บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ แผนที่ต้นปัญหา : ชนวนความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ แผนที่ต้นปัญหา : ชนวนความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ แผนที่ต้นปัญหา : ชนวนความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประเทศไทยและกัมพูชามีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันยาวนาน ทั้งด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความขัดแย้ง โดยมี “แผนที่” เป็นหนึ่งในชนวนที่จุดประกายปัญหามาต่อเนื่อง โดยเฉพาะแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 และ 1:50,000 ที่แสดงเส้นแบ่งเขตแดนไม่ตรงกัน  ซึ่งนำไปสู่ความตึงเครียดและข้อพิพาทหลายครั้ง

แผนที่ระวาง ดงรัก (Dangrek) มาตราส่วน 1:200,000 ที่สยามจัดทำร่วมกับฝรั่งเศส (ที่มา: ICJ/National Library of Australia)

ความเป็นมาของแผนที่และต้นเหตุปัญหา

ประเด็นเรื่องแผนที่ชายแดนไทย-กัมพูชามีรากฐานมาจากยุคอาณานิคมฝรั่งเศส เมื่อสยามต้องสูญเสียดินแดนบางส่วนให้กับฝรั่งเศส ซึ่งขณะนั้นปกครองอินโดจีนและกัมพูชา การปักปันเขตแดนในสมัยนั้นกระทำโดยคณะกรรมาธิการผสมปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส (Anglo-Siamese Delimitation Commission) และได้มีการจัดทำแผนที่ขึ้นในปี ค.ศ. 1907 แผนที่ฉบับแรกๆ ที่เป็นต้นตอของปัญหาคือแผนที่ระวางดงรัก (DANGRAK)  มาตราส่วนหนึ่งต่อสองแสน หรือ 1:200,000 ซึ่งมีการทำเครื่องหมายแนวเขตแดนเอาไว้ว่า ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในแดนของกัมพูชา

ต่อมา แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ของกรมแผนที่ทหารบกไทย ซึ่งมีความละเอียดมากขึ้น ถูกนำมาใช้ แต่ก็มีจุดที่ไม่ชัดเจนและตีความต่างกับแผนที่ฝรั่งเศสบ้าง สิ่งเหล่านี้กลายเป็น “ต้นเหตุของปัญหา” เนื่องจากการยึดถือแผนที่คนละฉบับ หรือการตีความเส้นเขตแดนบนแผนที่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการอ้างสิทธิ์พิพาทในพื้นที่ต่างๆ ตามแนวชายแดน

บทเรียนจากอดีต….กรณีปราสาทเขาพระวิหาร

กรณีที่โด่งดังที่สุดและแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแผนที่ในข้อพิพาทชายแดนคือ กรณีปราสาทเขาพระวิหาร ในปี พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice – ICJ) ได้ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา   โดยอ้างเหตุผลว่า

1.            ไทยได้ยอมรับแผนที่ 1:200,000 โดยไม่มีการคัดค้านเป็นเวลานาน

2.            มีการใช้แผนที่นี้ในการดำเนินการต่างๆ รวมถึงรูปหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสยามเข้าไปเยี่ยมชมปราสาทโดยมีทหารฝรั่งเศสไปต้อนรับ

3.            หลักการ “การยอมรับโดยปริยาย” (Acquiescence) ในกฎหมายระหว่างประเทศ

ถึงแม้ประเทศไทยจะโต้แย้งว่าแผนที่1:200,000 มีความคลาดเคลื่อนและไม่ตรงตามหลักปักปันเขตแดนและสันปันน้ำที่แท้จริง แต่ศาลโลกก็ตัดสินโดยยึดตามหลักฐานที่ปรากฏ ซึ่งรวมถึงแผนที่ดังกล่าวด้วย คำตัดสินนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าแผนที่ที่ไม่ได้รับการยอมรับร่วมกันอย่างชัดเจนสามารถนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศได้

เหตุการณ์ปัจจุบัน : ช่องบกและสามปราสาท

ในปัจจุบัน ปัญหาเรื่องแผนที่และแนวเขตแดนยังคงมีอยู่ เช่น กรณี ช่องบก (อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี) และบริเวณ สามปราสาท (ตาเมือนธม  ตาเมือนโต๊ด และตาควาย) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนและมีการเผชิญหน้ากันอยู่เป็นระยะ โดยมีสาเหตุมาจากความแตกต่างในการตีความแนวเขตแดนตามแผนที่และการสำรวจภาคพื้นดินที่ยังไม่สมบูรณ์ การปักปันเขตแดนที่ยังไม่เสร็จสิ้นทำให้เกิดความไม่ชัดเจนว่าพื้นที่ใดเป็นของประเทศใด ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดและอาจนำไปสู่การปะทะกันทางทหารได้

เหตุที่อาจเกิดในอนาคต: เกาะกูดและพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

นอกจากปัญหาบนบกแล้ว พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งในอนาคต โดยเฉพาะบริเวณ เกาะกูด (จ.ตราด) และพื้นที่รอบๆ ซึ่งมีศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การกำหนดแนวเขตแดนทางทะเลยังไม่สมบูรณ์และยังคงเป็นข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ หากไม่มีการเจรจาและหาข้อยุติที่ชัดเจน การสำรวจและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ดังกล่าวอาจนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่ได้

วิธีแก้ปัญหาหากการเจรจาไม่ได้ผล

การเจรจาเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาชายแดน แต่หากการเจรจาไม่ได้ผล ก็มีทางเลือกอื่นๆ ที่อาจพิจารณาได้:

1.            การนำเสนอต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (International Arbitration): หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ด้วยการเจรจาโดยตรง การนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ โดยการแต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการที่เป็นกลางเพื่อพิจารณาข้อพิพาทและออกคำตัดสินที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ปัญหายุติลงได้โดยอาศัยหลักกฎหมายและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

2.            การบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน (Joint Development Area – JDA): ในกรณีที่ไม่สามารถตกลงเรื่องเขตแดนได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ เช่น พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล อาจพิจารณาแนวคิดการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน โดยที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่นั้นร่วมกัน และแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

3.            การสร้างกลไกการแก้ไขปัญหาในระดับท้องถิ่น: การส่งเสริมความร่วมมือและการสื่อสารในระดับท้องถิ่นระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนตามแนวชายแดน อาจช่วยลดความตึงเครียดและแก้ไขปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ได้ก่อนที่จะบานปลายไปสู่ข้อพิพาทระดับชาติ การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมชายแดนในระดับจังหวัดหรือภูมิภาค อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการจัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป ปัญหาเรื่องชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและซับซ้อน ซึ่งต้องการความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในประวัติศาสตร์ กฎหมายระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการเจรจาด้วยความจริงใจ การประนีประนอม และการยึดถือหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในระยะยาว

โดย สุริยพงศ

ริสโซกาโล จับมือ ยูโรฟู้ด สนุนสนุนศักยภาพเชฟไทยรุ่นใหม่ เปิดเวทีแข่งขัน Young Risotto Chef ครั้งแรกในไทย

ริสโซกาโล จับมือ ยูโรฟู้ด สนุนสนุนศักยภาพเชฟไทยรุ่นใหม่  เปิดเวทีแข่งขัน Young Risotto Chef ครั้งแรกในไทย

ริสโซกาโล จับมือ ยูโรฟู้ด สนุนสนุนศักยภาพเชฟไทยรุ่นใหม่ เปิดเวทีแข่งขัน Young Risotto Chef ครั้งแรกในไทย

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การแข่งขัน Thailand Young Risotto Chef 2025 หรือ การแข่งขันทำริซอตโตสำหรับเชฟรุ่นใหม่ประเทศไทย เปิดเวทีให้เชฟไทยรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือและความคิดสร้างสรรค์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรมผ่านการทำอาหาร ผ่านการสนับสนุนของ ริโซกาโล ผู้ผลิตข้าวริซอตโต้ชื่อดังจากอิตาลี ร่วมกับ บริษัท พาณิชยการแห่งประเทศไทย จำกัด (The Commercial Company of Siam Ltd.) แผนกยูโรฟู้ด (Eurofood) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายวัตถุดิบประกอบอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ

การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นที่ The Food School Bangkok โรงเรียนสอนการประกอบอาหารชั้นนำใจกลางเมือง โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนเชฟรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 18–27 ปี ได้แสดงทักษะและความคิดสร้างสรรค์ผ่านเมนูจากข้าวประจำชาติของอิตาลี อย่าง “ริซอตโต้” โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบเมนูคลาสสิกด้วยข้าวอาร์โบริโอ (Arborio) และรอบเมนูสร้างสรรค์โดยใช้ข้าวพันธุ์คาร์นาโรลี (Carnaroli) เป็นวัตถุดิบหลัก

มร.คาร์โล เพรเว กรรมการบริหาร และทายาทรุ่นที่หก บริษัท ริโซกาโล กล่าวว่า “เรารู้สึกประทับใจอย่างยิ่งกับความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นของเชฟไทยรุ่นใหม่ ทั้งนี้ การแข่งขันในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อเฟ้นหาเชฟที่ทำริซอตโต้ได้ดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่ใช้ ‘อาหาร’ เชื่อมโยงวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ดังนั้นการได้จัดงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านมรดกอาหารที่หลากหลาย ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับ ริโซกาโล”

จากที่การแข่งขัน Young Risotto Chef ได้ประสบความสำเร็จมาแล้วในประเทศที่มีวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลาย อาทิ สหราชอาณาจักรและไต้หวัน ล่าสุดเวทีการแข่งขัน Thailand Young Risotto Chef ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแวดวงอาหารไทยเช่นกัน โดยผู้เข้าแข่งขันจากสถาบันการประกอบอาหารชั้นนำของประเทศ ได้แสดงฝีมือต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากวงการอาหารไทยและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติด้านอาหารอิตาเลียน

“ที่ ริโซกาโล เราเชื่อมาโดยตลอดว่าอาหารรสเลิศเริ่มจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ แต่เมนูอาหารจะเปล่งประกายได้ ก็ต่อเมื่อเชฟที่หลงใหลในศิลปะการทำอาหารใส่ความสร้างสรรค์ของตนเองลงไป การได้เห็นเชฟไทยถ่ายทอดความเป็นริซอตโต้ในแบบฉบับของตนเองอย่างสร้างสรรค์แต่ยังเคารพในวัตถุดิบต้นตำรับจากอิตาลี ถือเป็นบทพิสูจน์ว่า ‘ความเป็นเลิศทางอาหาร’ นั้นไร้พรมแดนอย่างแท้จริง” มร. คาร์โล เพรเว กล่าวเสริม

มร. โทมัส ฟรองซัวส์ เดวิส ซันเชส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พาณิชยการแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขันในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการส่งเสริมอนาคตของวงการอาหารไทย และการได้เห็นเชฟรุ่นใหม่ของไทยเรียนรู้และถ่ายทอดเอกลักษณ์ของอาหารอิตาเลียนผ่านเมนูริซอตโต้ได้อย่างสร้างสรรค์เป็นภาพที่น่าชื่นชมและสะท้อนถึงศักยภาพของวงการอาหารไทยในระดับสากล ซึ่งเรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนพวกเขาบนเส้นทางนี้”

ชัยภัทร ธนพลไพศาล นักศึกษาจาก สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา คว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท ขณะที่ ภัทรธร เพชรวิชิต จาก มหาวิทยาลัยดุสิต และ สิทธา บัวลอยเลิศ จาก วิทยาลัยดุสิตธานีได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งและอันดับสอง พร้อมเงินรางวัล 30,000 และ 20,000 บาทตามลำดับ โดยผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้รับประกาศนียบัตรและของที่ระลึกจาก ริโซกาโล เพื่อเป็นเกียรติแก่การเข้าร่วมในครั้งนี้

เมนูที่คว้ารางวัลชนะเลิศคือ รีซอตโต้กุ้ง ต้มยำเอสพูม่า ผงมะกรูด ผักชีอีมัลชั่นและไข่ปลาอิคูระ ซึ่งผสานวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยเข้ากับเทคนิคการทำอาหารอิตาเลียนแบบต้นตำรับได้อย่างลงตัว จนสร้างความประทับใจให้กับคณะกรรมการด้วยรสชาติที่สมดุลและการนำเสนอที่เปี่ยมด้วยความประณีตทางด้านศิลปะการปรุงอาหาร

การแข่งขัน Thailand Young Risotto Chef สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมด้านอาหาร พร้อมตอกย้ำกระแสความสนใจที่มีต่อการผสานวัฒนธรรมอาหารจากหลากหลายชาติ และการส่งเสริมเชฟรุ่นใหม่สู่เวทีระดับสากล

ตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ยูโรฟู้ด (ภายใต้ บริษัท พาณิชยการแห่งประเทศไทย) มุ่งมั่นคัดสรรและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพจากทั่วโลกให้แก่ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ  ทั้งนี้ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของ ยูโรฟู้ด ได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ สำหรับแคตตาล็อกสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่: https://eurofoodthai.com

มูลนิธิโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จัดรายการพิเศษฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

มูลนิธิโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จัดรายการพิเศษฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

มูลนิธิโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จัดรายการพิเศษฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 มูลนิธิโรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ซึ่งมี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)เป็นประธานมูลนิธิฯ จัดทำรายการพิเศษเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันเกี่ยวกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ตลอดจนพระราชกรณียกิจที่ทรงมีพระมหากรุณาธิ คุณต่อศาสนา และการแพทย์สาธารณสุข

รายการพิเศษฯ ดังกล่าวมีนักร้องกิตติมศักดิ์ร่วมร้องเพลงเฉลิมพระเกียรติ โดยมี สุขใจ พนิชศักดิ์พัฒนา เลขาธิการมูลนิธิฯ, ศาตราจารย์เกียรติ คุณ ดร.ศุภมาศ พนิชศักดิ์พัฒนา,สุเนตร คุณานันทกุล กรรมการและศรัทธาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ ,ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี , แก้วเก้า เผอิญโชค พร้อมด้วย ดร.อรนุช แสงสุริยจันทร์ และ พญ.จินตนา มโนรมย์ภัทรสาร

รายการพิเศษเฉลิมพระเกียรติฯ ออกอากาศในวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 23.00-01.00 ณ.สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง NBT กรมประชาสัมพันธ์ และสถานีวิทยุโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติฯ (WBTV)

นักร้องกิตติมศักดิ์ แก้วเก้า เผอิญโชค ,สุขใจ พนิชศักดิ์พัฒนา เลขาธิการมูลนิธิฯ, ศ.เกียรติคุณ ดร.ศุภมาศ พนิช
ศักดิ์พัฒนา,ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี  และ สุเนตร คุณานันทกุล กรรมการและศรัทธาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ

นักร้องกิตติมศักดิ์ แก้วเก้า เผอิญโชค ,สุขใจ พนิชศักดิ์พัฒนา เลขาธิการมูลนิธิฯ, ศ.เกียรติคุณ ดร.ศุภมาศ พนิช ศักดิ์พัฒนา,ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี และ สุเนตร คุณานันทกุล กรรมการและศรัทธาสัมพันธ์ มูลนิธิฯ

ดร.อรนุช แสงสุริยจันทร์ และ สุเนตร คุณานันทกุล

ดร.อรนุช แสงสุริยจันทร์ และ สุเนตร คุณานันทกุล

พญ.จินตนา มโนรมย์ภัทรสาร,สุเนตร คุณานันทกุล

พญ.จินตนา มโนรมย์ภัทรสาร,สุเนตร คุณานันทกุล

สถานทูตเปรูประจำประเทศไทย ร่วมกับสยามพิวรรธน์ จัดการแสดง ‘Peruvian Traditional Dance’ เปิดให้ชมฟรี!

สถานทูตเปรูประจำประเทศไทย ร่วมกับสยามพิวรรธน์  จัดการแสดง ‘Peruvian Traditional Dance’ เปิดให้ชมฟรี!

สถานทูตเปรูประจำประเทศไทย ร่วมกับสยามพิวรรธน์ จัดการแสดง ‘Peruvian Traditional Dance’ เปิดให้ชมฟรี!

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถานทูตเอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทย ร่วมกับบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ขอเชิญชมการแสดง “Peruvian Traditional Dance” การเต้นพื้นเมืองเปรูใจกลางเมืองโดยชาวเปรู เนื่องในโอกาสฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐเปรูและประเทศไทยครบรอบ 60 ปี เพื่อเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามที่เต็มไปด้วยสีสัน จังหวะที่มีเสน่ห์ โดยจะเปิดการแสดงให้ประชาชนทั่วไปชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ พาร์ค พารากอน ชั้น M  สยามพารากอน

Balenciaga เผยโฉมแคมเปญ Winter 25 กับการตีความใหม่ของผลงานชุด ‘The Clients’

Balenciaga เผยโฉมแคมเปญ Winter 25 กับการตีความใหม่ของผลงานชุด ‘The Clients’

Balenciaga เผยโฉมแคมเปญ Winter 25 กับการตีความใหม่ของผลงานชุด ‘The Clients’

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Balenciaga เผยโฉมแคมเปญ Winter 25 ซึ่งถ่ายภาพโดย Juergen Teller  เป็นการตีความใหม่ของผลงานชุด “The Clients” ของเขาให้กลายเป็นภาพลูกค้ากูตูร์ของ Balenciaga ผ่านภาพถ่ายและวิดีโอที่สร้างสรรค์ร่วมกันระหว่าง Teller และ Dovile ผู้เป็นภรรยา ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์ด้านความคิดสร้างสรรค์ของเขา

แคมเปญนี้ถ่ายทำภายในห้องสวีท บันได และซาลอนของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมือง Biarritz ภาพถ่ายเซทนี้นำโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์และนักแสดงระดับโลกอย่าง Nicole Kidman และ Isabelle Huppert ซูเปอร์โมเดล Claudia Schiffer นักแสดง Patrick Schwarzenegger และ Arthur Chen รวมถึงนางแบบ Liu Wen, Adut และ Roxane

ทุกคนสวมใส่ลุคจากคอลเล็กชั่นฤดูหนาว 2025 เป็นการนำเสนอเครื่องแต่งกายในหลากหลายแง่มุม รวมถึงชิ้นงานจากการร่วมกันของ Balenciaga | PUMA โดยลุคเหล่านี้ทั้งเสริมและตัดกับความหรูหราของการตกแต่งภายในโรงแรมอย่างลงตัว สร้างความขัดแย้งอย่างจงใจผ่านภาษาภาพเฉพาะตัวที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งใดใดของ Juergen Teller

วิดีโอกำกับโดย Juergen Teller มาพร้อมกับเสียงบรรยายของเขาเอง ขณะถ่ายทอดแนวคิด กระบวนการการทำงาน และมุมมองต่อการสร้างสรรค์ภาพถ่ายในแบบฉบับของเขา

ภาพสไตล์ Still-life นำเสนอไอเท็มกระเป๋าและรองเท้าจากคอลเล็กชั่นฤดูหนาว 2025 โดยเฉพาะกระเป๋าสไตล์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋ารุ่น Rodeo และกระเป๋ารุ่น Le City ในวัสดุหนังกลับเคลือบแว็กซ์ กระเป๋ารุ่น Carrie Carry-All สีงา กระเป๋ารุ่น Le City ที่ตกแต่งด้วยขนแกะสไตล์นักบิน และ กระเป๋ารุ่น Rodeo พิมพ์ลายหนังจระเข้สีชมพู

ผลงานภาพถ่ายยังนำเสนอรองเท้าส้นสูงรุ่น Shibuya ทำจากผ้าซาตินที่ผสานดีเทลแบบสปอร์ตเข้ากับทรงรองเท้าส้นสูงแบบคลาสสิก พร้อมด้วยสนีกเกอร์รุ่น Hamptons และรองเท้าบัลเล่ต์ส้นแบนรุ่นใหม่อย่าง Bel Air Flat Ballerina 

หลอดเลือดสมองตีบตัน รักษาทัน ลดเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต

หลอดเลือดสมองตีบตัน รักษาทัน ลดเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต

หลอดเลือดสมองตีบตัน รักษาทัน ลดเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้ที่เป็นมักมีอาการอย่างเฉียบพลัน แต่หากมาถึงมือแพทย์เร็วทันเวลา ก็มีโอกาสรักษาให้หายเป็นปกติได้

นายแพทย์พงศกร พงศาพาส ประสาทศัลยแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่าโรคหลอดเลือด สมอง หรือ Stroke เกิดจากการที่หลอดเลือดสมองมีการอุดตัน ตีบ หรือแตก ทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการแสดง เช่น หน้าเบี้ยว ตาพร่ามัวมองเห็นภาพซ้อน อ่อนแรง ชาครึ่งซีก หรือเป็นอัมพาตแบบครึ่งซีก พูดไม่ชัดหรือพูดไม่ได้ เป็นต้น โดยมักเกิดในกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป แต่พบได้มากในกลุ่มผู้สูงอายุเนื่องจากหลอดเลือดเสื่อมตามวัย

ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 mmHg เป็นระยะเวลานาน จะทำให้หลอดเลือดเสื่อมการทำงานเร็วกว่าปกติ ส่งผลทำให้มีโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดตีบ แตก หรืออุดตันได้ โรคเบาหวาน ทำให้เกิดผนังหลอดเลือดเสื่อมการทำงาน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงการเกิดปัญหาหลอดเลือดสมองต่างๆ ที่กล่าวมาได้ โรคหัวใจ เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคผนังหัวใจรั่ว โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดกระจายไปอุดเส้นเลือดสมองได้ โรคไขมันโลหิตสูง ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือด เกิดการสะสมไขมันที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดเสื่อม ส่งผลทำให้มีโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดตีบ แตก หรืออุดตันได้

การสูบบุหรี่ มีสารที่เร่งความเสื่อมของหลอดเลือดสมอง เกิดภาวะโรคทางหลอดเลือดสมองได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 6 เท่า ดังคำกล่าวที่ว่า “The more you smoke the more you stroke” ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ส่งผลให้เกิดการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ ก่อให้เกิดภาวะลิ่มเลือดกระจายไปอุดตันหลอดเลือดสมองและอวัยวะต่างๆได้ โรคอ้วน และ ขาดการออกกำลังกาย เนื่องจากการออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหลอดเลือดและหัวใจได้ เป็นปัจจัยที่ช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดสมองเสื่อม และเพิ่มการทำงานของหัวใจ ช่วยลดการเกิดปัญหาหลอดเลือดสมองได้อย่างมาก

การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจสมองด้วยคอมพิวเตอร์ (CT Scan), การตรวจด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI และ MRA), การตรวจการไหลเวียนเลือดของหลอดเลือดในสมอง (Transcranial Doppler : TCD), และการตรวจหลอดเลือดคอ (Carotid Doppler) เป็นต้น ซึ่งผลการตรวจที่แม่นยำจะสามารถช่วยให้แพทย์วางแผนการป้องกัน และรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง คือการทำให้เซลล์ของสมองยังอยู่รอดให้ได้นานที่สุด โดยการที่เลือดไหลเวียนได้ทันเวลาและในระดับที่เหมาะสม จะสามารถทำให้เนื้อสมองที่ได้รับผลกระทบฟื้นตัวได้เร็ว ส่งผลให้ผู้ป่วยกลับมาเป็นปกติได้ โดยในระยะแรกที่เกิดอาการ แพทย์จะทำการประเมินผู้ป่วย หากมีข้อบ่งชี้ของการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดและไม่มีข้อห้าม แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดภายใน 4.5 ชั่วโมง แต่ในกรณีที่มีหลอดเลือดสมองขนาดใหญ่อุดตัน แพทย์จะรักษาโดยการใช้สายสวนเข้าไปในหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบและขึ้นไปที่สมอง เพื่อนำเอาลิ่มเลือดที่อุดตันในหลอดเลือดออกมา (Mechanical thrombectomy) การรักษาที่สามารถทำได้รวดเร็ว ส่งผลให้การบาดเจ็บของสมองที่เกิดขึ้นน้อยลง และได้ผลลัพธ์การทำงานของสมองที่ดี

ผู้ป่วยควรควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการเพื่อลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ควมคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวสูง หลีกเลี่ยงสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมระดับน้ำตาลในโรคเบาหวาน ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รับประทานผลไม้และผักให้มากยิ่งขึ้น และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โรคหลอดเลือดสมองมักส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและคนรอบข้าง ดังนั้น นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง สิ่งสำคัญคือ หมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เพราะหากรู้ตัวเร็ว ยังมีโอกาสรักษาได้ทัน และลดความเสี่ยงที่จะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้

คุณแหน : 21 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 21 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 21 กรกฎาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน ร่วมกับ สยามซินโฟนิเอตต้า ออร์เคสต้าเยาวชนนำเสนอ “POSSIBLE DREAMS ความฝันอันสูงสุด” คอนเสิร์ตสำหรับครอบครัวด้วยดนตรียอดนิยมจากโมสาร์ทถึงแฮร์รี พ็อตเตอร์ โดย ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน,  ลีโอ วีเลอร์ (บุตรชาย), Dominika Rosiek, SoJung Lee (นักไวโอลินและเชลโลจากต่างประเทศ) ที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (หอประชุมใหญ่)  6 ส.ค.  เวลา 19.30 น.รายได้มอบโครงการศึกษาดนตรีเยาวชน บัตร : 500 บาท; 2,000 บาท (VIP)สำรองที่ www. TicketMelon.com   LINE: Opera Siam..๐๐

ll ยินดีกับ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ที่ได้เป็น ว่าที่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข..๐๐

ll ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ เหล่ากาชาด จ.ชลบุรี บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มแก่ปวงประชา โดยมี ประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาด จ.ชลบุรี ร่วมด้วย ณ ศาลาประชาคมเทศบาลนครบ้านสวน อ.เมืองชลบุรี..๐๐

ll ชาว Digital CEO#7 ยินดีกับ พิชาวีร์ วรพัทธ์โภคิน ที่ได้เป็น Regional Sales Director ของ Cloudflare Thailand, Philippines & Indochina..๐๐

ll แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และกลุ่ม LGBTQIA2S+ แต่ระบบนิเวศน์ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ เผย Canvas Ventures International (CVI) กำลังเร่งขับเคลื่อนระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยด้วยวิสัยทัศน์ “Peach Economy” การผสมผสานระหว่างเศรษฐกิจสีชมพูที่เน้นความหลากหลายและการยอมรับ กับเศรษฐกิจสีส้มที่เน้นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ งาน Canvas Forum Kickoff 2025: Paint Your Vision ที่ Glowfish Sathorn ถือเป็นการเปิดเวทีสำหรับ Canvas Forum 2025 ที่จะจัดขึ้น 30 ก.ค.– 1 ส.ค. ณ Club Siam Glowfish..๐๐

ll ภญ.สิริมาส ศรีวัฒนา มอบผลิตภัณฑ์กันแดดชั้นนำ ภายใต้เครือ Cantabria Labs ประเทศสเปน คิดค้นโดยทีมแพทย์จาก Harvard University รับรองด้วยงานวิจัยกว่า 100 ฉบับ  แก่ ปิยะพงษ์ วงศ์ปิยะกุล ผู้จัดการทีมบ็อบสเลจ์ สมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย  เพื่อดูแลปกป้องผิวน้องๆนักกีฬาทีมชาติ .๐๐

ll ขอแสดงความยินดีกับ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับรางวัล Thailand Moral Awards 2024 ประเภทบุคคล จากศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)..๐๐

ll สภาสังคมสงเคราะห์ฯ และกัลยาณมิตร ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ 27 ก.ค.06.00 น. ณ ห้องนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ..๐๐

ll สวด วรศรี วาจรัต มารดา พล.ต.หญิง ดร.อังคณา สุเมธสิทธิกุล  ณ ศาลาบุพาการีนุสรณ์ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 17-21 ก.ค.18.30 น.พระราชทานเพลิงศพ 22 ก.ค.17.00 น.เมรุ 2..๐๐

ll ครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐเปรูและประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทย เชิญชมการแสดง Peruvian Traditional Dance Flashmob แฟลชม็อบการเต้นพื้นเมืองเปรู 23 ก.ค.18.00 น. ณ พาร์คพารากอน ชั้น M สยามพารากอน เชิญชมฟรี..๐๐

‘สุดาวรรณ’ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.68

'สุดาวรรณ' ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.68

‘สุดาวรรณ’ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.68

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.49 น.

“สุดาวรรณ” รมว.อว. ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 5,000 ต้น เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ดันงานวิจัยกล้าไม้เชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา สร้างอาชีพ สร้างรายได้สู่ชุมชน

20 กรกฎาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา วชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ ประธานมูลนิธิผืนป่าในใจเรา กล่าวรายงาน  ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และประธานคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวภารกิจของกระทรวง อว. เกี่ยวกับการดูแลรักษาป่าไม้ และมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คณะกรรมการคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.) นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดโคราช และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ นายนิกร โสมกลาง นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล นายอภิชา เลิศพชรกมล นายนรเสฎฐ์  ศิริโรจนกุล และนายรชตะ  ด่านกุล ตลอดจนประชาชน เข้าร่วม ณ พื้นที่ป่าสาธารณะประโยชน์ บ้านหนองนกเขียน หมู่ที่ 10  ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า การปลูกป่าครั้งนี้ เป็นการใช้กล้าไม้ผสมเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา ซึ่งเกาะอยู่ที่รากกล้าไม้ เมื่อต้นไม้เจริญเติบโตขึ้นจะมีเห็ดกินได้เจริญเติบโตออกมาจากรากกล้าไม้ ได้แก่ เห็ดตะไคล เห็ดระโงก และเห็ดตับเต่า ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ได้จากผลงานวิจัยที่นักวิจัยของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนการวิจัยอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และมีการถ่ายทอดองค์ความรู้มายังหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ เช่น สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ นครราชสีมา และศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) กรมป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งมูลนิธิผืนป่าในใจเรา เป็นตัวอย่างของการบูรณาการที่นำเอาผลการวิจัยมาต่อยอดให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัย ไปสู่การใช้ประโยชน์ในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช 1 ใน 3 มรดกโลก ของจังหวัดนครราชสีมา 

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) และสถานีวิจัยและฝึกนิสิตวนศาสตร์วังน้ำเขียว ที่ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยนี้ และได้นำไปขยายผลสู่การอบรม การผลิตกล้าไม้และเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซาในระดับชุมชน ถือเป็นการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปสู่การใช้จริงที่สามารถผลิตได้ด้วยอุปกรณ์ในครัวเรือน และเกิดประโยชน์ทั้งด้านอาชีพ รายได้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการฟื้นฟูระบบนิเวศ การดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือกันอย่างดียิ่ง ที่ให้เกิดความร่วมมือกันอย่างแข็งขันจนงานวันนี้สำเร็จไปด้วยดี การดำเนินงานในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนและประสานงานจากหลายภาคส่วน และต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งที่มูลนิธิผืนป่าในใจเรา ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพขององค์ความรู้ดังกล่าว และร่วมมือในการจัดอบรมให้กับเยาวชนและประชาชนกว่า 70 คน รวมถึงการขยายผลสู่กิจกรรมปลูกป่าในวันนี้ ด้วยกล้าไม้ที่ผสมเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา จำนวน 5,000 ต้น 

“นี่คือภาพสะท้อนของการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่กระทรวง อว. ให้ความสำคัญ โดยการนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมกับอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว

จากนั้น นางสาวสุดาวรรณพร้อมคณะได้มอบเครื่องหมักปุ๋ย และงานวิจัยที่เป็นความรู้ทางการเกษตรให้กับชุมชนและเกษตรกร รวมทั้งเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อม สะแกราช และตรวจเยี่ยมบุคลากร วว. เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป

-(016)

เยาวชนไทยเจ๋ง! คว้า 2 แชมป์โครงงานวิทยาศาสตร์ระดับอาเซียน ในการแข่งขัน ‘ASPC 2025’

เยาวชนไทยเจ๋ง! คว้า 2 แชมป์โครงงานวิทยาศาสตร์ระดับอาเซียน ในการแข่งขัน 'ASPC 2025'

เยาวชนไทยเจ๋ง! คว้า 2 แชมป์โครงงานวิทยาศาสตร์ระดับอาเซียน ในการแข่งขัน ‘ASPC 2025’

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.31 น.

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีปิดและมอบรางวัล “การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์เยาวชนกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 11” (The 11th ASEAN Student Science Project Competition (ASPC 2025)) โดยมี รศ.ดร.ธณัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย ดร.ชนินทร วรรณวิจิตรรองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบรางวัลให้แก่ทีมเยาวชนอาเซียนณ ห้องแสงเดือน-แสงเทียน พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า NSM ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ผลการแข่งขัน ASPC 2025 ปีนี้ เยาวชนไทยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศถึง 2 สาขา จากทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ ทีมจากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง ประกอบด้วย นายเมธวิน จันทร์ทอง และ น.ส.นิชานาถ ถาวรพานิช ในโครงงาน “การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของล้อชนิดแม่เหล็กสำหรับหุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม” (Development and optimization of magnetic adhesion wheels for pipe-climbing robots)

สาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ทีมจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร ประกอบด้วย นายปฏิพล เจริญผล และนายพีรพัฒน์ พรมจันทร์ ในโครงงาน “ระบบวิเคราะห์คุณภาพและบ่งบอกถึงเหตุผลของระดับคุณภาพของเนื้อโคขุนโพยางคำสำหรับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” (AI-Based system for quality analysis and determinants of Phon Yang Kham Beef for the industry)

ส่วนรางวัลชนะเลิศ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ตกเป็นของประเทศสิงคโปร์ ในโครงงาน “Development of a novel diagnostic tool for antibody responses to vaccines” การพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยการตอบสนองของสารภูมิต้านทานต่อวัคซีน โดย Mr. Aaron Jacob

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของทีมเยาวชนไทยและอาเซียนว่า “ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับเยาวชนอาเซียนทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันฯ เวทีนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ผ่านโครงงานวิทยาศาสตร์ระหว่างกันในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่สามารถนำไปสู่การประกวดในระดับโลกได้ ทั้งนี้ ต้องขอบคุณ NSM สมาคมวิทย์ฯ และบริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด และทุกภาคส่วนที่ช่วยกันผลักดันให้เกิดกิจกรรมเพื่อเยาวชนอาเซียนในครั้งนี้ เพราะการส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศกลุ่มอาเซียนอย่างความยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนากลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพ และความคิดสร้างสรรค์ โดยหวังว่าเยาวชนอาเซียนจะสามารถนำผลงานเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้และต่อยอด พร้อมจะขับเคลื่อนสังคมอาเซียนให้ทัดเทียมระดับโลกต่อไป”

ด้าน ดร.ชนินทร เผยว่า “การประกวดฯ ในปีนี้มีเยาวชนจาก 8 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลาว เมียนมา และไทย รวมทั้งสิ้น 37 โครงงาน มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 105 คน โดยเวทีนี้มุ่งหวังให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แบ่งปันองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และต่อยอดศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนอาเซียน ตลอดจนความสามารถในการนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้รับ ไปต่อยอดพัฒนาประเทศของตน ให้ก้าวไกลและยืนหยัดอย่างภาคภูมิใจบนเวทีโลก”

รศ.ดร.ธณัฏฐ์คุณ กล่าวว่า “สมาคมวิทยาศาสตร์ฯ เป็นหนึ่งในองค์กรที่มุ่งมั่นผลักดันกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ให้กับสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน พร้อมทั้งบ่มเพาะเยาวชนเพื่อส่งเสริมและยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ การทำโครงงานวิทยาศาสตร์จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชน ไม่เพียงเฉพาะเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเยาวชนในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย การจัดประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ในระดับอาเซียนนอกจากจะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านSTEM แล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้เยาวชนพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 อันเป็นพลังสำคัญที่จะผลักดันศักยภาพของเยาวชน ก้าวสู่การสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศและภูมิภาคอาเซียนต่อไป”

ด้าน นายปฏิพล เจริญผล และนายพีรพัฒน์ พรมจันทร์ จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร เปิดเผยความรู้สึกหลังคว้ารางวัลชนะเลิศในสาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ว่า “โครงงานของเราเกิดจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในการคัดเกรดเนื้อให้ได้มาตรฐานที่มีคุณภาพสูง โดยใช้เพียงโทรศัพท์มือถือในการถ่ายภาพเนื้อ แล้วนำมาประมวลผลด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์และจำแนกเกรดของเนื้ออย่างแม่นยำ เราทั้งคู่รู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการได้รับรางวัลจากเวทีนี้ ซึ่งถือเป็นรางวัลใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของเรา”

ผลรางวัลอื่น ๆ ใน “การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์เยาวชนกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 11” (The 11th ASEAN Student Science Project Competition (ASPC 2025)) ประเภทต่าง ๆ มีดังนี้

สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ

•รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ โครงงาน Molecular Docking, Principal Component Analysis, and Structure-Activity Relationship Analysis of Terpenoids from Marine Heterobranch Mollusks as Human Neutrophil Elastase Inhibitorsพัฒนาโดย Mr. Breindel Sam T. Luis

•รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ประเทศเวียดนาม โครงงาน METAMATERIAL: Absorb electromagnetic waves, especially 5G emitting from electronic devices พัฒนาโดย Mr. Nguyen Duy Manh และ Mr. Do Thai Minh

•รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย โครงงาน Development and characterization of a durian peel-based nanocellulose TiO₂ NPs nanocomposite for biodegradable packaging applications โดย Mr. Zacarich Widjoyo Arilo และประเทศมาเลเซียโครงงาน Intelligence Flood Alarm System (I-FAS) พัฒนาโดย Mr. Ahmad Irfan Bin Ahmad Shahrul Radzuan และ Mr. Akid Dinie Bin Muhamad Ikhram

สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

 •รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ประเทศไทย จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม โครงงาน Utilization of Microalgae Chlorella spp. to absorb carbon dioxide and treat wastewater in industrial systems พัฒนาโดย นายสิรภพ บูรพาสกุล

•รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ประเทศไทย จาก โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก จ.เชียงราย โครงงาน Development of a smart farming system for rearing the mole cricket (Gryllotalpa orientalis) พัฒนาโดย นายเทพพระคุณ วจนะไพโรจน์ และน.ส.ธันยธรณ์ วรรณพิรุฬ

•รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย โครงงาน Oil spill remediation with modified natural polysaccharide guar gum: Assessment of the potential of guar gum as an active ingredient of oil absorbent fabrics พัฒนาโดย Ms. Zinnia Mysha Amaia และ Ms. Naura Shafira Raihani และประเทศเวียดนาม โครงงาน Preliminary evaluation of phytochemical composition and antioxidant activity of Tournefortia montana L. leaf and stem extracts collected in Tu Son, Bac Ninh province, Vietnam พัฒนาโดย Mr. Pham Dinh Minh Nghia และ Ms. Luc Phan Bao Thy

สาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์

•รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ โครงงาน Production of Poly(Lactic) Acid from Lactic Acid derived via simultaneous saccharification and fermentation of marang seed starch using lactobacillus พัฒนาโดย Mr. Patrick Quinn Regidor Yan
Yan

•รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ประเทศอินนีเซีย โครงงาน SMEDI (Smart Message Sender Device) : Short message sending device for underdeveloped areas without credit พัฒนาโดย Mr. Muhammad Fathul Yasir และMr. Tesco Aditya Palijama

•รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ประเทศเวียดนาม โครงงาน Study on the development of a detection kit for food additives using an eco-friendly fluorescent solution พัฒนาโดย Ms. Hoang Ngan Duong และMr. Nguyen Minh Khoi และประเทศเวียดนาม โครงงานPhotothermal biomass from watermelon rind for solar-driven desalination and power generation พัฒนาโดย Ms. Nguyen Mai Phuong และ Mr. Pham Quang Duc

Science Update : ประมูลหินอุกกาบาตจากดาวอังคาร

Science Update : ประมูลหินอุกกาบาตจากดาวอังคาร

Science Update : ประมูลหินอุกกาบาตจากดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันประมูลซอธบีส์ (Sotheby’s) จัดประมูลเศษอุกกาบาตจากดาวอังคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูล มีชื่อเรียกว่า NWA 16788 น้ำหนัก 24.5 กิโลกรัม ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกประมูลไปในราคา 5.3 ล้านดอลลาร์ (ราว 172 ล้านบาท) โดยผู้ประมูลที่ไม่ขอเปิดเผยตัวตน สูงกว่าราคาประเมินที่ราว 2-4 ล้านดอลลาร์ รองประธานและหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ธรรมชาติระดับโลกของซอธบีส์บอกว่า การค้นพบ NWA 16788 มีความสำคัญเป็นพิเศษ มันถือเป็นเศษอุกกาบาตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบบนโลก ก่อนจะถูกประมูลไปในราคาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการประมูลมา

NWA 16788 ถูกค้นพบในภูมิภาคอากาเดซ ที่อยู่ห่างไกลในประเทศไนเจอร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 มันมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าเศษอุกกาบาตจากดาวอังคารที่มีขนาดรองลงไปเท่าที่เคยพบบนโลกถึงกว่าร้อยละ 70 ปัจจุบัน มีเศษอุกกาบาตดาวอังคารเพียงแค่ 400 ชิ้นที่ถูกพบบนโลกใบนี้ จากการวิเคราะห์องค์ประกอบภายในของเศษอุกกาบาตชิ้นนี้ เผยให้เห็นว่า มันอาจหลุดออกมาจากพื้นผิวดาวอังคาร และกระเด็นเข้าสู่อวกาศจากแรงกระแทกของดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่ง ที่รุนแรงมากจนทำให้บางส่วนของอุกกาบาตแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และบางส่วนของมันพุ่งตกลงมายังโลก

อุกกาบาต คือชิ้นส่วนของวัตถุในระบบสุริยะ เช่น ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ ที่ยังคงอยู่รอดหลังจากพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก