ปวดหลังไม่ต้องผ่า หายได้ด้วยการฉีดยาที่เส้นประสาท

ปวดหลังไม่ต้องผ่า หายได้ด้วยการฉีดยาที่เส้นประสาท

ปวดหลังไม่ต้องผ่า หายได้ด้วยการฉีดยาที่เส้นประสาท

วันอังคาร ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อาการปวดหลังร้าวลงขาหรือปวดคอร้าวลงแขน เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมการนั่งทำงานเป็นเวลานาน หรือมีภาวะเสื่อมของกระดูกสันหลังตามวัย หนึ่งในสาเหตุสำคัญของอาการเหล่านี้คือ ภาวะเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณกระดูกสันหลัง ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเจ็บปวดแก่ผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงเพราะไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติอีกด้วย

นายแพทย์เตมีธ์ เสถียรราษฎร์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า อาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทที่กระดูกสันหลังเป็นโรคที่พบได้บ่อยและเกิดได้จากหลายๆสาเหตุ เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกเสื่อมทับเส้นประสาท กระดูกเคลื่อน กระดูกคด หรือกรณีที่เคยผ่าตัดหลังแล้วไม่หายปวดเนื่องจากยังมีการกดทับเส้นประสาทหลงเหลืออยู่

นายแพทย์เตมีธ์ เสถียรราษฎร์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี

หนึ่งในวิธีการรักษาที่ได้ผลดีและไม่จำเป็นต้องผ่าตัด คือ การฉีดยาลดการอักเสบที่เส้นประสาท (Selective Nerve Root Block / Transforaminal Epidural Steroid Injection) ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง และเป็นการรักษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศมานานแล้ว นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางการแพทย์สนับสนุนอย่างมากมายว่า การฉีดยาลดการอักเสบที่เส้นประสาทสามารถช่วยให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นได้อย่างชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด มีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและทำงานได้ดีขึ้น

อีกหนึ่งประโยชน์สำคัญของการฉีดยาลดการอักเสบที่เส้นประสาท คือ ช่วยให้การวินิจฉัยสาเหตุของอาการปวดแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่สงสัยว่ามีเส้นประสาทหลายตำแหน่งที่อาจเป็นต้นเหตุของอาการปวด หากอาการปวดลดลงหลังฉีดยาบริเวณใด แสดงว่าเส้นประสาทส่วนนั้นคือสาเหตุหลักของอาการปวด แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหลังการฉีดยาก็จะช่วยยืนยันว่าต้นเหตุของอาการน่าจะมาจากที่อื่น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ การฉีดยาลดการอักเสบสามารถทำได้โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังจากสังเกตอาการประมาณ 1 ชั่วโมง อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่าการผ่าตัดมาก และลดภาระค่าใช้จ่ายโดยรวมได้อีกด้วย

ส่วนผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง อาจมีความกังวลเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ โดยทั่วไปแล้ว ยาที่จำเป็นต้องหยุดชั่วคราวก่อนการฉีดจะมีเพียงยาต้านเกร็ดเลือดและยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ส่วนยาอื่น ๆ สามารถรับประทานได้ตามปกติภายใต้คำแนะนำของแพทย์

สำหรับใครที่มีอาการปวดหลังร้าวลงขาหรือปวดคอร้าวลงแขน ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพราะการฉีดยาลดการอักเสบที่เส้นประสาทสามารถรักษาอาการปวดจากโรคกระดูกสันหลังได้โดยไม่ต้องผ่าตัดและช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

เปิดตัว ‘วิทยาลัยอินโชคุจิน’ สาขาแรก ในประเทศไทย ปั้นเชฟซูชิคนไทยสู่เวทีโลก

เปิดตัว ‘วิทยาลัยอินโชคุจิน’ สาขาแรก ในประเทศไทย  ปั้นเชฟซูชิคนไทยสู่เวทีโลก

เปิดตัว ‘วิทยาลัยอินโชคุจิน’ สาขาแรก ในประเทศไทย ปั้นเชฟซูชิคนไทยสู่เวทีโลก

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 20.08 น.

วิทยาลัยอินโชคุจิน (Insyokujin College) สถาบันจากประเทศญี่ปุ่น เปิดโรงเรียนสอนทำซูชิแห่งแรกในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการเป็นเชฟซูชิ รองรับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลักสูตรเน้นการอบรมด้านซูชิ ปลา อาหารทะเล และการออกแบบเมนูในรูปแบบญี่ปุ่น โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเปลี่ยนสายงานเข้าสู่อาชีพเชฟ ผู้ที่สนใจในสายอาชีพอาหาร และเจ้าของกิจการร้านอาหารที่ต้องการเรียนรู้ทักษะการทำซูชิแบบมืออาชีพภายในระยะเวลาอันสั้น

โซอิจิ โยโกยามะ ประธานกรรมการบริหาร วิทยาลัยอินโชคุจิน กล่าวว่า “จากการศึกษาตลาด พบว่าในประเทศไทยตลาดร้านอาหาร โรงแรม และซูเปอร์มาเก็ตมีความต้องบุคลากรวิชาชีพด้านเชฟซูชิในอัตราสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเรียนแบบเข้มข้นในระยะเวลาจำกัดพร้อมใบรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเราพบว่ามีผู้ที่สนใจเรียนรู้ทักษะเชฟซูชิเพื่อนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างโอกาสเข้าสู่งานในระบบร้านอาหารหรือเปิดกิจการของตัวเองเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเชฟมืออาชีพ คนที่อยู่ในแวดวงอาหาร เจ้าของกิจการร้านอาหาร รวมถึงคนที่กำลังอยากเปลี่ยนงานเพื่อรายได้มากขึ้น

วิทยาลัยเล็งเห็นความต้องการดังกล่าว จึงเปิดสาขาจัดให้มีการเรียนการสอนขึ้นในประเทศไทย เพื่อความสะดวกและคล่องตัวของผู้เรียน และได้พัฒนาหลักสูตรเข้มข้นที่มีระยะเวลา 3 เดือน เน้นการฝึกปฏิบัติจริงเป็นหลักกว่า 80% ของเนื้อหา เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคระดับเชฟมืออาชีพ รวมถึงมีการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จริงและเรียนรู้การบริหารจัดการร้านอาหาร สอนโดยคณาจารย์ที่เป็นเชฟและมีร้านของตนเองจึงสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้จากมุมมองของเชฟตัวจริงที่หาไม่ได้จากที่อื่น”

หลักสูตรของวิทยาลัยอินโชคุจินมีความแตกต่างจากสถาบันอื่นตรงที่มีการออกแบบเพื่อผู้ไม่มีพื้นฐานมาก่อน โดยเน้นภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ผู้สอนทุกคนล้วนมีประสบการณ์ตรงในวงการอาหาร และมีระบบการดูแลผู้เรียนทั้งในระหว่างและหลังจบการศึกษา เช่น การสัมภาษณ์ให้คำปรึกษารายบุคคล การฝึกงานในร้านของวิทยาลัยและร้านพันธมิตร รวมถึงการเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายร้านอาหารทั้งในไทยและญี่ปุ่น โดยเนื้อหาหลักสูตรประกอบด้วย

เดือนที่ 1 : จิตวิญญาณการบริการ (โอโมเตะนัทชิ) เปรียบเทียบโครงสร้างและรสชาติปลา ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับปลาและการแล่ปลาเบื้องต้น เรียนรู้ต้นกำเนิด ประวัติศาสตร์และความรู้เกี่ยวกับซูชิ การพัฒนาทักษะการใช้มีด และเรียนรู้วิธีการเตรียมและการปรุงอาหารทะเล

เดือนที่ 2 : การฝึกปฏิบัติซ้ำๆ การไปศึกษาที่ตลาดปลา (เรียนรู้นอกสถานที่) การพิจารณาคุณภาพของปลา  ฝึกปฏิบัติการจัดการปลาจนเสร็จสมบูรณ์ และ เรียนรู้การทำอาหารเซ็ตแบบญี่ปุ่นเซ็ต ซาชิมิ อาหารจานเล็ก และจานพิเศษ

เดือนที่ 3 : ศึกษาการประมูลปลาที่ท่าเรือ (กิจกรรมเสริมหลักสูตร) การเลือกซื้อปลาและฝึกใช้ปลาสดจริง  ฝึกการคิดเมนู คอร์สอาหารจนถึงการทำซูชิ การคำนวณต้นทุน การเลือกวัตถุดิบ ฝึกปฏิบัติเพื่อให้บริการกับลูกค้าจริง (แขกรับเชิญ) เรียนรู้การบริหารจัดการร้าน ออกนอกสถานที่ไปฝึกประสบการณ์ในร้านซูชิ
(ทัศนศึกษา) โดยนักเรียนต้องมีอัตราการเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 80% จึงจะมีสิทธิ์สอบจบได้

โซอิจิ โยโกยามะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “นับจนถึงปัจจุบัน เรามีนักเรียนที่จบหลักสูตรนี้มากกว่า 1,300 คน โดยในจำนวนนั้นกว่า 80% ไม่มีพื้นฐานด้านการทำอาหารมาก่อน แต่สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว และกว่า 90% ของผู้เรียนทั้งหมดสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพ หรือสามารถเปิดกิจกา
รของตนเองได้ภายในไม่กี่เดือนหลังจบหลักสูตร เรามองว่าโอกาสของผู้เรียนไม่ได้จบแค่ในห้องเรียน แต่ยังสามารถขยายต่อไปสู่ธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง หรือเข้าร่วมเครือข่ายร้านอาหารทั้งในไทยและญี่ปุ่นที่เรามีอยู่จำนวนมาก”

ทั้งนี้ร้านอาหารที่ดำเนินการโดยตรงภายใต้การบริหารของวิทยาลัยได้รับการแนะนำใน Michelin Guide 5 ปีติดต่อกัน และ ปัจจุบัน วิทยาลัยมี 4 สาขาในประเทศญี่ปุ่น และอยู่ระหว่างการขยายสาขาในไต้หวัน เกาหลี ไทย และมาเลเซีย

วิทยาลัยอินโชคุจิน สาขาประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ ซอยสุขุมวิท 20 โดยบนชั้น 3 ของอาคาร ยังมีร้าน “Ceramic Valley Mino Japan” ในเครือฯ ซึ่งจัดจำหน่ายงานเซรามิกจากแหล่งผลิตมิโนะ จังหวัดกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเซรามิกคุณภาพสูง คิดเป็นประมาณ 60% ของการผลิตในประเทศญี่ปุ่น
โดยมีทั้งงานคราฟต์และของใช้ในชีวิตประจำวันวางจำหน่ายในพื้นที่ พร้อมช่องทางออนไลน์ เช่น Shopee และ Lazada อีกทั้งยังมีธุรกิจ “Yamaguchi Tofu” เต้าหู้ที่ผลิตจากถั่วเหลืองในจังหวัดเชียงใหม่และเกลือธรรมชาติจากจังหวัดน่าน ด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมของญี่ปุ่น ปราศจากสารเติมแต่ง จัดจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำหลายแห่ง เช่น Fuji Super, Rimping, Siam Takashimaya, Mitsukoshi One Bangkok และร้านOhkajhu

วิทยาลัยอินโชคุจิน สาขาประเทศไทย เปิดสอนหลักสูตรซูชิไมสเตอร์ ภาคกลางวัน ระยะเวลา 3 เดือน เรียนวันจันทร์ถึงเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ค่าเล่าเรียน 270,000 บาท สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://linktr.ee/Insyokujincollegebkk และ Line ID: @insyokujinbkk

ห้างเซ็นทรัล เปลี่ยนทุกสาขาให้กลายเป็นแลนมาร์กแห่งสีสัน กับแคมเปญ‘Central Pride Month 2025’

ห้างเซ็นทรัล เปลี่ยนทุกสาขาให้กลายเป็นแลนมาร์กแห่งสีสัน  กับแคมเปญ‘Central Pride Month 2025’

ห้างเซ็นทรัล เปลี่ยนทุกสาขาให้กลายเป็นแลนมาร์กแห่งสีสัน กับแคมเปญ‘Central Pride Month 2025’

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 20.03 น.

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างโมเมนต์แห่งปี จัดแคมเปญ Central Pride Month 2025” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความรักในทุกรูปแบบ พร้อมตอกย้ำข้อความสำคัญ “Love is limitless”– ความรักไม่มีขอบเขต ไม่จำกัดเพศ เชื้อชาติ หรือวัฒนธรรม เพราะทุกความรักควรได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียมและภาคภูมิใจ แสดงจุดยืนสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) อย่างจริงจัง” ที่โอบรับพลังของความรักในทุกมิติ
กับขบวนพาเหรดสุดอลังร่วมกับเซ็นทรัลพัฒนา ในงาน Thailand’s Pride Celebration 2025 เป็นครั้งแรก! พร้อมจับมือ “มาสเตอร์การ์ด” ร่วมสร้างประสบการณ์สนุกสุดคัลเลอร์ฟูลที่ห้างฯเซ็นทรัล พร้อมสร้างปรากฏการณ์ส่งต่อพลังบวกแห่งความเท่าเทียม ฉลอง Pride Month กับกิจกรรมไฮไลต์ในคอนเซปต์ Happy Pride Month : Born Juicy! เปล่งประกายความเป็นตัวเอง ความจัดจ้าน มีสเน่ห์ อันเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เพราะความหลากหลายคือพลัง ที่จะชวนทุกคนมาสัมผัสและปลดปล่อยความเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ และโปรโมชันพิเศษสำหรับสายช้อปที่ห้างเซ็นทรัล ตลอดเดือนมิ.ย. 68

รวิศรา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริหารกลุ่มการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ห้างเซ็นทรัลมุ่งมั่นในการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับในความแตกต่างของผู้คนอย่างจริงจัง ทั้งในเชิงนโยบายภายในองค์กร การจ้างงานที่เปิดโอกาสให้ทุกเพศ และการดำเนินกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกค้าทุกกลุ่มสามารถแสดงออกถึงตัวตนได้อย่างเต็มที่ ภายใต้ปรัชญา ‘Care for the Community’ ที่เราเชื่อมั่นและยึดถือเสมอมา ในปี 2025 นี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ห้างเซ็นทรัลเข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของงาน ‘Thailand’s Pride Celebration 2025’ ซึ่งเป็นกิจกรรมระดับประเทศที่รวมพลังภาครัฐ เอกชน และประชาชนเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month อย่างกว้างขวาง โดยพนักงานกลุ่ม LGBTQIA+ ของเราที่มีความสามารถและความภาคภูมิใจในตัวตน จะได้มีโอกาสร่วมแสดงพลังและสร้างสีสันในกิจกรรมสำคัญต่างๆ เช่น ขบวนพาเหรด Love with Pride Parade ณ บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และกิจกรรมสุดสนุก พร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าห้างเซ็นทรัลอีกมากมายตลอดเดือนมิถุนายนนี้ เราหวังว่าแคมเปญ Central Pride Month 2025 จะเป็นมากกว่าการเฉลิมฉลองแต่จะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของสังคมไทยในการยอมรับความหลากหลายอย่างเปิดใจ และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างยั่งยืน”

จุดประกายสีรุ้งทั่วประเทศไทย ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ!

กับไฮไลต์กิจกรรมไลฟ์สไตล์สุดคัลเลอร์ฟูล จากแคมเปญ Central Pride Month 2025 กับกิจกรรมสุดชิคที่สะท้อนพลังของความหลากหลายอย่างมีสไตล์ ตั้งแต่แลนด์มาร์กสุดอลัง ไปจนถึงประสบการณ์ที่นักช้อปต้องห้ามพลาด! ตลอดเดือนมิ.ย. 68 ไม่ว่าจะเป็น…

  •   Pride Lighting Façade – A Radiant Symbol of Equality – ตลอดเดือนมิ.ย. นี้ หน้า Façade ภายนอกของห้างเซ็นทรัล  

  ชิดลม จะถูกแต่งแต้มด้วยแสงสีรุ้งแห่งความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ ผ่านการจัดแสดง Pride Lighting   

  • ใจกลางเมือง ซึ่งจะเปล่งประกายทุกค่ำคืนตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. – 30 มิ.ย. 25 โดยใช้โทนสีรุ้งที่เป็นสัญลักษณ์

  ของ Pride เพื่อสื่อถึงพลัง ความงาม และการมีอยู่ของความหลากหลายอย่างสง่างาม พร้อมเปิดพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นหมุด

  หมายสุดไอคอนนิกของผู้คนทุกเพศ ทุกวัย

  • Happy Pride Month– Born Juicy! – ตื่นตาตื่นใจไปกับโลกแห่งสีสันและความสนุกสไตล์ป๊อป-อาร์ต ผ่านการตกแต่งบรรยากาศภายในห้าง ภายใต้คอนเซปต์ Happy Pride Mont – Born Juicy! เนรมิตสเปซที่บอกเล่าความงามของความแตกต่างอย่างชัดเจน แบบจัดจ้าน มีสเน่ห์ และชีวิตชีวา พร้อมแลนด์มาร์กจุดถ่ายภาพดีไซน์เก๋ที่สะท้อนคอนเซปต์ Celebrating Inclusivity ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม และห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์
  • Love with Pride Parade 2025 – วันเสาร์ที่ 31 พ.ค. 68 – พบกับ Love with Pride Parade 2025 พาเหรดเต็มรูปแบบปีแรกของเซ็นทรัลพัฒนาร่วมกับห้างเซ็นทรัลสุดยิ่งใหญ่ ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
    พร้อมขบวนพาเหรดจากองค์กรพันธมิตรชั้นนำ และโชว์สุดเซอร์ไพรส์ Extravaganza Performance Show
    จาก Muse by Metinee x House of HEALS เหล่า Drag Queen ตัวแม่แห่งวงการ และลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม มาร่วมสร้างสีสัน  พร้อมโชว์สุดพิเศษจาก 2 สาวสุดฮอต “ฟรีน–เบ็คกี้” ร่วมสร้างสีสันในงาน “centralwOrld Love with Pride 2025” ท่ามกลางคนบันเทิงหลายร้อยชีวิตที่พร้อมใจเดินแบบสนับสนุนความเท่าเทียม เปลี่ยนพื้นที่ใจกลางราชประสงค์ ให้เป็นจุดฟินาเล่สุดยิ่งใหญ่
  • Central x Mastercard: Love Wins in Every Colour – ร่วมเติมเต็มประสบการณ์ช้อปสุดพิเศษในช่วง Pride Month ด้วยกิจกรรมความร่วมมือระหว่าง Central และ Mastercard ที่จัดเต็มด้วยของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ทั้งคิ้วต์และมีความหมาย
  • Pride Bead Bracelet – รับฟรี! สร้อย Pride Bead Bracelet ดีไซน์พิเศษ เมื่อช้อปผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ดครบตามเงื่อนไข พร้อมสนุกกับกิจกรรม DIY ที่คุณสามารถดีไซน์สร้อยในแบบ “You Do You”
  • Pride Popsicle – รับฟรี! ไอศกรีมแท่งสีรุ้งเย็นฉ่ำ เติมสีสันแห่งความเท่าเทียมแบบฟินๆ เมื่อช้อปผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ดครบตามเงื่อนไข
  • Pride Fan Giveaway – รับฟรี! พัด Pride Fan ลายลิมิเต็ดเฉพาะผู้ที่แต่งกายธีม Pride ในวันที่ 31 พ.ค. 68  พร้อมข้อความชวนยิ้มแฝงพลังบวก
  • Pride DJ Vibes – เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงจากดีเจชื่อดัง ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาสร้างความบันเทิงตลอดงาน
  • Central Take You In Pride – มอบประสบการณ์ในเดือน pride month ตามสาขาต่างๆ กับกิจกรรม Central Take You In Pride ด้วยการสนับสนุนจากแบรนด์ความงามต่างๆ มาร่วมให้บริการลูกค้า อาทิ บริการแต่งหน้า
    touch-up ตรวจสภาพผิว และปรนนิบัติผิว อาทิ Clarins, Covermark, Estée Lauder, Kanebo, Lancôme, Laura Mercier , Revlon, Shiseido, SK-II, Sisley, Sulwhasoo และ THREE  

พิเศษเฉพาะห้างเซ็นทรัลป่าตอง และห้างเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า

  • กิจกรรมพิเศษในภูเก็ต Central Pride Month @ Phuket – A Coastal Celebration of Colour – ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Phuket Pride Week 2025 ด้วยขบวนพาเหรดริมทะเล การแสดงศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรม community-based ระหว่างวันที่ 2 – 8 มิ.ย. 25 ณ หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เตรียมพบกับเทศกาล Central Pride Festival 2025 ที่ยกความสนุก ศิลปะ และพลังแห่งความเท่าเทียมไปสู่ชายหาด ในธีม “Be You, Be Equality – Be Yourself…Create Equality Together.”

งานนี้คือการหลอมรวมความหลากหลายเข้ากับบรรยากาศสุดยูนีคของภูเก็ต พร้อมกิจกรรมไฮไลต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น….

  • วันที่ 2–4 มิ.ย. 68 : กิจกรรม Beach Volleyball Tournament

        แมทช์เด็ดริมทะเลที่ผสมผสานกีฬา ความสนุก และการแสดงพลังแบบ Proud & Playful

  • วันที่ 4 มิ.ย. 68 : กิจกรรม Pride Talk Volume II

        เซสชันเสวนาเปิดมุมมองใหม่ โดยวิทยากรหลากหลายวงการที่จะพูดคุยเรื่อง LGBTQIA+ อย่างเข้มข้นและอินสไปร์สุด ๆ

  • วันที่ 6 มิ.ย. 68 : กิจกรรม Miss Queen Andaman Power 2025

        ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีของพลังความงามบนเวทีที่รวมทั้งความกล้าและการเฉลิมฉลองในตัวตน

  • วันที่ 8 มิ.ย. 68 : กิจกรรม Pride Parade @ Patong Beach

        เดินขบวนร่วมใจริมชายหาดสายรุ้งที่เปล่งประกายที่สุดแห่งปี พร้อมบีตส์ดนตรีสนุก ๆ และสีสันแบบ All-Out

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสุดพิเศษอีกมากมาย อาทิ พื้นที่แสดงงานศิลปะร่วมสมัย มุมถ่ายรูปดีไซน์ยูนีค และเวิร์กชอปที่ร่วมกันสร้างบทสนทนาแห่งความเข้าใจ และการตกแต่งพื้นที่ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่เดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจเพื่อส่งต่อพลังให้ทุกคน Be Seen – ให้โลกได้เห็นว่าคุณคือใคร Be Loved – เพราะทุกคนสมควรได้รับความรัก และ Be Proud – จงภาคภูมิใจในสิ่งที่คุณเป็น เพราะความหลากหลายคือพลังอันยิ่งใหญ่”

พร้อมเอาใจสายช้อปกับโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร Master Card ไม่ว่าจะเป็น…..

  • รับบัตรของขวัญเซ็นทรัล มูลค่า 1,000 บาท เมื่อช้อปครบ 10,000 บาทต่อเซลส์สลิป (จำกัด 100 สิทธิ์ตลอดรายการ)เมื่อช้อประหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 30 มิ.ย. 68 ที่ห้างเซ็นทรัลป่าตอง และห้างเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า
  • รับ 1 สิทธิ์ชิงโชค ลุ้นรับทริปเที่ยวฮ่องกง แบบ Exclusive 3 วัน 2 คืน รวมทั้งหมด 5 รางวัล (รางวัลละ 2 ท่าน)
    เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ดครบทุก 3,000 บาท ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ระหว่างวันที่ 23 พ.ค. – 31 ก.ค. 68
    ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ขอเพียงเป็นตัวของตัวเองอย่างภาคภูมิใจและเปล่งประกาย! มาร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month กับแคมเปญ “Central Pride Month 2025” ตลอดเดือนมิ.ย. 68 นี้ ได้ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : Central Department Store คลิก https://www.facebook.com/CentralDepartmentStore

วธ. ผนึกกำลังสมาคมส่งเสริมผ้าไหมไทยและวัฒนธรรมไทยเตรียมจัดงาน’มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14′

วธ. ผนึกกำลังสมาคมส่งเสริมผ้าไหมไทยและวัฒนธรรมไทยเตรียมจัดงาน'มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14'

วธ. ผนึกกำลังสมาคมส่งเสริมผ้าไหมไทยและวัฒนธรรมไทยเตรียมจัดงาน’มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14′

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.24 น.

โชว์ Soft Power “ผ้าไหมไทย” สุดยิ่งใหญ่แห่งปี เฉลิมพระเกียรติฯ 47 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วธ. ผนึกกำลังสมาคมส่งเสริมผ้าไหมไทยและวัฒนธรรมไทย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แถลงข่าวจัดงาน “มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14” ชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ครม.-ทูต กว่า 88 ประเทศ เดินแฟชั่นโชว์สุดตระการตา อวดโฉมชุดผ้าไหมไทยฝีมือนักศึกษาไทย ในวันที่ 21 มิถุนายน 2568 ณ หอประชุมกองทัพเรือ พร้อมโชว์ชุดผ้าไหมไทย 25 – 29 มิถุนายน 2568 ณ ลาน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (CentralWorld)

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานงานแถลงข่าว “มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14” และโครงการประกวด The 6th Next Big Silk Designer Contest 2025 โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ดร.สุมาลี อุทัยเฉลิม ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หน่วยงานรัฐ เอกชน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรมและสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้อง Gallery 5 หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

ภายในงานแถลงข่าวมีการแสดงวัฒนธรรมไทย ชุด “รอยอารยะ” แสดงถึงวิวัฒนาการเครื่องแต่งกายของไทยตั้งแต่ สมัยทวารวดีจนถึงรัตนโกสินทร์ การฉายวิดีทัศน์  โครงการฯ การเสวนาโดยผู้แทนจากคณะกรรมการจัดงาน H.E. Paolo Dionisi เอกอัครราชทูตอิตาลี ตัวแทนจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย มินิแฟชั่นโชว์ผ้าไหมไทย ผลงานนิสิต นักศึกษา ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ โดยได้รับเกียรติจาก เอกอัครราชทูต อุปทูต ตัวแทนสถานทูต กงสุลกิตติมศักดิ์ และตัวแทนสถานกงสุล ร่วมสวมใส่และเดินแบบ นอกจากนี้ บรรดานิสิต นักศึกษา เจ้าของผลงานยังนำชุดผ้าไหม 30 ชุด และผืนผ้าไทย 5 ผืน มาจัดแสดงพร้อมนำเสนอความเป็นมา

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีนโยบายขับเคลื่อน Soft Power อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยสู่ระดับนานาชาติ เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีอาชีพ รายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้ง วธ. เล็งเห็นความสำคัญในการเชิญชวนชาวต่างชาติมาทำความรู้จักกับผ้าไหมไทย สนับสนุนผ้าไหมไทยให้เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม จึงร่วมกับสมาคมส่งเสริมผ้าไหมไทยและวัฒนธรรมไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมประชาสัมพันธ์ สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำประเทศไทย และหน่วยงานรัฐ เอกชนและเครือข่ายวัฒนธรรม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รวมไปถึงเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาไทย คณะออกแบบแฟชั่นสิ่งทอจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้ออกแบบและตัดเย็บชุดผ้าไหมให้กับทูตานุทูต และนางแบบนายแบบกิตติมศักดิ์ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านแฟชั่นในระดับนานาชาติ และยังเป็นการขยายความร่วมมือผ่านเส้นทางทางการทูต ชูผ้าไหม Soft Power ไทยสู่ระดับโลก

ทั้งนี้ งานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 16 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ซึ่งปีนี้งานก้าวสู่ปีที่ 16 โดยจะมีการจัดพิธีเปิดงานในวันที่ 21 มิถุนายน 2568 ณ หอประชุมกองทัพเรือ ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่ พิธีถวายพระพรชัยมงคลพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี การเดินแฟชั่นโชว์ชุดผ้าไหมไทย โดย คณะรัฐมนตรี ผู้แทนรัฐบาลไทย เอกอัครราชทูตและคู่สมรสและผู้แทนสถานทูตนานาประเทศกว่า 88 ประเทศ แบ่งออกเป็น 6 องก์ ได้แก่

1. การแสดงชุด “รอยอารยะ” แฟชั่นโชว์จากคณะรัฐมนตรี ตัวแทนรัฐบาลไทย

2. การแสดงชุด “มรดกแผ่นดินไทย” แฟชั่นโชว์จากเอกอัคราชทูต

3. การแสดงชุด “เสียงแห่งผ้าไทย” แฟชั่นโชว์จากภรรยาเอกอัครราชทูตและอุปทูต

4. การแสดงชุด “นาฏยมวยไทย” แฟชั่นโชว์จากตัวแทนสถานทูต

5. การแสดงชุด “สีสันสยาม สีสันสี่ภาค” แฟชั่นโชว์จากกงสุลกิตติมศักดิ์

6.การแสดงชุด “เสียงกลองแห่งแผ่นดิน” แฟชั่นโชว์จากตัวแทนกงสุลกิตติมศักดิ์และนักศึกษา นอกจากนี้ มีพิธีมอบรางวัลชนะเลิศ การประกวดการออกแบบลายผ้าไหมร่วมสมัย พิธีมอบรางวัล “การประกวดชุดผ้าไหมร่วมสมัย” และการจัดนิทรรศการผลงานการประกวด The 6th Next Big Silk Designer Contest 2025 นิทรรศการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจากชุมชนท้องถิ่น และบูธจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

นอกจากนี้ ในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 จะมีการจัดพิธีมอบรางวัลชมเชยจากการประกวด “The 6th Next Big Silk Designer Contest 2025” และรางวัลการประกวด Social Media เผยแพร่คลิปเกี่ยวผ้าไหมไทย โดนใจกรรมการ การเดินแฟชั่นโชว์ และการจัดนิทรรศการชุดผ้าไหมกว่า 197 ชุด ที่ออกแบบและตัดเย็บโดยนิสิต นักศึกษา การออกร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมกว่า 40 ร้านค้าจาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29  มิถุนายน 2568 ณ ลาน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ด (CentralWorld) จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมชมและให้กำลังใจเหล่านิสิต นักศึกษา ชุมชนและผู้ประกอบการผ้าไหมที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

สอบถามและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊กกระทรวงวัฒนธรรม และสายด่วนวัฒนธรรม 1765

divana ร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายในงาน Love with Pride 2025

divana ร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายในงาน Love with Pride 2025

divana ร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายในงาน Love with Pride 2025

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.08 น.

ในช่วงเดือนแห่งความภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ปีนี้ divana แบรนด์ผู้นำด้านสปาและผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมเพื่อสุขภาพของไทย ได้เข้าร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศอย่างเต็มรูปแบบ ในงาน Love with Pride 2025 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยนำเสนอแนวคิด “The Power of Sunrise: Awaken with Pride” ซึ่งสะท้อนถึงการเริ่มต้นใหม่ที่เปี่ยมพลัง ความกล้าหาญในการยืนหยัดในตัวตน และความงามของความแตกต่างอย่างไม่มีเงื่อนไข

divana เชื่อมั่นว่า Wellness ไม่ใช่สิ่งหรูหราสำหรับใครบางคนเท่านั้น แต่คือสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะในสังคมที่กำลังเปิดรับความหลากหลายทางความคิด เพศ และรสนิยม การเข้าร่วมในงาน Pride ปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลอง หากแต่เป็นการแสดงจุดยืนว่าแบรนด์พร้อมจะเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ที่ต้อนรับทุกความแตกต่างด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง

ภายในงาน divana ได้จัดกิจกรรม “Rainbow Catwalk” ร่วมกับเหล่าศิลปิน เซเลบริตี้ และกลุ่ม LGBTQ+ Allies อาทิ ไอ๋ – พิมชยาภา พหลโยธิน, มิริน – ภูวดล ยามใส, ไหม – ปรางค์เนตร ถาใจ, จูน – พัณณ์นิกา คุ้มแก้ว นำทีมสร้างสีสันในขบวนและบนเวที

นอกจากนี้ยังมีทีม “นางฟ้าอ่าวไทย” ที่มาร่วมส่งพลังบวก ได้แก่ นิว – พีรญา โอบอ้วน, อาร์ท – รมิดา อำมาตย์มณี, ร็อคกี้ – อดิศร หาญเสนา, ตูมตาม – กัญญ์วรา ภูพนาแสง, นัท – พีรดา โรจน์เสน และเบนดี้ – พัชร์ธีรัตน์ วิชัยศรี พร้อมกันนี้ยังมี Influencers ชื่อดังที่เข้าร่วมแสดงพลังแห่งการสนับสนุนความหลากหลาย ได้แก่ เมลินดา ทองดี, เตชินี – กฤษฏิ์ณัชชา ชัยธนทัศน์พล, สุกาญจนา แซ่อื้อ และ วรษา คาฮีลล์ ที่มาร่วมสะท้อนถึงจุดยืนของดีวานาในการส่งเสริมความหลากหลายและเท่าเทียมในสังคมไทย

พร้อมจัดโซนพิเศษสำหรับการทดลองกลิ่น Perfume Oil กลิ่น Sunrise ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของแคมเปญในปีนี้ โดยกลิ่นหอมของ Grasse Jasmine, Indian Sandalwood และ Wild Black Pepper ได้รับการออกแบบมาเพื่อปลุกสัมผัสทั้ง 7 จุดประกายความมั่นใจจากภายใน และเสริมพลังใจให้ผู้ใช้ได้เชื่อมโยงกับความเป็นตัวเองอย่างลึกซึ้ง

พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ หนึ่งในกรรมการผู้บริหารของ Divana กล่าวว่า “Love with Pride สำหรับเราคือการเฉลิมฉลองชีวิตทุกแบบ ตัวตนทุกแบบ อย่างไม่มีข้อแม้ เราอยากใช้กลิ่น Sunrise เป็นสัญลักษณ์ของการตื่นรู้ในใจทุกคน ให้กล้าภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น” ขณะที่อีกหนึ่งผู้บริหาร  ธเนศ จิระเสวกดิลก เสริมว่า “ผลิตภัณฑ์ของเราไม่ใช่แค่น้ำหอมหรือเครื่องหอม แต่คือพลังใจในรูปแบบของกลิ่น ที่สามารถเปลี่ยนวันธรรมดาให้เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นใจและความเข้าใจตนเองได้”

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือการปรากฏตัวผ่านคลิปพิเศษของสองนักแสดงขวัญใจมหาชน และเป็น Brand Muse คู่แรกของ divana “ซี-พฤกษ์” และ “นุนิว-ชวรินทร์” ได้ส่งข้อความแห่งกำลังใจและความเข้าใจผ่านแคมเปญ “Empower with Scent” โดยทั้งสองกล่าวว่า Pride ไม่ใช่แค่เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง แต่คือการแสดงออกถึงการยอมรับ เคารพ และเข้าใจในตัวตนของกันและกันอย่างแท้จริง

divana ยังได้จัดมุม Pride Affirmation Wall เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เขียนข้อความแห่งความภาคภูมิใจในตัวเอง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์ที่ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพกาย แต่ยังเข้าใจและสนับสนุนสุขภาพใจในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด #Diversity #WellnessForAll #ThePowerOfSunrise

สำหรับ Divana แล้ว กลิ่นไม่ใช่เพียงแค่ความหอม แต่คือเครื่องมือในการเยียวยา เชื่อมโยง และสร้างความมั่นใจให้ทุกคนได้เป็นตัวของตัวเองในแบบที่ภูมิใจที่สุด เพราะทุกตัวตนล้วนมีคุณค่า และควรได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยน และเท่าเทียม

ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมและแคมเปญต่อเนื่องจาก Divana ได้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย พร้อมร่วมแชร์พลังบวกแห่งความหลากหลายผ่านแฮชแท็ก: #PrideMonth #ThePowerOfSunrise #DivanaxZeeNunew #CelebrateDiversity #DivanaForAll #SpaForEveryone

เปิดตัวอลังการ!’หมอกี้ ชากีร่า’ปล่อยของแรง’Shakira Glow Body Oil’

เปิดตัวอลังการ!'หมอกี้ ชากีร่า'ปล่อยของแรง'Shakira Glow Body Oil'

เปิดตัวอลังการ!’หมอกี้ ชากีร่า’ปล่อยของแรง’Shakira Glow Body Oil’

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.47 น.

โลกบิวตี้สะเทือน! เมื่อ “หมอกี้” ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ หรือที่รู้จักกันในนาม มาดามพลังงาน บอสใหญ่แห่ง บริษัท รีเจน สมาร์ทซิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด และ PD Miss Universe Rayong 2025 (มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025) ขับเคลื่อนวงการอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวแบรนด์บิวตี้น้องใหม่ “Shakira Glow Body Oil (ชากีร่า โกลว์ บอดี้ ออยล์)”  บอดี้ออยล์สุดพรีเมียมที่เกิดจากแรงบันดาลใจแห่งความงามของผู้หญิง ผสานกับน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) จาก ไม้ซีดาร์ (Cedarwood) และ ไม้กฤษณา (Agarwood) พร้อมจัดงานเปิดตัวอลังการงาน Luxury  ณ Even Hall  ชั้น 2 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ชิดลม

บรรยากาศอบอวลไปด้วยความหอม และความสวยของแม่งาน ที่ยกทีมผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 และผู้เข้าประ Miss & Mrs Tourism Thailand 2025 (MTT) มาร่วมงาน ร่วมด้วยทีมผู้บริหารคู่ค้า หอบดอกไม้มาแสดงคงามยินดีกับ “มาดามพลังงาน” คับคั่ง อาทิ  “ดร.ตุ๋ม” ผศ.ดร.ภญ.นลินี ประดับญาติ ผู้บริหาร บริษัท ไวทอล อินโนเวชัน แอนด์ คอนซัลแทนซี จำกัด , คุณตูน อัญรินทร์ สกลวิทยานนท์ บอสใหญ่ไฟแรงแห่ง บริษัท อัญญาอินโนเวต จำกัด   ฯลฯ ให้เกียรติร่วมงาน

ไฮไลท์สำคัญในวันนี้นอกจากจะได้สัมผัส บอดี้ออยล์โกลว์ สวยฉ่ำระดับจักรวาลแล้ว แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ พิธีกรของงานยังเชิญ นางงงามคู่จิ้น” กชเบล ศรัณย์รัชต์” Miss Grand Thailand 2025 ควงคู่ มิเชล เบอร์แมน Miss Supranational Thailand 2025 ร่วมไลฟ์ TIKTOK ช่อง gotchabell และ Shakiraclub เปิดจำหน่าย  “Shakira Glow Body Oil” ครั้งแรก โปรโมชั่นจุกๆ งานนี้แฟนคลับชาวด้อมตามเฝ้าหน้าจอไม่ห่างเพราะ พ่อเบล แม่เชล เสิร์ฟความหวานละมุน แถมยังมี ลูกอาม ชูตี้ วิดีโอคอลมาช่วยอุดหนุนไปอีก  น่ารักแบบจัดเต็ม หลายคอมเมนท์ลุ้นให้ กชเบล-มิเชล เสิร์ฟออยล์ให้กันและกัน ทาแล้วก็หอมๆดมๆถึงเนื้อถึงตัว แฟนคลับฟินหนักมาก ยอดสั่งซื้อเกลี้ยงตะกร้าในเวลาอันรวดเร็วโดย หมอกี้ เปิดใจว่า “Shakira Glow Body Oil เป็นผลิตภัณฑ์ที่กี้และทีมตั้งใจกันมาก เราคิดค้นสูตรที่เป็นของเราเองจริง ซึ่งใช้เวลาพอสมควรเลย วันนี้ก็สำเร็จออกมาและเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ต้องบอกว่า Shakira Glow Body Oil ใช้แล้วผิวโกลว์ระดับควีนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เรารังสรรค์ขึ้นเพื่อผิวเปล่งประกายด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติอันทรงคุณค่า เนื้อสัมผัสหรูหรา มอบผลลัพธ์แห่งความโกลว์เหนือระดับ ผสานความหอมจากธรรมชาติ เป็นอีกแบรนด์ที่กี้ตั้งใจมากๆ วันนี้ก็ต้องขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงาน ขอบคุณ คุณกชเบล – ศรัณย์รัตน์ เผือกพิพัฒน์ Miss Grand Thailand 2025 และคุณมิเชล เบอร์แมน Miss Supranational Thailand 2025 ที่มาร่วม LIVE & MEET พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลผิวให้โกลว์สวยในแบบของผู้หญิงยุคใหม่ ขอบคุณทีมผู้เข้าประกวด Miss Universe Rayong 2025 และ Miss & Mrs Tourism Thailand 2025 สำหรับ Shakira Glow Body Oil คืออีกหนึ่งความงามจาก SHAKIRA ที่สะท้อนนิยามของความมั่นใจและความเปล่งประกายจากภายในผสานความสวยจากภายนอก Shakira Glow Body Oil ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแค่บำรุงผิวแต่คือ พลังของผู้หญิง ที่เลือกดูแลตัวเองอย่างมีคุณค่า ผู้หญิงที่กล้าเฉิดฉาย แม้ไม่มีมงกุฎ แต่รู้ว่าตัวเองคู่ควรกับมงกุฎ และความสง่างามเพราะความงามที่แท้จริงไม่ได้มาจากสิ่งที่เธอใส่ แต่มาจากผิวที่เปล่งประกาย และหัวใจที่มั่นคง นี่คือความงามแบบ Smart Queen ค่ะ”

#ShakiraGlowBodyOil #บอดี้ออยล์ควีน #หมอกี้ชากีร่า #GlowLikeAQueen #MissUniverseRayong2025

ผู้สนใจ สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทาง  Shakira Club ทั้ง Facebook / Shopee / TikTok / Line:@shakiraclub

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เพิ่มช่องทางขายตั๋วภาครัฐ-องค์กรทั่วไทย เริ่มต้น 1,680 บาท

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เพิ่มช่องทางขายตั๋วภาครัฐ-องค์กรทั่วไทย เริ่มต้น 1,680 บาท

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เพิ่มช่องทางขายตั๋วภาครัฐ-องค์กรทั่วไทย เริ่มต้น 1,680 บาท

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.40 น.

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เดินหน้าขยายแคมเปญพิเศษสำหรับผู้โดยสารภาครัฐและองค์กร ภายใต้แนวคิด ‘ซื้อง่าย ได้ตั๋วไว จองแล้วเดินทางได้เลย’ โดยเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายบัตรโดยสารที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารของสายการบินฯ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพิ่มเติมจากที่ให้บริการผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ บัตรโดยสารนี้ใช้สำหรับเดินทางบนเส้นทางบินภายในประเทศในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 1,680 บาท (รวมภาษีและค่าธรรมเนียมต่อเที่ยวบิน) พร้อมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ น้ำหนักสัมภาระเช็คอิน และห้องบริการรับรอง* เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่และทำงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

ผู้โดยสารภาครัฐและองค์กรสามารถสำรองบัตรโดยสารในราคาพิเศษและเดินทางได้ทันที เพียงแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่หน่วยงานขณะจองตั๋วที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือช่องทางการจำหน่ายอื่น ๆ ของสายการบินฯ ทั้งนี้ สายการบินฯ มีแผนที่จะขยายแคมเปญดังกล่าวไปยังห้องจำหน่ายบัตรโดยสารในจังหวัดต่าง ๆ ที่มีเที่ยวบินให้บริการในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการจองและรองรับความต้องการในการการเดินทางของผู้โดยสารภาครัฐและองค์กรทั่วทุกภูมิภาคที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้โดยสารภาครัฐและองค์กรยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ การเลือกที่นั่งฟรี สิทธิ์โหลดสัมภาระใต้ท้องเครื่องสูงสุด 40 กิโลกรัมสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด และ 60 กิโลกรัมสำหรับผู้โดยสารชั้น SkyBoss รวมถึงสิทธิ์เข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษในสนามบินสำหรับผู้โดยสารชั้น SkyBoss (ขึ้นอยู่กับความพร้อมให้บริการของแต่ละสนามบิน) เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและผ่อนคลายตลอดการเดินทาง แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับการเดินทางที่ยืดหยุ่น สามารถจองและเดินทางได้ทุกเมื่อ (เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไข) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภารกิจหรือการเดินทางเพื่อธุรกิจอย่างเร่งด่วน

เวียตเจ็ทไทยแลนด์มุ่งมั่นนำเสนอเที่ยวบินที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ตรงต่อเวลา และราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมด้วยบริการที่อบอุ่นและเป็นมิตร เพื่อให้ทุกการเดินทางเพื่อธุรกิจของผู้โดยสารภาครัฐและองค์กรเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจนถึงจุดหมาย

ขณะนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมด้วยเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่จุดหมายยอดนิยมในภูมิภาค

ผู้โดยสารสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือติดต่อทีมฝ่ายขายของสายการบินฯ ผ่าน LINE Official: @vzthsales

S&P รับมอบตราสัญลักษณ์ ‘Thai SELECT ปี 2568’ การันตีคุณภาพอาหารไทยสำเร็จรูป ในงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2025

S&P รับมอบตราสัญลักษณ์ ‘Thai SELECT ปี 2568’ การันตีคุณภาพอาหารไทยสำเร็จรูป ในงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2025

S&P รับมอบตราสัญลักษณ์ ‘Thai SELECT ปี 2568’ การันตีคุณภาพอาหารไทยสำเร็จรูป ในงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2025

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.10 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) โดย มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร รับมอบตราสัญลักษณ์ “Thai SELECT ประจำปี 2568” จาก สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในพิธีมอบเกียรติบัตรอาหารไทยสำเร็จรูปที่ได้รับตรา “Thai SELECT” ตราสัญลักษณ์ที่ใช้ในการรับรองร้านอาหารไทย การันตีคุณภาพและรสชาติไทยแท้ สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับและรู้จักมากขึ้นแก่ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติผ่านอาหารไทยแท้ และเป็นซอฟท์พาวเวอร์อันดับหนึ่งของประเทศที่ การันตีโดยกระทรวงพาณิชย์ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

โดยบริษัทฯ ได้รับมอบตราสัญลักษณ์ “Thai SELECT” ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมหวานสำเร็จรูปที่มีรสชาติความเป็นไทยแท้ และการันตีมาตรฐานส่งออกในระดับสากล จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ดังนี้ บัวลอยน้ำขิง ข้าวเหนียวเปียกลำไย  สัง ขยาฟักทอง ทั้งนี้ เอส แอนด์ พี ได้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและขนมสำเร็จรูป จัดจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ และส่งออกอาหารแช่แช็งและขนมหวาน แบรนด์ S&P Quick Meal ไปยังต่างประเทศทั่วโลก ทั้งอเมริกา ยุโรป และเอเชีย รวมทั้งรับจ้างผลิต ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า (OEM) ให้กับหลากหลายแบรนด์

เอส แอนด์ พี มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป รวมทั้งได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ เก็บรักษาได้นาน แต่ยังคงรสชาติต้นตำรับอาหารไทยแท้ ตลอดจนสนับสนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

040

‘ปุ้มปุ้ย’ เปิดตัวกลุ่มปลาปรุงรสเจาะผู้บริโภครุ่นใหม่ดึงอินไซต์ผู้บริโภคต่อยอดเมนูใหม่

'ปุ้มปุ้ย' เปิดตัวกลุ่มปลาปรุงรสเจาะผู้บริโภครุ่นใหม่ดึงอินไซต์ผู้บริโภคต่อยอดเมนูใหม่

‘ปุ้มปุ้ย’ เปิดตัวกลุ่มปลาปรุงรสเจาะผู้บริโภครุ่นใหม่ดึงอินไซต์ผู้บริโภคต่อยอดเมนูใหม่

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.23 น.

“ปุ้มปุ้ย” รุกตลาดอาหารพร้อมทาน ขนทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ ร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 เปิดตัว “กลุ่มปลาปรุงรส” เจาะผู้บริโภครุ่นใหม่ดึงอินไซต์ผู้บริโภคต่อยอดเมนูใหม่ พร้อมวางหมากขยายตลาดส่งออก

บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) ภายใต้แบรนด์ “ปุ้มปุ้ย” ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำตลาดปลากระป๋อง พร้อมทานและพร้อมปรุง เปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ “กลุ่มปลาปรุงรส” ต่อยอดจากวัตถุดิบคุณภาพ สู่รสชาติที่เข้ากับผู้บริโภครุ่นใหม่ ทั้งด้านคุณประโยชน์ทางโภชนาการ ความสะดวกสบาย และรสชาติที่อร่อย โดยในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 พร้อมขนทัพสินค้าไม่ว่าจะเป็น ปลาแมคเคอเรลทอดราดพริก, ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ, หอยลายทอดปรุงรส, อาหารพร้อมทานและอาหารพร้อมปรุง มาจัดแสดงอย่างครบครัน ภายใต้ธีม “The Flavour of Joy อร่อยที่รอยยิ้ม” ตอกย้ำจุดยืนแบรนด์ที่ต้องการสร้างความสุขผ่านทุกมื้ออาหาร

ปีนี้ปุ้มปุ้ยขนทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ กลุ่มปลาปรุงรส 7 รายการ ได้แก่ 1. ปลาซาบะเทริยากิ 2. ปลาซาร์ดีนทอดในซอสซัมบัล 3. ปลาทอดลุยสวนสมุนไพร 4. ฉู่ฉี่ปลาแมคเคอเรล 5. ไตปลาแห้ง 6. แจ่วบอง 7. หอยแครงปรุงรส โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหา “อาหารไทยรสเข้มข้น ในรูปแบบที่สะดวก พร้อมทาน” แต่ยังคงเอกลักษณ์ของรสชาติที่อร่อยถูกปาก และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มากขึ้น”

คุณปวิตา โตทับเที่ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เปิดเผยว่า “กลุ่มปลาปรุงรสเป็นหมวดที่เราลงมาเล่นอย่างจริงจัง ด้วยจุดเด่นเรื่องการปรุงรส เรานำความเชี่ยวชาญด้านรสชาติที่สั่งสมมาพัฒนาต่อยอดสู่การคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทั้งในแง่ของรสชาติ วัตถุดิบ โดยศึกษาข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค

ทั้งความชอบด้านรสชาติ ความต้องการ ความสะดวกพร้อมทานที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ทั้งในและต่างประเทศ พบว่ากลุ่มผู้บริโภคต้องการอาหารรสชาติพื้นถิ่นที่เข้มข้น เช่น ฉู่ฉี่ ไตปลา หรือแจ่วบอง ในขณะที่รสชาติญี่ปุ่น-อาเซียนอย่างเทริยากิ หรือซัมบัล ก็เป็นรสชาติที่คนทั่วโลกรู้จักดี เราจึงพัฒนาเมนูที่ผสานความเป็น Local Identity และ Global Taste” ซึ่งในด้านกลยุทธ์การพัฒนาสินค้า ปุ้มปุ้ยใช้ทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) พัฒนารสชาติและสูตรอาหารจากแต่ละภูมิภาค โดยเน้นการชูรสชาติของวัตถุดิบ พร้อมทดสอบกับกลุ่มผู้บริโภคจริงเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อย ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของปุ้มปุ้ยพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “สะดวก อร่อย ได้มาตรฐาน” โดยเน้นวัตถุดิบคุณภาพ การผลิตที่ปลอดภัย สามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนาน (Shelf-life) โดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการมื้ออร่อยในเวลาจำกัด หรือการใช้ชีวิตแบบ On-the-go

นอกจากผลิตภัณฑ์กลุ่มปลากระป๋องและกลุ่มปรุงรสแล้ว ยังมี กลุ่มอาหารพร้อมทาน ที่ยังได้รับความนิยม เช่น แกงไตปลา คั่วกลิ้ง แกงส้ม รวมถึง กลุ่มน้ำแกงปรุงสำเร็จ เช่น แกงเขียวหวาน แกงส้มใต้ น้ำยากะทิ และอื่น ๆ ที่เตรียมวางจำหน่ายในหลายประเทศในเอเชียและยุโรป

“จุดแข็งของปุ้มปุ้ยไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพ วัตถุดิบหรือสูตรอาหาร แต่คือ ‘รอยยิ้ม’ ที่เราตั้งใจส่งมอบผ่านทุกกระป๋อง เราศึกษาตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวโน้มโลกตลอดเวลา ปีนี้เราพัฒนาคิดค้นรสชาติใหม่ ๆ ให้ตอบสนองในตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค เรามองเห็นโอกาสของอาหารไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่ม Ready to Eat ที่สามารถเติบโตได้อีกมากในยุคที่ผู้บริโภคต้องการทั้งความสะดวกและคุณภาพที่ได้มาตรฐาน” คุณปวิตากล่าวเสริม

พร้อมเปิดเผยแผนปี 2025 ที่เน้นการขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างประเทศ ร้านอาหารไทย และร้านค้าเอเชีย ในกลุ่มประเทศอาเซียนและตะวันออกกลาง พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ที่เน้นความสะดวกในการบริโภค รสชาติที่คงความเป็นไทย และการยกระดับแบรนด์สู่ตลาดสากล เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บูธ “ปุ้มปุ้ย” ในงาน THAIFEX 2025 ยังมีกิจกรรมชวนชิม เปิดประสบการณ์ “อร่อยที่รอยยิ้ม” พร้อมชูเมนูใหม่อย่าง “ปลาทอดลุยสวนสมุนไพร” “ปลาซาบะเทริยากิ” และ “ปลาซาร์ดีนทอดในซอสซัมบัล” เป็นเมนูเด็ดที่ผู้ร่วมงานต้องห้ามพลาด

-(016)

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ชวนเที่ยวงาน ‘ผักริมรั้ว ครัวริมทุ่ง’ เสริมสร้างสุขภาพดี สู้โรคภัยด้วยผักพื้นบ้านไทยริมรั้ว

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ชวนเที่ยวงาน 'ผักริมรั้ว ครัวริมทุ่ง' เสริมสร้างสุขภาพดี สู้โรคภัยด้วยผักพื้นบ้านไทยริมรั้ว

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ชวนเที่ยวงาน ‘ผักริมรั้ว ครัวริมทุ่ง’ เสริมสร้างสุขภาพดี สู้โรคภัยด้วยผักพื้นบ้านไทยริมรั้ว

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.21 น.

พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชวนมาเที่ยวงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “ผักริมรั้ว ครัวริมทุ่ง” ระหว่างวันที่ 7 – 8 มิถุนายน 2568 เวลา 08.00–17.00 น. มากิน มาเที่ยว มาเรียนรู้คุณค่าของผักพื้นบ้านไทยผ่านมิติที่หลากหลาย และร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเกษตรกับ 8 หลักสูตร วิชาของแผ่นดิน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมชม ชิม ช็อป ผลผลิตเกษตรคุณภาพในราคาสบายกระเป๋ากว่า 100 ร้านค้า

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดเผยว่า “ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีแนวโน้มการระบาดซ้ำของโรคภัยต่างๆ การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่มนุษย์เราทุกคนจำเป็นต้องมี ซึ่งการกินอาหารที่มีประโยชน์คือวิธีพื้นฐานในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายที่เราสามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะการเลือกกินอาหารจากผักพื้นบ้านในท้องถิ่นที่หาได้ง่ายครบถ้วนด้วยคุณค่าและสรรพคุณทางยาดีๆ เพราะนอกจากจะช่วยส่งเสริมให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเพื่อป้องกันโรคภัยแล้วนั้น ยังเป็นการช่วยรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของท้องถิ่นไทยไว้อย่างยั่งยืน สำหรับงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียงครั้งนี้พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จึงได้นำองค์ความรู้และความหลากหลายของ “ผักพื้นบ้านไทย” ใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม มานำเสนอผ่านนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่คุณค่าทางโภชนาการ ไปจนถึงการสร้างสรรค์เป็นอาหารเมนู Fusion นอกจากนี้เกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ก็ได้นำผลผลิตเกษตรตามฤดูกาลจากทั้ง 4 ภูมิภาค มาจัดจำหน่ายให้ผู้ที่มาเที่ยวชมงานด้วยตนเอง งานนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรเท่านั้น แต่คือพื้นที่การเรียนรู้ของคนทุกวัย ที่ทุกคนจะได้มาลงมือทำจริง ได้รู้จริง เพื่อนำองค์ความรู้กลับไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน”

ภายในงานพบกับนิทรรศการ “ผักพื้นบ้าน อาหารคู่ครัว” ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้คุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยาของผักพื้นบ้านไทยหลากหลายชนิดที่ขึ้นอยู่ริมรั้วบ้าน ต่อยอดองค์ความรู้พื้นถิ่นสู่การดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน พร้อมแวะชิมความอร่อยของเมนูอาหาร “Fusion Food” ที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบพื้นถิ่นผสมผสานรสชาติไทยแท้เข้ากับวิถีชีวิตร่วมสมัย เช่น ซูชิข้าวคลุกกะปิไข่ชะอม มินิเบอร์เกอร์ข้าวเหนียวซุปมะเขือเปราะและเมี่ยงนาคูใบชะพลูทูน่าปลาร้า เป็นต้น ชมนิทรรศการ “ผักริมรั้ว ครัวบ้านนา” จากป้าเตียง ฉลองบุญ  เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.นครสวรรค์ ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นในการปลูกและใช้ประโยชน์จาก “ผักริมรั้ว” แบบวิถีชีวิตของชาวกระเหรี่ยงที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและความยั่งยืนของการดำรงชีวิตในชุมชนชนบทที่ผูกพันกับธรรมชาติ มาถ่ายทอดผ่านอาหารเมนูประจำถิ่นให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ชมและชิมตลอดทั้งงาน

ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเกษตรกับวิทยากรมากด้วยประสบการณ์จากการอบรมวิชาของแผ่นดิน และWorkshop 8 วิชา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ หลักสูตร “กินอิ่มริมรั้ว” จากอาจารย์บุญล้อม เต้าแก้ว (ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนล้อมศรีรินทร์ จ.สระบุรี) หลักสูตร “โมโรเฮยะ ผักเปลี่ยนชีวิต” จากอาจารย์วิทยา เพชรมาลัยกุล (ไร่เพชรมาลัยกุล จ.เพชรบุรี) หลักสูตร “วิถีชีวภาพ สร้างสุข” จากอาจารย์พีระพล เศรษฐพลอย (โจ๊ก ผักปลอดสาร บ้านปลายฝน จ.เพชรบุรี) และหลักสูตร “สวนผักหฤหรรษ์ปันยิ้ม” จากอาจารย์จิตรา หิรัญพฤกษ์ (สวนผักหฤหรรษ์ปันยิ้ม จ.ปทุมธานี) เป็นต้น เรียนรู้ได้ทั้งในรูปแบบ Onsite ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ และ Online ทาง Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ

พบกับความอร่อยที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายจากผักริมรั้วในเมนูพิเศษ “แกงเลียงผักริมรั้ว” ยกเสิร์ฟมาพร้อมความหอม หวาน มัน ของราชาผลไม้ไทย ที่ได้รับการปรุงอย่างพิถีพิถันเป็น “มินิเค้กทุเรียน”

เอาใจสายหวาน และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างรายได้แก่ชุมชน พร้อมให้ทุกคนได้เลือกซื้อของดี ของเด็ดติดไม้ติดมือกลับบ้านในโซนตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ที่รวบรวมสินค้าปลอดภัย ผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพ พันธุ์ไม้ ผัก ผลไม้  และอาหารไทย 4 ภาค จากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ กว่า 100 ร้านค้า

มาสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งให้ทั้งร่างกายและใจในแบบวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติที่งานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “ผักริมรั้ว ครัวริมทุ่ง” 7 – 8 มิถุนายน 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171

คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ face book @wisdomkingmuseum และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ

-(016)