‘กรมปศุสัตว์’ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ‘FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง’

https://www.naewna.com/local/846780

'กรมปศุสัตว์'ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต 'FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง'

‘กรมปศุสัตว์’ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ‘FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง’

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.52 น.

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 11 ธันวาคม 2567 กรมปศุสัตว์ นำโดย นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ จัดกิจกรรมต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบของกรมปศุสัตว์ ภายใต้แนวคิด “FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง” พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ และนายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้อำนวยการกอง/สำนัก ปศุสัตว์เขต และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ณ ลานหน้าเสาธงกรมปศุสัตว์ โดยมีกิจกรรมเดินขบวนรณรงค์ต่อต้านการทุจริต เพื่อสร้างความตะหนักรู้ให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการของกรมปศุสัตว์ และประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบอย่างจริงจัง โดยปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างซื่อสัตย์สุจริตและประพฤติตนตามรอยพระยุคลบาท โดยน้อมนำ สืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของศาสตร์พระราชาผู้ทรงธรรม ด้วยความมุ่งมั่นในประโยชน์อันสูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

ทั้งนี้ อธิบดีได้มอบนโยบายงดรับงดให้ของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในขณะก่อนหรือหลังปฏิบัติหน้าที่ ที่จะส่งผลให้เกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากนี้ ได้มอบโล่เกียรติคุณ เพื่อยกย่องหน่วยงานที่ปฏิบัติราชการอย่างใสสะอาด เชิดชูเกียรติผู้ประพฤติปฏิบัติตนชอบด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมีคุณธรรมจริยธรรมอันดีงาม ตามมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อเป็นต้นแบบในการปฏิบัติราชการที่ดีแก่ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการของกรมปศุสัตว์

– 006
 

‘อัครา’ดันแม่ฮ่องสอนโมเดล ช่วยเกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น

https://www.naewna.com/local/846680

‘อัครา’ดันแม่ฮ่องสอนโมเดล  ช่วยเกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น

‘อัครา’ดันแม่ฮ่องสอนโมเดล ช่วยเกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการแม่ฮ่องสอนโมเดล โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่ศูนย์การเรียนรู้สมาคมคนพิการ ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเยี่ยมชมการผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) จากการนำใบและซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาอัดแท่งเป็นถ่านเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้มกรองน้ำ ดูดซับกลิ่น และใช้เป็นสารปรับปรุงดินสำหรับทำเกษตรกรรม ซึ่งสามารถสร้างทักษะอาชีพให้เกษตรกรและผู้พิการ นำไปจำหน่ายสร้างรายได้ให้ครอบครัว

จากนั้น นายอัครา ได้เดินทางไปยังโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อรับฟังการผลการดำเนินโครงการแม่ฮ่องสอนโมเดลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน ปี 2568 อาทิ 1.การพัฒนาที่ดินเพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์สำหรับการปลูกพืช 2.การปรับปรุง ซ่อมแซมผนังกันน้ำ ห้วย ฝาย และอาคารบังคับน้ำให้ประชาชนมีใช้อุปโภค-บริโภคอย่างเพียงพอ 3.ส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ (กาแฟ พริก กระเทียม กระเทียมโทน ถั่วลิสงลายเสือ) 4.การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวและการตลาดข้าว การปรับปรุงพันธุ์ข้าว สร้างสายพันธุ์หลัก พันธุ์ขยาย และพันธุ์จำหน่าย 5.การส่งเสริมให้ผลผลิตทางการเกษตรได้การรับรองมาตรฐาน GAP ส่งเสริมการเลี้ยงไก่แม่ฮ่องสอน ไก่ไข่ โคขุน การผลิตปุ๋ยคอกและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ 6.การผลิตสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงเพื่อสร้างรายได้ (ปลากดหลวง ปลาพวงหิน ปลากดคังสาละวิน เขียดแลว ปลานิล และปลาแก้มช้ำ) และ 7.การส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่สูงให้เกิดการพัฒนา เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ต่อมา รมช.เกษตรฯ เดินทางไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 จ.เชียงใหม่ ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อรับฟังปัญหาจากตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค จึงมอบหมายให้กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ อาจใช้ลักษณะเดียวกับโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ยะ ต.เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีระบบขนส่งน้ำอย่างทั่วถึง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจนไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้ให้สามารถเพาะปลูกได้โดยเร็ว

โอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ นำคณะ เดินทางต่อไปยังศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามแนวพระราชดำริ (ท่าโป่งแดง) ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพัฒนาเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยงน้ำจืด อาทิ เขียดแลวปลาพลวงหิน ปลาคังสาละวิน และปลานิลเป็นต้น และเยี่ยมชมโรงแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ (หมู วัว ไก่พันธุ์พื้นเมืองแม่ฮ่องสอน)

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับครูอีสานตอนบน ศึกษาศาสตร์ มข. ผนึกเครือข่ายผลิตครู ใช้ AI เสริมพลัง

https://www.naewna.com/local/846681

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับครูอีสานตอนบน ศึกษาศาสตร์  มข. ผนึกเครือข่ายผลิตครู ใช้ AI เสริมพลัง

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับครูอีสานตอนบน ศึกษาศาสตร์ มข. ผนึกเครือข่ายผลิตครู ใช้ AI เสริมพลัง

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ที่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในนามแม่ข่ายสถาบันผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเครือข่าย 19 สถาบัน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “The 5th Workshop of Teacher Induction: NextGen Teaching: AI Innovations in Educational Excellence” สำหรับครูผู้ช่วยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยมี รศ.ดร.อิศราก้านจักร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ในนามประธานแม่ข่าย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “AI for LifelongEducators: เสริมพลังครูในยุคการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด” และในอีกหัวข้อ “ครูควรใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกแบบจัดการเรียนรู้และวัดประเมินผลการเรียนรู้อย่างไร จึงถูกหลักวิชาการและจริยธรรมวิชาชีพ” โดย ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ รองประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

รศ.ดร.อิศรา ก้านจักร กล่าวถึงความสำคัญของการใช้ AI ในการพัฒนาการศึกษา โดยเน้นว่า “AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนของครู และเสริมสร้างความสามารถให้กับเด็กไทยในการแข่งขันในระดับสากล ครูทุกคนควรใช้ AI เป็นเครื่องมือในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในยุคดิจิทัล และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

โดยการอบรมได้มีการแยกกลุ่มอบรมการใช้เครื่องมือ AI ในการช่วยจัดทำสื่อและแผนการสอนให้กับครูในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม Smart Teacher1-7 ที่ครอบคลุมทั้งการศึกษาในกลุ่มสาระต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ปฐมวัย การศึกษาพิเศษ และอื่นๆ นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมยังได้มีโอกาสนำเสนอแผนการสอนที่พัฒนาจากการใช้ AI พร้อมคัดเลือกรับรางวัล “OutstandingInnovations Awards” ซึ่งถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้ครูทุกคนได้นำความรู้ไปพัฒนาการเรียนการสอนในห้องเรียนจริง

โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการคัดเลือกคนดี คนเก่ง ให้เข้ามาศึกษาวิชาชีพครูในสถาบันฝ่ายผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างครูที่พร้อมด้วยความรู้ ความสามารถ และจิตวิญญาณความเป็นครู เมื่อสำเร็จการศึกษาครูในโครงการฯ จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในภูมิลำเนาของตน และต้องเข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาชีพในช่วงที่ปฏิบัติงานเป็นครูผู้ช่วย ภายในระยะเวลา 2 ปี สำหรับปี 2565 ครูในโครงการฯ รุ่นที่ 7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้รับการบรรจุรวมจำนวน 414 คน “The 5th Workshop of Teacher Induction: NextGen Teaching: AI Innovations in Educational Excellence” เป็นเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหลากหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ การวิจัยในชั้นเรียน แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนรู้ การอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตลอดจนการสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพของครูในโครงการฯ ที่ได้รับการบรรจุเป็นครูผู้ช่วยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

รองปลัดฯหนุนร่วมมืออนุฯลุ่มน้ำโขง

https://www.naewna.com/local/846677

รองปลัดฯหนุนร่วมมืออนุฯลุ่มน้ำโขง

รองปลัดฯหนุนร่วมมืออนุฯลุ่มน้ำโขง

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะทำงานด้านเกษตรของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 21 (The 21stGMS Working Group in Agriculture) ที่นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการทำงานและแผนปฏิบัติการ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางการรับมือความท้าทายในการพัฒนาระบบเกษตรและอาหารอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมทั้งนำเสนอการดำเนินงานการพลิกโฉมระบบเกษตรอาหารอย่างยั่งยืนของไทย ให้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพของสินค้าเกษตร และมุ่งเน้นการเกษตรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้โมเดล BCG Economyซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ

ทั้งนี้ ได้บูรณาการ 3 ภาคส่วนหลักเข้าด้วยกัน ได้แก่ 1.Bio Economy คือ การใช้ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อยกระดับจุดแข็งของประเทศไทยในด้านทรัพยากรชีวภาพและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ 2.CircularEconomy คือ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ 3.greeneconomy เศรษฐกิจสีเขียว มุ่งเน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษ และส่งเสริมการใช้แหล่งพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนความร่วมมือกับประเทศสมาชิกในสาขาที่ไทยเชี่ยวชาญ ได้แก่ การควบคุมโรคระบาดผ่านพรมแดน การจัดการ animal resistance risk และเทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ โดยเชื่อมั่นว่าการเสริมสร้างความร่วมมือที่แข็งขันระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคจะช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในกรอบยุทธศาสตร์ GMS 2030 Kunming สำหรับการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรและอาหาร เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

ปลัดฯถกจัดงานมหกรรมฯ ถนนดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

https://www.naewna.com/local/846678

ปลัดฯถกจัดงานมหกรรมฯ  ถนนดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

ปลัดฯถกจัดงานมหกรรมฯ ถนนดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จ.พะเยา ครั้งที่ 2/2567 โดยมี น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ น.ส.ภัทราภรณ์โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เข้าร่วมการประชุม ที่ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรฯ และผ่านระบบการประชุมออนไลน์

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีการติดตามความก้าวหน้าการจัดนิทรรศการ การจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร กิจกรรมบนเวที ในงานมหกรรมการเกษตรฯ ของแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบดังนี้ 1.เห็นชอบกำหนดการพิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 29 ธันวาคม 2567 เวลา 15.30 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา และ 2.เห็นชอบตารางกิจกรรม Highlight ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่จะมาร่วมกันจัดขึ้นภายในงาน ระหว่างวันที่27 ธันวาคม 2567-5 มกราคม 2568

นบข.ไฟเขียว ช่วยไร่ละพัน ทำหลักเกณฑ์ ชาวนาได้เฮ!

https://www.naewna.com/local/846683

นบข.ไฟเขียว  ช่วยไร่ละพัน  ทำหลักเกณฑ์  ชาวนาได้เฮ!

นบข.ไฟเขียว ช่วยไร่ละพัน ทำหลักเกณฑ์ ชาวนาได้เฮ!

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 2/2567 โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมพร้อมด้วยนายพิชัย นริพทะพันธุ์รมว.พาณิชย์ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชนเข้าร่วม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 (ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาท) วงเงิน 38,578.22ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่ส่วนใหญ่มีที่ดินเพาะปลูกไม่เกิน 10 ไร่ กว่า 2.1 ล้านครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 47.31 ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4.61 ล้านครัวเรือน

