มงลง! ‘ธัญญ่า ธัญชนก’ คว้า ‘Miss Universe Phang Nga 2026’ พร้อมเป็นกระบอกเสียงขับเคลื่อนสังคม

มงลง! ‘ธัญญ่า ธัญชนก’ คว้า ‘Miss Universe Phang Nga 2026’ พร้อมเป็นกระบอกเสียงขับเคลื่อนสังคม

มงลง! ‘ธัญญ่า ธัญชนก’ คว้า ‘Miss Universe Phang Nga 2026’ พร้อมเป็นกระบอกเสียงขับเคลื่อนสังคม

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.53 น.

จบลงอย่างสมเกียรติและสุดประทับใจ สำหรับค่ำคืนรอบ Final การประกวด Miss Universe Phang Nga 2026 เวทีแห่งความงาม ความสามารถ และแรงบันดาลใจ ภายใต้แนวคิด BEYOND BEAUTY • EMPOWERING FUTURES ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ (ชั้น 3 โซน Health & Beauty)

Miss Universe Phang Nga 2026 อำนวยการประกวดโดย คุณเจสซี่-มนัสนันท์ บุญโต Provincial Director (PD) และ CEO The Star Model Thailand (TSM) นำทัพคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสินอย่างคับคั่ง อาทิ ปุ๋ย นิทัศน์ ธำรง, ดร.โก้ ธีรศักดิ์ พันธุจริยา, บอล สมเกียรติ ทวีสิทธิ์, ฉัตรนรินรัตน วรงค์เครือแก้ว, ดร.ชุติมา เชยชุ่ม และ ครูโทนี่ ธวัชชัย โอสถานนท์

เจสซี มนัสนันท์ บุญโต (PD Miss Universe Phang Nga 2026) เปิดใจ พร้อมส่งกำลังใจให้สาวงามว่า “เวทีแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การค้นหาความงามทางสายตาเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้สุภาพสตรีที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ ได้ก้าวขึ้นมาเป็น ‘กระบอกเสียง’ และ ‘ตัวแทน’ ของชาวจังหวัดพังงา เพื่อนำเสนอเอกลักษณ์อันงดงามของจังหวัด ก้าวไปสู่เวทีระดับประเทศอย่าง Miss Universe Thailand ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของ  The Star Model Thailand (TSM) และ GYB Entertainment ที่มุ่งมั่นสนับสนุนและผลักดันศักยภาพของผู้หญิงยุคใหม่ให้เปล่งประกายและเป็นแรงบันดาลใจให้กับสังคม”

สำหรับผลการประกวด Miss Universe Phang Nga 2026 ที่ทุกคนรอคอย มีดังนี้

Miss Universe Phang Nga 2026 : น้องธัญญ่า – ธัญชนก มหาวรรณ์ (ผู้ชนะเลิศจะเป็นตัวแทนจังหวัดพังงาเข้าสู่การประกวด Miss Universe Thailand 2026)

รองอันดับ 1: น้องอุ้ม – อภิญญา ออพัฒนกุล

รองอันดับ 2: น้องมิวสิค – สุพิชญา พรหมหมวก

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ FB มิสยูนิเวิร์สพังงา – Miss Universe Phang Nga  https://www.facebook.com/share/p/17k2SuNNJC/?mibextid=wwXIfr

ช่องทางการติดต่อ The Star Model Thailand (TSM Academy)ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส ศรีนครินทร์ ชั้น 2 โซนการศึกษา Facebook: The Star Model Thailand Line: @thestarmodel

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม การประกวด เดินแบบ งานประกาศรางวัล รวมถึงผู้ที่สนใจร่วมสนับสนุนกิจกรรม สามารถติดต่อสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางข้างต้น

LPN ผนึก THAIRUN สำรวจ 4 ย่านรอบกรุง ร่วมสร้าง ‘ความน่าอยู่’ ไปด้วยกัน

LPN ผนึก THAIRUN สำรวจ 4 ย่านรอบกรุง ร่วมสร้าง ‘ความน่าอยู่’ ไปด้วยกัน

LPN ผนึก THAIRUN สำรวจ 4 ย่านรอบกรุง ร่วมสร้าง ‘ความน่าอยู่’ ไปด้วยกัน

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.12 น.

LPN ต่อยอดแนวคิด “ความน่าอยู่” ผนึก THAIRUN จัดกิจกรรม LPN Livable Run : The City Run Series ผ่าน 4 เส้นทางใน 4 ทำเลสำคัญรอบกรุงเทพมหานคร ชูความน่าอยู่ในทำเลต่างๆ ที่รายล้อมโครงการของ LPN เพื่อสร้างประสบการณ์การวิ่งของทุกคนให้สนุกยิ่งขึ้น โดยชวนลูกค้า LPN ออกไปสำรวจชุมชนในมุมมองใหม่ สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ในแต่ละพื้นที่ และเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเมืองและชุมชนรอบตัว

ดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า LPN เชื่อว่าการสร้าง “ความน่าอยู่” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพหรือการบริหารจัดการดูแลลูกค้าที่มีมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีระหว่างผู้คนและชุมชนด้วย ดังนั้น การจัดกิจกรรม LPN Livable Run : The City Run Series จึงเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ออกมาสร้างมิตรภาพระหว่างกันผ่านการออกกำลังกาย และสัมผัสเสน่ห์ชุมชนไปพร้อมกัน

“ตลอดระยะเวลากว่า 37 ปี LPN มีโครงการที่อยู่อาศัยในหลากหลายทำเลทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งแต่ละพื้นที่ล้วนมีอัตลักษณ์และเรื่องราวเฉพาะตัว LPN Livable Run : The City Run Series จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่ากิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่เป็นการชวนลูกค้าของพวกเราออกไปสัมผัสเสน่ห์ของแต่ละย่าน เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนและเชื่อมโยงกันผ่านกิจกรรมที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ เพราะความน่าอยู่ที่แท้จริงเกิดขึ้นจากทั้งคุณภาพของพื้นที่และความสัมพันธ์ที่ดีของผู้คนในสังคมเดียวกัน” นางสาวดารณี กล่าว

ทั้งนี้ กิจกรรม LPN Livable Run : The City Run Series จะจัดต่อเนื่องในระหว่าง เดือนมิถุนายน – กันยายน 2569 จำนวน 4 เส้นทาง ครอบคลุมโครงการสำคัญของ LPN รอบกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งสร้าง LPN Community ให้เป็นพื้นที่ของคนรักสุขภาพและการใช้ชีวิตในเมืองได้มาสร้างมิตรภาพ พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และค้นพบเสน่ห์ของแต่ละย่านไปด้วยกัน สำหรับกิจกรรมครั้งแรก ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ โครงการ เพลส 168 ปิ่นเกล้า ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม ภายใต้ธีม “Start Your Pace” ที่พาผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งลูกค้าและผู้พักอาศัยในโครงการของ LPN มาร่วมออกสำรวจย่านปิ่นเกล้า – วังหลัง ระยะทาง 6 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยายามเช้า แวะไหว้พระเพื่อเสริมสิริมงคลในแลนด์มาร์กสำคัญของพื้นที่ อาทิ วัดระฆัง ตลาดวังหลัง สุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และคาเฟ่ชื่อดังริมแม่น้ำ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสีสันสำคัญของกิจกรรมตลอดทั้ง 4 เส้นทาง คือการมาร่วมแนะนำเทคนิคการวิ่ง การเตรียมความพร้อมของร่างกาย และการดูแลสุขภาพ จาก “โค้ชษะ” วรท อุปนิสากร เจ้าของเพจ Run with Xa และ Nike Thailand Running Head Coach และ “โค้ชเนะ” นภัสสร หัศบำเรอ คู่รักนักวิ่งและผู้ฝึกสอนการวิ่งชื่อดัง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การออกกำลังกายให้สนุกและเข้าถึงได้สำหรับทุกคนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจบ The City Run Series ทั้ง 4 เส้นทางนี้ LPN ยังเตรียมต่อยอดพลังของคอมมูนิตี้สู่กิจกรรมวิ่งครั้งพิเศษในช่วงปลายปี “LPN Livable Run 2026” โดยร่วมกับ THAIRUN เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทั้งลูกค้า LPN และบุคคลทั่วไปที่สนใจด้านสุขภาพได้มาร่วมสร้างประสบการณ์และสร้างสังคมแห่งการใช้ชีวิตที่น่าอยู่ร่วมกัน โดยสามารถติดตามผ่านช่องทาง FB : LPN Connect

เพราะสำหรับ LPN การสร้าง “ความน่าอยู่” ไม่ได้เกิดขึ้นจากอาคารหรือพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผู้คนที่ออกมาใช้ชีวิตร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และแบ่งปันช่วงเวลาที่มีความหมาย และบางครั้ง…การวิ่งเพียงไม่กี่กิโลเมตร อาจเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพใหม่ สุขภาพที่ดีขึ้น และการค้นพบเสน่ห์ของเมืองในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

‘เนสไลน์’ ต่อยอดกระแสเต้นแอโรบิคฟีเวอร์ ชวน Gen Z ออกสเต็ปแดนซ์สุดพลัง

‘เนสไลน์’ ต่อยอดกระแสเต้นแอโรบิคฟีเวอร์ ชวน Gen Z ออกสเต็ปแดนซ์สุดพลัง

‘เนสไลน์’ ต่อยอดกระแสเต้นแอโรบิคฟีเวอร์ ชวน Gen Z ออกสเต็ปแดนซ์สุดพลัง

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

จากกระแสไวรัลเต้นแอโรบิคสวนลุมพินี สร้างปรากฎการณ์ให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น     แบรนด์ขนมนำเข้าเนสไลน์ (NEZLINE) ไม่รอช้า นำอินไซต์เทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรง จัดกิจกรรม School Roadshow เดินหน้าสร้างประสบการณ์กับผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่น Gen Z เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ในระยะยาว  

ไฟซอล เจ๊ะอุมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัทไฉไล อินเตอร์เทรด จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การสื่อสารผ่านออนไลน์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจึงให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคในพื้นที่จริงมากขึ้น”

“กลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มที่เปิดรับประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ ทั้งด้านสินค้า ไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมต่างๆ เราจึงเลือกใช้กลยุทธ์ Experiential Marketing ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ในโรงเรียน เพราะเชื่อว่าการได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์โดยตรงจะช่วยสร้างการจดจำและความผูกพันได้ดีกว่าการสื่อสารแบบเดิม อีกทั้งยังสร้างความผูกพันกับผู้บริโภครุ่นใหม่ในระยะยาวควบคู่กับการสนับสนุนให้เยาวชนหันมาใส่ใจสุขภาพและออกกำลังกายมากขึ้นด้วย”  ไฟซอล กล่าว

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นที่ โรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน โดยมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 900 คน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและพลังของวัยรุ่น

เมธัส สนิทมัจโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO)

ด้าน เมธัส สนิทมัจโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) กล่าวว่า “กลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-18 ปี เป็นกลุ่มที่ชื่นชอบกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้แสดงออกถึงตัวตนและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ไม่ว่าจะเป็น กีฬา การเต้น หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ เราจึงออกแบบกิจกรรมให้มีทั้งความบันเทิง ความสนุกและการทดลองชิมผลิตภัณฑ์ทั้ง OAT CHOCCO และนูกัตโตะควบคู่กันไป ซึ่งผลตอบรับที่ได้รับถือว่าน่าพึงพอใจ นักเรียนให้ความสนใจเป็นจำนวนมากและเปิดใจทำความรู้จักและทดลองชิมขนมแบรนด์เนสไลน์ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคตั้งแต่วัยเรียน” เมธัส กล่าว

ทั้งนี้ เนสไลน์มีแผนต่อยอดกิจกรรม School Roadshow ไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์และความสนใจของคนรุ่นใหม่  ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เนสไลน์วางจำหน่ายผ่านร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น 7-Eleven CJ MORE และMR.D.I.Y. หรือ สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ TikTok Chailaifoods: www.tiktok.com/@chailaifoods พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษที่ช่วยเติมความหวานให้ทุกวันไม่จำเจ

เอิร์ธ (ประเทศไทย) เดินหน้าโครงการ ‘อาทร่วมใจ ไล่ยุงร้าย สู้ภัยไข้เลือดออก’

เอิร์ธ (ประเทศไทย) เดินหน้าโครงการ ‘อาทร่วมใจ ไล่ยุงร้าย สู้ภัยไข้เลือดออก’

เอิร์ธ (ประเทศไทย) เดินหน้าโครงการ ‘อาทร่วมใจ ไล่ยุงร้าย สู้ภัยไข้เลือดออก’

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.00 น.

บริษัท เอิร์ธ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยในครัวเรือน ภายใต้แบรนด์ “อาท” และ “โอเอซิส” เดินหน้าพันธกิจ “อาทร่วมใจ ไล่ยุงร้าย สู้ภัยไข้เลือดออก” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 พร้อมเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันวิ่ง “แม่ฮ่องสอน ครอส คันทรี่ 2026” (Mae Hong Son Cross Country 2026) ส่งเสริมสุขภาพ สร้างความรู้ความเข้าใจด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออก และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน พร้อมส่งมอบรถพยาบาลและอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัยที่ทันสมัยให้แก่มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตอกย้ำบทบาทองค์กรที่มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่สังคม

นายเค็นทาโร ซาโตะ ประธาน บริษัท เอิร์ธ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้แบรนด์ อาท และโอเอซิส ผลิตภัณฑ์อุปโภคชั้นนำเพื่อคนไทย กล่าวว่า “การสนับสนุนการแข่งขันวิ่ง ‘แม่ฮ่องสอน ครอส คันทรี่ 2026’ ครั้งนี้ เป็นมากกว่าการสนับสนุนกิจกรรมกีฬา แต่สะท้อนความตั้งใจของบริษัทฯ ในการส่งเสริมสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดีเริ่มต้นจากการเข้าถึงความรู้ การป้องกัน และการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ถือเป็นหนึ่งความท้าทายด้านสาธารณสุขของหลายพื้นที่ในประเทศไทย ซึ่งการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน บุคลากรทางการแพทย์ ชุมชน และประชาชน จะช่วยเสริมสร้างระบบสุขภาพ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง”

“แม่ฮ่องสอน ครอส คันทรี่ 2026” (Mae Hong Son Cross Country 2026) จัดโดย หอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับ กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC Mae Hong Son เป็นหนึ่งกิจกรรมสุดท้าทายที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การส่งเสริมสุขภาพ และการสร้างคุณค่าร่วมให้กับชุมชนท้องถิ่น ผ่านเส้นทางวิ่งท่ามกลางธรรมชาติสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 มีการแข่งขันทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ วิจ่า (VIJA) ระยะทาง 28.5 กม., ครอสคันทรี (Cross Country) ระยะทาง 11 กม. และฟันรัน (Fun Run) ระยะทาง 6 กม. 

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะได้สัมผัสประสบการณ์การวิ่งท่ามกลางขุนเขา พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่มุ่งส่งต่อโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะร่วมสมทบทุนจัดซื้อรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพ ให้กับมูลนิธิบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้ทุกก้าวของผู้เข้าแข่งขันมีความหมายมากกว่าการเข้าเส้นชัย แต่เป็นพลังที่ร่วมขับเคลื่อนสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้คนให้เติบโตไปพร้อมกัน ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ https://race.thai.run/mhscc2026 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Mae Hong Son Cross Country

ในปีนี้ บริษัท เอิร์ธ (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากสนับสนุนการแข่งขันวิ่ง “แม่ฮ่องสอน ครอส คันทรี่ 2026” แล้ว ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนชาวแม่ฮ่องสอน ผ่านโครงการ “อาทร่วมใจ ไล่ยุงร้าย สู้ภัยไข้เลือดออก” ผ่านการมอบผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงและแมลง สร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับชุมชน ส่งเสริมพฤติกรรม การป้องกันยุงลาย สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ อีกทั้งส่งมอบรถพยาบาลและอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัยที่ทันสมัยให้แก่มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งส่งเสริมสุขภาพผ่านกิจกรรมกีฬาและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยผู้เข้าแข่งขันวิ่ง “แม่ฮ่องสอนครอส คันทรี่ 2026” จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “วิ่งแลกเงิน” ที่เปลี่ยนทุกระยะทางให้เป็นพลังเพื่อสังคม โดยทุก ๆ 1 กิโลเมตรจะถูกเปลี่ยนเป็นเงินสมทบทุนจำนวน 5 บาท เพื่อนำไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและสร้างประโยชน์กลับคืนสู่พื้นที่ ทำให้ทุกก้าวของผู้ร่วมงานสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพและสร้างคุณค่าแก่ชุมชน

โครงการ “อาทร่วมใจ ไล่ยุงร้าย สู้ภัยไข้เลือดออก” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ได้ส่งเสริมสุขภาพและสนับสนุนคุณภาพชีวิตของชุมชน ผ่านการมอบผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงและแมลงให้แก่โรงพยาบาลและชุมชน การจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และการร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคที่มียุงเป็นพาหะในหลายพื้นที่

ทั้งนี้ ในช่วงวันไข้เลือดออกอาเซียน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา บริษัท เอิร์ธ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขจัดกิจกรรมรณรงค์และส่งเสริมความรู้ด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออกในพื้นที่สำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน อาทิ โรงพยาบาลปางมะผ้าและโรงพยาบาลปาย ผ่านการมอบผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และคนไข้ พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและการป้องกันยุงลาย รวมถึงลงพื้นที่ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพะโข่โหล่ ชุมชนบ้านทบศอก และกาดติ๊ด มอบความรู้ ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงสำหรับครัวเรือน เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงของโรคอย่างต่อเนื่อง

“เราต้องการให้การสนับสนุนครั้งนี้เป็นมากกว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการส่งต่อความห่วงใยและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่ากิจกรรมภายใต้โครงการ ‘อาทร่วมใจ ไล่ยุงร้าย สู้ภัยไข้เลือดออก’ จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างสังคมไทยให้ห่างไกลโรคไข้เลือดออก และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนต่อไป” นายซาโตะ กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม และความเคลื่อนไหวของ บริษัท เอิร์ธ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทางเว็บไซต์ http://www.earth-th.com โทร. 02-677-3838 LINE OA: @earth-th หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook: อาท – ประเทศไทย และ OASIS Thailand

เปิดโลกแฟชั่นยั่งยืนผ่าน 23 ผลงานกระเป๋าดีไซน์ฝีมือนักศึกษา ม.กรุงเทพ

เปิดโลกแฟชั่นยั่งยืนผ่าน 23 ผลงานกระเป๋าดีไซน์ฝีมือนักศึกษา ม.กรุงเทพ

เปิดโลกแฟชั่นยั่งยืนผ่าน 23 ผลงานกระเป๋าดีไซน์ฝีมือนักศึกษา ม.กรุงเทพ

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าส่งเสริมแนวคิดแฟชั่นยั่งยืน ผสานพลังความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา ผ่านโครงการ “RE-LIFE FABRIC: BU X JASPAL GROUP SUSTAINABLE COLLABORATION 2026” ความร่วมมือระหว่างภาควิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ กับ ยัสปาล กรุ๊ป (JASPAL GROUP) ในการนำผ้าส่วนเกินจากกระบวนการผลิตของแบรนด์ในเครือยัสปาล กรุ๊ป มาต่อยอดสู่ผลงานออกแบบกระเป๋าสุดสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักศึกษาภาควิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ ได้ถ่ายทอดมุมมองและ Passion ผ่านการออกแบบกระเป๋าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมสะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม โดยผลงานทั้ง 23 ชิ้น ถูกสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “4 ฤดูกาล” ได้แก่ Spring, Summer, Autumn และ Winter ถ่ายทอดคุณค่าของวัสดุเหลือใช้ให้กลับมามีชีวิตใหม่ในรูปแบบแฟชั่นร่วมสมัย

ตลอดกระบวนการออกแบบนักศึกษาได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจาก ผศ.ดร.ณัฐสุภา เจริญยิ่งวัฒนา รองคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ และ อ.ดาลิตา เกตุศักดิ์ ที่ร่วมผลักดันให้ผลงานทุกชิ้นสะท้อนทั้งมิติความคิดสร้างสรรค์และการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ การจัดทำสื่อเพื่อเผยแพร่และจัดแสดงนิทรรศการที่ได้รับความร่วมมือจาก ผศ.ณัฐา ฉางชูโต รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ อ.กัลยรัตน์ เเพระบํา อ.อธิปการย์ จรพงค์ และทีมนักศึกษาภาควิชาการผลิตอีเว้นท์และการจัดนิทรรศการและการประชุม มหาวิทยาลัยกรุงเทพที่เข้ามาร่วมออกแบบและสร้างประสบการณ์การนำเสนอผลงานให้โดดเด่น สอดรับกับคอนเซปต์ของโครงการอย่างสมบูรณ์แบบ

VST ECS จับมือ AGIBOT ยกทัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Embodied AI ขานรับเทรนด์โลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจ

VST ECS จับมือ AGIBOT ยกทัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Embodied AI ขานรับเทรนด์โลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจ

VST ECS จับมือ AGIBOT ยกทัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Embodied AI ขานรับเทรนด์โลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจ

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าและโซลูชันไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผนึก AGIBOT ผู้นำด้านโมเดลพื้นฐาน Embodied AI มุ่งพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะควบคู่กับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ประกาศก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ธุรกิจและทรานส์ฟอร์มองค์กรเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ภายใต้แนวคิด “Embodied AI” ที่จะเชื่อมโยงความอัจฉริยะของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการใช้งานจริงในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวัน ขานรับ เทรนด์โลกที่ขับเคลื่อนด้วย Generative AI, Voice Recognition, Cloud และ 5G เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น งานบริการ, เฮลท์แคร์, ค้าปลีกและงานอีเวนต์ ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ด้านมุมมองฝั่งตลาดแรงงาน วีเอสที อีซีเอส ยืนยันว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะเข้ามา “เสริมประสิทธิภาพมากกว่าทดแทนมนุษย์ทั้งหมด” โดยจะช่วยแบ่งเบาภาระในงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ (Routine) เพื่อให้มนุษย์ไปโฟกัสงานที่ใช้ทักษะขั้นสูงและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมนี้จะช่วยสร้างตำแหน่งงานใหม่ ๆ ในอนาคต เช่น สายงานด้าน AI, ซอฟต์แวร์ และทีมสนับสนุนทางเทคนิค

ขณะที่ AGIBOT ระบุว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีการตื่นตัวด้าน Digital Transformation สูงมากในอาเซียน ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การนำเข้าหุ่นยนต์ แต่เป็นการนำนวัตกรรม “Embodied AI” มาร่วมเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบเดิม ไปสู่ยุคหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างผลิตผลที่ไร้ขีดจำกัด (Infinite Productivity) ให้กับทุกภาคอุตสาหกรรม

จิตแพทย์เตือน วิกฤตบูลลี่พุ่ง เด็กเสี่ยงซึมเศร้า PTSD และทำร้ายตนเอง

จิตแพทย์เตือน วิกฤตบูลลี่พุ่ง เด็กเสี่ยงซึมเศร้า PTSD และทำร้ายตนเอง

จิตแพทย์เตือน วิกฤตบูลลี่พุ่ง เด็กเสี่ยงซึมเศร้า PTSD และทำร้ายตนเอง

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ในวันที่สังคมไทยให้ความสำคัญกับผลการเรียน ความสำเร็จ และภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์ เด็กจำนวนมากกลับกำลังเติบโตขึ้นพร้อมบาดแผลทางใจที่ไม่มีใครมองเห็น จากคำพูดบางคำที่ผู้ใหญ่หรือเพื่อนอาจมองว่าเป็นเพียง “การล้อเล่น” แต่สำหรับเด็ก คำพูดเหล่านั้นอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียความมั่นใจ คุณค่าในตนเอง และความสุขในการใช้ชีวิต ขณะที่การบูลลี่ในยุคดิจิทัลไม่ได้จบลงเมื่อเลิกเรียน แต่สามารถติดตามเด็กไปได้ทุกที่ผ่านข้อความ คอมเมนต์ และสื่อสังคมออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง จนกลายเป็นวิกฤตเงียบที่กำลังคุกคามสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง

พญ.ปรานี ปวีณชนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า หลายคนยังมองว่า “การบูลลี่” เป็นเพียงการหยอกล้อหรือเป็นเรื่องธรรมดาของเด็ก แต่ในมุมของสุขภาพจิตการบูลลี่คือความรุนแรงรูปแบบหนึ่งที่สามารถสร้างบาดแผลทางใจได้ไม่ต่างจากการถูกทำร้ายร่างกาย และบางครั้งผลกระทบเหล่านั้นอาจติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต

“ปัญหาการบูลลี่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นอย่างมาก โดยปัจจุบันพบว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบจากการถูกบูลลี่จนพัฒนาไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล ภาวะเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) รวมถึงพฤติกรรมทำร้ายตนเอง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณสำคัญที่ครอบครัว โรงเรียน และคนใกล้ชิดไม่ควรมองข้าม”

การบูลลี่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่มีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบหลัก ได้แก่

• การบูลลี่ทางร่างกาย เช่น การตี ตบ เตะ หรือทำร้ายร่างกาย

• การบูลลี่ทางคำพูด เช่น การล้อเลียน เสียดสี ประชดประชัน หรือใส่ร้าย

• การบูลลี่ทางจิตใจและความสัมพันธ์ เช่น การกีดกันออกจากกลุ่ม การเมินเฉยหรือทำเหมือนไม่มีตัวตน

• การบูลลี่ด้านทรัพย์สิน เช่น การซ่อน ขโมย หรือทำลายข้าวของ

• การระรานทางไซเบอร์ (Cyberbullying) ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างยิ่งในปัจจุบัน

พญ.ปรานี ให้ข้อมูลเพิ่มว่า การบูลลี่ในปัจจุบันมีความรุนแรงและอันตรายมากกว่าในอดีต โดยเฉพาะ Cyberbullying ที่มีการนำรูปของเด็กไปตัดต่อ เผยแพร่คลิปประจาน สร้างข่าวลือ หรือระดมผู้คนจำนวนมากเข้ามารุมโจมตีผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ข้อมูลเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และแทบไม่สามารถลบออกจากโลกออนไลน์ได้ทั้งหมด ส่งผลให้สภาพจิตใจของเด็กถูกกระทบกระเทือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่มีการแชร์หรือส่งต่อเนื้อหาเหล่านั้น

“ในอดีต เด็กอาจหลีกหนีจากผู้ที่กลั่นแกล้งได้เมื่อกลับถึงบ้าน แต่ในปัจจุบัน โลกออนไลน์ทำให้ผลกระทบจากการบูลลี่ดำรงอยู่ได้ยาวนานกว่าที่เคย เด็กจำนวนมากรู้สึกเหมือนกำลังถูกตัดสินจากคนทั้งโลก โดยไม่มีโอกาสอธิบายข้อเท็จจริงหรือปกป้องตนเอง

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่ได้ส่งผลเพียงความรู้สึกเสียใจหรืออับอายเท่านั้น แต่ยังค่อยๆ ทำลายความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางอารมณ์และจิตใจ เมื่อความเจ็บปวดสะสม เด็กอาจเริ่มส่งสัญญาณเตือนทางสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นอาการเศร้า เครียด วิตกกังวล หงุดหงิดผิดปกติ แยกตัวจากสังคม ใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ร้องไห้ขณะใช้งานโทรศัพท์ ไม่อยากไปโรงเรียน ปฏิเสธการพูดคุยกับคนในครอบครัว หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้น

ในบางราย เด็กอาจเริ่มทำร้ายตนเอง เช่น การกรีดแขนเพื่อระบายความเครียด หรือเข้าไปอยู่ในกลุ่มออนไลน์ที่ส่งเสริมแนวคิดการทำร้ายตนเองและการฆ่าตัวตาย ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญโดยเร็วที่สุด”

พญ.ปรานี กล่าวปิดท้ายว่า การแก้ปัญหาการบูลลี่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว โรงเรียน และสังคม โดยโรงเรียนควรมีนโยบายไม่ยอมรับการบูลลี่ทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) อย่างจริงจัง พร้อมส่งเสริมการสื่อสารแบบเผชิญหน้า เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม ความเห็นอกเห็นใจ และการเคารพผู้อื่น

“การแก้ปัญหาการบูลลี่ไม่ใช่การหาคนผิด แต่คือการหยุดวงจรความรุนแรง เพื่อไม่ให้มีเด็กคนใดต้องกลายเป็นเหยื่อ หรือเติบโตขึ้นเป็นผู้ส่งต่อความรุนแรงให้กับผู้อื่น ขณะเดียวกัน การช่วยเหลือควรครอบคลุมทั้งผู้ถูกกระทำและผู้กระทำ เพราะเด็กที่กลั่นแกล้งผู้อื่นจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญปัญหาภายในครอบครัว ความรุนแรงในชีวิตประจำวัน หรือปัญหาสุขภาพจิตที่ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

สิ่งสำคัญที่สุดในการปกป้องเด็กจากการบูลลี่ คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว และสร้างความภาคภูมิใจในตนเองให้กับลูกตั้งแต่วัยเยาว์ ผ่านการชื่นชมในความพยายาม ความสามารถ และคุณค่าของตัวตน มากกว่าการเปรียบเทียบกับผู้อื่น เด็กที่มีความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) แข็งแรง จะมีภูมิคุ้มกันทางใจที่ดี สามารถแยกแยะได้ว่าเสียงวิจารณ์ใดควรรับฟังหรือปล่อยผ่าน และพร้อมขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญปัญหา

ในวันที่สังคมกำลังสอนให้เด็กแข่งขัน พ่อแม่ทุกคนต้องช่วยกันสอนเรื่องความเมตตา การเคารพความแตกต่าง และการรับฟังกันด้วยหัวใจ เพราะบางครั้งคำพูดเพียงไม่กี่คำอาจทำลายอนาคตของเด็กคนหนึ่งได้ ขณะที่การรับฟังด้วยความเข้าใจเพียงครั้งเดียว อาจช่วยรักษาหัวใจของเด็กคนหนึ่งไว้ได้ตลอดชีวิต”

หากสังเกตเห็นว่าเด็กมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น เก็บตัว เครียด วิตกกังวล ไม่อยากไปโรงเรียน หรือมีสัญญาณที่น่ากังวลด้านอารมณ์และจิตใจ สามารถปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต โรงพยาบาลพระรามเก้า โทร.1270 หรือ Line: @praram9hospital

คุณแหน : 7 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 7 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 7 กรกฎาคม 2569

