยงมากกว่าคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้น ต้องระมัดระวังการใช้ยาพาราเซตามอลเป็นพิเศษ หรือปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
ยาพาราเซตามอลมีหลากหลายยี่ห้อและรูปแบบ มีทั้งเม็ดแบบกลม และรี รูปร่างของเม็ดยามีผลต่อความยากง่ายในการกลืนยา บางคนกลืนยาเม็ดกลมไม่ค่อยได้ เพราะยาชนิด 500 มิลลิกรัมมีขนาดค่อนข้างใหญ่ บางคนอาจรู้สึกว่าเม็ดแบบรี กลืนง่ายกว่าอันนี้เป็นเรื่องของปัจเจก
ในกรณีที่ซื้อใช้ส่วนตัวหรือภายในครอบครัวขนาดเล็ก แนะนำให้ซื้อแบบแผงน่าจะสะดวกกว่า และไม่ต้องซื้อตุนไว้จำนวนมาก เพราะเราควรใช้ยาในระยะสั้น ๆ แต่กรณียาน้ำยาพาราเซตามอล มีทั้งแบบยาน้ำเชื่อมใส ๆ กับยาแขวนตะกอน ยามีความแรงหลากหลาย และหลายรสชาติ พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องดูฉลากให้ดี ถ้ารับประทานผิดขนาดจะเป็นพิษต่อตับ ส่วนเด็กน้อยที่กินยายาก ก็ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองปรึกษาเภสัชกร เพื่อหารสชาติยาที่ทำให้ลูกหลานกินได้ง่ายขึ้น
ย้ำว่ายาพาราเซตามอลที่มีอยู่ทุกบ้าน ทุกคนต้องเคยใช้ แถมยังหาซื้อได้จากทุกที่ จึงต้องศึกษาให้ดีก่อนใช้ เพื่อจะได้ใช้ยาได้ปลอดภัย แต่หากคุณมีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับยาตัวนี้ หรือยาอื่น ๆ โปรดสอบถามจากเภสัชกรใกล้บ้าน หรือทาง line @guruya ศูนย์ข้อมูลยาคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)


.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)




.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