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว จัดทำหลักเกณฑ์เงื่อนไข ขั้นตอน วิธีการเข้าร่วมโครงการให้มีความสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่ต้องการให้ดำเนินโครงการในลักษณะส่งเสริมให้เกษตรกรยกระดับการปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มระดับผลิตภาพ (Productivity)และสามารถวัดผลการดำเนินการพัฒนาผลผลิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีจัดทำหลักเกณฑ์โครงการเสนอที่ประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สกร.จัดแข่งขันกีฬาต้านเสพติด ‘สกร.จ.มุกดาหารเกมส์’ครั้งที่10

https://www.naewna.com/local/846679

สกร.จัดแข่งขันกีฬาต้านเสพติด  ‘สกร.จ.มุกดาหารเกมส์’ครั้งที่10

สกร.จัดแข่งขันกีฬาต้านเสพติด ‘สกร.จ.มุกดาหารเกมส์’ครั้งที่10

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธฤติ ประสานสอนรองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดงานการแข่งขันกีฬาต้านภัยยาเสพติด(ระดับจังหวัด) สกร.จังหวัดมุกดาหารเกมส์ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568 โดยมี นายสมเจตน์ สวาศรี ผู้อำนวยการสำนักงาน สกร. ประจำจังหวัดมุกดาหาร นายประมวล ดอนอามาตผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองมุกดาหาร นายสันติ ทรัพย์ส่งเสริม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโคก ร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬาต้านภัยยาเสพติด(ระดับจังหวัด) “สกร.จังหวัดมุกดาหารเกมส์” ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568 ณ สนามกีฬาโรงเรียนนาวาราชกิจพิทยานุสรณ์ ตำบลบ้านโคก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร พร้อม กำนันตำบลบ้านโคก ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 14 หมู่บ้าน ครู นักเรียนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายประมวล ดอนอามาต ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สาระทักษะการดำเนินชีวิต รายวิชาสุขศึกษา พลศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดีและทักษะเกี่ยวกับการดูแล ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต เปิดโอกาสให้แสดงออกถึงความคิด ความรู้ ความสามารถ ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะรู้อภัย และมีสุขภาพพลานามัยที่ดี สอดคล้องกับการดำเนินการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมุกดาหาร เห็นความสำคัญในด้านการแข่งขันกีฬาที่จะสามารถส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนา ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพจิต

รองปลัดฯประชุม โครงการพัฒนาฯ ยกระดับผลผลิต สู่สินค้ามูลค่าสูง

https://www.naewna.com/local/846500

รองปลัดฯประชุม  โครงการพัฒนาฯ  ยกระดับผลผลิต  สู่สินค้ามูลค่าสูง

รองปลัดฯประชุม โครงการพัฒนาฯ ยกระดับผลผลิต สู่สินค้ามูลค่าสูง

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จ.กาญจนบุรีครั้งที่ 2/2567 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินงานประจำปี 2568 ของมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ด้านเศรษฐกิจ) โดยกระทรวงเกษตรฯ ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการส่งเสริมองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในด้านกระบวนการผลิต ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และด้านการตลาด

อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดสำคัญในการชูเอกลักษณ์ผลผลิตภาคการเกษตรพื้นถิ่น เพื่อการต่อยอดสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอาชีพ ยกระดับรายได้ และลดรายจ่ายของเกษตรกร ซึ่งแบ่งพื้นที่ดำเนินการเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (บ้านสาละวะ และบ้านไล่โว่) และระยะที่ 2 (บ้านทิไล่ป้า บ้านปางสนุกและบ้านจะแก) ทั้งนี้ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการศึกษาและรวบรวมข้อมูลผลผลิตภาคการเกษตรพื้นถิ่นทั้งด้านพืช ด้านปศุสัตว์ ด้านประมง และด้านหัตถกรรม เพื่อประกอบการทบทวนแผนการดำเนินงานที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ ส่งเสริมความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของพื้นถิ่น อันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรอย่างสูงสุดต่อไป

สกู๊ปพิเศษ : ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ โครงการฯ เขาชะงุ้ม จ.ราชบุรี เกษตร GAP และนวัตกรรมไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

https://www.naewna.com/local/846504

สกู๊ปพิเศษ : ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ โครงการฯ เขาชะงุ้ม จ.ราชบุรี เกษตร GAP และนวัตกรรมไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

สกู๊ปพิเศษ : ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ โครงการฯ เขาชะงุ้ม จ.ราชบุรี เกษตร GAP และนวัตกรรมไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติพร้อมประกาศนียบัตร ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ 2567 ของโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ราชบุรี โดยมีนางสาวกฤษณา ทิวาตรีรักษาการผู้อำนวยการโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ กล่าวต้อนรับ นายปริญญวัฒน์วัชรอาภากร ผู้อำนวยการกองแผนงานและยุทธศาสตร์ สำนักงาน กปร. กล่าวรายงานความเป็นมาโครงการฯ ณ โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ราชบุรี เมื่อวันที่18 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

นางสุพร เลขาธิการ กปร. เปิดเผยว่า พื้นที่โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ ในอดีตนั้นดินมีสภาพเสื่อมโทรมเพาะปลูกพืชผักไม่ได้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดําริให้ปรับปรุงดินโดยใช้หญ้าแฝกปลูกร่วมกับต้นไม้ ลดการใช้สารเคมีและปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งประสบความสำเร็จจึงได้ขยายผลสู่เกษตรกร ทำให้ในพื้นที่ปลูกพืชได้หลากหลายชนิดทั้งเพื่อบริโภคในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ “เพื่อขยายผลสำเร็จ สำนักงาน กปร.จึงจัดทำโครงการขยายเสริมเพิ่มเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริฯ ขึ้น เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ให้กระจายครอบคลุม มีศูนย์เรียนรู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินทั่วประเทศ 221 แห่ง ซึ่งมีองค์ความรู้หลากหลายสาขา ได้แก่ เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรอินทรีย์ ประมง ปศุสัตว์ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และอื่นๆ ที่เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรรายอื่นๆ ได้เข้าไปศึกษาดูงานได้เป็นอย่างดีสำหรับโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯมีศูนย์เรียนรู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน 10 แห่ง” นางสุพร เลขาธิการ กปร. กล่าว

ด้าน นางวาสนา กราบเคหะ เกษตรกร ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หนึ่งในศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ด้านเกษตรอินทรีย์ เผยว่า ได้ปรับปรุงบำรุงดิน 10 ไร่เพื่อปลูกอินทผลัมอินทรีย์ตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice ; GAP) คือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีในการผลิตพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค “ปลูกอินทผลัม พันธุ์บาฮีเหลือง บาฮีแดง โคไนซี่ ลาเวนเดอร์ แบบผสมผสาน โดยใช้พันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจึงต้องระวังเรื่องเชื้อรา และต้องดูแลเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากได้ปรับปรุงดินที่ดีจึงไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อรา และโรคพืช ทำให้ผลผลิตอินทผลัมเจริญเติบโตได้ดีและมีความสมบูรณ์ โดยเก็บผลผลิตสดขายได้ปีละครั้งซึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักในตอนนี้” นางวาสนา กราบเคหะ กล่าว

ส่วน นายชวัลวิท คล้ายอยู่ เกษตรกร ต. เขาชะงุ้ม อ. โพธาราม จ. ราชบุรี อีกหนึ่งศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ด้านเกษตรอินทรีย์ เผยว่า มีพื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน ปลูกมะเขือเทศ โดยใช้นวัตกรรมการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเพื่อลดปัญหาการนำสิ่งปนเปื้อนจากสารเคมีสู่ดินทำให้ดินเสื่อมโทรม โดยมีรายได้จากการขายผลผลิต 5,000 – 6,000 บาทต่อเดือน

และนายไมตรี พวงอินทร์ เกษตรกร หมู่ 10 ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี อีกหนึ่งศูนย์เรียนรู้ฯ ด้านเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่จะมีฐานเรียนรู้หลากหลาย เช่น การจัดการดิน น้ำ พืช การวางระบบน้ำอัจฉริยะ โดยได้เข้ามาเรียนรู้เทคโนโลยีนี้ที่ศูนย์ฯ แล้วนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จนประสบผลสำเร็จ มีที่ทำกินทั้งหมด 40 ไร่ แบ่งพื้นที่ปลูกพืชแบบผสมผสาน และทำนา เสร็จจากฤดูนาก็ปลูกอ้อย ข้าวโพด และมันญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากเก็บหัวขายแล้วยังใช้เป็นพืชคลุมดิน บำรุงดินอีกด้วย นอกจากนี้ได้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ใต้ต้นไม้เพื่อนำใบไม้มาผสมกับเศษพืชผัก กากอ้อย และแกลบ เป็นปุ๋ยหมักใช้ใส่พืชผักและต้นไม้

สำหรับโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ มีศูนย์เรียนรู้ที่ผ่านการประเมิน 10 แห่ง ประกอบด้วย ด้านเกษตรอินทรีย์ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1.นายโชคดี ตั้งจิตร 2. นายชวัลวิท คล้ายอยู่3. นายไมตรี พวงอินทร์ 4. นางสาววาสนา กราบเคหะ5. นางสมคิด ทองสุข 6. นายสมบูรณ์ ว่องประเสริฐ7. นางสาวสมหมาย แดงชาติ และด้านเกษตรผสมผสาน จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1. นางสำเนียง เกตุมณี 2. นายสุกิจสุภาพงค์ 3. นายสุรัตน์ ฉายแก้ว

‘นฤมล’ถกรมต.ลุ่มน้ำโขง ร่วมมือด้านเกษตรระหว่างกัน

https://www.naewna.com/local/846502

‘นฤมล’ถกรมต.ลุ่มน้ำโขง  ร่วมมือด้านเกษตรระหว่างกัน

‘นฤมล’ถกรมต.ลุ่มน้ำโขง ร่วมมือด้านเกษตรระหว่างกัน

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการหารือกับ H.E. Mr. Zhang Zhili รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท สาธารณรัฐประชาชนจีนในการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 พร้อมด้วยนายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมว่าการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านวิชาการและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกัน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า เราได้ยกประเด็นการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและจีน ภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการเกษตรไทย–จีน(Sino – Thai Agricultural TechnicalCooperation) ซึ่งได้จัดการประชุมร่วมกันมาแล้ว 12 ครั้ง สามารถดำเนินโครงการความร่วมมือร่วมกันกว่า 70 โครงการ โดยทั้งสองประเทศจะใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีในการกระชับความร่วมมือด้านการเกษตรให้มากยิ่งขึ้น และมุ่งหวังในการประชุมครั้งที่ 13 ซึ่งฝ่ายจีนเป็นเจ้าภาพจะเป็นโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่าย สามารถผลักดันโครงการความร่วมมือด้นการเกษตรของทั้ง 2 ประเทศให้ความสำคัญ อาทิ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เกษตรอัจฉริยะ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่เกษตรกร

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ตรียมความพร้อมในการเยือนของนายกรัฐมนตรี ในเดือนมกราคม 2568 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีน โดยเฉพาะในบริบทของการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีในการลงนามพิธีสารว่าด้วยความปลอดภัยอาหารด้านการสัตวแพทย์ การปกป้องพืช เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งจากไทยไปจีน ร่วมกับ GACC ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ทำให้สามารถทำการส่งออกน้ำผึ้งรวมไปถึงนมผึ้ง (royal jelly) และเกสรผึ้ง (bee-collected pollen)จากไทยไปจีนได้มากขึ้น

ทั้งนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยสำหรับสินค้าเกษตร โดยมีมูลค่าส่งออก 11,271 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 42 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมทั้งหมด และมีมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีสินค้าเกษตรที่สำคัญ อาทิ ทุเรียน มันสำปะหลัง ยางพารา สำหรับสินค้าผลไม้ที่ไทยส่งออกไปจีนได้ มีทั้งสิ้น22 รายการ และอยู่ระหว่างขอยื่นการเปิดตลาดอีก 6 รายการ โดยขอให้จีนสนับสนุนและผลักดันให้การพิจารณาแล้วเสร็จ เพื่อการขยายตลาดของทั้งสองฝ่ายเพิ่มมากขึ้น