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จเป็นองค์ประธาน พิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี 2568 จัดโดย มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ณ ห้องอัศวิน แกรนด์ เอ รร.อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น วันที่ 9 ก.ค. 10.00 น.…
  • ท่านกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล พร้อม มาดาม บังอร ภริยาเดินทางไปรับตำแหน่ง ที่เมืองดูไบแล้ว ตั้งแต่เมื่อ 4 ก.ค.ที่ผ่านมาโดยมีญาติสนิทมิตรรักไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิกันคับคั่ง…
  • ส่วน ท่านกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส ต่อ ศรลัมพ์ และ มาดามสิริกมล ก็เพิ่งจัดเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชนไทยและผู้ให้การสนับสนุนภารกิจของสถานกงสุลใหญ่ ฯ พร้อมถือโอกาสอำลาและมอบของอันเป็นมงคล “พระผงบัวแก้ว-พระพุทธรัตนบงกช” ของ กต. และของที่ระลึกแบรนด์ Royal Thai Consulate-General Los Angeles ให้กับทุกๆคน เมื่อ 1 ก.ค. ก่อนเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ “เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา” ในเดือนนี้…
  • สวดพระอภิธรรมศพ ศ.กิตติคุณ กำจร สุนพงษ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ วันที่ 4-8 ก.ค.18.30 น.ณ ศาลา 6 วัดธาตุทอง และฌาปนกิจศพ วันที่ 9 ก.ค.14.00 น…
  • เกือบไปแล้ว, เที่ยงคืนวันจันทร์ที่ผ่าน World Cup เป็นแมตช์ใหญ่ระหว่างทีมยิ่งใหญ่ Brazil กับ Japan ถ้าเอาตามเปเปอร์ของโต๊ะ “Bookie” ทีมญี่ปุ่นเทียบกับทีมบราซิลไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง, ประสบการณ์, ความสามารถเฉพาะตัว แต่ด้วยความมุ่งมั่นวินัยสูง ทีมญี่ปุ่นตั้งใจเล่นไม่กลัวแพ้ และก่อนครึ่งแรกก็สามารถนำ 1-0 ปรากฏว่าผู้ชมในสนามกว่าแสนคนเงียบสนิทเลย แต่แชมป์คือแชมป์ย่อมมี “ก๊อกสอง” ใช้ความสามารถเฉพาะตัวบุกทะลุทะลวงจนญี่ปุ่นตั้งตัวไม่ติดได้ประตูตีเสมอได้ และอีกไม่นานก็สามารถยิงประตูญี่ปุ่นได้อีกจบเกมส์กลายเป็นบราซิลชนะ 2-1 ที่โปรยหัวเรื่องนี้มา เพราะทีมญี่ปุ่นถึงจะแพ้แต่ชาวเอเชียต่างโห่ร้องเซ็งแซ่ในความสามารถของเลือด “บูชิโด” ที่สามารถยันรับมือทีมเก่งที่สุดในโลกได้ นอกจากนั้นยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการขอให้ บารอนเนส เสนอผู้มีอำนาจวงการฟุตบอลไทย มาดามแป้งในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้โปรดเก็บ WC วาระนี้เป็นข้อมูลในการพัฒนาฟุตบอลไทย เพราะความฝันของชาวไทยอยากให้ไทยไปบอลโลก อย่าลืมว่าไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาทีมไทยกับทีมญี่ปุ่นก็เคยแพ้ชนะกันมาแล้ว…แต่ไฉนเขาจึงสามารถเข้าไฟนอล World Cup ได้ …
  • Talk-of-the-town อีกแล้ว, กรณีข่าวการจับกุม แอร์สายการบิน TG มียาเสพติดในครอบครองที่สนามบินเมลเบิร์นนับเป็นข่าวครึกโครมมากทั้งในไทยและออสเตรเลีย เพราะบุคคลที่ถูกดำเนินคดีกลายเป็นเจ้าหน้าที่สายการบินรัฐ บารอนเนส ได้ร่วมรับประทานลันช์กับกูรูกฎหมายอาวุโส อดุลย์ ตั้งศัตยาภิรมย์ เลยขอทราบความเห็นท่านเป็นอีกมุมมองของผู้มีประสบการณ์ เริ่มต้นกูรูเอ่ยว่าเราต้องยอมรับว่า “ปัญหายาเสพติด” ของไทยเป็นอาการป่วยที่แพทย์เรียกว่า “Achilles’ Heel” ของประเทศ แม้ว่าอาการหนักขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้รับการรักษาจริงจัง ท่านกูรูขอพูดโดยสรุป เพราะปลีกย่อยก็ได้ยินกันแล้ว ก่อนอื่นกฎหมายออสซี่เขาถือว่าผิดและโทษค่อนข้างรุนแรง (แต่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ต้องหาแค่ไหนอาจนำมาซึ่งเหตุบรรเทาโทษได้), ถัดมาเสียหายต่อชื่อเสียงประเทศในฐานะที่ผู้ทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่สายการบินแห่งชาติ…แต่สำหรับ AOT นั้น ในเรื่องนี้ ได้มีการดำเนินการในเชิงรุก โดยประสาน ปปส. ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มกำลังสนับสนุนในพื้นที่สนามบิน รวมถึงการใช้ สุนัขตำรวจ หรือ K-9 เข้ามาช่วยตรวจหาสารเสพติดมากขึ้น ทั้งในพื้นที่ขาเข้าและขาออกของผู้โดยสาร ซึ่งในช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้ ได้ตรวจพบและจับกุมการลักลอบขนยาเสพติดอย่างต่อเนื่องทั้งที่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานดอนเมือง สะท้อนให้เห็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานยังคงดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง !!…

บารอนเนส

เตรียมความพร้อม ‘Miss & Mister Earth Thailand 2026’ เปิดตารางประกวดรอบตัดสิน 30 ส.ค.นี้!

เตรียมความพร้อม 'Miss & Mister Earth Thailand 2026' เปิดตารางประกวดรอบตัดสิน 30 ส.ค.นี้!

เตรียมความพร้อม ‘Miss & Mister Earth Thailand 2026’ เปิดตารางประกวดรอบตัดสิน 30 ส.ค.นี้!

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.26 น.

ดร.น้อง สิริกานต์ นำทีมประชุมใหญ่เตรียมความพร้อม Miss & Mister Earth Thailand 2026 ปรับกลยุทธ์เข้มข้น มุ่งแก้ปัญหาสังคม-สิ่งแวดล้อมระดับโลก พร้อมเปิดตารางประกวดรอบตัดสิน 30 ส.ค. นี้!

องค์กรมิสเอิร์ธไทยแลนด์ จัดประชุมหารือเตรียมความพร้อมในการประกวด Miss & Mister Earth Thailand 2026 นำโดย ดร.น้อง-สิริกานต์ อ้นสนกราน ประธานองค์กรฯ และ คุณเนย-นฤภร นฤปิติ รองกรรมการองค์กรฯ พร้อมด้วย เมฆ-จิรกิตติ์ (ผู้จัดการกองประกวด), เต๋า ทีวีพูล, หมอเลิฟ-สุรางคนา ขุนเณร (Miss Earth Fire Thailand 2025) และทีมหนุ่มๆ มิสเตอร์เอิร์ธ 2025 นำโดย ภัค ปภังกร, บ๊อบบี้ ปณชัย, เอิร์ธ วรดร, เบิร์ธ ณัทธา, ธอม ทศวรรต และ Brand Ambassador ยศ ระวังพาล ร่วมระดมสมองปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ

ดร.น้อง สิริกานต์ เปิดใจถึงทิศทางการประกวดในปีนี้ว่า ‘ยุคนี้ต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อผลักดันให้ผู้เข้าประกวดได้แสดงสปิริตและทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อโลกอย่างแท้จริง โดยการประชุมครั้งนี้ได้ระดมไอเดียในประเด็นสำคัญ ทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิตและเน้นย้ำเรื่องสถาบันครอบครัวเพื่อลดแรงกดดันของวัยทำงาน ตลอดจนปัญหาโลกร้อน, ฝุ่น PM 2.5 และการจัดการขยะล้นโลกที่ต้องทำให้ง่ายและลงมือทำได้จริง เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ พร้อมมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้เข้าประกวดเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประชาคมโลกและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“หากเราไม่สนโลก โลกก็ไม่สนเรา การประกวดครั้งนี้ไม่ใช่แค่สีสัน แต่คือการสร้างความมั่นใจและให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการปกป้องโลกใบนี้ร่วมกัน” ดร.น้อง กล่าวทิ้งท้าย พร้อมเชิญชวนผู้สนใจสมัครเข้าประกวดตั้งแต่วันนี้ – 9 สิงหาคม 2569

เกาะติดตารางการประกวด Miss & Mister Earth Thailand 2026

วันนี้ – 9 สิงหาคม 2569 : เปิดรับสมัครผู้เข้าประกวด

3 สิงหาคม 2569 : งานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

16 สิงหาคม 2569 : รอบออดิชั่น (Audition)

19 – 23 สิงหาคม 2569 : กิจกรรมเก็บตัวรูปแบบไฮบริด (Hybrid)

24 – 28 สิงหาคม 2569 : กิจกรรมเก็บตัวเต็มรูปแบบ ณ โรงแรมเอ็นสิริ ลำลูกกา ปทุมธานี

26 สิงหาคม 2569 : การประกวดรอบชุดว่ายน้ำ (Swimsuit Round) ณ โรงแรมเอ็นสิริ ลำลูกกา ปทุมธานี

30 สิงหาคม 2569 : การประกวดรอบตัดสิน (Final Round) ณ CDC  crystal design center

เปิด “ขุมพลังอีสาน” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่าน Isan Creative Festival 2026 กับโปรแกรมห้ามพลาดพลิกโอกาสใหม่ของภูมิภาค

เปิด “ขุมพลังอีสาน” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่าน Isan Creative Festival 2026 กับโปรแกรมห้ามพลาดพลิกโอกาสใหม่ของภูมิภาค

เปิด “ขุมพลังอีสาน” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่าน Isan Creative Festival 2026 กับโปรแกรมห้ามพลาดพลิกโอกาสใหม่ของภูมิภาค

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.28 น.

เตรียมปักหมุดนับถอยหลังไปกับ “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569” หรือ ISAN Creative Festival 2026 (ISANCF2026) ภายใต้ธีม “นอร์ทอีสเดิ้น : NORTHEAST MODERN พร้อมสรรพ | ปรับตัว | ม่วนมิตร” ชวนค้นพบศักยภาพใหม่ของภาคอีสานที่เต็มไปด้วยความ “เดิ้น” ทั้งผู้คน ธุรกิจโลคัลที่พร้อมเปิดบ้าน และชุมชนที่รอต้อนรับอย่างม่วนมิตร พร้อมด้วยโปรแกรมสร้างสรรค์กว่า 200 โปรแกรม ครบเครื่องแบบปรุงจัด! ทั้งนิทรรศการที่ชวนตั้งคำถามถึงหน้าฝน ให้กลายเป็นแหล่งโอกาสทางธุรกิจ, เวทีที่ชวนแลกเปลี่ยนมุมมองธุรกิจที่พาให้ทุกคนรอด, Fine Dining จากวัตถุดิบอีสานจับคู่กับสุราพื้นถิ่น, นิทรรศการเศรษฐกิจแห่งการปรับตัว ผ่านกรณีศึกษาจาก 20 จังหวัดทั่วอีสาน, เวทีของทุกจังหวะโอกาสทางดนตรี และความร่วมมือกับนานาชาติกว่า 13 ประเทศ ระหว่างวันที่ 11 – 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 – 21.00 น. ใน 4 พื้นที่หลักของจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ TCDC ขอนแก่น, เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ และศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) ทั่วจังหวัดขอนแก่นและภาคอีสาน

เปิดโปรแกรมไฮไลต์โชว์ความ “เดิ้น” พร้อมสรรพ ปรับตัว ม่วนมิตร

ภาพจำของ “ภาคอีสาน” ของใครหลาย ๆ คน อาจมองภูมิภาคนี้ด้วยข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และถูกมองเป็นเพียงแหล่งแรงงานและพื้นที่เกษตรกรรม แต่อีสานในวันนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อ “พลังอีสาน” กำลังกลายเป็น “ขุมทรัพย์แห่งอนาคต” ของประเทศไทย CEA จึงเดินหน้าผลักดันวางตำแหน่งภาคอีสานให้เป็น “ขุมทรัพย์แห่งอนาคต” และหนึ่งใน Growth Engine สำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ด้วยศักยภาพที่ครบครันทั้งทุนวัฒนธรรม ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมลุ่มแม่น้ำโขง และทุนมนุษย์ที่พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านการจัดเทศกาลฯ ในปีนี้ ทั้ง 3 แกนหลัก ได้แก่ 1. Creative Hub 2. Location Strategy และ 3. Human Capital ด้วยกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจ ดังนี้

1. Creative Hub : แปลงทุนวัฒนธรรม สู่มูลค่าเศรษฐกิจใหม่

อีสานมีทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น ทั้งอาหาร ดนตรี ภาษา งานหัตถกรรม งานออกแบบ ภาพยนตร์ คอนเทนต์ ศิลปะร่วมสมัย รวมถึงภาคเกษตรมูลค่าสูง ที่สามารถต่อยอดผ่านการออกแบบ นวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา (R&D) และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เพื่อสร้างสินค้า บริการ และประสบการณ์ร่วมสมัยมูลค่าสูง สะท้อนผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ

นิทรรศการ “เซิร์ฟอีสาน” (The Isan Server Exhibition) เปลี่ยนวิถีชีวิตและเรื่องเล่าพื้นบ้านสู่การออกแบบเกมอัตลักษณ์ระดับสากล เปิดพื้นที่เรียนรู้ประสบการณ์จริงจากผู้เล่นสู่ผู้สร้าง เพื่อเปลี่ยนไอเดียจากรากเหง้าสู่โครงร่างเกมที่จับต้องได้

นิทรรศการ“แซบ ซี๊ด เต็ม” (The ZAAP System Exhibition) นำเสนอการยกระดับภูมิปัญญาและถนอมอาหารอีสานสู่การสร้างมูลค่าในอุตสาหกรรมสากล พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับกลุ่มผู้ซื้อเพื่อขยายตลาดและเครือข่ายธุรกิจครบวงจร

นิทรรศการ “อีสานเรนนี่สีสัน” (The Isan Rainy Season Exhibition) พลิกฤดูฝนจาก Low Season สู่ Creative Opportunity ชวนค้นหาเสน่ห์ฤดูฝนที่จำลองธรรมชาติและสัมผัสประสาทสัมผัสทั้งสี่ เพื่อจุดประกายต่อยอดในบริบทธุรกิจและวิถีชีวิต

อีสานสตูดิโอโชว์เคส (Isan Studio Showcase) แพลตฟอร์มขยายธุรกิจสร้างสรรค์ ที่เปิดพื้นที่จัดแสดงผลงานจากกว่า 30 สตูดิโอที่มีความโดดเด่นและ “เดิ้น” เพื่อสร้างการรับรู้และแรงบันดาลใจ ผ่านเรื่องราวและไอเดียที่หยิบยกทุนทางวัฒนธรรมมานำเสนออย่างสร้างสรรค์ พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการสู่การต่อยอดทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ThaiBev x Special Recipe by Local Chef ยกระดับสุราขาวรวงข้าวและวัตถุดิบอีสานสู่สากล ผ่านเมนูอาหารและเครื่องดื่มต้นแบบโดยเชฟแกรนด์ – ดลวัฒน์ ศรีสำราญ (Melt Beef) ผู้เชี่ยวชาญด้าน Food R&D และ Fine Dining ประสบการณ์ต่างประเทศกว่า 8 ปีร่วมกับเชฟมิชลิน

CENTRAL x D-KAK MARKET, D-CRAFT & D-FOOD ตลาดสร้างสรรค์ที่รวบรวมสินค้าเด่น งานคราฟต์ และผลิตภัณฑ์จาก 20 จังหวัดอีสาน พร้อมยกระดับภูมิปัญญาและ Soft Power ท้องถิ่นสู่โอกาสใหม่ของตลาดสร้างสรรค์

2. Location Strategy : เชื่อมอีสานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง

  อีสานกำลังก้าวสู่ Connectivity Hub ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ด้วยศักยภาพด้านทำเล การเชื่อมโยงระบบคมนาคม การค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เชื่อมประเทศไทยกับ สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ พร้อมตลาดกว่า 200 ล้านคน มีโปรแกรมที่น่าสนใจ เช่น

นิทรรศการ “นอร์ทอีส – เดิ้น” (The NORTHEAST MODERN Exhibition) เปิดมุมมองอีสานยุคใหม่ “Adaptive Economy หรือ เศรษฐกิจแห่งการปรับตัว” ผ่านกรณีศึกษาจาก 20 จังหวัดทั่วอีสาน ที่นำทุนทางวัฒนธรรมมาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์และเดิ้นกว่าที่เคย 

อีสานดีลโลด X The Investor Talk in KHON KAEN by Canvas Ventures International เวที Pitching และ VC Mentoring เชื่อมสตาร์ทอัปกับนักลงทุน

KKU CHIC When Chinese Greet Isan จับคู่ธุรกิจกับนักลงทุนจีนและเครือข่ายโลจิสติกส์เพื่อการส่งออก

Isan Sync: Synchronizing Local Wisdom with Global Business แพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจ เชื่อมผู้ประกอบการอีสานกับผู้ซื้อและห้างค้าปลีกทั้งไทยและต่างประเทศ

The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026 by THE STANDARD เวทีเชื่อมงานวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจ สู่การพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์

3. Human Capital : คนอีสาน พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต

หัวใจของการเติบโตคือ “คน” โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิด เทศกาลฯ จึงเป็นพื้นที่พัฒนาศักยภาพคน ผ่านการ Upskill และ Reskill เพื่อสร้างผู้ประกอบการและแรงงานสร้างสรรค์รุ่นใหม่

KUPPER ART FES 2026 UpForce: แฮงฮุ่ง เดชคะนอง by ISANCF x TCEB x KUPPER ART FES พื้นที่ศิลปะร่วมสมัยที่ชวนมองอีสานผ่านพลังของศิลปิน อัตลักษณ์ และการตีความใหม่ของวัฒนธรรมในยุคปัจจุบัน

ISAN Creative Talk เวทีเสวนาประจำเทศกาลฯ รวมผู้นำความคิด นักออกแบบ นักนวัตกรรม และนักขับเคลื่อนเมือง เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดโอกาส

AWESOME SKILL PROJECT (วัยรุ่น ’เทส’ ดี มาลอง ‘เทส’ ดิ) โครงการพัฒนาทักษะและเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้งภาพยนตร์ บรอดแคสต์ สิ่งพิมพ์ และเกม

OKMD x The Street Performance เวทีที่ต่อยอดศักยภาพเยาวชนดนตรีสร้างสรรค์ ผ่านการเรียนรู้ ฝึกฝน และเก็บประสบการณ์จริงบนเวทีเทศกาล “อีสาน” ภูมิภาคแห่งโอกาส ความหวัง และอนาคต

เมื่อพลังของวัฒนธรรม พื้นที่ และผู้คน ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ “พลังอีสาน” จะไม่ใช่เพียงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ แต่คือ Growth Engine ใหม่ของประเทศไทย ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลประจำปี แต่เป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอีสาน จาก “ภูมิภาคแห่งแรงงาน” สู่ “ภูมิภาคแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์” พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ค้นหาโอกาสใหม่ สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของอีสานและประเทศไทยไปพร้อมกัน

พบกับเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 หรือ Isan Creative Festival 2026 (ISANCF2026) ระหว่างวันที่ 11 – 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 – 21.00 ณ จังหวัดขอนแก่น ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ 4 แห่ง ได้แก่ TCDC ขอนแก่น, เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ และศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) รวมถึงพื้นที่สร้างสรรค์อื่น ๆ ทั่วภูมิภาคอีสาน

ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวได้ที่

Website: www.Isancreativefestival.com

Facebook / Instagram: Isancreativefestival

#ISANCREATIVEFESTIVAL #เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ #ISANCF2026 #NORTHEASTMODERN