คุณแหน : 17 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 17 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 17 มิถุนายน 2569

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สูงสุดตามโบราณราชประเพณี พร้อมพระราชทาน พระโกศทองใหญ่ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 9 สำหรับทรงพระศพ และพระราชทานพระสัปตปฎลเศวตฉัตร คือฉัตรขาวเจ็ดชั้น กลางกั้นพระโกศ

ll พระโกศทองใหญ่ ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 9 เป็นพระโกศทองใหญ่องค์ที่สาม โดยพระโกศทองใหญ่องค์แรก สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ส่วนพระโกศทองใหญ่ องค์ที่สอง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 พระโกศทองใหญ่ รัชกาลที่ 9 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2543 เพื่อใช้ในการพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ll โจ อานันทเดชน์ อมาตยกุล นักธุรกิจใหญ่ผู้แสนจะติดดิน ไปเที่ยวประเทศหนึ่งที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ โดยไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชาย แล้วดันเปิด
ห้องพักเพียงห้องเดียว คราวนี้ก็เลยว้าวุ่นเมื่อพนักงานในโรงแรมมองนักท่องเที่ยวคู่นี้ด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าแสนสงสัย เอ๊ะ ๆ ๆ เขาเป็นอะไรกันหนอ นี่แหละหนอผลของความประหยัดของเจ้าสัวโจ

ll เจม นันทวุฒิ ภิรมย์ภักดี หลานชาย คุณหญิงหมัด ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ มีแววเด่นว่าน่าจะเป็นนักร้องนักดนตรีดัง เพราะเล่นและร้องได้ดี ในขณะเดียวกันก็น่าจะเป็นนักแข่งรถฟอร์มูลาระดับโลกอีกด้วย แต่แม้จะมากความสามารถ คุณแม่คือ บิ๋ง นันทมาลี ภิรมย์ภักดี ก็ยังยืนยันว่าห้ามทิ้งการเรียนเป็นอันขาด ต้องเรียนให้จบแล้วกลับมาช่วยครอบครัวทำธุรกิจ ส่วนจะมีงานอดิเรกหรืออาชีพเสริมใดๆ ก็ให้อิสระเต็มที่ 

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยด้านตลาดในประเทศ เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยปี 2569 อย่างต่อเนื่อง ขานรับยุทธศาสตร์ The New Thailand ที่มุ่งเน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ (Value over Volume) พร้อมสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน กระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางและสร้างความทรงจำที่มีคุณค่า ชูแนวคิด Memory of Discovery มุ่งส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม และกระตุ้นให้คนไทยออกไปสร้างความทรงจำอันทรงคุณค่าใน ‘ช่วงเวลาแห่งการค้นพบ’

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า “จากกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยของกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ประกอบกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y และกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่เริ่มมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่จากเดิม ททท. จึงเปิดตัวโครงการ ‘ONLY MEN ผู้ชายสายลุย’ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ผ่านกิจกรรมผจญภัยกลางแจ้ง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งตอบโจทย์การท่องเที่ยวแบบ ‘ลงมือทำจริง’ ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สินค้าทางการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงที่ชอบความท้าทาย โดยนำเสนอผ่านแนวคิด ‘Design your limits with your destination’

โดยต่อยอดโครงการด้วยการจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการขาย ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก MEN ON LEAVE ลา…ออกไปใช้ชีวิต กิจกรรมประกวดภาพถ่ายนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวสายลุย MEN ON DEAL แจกดีลส่วนลดพิเศษสำหรับกิจกรรม เส้นทางท่องเที่ยว และอุปกรณ์สายลุย MEN ON LEAVE: OFF THE MAP EXPERIENCE เอ็กคลูซิฟทริปแนวผจญภัยร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์สายลุยคนดัง ซึ่ง ททท. ได้ร่วมมือกับพันธมิตรและครีเอเตอร์มาช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้เกิดการเดินทาง และสร้างการรับรู้โครงการในวงกว้าง  นายอภิชัย กล่าว

ในการนี้ ททท. โดยด้านตลาดในประเทศ คาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ขยายฐานตลาดใหม่ และเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็น “เวทีแห่งการผจญภัยและการค้นพบตัวตนระดับโลก” สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Only Men www.facebook.com/onlymenthailand

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ พร้อมจัดพิธีถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ  พร้อมจัดพิธีถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ พร้อมจัดพิธีถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.14 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. และ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. ถวายน้ำสรงพระศพ

สำหรับวันที่ 15 มิถุนายน 2569 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 4 ศูนย์การศึกษา ได้แก่ ท่าพระจันทร์ ศูนย์รังสิต ศูนย์ลำปาง และศูนย์พัทยา จัดพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูปเพื่อน้อมถวายความอาลัย และด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

โดยมีคณะผู้บริหารเข้าร่วมฯ อาทิ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ผศ.ดร.ชยกฤต อัศวธิตานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ รศ.ดร.จิรพล สังข์โพธิ์ รองอธิการบดี ฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และการดิจิทัล รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยาและสุขศาสตร์ รศ.ดร.สุปรีดี ฤทธิรงค์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ผศ.ดร.อรพรรณ ยลระบิล รองอธิการบดีฝ่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และการสร้างคุณค่าทางวิสาหกิจ ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปาง รศ.ดร.ณัฐดนย์ พรรณุเจริญวงษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา รศ.ประไพพิศ มุทิตาเจริญ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร พร้อมทั้งผู้บริหารคณะ คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในระดับปริญญาตรี ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง และได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารงานยุติธรรม ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ในการธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม พระองค์ทรงเข้ารับราชการในสายงานอัยการ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านกฎหมายอย่างใกล้ชิดกับประชาชน ทรงพระวิริยอุตสาหะเพื่อเสริมสร้างหลักนิติธรรมและความเสมอภาคในสังคม จนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติ และได้รับการถวายพระสมัญญาในสื่อมวลชนว่า “เจ้าหญิงนักกฎหมาย”

ตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการ ทั้งด้านกฎหมาย การยุติธรรม การทหาร การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดจน
การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคม พระกรณียกิจเหล่านี้ล้วนเป็นประจักษ์พยานแห่งพระเมตตา พระปรีชาสามารถ และทรง
อุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย พงษ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการ อาทิ ผาณิต
พูนศิริวงศ์, ดารณี วัธนเวคิน-กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม, สถิตย์ ไม้งิ้ว บุคลากร เจ้าหน้าที่สมาคม ร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป
ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย พงษ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการ อาทิ ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดารณี วัธนเวคิน-กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม, สถิตย์ ไม้งิ้ว บุคลากร เจ้าหน้าที่สมาคม ร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ในศูนย์ท่าพระจันทร์ น้อมถวายความอาลัย

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ในศูนย์ท่าพระจันทร์ น้อมถวายความอาลัย

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. ลงนามถวายความอาลัย

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. ลงนามถวายความอาลัย

ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา พร้อมศิษย์เก่า มธ. ร่วมพิธี
ถวายความอาลัย ณ ศูนย์ท่าพระจันทร์

ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา พร้อมศิษย์เก่า มธ. ร่วมพิธี ถวายความอาลัย ณ ศูนย์ท่าพระจันทร์

ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปาง
นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาศูนย์พัทยา ร่วมพิธี
ถวายความอาลัย

ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปาง นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาศูนย์พัทยา ร่วมพิธี ถวายความอาลัย

รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาศูนย์พัทยา ร่วมพิธี
ถวายความอาลัย

ชาวธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ น้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาศูนย์พัทยา ร่วมพิธี ถวายความอาลัย ชาวธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ น้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยาและ
สุขศาสตร์ นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา
ศูนย์พัทยา ร่วมพิธีถวายความอาลัย

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยาและ สุขศาสตร์ นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ศูนย์พัทยา ร่วมพิธีถวายความอาลัย

เมื่อประชาชนประสบภัย การมีที่ให้พึ่งพาคือหัวใจสำคัญ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

เมื่อประชาชนประสบภัย การมีที่ให้พึ่งพาคือหัวใจสำคัญ  มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

เมื่อประชาชนประสบภัย การมีที่ให้พึ่งพาคือหัวใจสำคัญ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.05 น.

ยามเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ โดยเฉพาะ “อุทกภัย” ชื่อหน่วยงานที่หลายคนคุ้นหูและภาพจำที่หลายคนคุ้นตา นั่นคือ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ที่อยู่เคียงข้างและเป็นที่พึ่งของผู้ประสบภัยมายาวนานกว่า 30 ปี โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย หรือที่ทุกคนคุ้นเคยในพระนามว่า “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” หรือ “พระองค์ภาฯ” ภาพของพระองค์ที่ทรงลงพื้นที่ประสบภัย พร้อมกับน้ำพระทัยที่หลั่งไหล
ดั่งสายธารแห่งพระเมตตานั้นยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงดวงใจของพสกนิกรไทย ที่พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งพิงและเป็นที่พึ่งพาให้กับพวกเขาตราบจนทุกวันนี้

ภาพคุ้นชินของพสกนิกรไทยกับการที่พระองค์ภา ทรงลงไปให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ที่ประสบภัยด้วยพระองค์เอง ยังคงเป็นภาพที่ประทับอยู่ในจิตใจอันสัมผัสได้ถึงน้ำพระทัยที่ทรงมีอย่างเปี่ยมล้น เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยาก ทั้งภาพที่ทรงแจกถุงยังชีพด้วยพระองค์เอง ภาพทรงช่วยประกอบอาหารร่วมกับพระมารดา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในโรงครัวพระราชทาน ภาพพระองค์ทรงดูแลผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงภาพแห่งความทรงจำอื่นอีกมากมาย อันสะท้อนถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน โดยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างครบวงจร ทั้งการเฝ้าระวังก่อนเกิดภัย บรรเทาทุกข์ระหว่างเกิดภัย และการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

“มูลนิธิฯ จะเป็นศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์ และจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Relief and Management) ในด้านสังคมและมนุษย์ มีการประสานงานกับภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งด้านการป้องกัน เพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด หรือมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันการสูญเสีย ด้านการบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี และการฟื้นฟูให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิต
อย่างปกติได้อย่างยั่งยืน ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับหน่วยงานรัฐทุกหน่วยงาน บูรณาการ มุ่งขณะเข้าใจปัญหาแบบองค์รวม ดำเนินการตามเป้าหมายอันเดียวกัน เพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาที่เกิดความยั่งยืนให้กับสังคม”

พระนโยบาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

รวมไปถึงหลักการที่พระองค์พระราชทานเอาไว้ และเป็นที่ยึดถือปฏิบัติของมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นั่นคือ “เข้าก่อนออกทีหลัง”

“มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ พวกเรา เข้าก่อน ออกทีหลัง” นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ กล่าวไว้เมื่อครั้งเหตุการณ์มหาอุทกภัยจังหวัดเชียงราย ในปี 2567 ว่า “เพราะทันทีที่ได้รับข้อมูลจากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติและแหล่งต่างๆ จะลงพื้นที่ และถ้า ณ จุดนั้นขาดอุปกรณ์หรือเครื่องมือในการตอบโต้ภัยพิบัติและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็จะแจ้งเข้ามายังมูลนิธิฯ การจัดหาอุปกรณ์สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว”

สถานีโทรมาตรอัตโนมัติเป็นหนึ่งในโครงการที่พระองค์ภา ทรงเล็งเห็นถึงการเตือนภัยก่อนที่จะเกิดเหตุ มีพระดำริให้มูลนิธิฯ ดำเนินการจัดตั้งเสาสถานีโทรมาตรอัตโนมัติขึ้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นต้นแรก ทำหน้าที่ตรวจวัดอากาศและปริมาณน้ำเพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นและพัฒนาจนสามารถส่งผลแบบทันท่วงที และติดตั้งอีกหลายจุดทั่วประเทศไทยในเวลาต่อมา

“เมื่อน้ำจบแล้ว หลายหน่วยอาจออกจากพื้นที่กันไปแล้ว แต่มูลนิธิฯ ยังคงอยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่แค่คอยทำความสะอาด เพื่อส่งผู้ประสบภัยกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่เรายังอยู่เพื่อเยียวยา และฟื้นฟูอาชีพให้ผู้ประสบภัยกลับมามีอาชีพ มีรายได้ สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
ได้อย่างที่เคยเป็น และเลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้มาจากพระวิสัยทัศน์ขององค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที” นายวีระศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายถึงพระวิสัยทัศน์ของพระองค์ภา ที่เป็นหลักการในการทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนั้น

“การฟื้นฟูหลังน้ำลดก็มีความหมายอยู่เหมือนกัน เพราะน้ำท่วมทำความเสียหายให้อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพ ผู้ต้องสร้างรายได้จากอุปกรณ์ต่างๆ … ทางมูลนิธิฯ ก็เลยจัดเงินทุน สิ่งของจำเป็นมาช่วยสนับสนุนให้ฟื้นคืนกลับสู่อาชีพต่างๆ และกลับคืนสู่ชีวิตปกติได้อย่างรวดเร็วที่สุด”

พระดำรัส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อครั้งเสด็จไปทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของแก่ผู้ประสบอุทกภัย หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ จ.อุบลราชธานี วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 นับเป็นอีกหนึ่งวันแห่งความอาลัยอย่างหาที่สุดไม่ได้ เมื่อพระองค์ภาฯ เสด็จสู่แดนสรวง ตลอดพระชนม์ชีพ
ของพระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อคนไทย และทรงมีพระวิสัยทัศน์ในการมุ่งมั่น และพัฒนาที่ยังคงจารึกอยู่ในใจพสกนิกรชาวไทยอย่างไม่รู้ลืม อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ทรงเป็นเจ้าหญิงที่เป็นที่พึ่งพาของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง ทุกพระราชปณิธาน
อันแน่วแน่ ทรงห่วงใยและปรารถนาเพื่อที่จะบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยอันจะเป็นแนวพระราชจริยวัตรหลักที่สภากาชาดไทยน้อมนำ มุ่งมั่น และสานต่อสืบไป

น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิรันดร์ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและบุคลากรสภากาชาดไทย

สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.49 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือสมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ ทรงเป็น
พระมิ่งขวัญและเป็นความภาคภูมิใจของชาวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะพระองค์ทรงเป็นบัณฑิตแห่งธรรมศาสตร์ เพราะทรงช่วยประกาศความเกรียงไกรของธรรมศาสตร์ให้ขจรขจายแผ่ไปบนแผ่นดินไทย และนานาชาติ

พระองค์ทรงเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะนิติศาสตร์ เมื่อปีการศึกษา 2540 ระหว่างที่ทรงศึกษา ทรงปฏิบัติพระองค์ให้กลมกลืน
กับนักศึกษา โดยไม่ได้ถือพระองค์ ทรงร่วมกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเป็นประจำ เช่น งานรับเพื่อนใหม่ งานกีฬาในคณะและระหว่างคณะ และทุกครั้งที่ทรงร่วมกิจกรรมก็ไม่เคยทำให้เพื่อนๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องเกิดอาการอึดอัดแม้แต่น้อย

ครั้นในยามมีเวลาว่างจากการเรียน อย่างเช่นช่วงเวลาพักเที่ยง ก็ทรงร่วมพระดำเนินไปเสวยอาหารตามร้านต่างๆ บริเวณท่าพระจันทร์ ทำให้พ่อค้า แม่ขายในบริเวณดังกล่าวประทับใจในความเรียบง่ายเป็นกันเองของพระองค์ท่าน

ชาวธรรมศาสตร์ที่ได้ใกล้ชิดพระองค์ บอกตรงกันว่า พระองค์ทรงบอกเสมอว่าเวลาเล่นหรือเรียนด้วยกัน รวมถึงเวลาทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งไปพบเจอภายนอกมหาวิทยาลัยก็ขอให้ทักทายพระองค์ โดยไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์

อาจารย์นริศ ชัยสูตร ระลึกถึงความประทับใจในสมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ โดยบอกว่าตนเองตั้งใจอยากให้พระองค์ทรงเลือกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นที่ศึกษาระดับปริญญาตรีในคณะเศรษฐศาสตร์ เพราะตนเองเป็นคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ ปี 2539

แล้ววันหนึ่ง สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ เสด็จยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างไม่เป็นทางการเพื่อทอดพระเนตรการแข่งขันขี่ม้าในสนามธรรมศาสตร์ ที่คณะเศรษฐศาสตร์เป็นเจ้าภาพจัดงาน ในยุคอาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัย

สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ เสด็จมาทอดพระเนตรการแข่งขัน โดยไม่มีขบวนใหญ่โต ไม่มีพิธีรีตอง แค่เพียงมีผู้ติดตามเพียงไม่กี่คน แล้วประทับนั่งในเต็นท์ธรรมดาข้างสนามฟุตบอลเหมือนกับผู้ชมทั่วไป

ในช่วงพักการแข่งขัน อาจารย์นริศกราบทูลเชิญเสด็จไปยังห้องรับรองบนตึกโดม ชั้น 2 โดยอาจารย์นรนิติ และอาจารย์สมยศ เชื้อไทย คณบดี คณะนิติศาสตร์ รอเฝ้าอยู่

อาจารย์นริศบอกว่าได้กราบทูลเชิญพระองค์ท่านเข้าศึกษาในโครงการเศรษฐศาสตร์ B.E. ที่ใช้การเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่พระองค์ท่านรับสั่งว่าทรงไม่ถนัดเรียนเศรษฐศาสตร์ แต่สนพระทัยด้านนิติศาสตร์ และรับสั่งอีกว่ายังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มากนัก ทำให้อาจารย์นรนิติและอาจารย์สมยศได้กราบถวายข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และคณะนิติศาสตร์อย่างโดยละเอียด และพระองค์ท่านทรงบอกว่า หากทรงเข้าศึกษาที่ธรรมศาสตร์ จะทรงใช้ชีวิตนักศึกษาอย่างเช่นคนทั่วไป ไม่ต้องการให้ทหารหรือเจ้าหน้าที่ติดตามเดินประกบในเขตมหาวิทยาลัย

พระองค์ท่านทรงสอบเข้าธรรมศาสตร์ด้วยพระองค์เอง ไม่มีโควตาพิเศษใดๆ จากมหาวิทยาลัย เมื่อทรงเข้าเป็นนักศึกษา ก็ทรงดำเนินชีวิตเรียบง่าย เดินไปเรียน ร่วมทำกิจกรรมเหมือนนักศึกษาทั่วไป แม้แต่รถยนต์ประจำพระองค์ ก็ไม่ได้เข้ามาจอดภายในมหาวิทยาลัย

ตลอดระยะเวลาที่ทรงศึกษาในธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยไม่มีปัญหาเรื่องการถวายการดูแลพระองค์ เพราะพระองค์ไม่เคยสร้างความลำบากใจให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม้แต่น้อย แต่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของความมีวินัย ความเรียบง่าย ความรับผิดชอบ และทรงเป็นกันเองกับทุกคน

พระจริยวัตรที่แสนเรียบง่าย แต่ทรงมุ่งมั่นมุมานะในการศึกษาอย่างจริงจัง และทรงเสียสละเพื่อสังคมตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ปรากฏชัดเจนในสายตาและการรับรู้ของชาวธรรมศาสตร์ตราบนิจนิรันดร์

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมถวายน้ำสรงพระศพองค์ประธานมูลนิธิ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมถวายน้ำสรงพระศพองค์ประธานมูลนิธิ  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมถวายน้ำสรงพระศพองค์ประธานมูลนิธิ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.51 น.

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ปฏิบัติหน้าที่ประธาคณะกรรมการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำคณะกรรมการเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ และ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสาพัฒนา เข้าถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา องค์ประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ เบื้องหน้า พระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระรูป

เมื่อเวลา 15.00 น. ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ และเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา พัฒนา ได้ร่วมาส่งเสด็จขบวนเชิญพระศพ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง ที่ด้านหน้าสถานีตำรวจนครบาลพญาไทอีกด้วย

ในวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการเลขาธิการมูลนิธิ นำคณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ เข้าลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง

ดิสทัต โหตระกิตย์ และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ

แม้จะมีความเศร้าโศกเสียใจมากมายเพียงใด แต่คณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ จิตอาสาที่ร่วมปฏิบัติงานกับมูลนิธิฯ จะยังคงยึดมั่นและดำเนินรอยตามพระบาทของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติ
รุนแรงต่างๆ ตามพระปณิธานและพระนโยบายที่ได้พระราชทานไว้แก่ คณะกรรมการมูลนิธิ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน
กรรมการที่ปรึกษาฯ และ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน กรรมการที่ปรึกษาฯ และ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ

ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ศิราภรณ์ จิตต์กุศล และ พล.ต.ต.รักษ์จิต หม้อมงคล

ศิราภรณ์ จิตต์กุศล และ พล.ต.ต.รักษ์จิต หม้อมงคล

วีรชาติ กิจวัตร และ สันติ สายทิพย์พงษ์ ถวายนํ้าสรงพระศพ

วีรชาติ กิจวัตร และ สันติ สายทิพย์พงษ์ ถวายนํ้าสรงพระศพ

สายสม วงศาสุลักษณ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, ดิสทัต โหตระกิตย์ และ รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช

สายสม วงศาสุลักษณ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, ดิสทัต โหตระกิตย์ และ รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช

(แถวนั่งหน้า) นภษกร วัชระวิสิฐ, ศิราภรณ์ จิตต์กุศล, สันติ สายทิพย์พงษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ

(แถวนั่งหน้า) นภษกร วัชระวิสิฐ, ศิราภรณ์ จิตต์กุศล, สันติ สายทิพย์พงษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ

(แถวยืน) จากลำดับที่ 6 ศิราภรณ์ จิตต์กุศล, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, สายสม วงศาสุลักษณ์, เอ็นนู ซื่อสุวรรณ และ สันติ สายทิพย์พงษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

(แถวยืน) จากลำดับที่ 6 ศิราภรณ์ จิตต์กุศล, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, สายสม วงศาสุลักษณ์, เอ็นนู ซื่อสุวรรณ และ สันติ สายทิพย์พงษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย รองประธานกรรมการมูลนิธิ นำคณะกรรมการวางพวงมาลัยถวายความอาลัยหน้าพระรูป

ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย รองประธานกรรมการมูลนิธิ นำคณะกรรมการวางพวงมาลัยถวายความอาลัยหน้าพระรูป

ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย และ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ลงนามถวายความอาลัย

ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย และ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ลงนามถวายความอาลัย

รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช และ ศิราภรณ์ จิตต์กุศล ลงนามถวายความอาลัย

รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช และ ศิราภรณ์ จิตต์กุศล ลงนามถวายความอาลัย

เอ็นนู ซื่อสุวรรณ ลงนามถวายความอาลัย

เอ็นนู ซื่อสุวรรณ ลงนามถวายความอาลัย

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิ และจิตอาสา ร่วมส่งเสด็จขบวนเชิญพระศพ

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิ และจิตอาสา ร่วมส่งเสด็จขบวนเชิญพระศพ

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เรามักคุ้นเคยกับยาคีโม (Chemotherapy) หรือยาเคมีบำบัด ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งผู้ป่วยหลายรายมักกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้นมากในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาตัวยาที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งและเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่า เรียกว่า “ยามุ่งเป้า”

นพ. อัศวเดช แสนบัว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า เวิลด์เมดิคอล โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)  ยาที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษามะเร็งอย่างตรงจุด ออกฤทธิ์จำเพาะในการยับยั้งการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งที่มีความผิดปกตินั้นๆ เช่น ยีนกลายพันธุ์

ยามุ่งเป้าใช้ในกลุ่มมะเร็งชนิดใดบ้าง : ยามุ่งเป้าไม่ใช่ยาที่สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยมะเร็งทุกราย จำเป็นต้องมีการตรวจสารบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) เช่น การตรวจยีนหรือโปรตีนที่มีการกลายพันธุ์ โดยส่งชิ้นเนื้อมะเร็งตรวจ เพื่อให้ใช้ยาได้เหมาะสมกับชนิดของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย โดยมะเร็งที่สามารถรักษาโดยใช้ยามุ่งเป้า ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด มะเร็งตับ มะเร็งไต

ชนิดและการทำงานของยามุ่งเป้า : ปัจจุบันยามุ่งเป้ามี 2 รูปแบบ คือ: ยาเม็ดรับประทาน ยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ชนิด Monoclonal Antibody แพทย์อาจรักษาด้วยการให้ยากลุ่มนี้เพียงอย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับการรักษารูปแบบอื่น เช่น การฉายรังสี หรือยาเคมีบำบัด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น : อาการทางผิวหนัง เช่น ผื่นคัน ลมพิษ คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ท้องเสีย ความดันโลหิตสูง อาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและสามารถแก้ไขได้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้ยามุ่งเป้า : ต้องตรวจยีนหรือโปรตีนก่อนเสมอ เพื่อยืนยันว่าตรงกับกลไกของยา ไม่ใช่ทุกคนจะได้ผลจากยา บางรายอาจตอบสนองไม่ดี หรือเกิดการดื้อยา ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง มีโอกาสดื้อยาได้เมื่อใช้ไปนานๆ ผลข้างเคียงยังคงมี แต่โดยทั่วไปน้อยกว่ายาเคมีบำบัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ควรตรวจสอบสิทธิ์การรักษาและประกันสุขภาพ ต้องติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด ตรวจเลือดและถ่ายภาพรังสีเป็นระยะ

