บทสรุป BKKDW2026 จุดพลังดีไซน์ไทย ขับเคลื่อนกรุงเทพฯสู่ Creative Hub of Asia

บทสรุป BKKDW2026 จุดพลังดีไซน์ไทย ขับเคลื่อนกรุงเทพฯสู่ Creative Hub of Asia

บทสรุป BKKDW2026 จุดพลังดีไซน์ไทย ขับเคลื่อนกรุงเทพฯสู่ Creative Hub of Asia

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 หรือ Bangkok Design Week 2026 (BKKDW2026) ภายใต้ธีม “DESIGN S/O/S” จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เครือข่ายนักสร้างสรรค์ และพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ในฐานะเวทีที่ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่ “Creative Hub of Asia” ส่งออก “Power of Thai Design” ให้เป็นพลังใหม่ของเศรษฐกิจไทย

Beyond the Festival: เทศกาลสร้างสรรค์ที่ท้าทายเวทีโลก

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวถึงพัฒนาการที่น่าสนใจของเทศกาลฯ ว่า Bangkok Design Week ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเวทีแสดงศักยภาพของเหล่านักสร้างสรรค์จากหลากหลายสาขา ควบคู่ไปกับการเป็นเวทีแสดงศักยภาพของพื้นที่สร้างสรรค์ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เทศกาลฯ มีความสำคัญในการสร้างการรับรู้ใหม่ๆ ให้กับเมือง ซึ่งสามารถกระตุ้นและดึงดูดการลงทุน ตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์เข้ามา ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คงหนีไม่พ้น “ย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย” ย่านต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านหลักของการจัดเทศกาลฯ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ TCDC กรุงเทพฯ จากเดิมที่ย่านเคยมีอาคารร้างกว่า 134 แห่ง ปัจจุบันลดเหลือเพียง 24 แห่ง พื้นที่ว่างนับร้อยถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นด้วยธุรกิจใหม่ๆ ทั้งคาเฟ่แกลเลอรี และโฮสเทล หลังจากผู้ประกอบการเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่จากช่วงเทศกาลฯ สิ่งเหล่านี้คือร่องรอยความสำเร็จที่ยืนยันได้ว่าเทศกาลงานออกแบบสามารถพลิกย่านที่เงียบเหงาสู่ย่านเศรษฐกิจใหม่ๆ ได้ และ CEA จะยังคงใช้งานออกแบบเป็นเครื่องมือยกระดับเศรษฐกิจในย่านหรือพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่องทุกปี

Bangkok Design Week 2026 ยังคงมีอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญ นั่นคือ โครงการพัฒนาย่านหนังสือกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Book District เป็นครั้งแรก บนถนนสายประวัติศาสตร์หนังสือบริเวณย่านผ่านฟ้า – วังบูรพา – เฟื่องนคร – นครเขษม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง CEA กรุงเทพมหานคร OKMD ผู้ประกอบการร้านหนังสืออิสระ และผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมหนังสือ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมพื้นที่เมืองผ่านธุรกิจในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมร้านหนังสืออิสระ เพื่อให้หนังสือเป็นสะพานเชื่อมธุรกิจร้านหนังสือ ผู้ผลิตและพื้นที่ สู่การเป็นต้นแบบ “ย่านหนังสือ” ของเมือง

ความสำเร็จของเทศกาลฯ ในปีที่ 9 นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวต่อไปที่จะต้องเดินหน้าต่อได้ไกลยิ่งขึ้น Bangkok Design Week ได้ปักธงการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็น Creative Hub of Asia โดยมีนักสร้างสรรค์จากทั่วประเทศไทยและต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 17 ประเทศ  ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็น “จุดหมายปลายทางสำคัญ” ที่ดึงดูดทั้งเม็ดเงิน นักท่องเที่ยว นักลงทุน และนักสร้างสรรค์ ให้ไหลเวียนเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างไม่ขาดสาย สำหรับเป้าหมายต่อไปในการก้าวสู่ปีที่ 10 คือการยกระดับมาตรฐานของ Bangkok Design Week ไปสู่นานาชาติมากขึ้น มุ่งสู่การเป็น Creative Hub of Asia อย่างเต็มรูปแบบ โดยมี Milan Design Week ของอิตาลี เป็นโมเดลสำคัญในการยกระดับเทศกาลฯ ต่อไปในอนาคต

Made in Bangpho: โมเดลธุรกิจฟื้น “ลมหายใจ” ถนนสายไม้

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิด “DESIGN S/O/S” ได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ “ย่านบางโพ” หรือที่รู้จักในชื่อ ชุมชนประชานฤมิตร ถนนสายไม้ดั้งเดิมของกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันของเฟอร์นิเจอร์นำเข้าราคาถูกและการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมซื้อใหม่มากกว่าการซ่อม ปีนี้ Primary Workshop บริษัทสถาปัตยกรรม และเครือข่ายผู้ประกอบการในชุมชน ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการ “Made in Bangpho: จากขี้เลื่อยสู่ทองคำ” ที่นำเสนอโมเดลธุรกิจใหม่ด้วยการต่อยอดผลงานจาก “วัสดุเหลือใช้จากชุมชน” ที่เป็นต้นทุนของผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยร่วมกับ Wastematters สตูดิโอวิจัยด้านวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อม และ Sun and Moon Bangkok สตูดิโอโปรดักชันร่วมสมัย ใช้เศษขี้เลื่อยมาผสมกับเศษอาหาร เช่น เปลือกไข่และเปลือกกุ้ง พัฒนาเป็นต้นแบบวัสดุกรุผิวชีวภาพชื่อ “Sawdust Pavilion” ที่ช่วยลดภาระต้นทุนด้านการจัดการวัสดุเหลือใช้ ทั้งยังเปิดโอกาสการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ให้ผู้ประกอบการในย่านนำไปใช้งานได้จริง และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

ตัวแทนจาก Primary Workshop ในฐานะผู้ขับเคลื่อนโครงการ กล่าวถึงผลลัพธ์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงเวลาการจัดเทศกาลฯ ว่า “วันนี้คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าช่างไม้บางโพมีศักยภาพมากเพียงใด แต่อยู่ที่ว่าเราจะพาธุรกิจชุมชน ‘รอด’ ในกระแสโลกที่เปลี่ยนไปได้อย่างไร นิทรรศการนี้จึงไม่ใช่แค่โชว์ผลงานจัดแสดง แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับคำว่า Made in Bangpho โดยเรากำลังสร้าง Brand Identity ของย่านที่ไม่ได้ขายแค่ไม้ แต่ขาย ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ ที่จับต้องได้จริง โดยผสานจุดแข็งดั้งเดิมด้านงานไม้ ทั้งงานฝีมือ การซ่อมแซม และบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟอร์นิเจอร์นำเข้าไม่สามารถทดแทนได้ นี่จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการในบางโพแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่ และรักษาลมหายใจของชุมชนไว้ได้ต่อไป” สิ่งที่ชุมชนบางโพจะได้กลับไปจึงไม่ใช่แค่ยอดขายระยะสั้น แต่คือ “แบรนดิ้งของชุมชน” ที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมด้วยองค์ความรู้ใหม่ในการจัดการวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นแต้มต่อสำคัญในการทำธุรกิจยุคใหม่ที่โลกกำลังมองหาความยั่งยืน”

D/Objects: “ดีไซน์แฟร์” สู่แพลตฟอร์มส่งออกดีไซน์ไทยในเวทีโลก

ทางด้านธุรกิจและตลาดโลก D/Objects ภายใต้ Thailand Creative House ของ CEA เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง CEA และสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ (Design & Objects Association) สู่การเป็นงานแฟร์ด้านดีไซน์ในรูปแบบ Global Sourcing Hub แพลตฟอร์มเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดสากลสำหรับสินค้าออกแบบ โดยคัดเลือกแบรนด์ไทยกว่า 60 แบรนด์ ที่มีศักยภาพด้านการผลิต การออกแบบ และการต่อยอดเชิงธุรกิจ มานำเสนอภายใต้แนวคิด “Reinvent the Origin” หรือ “การชุบชีวิตต้นกำเนิด” ด้วยการนำรากเหง้า วัตถุดิบ และบริบทดั้งเดิมของไทย มาตีความใหม่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตร่วมสมัยของคนเอเชียและยุโรปในยุคปัจจุบัน

อมรเทพ คัชชานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ (Design & Objects Association) ได้ฉายภาพให้เห็นถึงความจำเป็นของการมีแพลตฟอร์มรูปแบบนี้ว่า “ที่ผ่านมา เรามักเจอปัญหาว่างานแฟร์ทั่วไปไม่สามารถตอบโจทย์การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ไทยในตลาดโลกได้อย่างแท้จริง การเกิดขึ้นของ D/Objects ใน Bangkok Design Week 2026 จึงเป็น Game Changer สำคัญ โดยเป็นการคัดเลือกแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพเข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนอย่างรอบด้าน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การวิเคราะห์ ไปจนถึงการแก้ไขโจทย์ทางธุรกิจเพื่อยกระดับขีดความสามารถในระดับสากล

D/Objects คือการปูทางให้แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสัญชาติไทย ก้าวข้ามจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) หรือผู้ขายรายย่อย สู่การเป็นแบรนด์ระดับสากลที่มีเอกลักษณ์และเติบโตอย่างสง่างามในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ข้ามพรมแดน

ทั้งหมดนี้คือบทสรุปของ Bangkok Design Week 2026 ที่ได้ให้คำตอบอย่างชัดเจนว่า “การออกแบบทำอะไรได้บ้าง” ต่อ “คน ธุรกิจ และเมือง” ปรับตัว เติบโต และรับมือกับความท้าทายของโลก พร้อมก้าวสู่ปีที่ 10 “Bangkok Design Week 2027”

ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: www.bangkokdesignweek.com / Facebook/Instagram: bangkokdesignweek / X: @BKKDesignWeek / Line: @bangkokdesignweek

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ คนพายเรือเจอนักคอมพิวเตอร์

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ คนพายเรือเจอนักคอมพิวเตอร์

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ คนพายเรือเจอนักคอมพิวเตอร์

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                     กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ มีนักคอมพิวเตอร์หนุ่มนักเรียนนอก ท่าทางภูมิฐาน เดินทางไปในชนบทที่ห่างไกล     ในมือของเขาถือสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ระหว่างทางต้องข้ามแม่น้ำ เชี่ยวกราก อันกว้างใหญ่  ที่ไม่มีสะพาน จึงต้องเรียกใช้บริการเรือพายรับจ้างของตาแก่คนหนึ่ง

                    ขณะที่เรือพายกำลังลอยลำอยู่กลางน้ำ นักคอมพิวเตอร์ชวนลุงพายเรือคุยอวดภูมิปัญญาของตน  และมองว่าคนพายเรือไม่รู้จักเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า

                    นักคอมพิวเตอร์: “ลุงครับ ลุงใช้คอมพิวเตอร์เป็นไหม? รู้จัก Ai หรือโปรแกรมเขียนโค้ดบ้างหรือเปล่า?”

                    คนพายเรือ: (ยิ้มกว้างเห็นฟันหลอ) “โอ๊ย… ลุงใช้ไม่เป็นหรอก  คอมพิวเตอร์อะไรนั่นน่ะ ลุงรู้จักแต่ไม้พายกับใบบัว”

                   นักคอมพิวเตอร์: (ส่ายหน้า) “โธ่ลุง! ถ้างั้นชีวิตของลุงเสียไปครึ่งหนึ่ง ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วนะเนี่ย     รู้ไหมว่าโลกสมัยนี้เขาไปถึงไหนกันแล้ว!”

                   ลุงพายเรือพยักหน้าตาม   แล้วถามด้วยความสงสัย:

                   คนพายเรือ: “ที่หมู่บ้านของลุงเนี่ย ไฟฟ้าก็ไม่มี สัญญาณเน็ตก็เข้าไม่ถึง แล้วไอ้เครื่องคอมพิวเตอร์ จะใช้ได้ยังไงล่ะ?”

                  นักคอมพิวเตอร์:  “สบายมากครับลุง ผมมีแผงโซลาร์เซลล์พกพาผลิตไฟจากแดดร้อนๆ นี่แหละ แถมยังมีเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมจากสเปซเอกซ์ (SpaceX) ของอีลอน มัสค์  ไม่ว่าจะอยู่กลางป่าหรือกลางน้ำ ผมก็ต่ออินเทอร์เน็ตได้ทั่วโลก!”

                  ลุงพายเรือมองก้อนเมฆสีดำที่ฝนเริ่มตั้งเค้า  แล้วถามต่อ:

                 คนพายเรือ: “ถ้าฝนตกหนักจนเครื่องมันเปียก หรือถ้ามันลื่นหลุดมือตกน้ำไปล่ะ?”

                 นักคอมพิวเตอร์: ตอบอย่างมั่นใจว่า “เครื่องของผมห่อถุงพลาสติกกันน้ำไว้อย่างดี แถมรุ่นนี้เขามีมาตรฐานกันน้ำลึก 50 เมตรครับลุง ไม่ต้องห่วง!”

                 คนพายเรือ: “… แล้วถ้าพวกสแกมเมอร์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เขาว่ากันว่าเก่งนักเก่งหนา โทรมาหลอกลวงล่ะ จะป้องกันยังไง?”

                 นักคอมพิวเตอร์: “เรื่องพื้นฐานครับลุง! ผมไม่รับเบอร์แปลกเด็ดขาด และที่สำคัญผมใช้หลัก ‘กาลามสูตร’ ของพระพุทธเจ้า ไม่ปลงเชื่ออะไรง่ายๆ จนกว่าจะพิจารณาและพิสูจน์ด้วยเหตุและผล    ใครจะมาหลอกต้มตุ๋นไม่ได้หรอกครับ”

                 ทันใดนั้นเอง!   เกิดพายุลมแรง  มีคลื่นใหญ่และกระแสน้ำวนเบื้องล่าง ทำให้เรือพุ่งชนก้อนหินอย่างจัง “โครมมม!” น้ำไหลทะลักเข้าอย่างรวดเร็ว เรือเริ่มจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำ

                  ลุงพายเรือเตรียมตัวโดดน้ำ แล้วถามคำถามสุดท้ายด้วยเสียงอันดัง:

                  ” ในเครื่องสเปซเอกซ์หรือตำรากาลามสูตรน่ะ มีบทไหนสอนวิธีว่ายน้ำ ตอนเรือล่มบ้างไหม?”

