ตรุษจีน ระวังไซนัสอักเสบ ควันธูป–เผากระดาษ ตัวการสำคัญ

ตรุษจีน ระวังไซนัสอักเสบ ควันธูป–เผากระดาษ ตัวการสำคัญ

ตรุษจีน ระวังไซนัสอักเสบ ควันธูป–เผากระดาษ ตัวการสำคัญ

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.54 น.

ช่วงเทศกาลตรุษจีน หลายๆ บ้านมีการจุดธูปและเผากระดาษจำนวนมาก ควันเหล่านี้ไม่เพียงก่อให้เกิดการระคายเคืองจมูก แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ไซนัสอักเสบกำเริบหรือรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการเรื้อรังอยู่แล้ว การสัมผัสควันซ้ำ ๆ อาจทำให้การอักเสบยืดเยื้อและควบคุมอาการได้ยากขึ้น

นายแพทย์บรรณวัชร ตันติคุณ โสต ศอ นาสิกแพทย์ชำนาญการด้านโรคจมูกและภูมิแพ้ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล

นายแพทย์บรรณวัชร ตันติคุณ โสต ศอ นาสิกแพทย์ชำนาญการด้านโรคจมูกและภูมิแพ้ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ในควันธูปและควันเผากระดาษ จะประกอบด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5), ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์, สารระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ, และสารเคมีจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งสารเหล่านี้สามารถเข้าสู่จมูกโพรงไซนัสและปอดได้ ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ

ทำไมช่วงวันตรุษจีน ไซนัสอักเสบ จึงกำเริบ?

 ไซนัสอักเสบ ภาวะที่เยื่อบุโพรงอากาศข้างจมูกเกิดการอักเสบ ในช่วงตรุษจีนจะมีฝุ่นและสารระคายเคืองจำนวนมากที่มาจากควันธูปและควันจากการเผากระดาษ เมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้ เยื่อบุโพรงจมูกบวม ทางระบายไซนัสแคบลง

การระบายของน้ำมูกบกพร่อง  การสูดดมสารก่อการระคายเคืองเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดการกำเริบของอาการไซนัสอักเสบเป็นมากขึ้น และ หากสัมผัสสารเหล่านี้บ่อยๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังได้

อาการแสดงของไซนัสอักเสบ ได้แก่ มีน้ำมูกข้นเหนียว  คัดจมูก หายใจลำบาก ปวดบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะหน้าผาก โหนกแก้ม สันจมูก และรอบกระบอกตา การรับกลิ่นลดลง

การดูแลรักษา ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาการรักษาด้วยยาบรรเทาตามอาการเป็นหลัก เช่น ยาลดอาการคัดจมูก ยาแก้ปวด และการล้างจมูก ในบางกรณีอาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

สำหรับ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง แนวทางการรักษาจะมุ่งเน้นการลดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก เช่น การใช้สเตียรอยด์พ่นจมูก และ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เพื่อช่วยลดอาการบวมของเยื่อบุโพรงจมูก และส่งเสริมการระบายของไซนัสให้ทำงานได้ดีขึ้น ในผู้ป่วยไซนัสอักเสบเรื้อรังบางรายที่อาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา แพทย์อาจพิจารณาทางเลือกการรักษาอื่นเพิ่มเติม

ปัจจุบัน การรักษาด้วย การผ่าตัดไซนัสผ่านกล้อง เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นการผ่าตัดผ่านทางรูจมูกโดยใช้กล้องเอนโดสโคป ช่วยให้แพทย์มองเห็นกายวิภาคของโพรงจมูกและไซนัสได้อย่างชัดเจน และสามารถแก้ไขตัวโรคได้ตรงจุด โดยไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อน้อย ฟื้นตัวเร็ว และช่วยให้อาการทางจมูกดีขึ้น

ทรอส เจาะอินไซต์ผู้ชายไทยเปิดตัวนวัตกรรมกู้ผมร่วง ‘สารสกัดเหงือกปลาหมอ’

ทรอส เจาะอินไซต์ผู้ชายไทยเปิดตัวนวัตกรรมกู้ผมร่วง‘สารสกัดเหงือกปลาหมอ’

ทรอส เจาะอินไซต์ผู้ชายไทยเปิดตัวนวัตกรรมกู้ผมร่วง‘สารสกัดเหงือกปลาหมอ’

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ยกระดับความโปรให้หนุ่มๆ มั่นใจขั้นสุด ทรอส (TROS) ผู้นำผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตัวเองและช่วยเสริมสร้างความมั่นใจสำหรับผู้ชาย หนึ่งในแบรนด์สินค้าคุณภาพภายใต้ นีโอ คอร์ปอเรท เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเพื่อแก้ปัญหาผมขาดหลุดร่วงโดยเฉพาะ “TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series” (ทรอส โปร แอดวานซ์ แอนตี้-แฮร์ ลอส ซีรีส์) ตอบโจทย์อินไซต์ผู้ชายไทยที่กังวลเรื่องปัญหาผมบางและสุขภาพหนังศีรษะ ณ Préf Café & Bar

ภายในงานเปิดตัวได้รับเกียรติจาก อ.ดร.วนัชวรรณ วิสุทธิพรต อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มาร่วมไขความลับแห่งนวัตกรรมพืชพื้นถิ่นของไทยสู่รางวัลระดับสากล พร้อมด้วย “ก๊อต” จิรายุ ตันตระกูล นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ เจ้าของบุคลิกโดดเด่นและใส่ใจดูแลตัวเองในทุกมิติ มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลตัวเอง  

ศิริสุภา อาจสัญจร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เผยถึงทิศทางของแบรนด์ว่า จากการศึกษาเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่าปัญหาผมร่วงและผมบาง เป็นหนึ่งในความกังวลอันดับต้นๆ ที่ทำลายความมั่นใจของผู้ชายทุกวัย ไม่ใช่แค่ในกลุ่มผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เริ่มพบในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นจากไลฟ์สไตล์และความเครียด อีกทั้งในส่วนของผู้ชายเอง ค่อนข้างมีแนวโน้มผมขาดร่วงมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากผู้ชายมีกิจกรรมที่แตกต่างจากผู้หญิง ตลอดจนมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงกว่า และจะถูกเปลี่ยนเป็น DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งมีผลกระทบต่อรากผมโดยตรง ทำให้เส้นผมบางลงและวงจรชีวิตสั้นลง ซึ่งทำให้รูขุมขนอ่อนแอและเส้นผมหลุดร่วงง่ายกว่า โดยผู้ชายมักมีรูขุมขนบริเวณขมับและกระหม่อมไวต่อ DHT มากกว่าผู้หญิง

 “ครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับนักวิจัยไทย ที่นำพืชพื้นถิ่นของไทยอันทรงคุณค่ามาพัฒนาเป็นสารสกัดสำคัญ คือ ‘สารสกัดเหงือกปลาหมอ’ (Sea Holly Extract) โดยมี สิทธิบัตรงานวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวรรองรับ การันตีด้วยรางวัลระดับนานาชาติ 2 รางวัล คือ เหรียญรางวัล Bronze Award จากงาน Geneva International Exhibition of Inventions 2024 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และ Special Prize จาก Korea Invention Promotion Association สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ไทยที่มีความโดดเด่นไม่แพ้แบรนด์จากชาติใดในโลก” ศิริสุภา กล่าว

อ.ดร. วนัชวรรณ วิสุทธิพรต อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาหนังศีรษะและเส้นผมหลุดร่วงของผู้ชาย พร้อมอธิบายถึงสารสกัดเหงือกปลาหมอที่มีคุณสมบัติเด่นในการแก้ปัญหาผมร่วงว่า  ปัจจุบันสาเหตุของผมร่วงในผู้ชายไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมหรือฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยทำร้ายเส้นผมที่เราต้องเจอทุกวัน โดยเฉพาะ ฝุ่น PM 2.5 ที่กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระสะสมที่รากผม จนเกิดการอักเสบและทำให้วงจรชีวิตเส้นผมสั้นลง การดูแลรักษาจึงต้องใช้นวัตกรรมที่สามารถดูแลได้ลึกถึงระดับเซลล์รากผม ทั้งการลดการอักเสบ ยับยั้งเอนไซม์ต้นเหตุการเกิดฮอร์โมน DHT และเติมสารอาหารเพื่อกระตุ้นให้รากผมกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

“จากการศึกษาวิจัยในระดับโมเลกุล เราค้นพบว่า ‘สารสกัดเหงือกปลาหมอ’ (Sea Holly Extract) มีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากในการแก้ปัญหาผมร่วงที่ต้นเหตุ คือช่วยยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการสร้างฮอร์โมน DHT ที่ทำให้รากผมฝ่อและหลุดร่วง นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์รากผมจากมลภาวะภายนอก ทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมในระยะเจริญเติบโตยาวนานขึ้น เส้นผมจึงกลับมาหนาและแข็งแรง

การนำพืชพื้นถิ่นของไทยอย่าง ‘เหงือกปลาหมอ’ มาพัฒนาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์กลไกการออกฤทธิ์ที่ชัดเจน จนได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งรางวัลจากสวิตเซอร์แลนด์และเกาหลีใต้ เป็นการยืนยันว่าพืชพื้นถิ่นไทยเมื่อผ่านเทคโนโลยีการสกัดขั้นสูง สามารถมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือเหนือกว่าสารเคมีในการแก้ปัญหาผมร่วงผมบาง และยังมีความปลอดภัยสูงต่อหนังศีรษะในระยะยาว” อ.ดร. วนัชวรรณ กล่าว

TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series ประกอบด้วยคู่หู 2 สเต็ป ที่จะมาช่วยจัดการปัญหาผมบางและขาดหลุดร่วงได้อย่างครอบคลุม ได้แก่  TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Shampoo (ทรอส โปร แอดวานซ์ แอนตี้-แฮร์ ลอส แชมพู) แชมพูสูตรลดผมขาดหลุดร่วง ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Sea Holly Extract (สารสกัดเหงือกปลาหมอ) ชะลอผมขาดหลุดร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพทำความสะอาดล้ำลึก  และ TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Tonic (ทรอส โปร แอดวานซ์ แอนตี้-แฮร์ ลอส โทนิก) โทนิก ฟื้นฟูและบำรุงลึกถึงโคนผมและหนังศีรษะ และฟื้นบำรุงเส้นผมที่อ่อนแอด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Sea Holly Extract (สารสกัดเหงือกปลาหมอ) ตรงเข้าไปดูแลลึกถึงสาเหตุของผมร่วง เปราะขาดง่าย

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ Shopee : https://shp.ee/2478ltr Lazada : https://bit.ly/4rp3rBa Konvy : https://konvy.me/49APOZj  พร้อมติดตามกิจกรรมและเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพิ่มเติมได้ทาง Facebook  www.facebook.com/TROSThailand  และ TikTok http://www.tiktok.com/@trosthailand

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พายุในขวด

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พายุในขวด

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พายุในขวด

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                  กาลครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ ในหมู่บ้านที่เงียบสงบใกล้กรุงเทพฯ มีเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ “มะลิ” แม้มะลิจะเป็นเด็กจิตใจดี แต่เธอก็มีนิสัยเสียอย่างหนึ่งคือ “ใจร้อน” “โกรธง่าย” และ “วู่วาม” เมื่อใดที่เพื่อนพูดไม่เข้าหู หรือทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ความคิดของเธอจะปั่นป่วนเหมือนมีพายุหมุนอยู่ในหัว จนเธอมักจะเผลอพูดจารุนแรงหรือปาสิ่งของใส่ผู้อื่นเสมอ

                  วันหนึ่ง มะลิเดินร้องไห้เสียใจ ไปหาหลวงตาที่วัดป่าท้ายหมู่บ้าน เพราะเธอเพิ่งทะเลาะกับเพื่อนรักจนเสียมิตรภาพไป มะลิคร่ำครวญว่า

                 “หลวงตาเจ้าขา ทำไมใจของหนูถึงวุ่นวายและคุมไม่อยู่เช่นนี้ หนูไม่อยากเป็นคนขี้โมโหเลยค่ะ”

                  หลวงตาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ท่านหยิบ ขวดโหลแก้ว ใบหนึ่งขึ้นมา ภายในขวดมีน้ำใสสะอาดและมีผงทรายละเอียดนอนก้นอยู่ หลวงตาส่งขวดนั้นให้มะลิแล้วบอกว่า “ลองเขย่าขวดนี้แรง ๆ ดูสิ”

                  มะลิเขย่าโหลตามคำสั่ง ทันใดนั้น ผงทรายที่เคยนิ่งสนิท ก็กระจายไปทั่วขวด ทำให้น้ำที่เคยใสกลายเป็นขุ่นมัว มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเองที่อยู่อีกด้านของขวด “ใจของเจ้าตอนโกรธ ก็เหมือนน้ำในขวดนี้แหละ” หลวงตากล่าวเรียบ ๆ                    

                  “เมื่อเจ้าปล่อยให้อารมณ์เข้ามากระแทก ใจของเจ้าก็จะขุ่นมัวจนมองไม่เห็นความจริง มองไม่เห็นความดีของคนอื่น และมองไม่เห็นความผิดของตัวเอง”

                  มะลิถามว่า “แล้วหนูต้องทำอย่างไรให้น้ำกลับมาใสเหมือนเดิมคะ?

                  หนูต้องเอาอะไรมาคน หรือต้องเทน้ำทิ้งไหม?”

                  หลวงตายิ้มแล้วตอบว่า “ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่วางขวดใบนี้ลงนิ่ง ๆ แล้วเฝ้ามองมันก็พอ”

                  มะลิทำตาม เธอวางขวดแก้วลงบนแคร่ไม้ แล้วนั่งมองน้ำที่กำลังหมุนติ้วอยู่อย่างเงียบ ๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง ทรายที่ฟุ้งกระจายค่อย ๆ ทิ้งตัวลงสู่ก้นขวดตามแรงโน้มถ่วง ทีละนิด… ทีละนิด จนในที่สุด น้ำในขวดก็กลับมาใสสะอาดดังเดิม

                 “นี่คือ ภาวนามัย” หลวงตาสอนต่อ “การภาวนาไม่ใช่การนั่งสมาธิ ไม่ใช่บังคับใจไม่ให้โกรธ เพราะพายุแห่งความโกรธ โลภ หลง อาจเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา แต่การภาวนาคือการรู้จัก ‘หยุดนิ่ง’ และ ‘เฝ้าดู’ เมื่อมีสติ รู้เท่าทันว่าใจกำลังขุ่นมัว แล้วหยุดนิ่งอยู่กับลมหายใจ เพียงรอไม่นานนัก ตะกอนแห่งอารมณ์จะตกลงไปนอนก้นเอง และใจก็จะใสกระจ่างพอที่จะปัญญาเห็นทางแก้ไขปัญหา”

                 ตั้งแต่วันนั้นมา เมื่อใดที่มะลิเริ่มรู้สึกโกรธ เธอจะนึกถึง “พายุในขวด” แล้วหยุดนิ่งเพื่อดูลมหายใจของตัวเอง จนความโกรธสงบลง มะลิกลายเป็นเด็กที่มีสมาธิและใจเย็น จนใคร ๆ ต่างก็อยากอยู่ใกล้ชิดเธอเสมอมา

                 นิทานเรื่องนี้สะท้อนการทำความดีในบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ ข้อที่ 3 ภาวนามัย (การทำบุญด้วยการตั้งใจมั่น)

ขวดที่ถูกเขย่า: เปรียบเสมือนจิตที่ขาดสติ ถูกอารมณ์ฝ่ายต่ำ (ความโกรธ) เข้าครอบงำจนขุ่นมัว
การวางขวดไว้นิ่ง ๆ: เปรียบเสมือนการตั้งใจมั่น ฝึกสติ ไม่กระโจนไปตามอารมณ์ แต่เฝ้ามองอารมณ์นั้นด้วยใจที่สงบ
น้ำที่กลับมาใส: เปรียบเสมือนปัญญาที่เกิดขึ้นเมื่อใจสงบ ทำให้เราตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้องได้

                 การภาวนา ไม่ใช่เพียงการนั่งสมาธิ สวดมนต์ หลับตาในวัด แต่คือการฝึกตั้งใจให้มั่นคง ท่ามกลางพายุแห่งปัญหาในชีวิตประจำวัน

อาทร  จันทวิมล

หยุดวงจรเครียดสะสม! ปรับไลฟ์สไตล์ป้องกัน ‘ภาวะหมดไฟ’

หยุดวงจรเครียดสะสม! ปรับไลฟ์สไตล์ป้องกัน ‘ภาวะหมดไฟ’

หยุดวงจรเครียดสะสม! ปรับไลฟ์สไตล์ป้องกัน ‘ภาวะหมดไฟ’

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประโยคที่ว่า “งานหนัก ไม่เคยฆ่าใคร” อาจใช้ไม่ได้ในโลกการทำงานในตอนนี้ เมื่อความเครียดเรื้อรังจากการทำงานเปรียบเสมือนภัยเงียบที่คอยกัดกินสุขภาพกายและใจ และหากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามสู่ “ภาวะหมดไฟ” ที่ทำลายทั้งชีวิตส่วนตัวและการงานของเราจนยากจะแก้ไข ด้วยความเข้าใจในปัญหาความเครียดของคนทำงาน ALive Powered by AIA แอปพลิเคชันดูแลสุขภาพกาย ใจ และการเงิน จับมือกับ โรงพยาบาลวิมุต เปิดเวทีเสวนา Stress Less, Happy More เจาะลึกปมปัญหาพร้อมแนะนำวิธีรับมือความเครียดอย่างถูกวิธี โดยมี พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวช ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต  มาแชร์เคล็ดลับการดูแลใจ ให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างแฮปปี้อีกครั้ง

พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวช ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต 

รู้ทันความเครียด ทำไม “งานยุคใหม่” ทำให้เราป่วยใจ

การทำงานสมัยใหม่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและแรงกดดันที่มากขึ้น เทคโนโลยีที่เคยช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นกลับกลายเป็นกับดักที่ทำให้เราต้อง “ออนไลน์ตลอดเวลา”  จนเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัวลดลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้หลายคนแบกความเครียดกลับบ้านโดยไม่รู้ตัว โดยเมื่อร่างกายเผชิญความกดดันจะเข้าสู่โหมด Fight or Flight Response (สู้หรือหนี) พร้อมหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่าง Adrenaline และ Cortisol ออกมาเพื่อเตรียมรับมือ หากสิ่งนี้เกิดขึ้นชั่วคราวก็คงไม่เป็นไร แต่เมื่อไหร่ที่ภาวะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนหรือปี ร่างกายของเราก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องยนต์ที่ติดอยู่ตลอดโดยไม่ได้พัก จนสุดท้ายจะส่งผลเสียรุนแรงต่อร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดอาการสมองล้า คิดช้าลง ตัดสินใจไม่ได้ อารมณ์เปราะบาง หงุดหงิดง่าย ไปจนถึงอาการทางกาย เช่น ปวดหัวไมเกรน นอนไม่หลับ และปวดเมื่อยเรื้อรัง

คุณกำลัง “เครียดสะสม” จนเป็น “ภาวะหมดไฟ” หรือไม่

พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ กล่าวว่า “ถ้าเราปล่อยให้ร่างกายแบกรับความเครียดซ้ำ ๆ และไม่ดูแลให้ดีอาจนำไปสู่ ‘ภาวะหมดไฟ’ (Burnout) ได้ในอนาคต โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้บอกสัญญาณเตือนของภาวะนี้ไว้ 3 ข้อ เริ่มจากความรู้สึกหมดพลัง หรือเหนื่อยล้าเรื้อรังแบบที่นอนพักเท่าไหร่ก็ไม่หาย ตามมาด้วยทัศนคติที่เปลี่ยนไปในทางลบ รู้สึกห่างเหินจากงาน มองเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าด้วยความรู้สึกด้านชา และสุดท้ายคือประสิทธิภาพการทำงานลดลง ความมั่นใจหดหาย เกิดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง หากใครที่เริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ แนะนำให้มาปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีดูแลใจร่วมกัน โดยเฉพาะกลุ่ม Perfectionist หรือคนที่คิดว่าทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ เพราะมักจะแบกความคาดหวังไว้เกินลิมิตจนเครียดสะสมไม่รู้ตัว”

หยุดวงจรเครียดสะสม! ปรับไลฟ์สไตล์ป้องกัน “ภาวะหมดไฟ”

การป้องกันภาวะหมดไฟให้ได้ผลดีที่สุดเริ่มจากการลดความเครียดและหันมาใส่ใจดูแลตัวเองให้มากขึ้น จำกัดชั่วโมงทำงานไม่ให้นานเกินไป และต้องให้ความสำคัญกับการพักผ่อนให้เพียงพอ พญ. เพ็ญชาญา  อธิบายเพิ่มเติมว่า “พยายามหาวิธีผ่อนความเครียดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง อาจจะเป็นการออกกำลังกาย ทำสิ่งที่ชอบและผ่อนคลายในแบบของตนเอง หรือการพูดคุยระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจ ถ้าลองปรับเปลี่ยนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นก็อย่าปล่อยไว้ อยากให้เข้ามาปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อหาแนวทางรักษาสุขภาพใจไปด้วยกัน

ความเหนื่อยและความเครียดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ใช่ความผิดของเรา ดังนั้น อยากให้ทุกคนกลับมากอดตัวเอง อนุญาตให้ตัวเองได้พัก และหากวันไหนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วจริง ๆ ก็อยากให้เข้ามาปรึกษาจิตแพทย์ เพราะมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการเริ่มดูแลรักษาใจของเราให้กลับมาแข็งแรงและมีความสุขได้อีกครั้ง”  

ผู้ที่กำลังเผชิญกับความเครียด หรือภาวะหมดไฟในการทำงาน สามารถขอรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต  และนัดหมายแพทย์ได้ที่ศูนย์สุขภาพใจ ชั้น 18  เวลาทำการ 08:00 – 18:00 น. โทร. 02-079-0078 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

คุณแหน : 10 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน:10 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน:10 กุมภาพันธ์ 2569

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

llการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 เพิ่งผ่านพ้นไป ขอแสดงความยินดีกับ ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ ทุกคน และ ทุกพรรค ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนให้มาทำหน้าที่ เป็นผู้แทนราษฎรในครั้งนี้…

llบารอนเนส ขอเล่าย้อนหลังว่า ก่อนหน้าการเลือกตั้ง แต่ละหน่วยงานพยายามจัดรายการส่งเสริมประชาธิปไตยในรูปแบบของการ “แถลงนโยบาย” หรือการ “อภิปราย” (DEBATE) มากมายหลายรายการโดยเจาะเชิญ หัวหน้าพรรค หรือไม่ก็ นักพูดฝีปากดี ของพรรคมาประชันกันเพื่อเรียกคะแนนนิยมจากประชาชน…ในการเมืองยุคที่ผ่านมา พูดถึงตัวบุคคลในลักษณะนักพูด “BORN-TO-BE” ก็ต้องยกตัวอย่าง 2 บุคคลดาวเด่น โดยแต่ละท่านขอเน้นว่ามาจากแบ๊คกราวด์ที่แตกต่างกัน (1) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โอลด์บอยจากสองสถาบันการศึกษาที่ถือกันว่าดีที่สุดในโลกคือ รร. ETON และ OXFORD UNIVERSITY ส่วนอีกด้านหนึ่ง ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ฮีโร่ของโลคัลบอย ทั้งคู่ต่างมีบุคลิกที่มี CHARISMA สูงต่อมวลชนดึงดูดผู้เข้าชม/ฟังจำนวนมาก ซึ่งก็สามารถแปลงเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงในการเลือกตั้งได้…เจ้าของวลีเด็ด “ไปทะเลเจอฉลาม มาสภาเจอเฉลิม” เมื่อหลายปีก่อนเคยเอ่ยให้ บารอนเนส ฟังว่า “นัก DEBATE ทำได้ทั้งสองอย่างคือทั้งโต้วาทีและบรรยาย, แต่นัก LECTURE ทำได้เพียงอย่างเดียวคือบรรยายเท่านั้น บ่อยครั้งไม่สามารถฝ่าคลื่นลมฝีปากในสภาได้”…

llหันมาสนใจด้านการเมืองโลกบ้าง…เป้าหมายของ ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่เคยแน่นอน สองอาทิตย์ก่อนเขาระดมพลอเมริกันทั้งบก, เรือ, อากาศ กอปรด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินใหญ่ที่สุดในโลก กองเรือพิฆาตนับร้อยลำ, เรือดำน้ำบรรจุจรวดอานุภาพร้ายแรงที่สุดในวงการ “โทมาฮอว์ก” อีกหลายพันลูก, เครื่องบินจ้าวเวหา B-1 BOMBER และฝูงบินล่องหน F-35 ทั้งปวงเพื่อข่มขู่รัฐบาลอิหร่านให้นิ่งไม่กล้าต่อกรรวมถึงให้ยกเลิกการเข่นฆ่าประชาชนผู้ต่อต้านระบอบเผด็จการอิหร่าน วันนี้เป้าหมายเปลี่ยนเป็นสหรัฐฯ ยื่นคำขาดให้อิหร่านยกเลิกความมุ่งมั่นเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ มิฉะนั้นจะต้องพบกับพลานุภาพของสหรัฐฯ ที่จะโจมตีทำลายล้างอุปกรณ์นิวเคลียร์ทั้งหมดในอิหร่านให้ราบคาบ อิหร่านไม่นิ่งนอนใจเตรียมระดมพลรบ 100% อีกทั้งรีบป้องกันความปลอดภัยผู้นำสูงสุด อายาตุลลาห์ คาเมเนอี โดยการสร้างวอร์รูมนิรภัยใต้ดินลึกลงไปหลายร้อยเมตร โดยช่วงขัดแย้งนี้ท่านผู้นำสูงสุดจะงดภารกิจไม่ปรากฏตัวในที่เปิดเผย อันนี้ฟังดูก็รอบคอบดีแต่อย่าลืมว่าในสงคราม US-IRAQ ประธานาธิบดีซัดดัม ก็เคยสร้าง วอร์รูมนิรภัยใต้ดินแบบนี้โดยเชื่อว่าปลอดภัยชัวร์ จึงสั่งให้ครม.และครอบครัวหลบภัยลงใต้ดิน แต่สหรัฐฯคือเอกอุเรื่องอาวุธอานุภาพไฮเทค เขาแก้เกมส์ด้วยการใช้จรวดดีเลย์แอ๊คชั่นยิงจาก F35 เข้าท่อระบายอากาศของวอร์รูมอย่างแม่นยำผลคืออิรักต้องสูญเสียครม.และครอบครัวยับเยิน…กลายเป็นจุดอวสานเผด็จการซัดดัมในเวลาต่อมา…

llเลือกตั้งครั้งนี้ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ต้องแอดมิทที่โรงพยาบาลรามาธิบดี พอดี…ขอให้คุณหญิงหมอ หายป่วยในเร็ววัน…

llด้วยวัย 80 ปี อ.เกษม จันทร์น้อย ควงคู่ชีวิต จรัสพร หนีภัยฝุ่นจิ๋วไปอยู่ที่สีคิ้ว โคราช 4 เดือน ตั้งแต่ ธ.ค. ปีที่แล้วถึง มี.ค.ปีนี้…คุณพี่เล่าให้น้องๆฟังว่า อากาศที่นั่นเย็นสดชื่นแสนสบาย หายใจคล่องเป็นยิ่งนัก…-0- เริ่มต้นปีใหม่ด้วยข่าวดี ดร.เผดิมศักดิ์ -ดร.ศรีสุดา จารยะพันธุ์ ภูมิใจยิ่งนักที่บุตรชายคนที่2 น.อ.นพ.รหัท ได้รับรางวัลเกียรติยศแพทย์ทหาร ประจำปี 2568 …ขอแสดงความยินดีด้วย…

ll ข่าวดีมาแล้ว เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา คุณย่ามนต์ทิพย์ และ คุณปู่ธวัชชัย รุจิกัณหะ ได้ต้อนรับสมาชิกคนใหม่หลานชายคนแรกให้ชื่อว่า วิชญะ จากครอบครัวลูกชาย วิทธวัช -ลิมปิการ รุจิกัณหะ หลังจากรอคอยมากว่า 6 ปี ข่าวว่า คุณย่าแสนจะยินดี ด้วยความเห่อหลานเป็นที่สุด !!…

