คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ วุฒิสภา เข้าร่วมการตรวจเยี่ยม รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย

คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ วุฒิสภา เข้าร่วมการตรวจเยี่ยม รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย

คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ วุฒิสภา เข้าร่วมการตรวจเยี่ยม รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.53 น.

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะรองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จังหวัดเชียงราย

ในการนี้ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมด้วยกรรมาธิการวิสามัญ คณะอนุกรรมาธิการ และคณะทำงานสืบสานพระราชปณิธานด้านโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ได้เข้าร่วมประชุมและนำเสนอข้อมูลการสนับสนุนการดำเนินงานให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของโดยมีเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ การสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานด้านการสาธารณสุข ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดำเนินการสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ ร่วมกับคณะทำงานและภาคเอกชน ร่วมกันกำหนดแนวทางการส่งเสริมการดำเนินงานของโรงพยาบาลในด้านต่าง ๆ  อาทิ การสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในการปรับภูมิทัศน์ที่พักคอยหน้าห้องจ่ายยา การปรับปรุงพื้นที่ให้บริการผู้ป่วยนอก การพัฒนาการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ เพื่อยกระดับการบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข การประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยภาพรังสีทรวงอก ซึ่งจะช่วยให้ระบบบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพและสามารถรองรับผู้ป่วยได้มากยิ่งขึ้น เพื่อมุ่งสู่การเป็น “โรงพยาบาลคุณภาพคู่คุณธรรม” โดยยึดหลักคุณธรรม ๕ ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู

อนึ่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 คณะกรรมาธิการวิสามัญได้กำหนดแผนการสืบสานพระราชปณิธานด้านสาธารณสุขให้กับโรงพยาบาลสมเด็จยุพราชอย่างต่อเนื่อง เพื่อน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อประเทศชาติและประชาชน

ทั้งนี้มี พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี, วิรัตน์ รักษ์พันธ์, ผศ.(พิเศษ) ดร.อลงกต วรกี, พอ.ญ.ธณตศกร บุราคม, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, ประภาพรรณ พิชัยคำ, โอม ศิวะดิตถ์, ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ, นพ.พลลภัตม์ เสถียร, พญ.ชญานิน นิติวรางกูร, มาโนช สุขเพิ่ม ร่วมกิจกรรมนี้ด้วย

​นพ.นพปฎล พรรณราย รักษาการ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ (รพร.เชียงของ) เป็น 1 ใน 21 โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชที่ได้ดำเนินการจัดตั้งขึ้นด้วยรัฐบาลซึ่งมี ฯพณฯ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีได้มีดำริ ที่จะสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย เป็นของขวัญแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีอภิเษกสมรส 3 มกราคม พ.ศ. 2520 โดย รพร.เชียงของ เป็นพื้นที่ทุรกันดารอยู่ห่างไกลจากตัวจังหวัดเชียงรายเป็นระยะทางมากกว่า 100 กิโลเมตร พื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขา เส้นทางการคมนาคมที่ไม่สะดวก การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ค่อนข้างลำบาก และเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2520 และเสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีเปิดโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และยังทรงเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่งอีกด้วย ปัจจุบัน รพร.เชียงของ จัดเป็นโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่ายระดับ M2 ขนาด 90 เตียง เป็นโรงพยาบาลที่รองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลชุมชนข้างเคียงอื่นเพื่อลดการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มีแพทย์จำนวน 17 คน เป็นแพทย์เฉพาะทาง 5 สาขา ได้แก่ อายุรกรรม ศัลยกรรม วิสัญญี สูตินรีเวช และเวชศาสตร์ครอบครัว โดยมีบุคลากรรวมทั้งหมดประมาณ 298 คน ให้บริการประชาชนรวมทั้งหมดประมาณ 98,293 คน ประชากรในอำเภอเชียงของ อำเภอขุนตาล และอำเภอเวียงแก่น นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่ข้ามมารักษา แสดงให้เห็นว่า รพร.เชียงของ เป็นโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ มีคุณภาพมาตรฐานในการให้บริการ เป็นที่ไว้วางใจและเป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทยรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ เลขที่ 020146026582 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาเชียงของ สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ติดต่อบริจาค และขอใบเสร็จได้ที่ งานการเงินและบัญชีเบอร์โทรศัพท์ 053-791206 ต่อ 634

-(016)

ททท. ชวนเที่ยวทั่วไทยตามรอย ‘ลิซ่า’ Amazing Thailand Ambassador ปักหมุดแลนด์มาร์คจากภาพยนตร์โฆษณา ‘feel all the feelings’

ททท. ชวนเที่ยวทั่วไทยตามรอย ‘ลิซ่า’ Amazing Thailand Ambassador  ปักหมุดแลนด์มาร์คจากภาพยนตร์โฆษณา ‘feel all the feelings’

ททท. ชวนเที่ยวทั่วไทยตามรอย ‘ลิซ่า’ Amazing Thailand Ambassador ปักหมุดแลนด์มาร์คจากภาพยนตร์โฆษณา ‘feel all the feelings’

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.23 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนนักท่องเที่ยวร่วมออกเดินทางปักหมุดเที่ยวไทยตามโลเคชันสำคัญจากภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด “feel all the feelings” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางผ่าน “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล Amazing Thailand Ambassador กับการนำเสนอเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมและธรรมชาติจากหลากหลายภูมิภาค ถ่ายทอดอารมณ์และบรรยากาศของการท่องเที่ยวไทยในมุมมองร่วมสมัย เพื่อพาผู้ชมออกเดินทางไปสัมผัสทุกความรู้สึกที่เมืองไทย พร้อมสะท้อนศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวไทยที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ในทุกภูมิภาค

การเล่าเรื่องการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นหรือจบลงที่จุดหมายใดจุดหมายหนึ่ง หากแต่นำเสี้ยวเสน่ห์จากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ก็เพียงพอจะปลุกแรงบันดาลใจให้คน                  อยากออกเดินทางไปพบกับความหลากหลายและความครบครันอันเป็นมนต์เสน่ห์ของเมืองไทยที่รอให้ นักเดินทางได้มาสัมผัส และนั่นคือแนวคิดที่ ททท. นำมาถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์โฆษณาล่าสุด “feel all the feelings” ผ่านมุมมองของ “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล Amazing Thailand Ambassador ที่นำเสนอสถานที่สวยงามทั่วประเทศไทย ถ่ายทอดร้อยเรื่องราวเสมือนโปสการ์ดจากหลายเมืองที่ค่อย ๆ เปิดทีละใบ เผยให้เห็นธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตไทยในมุมที่งดงามร่วมสมัย สัมผัสถึงทุกความรู้สึกที่เมืองไทย สะท้อนเสน่ห์ของ Amazing Thailand ที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วทุกพื้นที่

หนึ่งในโลเคชันสำคัญของการถ่ายทำ คือ วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ วัดเก่าแก่กลางเมืองล้านนาดื่มด่ำไปกับกลิ่นอายวิถีชีวิตของภาคเหนือ เจดีย์โบราณตั้งตระหง่านท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและเปี่ยมด้วยศรัทธา สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงสะกดสายตา แต่ยังสะท้อนรากวัฒนธรรมไทยที่แข็งแรงและงดงาม นอกจากนี้ยังมีเสน่ห์ของ “ประเพณียี่เป็ง” หรือประเพณีลอยกระทงทางล้านนา หนึ่งในเทศกาลสำคัญของภาคเหนือ ซึ่งจัดขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวงในเดือนพฤศจิกายน ถ่ายทอดภาพโคมลอยนับพันดวงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนบริเวณนอกตัวเมืองเชียงใหม่ พร้อมบรรยากาศวัดเจดีย์หลวงที่สว่างไสวจากแสงเทียนและการจุดผางประทีปนับแสนดวง แสงเล็ก ๆ เหล่านี้เปรียบเสมือนมนต์สะกด เปลี่ยนค่ำคืนให้สว่างไสวเต็มไปด้วยประกายแห่งความงดงามและความประทับใจที่ยากจะลืมและในระหว่างการถ่ายทำ ลิซ่าเองก็ได้มีส่วนร่วมในการจุดเทียน ทำให้ทุกภาพเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความรู้สึกของเทศกาลอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ โลเคชันต่างๆ ของภาคเหนือยังถูกถ่ายทอดออกมาใน Feelings ที่ละมุนชวนหลงใหล เริ่มจาก วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน กับจิตรกรรมอันโด่งดัง “ปู่ม่านย่าม่าน” ที่เล่าเรื่องราวความรักอย่างอ่อนโยนและละเอียดอ่อน ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความรู้สึกอบอุ่นในทุกๆ รายละเอียด ต่อด้วย ทุ่งนาสะปัน จังหวัดน่าน ท้องนาเขียวขจีโอบล้อมด้วยขุนเขาและหมอกยามเช้า สร้างบรรยากาศสงบผ่อนคลายเหมือนอยู่กลางฝัน ดื่มด่ำกับเสน่ห์ที่แตกต่างกันทั้งในช่วงเขียวชอุ่มของฤดูฝนและทะเลหมอกในช่วงปลายฝนต้นหนาว

ภูลังกา จังหวัดพะเยา คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ด้วยทัศนียภาพอันเลอค่าของทะเลหมอกและผืนป่าบนยอดเขาสูง ท่ามกลางละอองขาวที่โอบล้อมราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ ช่วยให้จิตใจได้รับความผ่อนคลายและกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ขณะที่ ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในยอดดอยที่สวยที่สุดในเมืองไทย เมื่อยืนอยู่บนหน้าผาสูง มองทะเลหมอกและทิวเขาที่ทอดยาว สร้างความรู้สึกอิสระและเต็มไปด้วยพลังจากธรรมชาติ

อีกหนึ่งโลเคชันที่สร้างความประทับใจไม่แพ้กัน คือเจดีย์ลอยฟ้า วัดพระพุทธบาทสุทธาวาส จังหวัดลำปาง ที่ให้ความรู้สึกมหัศจรรย์ในความงดงามตระการตาของเหล่าเจดีย์น้อยใหญ่ที่เรียงรายอยู่บนยอดเขาหินปูน สวยงามราวกับลอยอยู่บนฟ้า ผสมผสานกับความงามของธรรมชาติได้อย่างลงตัว การเข้าถึงที่แห่งนี้ ต้องเดินเท้าขึ้นบันไดตามหน้าผาสูงชัน ลัดเลาะบันไดเหล็กกว่า 300 ขั้น เพื่อขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของอำเภอแจ้ห่ม และกราบพระประธานบนยอดเขา นอกจากความรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายแล้ว ยังจะได้รับความอิ่มอกอิ่มใจจากการมาเยือนอีกด้วย

ทางฟากฝั่งภาคเหนือตอนล่าง ถูกถ่ายทอดผ่านป่าเขาและสายน้ำที่ชวนให้สูดลมหายใจลึกๆ เริ่มจาก น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก จุดหมายปลายทางที่สะท้อนนิยามของคำว่าอลังการ ด้วยสายน้ำที่ไหลทอดตัวลงมาเป็นชั้นอย่างงดงามท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ ปักหมุดน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดของเมืองไทย ซึ่งจะมอบภาพความประทับใจให้ตั้งแต่แรกเห็น

ต่อด้วย วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนบนเขาค้อ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบทิศทุกช่วงเวลาของวัน ในเช้าวันอากาศแจ่มใส จะได้เห็นทะเลหมอกลอยละล่องโอบล้อมวัดราวกับอยู่ท่ามกลางสรวงสวรรค์ สะกดสายตาด้วยอุโบสถพระพุทธเจ้า 5 องค์ ที่มีองค์พระพุทธรูปสีขาวนั่งลดหลั่นซ้อนกันลงมา และเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต ที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระเบื้องหลากหลายสี เครื่องประดับ สร้อย กำไล ถ้วยชามเครื่องเบญจรงค์ อย่างวิจิตรบรรจง ฯลฯ และยังมีมุมถ่ายภาพที่สวยงามอีกมากมาย

ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลิซ่าได้นำผู้ชมเข้าสู่ Feelings ที่นุ่มลึกมีเสน่ห์เฉพาะตัว เมื่อ ทะเลสาบบัวแดง จังหวัดอุดรธานี ท่ามกลางแสงเช้าสีทอง ดอกบัวแดงนับหมื่นดอกบานสะพรั่งเต็มผืนน้ำกลายเป็น ทะเลบัวแดงอันงดงาม ราวกับถูกย้อมด้วยพรมสีชมพูขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทำให้ผู้มาเยือนได้รู้สึกสงบผ่อนคลาย ราวกับธรรมชาติกำลังแต้มสีสันและความสดใสลงบนผืนน้ำ

ในอีกมุมหนึ่งของเรื่องราว ลิซ่าพาเดินทางสู่ โลเคชันจากภาคกลางที่ถ่ายทอดออกมาอย่างอลังการ ให้ Feelings งดงามกับภาพของ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ที่ปรากฏโฉมอย่างสง่างาม เรืองรองริมแม่น้ำเจ้าพระยา พระปรางค์สะท้อนแสงแดดและแสงไฟ เป็นภาพจำของกรุงเทพฯ ที่งดงามเหนือกาลเวลา และไม่เคยหลุดจากสายตาคนทั่วทุกพื้นที่

ส่วนโลเคชันจาก ภาคตะวันออกและทะเลไทยของภาคใต้ ถือเป็นบทสรุปของ Feelings ความสดใสและอิสระของธรรมชาติทะเลไทย เผยสองฟากฝั่งที่แตกต่างแต่งดงามเฉพาะตัว ฝั่งอ่าวไทย ที่สงบเงียบ เช่น เกาะทะลุ จังหวัดระยอง สวรรค์ของทะเลภาคตะวันออก ให้ความรู้สึกของวันพักผ่อนอันเรียบง่าย น้ำทะเลใสสะอาด ลมทะเลเย็นสบาย และความสงบที่หาได้ยาก มีความโดดเด่นคือมีช่องหินตรงกลางสามารถทะลุผ่านได้ และเป็นจุดดำน้ำตื้นชมปะการังที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของระยอง

ขณะที่ฝั่งอันดามัน อย่าง เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา เผยวิวอ่าวพังงาและสันทรายขาวกลางทะเลราวกับภาพฝัน มองเห็นความงดงามของธรรมชาติรอบอ่าวกว้างไกล สุดสายตา น้ำทะเลสงบนิ่งสีเขียวมรกต โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนเล็กใหญ่ ตัดเส้นด้วยป่าโกงกางสีเขียวสด ในยามที่พระอาทิตย์ค่อย ๆ ทอแสงสีทองแทรกขึ้นจากด้านหลังหุบเขา โลเคชันทั้งสองแห่งนี้ถ่ายทอด Feelings ของความสดใส ความสงบ และอิสระของทะเลไทยได้อย่างลงตัว ให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ทั้งสายตา จิตใจ และความรู้สึกของการพักผ่อนอย่างแท้จริง

แม้ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จะนำเสนอโลเคชันที่หลากหลาย แต่ทุกสถานที่ล้วนเชื่อมโยงกันด้วยแนวคิดเดียวกัน คือการชวนผู้ชมมองประเทศไทยผ่าน “Feelings” ใหม่ๆ ผ่านการถ่ายทอดของ “ลิซ่า” ลลิษา                มโนบาล Amazing Thailand Ambassador ที่ทำให้แต่ละโลเคชันไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทาง หากแต่เป็นแรงบันดาลใจในการออกเดินทาง และสะท้อนพลังของการท่องเที่ยวไทยที่งดงามและร่วมสมัย

ททท. มุ่งหวังให้การนำเสนอโลเคชันต่า ๆ ในภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ เป็นมากกว่าฉากหลังของศิลปิน แต่ทำหน้าที่ร่วมกันเล่าเรื่องประเทศไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย ทั้งในมิติของการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และธรรมชาติ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเปิดใจออกไปสัมผัสเมืองไทยด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายมากยิ่งขึ้น พร้อมส่งต่อคำเชิญชวนให้ร่วม feel all the feelings…Amazing Thailand และค้นพบเสน่ห์ของประเทศไทยที่ยังคงรอให้ทุกคนได้มาสัมผัส

เตือนภัย !! สิวจากฝุ่นจิ๋ว 4 กลไก PM 2.5 บุกทำร้ายผิวถึงระดับเซลล์

เตือนภัย !! สิวจากฝุ่นจิ๋ว  4 กลไก PM 2.5 บุกทำร้ายผิวถึงระดับเซลล์

เตือนภัย !! สิวจากฝุ่นจิ๋ว 4 กลไก PM 2.5 บุกทำร้ายผิวถึงระดับเซลล์

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.58 น.

ในช่วงที่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 กลับมาปกคลุมเมืองอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ แต่ยังเป็น “ศัตรูตัวฉกาจ” ของผิวพรรณที่หลายคนคาดไม่ถึง รมย์รวินท์ คอสเมติก (Romrawin Cosmetics) ให้ความรู้และย้ำเตือนผู้บริโภคถึงอันตรายของ PM 2.5 ที่ส่งผลต่อผิวและการเกิดสิว เนื่องจากฝุ่นไม่ได้อยู่แค่บนผิว แต่ร้ายลึกถึงขั้นทำลายเกราะป้องกันผิวในระดับเซลล์

ทำไม PM 2.5 ถึงทำให้ “สิวเห่อ”?

ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กกว่ารูขุมขนของมนุษย์ถึง 20 เท่า (รูขุมขนมีความกว้างประมาณ 50-70 ไมครอน) ทำให้มันสามารถแทรกซึมและสร้างความเสียหายผ่าน 4 กลไกหลัก ดังนี้

อุดตันลึกถึงราก: ด้วยขนาดที่เล็กกว่ารูขุมขน ฝุ่น PM 2.5 จึงเข้าไปอุดตันได้โดยตรง เมื่อผสมกับน้ำมันบนใบหน้าและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จึงกลายเป็น “สิวอุดตัน” ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

เปลี่ยนสิวอุดตันเป็นสิวอักเสบ: ในฝุ่นมีสารพิษจำพวกโลหะหนักและกลุ่มสาร PAHs เกาะอยู่ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอักเสบ ทำให้สิวธรรมดากลายเป็น “สิวอักเสบ” ที่มีอาการบวม แดง และเจ็บ

เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย: ฝุ่นก่อให้เกิดอนุมูลอิสระบนผิว ซึ่งจะดึงความชุ่มชื้นและทำลายโปรตีนปกป้องผิว ทำให้

ผิวอ่อนแอ ระคายเคืองง่าย และไวต่อแบคทีเรีย C. acnes ที่เป็นต้นเหตุของสิว

หน้ามันผิดปกติ: มลภาวะกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้นเพื่อผลิตน้ำมันมาเคลือบผิวป้องกันสิ่งแปลกปลอม แต่น้ำมันที่มากเกินไปกลับกลายเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียสิว ส่งผลให้หน้ามันเยิ้มระหว่างวัน

Beauty Tips: 2 ขั้นตอนง่ายๆ กู้ผิวสตรองสู้ฝุ่น

Deep & Gentle Cleanse: ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดด้วยโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน เพื่อขจัดฝุ่นละอองที่ค้างในรูขุมขนโดยไม่ทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิว

Sunscreen is a Must: การทาครีมกันแดดสำคัญมาก เพราะรังสี UV สามารถทำปฏิกิริยากับฝุ่นที่เกาะอยู่บนหน้า จนเกิดเป็นสารพิษที่ทำร้ายผิวรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

สำหรับใครที่กำลังเผชิญปัญหาสิวจากมลภาวะ การดูแลผิวอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรงและเรียบเนียนอีกครั้ง

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) กับ 7 ข้อสงสัยที่ทุกคนอยากรู้

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) กับ 7 ข้อสงสัยที่ทุกคนอยากรู้

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) กับ 7 ข้อสงสัยที่ทุกคนอยากรู้

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.56 น.

วัคซีน HPV (Human Papilloma Virus) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก” เป็นวัคซีนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งหลายชนิด

พญ. ศันสนีย์ อังสถาพร (ว.49688) สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวช ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายใน 7 ประเด็นที่หลายคนสงสัย เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีน HPV ได้อย่างถูกต้อง

1. วัคซีน HPV คืออะไร และป้องกันอะไรได้บ้าง?

วัคซีน HPV เป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ และเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอ รวมถึงหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ

2. วัคซีน HPV มีกี่ชนิด?

ในปัจจุบัน วัคซีน HPV ที่ใช้ในประเทศไทยมี 3 ชนิดหลัก ได้แก่: วัคซีน 2 สายพันธุ์ (Cervarix): ป้องกัน HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก (ประมาณ 70%) วัคซีน 4 สายพันธุ์ (Gardasil): ป้องกัน HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 โดยสายพันธุ์ 6 และ 11 เป็นสาเหตุของหูดหงอนไก่ ส่วนสายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุของมะเร็งวัคซีน 9 สายพันธุ์ (Gardasil 9): เป็นชนิดที่ครอบคลุมที่สุด ป้องกัน HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 ซึ่งสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ครอบคลุมมากขึ้น และยังป้องกันมะเร็งอื่นๆ รวมถึงหูดหงอนไก่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ควรฉีดวัคซีน HPV ตอนอายุเท่าไหร่?

วัคซีน HPV มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดในคนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์และยังไม่เคยได้รับเชื้อมาก่อน ดังนั้น ช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดคือ: ผู้หญิงและผู้ชายอายุ 9-26 ปี: เป็นช่วงอายุที่แนะนำให้ฉีดอย่างยิ่ง เด็กอายุ 9-14 ปี: ควรได้รับวัคซีน 2 เข็ม โดยเข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 6 เดือน ผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป: ควรได้รับวัคซีน 3 เข็ม โดยมีระยะเวลาการฉีดวัคซีนจบสามเข็มใน 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อายุมากกว่า 26 ปี หรือเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังสามารถฉีดวัคซีนได้จนถึงอายุ 45 ปี

4. ผู้ชายฉีดวัคซีน HPV ได้หรือไม่?

ได้แน่นอน ผู้ชายก็ควรฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV และโรคมะเร็งที่เกิดจากเชื้อ HPV เช่น มะเร็งทวารหนักและหูดหงอนไก่ รวมถึงช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่คู่นอนได้อีกด้วย

5. มีเพศสัมพันธ์แล้ว หรือเคยติดเชื้อ HPV มาแล้ว ฉีดวัคซีนได้ไหม?

สามารถฉีดได้ แม้จะเคยมีเพศสัมพันธ์หรือเคยติดเชื้อ HPV มาแล้ว เพราะวัคซีนจะช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่นที่เรายังไม่เคยติดเชื้อ แต่ประสิทธิภาพอาจไม่สูงเท่ากับคนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์

6. ผลข้างเคียงของวัคซีน HPV มีอะไรบ้าง?

วัคซีน HPV ถือเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมักไม่รุนแรงและจะหายไปได้เอง เช่น ปวด บวม แดง คัน บริเวณที่ฉีด หรืออาจมีอาการทั่วไปคล้ายวัคซีนอื่น ๆ เช่น มีไข้ต่ำ ๆ ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลีย

7. ฉีดวัคซีน HPV แล้ว จำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอีกไหม?

การฉีดวัคซีน HPV เป็นการป้องกันการติดเชื้อ แต่ไม่ได้ป้องกันได้ 100% และยังมีเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นๆ ที่วัคซีนไม่ได้ครอบคลุม ดังนั้น ผู้หญิงที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังคงต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear หรือ HPV DNA Test) ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก

ดังนั้น การฉีดวัคซีน HPV จึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคมะเร็งที่เกิดจากเชื้อ HPV การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนอย่างถูกต้องจะช่วยให้การตัดสินใจและวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ศูนย์สุขภาพผู้หญิง โรงพยาบาลนวเวช ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา มาตรฐานการให้บริการ  ระบบการดูแลผู้ป่วยด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ และผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) ค.ศ.2025 ISO 7101:2023 – Health Care Organization Management และ ISO 9001:2015 – Quality Management Systems สามารถติดต่อสอบถามหรือนัดหมายปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลนวเวช โทร. 1507

รู้ตัวช้า เสี่ยงลุกลาม มะเร็งต่อมลูกหมากที่ผู้ชายมักมองข้าม

รู้ตัวช้า เสี่ยงลุกลาม มะเร็งต่อมลูกหมากที่ผู้ชายมักมองข้าม

รู้ตัวช้า เสี่ยงลุกลาม มะเร็งต่อมลูกหมากที่ผู้ชายมักมองข้าม

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.51 น.

มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นโรคมะเร็งที่พบมากในเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ระยะแรกมักไม่มีอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงไม่รู้ตัว ทำให้วินิจฉัยช้าและโรกลุกลามได้เร็ว

นพ. อรรถวัฒน์ อังสุพันธุ์โกศล  ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ข้อมูลว่า ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ อายุเพิ่ม ความเสี่ยงเพิ่มตาม พันธุกรรม/คนในครอบครัวเคยเป็น ชาติพันธุ์ เช่น กลุ่มผิวสีเสี่ยงมากกว่า อาหารไขมันสูง น้ำหนักเกิน ขาดการออกกำลังกาย ฮอร์โมนเพศชายระดับสูงเรื้อรัง

อาการที่ควรระวัง ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย หรือ ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือต้องเบ่ง ปวดหรือแสบเวลาปัสสาวะ เลือดปนในปัสสาวะหรืออสุจิ ปวดหลัง สะโพก หรือเชิงกรานเรื้อรัง

การตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมาก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับต่อมลูกหมากสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ แม้ว่ายังไม่มีอาการแต่ก็ควรตรวจหาความผิดปกติก่อนลุกลามเป็นโรคได้

การตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมากทำได้หลายวิธี เช่น การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก แพทย์จะใส่ถุงมือและใช้เจลหรือวาสลีนเพื่อหล่อลื่นนิ้วมือ แล้วคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนัก เพื่อดูว่ามีก้อนโตขึ้นผิดปกติหรือไม่ การตรวจปัสสาวะ อาจพบเม็ดเลือดแดงในทางเดินปัสสาวะหรือมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้  การตรวจด้วยการอัลตราซาวนด์ต่อมลูกหมากทางทวารหนัก เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นเสียง โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะใช้คลื่นเสียงเพื่อดูลักษณะและรูปร่างของก้อนต่อมลูกหมาก

การตรวจหาสาร PSA (Prostate Specific Antigen) ซึ่งเป็นสารโปรตีนที่ผลิตโดยต่อมลูกหมาก ถ้าค่ายิ่งสูงโอกาสเป็นมะเร็งก็จะสูงตามไปด้วย หากการตรวจดังกล่าวพบสิ่งผิดปกติและสงสัยว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จะพิจารณาให้ตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจริงหรือไม่ โดยใช้เข็มเจาะชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากไปตรวจหาเซลล์มะเร็งการตรวจ MRI Prostate ตรวจพบก้อนเนื้องอกขนาดเล็กได้แม่นยำขึ้น ช่วยคัดกรองแยกโรค ลดการเจาะชิ้นเนื้อโดยไม่จำเป็น

หุ่นยนต์ดาวินชี เทคโนโลยีการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก โดยเฉพาะ “ระบบหุ่นยนต์ดาวินชี (Da Vinci)” เนื่องจากช่วยให้การผ่าตัดมีความละเอียดและความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม ในการผ่าตัด หุ่นยนต์จะถูกควบคุมโดยศัลยแพทย์ที่ประจำอยู่ที่แผงควบคุมใกล้ตัวผู้ป่วย ศัลยแพทย์จะคอยสั่งการแขนกลให้เคลื่อนไหวผ่านแผลขนาดเล็กเหนือสะดือ เพื่อสอดเครื่องมือผ่าตัดเข้าไปยังบริเวณต่อมลูกหมากที่อยู่ลึกภายในอุ้งเชิงกราน

ความพิเศษของหุ่นยนต์ดาวินชีคือ ข้อมือของแขนกลสามารถงอ หมุน และเคลื่อนไหวได้คล่องตัวกว่าแขนมนุษย์หลายเท่า ทำให้เข้าถึงจุดที่ลึกและแคบได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ยังมีระบบลดการสั่นไหวของมือศัลยแพทย์ จึงช่วยลดความผิดพลาดระหว่างการผ่าตัดได้

อย่างไรก็ตาม การตรวจเช็กประจำปีช่วยค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ หากคุณมีอายุ 50 ปีขึ้นไป แนะนำให้พบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากอย่างสม่ำเสมอ

‘น้ำดื่มไม่สะอาด’ เสี่ยงท้องร่วง-อาเจียน อาจสะสมเป็นมะเร็ง

‘น้ำดื่มไม่สะอาด’ เสี่ยงท้องร่วง-อาเจียน อาจสะสมเป็นมะเร็ง

‘น้ำดื่มไม่สะอาด’ เสี่ยงท้องร่วง-อาเจียน อาจสะสมเป็นมะเร็ง

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.48 น.

รู้หรือไม่ว่าน้ำใสๆ ที่เราดื่มกันอยู่ทุกวัน แม้จะดูสะอาดมากพอ แต่อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด เพราะอาจมีเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนที่มองไม่เห็นแฝงอยู่ ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ตามมา ทั้งท้องร่วง อาเจียน หรืออาจสะสมในร่างกายจนกลายเป็นโรคร้ายในระยะยาว เพื่อให้เข้าใจถึงความอันตรายของการดื่มน้ำไม่สะอาด

พญ. สาวินี จิริยะสิน แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิมุต พาไปสำรวจทุกแง่มุมที่ทำให้เราดื่มน้ำได้อย่างปลอดภัยมากกว่าเดิม

น้ำดื่มที่ไม่สะอาดเป็นแบบไหน

น้ำดื่มไม่สะอาด คือ น้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งอาจพบได้จากทุกแหล่งน้ำที่นิยมนำมาบริโภค ไม่ว่าจะเป็นน้ำบรรจุขวด น้ำบ่อ น้ำฝน น้ำประปา ไปจนถึงน้ำที่กรองด้วยอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน หรือเก็บไว้ในภาชนะที่ไม่สะอาด ทำให้น้ำเหล่านี้อาจมีเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต ที่แฝงตัวอยู่ในน้ำและมองไม่เห็นด้วยตา นอกจากนี้ยังอาจปนเปื้อนสารเคมีจำพวกโลหะหนัก ซึ่งส่วนมากมักปนเปื้อนมาจากสิ่งแวดล้อมหรือภาชนะที่ใช้เก็บน้ำ พญ.สาวินี จิริยะสิน อธิบายเพิ่มเติมว่า “หนึ่งในสิ่งที่ช่วยตรวจสอบคุณภาพของน้ำคือ โคลิฟอร์มแบคทีเรีย เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่พบในลำไส้ของคนและสัตว์เลือดอุ่น ซึ่งมักใช้เป็นตัวชี้วัดว่าน้ำสะอาดหรือไม่ เพราะหากพบโคลิฟอร์มในน้ำ แสดงว่าแหล่งน้ำนั้นอาจปนเปื้อนของเสียจากอุจจาระ และอาจนำมาพร้อมกับเชื้อโรคชนิดอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอันตราย”

อันตรายดื่มน้ำไม่สะอาด นานไปอาจก่อมะเร็ง

การดื่มน้ำที่ไม่สะอาดส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยในระยะสั้นมักเกิดจากการได้รับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในน้ำ เช่น ไวรัสตับอักเสบเอและอี แบคทีเรียอหิวา แบคทีเรียไทฟอยด์ แบคทีเรียบิดไม่มีตัว และแบคทีเรียแกรมลบอื่น ๆ หรือโปรโตซัวจำพวกอะมีบา ซึ่งมักทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ตัวและตาเหลือง และมีไข้ ส่วนในระยะยาวมักเกิดจากการได้รับสารเคมีที่ตกค้างในน้ำ เช่น ตะกั่ว สารหนู และสารเคมีตลอดกาลในกลุ่ม PFAS ซึ่งสามารถสะสมในร่างกายได้เป็นเวลานาน ส่งผลต่อการทำงานของตับ ไต และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ไขมันในเลือดสูง มะเร็งไต มะเร็งเต้านม และมะเร็งอัณฑะ “กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังให้ดีคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เนื่องจากร่างกายของกลุ่มเหล่านี้มักไม่สามารถต้านเชื้อโรคได้อย่างเต็มที่ เด็กอาจสูญเสียน้ำจากอาการท้องเสียได้เร็ว ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรังอาจเกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อนที่ฟื้นตัวยากกว่า” พญ. สาวินี  อธิบาย

วิธีเตรียมน้ำดื่มให้สะอาด เพราะแค่ “ใส” อาจไม่ปลอดภัย

การหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด เริ่มต้นจากความเข้าใจ “น้ำใส” ไม่ได้หมายความว่า “ปลอดภัย” เสมอไป เพราะอาจยังมีเชื้อโรคหรือสารเคมีที่มองไม่เห็นปนเปื้อนอยู่ โดยหากเลือกใช้น้ำจากแหล่งทั่วไป เช่น น้ำประปา น้ำบ่อ หรือน้ำฝน ต้องเลือกน้ำที่ใส ไม่ขุ่น ไม่มีสีหรือกลิ่นผิดปกติ และเก็บในภาชนะที่สะอาด ปิดมิดชิด จากนั้นควรผ่านกระบวนการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม เช่น ต้มน้ำให้เดือดอย่างน้อย 1 นาที เพื่อกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต หรือเลือกใช้เครื่องกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบ Reverse Osmosis (RO) หรือ ระบบแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งสามารถกรองเชื้อโรคและโลหะหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ.สาวินี แนะนำเพิ่มเติมว่า สำหรับน้ำดื่มบรรจุขวดที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อมาแล้วก็ต้องเลือกให้ดีเช่นกัน โดยเช็กดูวันผลิต วันหมดอายุ และเลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากรับรองจาก อย. อย่างชัดเจน รวมถึงไม่ควรนำขวดพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำหลายครั้ง เพราะอาจเสื่อมสภาพและปล่อยสารเคมีออกมาปนเปื้อนในน้ำได้

“การเลือกน้ำดื่มที่สะอาดดูเป็นเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วคือรากฐานของสุขภาพที่ดีในทุกวัน เพราะเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนเล็กน้อยในน้ำก็อาจสะสมจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ ดังนั้นเราควรใส่ใจตั้งแต่การเลือกแหล่งน้ำที่มั่นใจว่าสะอาด และนำมาผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อให้ดีก่อนจะดื่มทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทุกแก้วที่เราดื่มนั้นปลอดภัยจริง ๆ” พญ.สาวินี จิริยะสิน กล่าวทิ้งท้าย

หากมีข้อสังสัยสามารถของรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต และนัดหมายแพทย์ ได้ที่ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 20:00 น. โทร. 02-079-0054 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมไร้ขยะอย่างยั่งยืน เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อนักเรียน ส่งต่อให้เด็กไทยทั่วประเทศ

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมไร้ขยะอย่างยั่งยืน เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อนักเรียน ส่งต่อให้เด็กไทยทั่วประเทศ

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมไร้ขยะอย่างยั่งยืน เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อนักเรียน ส่งต่อให้เด็กไทยทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.29 น.

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม สอดรับเป้าหมายระดับประเทศและสากล ล่าสุด ส่งมอบเสื้อนักเรียนที่ผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล ภายใต้โครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” ให้แก่นักเรียนจำนวน 10,000 คน จากโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 100 แห่งทั่วประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ควบคู่การสร้างคุณค่าทางสังคม ผ่านการมอบโอกาสทางการศึกษา และปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ภายในปี 2030 และเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยให้ความสำคัญกับการคัดแยกขยะและนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การจัดตั้ง จุดรับคืนขวดพลาสติก (Drop Point) การติดตั้งเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ RVM (Reverse Vending Machine) รวมกว่า 149 จุดในสาขาแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ และการจัดตลาดนัด Recycle Market ทุกวันเสาร์–อาทิตย์ ณ แม็คโคร–โลตัส จำนวน 11 สาขา

ตลอดปีที่ผ่านมา ซีพี แอ็กซ์ตร้า สามารถรวบรวมขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานได้กว่า 2.2 ล้านขวด และนำมาแปรรูปเป็นเสื้อนักเรียนรีไซเคิล เพื่อส่งมอบให้แก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศแล้วกว่า 10,000 คน โครงการดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ภาคประชาชน ลูกค้า และพนักงาน ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดขยะและสร้างคุณค่าจากสิ่งที่เคยถูกทิ้ง ตอกย้ำบทบาทของซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนจากระดับองค์กรสู่สังคม และร่วมสร้างอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เชิญร่วมประมูลการกุศล ในงาน “ธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” รายได้เพื่อศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็งและรังสีรักษา รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

เชิญร่วมประมูลการกุศล ในงาน

เชิญร่วมประมูลการกุศล ในงาน “ธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” รายได้เพื่อศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็งและรังสีรักษา รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.19 น.

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ Beauty Gems และชมรมเพลินไทยสมัยนิยม จัดงาน “ธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ภายในงานมีการเดินแฟชั่นโชว์ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ และการประมูลสิ่งของหลากหลายรายการที่น่าสะสม เพื่อรายได้นำไปสมทบทุนการก่อสร้าง “อาคารศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็งและรังสีรักษา (อาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)” ในวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569  เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ The Event Hall ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม

ภายในงาน “ธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย นอกจากมีการแสดงแบบชุดไทย การแสดงดนตรี ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคํญคือ การประมูลการกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยผลิตภัณฑ์ที่นำมาประมูลได้รับการสนับสนุนจากนักธุรกิจคนดัง นักสะสม และผู้มีจิตศรัทธา เริ่มต้น “พระบรมสาทิสลักษณ์คู่ จากพระราชพิธีอภิเษกสมรส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร์ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เทคนิคสีน้ำมันขนาดรวมกรอบ 90×110 ซม. ผลงานของ ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ มอบโดย มล.ปุณยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ราคาเปิดประมูล 120,000 บาท

“ผ้าทอลายนกยูงคู่มงคล” เป็นผ้าไหมยกดอกทอจากดิ้นทองฝรั่งเศสฝีมือช่างทอชาวไทยจากจังหวัดลำพูน มีขอบสังเวียน 2 ฝั่ง ทอลายเต็มผืน ความยาว 4 เมตร ลายนกยูงคู่ถือว่าเป็นลายมงคลเชื่อว่านกยูงคู่หมายถึงการปกปักรักษาคุ้มครอง มอบให้โดย มล.ปุณยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา และนิติรัตน์ เปลี่ยนขำ จากชมรมเพลินไทยสมัยนิยม ราคาเปิดประมูล 120,000 บาท นาฬิกา Seiko Prospex TU 90th Anniversary Limited Edition จัดทำขึ้นในวาระครบรอบ 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวเรือนสเตนเลสสตีล หน้าปัดดีไซน์พิเศษสีเหลือง-แดง จำนวน 2 เรือน หมายเลขประจำเครื่อง 0099 และหมายเลข 0999 เปิดประมูลที่ราคา 100,000 บาท

กระเป๋า Judith Leiber : Coulture Willow Crystal กระเป๋าถือดีไซน์วงรี ตกแต่งด้วยคริสตัล Swarovski ทั้งใบ ภายในบุด้วยหนังเมทัลลิก ตัวปิดกระเป๋าเป็นแบบสลักพับลง มีหูหิ้วด้านบนพร้อมพู่ไหมเงินและเหรียญสัญลักษณ์  “Judith” และ กระเป๋าครัตช์ Judith Leiber : Storybook Love Stories ผืนผ้าใบคริสตัลสีครามเข้มเปล่งประกายราวห้องสมุดโบราณที่ถูกห่อหุ้มด้วยหมู่ดาว ขณะที่ลวดลายดอกไม้อันงดงามชวนให้นึกถึง ชวนให้นึกถึงบทกวีจากนิยายวินเทจ กระเป๋าครัตช์รูปหนังสือใบนี้ใบนี้คือเครื่องประดับเหนือกาลเวลาเหมาะแก่การส่งต่อเป็นมรดกแห่งความทรงจำ กระเป๋าทั้งสองใบนี้มอบให้โดย สุริยน ศรีอรทัยกุล ผู้บริหาร Beauty Gems เปิดประมูลที่ราคาใบละ 100,000 บาท

อีกหนึ่งไฮไลท์ของประมูลในงานนี้คือ ชุดน้ำชาพอร์ซเลนสีชมพู Original Rose ผลิตจากเนื้อพอร์เลนสีชมพูชนิดพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Haas & Czjzek ประเทศเชโกสโลวาเกีย โดดเด่นด้วยลายฉลุลูกไม้สีขาว ตกแต่งด้วยทองคำ 24K  มอบให้โดย กรรณิกา ศิลปวรากูร เปิดประมูลที่ราคา 100,000 บาท และยังมีหลากหลายชิ้นงานที่ผู้มีจิตศรัทธามอบให้เพื่อนำมาประมูลในงานนี้

ทั้งนี้รายได้จากการประมูลสมทบกองทุนเพื่อสร้างอาคาร  “อาคารศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็งและรังสีรักษา (อาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)” โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ผู้ที่สนใจสามารถแจ้งความจำนงในการร่วมประมูลในงานครั้งนี้ได้ที่ หน่วยรับบริจาค รพ. ธรรมศาสตร์ฯ โทร.02 926 9432 ชมรมเพลินไทยสมัยนิยม โทร.093 789 7557 , 095 364 3398 และ บิวตี้ เจมส์ โทร.084 361 4611

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเพื่ออาคาร “ศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็งและรังสีรักษา” (อาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ผ่านบัญชีธนาคารชื่อบัญชี รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 091-0-20188-8 ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 069-3-90654-7 และธนาคารทหารไทยธนชาติ เลขที่บัญชี 050-2-00002-9 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 926 9432

อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย และ เจ้าสัว บุญเกียรติ โชควัฒนา โชว์ผลงานศิลปะในนิทรรศการ Art Speaks One Language

อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย และ เจ้าสัว บุญเกียรติ โชควัฒนา โชว์ผลงานศิลปะในนิทรรศการ Art Speaks One Language

อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย และ เจ้าสัว บุญเกียรติ โชควัฒนา โชว์ผลงานศิลปะในนิทรรศการ Art Speaks One Language

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.10 น.

ปักหมุดรอเลย! นิทรรศการ Art Speaks One Language: ศิลปะภาษาเดียวกัน ชวนสัมผัสนิทรรศการศิลปะไม่ธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่ง “ความเท่าเทียม” ที่ให้ศิลปะทำหน้าที่เป็นภาษาสากล เชื่อมโยงผู้คนโดยไม่จำกัดวัย ความสามารถ หรือความแตกต่างทางร่างกาย ถ่ายทอดผลงานจากทั้งศิลปินทั่วไป และศิลปินเด็กพิเศษ อาทิ เด็กออทิสติก ผู้พิการทางการได้ยิน และผู้พิการทางสายตา

นิทรรศการ “Art Speaks One Language” นำเสนอผลงานศิลปะกว่า 100 ชิ้น จากศิลปินทั่วไปและศิลปินเด็กพิเศษรวมกว่า 40 คน นำโดย ปราง เวชชาชีวะ  แท็กทีมศิลปินเด็กพิเศษดิจิทัลอาร์ท  อเล็ก-ชนกรณ์ พุกะทรัพย์ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ผ่านภาพวาด ลายเส้น สี และเทคนิคเฉพาะตัว สะท้อนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อสร้างสังคมที่ยอมรับความแตกต่างอย่างแท้จริง ผ่านผลงานศิลปะอย่างทรงพลัง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลงานและผลิตภัณฑ์ศิลปะจะนำไปสนับสนุนมูลนิธิซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพัฒนาห้องเรียนศิลปะสำหรับเด็กยากไร้ทั่วประเทศ

พบกับไฮไลท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยได้รับเกียรติอย่างสูงจากอดีตนายกรัฐมนตรี  นายชวน หลีกภัย  ที่ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานด้านทัศนศิลป์ ประจำปี 2566 จากกระทรวงวัฒนธรรม นำผลงานภาพ “เด็กน้อยบนตักแม่ชาวเล” บันทึกความงดงามของวิถีชีวิตเรียบง่ายบนเกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา มาร่วมจัดแสดงเคียงคู่กับผลงานภาพ “ครุฑ” อันทรงคุณค่า สะท้อนพลัง ความศรัทธา และอัตลักษณ์ของศิลปะไทยร่วมสมัย จากเจ้าสัวบุญยเกียรติ โชควัฒนา  ประธานกรรมการและกรรมการ เครือสหพัฒน์

เตรียมตัวไปเสพงานศิลป์ เติมแรงบันดาลใจ ท่ามกลางรอยยิ้มและความเข้าใจ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนศักยภาพของศิลปินทุกคน เพื่อสร้างสังคมที่โอบรับความแตกต่างอย่างยั่งยืน ในนิทรรศการ Art Speaks One Language พื้นที่ที่ศิลปะ “พูดภาษาเดียวกัน” เข้าชมฟรี! ระหว่างวันที่ 10-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องไปรษณีย์นฤมิต ไปรษณีย์กลางบางรัก เดินทางสะดวกด้วย BTS สะพานตากสิน

จุฬาฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน อุทิศถวายแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จุฬาฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน อุทิศถวายแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จุฬาฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน อุทิศถวายแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.47 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน อุทิศถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องรับรอง หอประชุมจุฬาฯ โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณาจารย์ บุคลากร นิสิตจุฬาฯ และนิสิตเก่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ในโอกาสนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และจุดเทียนดูหนังสือเทศน์และเครื่องบูชาธรรม จากนั้นเป็นพิธีทางศาสนา โดยเจ้าหน้าที่ศาสนพิธีอาราธนาศีล พระราชาคณะแสดงพระธรรมเทศนา เจ้าหน้าที่ศาสนพิธีอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์จำนวน 10 รูป สวดพระพุทธมนต์

ในการนี้ นายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี ผู้แทนกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้แทนผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้แทนคณาจารย์ บุคลากร นิสิตเก่า และนิสิตปัจจุบันถวายภัตตาหารเพล (ปิ่นโต) และถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ นายกสภามหาวิทยาลัยทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมรูปสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นนายกสภามหาวิทยาลัย พร้อมด้วยอธิการบดีจุฬาฯ กรวดน้ำ พระสงฆ์อนุโมทนา

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

ประธานพิธีจุดเครื่องทองน้อยหน้าถวายสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระราชาคณะแสดงพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์จำนวน 10 รูป สวดพระพุทธมนต์

ประธานพิธีพร้อมด้วยคณะผู้บริหารจุฬาฯ ร่วมถวายภัตตาหารเพล

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ทอดผ้าไตร


ประธานพิธีถวายพัดรองที่ระลึกแก่คณะสงฆ์


ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาฯ, ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ร่วมพิธี