คุณแหน : 30 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 30 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 30 มิถุนายน 2568

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเปิดโครงการเสวนาวิชาการพระธรรมทูตต่างประเทศคณะธรรมยุต เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมในโลกยุคดิจิทัลและพหุวัฒนธรรม ณ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยมีพระเถรานุเถระ พระธรรมทูต อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เฝ้าถวายสักการะ..

ll ยามนี้ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร  สบายใจขึ้นมาก หลังจากที่เข้าไปช่วยฟื้นฟูการบินไทย  มา 5 ปี เศษ  ตั้งแต่ มิ.ย. 2563 – 16 มิ.ย. 68 เป็นทั้ง รักษาการ CEO ( DD ) , ผู้ทำแผน และ ผู้บริหารแผน จนทำให้การบินไทยพ้นจุดต่ำสุด บินได้ดีแล้ว  และออกจากแผนฟื้นฟูแล้ว เมื่อ 16 มิ.ย. 68 ..ก็ยังได้รับความไว้วางใจจากผู้ถือหุ้น  ให้เป็นกรรมการ TG ต่อไป..

ll วสันต์ ชิงชนะ รอง ผวจ.สุรินทร์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม ปั่น 2 ปราสาท สัมผัสทุเรียนเมืองช้าง@พนมดงรัก 2025 เป็นกิจกรรมปั่นจักรยาน ระยะทาง 80 กม. เส้นทางไปชม ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และสวนทุเรียนใน อ.พนมดงรัก เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชน ให้เป็นวิถีชีวิตจังหวัดสุรินทร์..

ll เพื่อนๆชาว Digital CEO#8 ยินดีกับ สุเมธ ตั้งประเสริฐ ที่ได้เป็น ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย..

ll ยามนี้ เกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เดินหน้าพัฒนาองค์กรควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การเป็น “Low Carbon Port” ตามนโยบาย 2D “Decarbonization” และ “Digital Transformation” มุ่งใช้เทคโนโลยีสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ยกระดับ กทท. ให้เป็นท่าเรือ สีเขียวชั้นนำอย่างสมบูรณ์..

ll “รฟม. สร้างงาน สร้างอาชีพ” พบกับกูรูทักษะอาชีพ  เชฟ  บาริสต้า และ TikToker   ผู้มากประสบการณ์ ที่จะพาทุกคนเติมทักษะอาชีพแบบไม่กั๊ก เปิดรับสมัครฟรี  สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ MRT และอาคารจอดแล้วจร ของ รฟม. เท่านั้น!! รับสมัครจำนวนจำกัด สมัครด่วนที่ลิงก์นี้เลย! https://forms.gle/pGAstwYjFn73j8iV9   19 – 20 ก.ค. ณ ศูนย์การเรียนรู้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (MRTA Learning Center)..

ll สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC) ได้จัดประชุมให้คำแนะนำการสมัครเข้าเรียน ป. 1 ของ รร. กรุงเทพคริสเตียน สำหรับบุตร/หลานของสมาชิกสมาคมศิษย์เก่าฯ โดยมี สุเมธ สุรบถโสภณ นายกสมาคม, เฉลิมพล โชตินุชิต และกรรมการสมาคมฯ เข้าร่วมด้วย..

ll เซนต์คาเบรียลรุ่น (SG42) หรือ รุ่นเข้า ป.1 ปี 2504  อาทิ  องคมนตรี อำพล กิตติอำพล,สุวัจน์ ลิปตพัลลภ,  ดร.ประวิช รัตนเพียร,  ทูตฯ สุรพิทธิ์ กีรติบุตร, พลเอกอักษรา เกิดผล, พลเอก อุดมเดช สีตบุตร อดีต ผบ.ทบ ,อิทธิ ลัทธิยากร รมช. เกษตรฯ, นนทิกร กาญจนจิตรา  จัดงาน reunion ฉลองโอกาสอายุครบ 70 ปี เสาร์ที่ 5 ก.ค. 11.00 น ที่สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซอยงามดูพลี ..

คุณแหน

นิสิต มศว. จัดนิทรรศการ ‘Axis to Exit’ โชว์ผลงานสร้างสรรค์ต่อยอดอนาคตเพื่อความยั่งยืน

นิสิต มศว. จัดนิทรรศการ ‘Axis to Exit’ โชว์ผลงานสร้างสรรค์ต่อยอดอนาคตเพื่อความยั่งยืน

นิสิต มศว. จัดนิทรรศการ ‘Axis to Exit’ โชว์ผลงานสร้างสรรค์ต่อยอดอนาคตเพื่อความยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดนิทรรศการโชว์ผลงานนิพนธ์ของกลุ่มนิสิตชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์ ภายใต้ชื่อ “Axis to Exit” ซึ่งเปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์การเดินทางเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายและการค้นพบสิ่งใหม่ โดยมุ่งเน้นสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านการใช้วัสดุเหลือใช้เพื่อตอบโจทย์ปัญหาทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นิทรรศการครั้งนี้ได้รวบรวมผลงานออกแบบไว้ทั้งหมด 17 ชิ้น ถ่ายทอดผ่านแนวคิด “อดีต – ปัจุบัน – อนาคต” โดยใช้ไพ่ทาโรต์เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงการเดินทางของไอเดียสร้างสรรค์ในแต่ละชิ้นงาน  เริ่มต้นจากกลุ่มอดีต (Previous) นำเสนอการออกแบบที่เชื่อมโยงถึงมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมไปถึงการใช้วัสดุจากภูมิภาคต่างๆในประเทศไทยและวิธีการผลิตดั้งเดิม ต่อเนื่องสู่กลุ่มปัจจุบัน (Present) ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในช่วงเวลานี้ และก้าวไปสู่กลุ่มอนาคต (Pioneer) ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การออกแบบที่ล้ำสมัย ด้วยแนวคิดเชิงนิเวศน์ วัสดุยั่งยืน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อคาดการณ์ทิศทางของโลกในวันข้างหน้า

โดยได้รับเกียรติจากผู้สนับสนุนหลัก รักษิณา มุตธิกุลโจนส์ ผู้ก่อตั้งกรรมการและประธานบริหาร บริษัท เทรลเบลซ มิสชั่น และ ผศ.เมธี พันธุ์วราทร รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผนคณะศิลปกรรมศาสตร์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “Axis to Exit” ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก มาย การุณงามพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และพิรดารา จิตรพันธ์ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ จากแบรนด์ Upcyde และธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกเเบบและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ จากแบรนด์ Qualy ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนาแนวคิดธุรกิจที่เปลี่ยนขยะทางเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “อนาคตออกแบบได้ : จุดประกายความคิดสร้างสรรค์สู่นวัตกรรมการออกแบบ” ตอบโจทย์ธุรกิจได้ทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม และชีวิตผู้คน พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน และการต่อยอดไอเดียสร้างสรรค์สู่ธุรกิจ และการขับเคลื่อนวงการออกแบบอย่างยั่งยืน เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับนิสิตและศิลปินรุ่นใหม่ในก้าวแรกสู่สายอาชีพ

รักษิณา มุตธิกุลโจนส์ กล่าวว่า เรารู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้แสดงศักยภาพทางความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการออกแบบที่เชื่อมโยงกับประเด็นร่วมสมัยอย่างความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เราเชื่อว่าการสนับสนุนเยาวชนในวันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคตของสังคมที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า

“ในฐานะศิษย์เก่าคณะศิลปกรรมศาสตร์และผู้สนับสนุน ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้เห็นผลงานของน้องๆ ซึ่งเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และมุมมองที่ลึกซึ้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการได้กลับมาสนับสนุนผลงานวิทยานิพนธ์ในครั้งนี้ คือการส่งต่อแรงผลักดันให้กับรุ่นน้องที่กำลังก้าวเดินตามเส้นทางสายออกแบบได้อย่างที่ตั้งใจ” ชมะนันท์ จารุนันทลักษณ์ จาก Take off to Trader

ด้าน มาย การุณงามพรรณ กล่าวว่า การออกแบบไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยงามหรือฟังก์ชันเท่านั้น แต่คือกระบวนการที่สะท้อนถึงความเข้าใจและเห็นคุณค่าในสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาที่มักถูกมองข้าม แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดใหม่ๆ ที่ยั่งยืนและสร้างสรรค์ การได้เห็นผลงานของนิสิตในนิทรรศการนิพนธ์ ‘Axis to Exit’ สะท้อนให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่เพียงมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังมีจิตสำนึกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ กล่าวว่า ผลงานของน้องๆแต่ละชิ้นแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาที่หลายคนอาจมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมสำหรับเด็กพิเศษ ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเปราะบางในสังคม ทำให้การออกแบบตอบโจทย์ความต้องการของโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างยั่งยืน

ผศ.เมธี พันธุ์วราทร รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผนคณะศิลปกรรมศาสตร์ กล่าวว่า นิทรรศการ Axis to Exit เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการบูรณาการองค์ความรู้เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของนิสิต เพื่อสร้างผลงานที่ไม่เพียงแค่สวยงามหรือใช้งานได้จริง แต่ยังสะท้อนคุณค่าทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างลึกซึ้ง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒให้ความสำคัญกับการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง และเราภูมิใจที่ได้เห็นความพยายามและความมุ่งมั่นของนิสิตผ่านผลงานอันทรงคุณค่าเหล่านี้

นิทรรศการ “Axis to Exit” โดยนิสิตชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์ เปิดให้เข้าชมฟรี พร้อมกิจกรรมเวิร์คช็อปภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. – 6 ก.ค.68 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่ อินสตาแกรม: axistoexit.fofa

Health News : นักวิจัยอิสราเอลพบกลไกสมองคุม ‘ความเจ็บปวด’

Health News : นักวิจัยอิสราเอลพบกลไกสมองคุม ‘ความเจ็บปวด’

Health News : นักวิจัยอิสราเอลพบกลไกสมองคุม ‘ความเจ็บปวด’

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยฮิบรูแห่งเยรูซาเล็ม ของอิสราเอล รายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ของอิสราเอลค้นพบกลไกในสมองที่ช่วยควบคุมความเจ็บปวดระยะสั้นแต่ไม่สามารถควบคุมความเจ็บปวดเรื้อรัง

วารสาร Science Advances เผยแพร่ผลการศึกษาที่ระบุว่า คณะนักวิจัยเริ่มเข้าใจกรณีความเจ็บปวดบางประเภทหายไป แต่ความเจ็บปวดบางประเภทยังคงอยู่และเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดระยะยาว หลังจากมุ่งศึกษาก้านสมอง “เมดัลลารี ดอร์ซัล ฮอร์น” (medullary dorsal horn) ซึ่งมีเซลล์ประสาทที่คอยส่งสัญญาณความเจ็บปวดจากร่างกายสู่สมอง ช่วยลดอาการเจ็บปวดอักเสบระยะสั้นหรือเฉียบพลัน เปรียบเสมือนระบบเบรกตามธรรมชาติที่ช่วยป้องกันสมองจากการรับสัญญาณความเจ็บปวดมากเกินไป โดยเซลล์ประสาทเหล่านี้จะกลับสู่สภาวะปกติหลังจากความเจ็บปวดทุเลาลง

อย่างไรก็ดี คณะนักวิจัยพบว่าระบบเบรกตามธรรมชาตินี้พังลงในกรณีความเจ็บปวดเรื้อรัง เซลล์ประสาทจะถูกกระตุ้นมากขึ้นและส่งสัญญาณความเจ็บปวดมากขึ้นแทนที่จะสงบลง ซึ่งอาจอธิบายว่าทำไมความเจ็บปวดเรื้อรังยังคงอยู่

คณะนักวิจัยใช้เทคนิคในห้องปฏิบัติการและแบบจำลองคอมพิวเตอร์ในการจำแนกปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ นั่นคือปริมาณโพแทสเซียมในเซลล์ประสาทที่เรียกว่า “กระแสโพแทสเซียมชนิดเอ (IA) ซึ่งจะเพิ่มขึ้นในกรณีความเจ็บปวดเฉียบพลันเพื่อช่วยสงบเซลล์ประสาท แต่จะไม่เพิ่มขึ้นในกรณีความเจ็บปวดเรื้อรังจนทำให้เซลล์ประสาทถูกกระตุ้นมากเกินไป

การค้นพบนี้อาจนำสู่การบำบัดรักษารูปแบบใหม่ที่ฟื้นฟูหรือเลียนแบบระบบเบรกตามธรรมชาตินี้ ซึ่งอาจช่วยป้องกันความเจ็บปวดพัฒนาเป็นอาการเรื้อรัง และมอบข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการที่สมองควบคุมความเจ็บปวดและบ่งชี้วิถีทางช่วยเหลือผู้มีอาการเจ็บปวดเรื้อรังอย่างตรงจุดและยั่งยืนยิ่งขึ้น

​นิสิต มศว. จัดนิทรรศการ ‘Axis to Exit’ โชว์ผลงานสร้างสรรค์ต่อยอดอนาคตเพื่อความยั่งยืน

​นิสิต มศว. จัดนิทรรศการ ‘Axis to Exit’ โชว์ผลงานสร้างสรรค์ต่อยอดอนาคตเพื่อความยั่งยืน

​นิสิต มศว. จัดนิทรรศการ ‘Axis to Exit’ โชว์ผลงานสร้างสรรค์ต่อยอดอนาคตเพื่อความยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดนิทรรศการโชว์ผลงานนิพนธ์ของกลุ่มนิสิตชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์ ภายใต้ชื่อ “Axis to Exit” ซึ่งเปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์การเดินทางเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายและการค้นพบสิ่งใหม่ โดยมุ่งเน้นสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านการใช้วัสดุเหลือใช้เพื่อตอบโจทย์ปัญหาทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นิทรรศการครั้งนี้ได้รวบรวมผลงานออกแบบไว้ทั้งหมด 17 ชิ้น ถ่ายทอดผ่านแนวคิด “อดีต – ปัจุบัน – อนาคต” โดยใช้ไพ่ทาโรต์เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงการเดินทางของไอเดียสร้างสรรค์ในแต่ละชิ้นงาน  เริ่มต้นจากกลุ่มอดีต (Previous) นำเสนอการออกแบบที่เชื่อมโยงถึงมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมไปถึงการใช้วัสดุจากภูมิภาคต่างๆในประเทศไทยและวิธีการผลิตดั้งเดิม ต่อเนื่องสู่กลุ่มปัจจุบัน (Present) ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในช่วงเวลานี้ และก้าวไปสู่กลุ่มอนาคต (Pioneer) ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การออกแบบที่ล้ำสมัย ด้วยแนวคิดเชิงนิเวศน์ วัสดุยั่งยืน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อคาดการณ์ทิศทางของโลกในวันข้างหน้า

โดยได้รับเกียรติจากผู้สนับสนุนหลัก รักษิณา มุตธิกุลโจนส์ ผู้ก่อตั้งกรรมการและประธานบริหาร บริษัท เทรลเบลซ มิสชั่น และ ผศ.เมธี พันธุ์วราทร รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผนคณะศิลปกรรมศาสตร์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “Axis to Exit” ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก มาย การุณงามพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และพิรดารา จิตรพันธ์ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ จากแบรนด์ Upcyde และธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกเเบบและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ จากแบรนด์ Qualy ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนาแนวคิดธุรกิจที่เปลี่ยนขยะทางเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “อนาคตออกแบบได้ : จุดประกายความคิดสร้างสรรค์สู่นวัตกรรมการออกแบบ” ตอบโจทย์ธุรกิจได้ทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม และชีวิตผู้คน พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน และการต่อยอดไอเดียสร้างสรรค์สู่ธุรกิจ และการขับเคลื่อนวงการออกแบบอย่างยั่งยืน เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับนิสิตและศิลปินรุ่นใหม่ในก้าวแรกสู่สายอาชีพ

รักษิณา มุตธิกุลโจนส์ กล่าวว่า เรารู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้แสดงศักยภาพทางความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการออกแบบที่เชื่อมโยงกับประเด็นร่วมสมัยอย่างความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เราเชื่อว่าการสนับสนุนเยาวชนในวันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคตของสังคมที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า

“ในฐานะศิษย์เก่าคณะศิลปกรรมศาสตร์และผู้สนับสนุน ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้เห็นผลงานของน้องๆ ซึ่งเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และมุมมองที่ลึกซึ้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการได้กลับมาสนับสนุนผลงานวิทยานิพนธ์ในครั้งนี้ คือการส่งต่อแรงผลักดันให้กับรุ่นน้องที่กำลังก้าวเดินตามเส้นทางสายออกแบบได้อย่างที่ตั้งใจ” ชมะนันท์ จารุนันทลักษณ์ จาก Take off to Trader

ด้าน มาย การุณงามพรรณ กล่าวว่า การออกแบบไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยงามหรือฟังก์ชันเท่านั้น แต่คือกระบวนการที่สะท้อนถึงความเข้าใจและเห็นคุณค่าในสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาที่มักถูกมองข้าม แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดใหม่ๆ ที่ยั่งยืนและสร้างสรรค์ การได้เห็นผลงานของนิสิตในนิทรรศการนิพนธ์ ‘Axis to Exit’ สะท้อนให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่เพียงมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังมีจิตสำนึกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ กล่าวว่า ผลงานของน้องๆแต่ละชิ้นแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาที่หลายคนอาจมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมสำหรับเด็กพิเศษ ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเปราะบางในสังคม ทำให้การออกแบบตอบโจทย์ความต้องการของโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างยั่งยืน

ผศ.เมธี พันธุ์วราทร รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผนคณะศิลปกรรมศาสตร์ กล่าวว่า นิทรรศการ Axis to Exit เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการบูรณาการองค์ความรู้เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของนิสิต เพื่อสร้างผลงานที่ไม่เพียงแค่สวยงามหรือใช้งานได้จริง แต่ยังสะท้อนคุณค่าทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างลึกซึ้ง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒให้ความสำคัญกับการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง และเราภูมิใจที่ได้เห็นความพยายามและความมุ่งมั่นของนิสิตผ่านผลงานอันทรงคุณค่าเหล่านี้

นิทรรศการ “Axis to Exit” โดยนิสิตชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์ เปิดให้เข้าชมฟรี พร้อมกิจกรรมเวิร์คช็อปภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. – 6 ก.ค.68 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่ อินสตาแกรม: axistoexit.fofa

Science Update : นักบินอวกาศอินเดียไปถึง ISS

Science Update : นักบินอวกาศอินเดียไปถึง ISS

Science Update : นักบินอวกาศอินเดียไปถึง ISS

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชูภานชู ชุคลา หัวหน้าทีมนักบินอวกาศในภารกิจ แอคเซียม โฟร์ (Axiom-4) กลายเป็นนักบินอวกาศชาวอินเดียคนแรกที่ได้ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอส หลังจากยาน สเปซ ดรากอน ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ที่ทะยานออกจากฐานปล่อยศูนย์อวกาศเคนเนดี ขององค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐฯ หรือนาซา ที่แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ด้วยจรวดฟอลคอน 9 บล็อค 5 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา เข้าเทียบท่าที่ฐานจอดของไอเอสเอส เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาในสหรัฐฯ ตรงกับค่ำวันศุกร์ตามเวลาบ้านเรา หลังใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 26 ชั่วโมง

ชูภานชู ชุคลา ยังถือเป็นนักบินอวกาศชาวอินเดียคนแรกในรอบ 41 ปี ที่ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนอวกาศ สร้างความปลาบปลื้มดีอกดีใจต่อชาวอินเดียทั้งประเทศ ที่เฝ้ารอชมการถ่ายทอดสดวินาทีที่ยาน สเปซ ดรากอน ทะยานออกจากฐานปล่อย สำหรับภารกิจ แอคเซียม โฟร์ (Axiom-4) นอกจากมี ชูภานชู ชุคลา เป็นหัวหน้าทีมแล้ว ยังประกอบไปด้วยนักบินอวกาศอีก 3 คน คือ เพ็กกี วินสตัน นักบินอวกาศมากประสบการณ์ชาวอเมริกัน, สลาวอซ อุซนันสกี-วิสเนียฟสกี ชาวโปแลนด์ และ ทิบอร์ คาปู จากฮังการี

การมีส่วนร่วมของชุคลา ซึ่งเป็นนักบินของกองทัพอากาศอินเดีย ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจอวกาศที่มีมนุษย์ร่วมบินของยานอวกาศกากันยาน (Gaganyaan) ซึ่งวางแผนไว้ในปี 2570 ตามโครงการอวกาศของอินเดีย

ก้าวสู่ปีที่ 23 กับโครงการ BLS Intern Camp

ก้าวสู่ปีที่ 23 กับโครงการ BLS Intern Camp

ก้าวสู่ปีที่ 23 กับโครงการ BLS Intern Camp

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ก้าวสู่ปีที่ 23 กับโครงการ BLS Intern Camp ที่ พิเชษฐ สิทธิอำนวย บอสใหญ่ใจดี จากค่ายหลักทรัพย์บัวหลวง เปิดโอกาสให้น้องๆ นักศึกษาจากหลากหลายสถาบันได้เข้าฝึกงานในองค์กร เพื่อเรียนรู้การทำงานในธุรกิจหลักทรัพย์ การได้มีประสบ การณ์ทำงานจริงจากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจ พร้อมสอดแทรกความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงคุณค่าของจิตสาธารณะและการมีความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยโจทย์ที่ให้น้องๆ คิดแก้ปัญหา ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม สร้างสรรค์กิจกรรม CSR ที่สามารถทำได้จริง และสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน โดยคณะกรรมการจะคัดเลือกเพียง 1 กิจกรรมที่จะมีโอกาสลงมือทำจริง ทำให้มั่นใจได้ว่าใครที่ผ่านการฝึกงานจากหลักทรัพย์บัวหลวงไป นอกจากจะได้ความรู้ด้านธุรกิจแล้ว ยังได้ฝึกฝนการคิดและทำความดีเพื่อสังคมอีกด้วย

NEPS ผนึกพลัง Huawei – LONGi เปิดตัว SOLAR SOLUTIONS by NEPS สาขาแรก ณ Power Mall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

NEPS ผนึกพลัง Huawei - LONGi เปิดตัว SOLAR SOLUTIONS by NEPS สาขาแรก  ณ Power Mall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

NEPS ผนึกพลัง Huawei – LONGi เปิดตัว SOLAR SOLUTIONS by NEPS สาขาแรก ณ Power Mall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สาขาแรก – บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด ภายใต้การบริหารงานโดย นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กับสาขาแรกของ “SOLAR SOLUTIONS by NEPS” ภายใต้คอนเซปต์ “LET THE REAL EXPERTS DO IT” สะท้อนความเป็นตัวจริงด้านการติดตั้งโซลาร์สำหรับบ้านพักอาศัยด้วยมาตรฐาน Big Project ณ Power Mall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คิม จอง-อึน เปิดเขตท่องเที่ยวชายทะเล ‘วอนซาน’

คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ พร้อมบุตรสาว เปิดตัวเขตท่องเที่ยวขนาดใหญ่แห่งใหม่ที่เมืองวอนซาน (Wonsan) ริมชายฝั่งตะวันออกของประเทศ โดยเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 20,000 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง และสวนน้ำ บนแนวชายหาดทอดยาวกว่า 4 กิโลเมตร พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป ถือเป็นโครงการระดับเมกะโปรเจ็กต์ที่เขาพยายามผลักดันมานานหลายปี เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเกาหลีเหนือ

คุยกัน 7 วันหน : ‘กัมพูชา’ ศูนย์ลวงออนไลน์ สะท้อนล้มเหลวปราบสแกมเมอร์?

คุยกัน 7 วันหน : 'กัมพูชา' ศูนย์ลวงออนไลน์ สะท้อนล้มเหลวปราบสแกมเมอร์?

คุยกัน 7 วันหน : ‘กัมพูชา’ ศูนย์ลวงออนไลน์ สะท้อนล้มเหลวปราบสแกมเมอร์?

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รายงานขององค์การระหว่างประเทศหลายชิ้นชี้ตรงกันว่า ขณะนี้ “กัมพูชา” กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์ สร้างเม็ดเงินผิดกฎหมายให้กับประเทศปีละมากกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จุดนี้อาจสะท้อนได้ว่าทางการกัมพูชาล้มเหลวในการจัดการกับปัญหานี้

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา สื่อหลายสำนัก รวมถึงองค์การระหว่างประเทศ รายงานข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาอุตสาหกรรมหลอกหลวงออนไลน์ในกัมพูชา แต่รายงานของ แอมเนสตี อินเตอร์แนชนัล (Amnesty International) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ชี้ว่า ความล้มเหลวของรัฐบาลกัมพูชาในการจัดการปัญหานี้ ไม่ต่างอะไรกับการรู้เห็นเป็นใจให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้น

รายงานความยาวกว่า 240 หน้าฉบับนี้มีชื่อว่า I was Someone Else’s Property หรือ “ฉันคือทรัพย์สินของคนอื่น” ซึ่งแอมเนสตีสัมภาษณ์ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ 58 คน จากศูนย์หลอกลวงออนไลน์ 31 แห่งใน 16 เมืองทั่วกัมพูชา ระหว่างเดือน ก.ย.2023 ถึงเดือน พ.ค.2025 พบว่า การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน การใช้แรงงานเด็ก การทรมานและการปฏิบัติที่ไม่ดีอื่นๆ ไปจนถึงการพรากเสรีภาพและการเป็นทาส เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากภายในศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่เปิดกระจายในหลายๆ จุดของประเทศ

แอมเนสตีฯ เก็บข้อมูลและระบุตำแหน่งของศูนย์หลอกลวงออนไลน์อย่างน้อย 53 แห่งในหลายจังหวัดทั่วกัมพูชา ซึ่งพบมากที่สุดอยู่ในสีหนุวิลล์ ถึง 22 แห่ง ตามมาด้วยในบาเวต 6 แห่ง และปอยเปต 5 แห่ง โดยส่วนใหญ่จะพบตามเมืองตะเข็บชายแดน

ศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์เหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับเรือนจำ มีกำแพงสูงและลวดหนามล้อมรอบ มีชายติดอาวุธคอยเฝ้า ด้านในมีเหยื่อค้ามนุษย์ที่ถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงผู้คนทั่วโลก หากทำงานไม่ได้ตามเป้าก็จะถูกทรมานด้วยวิธีการต่างๆ นานา ทั้งการช็อตด้วยกระบองไฟฟ้า การขังในห้องมืด และถูกทุบตี

แอมแนสตีฯ กล่าวในรายงานว่า สิ่งที่พบเหล่านี้เผยให้เห็น ‘รูปแบบของรัฐที่ล้มเหลว’ ที่ปล่อยให้ธุรกิจผิดกฎหมายมูลค่ามหาศาลนี้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง  ซึ่งรวมถึงความล้มเหลวในการสืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการช่วยเหลือเหยื่อ ตลอดจนการกำกับดูแลบริษัทรักษาความปลอดภัยและเครื่องมือในการทรมานเหยื่อ ทั้งที่ตระหนักดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

รายงานของแอมเนสตีฯ ระบุต่อไปว่า เวลานี้ กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหลอกลวงระดับโลก เนื่องจากกลุ่มอาชญากรซึ่งนำโดยชาวจีนส่วนใหญ่ได้นำเอาบ่อนกาสิโนและโรงแรมที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาใช้เป็นศูนย์หลอกลวง ข้อมูลของสหประชาชาติระบุว่า ตามศูนย์เหล่านี้มีคนอยู่นับแสนคน มีลักษณะคล้ายกับศูนย์สแกมเมอร์ในฝั่งเมียนมาและ สปป.ลาว

ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันสันติภาพสหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมฉ้อโกงในกัมพูชาสร้างรายได้มากกว่า 12,500 ล้านดอลลาร์ต่อปี (กว่า 400,500 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP ของกัมพูชา

แต่จุดที่น่าสนใจและเป็นข้อมูลที่ตรงกับรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ก่อนหน้านี้ คือ ขณะนี้พบว่าศูนย์หลอกลวงออนไลน์ขยายตัวเข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่อยู่ไกลจากพรมแดน อย่างในกรุงพนมเปญ โดยจากรายงานของแอมเนสตีฯ พบถึง 4 แห่ง รวมทั้งยังพบสถานที่ต้องสงสัยที่เข้าข่ายเป็นศูนย์หลอกลวงออนไลน์อีก 45 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศอีกด้วย

เมื่อประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้ว กิจกรรมการพนันออนไลน์ในกัมพูชาเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลักๆ เป็นผลมาจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนจากจีน โดยในช่วงนั้นธุรกิจกาสิโน โรงแรมและรีสอร์ท ผุดขึ้นราวดอกเห็ดในหลายเมืองของประเทศ เช่น ที่สีหนุวิลล์ ซึ่งตามด้วยการไหลทะลักของเครือข่ายอาชญากรรมจีนที่เข้ามาโลดแล่นในอุตสาหกรรมการพนัน แต่ด้วยการกดดันจากจีน ทำให้กัมพูชาตัดสินใจสั่งห้ามการพนันออนไลน์ในปี 2019

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ขบวนการอาชญากรรมต้องเปลี่ยนรูปแบบช่องทางการหาเงิน ด้วยการหันไปทำธุรกิจหลอกลวงออนไลน์แทน เปลี่ยนโรงแรมและกาสิโนให้กลายเป็นศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ ข้อมูลจาก UNODC ชี้ว่า นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ธุรกิจดังกล่าวในกัมพูชาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายที่หละหลวม การขาดการตรวจสอบทางการเงิน ปัญหาการไร้ธรรมาภิบาลและการทุจริต

จากศูนย์หลอกลวงออนไลน์ทั้งหมด 53 แห่ง ตามรายงานของแอมเนสตีฯ พบว่าในจำนวนนี้ 20 แห่งเป็นศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่ยังดำเนินการต่อ ทั้งที่เคยถูกตำรวจหรือทหารเข้าไปจัดการหรือดำเนินการแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อ เจ้าหน้าที่เข้าไปสอบสวนหรือบุกจับกุมผู้เกี่ยวข้อง โดย 9 แห่งเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป

ขณะที่ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ 18 แห่งอยู่ระหว่างการสอบสวนของทางการกัมพูชา ส่วนอีก 13 แห่งพบว่าเจ้าหน้าที่เคยเข้าดำเนินการหรือเคยเข้าไปสอบสวนแล้ว แต่แอมเนสตีไม่สามารถยืนยันได้ว่าศูนย์เหล่านี้ยังคงเปิดดำเนินการอยู่อีกหรือไม่ และที่น่าตกใจคือ มีเพียงแค่ 2 แห่งเท่านั้นที่ปิดดำเนินการหลังถูกเจ้าหน้าที่รัฐจัดการ

มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกของ แอมเนสตี อินเตอร์แนชนัล ระบุว่า แม้จะมีการบุกทลายเครือข่ายคอลเซนเตอร์ของเจ้าหน้าที่ แต่ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชากลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งเธอมองว่ารัฐบาลกัมพูชาคือตัวแปรสำคัญที่เปิดทางให้ธุรกิจเหล่านี้เฟื่องฟู

โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า กัมพูชาตระหนักดีว่าตนเองเป็นเหยื่อของอาชญากรที่มาใช้ประเทศนี้ก่ออาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ แต่กัมพูชาก็ดำเนินมาตรการแข็งกร้าวในการจัดการกับปัญหานี้เช่นกัน ขณะที่รายงานวิจัยหลายฉบับชี้ว่า รัฐบาลกัมพูชาอาจยังทำได้ไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะหยุดยั้งกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้

โดย ดาโน โทนาลี

สโมสรซอนต้า กรุงเทพ 11 จัดงานการกุศล ‘อลังการ ล้านนา แสงศรัทธาสู่สายธารแห่งชีวิต’

สโมสรซอนต้า กรุงเทพ 11 จัดงานการกุศล ‘อลังการ ล้านนา แสงศรัทธาสู่สายธารแห่งชีวิต’

สโมสรซอนต้า กรุงเทพ 11 จัดงานการกุศล ‘อลังการ ล้านนา แสงศรัทธาสู่สายธารแห่งชีวิต’

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สโมสรซอนต้า กรุงเทพ 11 จัดงานการกุศล “อลังการ ล้านนา แสงศรัทธาสู่สายธารแห่งชีวิต” ระดมทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ เครื่องช่วยหายใจจำนวน 4 เครื่อง รวมมูลค่า 1 ล้านบาท มอบให้โรงพยาบาลเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปใช้ในห้องผู้ป่วยวิกฤตสำหรับทารกแรกเกิดและคุณแม่หลังคลอด นำโดย อำไพ หาญไกรวิไลย์ ประธานจัดงานและประธานก่อตั้งสโมสร),ญาณรักษ์ มานิธิคุณ นายกสโมสรซอนต้า กรุงเทพ 11 และ ดร.ธนพร ฟักเขียว รองประธานการจัดงานและนายกก่อตั้งฯ โดยมี ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศและอดีต Zonta International Director Nominating Committee Member (At-Large) สโมสรซอนต้าสากล เป็นประธานในงาน

โอกาสนี้ ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม กล่าวถึงนโยบาย ของการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างคุณค่าคุ้มครองสิทธิ์สร้างความเท่าเทียมในสังคมว่า “ที่ผ่านมาดิฉันยังคงทำงานโดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก สตรี และผู้ขาดโอกาสทางสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตั้งมั่นและมุ่งมั่นสนับสนุนงานของสโมสรซอนต้ามาอย่างต่อเนื่อง และยอมรับว่าการสร้างเครือข่ายการทำงานเพื่อสังคมนั้น มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ขาดโอกาสทางสังคมเริ่มจากระดับหมู่บ้าน สู่ระดับอำเภอ จังหวัด และสู่ระดับประเทศ การรวมกลุ่ม ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมจะส่งผลในระดับมหภาคและช่วยแก้ไขปัญหาสังคมในเชิงลึกได้มากยิ่งขึ้น ”

ด้าน ญาณรักษ์ มานิธิคุณ นายกสโมสรซอนต้า กรุงเทพ 11 กล่าวว่า “ งานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมล้านนาอันงดงาม หากยังเป็นเวทีที่จุดประกายให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมอย่างยั่งยืน”

บรรยากาศภายในงานแขกเหรื่อได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์แห่งอาณาจักรล้านนาอันรุ่งเรือง ผ่านขบวนแห่เสลี่ยงอันวิจิตรตระการตาที่บอกเล่าเรื่องราวของสตรีผู้ทรงอิทธิพลและบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เป็นดั่งดวงดาวที่ส่องสว่างในแต่ละยุคสมัยแห่งล้านนา ผู้สร้างสรรค์และปกปักษ์วัฒนธรรมอันวิจิตรตระการตาจวบจนปัจจุบัน  ผ่านผืนผ้าและเครื่องแต่งกายอันวิจิตร ซึ่งได้รับการออกแบบและรังสรรค์ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความประณีต และความเคารพต่อมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่น และอีกไฮไลต์ของงานคือ Charity Concert โชว์สุดพิเศษจาก กระแต, กระต่าย และกฤษ พร้อมทีมแดนเซอร์ล้นเวที ปิดท้ายด้วยความประทับใจที่สร้างความสุขให้กับทุกคน