เช็กอินเมืองเก่า ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังระดับโลก เรียนรู้นวัตกรรมผักเชียงดา

เช็กอินเมืองเก่า ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังระดับโลก เรียนรู้นวัตกรรมผักเชียงดา

เช็กอินเมืองเก่า ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังระดับโลก เรียนรู้นวัตกรรมผักเชียงดา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.42 น.

รายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร”เสาร์นี้ “เต้ย พงศกร” มาพร้อมศิลปินเสียงดี “ต้น ธนษิต” ร่วมเดินทางสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์แห่งเมืองน่าน ชมโบราณสถานสําคัญ ” กําแพงเมืองเก่า ” ที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองและสถาปัตยกรรมป้องกันเมืองอันทรงคุณค่าในอดีต ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง “วัดภูมินทร์” แลนด์มาร์กระดับตํานานที่งดงาม ด้วยพระอุโบสถทรงจตุรมุขอันเป็นเอกลักษณ์ และภาพจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่านย่าม่าน”ภาพกระซิบรักบันลือโลก ที่ตราตรึงใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก

จากนั้นแวะชิมอาหารเหนือที่ “เฮือนเจ้านาง” เรือนไทยโบราณริมแม่นํ้าน่านที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศสงบร่มรื่น ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสรสชาติอาหารพื้นเมืองเหนือแบบดั้งเดิม

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด  มาทําความรู้จักกับ ชีวาร์ เนเจอร์ (Chewana Nature) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามท้องถิ่น ที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาสมุนไพรไทยสู่นวัตกรรมร่วมสมัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสุขภาพ เพื่อเรียนรู้นวัตกรรมการยกระดับผักพื้นบ้านอย่าง “ผักเชียงดาอินทรีย์ 100%” ชีวาร์ เนเจอร์ มุ่งเน้นการคัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติและสมุนไพรพื้นบ้านในจังหวัดน่าน นํามาผ่านกระบวนการสกัดอย่างพิถีพิถันเพื่อรังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง อาทิ แชมพูสมุนไพร เซรั่มบํารุงผิว และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ที่ปราศจากสารเคมีอันตราย การเติบโตของชีวาร์ เนเจอร์ ไม่เพียงแต่นําเสนอทางเลือกแห่งการดูแลสุขภาพ ที่ปลอดภัยและบริสุทธิ์ให้แก่ผู้บริโภค ยังเป็นส่วนสําคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสนับสนุนเกษตรกรในชุมชนท้องถิ่น โดยมี ธ.ก.ส. เป็นพาร์ทเนอร์ สําคัญที่คอยสนับสนุน ตั้งแต่การทําแปลงปลูกไปจนถึงนวัตกรรมการแปรรูป เพื่อสร้างงานและรายได้ที่มั่นคงคืนสู่เกษตรกรในชุมชนอย่างยั่งยืน

มาร่วมค้นหาคําตอบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านจะกลายเป็นสินค้าโมเดิร์นคราฟต์ ที่โกอินเตอร์ได้อย่างไรในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD กด 30

Urban Collectibles โดย Mango Art Festival หวนคืนความยิ่งใหญ่ปีที่ 5 ภายใต้ธีม ‘MOVING CITY’

Urban Collectibles โดย Mango Art Festival  หวนคืนความยิ่งใหญ่ปีที่ 5 ภายใต้ธีม ‘MOVING CITY’

Urban Collectibles โดย Mango Art Festival หวนคืนความยิ่งใหญ่ปีที่ 5 ภายใต้ธีม ‘MOVING CITY’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.15 น.

Mango Art Festival ประกาศจัดงานเทศกาลศิลปะในพื้นที่เมืองสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Urban Collectibles” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 พร้อมเปิดประสบการณ์การเสพศิลป์รูปแบบใหม่ เปลี่ยนพื้นที่ห้องพัก Luxury Guest Suite และบริเวณโดยรอบของโรงแรม The StandardX, Bangkok Phra Arthit ให้กลายเป็น “Living Gallery” ภายใต้ธีม “MOVING CITY: เมืองไม่เคยหยุดนิ่ง…” ตั้งแต่วันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 เวลา 13:00 – 21:00 น.

ท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบในเมืองใหญ่ (Hyper-velocity) แสงนีออน สายน้ำ และความวุ่นวายบนท้องถนน นิทรรศการ Urban Collectibles 2026 มาพร้อมแนวคิด “MOVING CITY” เพื่อเป็น “จุดหยุดนิ่ง” ให้กับทุกคน ภายใต้ Key Message “ในโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ศิลปะจะหยุดเราไว้ เพื่อให้หัวใจเห็นความหมายที่ซ่อนอยู่”

ศิลปะในงานนี้มีหน้าที่ฉายภาพดึงเวลาให้หยุดหมุน (Freeze-frame) เพื่อให้ผู้ชมได้หยุดพัก ทบทวน ตกตะกอนความหมายของชีวิต และสำรวจรายละเอียดที่อาจเคยถูกมองข้ามไป โดยหลุดพ้นจากกรอบหอศิลป์สีขาวแบบเดิมๆ ด้วยคอนเซปต์ Living Gallery ที่เชื่อมโยงผลงานศิลปะเข้ากับพื้นที่การใช้ชีวิตจริง ช่วยให้นักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะได้สัมผัสด้วยตาตนเองว่า ภาพวาดระดับ Masterpiece, งานดิจิทัล, งานปั้น, อาร์ตทอยไวนิลรุ่นสะสม หรือผลงานดีไซน์สุดล้ำ สามารถเติมเต็มจิตวิญญาณและมอบชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างไร

งานในครั้งนี้ได้รวบรวมผลงานทรงคุณค่าแก่การสะสมจากศิลปินชื่อดังทั้งไทยและต่างประเทศ นำโดย JOAN CORNELLÀ, MUKLAY, Ping Hatta, NINJA•ROMAN•PARE•LOLAY พร้อมด้วยศิลปินมากฝีมืออีกมากมาย อาทิ La chambre de Kesvita, Jaemy C Studio, Pang Torsuwan, Supmanee Chaisansuk, kazi Istela imam  เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากแกลเลอรี อาร์ตสเปซ และแบรนด์สร้างสรรค์ระดับแนวหน้า อาทิ Art Zone Asia, gallery. sort of., Boo X Project, Texture Printing Thailand, Mobella, eufyMake, Ming Art Space, Street Star Gallery, Mr.Zen Art Studio, Art Bridge Chiang Rai และ Dadsada Studio

ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ Facebook: Mango Art Festival และ Instagram: mangoartfestival

ยูนิลีเวอร์ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ แบ่งเบาภาระค่าครองชีพคนไทยต่อเนื่อง ลดสูงสุดกว่า 40%

ยูนิลีเวอร์ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ แบ่งเบาภาระค่าครองชีพคนไทยต่อเนื่อง ลดสูงสุดกว่า 40%

ยูนิลีเวอร์ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ แบ่งเบาภาระค่าครองชีพคนไทยต่อเนื่อง ลดสูงสุดกว่า 40%

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ขานรับนโยบายภาครัฐในการบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ผ่านโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’  ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ผนึกความร่วมมือกับห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นรายใหญ่ 130 ร้านค้า รวมกว่า 800 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจัดทัพสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นกว่า 30 รายการ ลดราคาสุดสูงสุดกว่า 40% ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยมีนายสามารถ ธะสุข ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส กลุ่มร้านค้าปลีกท้องถิ่น กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เป็นตัวแทนร่วมเปิดงาน ที่ร้านตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จ. อุดรธานี

ภายใต้โครงการดังกล่าว ยูนิลีเวอร์ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ ครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักผ้า ทำความสะอาด เส้นผม ดูแลผิวกาย และอาหาร อาทิ บรีส, โอโม, คอมฟอร์ท, ซันไลต์, ซันซิล, เคลียร์, โดฟ, วาสลีน, ซิตร้า, ลักส์, แอ็กซ์, เรโซนา และคนอร์ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกคนในครอบครัว

ตลอดระยะเวลากว่า 90 ปีที่อยู่คู่คนไทย ยูนิลีเวอร์มุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไทย เพราะเราเชื่อว่าทุกครอบครัวควรสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่การบริหารค่าใช้จ่ายยังเป็นเรื่องสำคัญ ความร่วมมือในโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของยูนิลีเวอร์ ในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งท้องถิ่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระจายสินค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนทั่วประเทศ

ทั้งนี้ โครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ จัดขึ้นโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าและสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยูนิลีเวอร์ในการดำเนินธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภค คู่ค้า และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ทิพยประกันภัย เปิดห้องเรียนธรรมชาติให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ศาสตร์พระราชา

ทิพยประกันภัย เปิดห้องเรียนธรรมชาติให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ศาสตร์พระราชา

ทิพยประกันภัย เปิดห้องเรียนธรรมชาติให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ศาสตร์พระราชา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 08.15 น.

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 66 โดยบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาสู่คนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมค่ายเรียนรู้นอกห้องเรียนภายใต้แคมเปญ “New Gen Change the World : คนรุ่นใหม่ ใจเปลี่ยนโลก ด้วยศาสตร์พระราชา” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากพื้นที่จริง พร้อมจุดประกายให้เยาวชนนำศาสตร์พระราชาไปต่อยอดสู่การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม 

วิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 

การจัดกิจกรรมครั้งนี้เลือกศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นพื้นที่เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ “จากนภาผ่านภูผา สู่มหานที” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำและชายฝั่งทะเล โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์แห่งนี้เพื่อศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างครบวงจร ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การประมง และการพัฒนาอาชีพของชุมชน ควบคู่การอนุรักษ์ตามแนวทางศาสตร์พระราชา

ตลอดระยะเวลา 2 วัน ครูและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่าน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” ลงพื้นที่ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน เรียนรู้เรื่องพะยูนหรือ “หมูดุด” สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวคุ้งกระเบน ศึกษาการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม ตลอดจนร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล อาทิ ธนาคารปูม้า ปล่อยลูกปูคืนสู่ทะเล เขี่ยไข่ปู สร้างบ้านปลา และให้อาหารฉลามเสือดาว ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศาสตร์พระราชาไม่ได้เป็นเพียงองค์ความรู้ด้านการเกษตร แต่เป็นหลักคิดในการพัฒนาคน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนเป็นตัวอย่างของการน้อมนำพระราชดำริมาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ จนเกิดระบบนิเวศที่สมบูรณ์และสร้างอาชีพให้กับชุมชน เราต้องการให้เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง เพราะเมื่อได้ลงมือทำ ได้สัมผัสธรรมชาติ และเห็นผลลัพธ์ด้วยตนเองจะเกิดความเข้าใจศาสตร์พระราชาอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้”

มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าฯ จันทบุรี

นอกจากกิจกรรมภาคสนาม ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม The King’s Innovation และ The King’s Journey ซึ่งถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและกระบวนการทรงงานผ่านบอร์ดเกมการเรียนรู้ ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล รวมถึงกิจกรรม Storytelling Lab ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนฝึกเล่าเรื่องและสร้างสรรค์คอนเทนต์จากประสบการณ์จริง เพื่อนำไปเผยแพร่และสร้างแรงบันดาลใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่กิจกรรม Awakening Walk และ Design Your Life ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสำรวจคุณค่าของตนเอง ฝึกสติ และออกแบบเป้าหมายชีวิตบนพื้นฐานของคุณธรรม 5 ประการ

โครงการยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทั่วประเทศร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านกิจกรรม New Gen Change the World โดยเชิญชวนเยาวชนอายุ 15–25 ปี ศึกษาแนวคิดศาสตร์พระราชาจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหรือแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วถ่ายทอดมุมมองผ่านคลิปวิดีโอในหัวข้อ “ศาสตร์พระราชา สามารถนำไปเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างไร” ความยาว 3–5 นาที เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และส่งผลงานผ่านระบบของโครงการ เปิดรับสมัครทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีม (ไม่เกิน 5 คน) ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2569 ก่อนประกาศผลในเดือนพฤศจิกายน 2569

ผู้ได้รับการคัดเลือก 100 ทีม จะได้รับทุนการศึกษาทีมละ 5,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณสำหรับผู้เข้าร่วมและสถานศึกษาต้นสังกัด รวมถึงสิทธิประโยชน์จากเครือข่ายขับเคลื่อนนวัตกรรมศาสตร์พระราชา อาทิ โอกาสฝึกงาน การร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานพันธมิตร และสิทธิพิเศษจากองค์กรเครือข่าย โดย 10 ทีม ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดจะได้รับเชิญขึ้นนำเสนอผลงานบนเวทีสำคัญ เนื่องในโอกาส 100 ปี พระบรมราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 9

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคีเครือข่ายกว่า 30 องค์กร เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต พร้อมพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทาง Facebook: ตามรอยพระราชา – The King’s Journey, Line: @dfoundation หรือโทร. 094-403-4245 และ 086-614-1662

พาร์กินสันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้ป่วยไทยพุ่ง 3 เท่า แพทย์เตือน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้

พาร์กินสันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้ป่วยไทยพุ่ง 3 เท่า แพทย์เตือน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้

พาร์กินสันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้ป่วยไทยพุ่ง 3 เท่า แพทย์เตือน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ กำลังส่งสัญญาณเตือนถึงสังคมไทย “โรคพาร์กินสัน” ซึ่งเคยพบประมาณ 1 คนในประชากร 1,000 คน วันนี้ขยับขึ้นเป็น 1 คน ใน 400 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 250 ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยสูงเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนปรากฏการณ์ “ความเร่งของโรคในระดับประชากร” ซึ่งไม่อาจอธิบายได้จากการเข้าสู่สังคมสูงวัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างจริงจัง

นพ. สิทธิ เพชรรัชตะชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและโรคพาร์กินสัน โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทบริเวณก้านสมอง ส่งผลให้การผลิตสารโดปามีนลดลง ทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง และอาจมีอาการมือสั่นร่วมด้วย หากไม่ได้รับการรักษา อาการจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

นพ. สิทธิ เพชรรัชตะชาติ 

สาเหตุสำคัญของโรคเกี่ยวข้องกับการสะสมของโปรตีน alpha-synuclein ที่ผิดปกติ ซึ่งในหลายกรณีเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม เมื่อร่างกายไม่สามารถกำจัดโปรตีนชนิดนี้ได้ โปรตีนจะสะสมจนกลายเป็น “โปรตีนขยะ” โดยมีข้อสันนิษฐานว่าจุดเริ่มต้นอาจเกิดขึ้นที่ลำไส้ ก่อนส่งผ่านเส้นประสาทเข้าสู่ก้านสมองและสมองส่วนอื่นๆ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงเริ่มมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก แน่นท้อง หรือเรอบ่อย ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงปัญหาระบบย่อยอาหาร ทั้งที่อาจเป็นสัญญาณระยะเริ่มต้นของโรคได้

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การสัมผัสสารเคมีกลุ่มยาฆ่าแมลง มลพิษทางอากาศ PM2.5 การสะสมของไมโครพลาสติก และสารเคมีจากบรรจุภัณฑ์อาหาร อาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดโรคได้

สัญญาณเตือนที่หลายคนมักมองข้าม ได้แก่ การนอนละเมอ ท้องผูกเรื้อรัง ภาวะซึมเศร้า หรือความวิตกกังวลที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน อาการเหล่านี้อาจเป็น “เสียงเตือน” จากสมอง และอาจเกิดขึ้นก่อนอาการสั่นถึง 10–20 ปี หมายความว่า เมื่อเริ่มมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น เคลื่อนไหวช้า มือสั่น หรือเดินสะดุด อาจเป็นช่วงที่เซลล์สมองสูญเสียไปแล้วมากกว่าร้อยละ 60

ทั้งนี้ จากสถิติเดิมที่พบผู้ป่วย 1 คนต่อประชากร 1,000 คน ปัจจุบันเพิ่มเป็น 1 คนต่อ 400 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 250 ภายใน 10 ปี โดยประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยสูงเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ภาพรวมของเอเชียถือเป็นภูมิภาคที่มีการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยเร็วที่สุดในโลก สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อน “ความเร่งของโรคในระดับประชากร” อย่างชัดเจน

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น คือ อายุของผู้ป่วยที่ลดลง จากเดิมที่มักพบในวัยประมาณ 60 ปี ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ราว 50 ปี และเริ่มพบมากขึ้นในกลุ่มอายุ 40 ปี บางรายที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมอาจเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุ 30 ปีเศษ สะท้อนว่าโรคนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของผู้สูงอายุหลังเกษียณอีกต่อไป แต่กำลังกระทบประชากรวัยทำงานโดยตรง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยที่สามารถวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

หัวใจสำคัญของการรับมือโรคพาร์กินสันคือแนวคิด “รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้” เพราะโรคไม่ได้เริ่มต้นด้วยอาการมือสั่นเสมอไป ระยะแรกอาจแสดงอาการที่ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวลที่รุนแรงขึ้น การนอนผิดปกติ หรือท้องผูกเรื้อรัง หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกันควรรีบปรึกษาแพทย์ โดยการ  รู้เร็วมีสองมิติ คือ รู้ว่าเป็นโรคเร็วเพื่อเริ่มรักษาได้ทันเวลา และรู้วิธีดูแลเร็วเพื่อชะลอความเสื่อมของสมอง

แม้ปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษาให้หายขาดหรือหยุดการเสื่อมของเซลล์ประสาทได้โดยตรง แต่การดูแลแบบองค์รวมสามารถช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้ถึง 80–90 เปอร์เซ็นต์ หากได้รับการรักษาและดูแลอย่างเหมาะสม

สำหรับขั้นตอนการรักษาโรคพาร์กินสัน มีตั้งแต่การใช้ยาเพิ่มระดับสารโดปามีนในสมอง การผ่าตัดฝังอิเล็กโทรดในสมองด้วยเทคโนโลยี Deep Brain Stimulation (DBS) ซึ่งช่วยลดอาการสั่น เคลื่อนไหวช้า และลดการพึ่งพายาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ความเข้มสูง (Focused Ultrasound) เป็นการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้คลื่นเสียงยิงเข้าไปในสมองเฉพาะจุดเพื่อหยุดวงจรที่ผิดปกติ และมีแนวโน้มว่าเทคโนโลยีนี้จะขยายผลได้ดีในกลุ่มผู้ป่วยระยะแรก สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคพาร์กินสัน สามารถรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท โทร.1270 หรือ Line: @praram9hospital นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคพาร์กินสันเบื้องต้นได้ที่แอปพลิเคชัน “Check PD”

“โรคพาร์กินสัน” ไม่ใช่จุดจบของชีวิต หากตรวจพบเร็ว ดูแลอย่างถูกต้อง และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยยังสามารถทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ เพราะการรู้เร็วและดูแลอย่างถูกต้อง คือโอกาสสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง

‘สะบักจม ปวดร้าวลงแขน’ สัญญาณเตือนคนทำงานอย่ามองข้าม

‘สะบักจม ปวดร้าวลงแขน’ สัญญาณเตือนคนทำงานอย่ามองข้าม

‘สะบักจม ปวดร้าวลงแขน’ สัญญาณเตือนคนทำงานอย่ามองข้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อาการสะบักจมปวดร้าวลงแขนไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่คนทำงานจะมองข้าม หากลองทานยาหรือนวดแล้วไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ เพื่อวางแผนรักษาให้ตรงจุด ช่วยให้คุณหายจากอาการปวด กลับไปทำงานและใช้ชีวิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะสุขภาพที่แข็งแรงคือ “เครื่องมือ” ที่สำคัญที่สุดของคนทำงานทุกคน

รู้จักสาเหตุหลัก “สะบักจม” ใครอยู่ในลิสต์กลุ่มเสี่ยง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข หรือ kdms จะพาไปรู้จักสาเหตุหลักและวิธีการรักษาที่ช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ก่อนที่ร่างกายจะพัง!

สะบัก (Scapula) คือ กระดูกรูปสามเหลี่ยมบริเวณช่วงอกทางด้านหลังที่เชื่อมติดกับบ่า ไหล่ และหลัง ดังนั้น เมื่อปวดสะบักมักจะเป็นการเหมารวมอาการปวดคอ บ่า ไหล่รวมไปด้วย หรือเป็นอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อรอบกระดูกสะบัก ซึ่งขอเตือนว่าอาการปวดสะบักร้าวลงแขนไม่ได้มาเล่น ๆ แต่คือ “เสียงเตือน” จากระบบเส้นประสาทที่กำลังถูกกดทับ หากปล่อยไว้วันแรงงานปีหน้าคุณอาจต้องจบที่เตียงผ่าตัดแทนหยุดพัก โดยมักเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก

1.ออฟฟิศซินโดรม (Myofascial Pain Syndrome-MPS): จำเลยอันดับหนึ่ง! เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ท่าเดิมนาน ๆ ก้มหน้าเล่นมือถือ หรือพิมพ์คอมพิวเตอร์ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวจนเกิด “จุดกดเจ็บ” (Trigger Point) ส่งความปวดร้าวลามไปที่สะบักและแขน

2.ปัญหากระดูกคอ (Cervical Spine Issues): อันนี้ร้ายแรงกว่า เพราะอาจเกิดจากภาวะ กระดูกคอเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เนื่องจากเส้นประสาทจากคอคือ “สายเมน” ที่ทอดผ่านสะบักลงไปถึงแขน หากสายนี้ถูกกดทับจะทำให้ปวดร้าว ชา หรือแขนอ่อนแรงได้

3.ปัญหาข้อไหล่ (Shoulder Joint): บางครั้งปัญหาเกิดจากเอ็นข้อไหล่อักเสบหรือฉีกขาด ซึ่งนอกจากจะปวดไหล่แล้ว ยังลามมาถึงสะบักและข้อศอกได้เช่นกัน อาจทำให้เราสับสนว่าสรุปปวดตรงไหนกันแน่

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง? แน่นอนว่าคือ “มนุษย์ทำงาน” ที่ก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าคอมฯ หรือมือถือนานเกินไป รวมถึง “สายสปอร์ต” ที่โหมใช้งานหัวไหล่หนัก และ “กลุ่มผู้สูงวัย” ที่ร่างกายเริ่มเสื่อมตามกาลเวลา หากปล่อยไว้ไม่รีบแก้ จากแค่รำคาญอาจกลายเป็น “ไหล่ติด” หรือแขนอ่อนแรงจนใช้ชีวิตลำบาก

อย่าปล่อยให้ “ความปวด” กลายเป็นเรื่องปกติ

ในปัจจุบันการรักษา “สะบักจม” ก้าวหน้าไปมาก ไม่จำเป็นต้องจบที่การผ่าตัดเสมอไป หากพบสาเหตุที่แท้จริงได้ทันท่วงที โดยที่โรงพยาบาล kdms คุณจะได้พบทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกและข้อ รวมถึงกล้ามเนื้อ  พร้อมเครื่องมือทันสมัย ช่วยวินิจฉัยได้แม่นยำ และวางแผนการรักษาที่ตรงจุด

วินิจฉัยให้ “ตรงจุด” (อย่าเดาสุ่มเอง): อาการปวดร้าวลงแขนเกิดได้จากหลายสาเหตุ เมื่อไปพบแพทย์กระบวนการ “สืบสวน” จะเริ่มจากการซักประวัติ คลำหาจุดกดเจ็บ ไปจนถึงการทำ Special Test ตรวจสอบการเคลื่อนไหว หากอาการน่าสงสัย แพทย์จะสั่ง X-ray หรือ MRI จะช่วยให้รู้ชัดว่าปัญหามาจากกล้ามเนื้อ กระดูกคอ หรือเส้นเอ็นไหล่กันแน่

รักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-Invasive): ด้วยเทคโนโลยี ฝังเข็มแบบตะวันตก (Dry needling/Trigger point release): ฝังเข็มแบบตะวันตกโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เหมาะกับคนไข้ที่มีจุดกล้ามเนื้อเป็นพังพืดชัดเจน ช่วยลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อและลดอาการปวดได้เร็ว มีระดับความเจ็บอยู่ที่ 3 ดาว ถ้าใครไม่กลัวเข็มและอาการเข้าเกณฑ์ก็เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ เรียกว่าเจ็บหน่อยดีกว่าปล่อยให้ทรมาน, คลื่นกระแทก (Shock wave therapy): เหมาะกับจุดเจ็บเป็นบริเวณกว้าง โดยผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาซ้ำ ๆ ประมาณ 2-3 ครั้ง แล้วแต่อาการของแต่ละคนเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ความเจ็บน้อยหน่อยแค่ 2 ดาว ซึ่งการรักษากินระยะเวลาหลายสัปดาห์เหมือนกัน

การรักษาด้วยคลื่นแสงกำลังสูง (High intensity laser therapy): เหมาะกับคนที่มีจุดเจ็บเป็นบริเวณกว้างและกลัวการฝังเข็ม เป็นการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยการรักษาทางการแพทย์ มีความเจ็บแค่ 0.5 ดาว ผู้ป่วยอาจรู้สึกอุ่น ๆ นิดหน่อยตรงจุดที่ยิงแสงเท่านั้น สามารถเข้ารับการรักษาต่อเนื่องได้ทุกระดับอาการ และเห็นผลได้ทันทีหลังเข้ารับการรักษา,  การผ่าตัด: จะเป็นทางเลือกสุดท้ายต่อเมื่อจำเป็นจริง ๆ สำหรับคนที่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรุนแรง จนรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้อง Endoscope ที่ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้เร็วขึ้นกว่าการผ่าตัดแบบเปิด อีกทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบข้าง โดยแพทย์จะประเมินแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งอาจช่วยลดระยะเวลาพักฟื้นและการนอนโรงพยาบาลได้เช่นกัน

ปรับไลฟ์สไตล์ “กันไว้ดีกว่าแก้”

เลิกพฤติกรรมเสี่ยง บอกลาก้มคอแช่หรือสะบัดคอแรงๆ ปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา และเปลี่ยนอิริยบท ลุกขึ้นมายืดเหยียดทุก ๆ 1 ชั่วโมง

อย่าจมอยู่กับกองงานจนปล่อยให้ “สะบักจม” รีบดูแลตัวเองให้ดีตั้งแต่วันนี้ โรงพยาบาล kdms มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลรักษาแบบองค์รวม พร้อมวินิจฉัยอย่างแม่นยำด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคน ช่วยให้อาการปวดหายดี ไม่กลับมาเป็นซ้ำ และทำให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เฉพาะเจาะจงในทุกเรื่องกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ได้ที่:https://kdmshospital.com  ปรึกษาปัญหาสุขภาพ contactcenter@kdmshospital.com หรือสามารถนัดหมายแพทย์: https://page.line.me/175exsfc  และโทร. 02-080-8999

คุณแหน : 6 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 6 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 6 สิงหาคม 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ.ไปรษณีย์ไทย จัดงานครบรอบ 23 ปี บจ.ไปรษณีย์ไทยและ 143 ปีกิจการไปรษณีย์ไทย วันศุกร์ 14 ส.ค.08.45-10.15 น.ที่ห้องรับรอง ชั้น 1 โซน A อาคาร ปณท. ..เจ้าภาพของดรับกระเช้า หากร่วมทำบุญบริจาคเพื่อสมทบทุนกองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศิริราช ชื่อบัญชี ศิริราชมูลนิธิ ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 901-7-0299-9..
  • แจ้งญาติมิตรเพื่อทราบว่า ระฆุวงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา บุตร พลเอกเจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ) (มีพี่น้องร่วมมารดาคุณถนอม พึ่งบุญ ณ อยุธยา เดียวกัน 6 ท่านคือ ระฆุวงศ์-นีละพงษ์อำไพ-ไกรกรีกูร-ประยูรกาฬวรรณ-นวลจันทร์ธิดาราม-โสมยามส่องฟ้า) ..เจ้าภาพได้จัดพิธีฌาปนกิจไปเรียบร้อยแล้วที่วัดธาตุทองเมื่อวันอาทิตย์ 2 ส.ค.ที่ผ่าน ..
  • ดีใจกับ “เคน” ธีรเดช- “หน่อย” บุษกร วงษ์พัวพันธ์ ที่ลูกชายคนโต “น้องคุณ” คุณธรรม วงศ์พัวพันธ์ เข้าเป็นเฟรชชี่ น้องใหม่ 1 ใน 40 คนของคณะนิเทศศาสตร์  จุฬาฯ  ตามรอยคุณย่ากาญจนา วงศ์พัวพันธ์  ศิษย์เก่าวารสารศาสตร์ฯ  ธรรมศาสตร์ ..
  • เห็นความสำคัญของการศึกษา อ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนด้อยโอกาสหลายคนเป็นประจำปี  เมื่อเห็น “คุณแหน” ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร เตรียมจัดงานมอบทุนแก่นักเรียนยากจนกตัญญูในสังกัด กทม. 19 พ.ย.นี้ จึงตั้งใจว่าจะมอบทุนต่อเนื่องทุกปีๆ ละ 3,000 บาท..
  • ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ เอาใจชาวรามคำแหงในรูปแบบป๊อปอัพ บ็อกซ์ คาร์ท ณ โครงการ 1981 Soul & Sold ชั้น G โซน Gourmet Eats   5 ส.ค. – 4 พ.ย. ส่วนย่านสายไหมกับป๊อปอัพ ฟู้ดทรัค ณ โครงการ ICON 56 (สายไหม) ด้านหน้าฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต 12 ส.ค. – 11 พ.ย. วางแพลนเปิดเพิ่มอีกหลายสาขาให้แฟนคลับคริสปี้ ครีม ได้ตามไปฟินกันอย่างทั่วถึงอีกด้วย..
  • สวด พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน พ่อตา เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาส  2 -7 ส.ค.18.30 น. (งดสวด 5 และ 8 ส.ค.)..พระราชทานเพลิงศพ 9 ส.ค.17.00 น…
  • พระราชทานเพลิงศพ พล.อ.วิศิษฐ์  วิศิษฏ์โยธิน  6 ส.ค.16.00 น. เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน..
  • ครบ 92 ปี ท่านผู้หญิงบุษบา กิติยากร 2 ส.ค. ทำบุญตักบาตรถวายสังฆทาน ปล่อยปลาหน้าเขียง 500 ก.ก. พร้อมหน้าธิดา-บุตรเขย ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ – ศ.ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย กราบอวยพร..

คุณแหน

บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2026 งานแฟร์สุดพิเศษ มอบความสุขให้ทุกคน ในคอนเซ็ปต์ “ความสุขแบบบ้านบ้าน”

บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2026 งานแฟร์สุดพิเศษ มอบความสุขให้ทุกคน ในคอนเซ็ปต์ “ความสุขแบบบ้านบ้าน”

บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2026 งานแฟร์สุดพิเศษ มอบความสุขให้ทุกคน ในคอนเซ็ปต์ “ความสุขแบบบ้านบ้าน”

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.11 น.

ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี บ้านและสวน เติบโตเคียงข้างคนไทยในฐานะคอมมูนิตี้ที่สร้างแรงบันดาลใจเรื่องบ้าน สวน และการใช้ชีวิต ชวนทุกคนร่วมสัมผัสความสุขในงาน บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2026 ตั้งแต่วันนี้ – 9 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  บางนา   งานแฟร์ที่ตั้งใจส่งมอบ “ความสุขแบบบ้านบ้าน” ให้ทุกคน พร้อมร่วมฉลองแคมเปญไปด้วยกันกับ “บ้านและสวน 50 ปี ความสุขในทุกช่วงชีวิต – Happiness in Every Chapter of Life รวบรวมไอเดียการอยู่อาศัย การตกแต่งบ้าน และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจไว้ในงานเดียว

พบกับร้านค้าคุณภาพกว่า 1,500 บู๊ธ ครบทุกหมวด ทั้งต้นไม้และของแต่งสวน เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้างและรับสร้างบ้าน งานคราฟต์ อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าเพื่อการท่องเที่ยวและเอาต์ดอร์ พร้อมโปรโมชันและกิจกรรมตลอดการจัดงาน

เพื่อแทนคำขอบคุณผู้อ่านและผู้สนับสนุนที่ร่วมเดินทางกับบ้านและสวนมาตลอดครึ่งศตวรรษ มอบ HAPPY CAMPAIGN ให้ร่วมลุ้น Cash Voucher, รางวัล Top Spenders และคูปองชิงโชครวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท พร้อมเลือกช็อปคอลเล็กชันพิเศษ บ้านและสวน x PDM, บ้านและสวน x ชูชก และ หมอนบ้านบ้าน รวมถึงเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เปิดทุกวัน

ขนทัพ 7 โซนไฮไลต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เริ่มต้นกับ นิทรรศการครบรอบ 50 ปี บ้านและสวน ที่ชวนย้อนรอยการเดินทางจากนิตยสารฉบับแรกสู่การเป็นสื่อและคอมมูนิตี้ด้านการอยู่อาศัย พร้อมร่วมโหวต บ้านและสวน Awards 2026 สาขา People’s Choice และอิ่มอร่อยกับเครื่องดื่มและขนมเมนูพิเศษธีม 50 ปี บ้านและสวน จาก Little Tree Café

Little Tree Café

room Pavilion มาในคอนเซ็ปต์ “Book Cafe” สร้างบรรยากาศอบอุ่น เพลิดเพลินราวกับอยู่ภายในห้องสมุด

บ้านและสวน Garden & Farm Courtyard 

บ้านและสวน Garden & Farm Courtyard ชวนมาปลูกผักพื้นบ้านกินเองและเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

บ้านและสวน ช่างประจำบ้าน

บ้านและสวน ช่างประจำบ้าน ที่ช่วยให้เรื่องการดูแลบ้านเป็นเรื่องใกล้ตัว อยู่ดีมีสุขแบบไร้กังวล จึงชวนทุกคนมา “Home Check-up” ตรวจสุขภาพบ้านอย่างตรงจุด

Explorers Club Base Camp สำหรับคนรักการเดินทางและธรรมชาติ ในคอนเซ็ปต์ “KEEP EXPLORING”

บ้านและสวน Pets Lounge ในคอนเซ็ปต์ “Growing Together ทุกก้าวของชีวิต มีเพื่อนสี่ขาเติบโตเคียงข้าง”พื้นที่สำหรับครอบครัวสัตว์เลี้ยง

ปิดท้าย กินดีอยู่ดี มาในคอนเซ็ปต์ “Food Lab กิน อยู่ เป็นยา เพื่อชีวิตยั่งยืน” ชวนดูแลสุขภาพผ่านกิจกรรมตรวจวิเคราะห์สมดุลสารอาหารและวิตามินในร่างกาย โดยทีมแพทย์และแพทย์แผนไทย พร้อมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจากชีวจิต

ลงทะเบียนเข้างาน รับฟรี! 3 ต่อ https://cooll.ink/BSMIDYEAR-register เลือกรับสมุดโน้ต New Collection 1 เล่ม หรือ Free Gift  (1 ท่าน/1 ชิ้น จำนวนจำกัดต่อวัน)

รับ  E-coupon ลดคุ้ม!   จาก Power Buy EXPO ส่วนลดสูงสุด 9,000 บาทพร้อมส่วนลดเพิ่มจาก naiin,นายอินทร์, Let’s Bite และ Nap’s Coffee และคูปองชิงโชค 1 สิทธิ์ ลุ้นรางวัลกว่า 1,000,000 บาท ชิงรถยนต์ไฟฟ้า CHERY Q QOOL และของรางวัลอีกมากมาย (ร่วมกิจกรรมในงาน รับเพิ่มได้สูงสุด 40 สิทธิ์)

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ 50 ปี บ้านและสวน ได้ตั้งแต่วันนี้ – 9 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.baanlaesuan.com และ Facebook บ้านและสวน Baanlaesuan.com

กระทรวง อว. เครือซีพี อไรซ์ ทรู QTRic และ qBraid ร่วมสร้างแพลตฟอร์มควอนตัมระดับประเทศ เดินหน้า 4 พันธกิจ “สร้างคน–เร่งงานวิจัย–ยกระดับอุตสาหกรรม–สร้างนวัตกรรม”

กระทรวง อว. เครือซีพี อไรซ์ ทรู QTRic และ qBraid ร่วมสร้างแพลตฟอร์มควอนตัมระดับประเทศ เดินหน้า 4 พันธกิจ “สร้างคน–เร่งงานวิจัย–ยกระดับอุตสาหกรรม–สร้างนวัตกรรม”

กระทรวง อว. เครือซีพี อไรซ์ ทรู QTRic และ qBraid ร่วมสร้างแพลตฟอร์มควอนตัมระดับประเทศ เดินหน้า 4 พันธกิจ “สร้างคน–เร่งงานวิจัย–ยกระดับอุตสาหกรรม–สร้างนวัตกรรม”

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.03 น.

ประเทศไทยก้าวอีกขั้นในการวางรากฐานสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัม ด้วยการเปิดตัว “Quantum Club Thailand” แพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับประเทศ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง  กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม  (อว.)  เครือเจริญโภคภัณฑ์   อไรซ์  ทรู คอร์ปอเรชั่น  QTRic  และ qBraid ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควอนตัมจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเชื่อมโยงภาครัฐ มหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม สตาร์ทอัพ นักลงทุน และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก ร่วมพัฒนากำลังคน ผลักดันงานวิจัย และเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมในภาคอุตสาหกรรม พร้อมวางรากฐานและเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการคว้าโอกาสจากเศรษฐกิจควอนตัมในอนาคต  ทั้งนี้ Quantum Club Thailand จะขับเคลื่อนผ่าน 4 พันธกิจหลัก ได้แก่ การสร้างกำลังคน การผลักดันงานวิจัย การยกระดับภาคอุตสาหกรรม และการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้และต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยเริ่มต้นด้วย 3 โครงการเรือธง ได้แก่ Quantum Academy Thailand, Quantum Industry Lab และ Quantum Innovation Challenge เพื่อวางรากฐานระบบนิเวศควอนตัมของประเทศไทย และผลักดันประเทศสู่การเป็น ผู้ร่วมสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมควอนตัมในเวทีโลก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์  ประธานกรรมการ  บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด  ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์  รศ.ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (QTRic)  นายริกกี ยัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ qBraid บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์และระบบคลาวด์ด้านเทคโนโลยีควอนตัมจากสหรัฐอเมริกา  และ ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ภาคธุรกิจ สตาร์ทอัพ และองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมงาน ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์  ประธานกรรมการ  บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า กระทรวง อว. มุ่งสร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมองว่าเทคโนโลยีควอนตัมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเร่งพัฒนากำลังคนควบคู่กับการผลักดันให้งานวิจัยออกจากห้องทดลองสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม ความร่วมมือภายใต้ Quantum Club Thailand จึงเป็นการรวมพลังของภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้สร้างนวัตกรรมควอนตัมในอนาคต

ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์  ประธานกรรมการ  บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด

นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์  ประธานกรรมการ  บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัมไม่ใช่เพียงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูล หรือเครื่องจักร แต่คือ ‘คน’ เพราะเทคโนโลยีสามารถจัดหาได้ แต่บุคลากรที่สามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่ต้องอาศัยการลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายในประเทศ

ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านบุคลากร นักวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม สิ่งสำคัญคือการเชื่อมศักยภาพเหล่านี้เข้าด้วยกัน Quantum Club Thailand จึงไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ แต่เป็นกลไกความร่วมมือที่เชื่อมภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และพันธมิตรระดับโลก เพื่อเร่งให้เกิดงานวิจัย นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้จริง เพราะนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยเกิดจากคนเพียงคนเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา”

นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากประเทศที่ติดตามเทคโนโลยี มาเป็นประเทศที่ร่วมสร้างเทคโนโลยี เราไม่ควรเป็นเพียงผู้ใช้ AI หรือ Quantum แต่ต้องมีนักวิจัย นักพัฒนา และผู้ประกอบการของเราเอง ความสำเร็จของเทคโนโลยีไม่ได้วัดจากจำนวนงานวิจัย แต่ต้องวัดจากความสามารถในการแก้ปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน”

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

ขณะที่ นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เทคโนโลยีควอนตัมจะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกและหลายอุตสาหกรรมในอนาคต หากประเทศไทยต้องการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงผู้ซื้อหรือผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องร่วมพัฒนาองค์ความรู้ บุคลากร และนวัตกรรมของตนเองตั้งแต่วันนี้  ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีไทย ตระหนักถึงพลังของควอมตัมที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานยุคถัดไปที่จะปฏิวัติภาคอุตสาหกรรมและสร้างขีดความสามารถการแข่งขันระดับชาติ พร้อมนำศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะและระบบนิเวศดิจิทัลมาร่วมขับเคลื่อน Quantum Club Thailand ให้เป็นมากกว่าพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ แต่เป็น  แพลตฟอร์มแห่งการลงมือทำ ที่เชื่อมจุดแข็งของทุกภาคส่วน ตั้งแต่องค์ความรู้และงานวิจัยระดับแนวหน้า ไปจนถึงโจทย์จริงจากภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันสร้างนวัตกรรมและเปลี่ยนสู่ผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ที่จับต้องได้จริงสำหรับอุตสาหกรรมไทย ภายใต้เป้าหมายสำคัญครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น จำนวนบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาจริง งานวิจัยที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โครงการนำร่องในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการแจ้งเกิดของ Deep-tech สตาร์ทอัพไทยบนเวทีโลก ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ทั้งเวิร์กชอป สัมมนา และการเชื่อมต่อกับชุมชนควอนตัมสากล ซึ่งจะเป็นการเตรียมประเทศไทยให้พร้อมก้าวจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี ไปสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งยุคควอนตัมอย่างแท้จริง”

ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (QTRic)

ด้าน  ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (QTRic) กล่าวว่า “ปัจจุบัน QTRic มีต้นแบบเทคโนโลยีควอนตัมมากกว่า 80 รายการ และเครือข่ายนักวิจัยกว่า 120 คน จาก 19 องค์กรพันธมิตร พร้อมนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาต่อยอดผ่าน Quantum Club Thailand เพื่อเชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม สร้าง Use Case เชิงพาณิชย์ และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Quantum Hub ของอาเซียน”

ริกกี ยัง หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ qBraid

นายริกกี ยัง หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ qBraid กล่าวว่า “qBraid มีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนวิสัยทัศน์ระยะยาวของประเทศไทยในการสร้างระบบนิเวศควอนตัมที่แข่งขันได้ในระดับโลกผ่าน Quantum Club Thailand  และขอบคุณรัฐบาลไทย ทรู คอร์ปอเรชั่น และ QTRiC  ที่ได้ริเริ่มเป็นผู้นำในการผสานความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมควอนตัม ซึ่งนอกเหนือจากการเปิดให้เข้าถึงแพลตฟอร์มควอนตัมระดับสากลและเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI แล้ว qBraid มุ่งมั่นร่วมสร้างบุคลากรด้านควอนตัมของไทย และส่งเสริมภาคธุรกิจในการพัฒนาโซลูชันต้นแบบเพื่อทดสอบใช้งานจริงในอุตสาหกรรมหลัก ตลอดจนเชื่อมโยงผู้นำด้านควอนตัมของไทยเข้ากับเครือข่ายนานาชาติ ซึ่งจะช่วยเร่งให้เกิดการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม สร้างแรงบันดาลใจแก่บุคลากรรุ่นใหม่ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคและจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านนวัตกรรม งานวิจัย และการใช้ควอนตัมในเชิงพาณิชย์”

4 พันธกิจหลัก วางรากฐานระบบนิเวศควอนตัมไทยทุกมิติ

Quantum Club Thailand แพลตฟอร์มความร่วมมือระดับประเทศที่เชื่อมภาควิจัย อุตสาหกรรม ภาครัฐ และพันธมิตรระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนอนาคตควอนตัมของประเทศไทย ภายใต้ 4 พันธกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ประกอบด้วย

  • สร้างกำลังคน — ยกระดับและพัฒนากำลังคนด้านควอนตัมอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงนักศึกษา นักวิจัย วิศวกร และบุคลากรวิชาชีพเข้ากับโอกาสการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงการพัฒนาจริง
  • สร้างงานวิจัย — ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อผลักดันงานวิจัยให้ก้าวข้ามจากทฤษฎีไปสู่การทดลอง การพิสูจน์แนวคิด และการประยุกต์ใช้จริง โดยนำโจทย์ภาคธุรกิจและสังคมมาขับเคลื่อนการวิจัย
  • สร้างภาคอุตสาหกรรม — สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการปรับใช้เทคโนโลยีควอนตัมในภาคธุรกิจ ครอบคลุมทั้งรูปแบบการใช้งานที่ตอบโจทย์และความต้องการต่างๆในการดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาโครงการนำร่อง โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย  อาทิ   โทรคมนาคม  พลังงาน  สาธารณสุข  การผลิต  บริการทางการเงิน โลจิสติกส์  และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ
  • สร้างนวัตกรรม — สนับสนุนสตาร์ทอัพและนวัตกรเปลี่ยนไอเดียให้เป็นผลงานต้นแบบ (Prototypes) ตลอดจนร่วมทุนในธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างทรัพย์สินทางปัญญาใหม่ๆ ให้แก่ประเทศ

3 โครงการเรือธง Quantum Club Thailand

Quantum Club Thailand ก่อตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะเป็น “Execution Platform” เริ่มตั้งแต่การเรียนรู้ – วิจัย – ทดลอง – โครงการนำร่อง – นวัตกรรม – ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมพร้อมขยายผลได้จริง โดยริเริ่มดำเนิน 3 โครงการหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างบุคลากรไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจเชิงพาณิชย์ ได้แก่

  • Quantum Academy Thailand — ศูนย์กลางการพัฒนากำลังคน ผ่านการอบรม Bootcamp เวิร์กชอป และทุนการศึกษา/ทุนวิจัย โดยร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง qBraid เพื่อมอบประสบการณ์การลงมือปฏิบัติจริงกับซอฟต์แวร์ควอนตัม ระบบจำลอง และระบบประมวลผลระดับสูง
  • Quantum Industry Lab — ห้องปฏิบัติการร่วมระหว่างภาคธุรกิจ นักวิจัย และผู้ให้บริการเทคโนโลยี นำร่องในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ก่อนขยายผลสู่อุตสาหกรรมอื่น เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่าย การประหยัดพลังงาน และระบบความปลอดภัยยุคควอนตัม
  • Quantum Innovation Challenge — เวที Hackathon ระดับชาติ และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนไอเดียควอนตัมของนวัตกรไทยให้กลายเป็นทรัพยากรทางปัญญา สตาร์ทอัพ และโอกาสเชิงพาณิชย์ในอนาคต

ทั้งนี้ ในระยะแรก Quantum Club Thailand จะมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถเทคโนโลยีและเชื่อมโยงโดยตรงกับโจทย์จริงของภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยควอนตัม (Quantum Optimization) 2) การจำลองแบบด้วยควอนตัมและแบบจำลองเสมือนจริง (Quantum Simulation and Digital Twin) 3) ปัญญาประดิษฐ์ควอนตัมและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Quantum AI and Intelligent Infrastructure) และ 4) ระบบความปลอดภัยยุคควอนตัม (Quantum Security) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จากการถูกเจาะหรือถอดรหัสด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต

‘สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน’ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

‘สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน' นิทรรศการเทิดพระเกียรติ  ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

‘สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน’ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย เมื่อ อาจารย์ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ร่วมกับ Decide Kit Studio สตูดิโอสร้างสรรค์เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ สร้างสรรค์ภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไฮไลท์ในนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ร่วมด้วยเหล่าศิลปินแห่งชาติ อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ปัญญา วิจินธนสาร รวมถึงศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย ได้แก่ วัชระ ประยูรคำ,อลงกรณ์ หล่อวัฒนา,พินิตย์ พันธประวัติ ,นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์,ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ, วิรัญญา จิราธิกิตติ์ และ อาจารย์นที ทับทิมทอง ฯลฯ

พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการ

พิธีเปิดนิทรรศการ โดย พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการ ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม  และจะเปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมระหว่างนี้จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม

อาจารย์ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ

อาจารย์ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ กล่าวว่า นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์นี้ ถือเป็นการรวบรวมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าและหาชมได้ยากจากศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิของประเทศไทย ถ่ายทอดศาสตร์แห่งศิลปกรรมผ่าน 5 แขนงสำคัญ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย และศิลปะภาพยนตร์ดิจิทัลสามมิติ (3D Digital Art) โดยเชื่อมโยงศิลปะดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีร่วมสมัยอย่างวิจิตรบรรจง  ผลงานมาสเตอร์พีซจากเหล่าศิลปินแห่งชาติผู้ทรงคุณูปการ

“สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน จึงมิใช่เพียงนิทรรศการศิลปะ หากเป็นการรวมพลังแห่งศรัทธา เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ ถ่ายทอดความงดงามของศิลปกรรมไทย การสืบสานมรดกแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้สร้างคุณูปการแก่แผ่นดิน ให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป และสะท้อนหัวใจรักของคนไทยทั้งชาติที่ร่วมกันจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดิน” อาจารย์ชูศิษฐ์ กล่าว

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติ ความยาว 6 นาที ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการนำเสนอวงการศิลปะของไทยครั้งสำคัญ เมื่อผลงานจากปลายพู่กัน งานประติมากรรม และแม่พิมพ์โลหะ ได้รับการถ่ายทอดสู่โลกแห่งภาพเคลื่อนไหวสามมิติอย่างงดงามสมพระเกียรติ ผ่านการออกแบบสร้างสรรค์โดย อาจารย์ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ร่วมกับ Decide Kit Studio สตูดิโอสร้างสรรค์เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ พร้อมทีมศิลปินจากหลากหลายสาขาที่ร่วมกันถ่ายทอดผลงานด้วยหัวใจแห่งความภาคภูมิใจในความเป็นไทย

ภาพยนตร์เทิดพระเกียรติชุดนี้จะถูกนำขึ้นฉายพร้อมกันบนจอ มัลติมีเดียสกรีน ภายในไอคอนสยาม และจุดสำคัญทั่วกรุงเทพมหานครตลอดช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมศิลปะที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่ พร้อมร่วมถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบ 74 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569  ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย

ภายในนิทรรศการจะได้ชื่นชมผลงานมาสเตอร์พีซจากศิลปินผู้ทรงคุณูปการ อาทิ ศิลปินแห่งชาติ จักรพันธุ์ โปษยกฤต,  ปัญญา วิจินธนสาร รวมถึงศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย ได้แก่ อาจารย์วัชระ ประยูรคำ, อาจารย์อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, อาจารย์พินิตย์ พันธประวัติ, อาจารย์นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์, อาจารย์ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ, อาจารย์วิรัญญา จิราธิกิตติ์ และอาจารย์นที ทับทิมทอง ซึ่งล้วนเป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าให้แก่วงการศิลปะไทยแทบทั้งสิ้น

เพื่อร่วมบันทึกความทรงจำแห่งประวัติศาสตร์ ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองผลงานภาพพิมพ์รีโปรดักชั่นพระบรมรูปคู่ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” พร้อมลายเซนต์ลิมิเทตอิดิชั่น จำกัดเพียง 100 ชุด ขนาดรวมกรอบ 50×77 ซม. เป็นกรอบไม้ทองประดับลายมงกุฎช่อดอกไม้มวลบุปผาราชินีอันงดงามลึกซึ้ง พร้อมโลโก้ซิกเนเจอร์ ฝีมือการปั้นโดย อาจารย์ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ได้ที่โทร. 065-2394591 โดยสามารถเข้าชมรูปภาพตัวอย่างผลงานหรือติดต่อได้ที่ FB: Chusit Wijarnjoragij ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ

สำหรับรายได้จากการจำหน่ายจำหน่ายผลงาน ภายหลังหักค่าใช้จ่าย จะทูลเกล้าฯ ถวายแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย อันเป็นการน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างสูงสุด

นิทรรศการในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก ICONSIAM, BANGKOK AIRWAYS, RCL, PLAN B, DECIDE KIT, CHUSIT RPA, DEPERTMENT OF CULTURAL PROMOTION พร้อมขอเชิญประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ และร่วมสัมผัสความงดงามของศิลปะที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจและวัฒนธรรม ระหว่างวันนี้จนถึง 8 สิงหาคม ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม