โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพ ร่วมเป็นพันธมิตรหลัก โครงการ Chiang Rai Fashion to the World Season 3

โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพ ร่วมเป็นพันธมิตรหลัก โครงการ Chiang Rai Fashion to the World Season 3

โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพ ร่วมเป็นพันธมิตรหลัก โครงการ Chiang Rai Fashion to the World Season 3

วันจันทร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Wellington College International School Bangkok ร่วมเป็นพันธมิตรหลักของโครงการ Chiang Rai Fashion to the World Season 3 โดยมี น็อบบี้ นทฤทธ์ จินตกานนท์ เป็นผู้อำนวยการโครงการ Chiang Rai Fashion to the World X Wellington College International School Bangkok พร้อมเปิดแคมเปญการกุศลสุดพิเศษในชื่อ “ Wear to Care : 399 บาท เพื่ออนาคตของน้อง” ด้วยเป้าหมายในการระดมทุนเพื่อมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ขาดแคลนในจังหวัดเชียงรายภายใต้โครงการดังกล่าวนี้

โรงเรียนนานาชาติชื่อดัง Wellington College International School Bangkok ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรหลัก โครงการแฟชั่นระดับนานาชาติ Chiang Rai Fashion to the World Season 3 โดยได้วางแผนกิจกรรมต่างๆ มากมายภายใต้โครงการ Chiang Rai Fashion to the World X Wellington College International Bangkok โดยมี น็อบบี้ นทฤทธ์ จินตกานนท์ นักเรียน Year 12 ลูกชายของ นทชาติ – สริตา จินตกานนท์ เป็นผู้อำนวยการโครงการ และมีเพื่อนๆ year 12 จำนวน 9 คน เป็น Project Volunteer และ นักเรียน year 10 – year 11 เป็น Project Assistant โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 2 ข้อ คือ 1. ส่งเสริมศิลปะและแฟชั่นของชาวเขาในจังหวัดเชียงราย ให้มีความทันสมัย เป็นที่ยอมรับของคนรุ่นใหม่ ในระดับนานาชาติ และ 2.เพื่อหารายได้มอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่ เด็กชาวเขาในจังหวัดเชียงราย

เมื่อเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา น็อบบี้ นทฤทธ์ จินตกานนท์ พร้อมด้วย Mr. Chris Nicholls ครูใหญ่ของโรงเรียน ได้ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฯ ที่จังหวัดเชียงราย หลังจากนั้น Project Volunteer และ Project Assistant ได้ลงพื้นที่เพื่อเข้าร่วมอบรมเรื่องการออกแบบและผ้าทอกลุ่มชาติพันธุ์ ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พาณิชย์จังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ บริษัท เวลคัม ทู เชียงราย (TRADER CHIANG RAI) จากนั้น ได้ร่วมออกแบบเสื้อผ้าโดยใช้ผ้าและวัสดุของชาวเขาในจังหวัดเชียงราย ทำเป็นแฟชั่นระดับนานาชาติ เพื่อส่งเข้าร่วมประกวด Chiang Rai Designer Competition Season 3 ภายใต้ ธีม “Threads of Wisdom” และจะนำผลงานดังกล่าวเดินแฟชั่นโชว์ในงาน “Fashion on the Road 3rd” Chiang Rai Designer’s Competition : Threads of Wisdom Symposium ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 31 สิงหาคม 2568 ณ ณ บริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย – เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย

และล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 นักเรียน Wellington College International Bangkok ได้เปิดแคมเปญการกุศลสุดพิเศษในชื่อ “ Wear to Care : 399 บาท เพื่ออนาคตของน้อง” ด้วยเป้าหมายในการระดมทุนเพื่อมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ขาดแคลนในจังหวัดเชียงรายภายใต้โครงการนี้ มีเป้าหมายจำหน่ายเสื้อยืดที่ออกแบบดีไซด์จากนักเรียน  Wellington College International Bangkok ราคาตัวละ 399 บาท โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาและอนาคตที่มั่นคงมากขึ้น เสื้อยืดที่จำหน่ายมีความพิเศษด้วยลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลายผ้าดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ลาหู่ และกะเหรี่ยง ออกแบบร่วมกันโดยช่างฝีมือชาติพันธุ์และนักเรียนรุ่นใหม่ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ผ่านแฟชั่นที่ทุกคนสวมใส่ได้ ซึ่งแคมเปญนี้คือการส่งต่อความหวังผ่านเสื้อผ้าที่มีความหมาย เมื่อคุณซื้อ 1 ตัว คุณกำลังสนับสนุนอนาคตของเด็กๆ หลายๆ คน  โดยมี  Mr. Chris Nicholls, Head Master และ Ms. Jane Sharp, Head of Senior School ได้ร่วมเปิดแคมเปญดังกล่าวด้วย

ฟลูโอคารีล จับมือ 74 คลินิก เปิดตัวแคมเปญ ‘Cavity Bye Bye by Fluocaril’ รณรงค์ป้องกันฟันผุอย่างยั่งยืน ขยายโอกาสเข้าถึงบริการทางทันตกรรมได้ง่ายขึ้น

ฟลูโอคารีล จับมือ 74 คลินิก เปิดตัวแคมเปญ ‘Cavity Bye Bye by Fluocaril’ รณรงค์ป้องกันฟันผุอย่างยั่งยืน ขยายโอกาสเข้าถึงบริการทางทันตกรรมได้ง่ายขึ้น

ฟลูโอคารีล จับมือ 74 คลินิก เปิดตัวแคมเปญ ‘Cavity Bye Bye by Fluocaril’ รณรงค์ป้องกันฟันผุอย่างยั่งยืน ขยายโอกาสเข้าถึงบริการทางทันตกรรมได้ง่ายขึ้น

วันจันทร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แบรนด์ยาสีฟัน Fluocaril (ฟลูโอคารีล) เปิดตัวแคมเปญ “Cavity Bye Bye by Fluocaril” หรือ “ฟันผุบ๊ายบาย ใช้ชีวิตสบายๆ กับฟลูโอคารีล” เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพฟันและช่องปากที่แข็งแรงให้คนไทยทุกคน พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากเพื่อป้องกันฟันผุอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ฟลูโอคารีลร่วมมือกับคลินิกทันตกรรมชั้นนำ 74 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดให้มีการตรวจสุขภาพช่องปากฟรี และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการอุดฟัน เพื่อเป้าหมายในการทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงบริการทางด้านทันตกรรมที่มีคุณภาพได้ง่ายขึ้น โดยแคมเปญนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2568 ถึง 30 ธันวาคม 2568 ให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าร่วมแคมเปญและดูแลสุขภาพฟันของตนเอง

สุจิต ซาฮู (Sujit Sahoo) Unilever International Business Unit Lead ประจำ Indochina พร้อมด้วย ธันย์ชนก ชูชาติ Assistant Marketing Manager ของ Unilever International, ทพ.กรัสวัน คงคาเพ็ชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย เดนทัล คลินิก แมนเนจเมนท์  และ ฤกษ์รัตน์ รุ่งแจ้ง หรือ เบบี้โจลี่สตาร์ อินฟลูเอนเซอร์สายไลฟ์สไตล์ ตัวแทนผู้บริโภคชาวไทย ร่วมงานแถลงข่าวเพื่อเปิดตัวแคมเปญ “Cavity Bye Bye by Fluocaril” หรือ “ฟันผุบ๊ายบาย ใช้ชีวิตสบายๆ กับฟลูโอคารีล” ไปเมื่อเร็วๆ นี้

แคมเปญนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฟลูโอคารีลในการทำให้คนไทยเข้าถึงการรักษาและดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีคุณภาพได้มากขึ้น “ฟลูโอคารีล มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวแคมเปญ ‘ฟันผุบ๊ายบาย ใช้ชีวิตสบายๆ กับฟลูโอคารีล’ ในประเทศไทย ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรของเราทั้ง 74 คลินิกทันตกรรมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นของเราที่จะทำให้การดูแลสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ เข้าถึงได้สำหรับคนไทยทุกคน นอกจากบริการด้านทันตกรรมที่เข้าถีงได้อย่างง่ายดายขึ้นแล้ว อีกหนึ่งหัวใจของแคมเปญนี้ คือ การช่วยให้ทุกคนบอกลาฟันผุและใช้ชีวิตได้อย่างสบาย ๆ ด้วยนวัตกรรม Double Action Fluoride ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของฟลูโอคารีล ที่ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วว่า ช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลิตภัณฑ์ของเรา จะช่วยทำให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพช่องปากและฟันได้ทุกวัน” นิติน อักวัล (Nitin Agarwal) Chief Marketing Officer ของ Unilever International กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลของคลินิกทันตกรรมที่เข้าร่วมแคมเปญฯ พบว่า ปัญหาสุขภาพช่องปากที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยมี 3 ประเด็นหลักที่พบบ่อย ได้แก่ ฟันผุ เหงือกอักเสบ และการละเลยการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ฟันผุถือเป็นปัญหาหลัก มักมีสาเหตุมาจากการแปรงฟันไม่สะอาด การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลบ่อยครั้ง และการไม่ได้พบทันตแพทย์อย่างเป็นประจำ ขณะที่ปัญหาเหงือกอักเสบมักพบในผู้ใหญ่ โดยมีสาเหตุมาจากการสะสมของคราบหินปูนที่ไม่ได้รับการกำจัดออกอย่างเหมาะสม จนทำให้เกิดการติดเชื้อและอาการบวม นอกจากนี้ยังพบว่าคนไทยจำนวนมากยังไม่ให้ความสำคัญกับการตรวจฟันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพช่องปากไม่ได้รับการดูแลหรือรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาในอนาคต

ทพ.กรัสวัน คงคาเพ็ชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย เดนทัล คลินิก แมนเนจเมนท์ กล่าวเสริมว่า “ฟันผุยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาหลักด้านสุขภาพช่องปากของคนไทย ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลหรือรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม การแก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาวะในภาพรวมของประชาชน จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่าง ๆ รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทันตกรรมที่มีคุณภาพ ได้รับข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง และเกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน”

ฟลูโอคารีลและคลินิกพันธมิตรให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนของการเข้าร่วมแคมเปญ โดยมีทีมงานคอยให้คำแนะนำและดูแลอย่างใส่ใจตลอดระยะเวลาการรับบริการ พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี ความสำคัญของการตรวจฟันเป็นประจำ รวมถึงเคล็ดลับการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพช่องปาก เพื่อช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังมอบผลิตภัณฑ์ฟลูโอคารีลสำหรับผู้ร่วมแคมเปญฯ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้ทุกคนได้ดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองได้ทุกวัน ตามความมุ่งมั่นของฟลูโอคารีลที่ต้องการให้การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม และเหมาะสมกับความต้องการ เพราะทุกคนสมควรใช้ชีวิตได้อย่างไม่สะดุด และปลอดจากปัญหาฟันผุได้อย่างแท้จริง

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ “ฟันผุบ๊ายบาย ใช้ชีวิตสบายๆ กับฟลูโอคารีล  และร่วมสนุกกับกิจกรรมดี ๆ ห่างไกลฟันผุได้ที่ https://www.facebook.com/FluocarilThailand

เปิดตัวนวัตกรรมระบบซ่อมแซมลิ้นหัวใจผ่านสายสวน ทางเลือกใหม่ในการรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจไมทรัลรั่วขั้นวิกฤต

เปิดตัวนวัตกรรมระบบซ่อมแซมลิ้นหัวใจผ่านสายสวน ทางเลือกใหม่ในการรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจไมทรัลรั่วขั้นวิกฤต

เปิดตัวนวัตกรรมระบบซ่อมแซมลิ้นหัวใจผ่านสายสวน ทางเลือกใหม่ในการรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจไมทรัลรั่วขั้นวิกฤต

วันจันทร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่อง Edwards Lifesciences (NYSE: EW) ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมการรักษาโรคโครงสร้างหัวใจที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ได้ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว “ระบบซ่อมแซมลิ้นหัวใจไมทรัลผ่านสายสวน” ในประเทศไทย ระบบนี้มอบทางเลือกการรักษาใหม่สำหรับผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากภาวะลิ้นหัวใจไมทรัลรั่ว (MR) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคลิ้นหัวใจที่พบบ่อยที่สุด ส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลกกว่า 175 ล้านคนในปี 2023 ตามรายงานของ U.S. National Center for Biotechnology Information (NCBI)

ระบบนี้ใช้วิธีซ่อมแซมแบบหนีบผ่านสายสวน (Transcatheter Edge-to-Edge Repair: TEER) ซึ่งช่วยให้การรักษาผู้ป่วยภาวะ MR มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติเฉพาะ เช่น การจับลิ้นหัวใจแบบแยกอิสระ คลิปที่ไม่ทำลายเนื้อเยื่อ และความยืดหยุ่นในการฝังอุปกรณ์ ซึ่งรวมถึงความสามารถในการยืดและนำทางผ่านสรีระที่ซับซ้อน

ที่สำคัญเทคโนโลยีนี้ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) สำหรับการรักษาผู้ป่วยภาวะลิ้นหัวใจไมทรัลเสื่อมแบบปฐมภูมิ (DMR) และได้รับการรับรองเครื่องหมาย CE Mark สำหรับการรักษาทั้งภาวะ MR และลิ้นหัวใจไตรคัสปิดรั่ว (TR) ผลลัพธ์ 3 ปีจากการทดลองหลักของ CLASP IID แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ยั่งยืนของเทคโนโลยีนี้ในการรักษาภาวะ DMR ในกลุ่มผู้ป่วยที่หลากหลาย เมื่อครบ 3 ปี เทคโนโลยีนี้แสดงให้เห็นถึงอัตราการรอดชีวิตที่ดี การลดภาวะ MR ที่มีนัยสำคัญและยั่งยืน รวมถึงการปรับปรุงสถานะการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและสม่ำเสมอ

Michael Blackwell ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการดูแลลิ้นหัวใจไมทรัลและไตรคัสปิดผ่านสายสวน ประจำภูมิภาค APAC ของ Edwards Lifesciences กล่าวว่า “การนำระบบซ่อมแซมลิ้นหัวใจไมทรัลผ่านสายสวนมาในประเทศไทยนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในความพยายามอย่างต่อเนื่องของเราที่จะพัฒนาทางเลือกการรักษาสำหรับผู้ป่วยทั่วโลก”

Parameswaran Nair หัวหน้าประจำประเทศอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Edwards Lifesciences กล่าวว่า “เราภูมิใจในความเป็นผู้นำด้านนี้มากว่า 65 ปี และจะยังคงพัฒนานวัตกรรมเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย ควบคู่ไปกับการสร้างหลักฐานทางคลินิกที่แข็งแกร่งเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในการดูแลผู้ป่วย เรามุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ป่วยชาวไทยให้ดีขึ้น และมอบทางเลือกการรักษาใหม่ๆ ให้แก่แพทย์ไทยมากขึ้น”

นวัตกรรมนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนวิธีการรักษาผู้ป่วยอาการวิกฤตที่มีภาวะลิ้นหัวใจรั่ว ด้วยผลการศึกษาที่ยืนยันว่าเทคโนโลยีนี้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงสามารถเข้าถึงทางเลือกการรักษาที่ดีขึ้น มีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งนับเป็นการพัฒนาที่สำคัญในวงการแพทย์

Edwards Lifesciences เป็นบริษัทนวัตกรรมที่พัฒนาเทคโนโลยีการรักษาโรคโครงสร้างหัวใจชั้นนำระดับโลก ขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาชีวิตของผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำซึ่งมีหลักฐานทางการแพทย์ระดับโลกรับรอง และมีความร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการสุขภาพ พนักงานของเราได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงชีวิตแก่ผู้ป่วย

มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน,คอนเสิร์ตการกุศล ‘เพลินเพลงสุนทราภรณ์กับ มนข.’ ครั้งที่ 2 รายได้ช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน

มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน,คอนเสิร์ตการกุศล ‘เพลินเพลงสุนทราภรณ์กับ มนข.’ ครั้งที่ 2 รายได้ช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน

มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน,คอนเสิร์ตการกุศล ‘เพลินเพลงสุนทราภรณ์กับ มนข.’ ครั้งที่ 2 รายได้ช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน

วันจันทร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) นำโดย อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ร่วมกับ มูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำโดย อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ เลขาธิการมูลนิธิฯ จัดงานกาลาดินเนอร์คอนเสิร์ตการกุศล  “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 2 (2568) โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 18.00-21.00 น. ณ ห้องอินฟินิตี้ บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซ.รางน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย นำไปจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือด้อย

ประธานเปิดงาน องคมนตรี พล.อ.อ.ชลิต – ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, คุณหญิงกัลยา – โชติ โสภณพนิช ร่วมงาน โดยมี อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ปธ.กก.บริหาร ม.น.ข., วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ และ สมบัติ วัฒนไทย ต้อนรับ

ดร.คุณหญิงกัลยา-โชติ โสภณพนิช, ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา, องคมนตรี ชลิต-ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, รศ.รัชนี-ทพ. มณฑล สุวรรณนุรักษ์, อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ และ ดร.มัทนา สานติวัตร

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ปธ.กก.บริหาร ม.น.ข. มอบของที่ระลึกแก่ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข
องคมนตรี ประธานเปิดงาน

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. กล่าวว่า “ม.น.ข. ดำเนินงานมาแล้วกว่า 64 ปี มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนนิสิต นักศึกษา อย่างต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษาแล้วกว่า 25,000 คน โดยปีที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้จัดสรรทุนให้แล้วไม่น้อยกว่า 800 ทุน และเพื่อให้การจัดหาทุนมีขอบข่ายที่ครอบคลุมกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ประกอบกับหากจะต้องมีการช่วยเหลือเร่งด่วน และ/หรือเป็นกรณีพิธี สำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้ศึกษาต่อ มูลนิธิฯ ก็จะสามารถดำเนินการตามความเหมาะสมได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการประชาสัมพันธ์ภารกิจและกิจกรรมของมูลนิธิฯ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ม.น.ข.จึงได้จัดงานกาลาดินเนอร์คอนเสิร์ตการกุศล เพลินเพลงสุนทราภรณ์กับ มนข. ครั้งที่ 2 ขึ้น  เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายในการมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป”

นักร้องกิตติมศักดิ์ พล.อ.อ.ชลิต-ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข ร่วมโชว์ในบทเพลง หยดน้ำเจ้าพระยา

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ปธ.กก.บริหาร ม.น.ข. มาในบทเพลง
ห่วงอาลัย

คอนเสิร์ตการกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 2 (2568) ได้รับเกียรติจากนักร้องกิตติมศักดิ์ร่วมขึ้นเวที ได้แก่ องคมนตรี พล.อ.อ.ชลิต –  ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, เอมอร ศรีวัฒนประภา, ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา, อมร กีรตินารัง, พล.ต.ญ.ศิริรัตนา วนิชชานนท์, วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์, ดร.ศรายุธ แสงจันทร์, ดร.ภัทรินทร์ ลือกาญจนวนิช และ เจติ สวัสดิพงษ์ ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ เฉลิมรัฐ จุลโลบล (แบ็งค์ เพลงเอก), ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน (อลิส เดอะ โกลเด้น ซอง) วิรัช ศรีพงษ์ และนักร้องคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ มาขับร้องบทเพลงอันทรงคุณค่า โดย ไข่หวาน-อรอนงค์ เสนะวงศ์ พิธีกรกิตติมศักดิ์

อโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฎีกา, ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกรอดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วย อารีย์ เตชะหรูวิจิตร, สุรพล สร้างสมวงษ์ และ ณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา ร่วมงาน

เอมอร ศรีวัฒนประภา, อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์, พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ และ จัตรตุพล ชมภูพงษ์

ทั้งนี้ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้แสงสว่างทางปัญญาได้โดยการบริจาคทุนทรัพย์ผ่าน บัญชีมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เลขที่บัญชี 186-2-30147-8สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-3913796 และ02-3912324

อรวรรณ ศิริภักดี, มยุรี เตยะราชกุล, มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนสกุล และวิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์

อรวรรณ ศิริภักดี, มยุรี เตยะราชกุล, มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนสกุล และวิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์

ภัทรพร สันตธาดาพร, อุษณีย์ วรวงศ์วสุ, อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์, เอมอร ศรีวัฒนประภา, พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร, ศรีสุภางค์ มอริส และสมบัติ วัฒนไทย

ภัทรพร สันตธาดาพร, อุษณีย์ วรวงศ์วสุ, อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์, เอมอร ศรีวัฒนประภา, พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร, ศรีสุภางค์ มอริส และสมบัติ วัฒนไทย

ศรีวรรณ สายฟ้า, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง, ยุพา สุภอมรพันธุ์, เพ็ญพักตร์
ศรีทอง, พญ.สุวณี รักธรรม, ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก, ทัศนีย์ ศัลย์วิวรรธน์,
พัชนี เธียรธวัช พล.ท.หญิงสุขุมาล เวศวงศ์ษาทิพย์ และ สมบัติ วัฒนไทย

ศรีวรรณ สายฟ้า, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง, ยุพา สุภอมรพันธุ์, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง, พญ.สุวณี รักธรรม, ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก, ทัศนีย์ ศัลย์วิวรรธน์, พัชนี เธียรธวัช พล.ท.หญิงสุขุมาล เวศวงศ์ษาทิพย์ และ สมบัติ วัฒนไทย

จิตรศิริ สนองชาติ นำ� ทีมเพื่อนร่วมรุ่น ร.ร.ศึกษานารีและน้องๆ พยาบาลสาวจากอาคารปิยมหาราชการุณย์ โรงพยาบาลศิริราช ม.มหิดลร่วมงาน

จิตรศิริ สนองชาติ นำ� ทีมเพื่อนร่วมรุ่น ร.ร.ศึกษานารีและน้องๆ พยาบาลสาวจากอาคารปิยมหาราชการุณย์ โรงพยาบาลศิริราช ม.มหิดลร่วมงาน

เบื้องหลังความส????ำเร็จ อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์,
ประอรพรรณ อยู่สถาพร, วิภารัตน์ ไชยานุกิจ, และ วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์

เบื้องหลังความส????ำเร็จ อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์, ประอรพรรณ อยู่สถาพร, วิภารัตน์ ไชยานุกิจ, และ วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์

ลัดดาวัลย์ จงวิศาล, ธีระพันธุ์ เพ็ญโรจน์, กุศลินี วิเศษสรรพน์,
กรองกาญจน์ ถนอมพล และ สาธิต อิงควัต

ลัดดาวัลย์ จงวิศาล, ธีระพันธุ์ เพ็ญโรจน์, กุศลินี วิเศษสรรพน์, กรองกาญจน์ ถนอมพล และ สาธิต อิงควัต

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธาน ม.น.ข.และ จัตรตุพล ชมภูพงษ์ ต้อนรับ
ดร.มัทนา สานติวัตร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธาน ม.น.ข.และ จัตรตุพล ชมภูพงษ์ ต้อนรับ ดร.มัทนา สานติวัตร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ต้อนรับ ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา
ที่ให้เกียรติมาร่วมงาน

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ต้อนรับ ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา ที่ให้เกียรติมาร่วมงาน

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ต้อนรับ อมร กีรตินารัง ในฐานะนักร้องกิตติมศักดิ์ ขับร้องเพลง โอ้ยอดรัก โดยมีครอบครัวมาให้กำลังใจ

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ต้อนรับ อมร กีรตินารัง ในฐานะนักร้องกิตติมศักดิ์ ขับร้องเพลง โอ้ยอดรัก โดยมีครอบครัวมาให้กำลังใจ

ประภาพร มโนมัยวิบูลย์ นำทีมเพื่อนๆ ร่วมงาน อาทิ เรืองศักดิ์ หิรัญญาภินันท์, ประเสริฐ
วงศ์พนากิจ, วรินทร จุลคณานุกิจ, เสาวณี เรืองปัญญาพจน์, จงจิตร อมรเทวภัท,จำเริญ-ปราณี
เมธาเกียรติกุล และ ชิณโชติ -อรวรรณ ภัคสุขชัย

ประภาพร มโนมัยวิบูลย์ นำทีมเพื่อนๆ ร่วมงาน อาทิ เรืองศักดิ์ หิรัญญาภินันท์, ประเสริฐ วงศ์พนากิจ, วรินทร จุลคณานุกิจ, เสาวณี เรืองปัญญาพจน์, จงจิตร อมรเทวภัท,จำเริญ-ปราณี เมธาเกียรติกุล และ ชิณโชติ -อรวรรณ ภัคสุขชัย

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ กับ 2 ศิลปินรับเชิญ วิรัช ศรีพงษ์ และ แบงค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ กับ 2 ศิลปินรับเชิญ วิรัช ศรีพงษ์ และ แบงค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล

มอบดอกไม้ขอบคุณพิธีกรกิตติมศักดิ์ ไข่หวาน-อรอนงค์
เสนะวงศ์

มอบดอกไม้ขอบคุณพิธีกรกิตติมศักดิ์ ไข่หวาน-อรอนงค์ เสนะวงศ์

มอบดอกไม้ขอบคุณศิลปินรับเชิญคนเก่ง น้องอลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน

มอบดอกไม้ขอบคุณศิลปินรับเชิญคนเก่ง น้องอลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ กับลูกๆหลานๆ ที่มาช่วยงาน จัตรตุพล ชมภูพงษ์, กุลวรินทร์ เพชรสังข์, พัฒธนะ เจริญเสถียรโชค, กมลชนก-สุทธหทัย ประเสริฐสม และ ดร.วรรัตน์ ตุลยานันท์

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ กับลูกๆหลานๆ ที่มาช่วยงาน จัตรตุพล ชมภูพงษ์, กุลวรินทร์ เพชรสังข์, พัฒธนะ เจริญเสถียรโชค, กมลชนก-สุทธหทัย ประเสริฐสม และ ดร.วรรัตน์ ตุลยานันท์

Gother เดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มท่องเที่ยวเจาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่

Gother เดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มท่องเที่ยวเจาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่

Gother เดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มท่องเที่ยวเจาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โกเธอร์ (Gother) แพลตฟอร์มบริการการท่องเที่ยวโดยคนไทย เพื่อคนไทย เดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มท่องเที่ยวเจาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ จัดแคมเปญส่งเสริมการขายครั้งใหญ่ของปี ด้วยส่วนลดสูงสุด 60% สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก กิจกรรมน่าลอง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่เว็บไซต์ http://www.gother.com

 โกเธอร์ (Gother) แพลตฟอร์มบริการด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ครบวงจร โดยบริษัท เสิร์ชเอ็นจินอ็อปทิไมเซชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล (บริษัทเงินร่วมลงทุนของธนาคารกสิกรไทย) และ กรุงไทย เวนเจอร์ส (บริษัทเงินร่วมลงทุนของธนาคารกรุงไทย) เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจ 300% ในเวลาเพียง 7 เดือนหลังเพิ่งเปิดตัวในปีที่ผ่านมา พร้อมยกระดับบริการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ด้วยบริการจองทริปเดินทางอย่างครบวงจร ไม่เพียงบริการจองที่พัก จองเที่ยวบิน จองรถเช่า แพ็กเกจทัวร์ แต่ยังรวมถึงกิจกรรมน่าลองมากมายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคนไทยในปัจจุบัน และยังโดดเด่นด้วยช่องทางการบริการออนไลน์ที่หลากหลายควบคู่กับการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างไม่มีสะดุดบนแพลตฟอร์มโมบายแบงก์กิ้งยอดนิยม อย่าง K PLUS, Krungthai NEXT และแอปฯ เป๋าตัง

นายอนุพงษ์ เกรียงไกรลิปิกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสิร์ชเอ็นจินอ็อปทิไมเซชั่น จำกัด ผู้ก่อตั้งโกเธอร์ กล่าวว่า โกเธอร์ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “ไลฟ์สไตล์การเดินทาง” ซึ่งนำเสนอทั้งกิจกรรมและประสบการณ์ที่จะเติมเต็มทุกทริปการเดินทางของทุกคนให้พิเศษยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำจุดยืนการเป็นแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่มุ่งส่งมอบบริการที่เข้าใจและเข้าถึงความต้องการและวัฒนธรรมของคนไทยอย่างแท้จริง โดยหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2567 โกเธอร์ก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนทำให้ตัวเลขการเติบโตสู่ถึง 4 เท่า ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2568 นี้ โกเธอร์ยังพร้อมยกระดับแพลตฟอร์มไปอีกขั้น ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย ทั้งบนเว็บไซต์ http://www.gother.com แอปพลิเคชัน Gother ที่ให้บริการทั้งบน iOS และ Android รวมถึงแพลตฟอร์มโมบายแบงก์กิ้งชั้นนำอย่าง K PLUS, Krungthai NEXT และแอปฯ เป๋าตัง ที่ยังมาพร้อมระบบชำระเงินที่สะดวกและปลอดภัย ช่วยให้สามารถจองทริปและชำระเงินได้เสร็จสิ้นบนแพลตฟอร์มเดียว 2.การใช้เทคโนโลยีพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งาน และนำมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น โดยวางแผนที่จะเปิดตัวแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะที่ใช้ AI ในการวิเคราะห์และแนะนำประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เหมาะกับรูปแบบการเดินทางของแต่ละบุคคลภายในปีนี้ 3.การขยายเครือข่ายพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สายการบิน และผู้ให้บริการท่องเที่ยวชั้นนำ ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความหลากหลายของบริการ ครอบคลุมตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม กิจกรรมท่องเที่ยว บริการรถเช่า ไปจนถึงแพ็กเกจทัวร์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับนักเดินทางที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับราคาที่เข้าถึงได้ ตลอดจนโปรโมชัน ข้อเสนอพิเศษ พร้อมส่วนลดที่ดึดดูดใจนักท่องเที่ยว

สำหรับเดือนมิถุนายน ปี 2568 นี้ โกเธอร์เตรียมจัดแคมเปญส่งเสริมการขายครั้งใหญ่ของปี โดยจะมอบส่วนลดสูงสุด 60% สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก กิจกรรมน่าลอง ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน 2568 – 30 มิถุนายน 2568 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.gother.com

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2568

วันจันทร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงชอุ่มศรี วีรานุวัตติ์ วันอาทิตย์  6 ก.ค.17.30 น. ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม….วันที่ 5 ก.ค.เวลา 17.30 น. สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แสดงพระธรรมเทศนาและพิธีสวดพระอภิธรรม 18.00 น. ณ ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร..

ll อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์(ม.น.ข.)จัดประชุมสามัญประจำปี 2568 มอบพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้รับพระราชทานมาให้แก่ผู้บริจาคทุน พร้อมมอบทุนการศึกษา 234 ทุนวันเสาร์ที่ 21 มิ.ย.เวลา 8.30 – 11.30 น. ห้องประชุม ศ.ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน คณะนิติศาสคร์ จุฬาฯ งานนี้เชิญ ลัดดาวรรณ หลวงอาจ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนฯ จ.พระนครศรีอยุธยา (อดีตนักเรียนยากจนที่ต้องทำงานเป็นสาวโรงงานจนสอบผู้พิพากษาได้) มาพูดให้กำลังใจน้องๆด้วย..

ll ครบรอบวันเกิด 6 รอบ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคล ที่วัดเล่งเน่ยยี่ ถ.เจริญกรุง โดยมีคุณแม่จรรย์สมร วัธนเวคิน,สนั่น อังอุบลกุล พร้อมญาติสนิทมิตรรัก ร่วมอวยพรเมื่อวันศุกร์ที่ผ่าน ..

ll ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์ ไปรับหลานสาวคนโต จบการฝึกงานครบ 1 ปีที่สวิสเซอร์แลนด์แล้วเหินฟ้าพากันไปโปรตุเกสฉลองเที่ยวซอกแซกตามสถานที่สวยๆ ให้ฉ่ำ..

ll ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน “วาระความปลอดภัยทางถนนของสหประชาชาติ โครงการหมวกกันน็อกที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ของสหประชาชาติ (SAAH)” จัดโดย องค์กรสหประชาชาติ (UN) และ บจ.ออโตลิฟ ประเทศไทย..

ll ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินบริจาค จาก เอจิ โคอิซุมิ กก.ผจก.บจ.โซนี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) และคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทโซนี่ ในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยและประเทศเมียนมา ผ่านสภากาชาดไทย..

ll ดร.ศรีสุภางค์ มอฤทธิ์ ชวนเพื่อนๆกลุ่ม Klein วบส.2 มาสังสรรค์ทานอาหารจีน งานนี้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, รศ.นพ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์, จรินทร์ทิพย์ ปฐมศักดิ์, ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, พ.ต.กมล วงศ์สมบูรณ์, กรภัคร์ มีสิทธิตา ไม่พลาด..

ll เพื่อนๆชาว Digital CEO#5 ยินดีกับ ด็อกเตอร์ป้ายแดง เอกชัย ตั้งรัตนาวลี กก.ผจก.ซีพี ซีดดิ้ง โซเชียลอิมแพค ที่สำเร็จการศึกษา บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต การจัดการเชิงกลยุทธ์ ม.ศรีปทุม..

ll ขอแสดงความเสียใจกับชาว BCC 129 ที่สูญเสีย รุ่งธรรม แสงกูล เพื่อนร่วมรุ่นไปอีกหนึ่งคน..

คุณแหน

คุยกัน 7 วันหน : รู้จัก ‘กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ’ กับภารกิจคุมม็อบลอสแอนเจลิส

คุยกัน 7 วันหน : รู้จัก 'กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ' กับภารกิจคุมม็อบลอสแอนเจลิส

คุยกัน 7 วันหน : รู้จัก ‘กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ’ กับภารกิจคุมม็อบลอสแอนเจลิส

วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.17 น.

ท่ามกลางการประท้วงเดือดในสหรัฐฯ การใช้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) จุดประเด็นถกเถียงเรื่องบทบาทที่ครอบคลุม ทั้งช่วยเหลือภัยพิบัติ รักษากฎหมาย และภารกิจทหารทั่วโลก สถานะกึ่งกลางระหว่างอำนาจผู้ว่าการรัฐและประธานาธิบดีทำให้เกิดคำถามถึงขอบเขตการใช้อำนาจ

การประท้วงต่อต้านนโยบายกวาดล้างผู้อพยพของสหรัฐฯ ในลอสแอนเจลิสดำเนินมาครบ 1 สัปดาห์เมื่อวันศุกรที่ผ่านมา (13 มิ.ย.) ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น เมื่อ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 4,000 นาย และนาวิกโยธิน 700 นายลงพื้นที่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก แกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย

การเคลื่อนไหวนี้จุดประเด็นถกเถียงร้อนแรงในโซเชียลมีเดียของสหรัฐฯ ถึงความหมายของ “เสรีภาพ” ในดินแดนที่ร้องเพลงชาติว่าเป็น “ดินแดนแห่งเสรีชน” พร้อมสะกิดบาดแผลเก่าจากเหตุการณ์สังหารหมู่ปี 2513 ที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิยิงนักศึกษาประท้วงสงครามเวียดนาม เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 9 ราย

กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) คือใคร ?

กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ หรือ National Guard เป็นหน่วยทหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาทั้งจากผู้ว่าการรัฐและประธานาธิบดี แต่เดิม กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ มีรากฐานมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม เริ่มต้นจากการเป็น “กองกำลังอาสาสมัครของชุมชน” หรืออีกชื่อเรียกว่า “Minutemen” พร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องตัวเองและชุมชนภายในเวลาอันสั้น

หลังการปฏิวัติอเมริกา ผู้ก่อตั้งสหรัฐฯ รักษาโครงสร้างนี้ไว้เพื่อป้องกันภัยจากกองทัพขนาดใหญ่ที่อาจคุกคามประชาธิปไตย

กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิและหน่วยสำรอง จะมีทั้งในกองทัพบกและอากาศ แต่ไม่มีในนาวิกโยธินหรือหน่วยยามฝั่ง การบังคับบัญชาของกองทัพอยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหม ยกเว้นหน่วยยามฝั่งอยู่ภายใต้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในยามสงบ กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิมีอยู่ประมาณ 450,000 นาย แบ่งเป็นกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิบก (Army National Guard) และกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิอากาศ (Air National Guard) ทำหน้าที่ทั้งในและนอกประเทศ

ปัจจุบัน กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิมีบทบาทหลากหลาย ตั้งแต่ช่วยเหลือภัยพิบัติ เช่น ไฟป่าในแคลิฟอร์เนีย พายุเฮอริเคน ไปจนถึงแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 รักษาความปลอดภัยชายแดน และสนับสนุนการเลือกตั้ง

ส่วนกองกำลังนาวิกโยธินที่ถูกเรียกตัวมาเสริมทัพในเหตุการณ์ประท้วงลอสแอนเจลิส เป็นหน่วยรบสะเทินน้ำสะเทินบกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการยกพลขึ้นบกและปฏิบัติการในวิกฤตการณ์ มีหน่วยพิเศษอย่าง Special Purpose Marine Air-Ground Task Forces (MAGTF) สำหรับตอบสนองวิกฤต เช่น การปกป้องสถานทูตหรือช่วยเหลือภัยพิบัติ นอกจากนี้ยังมีหน่วย Marine Security Guard (MSG) รักษาความปลอยภัยสถานทูตทั่วโลก

แต่ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดขณะนี้คือเรื่อง “อำนาจในการสั่งการ” โดยปกติแล้ว กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิของแต่ละรัฐจะอยู่ภายใต้การบัญชาการของผู้ว่าการรัฐนั้น ๆ ยกเว้น กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ถูกโอนเข้าสังกัดรัฐบาลกลางจะอยู่ภายใต้การควบคุมของประธานาธิบดีโดยตรงเสมอ การโอน กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เข้าสังกัดรัฐบาลกลางนี้เองที่ทำให้เกิดความยุ่งยาก โดยปกติแล้ว กฎหมายที่เรียกว่า Posse Comitatus Act จะห้ามไม่ให้ทหารภายใต้การบัญชาการของรัฐบาลกลาง ซึ่งรวมถึงกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิที่ถูกโอนสังกัดแล้ว ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่เรียกว่า Insurrection Act ซึ่งเป็นกฎหมายช้างสารที่มอบอำนาจให้ประธานาธิบดีสามารถใช้กองกำลังทหาร รวมถึงกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิที่ถูกโอนสังกัดแล้ว เข้าไปทำหน้าที่รักษากฎหมายในประเทศได้ หากประธานาธิบดีเห็นว่ามีความวุ่นวายหรือการกบฏ ที่ทำให้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ตามปกติ กฎหมายนี้เคยถูกใช้มาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เช่น เมื่อ อดีตประธานาธิบดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ใช้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เพื่อบังคับใช้การเลิกการแบ่งแยกสีผิวในโรงเรียนที่เมือง ลิตเติล ร็อค ในปี 2500 และถูกใช้ครั้งล่าสุดในปี 2535 ในช่วงเหตุจลาจลที่ลอสแอนเจลิสหลังจากกรณี ร็อดนีย์ คิง

หลังสงครามเวียดนาม กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิถูกปฏิรูปผ่านนโยบาย Total Force ในปี 2516 ทำให้เป็นกำลังสำคัญของกองทัพสหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่ร้อยละ 40 ของทหารในอิรักและอัฟกานิสถานมาจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ อย่างไรก็ตาม การใช้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิในประเทศ โดยเฉพาะการคุมประท้วง กลับสร้างความกังวล เนื่องจากกฎหมาย Posse Comitatus Act ห้ามทหารรัฐบาลกลาง รวมถึงกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิที่ถูกโอนจากรัฐ ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เว้นแต่จะใช้ กฎหมาย Insurrection Act 1807 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีส่งทหารปราบจลาจลหรือกบฏได้

ความขัดแย้งของอำนาจในลอสแอนเจลิส

การประท้วงในลอสแอนเจลิสปะทุจากการจับกุมผู้อพยพผิดกฎหมายโดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเข้าเมืองและศุลกากร หรือไอซ์ (ICE) เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.นำไปสู่การปิดทางหลวงและปะทะกับตำรวจ ทรัมป์ตอบโต้ด้วยการส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 4,000 นาย โดยโอนอำนาจจากผู้ว่าการรัฐสู่นายพล สแตนลีย์ แมคคริสตัล แห่งกองทัพสหรัฐฯ และส่งนาวิกโยธิน 700 นายจาก Camp Pendleton เข้าสมทบ

นิวซัมเรียกการกระทำนี้ว่า “การละเมิดอธิปไตยรัฐ” และยื่นฟ้องศาลรัฐบาลกลางเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ขอคำสั่งห้ามทหารลงพื้นที่ ต่อมา ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ ซึ่งประจำอยู่ที่นครซานฟรานซิสโกออกคำสั่งในวันพฤหัสบดี (12 มิ.ย.) ห้ามประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งกำลังทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เข้าไปประจำการในนครลอสแอนเจลิส อย่างไรก็ดี ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ของสหรัฐฯ อนุญาตให้ทรัมป์ ยังคงส่งกำลังทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าประจำการในนครลอสแอนเจลิสต่อไปได้ เป็นการระงับคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่สั่งห้ามการระดมกำลังพลดังกล่าวเป็นการชั่วคราว

ทรัมป์ยืนยันการตัดสินใจ เขาอ้างว่า ลอสแอนเจลิสกำลังถูกศัตรูต่างชาติบุกรุก และกล่าวหานิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย กับ คาเรน แบสส์ นายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิส ว่าสนับสนุนนักยุยงและกบฏโดยไม่มีหลักฐาน การใช้ถ้อยคำของทรัมป์ชวนให้นึกถึง Insurrection Act ซึ่งเขาเคยขู่ใช้ในปี 2563 แต่ในครั้งนี้ เขายังไม่ต้องใช้กฎหมายดังกล่าว เพราะกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิถูกส่งในฐานะ ‘ผู้ปกป้องเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง’ ซึ่งจำกัดอำนาจการจับกุม

ขณะนี้การประท้วงลามไปกว่า 10 เมือง เช่น ซานฟรานซิสโก, ซีแอตเทิล, นิวยอร์ก และดัลลัส โดยเฉพาะในเมืองหลบภัย (Sanctuary Cities) ที่มีผู้อพยพจำนวนมาก แคลิฟอร์เนียมีผู้อพยพกว่า 10 ล้านคน หรือ 1 ใน 4 ของประชากรรัฐ การกวาดล้างของ ICE ที่จับผู้อพยพกว่า 100,000 คนใน 4 เดือนยิ่งเพิ่มความโกรธแค้น

ชาวเน็ตหลายคนแสดงความกังวลว่าการกระทำเหล่านี้กำลังผลักดันประเทศไปสู่ “ฟาสซิสต์” หรือระบบที่รัฐบาลใช้อำนาจอย่างเด็ดขาดและจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน พวกเขามองว่ารัฐบาลกำลังพยายามปิดปากประชาธิปไตยและละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญข้อแรก (First Amendment) และมีบางส่วนที่หยิบยกประเด็นการแก้กฎหมาย (Second Amendment) ที่อนุญาตให้ประชาชนมีสิทธิในการถือครองอาวุธ เพื่อปกป้องตนเองจากรัฐบาลที่ใช้อำนาจกดขี่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและอันตรายมาก

โดย ดาโน โทนาลี

แหวกฟ้าหาฝัน : Cubism in Goulandris Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Cubism in Goulandris Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Cubism in Goulandris Museum Athens

วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ใน Goulandris Museum Athens นั้นไม่เพียงมีผลงานของ Picasso ซึ่งเป็นบิดาของแนวทางศิลปะแบบ Cubism อยู่หลายภาพเท่านั้น ที่นี่ยังมีผลงานแนวนี้ของศิลปินอีกหลายคนด้วย อาทิ George Braque จิตกรชาวฝรั่งเศสผู้ร่วมก่อตั้งศิลปะแนว Cubism เขาเกิดวันที่ 13 พฤษภาคม 1882 ที่ Argenteuil แต่เติบโตที่ Le Havre โดยได้รับการฝึกฝนให้เป็นนักตกแต่งและช่างสีจากบิดา อย่างไรก็ดี ความที่เขามีแววจะเป็นศิลปิน บิดาจึงให้เขาเข้าเรียนที่ Ecole Superierure d’art et design Le Havre-Rouen ก่อนจะไปฝึกงานที่ปารีสจนได้ใบรับรองในปี 1902 ผลงานของเขาระหว่างปี 1908-12 เน้นไปที่เหลี่ยมมุมแบบรูปทรงเรขาคณิตและรูปด้านอันเป็นผลจากแสงแทนที่จะวาดให้เหมือนจริงตามอย่างที่ตาเห็น นับจากปี 1909 เขาเริ่มทำงานใกล้ชิดกับ Picasso โดยพัฒนารูปแบบ Cubism แบบง่าย ๆ ที่เรียกว่า Proto-Cubist style ซึ่งได้รับอิทธิพลจากงานของ Gauguin และ Cezanne

วันที่ 25 มีนาคม 1909 Louis Vauxcells นักวิพากษ์ศิลป์ชาวฝรั่งเศสได้ใช้คำว่า Bizarreries cubiques ขึ้นครั้งแรกเพื่อบรรยายถึงผลงานของ Braque ที่จัดแสดงใน Salon des Independants อันถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Cubism แต่ทั้ง Picasso และ Braque ยังไม่ใช้คำนี้จัดหมวดหมู่ผลงานของตัวเอง อย่างไรก็ดี ทั้งสองยังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดด้วยแนวทางศิลปะแบบ Cubism จวบจนกระทั่ง  Braque ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นตาบอดกลับมา กว่าเขาจะกลับมารังสรรค์งานได้อีกก็ปาเข้าไปปลายปี 1916 แล้ว แต่เขากลับต้องทำงานคนเดียวและย้ายไปอยู่แถว Normandy ซึ่งที่นี่ได้กลายเป็นทิวทัศน์ที่เขารังสรรค์งาน Still life ไว้เป็นจำนวนมาก นับจากนั้นมา เขาก็สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง

ผลงาน Patience ซึ่งถูกรังสรรค์ในปี 1942 ที่มิวเซียมครอบครองชิ้นนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของ Braque ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า เขารังสรรค์ผู้หญิงนั่งในห้องแคบ ๆ มืดทึบ ยุ่งเหยิง กำลังถอดไพ่บนโต๊ะยาว ๆ ด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายกับเกมที่ต้องอดทนสะท้อนให้เห็นถึงความอึดอัดของสงคราม เขาเขียนหน้าของผู้หญิงและเก้าอี้เป็น 3 มิติในลักษณะที่แปลกเฉกเช่นเดียวกันกับ Picasso แต่กลับมีอัตลักษณ์ของตัวเองอย่างเด่นชัด

นอกจาก Braque แล้ว ที่นี่ยังมีผลงานของ Paul Klee ศิลปินแนว Expressionism, Cubism และ Surrealism ชาวสวิสเยอรมันด้วย เขาเกิดที่สวิสโดยเป็นบุตรคนี่สองของครูสอนดนตรีชาวเยอรมันที่ชื่อ Hans Wilhelm Klee กับมารดาที่เป็นนักร้องชาวสวิสที่ชื่อ Ida Marie Klee เขาเป็นเด็กที่มีแววทางดนตรีมาก และได้รับเชิญให้เข้าเป็นสมาชิกสมาคมดนตรีกรุง Bern ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 11 ปี ในวัยเด็ก เขาจึงเดินตามรอยบิดามารดาด้วยการพยายามเป็นนักดนตรี เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เขากลับรู้สึกเบื่อหน่ายดนตรี และอยากทำอย่างอื่นที่ท้าทายกว่าจึงหันมาสนใจงานศิลปะ เขาเริ่มเขียนแบบร่างลงในสมุดบันทึก แม้บิดามารดาของเขาจะลังเลที่จะให้บุตรชายเรียนศิลปะ แต่ในที่สุดก็ยอมให้เขาเข้าเรียนที่ Academy of Fine Arts ในเมืองมิวนิค เยอรมัน แต่เขากลับไม่ตั้งใจเรียน และให้ความสนใจแต่กับการใช้ชีวิตตามผับ และมีความสัมพันธ์กับนางแบบจนมีบุตรนอกสมรส 1 คนในปี 1900 อย่างไรก็ดี เขาก็สามารถจบการศึกษาได้ และเดินทางไปท่องเที่ยวในอิตาลีเพื่อศึกษาผลงานศิลปะ แต่กลับไม่สามารถเรียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรือได้รับแรงบันดาลใจอะไรเลย ในที่สุด เขาก็กลับมาอยู่กับบิดามารดาที่สวิส ในปี 1905 เขาเริ่มพัฒนาเทคนิคใหม่ด้วยการใช้เข็มเขียนบนแก้วจนสร้างสรรค์ผลงานออกมาจำนวนมากถึง 57 ชิ้น และสามารถจัดนิทรรศการผลงานเดี่ยวของตัวเองได้

Dynamics of a Head ที่จัดแสดงในมิวเซียมนี้เป็นผลงานที่ศิลปินรังสรรค์ได้อย่างน่าตื่นตื่นใจ หากนักท่องเที่ยวดูภาพโดยไม่ทราบชื่อคงเดาได้ไม่ง่ายว่าเป็นหน้าคน แต่เมื่อเห็นชื่อภาพและเป็นกลุ่มที่ดูงาน Cubism บ่อย ๆ ก็จะจับทางได้ และสามารถมองเห็นส่วนประกอบของใบหน้าได้ในทันที การดูงาน Cubism จึงมีความสนุกมากกว่างานแนวอื่นเช่นนี้เอง

วว. คว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยม ผลงานนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าสมุนไพร จุลินทรีย์ การเกษตร

วว. คว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยม ผลงานนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าสมุนไพร จุลินทรีย์ การเกษตร

วว. คว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยม ผลงานนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าสมุนไพร จุลินทรีย์ การเกษตร

วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) รับรางวัลสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมและรางวัลเหรียญทอง จากผลงานนวัตกรรมกระบวนการและผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสมุนไพร จุลินทรีย์ และการเกษตร ในเวที The 18th International Inventions and Innovations Show (INTARG® 2025) ระหว่างวันที่ 3 – 5  มิถุนายน 2568 ณ เมืองคาโตวิเซ่  ประเทศโปแลนด์  ซึ่ง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานหลักในการคัดเลือก 26 ผลงานของประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของไทยเข้าสู่เวทีนานาชาติ และสร้างโอกาสแก่นักประดิษฐ์ นักวิจัยของไทย ในการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติในภูมิภาคต่างๆ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ งานวิจัย และนวัตกรรมของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.วช. และทีม วว.

ทั้งนี้ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. ได้มอบหมาย ศิรินันท์ ทับทิมเทศ นักบริหารพิเศษและรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ และ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) นำทีมผู้แทนคณะนักวิจัย วว. ดร.คนึงนิจ  บุศราคำ นักวิจัยอาวุโส และ สิริธร  ธีระเวทย์ จากศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ (ศคช.) ดร.สมกมล  อินทวงศ์ และ ดร.ธัญชนก  เมืองมั่น นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ศนส.) และ ผศ.ดร.ณัฐพงค์  จันจุฬา นักวิจัย ศนก. นำผลงานนวัตกรรมเข้าร่วมจัดแสดงและร่วมประกวดในเวทีดังกล่าว 

ดร.คนึงนิจ บุศราคำ รับรางวลัจากผลงานกระบวนการผลิตไบโอเซลลูโลส

โดย วว. ได้รับการตัดสินให้ได้รับรางวัล จำนวน 3 ผลงาน ดังนี้ นวัตกรรมกระบวนการผลิตไบโอเซลลูโลสจากโกมากาตะอิแบคเตอร์ นาตาอิโคลา TISTR 975 จากน้ำมะพร้าวแก่ที่เหลือทิ้ง ได้รับรางวัลสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมและรางวัลเหรียญทอง เป็นกระบวนการฯ ที่ทำให้เกิดเป็นวุ้นมะพร้าวที่มีการเรียงตัวของชั้นเซลลูโลสที่เหมาะสมสำหรับใช้ทำแผ่นมาส์กหน้า เป็นนวัตกรรมเชิงกระบวนการที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ของเหลือทิ้งทางการเกษตร เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากชุมชนเข้มแข็ง เสริมแกร่งวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ด้วยเศรษฐกิจทางชีวภาพจากจุลินทรีย์ของ วว. โดยมีทีมนักวิจัยร่วมคิดค้น ได้แก่  ดร.คนึงนิจ  บุศราคำ,สิริธร  ธีระเวทย์,ดร.ฉัตรฤดี  สุวรรณชาติ ,ดร.พรพจน์ ศรีสุขชยะกุล,ศรันญา สุวรรณโณ คิดค้นผลงาน วรวรรณ เตียตระกูล และ จันทรา ปานขวัญ

ดร.สมกมล อินทวงศ์  และ ดร.ธัญชนก เมืองมั่น รับรางวัลจากผลงานจากเปลือกสู่ผิวที่สมบูรณ์แบบ

รับรางวัลจากผลงานกระบวนการผลิตไบโอเซลลูโลส

นวัตกรรมจากเปลือกสู่ผิวที่สมบูรณ์แบบ  ได้รับรางวัลเหรียญทอง  เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ผ่านการเพิ่มมูลค่าเพื่อส่งมอบคุณประโยชน์จากธรรมชาติสู่ผิวของคุณด้วยเทคโนโลยีเอนเคปซูเลชัน โดยการนำเปลือกกล้วยหอมผ่านกระบวนการสกัดโดยใช้ Green extraction แล้วใช้ Nano encapsulation เพื่อการซาบซึมสู่ชั้นผิวหนังชั้นใน เพื่อการฟื้นฟูสภาพผิวจากภายในสู่ภายนอกที่กระจ่างใส เป็นผลงานคิดค้นโดย ดร.สมกมล  อินทวงศ์ และ ดร.ธัญชนก เมืองมั่น 

ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์,ศิรินันท์ ทับทิมเทศ พร้อมทีมวิจัย และผลงานจัดแสดง วว.

ผศ.ดร.ณัฐพงค์  จันจุฬา และผลงานผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสารสกัดดอกเบญจมาศ

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสารสกัดดอกเบญจมาศ TISTR – NRCT 01 ผสมผสานกับโคลนทะเลจากอ่าวทองคำ  รับรางวัลเหรียญทอง โดย วว. นำเอกลักษณ์เฉพาะของ จ.นครศรีธรรมราช  ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่ประกอบด้วยแร่ธาตุจากธรรมชาติ ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างสินค้าส่งออกให้แก่ชุมชน  โดยมีทีมนักวิจัยร่วมคิดค้น ได้แก่  ผศ.ดร.ณัฐพงค์  จันจุฬา,ดร.สมกมล อินทวงค์,ดร.ธัญชนก เมืองมั่น,นฤตยา นันยา ,กัญญารัตน์ วันนา,ดร.นุชรัฐ บาลลา และ ผศ.ดร.ปาริยา ณ นคร

ผลงานจากเปลือกสู่ผิวที่สมบูรณ์แบบ

กระบวนการผลิตไบโอเซลลูโลส

การเข้าร่วมงาน ณ ประเทศโปแลนด์ในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่ วว. ได้ร่วมเผยแพร่ผลงานวิจัยและพัฒนาในเวทีนานาชาติต่อผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาจากนานาประเทศกว่า 40 ประเทศทั่วโลก  ซึ่งผลงาน วว. ได้รับการชื่นชมจากผู้เข้าร่วมชมงานในแง่ของความสามารถการประยุกต์ใช้และต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน

‘รพ.จุฬาภรณ์’ เปิดตัวเทคโนโลยีอัจฉริยะ ‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสมอง’

‘รพ.จุฬาภรณ์’  เปิดตัวเทคโนโลยีอัจฉริยะ ‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสมอง’

‘รพ.จุฬาภรณ์’ เปิดตัวเทคโนโลยีอัจฉริยะ ‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสมอง’

วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพราะเรื่องสมองนั้นมีความซับซ้อนอย่างยิ่งและจะผิดพลาดไม่ได้  เทคโนโลยีการผ่าตัดสมองอย่างแม่นยำถือเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญในวง การแพทย์ โดยเฉพาะด้านศัลยกรรมระบบประสาท ช่วยให้การรักษาเนื้องอกในสมองซึ่งเป็นโรคที่มีความเสี่ยงสูง มีประสิทธิภาพมากขึ้น ปลอด ภัยทั้งต่อชีวิตของผู้ป่วยและคุณภาพชีวิตหลังการรักษา เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด SMART BRAIN SURGERY “ผ่าตัดสมองแม่นยำด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ” โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาช่วยในการผ่าตัดสมองได้อย่างแม่นยำ ก้าวข้ามขีดจำกัดศาสตร์การรักษาโรคเนื้องอกในสมอง

ผศ.ป.นพ.ปโยธร เดชะรินทร์ รักษาการหัวหน้างานศัลยกรรมทั่วไป แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมระบบประสาทและรังสีร่วมรักษาระบบประสาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า โรคเนื้องอกหรือมะเร็งสมองโดยทั่วไปมีอัตราการเกิดค่อนข้างต่ำ พบได้ตลอดช่วงอายุ น้อยกว่า 1% ของมะเร็งสมองทั้งหมด หรือ 5.57 ต่อ 100,000 คนของประชากรในกลุ่มที่เป็นมะเร็งจากเซลล์สมองเองโดยตรง แต่เนื่องจากอยู่ที่บริเวณควบ คุมการทำงานที่สำคัญต่างๆ ของร่างกาย หากมีรอยโรคบริเวณนี้อาจก่อเกิดความเสียหายที่รุนแรง เช่น พิการ หรือเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที โดยช่วงอายุที่พบบ่อยคือกลุ่มที่มีอายุมากขึ้นหรือผู้สูงอายุ แต่ก็พบได้ในเด็กและวัยรุ่นขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้องอกหรือมะเร็งสมอง เนื้องอกสมองที่พบได้บ่อยที่สุดคือ เนื้องอกของเยื่อหุ้มสมอง หรือที่เรียกว่า meningioma เนื้องอกชนิดนี้จะพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย ส่วนมะเร็งสมองที่พบได้บ่อยที่สุดคือ มะเร็งจากการกระจายมาจากบริเวณอื่นของร่างกาย เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม สำหรับ เทคโนโลยีอัจฉริยะที่เข้ามาช่วยในการผ่าตัดสมองอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูง ภายในห้องผ่าตัดไฮบริดของอาคารกรมพระศรีสวางควัฒน รพ.จุฬาภรณ์  ประกอบด้วย 1.เครื่องเอกซเรย์ความละเอียดสูงแบบ 2 ระนาบ ใช้ในการวินิจฉัยและรักษาโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดของระบบประสาท รวมทั้งหลอดเลือดที่บริเวณอื่นของร่างกายก็สามารถทำได้

“เราสามารถตัดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณเนื้องอกดังกล่าว และดำเนินการผ่าตัดนำเนื้องอกสมองออกได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งมีประโยชน์ในการลดการเสียเลือดระหว่างผ่าตัด และได้รับการรักษาไปในครั้งเดียว หลังจากผ่าตัดเสร็จยังสามารถสวนหลอดเลือด เพื่อตรวจสอบว่าจัดการความผิดปกติออกได้ทั้งหมด 100% หรือไม่”  2.กล้องผ่าตัดกำลังขยายสูง เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด เป็นเครื่องแรกของประเทศไทยสามารถใช้ในการผ่า ตัดโรคทางสมองได้หลายประเภท โดยเฉพาะที่ต้องการความละเอียดสูงและหรือมีความซับซ้อนของกายวิภาคสูง 3.อุปกรณ์อื่นๆ ที่มีภายในห้องผ่าตัด อาทิ เครื่องตรวจวัดเส้นประสาทหรือระบบประสาท เครื่องอัลตราซาวนด์ที่ใช้ในการดูดสลายเนื้องอกหรือมะเร็งของสมอง เครื่องนำวิถี (เนวิเก เตอร์) สามารถช่วยในการระบุตำแหน่งของเนื้องอกสมองหรือรอยโรคทางระบบประสาทต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ เปรียบเสมือน GPS ของรถยนต์ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์สำหรับช่วยผ่าตัดอื่นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีที่สุด

ผศ.ป.นพ.ปโยธร กล่าวต่อว่า การผ่าตัดแม่นยำด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะในห้องผ่าตัดไฮบริด คือ การส่งต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่พัฒ นาไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบันไปยังผู้ป่วย เพื่อให้เกิดผลการรักษาที่ดีที่สุดกับผู้ป่วย โดยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งการผ่าตัดจะทำสำเร็จได้ศัลยแพทย์จำเป็นต้องศึกษาหาความรู้อย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการฝึกฝนและพัฒนาการผ่าตัดด้วยเครื่องมือที่มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นพ.พงศกร พงศาพาส แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมระบบประสาท กล่าวเสริมในส่วนของการฟื้นตัวและการปรับตัวของผู้ป่วยหลังผ่าตัดว่าไม่ใช่เรื่องยาก ใช้เวลาในการรักษาไม่เกิน 2 สัปดาห์แผลก็หายเป็นปกติ แต่ในคนไข้เนื้องอกสมองบางส่วนจะมีภาวะการทำงานสมองไม่หายเป็นปกติ อาจมีอาการอ่อนแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ไม่เต็มที่ ในส่วนนี้ต้องอาศัย 3 ส่วน คือ ความตั้งใจของผู้ป่วยในการทำกายภาพ การช่วยเหลือให้กำลังใจ และการดูแลของญาติ โดยมีทีมพยา บาลคอยดูแลด้านการจ่ายยา รวมถึงนัดหมายเพื่อติดตามผลการฟื้นตัวให้เป็นไปตามปกติอย่างเหมาะสม

สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการรับมือกับเนื้องอกในสมอง คือ ความคาดหวังผลหลังการรักษา เพราะไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกชนิดไหน ทั้งผู้ป่วย ญาติ และทีมแพทย์และพยาบาล ล้วนต้องการให้ผู้ป่วยหายดีจากโรคและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน เพื่อทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดสำหรับคนไข้

ผศ.ป.นพ.ปโยธร เดชะรินทร์

ผศ.ป.นพ.ปโยธร เดชะรินทร์