                  นักคอมพิวเตอร์หนุ่มหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ โทรศัพท์มือถือหลุดมือจมน้ำหายไป เขาตัวสั่นเทา ร้องไห้โฮออกมาด้วยความกลัวแล้วตะโกนสุดเสียงว่า:

                  “ช่วยด้วยยยย! ลุงช่วยผมด้วย! ผมว่ายน้ำไม่เป็น!”

                  ลุงตอบทันทีว่า   “ถ้าเช่นนั้น  ชีวิตของท่านก็คงจะหายไปทั้งหมด ร้อยเปอร์เซ็นต์  ถ้าไม่มีใครมาช่วยชีวิตไว้”

                  คนพายเรือคว้าคอเสื้อนักคอมพิวเตอร์ แล้วพาส่งฝั่งได้อย่างปลอดภัย  แล้วบอกนักคอมพิวเตอร์ว่า   คนเรานั้นต้องให้รู้จักให้เกียรติผู้อื่น ไม่ว่าเขาจะมีความรู้ในด้านที่เราถนัดหรือไม่ก็ตาม   การละเลยความอ่อนน้อมถ่อมตน  (ไม่มีอปจายนมัย) ตามบุญกิริยาวัตถุ 10  ด้วยการใช้วาจาโอ้อวดและเหยียดหยามความสามารถของคนอื่นนั้นจะนำอันตรายมาสู่ตน

                  นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า:”ความรู้ทางเทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตสะดวกสบาย แต่ความรู้พื้นฐานในการเอาชีวิตรอด คือหลักประกันที่สำคัญที่สุดของชีวิต  อย่าเป็นคนมีความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด”

                 เรียบเรียง  จากนิทานเปอร์เชีย โบราณอายุ 700 ปี จากคัมภีร  Masnavi เรื่องคนคงแก่เรียนกับคนพายเรือ  “The Grammarian and the Boatman” แต่งโดย รูมิ Rumi  ซึ่งเป็นเรื่องที่ใช้เปรียบเทียบระหว่าง “ความรู้ทางทฤษฎีหรือสติปัญญา” (Logic/Grammar) กับ “ความรู้ทางปฏิบัติ” (Practical Skill)  

อาทร  จันทวิมล

คุณแหน : 28 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 28 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 28 กุมภาพันธ์ 2569

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมลดโลกร้อน ได้รับใบรับรองความสามารถผู้จัดโปรแกรมการทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ (Proficiency Testing Providers – PTP) ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17043 : 2023 จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ…การรับรองนี้เป็นสิ่งยืนยันว่าห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยฯ มีศักยภาพและมีมาตรฐานในระดับสากล ทั้งงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการตรวจวัดทางสิ่งแวดล้อม ที่ต้องการข้อมูลที่แม่นยำและน่าเชื่อถือสูงสุด นอกจากนี้ยังจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเครือข่ายห้องปฏิบัติการอีกหลายหน่วยงาน ที่เข้าร่วมโปรแกรมกับ กรมลดโลกร้อนด้วย…
  • ข่าวดี การบินไทย สานต่อโปรเจกต์ “Taste of Thai Tales” จับมือ เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ แห่งร้าน POTONG เจ้าของดีกรี The World’s Best Female Chef 2025 และดาวมิชลินหลายปี เพื่อมารังสรรค์ 18 เมนูใหม่สุดว้าว เสิร์ฟประสบการณ์อาหารบนฟ้าให้พรีเมียมขึ้นไปอีก ภายใต้คอนเซปต์ “อายตนะ 6” ที่เน้นฟิลลิ่งครบทุกสัมผัส ซึ่งไม่ได้แค่กินให้อิ่ม แต่ได้ทั้งความอร่อย เอาเรื่องราว และเอาความเป็นไทยไปอวดสายตาชาวโลก…ไฮไลท์คือการเอาเมนูไทยคุ้นเคยมาทำให้ว้าวกว่าเดิม ทั้งผัดกะเพรา ไก่กอ บะหมี่ ข้าวต้ม แกงไทยโบราณ ไปจนถึงสตรีทฟู้ด อย่าง สะเต๊ะ และกะหรี่ปั๊ป อัปเกรดให้ดูหรู แต่ยังคงรสชาติครบเครื่อง เสิร์ฟบนเครื่องชั้นธุรกิจ Royal Silk Class ในไฟลต์ยาวกว่า 5 ชั่วโมง หมุนเวียนตลอดปี…การบินไทยดีงามตลอด…
  • วิษณุพงษ์ ศรกุล นัดเพื่อนร่วมรุ่นแมสคอม มช. รหัส 151 พบกัน ณ อัญญาเพลส เลียบคลองทวีวัฒนา ศาลายา วันที่ 1 มี.ค.11.00 น. โดยมี น.อ.หญิงวัชรินทร์ โพธิโชติ , ดวงใจ เอกะหิตานนท์ , จินตนา จิตรสมบรูณ์ ตอบรับชัวร์ไปแน่นอน ส่วน จันทรา สุนทรญาณกิจ และเขยรุ่น พ.ท.บุญชัย จะอยู่ดูแลเพื่อนๆทุกเรื่องตลอดงาน…
  • เพื่อนคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.)รหัส 191 หลายคนที่ไปร่วมงาน ฉลองครบรอบ 50 ปี ในโอกาสที่ได้เป็นเพื่อนกัน เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่เชียงใหม่นั้น ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า น้อย-ฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ (ชื่อเดิม อธิคม จันทรศัพท์) อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ดูหนุ่มกว่าอายุจริงมากๆ เพราะเพื่อนกระฉับกระเฉง แข็งแรง ไม่เหมือนคนอายุใกล้เลข 7เต็มประดาเลยจริงๆ…
  • เช่นเดียวกับ เพื่อนร่วมรุ่นอีกคน นริสชัย ป้อมเสือ อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูหนุ่มกระชุ่มกระชวยมาก จนอยากสะกิดถามว่า ใช้อายุวัฒนะขนานใด?? ที่ทำให้คำกล่าวที่ว่า”อายุเป็นเพียงตัวเลข” นั้น มีอยู่จริง…
  • งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา สองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว สำหรับ ดวงตา ทองตันไตร ที่บินกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเมืองไทย เจ้าตัวบินกลับอเมริกา เมื่อสายวันก่อน แต่ไม่เปล่าเปลี่ยว เพราะเพื่อนรัก เกษรา บุตรโพธิ์ บินไปส่งและท่องเที่ยวด้วยประมาณ 2-3 สัปดาห์ ทิ้งให้สามี พล.ต.ต.วีระ บุตรโพธิ์ ใช้ชีวิตลั๊ลลาอยู่ที่เมืองไทยเพียงลำพัง…
  • ขอแสดงความยินดีกับ วิชาญ-ทัดทรวง สุขสว่าง ที่ครองคู่อยู่ทน(มิใช่ทนอยู่)มาจนครบ 30 ปีแล้ว เมื่อเร็วๆนี้…
  • พิธีไว้อาลัย และเก็บอัฐิของ ป้าหนู-นิภาพรรณ เกียรติบรรลือ เชฟชื่อดัง ซึ่งจัดที่บ้านไร่เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี วันที่ 4 มี.ค. 8.30 -11.00 น.นั้น…ขอให้ผู้ร่วมงานแต่งกายด้วยสีสันสวยสดใส ตามคำร้องขอทิ้งท้ายของผู้วายชนม์ !!…