“ยามุ่งเป้า” ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าของการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น และลดผลข้างเคียงลงได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยาชนิดนี้จะใช้ได้เฉพาะในผู้ป่วยที่มียีนหรือโปรตีนผิดปกติ ตรงกับกลไกของยาเท่านั้น ดังนั้น การตรวจยีนก่อนเริ่มรักษา และการติดตามผลอย่างใกล้ชิดกับแพทย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับการรักษามะเร็งด้วย “ยามุ่งเป้า” สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่  ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า เวิลด์เมดิคอล ชั้น 11 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โทร 02-836-9999 ต่อ *1901

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2569

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • คณะเสนาธิการแห่ง Pentagon รวมทั้ง Think Tank ของอิสราเอล ดำเนินแผนยุทธการใหญ่ไม่เคยพลาดเป้า แต่ครั้งนี้ สงคราม US V. IRAN ดูจะไม่เป็นใจสักเท่าไร แม้ว่าในข้อเท็จจริงแล้วฝ่ายสหรัฐฯ สร้างความเสียหายแก่อิหร่านอย่างมโหฬาร กองบัญชาการต่างๆ, กองทัพเรือและกองทัพอากาศอิหร่านถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ทั้งสองมหาอำนาจทหารฝ่ายพันธมิตรคาดไม่ถึงคือ แฟ้คเตอร์ “FAITH” และ “PERSEVERANCE” ของกองทัพนักรบอิหร่านที่ไม่ยอมแพ้และสู้ต่อด้วยสงครามเกอริลลา ดักโจมตีฐานทัพสหรัฐฯแถมใช้ โดรน กามิกาเซ่ เล่นงานพันธมิตรอาหรับสหรัฐฯเสียหายอีก ถึงสหรัฐฯทั้งขู่ทั้งทำลายอิหร่านแต่ก็ไม่สามารถปิดเกมส์ได้ ท่านทั้งหลายลองย้อนศึกษาประวัติศาสตร์จะเห็นชัดว่า Persian Empire มีความเจริญเกรียงไกรยิ่งใหญ่ที่สุดใน Middle East มาหลายพันปีแล้ว เชี่ยวชาญทั้งการรบและการปกครองแผ่นดินตลอดจนแว่นแคว้น ดังคำจารึกในยุคของมหาราชเปอร์เซีย อาทิ Cyrus the Great (559 B.C.) และ Darius I (522 B.C.) ครอบครองมหานครยิ่งใหญ่ Mesopotamia – Babylon ขยายอาณาจักรตะวันตกไปถึง ช่องแคบ Bosporus เส้นแบ่งเขตทวีปยุโรปและเอเชีย…
  • บารอนเนส โปรยหัวไว้เรียบร้อยแล้วใน คอลัมน์ “คุณแหน” ฉบับ ลวท. 19/5/69 ว่าประชาชนชาวไทยไม่ต้องเครียดเรื่อง “วิกฤตบอลโลก” เหตุผลชัดเจนอยู่แล้ว WORLD CUP เป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปอยู่แล้วว่ายิ่งใหญ่กว่าแม้แต่ OLYMPIC GAMES ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาต่างเจออุปสรรคการถ่ายทอดสดบ้างไม่มากก็น้อยแต่ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อคำว่า “O.K.” ยิ่งนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีสไตล์แคร์ความรู้สึกประชาชนมาก จึงเป็นที่มา กลุ่มธุรกิจ JAS สามารถเจรจาตกลงซื้อ ลิขสิทธิ์ World Cup ได้แล้ว และไม่ใช่เพียงแค่นั้นยังซื้อทีเดียวถึง 2 งวดเลย!…อนึ่งวันเสาร์ที่ 13/6 เปิดปฐมฤกษ์การแข่งขันที่แอล.เอ. ไทคูน สุโชติ ปาลีวงศ์ ผู้จัดจำหน่ายเบียร์ไทยทั่วสหรัฐฯ ทนลุ้นไม่ไหวรีบขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิกลับฐานที่มั่นแอล.เอ.ด่วน…
  • พล.อ.พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เป็นประธานมอบ รางวัลประชาบดี วันที่ 13 ก.ค.14.00 น.ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สะพานขาว ปีนี้มีผู้เข้ารับรางวัลดีเด่นมีชื่อเสียงที่ให้ความสำคัญแก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากหลายคนด้วยกัน…
  • ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาลูกเสือไทย พร้อมหารือนโยบาย และ พรบ. ลูกเสือร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงศึกษา และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเร็วๆนี้…
  • วีระวัฒน์ ชลายน ประธาน มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ นัดคณะกรรมการ ประชุมใหญ่ วันที่ 23 มิ.ย.10.30 น…
  • กวิภัฏ วสุวานิช จัดทำรายการ “ตามตะวัน” ทุกวันพฤหัส ทางสถานีวิทยุศึกษา FM92 เชิญคุณแม่ กัลยาณี มาออกรายการฯ พูดถึงเรื่องอาหารการกินแต่ยุคก่อน สมัยคุณแม่ยังสาว เช่น ข้าวแช่ ปัจจุบันทำขายกันหลายร้านฯมาก มีวิทยากรร่วมฯ อ.หทัย บุนนาค ,กุลธิดา -วันชัย น้อยสังข์…
  • มิตรสหายตั้งคำถาม เทวีรัตน์ ลีลานุช ว่ามีเคล็ดลับอะไรในการรักษารูปร่างบอบบางอย่างนางแบบได้เหมือนเมื่อสมัยสาวๆ เจ้าตัวตอบตรงๆว่า ฉันนั่งดูซีรีส์ยาวๆแบบลืมกิน เพื่อนได้ยินรีบเตือนว่า “ลืมกินไม่เป็นไร อย่าลืมหายใจแล้วกัน !!…

บารอนเนส

ดีป้า ยกระดับอุตฯดิจิทัลคอนเทนต์ เปิดระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ มุ่งสร้างฐานข้อมูลคอนเทนต์ไทย ปูทางสู่เวทีโลก

ดีป้า ยกระดับอุตฯดิจิทัลคอนเทนต์ เปิดระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ มุ่งสร้างฐานข้อมูลคอนเทนต์ไทย ปูทางสู่เวทีโลก

ดีป้า ยกระดับอุตฯดิจิทัลคอนเทนต์ เปิดระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ มุ่งสร้างฐานข้อมูลคอนเทนต์ไทย ปูทางสู่เวทีโลก

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.46 น.

ดีป้า ประกาศยุทธศาสตร์การยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ไทยครั้งสำคัญในงาน ECOSYSTEM MOMENTUM FOR DIGITAL CONTENT THAILAND รุกเปิดระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์แบบครบวงจร เพื่อจัดทำฐานข้อมูลกลางที่เป็นระบบ พร้อมเชิญชวนผู้ผลิต ผู้พัฒนา และผู้ให้บริการร่วมขึ้นทะเบียน

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดงาน ECOSYSTEM MOMENTUM FOR DIGITAL CONTENT THAILAND เวทีขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่การเติบโตระดับสากลผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการเชื่อมโยงทุกภาคส่วนของระบบนิเวศเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการแสดงศักยภาพเพื่อเชื่อมต่อโอกาสทางธุรกิจ ภายใต้แนวคิด ‘From Local Talent to Global Content’ โดยมี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า เป็นประธานเปิดงาน และได้รับเกียรติจากบุคคลในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ อาคาร ดีป้า (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว 10

ดร.ศุภกร กล่าวว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ปัจจุบันอุตสาหกรรมดังกล่าวมีมูลค่ารวมกว่า 50,609 ล้านบาท โดยในปี 2567 มีอัตราการเติบโตถึง 14% (อ้างอิงข้อมูลผลสำรวจอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ปี 2567) ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นของคนไทย แต่ที่ผ่านมา ข้อมูลผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยยังคงกระจัดกระจาย และขาดฐานข้อมูลกลางที่เป็นระบบ ด้วยเหตุนี้ ดีป้า จึงจัดทำระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์แบบครบวงจร เพื่อรวบรวม จัดกลุ่ม และจัดทำภาพรวมของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ อีกทั้งให้สอดคล้องกับบริบทระดับสากล และขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการ ฟรีแลนซ์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในอุตสาหกรรมขึ้นทะเบียนผ่านระบบ เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลาง พร้อมแสดงศักยภาพของตนเองผ่าน Portfolio เชื่อมต่อโอกาสทางธุรกิจกับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ดร.ศุภกร กล่าวต่อว่า การมีฐานข้อมูลกลาง และระบบขึ้นทะเบียนที่ได้มาตรฐานจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยเข้มแข็ง ขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดโอกาสให้เหล่าผู้ประกอบการ หรือบุคคลทั่วไปในภาคอุตสาหกรรมได้แสดงศักยภาพสู่สายตานักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปูทางการเติบโตจาก Local Talent สู่ Global Content และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกันนี้ ภาครัฐยังสามารถกำหนดทิศทางนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นงาน ECOSYSTEM MOMENTUM FOR DIGITAL CONTENT THAILAND ที่จัดขึ้นในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย โดย ดีป้า ต้องการเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบ อีกทั้งร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมให้เข้มแข็ง และพร้อมก้าวไปสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

“ดีป้า มุ่งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้ การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจทัลคอนเทนต์ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดเก็บข้อมูล แต่เป็นการวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมโยงศักยภาพของคนไทยเข้ากับโอกาสทางธุรกิจระดับโลก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ทั้งนี้ ระบบดังกล่าว ดีป้า ได้จำแนกกลุ่มเป้าหมายในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ออกเป็น 6 สาขาหลักที่มีศักยภาพสูง และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ประกอบด้วย เกม แอนิเมชัน คาแรกเตอร์ อีสปอร์ต คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีบุ๊ก โดยผู้ประกอบการ ฟรีแลนซ์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่เข้ามาลงทะเบียนในระบบจะสามารถสร้าง Portfolio เพื่อแสดงผลงานตนเอง ซึ่งภายในฟีเจอร์สดังกล่าวจะทำหน้าที่เสมือนหน้าร้านออนไลน์ที่ได้มาตรฐาน ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้ามาค้นหาผลงาน ซี่งถือเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดทางการค้า และเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่

ภายในงาน ECOSYSTEM MOMENTUM FOR DIGITAL CONTENT THAILAND ยังมีเวทีเสวนา ที่รวมเหล่ากูรูจากแต่ละสาขามาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก ไม่ว่าจะเป็น คุณสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) คุณจิรยศ เทพพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร eArena คุณสุมิตร สีมากุล นายกสมาคมดิจิทอลคอนเทนท์ไทย (DCAT) คุณกิตติพงศ์ พฤกษอรุณ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) คุณกฤษณ์ ณ ลำเลียง นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) และ คุณกวิตา พุกสาย ผู้เชี่ยวชาญในวงการหนังสือ บรรณาธิการ และอดีตผู้บริหารแพลตฟอร์มอีบุ๊ก พร้อมการบรรยายให้ความรู้ในประเด็นภาษีดิจิทัลคอนเทนต์ กิจกรรม Inspiration Showcase ที่เปิดเวทีที่ให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ได้นำเสนอผลงาน และกิจกรรม Networking เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักพัฒนา และนักลงทุน

สำหรับผู้ประกอบการ ฟรีแลนซ์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์สามารถลงทะเบียนเข้าสู่ระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย พร้อมจัดทำ Portfolio เพื่อแสดงผลงานได้แล้ววันนี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและขั้นตอนการลงทะเบียนได้ที่ https://digitalcontent.depa.or.th/

นักศึกษา อก.มช. สร้างชื่อระดับประเทศ คว้าแชมป์ 2 ปีซ้อน คว้าถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ ในเวที Food Innovation Contest 2026

นักศึกษา อก.มช. สร้างชื่อระดับประเทศ คว้าแชมป์ 2 ปีซ้อน คว้าถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ ในเวที Food Innovation Contest 2026

นักศึกษา อก.มช. สร้างชื่อระดับประเทศ คว้าแชมป์ 2 ปีซ้อน คว้าถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ ในเวที Food Innovation Contest 2026

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.20 น.

นักศึกษาคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สร้างผลงานโดดเด่นบนเวทีการแข่งขันนวัตกรรมอาหารระดับประเทศ “Food Innovation Contest 2026” โดยสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พร้อมกวาดรางวัลสำคัญอีกหลายรายการ ตอกย้ำศักยภาพด้านการพัฒนานวัตกรรมอาหารและความเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการผลิตบัณฑิตที่มีความคิดสร้างสรรค์และตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต

การแข่งขันจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 โดยทีม Ache-V จากสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศและถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้สำเร็จ นับเป็นการครองแชมป์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ของนักศึกษาคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผลงานที่ได้รับรางวัลเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานช็อกโกแลต พัฒนาจาก “เมล็ดกระบก” พืชพื้นบ้านไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพ และไม่เติมน้ำตาล ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาทางเลือกใหม่ของผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต

สมาชิกทีม Ache-V ประกอบด้วย นางสาวณัฐกฤตา วงศ์คำพา นางสาวพิชชาพร พรรณรายน์ และนางสาวพิทยาภรณ์ จินะเป็งกาศ นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพัฒน์ พงษ์ไทย และอาจารย์ ดร.พิพรรธ ตั้งใจดี เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา พร้อมได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท กานเวลา ช็อกโกแลต จำกัด

นอกจากนี้ นักศึกษาคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากผลงานของทีม Vega-Nest ซึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชันที่อุดมด้วยพรีไบโอติกจากหอมหัวใหญ่ โดยใช้เทคนิคพิเศษในการขึ้นรูปให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายรังนก สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรและตอบรับกระแสอาหารเพื่อสุขภาพ

ทีม Vega-Nest ประกอบด้วย นางสาวณัฐณิชา เสียงดัง นางสาววริศรา เพียศรีวิชัย นางสาวฟ้าใส ทองสุก และนางสาวกานต์ศุภางค์ แก้วแดง นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพัฒน์ พงษ์ไทย และอาจารย์ ดร.พิพรรธ ตั้งใจดี เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา และได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด และ FIN

อีกหนึ่งความสำเร็จคือรางวัล Popular Vote ที่ทีม Happy Tummies จากสาขาเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้รับจากผลงาน Ice Cream Sandwich ที่ผสานอัตลักษณ์วัตถุดิบและรสชาติของภาคเหนือเข้ากับแนวคิดการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารสมัยใหม่ พร้อมคุณประโยชน์ทางโภชนาการที่หลากหลาย จนได้รับความนิยมและเสียงชื่นชมจากผู้เข้าร่วมงาน

สมาชิกทีม Happy Tummies ประกอบด้วย นางสาวพรวิมล วิเชียรสมุทร นายภาคินัย บุตรโสภา นางสาวสุภาวดี แซ่ตั้ง นางสาวอัจฉรียา เจดีย์แปง นางสาวณัฐธินันท์ คงอยู่ และนางสาวอรภัคนภา ปิ่นแก้ว นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุวรรณา เดชะรัตนางกูร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชิตาพัณณ์ ใบงิ้ว เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของนักศึกษาคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัย และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและอุตสาหกรรมอาหารในอนาคต