กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี 2568

กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี 2568

กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี 2568

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.53 น.

กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้หลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” “อนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย”

วันที่ 7 มกราคม 2568 เวลา 15.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้หลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 – 12 มกราคม 2568 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวได้มีการจัดแสดงกระบือปลักไทย จำนวน 2 ตัว ณ ลานเอนกประสงค์หน้าเสาธง หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบตั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 360 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 400 ตัว

สำหรับโครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 – 12 มกราคม 2568 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมีต่อพสกนิกร ชาวไทย ในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทย ซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจ ได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ เพื่อเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรและประชาชนผู้สนใจด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ และเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทย ที่มีคุณภาพ โดยมีกิจกรรมการจัดนิทรรศการ ประกอบด้วย 3 โซน

โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วยการดำเนินงานโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตร

ตามพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย ภายใต้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน

โซนที่ 2 นิทรรศการวิชาการจากหน่วยงานภายใต้กรมปศุสัตว์ จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่ การขึ้นทะเบียนกระบือปลักไทย การเลี้ยงดูกระบือปลักไทย อาหารสัตว์และพืชอาหารสัตว์สำหรับกระบือ การตรวจโครโมโซมฯ

ในกระบือ การตรวจเร่งเนื้อแดงจากปัสสาวะกระบือ และโรคและการป้องกันที่สำคัญในกระบือ

โชนที่ 3 นิทรรศการของกลุ่มเกษตรกร/สหกรณ์ (สมาคมฯ จำนวน 5 กลุ่ม การออกร้านสาธิตและจำหน่ายสินค้าของกองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ นิทรรศการมีชีวิต การแสดงพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยต้นแบบ กิจกรรมวิ่งควาย กิจกรรมสู่ขวัญควาย

กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น

1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 366 – 48 เดือน

กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 14 – 24 เดือน
13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 366 – 48 เดือน

ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้าย

1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล
โดยมีหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข การนำกระบือเข้าประกวด มีข้อกำหนด ดังนี้
1. ต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู
หรือมีการฝังไมโครชิฟ
2. ต้องมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัดลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023”
3. ต้องมีหนังสือรับรองผลการตรวจโครโมโซม เพื่อยืนยันการเป็นกระบือปลักไทยทีมีใครโมโซมจำนวน 48 แท่ง
หรือ 24 คู่ หรือกรณียังไม่มีหนังสือรับรองผลการตรวจโครโมโซม กระบือที่ส่งเข้าประกวดต้องได้รับการเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจโครโมโซม
4. กระบือที่ส่งเข้าประกวดต้องเกิดจากพ่อ-แม่พันธุ์ กระบือปลักไทย เท่านั้น
“กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์
ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

‘กรมพัฒนาที่ดิน’จัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568

'กรมพัฒนาที่ดิน'จัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568

‘กรมพัฒนาที่ดิน’จัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.32 น.

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ.2568 กรมพัฒนาที่ดิน จัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยมี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม และ ดร.สุมิตรา วัฒนา รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมฯ ศาลพระภูมิ ศาลตา-ยาย อนุสาวรีย์ ดร.บรรเจิด พลางกูร ทำบุญเลี้ยงพระภิกษุสงฆ์ และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายแด่พระสงฆ์ จำนวน 19 รูป พร้อมทั้งกล่าวอวยพรปีใหม่และให้โอวาทแก่บุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมที่สำคัญ ณ กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

– 006

‘กรมการข้าว’จัดพิธีทำบุญตักบาตร-ขอพรปีใหม่เสริมสิริมงคล ต้อนรับปี 68

'กรมการข้าว'จัดพิธีทำบุญตักบาตร-ขอพรปีใหม่เสริมสิริมงคล ต้อนรับปี 68

‘กรมการข้าว’จัดพิธีทำบุญตักบาตร-ขอพรปีใหม่เสริมสิริมงคล ต้อนรับปี 68

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.05 น.

วันอังคารที่ 7 มกราคม 2568 เวลา 07.30 น. นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสต้อนรับปีใหม่ 2568 แด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากวัดลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ ณ บริเวณหน้าอาคารกรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

– 006

ปลัดฯมอบโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติร.10 ช่วยเกษตรกรสุพรรณฯ ไว้ใช้งานทำการเกษตร

https://www.naewna.com/local/851576

ปลัดฯมอบโค-กระบือ  เฉลิมพระเกียรติร.10  ช่วยเกษตรกรสุพรรณฯ  ไว้ใช้งานทำการเกษตร

ปลัดฯมอบโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติร.10 ช่วยเกษตรกรสุพรรณฯ ไว้ใช้งานทำการเกษตร

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ที่วัดโพธิ์สุวรรณ หมู่ 9 ต.บ้านสระ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้กรมปศุสัตว์ จัดตั้งธนาคารโค-กระบือ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่มีฐานะยากจนให้มีโอกาสได้โค-กระบือไว้ใช้แรงงานเป็นของตนเอง โดยการให้ยืมเพื่อการผลิตหรือวิธีการอื่นในราคาถูก ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ยังเป็นการรักษาชีวิตโค–กระบือให้หลุดพ้นจากความตายเฉพาะหน้าได้มีโอกาสขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นโดยไม่สูญพันธุ์

กรมปศุสัตว์ จึงได้นำกระบือ 280 ตัว ไปให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนในพื้นที่โครงการพัฒนาที่ราบเชิงเขา จ.ปราจีนบุรี ตามพระราชดำริ เป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2522 ซึ่งการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ได้มีการพัฒนาและขยายการดำเนินงานครอบคลุมไปทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปร่วมแสดงมุทิตาจิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ที่ปรึกษาฯร่วมรับฟังผล การดำเนินงานสหกรณ์ อ.ไชยา

https://www.naewna.com/local/851577

ที่ปรึกษาฯร่วมรับฟังผล  การดำเนินงานสหกรณ์ อ.ไชยา

ที่ปรึกษาฯร่วมรับฟังผล การดำเนินงานสหกรณ์ อ.ไชยา

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกสหกรณ์ในการกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน พร้อมประชุมรับฟังผลการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรไชยา จำกัด รวมถึงปัญหาอุปสรรคในพื้นที่ เยี่ยมชมบูธนิทรรศการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่จัดแสดง และเยี่ยมชมอุปกรณ์การตลาดที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ให้การสนับสนุนแก่สหกรณ์ในพื้นที่ โดยมี น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายนิรันดร์ มูลธิดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ น.ส.จิราภรณ์ คำบาง ผอ.ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 19 นายณรงค์ ยี่หวา ผอ.ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 20 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นเกียรติ ที่สหกรณ์การเกษตรไชยา จำกัด อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกสหกรณ์ในการกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เป็นโครงการที่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 19 จ.สุราษฎร์ธานี จัดขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาสมาชิกสหกรณ์ในฐานะเจ้าของและผู้ใช้บริการสหกรณ์ให้มีความรู้ ความเข้าใจมีจิตสำนึกและตระหนักเห็น ความสำคัญ ในการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ และการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์อย่างยั่งยืน โดยกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย สมาชิกสหกรณ์ใน จ.สุราษฏร์ธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง รุ่นละ 200 คน 5 รุ่น รวมทั้งสิ้น 1,000 คน กำหนดจัดอบรมระหว่างเดือนธันวาคม 2567-มีนาคม 2568 ที่สำนักงานสหกรณ์ หรือสถานที่ราชการอื่นตามความเหมาะสม ซึ่งการอบรมในครั้งนี้เป็นการอบรม รุ่นที่ 1 จัดขึ้นที่สหกรณ์การเกษตรไชยา จำกัด

ต่อมานายบุญสิงห์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย จำกัด พร้อมประชุมรับฟังผลการดำเนินงาน รวมทั้งรับฟังปัญหาและอุปสรรคที่สหกรณ์ พบ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหา โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมประชุม ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย จำกัด อ.ไชยา จ.สุราษฏร์ธานี ทั้งนี้ สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ดังนี้ 1.ด้วยสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย ตั้งอยู่บนที่ดินสาธารณประโยชน์ เป็นอุปสรรคในการขยายกิจการเพิ่มเติม 2.สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย มีความต้องการห้องเก็บยางควบคุมความชื้นเพิ่มเติม จำนวน 1 ห้อง 3.สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย ขาดเงินหมุนเวียนในการดำเนินงาน

‘นฤมล’หารือหอการค้า หนุนความร่วมมือรัฐ-เอกชน

https://www.naewna.com/local/851581

‘นฤมล’หารือหอการค้า  หนุนความร่วมมือรัฐ-เอกชน

‘นฤมล’หารือหอการค้า หนุนความร่วมมือรัฐ-เอกชน

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือกับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชน เข้าร่วม ว่าการหารือร่วมกับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนา แก้ไข และขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการ องค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีให้เกิดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม และภาคเอกชนมีวัตถุดิบคุณภาพสูงพร้อมแปรรูปส่งออกไปยังตลาดสากล ตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ ของรัฐบาล

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนข้อเสนอของทางคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย อาทิ 1.การส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าในพื้นที่ภาคเหนือ 2.การสนับสนุนการทำประกันภัยพืชผล 3.การขับเคลื่อนการยกระดับเกษตรมูลค่าสูงผ่านการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ (Area-based) ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13

4.นำแนวคิดขอนแก่น Food Valley โมเดล หรือการพัฒนาพื้นที่ศักยภาพด้านการเกษตรและอาหารซึ่งมีระบบนิเวศ (Ecosystem) ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ 5.การจัดการดินและน้ำให้เพียงพอต่อพื้นที่เกษตรกรรม เป็นต้น ซึ่งข้อเสนอดังกล่าว สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องการให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้มั่นคงและยั่งยืน

‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

https://www.naewna.com/local/851578

‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) ปี 2568 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายอิทธิ กล่าวว่า การผลิตสินค้าเกษตรปัจจุบันมีการแข่งขันสูงขึ้น ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ รวมถึงเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย โอกาสการเข้าถึงข้อมูล แหล่งทุน ทรัพยากร และการตลาดได้น้อย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อภาคการเกษตรดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงจัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) โดยบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้เกษตรกรมีองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อวางแผนการผลิต เข้าถึงปัจจัยการผลิต บริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร
เพื่อนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในแต่ละพื้นที่ สามารถเพิ่มผลิตภาพการผลิตในภาคการเกษตรได้เป็นอย่างดี

“กระทรวงเกษตรฯ มุ่งส่งเสริมการตลาด ผลักดันการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม และสินค้ามีมาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งการจัดงาน Field Day ในครั้งนี้ มุ่งหวังให้เกษตรกรที่เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ได้รับความรู้และเทคโนโลยีผ่านกิจกรรมที่หน่วยงานในสังกัด โดยเน้นไปที่พืชปาล์มน้ำมัน เพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน RSPO และ EUDR และทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้หลักให้กับเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้” นายอิทธิ กล่าว

ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1-6 ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ จัดงาน Field Day โดยนำร่องที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดแรก เป้าหมายเกษตรกร 1,000 ราย ให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า ‘น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม’ หลังถูกสั่งระงับ

https://www.naewna.com/local/851514

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า 'น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม' หลังถูกสั่งระงับ

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า ‘น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม’ หลังถูกสั่งระงับ

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.45 น.

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า “น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม” หลังถูกสั่งระงับ พร้อมจับมือ อย.จัดทำแนวทางควบคุมความปลอดภัยอาหารในระบบการผลิตอาหารของไทย

นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่จีนได้แจ้งระงับการนำเข้าสินค้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมล่วงหน้าจากไทยเป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2567 นั้น ฝ่ายไทยโดย มกอช. ได้รวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการที่มีการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวในช่วงคาบเกี่ยวกับการประกาศระงับนำเข้าของจีน โดยได้มีหนังสือถึง GACC ผ่าน สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงปักกิ่ง (สปษ.ปักกิ่ง) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 แจ้งขอผ่อนผันการอนุญาตนำเข้าสินค้าจากผู้ประกอบการ 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้า (เรือออกจากท่า) ในวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ซึ่งผลการพิจารณาของฝ่ายจีน อนุญาตให้นำเข้าสินค้าจากผู้ประกอบการตามรายชื่อที่ มกอช. เสนอไปทั้งหมด ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการในกลุ่มนี้

2. ผู้ประกอบการที่สินค้าผ่านกระบวนการศุลกากรเพื่อการส่งออกตั้งแต่ก่อนหรือในวันที่ 10 ธันวาคม 2567 แต่เรือออกจากท่าภายหลังวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ซึ่งในส่วนนี้เป็นการขอเจรจาต่อรองกับฝ่ายจีนเพิ่มเติม เนื่องจาก มกอช. ได้รับทราบว่ามีผู้ประกอบการหลายรายได้รับผลกระทบจากการระงับนำเข้าอย่างกะทันหันของจีน เนื่องจากสินค้าบางส่วนที่ผ่านพิธีการศุลกากรและขนเข้าท่าเรือแล้วตั้งแต่ก่อนวันที่ 10 ธันวาคม 2567 แต่ยังอยู่ระหว่างรอกำหนดเรือออกจากท่า ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 เวลา 15.30 น. สปษ.ปักกิ่งได้รับแจ้งจาก GACC ว่า ไม่ผ่อนผันอนุญาตนำเข้าให้สินค้าที่ออกจากไทยหลังวันที่ 10 ธันวาคม เนื่องจากจีนถือว่าวันที่ 10 ธันวาคม 2567 เป็นวันเริ่มบังคับใช้คำสั่งระงับนำเข้า

“ขณะนี้ มกอช. ร่วมกับ อย. อยู่ระหว่างเร่งจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอขอยกเลิกการระงับนำเข้า โดยจะจัดส่งแนวทางการควบคุมความปลอดภัยอาหารในระบบการผลิตอาหารของไทย ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับ 420 ที่กำกับดูแลโดย อย. พร้อมทั้งส่งรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจาก อย. แล้ว เพื่อขอให้จีนพิจารณายกเลิกระงับนำเข้าต่อไป” เลขาธิการ มกอช. กล่าว

เกษตรกรอยู่ยาก? ‘ผู้เลี้ยงไก่ไข่’โอด!ต้นทุนผลิตสูงรอบด้าน

https://www.naewna.com/local/851500

เกษตรกรอยู่ยาก? ‘ผู้เลี้ยงไก่ไข่’โอด!ต้นทุนผลิตสูงรอบด้าน

เกษตรกรอยู่ยาก? ‘ผู้เลี้ยงไก่ไข่’โอด!ต้นทุนผลิตสูงรอบด้าน

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.16 น.

สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ชี้เกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนผลิตสูงขึ้นรับปี 2568 ทั้งค่าแรงงานอัตราใหม่ วัตถุดิบอาหารสัตว์ปัจจัยปัองกันโรค ตลอดจนไข้หวัดนกระบาดในภูมิภาคเอเซียและประเทศเพื่อนบ้านเกิดความเสียหาย ส่งผลให้ไทยต้องป้องกันเข้มแข็งไม่ให้สัตว์ติดโรค สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้คนไทย

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ กล่าวว่า ในปี 2568 มีปัจจัยหลายด้านที่จะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและผู้เลี้ยงไข่ไก่ต้องรับภาระเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน อีกทั้งราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันเฉลี่ยที่ 11.20 บาทต่อกิโลกรัม จาก 10.30 บาทในเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในปีหน้าโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

นอกจากนี้ โรคระบาดไข้หวัดนกในภูมิภาคเอเชียและประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความเสียหายกับสัตว์ปีกในวงกว้าง ทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสัตว์ปีกอื่นๆ หากยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ จะส่งผลให้เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรคเพิ่มขึ้น และจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังการปรับสวัสดิการเพื่อดูแลคนงานที่ปฏิบัติงานในฟาร์ม ทั้งการจัดที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายสวัสดิการอื่นๆ เพื่อตอบแทนการทำงานที่ต้องป้องกันโรคระบาดในระดับสูง ทำให้ต้นทุนค่าแรงของคนทำงานฟาร์มสูงกว่าค่าแรงทั่วไป

“ในปี 2568 ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องเผชิญกับความยากลำบากหลายด้าน ทั้งการปรับค่าแรง วัตถุดิบอาหารสัตว์ โรคระบาดไข้หวัดนกทั้งในภูมิภาคเอเซียและภูมิภาคอื่น ส่งผลให้แม่ไก่ไข่ต้องตายนับล้านๆ ตัว ล้วนเป็นปัจจัยผลักดันต้นทุนการผลิตให้สูงขึ้นทั้งหมด เกษตรกรหลายรายอาจไม่สามารถปรับตัวรับกับปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวได้” นายมงคล กล่าว

ทั้งนี้ ราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปรับลดลงต่อเนื่องจากเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จากฟองละ 4 บาท ถึงปัจจุบันอยู่ที่ฟองละ 3.60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สวนทางกับต้นทุนการผลิต หากแนวโน้มต้นทุนยังอยู่ในช่วงขาขึ้นเช่นนี้ เกษตรกรคงอยู่ไม่ได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง และผู้บริโภคมีไข่กินเพียงพอ

นายมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ประมาณ 2.7 ล้านราย ผลิตไข่ไก่อาหารโปรตีนคุณภาพสูงในราคาสมเหตุผลให้กับผู้บริโภคอย่างเพียงพอ แต่ต้นทุนการผลิตซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมการผลิตจำเป็นต้องได้รับการดูแล ที่สำคัญผู้บริโภคต้องมั่นใจกับคุณภาพอาหารปลอดภัยจากการดูแลและปัองกันสัตว์ตามมาตรฐานสากล เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้ผู้เลี้ยงอยู่ได้และผู้บริโภคอยู่ได้

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’เข้าขอพรผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

https://www.naewna.com/local/851471

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'เข้าขอพรผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’เข้าขอพรผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.39 น.

วันที่ 6 มกราคม 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นำทีมคณะผู้บริหาร ส.ป.ก.เข้าขอพรผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568 เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ

– 006