บารอนเนส

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงานและทรงเยี่ยมร้าน ‘งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 59’

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงานและทรงเยี่ยมร้าน ‘งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 59’

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงานและทรงเยี่ยมร้าน ‘งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 59’

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.22 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานและทรงเยี่ยมร้าน “งานออกร้านคณะภริยาทูตครั้งที่ 59” โดยมี นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย, นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, มาดาม ทาลา ดิโอนิซี  ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ประจำประเทศไทย ประธานคณะกรรมการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูตประจำปี 2569, มาดาม ทราง ธิ ถู โฮ ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเวียดนามประจำประเทศไทย ประธานคณะกรรมการจัดทำสลากงานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี 2569 และนางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงานฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุม


“งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 59” มหกรรมสินค้านานาชาติเพื่อการกุศลแห่งปี โดยความร่วมมือระหว่าง สภากาชาดไทย ร่วมกับ คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Art of Giving ศิลปะแห่งการให้” ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน     เวลา 10.00 – 20.00 น. และ http://www.iredcross.org เพื่อนำเงินรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย นำไปสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย ทั้งด้านการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ การบริการโลหิต ตลอดจนการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสและผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง 


ในปีนี้ มีสถานทูตเข้าร่วมออกร้าน 52 ประเทศ นำผลิตภัณฑ์พื้นเมืองและสินค้า ยอดนิยมมาจำหน่ายในราคาพิเศษ ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า เครื่องประดับ อาหารนานาชาติ และของตกแต่งบ้าน ภายในงานพบกับวัตถุดิบและอาหารคุณภาพจากนานาประเทศ อาทิ วัตถุดิบปรุงอาหารจาก Italy ปลาแซลมอนสดจาก Norway เมล็ดกาแฟและชาจาก Brazil Germany และ Chile ซูเปอร์ฟู้ดจาก Peru ช็อกโกแลตจาก Belgium และ Switzerland ผลิตภัณฑ์ความงามจาก Bulgaria Spain และ Morocco รวมถึงเครื่องแก้วจาก Czech Republic ตลอดจนสินค้าพื้นเมืองจากหลายประเทศในเอเชียและลาตินอเมริกา นอกจากนี้ ยังมีสินค้าจากร้านโครงการส่วนพระองค์และมูลนิธิต่าง ๆ อาทิ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิโครงการหลวง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร้านภูฟ้า และชมรมเพื่อนพาร์กินสัน ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมจำหน่ายภายในงานอีกด้วย

นอกจากการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจากสถานทูตประเทศต่างๆ แล้ว ผู้ที่มาเที่ยวชมงานจะได้พบกับบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก และความอิ่มเอมใจจากการเป็นส่วนหนึ่งของการให้ ด้วยการ ร่วมทำบุญและลุ้นรับของรางวัลมากมาย สำหรับความพิเศษในปีนี้ภายในงานจัดให้มีกิจกรรม “สอยดาวการกุศล” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สนุกกับการร่วมทำบุญจากการสอยดาวชิงรางวัล รับของรางวัลกลับบ้านทันที การจำหน่ายกระเป๋าล้อลากที่ระลึกและกระเป๋าผ้าลายศิลปะ Limited Edition ซึ่งออกแบบโดยศิลปินชื่อดัง มิสซีสอาเรียนน่า คาโรลี (Arianna Caroli) จากประเทศอิตาลี จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 59 เท่านั้น รวมถึงสลากงานออกร้านคณะภริยาทูตประจำปี 2569 จำหน่ายในราคาใบละ 50 บาท โดยจะประกาศผลรางวัลในวันสุดท้ายของการจัดงาน วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ เวทีกิจกรรม NEX Hall ชั้น 5 สยามพารากอน และผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ http://www.iredcross.org นอกจากนี้ ผู้สนใจ ยังสามารถร่วมบริจาคเงินออนไลน์ในโครงการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทย ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า 


Donation HUB สภากาชาดไทย และ คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย ขอเชิญชวนประชาชนและนักชอปใจบุญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “การให้” ด้วยการสนับสนุนการดำเนินงานด้านมนุษยธรรมของ     สภากาชาดไทย ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 59 ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ http://www.iredcross.org ทั้งนี้ การจัดงานครั้งนี้ยังคำนึงถึงการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อม โดยขอความร่วมมือจากร้านค้าที่ร่วมออกร้านลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและเชิญชวนประชาชนที่มาเที่ยวชมงานนำถุงผ้ามาเอง


ทั้งนี้ งานออกร้านคณะภริยาทูตในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากภาครัฐ และ ภาคเอกชนต่าง ๆ เช่น บริษัท เฮอริเทจ สแน็ค แอนด์ ฟู้ด จำกัด, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด, บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), Eight Plus น้ำแร่ด่างธรรมชาติ, บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท แคชเมียร์ อาร์ทิซาณน์ จำกัด, บริษัท ธนาวัธน์อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท ไวน์ ซีเลคชั่น จำกัด, บริษัท ไทย เทอร์โม ไดนามิกส์ จำกัด, บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จํากัด (มหาชน), jollyn, Haus Sausage, หมูยอนครพนม, ชาปีนัง

‘ชาเม่’ บุกสีลมสะเทือนออฟฟิศ! เปิดตัว ‘CHAME’ GUMMY SERIES TROOP’

'ชาเม่' บุกสีลมสะเทือนออฟฟิศ! เปิดตัว 'CHAME’ GUMMY SERIES TROOP'

‘ชาเม่’ บุกสีลมสะเทือนออฟฟิศ! เปิดตัว ‘CHAME’ GUMMY SERIES TROOP’

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.47 น.

กลายเป็นภาพความคึกคักกลางย่านธุรกิจที่หลายคนต้องหยุดมอง เมื่อแบรนด์ความงามสายเฮลท์ตี้อย่าง “ชาเม่” ยกทัพบุกใจกลางสีลม เปิดตัวไอเทมใหม่ล่าสุดในตระกูลกัมมี่ ภายใต้ชื่อ CHAME’ GUMMY SERIES TROOP” พร้อมขบวน “น้องหมีม่วง และ น้องหมีชมพู” สุดน่ารัก ที่เดินสายสร้างรอยยิ้มให้พนักงานออฟฟิศและคนทำงานตลอดถนนสีลม

ไฮไลต์ของงานครั้งนี้อยู่ที่การเปิดตัวกัมมี่ 2 สูตรใหม่ ได้แก่ “ชาเม่ เดลี่ ไนท์ กัมมี่” และ “ชาเม่ คอลลาเจน กัมมี่” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ฝันดีออลไนท์ สดใสออลเดย์” โดดเด่นด้วยรูปแบบกัมมี่รูปหมี บรรจุในซองดีไซน์สดใส พกพาง่าย เคี้ยวอร่อย ไม่มีน้ำตาล ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการดูแลตัวเองแบบสะดวกและสนุกไปพร้อมกัน โดย กัมมี่ 2 สูตรใหม่นี้ “ชาเม่” ได้คว้าคู่จิ้นสุดฮอต “เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย และ น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมส่งต่อไลฟสไตล์ดูแลตัวเองผ่านคอนเทนต์รวมทั้งแคมเปญที่จะมาสร้างปรากฏการณ์เซอร์ไพร์สครั้งใหญ่ให้ได้ติดตามกันเร็วๆนี้  

สำหรับกิจกรรม CHAME’ GUMMY SERIES TROOP” สร้างสีสันคึกคักตลอดเส้นทาง Troop โดยมี   คุณนันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ชาเม่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน),  คุณนิธิภัทร ศรกาญจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และทีมงานชาเม่ ร่วมเดินแจกความสดใสให้กับชาวออฟฟิศ รวมถึง    เข้าเยี่ยมชมและมอบผลิตภัณฑ์ถึงออฟฟิศ CP  ส่งตรงกัมมี่ทั้ง 2 สูตรถึงมือผู้บริหารและพนักงาน ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ “ตัวหอม ผิวใส หลับดี ผ่อนคลาย” อย่างใกล้ชิด  นอกจากนั้น “ชาเม่” ยังสร้างสีสันต่อเนื่อง เมื่อ คุณนันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์ และ คุณเชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ได้เยี่ยมชมบูธ Beautrium ที่สยามสแควร์ ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา และพร้อมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกไลฟ์สไตล์ฮับของกรุงเทพฯ อีกด้วย

คุณนันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ชาเม่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดครั้งนี้ว่า “เราอยากให้ชาเม่เป็นมากกว่าสินค้าความงาม แต่เป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกช่วงเวลาของผู้บริโภค กัมมี่ซีรีส์ใหม่นี้พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์คนทำงานที่ต้องการทั้งการพักผ่อนที่มีคุณภาพ          และผิวพรรณที่ดูดีในทุกวัน การลงพื้นที่สีลมถือเป็นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง และสร้างประสบการณ์จริงให้ผู้บริโภคได้ทดลองด้วยตัวเอง”

นอกจากนั้นการรุกตลาดครั้งนี้สะท้อนภาพการวาง Positioning ที่ชัดเจนของชาเม่ ในการเจาะกลุ่มคนวัยทำงาน รวมถึงคนเมืองที่มองหาผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองแบบเร่งด่วน พกง่าย ใช้สะดวก มาพร้อมภาพลักษณ์ทันสมัย ถือเป็นการผสานพลัง “บันเทิง และ ธุรกิจ” ได้อย่างลงตัว ทั้งสร้างการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นการทดลองสินค้าในพื้นที่ศักยภาพสูง

เรียกได้ว่า CHAME’ GUMMY SERIES ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่ตั้งใจ “บุกจริง แจกจริง สร้างประสบการณ์จริง” พร้อมขยับหมากธุรกิจสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์กัมมี่ที่ครองใจคนรุ่นใหม่ทั้งกลางวันและกลางคืน และเตรียมเสิร์ฟกิจกรรมดีๆ ให้แฟนๆได้ร่วมสนุกเร็วๆนี้  

#CHAMETHAILAND #CHAMExKENGNAMPING #ชาเม่คอลลาเจนกัมมี่ #กัมมี่ตัวหอม #ชาเม่เดลี่ไนท์กัมมี่ #กัมมี่หลับดี #CHAMExKENGNAMPING

Platapian x PhedMark: ปรากฏการณ์ ‘กะเพราเขย่าลอนดอน’ เมื่อร้านอาหารไทยระดับพรีเมียมจับมือกับตัวจริงเรื่องความเผ็ดร้อน

Platapian x PhedMark: ปรากฏการณ์ ‘กะเพราเขย่าลอนดอน’ เมื่อร้านอาหารไทยระดับพรีเมียมจับมือกับตัวจริงเรื่องความเผ็ดร้อน

Platapian x PhedMark: ปรากฏการณ์ ‘กะเพราเขย่าลอนดอน’ เมื่อร้านอาหารไทยระดับพรีเมียมจับมือกับตัวจริงเรื่องความเผ็ดร้อน

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.28 น.

บริษัท ภัทราไฟน์ไทยคูซีน จำกัด  (Patara Fine Thai Cuisine Limited) ดำเนินกิจการร้านอาหารไทยชื่อดังภายใต้แบรนด์ “Patara” (ภัทรา) และ “Platapian” (ปลาตะเพียน) ในประเทศอังกฤษ ประกาศลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งสำคัญกับ บริษัท เผ็ดมาร์ค จำกัด (PhedMark) ร้านกะเพราขวัญใจมหาชนจากประเทศไทย เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญสุดพิเศษภายใต้ชื่อ “Platapian x PhedMark” โดยมี คุณเกษสุดา ไรวา กรรมการบริหาร บริษัท ภัทราไฟน์ไทยคูซีน จำกัด และ คุณกมล ชอบดีงาม กรรมการบริหาร บริษัท เผ็ดมาร์ค จำกัด ร่วมลงนามในข้อตกลง ในวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ร้านภัทรา ทองหล่อ 19

คุณปรมา ไรวา ลูกสาว ซึ่งดูแลธุรกิจร้านอาหาร ภัทรา และ ปลาตะเพียน ที่ประเทศอังกฤษ เป็นผู้จุดประกาย ความร่วมมือในครั้งนี้ มีจุดประสงค์หลักเพื่อนำเสนอ “Co-Branded Product” เมนูข้าวผัดกะเพรา ที่ได้รับความนิยมมาก ในประเทศไทย โดยดึงเอาเอกลักษณ์ ความเผ็ดร้อนจัดจ้าน อันเป็นตำนานของ PhedMark มาผสมผสานกับความประณีตและวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมในแบบฉบับของ Platapian เพื่อมอบประสบการณ์รสชาติไทยแท้ที่หาตัวจับยากให้แก่ชาวลอนดอนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสเมนูอาหารไทยที่ถูกใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ  ซึ่งแคมเปญนี้จะมีขึ้น ณ ร้าน Platapian (15 Greek Street, London W1D 4EP, United Kingdom) ย่าน Soho ใจกลางกรุงลอนดอน ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2569 ถึง 15 พฤษภาคม 2569 เท่านั้น โดยเชื่อมั่นว่า แคมเปญนี้จะไม่ใช่แค่การขายอาหาร แต่เป็นการเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของเมนู “กะเพรา” ให้เป็นที่รู้จักในฐานะ King of Thai Street Food อย่างสง่างามในตลาดยุโรป

สำหรับผู้ที่พำนักอยู่ในลอนดอน หรือมีแผนจะเดินทางไปในช่วงเวลาดังกล่าว เตรียมพบกับความเผ็ดร้อนที่จะทำให้ Soho ต้องสะเทือนได้ที่ร้าน Platapian ตามวันและเวลาที่กำหนด

-(016)

ครบรอบ 57 ปี วันพระราชทานนาม และ 138 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล เชิดชูเกียรติผู้สร้างคุณูปการต่อสังคม

ครบรอบ 57 ปี วันพระราชทานนาม และ 138 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล เชิดชูเกียรติผู้สร้างคุณูปการต่อสังคม

ครบรอบ 57 ปี วันพระราชทานนาม และ 138 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล เชิดชูเกียรติผู้สร้างคุณูปการต่อสังคม

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.43 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 57 ปี วันพระราชทานนาม และ 138 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 ณ สำนักงานอธิการบดี ศาลายา พร้อมเชิดชูเกียรติบุคลากรและศิษย์เก่าผู้สร้างคุณูปการต่อสังคม และตอกย้ำบทบาทการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน (Sustainability) ควบคู่พันธกิจการเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน”

มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนาม “มหิดล” อันเป็นพระนามาภิไธยแห่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และได้ตราพระราชบัญญัติมีผลใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2512 นับแต่นั้นเป็นต้นมา มหาวิทยาลัยได้พัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมศาสตร์หลากหลายสาขา เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศและประชาคมโลก ปัจจุบันมหาวิทยาลัยดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Real World Impact) บูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และในวันที่ 2 มีนาคมของทุกปี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กำหนดจัดงานวันพระราชทานนามขึ้น

สำหรับกิจกรรม ในช่วงเช้า จะมีพิธีถวายสักการะและพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนก พร้อมการจัดแสดงนิทรรศการ “สายธารพระบารมี บรมราชินีนาถ” ที่ถ่ายทอดพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านเรื่องราวและภาพอันทรงคุณค่า รวมถึงนิทรรศการ Mahidol Textiles “The Pride within our Patterns : ความภาคภูมิใจที่ซ่อนอยู่ในลวดลายของเรา” ณ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในการปาฐกถาเกียรติยศ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัชวาล โอสถานนท์ ครั้งที่ 14 หัวข้อ “Sustainability” ถ่ายทอดมุมมองด้านการบริหารองค์กรสู่ความยั่งยืนในบริบทโลกปัจจุบัน โดยในภาคบ่าย จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคลากรและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2568 แก่บุคคลผู้สร้างผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมในด้านต่าง ๆ อาทิ รางวัลมหิดลทยากร รางวัลคนดีศรีมหิดล รางวัลอาจารย์ตัวอย่าง รางวัล MU Researchers of the Year 2026 รางวัลผู้มีผลงานการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร รางวัลบุคลากรดีเด่น รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น และรางวัลอาจารย์ในดวงใจ ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการรวมพลังศิษย์เก่าในงาน “MU BLUE NIGHT 2026” คืนสู่เหย้า เรามหิดล ครั้งที่ 9 เพื่อย้อนรำลึกถึงวันวานแห่งความผูกพันในรั้วมหิดล และเสริมสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันเข้มแข็งระหว่างศิษย์เก่าทุกรุ่น

การจัดงานในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยมหิดลในการสืบสานพระราชปณิธาน และเดินหน้าสร้างสรรค์องค์ความรู้ นวัตกรรม และกำลังคนคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนประเทศและสังคมโลกสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Mahidol University หรือสอบถามโทรศัพท์ 02-849-6209 – 10 ในวันและเวลาราชการ

รพ.จุฬาภรณ์ ชวนตระหนักรู้มะเร็งรอบด้าน เนื่องในวันมะเร็งโลก 2569

รพ.จุฬาภรณ์ ชวนตระหนักรู้มะเร็งรอบด้าน เนื่องในวันมะเร็งโลก 2569

รพ.จุฬาภรณ์ ชวนตระหนักรู้มะเร็งรอบด้าน เนื่องในวันมะเร็งโลก 2569

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.18 น.

โรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรทั้งในระดับโลกและประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง จึงได้จัดกิจกรรมเสวนาเนื่องในวันมะเร็งโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “UNITED BY UNIQUE AGAINST CANCER 360 DEGREE โอบกอดทุกองศาสู้มะเร็งไปด้วยกัน” เปิดมุมมองมะเร็งรอบด้านเพราะทุกเรื่องราวมีพลังเปลี่ยนโลกของมะเร็งได้ ภายในงานได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย พญ.จอมธนา ศิริไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และแพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา นพ.วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ , ดร.ภก.วัชระ กาญจนกวินกุล ผู้อำนวยการโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน ณ  ห้องประชุม Convention Hall ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

รศ.นพ.สุรศักดิ์  ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “ในนามของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์รู้สึกภาคภูมิใจในการจัดกิจกรรมเสวนาวันมะเร็งโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “UNITED BY UNIQUE AGAINST CANCER 360 DEGREE โอบกอดทุกองศา สู้มะเร็งไปด้วยกัน” ทุกคนทราบอยู่แล้วว่ามะเร็ง คือความท้าทายครั้งใหญ่ของชีวิต ซึ่งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เรามุ่งมั่นให้ความสำคัญต่อการดูแลรักษาโรคมะเร็งแบบองค์รวม เพราะเราตระหนักดีว่า การรักษามะเร็งให้สำเร็จ ไม่ได้จบอยู่แค่ที่ตัวยาหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเท่านั้น แต่คือการดูแล “รอบด้าน” ตั้งแต่ร่างกาย จิตใจ ไปจนถึงการประคับประคองคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุดในทุกองศา และสนองการดำเนินงานตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็ง

โดยงานนี้นอกจากให้ความรู้ทางการแพทย์แล้ว แต่ยังสร้าง “วงกลมแห่งความเข้าใจ” ที่เชื่อมโยงระหว่าง “ผู้รักษา” “ผู้รับการรักษา” และ “ผู้ดูแล” เข้าด้วยกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าในความต่างของแต่ละเคส เราสามารถ “รวมกันเป็นหนึ่ง” เพื่อเอาชนะความท้าทายนี้ได้ “การรักษาที่ดีที่สุดจึงเริ่มต้นจากการฟังเรื่องราวของกันและกัน กิจกรรมในวันนี้จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เปลี่ยนความกลัวเมื่อมะเร็งมาทักทายให้กลายเป็นความเข้าใจ เปลี่ยนความโดดเดี่ยวให้กลายเป็นพลัง และพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘Your Story Has Power’ เรื่องราวของวิทยากรทุกท่านจะมีพลังในการขับเคลื่อนการดูแลรักษามะเร็งให้ดียิ่งขึ้นไป กิจกรรมในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และส่งต่อพลังบวกให้แก่กันอย่างไม่สิ้นสุด”

ภายในงานจัดให้มีการเสวนาเกี่ยวกับโรคมะเร็งอย่างน่าสนใจ อาทิ หัวข้อ “มะเร็งแต่ละคนไม่เหมือนกัน” โดย พญ.จอมธนา ศิริไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา เผยว่า ในมุมมองของแพทย์ไม่ได้ดูแลเรื่องโรคอย่างเดียว แต่เราดูแลเรื่องของคนด้วย การรักษาคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่หมอได้เรียนรู้จากคนไข้คือมะเร็งมีหลากหลายชนิด มีการรักษาตามวิทยาการปัจจุบันไปไกลมาก สิ่งที่หมอเรียนรู้มาเป็นวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งที่เราเจอคือการรักษาคนไข้ เพราะคนไข้ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นการรักษาไม่ใช่ว่าอะไรที่ดีที่สุด ใช้ยาแรงที่สุด แต่ต้องดูว่าอะไรที่เหมาะสมกับคนไข้และทำให้เขากลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมมากที่สุด การดูแลอย่างมีคุณค่า เราเข้าใจ รับฟัง และเดินไปกับคนไข้เป็นสิ่งสำคัญมาก 

เบลล์ – ศิรินทิพย์ ชัติยะกาญจน์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง ในฐานะผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 4 เล่าว่า ตอนรู้ตัวว่าเป็นระยะที่ 4 คิดว่าชีวิตจบแล้ว แต่เมื่อรักษาไปทำให้เข้าใจว่าโรคอาจอยู่กับเราได้นานกว่าที่คิด ดังนั้นต้องดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ปรับเปลี่ยนชีวิตในเรื่องการทานอาหารดูแลสุขภาพจิตของเราเอง ออกกำลังกาย สำหรับเบลล์ระยะที่ 4 ไม่ได้แปลว่าหมดหวัง แต่แปลว่าเราต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติและตั้งใจมากขึ้น

ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมสัญลักษณ์ “แสงไฟแห่งความหวัง” (The Light of Hope) โดยให้ผู้ร่วมงานเปิดไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือ แล้วชูขึ้นพร้อมกันโบกไปมาตามจังหวะเพลงให้หันแสงไฟเข้าหา “ริบบิ้นสีส้ม” (สัญลักษณ์มะเร็ง) ขนาดใหญ่กลางเวทีสื่อความหมายว่า แสงไฟเล็ก ๆ จากแต่ละคน เมื่อรวมกันจะสว่างไสวมาก เปรียบเหมือน “Your Story Has Power” ที่เมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นแสงสว่างนำทางในการสู้มะเร็งไปด้วยกัน ติดตามรับชมเสวนาเนื่องในวันมะเร็งโลก ประจำปี 2569 “UNITED BY UNIQUE AGAINST CANCER 360 DEGREE โอบกอดทุกองศาสู้มะเร็งไปด้วยกัน ได้ทาง Youtube CRA CHULABHORN Channel และไทยพีบีเอส

ศูนย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้บริการด้านการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง ภายใต้การดูแลรักษาร่วมกันโดยแพทย์เฉพาะทางสหสาขาร่วมกันวางแผนการรักษาที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วยมะเร็งแต่ละรายให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งก่อนการรักษา ระหว่างการรักษาและหลังการรักษา การดูแลแบบประคับประคองด้วยการแพทย์แบบองค์รวมที่มุ่งปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว พร้อมทั้งบูรณาการทั้งด้านบริการ งานวิจัย และการศึกษาอบรมตามมาตรฐานสากล

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ที่ต้องการเข้ารับการปรึกษาเพื่อวางแผนการรักษาโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สามารถเข้าถึงช่องทางบริการทางการแพทย์ด้านโรคมะเร็งผ่านทาง LINE Official Account โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ @chulabhornhospital (กดเพิ่มเพื่อน: http://nav.cx/8DqLuQm) เลือกเมนู “ปรึกษาโรคมะเร็ง” และเลือกหัวข้อบริการและชนิดมะเร็งที่ต้องการปรึกษาเพื่อเข้าถึงการติดต่อเจ้าหน้าที่ในการให้บริการ พร้อมเตรียมเอกสารเพื่อส่งปรึกษา อาทิ ประวัติการรักษา รายงานการผ่าตัด ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ รายงานผลทางรังสีวินิจฉัยพร้อมซีดี รายงานผลทางพยาธิวิทยา ผลชิ้นเนื้อพร้อมสไลด์บล็อก (ถ้ามี) ผลชิ้นเนื้อไขกระดูก (ถ้ามี) สำหรับคัดกรองประวัติและอาการกับแพทย์เบื้องต้นก่อนนัดหมายเข้ารับบริการต่อไปเพื่อประหยัดเวลาและลดการเดินทางมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลิงกับปูขุดรูแข่งกัน

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลิงกับปูขุดรูแข่งกัน

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลิงกับปูขุดรูแข่งกัน

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.10 น.

                 กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้   ที่ป่าชายเลนริมทะเล   มีลิงแสมหนุ่มชื่อจ๋อ ที่มีความสามารถรอบด้าน เช่นการปีนต้นไม้และดำน้ำจับปลา โดยมีความเชี่ยวชาญพิเศษในการเอาหางแย่รูปู ให้ปูหนีบหาง  ดึงหางลากปูขึ้นมา  แล้วใช้หินทุบกระดองปูเพื่อกินเนื้อปูเป็นอาหาร     ลิงจ๋อมีความภูมิใจในความเก่งกล้าของตนมาก  ชอบคุยโม้ท้าแข่งขันกับสัตว์อื่นทุกตัว  ด้วยความลำพองใจ

                วันหนึ่ง ขณะที่ลิงจ๋อกำลังปีนต้นแสมอยู่ที่ป่าชายเลน    เห็นปูตัวหนึ่งคลานต้วมเตี้ยมขึ้นมาจากรู เพื่อหาอาหารและเดินเล่นบนชายหาด    จ๋อไม่รอช้า กระโดดเข้าหา แล้วใช้มือตะครุบจับปูตัวนั้นด้วยความว่องไว  ปูตกใจมาก ร้องขอชีวิต

                “อย่าเพิ่งกินฉันเลย  ลิงจ๋อ ฉันมีข้อเสนอดีๆ มาให้” ปูกล่าว

               “ข้อเสนออะไร?” จ๋อถามอย่างสงสัย

               “จ๋อไม่ได้เก่งทุกอย่างตามที่คุยโม้หรอก  มาแข่งขุดรูแข่งกันไหมล่ะ ถ้าจ๋อชนะ ฉันจะยอมให้กิน แต่ถ้าฉันชนะ จ๋อต้องปล่อยฉันไป” ปูเสนอ

               ลิงจ๋อลำพองใจในความเก่งกล้าสามารถของตัวเองที่ไม่เคยแพ้ใคร  จึงตอบตกลง ว่าจะไปแข่งที่ขุดรูที่หาดทราย โดยขอให้เสือเป็นกรรมการ

