บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ รู้จักเขมรแดง

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ รู้จักเขมรแดง

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ รู้จักเขมรแดง

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จุดกำเนิดและความรุ่งเรือง เขมรแดง (Khmer Rouge หรือ “ขแมรรูจ”) เป็นขบวนการคอมมิวนิสต์ในกัมพูชาที่ก่อตัวขึ้นในกัมพูชา    ช่วง พ.ศ. 2518–2522 มีผู้นำสำคัญคือ พอล พต (ซาลอธ ซาร์) พร้อมด้วย เอียง ซารี, เขียว สัมพัน, ซอน ซาน และฮู ยวน ซึ่งล้วนเป็นปัญญาชนชาวกัมพูชาที่เคยศึกษาในฝรั่งเศส   ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดคอมมิวนิสต์และลัทธิเหมา พวกเขามีเป้าหมายจะสร้าง “สังคมไร้ชนชั้น” ที่เน้นภาคเกษตรกรรม ตัดขาดอิทธิพลตะวันตก และใช้วิธีปฏิวัติอย่างสุดโต่ง ผ้าขาวม้ากลายเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของกองกำลังเขมรแดง

ราว พ.ศ. 2490 กลุ่มปัญญาชนเหล่านี้  เริ่มต่อต้านรัฐบาลเจ้าสีหนุ และได้รับการสนับสนุนจากเวียดมินห์ พอล พต ก่อตั้งฐานปฏิบัติการของพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาที่กำปงจาม ใกล้พรมแดนเวียดนามใต้   โดยได้รับการสนับสนุนจากจีนและเวียดนามเหนือ พ.ศ. 2510 มีการจัดตั้งกองกำลังเขมรแดงขึ้นโดยผู้นิยมลัทธิเหมา

ต่อมา พ.ศ. 2515–2518 กองกำลังเขมรแดงเริ่มขยายพื้นที่ยึดครอง และนำระบบนารวมมาใช้ จนกระทั่งวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2518 ซึ่งตรงกับวันปีใหม่เขมร เขมรแดงเข้ายึดกรุงพนมเปญได้สำเร็จ และจัดตั้งรัฐบาล “กัมพูชาประชาธิปไตย” พร้อมเริ่มต้นแผนสร้างสังคมใหม่โดยการกวาดต้อนประชาชนสู่ชนบท บังคับแรงงาน และกำจัดผู้ที่ถูกมองว่าเป็น “ศัตรูทางชนชั้น”

การกระทำเหล่านี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากการสังหาร แรงงานหนัก และความอดอยากระหว่าง 850,000 ถึงกว่า 3 ล้านคน ถือเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมทางมนุษยธรรมที่ร้ายแรงที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20

ความโหดร้ายบนทุ่งสังหาร ประชาชนถูกบังคับให้ออกจากเมืองไปทำงานในชนบท แต่งกายชุดดำเหมือนกันหมด สิทธิเสรีภาพถูกลิดรอนอย่างรุนแรง ปัญญาชน ข้าราชการ ครู แพทย์ พระสงฆ์ และชนกลุ่มน้อยตกเป็นเป้าหมายของการกำจัด

“คุกตวลสเลง” (Tuol Sleng หรือ S-21) เดิมเป็นโรงเรียนมัธยม แต่ถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่กักขัง ทรมาน และสังหารผู้คนอย่างเป็นระบบ ขณะที่ “ทุ่งสังหาร” (Killing Fields) กลายเป็นสุสานหมู่มากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ     มีผู้ประเมินว่าประชากรกัมพูชาราว 1.5 – 3 ล้านคน หรือเกือบหนึ่งในสี่ของประชากรในขณะนั้น ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

การลี้ภัยสู่แผ่นดินไทย ชาวเขมรจำนวนมากลี้ภัยเข้ามายังประเทศไทย มีการตั้งค่ายผู้ลี้ภัยตามแนวชายแดน เช่น ที่เขาอีด่าง หนองจาน สระแก้ว สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ประเทศไทยต้องรับภาระด้านมนุษยธรรมในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ในช่วงวิกฤตินี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงมีบทบาทสำคัญในการพระราชทานความช่วยเหลือ

การล่มสลายของเขมรแดง    ความขัดแย้งกับเวียดนามซึ่งสะสมมาตลอดช่วงกลางทศวรรษ 1970 ทำให้กองทัพเวียดนามเข้ายึดครองกัมพูชาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2522 สิ้นสุดยุคเขมรแดงอย่างเป็นทางการ แต่ก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองระลอกใหม่ตามมา

ชะตากรรมของเขมรแดงในปัจจุบัน แม้เขมรแดงยังคงเคลื่อนไหวในฐานะกองกำลังต่อต้านอยู่หลายปี แต่ก็อ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสิ้นสุดในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ผู้นำหลายคน เช่น พอล พต, เขียว สัมพัน และนวน เจีย ต่างมีชะตากรรมต่างกันไป พอล พต เสียชีวิตในปี 1998 โดยไม่ถูกดำเนินคดี ในขณะที่อีกสองรายถูกศาลพิเศษแห่งกัมพูชาตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ในปัจจุบัน เขมรแดงในฐานะองค์กรได้สิ้นสุดลงอย่างสิ้นเชิง แต่อุดมการณ์สุดโต่งและบาดแผลทางสังคมที่พวกเขาทิ้งไว้ยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวกัมพูชาและโลกทั้งใบ

บทสรุป เขมรแดงคือบทเรียนสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิดสุดโต่งและอำนาจที่ไม่มีการควบคุม  อาจนำไปสู่หายนะอันใหญ่หลวง การเข้าใจประวัติศาสตร์ของเขมรแดง   จึงไม่ใช่เพียงการศึกษาความรุนแรงในอดีต แต่คือการเตือนใจร่วมกันว่าเราทุกคนต้องปกป้องคุณค่าความเป็นมนุษย์

โดย   สุริยพงศ์

พลิกอีสานด้วยพันธมิตรสร้างสรรค์ ก้าวสู่ The Next Isan แบบ Glocal กับแนวคิด ‘อีสานโชว์พ(ร)าว’ ในงาน ‘Isan Creative Festival 2025’

พลิกอีสานด้วยพันธมิตรสร้างสรรค์ ก้าวสู่ The Next Isan แบบ Glocal กับแนวคิด ‘อีสานโชว์พ(ร)าว’ ในงาน ‘Isan Creative Festival 2025’

พลิกอีสานด้วยพันธมิตรสร้างสรรค์ ก้าวสู่ The Next Isan แบบ Glocal กับแนวคิด ‘อีสานโชว์พ(ร)าว’ ในงาน ‘Isan Creative Festival 2025’

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในวันที่โลกกำลังแสวงหา “ต้นแบบใหม่” ของการพัฒนาเมืองและวัฒนธรรม อีสานกำลังยืนหยัดขึ้นอีกครั้งอย่างสง่างาม ผ่านงาน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 หรือ Isan Creative Festival 2025 (ISANCF2025)” ภายใต้แนวคิด “อีสานโชว์พ(ร)าว – ISAN SOUL PROUD” เวทีสร้างสรรค์ระดับภูมิภาคที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งปิดฉากลงไป ณ จังหวัดขอนแก่นและพื้นที่เครือข่ายสร้างสรรค์

เทศกาลฯ ในปีนี้พิเศษกว่าที่เคย เพราะได้ผนึกพลังของพันธมิตรกว่า 20 องค์กรทั้งระดับประเทศและระดับโลก เข้ามาร่วมมือกันต่อยอดคุณค่าอีสานในรูปแบบ Glocal — คิดแบบสากล แล้วลงมือทำด้วยหัวใจท้องถิ่น เพื่อ “พลิกมุมมองอีสาน” จากภูมิภาคที่เคยถูกมองว่าเป็น “ผู้รอรับ”กลายเป็น “ผู้สร้างอนาคต” ขับเคลื่อนให้ภาคอีสานกลายเป็น “ภูมิภาคแห่งโอกาส” อย่างแท้จริง พร้อมปลุกพลังซอฟต์พาวเวอร์ในวิถีอีสาน ให้เบ่งบานในมิติใหม่และเชื่อมต่อกับโอกาสระดับโลก  ไม่ว่าจะเป็น AIS 3BB Fibre3 (เอไอเอส สามบีบี ไฟเบอร์ทรี), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), Copilot by Microsoft (โคไพลอต บาย ไมโครซอฟท์), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น, เดอะ สแตนดาร์ด (The Standard), มหาวิทยาลัยขอนแก่น, เอปสัน (ประเทศไทย), โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น, มูลนิธิเคเอฟซี (ประเทศไทย), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จํากัด, บริษัท เวิลด์ คามาร่า กรุ๊ป จำกัด, บริษัท โบลท์ ซัพพอร์ต เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย), บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ผู้ผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัย ภายใต้แบรนด์ เฟสท์, สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.), บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย), RISC by MQDC ฯลฯ ตลอดจนเครือข่ายนักสร้างสรรค์ในภูมิภาค

ไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา CEA มองเห็นศักยภาพของอีสานชัดเจนขึ้นทุกวัน ว่านี่คือภูมิภาคที่เปี่ยมด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ และรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่แข็งแรง พร้อมก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกอย่างมั่นคง เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงศักยภาพด้านสร้างสรรค์ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของทางเลือกใหม่ในการพัฒนาประเทศ ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สังคม และคุณภาพชีวิต เราเชื่อว่าอีสานกำลังตอบโจทย์โลกยุคใหม่    ที่ต้องการความยั่งยืน และภูมิปัญญาแบบ Authentic Minimalism ที่อยู่กับสิ่งที่มีอย่างพอดี แต่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ นี่คือเหตุผลที่องค์กรระดับแนวหน้าต่างพร้อมใจกันมาเป็นพันธมิตรและสนับสนุนเทศกาลฯ เพื่อไม่เพียงแค่โชว์ศักยภาพของอีสาน แต่ยังร่วมกันสร้างอีสานในมิติใหม่ ด้วยพลังจากฐานรากที่มั่นคง ประกอบกับ TCDC ที่กำลังจะครบรอบ 20 ปีในปีนี้ CEA ในฐานะหน่วยงานที่ดูแล มีความเชื่อมั่นว่าการทำนโยบายคู่ขนานของรัฐบาลในการเร่งแก้ปัญหาภาคการเงิน ไปพร้อม ๆ กับการกระตุ้นความสามารถแข่งขันของ SMEs และ Young Creative Entrepreneur จะยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ ที่ยืนอยู่บนฐานวัฒนธรรม เดินทางจาก ‘ท้องถิ่น’ สู่ ‘สากล’ อย่างมีจุดยืนและมีอนาคต”

ธยานนท์ วิเศษจิตเลิศ Head of BB Area Management 3 เอไอเอส สามบีบี ไฟเบอร์ทรี

ต่อยอดภูมิปัญญาอีสานสู่ผลิตภัณฑ์ระดับโลก ด้วยแนวคิด “Sustainability”

ธยานนท์ วิเศษจิตเลิศ Head of BB Area Management 3 เอไอเอส สามบีบี ไฟเบอร์ทรี กล่าวว่า “โครงการ Sawathi Goods X AIS 3BB Fibre3’ สะท้อนพลังซอฟต์พาวเวอร์ของอีสาน ทั้งการเปิดมุมมองให้คนภายนอกเห็นวัฒนธรรมและหัตถกรรมที่แข็งแรง และการจุดประกายให้คนในพื้นที่เห็นคุณค่าของตัวเอง เพื่อนำไปต่อยอดสู่ตลาดสากล โดย AIS 3BB Fibre3 ตั้งใจสร้างนิยามใหม่ของ “การเชื่อมต่อ” ที่ไม่ได้หยุดเพียงอินเทอร์เน็ต แต่เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า สำหรับโครงการนี้ AIS 3BB Fibre3 ร่วมมือกับ CEA และ ผศ.ดร. ขาม จาตุรงคกุล มหาวิทยาลัยขอนแก่น         นำสายไฟเบอร์ออปติกและโรลเก็บสายเหลือใช้ มา Upcycling เป็นป้ายรถเมล์รูปทรงกระติบข้าว และเก้าอี้สตูดิโอลวดลายฮูปแต้มสินไซ ผลิตโดยช่างฝีมือจาก 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนสาวะถี, โนนหนองวัด 4 และโคกแปะ ถือเป็นตัวอย่างโมเดล Sustainable Creative Economy ที่เชื่อมท้องถิ่นกับสากลอย่างลงตัว พร้อมผลักดันให้ชุมชนอีสาน ‘โกอินเตอร์’ อย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ณัฐพงศ์ นิกูลวงศ์ Senior Specialist Epson 

ติดปีกไอเดีย “งานศิลป์อีสาน” ให้มีชีวิตด้วยเทคโนโลยี Projection Mapping

ณัฐพงศ์ นิกูลวงศ์ Senior Specialist Epson ได้เล็งเห็นศักยภาพของภูมิภาคอีสาน จึงตั้งใจผลักดันให้ศิลปะอีสานกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จนนำมาสู่โปรเจ็กต์ “Projection Mapping Workshop X TIMAC X Epson” เวิร์กช็อปสุดเข้มข้นที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษา เยาวชน และนักสร้างสรรค์ในท้องถิ่น ได้เข้ามาเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี Projection Mapping และ Immersive Media

“การผสาน “งานศิลป์ท้องถิ่น” กับ “เทคโนโลยีระดับโลก” เป็นการเชื่อมโยงอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับความร่วมสมัยที่เข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้อย่างลงตัว และดึงดูดเม็ดเงินสู่ชุมชนผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเมืองสร้างสรรค์ ถือเป็นก้าวสำคัญในการใช้ทุนวัฒนธรรมอีสานในรูปแบบที่สดใหม่ สามารถเชื่อมอดีตกับอนาคต    เชื่อมชุมชนกับโลก และเชื่อมศิลปะเข้ากับเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน หัวใจของโปรเจ็กต์นี้คือการใช้ เทคโนโลยีภาพของ Epson ที่ให้สีสันสมจริงและคมชัด “ปลุกให้งานศิลป์ท้องถิ่นอีสานมีชีวิต” ในรูปแบบ Immersive ผ่านแสง สี และการเคลื่อนไหว เวิร์กช็อปนี้ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ ทำให้เห็นว่าศิลปะท้องถิ่นสามารถ “พูดคุยกับโลก” ได้ด้วยเทคโนโลยีระดับสากล โดยในอนาคต เรามีแผนต่อยอดนำ Projection Mapping ไปใช้ตามแลนด์มาร์กทั่วขอนแก่นและอีสาน เพื่อเนรมิตเมืองให้เป็นแกลเลอรีศิลปะกลางแจ้ง และเป็นหมุดหมายใหม่ทางการท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของอัตลักษณ์ท้องถิ่นอีสาน”

ศุภลักษณ์ สุภาพกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด Microsoft 

 สนับสนุนพลังครีเอเตอร์อีสาน ผลักดัน AI สู่เศรษฐกิจชุมชนและตลาดโลก

ศุภลักษณ์ สุภาพกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด Microsoft เผยว่า “Copilot by Microsoft เล็งเห็นศักยภาพแข็งแกร่งของนักสร้างสรรค์ ครีเอเตอร์ และผู้ประกอบการ SMEs ในขอนแก่น จึงมุ่งสนับสนุนการเริ่มต้นและต่อยอดธุรกิจ ด้วยการจัดนิทรรศการ ‘Digital Skills for Local Future ฟ้าวฟิวเจอร์ ปล่อยพลังฝัน แบบฟ้าว ๆ’ โดยแนะนำ Copilot ผู้ช่วย AI อัจฉริยะที่จะช่วยให้การทำงานบน Microsoft 365 สะดวก รวดเร็ว ครอบคลุมทั้งงานเอกสาร การต่อยอดไอเดีย การวางแผนธุรกิจ และการยกระดับผลงานสู่ระดับสากล เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถทลายข้อจำกัดต่าง ๆ และทำให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงได้จริง ทั้งในแง่การใช้งาน ความเข้าใจ และการปลดล็อกศักยภาพใหม่ ๆ เพื่อให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะอีสานไม่ใช่แค่ศูนย์กลางเศรษฐกิจชุมชนหรือประเทศ แต่มีศักยภาพพอในการเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจมหภาค ที่พร้อมรองรับการพัฒนาในทุกมิติได้ในอนาคต”

รองศาสตราจารย์ ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชูนวัตกรรมและงานออกแบบ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีสาน

รองศาสตราจารย์ ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “การประชุมวิชาการ ‘ICIS 2025’ มีความแตกต่างจากเวทีวิชาการทั่วไป เพราะไม่เพียงนำเสนอผลงานนวัตกรรมที่พร้อมใช้งานจริงและสามารถต่อยอดสู่ภาคธุรกิจได้ทันที แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้พบกับเจ้าของผลงานโดยตรง เพิ่มโอกาสในการจับคู่ธุรกิจ รวมถึงขยายเครือข่ายกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งอาจารย์ นักศึกษา นักออกแบบ ภาคเอกชน สถานทูต และผู้เข้าร่วมจากนานาประเทศ งานนี้มุ่งยกระดับขอนแก่นสู่ “เมืองแห่งนวัตกรรม” ที่พร้อมรองรับการลงทุน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และเครือข่ายนักลงทุน ตามแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาค โดยใช้ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของชาวอีสาน มาต่อยอดธุรกิจ สินค้า และบริการ ให้มีมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลกอย่างยั่งยืน”

ทวีชัย สิริกุลธาดา Director แบรนด์ Homework Fabric 

เมื่อ “ผ้าอีสาน” กลายเป็นพลังสร้างสรรค์ร่วมสมัย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ทวีชัย สิริกุลธาดา Director แบรนด์ Homework Fabric เล่าถึงแนวคิดนิทรรศการ ‘วันเด้อ ออฟ แฟ-บริก HOMEWORK FABRIC’ ว่า “นิทรรศการเกิดจากความตั้งใจนำเสนอ “ลวดลายผ้า วิถีชีวิต และวัฒนธรรมอีสาน” ผ่านมุมมองใหม่ โดยหยิบลายผ้าทอประจำจังหวัดขอนแก่นอย่างแคนแก่นคูณ มาดีไซน์ต่อยอดเป็นสินค้าที่ใช้ได้จริง และสะท้อนเสน่ห์ความเป็นอีสานในรูปแบบร่วมสมัย การร่วมงานในเทศกาลฯ ครั้งนี้ นับว่าเป็นการเปิดมุมมองใหม่ของอีสานที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ให้กลายเป็น ‘Creative Hub’ ของประเทศ      ทั้งด้านแรงงาน เศรษฐกิจ และความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะงานทอผ้าที่เป็นหัวใจของชุมชนท้องถิ่น การให้คนรุ่นใหม่ได้ลอง ‘ทำงานจริง’ จึงไม่เพียงเป็นการฝึกฝนฝีมือ แต่ยังเป็นการจุดประกายซอฟต์พาวเวอร์เพื่อยกระดับ    อัตลักษณ์สู่เศรษฐกิจระดับสากล ซึ่ง Homework Fabric มุ่งมั่นผลักดันผ้าไทยให้พัฒนาไปพร้อมกับการสร้างเครือข่ายตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างยั่งยืน”

รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนแห่งศูนย์ RISC by MQDC ศิลปินศิลปาธรปี 2562 ผู้ออกแบบนิทรรศการ

จุดประกายสิ่งแวดล้อมผ่านพรมศิลปะร่วมสมัย สู่ความหลากหลายทางชีวภาพ

รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนแห่งศูนย์ RISC by MQDC ศิลปินศิลปาธรปี 2562 ผู้ออกแบบนิทรรศการ กล่าวว่า “MQDC ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดแนวคิดความยั่งยืน ได้เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อมเข้ากับงานศิลปะผ่านนิทรรศการ ‘Contemporary Art for Biodiversity’  โดยนิทรรศการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จัดแสดงพรม 10 ผืนจากศิลปินไทย ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์สงวนและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ด้วยลวดลายผ้าที่มีอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค โดยนำเส้นใย MONSILK ที่ผลิตจากขยะพลาสติก ขยะทะเล และเศษเส้นใยเหลือใช้ มาถักทอและปักอย่างประณีตโดยช่างฝีมือในอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น นิทรรศการนี้ไม่เพียงสะท้อนให้คนภายนอกเห็นศักยภาพและพลังสร้างสรรค์ของคนอีสาน แต่ยังทำให้คนในท้องถิ่นกลับมาตระหนักถึงคุณค่าภูมิปัญญาที่มีอยู่ และนำไปต่อยอดสู่เศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม MQDC เชื่อมั่นว่าทุกชีวิตบนโลกควรอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน (For All Well-being) จึงเดินหน้า RISC by MQDC เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนสังคมสีเขียวทั้งในไทยและระดับโลก”

อริญา พันธุมโกมล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย)

MUJI จุดประกายความยั่งยืน ด้วยศิลปะจากศิลปินท้องถิ่นอีสาน

อริญา พันธุมโกมล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพราะหัวใจสำคัญของแบรนด์มูจิ (MUJI) คือความเรียบง่าย งดงาม และจริงใจ ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอีสานอย่างลงตัว เราจึงร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่นผ่านกิจกรรม ‘ตลาดนัดมูจิ’ ในเทศกาลฯ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักสร้างสรรค์อีสานนำเสนอผลงานแฮนด์เมด งานคราฟต์ และผลิตภัณฑ์จากชุมชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ เรายังจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปกับศิลปินท้องถิ่น เช่น ‘สีน้ำกินได้’ โดย Craft Colour, ‘เฮ็ดลายผ้าพิมพ์’ โดย จุ้ม•บ้านเชียง และ ‘ดอกไม้บานใจ Mandala Bloom’ โดย Tharee.Art เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสงานศิลปะจากธรรมชาติอย่างใกล้ชิด กิจกรรมของเรามีเป้าหมายที่จะเชื่อมโยงแบรนด์ระดับโลกเข้ากับชุมชนท้องถิ่น ให้คนอีสานได้ภูมิใจ สร้างรายได้จากฝีมือของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้คนทั่วไปได้รู้จักงานฝีมือและศิลปะร่วมสมัยของอีสานมากขึ้น เราเชื่อมั่นว่าศิลปะและวัฒนธรรมอีสานมีศักยภาพในการต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์”

“ISAN SOUL PROUD” จะไม่ใช่แค่ธีมของปีนี้ แต่จะกลายเป็นทัศนคติใหม่ของคนอีสาน ที่ภูมิใจและพร้อมก้าวไปกับโลกอย่างสง่างาม ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: http://www.isancreativefestival.com, Facebook/Instagram: @IsanCreativeFestival

ททท. จับมือ Fastwork เปิดตัวแคมเปญ ‘Workation Paradise Throughout Thailand Season 3’

ททท. จับมือ Fastwork เปิดตัวแคมเปญ ‘Workation Paradise Throughout Thailand Season 3’

ททท. จับมือ Fastwork เปิดตัวแคมเปญ ‘Workation Paradise Throughout Thailand Season 3’

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ Fastwork แพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำในประเทศไทยที่ให้บริการจับคู่ระหว่างผู้ว่าจ้างกับฟรีแลนซ์ในหลากหลายสาขาอาชีพจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “Workation Paradise Throughout Thailand Season 3” สร้างกระแสการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลขยายฐานกลุ่มเป้าหมายให้เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ อาทิ Digital Nomads, Expat และ Freelancers ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยมี ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย Mr. CK CHEONG ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด (Fastwork Technologies) ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ ห้องโถงธนะรัชต์ อาคาร ททท.

สำหรับกิจกรรมภายใต้โครงการ Workation Paradise Throughout Thailand Season 3 ประกอบด้วย กิจกรรม Workation เที่ยวเป็นทีม ททท. จัดให้ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวผ่าน Special Deals ให้ผู้ที่สนใจชวนทีมออกไป Workation ในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทยโดยกดรับคูปองสิทธิพิเศษทางการท่องเที่ยวจากสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/workationthailand     ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 และจะประกาศชื่อผู้โชคดีพร้อมลุ้นรับแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบเป็นทีมและของรางวัลสุดพิเศษ จำนวน 14 รางวัล ในวันที่ 4 กันยายน 2568 ผ่านช่องทาง Facebook Page : Amazing Thailand  ลุ้นเป็นผู้โชคดีกับรางวัลที่ 1 Macbook Air พร้อมแพ็กเกจที่พักศรีพันวา 2 วัน 1 คืน พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 3 ท่าน รางวัลที่ 2 iPhone 16e พร้อมแพ็กเกจที่พักโรงแรม วี วิลล่า หัวหิน 2 วัน 1 คืน พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 3 ท่าน นอกจากนี้ยังเสริมความพิเศษด้วย กิจกรรม 100 เดียวเที่ยวได้งาน กิจกรรมส่งเสริมการขายโดยร่วมมือกับ แพลตฟอร์ม Fastwork รวบรวมดีลสุดพิเศษในรูปแบบ Voucher ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่การท่องเที่ยวจากสถานประกอบการชั้นนำ อาทิ ศรีพันวา, โรงแรมดุสิตธานี ลากูนา ภูเก็ต, โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน, เดอะ ซายน์ พัทยา, อาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะช้าง, โฮมพุเตย ริเวอร์แคว รีสอร์ท, โรงแรม เดอะ เบย์วิว พัทยา, วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล, บาร์บีคิวพลาซ่า, โอเอซิสสปา เป็นต้น  และนำมาเสนอขายบนเว็บไซต์ https://fastwork.co/ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้อ Voucher ด้านการท่องเที่ยวได้ในราคา 100 บาท เท่านั้น โดยจะจัดรอบกิจกรรมทั้งหมด 2 รอบ ในทุกวันที่ 25 ของเดือนกรกฎาคม และ เดือนสิงหาคม 2568ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์www.tourismthailand.org/workationthailandหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @workationthailand

กลุ่มเซ็นทรัล เปิดงาน ‘จริงใจ มาหา…นคร ครั้งที่ 12’ ช้อปของดี ส่งตรงจากชุมชนทั่วไทย อร่อยฟิน ของดังประจำถิ่น

กลุ่มเซ็นทรัล เปิดงาน ‘จริงใจ มาหา...นคร ครั้งที่ 12’ ช้อปของดี ส่งตรงจากชุมชนทั่วไทย อร่อยฟิน ของดังประจำถิ่น

กลุ่มเซ็นทรัล เปิดงาน ‘จริงใจ มาหา…นคร ครั้งที่ 12’ ช้อปของดี ส่งตรงจากชุมชนทั่วไทย อร่อยฟิน ของดังประจำถิ่น

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เริ่มแล้วงาน “จริงใจ มาหา…นคร ครั้งที่ 12” ช้อปของดี ส่งตรงจากชุมชน ทั่วไทย พบกันที่เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 จัดโดย กลุ่มเซ็นทรัล นำโดย บริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลังเปิดพื้นที่เชื่อมต่อผู้บริโภคในเมืองกับเกษตรกรและผู้ผลิตจากชุมชนทั่วไทย ยกขบวนของดีประจำท้องถิ่นกว่า 1,000 รายการ จาก 50 ชุมชน 47 จังหวัด พร้อมกิจกรรมดีต่อใจ จัดเต็มใน 7 โซนช้อปสนุก เดินเพลิน อร่อยครบ!

กลับมาปีนี้พิเศษกว่าเดิม ขยายเครือข่ายครอบคลุม 50 ชุมชน 47 จังหวัดทั่วประเทศ ยกขบวนผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพดี ทั้งผักและผลไม้ปลอดสาร ผลผลิตแปรรูป ร้านอร่อยประจำท้องถิ่น ร่วมด้วยผลิตภัณฑ์ชุมชนภายใต้โครงการเซ็นทรัล ทำ, ท็อปส์, ไทวัสดุ และโก โฮลเซลล์ มารวมไว้ให้คนเมืองเลือกซื้อถึงกลางกรุงเทพฯ  

ในปีนี้ งานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ “จริงใจกลางกรุง From Roots to Radiance” พาเสน่ห์ความจริงใจของชาวบ้าน พืชผักตามฤดูกาล ของกินพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเล่าในรูปแบบที่ทันสมัย สนุก และสดใส สร้าง “มหานครของความจริงใจ” อย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับงานสู่การเป็น Carbon Neutral Event อย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุรีไซเคิล การแยกขยะ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมกันนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากยอดขายจะนำไปจัดซื้อกล้าไม้ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการ “Plant Together” ของเซ็นทรัล ทำ

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ มุ่งมั่นพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มั่นคงและมีรายได้ที่ยั่งยืน ผ่านการร่วมพัฒนาสินค้าและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในร้านค้าเครือกลุ่มเซ็นทรัลอย่างต่อเนื่อง โดยงาน “จริงใจ มาหา…นคร” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 12 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญประจำปี ที่รวบรวมผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพดี ผักผลไม้ปลอดภัย และสินค้าเด่นจากท้องถิ่นกว่า 1,000 รายการ จากชุมชนทั้ง 4 ภูมิภาค ส่งตรงจากมือเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง

การจัดงานในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัล เข้ากับภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชน ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ผลิตท้องถิ่นสามารถพัฒนาสินค้าให้  ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และขยายโอกาสสู่ตลาดอย่างยั่งยืน”

สกพอ. เปิดเวทีแข่งขัน ‘รังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบเมนูท้องถิ่นสู่สากล ชู Soft Power ด้านอาหาร เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ EEC

สกพอ. เปิดเวทีแข่งขัน ‘รังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบเมนูท้องถิ่นสู่สากล ชู Soft Power ด้านอาหาร เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ EEC

สกพอ. เปิดเวทีแข่งขัน ‘รังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบเมนูท้องถิ่นสู่สากล ชู Soft Power ด้านอาหาร เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ EEC

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จัดกิจกรรม การแข่งขันรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา ภายใต้ โครงการยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา โดยมี ฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดงาน,ดร.จุฬา สุขมา นพ เลขาธิการ สกพอ. พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย เชฟชุมพล แจ้งไพร คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์และประธานคณะกรรมการอนุกรรมการด้านอุตสาหกรรมอาหาร,ดร.สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและผู้จัดการโครงการโภชนา การสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),จรงค์ศักดิ์ รองเดช พิธีกรรายการภัตตาคารบ้านทุ่ง, ดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์พิเศษด้าน Food Stylist ระดับประเทศ, รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และ ดร.ดารินันท์ นันทวงค์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่และชุมชน 1 กพอ. รวมทั้งภาคีเครือข่าย ปราชญ์ชุมชน ผู้เข้าร่วมการแข่งขันและสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา

ดร.จุฬา สุขมานพ เปิดเผยว่า สกพอ.ดำเนินโครงการยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา ร่วมกับภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษาและภาคประชาสังคม มุ่งเน้นการศึกษาข้อมูลภูมิปัญญาและองค์ความรู้ด้านอาหารของชุมชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อนำเข้าสู่ฐานข้อมูลองค์ความรู้ชุมชนและต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทั้งในมิติของการลงทุนในภาคอุตสาห กรรม การท่องเที่ยว และสร้างให้เกิดมูลค่าต่อห่วงโซ่อุปทานและความต้องการของวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารในฉะเชิงเทรา ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมให้อาหารท้องถิ่นมีอัตลักษณ์และมีศักยภาพในเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว ยังมุ่งเข้าพัฒนาผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่ให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น อันจะนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Tradition Menu การแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหารภูมิปัญญาดั้งเดิมแห่งฉะเชิงเทรา เลือก 1 เมนูต้นตำ รับ ได้แก่ แกงส้มปลาอีกง อำเภอบางปะกง หรือ แกงส้มไหลบัวปลาสลิด อำเภอบางน้ำเปรี้ยว และ Creative Menu การแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหารสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาแห่งฉะเชิงเทรา เลือก 1 เมนู จาก 11 เมนูอาหารอัตลักษณ์ของ 11 อำเภอ ใน จ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ ต้มยำกุ้ง อำเภอบางคล้า, แกงส้มไหลบัวปลาสลิด อำเภอบางน้ำเปรี้ยว, ปลาวงทอด อำเภอท่าตะเกียบ, มะม่วงน้ำปลาหวานปลาช่อนย่างแปดริ้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา, หมูหงส์ อ.แปลงยาว, ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ อ.พนมสารคาม, ข้าวต้มมัดไส้หมู อ.ราชสาส์น,ไอศกรีมข้าวไรซ์เบอรี่ อ.สนาม ชัยเขต, แกงส้มปลาอีกง อ.บางปะกง, กระยาสารท อ.บ้านโพธิ์ และบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม อ.คลองเขื่อน

 “เมนูที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา จะได้รับการส่งเสริมและเพิ่มมูลค่า เพื่อต่อยอดให้เป็นเมนูต้นแบบประจำโรง แรมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมเผยแพร่สูตรอาหารที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขัน เป็นองค์ความรู้ให้กับประชาชนและสามารถใช้เป็นเมนูเพื่อสร้างรายได้ ผ่านการสอนโดยสถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดและยกระดับมาตรฐานอาหารพื้นถิ่นให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ความสำเร็จจากโครงการยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทราถือเป็นการพัฒนาองค์ความรู้และภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่นให้สามารถเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวด ล้อมของจ.ฉะเชิงเทราในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประ เทศ และเป็นโมเดลหลักต่อการพัฒนาและขับเคลื่อนเมืองให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีอย่างยั่งยืนต่อไป” ดร.จุฬา กล่าวทิ้งท้าย 

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาได้ร่วมพิจารณาผลงานของผู้เข้าแข่งขันอย่างรอบคอบและรอบด้าน ภายใต้หลักเกณฑ์การตัด สินที่ครอบคลุมทุกมิติ  ผลการแข่งขันในแต่ละประเภทมีรายละเอียด ดังนี้ ประเภท Tradition Menu การแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหารภูมิปัญ ญาดั้งเดิมแห่งฉะเชิงเทรา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมคิดเช่นเน เมนูแกงส้มปลาอีกง รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม In box คาเฟ่ เมนูแกงส้มไหลบัวปลาสลิด รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รองชนะเลิศ อันดับ ได้ แก่ ทีมครัวร่มไม้ชายคลอง เมนูแกงส้มไหลบัวปลาสลิด รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมโล่รางวัล ประเภท Creative Menu การแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหารสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาแห่งฉะเชิงเทรา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Gonie Cafe’ เมนูชีสเค้กคลัมเบิ้ลมะม่วงน้ำปลาหวานปลาช่อนย่าง รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รองชนะเลิศ อันดับ ได้แก่ ทีม Flame and Flavor เมนูปลาช่อนไรซ์เบอร์เกอร์ มะม่วงกรอบ รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รองชนะเลิศ อันดับ ได้แก่ ทีมบางคล้าคาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองท์ เมนูเมี่ยงพล่ากุ้งใบชะพลูกระยาสารท  รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมโล่รางวัล

สร้างความรู้คู่ความสุข ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’ เปิดโลกแห่งจินตนาการผ่านการชมภาพยนตร์

สร้างความรู้คู่ความสุข ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’ เปิดโลกแห่งจินตนาการผ่านการชมภาพยนตร์

สร้างความรู้คู่ความสุข ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’ เปิดโลกแห่งจินตนาการผ่านการชมภาพยนตร์

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) จับมือ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ร่วมพัฒนาสังคมไทยด้วยการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน ด้วยการสนับสนุนการจัดทำและส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ให้กับ น้องๆ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนแห่งใหม่ให้น้อง ๆ ได้มีโอกาสเข้าถึงสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพในการเรียนรู้และการสืบค้นข้อมูลที่หลากหลาย ให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะ ได้เปิดโลกแห่งจินตนาการจากการชมภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ รวมทั้งสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับน้องๆ จนเกิดเป็น “ความรู้คู่ความสุข” ตลอดจนได้มอบชุดอุปกรณ์กีฬาเพื่อให้น้องๆ ไว้ใช้เรียนในชั่วโมงพลศึกษา ใช้ฝึกซ้อมพัฒนาทักษะด้านกีฬา และส่งผลให้สุข ภาพร่างกายแข็งแรง

การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมของ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ที่จัดต่อเนื่องตลอดมาและก้าวสู่ปีที่ 9 เพื่อส่งมอบพื้นที่แห่งโอกาสและแบ่งปันความสุขให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน โดยได้จัดทำและส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ไปแล้ว 75 โรงเรียน ใน 64 จังหวัด ซึ่งครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ได้สนับสนุนการจัดทำ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” มอบให้กับ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี เป็นห้องที่ 76 โดยมุ่งหวังให้ห้องหนังเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์สู่โลกกว้างและปลูกฝังการเรียนรู้ให้แก่เยาวชน โดย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ และ สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เม เจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)  ร่วมกันส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ผ่าน ปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ประธานรับมอบ พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ยุทธภูมิ จับจิตต์ นายอำเภอบางกรวย, ศรีทร สักลอ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส และ วรนุช ปานบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี ร่วมรับมอบ

ปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีให้เข้าร่วมกิจกรรมดีๆ อย่างการรับมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ และชุดอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีแทนน้องๆ ที่ได้รับโอกาสจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และมูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ให้เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เด็กๆ ทุกคนจะได้รับโอกาสในการพัฒนา ซี่งเชื่อว่านอกจากความรู้ ความสามารถแล้ว การมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นการมีห้องหนังเพื่อการเรียนรู้เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนการสอน  เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้น้อง ๆ เยาวชนได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ดีผ่านการชมภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีต่าง ๆ ตลอดจน ยังได้มอบชุดอุปกรณ์กีฬาไว้ให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้ ออกกำลังกาย และช่วยพัฒนาทัก ษะด้านกีฬาอีกด้วย 

ด้าน พรปวีณ์ คำประกอบ ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพวกหนูการดูหนัง การ์ตูน และสารคดีต่างๆ ทำให้ได้เกิดความรู้ใหม่ๆ ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของความคิดได้ หนูและน้องๆ ต้องขอบคุณ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและมูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เป็นอย่างสูงที่มอบสิ่งที่มีค่าให้ ขอสัญญาว่าจะดูแลรักษา “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เป็นอย่างดี จะใช้เพื่อการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พวกหนูจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน เพื่อเติบโตเป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไป

คุณแหน : 12 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 12 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 12 กรกฎาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน กก.ที่ปรึกาาและประธาน กก.บริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 13 ก.ค. 09.00 น. ณ ห้องโสมกิติยาภา สำนักงานมูลนิธิฯ..

ll ในนามคณะผู้ทรงคุณวุฒิสภาลูกเสือไทย ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน ไปมอบอุปกรณ์และเสบียง ให้แก่ทหาร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ที่ฐานปฏิบัติการอนุพงษ์ อ.น้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเร็วๆนี้…

ll ขอเชิญชมสารคดีพิเศษ กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค “พระเสด็จโดยแดนชลศิลป์แห่งสายนที” มีทั้งหมด 7 ตอน ออกอากาศทุกวันเสาร์ทาง ไทยทีบีเอส เวลา 11.00 น.(เริ่มตอนที่ 1 ไปเมื่อเสาร์ที่แล้ว) ฝีมือกำกับภาพและทำดนตรีประกอบ โดย ขจรศักดิ์ นฤภัทร ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งสั่งสมประสบการณ์มาทำซีรีส์สร้างสรรค์ และสารคดีพิเศษให้ ไทยพีบีเอส ส่วนภรรยา มานิดา จัดทำคำบรรยายพร้อมบรรยาย…ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ น่าภูมิใจแท้…

ll เศรษฐกิจยามนี้แสนสาหัส ผู้คนพยายามหาทางทำมาหากิน เพื่อความอยู่รอด…แม้ ชมพูนุช นวมภักดี แห่ง @ พระนคร วิภาวดี 64 เปิดร้านพร้อมซักอบรีด ร้าน สปาเล็บ ผม ดำเนินกิจการอยู่รอดปลอดภัย ไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว แต่ก็หาทางช่วยผู้คนให้มีที่ทำมาหากิน อาทิ เปิดร้านขายอาหารอีสานช่วงเย็นถึงดึก ให้ลูกน้องเก่าที่มาขอทำงาน และอนุญาตให้ ร้านคุณอิ๊ดกล้วยทอด กะหรี่ปั๊บ เข้ามาขายในร้านได้ช่วงเช้า-บ่าย เนื่องจากเขตหลักสี่จัดระเบียบในซอย…น้ำใจดีงามพระรามเก้าน่ายกย่องเป็นยิ่งนัก…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ คัทลียา ศิลารัตน์ ที่สูญเสีย คุณแม่วิไล ไปเมื่อเร็วๆนี้ งานประชุมเพลิง จัดวันที่ 12 ก.ค.17.00 น.ณ เมรุ วัดลาดพร้าว ขอเชิญเพื่อนๆในวงการสิ่งแวดล้อมมาร่วมงานฯ…

ll สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ ไปทริปถวายเทียนพรรษากับเพื่อนๆ กลุ่มเที่ยวของชาวขสมก.ที่ราชบุรีกลับมาแล้ว ต้องมาซ้อมร้องเพลงใน “งานรักษ์ทะเลบางขุนเทียน“ ในวันที่ 12 ก.ค.ซึ่งเป็นงานของศูนย์นันทนาการ บางขุนเทียน…

ll ขอแสดงความยินดี ในโอกาสครบรอบ 46 ปี ที่ ฟอง – สุวรรณา เบญจดล จดทะเบียนสมรสกันที่ฮุสตัน สหรัฐฯ เมื่อ 4 ก.ค.ตรงกับวันชาติอเมริกาพอดี…

ll แต่รายนี้ ไม่ทราบว่าเพราะ โชคชะตา ฟ้าลิขิต หรือ ด้วยความบังเอิญ ทำให้ ธนารัตน์ ปีเตอร์สัน เจ้าของวันเกิด 4 ก.ค.(วันชาติอเมริกา) ได้สมรสกับคนอเมริกัน…น่าอัศจรรย์ใจจริงๆ…

ll ใช้เวลาถ่ายภาพเสือโคร่งมานานหลายปี จนสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมาย แสนดีใจจะหาไหนเทียมทัน เกษม สนิทวงศ์ฯ มีความพยายามเป็นเลิศ ได้ภาพเสือโคร่งที่พึงพอใจแล้ว มาแชร์ให้เพื่อนๆเฟซบุ๊คชม …โดยในอดีต เคยใช้เวลาต่อเนื่องยาวนานถ่ายภาพนกยูงที่ห้วยขาแข้ง หมดฟิล์มไปมากมาย จนถ่ายภาพได้สำเร็จสมใจปรารถนา…น่าชื่นชมในความทรหดอดทนของท่านจริงๆ…

ll นิรมล เรียบร้อยเจริญ เตรียมมองหาร้านอาหารไทยดีๆ เหมาะสมจัดเลี้ยงให้เพื่อนชาวเยอรมนีของสามี สุวัฒน์ ผู้ล่วงลับ ในเร็วๆนี้…

ll เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.ปชป. ช่วงนี้มีกาแฟโรบัสต้า จากชุมพรมาขายออนไลน์ เคยนำไปให้อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย กับอดีตนายกฯ ดร.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดื่มแล้ว ชอบมาก เป็นกาแฟดำ รสชาติดี…

ll วันก่อน อดีต ผอ.ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อาทิ บุญชอบ สุทธมนัสวงศ์ (อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน) ฯลฯ ไปร่วมงานเลี้ยงส่งข้าราชการหลายคน ลาออกก่อนเกษียณ…สมองไหลไปเป็นที่เรียบร้อย…

บารอนเนส

LYN เปิดตัวแคมเปญ ‘It’s a Bow Day’ กับ โบว์ เมลดา สุศรี เฉลิมฉลองเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้หญิงยุคใหม่ ต้อนรับ Fall 2025

LYN เปิดตัวแคมเปญ ‘It’s a Bow Day’ กับ โบว์ เมลดา สุศรี เฉลิมฉลองเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้หญิงยุคใหม่ ต้อนรับ Fall 2025

LYN เปิดตัวแคมเปญ ‘It’s a Bow Day’ กับ โบว์ เมลดา สุศรี เฉลิมฉลองเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้หญิงยุคใหม่ ต้อนรับ Fall 2025

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.29 น.

LYN (ลิน) แบรนด์แฟชั่นแอคเซสเซอรี่อันดับหนึ่งที่ครองใจผู้หญิงไทยที่รักในแฟชั่นเปิดตัวกระเป๋าสุดไอคอนิก กับแฟชั่นประจำฤดูกาล Fall 2025 ภายใต้แคมเปญ It’s a Bow Day” โดยมีแนวคิดหลัก #WithLYN ที่สะท้อนจุดยืนของแบรนด์ในการส่งเสริมให้ทุกคนกล้าเผยตัวตนที่แท้จริงอย่างมั่นใจ เพราะสไตล์ที่แท้จริง คือ การออกแบบเพื่อสะท้อนตัวตนเฉพาะตัวของแต่ละคน  แคมเปญ It’s a Bow Day” จึงเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน โบว์-เมลดา สุศรี นักแสดงสาวผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความมั่นใจในแบบของตัวเอง ผ่านโมเมนต์แห่งความอิสระ สนุกสนานและเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ ถ่ายทอดมุมมองของผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่กลัวการแสดงออกถึงตัวตน และไม่ยึดติดกับมาตรฐานความงามของสังคมแบบเดิม

งานในครั้งนี้ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด #WithLYN อันเป็นพื้นที่แห่งการเฉลิมฉลองตัวตน และความงามที่แตกต่างอย่างมีเสน่ห์ ให้ทุกคนได้เปล่งประกายในแบบที่เป็น Enjoy Every Moment #WithLYN” โดยมี โบว์–เมลดา ปรากฏตัวในลุคสุดปัง ที่สะท้อนทั้งความมั่นใจและเสน่ห์ของผู้หญิงยุคใหม่ได้อย่างลงตัว พร้อมได้รับเกียรติจาก ซี–พฤกษ์ พานิช นักแสดงหนุ่มชื่อดังมากความสามารถ มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของกระเป๋าคอลเลกชั่นใหม่ได้อย่างน่าจับตามอง

แคมเปญ It’s a Bow Day ประจำฤดูกาล Fall 2025 โบว์-เมลดา ได้ปรากฏตัวในหลากหลายลุค ตั้งแต่ ลุคพาวเวอร์สูทสุดเท่คู่กับน้องหมาพุดเดิ้ลแสนรัก ไปจนถึงลุคขี้เล่นสดใส และลุคโรแมนติกที่เปล่งประกายในสไตล์เฟมินีน ถ่ายทอดผ่านกระเป๋า 3 รุ่นไอคอนิคของ LYN ที่เป็นตัว แทนของผู้หญิงในทุกบทบาทของชีวิต ได้แก่ Ivar กระเป๋าทรงเหลี่ยมขอบโค้งมน เรียบหรู ผสมผสานเส้นสายเรขาคณิตเข้ากับความอ่อนช้อยในสไตล์โมเดิร์น พร้อมดีเทลสายโซ่โอเวอร์ไซส์ที่กลมกลืนกับสีของกระเป๋า มอบความรู้สึก Everyday Luxury เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ต่อมา Betzy เป็นกระเป๋าขนาดพอดีรูปทรงสี่เหลี่ยม เพิ่มความสนุกด้วยฟัซซี่แบร์ชาร์มสวมแว่นตาดาวสุดน่ารัก เติมมู้ด playful ให้ลุคทันที สายกระเป๋าโค้งช่วยให้ถือหรือสะพายไหล่ได้อย่างมีสไตล์ มาในเฉดสีสดใส และสุดท้ายของคอลเลกชั่นนี้ Jaylen กระ เป๋าที่นำมานิยามใหม่ให้กับความเฟมินีน ด้วยแพทเทิร์นควิลต์ลายตาราง พร้อมดีเทลโลโก้ฮาร์ดแวร์โทนทองบนสายโซ่ ถ่ายทอดความหรูหราอย่างไร้กาลเวลา สามารถใช้ได้ตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืน พรอ้มกับวัสดุและโทนสีให้เลือกมากมาย พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในทุกๆ วันของผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจในตัวเอง

สะท้อนสไตล์อันโดดเด่นของคุณไปกับคอลเลกชั่นใหม่ LYN Fall 2025 ไปกับแคมเปญ It’s a Bow Day ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน LYN ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ที่ www.lynaccs.com

Bravo BKK ร่วมกับภาครัฐและเอกชน เชิดชูวัฒนธรรมไทย สืบสานประเพณีทางพุทธศาสนา ในกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ณ วัดอุทัยธาราม

Bravo BKK ร่วมกับภาครัฐและเอกชน เชิดชูวัฒนธรรมไทย สืบสานประเพณีทางพุทธศาสนา ในกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ณ วัดอุทัยธาราม

Bravo BKK ร่วมกับภาครัฐและเอกชน เชิดชูวัฒนธรรมไทย สืบสานประเพณีทางพุทธศาสนา ในกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ณ วัดอุทัยธาราม

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

Bravo BKK ร่วมกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, สำนักงานเขตห้วยขวาง, สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (BEM), สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร., โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนวัดอุทัยธาราม และชุมชนใกล้เคียง จัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษา เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568 ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ณ วัดอุทัยธาราม แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 

กิจกรรมถวายเทียนพรรษาครั้งนี้จัดขึ้นโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ร่วมสนับสนุนโดยพันธมิตรภาครัฐและเอกชน รวมถึง Bravo BKK เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทย และประเพณีอันดีงามของชาวพุทธ งานนี้ผู้บริหารนำโดย คุณโกห์ ซู ซิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด คุณเลวี่ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้า บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด คุณอริสรา วังอุทัย ณ ลำปาง ที่ปรึกษาระดับผู้บริหารฝ่ายประสานงานภาครัฐและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด และพนักงานของ Bravo BKK ได้ร่วมขบวนแห่เทียนพรรษาพร้อมกับองค์การต่าง ๆ โดยเริ่มต้นตั้งขบวนจากหน้าอาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ. เคลื่อนไปยัง Bravo BKK และเข้าสู่วัดอุทัยธาราม บนถนนกำแพงเพชร 7 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 1.1 กิโลเมตร ก่อนทำการแห่เทียนวนทักษิณาวรรตรอบอุโบสถ แล้วถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระพระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ ณ วัดอุทัยธาราม 

โดยงานนี้ทาง Bravo BKK ได้จัดโรงทานให้ผู้มาร่วมบุญได้อิ่มอร่อยกับอาหารเป็นการร่วมบุญอีกทางหนึ่งด้วย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความงดงามของรอยยิ้มอิ่มใจจากบรรดาผู้บริหาร พนักงาน ของ Bravo BKK และทุกคนที่มาร่วมสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา ซึ่งต่างมีส่วนร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยกันในครั้งนี้

ไอซีเอส ผนึก SIRIRAJ H SOLUTIONS ฉลองครบรอบ 2 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ เปิด 2 คลินิกใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพครอบคลุมทุกด้าน

ไอซีเอส ผนึก SIRIRAJ H SOLUTIONS ฉลองครบรอบ 2 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ เปิด 2 คลินิกใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพครอบคลุมทุกด้าน

ไอซีเอส ผนึก SIRIRAJ H SOLUTIONS ฉลองครบรอบ 2 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ เปิด 2 คลินิกใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพครอบคลุมทุกด้าน

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.07 น.

ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตรงข้ามไอคอนสยาม จับมือ ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต SIRIRAJ H SOLUTIONS จัดงาน “ปีที่ 2 แห่งแรงบันดาลใจของการใส่ใจสุขภาพในทุกวินาที” ตอกย้ำความสำเร็จ ยอดผู้ใช้บริการเพิ่มต่อเนื่อง รวม 2 ปีกว่า 48,000 ราย เปิด 2 คลินิกใหม่ คลินิกทันตกรรม และคลินิก Sleep @SIRIRAJ H SOLUTIONS ตอบโจทย์คนรักสุขภาพครอบคลุมยิ่งขึ้น คาดช่วยเพิ่มผู้ใช้บริการรายใหม่อีก 20% 

ไพรัช วิเศษศิริลักษณ์ ผู้บริหารสายงานบริการลูกค้า บริษัท ไอซีเอส จำกัด กล่าวว่า ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ร่วมกับ ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต SIRIRAJ H SOLUTIONS จัดงานยิ่งใหญ่ “ปีที่ 2 แห่งแรงบันดาลใจของการใส่ใจสุขภาพในทุกวินาที : The 2nd Year of Health Inspirations in Every Second” ฉลองโอกาสครบรอบ 2 ปี การเปิดศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต SIRIRAJ H SOLUTIONS ณ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ซึ่งจากการเปิดให้บริการตลอด 2 ปี ศูนย์ฯ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จนเทรนด์การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตกลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคใหม่ ซึ่ง SIRIRAJ H SOLUTIONS ถือเป็นหนึ่งในโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างรอบด้าน ด้วยการให้บริการด้านสุขภาพเชิงลึกโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมองค์ความรู้ที่น่าเชื่อถือของศิริราช 


ทั้งนี้ จากความสำเร็จตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า SIRIRAJ H SOLUTIONS ได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายที่คนรักสุขภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความไว้วางใจ เป็นศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการที่เข้าถึงได้สะดวก และมั่นใจได้ในคุณภาพมาตรฐาน ยิ่งไปกว่านั้น SIRIRAJ H SOLUTIONS ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทรนด์ Wellness Tourism การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ตอบรับกับวิถีชีวิตยุคใหม่ ให้เดินหน้าเติบโตอย่างมีศักยภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ ไอซีเอส ในการสร้างคอมมูนิตี้ที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุล มีคุณภาพ และมีความสุขในทุกวัน ส่วนทิศทางจากนี้ ไอซีเอส และ SIRIRAJ H SOLUTIONS จะจับมือร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมต่อไปอีกในปีที่ 3 และปีต่อ ๆ ไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต


“SIRIRAJ H SOLUTIONS คือภาพของความร่วมมือระหว่างภาคการแพทย์ระดับแนวหน้ากับภาคธุรกิจและชุมชนที่ร่วมกันคิด ร่วมกันสร้าง และผลักดันนวัตกรรมสุขภาพให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Co-creation ของ ICS ที่เชื่อว่าทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันขับเคลื่อนสังคมคุณภาพได้” ไพรัช กล่าว


ด้าน ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาว่า ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต SIRIRAJ H SOLUTIONS เปิดให้บริการ 19 คลินิก ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย และเข้าถึงง่ายในการดูแลสุขภาพครบวงจร พร้อมให้การดูแลด้านการฉีดวัคซีนตามช่วงอายุ โดยนับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2567 มีจำนวนผู้รับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายบุคคล ตลอดจนในรูปแบบองค์กรภาครัฐและเอกชน รวม 2 ปี มีผู้รับบริการไปแล้วกว่า 48,000 ราย โดยคลินิกที่มีผู้รับบริการมากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ คลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม, ศูนย์ตรวจสุขภาพ, คลินิกอายุรศาสตร์, ศูนย์ถันยรักษ์ และคลินิกสุขภาพหญิง นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นของการให้บริการด้านการแพทย์โดยทีมแพทย์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในการให้บริการทางการแพทย์ภายนอกโรงพยาบาลศิริราช


จากสถิติในปีที่ผ่านมา มีผู้มารับบริการที่ SIRIRAJ H SOLUTIONS ในวันจันทร์-วันศุกร์ เฉลี่ย 250-300 รายต่อวัน และในวันเสาร์-วันอาทิตย์ เฉลี่ย 400-500 รายต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย 90% ชาวต่างชาติ 10% และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 5-10% ต่อเดือน ตามกระแสความต้องการของผู้ใส่ใจสุขภาพที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น 


สำหรับทิศทางของปีที่ 3 จากนี้ ตั้งเป้าที่จะเพิ่มการบริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาได้เปิดคลินิกใหม่ 2 คลินิกบริการ คือ คลินิกทันตกรรม ซึ่งมีผู้สนใจเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพฟัน การขูดหินปูน การถอนฟัน การผ่าฟันคุด รวมถึงการรักษาโรคเหงือก นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มียอดผู้รับบริการมากกว่า 500 รายแล้ว และคลินิก Sleep @SIRIRAJ H SOLUTIONS ที่เปิดให้ผู้มีปัญหาด้านการนอนกรนซึ่งส่งผลต่อภาวะสุขภาพ สามารถรับบริการขอคำปรึกษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนได้ อีกทั้งยังมีบริการ Sleep Test @Home รับเครื่องตรวจการนอนหลับไปทดสอบการนอนที่บ้าน โดยที่ผู้รับบริการไม่ต้องนอนโรงพยาบาล 


ทั้งนี้ จากการเปิดบริการ 2 คลินิกใหม่ คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้รับบริการรายใหม่มากขึ้น 20% โดยมีแผนรองรับผู้ใช้บริการประมาณ 500-1,000 รายต่อวัน นอกจากนี้ยังมีแผนการขยายฐานผู้รับบริการในปี 2569 ไปยังผู้รับบริการแบบองค์กรภาครัฐและเอกชนด้วยการเพิ่มบริการตรวจสุขภาพและบริการฉีดวัคซีนนอกสถานที่โดย Mobile Checkup เพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละองค์กรและสถานประกอบการ
นอกจากนี้ เพื่อร่วมฉลองให้กับความสำเร็จในปีที่ 2 ก้าวสู่ปีที่ 3 ของ SIRIRAJ H SOLUTIONS ไอซีเอส ยังมอบโปรโมชั่นพิเศษสุดเอ็กคลูซีฟ “The 2nd Anniversary Healthy Verse 2Gether” ให้สมาชิก ONESIAM ที่ซื้อโปรแกรมตรวจสุขภาพหรือหัตถการความงาม และนวดไทยแบบราชสำนัก กับ SIRIRAJ H SOLUTIONS ครบ 5,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 1,000  บาท ได้ทันที จำนวน 100 สิทธิ์ตลอดรายการ รวมมูลค่า 100,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 – 31 กรกฎาคม 2568 ติดตามเงื่อนไขการรับรางวัลได้ที่เฟสบุ๊ก ICS 


SIRIRAJ H SOLUTIONS เปิดให้บริการแก่ผู้ที่รักสุขภาพทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. ณ ชั้น 5  ICS Lifestyle Complex สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-414-1144 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Website : https://sirirajhsolutions.com/  หรือ Facebook : SIRIRAJ H SOLUTIONS