บารอนเนส

‘แม็คโคร’ ร่วมงาน ‘THAILAND BEEF FEST 2026’ โชว์ศักยภาพผู้นำธุรกิจอาหาร

‘แม็คโคร’ ร่วมงาน ‘THAILAND BEEF FEST 2026’ โชว์ศักยภาพผู้นำธุรกิจอาหาร

‘แม็คโคร’ ร่วมงาน ‘THAILAND BEEF FEST 2026’ โชว์ศักยภาพผู้นำธุรกิจอาหาร

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.25 น.

กรุงเทพฯ 9 กุมภาพันธ์ 2569 – แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาทการเป็นพันธมิตรสำคัญของผู้ประกอบการร้านอาหาร ผ่านการเข้าร่วมงาน THAILAND BEEF FEST 2026 : THAI INNOVATIVE BEEF, GLOBAL TASTE. ‘นวัตกรรมเนื้อไทย สู่เวทีรสชาติระดับโลก’” มหกรรมอาหารระดับประเทศที่รวบรวมนวัตกรรมเนื้อไทยและแบรนด์เนื้อคุณภาพจากต่างประเทศ จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA

การเข้าร่วมงานครั้งนี้ แม็คโครมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจอาหารไทย โดยเชิญเชฟและผู้ประกอบการร้านอาหารภายใต้โครงการ “แม็คโคร ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้ โดย Chef’s Club by makro” โครงการที่ช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหาร มาร่วมออกบูธและสร้างสรรค์เมนูจาก เนื้อวัวไทยและเนื้อออสเตรเลีย จำหน่ายภายในงาน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทดลองตลาด เพิ่มช่องทางรายได้ และประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น สะท้อนบทบาทของแม็คโครในการร่วมสร้างตลาดที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจร้านอาหารไทย รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า ลดต้นทุน ทำให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดปัจจุบัน

พร้อมกันนี้ แม็คโครยังตอกย้ำศักยภาพในฐานะ ศูนย์รวมวัตถุดิบเนื้อคุณภาพ (Beef Destination) ด้วยการคัดสรรเนื้อคุณภาพสูงจากทั้งไทยและต่างประเทศจำหน่ายในแม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ โดยสินค้าประเภทเนื้อจะได้รับการบรรจุด้วยระบบสกินแพ็ค (Skin Pack) นวัตกรรมที่ช่วยคงความสด ความนุ่ม และรสชาติได้นานสูงสุดถึง 21 วันนับจากวันผลิต นอกจากนี้ ยังเสริมความมั่นใจด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหารผ่าน ระบบ i-Trace (Traceability System) ระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ที่ผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code บนสินค้าเพื่อตรวจสอบข้อมูลสำคัญ ตั้งแต่แหล่งผลิต โรงตัดแต่ง โรงคัดบรรจุ ไปจนถึงข้อมูลโภชนาการอย่างโปร่งใส ช่วยยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบอาหาร

ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อเนื้อคุณภาพและสินค้าอื่น ๆ ได้ที่แม็คโครทุกสาขา หรือสะดวกสบายช้อปง่าย ๆ ส่งตรงถึงบ้านผ่านแอปพลิเคชัน Makro PRO และสามารถติดตามข่าวสารและอัปเดตโปรโมชันใหม่ ๆ ผ่านทาง www.makro.co.th แอปพลิเคชัน Makro PRO และเพจเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/makroHQ

‘แอน สิเรียม’ ร่วมฉลองเทศกาลความรัก กับอาหารอร่อย ในลิ้นติดโปรแฟร์

'แอน สิเรียม' ร่วมฉลองเทศกาลความรัก กับอาหารอร่อย ในลิ้นติดโปรแฟร์

‘แอน สิเรียม’ ร่วมฉลองเทศกาลความรัก กับอาหารอร่อย ในลิ้นติดโปรแฟร์

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.07 น.

เปิดตลาดวันแรก กับมหกรรมอาหารอร่อย “ ลิ้นติดโปรแฟร์ เมนูติดตาว ” นัดนี้ปักหมุดกันที่ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ตั้งแต่วันที่ 6-15 ก.พ.นี้ ตลอด10 วัน เต็ม!!  อิ่มหวานไปกับเทศกาลวันวาเลนไทน์ ที่เหล่าคู่รัก เพื่อนรัก ครอบครัวที่รัก ได้มีโมเม้นต์เลือกช้อปของอร่อยแบบหวานฉ่ำ!! ไม่ซ้ำใคร 

คึกคัก!! ตั้งแต่ช่วงพิธีเปิดงานกับบรรยากาศความรัก!! โดยเจ้าแม่ตลาด ก้อง ปิยะ-ท็อป ดารณีนุช ร่วมด้วย คุณกัลยา กมลรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ พร้อมนักแสดงตัวแม่มากฝีมือ “ แอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ”  ที่มาร่วมเชิญชวนชิม และเหล่าดาราเจ้าของร้านอร่อย  ผัดไท ดีใจ , ธงธง มกจ๊ก , โบ๊ท ธารา ที่มาร่วมเปิดงาน  พร้อมเสิร์ฟเมนูเด็ด ให้เหล่านักชิม และ FC ได้ช้อปแบบใกล้ชิด อิ่มฟินกันสุดๆ และในช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก เจ้าของตลาดเลยจัดหนัก ขนศิลปิน ดาราหมุนเวียนกันมามอบความสุข  ให้เหล่านักช้อปได้เลือกสรรเมนูที่ถูกใจ  โดยวันที่ 7 ก.พ. พบกับ อั๋น อัครพรรฒ / 8 ก.พ. ไข่มุก รุ่งรัตน์ / 9 ก.พ. ปาย สิตางค์  / 10 ก.พ.ตุ๊ก ชนกวนัน  / 11 ก.พ. นิว ชัยพล  / 12 ก.พ. เจี๊ยบ ชมพูนุช  / 13 ก.พ.มะลิ โคทส์ / 14 ก.พ. รอน AF และ 15 ก.พ. ไนกี้  นิธิดล  ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของทุกวัน  ให้คุณลูกค้าได้เพลิดเพลิน เดินช้อปตลอดทั้งงาน    ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 กุมภาพันธ์นี้  ณ  ชั้น B  ฟิวเจอร์พาร์ค  ละลานตาของดีของอร่อยกว่า  1,000 เมนู ที่เคลื่อนที่มาให้ได้เลือกสรร อิ่มหนำสำราญกับ อาหารสุดเลิฟ!!

-(016)

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ สนง.แรงงาน มอบกายอุปกรณ์แก่กลุ่มเปราะบาง จ.สมุทรสงคราม ถวายเป็นพระราชกุศลพระพันปีหลวง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ สนง.แรงงาน มอบกายอุปกรณ์แก่กลุ่มเปราะบาง จ.สมุทรสงคราม ถวายเป็นพระราชกุศลพระพันปีหลวง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ สนง.แรงงาน มอบกายอุปกรณ์แก่กลุ่มเปราะบาง จ.สมุทรสงคราม ถวายเป็นพระราชกุศลพระพันปีหลวง

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.00 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม และทีมงานรายการสถานีประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อมอบกายอุปกรณ์ในการดำรงชีวิตให้แก่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

9 กุมภาพันธ์ 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยทีมงานมูลนิธิฯ และทีมงานรายการสถานีประชาชน ได้ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อมอบอุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนไหวแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ โดยได้รับการประสานงานจากนางรภัสสา พานิกุล แรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม ในการคัดกรองผู้ที่มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และมีนางกัลยา เขียวเปลื้อง ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมลงพื้นที่ด้วย

ในการนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ได้มอบรถเข็นวีลแชร์ให้แก่ นางสาวนกกวัก ด้วงกำเนิด อายุ 52 ปี และนางทุเรียน ศรีสุข อายุ 78 ปี ผู้พิการและผู้สูงอายุในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสงคราม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตประจำวันและการเดินทาง พร้อมกันนี้ คณะทำงานยังได้เดินทางต่อไปยังบ้านของนายโสภณ ม่านทอง อายุ 51 ปี ในพื้นที่อำเภอบางคนที เพื่อมอบรถเข็นวีลแชร์เพิ่มเติม ขณะที่ไม้เท้าสามขา วอล์กเกอร์ และแพมเพิร์ส ได้มอบหมายให้สำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรสงครามเป็นผู้พิจารณาจัดสรรและกระจายให้แก่ผู้ที่มีความจำเป็นต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนสเปรย์เช็ดตัวผู้ป่วย Clean&Care จากบริษัท มัมแอนด์มี แคร์ จำกัด มอบให้แก่ผู้สูงอายุจำนวน 3 ราย เพื่อช่วยดูแลสุขอนามัย ลดภาระของผู้ดูแล และอำนวยความสะดวกในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชีวิตประจำวัน

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้พิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแล้ว ยังเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีผ่านการทำความดีเพื่อสังคม

ทั้งนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยังคงเดินหน้าภารกิจด้านการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริงในทุกพื้นที่

ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคายฯ เปิดรับน้องผู้พิการเรียนกินอยู่ฟรี! สร้างโอกาสสู่อาชีพยั่งยืน

ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคายฯ เปิดรับน้องผู้พิการเรียนกินอยู่ฟรี!  สร้างโอกาสสู่อาชีพยั่งยืน

ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคายฯ เปิดรับน้องผู้พิการเรียนกินอยู่ฟรี! สร้างโอกาสสู่อาชีพยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.58 น.

วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เปิดรับสมัครนักเรียน นักศึกษาคนพิการ เข้าศึกษาประจำปีการศึกษา 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งค่าเล่าเรียน ที่พัก และอาหาร กับหลักสูตรต่างๆ ทั้งระดับ ปวช. ปวส. และชั้นเตรียมการศึกษา (สำหรับคนพิการที่ไม่มีวุฒิมัธยมศึกษาตอนต้น อายุ 15 ปี ขึ้นไป) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้มีโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพ และต่อยอดสู่อาชีพอย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป เริ่มสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 มีนาคม 2569 และผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาน้องๆ ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า วิทยาลัยฯ เป็นสถานศึกษาสำหรับคนพิการแห่งแรกของภาคอีสาน ก่อตั้งขึ้นปี 2560 มุ่งจัดการศึกษาและฝึกอาชีพให้กับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ให้ดูแลตนเองและครอบครัวได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับวิทยาลัย ไว้ในพระราชูปถัมภ์ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาวิทยาลัยฯ สามารถผลิตบุคลากรคนพิการเข้าสู่ตลาดแรงงานระดับมืออาชีพเพื่อทำงานรับใช้สังคมมาแล้วกว่า 628 คน

สำหรับปีการศึกษา 2569 วิทยาลัยฯ จะเปิดรับสมัคร 3 หลักสูตร คือ

1.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล (ผู้จบ ม.3 หรือเทียบเท่า)

2.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล (ผู้จบ ม.6)  มุ่งเน้นการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม การออกแบบกราฟิก และการพัฒนาเว็บไซต์  ฯลฯ

3.) หลักสูตรขั้นเตรียมการศึกษา สำหรับคนพิการที่ไม่มีวุฒิมัธยมศึกษาตอนต้นอายุ 15ปี ขึ้นไป

ทั้งนี้เอกสารที่ใช้ในการสมัคร ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน  สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่าย 1.5 นิ้ว 4 รูป  สำเนาบัตรคนพิการ สำเนาวุฒิการศึกษา ใบสูติบัตร(ถ้ามี) ใบรับรองแพทย์ (ไม่เป็นโรคติดต่อ) โดยน้องๆ ผู้เรียนจะได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาจนจบระดับ ปวช.–ปวส. เพื่อให้สามารถมีงานทำ ดูแลตนเองและครอบครัวได้

ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ พร้อมอาหาร 3 มื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เป็นสื่อทันสมัย โดยเปิดรับตั้งแต่วันนี้ถึง 28 มีนาคม 2569 ซึ่งผู้พิการทางการเคลื่อนไหวสามารถสมัครได้แล้วที่ ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ หรือ fb วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ฯ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่คุณแพร โทร 064 109 4401 หรือ 042 465 645 หรือดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ http://www.nrtc.ac.th

ทั้งนี้ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย เลขที่ 295 6 00370 4 หรือผ่านระบบ e -Donation โดยสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ รายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้ในการจัดการศึกษา ฝึกอาชีพ บริหารจัดการ และยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างยั่งยืนต่อไป

-(016)

ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน : ราชวิทยาลัยทันตแพทย์ คือใคร และเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร

ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน : ราชวิทยาลัยทันตแพทย์ คือใคร และเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร

ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน : ราชวิทยาลัยทันตแพทย์ คือใคร และเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.26 น.

เมื่อพูดถึงสุขภาพช่องปาก หลายคนอาจนึกถึงหมอฟัน คลินิก หรือโรงพยาบาล แต่มีอีกหนึ่งองค์กรสำคัญที่อยู่เบื้องหลังคุณภาพการรักษาฟันของคนไทย นั่นคือ ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย

ราชวิทยาลัยทันตแพทย์ฯ เป็นองค์กรวิชาชีพของทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำหน้าที่กำกับมาตรฐานการฝึกอบรม การสอบวุฒิบัตรและการพัฒนาความรู้ของทันตแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆ เพื่อให้การรักษาทางทันตกรรมของประเทศมีคุณภาพ ปลอดภัยและสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิชาการ

กล่าวให้เข้าใจง่าย ราชวิทยาลัยฯ ทำหน้าที่ดูแล “มาตรฐานของผู้เชี่ยวชาญ” เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า เมื่อจำเป็นต้องรับการรักษาที่ซับซ้อนหรือเฉพาะทาง จะได้รับการดูแลจากทันตแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมและการประเมินอย่างเหมาะสม

นอกจากบทบาทด้านวิชาชีพแล้ว ราชวิทยาลัยทันตแพทย์ฯ ยังให้ความสำคัญกับ การสื่อสารความรู้และการทำงานร่วมกับสังคม ในหลายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพช่องปาก หรือประเด็นทางทันตกรรมที่เกิดขึ้นในสังคม
ราชวิทยาลัยฯ มีบทบาทในการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้ความเห็นทางวิชาการอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้สังคมได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินความเชื่อเรื่องฟันถูกส่งต่อกันมา บางเรื่องเป็นความจริง แต่บางเรื่องอาจไม่สอดคล้องกับหลักวิชาการ เช่น ฟันไม่เจ็บไม่จำเป็นต้องตรวจ หรือฟันน้ำนมไม่จำเป็นต้องดูแลมาก ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเหล่านี้ อาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงขึ้นในระยะยาว โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ความรู้ด้านสุขภาพช่องปาก ควรถูกถ่ายทอดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และเข้าใจง่ายสำหรับประชาชน

คอลัมน์ “ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน” จึงตั้งใจเป็นพื้นที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทันตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญของราชวิทยาลัยฯ สู่ชีวิตประจำวันของผู้อ่าน

เนื้อหาในคอลัมน์จะหยิบคำถามที่พบบ่อย ความเชื่อที่ควรปรับความเข้าใจ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือประเด็นด้านทันตกรรมในสังคม รวมถึงคำแนะนำในการดูแลฟันและช่องปากในแต่ละช่วงวัย มาเล่าในภาษาที่เป็นมิตร และนำไปใช้ได้จริง ในหลายตอนผู้อ่านจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญทันตแพทย์เฉพาะทางจากสาขาต่างๆ ของราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย ที่เวียนมาร่วมตอบคำถามและให้ข้อมูลในมุมที่ตรงประเด็น เพื่อให้เรื่องฟันแต่ละเรื่อง ได้คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมที่สุด

ผศ.ทพญ.วรณัน ประพันธ์ศิลป์หมอฟันราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย

เป้าหมายของคอลัมน์นี้ ไม่ใช่การทำให้ผู้อ่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม แต่คือการช่วยให้ทุกคนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและครอบครัวได้อย่างมั่นใจ เพราะสุขภาพช่องปากที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของรอยยิ้ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตและสุขภาพโดยรวม

จากนี้ไป เดือนละสองครั้งคอลัมน์ “ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน” จะขอพาทุกคนมาคุยเรื่องฟัน อย่างตรงไปตรงมา เข้าใจง่ายและมีคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ


ผศ.ทพญ.วรณัน ประพันธ์ศิลป์
หมอฟันราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย