เริ่มแล้ว !! เทศกาลอาหารสุดคัลเลอร์ฟูล เสิร์ฟความอร่อยหลากสไตล์ ‘Gourmet Foodie Fest 2025 : Taste of Pride’

เริ่มแล้ว !! เทศกาลอาหารสุดคัลเลอร์ฟูล เสิร์ฟความอร่อยหลากสไตล์ ‘Gourmet Foodie Fest 2025 : Taste of Pride’

เริ่มแล้ว !! เทศกาลอาหารสุดคัลเลอร์ฟูล เสิร์ฟความอร่อยหลากสไตล์ ‘Gourmet Foodie Fest 2025 : Taste of Pride’

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลอาหารสุดชิคที่พาเหล่าฟู้ดดี้อิ่มอร่อยไปพร้อมกับการเฉลิมฉลองความหลากหลายอย่างเต็มรสชาติในงาน“Gourmet Foodie Fest 2025 : Taste of Pride” จัดโดย นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉลอง Pride Month ด้วยความอร่อยหลากสไตล์กว่า 40 ร้านเด็ดในธีมคัลเลอร์ฟูล สีสันสดใส เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ครบทั้งอาหารคาวหวาน ขนม เบเกอรี่ เครื่องดื่ม และไอศกรีมพรีเมียม พร้อมสนุกกับกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดครีเอทีฟฟรีตลอดงาน ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2568 ณ Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นางสาวภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Gourmet & Cuisine เปิดเผยว่า งาน “Gourmet Foodie Fest 2025” ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม  “Taste of Pride”  ความหลากหลายของอาหาร โดยต้องการถ่ายทอดบรรยากาศของการเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month) ผ่านความสร้างสรรค์ของอาหารในทุกรูปแบบ ทั้งอาหารคาว หวาน ขนม เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ที่เปี่ยมด้วยรสชาติ สีสัน และแรงบันดาลใจ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความสุขจากการแบ่งปัน และการเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่

“เราอยากให้ทุกคนได้มาช้อป ชิม และอิ่มอร่อยไปกับเมนูจากร้านเด็ดที่เราคัดสรรมาพิเศษ พร้อมสัมผัสความหลากหลายของรสชาติที่สะท้อนตัวตนอย่างอิสระ และรู้สึกภูมิใจในความเป็นตัวเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่เปิดกว้าง เป็นมิตร และเต็มไปด้วยความสุข ซึ่งอาหารเปรียบเสมือนภาษาสากลที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหน ทุกคนสามารถมาร่วมกันได้ในงานนี้ เราตั้งใจให้ทุกจาน ทุกคำ และทุกมุมของงาน ถ่ายทอดพลังแห่งความหลากหลาย ความรัก และการยอมรับซึ่งกันและกัน”

ภายในงานพบกับร้านอาหารชื่อดังมากมาย ทั้งเมนูอาหารคาวหวาน เค้ก ขนม ไอศกรีม และเครื่องดื่มคัดสรรมาเป็นพิเศษ พร้อมเมนูสีสันสดใส รสชาติพรีเมียม และไอเดียที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาล Pride โดยเฉพาะ  อาทิ ร้านบ้านดาหลา บาย อังคณา โดยเชฟแอนนี่-อังคณา กับเมนู Thai Rainbow Garden Roll และเมนูขนมโค (สายรุ้ง) ในน้ำกะทิอบควันเทียนสุดเข้มข้น, ร้าน Prae’s Kitchen กับเค้กโฮมเมดพรีเมียมในกระป๋องใสขนาดพอดีคำ Mood Bites มี 4 รสชาติ แต่ละรสมาพร้อมเรื่องราวและคำคมสุดกินใจ เพื่อส่งต่อพลังงานดีๆ ในทุกโมเมนต์

ร้าน Mamafu มา-มา-ฟู มาในคอนเซ็ปต์ สีสันแห่งรสชาติในทุกคำ ด้วยชุดอินาริซูชิพรีเมียมในสไตล์ดั้งเดิม, ร้านไอศกรีมสโมสร ไอศกรีมโฮมเมดชื่อดังจากย่านบรรทัดทอง การันตีความอร่อยที่สายหวานห้ามพลาด, ร้านอยู่ดีมีสุข เมนูข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวเมล็ดสวยอวบอ้วนมูนกับน้ำกะทิใบเตยหอมฉ่ำมันวาว และมะม่วงสดใหม่ส่งตรงจากสวนอัมพวา, ร้าน Sooo Guichai  กุยช่ายตลาดพลูเจ้าดังในตำนาน

ร้าน IG CAFE ร้านเครื่องดื่มสุดชิคสีสันสดใส, ร้าน BROWN n’ ROLL เมนูบราวนี่โฮมเมดหลากหลายรสชาติ และซอฟต์คุกกี้เครื่องแน่น, ร้าน Yellow Spoon เมนูแนะนำ Lemon Meringue Tart ทาร์ตวนิลา กรุบกรอบ หอมครีมเลมอนแท้  พร้อมเมนูใหม่ Shio Pan ขนมปังญี่ปุ่นใช้แป้งพรีเมียม หมักพิเศษหอมเฉพาะตัว

นอกจากอาหารอร่อยแล้ว ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองทำด้วยตัวเอง พร้อมชมโชว์การทำอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเทคนิคดีๆ ที่สามารถนำกลับไปลองที่บ้านได้ ฟรี! ตลอด 4 วัน อาทิ Mini Donut White Choc Workshop Cookie Happy Pride  Workshop “Flower Candy Workshop Cooking Show “เมนูโรล” By บ้านดาหลา บาย อังคณา

ร่วมสนุกกับกิจกรรมTikTok ชาเลนจ์ เพียงถ่ายคลิปวิดีโอหรือภาพร้านอร่อยในงาน ตั้งค่าวิดีโอเป็นสาธารณะ พร้อมติด #GourmetFoodieFest 2025 ลงในช่อง TikTok ของท่าน นำวิดีโอหรือภาพที่โพสต์ลงเรียบร้อยมาแสดงกับทีมงาน (รับคูปอง 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ท่าน) เพื่อลุ้นรับบัตรรับประทานอาหาร มูลค่า 1,000 บาท (จำนวน 4 รางวัล) ประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ทาง TikTok : Gourmet & Cuisine

ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์

ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์

โค้งสุดท้าย ‘Cartier Women’s Initiative Awards’ เปิดประตูสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงไทยเพื่อสังคม ฉายแสงบนเวทีโลก

โค้งสุดท้าย ‘Cartier Women’s Initiative Awards’ เปิดประตูสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงไทยเพื่อสังคม ฉายแสงบนเวทีโลก

โค้งสุดท้าย ‘Cartier Women’s Initiative Awards’ เปิดประตูสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงไทยเพื่อสังคม ฉายแสงบนเวทีโลก

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กว่า 10 ปีแล้วที่ผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมของไทย ไม่ได้ฉายแสงบนเวทีระดับโลกที่สนับสนุนผู้นำธุรกิจหญิงที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่าง Cartier Women’s Initiative Awards

ย้อนกลับไปในปีพ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2014) ประเทศไทยมี fellow คนแรกของโครงการฯ สาลินี ถาวรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซันสว่าง ผู้ให้บริการพลังงานสะอาดในพื้นที่ห่างไกล ธุรกิจที่ทำให้คนในทุกพื้นที่มีโอกาสเข้าถึงปัจจัยที่สำคัญต่อการใช้และพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างไฟ ฟ้าที่มาจากพลังงานแสงอาทิตย์ หลังจากสาลินี ก็ไม่มีผู้ประกอบการเพื่อสังคมหญิงไทยคนไหนเข้าสู่โครงการอีกเลย แม้ว่าจำนวนผู้ประกอบการและธุรกิจเพื่อสังคมจะเติบโตขึ้น อย่างมีนัยยะสำคัญ ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงที่ประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมการทำธุรกิจเพื่อสังคมในระหว่างปี 2551 –2560 เป็นต้นมา และไม่ใช่ว่าธุรกิจเพื่อสังคมของผู้ประกอบการหญิงคนอื่นๆ ในไทยไม่น่าสนใจและไม่สำคัญ

ข้อมูลจากโครงการ Cartier Women’s Initiative เผยว่า ผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมส่วนใหญ่ลังเลการระบุธุรกิจของตัวเองว่าเป็นธุรกิจเพื่อสังคม เนื่องจากกังวลว่านักลงทุนจะไม่ต้องการสนับสนุน เนื่องจากอาจจะเป็นธุรกิจที่ไม่ทำกำไร

รามา เคย์ยาลี ผู้ก่อตั้งธุรกิจ Little Thinking Minds ธุรกิจเทคโนโลยีด้านการศึกษาจากจอร์แดน ที่สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้และฝึกการอ่านภาษาอารบิกแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยยกระดับการเรียนรู้ของเด็กในตะวันออกกลาง ผู้ได้รับรางวัล Impact Award ในปีนี้ แชร์ถึงความยากลำ บากในการเป็นผู้ประกอบการที่ทำให้เธอเกือบยอมแพ้ และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของระบบสนับสนุน

“ฉันคิดว่าเป็นเรื่องยากมากที่ถ้าเราถามผู้ประกอบการเพื่อสังคมคนไหนแล้ว จะไม่มีคนที่บอกว่าไม่เคยคิดอยากยอมแพ้ มันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็เกิดจากความยากลำบากที่ต้องเจอ อาจจะเป็นความไม่พร้อมของตลาด นักลงทุนไม่เข้าใจ นโยบายที่เปลี่ยนแปลง วิถีของฉันคือการต้องแน่วแน่และรักในการจะแก้ปัญหาที่เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ เราต้องอยากเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยธุรกิจนี้จริงๆ นอกจากนี้ การฟังเสียงจากคนรอบข้างอาจทำให้ไขว้เขวได้ ดังนั้นการรายล้อมตัวเองด้วยคนที่มีอุดมการณ์-แนวคิดคล้ายคลึงกันจะช่วยให้คุณยังคงมุ่งมั่นกับเป้าหมายได้ อย่างเช่นคนในคอมมูนิตี้ของ CWI จึงเป็นสิ่งสำคัญ ในวันที่เหนื่อยมากฉันอาจอยากหายตัวไปเพราะมีลูกยังเล็ก แต่การพูดคุยกับคนในคอมมูนิตี้ที่พบเจอปัญหาในแบบเดียวกัน เป็นคนที่จะยังคงบอกฉันให้ยังไปต่อ”

ด้วยการเติบโตด้านเศรษฐกิจและสังคม การมีอัตราผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้หญิงเป็นลำดับ 3 ของโลก ประเทศไทยกลายเป็นบ้านให้กับองค์กรที่ส่งเสริมและสนับสนุนผู้หญิงระดับโลกอย่าง UN WOMEN ทั้งยังเปิดกว้างและวิวัฒน์สู่การมีสมรสเท่าเทียมด้วยปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด ประเทศ ไทยดูมีศักยภาพความพร้อมของการมีธุรกิจเพื่อสังคมใหม่ๆ มากมาย หากแต่ขาดการถูกมองเห็น เมื่อแทบไม่มีตัวแทนไปยืนอยู่บนเวทีโลกที่จะสามารถดึงดูดโอกาสที่มากกว่าระดับประเทศมาให้คนไทยได้ ล่าสุดโครงการนานาชาติ Cartier Women’s Initiative ที่เป็น fellowship program ส่งเสริมและสนับสนุนผู้หญิงที่เป็นผู้นำธุรกิจเพื่อสังคมทั่วโลกมาอย่างยาวนาน กำลังจะก้าวสู่ทศวรรษที่ 2 โดยมีประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญ ในการเป็นเจ้าภาพของการจัดงานประกาศรางวัลประจำปี 2026

พรปรียา วิวัฒนชาต กรรมการผู้จัดการ คาร์เทียร์ ประเทศไทย กล่าวว่า คาร์เทียร์ เชื่อมั่นในศักยภาพของผู้หญิง เราเชื่อว่าเมื่อผู้หญิงก้าวไปข้างหน้า มนุษยชาติก็จะก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน มีผู้หญิงมากมายที่สร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านโซลูชันส์ทางธุรกิจ และเพื่อให้ผู้หญิงที่เป็นผู้นำและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างต่อเนื่องและขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น  ทั้งนี้ การส่งเสริมและสนับ สนุนอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ

“Cartier Women’s Initiative Awards เป็นโครงการประจำปีที่จะช่วยยกระดับให้ผู้ประกอบการไปได้ไกลกว่าระดับประเทศ ด้วยการติดเครื่องมือที่จะช่วยต่อยอด ไม่เพียงแต่เฉพาะเงินทุนเพื่อพัฒนา แต่ยังมีการสนับสนุนทรัพยากรทุนมนุษย์และทุนสังคมให้แก่ผู้ประกอบการ มอบองค์ความรู้ ผ่านการจัดอบรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟจากสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกอย่าง INSEAD, การโปรโมทประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ไปจนถึงการมีคอมมูนิตี้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ และผู้ประกอบการเพื่อสังคมทั่วโลก ซึ่งจะเป็นทั้งแรงบันดาลใจและกำลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรคและสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจอย่างยั่งยืน ไปพร้อมๆ กับการตอบแทนสังคม”

ศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดี ด้านวิชาการและการเชื่อมโยงกับสังคม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พาร์ทเนอร์ผู้จัดอบรมหลักสูตร CWI Entrepreneurial Program ในระดับประเทศ ซึ่งได้เดินทางไปร่วมในพิธีประกาศรางวัล CWI Impact Awards ในปีนี้ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “โครงการ Cartier Women’s Initiative ไม่ได้เป็นเวทีแห่งการแข่งขัน แต่คือพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เข้มข้นและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ผู้ประกอบการจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ๆ แนวคิด การวางกลยุทธ์ ไปจนถึงการเสริมสร้างทักษะในด้านต่างๆ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจร่วมกับผู้ประกอบการหญิงจากนานาประเทศ และจุดประกายพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง”

ทั้งนี้ โครงการ Cartier Women’s Initiative Awards ประจำปี 2026 (พ.ศ. 2569) กำลังเปิดรับสมัครผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมที่จัดตั้งบริ ษัทและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ไม่จำกัดเชื้อชาติและสัญชาติ โดยสามารถสมัครเข้าร่วมได้จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ผ่านทางเว็บ ไซต์อย่างเป็นทางการของโครงการ http://www.cartierwomensinitiative.com ผู้สมัครสามารถเลือกสมัครได้ใน 2 ประเภท ได้แก่ รางวัลประเภทภูมิภาค (ประเทศไทยอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียกลาง) และรางวัลเฉพาะทางในสาขาผู้บุกเบิกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ผู้ชนะเลิศในแต่ละสาขารางวัลจะได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่รองชนะเลิศอันดับสองและสามจะได้รับเงินทุนจำนวน 60,000 และ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตามลำดับ นอกจากนี้ ผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนในด้านต่างๆ จากโครงการ อาทิ การให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ การประชาสัมพันธ์ธุรกิจผ่านช่องทางสื่อต่างๆ โอกาสในการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ และสิทธิ์เข้าศึก ษาหลักสูตรที่ออกแบบโดย INSEAD สถาบันบริหารธุรกิจชั้นนำระดับโลก โอกาสอันทรงคุณค่านี้เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างยั่งยืนในระดับโลก โดยสามารถสมัครผ่านแพลตฟอร์ม Cartier Women’s Initiative Submission Manager ภายในระยะเวลาที่กำหนด

สาลินี ถาวรนันท์

สาลินี ถาวรนันท์

รามา เคย์ยาลี

รามา เคย์ยาลี

พรปรียา วิวัฒนชาต

พรปรียา วิวัฒนชาต

ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์

ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์

ตพส.ไทย จับมือ NIDA เปิดอบรมหลักสูตร W-LEAD ผู้นำสตรีต้นแบบรุ่นแรก

ตพส.ไทย จับมือ NIDA เปิดอบรมหลักสูตร W-LEAD ผู้นำสตรีต้นแบบรุ่นแรก

ตพส.ไทย จับมือ NIDA เปิดอบรมหลักสูตร W-LEAD ผู้นำสตรีต้นแบบรุ่นแรก

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย (ตพส.ไทย) ร่วมกับ ศูนย์นวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA Business School) เปิดตัวหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารระดับสูงผู้นำสตรีต้นแบบสู่เวทีสากล หรือ  “W-LEAD: Women’s Leadership Executive and Advanced Management Program” รุ่นที่ 1 สำหรับนักบริหารรุ่นใหม่ระดับสูงในเครือข่ายภาครัฐและเอกชน

หลักสูตร W-LEAD  เป็นหลักสูตแรกแห่งการพัฒนาศักยภาพผู้นำสตรีไทยให้มีความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการระดับสูง เสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ ทรงคุณค่าด้วยจริยธรรมและธรรมาภิบาล พร้อมสร้างเครือข่ายผู้นำสตรีที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมไทยสู่ความยั่งยืน โดยคำนึงถึงความหลากหลาย (Diversity) ความเท่าเทียมกัน (Equity) และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Inclusion) สู่เป้าหมายสูงสุดแห่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยและโลก (Global Citizen) อย่างยั่งยืน

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย  (ตพส.ไทย) กล่าวว่า หลักสูตรการพัฒนาภาวะผู้นำสตรีดังกล่าว เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งสมาคมฯ ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากข้อตกลงในปฏิญญาปักกิ่ง ภายใต้การประชุม The Fourth World Conference on Women 1995 ซึ่งเป็นการประชุมระดับโลกเกี่ยวกับสตรีครั้งสำคัญ ที่ผานมา ตพส.ไทย มุ่งมั่นติดตามการพัฒนาสตรีไทยมาอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้เป็นการปักหมุดครั้งสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาสตรีไทยในก้าวต่อไป

“การเรียนรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ หรือการเรียนรู้ในเชิงวิชาการและเรียนรู้เชิงประสบการณ์มีความจำเป็นต่อการพัฒนาผู้นำเป็นอย่างมาก เพื่อให้เกิดภาวะผู้นำที่ทรงคุณค่า มีความรู้ทั้งในทางหลักการและการปฏิบัติ ได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดจนสังคมส่วนรวมทุกระดับ ซึ่งหลักสูตรนี้บูรณาการความรู้ในมิติต่างๆ ไว้อย่างครบครัน”

จุดเด่นของหลักสูตร เน้นการเรียนรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ครอบคลุมเนื้อหาด้านภาวะผู้นำ การบริหารองค์กร การพัฒนาศักยภาพส่วนบุคคล การพัฒนาบุคลิกภาพ และการสร้างเครือข่ายมืออาชีพ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วมและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ รศ.ดร. จุรี วิจิตรวาการ นายกสภา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), รศ.นวรีวรรณ จินตกานนท์ อุปนายกสมาคมฯ, อดีตรองอธิการบดีฝ่ายวางแผน NIDA  และอดีตสมาชิกวุฒิภา, ดร. มัทนา สานติวัตร อุปนายกสมาคมฯ และ อดีตอฺการบดีมหาวทิยาลัยกรุงเทพ, ดร. ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร เลขาธิการสมาคมฯ และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม, ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล กรรมการสมาคมฯ, อดีตปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และอดีตสมาชิกวุฒิสภา,  ดร. สร้อยเพชร เรศานนท์ กรรมการสมาคมฯ และวายากรพิเศษด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์และการตลาดระหว่างประเทศ, พลตรีหญิง ดร.อังคณา สุเมธสิทธิกุล เลขาธิการหลักสูตรร่วม และอดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยการพยาบาลกองทัพบก เป็นต้น

คุณสมบัติของผู้สมัคร จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี เป็นผู้บริหารภาครัฐ ประเภทบริหารระดับต้นขึ้นไป หรือประเภทอำนวยการระดับสูงและประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป สำหรับภาคเอกชน หากมีอายุน้อยกว่า 35 ปี ต้องมีประสบการณ์ทำงานในระดับบริหารไม่น้อยกว่า 3 ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

การอบรมครอบคลุมระยะเวลาระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม – 4 พฤศจิกายน 2568 ของทุกวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ. NIDA Business School  รายละเอียดหลักสูตรและสมัครได้ตามลิ้งก์ https://mba.nida.ac.th/th/cbi/project/detail/20250519033729 หรือสอบ ถามได้ที่โทร.02-7273983-5 และ 092-997-5008

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

บางกอกแอร์เวย์ส คว้าแชมป์ 9 สมัย สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลกและเอเชีย

บางกอกแอร์เวย์ส คว้าแชมป์ 9 สมัย สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลกและเอเชีย

บางกอกแอร์เวย์ส คว้าแชมป์ 9 สมัย สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลกและเอเชีย

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกครั้ง บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส คว้ารางวัลสองรางวัลอันทรงเกียรติยศระดับโลก สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก (World’s Best Regional Airline) และ สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในเอเชีย (Best Regional Airline in Asia) จากการประกาศผล Skytrax World Airline Awards ประจำปี 2025 ซึ่งนับเป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ งาน ปารีส แอร์โชว์ ท่าอากาศยานปารีส-เลอ บูร์เฌต์ ประเทศฝรั่งเศส

รางวัลนี้เปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ของอุตสาหกรรมการบิน ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก จากการสำรวจ ความพึงพอใจผู้โดยสารที่มีต่อแต่ละสายการบิน ที่ได้ใช้บริการ ปี 2568 ในการประเมินจากทั่วโลกกว่า  325 สายการบิน

การได้รับรางวัล Skytrax World Airline Awards สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบางกอกแอร์เวย์สในการส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ ผ่านการบริการในแบบฉบับบูทีคแอร์ไลน์อันเป็นเอกลักษณ์ บริการห้องรับรองผู้โดยสารทุกระดับชั้นโดยสาร เมนูอาหารบนเครื่องและในเลานจ์ที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน รวมถึงเส้นทางบินที่เชื่อมโยงเมืองวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภูมิภาค

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า “รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจและความทุ่มเทของผู้บริหารและพนักงานทุกคน ผมขอขอบคุณผู้โดยสารทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ เลือกใช้บริการของเราอย่างต่อเนื่อง และโหวตให้เราเป็นสายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก (World’s Best Regional Airline) และ สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในเอเชีย (Best Regional Airline in Asia) ประจำปีนี้ เราจะยังคงรักษาคำมั่นสัญญาในการพัฒนาความเป็นเลิศด้านบริการ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป”

เมื่อเสียงกระซิบของพงไพร ถ่ายทอดเป็นจิตวิญญาณแห่งศิลปะ เบิกบานบุรี และ นายดีช่างหม้อ เปิดตัวโครงการ ‘KICA – Nature Speaks ’

เมื่อเสียงกระซิบของพงไพร ถ่ายทอดเป็นจิตวิญญาณแห่งศิลปะ เบิกบานบุรี และ นายดีช่างหม้อ เปิดตัวโครงการ ‘KICA - Nature Speaks ’

เมื่อเสียงกระซิบของพงไพร ถ่ายทอดเป็นจิตวิญญาณแห่งศิลปะ เบิกบานบุรี และ นายดีช่างหม้อ เปิดตัวโครงการ ‘KICA – Nature Speaks ’

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

KICA (Khao Yai International Contemporary Arts) เครือข่ายศิลปินนานาชาติ ภายใต้ความร่วมมือของ ‘เบิกบานบุรี เขาใหญ่’ และ ‘นายดี ช่างหม้อ’ ศิลปินเซรามิกไทย เพื่อร่วมพัฒนางานศิลปะร่วมสมัยให้กับศิลปินไทย เยาวชนไทย และผู้ที่สนใจงานศิลปะ เชิญชวนศิลปินจากทั่วโลกมาพำนักและทำงานศิลปะภายใต้แนวคิด “Nature Speaks” ในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ ณ เบิกบานบุรี เขาใหญ่ ก่อนจะนำผลงานมาจัดแสดงนิทรรศการ KICA – Nature Speaks ที่ TAY Songwat คาเฟ่บนถนน ทรงวาด ย่านพหุวัฒนธรรมที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น “40 ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลกในปี 2023” จากนิตยสารไลฟ์สไตล์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Time Out KICA – Nature Speaks : เมื่อศิลปินไม่ใช่แค่ผู้สร้างสรรค์ แต่คือ “สื่อกลาง” ของธรรมชาติ

KICA หรือ Khao Yai International Contemporary Arts จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศิลปะร่วมสมัยของไทย พร้อมสนับสนุนให้เยาวชนไทยก้าวสู่ความเป็น “Active Global Citizen” หรือ “พลเมืองโลกเข้มแข็ง”  ที่ตระหนักถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม พร้อมปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์และความเคารพที่มีต่อธรรมชาติ ผ่านการสร้างเครือข่ายกับศิลปินนานาชาติ สถาบันการศึกษา และพันธมิตรต่างๆ เพื่อเป็นต้นแบบในการทำงานแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ พร้อมสนับสนุนโรงเรียนและสถาบันการศึกษาให้เข้าถึงการเรียนรู้ศิลปะร่วมสมัย และมีประ สบการณ์การทำงานร่วมกับศิลปินนานาชาติในประเทศไทย

การทำงานศิลปะภายใต้แนวคิด Nature Speaks เริ่มต้นจาก นายธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล ผู้ก่อตั้งเบิกบานบุรี เขาใหญ่ และ นายดี ช่างหม้อ ศิล ปินเซรามิกชาวไทย ผู้ริเริ่มโครงการ KICA ขึ้นมา ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการ KICA -Nature Speaks โดยปรารถนาให้ผู้คนตระหนักถึงความสำ คัญของธรรมชาติที่มีต่อทุกชีวิตบนโลกใบนี้ ผ่านการสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความรัก ความเคารพ การปกป้องรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศซึ่งเป็นรากฐานของสันติภาพโลก

กิจกรรมพิเศษในครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “KICA – Nature Speaks” เชิญชวนศิลปินต่างชาติ 13 คน จาก 10 ประเทศทั่วโลกเข้ามาพำนักในเมืองไทย เพื่อทำเวิร์คช็อปและใช้เวลาร่วมกับศิลปินไทย เยาวชนไทย และผู้ที่สนใจในงานเซรามิก 3 สัปดาห์ ณ เบิกบานบุรี เขาใหญ่ ที่ที่พวกเขาจะได้หลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่และกลับสู่การเชื่อมต่อกับธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง โดยใช้ความงดงามและความอุดมสมบูรณ์ของเขาใหญ่ เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ที่สะท้อนมุมมองอันหลากหลายต่อธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการดำรงอยู่ร่วมกัน

ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล ศิลปิน ผู้ร่วมก่อตั้งเบิกบานบุรี เขาใหญ่ อดีต Worldwide Chairman บริษัทโฆษณา กล่าวว่า “เราเชื่อว่าธรรมชาติ คือภาษาสากลที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทุกวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน โครงการ KICA เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางในการสนท นาระหว่าง ‘มนุษย์’ กับ ‘ธรรมชาติ’ และระหว่างศิลปินต่างวัฒนธรรม การได้เห็นศิลปินนานาชาติ ศิลปินไทย และน้องๆ เยาวชน มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันในพื้นที่ที่เปี่ยมด้วยพลังอย่างพื้นที่เขาใหญ่ ทำให้เราตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ที่จะถือกำเนิดขึ้น”

หลังสิ้นสุดระยะเวลาพำนักและสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะทุกชิ้นจาก KICA – Nature Speaks  จะนำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการที่ TAY Songwat ย่านเก่าแก่ที่มีชีวิตชีวาในกรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอเรื่องราวการเดินทางแห่งความคิดสร้างสรรค์ จากความสงบของผืนป่าสู่บริบทของเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลัง เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสกับผลลัพธ์ของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

Bangkok’s Canvas: เสน่ห์เมืองเก่า เรื่องเล่าผ่านงานศิลป์

นอกจากนี้ KICA – Nature Speaks  เตรียมต้อนรับศิลปินต่างชาติที่มาพำนักในเมืองไทย ผ่านกิจกรรม One Day Trip ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เริ่มต้นที่คาเฟ่  TAY Songwat ย่านทรงวาด นำชมนิทรรศการ “Re > Birth: Solo Exhibition โดย ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล นิทรรศการที่ไม่เพียงนำเสนอผลงานประติมากรรมที่ผู้ชมได้มีส่วนร่วมประสบการณ์กับธรรมชาติผ่านงานศิลปะ หากแต่เป็นพื้นที่ที่ชวนทุกคนมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “คุณเคยเข้าไปสัมผัสพลังของภูเขาไหม” และ “คุณเห็นความรักและความหวังในนั้นไหม”

Re > Birth เป็นผลงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากความรัก ความหวัง และความเชื่อที่มีต่อผืนป่าที่แฝงไว้ซึ่งปรัชญาและสัจธรรมจากความจริงของธรรมชาติ ศิลปินบอกเล่าเรื่องราวของผืนป่าแก่ผู้คนในสังคมเมือง

หลังชมนิทรรศการและรับฟังแนวคิดในการจัดตั้งโครงการฯ KICA – Nature Speaks  จะเป็นทริปศิลปะและวัฒนธรรมถ่ายทอดเรื่องราวประวัติ ศาสตร์ โดย ฤต นากชื่น นักประวัติศาสตร์ศิลปะที่ชวนศิลปินต่างชาติออกเดินเท้าสำรวจวิถีชีวิตของย่านพหุวัฒนธรรมบนถนนทรงวาด ล่องเรือชมความสวยงามของวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เพื่อชมศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมของวัดโพธิ์และบริเวณโดยรอบ และปิดท้ายค่ำคืนด้วยการลิ้มลองสตรีทฟูดย่านเยาวราชที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ Re > Birth: Solo Exhibition ของ ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 กรกฎาคม 2568 และชมนิ ทรรศการพิเศษ Nature Speaks ของศิลปินและผู้เข้าร่วมโครงการ KICA ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2568 บนชั้น 2 และ 3 ของ TAY Songwat (เท ทรงวาด) เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.30 – 17.30 น.  

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: http://www.burgbarnburi.com/  FB: https://www.facebook.com/burgbarnburi/?locale=th_TH  โทร: 095-426-2035 พิกัดร้าน TAY Songwat: https://maps.app.goo.gl/JuergLukUkrgiKLU6

ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล

ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2568

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ดร.โชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา เป็นประธานเปิดงาน “30 ปี สมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลา”..

ll พงศธร กาญจนะจิตรา รอง ผวจ.ปทุมธานี  เป็นประธานเปิดกิจกรรมบัณฑิตแรงงานสามัคคี อาสาพัฒนาชุมชน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านแรงงานของบัณฑิตแรงงานในพื้นที่ จ.ปทุมธานี..

ll ยินดีกับ กาจผจญ อุดมธรรมภักดี ที่ได้เป็น ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย..

ll Mr. Peter Borjesson ให้การต้อนรับ ธีรนันท์ ศรีหงส์ พร้อมคณะหลักสูตร Digital CEO# Avantgarde studies มาดูงานเทคโนโลยี 5 G ของ Ericsson สำนักงานใหญ่ ณ กรุงสต็อกโฮล์ม สวีเดน งานนี้ ชยันต์ ศิริมาศ, ทวี ปิยะพัฒนา, นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร, ณรงค์ แผ้วพลสง, ผศ.นพ.บุญชัย หวังศุภดิลก, สันทวัฒน์ สินาเจริญ, ดร.วิโรจน์ ศิริรัตนรักษ์, ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส, ประภาพรรณ พิชัยคำ, ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ, ทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี, บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุล, ดร.นิพนธ์ นาชิน, ปกรณ์ เจียมสกุลทิพย์, ประวิทย์ ธงชัยระวีวัฒน์, ปรารถนา กวินวุฒิกุล, ยุุวพล วัตถุ, ยุพธัช ยิบอินซอย, สินชัย ลือสุขประเสริฐ, วิศิษฏ์ เตชาวัฒนากูล, วัชระ เอมวัฒน์, อธิตานันท์ อภิธนทวีพัฒน์, อรอุมา มั่นศิลป์, ณภัทร รัตนกุล ไม่พลาด..

ll สุเมธ สุรบถโสภณ นายกสมาคมศิษย์เก่า รร.กรุงเทพคริสเตียน พร้อมคณะกรรมการ อาทิ พล.ร.ท.นพ.ณัฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา, เฉลิมพล โชตินุชิต, วรวุฒิ กาญจนกูล, น.สพ.วิศรา โชคดีทวีอนันต์, น.สพ.กำชัย วัฒนธรรม ได้เยี่ยมและร่วมหารือกับ อ.วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและผู้จัดการ รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, ดร.ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์, ดร.วิชัย สีสุด..

ll สร้างรัฐ หัตถวงษ์ อุปนายกสมาคมระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ(iCA) เปิดงานสัมมนา FACTECH 2025 iCA Forum..

ll ภก.วิโรจน์ สุนทรวิวัฒน์ ชวนเพื่อนๆ ชาว เภสัช มช.รุ่น 18 ไปเที่ยวฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรีตะลุยกินทุเรียน งานนี้ ภญ.วนิดา เตชะวิจิตรไพศาล, ภก.สมศักดิ์ สรรพวีรวงศ์, ภญ.กรรณิการ์ เอกศักดิ์, ภก.ศิริชัย คงพิเชษฐ์กุล, ภก.นฤมิตร ภูษา, ภญ.อัจฉราวรรณ ประสารธนากร, ภญ.ชุดาพร โอภาสพสุ, ภญ.สมจิตร ทองสุขดี, ภก.สมชาย ฟื้นฟูไพศาล ไม่ยอมพลาด..

ll ขอเชิญร่วมทอดผ้าป่ามหากุศลสมทบทุนพัฒนา รพ.และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ 28-29 มิ.ย. โดยมี พระราชวชิรธรรมาจารย์ วิ. (สุธรรม สุธัมโม) เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี เป็นประธานกรรมการฝ่ายสงฆ์ และ ประธานกรรมการฝ่ายฆราวาส คือ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ และ พล.ร.ต.หญิง ดร.ทพญ.จีระวัฒน์ กฤษณพันธ์ ว่องวิทย์ ร่วมบริจาคได้ที่ ธนาคารทหารไทยธนชาต บช. ผ้าป่ามหากุศล รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ออมทรัพย์ เลขที่ 632-7-49000-6 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า..

น้องใหม่

C.P.S. COFFEE จับมือ THE TRUFFLE BAKERY เสิร์ฟเมนูเบเกอรี่สุดไวรัล ส่งตรงจากโซลถึงกรุงเทพฯ

C.P.S. COFFEE จับมือ THE TRUFFLE BAKERY เสิร์ฟเมนูเบเกอรี่สุดไวรัล ส่งตรงจากโซลถึงกรุงเทพฯ

C.P.S. COFFEE จับมือ THE TRUFFLE BAKERY เสิร์ฟเมนูเบเกอรี่สุดไวรัล ส่งตรงจากโซลถึงกรุงเทพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.28 น.

สัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งรสชาติที่สายคาเฟ่ห้ามพลาด! กับคอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษระหว่าง C.P.S. COFFEE คาเฟ่ไลฟ์สไตล์ Specialty Coffee & Lifestyle Bar และ THE TRUFFLE BAKERY ที่ส่งตรงเมนูเบเกอรี่สุดไวรัลจากกรุงโซลมาให้ลิ้มลองถึงกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก รวมทั้งหมด 6 เมนูเบเกอรี่ ที่คัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียม ได้แก่ Truffle Salt Bread, Tissue Bread และ London Bun หลากหลายรสชาติ จับคู่ลงตัวกับ 2 เมนูเครื่องดื่มใหม่จาก C.P.S. COFFEE ที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะแคมเปญนี้ ได้แก่ Truffle Creamy Latte และ Truffle Caramel Milk Cloud เพื่อเติมเต็มประสบการณ์รสชาติในคอนเซ็ปต์ “Crafted in Seoul, Brewed in Bangkok” อย่างลงตัว

‘THE TRUFFLE BAKERY’ แบรนด์เบเกอรี่ชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ก่อตั้งสาขาแรกที่ฮันนัม ในปี 2024 โดยแบรนด์มีเป้าหมายในการนำเสนอเมนูเบเกอรี่ที่ใช้ทรัฟเฟิลสดคุณภาพสูง ซึ่งนิยมเสิร์ฟในร้านอาหารระดับไฟน์ไดน์นิ่งในเกาหลีเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีเมนูที่โดดเด่นเป็นกระแสนิยม คือ Tissue Bread ขนมปังทรงลูกบาศก์ขนาดเล็ก ที่สามารถฉีกออกเป็นชั้นบางๆ มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบและหอมเนยอย่างเข้มข้น ซึ่งเมื่อได้เปิดตัว Tissue Bread ไปแล้ว ขนมปังชนิดนี้ก็กลายเป็นไวรัล และได้รับความนิยมอย่างมากจนต้องจำกัดการซื้อเพียงคนละหนึ่งชิ้นเท่า นั้น

โดยภายในงานเปิดตัวคอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษนี้ ได้รับเกียรติจาก มัลลิกา จาวลา ผู้อำนวยการอาวุโสแบรนด์ C.P.S. COFFEE ยัสปาล กรุ๊ป มาร่วมพูดคุยถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจในการพัฒนาแบรนด์คอลลาบอเรชั่นในครั้งนี้ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานก็คือการต้อนรับ มร.จาง มินซู ผู้เชี่ยวชาญด้านขนมอบที่บินตรงมาจากเกาหลี เพื่อมารังสรรค์เมนูสุดฮิตอย่าง Salt Bread, Tissue Bread และ London Bun ให้ทุกคนได้ลิ้มรสชาติเหมือนได้ไปอยู่กรุงโซล บรรยากาศภายในงานคึกคักด้วยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มาร่วมสร้างสีสัน พร้อมสนุกไปกับกิจกรรมภายในงานอย่างเต็มที่

สัมผัสความนุ่มอร่อยสุดพรีเมี่ยมไปกับเมนูซิกเนเจอร์จาก THE TRUFFLE BAKERY โดยเริ่มจาก Truffle Salt Bread ขนมปังเกลือที่อัดแน่นด้วยเพสต์ทรัฟเฟิลอิตาเลี่ยนคุณภาพเยี่ยม ผสานความหอมของเนยฝรั่งเศสและเกลือมาล์ดอน (Maldon Salt) มอบสัมผัสเหนียวนุ่มและรสชาติทรัฟเฟิลเข้มข้นอย่างลงตัว และต่อด้วย Plain Salt Bread ขนมปังเกลือที่ห่อด้วยเนยฝรั่งเศสคุณภาพเยี่ยม มาพร้อมรสเค็มกลมกล่อมจากเกลือมาล์ดอน  และเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มแต่ฟู  และพลาดไม่ได้! กับเมนูสุดไวรัล Tissue Bread ขนมปังเลเยอร์เนื้อแป้งสี่เหลี่ยมที่ทำจากเนยฝรั่งเศสคุณภาพสูง โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสที่สามารถลอกเป็นชั้นบางๆ คล้ายกระดาษทิชชู่ ที่ช่วยเพิ่มกิมมิคความสนุกสนานกับการรับประทานทีละชั้น และเบเกอรี่เมนูตัวสุดท้าย London Bun 3 รสชาติ ได้แก่  Raspberry London Bun ขนมปังสไตล์ลอนดอนที่สอดไส้ด้วยครีมโยเกิร์ตราสป์เบอร์รี่ แยมราสป์เบอร์รี่ และครัมเบิล หอมมันจากเนื้อขนมปังเข้ากันได้ดีกับรสเปรี้ยวหวานของราสป์เบอร์รี่  Salted Caramel London Bun ขนมปังสไตล์ลอนดอนที่อัดแน่นด้วยซอสคาราเมล ครีมชีสมาสคาโปน ครัมเบิล และเกลือมาล์ดอน ความหอมมันของขนมปังผสานกับรสขมหวานของคาราเมล และเกลือที่ช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และ Truffle London Bun ขนมปังสไตล์ลอนดอนสอดไส้ด้วย มาสคาร์โปนชีส อัดแน่นด้วยทรัฟเฟิล ทำให้มีความหอมอบอวลเต็มปาก ตัดด้วยรสช็อคโกแลตทำให้รสชาติของขนมปังมีความบาลานซ์มากขึ้น

เพิ่มเติมความพิเศษเมื่อรับประทานคู่กับเครื่องดื่มสูตรที่คิดค้นขึ้นใหม่ 2 เมนูจาก C.P.S. COFFEE โดยเมนูแรกคือ  Truffle Creamy Latte กับส่วนผสมที่กลมกล่อมไปกับ นม กาแฟ และทรัฟเฟิลโฟม ซึ่งกาแฟที่สามารถเลือกระดับความเข้มได้ 3 ระดับ ได้แก่ Light รับประทานง่ายหอมกลิ่นทรัฟเฟิล, Medium ครบรสกลมกล่อม และ Black ที่ทรัฟเฟิลโฟมช่วยชูโรงให้มีความ Smoky มากขึ้น และสุดท้ายไปกับเมนูเครื่องดื่ม Non-Coffee กับ Truffle Caramel Milk Cloud ที่มากับนมคาราเมลและทรัฟเฟิลโฟม นมคาราเมลกลิ่นหอมของทรัฟเฟิล และความหวานของคาราเมลที่เข้ากันอย่างดี พร้อมท้อปปิ้งด้วยโฟมทรัฟเฟิล ทำให้เครื่องดื่มตัวนี้มีความครีมมี่และหอมกลิ่นอ่อนๆ ของทรัฟเฟิล

พลาดไม่ได้! กับ C.P.S.COFFEE x THE TRUFFLE BAKERY Paring Set ที่สามารถเลือกจับคู่เครื่องดื่ม Truffle Creamy Latte หรือ Truffle Caramel Milk Cloud กับเบเกอรี่ Truffle Salt Bread, Plain Salt Bread หรือ Tissue Bread จะได้รับ Packaging พร้อมสติ๊กเกอร์ดีไซน์น่ารักสุดเก๋ และ 100 คนแรกที่ซื้อ Paring Set จะได้รับรองเท้าขนมปัง C.P.S.COFFEE x THE TRUFFLE BAKERY อีกด้วย

ลิ้มลองความเอ็กซ์คลูซีฟของคอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษระหว่าง C.P.S. COFFEE และ THE TRUFFLE BAKERY ทั้งเมนูเบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ที่จะส่งตรงความอร่อยจากโซลมาถึงกรุงเทพได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ C.P.S. COFFEE แฟล็กชิปสโตร์ สุขุมวิท 53 เท่านั้น

มัลลิกา จาวลา และ มร.จาง มินซู

มัลลิกา จาวลา และ มร.จาง มินซู

NIA ชวนร่วมงาน ‘SITE 2025’ วางรากฐานระบบนิเวศที่ ‘เชื่อมไทยกับโลก’

NIA ชวนร่วมงาน 'SITE 2025' วางรากฐานระบบนิเวศที่ 'เชื่อมไทยกับโลก'

NIA ชวนร่วมงาน ‘SITE 2025’ วางรากฐานระบบนิเวศที่ ‘เชื่อมไทยกับโลก’

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.21 น.

ชวนทุกคนที่มีหัวใจนวัตกรรมร่วมงาน SITE 2025 วันที่ 4 – 6 ก.ค.2568 ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เผย NIA กำลังวางรากฐานระบบนิเวศที่ “เชื่อมไทยกับโลก” ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในยุโรปและเอเชียขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเร่งผลักดันสตาร์ตอัพไทยสู่เวทีโลกผ่านเครือข่ายสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ 98 แห่งทั่วโลก ด้านนายกสมาคมการค้าสตาร์ตอัพไทย (TSA) ชี้วันนี้สตาร์ตอัพไทยต้องกล้าฝันใหญ่

19 มิถุนายน 2568 นายปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวในการเสวนาพิเศษหัวข้อ “Accelerating Innovation Through Global Partnerships” ในงานแถลงข่าวการจัดงาน “Startup x Innovation Thailand Expo 2025 (SITE 2025)” เวทีที่รวมพลังนวัตกรรมและสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.ค.2568 ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน  ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Partnership – AI & Sustainability: The Next Era of Innovation” ว่า นวัตกรรมยุคนี้ไม่มีเส้นแบ่งประเทศอีกต่อไป สิ่งที่ NIA กำลังทำ ไม่ใช่แค่ส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีโอกาส แต่คือการวางรากฐานของระบบนิเวศที่ “เชื่อมไทยกับโลก” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในยุโรปและเอเชีย เราไม่ได้มองแค่นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่กำลังสร้างโครงสร้างที่เอื้อต่อการเติบโตระยะยาว เพื่อให้สตาร์ตอัพไทยเติบโตได้ไกลขึ้น อย่างยั่งยืนกว่าเดิม

“ผมอยากชวนทุกคนที่มีหัวใจนวัตกรรมมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงระดับโลกพร้อมพบกับผู้คิด ผู้สร้างและผู้ลงทุนในระบบนวัตกรรมโลกได้ที่งาน  SITE 2025  ระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.ค.2568 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน” นายปริวรรต กล่าว

ด้าน นางสาลินี ผลประไพ  รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย กระทรวงการต่างประเทศจึงเร่งผลักดันสตาร์ตอัพไทยสู่เวทีโลก ผ่านเครือข่ายสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ 98 แห่งทั่วโลก รวมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เช่น NIA  BOI  EEC  DEPA และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน การเจรจาการค้า การเปิดตลาดและการจับคู่ธุรกิจ พร้อมกันนี้ ยังมีนโยบายวีซ่าเพื่อดึงดูดผู้มีศักยภาพจากต่างประเทศเข้ามาเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมในไทยอย่างเป็นระบบ
ขณะที่นายธนพงษ์ ณ ระนอง นายกสมาคมไทยผู้ประกอบการธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) กล่าวว่า Global Partnership หรือพันธมิตรระดับโลก คือหัวใจของการลงทุนยุคใหม่ เพราะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างการ Exit ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม AI และเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก นักลงทุนสมัยนี้มองหาสตาร์ตอัพที่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายโลกได้จริง

นายธนวิชญ์ ต้นกันยา นายกสมาคมการค้าสตาร์ตอัพไทย (TSA) กล่าวถึงความพร้อมของสตาร์ตอัพไทยว่า วันนี้สตาร์ตอัพไทยต้องกล้าฝันใหญ่ เปิดรับมุมมองใหม่จากนานาชาติ และพัฒนาทักษะ Pitching ที่ตอบโจทย์นักลงทุน ซึ่ง SITE 2025 ถือเป็นสนามจริงในการทดลอง เชื่อมต่อ และต่อยอดเครือข่ายระดับสากล

งาน  SITE 2025 จัดระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.ค.2568 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนได้ที่: https://site.nia.or.th ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: NIA Thailand 

-(016)

30 ปีแห่งพลังใจ ‘ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ’ สร้างสรรค์แคมเปญ ‘The Power of Self-Love’ ดึงพลังความรักตัวเองให้เป็นเกราะป้องกันมะเร็งเต้านม

30 ปีแห่งพลังใจ ‘ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ’ สร้างสรรค์แคมเปญ ‘The Power of Self-Love’ ดึงพลังความรักตัวเองให้เป็นเกราะป้องกันมะเร็งเต้านม

30 ปีแห่งพลังใจ ‘ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ’ สร้างสรรค์แคมเปญ ‘The Power of Self-Love’ ดึงพลังความรักตัวเองให้เป็นเกราะป้องกันมะเร็งเต้านม

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.33 น.

ในยุคที่ผู้หญิงต้องแบกรับบทบาทหลากหลาย ทั้งในฐานะนักบริหารและผู้ดูแลครอบครัว การใส่ใจสุขภาพของตนเองกลับกลายเป็นสิ่งที่มักถูกมองข้าม มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ดำเนินภารกิจเคียงข้างสตรีไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอด 30 ปี ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มุ่งหวังให้พ้นภัยจากมะเร็งเต้านม จึงได้ริเริ่มแคมเปญ “The Power of Self-Love” เพื่อส่งต่อพลังแห่งการรักตัวเอง และกระตุ้นให้หันมาใส่ใจสุขภาพอย่างรอบด้าน ซึ่งแคมเปญดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิถันยรักษ์ฯ โดย บุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิถันยรักษ์ฯ และ ครูปาน – สมนึก คลังนอก ศิลปินไทยแนวโมเดิร์นพอร์เทรต ผู้มีผลงานอันเป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ที่จะผสานศาสตร์แห่งศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และการดูแลสุขภาพสตรีในมิติใหม่ที่ลึกซึ้งและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากการคอลแลบเพื่อส่งต่อพลังแห่งการรักตัวเองอย่างแท้ จริง จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ โปรดติดตามได้ ผ่าน http://www.thanyarak.or.th  และ Facebook : Thanyarak Breast Center

แนวคิดหลักของแคมเปญฯ มุ่งเน้นการเปลี่ยนมุมมองจาก “การรักษาเมื่อเจ็บป่วย” มาเป็น “การป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ” โดยเฉพาะในกรณีของมะ เร็งเต้านม ซึ่งยังคงเป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย หากได้รับการตรวจพบระยะแรกเริ่ม และได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม จะมีอัต ราการรอดชีวิตที่สูงขึ้นมากว่าการตรวจพบในระยะแพร่กระจาย สะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ “The Power of Self-Love” ไม่ได้จำกัดเพียงการรณรงค์ตรวจสุขภาพเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้าง “ไลฟ์สไตล์แห่งการรักตัวเอง” ผ่านแนวทางที่ปฏิบัติได้จริง อาทิ

การตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ 7-10 วัน หลังหมดประจำเดือน

การตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่ออนาคต

การสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน การดูแลครอบครัว และการดูแลสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง

ความพิเศษในครั้งนี้ ครูปาน – สมนึก คลังนอก จะได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานศิลปะ ถือเป็นการเติมมิติใหม่ด้วยพลังของศิลปะที่จะสามา รถเข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึก และจิตสำนึกของผู้หญิงได้ลึกซึ้งกว่าการสื่อสารเชิงวิชาการเพียงอย่างเดียว ต่อยอดการดำเนินการของมูลนิธิถันยรักษ์ฯ ที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเต้านมตนเองไปสู่ผู้หญิงไทยมากกว่า 5.3 ล้านรายตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ในวาระพิ เศษนี้ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ จึงขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “The Power of Self-Love” ซึ่งเป็นมากกว่าการรณรงค์ด้านสุขภาพ หากแต่คือการปลุกพลังจากภายใน เพื่อเชิญชวนให้ผู้หญิงไทยหันมาใส่ใจสุขภาพ และรักตัวเองอย่างแท้จริง เพราะการป้องกันที่ดีที่สุด คือการค้นพบให้เร็วที่สุด การรักตัวเองอย่างลึกซึ้งนั้น เริ่มต้นจากการป้องกันและดูแลสุขภาพกายและใจอย่างสม่ำเสมอ เมื่อคุณมีสุขภาพที่แข็งแรง ก็จะส่งผลให้มีพลังในการดูแลคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนใกล้ชิด หรือสังคมรอบตัว ได้อย่างไม่สิ้นสุด สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพื่อการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมกับศูนย์ถันยรักษ์ ที่ รพ.ศิริราช โทร. 0-2411-5657-9 หรือศูนย์ถันยรักษ์ โครงการ SiRIRAJ H SOLUTIONS โทร. 0-2414-0833

สุขภาพ แฟชั่น และศิลปะ กำลังจะโคจรมาบรรจบกันอย่างมีสไตล์… อีกไม่นานเกินรอ กับคอลแลบสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์แฟชั่นระดับโลก!

SACIT ปั้นดาวดวงใหม่ในวงการงานคราฟต์ เปิดโฉม New Young Craft 2025 ร่วมอวดโฉมงานคราฟต์สุดยูนีคครั้งแรก!! อย่างเป็นทางการในงาน “Crafts Bangkok 2025” เริ่ม 18 – 22 มิ.ย. 68

SACIT ปั้นดาวดวงใหม่ในวงการงานคราฟต์ เปิดโฉม New Young Craft 2025 ร่วมอวดโฉมงานคราฟต์สุดยูนีคครั้งแรก!! อย่างเป็นทางการในงาน

SACIT ปั้นดาวดวงใหม่ในวงการงานคราฟต์ เปิดโฉม New Young Craft 2025 ร่วมอวดโฉมงานคราฟต์สุดยูนีคครั้งแรก!! อย่างเป็นทางการในงาน “Crafts Bangkok 2025” เริ่ม 18 – 22 มิ.ย. 68

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.58 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เดินหน้าภารกิจเฟ้นหาดาวดวงใหม่แห่งวงการงานศิลปหัตถกรรม มุ่งสืบสานงานศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน นำทัพผู้สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์เจนใหม่  New Young Craft 2025  อวดโฉมผลงานมรดกแห่งภูมิปัญญาที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ ส่งต่อเป็นแบรนด์งานคราฟต์ร่วมสมัย พร้อมสนับสนุน ปั้นดาวดวงใหม่เสิร์ฟคุณค่าความงดงามในงานศิลปหัตถกรรมให้เป็นที่รู้จัก ควบคู่สนับสนุนช่องทางการตลาดเพื่อร่วมผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากงานหัตถกรรมไทย เปิดตัวอย่างเป็นทางการให้ได้ชื่นชมพร้อมกันในงาน “Crafts Bangkok 2025” ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาชื่นชมได้ในงาน “Crafts Bangkok 2025”  ระหว่างวันที่ 18 – 22 มิถุนายน 2568 ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. เข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก SACIT Official  https://www.facebook.com/sacitofficial

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่าSACIT มุ่งเน้นบทบาทการเป็น “นักปั้น” ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของช่างศิลปหัตถกรรมไทยผ่านการสนับสนุนสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์งานคราฟต์ไทยให้มีความร่วมสมัยยิ่งขึ้น ล่าสุด ได้มีการเฟ้นหาดาวดวงใหม่แห่งวงการงานหัตถศิลป์ให้เป็น “ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่ : New Young Craft 2025” ด้วยเล็งเห็นถึงพลังของคนเจนใหม่ที่จะเป็นส่วนช่วยสืบสาน ส่งต่อมรดกทางภูมิปัญญาในงานศิลปหัตถกรรมไทย ควบคู่การ รักษาคุณค่าภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่คู่สังคม ผ่านผลงานร่วมสมัย ที่มีการพัฒนาต่อยอดผสมผสานความคิดสร้างสรรค์สู่ความร่วมสมัย นำไปสู่การสร้างโอกาสทางการตลาดในเชิงพาณิชย์ โดยมีกรอบการพิจารณาหลัก ๆ อาทิ เป็นงานศิลปหัตถกรรมจากคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีอายุไม่เกิน 45 ปี ที่สร้างสรรค์หรือริเริ่มการทำงานหัตถกรรมด้วยตนเอง มีการปรับประยุกต์ หรือสร้างสรรค์ผลงานให้มีความร่วมสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งมรดกทางภูมิปัญญาในงานหัตถกรรมไทย โดยในปี 2568 ได้มีการปั้นดาวดวงใหม่สู่วงการงานคราฟต์ ภายใต้ New Young Craft 2025 จำนวน 10 ราย ที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้ได้ชื่นชมผลงาน และร่วมพูดคุยกับผู้สร้างสรรค์อย่างใกล้ชิดในงาน “Crafts Bangkok 2025” เวทีสำคัญที่จะเฉิดฉายให้เห็นแสงแห่งดาวดวงใหม่ของวงการ

“SACIT มาพร้อมกับบทบาทใหม่ในการเป็นนักปั้นที่ให้ความสำคัญต่อการเฟ้นหาผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรม ให้ส่องแสงสร้างการรับรู้ในระดับสากล ดังนั้น การผลักดันให้คนเจนใหม่ที่มีการนำเอาทักษะเชิงช่าง ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ และรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้ในงานหัตถกรรมได้อย่างงดงาม ส่งเสริมให้เป็น “ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่ : New Young Craft 2025” จึงเป็นการสะท้อนบทบาทใหม่ของ SACIT ได้เป็นอย่างดี ในการสร้างดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการศิลปหัตถกรรมไทย ที่พร้อมจะก้าวสู่ในเวทีงานคราฟต์ระดับสากล ด้วยบทบาทนี้ SACIT จึงไม่ได้เป็นเพียงองค์กรที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังอีกต่อไป หากแต่จะเป็น“นักปั้นมือทอง” ที่พร้อมบ่มเพาะ ส่งเสริม และผลักดันศิลปินหัตถกรรมไทยให้ก้าวไกลและอยู่ได้อย่างยั่งยืน

นายธีระกิจ เมณร์กูล หนึ่งในสมาชิก SACIT ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่ ประเภทเครื่องโลหะ (เครื่องประดับ) กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนชาวสุโขทัย ถ่ายทอดภูมิปัญญาของอำเภอศรีสัชนาลัย ผ่านงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นที่มีคุณค่าอย่าง “หัตถกรรมเงินทองลายโบราณ” ในงาน “Crafts Bangkok 2025” โดยปีนี้ เป็นครั้งแรกที่ได้รับโอกาสจากทางสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยในการร่วมนำสินค้าจัดจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์ “ณ ทัย” ทั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากทาง SACIT ในการเสริมสร้างทักษะองค์ความรู้จากโครงการอบรมต่าง ๆ ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้สามารถพัฒนารูปแบบผลงานให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยได้ประยุกต์นำเอาเทคนิคการวางลวดลายและการใช้สี รวมถึงแนวคิดการออกแบบให้โลหะแลดูมีความพลิ้วไหว เพื่อเสริมเอกลักษณ์ความโดดเด่น สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ฉีกกรอบไปจากเดิม โดยมีผลงานชิ้นเอกที่ภูมิใจนำเสนอ อาทิ “ชุดห่มเงิน” ซึ่งเป็นการนำโลหะเงินมาขึ้นรูปเป็นดอกพิกุลร้อยเรียงต่อกันเป็นผืนผ้าคลุมไหล่ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเครื่องประดับเงินชิ้นใหญ่ชิ้นแรก ๆ ของประเทศไทย และต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์งานพุทธศิลป์ ในรูปแบบของสไบ ผ้าคลุมพระ โดยอนาคตมีแนวคิดที่จะต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าให้มากขึ้น

ด้านนางสาวอารียา บุญช่วยแล้ว ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่ผู้เชี่ยวชาญด้านงานเครื่องปั้นดินเผา-งานผ้า และผู้ก่อตั้งแบรนด์สินค้าแฟชั่น INTHAI เปิดเผยว่า ได้รับการสนับสนุนจาก SACIT ในหลายด้านนับตั้งแต่แรกเริ่มเป็นสมาชิก SACIT ซึ่งได้มีโอกาสร่วมจัดแสดง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในงานต่าง ๆ นับเป็นการเปิดตัวแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อีกทั้ง SACIT ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพ และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ INTHAI ที่มีดีไซน์ร่วมสมัยสามารถตอบโจทย์เทรนด์ปัจจุบันจึงได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์จัดจำหน่าย ณ SACIT Shop สนามบินสุวรรณภูมิ ในหมวดงานคราฟต์กลุ่มไลฟ์สไตล์ เช่น เครื่องแต่งกาย-กระเป๋า ซึ่งมีจุดเด่นลวดลายมงคลในสถาปัตยกรรมไทยที่ได้แรงบันดาลใจจากลายประดับวัดบวรนิเวศวิหาร  ผ้าพันคอ-งานเซรามิกที่รังสรรค์จากการประยุกต์ลวดลายครามบนจานข้าวโบราณมาย่อส่วนเป็นเครื่องประดับที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน  โดยออกแบบแพทเทิร์น ผสมผสานลวดลายกราฟิกเพื่อให้เกิดภาพงานรูปแบบใหม่เฉพาะตัว โดยได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทย นอกจากนี้ ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “SACIT Concept 2025” ที่มุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อต่อยอดโอกาสด้านการตลาดรวมถึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้วิธีการเสริมศักยภาพแบรนด์ ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดในปี 2568 นี้ SACIT ยังได้ให้โอกาสคัดเลือกเป็น “ผู้สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์เจนใหม่  New Young Craft 2025” ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน “Crafts Bangkok 2025”  นับเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับแบรนด์ INTHAI เป็นอย่างมาก โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของดาวดวงเล็ก ๆ ที่สร้างการรับรู้ช่วยผลักดันให้คนไทยและต่างชาติได้รู้จักงานศิลปหัตถกรรมไทยที่มีเอกลักษณ์ และมีความสวยงามไม่แพ้ชาติใด  

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จะนำมาสู่การสร้างความยั่งยืนในงานศิลปหัตถกรรมไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงาน “Crafts Bangkok 2025” ในปีนี้จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทยที่งดงามอย่างมีเอกลักษณ์ เป็นเครื่องหมายสะท้อนถึงอารยธรรมและประวัติศาสตร์ ที่ควรอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยสืบรุ่นสู่รุ่นไม่ให้เลือนหาย โดย SACIT ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรมรุ่นใหม่ที่มีฝีมือโดดเด่น และผลักดันให้เป็นที่รู้จักในวงการงานคราฟต์ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อต่อยอดโอกาสการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานเชิงช่างศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน” ผศ.ดร.อนุชา กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกชมสินค้างานคราฟต์ฝีมือคนไทยได้ภายในงาน “Craft Bangkok 2025” ระหว่างวันที่ 18 – 22 มิถุนายน 2568 ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา
10.00 – 20.00 น. ติดตามข้อมูลข่าวสารของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ได้ที่เว็บไซต์ https://sacit.or.th/th หรือเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมอัปเดตกิจกรรมงานคราฟต์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจได้ทางเฟซบุ๊กออฟฟิเชียล SACIT https://www.facebook.com/sacitofficial  หรือ TikTok SACIT Official https://www.tiktok.com/@sacit_official