‘รมช.อัครา’เร่งรัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำคลองหลวงฯ ขับเคลื่อนพัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุน EEC

'รมช.อัครา'เร่งรัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำคลองหลวงฯ ขับเคลื่อนพัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุน EEC

‘รมช.อัครา’เร่งรัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำคลองหลวงฯ ขับเคลื่อนพัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุน EEC

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.28 น.

วันนี้ (17 มีนาคม 2568) นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางลงพื้นที่ไปติดตามความก้าวหน้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 นายอภิชาต ชุมนุมมณี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ นายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ นายมนตรี สีหมงคลสกุล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองหลวง รัชชโลทร และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ก่อนจะร่วมมอบถุงพันธุ์ปลาน้ำจืดให้กับหน่วยงานในจังหวัดชลบุรี ณ บริเวณแก้มลิงบ้านทุ่งศาลา 3 ต.วัดสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี

สำหรับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่อ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี มีลักษณะเป็นแก้มลิงสำหรับรองรับน้ำ มีเป้าหมายในการเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักของอ่างเก็บน้ำคลองหลวงฯ ให้มากขึ้นจากเดิม 125 ล้าน ลบ.ม.เป็น 199 ล้าน ลบ.ม. (ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 74 ล้าน ลบ.ม.) เพื่อเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตร และเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยวผ่านถนนรอบอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ เพื่อรองรับคาร์บอนเครดิต ส่งเสริมความสมดุลของระบบนิเวศ และสร้างประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย

ในการนี้ นายอัคราฯ ได้เร่งรัดให้กรมชลประทานก่อสร้างโครงการดังกล่าว ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องชาวชลบุรี ได้ใช้ประโยชน์ในเร็ววัน ที่สำคัญจะช่วยสนับสนุนการใช้น้ำในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC และน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม ได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร อีกทั้งยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ยกระดับความมั่นคงด้านน้ำ นำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนสืบไป

รองปลัดฯถกคกก.นโยบายเกษตรฯ

รองปลัดฯถกคกก.นโยบายเกษตรฯ

รองปลัดฯถกคกก.นโยบายเกษตรฯ

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จ.พะเยา ครั้งที่ 1/2568 โดยมี น.ส.เบญจพรชาครานนท์ คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ นายรัตนะ สวามีชัย คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม เพื่อขับเคลื่อนงานด้านเกษตรและสหกรณ์ใน จ.พะเยา และพื้นที่ภาคเหนือตอนบนอย่างเป็นรูปธรรม ให้เกิดการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน เกษตรกรมีความเข้มแข็ง ส่งผลให้ประชากรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีรายได้เพิ่ม

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกรอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จ.พะเยา ให้เป็นต้นแบบการทำเกษตรทุกมิติ อาทิ การมีระบบชลประทานที่ดี ดินดี ใช้เมล็ดพันธุ์ดี มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดูแลพื้นที่เพาะปลูก จนเกิดการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่มีมาตรฐาน ทุกกระบวนการผลิตไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เน้นการใช้ทรัพยากรเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว จะนำไปเป็นต้นแบบส่งต่อองค์ความรู้ไปอีก 71 จังหวัด เพื่อให้เกิดเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้อย่างมั่นคง

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จ.พะเยา อาทิ 1.การทำนำข้าวหลากสี 2.ส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม และโคเนื้อคุณภาพดี 3.การวางระบบกระจายน้ำให้ทั่วถึงพื้นที่เกษตรกรรม 4.การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาแฟอาราบิก้า ลิ้นจี่ ข้าวหอมมะลิ ถั่วเหลือง และการผลิตไผ่ Low Carbon 5.การพัฒนาแปลงต้นแบบการย่อยสลายตอซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก่อนเผาเพื่อลด PM2.5 และ 6.การผลักดันเกษตรกรสู่ Smart Farmer

‘อิทธิ’ยันพร้อมตรวจสอบ ทุเรียนตะวันออกส่งประเทศคู่ค้า

‘อิทธิ’ยันพร้อมตรวจสอบ  ทุเรียนตะวันออกส่งประเทศคู่ค้า

‘อิทธิ’ยันพร้อมตรวจสอบ ทุเรียนตะวันออกส่งประเทศคู่ค้า

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนย้อมสีไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 6/2568 ว่าได้ติดตามความก้าวหน้าตามมาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ในทุเรียนผลสดส่งออกไปจีนอย่างใกล้ชิด โดยขับเคลื่อนมาตรการป้องกันสารปนเปื้อน Basic Yellow 2 หรือ BY2 “Big Cleaning” เพื่อทำความสะอาดทุกสวนทุกโรงคัดบรรจุทั่วประเทศเตรียมความพร้อมป้องกันการปนเปื้อนสาร BY2 ในทุเรียนผลสดก่อนเปิดฤดูกาลทุเรียนตะวันออกรวมทั้งมาตรการ “4 ไม่” ได้แก่ 1.ไม่อ่อน 2.ไม่หนอน 3.ไม่มีสวมสิทธิ์ และ 4.ไม่สีไม่มีสารเคมีต้องห้าม เพื่อรักษาคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยทุเรียนไทย สร้างความมั่นใจให้ประเทศคู่ค้าตลอดจนกรมวิชาการเกษตร ได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน (SOP) การควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติให้เป็นทิศทางเดียวกัน

“ขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องชาวสวนทุเรียน ว่าเราได้เตรียมความพร้อมรองรับทุเรียนภาคตะวันออกผ่านมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการอย่างเข้มข้น โดยเน้นไปที่การ Big Cleaning และเร่งประชาสัมพันธ์ห้ามใช้สารต้องห้าม ซึ่งจากการลงพื้นที่ Big Cleaning จ.จันทบุรี ที่ผ่านมา พบว่าเกษตรกรมีความเข้าใจเป็นอย่างดี เชื่อว่าเกษตรกร ผู้ประกอบการ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะหากตรวจพบว่ามีสารปนเปื้อน ก็ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่อาจยังมีสารปนเปื้อนตกค้างอยู่ พร้อมกำชับให้เร่งหาสาเหตุการตกค้าง รายงานให้ที่ประชุมทราบ ซึ่งเราได้รายงานให้สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ทราบ อย่างต่อเนื่องแล้ว” นายอิทธิ กล่าว

นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการฯ ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และจีน 8 แห่ง และเตรียมเพิ่มอีก 4 แห่ง เพื่อรองรับทุเรียนตะวันออกในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนนี้ อีกทั้งได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการ ว่าสามารถให้บริการทดสอบตัวอย่างตรวจสอบสาร BY2 และสารแคดเมียม ได้มากกว่า 2,000 ตัวอย่างต่อวัน ดังนั้นขอให้พี่น้องเกษตรกรคลายความกังวลในช่วงพีคของฤดูกาล กระทรวงเกษตรฯ มั่นใจในการเตรียมความพร้อมรองรับทุเรียนภาคตะวันออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวจีนถึงคุณภาพและความปลอดภัยของทุเรียนไทย

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ออกประกาศวันเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออก ปี 2568 ดังนี้ พันธุ์กระดุม วันที่ 4 เมษายน พันธุ์พวงมณีและพันธุ์ชะนี วันที่ 10 เมษายน และพันธุ์หมอนทองวันที่ 30 เมษายน หากตัดทุเรียนก่อนวันประกาศเก็บเกี่ยว ต้องนำมาตรวจวัดน้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนก่อน

ที่ปรึกษาฯหารือแก้ปัญหา ความเดือดร้อนประชาชน

ที่ปรึกษาฯหารือแก้ปัญหา ความเดือดร้อนประชาชน

ที่ปรึกษาฯหารือแก้ปัญหา ความเดือดร้อนประชาชน

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก รมว.เกษตรฯ เป็นประธานการประชุมหารือ เรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนร่วมกัน ระหว่างสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมทั้งนายถาวร ทันใจ รองปลัดและกระทรวงเกษตรฯ นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ นายกฤษ อุตตมะเวทินผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ น.ส.เสาวลักษณ์ ศุภกมลเสนีย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ม.ล.ปุณทริก สมิติ ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะ

ทั้งนี้ มีประเด็นการหารือ ดังนี้ 1.ผลกระทบและความเดือดร้อนจากการก่อสร้างเขื่อนในแม่น้ำชี ใน จ.ร้อยเอ็ด และ จ.ยโสธร 2.ปัญหาและอุปสรรค รวมถึงแนวทางการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนและธุรกิจชุมชน 3.แนวทางการพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้าเกษตรปลอดภัย และ 4.ประเด็นข้อร้องเรียนเรื่องสภาเกษตรแห่งชาติ และแนวทางการส่งเสริมบทบาทของสภาเกษตรกรแห่งชาติ

‘อัครา’ฉลอง70ปี บ้านผาลั้งได้ไฟฟ้า ช่วยชุมชนพื้นที่สูง สร้างโอกาสพัฒนา

‘อัครา’ฉลอง70ปี  บ้านผาลั้งได้ไฟฟ้า  ช่วยชุมชนพื้นที่สูง  สร้างโอกาสพัฒนา

‘อัครา’ฉลอง70ปี บ้านผาลั้งได้ไฟฟ้า ช่วยชุมชนพื้นที่สูง สร้างโอกาสพัฒนา

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงาน “เฉลิมฉลอง 70 ปี ที่รอคอย” โครงการขยายเขตการใช้กระแสไฟฟ้าบ้านผาลั้ง และส่งเสริมการผสมผสานนวัตกรรมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น การส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนบนพื้นที่สูง ที่ลานอเนกประสงค์บ้านผาลั้ง หมู่ 4 ต.ห้วยชมภู อ.เมือง จ.เชียงราย ถือเป็นความสุขและความภาคภูมิใจที่พี่น้องชาวผาลั้ง ที่ได้ต่อสู้และฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อให้ได้มีไฟฟ้าใช้เหมือนกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ราบ ซึ่งไฟฟ้าไม่เพียงแต่จะนำแสงสว่างมาสู่บ้านเรือนเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมอาชีพ และสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับชุมชนด้วย

นายอัครากล่าวว่า โครงการขยายเขตการใช้กระแสไฟฟ้าบ้านผาลั้ง ไม่ได้เป็นเพียงการติดตั้งเสาและสายส่งเท่านั้น แต่เป็นการจุดประกายความหวังและโอกาสให้พี่น้องชาวผาลั้งทุกคน เชื่อว่าไฟฟ้าจะช่วยยกระดับการศึกษาของเยาวชน ส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การพัฒนาหัตถกรรม หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการผสมผสานนวัตกรรมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันล้ำค่าของชุมชน จึงขอชื่นชมในความเข้มแข็งและความมุ่งมั่นของพี่น้องชาวผาลั้ง ที่ได้รักษาและสืบทอดภูมิปัญญาอันดีงามของบรรพบุรุษไว้ ซึ่งเชื่อมั่นว่าการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ จะเป็นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนได้

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ตรวจราชการ

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ'ตรวจราชการ

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ตรวจราชการ

วันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.49 น.

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.พร้อมด้วย นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการ ส.ป.ก.และ นางสาวภัทรวดี สุขเสวตร ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ร่วมลงพื้นที่ติดตาม ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดหนองคาย โดยร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และรับฟังความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรจังหวัดหนองคาย ณ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย แห่งที่ 2 ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

ในการนี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ได้ร่วมมอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) และโฉนดเพื่อการเกษตร จำนวนรวม 122 ราย ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอโพนพิสัย และอำเภอเฝ้าไร่ จำนวนรวม 138 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,598-0-77 ไร่

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ตรวจราชการ-มอบนโยบายฯ

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ'รมว.เกษตรฯ' ตรวจราชการ-มอบนโยบายฯ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ตรวจราชการ-มอบนโยบายฯ

วันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.07 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”ร่วมติดตามคณะ”รมว.เกษตรฯ” ลงพื้นที่ตรวจราชการ พร้อมมอบนโยบายฯ ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย สัตวแพทย์หญิงบุณิกา จุลละโพธิ เลขานุการกรม นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ นางสาวเยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์เขต 4 นายสัตวแพทย์กล้าหาญ ศรีทองท้วม

ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย ปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่เขต 4 และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ ร่วมติดตามคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดหนองคาย รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดหนองคาย พร้อมทั้งมอบนโยบายการปฏิบัติงานฯ และเยี่ยมชมนิทรรศการ โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย แห่งที่ 2 ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

ในส่วนของกรมปศุสัตว์ ได้มอบปัจจัยการผลิตทางด้านปศุสัตว์ ได้แก่ แจกหญ้าแห้งแพงโกล่า จำนวน 200 ฟ่อน จำนวน 4,000 กิโลกรัม มอบชุดถุงยังชีพปศุสัตว์ (วิตามิน แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ) จำนวน 200 ชุด นอกจากนี้ได้ออกหน่วยให้บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว 80 ตัว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 200 ตัว พร้อมมอบอาหารสัตว์เลี้ยง 300 กิโลกรัม ประกอบด้วย อาหารเม็ด อาหารกระป๋อง ให้แก่ประชาชนที่นำสัตว์เลี้ยงมารับบริการ และแจกไข่ไก่ จำนวน 500 แพ็ค (5,000 ฟอง) ให้แก่เกษตรกรที่มาร่วมงานด้วย พร้อมทั้งได้จัดนิทรรศการให้ความรู้พี่น้องเกษตรกรในหัวข้อต่างๆ อาทิ โรคพิษสุนัขบ้าภัยใกล้ตัว ไข่ไก่คุณภาพเยี่ยมจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP สินค้าปศุสัตว์ OK ผลิตภัณฑ์แพะคุณภาพพรีเมี่ยมจากฟาร์ม GMP หนองคายวากิว ไข่เค็มคุณภาพเยี่ยมจากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ด (หนองคายไข่เค็ม) และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์จากเกษตรกร

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ’รมว.เกษตรฯ’ รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกร

'อธิบดีกรมการข้าว'ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ'รมว.เกษตรฯ' รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกร

‘อธิบดีกรมการข้าว’ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ’รมว.เกษตรฯ’ รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกร

วันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.01 น.

“อธิบดีกรมการข้าว”ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ร่วมคณะ”รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ” รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกร พร้อมมอบปัจจัยการผลิต ผลักดันศูนย์ข้าวชุมชนภาคอีสาน สร้างจุดเปลี่ยนชาวนาไทย ย้ำต้องดูแลและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ร่วมคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรจังหวัดหนองคาย พร้อมทั้งเป็นประธานในการมอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตรให้กับกลุ่มเกษตรกร โดยมีนายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวต้อนรับ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ จำนวน 1,250 คน ร่วมการเปิดงานในครั้งนี้ ณ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย แห่งที่ 2 ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ โดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว ในการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย และมอบปัจจัยการผลิตเพื่อนำไปฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม และอาชีพการเกษตร เป็นการลดต้นทุนการผลิต รวมถึงเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง การพัฒนาและสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ที่ดี ซึ่งกรมการข้าวเตรียมผลักดันการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนเพิ่มเติมในภาคอีสาน เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ที่ดี สามารถยกระดับคุณภาพมาตรฐานภาคการเกษตรไทย และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องเกษตรกรต่อไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ กรมการข้าว ได้ร่วมจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ให้แก่เกษตรกร ดังนี้ 1.สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 5 ราย 2.สนับสนุนปัจจัยการผลิต และเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 1,300 ตัน ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย จำนวน 5 ราย

– 006

‘รมว.นฤมล’นำกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้ง

'รมว.นฤมล'นำกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้ง

‘รมว.นฤมล’นำกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้ง

วันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.27 น.

“รมว.นฤมล”นำกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.หนองคาย ติดตามการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้ง ย้ำมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยเป็นหลัก หากเป็นผลลบจำเป็นต้องทักท้วง

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย แห่งที่ 2 ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ช่วงฤดูแล้ง

โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งรัดดำเนินการในหลายนโยบายให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าเอาไว้ เช่น การแจกโฉนดเพื่อการเกษตร โดยปี 68 เราตั้งเป้าจะทำให้ครบทั้ง 22 ล้านไร่ รวมทั้งเราจะออกโฉนดต้นยางให้กับเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 11.17 ล้านไร่ และโฉนดต้นไม้ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับต้นยางพาราหรือต้นไม้ที่ปลูกอยู่บนที่ดินของตนเองไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.และนำไปลงทุนต่อยอดทางธุรกิจได้ โดยจะ Kick off เปิดโครงการในวันที่ 1 เม.ย.นี้ โดยเราตั้งเป้าออกโฉนดต้นยางให้ครอบคลุมพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง และในอนาคตชาวสวนยางยังสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต เพิ่มเป็นรายได้เสริม

“ดิฉันกล่าวมาตลอดว่า กระทรวงเกษตรฯ มีหน้าที่ 2 เรื่อง คือ การถวายงานให้กับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพราะกรมต่างๆ ของกระทรวงเกษตรฯ เกิดขึ้นเพราะในหลวง ร.9 และ ร.10 สานงานต่อ ซึ่งก็คือการดูแลเกษตรกรของพระราชา ดังนั้น เราจึงต้องดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเป็นหลัก ไม่ว่ารัฐบาลจะไปเจรจาข้อตกลงใดๆ ก็แล้วแต่ สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ ผลประโยชน์จะต้องตกอยู่ที่เกษตรกรไทยก่อน ซึ่งถ้าเกิดผลทางลบ เราก็จำเป็นที่จะต้องทักท้วงและโต้แย้ง เพื่อแสดงว่า เราไม่เห็นด้วย” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาติดตามโครงการที่ได้ดำเนินการเอาไว้ อย่างเช่นเรื่องน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับพี่น้องชาวภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดหนองคายที่มีพี่น้องเกษตรกรจำนวนมาก รวมไปถึงงบประมาณต่างๆ ที่จะต้องผ่านมติของที่ประชุมสภาฯ รวมไปถึงการดูแลพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ กำลังเดินหน้าจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการผลิตข้าวด้วยตนเอง และให้เกิดความเข้มแข็งยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ข้าวชุมชนแล้วทั้งสิ้น 4,985 แห่ง และในปี 68 จะสามารถมีศูนย์ข้าวชุมชนได้ประมาณ 7,000 แห่ง และปี 69 จะจัดตั้งได้เพิ่มอีก 500 แห่ง ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องการดำเนินการได้มากกว่านี้ แต่ก็เข้าใจในเรื่องข้อจำกัดของงบประมาณ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า ศูนย์ข้าวชุมชนจะเป็นจุดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพี่น้องชาวนา เพราะจะทำให้เกิดพันธุ์ข้าวที่ดีเหมาะสมกับพื้นที่

ในโอกาสนี้ ศ.ดร.นฤมล และนายอิทธิ ได้ร่วมกันมอบโฉนดเพื่อการเกษตร จำนวน 100 ราย พร้อมปัจจัยการผลิต อาทิเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 1,300 ตัน , พันธุ์ปลา , หญ้าแพงโกล่าแห้ง , ถุงยังชีพปศุสัตว์ และเครื่องมืออุปกรณ์ทอผ้าไหมเกษตรกรอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แก่ตัวแทนเกษตรกรผู้มาร่วมงานด้วย

– 006

‘ธรรมนัส’ขนทัพ ‘สส.กล้าธรรม’ ลุย ‘บึงกาฬ’ รับฟังปัญหาชาวสวนยาง มั่นใจ ‘กษ.’ ไม่โดนปรับครม.

'ธรรมนัส'ขนทัพ'สส.กล้าธรรม'ลุย'บึงกาฬ'รับฟังปัญหาชาวสวนยาง มั่นใจ'กษ.'ไม่โดนปรับครม.

‘ธรรมนัส’ขนทัพ’สส.กล้าธรรม’ลุย’บึงกาฬ’รับฟังปัญหาชาวสวนยาง มั่นใจ’กษ.’ไม่โดนปรับครม.

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.44 น.

‘ธรรมนัส’ขนทัพ’สส.กล้าธรรม’ลุย’บึงกาฬ’รับฟังปัญหาชาวสวนยาง เชื่อไม่ปรับ ครม.ของก.เกษตรฯ เหตุทำงานได้ดีอยู่แล้ว 

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยาและประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย สส.ของพรรค อาทิ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และนายทะเบียนพรรค,นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี และเหรัญญิกพรรค,นางรัชนี พลซื่อ สส.ร้อยเอ็ด,นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum siamense (ใบร่วงชนิดใหม่) ในยางพารา เนื่องมีการแพร่ระบาดบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เช่น จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดเลย อยู่ในขณะนี้

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวกับเกษตรกรช่วงหนึ่งว่า “ราคายางพาราสูงขึ้น เกิดขึ้นในสมัยพรรคกล้าธรรม และตนสนับสนุนนโยบายโฉนดต้นยางสร้างมูลค่าให้กับต้นยางพารา ซึ่งตนเคยทำไว้ในสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำไปสานต่อ ตนก็ยินดีมาก เพราะชาวสวนยางจะได้มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อไปขอสินเชื่อจากธนาคาร เกษตรกรชาวสวนยางจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึง นโยบายการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ว่า ตนเคยปราศรัยหาเสียงว่า จะเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนด ภายในกรอบระยะเวลาที่เป็นรัฐบาล หลายคนดูถูกว่า เป็นไปไม่ได้ แต่ตนและอาจารย์นฤมลก็ทำให้เห็นแล้ว 

”คำว่าโฉนดเพื่อการเกษตรต่างกับ ส.ป.ก.4-01 ราวกับฟ้ากับดิน มูลค่าสูงขึ้น สิทธิที่ดินมีมากมาย แล้วตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรี เราก็ได้ทำแล้ว อาจารย์นฤมลก็มาสานต่อ อยากฝากเกษตรกรทุกคนว่า เมื่อได้โฉนดและจะต้องรักให้มาก ๆ อย่าปล่อยให้วิ่งไปที่ ธกส. และยังไปขายให้นายทุน 

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พรรคเราไม่เหมือนพรรคอื่น เราอยู่กันแบบพี่แบบน้อง ตนในฐานะครอบครัว ได้มอบหมายให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ดูแล สส.ทุกคนเป็นกรรมการบริหารพรรค ดังนั้นเราจะปรับเปลี่ยนอะไรต้องมาคุยกัน แต่ตนเชื่อว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะไม่มีการปรับ เพราะเราทำงานได้ดีอยู่แล้ว