               เมื่อไปถึงหาดทราย ลิงจ๋อเริ่มขุดรูอย่างรวดเร็ว ด้วยความถนัดในการปีนป่าย จ๋อจึงขุดรูได้ลึกและรวดเร็ว   แต่เมื่อขุดทรายไปได้ไม่นาน จ๋อก็เริ่มเหนื่อย จึงหยุดนั่งพัก

               ในขณะเดียวกัน ปูตัวนั้นก็ค่อยๆ ขุดรูของมันอย่างเงียบๆและต่อเนื่องใต้พื้นทราย ลัดเลาะไปตามซอกหินเหมือนรากไม้   เมื่อลิงจ๋อพักเหนื่อยเสร็จ ก็กลับมาขุดรูต่อ แต่แล้วลิงก็ต้องตกใจ เพราะปูแสมคู่แข่ง   ได้ขุดรูใต้หาดทราย   หายตัว หนีรอดลงทะเลไปเรียบร้อยแล้ว  

               นิทานนี้แสดงถึงผลร้ายของการไม่อ่อนน้อมถ่อมตน  (อปจานมัย) ตามบุญกิริยาวัตถุ 10    เนื่องจากลิงที่มีนิสัยชอบคุยโม้ท้าทายผู้อื่นและหยิ่งยะโสว่าตนขุดดินเก่งกว่าปู   จึงทำให้ปูขุดรูหนีลงทะเลไปได้  สอนให้เราลดมานะละความถือตัว เพื่อไม่ให้เป็นจุดอ่อน

               นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :    คนเก่งที่สุดหรือแข็งแรงที่สุด  อาจไม่ใช่ผู้ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน โดยอาจพ่ายแพ้ แม้แต่ในเรื่องที่ตนมีความสามารถสูง     ผู้ที่ มีปัญญา อดทน  สายป่านยาว ปรับตัวได้  ไม่ยอมแพ้ มักเป็นผู้อยู่รอดและได้ชัยชนะในระยะยาว 

อาทร  จันทวิมล

ไอคอนสยาม คว้าแชมป์ Best Brand Performance on Social Media จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14

ไอคอนสยาม คว้าแชมป์ Best Brand Performance on Social Media จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14

ไอคอนสยาม คว้าแชมป์ Best Brand Performance on Social Media จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.03 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ครองตำแหน่งผู้นำด้านดิจิทัลคอนเทนต์และการสื่อสารออนไลน์ คว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media ในสาขากลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า (Shopping Center & Department Store) จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่โดดเด่น ครอบคลุม และสามารถเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพบนทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอด Reach ระดับปรากฏการณ์จากแคมเปญหลักและคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ตอกย้ำบทบาทการเป็น Global Experiential Destination ที่ไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับโลก แต่ยังสามารถสร้างคอมมูนิตี้บนโลกออนไลน์ได้อย่างแข็งแกร่ง 

สุมา วงษ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ตลอดปี 2568 ไอคอนสยามมีศักยภาพในการสื่อสารออนไลน์ที่โดดเด่น สามารถสร้างยอดการเข้าถึงคอนเทนต์รวมทั้งปีกว่ามากกว่า 300 ล้านครั้ง บนแพลตฟอร์มหลัก ทั้ง Facebook, Instagram, X และ TikTok พร้อมอัตราการเติบโตของผู้ติดตามเฉลี่ยสูงสุด 100% จากแคมเปญและคอนเทนต์ต่าง ๆ ซึ่งไม่เพียงสร้าง Engagement บนโลกออนไลน์ ยังสามารถเชื่อมโยงพลังโซเชียลมีเดียสู่ผลลัพธ์เชิงธุรกิจและทราฟฟิกจริงในศูนย์การค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยแคมเปญใหญ่ปี 2568 ที่ได้รับการตอบรับสูง เช่น Amazing Thailand Countdown 2025 ซึ่งมีการอัปเดตแบบ Real-time บนโซเชียลมีเดีย ทำให้ไอคอนสยามติดเทรนด์ X อันดับ 1 ต่อเนื่องถึง 3 วันติดต่อกัน และสร้าง Community Engagement มากกว่า 60 ล้านครั้ง ส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมงานบริเวณริมน้ำเจ้าพระยาอย่างเนืองแน่น และตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ไอคอนสยามมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นมาก รวมถึงงาน Thaiconic Songkran Celebration 2025 แคมเปญ Soft Power ที่ผสานวัฒนธรรมไทยกับไลฟ์สไตล์สากล ซึ่งสร้าง Viral Marketing บน Social Media มียอดวิวในช่วงงานสงกรานต์สูงถึง 165 ล้านวิว เฉพาะช่องทาง TikTok ส่งผลให้ทราฟฟิกช่วงสงกรานต์เติบโตจากปีก่อนหน้า พร้อมยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“กลยุทธ์หลักในการสื่อสารออนไลน์ของไอคอนสยามเน้นที่การสร้างประสบการณ์ผ่านคอนเทนต์ทุกรูปแบบ (Multi-format Content) ที่ตรงใจและสอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อให้โลกออนไลน์และประสบการณ์จริงเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ โดยไม่ได้คาดหวังเพียงตัวเลขการเข้าถึงหรือยอดการมีส่วนร่วม แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของคอนเทนต์และการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับผู้ติดตามทุกคน ซึ่งการคว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของทีมงานทุกคน เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาและยกระดับการสื่อสารของไอคอนสยามอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เราขอขอบคุณลูกค้าและแฟน ๆ ในคอมมูนิตี้ทุกกลุ่ม ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทุกเรื่องราวและแคมเปญของไอคอนสยามตลอดปีที่ผ่านมา” คุณสุมากล่าว


การคว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media ในสาขากลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ของไอคอนสยามในปีนี้ ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จด้านตัวเลขและการมีส่วนร่วมบนโลกออนไลน์ ยังสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างบทสนทนา สร้างการมีส่วนร่วม และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้อย่างทรงพลัง ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไอคอนสยามในการพัฒนาแพลตฟอร์มการสื่อสารที่ทันสมัย มีคุณภาพ และสร้างคุณค่าให้แก่ทั้งพันธมิตรทางธุรกิจ แบรนด์ ร้านค้า ตลอดจนผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและนานาชาติ พร้อมเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ บนโลกออนไลน์ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์เหนือระดับในทุกมิติของไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการผสานครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์เพื่อสื่อสารแบรนด์อย่างทรงพลังในเชิง Soft Power จนสามารถสร้างการรับรู้ที่กว้างไกลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้ไอคอนสยามมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเดินหน้ามอบประสบการณ์เหนือระดับ และแตกต่างเกินความคาดหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้กับผู้ติดตามต่อไป  สามารถติดตามคอนเทนต์ต่าง ๆ จากไอคอนสยามได้ทาง  Website: www.iconsiam.com  / Facebook: ICONSIAM / Instagram: ICONSIAM  และX: ICONSIAM