ดึป้า เปิดตัวโครงการ OTOD Smart Living ยกระดับทักษะด้านดิจิทัล

ดึป้า เปิดตัวโครงการ OTOD Smart Living ยกระดับทักษะด้านดิจิทัล

ดึป้า เปิดตัวโครงการ OTOD Smart Living ยกระดับทักษะด้านดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.21 น.

ดีป้า  เดินหน้าโครงการสำคัญเพื่อชุมชนและเกษตรกรทั่วประเทศ สร้างความเข้าใจและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด คาดว่าการยกระดับความรู้และทักษะด้านดิจิทัลแก่ประชาชนกว่า 2,700 คนจาก 900 ครัวเรือนทั่วประเทศ สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 170 ล้านบาท เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ และเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ภายในงาน  ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “วาดอนาคตไทยด้วยเกษตรดิจิทัล โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มชุมชนเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

มาเติมไฟความฟิตกับ 13 คลาสฟิตเนต ในงาน ‘The Ultimate Fitness Force 2025’

มาเติมไฟความฟิตกับ 13 คลาสฟิตเนต ในงาน 'The Ultimate Fitness Force 2025'

มาเติมไฟความฟิตกับ 13 คลาสฟิตเนต ในงาน ‘The Ultimate Fitness Force 2025’

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 10.32 น.

โค้งสุดท้าย! งานฟิตเนสที่คนทั้งเอเชียรอคอย! The Ultimate Fitness Force 2025 รีบกดบัตรวันนี้ที่ Eventpop แล้วมาเติมไฟความฟิตได้ที่งาน 7-8 มิถุนายนนี้ ณ ไอคอนสยาม

โค้งสุดท้ายรีบเลยก่อนหมด! กับงานมหกรรมกรุ๊ปฟิตเนสที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีระดับเอเชีย “The Ultimate Fitness Force 2025 (TUFF 2025)” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7–8 มิถุนายน 2568 ณ TRUE ICON HALL, ICONSIAM งานนี้รวมคลาสฟิตเนสระดับโลกและเทรนเนอร์ตัวจริงไว้ครบ พร้อมคลาสใหม่อย่าง Les Mills Pilates ที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย ที่สายฟิตต้องไม่พลาด มาร่วมจับจองเป็นเจ้าของบัตรได้แล้ววันนี้ที่ Eventpop บัตรมีจำนวนจำกัด!

ภายในงาน เต็มอิ่มตลอด 2 วันกับ 13 คลาสฟิตเนส จากเทรนเนอร์มืออาชีพระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น BODYPUMP, BODYSTEP, BODYCOMBAT, BODYJAM, RPM, LES MILLS DANCE, BODYBALANCE, Red Hot Dance Ignition และ Les Mills Pilates ที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย งานนี้เหมาะทั้งสำหรับสายฟิตตัวจริงและผู้เริ่มต้นที่อยากเริ่มดูแลสุขภาพอย่างสนุกสนาน

พลาดไม่ได้สำหรับโอกาสที่เข้าร่วมงานที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความความสนุก และมิตรภาพใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณดูแลสุขภาพตัวเองอย่างเต็มที่ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ฟิตเนสระดับเอเชียที่ไม่เหมือนใครใน The Ultimate Fitness Force 2025 แล้วคุณจะรู้ว่าความสนุกและสุขภาพดีสามารถควบคู่ไปด้วยกันได้

โค้งสุดท้ายจับจองเป็นเจ้าของบัตรเข้าร่วมงานได้ที่ Eventpop (https://bit.ly/4iaas3T) ราคาบัตรคลาสมาตรฐานเริ่มต้นที่ 900 บาทต่อเซสชัน พร้อมตัวเลือกพรีเมียม อาทิ สิทธิ์การเข้าพื้นที่ก่อนใครแบบ VIP และกิจกรรม Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟ รีบกดบัตร แล้วพบกันในมหกรรมของคนรักสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

-(016)

ม.เกษตรฯ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย.68

ม.เกษตรฯ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย.68

ม.เกษตรฯ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย.68

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 10.03 น.

ม.เกษตรฯ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และขอเชิญลงนามถวายพระพรออนไลน์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย.68

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 9.00 น. ณ ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล ชั้น 1 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มอบหมายให้ ผศ.ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง รองอธิการบดีฝ่ายการเงินและบริหารทรัพย์สิน เป็นประธานในพิธี ฯ กิจกรรมประกอบด้วย คณะผู้บริหาร บุคลากร นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์  พร้อมใจกันลงนามพระพรและถวายพานพุ่มดอกไม้สดหน้าพระฉายาลักษณ์ การฉายวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติ และการอ่านทำนองเสนาะถวายพระพรชัยมงคล

จากนั้น ผศ.ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง รองอธิการบดีฝ่ายการเงินและบริหารทรัพย์สิน กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล จบแล้วผู้เข้าร่วมพิธี ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยมีวงดนตรี Kasetsart Winds นิสิตภาควิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรเลงเพลง

โอกาสนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญชวนบุคลากร นิสิตปัจจุบัน นิสิตเก่า นักเรียน และ ประชาชนทั่วไป ร่วมถวายพระพรชัยมงคล ผ่านระบบออนไลน์ https://kuform.ku.ac.th/03jun2568 ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 จนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2568

-(016)

เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา คว้า 5 ดาว จากโครงการ STGs STAR

เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา คว้า 5 ดาว จากโครงการ STGs STAR

เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา คว้า 5 ดาว จากโครงการ STGs STAR

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 09.56 น.

ALLY ESG LEADERSHIP: เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา คว้า 5 ดาว จากโครงการ STGs STAR การันตีความยั่งยืน จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา ศูนย์การค้าภายใต้การบริหารจัดการ อัลไล (ALLY REIT) ได้รับเกียรติให้การรับรองระดับ 5 ดาวจากโครงการ STGs STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating: STAR) ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งเป็นการประเมินที่ครอบคลุมทุกมิติ มุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนใน 14 ด้าน จากทั้งหมด 17 ด้าน โดยเน้นการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบัน โดยนำเสนอนวัตกรรมและมาตรการที่เป็นแบบอย่างในธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนอย่างแท้จริง นโยบายของ โครงการ เดอะคริสตัล

เอกมัย-รามอินทรา ที่สอดคล้องกับโครงการ STAR ประกอบด้วย 1. REDUCE INCOME INEQUALITY โครงการ “ปันกัน x THE CRYSTAL” เชิญชวนผู้เช่าและผู้ใช้บริการร่วมบริจาคสิ่งของสภาพดี เพื่อนำไปจัดจำหน่ายผ่านร้านปันกัน โดยรายได้จากการขาย 100% จะมอบให้มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาส

2.       SUSTAINABLE FOOD SYSTEMS โครงการเดอะคริสตัล เอกมัย–รามอินทรา รวมร้านอาหารชื่อดังจากทั่วประเทศ สนับสนุนการท่องเที่ยวยั่งยืนผ่าน “ครัวคุณต๋อยเพลส” และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก เช่น “โอ้กะจู้ ปลูกผักเพราะรักแม่”

3.       GOOD HEALTH AND WELLBEING โครงการให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing) ของผู้ใช้บริการและบุคลากร ด้วยการทำความสะอาดพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ โปรโมทร้านใหม่ที่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบผ่อนคลาย พร้อมจัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้า และตรวจสุขภาพร่างกายและจิตใจประจำปีสำหรับบุคลากร

4.       EDUCATION SUSTAINABLE TOURISM โครงการ “ESG DNA” สนับสนุนโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และเป็น REIT กองแรกของไทยที่ผ่านการประเมิน มีหลักสูตรสำหรับพนักงาน เพื่อเสริมความรู้ด้าน ESG และการลดก๊าซเรือนกระจก

5.       GENDER EQUALITY นโยบายจากกรรมการและผู้บริหารสูงสุด (Tone at the top) ส่งต่อถึงทีมงาน เพื่อส่งเสริมสวัสดิการ Employee Welfare for Unconditional Love และสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ ทั้งในนโยบายและการปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการอย่างเท่าเทียม

6.       EFFICIENT AND CLEAN ENERGY ใช้พลังงานทางเลือกจาก Solar Rooftop และ Solar Parking คิดเป็น 12% ของพลังงานทั้งหมดในการบริหารศูนย์ฯ ส่งเสริมพลังงานสะอาดและรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

7.   LOCAL JOBS AND ECONOMIES โครงการ Neighborhood Market เปิดพื้นที่ให้ผู้มีฝีมือและคนหัวใจสร้างสรรค์ นำเสนอผลงานและจัด Workshop สไตล์ Local & Handmade โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สนับสนุนการสร้างงาน อาชีพ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

8.       INNOVATION AND INFRASTRUCTURE ALLY SKY REWARD คือแอป Loyalty Program ที่ให้ผู้ใช้บริการรับสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นพิเศษจากศูนย์การค้าตามยอดใช้จ่ายสะสม

9.   TOURISM FOR ALL โครงการเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา ยินดีต้อนรับคณะทัวร์จากต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์และไต้หวัน โดยมีร้านค้ายอดนิยมทั้งอาหารท้องถิ่นชื่อดังและผักออร์แกนิคในประเทศ พร้อมให้บริการอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

10.   SUSTAINABLE DESTINATIONS AND COMMUNITIES โครงการ ALLY HOP & GO EV Shuttle Bus ให้บริการรถรับ-ส่งในศูนย์การค้าฯ ด้วยรถ EV สะอาดและยั่งยืน ทุกวัน

11.   PROMOTE SUSTAINABLE TOURISM โครงการ ALLY Care the Whale ดำเนินการคัดแยกขยะรีไซเคิลและขยะอินทรีย์ด้วยเครื่อง Compost เพื่อผลิตสารบำรุงดิน ใช้ภายในศูนย์การค้า และต่อยอดเป็นกิจกรรม CSR ส่งเสริมความยั่งยืนแก่ชุมชน ผู้เช่า และผู้ใช้บริการ

12.   CLIMATE ACTION นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมจากกรรมการและผู้บริหารสูงสุด (Tone at the top) สู่ทีมงาน ภายใต้นโยบาย Climate Change Policy เพื่อขับเคลื่อนการรับมือและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

13.  SAFETY FOR ALL โครงการเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา มุ่งมั่นสร้างความปลอดภัยสำหรับทุกคน (Safety for All) ด้วยนโยบายรองรับการซ้อมดับเพลิงและ CPR ประจำปี พร้อมจัดจุดแจ้งขอความช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์

14.   PARTNERSHIP FOR STGs โครงการร่วมพันธมิตรกับหน่วยงานรัฐและองค์กรด้านความยั่งยืน เช่น Climate Care Platform ของ SET และ Thailand Carbon Neutral Network (TCNN) ของ TGO

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญญาณของการรับรองความพยายามในการพัฒนาธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทยมุ่งสู่การสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสัญชาติสิงคโปร์และไต้หวัน ได้เริ่มให้ความสนใจในบริการที่มีความยั่งยืนและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แตกต่าง ซึ่งคาดว่าจะเป็นแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับการรับรองระดับ 5 ดาวจากโครงการ STGs STAR เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาและบริหารธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ทั้งด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม สังคม และการส่งเสริมเศรษฐกิจ เราเน้นพัฒนาประสบการณ์และนำนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการขยายพอร์ตสินทรัพย์ของกองทรัสต์ ALLY ในฐานะผู้นำ ‘กรีน คอมมูนิตี้มอลล์’ เรามุ่งรักษาฐานผู้เช่าเดิมและเพิ่มผู้เช่ารายใหม่ โดยยึดหลัก ESG เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อหนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันเรากำลังวางแผนลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ ๆ เพื่อเสริมแกร่งและขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต”

ด้วยการได้รับการรับรองระดับ 5 ดาว เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนในทุกด้าน ตั้งแต่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปจนถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน โดยมีเป้าหมายให้ทุกการเดินทางของนักท่องเที่ยวเป็นการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง

-(016)

‘ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล’ ฉลอง 13 รางวัล TripAdvisor Awards 2025 ปลื้ม ‘เคป ฟาน’ คว้าโรงแรมบูทีคอันดับ 1 ในไทย และอันดับที่ 15 ในเอเชีย

‘ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล’  ฉลอง 13 รางวัล TripAdvisor Awards 2025 ปลื้ม ‘เคป ฟาน’ คว้าโรงแรมบูทีคอันดับ 1 ในไทย และอันดับที่ 15 ในเอเชีย

‘ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล’ ฉลอง 13 รางวัล TripAdvisor Awards 2025 ปลื้ม ‘เคป ฟาน’ คว้าโรงแรมบูทีคอันดับ 1 ในไทย และอันดับที่ 15 ในเอเชีย

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ เฉิดฉายบนเวทีโลก ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล เจ้าของธุรกิจ นำทัพโรงแรมในเครือ 13 แห่งคว้ารางวัลจากทริปแอดไวเซอร์ อวอร์ดส์ 2025 (TripAdvisor Awards 2025)  โดย โรงแรมเคปฟาน  เกาะสมุย ฉลองรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ในสาขา “โรงแรมบูทีคอันดับ 1 ของประเทศไทย – ทราเวลเลอร์ส ชอยส์ เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์ 2025 (Travelers’ Choice Best of the Best 2025)  ซึ่งรางวัลนี้มีความสำคัญและถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด พิจารณาจากการรีวิวและคะแนนความพึงพอใจจากนักท่องเที่ยวนานาชาติ โดยจะมีโรงแรมอันดับสูงสุดเพียง 1จากโรงแรมชั้นนำกว่าล้านแห่งทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม TripAdvisor เท่านั้นที่ได้ที่ได้รับรางวัลนี้  โรงแรมเคปฟานฯ ไม่เพียงได้รับคะแนนสูงสุดในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถครองอันดับที่ 15 ในทวีปเอเชีย  

อีกทั้ง โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน ได้ร่วมรับรางวัลเดียวกัน โดยจัดอยู่ในอันดับสูงสุดลำดับที่ 8 ของประเทศไทยและนับเป็นการรับรางวัลอันทรงคุณค่าติดต่อกันถึง 6 ปีซ้อน(ปี 2020-2025)  ซึ่งเป็นการตอกย้ำมาตรฐานการให้บริการอันเป็นเลิศระดับโรงแรมชั้นนำสัญชาติไทยที่สามารถครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก  นอกจากนี้ โรงแรมทั้งสองแห่งยังคว้ารางวัล “ทราเวลเลอร์ส ชอยส์ 2025” (Travelers’ Choice 2025) ร่วมกับโรงแรมอีก 11 แห่งทั่วประเทศไทยในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี อีกด้วย โดยเป็นรางวัลที่มอบให้กับโรงแรมที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม 10% ที่มีคะแนนสูงสุด

นอกจากนี้ โรงแรมโรงแรมอีก 11 แห่งในเครือเคป แอนด์ แคนทารี  ยังได้รับรางวัล Traveler’s Choice ด้วย คือ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต, โรงแรมเคปเฮ้าส์ กรุงเทพ, โรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย, โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่, โรงแรมแคนทารี อยุธยา, โรงแรมแคนทารี เบย์ ภูเก็ต , โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก, โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ระยอง, โรงแรมคลาสสิค คามิโอ อยุธยา, โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง และโรงแรมซัมแวร์ เกาะสีชัง

นางธีรวัลคุ์ เตชะอุบล เจ้าของธุรกิจ และดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรม ในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ กล่าวด้วยความปลาบปลื้มใจกับความสำเร็จในครั้งนี้  “รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างที่สุด  ที่โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย ได้รับการจัดอันดับให้เป็น Best of the Best โรงแรมบูทีคอันดับ 1 ของประเทศไทย และอยู่ในอันดับที่ 15 ของทวีปเอเชีย รวมทั้ง โรงแรม เคปนิทรา หัวหิน ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นโรงแรมบูทีคที่ดีที่สุดอันดับ 8 ในเมืองไทยเช่นกัน  และโรงแรมทั้งสองแห่งของเรายังได้รับรางวัล  Traveler’s Choice ร่วมกับโรงแรมอีก 11 แห่งในเครือเคป แอนด์ แคนทารี อีกด้วย  ซึ่งเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากในความเป็นโรงแรมสัญชาติไทยที่ได้ส่งมอบบริการและการต้อนรับอันเป็นเลิศเพื่อสร้างความประทับใจในการมาเยือนประเทศไทยให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ขอขอบพระคุณแขกผู้เข้าพักทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและส่งต่อประสบการณ์ดี ๆ ผ่านการรีวิวใน    ทริปแอดไวเซอร์ จนทำให้ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ  และขอบคุณผู้บริหารและพนักงานทุกท่านที่ได้ร่วมแรงร่วมใจทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อลูกค้าของเรา รางวัลนี้คือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่จะผลักดันให้ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ยังคงมุ่งมั่น พัฒนา เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดทั้งในด้านคุณภาพของห้องพักและการให้บริการด้านต่างๆ อย่างไม่หยุดยั้ง” ธีรวัลคุ์ กล่าวทิ้งท้าย

ยอร์ช ชาร์เตอร์ส, เคปสปา, คาเฟ่ แคนทารี, แคนทารี เคเทอริ่ง และ แคนทารี เทอเรส สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ http://www.capekantaryhotels.com  โทร.1627

ห้างเซ็นทรัลแท็กทีม 3 เชฟชื่อดัง เปิดเวทีสมรภูมิรสชาติ ‘CENTRAL COOKING BATTLE’ ค้นหาสุดยอดเชฟแห่งห้างเซ็นทรัล

ห้างเซ็นทรัลแท็กทีม 3 เชฟชื่อดัง เปิดเวทีสมรภูมิรสชาติ ‘CENTRAL COOKING BATTLE’ ค้นหาสุดยอดเชฟแห่งห้างเซ็นทรัล

ห้างเซ็นทรัลแท็กทีม 3 เชฟชื่อดัง เปิดเวทีสมรภูมิรสชาติ ‘CENTRAL COOKING BATTLE’ ค้นหาสุดยอดเชฟแห่งห้างเซ็นทรัล

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดสติเนชันแห่งการสร้างแรงบันดาลใจในทุกช่วงเวลาของชีวิต  จัดกิจกรรม Central Cooking Battle”  (เซ็นทรัล คุกกิ้ง แบทเทิลในแคมเปญ Central Cooking Time” (เซ็นทรัล คุกกิ้ง ไทม์เปิดเวทีสมรภูมิรสชาติ ชวนคุกกิ้งเลิฟเวอร์ตัวท็อปมาปล่อยของโชว์สกิลทำอาหาร ด้วยการส่งคลิปเมนูเด็ด พร้อมสูตรลับความอร่อยที่ใครๆ ก็ทำตามได้ผ่านช่องทาง Facebook หรือ Tiktok ของผู้เข้าแข่งขันแล้วเปิดโพสต์เป็นสาธารณะและติดแฮชแท็ก #CentralCookingTime2025  โดยได้ทำการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันจำนวน ท่าน ที่หนึ่งในนั้นกลายเป็นสุดยอดเชฟแห่งห้างเซ็นทรัลปี 2025 ไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้

การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้น ณ แผนกบ้าน ชั้น 5 ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารห้างเซ็นทรัล นำโดย  รุ่งนิภา ศรีวิริยะเลิศกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริหารสินค้าบ้าน กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และผู้บริหารสินค้าเครื่องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กจากแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ แบรนด์ Myer, Kenwood, Zwilling, Toshiba, Tefal รวมทั้งผู้บริหารจาก Tops Supermarket ให้การต้อนรับผู้เข้าแข่งขันและผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน  พร้อมยังเป็นการรวมตัวเชฟชื่อดังของเมืองไทยอย่าง เชฟอาร์ต – ศุภมงคล  ศุภพิพัฒน์ กรรมการจากรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย  เชฟเป่าเป้ – เจสสิก้า หวัง แชมป์มาสเตอร์เชฟออลสตาร์ และเชฟนิว – ณฐินี เจียมประเสริฐ ผู้เข้าแข่งขันมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ซีซันที่ 3  มาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินในกิจกรรม “Central Cooking Battle” ครั้งนี้

ในงาน เชฟอาร์ต ยังได้โชว์ฝีมือทำเมนูอาหารคาวที่ใช้เป็นโจทย์ในการแข่งขัน คือ แซลมอนฟิเลต์หนังกรอบ ราดซอสไวน์ขาวอิคุระให้ปลาแซลมอนและดิลล์ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งหญ้าฝรั่น ด้านเชฟเป่าเป้ มาในเมนูอาหารหวาน ช็อกโกแลตลาวาเค้ก เสิร์ฟพร้อมซอสราสเบอร์รี่คูลีส์  โดยวัตถุดิบทั้งหมดที่นำมาใช้ทำอาหารในการแข่งขัน อาทิ เนื้อปลาแซลมอน ไข่ปลาแซลมอน ไวน์ขาว ครีมปรุงอาหาร ฯลฯ ได้รับการสนับสนุนจาก Tops Supermarket ที่ครบครันด้วยสินค้าคุณภาพที่หลากหลาย ซึ่งคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดจากทั่วโลก  โดยมี เชฟกอล์ฟ – สัญญา ธาดาธนวงศ์ ผู้เข้าแข่งขันมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ซีซันที่ 2 และมาสเตอร์เชฟออลสตาร์  รับหน้าที่เป็นพิธีกรในการแข่งขันครั้งนี้ โดยบรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างตั้งใจทำเมนูอาหารตามโจทย์ที่เชฟให้มากันอย่างสุดความสามารถ ท่ามกลางกองเชียร์ที่มาร่วมลุ้นให้กำลังใจตลอดการแข่งขัน

ผลการตัดสินสุดยอดเชฟแห่งห้างเซ็นทรัล  ได้แก่ ธัญพิสิษฐ์ จงจิตต์โพธา ซึ่งได้รับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท  ทั้งนี้ สายคุกกิ้งเลิฟเวอร์ที่ยังอินกับการแข่งขัน หรือต้องการไอเทมเครื่องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กใหม่ ๆ  สามารถช้อปต่อในแคมเปญ “Central Cooking Time” ที่มาพร้อมโปรโมชันสุดคุ้ม ลดสูงสุดถึง 50% พร้อมรับคูปองแทนเงินสดและเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 6,500 บาท เมื่อช้อปตามเงื่อนไขที่กำหนด ที่แผนกบ้าน ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้าง ไม่ว่าจะเป็น Central Chat & Shop, Central Personal Shopper On Demand ผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับทุกคน Central App และเว็บไซต์ http://www.central.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง  รวมทั้ง  Facebook Page: Central Department Store

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆ ของคนรักการทำอาหารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/CentralDepartmentStore

SCG – ทช. เดินหน้าแก้ไขปัญหาขยะในทะเล ส่งมอบทุ่นกักขยะลอยน้ำ ลดภาระขยะชายฝั่ง

SCG – ทช. เดินหน้าแก้ไขปัญหาขยะในทะเล ส่งมอบทุ่นกักขยะลอยน้ำ ลดภาระขยะชายฝั่ง

SCG – ทช. เดินหน้าแก้ไขปัญหาขยะในทะเล ส่งมอบทุ่นกักขยะลอยน้ำ ลดภาระขยะชายฝั่ง

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอสซีจี ร่วมกับ ทช. เดินหน้าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืน ดำเนินโครงการ “การจัดการขยะปากแม่น้ำตรังและชายฝั่งแบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน” ด้วยการส่งมอบ “ทุ่นกักขยะลอยน้ำ “SCGC – DMCR Litter Trap Gen 3” จำนวน 12 ชุด สำหรับติดตั้ง 12 จุด บริเวณเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจุดต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำตรัง เพื่อกักเก็บขยะก่อนหลุดสู่ทะเล ตัวทุ่นผลิตจากเม็ดพลาสติก HDPE เกรดพิเศษ ใช้งานได้นานกว่า 25 ปี รองรับขยะได้ถึง 700 กก.ต่อชุด ซึ่งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อจัดการปัญหาขยะทะเลอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ลดภาระขยะชายฝั่ง และปกป้องสัตว์ทะเลอย่างยั่งยืน

ดร.ชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การบริหารความยั่งยืน เอสซีจี กล่าวการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมถือเป็นภารกิจสำคัญของเอสซีจี โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม โดยเอสซีจีได้ดำเนินโครงการ “รักษ์ภูผา มหานที” ซึ่งครอบคลุมการฟื้นฟูทรัพยากรน้ำและป่าต้นน้ำ การจัดการน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน และการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การปลูกป่าโกงกาง ปลูกหญ้าทะเล สร้างบ้านปลา และวางบ้านปะการัง เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทย และสนับสนุนวิถีชีวิตของชุมชนประมงพื้นบ้าน อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือ โครงการจัดการขยะปากแม่น้ำและชายฝั่งแบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน ซึ่งเอสซีจีร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รับผิดชอบการดำเนินงานในพื้นที่แม่น้ำตรัง โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเอสซีจี ในการส่งเสริม Inclusive Green Growth ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อลดขยะลงสู่ทะเล ฟื้นฟูและรักษาระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน ผ่าน 5 แนวทางสำคัญ โดย เอสซีจี ร่วมกับชุมชน ในการสร้างจิตสำนึกเรื่องการจัดการขยะชุมชน และให้ความรู้เรื่องการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางเพื่อนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิง RDF ที่โรงงานปูนทุ่งสง ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบและสร้างรายได้ให้ชุมชน รวมถึงนำเทคโนโลยี Drone Solution เข้ามาใช้ในการสำรวจและติดตามภาพรวมของปัญหาขยะในแม่น้ำตรัง เพื่อให้เห็นสภาพพื้นที่จริง เข้าใจข้อจำกัด และนำข้อมูลเชิงพื้นที่มาร่วมวางแผนกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพในการติดตั้งทุ่นดักขยะ โดยในปี 2567 มีการส่งขยะชุมชนเข้าสู่ระบบ RDF แล้วกว่า 1,100 ตันตอกย้ำแนวคิด Inclusive Green Growth สร้างสิ่งแวดล้อมดีควบคู่เศรษฐกิจยั่งยืน

กษิดิศ แสงจันทร์ ผู้อำนวยการกองช่างสุขาภิบาล เทศบาลทุ่งสง กล่าวว่า การดำเนินการจัดการขยะของเทศบาลทุ่งสง ปัจจุบันเทศบาลเมืองทุ่งสง มีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นในพื้นที่ประมาณ 40 ตัน/วัน ส่วนใหญ่เป็นขยะอินทรีย์ (ขยะเปียก) ในส่วนของลำคลองสาขาที่อยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองทุ่งสง ช่วงฝนตก น้ำหลาก  ขยะบางส่วนมักจะหลุดรอดลงแหล่งน้ำไปติดในท่อ เป็นปัญหาต่อการระบายน้ำ ทุ่นกักขยะลอยน้ำ จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยดักขยะในลำคลอง เพื่อลดผลกระทบของขยะที่จะไหลลงสู่ทะเลต่อไป

“การส่งมอบทุ่นกักขยะลอยน้ำ SCGC – DMCR Litter Trap Gen 3 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของเอสซีจี ที่ไม่เพียงแต่พัฒนาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมขั้นสูง แต่ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือเพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับคนรุ่นถัดไปอย่างยั่งยืน” ชนะ ภูมี กล่าวทิ้งท้าย

เพียเจ่ต์ เผยโฉมจิวเวลรี่คอลเลคชั่นใหม่ แรงบันดาลใจจากดวงอาทิตย์

เพียเจ่ต์  เผยโฉมจิวเวลรี่คอลเลคชั่นใหม่ แรงบันดาลใจจากดวงอาทิตย์

เพียเจ่ต์ เผยโฉมจิวเวลรี่คอลเลคชั่นใหม่ แรงบันดาลใจจากดวงอาทิตย์

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพียเจ่ต์ (Piagetเผยโฉมจิวเวลรี่บทใหม่จากคอลเลกชั่น Sunlight ในชื่อ Sunlight Panorama  ผลงานล่าสุดที่ยังคงเปล่งประกายด้วยแรงบันดาลใจจากดวงอาทิตย์ ทั้งยังสะท้อนถึงศิลปะ มรดกอันเชี่ยวชาญ และความกล้าของเมซงได้อย่างไร้ที่ติ

ความพิเศษของ Sunlight Panorama อยู่ที่งานดีไซน์ที่เล่นกับรูปทรงสามมิติ ทั้งยังโดดเด่นด้วยองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการประดับด้วยหินสี ซึ่งถือเป็นลายเซ็นของแบรนด์มาตั้งแต่ปี 1963 โดยครั้งนี้เลือกใช้ คริสโซเพรส และ เทอร์ควอยซ์ มาเป็นตัวชูโรง ขณะที่ตัวเรือนทำจากโรสโกลด์มีให้เลือกทั้งแบบตกแต่งลวดลายด้วยเทคนิค Palace Décor ไปจนถึงเซ็ตติ้งเพชรที่ประดับอย่างประณีต เพิ่มความหรูหราขึ้นอีกระดับ ที่สำคัญยังได้แบรนด์เฟซ อย่าง แอลล่า ริชาร์ดส์  มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันน่าตื่นตาของ Sunlight Panorama อีกด้วย

เนื้องอกกระดูกสันหลัง ปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

เนื้องอกกระดูกสันหลัง ปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

เนื้องอกกระดูกสันหลัง ปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื้องอกกระดูกสันหลัง คือก้อนของเซลล์ที่ผิดปกติ ที่อยู่ภายในกระดูกสันหลัง หรือ รอบๆกระดูกสันหลัง เซลล์ที่ผิดปกตินี้แบ่งตัวอย่างเหนือการควบคุมของร่างกาย เนื้องอกกระดูกสันหลังแบ่งเป็นชนิดเนื้อดีและเนื้อร้าย สามารถแบ่งชนิดตามต้นกำเนิดได้เป็นเนื้องอกปฐมภูมิ คือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากกระดูกสันหลัง หรือไขสันหลัง และเนื้องอกทุติยภูมิคือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากมะเร็งที่ตำแหน่งอื่น แล้วแพร่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง

ผศ.พญกัณฐิกา วศินพงศ์วณิช แพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง สถาบันกระดูกสันหลัง Bumrungrad Spine Institute ให้ข้อมูลว่า เนื้องอกกระดูกสันหลังเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับโรคกระดูกสันหลังชนิดอื่นๆ โดยปกติแล้วเนื้องอกกระดูกสันหลังจะโตอย่างช้าๆ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการหลายอย่างรวมกัน และปวดหลัง คืออาการหนึ่งที่พบได้

อาการเนื้องอกกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยสามารถแสดงอาการได้หลายแบบ ขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก ดังนี้  ปวดกลางหลังทั่วๆ ไป / ปวดมากตอนกลางคืน, เดินผิดปกติ / สูญเสียการทรงตัว หรือ หกล้มบ่อยๆ, ชา / อ่อนแรง / รู้สึกเสียวที่แขนหรือขา หรือบริเวณลำตัว, เดินลำบากในที่มืด, ควบคุมการอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้, กล้ามเนื้ออ่อนแรง,กระดูกสันหลังคด

อย่างไรก็ตาม เนื้องอกมีโอกาสเกิดได้ในคนทุกคน แต่อุบัติการณ์เกิดต่ำมาก นักวิจัยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเนื้องอกกระดูกสันหลัง อาจจะเกิดจากไวรัส ยีนที่บกพร่อง การสัมผัสสารเคมี หรือสารพิษบางชนิด และภาวะบกพร่องของภูมิคุ้มกัน

การตรวจเพื่อวินิจฉัย แพทย์จะวินิจฉัยจาก ประวัติผู้ป่วยและอาการ การตรวจร่างกาย โดยประเมินกำลังของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวและการควบคุมการเคลื่อนไหว การทรงตัว การรับรู้ที่ผิวหนัง รีเฟล็กซ์  หรือ เอ็กซเรย์ จะมองเห็นโครงสร้างที่เป็นกระดูกชัด แต่ไม่สามารถเห็นโครงสร้างที่เป็นเนื้อเยื่ออื่น ดังนั้น จึงไม่เห็นเนื้องอกโดยตรง ขณะที่ เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัย เนื้องอกกระดูกสันหลัง ในผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องทำการฉีดสีเพื่อให้แยกชนิด หรือขอบเขตของเนื้องอกได้ชัดเจนมากขึ้น  ส่วนวิธี Positron emission tomography (PET SCAN) เป็นการตรวจการทำงานของเซลล์ทั้งร่างกาย ใช้สำหรับดูว่าเนื้องอกมีการกระจายไปที่ตำแหน่งใดบ้างในร่างกาย

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ เมื่อสูญเสียการทรงตัวหรือหกล้มบ่อยๆ สังเกตุว่าเดินลำบาก ก้าวขาลำบาก เนื่องจากเกร็งหรือปวด มีภาวะกล้ามเนื้อขาเกร็ง เสียวขา ชาขาหรือลำตัว ปวดหลัง โดยเฉพาะปวดมากเวลานอนหงาย หรือปวดมากตอนกลางคืน ควบคุมการอุจจาระ หรือปัสสาวะไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดหลังอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า เป็นเนื้องอกกระดูกสันหลัง แนะนำให้มาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากปวดหลังมีสาเหตุได้จากหลายอย่าง และโรคเนื้องอกกระดูกสันหลังกลับเป็นสาเหตุพบได้น้อย ปวดหลังทั่วๆ ไปอาจจะค่อยๆ ดีขึ้น ในขณะที่เนื้องอกกระดูกสันหลังมักปวดกลับมาเป็นซ้ำ ปวดตลอดเวลา หรืออาการปวดแย่ลงเรื่อยๆ

เปิดตัว ‘รถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่’ ต้นแบบนวัตกรรมเชิงรุก รับมือสังคมสูงวัย

เปิดตัว ‘รถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่’ ต้นแบบนวัตกรรมเชิงรุก รับมือสังคมสูงวัย

เปิดตัว ‘รถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่’ ต้นแบบนวัตกรรมเชิงรุก รับมือสังคมสูงวัย

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบบริการสุขภาพเพื่อตอบรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุ เปิดตัว รถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่ยกบริการสุขภาพเฉพาะทางมาไว้หน้าบ้าน – เน้นดูแลเชิงรุก ป้องกันก่อนป่วย ลดภาระโรงพยาบาล พร้อมดันขยายผลทั่วประเทศ นวัตกรรมบริการสุขภาพเชิงรุก ออกแบบมาเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้สูงวัยได้อย่างครอบคลุม ไม่ต้องเดินทางไกล ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรก ตอบโจทย์การพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมี นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข  เป็นประธานในพิธี เปิดตัวรถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่ พร้อมด้วย นายกิตติกร โล่สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คณะผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจากภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงาน เมื่อเร็วๆ นี้

นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์ประชากรไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์นั้นปัจจุบันมีผู้สูงวัยมากกว่า 14 ล้านคน หรือราว 20% ของประชากรทั้งหมด และจากอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าภายในปี 2571 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ Super Aged Society หรือ สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ซึ่งมีสัดส่วนผู้สูงอายุเกินกว่า 28% ของประชากรทั้งหมด แนวโน้มนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางสถิติ แต่คือโจทย์ใหญ่ที่ระบบสาธารณสุขและสังคมไทยต้องเร่งปรับตัวและวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบและครอบคลุม

สถิติจากกรมการแพทย์ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยพบว่าผู้ป่วยในโรงพยาบาลรัฐกว่า 1 ใน 3 เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่เผชิญกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะสมองเสื่อม หรือโรคหลอดเลือดสมอง ที่ต้องการการดูแลต่อเนื่องเป็นพิเศษ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการเดินทาง การเข้าถึงสถานพยาบาล หรือแม้แต่คิวการรอรับบริการ ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทหรือกึ่งเมืองที่ห่างไกล ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ทันท่วงที “เราจึงต้องออกแบบระบบบริการแบบใหม่ ที่ไม่รอให้ประชาชนเดินทางมาโรงพยาบาล แต่เดินทางเข้าไปหาประชาชนแทน ซึ่งรถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่ คือคำตอบของสิ่งนี้”

กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ดูแลรักษาสุขภาพผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีกรมต่างๆที่มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป แต่ประเด็นที่สำคัญและเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนให้สำเร็จ คือการบูรณาการ ที่ต้องมีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็น Active and Healthy Aging ให้สามารถดูแลตนเองได้ยาวนานที่สุด เข้าสู่ภาวะพึ่งพิงช้าที่สุด และสามารถอยู่ในที่ตั้ง ได้อย่างมีความสุข หรือ Aging In Placeการบูรณาการนี้ไม่เพียงแค่การทำงานร่วมกัน แต่เป็นการหลอมรวมทรัพยากร ความรู้ และประสบการณ์ เพื่อสร้างระบบที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่เป็นนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดช่องว่างของข้อจำกัดในการเข้ารับบริการในสถานพยาบาล โดยปรับการให้บริการจากเชิงรับเป็นเชิงรุก นำบริการทางการแพทย์เฉพาะทางออกไปถึงชุมชนและกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง โดยแนวคิดของกรมการแพทย์ที่พัฒนา คิดค้น จัดระบบการให้บริการสุขภาพด้วยรถเคลื่อนที่นี้ เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และทำให้ผู้สูงอายุที่มีความเจ็บป่วยหรือมีความเสี่ยง สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ

“จากข้อมูลที่ทราบมาคือ รถ 1 คัน จะช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงบริการของผู้สูงอายุได้ 12% ต่อปี ดังนั้น อยากแนะนำให้พื้นที่ห่างไกล หรือจังหวัดที่มีลักษณะที่ตั้งที่เดินทางเข้าถึงสถานพยาบาลได้ยากลำบาก ควรนำแนวคิดรถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่คันนี้ ไปใช้เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของประชาชนในพื้นที่ได้ และยังช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุในพื้นที่ได้”

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โครงการรถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่ เป็นผลลัพธ์จากแนวนโยบายที่ชัดเจนของกระทรวง ภายใต้แนวคิด “ทำดีที่สุด เพื่อทุกชีวิต” ที่เน้นการออกแบบบริการสุขภาพที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง ไม่มีผู้ดูแล หรือเดินทางลำบาก เป็นคลินิกเคลื่อนที่ครบวงจร สามารถให้บริหารตรวจสุขภาพพื้นฐาน ตรวจโภชนาการ สุขภาพช่องปาก วัคซีน การคัดกรองภาวะสมองเสื่อม ภาวะหกล้ม รวมถึงเชื่อมต่อระบบ Telemedicine กับแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ” นายแพทย์ทวีศิลป์อธิบายถึงขีดความสามารถของรถคันนี้

ทั้งนี้ รถแต่ละคันยังติดตั้งระบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลโรงพยาบาล เพื่อวางแผนการดูแลต่อเนื่องและติดตามผลได้จริง ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยี บุคลากร และชุมชนอย่างแท้จริง สะท้อนถึงการออกแบบที่คิดค้นมาอย่างรอบด้านสุขภาพผู้สูงอายุในเบื้องต้นในชุมชน พบว่าประมาณ 20% มีความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างน้อย 1 เรื่อง และที่น่ากังวลคือ พบว่าผู้สูงอายุถึง 38% มีโรคประจำตัวมากกว่า 2 โรคขึ้นไป พบมากที่สุดคือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 ระบุว่า ผู้สูงอายุในประเทศไทยมากกว่า 38% มีโรคประจำตัวมากกว่า 2 โรคขึ้นไป โดยโรคที่พบบ่อย ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง

อย่างไรก็ตาม สถิติจาก สปชส. ยังชี้ว่าการใช้บริการของผู้สูงอายุใน OPD เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 2% หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 1,700,000 ครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความแออัดในสถานพยาบาลอย่างมาก กรมการแพทย์ ในฐานะกรมวิชาการและมีสถาบันเฉพาะทางด้านผู้สูงอายุ จึงได้คิดค้นออกแบบบริการที่จะนำไปส่งต่อบริการเฉพาะด้านผู้สูงอายุ ให้แก่ผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึง จึงออกแบบรถตรวจสุขภาพสูงวัยคันนี้ และเริ่มนำร่องในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 และจะขยายไปอีกในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป